ข้อคิดเห็นบางประการสำหรับการวิจัยในสาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

ข้อคิดเห็นบางประการสำหรับการวิจัยในสาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม

on

  • 1,580 views

การวิจัยคือการแสวงหาคำตอบ แม้จะไม่มีวิธีการที่ตายตัวแน่นอน ...

การวิจัยคือการแสวงหาคำตอบ แม้จะไม่มีวิธีการที่ตายตัวแน่นอน แต่ในกระบวนการหาคำตอบก็ย่อมมีหลักการของมัน

Statistics

Views

Total Views
1,580
Views on SlideShare
1,580
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
10
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ข้อคิดเห็นบางประการสำหรับการวิจัยในสาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม ข้อคิดเห็นบางประการสำหรับการวิจัยในสาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม Presentation Transcript

    • ข้อคิดเห็นบางประการสําหรับการวิจัยเพื่อการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม
    • - Photography / Painting / Sculpture- Published Literature and Books- Computer Software- etc.- Theatre Arts- Music- etc.CULTURAL CREATION- Film- ArchitectureOBJECTS / MOVABLEPLACES / UNMOVABLE- etc.- People- etc.- Techniques and Wisdom- Archaeological Objects- Cuisine- Cultural Landscapes- Oral History- Historic SettlementsCULTURAL HERITAGE- Ballads and Poetry- Ancient Monuments- Traditional Arts and Crafts- Archaeological SitesINTANGIBLEPHYSICAL / TANGIBLECUTURAL RESOURCE TYPETypes of Cultural Resource
    • โครงสร้างของข้อเสนอโครงการวิจัย• 1. บทนํา• 2. วัตถุประสงค์• 3. การทบทวนวรรณกรรม• 4. วิธีการ• 5. แผนการดําเนินงาน• 6. ทรัพยากร / งบประมาณที่ต้องใช้ในการดําเนินการ
    • บางขั้นตอนสําคัญในกระบวนการจัดทําโครงการศึกษา / วิจัยเพื่อจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม1. การจัดทําเอกสารเสนอโครงการวิจัย2. การจัดทําฐานข้อมูล หรือทะเบียนข้อมูลทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง3. การระบุความสําคัญ (Evaluating Resource Significance)4. การคาดคะเนผลกระทบ (Impact Assessment) อาจทําในกรณีที่จําเป็น5. การจัดทําแผนแม่บท (Master Plan Developing) / การจัดทําแผนการจัดการ (Management Plan Developing)
    • เนื้อหาสาระสําคัญของเอกสารเสนอโครงการจัดการแหล่งโบราณคดี /โบราณสถาน / ทรัพยากรวัฒนธรรม- ความสําคัญและที่มาของโครงการ- วัตถุประสงค์ของโครงการ- ขอบเขตของการดําเนินการ- นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการดําเนินการ- ข้อมูล / ฐานข้อมูลองค์ประกอบของแหล่งเป้าหมายของโครงการ- วิธีการ / แนวทางการดําเนินการ- กิจกรรมต่างๆ ในโครงการ- ประโยชน์ของการดําเนินการ
    • ข้อมูล(Data) หมายถึง ตัวอักษร ตัวเลข สัญญลักษณ์ หรือข้อความต่างๆ ที่ใช้แทนข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจเป็น คน สัตว์ สิ่งของ งานสร้างสรรค์สิ่งก่อสร้าง รวมทั้ง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ฯลฯฐานข้อมูล(Database) หมายถึง กลุ่มข้อมูลที่ไม่ซ้ํากัน แต่มีความสัมพันธ์กันและนํามาเก็บรวมไว้ในที่เดียวกันอย่างเป็นระเบียบและเป็นระบบ เพื่อให้สามารถค้นหา แก้ไขและจัดการได้โดยสะดวกและประหยัด ตัวอย่างของฐานข้อมูล ได้แก่ แฟ้มประวัตินักศึกษา แฟ้มรายการสินค้า แฟ้มทะเบียนหนังสือ แฟ้มทะเบียนโบราณวัตถุ ทะเบียนแหล่งโบราณคดีทะเบียนทรัพยากรทางวัฒนธรรมประเภทต่าง ๆ ฯลฯในการจัดทําฐานข้อมูลนั้น ผู้จัดทําต้องกําหนดหรือออกแบบเขตข้อมูลที่เห็นว่าจําเป็นไว้ก่อนล่วงหน้าข้อมูลและฐานข้อมูลคืออะไรการจัดทําฐานข้อมูล
    • ข้อมูล อาจแบ่งได้เป็น- ข้อมูลคุณลักษณะ แบ่งเป็น- ข้อความอรรถาธิบายลักษณะองค์ประกอบย่อยส่วนต่าง ๆ- ภาพ (ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว)- เสียง- ตัวเลข- ข้อมูลบอกตําแหน่ง- ตําแหน่งตามการปกครอง- ตําแหน่งทางภูมิศาสตร์
    • การระบุความสําคัญของทรัพยากรทางวัฒนธรรมEvaluating Cultural Resource Significance
    • ในงานวิจัยบางกรณี การระบุ “ความสําคัญ” เป็นขั้นตอนสําคัญ โดยเฉพาะในการวิจัยเพื่อทําแผนงานการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมระดับ “ความสําคัญ” ที่ระบุหรือกําหนดออกมาได้นั้น เป็นปัจจัยที่ช่วยประกอบการตัดสินว่าแหล่งทรัพยากรใดควรได้รับการดําเนินการอย่างไร รวมทั้งช่วยกําหนดว่าต้องรวบรวม“ข้อมูล” (data) และ “ข้อสนเทศ” (information) ชนิดใดตัวอย่างประเภทของ “ความสําคัญ” (Some Categories of “Significance”)1. ความสําคัญด้านประวัติศาสตร์ (Historical Significance)2. ความสําคัญด้านวิชาการ (Scientific (or Research) Significance)3. ความสําคัญด้านชาติพันธุ์ (Ethnic Significance)4. ความสําคัญต่อสาธารณชน (Public Significance)5. ความสําคัญทางการพาณิชย์ (Monetary / Commercial Significance)
    • การคาดคะเนผลกระทบต่อทรัพยากรวัฒนธรรมCultural Resource Impact Assessmentในงานวิจัยบางกรณี การคาดคะเน “ผลกระทบต่อทรัพยากรวัฒนธรรม” เป็นขั้นตอนสําคัญ โดยเฉพาะในการวิจัยเพื่อประเมินผลกระทบ หรือเพื่อทําแผนงานการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม
    • “ผลกระทบ” หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่วัดได้ ซึ่งปรากฏในคุณลักษณะหรือคุณสมบัติของทรัพยากร เมื่อเทียบกับคุณลักษณะหรือคุณสมบัติดั้งเดิมLeslie Wildesen (1982 : 54)* เสนอว่า“ผลกระทบ” แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดหลัก คือ1. ผลกระทบโดยตรง (direct impact) หมายถึง ผลกระทบจากกิจกรรมหนึ่ง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวและ ณ ทําเลเดียวกับการทํากิจกรรมนั้น2. ผลกระทบโดยอ้อม (indirect impact) หมายถึง ผลกระทบจากกิจกรรมหนึ่ง ๆซึ่ง เกิดขึ้นในเวลาหลังจากการทํากิจกรรมนั้น หรือเกิด ณ ทําเลที่ห่างไปจากที่ทํากิจกรรมนั้น* Wildesen, Leslie, 1982, “The Study of Impacts on Archaeological Sites, ined., Michael B. Schiffer, Advances in Archaeological Method and Theory, Vol.5, New York : Academic Press, Pp. 51 – 96.
    • ผลกระทบหลักทั้ง 2 ชนิด สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 แบบ ดังนี้1. แบบไม่เกิดซ้ํา (discrete impact) หมายถึงผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ทําให้สามารถแบ่งผลกระทบชนิดหลัก ออกได้ ดังนี้1.1 - ผลกระทบโดยตรงแบบไม่เกิดซ้ํา (discrete direct impact)1.2 - ผลกระทบโดยอ้อมแบบไม่เกิดซ้ํา (discrete indirect impact)2. แบบเกิดซ้ํา (continuous impact) หมายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นซ้ําอีกตามช่วงเวลา เช่นทุกเดือน ทุกปี ทุกฤดู ฯลฯ ทําให้สามารถแบ่งผลกระทบชนิดหลัก ออกได้ ดังนี้2.1 - ผลกระทบโดยตรงแบบเกิดซ้ํา (continuous direct impact)2.2 - ผลกระทบโดยอ้อมแบบเกิดซ้ํา (continuous indirect impact)
    • ผลกระทบโดยตรง หรือ โดยอ้อม ทั้งแบบต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่อง ยังแบ่งย่อยออกได้เป็น1. ชนิดการกลบฝัง (burial)2. ชนิดการเคลื่อนย้ายออกจากแหล่ง (removal)3. ชนิดย้ายตําแหน่งภายในแหล่ง (transferal)4. ชนิดเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะ หรือคุณสมบัติ (alteration)
    • ผลกระทบชนิดย่อยต่าง ๆ ยังสามารถ แบ่งต่อไปเป็นประการย่อย ตามลักษณะต่างๆ ของผลกระทบ ได้แก่1. ตามปริมาณของพื้นที่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง2. ตามระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถวัดได้เป็นลักษณะการเปลี่ยนถาวรการเปลี่ยนชั่วคราว หรือ อัตราการเปลี่ยนต่อปี ฯลฯ3. ตามคุณลักษณะที่สังเกตหรือวัดได้ อื่น ๆ เช่น- ความเร็วของการเกิด- ความเป็นไปได้ที่จะแก้ไขให้คืนสภาพ- การเป็นปัจจัยก่อผลกระทบอื่นตามมาขึ้นใหม่
    • นอกจากนี้ ในการจัดทําแผนแทรกแซง หรือแก้ไขผลกระทบ (Mitigation Plan) ยังอาจจําเป็นที่ต้องแบ่งผลกระทบออกเป็น- ชนิดจงใจ (intentional)- ชนิดไม่ได้จงใจ หรือ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (unintentional)ปัจจัยก่อผลกระทบ เป็นรายละเอียดอีกประการหนึ่งที่สามารถระบุได้ ในการศึกษาถึงผลกระทบ โดยระบุว่าเป็นกิจกรรมใด ทําโดยผู้ใด ฯลฯ
    • กรอบความคิดที่อาจใช้ในการพยายามอธิบายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในระบบธรรมชาติและระบบวัฒนธรรม
    • แนวทางการจัดทําแผนแม่บท (Master Plan)
    • องค์ประกอบและแนวทางการจัดทําแผนแม่บท (Master Plan)1. วัตถุประสงค์ / ภารกิจ / พันธกิจ2. ระยะเวลาดําเนินการของแผนกําหนด :- ระบบวิธีการดําเนินงานด้านการบริหารจัดการ และการใช้ทรัพยากรให้เหมาะสมและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย5. แผนการบริหารจัดการ1. วัตถุประสงค์ / ภารกิจ / พันธกิจ2. ระยะเวลาดําเนินการของแผนกําหนด :- จํานวนบุคลากรประเภทต่างๆทั้งในและนอกระบบราชการ4. แผนการจัดหาและจัดการด้านบุคลากร1. ความจําเป็นต้องใช้2. ความถี่ในการใช้กําหนด :- ประเภทครุภัณฑ์ โดยอาจแยกกลุ่มตาม1 - ประเภทการใช้งาน2 - ประเภทการจัดหา3. แผนการจัดหาครุภัณฑ์1. การใช้ประโยชน์พื้นที่2. ทรัพยากรใหม่ที่จําเป็นต้องใช้3. ทรัพยากรเดิมที่มี4. สิ่งอํานวยความสะดวกกําหนด :- ความต้องการใช้ทรัพยากร เช่น อาคาร สถานที่ ฯลฯ2. ผังกายภาพแม่บท(Physical Plan)1. ความต้องการของผู้รับบริการ / ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder)1. ศักยภาพขององค์กรผู้ศึกษา2. ข้อมูล / ฐานข้อมูลประชากร3. เป้าหมายการดําเนินงานของหน่วยงานอื่นกําหนด :- กิจกรรม- เป้าหมาย- วิธีการดําเนินงาน- ระยะเวลาดําเนินการ- งบประมาณ1. แผนงานวิชาการ(Academic Plan)ข้อมูล / ปัจจัยประกอบการพิจารณาจัดทําแผนกระบวนการ / กิจกรรม ที่ต้องแจกแจงรายละเอียดองค์ประกอบ
    • การจัดการข้อมูล- รวบรวม- จัดจําแนก จัดระเบียบ และปรับแต่ง- จัดทําระบบฐานข้อมูล- นําเสนอข้อมูล (ถ้าต้องการ)
    • แผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองดงละครตัวอย่างแผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดี
    • รายงานวิจัยการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตําบลดงละครและชุมชนท้องถิ่นในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองโบราณบ้านดงละครตําบลดงละคร อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก(The Participation of Tambon Dong Lakhon Administration Organization andLocal Community in Ecotourism Management at Ban Dong Lakhon AncientTown in Tambon Dong Lakhon, Amphoe Mueang, Changwat Nakhon Nayok.)ตัวอย่างงานวิจัยเพื่อการจัดการแหล่งโบราณคดี
    • บทที่ 1. บทนํา- ความสําคัญและที่มาของการวิจัย- คําถามการวิจัย- วัตถุประสงค์ของการวิจัย- ขอบเขตของการวิจัย- ประโยชน์ของการศึกษาวิจัย- นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย
    • บทที่ 1บทนํา1. ความสําคัญและที่มาของการวิจัย- รัฐบาลใช้การท่องเที่ยวให้เป็นตัวกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจของท้องถิ่นและของประเทศให้ประชาชนมีงานทํา มีรายได้ มีการกินดีอยู่ดี มีสุขภาพดี มีกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรจากพื้นฐานของชุมชนท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น กับทั้งส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน- ตามพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 กําหนดให้องค์การบริหารส่วนตําบลมีอํานาจหน้าที่ในการพัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมให้การคุ้มครองดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กําหนดให้องค์การบริหารส่วนตําบลอาจจัดทํากิจกรรมในเขตองค์การบริหารส่วนตําบลได้หลายอย่าง ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครัวเรือน บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสามารถหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนตําบลได้ ดังนั้นองค์การบริหารส่วนตําบลดงละครจึงมีอํานาจหน้าที่ที่ต้องกระทํา- เมื่อพื้นที่ตําบลดงละครมีสภาพของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สําคัญและสมบูรณ์ในท้องถิ่น ประกอบกับ องค์การบริหารส่วนตําบลดงละคร ได้จัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวขององค์การบริหารส่วนตําบลดงละครเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงสมควรที่จะทําการวิจัย ค้นหาความพร้อมของพื้นที่ ในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่เมืองโบราณบ้านดงละคร ว่าจะสามารถบรรลุตามองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทั้ง 4 ประการ คือ 1) ด้านพื้นที่ 2) ด้านการจัดการ 3) ด้านกิจกรรมและ กระบวนการ 4) ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนได้มากน้อยเพียงใด
    • 2. คําถามการวิจัยเพื่อให้การทําวิจัยสามารถดําเนินการได้ตามวิธีการวิจัยแบบมีส่วนร่วมและบรรลุวัตถุประสงค์ ผู้วิจัยจึงกําหนดคําถามการวิจัย เพื่อเป็นตัวนําทางกระบวนการวิจัยในครั้งนี้ไว้ดังต่อไปนี้2.1 เมืองโบราณบ้านดงละครน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสําคัญของจังหวัดนครนายก แต่เพราะเหตุใดจึงมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนน้อย2.2 บุคคลและหน่วยงานหรือองค์กรใดบ้างที่มีอยู่แล้ว และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสนับสนุนให้เมืองโบราณบ้านดงละครเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น ประกอบไปด้วยหน่วยงานใดบ้าง และให้การสนับสนุนในกิจกรรมใดบ้าง2.3 องค์การบริหารส่วนตําบลดงละครมีความพร้อมที่จะทําให้กิจกรรมการท่องเที่ยวเมืองโบราณบ้านดงละครเป็นจุดสร้างเศรษฐกิจในชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีการกินดีอยู่ดี มีความสุขได้อย่างยั่งยืนนั้นจะใช้กิจกรรมใดบ้าง2.4 องค์การบริหารส่วนตําบลดงละคร จะดําเนินการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองโบราณบ้านดงละครตามรูปแบบการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นได้นั้น องค์การบริหารส่วนตําบลดงละครจะดําเนินการอย่างไรบ้าง2.5 นอกจากเมืองโบราณบ้านดงละครแล้ว ชุมชนดงละครมีความพร้อมในด้านการให้บริการในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภายในชุมชนได้หรือไม่ และมีสิ่งใดบ้าง
    • 3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย- เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในท้องถิ่นให้แก่บุคลากรขององค์การบริหารส่วนตําบลดงละคร และชุมชนท้องถิ่น- เพื่อสํารวจทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนบ้านดงละคร อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก- เพื่อพิจารณาความพร้อมของพื้นที่ว่ามีการดําเนินการไปสู่องค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
    • 4. ขอบเขตของการวิจัย4.1 ขอบเขตด้านพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ศึกษาเฉพาะพื้นที่ที่เป็นเนินสูง (ดงใหญ่) โดยมุ่งเน้นที่เมืองโบราณบ้านดงละคร (ดงเล็ก) กับกลุ่มบ้านที่มีผลิตภัณฑ์และสินค้าต่าง ๆ เพื่อจัดจําหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวได้ ซึ่งจะเป็นจุดตําแหน่งที่องค์การบริหารส่วนตําบลดงละครพยายามจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีพื้นที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่ในหมู่บ้านจํานวน 8 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 ชื่อบ้านหน้าสนาม หมู่ที่ 2 ชื่อบ้านหนองกะพ้อ หมู่ที่ 3 ชื่อบ้านหนองหมู หมู่ที่ 4 ชื่อบ้านหนองหัวกรวด หมู่ที่ 5 ชื่อบ้านหินสามก้อน หมู่ที่ 6 ชื่อบ้านหนองทองทราย หมู่ที่ 10 ชื่อบ้านกลางดง และหมู่ที่ 11 ชื่อบ้านใต้วัด4.2 ขอบเขตด้านวิชาการการวิจัยครั้งนี้จะมุ่งศึกษาการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตําบลดงละครและชุมชนท้องถิ่น ในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองโบราณบ้านดงละคร ตําบลดงละคร อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยจําแนกเป็นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้4.2.1 บริบทของชุมชนบ้านดงละครและแหล่งท่องเที่ยว4.2.2 องค์การบริหารส่วนตําบลดงละคร และชุมชนท้องถิ่นมีความพร้อมในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตามองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ4.2.3 รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเมืองโบราณบ้านดงละครที่เหมาะสม
    • 5. ประโยชน์ของการศึกษาวิจัย5.1 ประโยชน์ที่ชุมชนบ้านดงละครจะได้รับประกอบด้วย1) สามารถทําให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน2) ชุมชนท้องถิ่นสามารถวิเคราะห์ปัญหาและร่วมกันหาแนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยบุคลากรของท้องถิ่นได้3) ชุมชนท้องถิ่นจะมีส่วนร่วมในการจัดการ การดูแลรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและเมืองโบราณบ้านดงละครได้มากยิ่งขึ้น4) ชุมชนท้องถิ่นจะมีเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากรายได้ตามปกติ5.2 ประโยชน์ที่สถาบันผู้วิจัยจะได้รับ ประกอบด้วย1) มหาวิทยาลัยได้มีบทบาทในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นอย่างแท้จริง2) อาจารย์ของมหาวิทยาลัยจะได้องค์ความรู้ใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลในการสอนด้านการท่องเที่ยวและการวิจัยเชิงคุณภาพ3) นักศึกษาโปรแกรมวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะได้ฝึกปฏิบัติด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจริง5.3 ประโยชน์ที่สังคมประเทศชาติจะได้รับประกอบด้วย1) เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในระดับชุมชน โดยมีเจ้าภาพในการดําเนินการ คือองค์การบริหารส่วนตําบลดงละครร่วมกับชุมชนบ้านดงละคร อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก2.) เกิดการทํางานร่วมกันในระดับท้องถิ่น ซึ่งจะเกิดการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างเหมาะสม
    • 6. นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัยเพื่อให้เกิดความเข้าใจในคําบางคําที่นํามาใช้เฉพาะในงานวิจัยฉบับนี้ ผู้วิจัยจึงกําหนดความหมายของคําหรือนิยมเฉพาะของคําต่าง ๆ ไว้ดังนี้การมีส่วนร่วมของชุมชน หมายถึง สถานการณ์ที่บุคลากรขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่นเข้ามาทํากิจกรรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองโบราณบ้านดงละครร่วมกัน โดยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย การร่วมคิดค้นปัญหา ร่วมวางแผนร่วมดําเนินการ ร่วมติดตามประเมินผล และร่วมกับผลประโยชน์บุคลากรขององค์การบริหารส่วนตําบล หมายถึง ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตําบลและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบล จากทุกหมู่บ้านชุมชนท้องถิ่น หมายถึง ประชาชนในพื้นที่และองค์กรหรือสถาบันของทางราชการ หรือเอกชนที่มีที่ตั้งสํานักงานทําการอยู่ภายในท้องถิ่น ได้แก่ วัด โรงเรียน สถานีอนามัย ร้านค้าในชุมชน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปและผลิตภัณฑ์ผลไม้ เป็นต้นความพร้อมของพื้นที่ หมายถึง ความสามารถในการดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของบุคลากรขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อไปสู่ความครบสมบูรณ์ในองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทรัพยากรการท่องเที่ยว หมายถึง ลักษณะสิ่งของที่ปรากฏและประวัติความเป็นมาของพื้นที่ได้แก่ โบราณสถาน ตํานานต้นไม้โบราณ หรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ ภายในพื้นที่แหล่ง และรวมทั้งสินค้าของชุมชนที่จะเป็นของฝากจากการท่องเที่ยวองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หมายถึง ความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อจัดดําเนินการการท่องเที่ยวได้ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบด้านพื้นที่ ด้านการจัดการ ด้านกิจกรรมและกระบวนการ และด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนองค์ประกอบด้านพื้นที่ หมายถึง สภาพพื้นที่และชื่อเสียงที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมสภาพโบราณสถาน คูน้ําคันดินซึ่งเป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พันธุ์ไม้ดั้งเดิม วัดสําคัญ การจัดศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว การจัดพื้นที่จอดรถ การจัดอาคารอเนกประสงค์ให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานอาหารและเครื่องดื่ม สวนผลไม้และแหล่งผลิตสินค้าของกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน รวมทั้งจําหน่ายของที่ระลึกที่เป็นผลผลิตจากชุมชนท้องถิ่น
    • องค์ประกอบด้านการจัดการ หมายถึง การจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในแหล่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก ปลอดภัย ตามที่กําหนดไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น การดําเนินการโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นร่วมกับชุมชนท้องถิ่นให้ได้รับความรู้ในลักษณะการจัดการท่องเที่ยวที่ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การใช้ยุวมัคคุเทศก์ของท้องถิ่นและจัดให้ได้ซื้อของที่ระลึกซึ่งเป็นสินค้าของท้องถิ่นจากกลุ่มแม่บ้านของชุมชนองค์ประกอบด้านกิจกรรมและกระบวนการ หมายถึง การจัดหรือการกําหนดกิจกรรมต่าง ๆ ในการเดินทางเข้าถึงแหล่งได้แก่การใช้พาหนะต่างๆ เช่น รถจักรยาน หรือรถยนต์ลากจูงขนาดเล็ก หรือรถรางบริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่ง การฟังบรรยายสรุปการชมวีดิทัศน์ กิจกรรมการบรรยายของยุวมัคคุเทศก์ กิจกรรมการชมองค์ประกอบต่างๆของแหล่ง และแหล่งผลิตของแปรรูปชนิดต่าง ๆหรือร้านจําหน่ายสินค้าของฝากองค์ประกอบด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน หมายถึง การทํางานร่วมกันหรือร่วมดําเนินการโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของรัฐ การสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น เพื่อการได้รับผลประโยชน์จากผลการดําเนินงานทุก ๆ ขั้นตอน
    • บทที่ 2. เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง- ประวัติและความเป็นมาของพื้นที่บริเวณเมืองโบราณบ้านดงละคร- ความหมายแนวคิดและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ- แนวความคิดและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม- กรอบแนวคิดในการวิจัย
    • บทที่ 3. รายงานผลการดําเนินกิจกรรมการศึกษาบริบทชุมชนดงละครและทรัพยากรการท่องเที่ยว- สภาพทั่วไป- เมืองโบราณบ้านดงละคร- ลักษณะทางด้านเศรษฐกิจ- ลักษณะทางด้านสังคมและวัฒนธรรม- ลักษณะทางด้านการศึกษา- ลักษณะทางด้านสาธารณสุข- ลักษณะความเชื่ออื่น ๆ- การจัดประชุมแบบมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์- ผลการจัดทํากระบวนการวิเคราะห์สภาพการณ์และสภาพแวดล้อม- ผลการศึกษาดูงานเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปดูเขา เพื่อพัฒนาเราในด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ- การให้ความรู้และอบรมยุวมัคุเทศก์- การประชุมเพื่อพิจารณาการใช้พื้นที่และการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองโบราณบ้านดงละคร- การแสดงความเห็นของกลุ่มผู้นําขององค์การบริหารส่วนตําบลดงละคร
    • บทที่ 4. วิเคราะห์ผลที่ได้จากการทํากิจกรรม- การสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในท้องถิ่น- การสํารวจทรัพยากรท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนบ้านดงละคร- การพิจารณาความพร้อมของพื้นที่เมืองโบราณบ้านดงละครในด้านองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
    • บทที่ 5. สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ- บทเรียนที่ได้จากการวิจัย- การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและข้อมูลใหม่- ความพร้อมขององค์การบริหารส่วนตําบลดงละครต่อการเป็นเจ้าภาพหลัก- ในการดําเนินการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองโบราณบ้านดงละคร- ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองโบราณบ้านดงละคร- ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการวิจัยครั้งต่อไป
    • การทดสอบความรู้ ครั้งที่ ๒ (๒๐ คะแนน)• คิดหัวข้อโครงการวิจัย ๑ เรื่อง• เขียนบทนําของโครงการ ความยาวไม่เกิน ๑ หน้ากระดาษ• ค้นงานวิจัยหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการของนักศึกษา ให้มากที่สุด• นํางานวิจัยหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่ค้นมาได้มาเขียนในรูปแบบของ LiteratureReview ความยาวไม่เกิน ๓ หน้ากระดาษ A4• จัดทํารายการเอกสารอ้างอิงส่งงาน วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ น.นําเสนองานค้นคว้า ในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไปโดยใช้เวลาคนละไม่เกิน ๑๐ นาที