จรรยาบรรณในวิชาชีพครู

15,162 views
15,013 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
15,162
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
111
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

จรรยาบรรณในวิชาชีพครู

  1. 1. เอกสาร หมายเลข 3 แบบประวัติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับการคัด เลือก เพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี ประจำาปี 2553 สังกัด สำานักงานเขตพืนที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ้ ภาพถ่าย ขนาด 1 นิ้ว ตอนที่ 1 ประวัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก 1. ชื่อ นางพรรณภา นามสกุล ดาวตก 2. เกิดวันที่ 3 เดือน เมษายน พ.ศ. 2494 อายุ 59 ปี 3. ตำาแหน่งหน้าที่ในปัจจุบน ตำาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำานาญ ั การพิเศษ 1. หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 2. หัวหน้างานชุมชนสัมพันธ์ 3. ครูประจำาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 4. ประธานกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำาปี 5. หัวหน้างานประกันคุณภาพ 6. รองประธานการนิเทศการศึกษา ตอนที่ 2 ผลการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพทั้ง 9 ข้อ และ ข้อใดข้อหนึ่งใน 9 ข้อที่เด่นชัดที่สุดที่ส่งผลให้ปรากฏเป็นทียอมรับ ่ ของนักเรียน ผู้ร่วมงาน ผู้ปกครองและชุมชน และเป็นผลของการ อุทิศตน เพื่อประโยชน์แก่วิชาชีพครูอย่างสูง ตลอดระยะเวลาของ การปฏิบัติงานพร้อมกับแนบหลักฐานอ้างอิงให้เห็นร่องรอยการปฏิบัติ หน้าที่ตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพดังกล่าว ตั้งอยู่ในจรรยาบรรณในวิชาชีพครู จรรยาบรรณในวิชาชีพ หมายถึงประมวล มาตรฐานความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องประพฤติปฏิบัติ เป็นแนวทางให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติอย่างถูกต้อง เพื่อผดุง เกียรติและสถานะของวิชาชีพนั้นก็ได้ ผู้กระทำาผิดจรรยาบรรณ จะ ต้องได้รับโทษโดยว่ากล่าว ตักเตือน ถูกพักงาน หรือถูกยกเลิกใบ ประกอบวิชาชีพได้
  2. 2. จรรยาบรรณในวิชาจะเป็นสิ่งสำาคัญในการที่จะจำาแนก อาชีพว่าเป็นวิชาชีพหรือไม่ อาชีพที่เป็น “วิชาชีพ” นั้น กำาหนดให้มี องค์กรรองรับ และมีการกำาหนดมาตรฐานของความประพฤติของผู้อยู่ ในวงการวิชาชีพซึ่งเรียกว่า “จรรยาบรรณ“ ส่วนลักษณะ “วิชาชีพ ” ทีสำาคัญคือ เป็นอาชีพที่มีศาสตร์ชั้นสูงรองรับ มีการศึกษาค้นคว้าวิจย ่ ั และพัฒนาวิชาชีพมีการจัดการสอนศาสตร์ดังกล่าวในระดับ อุดมศึกษาทั้งการสอนด้วยทฤษฏีและการปฏิบัติจนผู้เรียนเกิดความ ชำานาญ และมีประสบการณ์ในศาสตร์นั้น นอกจากนี้จะต้องมีองค์กร หรือสมาคมวิชาชีพ ตลอดจนมี “จรรยาบรรณในวิชาชีพ” เพื่อให้ สมาชิกในวิชาชีพดำาเนินชีวิตตามหลักมาตรฐานดังกล่าวหลักที่ กำาหนดในจรรยาบรรณวิชาชีพทั่วไป คือ แนวความประพฤติปฏิบัติที่มี ต่อวิชาชีพต่อผู้เรียน ต่อตนเอง และต่อสังคม ดังนี้ ข้าพเจ้าตั้งอยู่ในวงวิชาชีพยึดถือจรรยาบรรณ ในการ ดำารงวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับ คือ 1. ข้าพเจ้าศรัทธาต่อวิชาชีพ ตั้งอยู่ในวงการวิชาชีพ ครู มีความรักและศรัทธาต่อวิชาชีพครู เห็นว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มี คุณค่า มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในฐานะที่เป็นอาชีพที่สร้างคนให้ มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนที่พึงประสงค์ของสังคม ข้าพเจ้า มั่นใจ ในการประกอบวิชาชีพนี้ด้วยความรัก และชื่นชมในความสำาคัญ ของวิชาชีพ 2. ข้าพเจ้าธำารงและปกป้องวิชาชีพ เมื่อเป็นสมาชิก ของสังคมวิชาชีพ ต้องมีจิตสำานึกในการธำารง ปกป้อง และรักษา เกียรติภูมิของวิชา ไม่ให้ใครมาดูหมิ่นดูแคลน หรือเหยียบยำ่า ทำาให้สถานะของวิชาชีพต้องตกตำ่า หรือมัวหมอง ข้าพเจ้าธำารง ปกป้องทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา มีการแก้ไขข่าว และประท้วงหากมีขาวคราวอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อวิชาชีพ ่ 3. ข้าพเจ้าพัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพ โดยรับผิด ชอบในการศึกษา ค้นคว้าวิจัย สร้างความรู้และเผยแพร่ความรู้ เพื่อ ทำาให้วิทยาการในศาสตร์สาขาวิชาชีพครูก้าวหน้าทันสังคม ทัน เหตุการณ์ ก่อประโยชน์ต่อประชาชนในสังคม ทำาให้คนเก่ง และ ฉลาดขึ้น โดยวิธีการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนรักเรียน ใฝ่รู้ ช่างคิด ทีวิจารณญาณ มีบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ มากขึ้น 4. ได้สร้างองค์กรวิชาชีพให้แข็งแกร่งโดยสร้าง
  3. 3. สมาชิกในวงวิชาชีพต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องสร้างองค์กรวิชาชีพให้ คงมั่นธำารงอยู่ได้ด้วยการเป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิก และเป็นเวทีให้ คนในวงการได้แสดง ฝีมือและความสามารถทางการสร้างรูปแบบ ใหม่ของการเรียนการสอนตลอดจนการเผยแพร่ผลงานทางด้านการ สร้างแบบเรียนใหม่ ๆ การเสนอแนวความคิดห่าในเรื่องของการ พัฒนาคน การเรียนการสอน และการประเมินผล 5. ร่วมมือในกิจกรรมขององค์กรวิชาชีพ สมาชิก ในสังคมวิชาชีพต้องร่วมมือกันในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิด การเคลื่อนไหวในเรื่องของความคิด หรือการจัดประชุม สัมมนา แลก เปลี่ยนแนวความคิดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร หากไม่ได้รบความสนับสนุนจากสมาชิกแล้ว ทำาให้ ั องค์กรวิชาชีพขาดความสำาคัญลงและไม่สามารถดำาเนินภารกิจของ องค์กรวิชาชีพต่อไปได้บทบาทของการธำารงมาตรฐานและการส่ง เสริมความก้าวหน้าทางวิชาการก็ย่อมจะลดลงด้วย ถ้าไม่มีปริมาณ สมาชิกที่สนับสนุนเพียงพอ จรรยาบรรณข้อที่เด่นชัดที่สุดที่ได้ปฏิบัติประจำา ส่งผลให้ ปรากฏเป็นที่ยอมรับของนักเรียน ผูร่วมงาน ผู้ปกครองและ ้ ชุมชน คือ จรรยาบรรณต่อผู้เรียน ข้าพเจ้าได้ประพฤติปฏิบัติต่อผู้เรียน 9 ประการ ดังนี้คือ 1. ตั้งใจถ่ายทอดวิชาการ ให้ลูกศิษย์เรียนด้วย ความสุข เรียนด้วยความเข้าใจ และเกิดความมานะพยายามที่จะรู้ใน ศาสตร์นั้น จึงต้องตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะศึกษาวิชาการทั้งทางศาสตร์ ทีจะสอน ศาสตร์ที่จะถ่ายทอดหรือวิธีการสอน และพยายามหาวิธีการ ่ ใหม่ ๆ มาลองทดลองสอน 2. รักและเข้าใจศิษย์ ได้ศึกษาธรรมชาติของวัย รุน ว่ามีปัญหามีความไวต่อความรู้สึก (sensitve) และอารมณ์ไม่ ่ มั่นคง เพราะครูควรให้อภัย เข้าใจ และหาวิธีการให้ศิษย์ปรับเปลี่ยน พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของนักเรียน พยายามทำาให้ลูกศิษย์รัก และไว้ใจเพื่อที่จะได้กล้าปรึกษาในสิ่งต่างๆแล้วก็จะสามารถช่วยให้ ศิษย์ประสบความสำาเร็จในการเรียน และการดำารงชีวิตได้อย่างถูก ต้อง 3.ส่งเสริมการเรียนรู้ การส่งเสริมให้ผู้เรียน ค้นคว้าหาคำาตอบด้วยตนเองหรือการเรียนรู้จากการช่วยเหลือกันใน
  4. 4. กลุมในปัจจุบน อาจจะทำาให้ผู้เรียนมีวิธีการหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ่ ั ด้วยตนเองมากขึ้นมากกว่าจะคอยให้ครูบอกให้แต่ฝ่ายเดียว จึง จำาเป็นต้องชี้ช่องทางให้ผู้เรียนหาวิธีการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง มากขึ้น 4. ให้ความยุติธรรม อาชีพครูเป็นอาชีพทีทำาให้ ่ ฝึกจิตได้ดีมากเพราะต้องรับผิดชอบต่อเด็ก จึงต้องฝึกฝนตนเองให้ เป็นคนซื่อสัตย์ ยุติธรรม ไม่มีอคติลำาเอียงต่อลูกศิษย์ ไม่เห็นว่าคนที่ มีปัญหาเป็นคนน่ารังเกียจ หรือพอใจแต่เฉพาะศิษย์ที่เรียนเก่ง ไม่ สร้างปัญหา มีความเป็นธรรมในการให้คะแนน และพร้อมที่จะอธิบาย วิธีการให้คะแนน และการตัดเกรดได้ ต้องรอบคอบในการกรอก คะแนน เพราะถ้าผิดพลาดแล้ว บางครั้งก็จะทำาให้ผู้เรียนที่ควรได้ คะแนนดี ๆ กลับได้คะแนนเกือบจะสอบตกไป 5. ไม่แสวงหาประโยชน์จากผู้เรียน ลักษณะของครูจะต้องเป็นผู้ไม่แสวงหาอามิสสินจ้าง เงินไม่ใช่สิ่งที่ สร้างความสุขเสมอไป จึงจะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษใน การกระทำาการใด ๆ อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจได้ว่า กำาลังหา ประโยชน์จากศิษย์อย่างไม่เป็นธรรม 6. ทำาตนเป็นแบบอย่างที่ดี ครูเป็น ปูชนียบุคคลที่มีอิทธิพลต่อศิษย์ทั้งด้านวาจา ความคิด บุคลิกภาพ และความประพฤติ ดังนั้นจึงจะต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้ลูก ศิษย์ได้ซึมซับสิ่งที่ทำาจากตัวครูไป เมื่อศิษย์เกิดศรัทธาในความ สามารถของครู ศิษย์อาจจะเลียนแบบความประพฤติของครูไปอย่าง ไม่ได้เจตนา เช่น การตรงต่อเวลา การพูดจาชัดเจน การแสดงความ คิดเห็นที่ตรงไปตรงมา สุภาพเรียบร้อย เป็นต้น 7.ให้เกียรติผู้เรียน การยกย่องให้เกียรติผู้เรียน ทำาให้ผู้เรียนเกิดความพึงพอใจ และเกรงใจผู้สอน ครูไม่ควรใช้ อำานาจในทางที่ผิด เช่น พูดจาข่มขู่ ใช้คำาพูดไม่สุภาพ เปลียนชื่อผู้ ่ เรียน เยาะหยันหรือดูถูกผู้เรียน การเคารพผู้เรียนในฐานะ ปัจเจกบุคคลเป็นสิ่งที่ทำาให้เกิดความเข้าใจ และการเรียนรูที่ดี เมื่อผู้ ้ เรียนได้รับการปฏิบัติอย่างดี ย่อมก่อให้เกิดพลังในการศึกษาต่อไป 8.อบรมบ่มนิสัย (ม.ล. ปิ่น มาลากุล อดีต รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ)ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูมี ่ บทบาทหน้าที่ในการอบรมบ่มนิสัยเด็ก โดยท่านเชื่อว่า “การอบรมบ่ม นิสัยใคร ๆนั้นเพียงแค่วนละนาทีก็ดีถม” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงแบ่งเวลา ั
  5. 5. ในการอบรมบ่มนิสัยผู้เรียน เช่น ก่อนการสอนแต่ละชั่วโมงอาจชี้แนะ หรือให้ความคิดที่ดีแก่ผู้เรียนได้ ข้าพเจ้าจึงถือเป็นหน้าทีที่จะต้อง ่ สอนคนให้เป็นคนดี 9.ช่วยเหลือศิษย์ ครูมีหน้าทีที่จะต้องสังเกต ่ ความผิดปกติหรือข้อบกพร่องของศิษย์ และพร้อมที่จะให้การช่วย เหลือได้อย่างทันท่วงที ไม่ให้ศิษย์ต้องก้าวถลำาลึกลงไปใน พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของสังคม เพราะผู้เรียนที่มาอยู่ในสถาน ศึกษาพร้อมด้วยประสบการณ์และปัญหาที่แตกต่างกันออกไป นอกจากจะมีจรรยาบรรณต่อศิษย์แล้ว ครู จะต้องมีความประพฤติปฏิบัติต่อตนเอง ด้วยคือ จรรยาบรรณ ต่อตนเอง ครูจะต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลาเพื่อให้มีลักษณะ พฤติกรรม ดังนี้ 1.มีความประพฤติชอบ ครูต้องตั้งตนไว้ในที่ ถูกที่ควรสามารถบังคับตนเองให้ประพฤติแต่สิ่งที่ดีงามถูกต้อง 2.มีความรับผิดชอบ ครูต้องฝึกความรับผิด ชอบ โดยตั้งใจทำางานให้สำาเร็จลุลวง มีความผิดพลาดน้อย ่ 3.มีเหตุผล ครูต้องฝึกถามคำาถามตนเองบ่อย ๆ ฝึกความคิดวิเคราะห์หาเหตุหาผล หาข้อดีข้อเสียของตนเอง และ เรื่องต่าง ๆ เพื่อทำาให้ตนเองเป็นคนมีเหตุผลที่ดี 4.มีความใฝ่รู้ การติดตามข่าวสารข้อมูลอยู่เสมอ ๆ ทำาให้ครูมีนิสัยใฝ่รู้ อยากทราบคำาตอบในเรื่องต่าง ๆ ครูควรมีความ รูรอบตัวอย่างดีทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อให้ครูดำารง ้ ชีพในสังคมได้อย่างเป็นสุข ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ และ ชี้แนะสิ่งที่ถูกต้องให้ศิษย์ได้ 5.มีความรอบคอบ ครูต้องฝึกฝนตนเองให้เป็น คนรอบคอบ ละเอียดและประณีต ในการดำาเนินกิจการต่าง ๆ การทำา กิจกรรม เช่น ควบคุมบัญชีการเงินต้องรอบคอบ ต้องเห็นตัวเลข ชัดเจนไม่ตกหล่น ทำาให้เกิดการผิดพลาดที่เป็นผลร้ายทังของตนเอง ้ และผู้อื่น 6.มีความตั้งใจฝึกจิต การพัฒนาจิต ทำาให้ครู อยูในสังคมได้อย่างมีความสุขและส่งผลทำาให้ครูทำางานได้อย่างมี ่ ประสิทธิภาพมากขึ้นครูจึงต้องหมั่นฝึกจิตของตนให้สูงส่ง สูงกว่า มาตรฐาน ระงับอารมณ์ไม่ดี คิดอะไรได้สูงกว่ามาตรบานและคิดเป็น บวก มากกว่าคิดลบหรือคิดร้าย 7.มีความสนใจศิษย์ การสนใจพัฒนาการของผู้
  6. 6. เรียน เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำาให้วิชาชีพครูก้าวหน้า เพราะถ้าไม่มีผู้เรียน ก็ไม่มวิชาชีพครู ครูจึงจำาเป็นต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับลักษณะ ี ธรรมชาติผู้เรียน การแก้ปัญหาผู้เรียน การส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ การให้ความยุติธรรมและการช่วยเหลือศิษย์ ส่งผลให้ปรากฏ เป็นที่ยอมรับของ ผู้ร่วมงาน ผู้ปกครองและชุมชน คือ ให้ความยุติธรรม ไม่มีอคติลำาเอียงต่อลูกศิษย์ ไม่เห็นว่าคน ทีมีปัญหาเป็นคนน่ารังเกียจ หรือพอใจแต่เฉพาะศิษย์ที่เรียนเก่ง ไม่ ่ สร้างปัญหา มีความเป็นธรรมในการให้คะแนน และพร้อมที่จะอธิบาย วิธีการให้คะแนน ให้การช่วยเหลือศิษย์ ในหน้าทีที่เป็นครูประจำาชั้น ่ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของภาคบังคับก็พร้อมที่จะ ให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ในเรื่องของนักเรียนมีผลการเรียน รายภาคหรือรายปี ไม่ผาน ต้องสอนและติดต่อครูผู้สอนวิชานั้นๆสอน ่ ซ่อมเสริมและทดสอบซ่อม เพื่อให้ผ่าน จบทันเวลากำาหนด ตาม หลักสูตรและระเบียบการวัดผลประเมินผลของสถานศึกษา ทุกฝ่ายพอใจในการปฏิบัติงานที่เห็นลูกหลาน จบการศึกษาตาม หลักสูตรช่วงชั้น(เอกสารอ้างอิงหมายเลข )

×