ลำต้น54

1,774 views
1,652 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,774
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
47
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ลำต้น54

  1. 1. โครงสรางและหนาที่ของลําตน ลําตน ( stem ) คือ สวนของพืชที่สวนใหญแลวเจริญขึ้นมาเหนือดินในทิศทางที่ตานกับแรงโนมถวงของโลก (negativegeotropism) อันเปนทิศทางที่ตรงกันขามกับราก และมีลักษณะที่แตกตางจากราก คือ มีขอ ปลอง ตา ซึ่งเปนที่เกิดของกิ่ง ใบ ดอกและผล
  2. 2. ลําตน (Stem) ลําตนจะแตกตางจาก รากตรงที่ มี - node - Internode - Apical bud
  3. 3. เนือเยื่อบริเวณปลายยอด ประกอบดวยสวนตางๆ ดังนี้ ้1. เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด (apical meristem) เปนบริเวณปลายสุดของลําตน เซลลบริเวณนี้จะแบงตัวอยูตลอดเวลา2. ใบเริ่มเกิด (leaf primordium) อยูตรงดานขางของปลายยอด3. ใบออน (young leaf) ยังไมเติบโตเต็มที่ เซลลของใบยังมีการแบงเซลล4. ลําตนออน (young stem) อยูถัดจากใบเริ่มเกิดลงมาเปนลําตน ที่ยังเจริญไมเต็มที่
  4. 4. รูป เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด
  5. 5. โครงสรางภาคตัดขวางของลําตนมี 3 ชั้น คลายกันกับราก คือ1. ชั้นเอพิเดอรมิส (Epidermis)2. ชั้นคอรเท็กซ (Cortex)3. ชั้นสตีล (Stele) ประกอบดวย - มัดทอลําเลียง (Vascular bundle) ไดแก ไซเล็ม(Xylem) โฟลเอ็ม (Phloem) - พิธ (Pith)
  6. 6. ก. ภาพถายลําตนพืชใบเลี้ยงคู (ถั่วเขียว) ข. ภาพวาดลําตนพืชใบเลี้ยงคู (ถั่วเขียว)ค. ภาพถายลําตนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (ขาวโพด) ง. ภาพวาดลําตนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (ขาวโพด)
  7. 7. โครงสรางภายในของลําตนพืชใบเลี้ยงคู1. Epidermis อยูดานนอกสุดปกติมีอยูเพียงแถวเดียวไมมีคลอโรฟลล   เปลี่ยนแปลงเปน Guard cell มีสารพวกคิวติน2. Cortex ชั้นคอรเทกซ ของลําตนแคบกวาของราก เซลลในชั้นคอรเทกซ สวนใหญเปนเซลลพาเรงคิมา3. Stele แคบมากและแบงแยกจากชั้น Cortex ไมชัดเจน แบงเปน 3.1 Vascular bunder ประกอบดวยเนือเยือไซเลมอยูดานในและโฟลเอ็ม ้ ่  อยูดานนอก 3.2 Pith เปนเนือเยือชั้นในสุดของลําตน เนือเยือสวนนี้คอ พาเรงคิมา ้ ่ ้ ่ ื ทําหนาที่สะสมอาหารพวกแปงหรือสารอื่น ๆ เชน ลิกนิน ผลึกแทนนิน (Tannin) Pithที่อยูในแนวรัศมี เรียกวา Pith ray ทําหนาที่สะสมอาหาร ลําเลียงน้ํา อาหาร เกลือแร ทางดานขางของลําตน
  8. 8. โครงสรางภายในของลําตนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว• ลําตนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวสวนใหญมีการเจริญเติบโตขั้นตน (Primary growth)เทานั้น• มีชั้น เอพิเดอรมิส คอรเทกซ และ สตีล ตางกันทีมัดทอลําเลียงรวมกัน ่ เปนกลุม ๆ• ประกอบดวยเซลลคอนขางกลมขนาดใหญ 2 เซลล ไดแก ไซเลม และ มีเซลลเล็ก ๆ ดานบนคือ โฟลเอ็ม• สวนที่เปนพิธอาจสลายไปกลายเปนชองกลวง เรียกวา PITH CAVITY เชน ในลําตนของไผ หญา เปนตน• ในพืชพวกหมากผูหมากเมีย และจันทรผา จะมีมัดทอลําเลียงคลายพืช ใบเลี้ยงคูและมีแคมเบียมดวยทําใหเจริญเติบโตทางดานขางไดและยัง สามารถสรางคอรกขึ้นไดเมือมีอายุมากขึ้น ่
  9. 9. หมากผูหมากเมีย จันทรผา
  10. 10. 1. 2. 1. ลําตนใบพืชเลี้ยงเดี่ยว 2. ลําตนพืชใบเลี้ยงคู
  11. 11. ลําตนของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Monocotyledon) ลําตนพืชใบเลี้ยงคู(Dicotyledon)มีVascular bundle เรียงตัวกันเปน Vascular bundleเรียงตัวกันเปนกลุมๆ กระจัดกระจายทั่วไป และไมมี ระเบียบรอบๆลําตน โดยมี Phloem Cambium กันระหวาง ้ อยูดานนอกXylem อยูดานใน ใน XylemและPhloem แนวรัศมีเดียวกันและมีCambium กั้น ระหวาง XylemและPhloem จึงเกิด วงป
  12. 12. การจัดแบงลําตนตามเนื้อไมและความสูงไมยืนตน (tree) ลําตนมีเนื้อไมแข็ง สูงเกิน 10 ฟุต หรือ 3 เมตร มีลําตนหลัก(main trunk) เชน สัก มะหาด ขนุนไมพม (shrub) ลําตนมีเนื้อไมแข็ง ขนาดเล็ก สูงระหวาง 4-10 ฟุต หรือ 1.2-3.0 ุเมตร แตกกิ่งกานสาขาที่บริเวณโคนตนใกลพื้นดิน เชน ยี่โถไมลมลุก (herb) ลําตนเปนไมเนื้อออน สูงไมเกิน 4 ฟุต หรือ 1.2 เมตร เชน ขิง ไมเลื้อย (climber) ลําตนอาจเปนไมเนื้อออนหรือมีเนื้อไม เลื้อยพันไปตามตนไมหรือ วัตถุอื่น เชน อัญชัน สายน้ําผึ้ง
  13. 13. หนาที่และชนิดของลําตนหนาที่• เปนแกนสําหรับพยุง (Support) กิ่งกาน ใบ และดอกใหไดรับ แสงแดดมากที่สุด• เปนตัวกลางในการลําเลียง (Transport) น้ํา แรธาตุและอาหาร สงผานไปสูสวนตาง ๆ ของพืช ชนิดของลําตน 1. ลําตนเหนือดิน (Terrestrial stem หรือ Aerial stem) 2. ลําตนใตดน (Underground stem) ิ
  14. 14. 1. ลําตนเหนือดิน (Terrestrial stem) แบงออกเปน ตนไมยืนตน(Tree) ไมพุม (Shrub) และไมลมลุก (Herb) แบงเปน1.1 creeping stem ลําตนที่ทอดหรือเลื้อยขนานไปตามผิวดินหรือน้ําทั้งนี้เพราะลําตนออนไมสามารถตั้งตรงอยูไดตามขอมักมีรากงอกออกมาแลวแทงลงไปในดินเพื่อชวยยึดลําตนใหแนนอยูกับที่ได แขนงที่แยกไปตามพื้นดินหรือพื้นน้ําดังกลาวนั้น เรียกวา stolon หรือ Runner ไดแก ผักบุง ผักกะเฉด ผักตบชวา แตงโม ฟกทอง
  15. 15. 1.2 Climbing stem ลําตนที่เลื้อยหรือไตขึ้นที่สูง1. Twiner (ลําตนพันหลัก)เถาวัลย ถั่วฝกยาว ตนบอระเพ็ด2. Climber (ลําตนปนปาย) พลูดาง พริกไทย
  16. 16. 3. Creeping (ลําตนเลื้อย) แตง ผักบุง หญา4. Spine (ลําตนหนาม) กุหลาบ มะนาว เฟองฟา
  17. 17. 5. cladophyll (ลําตนแผแบนคลายใบ) ทําหนาที่แทนใบ เรียกวากระบองเพชร พญาไรใบ สนทะเล6. tendril (มือเกาะ) เชน องุน บวบ น้ําเตา ฟกทอง แตงกวา
  18. 18. 2. ลําตนใตดน(Underground stem) ิ****ขอสังเกต ลําตนมีตา2.1 Rhizome (แงง หรือเหงาใตดน) ตนขนานไปกับพื้นดิน มีขอ ิ ปลอง และ scale leaf ที่ขอมีตา ซึ่งจะเติบโตเปนลําตนหรือใบและแทงขึ้นเหนือพื้นดิน เชน ขิง ขา พุทธรักษา กระชาย ขมิ้น ขา ขิง
  19. 19. 2.2 Tuber (หัวมีขอปลอง) ลําตนสั้นและใหญมีตาอยูโดยรอบเชน มันฝรั่ง
  20. 20. 2.3 Corm (หัวมีใบเกล็ด) ลําตนตังตรงมีขอปลอง เห็นไดชัดเจน ้ เชน เผือก แหว
  21. 21. 2.4 Bulb (ใบเกล็ดสะสมอาหาร) ลําตนตรงอาจมีพนพื้นดินขึนมา ้บาง มีขอปลองสั้นมาก ตามปลองมี scale leaf สะสมอาหารลอมกันหลายชั้นหุมลําตน เชน หอม กระเทียม พลับพลึง

×