• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
คุยกับวิทยากร
 

คุยกับวิทยากร

on

  • 24,339 views

คุยกับวิทยากร

คุยกับวิทยากร

Statistics

Views

Total Views
24,339
Views on SlideShare
1,159
Embed Views
23,180

Actions

Likes
0
Downloads
1
Comments
0

11 Embeds 23,180

http://krututor.wordpress.com 23074
http://webcache.googleusercontent.com 85
http://www.google.co.th 9
http://tw.pinggu.baidu.com 3
https://krututor.wordpress.com 3
http://webcache-exp-test.googleusercontent.com 1
http://krututor.wordpress.com&_=1317930068449 HTTP 1
http://krututor.wordpress.com&_=1317930815523 HTTP 1
http://krututor.wordpress.com&_=1335792953937 HTTP 1
http://krututor.wordpress.com&_=1335333800312 HTTP 1
http://translate.goo 1
More...

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    คุยกับวิทยากร คุยกับวิทยากร Document Transcript

    • คุยกับวิทยากร สวั ส ดี ค รั บ ท่ า นคุ ณ ครู ที่ เ คารพทุ ก ท่ า น หน้ า นี้ จ ะเป็ น การเปิ ด พู ด คุ ย เบื้ อ งต้ น เกี่ ย วกั บหลักสูตรการติวสอบครูผู้ช่วยของเรา แน่นอนว่าทุกคนมีความมุ่งหวังที่จะสอบได้ด้วยกันทุกคนอาจจะหวังมากหวังน้อยต่างกัน บางคนหวังติดที่ 1 2 หรือ ติดรอบแรก บางคนหวังเพียงขอแค่ได้สอบขึ้นบัญชี แต่คงไม่มีใครที่หวังว่าจะสอบตกแน่นอนใช่ไหมครับ ส่วนใครจะได้หรือไม่ได้นั้น มีหลักการง่ายๆที่ตอบได้ดีที่สุด ก็คือ ใครที่เตรียมตัวดีกว่าย่อมมีโอกาสมากกว่า เป็นที่ทราบกันอย่างคร่าวๆ ไม่เป็นทางการว่าจะมีการเปิดสอบครูผู้ช่วยช่วงวันที่ 26 – 27 เมษายนนี้ ซึ่งก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่เดือนกว่าๆ โดยประมาณ และการสอบครั้งนี้ก็มีความแตกต่างจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา(ช่วงปี 2550 – 2554) คือ ปีนี้ข้อสอบจะมาจากส่วนกลาง ใช้ข้อสอบฉบับเดียวกันสอบเหมือนกันทั่วประเทศ ไม่มีการสอบสัมภาษณ์ แตกต่างจากปีที่ผ่านมาซึ่งข้อสอบมาจากเขตพื้นที่ ทําให้เกิดความลักลั่นและความแตกต่างระหว่างเขตพื้นที่ เช่น บางเขตเอาข้อสอบมาจากหนังสือเล่มเดียวใครอ่านตรงสอบติดหมด บางเขตเอาครูมาช่วยกันนั่งออกข้อสอบวันเดียวก่อนสอบ ข้อสอบแต่ละข้อมีแต่เรื่องราวประเพณีท้องถิ่นที่คนทั่วไปไม่รู้จัก แบบมึนกันสุดๆ เรียกว่า ข้อสอบมาแบบขาดคุณภาพ ถ้าภาษาวัดผลเขาเรียกว่า “ขาดอํานาจจําแนก” คือ ไม่สามารถวัดคนเก่งคนอ่อนได้อยู่ที่บุญทํากรรมแต่งมา แต่ปีนี้เน้นย้ําว่า “ข้อสอบมาจากส่วนกลาง” มีแนวโน้มว่าจะให้อาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อสอบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับข้อสอบครูผู้ชวยรุ่นที่ 1 ปี 2548 เป็นข้อสอบ ่ที่ค่อนข้างวัดความคิดในเชิงวิชาการพอสมควร เพราะฉะนั้นปีนี้คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงเพียงอย่างเดียวแล้วครับ ต้องอยู่ที่การเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี ได้ไม่ได้อยู่ที่ปลายดินสอ 2B เท่านั้นครับ เมื่อพูดถึงการเตรียมพร้อม หลายท่านได้ไปติวกับสถาบันต่างๆ หลายท่านซื้อหนังสือมาอ่านล่วงหน้าหลายเดือน ซึ่งประเด็นนี้ผมเองเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะสถาบันติวทุกสถาบันล้วนแล้วแต่มุ่งหวังให้ผู้ติวสอบได้ด้วยกันทั้งหมด จึงพยายามแสวงหาแนวข้อสอบ หาวิธีการต่างๆมากมายมาช่วยเหลือผู้ติว แต่อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหนึ่งที่สําคัญที่ทําให้สอบได้ หรือ ไม่ได้ก็คือความแตกต่างของแต่ละบุคคล บางคนติวแล้วจําได้หมดเลย บางคนยิ่งติว ยิ่งอ่าน ผลปรากฏว่าผ่านไปไม่กี่วันลืมหมด เหมือนไม่เคยรู้อะไรมาก่อนเลย ท่านเคยเป็นแบบนี้หรือป่าวครับ (เคยละสิ) สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก คือ การเตรียมตัวติวล่วงหน้าหลายเดือนกับการซื้อหนังสือมาอ่าน มีข้อมูลหลายส่วนเปลี่ยนแปลงไป เช่น นโยบายรัฐบาล กฎหมาย รายชื่อบุคคลสําคัญต่างๆหรือหนังสือที่เขียนขึ้นเพียง 1 ปี ข้อมูลก็เปลี่ยนไปมากมายแล้วละครับ แล้วท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนเก่า อันไหนใหม่ อุตส่าห์ท่องจํามาเกือบตาย ใช่ไหมละ นอกจากนี้ปัญหาที่สําคัญที่สุด คือคนเราไม่สามารถจับประเด็น หรือ ใจความหลักของเรื่องแต่ละเรื่องที่อ่านได้ เพราะข้อมูลมันมีมากมายเหลือเกิน จนสมองรับไม่ไหว ผมจะอธิบายปรากฏการณ์นี้ให้ท่านเห็นเป็นแผนภาพ ของผู้เข้าสอบจํานวน 4 คน ดังนี้
    • ผู้สอบ การเตรียมตัว ผลการสอบ สาเหตุ อ่านหนังสือสอบเยอะ สอบได้มากกว่า เป็นคนขยัน หัวดี ตั้งใจ เรียนเก่ง คนที่ 1 เตรียมตัวนาน ร้อยละ 80 จับประเด็นเรื่องที่อ่านได้ดี ท่องจําข้อสอบประมาณ 1,000 ข้อ อ่านหนังสือน้อย สอบตกไม่ถึง ไม่ตั้งใจ ไม่เตรียมตัว คนที่ 2 ไม่ค่อยเตรียมตัว ร้อยละ 50 ตกแน่นอนชัวร์ จําข้อสอบได้ประมาณ 60 – 100 ข้อ อ่านหนังสือสอบเยอะ สอบตกไม่ถึง อ่านหนังสือมาก คนที่ 3 เตรียมตัวพอสมควร ร้อยละ 60 แต่มีเวลาน้อย จําเนื้อหา ท่องจําข้อสอบประมาณ 3,000 ข้อ ที่พยายามท่องไว้ไม่ได้เลย อ่านหนังสือบ้าง สอบได้ หัวดีปานกลาง มีความตั้งใจ คนที่ 4 เตรียมตัวบ้าง ร้อยละ 60-70 และเตรียมตัวจากเนื้อหา ท่องจําข้อสอบประมาณ 500 ข้อ ทีตรงกับข้อสอบพอดี ่ จากตัวอย่างคนสอบ 4 คน จะเห็นปรากฏการณ์ที่น่าคิดบางอย่าง คนเรามักเข้าใจว่าการที่เราอ่านหนั งสื อมากๆ ท่อ งอะไรมากๆ จะทํา ให้ ทํา ข้อ สอบได้ มาก แต่ แท้ ที่จ ริ ง ไม่ถู กทั้ งหมด เพราะสมองคนเราไม่ ส ามารถเก็ บ รวบรวมข้ อ มู ล ทุ ก อย่ า งได้ เข้ า ทํา นองได้ ห น้ า แล้ ว ลื มหลั ง และที่ สํ า คั ญ กว่ า นั้ น อย่ า ลื ม ว่ าข้อสอบจริง ไม่ ได้ออกสอบเป็น 1,000 ข้อ คนที่เ ข้าสอบมี โอกาสทําข้อสอบเพียง 200 – 300 ข้อเท่า นั้นทําไมเราต้องมานั่งอ่านหนังสือเป็น 10 เล่ม หนังสือติวบางเล่ม เล่นให้จําวันที่และมาตรากฎหมายทุกฉบับท่องข้อสอบเป็นพันเป็นหมื่นข้อทําเอาท้อใจไปเลย ท่านแน่ใจหรือป่าวว่าสิ่งที่ท่านอ่านมานั้นจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องทันสมัย แน่ใจหรือป่าวว่าไม่จําสับสน หรือ ไม่จําสลับกัน เช่น วันที่ เดือน พ.ศ.จํานวนคณะกรรม เป็นต้น ทําไมเราไม่อ่านหนังสือ หรือ เตรียมตัวสอบแบบเจาะตรงประเด็นไปเลย สมองจะได้ไม่ต้องทํางานมาก ที่สําคัญที่สุดข้อสอบที่ออกสอบบรรจุเข้ารับราชการนั้น แต่ละเรื่องจะมีหลักการสําคัญอยู่เพียงไม่กี่อย่าง เช่น กฎหมาย 10 ฉบับ ออกสอบประมาณ 30 - 50 ข้อ เฉลี่ยฉบับละ 3- 5 ข้อ วิชาการศึกษามี 10 เรื่องแต่ละเรื่องออกเพียง 3 – 4 ข้อเช่นเดียวกัน จะอ่านอะไรกันมากมาย ถ้าอ่านได้มากจําได้มากรู้มากก็ยิ่งดีไม่มีใครว่าอะไร แต่ถ้าขี้เกียจอ่าน หรือ หัวสมองจําไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ที่นี่เราพยายามสร้างหลักสูตรที่ชื่อว่า“สรุปความรู้สู่สนามสอบ” หมายถึง การสกัดองค์ความรู้ของเรื่องแต่ละเรื่องหรือเนื้อหาแต่ละด้านที่เป็นหัวใจสําคัญของเรื่องนั้นๆ ที่คาดว่าจะออกสอบแน่นอน ใช้เวลา 1 วันเต็ม ในวิชาความรอบรู้ กฎหมาย การศึกษาและความเป็นครู โดยมีเอกสารสรุปแบบตรงประเด็นให้ฟรีๆ และมีเอกสารเสริมอีกเพียบสําหรับคนที่อยากอ่านมาก หรือ ประเภทอ่านเอาโล่รางวัล หลักสูตรนีจึงเหมาะกับคนทุกประเภท ้ 1.คนที่เตรียมตัวมาดี ความรู้ดี เป็นการทบทวนความรู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจก่อนลงสู่สนามสอบ 2.คนทีอ่านมามากมายแต่จําอะไรไม่ได้ ก็จะเป็นการสรุปประเด็นสําคัญในภาพรวมให้ท่านเข้าใจ ่ 3.คนที่ไม่เตรียมตัวอะไรมาเลย อย่างน้อยก็มีความรู้พกติดตัวเข้าห้องสอบ ไม่ต่ํากว่า 60% บวกดวงกับความเฮงอีกนิดหน่อย ก็เพียงพอที่จะมีรายชื่อติดบัญชีเข้ารับราชการได้ ไม่ว่าท่านจะติวสถาบันไหนล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์กับตัวท่านด้วยกันทั้งนั้น เพราะสถาบันต่างๆก็มุ่งหวังที่จะให้ทุกคนสอบได้เหมือนกันและจะติวหลักการสําคัญของข้อสอบที่คล้ายๆกัน เวทีนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คนในอําเภอรอบนอกและในพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปติวกับสถาบันอื่นๆ ได้มีโอกาสกับเขาบ้าง หากท่านคิดว่าเงิน 1,000 บาท (อําเภอพาน 800 บาท, อําเภอเมือง 1,000 บาท) ไม่คุ้มค่ากับองค์ความรู้ที่จะพกเข้าสู่สนามสอบเพื่อแลกกับการเป็นข้าราชการครูตลอดชีวิต จงหยุดคิดและดําเนินชีวิตของท่านต่อไป ............ ด้วยความปรารถนาดี จริงใจ และรอชื่นชมกับความสําเร็จของทุกท่านครับ.......