• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
กลไกการรักษาดุลยภาพ 54
 

กลไกการรักษาดุลยภาพ 54

on

  • 13,408 views

 

Statistics

Views

Total Views
13,408
Views on SlideShare
13,408
Embed Views
0

Actions

Likes
2
Downloads
113
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    กลไกการรักษาดุลยภาพ 54 กลไกการรักษาดุลยภาพ 54 Presentation Transcript

    •  
    •  
      • โฮมีโอสเตซิส หรือการรักษาสมดุลของร่างกาย มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก Homeo = like; Stasis = constant
      • เป็นการรักษาสภาพแวดล้อมภายในร่างกายให้ค่อนข้างคงที่ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนแปลงไปมาก                             
        • - สังเคราะห์แสง - ส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย ในร่างกายคือ
      • ในร่างกายของคนเรามีน้ำปริมาณกี่ % - น้ำเข้าสู่ร่างกายทางใดบ้าง - น้ำที่ออกจากร่างกายออกมากับอะไรบ้าง - ของเหลวที่ร่างกายขับออกมามีองค์ประกอบของอะไรบ้าง - อวัยวะที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ ในร่างกายคือ
    • Antidiuretic Hormone (ADH) หรือ วาโซเพรสซิน : ท่อหน่วยไต
        • - เหตุการณ์ใดบ้างที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
        • แผนภาพ กลไกการรักษาสมดุลของน้ำเมื่อปริมาณน้ำในเลือดน้อย
        • แผนภาพ กลไกการรักษาสมดุลของน้ำเมื่อปริมาณน้ำในเลือดมาก
      • ในการรักษาสมดุลของน้ำมีอวัยวะใดบ้างที่เกี่ยวข้อง อย่างไร - ถ้าสมองหลั่งฮอร์โมนออกมาในปริมาณน้อยจะมีผลต่อร่างกายอย่างไร - ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผลต่อร่างกายอย่างไร
    •  
    •  
    • ไปกรวยไต เนื้อไต แบ่งเป็น 2 ชั้น คือ เนื้อไตชั้นนอก คอร์เทกซ์ ( cortex ) เนื้อไตชั้นใน เมดัลลา ( medulla ) ภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไต ( nephron ) จำนวนมากมาย ไตแต่ละข้าง มีหน่วยไตประมาณ 1 ล้านหน่วย โครงสร้างของไต เมดัลลา เปลือกไต คอร์เทกซ์ ท่อไต หน่วยไต ท่อรวม
        • แผนภาพ การรักษาสมดุลของน้ำ
    • การดูดสารกลับที่ท่อของหน่วยไต สรุปได้ดังนี้ 1. การดูดน้ำกลับ จะดูดกลับที่ท่อขดส่วนต้น 80 % ที่เหลือจะถูก ดูดกลับที่ส่วนอื่น การดูดกลับเกิดจากการควบคุมของฮอร์โมน วาโซเปรสซิน หรือ ADH 2. การดูดซึมกลูโคส และวิตามินซี ถ้าปริมาณปกติจะถูกดูดซึมกลับทั้งหมดที่ท่อขดส่วนต้น 3. โซเดียมคลอไรด์ กรดอะมิโน วิตามิน บางชนิด และเกลือซัลเฟต จะถูกดูดกลับที่ท่อขดส่วนต้น 4. สารที่มีการดูดกลับน้อยมาก ได้แก่ ยูเรีย ฟอสเฟต ซัลเฟต การดูดสารกลับที่ท่อของหน่วยไต
    • น้ำ โปรตีน ยูเรีย กรดยูริก แอมโมเนีย กลูโคส โซเดียม คลอไรด์ กรดอะมิโน 9 0 8 0.0 3 0.00 4 0.0001 0.1 0.31 – 0.33 0.35 – 0.40 0.05 90 0.03 0 0.0001 0.00 4 0.37 0.05 0.32 0.1 0.6 0 0.6 0 0.05 0.05 1.8 0 95 ตารางเปรียบเทียบสารในของเหลวที่กรองได้ กับน้ำปัสสาวะ สาร พลาสมา g/100 cm 3 ของเหลวที่กรองผ่าน โกลเมอรูลัส ที่หน่วยไต g/100 cm 3 น้ำปัสสาวะ g/100 cm 3
    • จากตารางพบว่า สารกรองผ่านโกลเมอรูลัส ซึ่งเป็นสารที่มาจากกระบวนการ เมแทบอลิซึมสามารถ แยกเป็นกลุ่ม ดังนี้ 1. สารที่เป็นของเสีย ได้แก่ ยูเรีย ยูริก ต้องกำจัดออกจากร่างกาย จึงพบในน้ำปัสสาวะมาก 2. สารที่ไม่ใช่ของเสีย แต่มีมากเกินไปต้องกำจัดออก ส่วนหนึ่งเก็บไว้และบางส่วนกำจัดออก เช่น น้ำและแร่ธาตุ 3. สารที่มีประโยชน์ แต่ถูกกรองผ่านโกลเมอรูลัส เช่น กลูโคส กรดอะมิโน โปรตีน จะไม่พบสารเหล่านี้ในปัสสาวะเพราะมีการดูดกลับหมด 4. สารที่ไม่สามารถกรองผ่านโกลเมอรูลัส คือ เซลล์เม็ดเลือดแดง การดูดสารกลับที่ท่อของหน่วยไต
      • นักเรียนร่วมกันสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ - ชื่อโรค - อาการ - สาเหตุ - วิธีการรักษาและป้องกัน
    •  
    • 1.) แสงสว่าง ถ้ามีความเข้มข้นแสงมาก ปากใบจะเปิดได้กว้าง พืชจะคายน้ำได้มาก 2.) อุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิในบรรยากาศสูง พืชจะคายน้ำได้มากและรวดเร็ว 3.) ความชื้นในบรรยากาศ ถ้าบรรยากาศมีความชื้นสูงจะคายน้ำได้น้อย 4.) ลม ลมพัดแรงมากพืชจะปิดหรือแคบหรี่ลง ทำให้การคายน้ำลดลง 5.) ปริมาณน้ำในดิน ถ้าสภาพดินขาดน้ำ หรือปริมาณน้ำในดินน้อย พืชไม่สามารถนำไปใช้ได้เพียงพอ ปากใบของพืชจะปิด หรือแคบหรี่ลง มีผลทำให้การคายน้ำลดลง 6.) โครงสร้างของใบ ตำแหน่ง จำนวน และการกระจายของปากใบ รวมถึงความหนาของคิวติเคิล ( สารเคลือบผิวใบ )
    •  
    • 1 . ร่างกายต้องการในปริมาณมาก ไม่ตํ่ากว่า 100 มิลลิกรัมต่อวัน ได้แก่ โซเดียม ( Na ) โพแทสเซียม ( K ) คลอรีน ( Cl ) แคลเซียม ( Ca ) ฟอสฟอรัส ( P ) และ แมกนีเซียม ( Mg ) 2. ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย ได้แก่ เหล็ก ( Fe ) ไอโอดีน ( I ) ฟลูออรีน ( F ) กำมะถัน ( S ) ทองแดง ( Cu ) และ สังกะสี ( Zn )
    • ชื่อแร่ธาตุ ความสำคัญของแร่ธาตุ โซเดียม ( Na ) รักษาสมดุลของความเป็นกรด - เบสของร่างกาย และทำหน้าที่ถ่ายทอดกระแสประสาท โพแทสเซียม ( K) รักษาสมดุลของแรงดันออสโมซิสภายในเซลล์ และทำหน้าที่ถ่ายทอดกระแสประสาท คลอรีน ( CI ) รักษาสมดุลของความเป็นกรด - เบสของร่างกาย และ เป็น ส่วนประกอบของกรดเกลือ ( HCl ) ในกระเพาะอาหาร แคลเซียม ( Ca ) เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ฟอสฟอรัส ( P) เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน แมกนีเซียม ( Mg) เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ช่วยในการทำงานของประสาทและกล้ามเนื้อ
    • ชื่อแร่ธาตุ ความสำคัญของแร่ธาตุ เหล็ก ( Fe ) เป็นส่วนประกอบของเฮโมโกลบิน ไอโอดีน ( I ) ป้องกันโรคคอพอก ฟลูออรีน ( F ) ทำให้ฟันแข็งแรง กำมะถัน ( S ) เป็นส่วนประกอบของโปรตีน ทองแดง ( Cu ) ช่วยในการสร้างเฮโมโกลบิน สังกะสี ( Zn ) มีความสำคัญต่อกระบวนการเมแทบอลิซึม ( Metabolism ) ของโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต
    • คนมีแร่ธาตุมากเกินไป ร่างกายกำจัดแร่ธาตุออกจากร่างกายทางไต ในรูปแบบของน้ำปัสสาวะทางผิวหนัง ในรูปของเหงื่อ ทางทวารหนักในรูปของอุจจาระ คนขาดแร่ธาตุ ท่อหน่วยไตตอนต้นจะดูดแร่ธาตุกลับสู่กระแสเลือด
      • Contractile Vacuole [ contract = บีบตัว ] พบในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารามีเซียม เนื่องจากความเข้มข้นของสารละลาย ภายในเซลล์สูงกว่าสิ่งแวดล้อม ดังนั้น น้ำ จึงแพร่เข้าสู่เซลล์ตลอดเวลา
      พารามีเซียม
      • ปลานํ้าจืด เช่น ปลาช่อน ปลานิล มีการรักษาสมดุลของน้ำ และแร่ธาตุดังนี้
      • 1. มีผิวหนังและเกล็ด ป้องกันไม่ให้น้ำแพร่เข้าสู่ร่างกาย
      • 2. มีกลุ่มเซลล์พิเศษ ทำหน้าที่ดูดแร่ธาตุจากน้ำเข้าสู่ตัวปลา ป้องกันการสูญเสียแร่ธาตุทางเหงือก
      • 3. ไต ขับน้ำออกและดูดแร่ธาตุกลับ ทำให้ปัสสาวะเจือจางและมีปริมาณมาก
      ไตขับปัสสาวะเจือจาง และมีปริมาณมาก ผิวหนังและเกล็ด ไม่ยอมให้น้ำแพร่ผ่าน น้ำแพร่ผ่านเหงือก
      • ปลานํ้าเค็ม ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลากะพง ปลาอินทรี มีการรักษาสมดุลดังนี้ 1. มีผิวหนังและเกล็ด ไม่ยอมให้แร่ธาตุแพร่ผ่าน 2. กินอาหารพร้อมกับกินน้ำ ทะเลเข้าไปด้วย 3. กำจัดเกลือทางเหงือกโดยวิธีแอกทีฟทรานสปอร์ต ( active transport ) 4. ไตขับแร่ธาตุปริมาณมาก ขับน้ำ ปริมาณน้อย
      น้ำแพร่ผ่านเหงือก ไตขับปัสสาวะปริมาณน้อยและเข้มข้น ผิวหนังและเกล็ด ไม่ยอมให้น้ำแพร่ผ่าน
      • ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน มีวิธีรักษาสมดุล ดังนี้
      • 1. เก็บสะสมยูเรียไว้ในกระแสเลือด
      • 2. มีอวัยวะพิเศษ เรียก ต่อมเรกตัล ( Rectal gland ) ซึ่งอยู่ที่ทางเดินอาหารส่วนลำไส้ตรง ( Rectum ) ทำหน้าที่ขับเกลือที่มากเกินพอ
    • สำหรับสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณทะเล เช่น นกทะเล เต่าทะเล จะกินอาหารจากทะเลทำให้ได้รับเกลือแร่ในร่างกายเกินความจำเป็นจึงมีต่อมนาซัล (Nasal Gland) ขับเกลือออกในรูปน้ำเกลือเข้มข้น
    • ความเป็นกรด - เบส ( pH ) ปกติ 7.0-7.8 ในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปริมาณของไฮโดรเจนอิออน ( H + ) ถ้ามี H + มากสภาพความเป็นกรดสูง ถ้ามี H + น้อยสภาพความเป็นกรดจะน้อย ความสำคัญของสภาพกรด - เบสในร่างกาย 1. มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ ( enzyme ) 2. มีผลต่อปฏิกิริยาเคมีการสลายสาร ( catabolism ) และการสังเคราะห์สาร ( anabolism ) 3. มีผลต่อการทำงานของเลือดในร่างกาย
    •  
    •  
    • 1. สัตว์เลือดอุ่น ( Homeothermic animal ) หมายถึง สัตว์ที่อุณหภูมิของร่างกายคงที่ถึงแม้อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ตัวอย่างได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และ สัตว์ปีก 2. สัตว์เลือดเย็น ( Poikiothermic animal ) หมายถึง สัตว์ที่มีอุณหภูมิของร่างกายเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม แต่อยู่ในช่วงจำกัด ได้แก่ ปลา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลาน
    •  
    • สัตว์เลือดอุ่นต่าง ๆ มีการรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ มีพฤติกรรมดังนี้ 1. เลียอุ้งเท้า เพื่อระบายความร้อน เช่น แมว กระต่าย จิงโจ้ 2. การหอบ เช่น สุนัข 3. การขุดรู ขุดโพรงไม้ แช่ในปลัก 4. เลือกเวลาออกหากิน 5. หาเครื่องป้องกันการสูญเสียความร้อนของร่างกาย 6. การจำศีล การหนีหนาว ( hibernation ) การหนีร้อน ( estivation )
    •