0
จิตวิทยาการเรียนรู้   โดย นางสาวพนิดา ธงชัยธนากุล  521121039 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์
ความหมายของการเรียนรู้ <ul><li>การมีปฏิสนธิอยู่ในครรภ์มารดาเรื่อยไป จนกระทั่งคลอดมาเป็นทารกแล้วอยู่รอด ซึ่งบุคคลก็ต้องปรับ...
<ul><li>  การเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมในการแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง </li></...
จุดมุ่งหมายของการเรียน   <ul><li>พฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดม่งหมายของนักศึกษาซึ่งกำหนดโดยบลูม และคณะ (Bloom and Others )  ม...
<ul><li>2) . ด้านจิตพิสัย (affective  domain)  หมายถึงพฤติกรรมเกี่ยวกับการแสดงออกของสภาพจิตใจด้านอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งเ...
<ul><li>3)  ด้านทักษะพิสัย  (psychomotor domain)  หมายถึงทักษะทางกาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมเกี่ยวกับความสามารถในการบังคับระบบกล้...
ธรรมชาติของการเรียนรู้   <ul><li>ธรรมชาติของการเรียนรู้โดยทั่วไปนักจิตวิทยาเชื่อว่ามนุษย์จะมีการเรียนรู้ได้ก็ ต่อเมื่อมนุษ...
<ul><li>1.        การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมค่อนข้างถาวร </li></ul><ul><li>2.        การเรียนรู้ย่อมมีการแก้ไข ป...
องค์ประกอบของการเรียนรู้   <ul><li>1.        สิ่งเร้า  ( Stimulus )   เป็นตัวการที่ทำให้บุคคลมีปฏิกิริยาโต้ตอบออกมาและเป็น...
<ul><li>3.        การตอบสนอง  ( Response )   เป็นพฤติกรรมต่างๆ ที่บุคคลแสดงออกมาเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆ เช่น...
กระบวนการของการเรียนรู้ <ul><li>                 กระบวนการของการเรียนรู้มีขั้นตอนดังนี้คือ </li></ul><ul><li>1.        มีส...
 
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

จิตวิทยาการเรียนรู้

467

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
467
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "จิตวิทยาการเรียนรู้"

  1. 1. จิตวิทยาการเรียนรู้ โดย นางสาวพนิดา ธงชัยธนากุล 521121039 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์
  2. 2. ความหมายของการเรียนรู้ <ul><li>การมีปฏิสนธิอยู่ในครรภ์มารดาเรื่อยไป จนกระทั่งคลอดมาเป็นทารกแล้วอยู่รอด ซึ่งบุคคลก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ตนเองอยู่รอดกับสิ่งแวดล้อมทั้งภายในครรภ์มารดาและเมื่อออกมาอยู่ภายนอกเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่รอดทั้งนี้ก็เพราะการเรียนรู้ทั้งสิ้น </li></ul><ul><li>การเรียนรู้ มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าการสั่งสอน หรือการบอกเล่าให้เข้าใจและจำได้เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของการทำตามแบบ ไม่ได้มีความหมายต่อการเรียนในวิชาต่างๆเท่านั้น แต่ความหมายคลุมไปถึง การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมอันเป็นผลจากการสังเกตพิจารณา ไตร่ตรอง แก้ปัญหาทั้งปวงและไม่ชี้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปในทางที่สังคมยอมรับเท่านั้น การเรียนรู้เป็นการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้เป็นความเจริญงอกงาม       เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เป็นการเรียนรู้ต้องเนื่องมาจากประสบการณ์ หรือการฝึกหัด และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นควรจะต้องมีความคงทนถาวรเหมาะแก่เหตุเมื่อพฤติกรรมดั้งเดิมเปลี่ยนไปสู่พฤติกรรมที่มุ่งหวัง ก็แสดงว่าเกิดการเรียนรู้แล้ว </li></ul>
  3. 3. <ul><li> การเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมในการแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง </li></ul><ul><li>                การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันมีผลมาจากการได้มีประสบการณ์ </li></ul><ul><li>                การเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการที่ทำให้เกิดกิจกรรม   หรือ   กระบวนการที่ทำให้กิจกรรมเปลี่ยนแปลงไปโดยเป็นผลตอบสนองจากสภาพการณ์หนึ่งซึ่งไม่ใช่ปฏิกิริยาธรรมชาติไม่ใช่วุฒิภาวะและไม่ใช่สภาพการเปลี่ยนแปลงของร่างกายชั่วครั้งชั่วคราวที่เนื่องมาจากความเหนื่อยล้าหรือฤทธิ์ยา </li></ul><ul><li>                การเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการที่เนื่องมาจากประสบการณ์ตรงและประสบการณ์อ้อมกระทำให้อินทรีย์เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมค่อนข้างถาวร </li></ul><ul><li>                การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงค่อนข้างถาวรในพฤติกรรม   ซึ่งเป็นผลของการฝึกหัด </li></ul><ul><li>                จากความหมายของการเรียนรู้ข้างต้นอาจสรุปได้ว่า   การเรียนรู้  หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเป็นผลจากการที่บุคคลทำกิจกรรมใดๆ ทำให้เกิดประสบการณ์และเกิดทักษะต่างๆ ขึ้นยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมค่อนข้างถาวร </li></ul>
  4. 4. จุดมุ่งหมายของการเรียน <ul><li>พฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดม่งหมายของนักศึกษาซึ่งกำหนดโดยบลูม และคณะ (Bloom and Others ) มุ่งพัฒนาผู้เรียนใน 3 ด้านดังนี้ </li></ul><ul><li>1. พุทธิพิสัย (Cognitive Domain) เป็นการกระทำ ที่เกี่ยวกับ กระบวนการทางสมอง เช่น สติปัญญา (Intellectual) การเรียนรู้ (Learning ) และ การแก้ปัญหา ( Problem solving ) ได้แบ่งระดับพุทธิพิสัยไว้ 6 ระดับ โดยเรียงจากระดับต่ำสุด ถึง ระดับสูงสุด ดังนี้ </li></ul><ul><li>1. ความรู้ - ความจำ (Knowledge) </li></ul><ul><li>2. ความเข้าใจ (Comprehension) </li></ul><ul><li>3. การนำไปใช้ (Application) </li></ul><ul><li>4. การวิเคราะห์ (Analysis) </li></ul><ul><li>5. การสังเคราะห์ (Synthesis) </li></ul><ul><li>6. การประเมินค่า (Evaluation) </li></ul>
  5. 5. <ul><li>2) . ด้านจิตพิสัย (affective  domain) หมายถึงพฤติกรรมเกี่ยวกับการแสดงออกของสภาพจิตใจด้านอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งเกี่ยวข้องกับค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความสนใจและความซาบซึ้ง เป้าหมายด้านจิตพิสัยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ </li></ul><ul><li>การรับรู้ (receiving attention) </li></ul><ul><li>การตอบสนอง (responding) </li></ul><ul><li>การสร้างคุณค่า (valuing) </li></ul><ul><li>การจัดระบบคุณค่า (organization) </li></ul><ul><li>การสร้าลักษณะนิสัย ( characterization by </li></ul>
  6. 6. <ul><li>3) ด้านทักษะพิสัย (psychomotor domain) หมายถึงทักษะทางกาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมเกี่ยวกับความสามารถในการบังคับระบบกล้ามเนื้อ  ระบบประสาท และสมองให้สัมพันธ์กันจนกระทั่งเกิดเป็นการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายในการปฏิบัติงานต่างๆมีการจำแนกพฤติกรรมทางทักษะพิสัยออกเป็น 7 ระดับ คือ </li></ul><ul><li>1. ด้านการรับรู้ (perception) </li></ul><ul><li>2. การเตรียม  (set) </li></ul><ul><li>3. การตอบสนองการชี้แนะ (guided response) </li></ul><ul><li>4. การสร้างกลไก (mechanism) </li></ul><ul><li>5. การตอบสนองที่ซับซ้อน (complex overt response ) </li></ul><ul><li>6. การดัดแปลงให้เหมาะสม (adaptation) </li></ul><ul><li>7. การริเริ่มใหม่ ( organization) </li></ul>
  7. 7. ธรรมชาติของการเรียนรู้ <ul><li>ธรรมชาติของการเรียนรู้โดยทั่วไปนักจิตวิทยาเชื่อว่ามนุษย์จะมีการเรียนรู้ได้ก็ ต่อเมื่อมนุษย์ได้ทำกิจกรรมใดๆ แล้วเกิดประสบการณ์ ประสบการณ์ที่สะสมมามากๆ และหลายๆ ครั้งทำให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ขึ้นและเกิดการพัฒนาสิ่งที่เรียนรู้จนเกิดเป็นทักษะ  และเกิดเป็นความชำนาญ ดังนั้นการเรียนรู้ของมนุษย์ก็จะอยู่กับตัวของมนุษย์เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร      ดังนั้นหัวข้อที่น่าศึกษาต่อไปคือธรรมชาติของการเรียนรู้ของมนุษย์มีอะไรบ้าง ในที่นี้ขออธิบายเป็นข้อๆ คือ </li></ul>
  8. 8. <ul><li>1.       การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมค่อนข้างถาวร </li></ul><ul><li>2.       การเรียนรู้ย่อมมีการแก้ไข ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ จะต้องเนื่องมาจากประสบการณ์  </li></ul><ul><li>3.       การเปลี่ยนแปลงชั่วครั้งชั่วคราวไม่นับว่าเป็นการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>4.       การเรียนรู้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรม </li></ul><ul><li>5.       การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และกระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นตลอดเวลาที่บุคคลมีชีวิตอยู่ โดยอาศัยประสบการณ์ในชีวิต </li></ul><ul><li>6.       การเรียนรู้ไม่ใช่วุฒิภาวะแต่อาศัยวุฒิภาวะ วุฒิภาวะคือระดับความเจริญเติบโตสูงสุดของพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาของบุคคลในแต่ละช่วงวัยที่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่การเรียนรู้ไม่ใช่วุฒิภาวะแต่ต้องอาศัยวุฒิภาวะประกอบกัน </li></ul><ul><li>7.       การเรียนรู้เกิดได้ง่ายถ้าสิ่งที่เรียนเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อผู้เรียน </li></ul><ul><li>8.       การเรียนรู้ของแต่ละคนแตกต่างกัน </li></ul><ul><li>9.       การเรียนรู้ย่อมเป็นผลให้เกิดการสร้างแบบแผนของพฤติกรรมใหม่ </li></ul><ul><li>10.   การเรียนรู้อาจจะเกิดขึ้นโดยการตั้งใจหรือเกิดโดยบังเอิญก็ได้ </li></ul>
  9. 9. องค์ประกอบของการเรียนรู้ <ul><li>1.       สิ่งเร้า  ( Stimulus )   เป็นตัวการที่ทำให้บุคคลมีปฏิกิริยาโต้ตอบออกมาและเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมว่าจะแสดงออกมาในลักษณะใด สิ่งเร้าอาจเป็นเหตุการณ์หรือวัตถุและอาจเกิดภายในหรือภายนอกร่างกายก็ได้   เช่น เสียงนาฬิกาปลุกให้เราตื่น กำหนดวันสอบเร้าให้เราเตรียมสอบ </li></ul><ul><li>2.       แรงขับ  ( Drive )   มี 2 ประเภทคือแรงขับปฐมภูมิ  ( Primary Drive )  เช่น ความหิว ความกระหาย การต้องการพักผ่อน เป็นต้น และแรงขับทุติยภูมิ ( Secondary Drive )  เป็นเรื่องของความต้องการทางจิตและทางสังคม เช่น ความวิตกกังวล ความต้องการความรัก ความปลอดภัย เป็นต้น แรงขับทั้งสองประเภทเป็นผลให้เกิดปฏิกิริยาอันจะนำไปสู่การเรียนรู้ </li></ul>
  10. 10. <ul><li>3.       การตอบสนอง ( Response )   เป็นพฤติกรรมต่างๆ ที่บุคคลแสดงออกมาเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานการณ์ อาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งแวดล้อมที่รอบตัวเรานั่นเอง </li></ul><ul><li>4.       แรงเสริม ( Reinforcement )   สิ่งที่มาเพิ่มกำลังให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง เช่น รางวัล การตำหนิ  การลงโทษ การชมเชย เงิน ของขวัญ  เป็นต้น </li></ul>
  11. 11. กระบวนการของการเรียนรู้ <ul><li>                กระบวนการของการเรียนรู้มีขั้นตอนดังนี้คือ </li></ul><ul><li>1.       มีสิ่งเร้า ( Stimulus )  มาเร้าอินทรีย์  ( Organism )  </li></ul><ul><li>2.       อินทรีย์เกิดการรับสัมผัส  ( Sensation )  ประสาทสัมผัสทั้งห้า ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย </li></ul><ul><li>3.       ประสาทสัมผัสส่งกระแสสัมผัสไปยังระบบประสาทเกิดการรับรู้ ( Perception )  </li></ul><ul><li>4.       สมองแปลผลออกมาว่าสิ่งที่สัมผัสคืออะไรเรียกว่าความคิดรวบยอด ( Conception )  </li></ul><ul><li>5.       พฤติกรรมได้รับคำแปลผลทำให้เกิดความคิดรวบยอดก็จะเกิดการเรียนรู้  ( Learning ) </li></ul><ul><li>6.       เมื่อเกิดกระบวนการเรียนรู้บุคคลก็จะเกิดการตอบสนอง ( Response ) พฤติกรรมนั้นๆ  </li></ul>
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×