โครงการวิจัยเรื่อง “การประเมินผลเชิงวิเคราะห์และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของโครงการ อย.น้อย
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 
Like this document? Why not share!

โครงการวิจัยเรื่อง “การประเมินผลเชิงวิเคราะห์และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของโครงการ อย.น้อย

on

  • 1,337 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,337
Views on SlideShare
1,337
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
8
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

โครงการวิจัยเรื่อง “การประเมินผลเชิงวิเคราะห์และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของโครงการ อย.น้อย โครงการวิจัยเรื่อง “การประเมินผลเชิงวิเคราะห์และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของโครงการ อย.น้อย Document Transcript

  •                       โครงการวิจัยเรื่อง“การประเมินผลเชิงวิเคราะห์และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของโครงการ อย.น้อย”ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2555สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาบทสรุปสําหรับผู้บริหารการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อย.น้อย
  • สารบัญหน้าบทคัดย่อ 1หลักการและเหตุผล 2วัตถุประสงค์ 2ขอบเขตการดําเนินการ 3ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3สรุปผลการศึกษา 4ข้อเสนอแนะ 10ข้อเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งต่อไป 11
  • 1หัวข้อวิจัย การสารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อย.น้อยชื่อผู้วิจัย กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคหน่วยงาน สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขปี 2555บทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ การสารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อย.น้อยในประเด็นความรู้เกี่ยวกับการบริโภค และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน และอิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ นักเรียนที่เข้าร่วมในโครงการ อย.น้อยที่สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนในสังกัดสานักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) จานวน 2,000 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธี การคานวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ ANOVA ผลการศึกษาพบว่า1) ความรู้เกี่ยวกับการบริโภค และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนโดยภาพรวมนักเรียนมีระดับความเข้าใจในข้อความรู้เกี่ยวกับการบริโภค และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้องร้อยละ 71.72 และเมื่อเปรียบเทียบความรู้จาแนกตามเพศ อายุ ประเภทของโรงเรียน การได้รับเงินมาโรงเรียน และการเป็นนักเรียนแกนนา อย.น้อย มีระดับความรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.052) ระดับทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนโดยภาพรวมมีระดับทัศนคติอยู่ในระดับมากต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ เมื่อเปรียบเทียบทัศนคติจาแนกตามเพศ อายุประเภทของโรงเรียน การได้รับเงินมาโรงเรียน และการเป็นนักเรียนแกนนา อย.น้อย มีระดับทัศนคติแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.053) พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนโดยภาพรวมมีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านเกณฑ์ที่ถูกต้อง โดยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75.32 เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการบริโภคจาแนกตามเพศไม่มีความแตกต่างกัน เมื่อจาแนกตามอายุ ประเภทของโรงเรียน การได้รับเงินมาโรงเรียน และการเป็นนักเรียนแกนนา อย.น้อย มีพฤติกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.054) ภาพรวมระดับอิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพพบว่า สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพอยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบอิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพจาแนกตามเพศ อายุ ประเภทของโรงเรียน การได้รับเงินมาโรงเรียน และการเป็นนักเรียนแกนนา อย.น้อย มีระดับอิทธิพลแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 View slide
  • 2หลักการและเหตุผลสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีการดาเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรูดานผลิตภัณฑ์สุขภาพ พัฒนาพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนให้ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมากองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคได้มีการดาเนินการในหลายลักษณะวิธีการ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การจัดโครงการ อย. น้อย และไดกาหนดตัวชี้วัดผลงานที่ชัดเจน ได้แก่ “ร้อยละของนักเรียน อย.น้อยมีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ดี” โดยเป็นการวัดว่า นักเรียนที่เป็นอาสาสมัครในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ในโรงเรียน หรือนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อย. น้อย มีการปฏิบัติหรือแสดงออกเกี่ยวกับการอ่านฉลากอาหาร ยา เครื่องสาอาง ส่งเสริมการบริโภคนม ผักและผลไม้ เป็นประจาและเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด (หวาน มัน เค็ม) อาหารขยะ น้าอัดลม หรือบริโภคแต่น้อย เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดผลการดาเนินงานของสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาดังนั้น จึงมีความจาเป็นอย่างยิ่ง ต้องมีการวิจัยเพื่อประเมินพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อย ซึ่งจะช่วยให้ได้รับทราบถึงความรู้เกี่ยวกับการบริโภค และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน พฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียน อิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อย. น้อยนอกจากนี้ ยังสามารถนาข้อมูลมาใช้ในการรายงานผลต่อสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาและนาข้อมูลมากาหนดทิศทางและกลวิธีในการดาเนินงานในปีตอไปใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นวัตถุประสงค์เพื่อสารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อยในประเด็นสาคัญ ดังนี้1) ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อและการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ2) ทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ3) พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ4) อิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ View slide
  • 3ขอบเขตการดาเนินการ1. ขอบเขตด้านเนื้อหาศึกษาวิเคราะห์ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม และอิทธิพลที่มีต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อย2. ขอบเขตด้านประชากรการสารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนจะทาการศึกษาเฉพาะนักเรียนในโครงการ อย.น้อย เท่านั้น โดยใช้แบบสอบถามประเมินพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อย จากกลุ่มตัวอย่างจานวน 2,000 คนซึ่งเป็นนักเรียนที่เข้าร่วมในโครงการ อย.น้อย ที่สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โรงเรียนในสังกัดสานักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้แก่2.1 นักเรียนมัธยมศึกษา2.2 นักเรียนประถมขยายโอกาส2.3 นักเรียนประถมศึกษา3. ขอบเขตด้านระยะเวลาเริ่มดาเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม – สิงหาคม พ.ศ. 2555 รวมระยะเวลา ในการศึกษาทั้งสิ้น 6 เดือนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ1. ได้รับทราบถึงความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม และอิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อย ซึ่งเป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพของการดาเนินกิจกรรมของโรงเรียน2. เพื่อนาข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาโครงการอย.น้อย ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นการวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติอ้างอิง มีรายละเอียดดังนี้1. สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรต้นและตัวแปรตาม ในทุก ๆ ด้านของข้อมูล2. สถิติอ้างอิง ได้แก่ การทดสอบผลต่างของกลุ่ม 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันโดยใช้สถิติทดสอบที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance หรือ ANOVA)เพื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 กลุ่ม และทดสอบรายคู่โดยใช้ LSD
  • 4สรุปผลการศึกษาการประเมินพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อยมีวัตถุประสงค์เพื่อสารวจและวิเคราะห์ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม และอิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อย ซึ่งได้ดาเนินการสารวจโดยใช้แบบสอบถามประเมินพฤติกรรมผู้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนในโครงการ อย.น้อย จากกลุ่มตัวอย่าง2,000 คน ได้แบบสอบถามกลับมาจานวน 2,000 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100 การนาเสนอแบ่งออกเป็น5 ตอน ได้แก่1) ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน2) ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อและการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน3) ทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน4) พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน5) อิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน1. ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนตารางที่ 1 จานวนและร้อยละของข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนรายการ จานวน(n=2000)ร้อยละ ลาดับที่1. เพศชาย 741 37.0 2หญิง 1259 63.0 12. อายุระหว่าง 5 – 10 ปี 394 19.7 2ระหว่าง 11 – 15 ปี 1228 61.4 1ระหว่าง 16 – 20 ปี 378 18.9 33. ประเภทของโรงเรียนประถมศึกษา 602 30.0 3ประถมขยายโอกาส 707 35.4 1มัธยมศึกษา 691 34.6 24. ได้รับเงินมาโรงเรียนต่อวัน20 บาท หรือต่ากว่า 466 23.3 3ตั้งแต่ 21-40 บาท 573 28.7 1ตั้งแต่ 41-60 บาท 498 24.9 2ตั้งแต่ 61-80 บาท 157 7.9 5ตั้งแต่ 81-100 บาท 199 10.0 4ตั้งแต่ 101 บาท ขึ้นไป 107 5.4 6
  • 55. นักเรียนแกนนา อย.น้อยไม่ได้เป็น 1305 65.3 1เคยเป็น 129 6.5 3เป็น 566 28.3 2จากตารางที่ 1 วิเคราะห์ได้ว่า กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นนักเรียนที่ตอบแบบสอบถาม มีจานวน2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 1259 คน คิดเป็นร้อยละ 63.0 เมื่อจาแนกกลุ่มตัวอย่างตามอายุที่ศึกษาพบว่า อายุ 11 – 15 ปี มีจานวนมากที่สุดคือ 1228 คน คิดเป็นร้อยละ 61.4 ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประถมขยายโอกาส มีจานวน 707 คน คิดเป็นร้อยละ 35.4 เมื่อจาแนกการได้รับเงินมาโรงเรียนต่อวันพบว่า ส่วนใหญ่ได้รับเงินต่อวัน ตั้งแต่ 21-40 บาท จานวน 573 คน คิดเป็นร้อยละ 28.7 นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแกนนา อย.น้อย จานวน 1305 คน คิดเป็นร้อยละ 65.3รองลงมาเป็นแกนนา อย.น้อย จานวน 566 คน คิดเป็นร้อยละ 28.32. ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อและการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนภาพที่ 1 ร้อยละของนักเรียนที่มีความเข้าใจถูกต้องในข้อความรู้ทั้ง 12 ข้อร้อยละของนักเรียนที่เข้าใจถูกผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
  • 6ภาพรวมระดับความรู้1.1 2.45.49.681.601020304050607080901 2 3 4 5ระดับความรู้ร้อยละภาพที่ 2 ภาพรวมระดับความรู้เกี่ยวกับการบริโภคและการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพความรู้เกี่ยวกับการบริโภคและการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนโดยภาพรวมนักเรียนร้อยละ 71.72 มีความเข้าใจถูกต้องในข้อความรู้เกี่ยวกับการบริโภค และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้อง มีข้อความรู้ที่ผ่านเกณฑ์จานวน 8 ข้อ และไม่ผ่านเกณฑ์ 4 ข้อ คือ ข้อที่ 6นมพาสเจอร์ไรส์สามารถเก็บโดยไม่ต้องแช่เย็น (ร้อยละ 68.9) ข้อที่ 10 ยาทุกชนิดต้องมีเครื่องหมายอย. บนฉลาก (ร้อยละ 95.4) ข้อที่ 11การกินยาปฏิชีวนะ เมื่อหายแล้วให้รีบหยุดยาทันที (ร้อยละ 66.3)และข้อที่ 9 เป็นหวัดหายเองได้ โดยไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ (ร้อยละ 54.8)ภาพรวมระดับความรู้เกี่ยวกับการบริโภคและการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพพบว่า นักเรียนร้อยละ 81.6 มีระดับความรู้อยู่ในระดับ 4 คือ อยู่ในระดับดีมาก0 1 2 3 4ระดับความรู้
  • 73. ทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน4.11 4.02 3.99 4.76 3.72 4.71 3.33 3.68 4.24 4.73 3.72.502461 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12ข้อที่ทัศนคติ(ค่าเฉลี่ย)ภาพที่ 3 ภาพรวมระดับทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนระดับทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนโดยภาพรวมมีระดับทัศนคติอยู่ในระดับมากต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ( = 3.96) และพบว่านักเรียนมีทัศนคติไปในทางที่ถูกต้องมากที่สุดเกี่ยวกับการอ่านฉลากก่อนซื้อ (ข้อที่ 4, = 4.76) ส่วนทัศนคติไปในทางที่ถูกต้องอยู่ในระดับน้อยเกี่ยวกับคาโฆษณาต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ข้อที่ 12, = 2.50)4. พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนภาพที่ 4 พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน 12 ข้อ66.3984.7189.5762.0668.3258.1488.48 87.3666.7180.8372.3577.2301020304050607080901001 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12ข้อที่พฤติกรรมการบริโภค(ร้อยละ)ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
  • 8พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนโดยภาพรวมมีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านเกณฑ์ที่ถูกต้อง คือ ร้อยละ 75.32 ข้อที่มีพฤติกรรมที่ไม่ผ่านเกณฑ์มีจานวน 6 ข้อสามารถเรียงลาดับจากมากไปน้อยดังนี้คือ ข้อที่ 11 เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางที่มีฉลากภาษาไทย(ร้อยละ 72.35) ข้อที่ 5 กินอาหารจาพวกแฮมเบอเกอร์ พิซซ่า ไก่ทอด เป็นต้น (ร้อยละ 68.32) ข้อที่ 9ดื่มน้าอัดลม (ร้อยละ 66.71) ข้อที่ 1 กินขนมหวาน เช่น ช็อคโกแล็ต ทอฟฟี่ ลูกกวาด เป็นต้น(ร้อยละ 66.39) ข้อที่ 4 กินอาหารกระป๋อง อาหารสาเร็จรูป เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสาเร็จรูปโจ๊กสาเร็จรูป เป็นต้น (ร้อยละ 62.06) สุดท้ายข้อที่ 6 กินขนมขบเคี้ยว (ร้อยละ 58.14)66.3982.2563.2387.9266.7173.410204060801001 2 3 4 5 6ภาพที่ 5 พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนรายด้านพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนโดยภาพรวมมีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านเกณฑ์ที่ถูกต้อง (ร้อยละ 75.32) เมื่อพิจารณารายด้าน พฤติกรรมที่ผ่านเกณฑ์มีจานวน 2 ด้านคือ ด้านที่ 4 การบริโภคนม ผักและผลไม้ เป็นประจา (ร้อยละ 87.92) และด้านที่ 2การอ่านฉลากอาหาร ยา เครื่องสาอาง ก่อนซื้อหรือใช้ (ร้อยละ 82.25) ส่วนพฤติกรรมที่ไม่ผ่านเกณฑ์มีจานวน 4 ด้าน สามารถเรียงลาดับจากมากไปน้อยดังนี้ ด้านที่ 6 พฤติกรรมการบริโภคอื่น ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ (สังเกตลักษณะยา, ซื้อผลิตภัณฑ์ตามคาโฆษณาชวนเชื่อ,กินอาหารกระป๋อง อาหารสาเร็จรูป(ร้อยละ 73.41) ด้านที่ 5 การหลีกเลี่ยงการบริโภคน้าอัดลมหรือบริโภคแต่น้อย (ร้อยละ 66.71) ด้านที่ 1การหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด (หวาน มัน เค็ม) (ร้อยละ 66.39) และสุดท้ายด้านที่ 3การหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารขยะหรือบริโภคแต่น้อย (ร้อยละ 63.23)ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75ด้านที่พฤติกรรมการบริโภค(ร้อยละ)
  • 95. อิทธิพลที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนภาพที่ 6 อิทธิพลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนจาแนกรายด้าน (ร้อยละ)ระดับพฤติกรรมที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพส่วนใหญ่ในการซื้อน้าอัดลมมาดื่มทั้งบุคคลในบ้านและเพื่อนในกลุ่มระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 3 (บางครั้ง) กินอาหารจาพวกแฮมเบอเกอร์พิซซ่าขนมขบเคี้ยว พบว่าส่วนใหญ่บุคคลในบ้านมีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 2 (นานๆ ครั้ง) แต่เพื่อนในกลุ่มอยู่ในระดับ 3 (บางครั้ง) ที่บ้านมีการสารองอาหารสาเร็จรูปอาหารกระป๋องไว้กินส่วนใหญ่มีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 3 (บางครั้ง) การกินผักผลไม้พบว่าส่วนใหญ่บุคคลในบ้านมีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 5 (เป็นประจา) แต่เพื่อนในกลุ่มอยู่ในระดับ 3 (บางครั้ง) การดื่มน้าหวาน น้าอัดลม พบว่าส่วนใหญ่ทั้งบุคคลในบ้านและเพื่อนในกลุ่มระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 3 (บางครั้ง) ครูได้สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพในการเรียนการสอน มีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 5 (เป็นประจา)การส่งเสริมให้จัดทาโครงงานและนาเสนอผลงาน ตลอดจนจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพพบว่าส่วนใหญ่ครูมีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 5 (เป็นประจา) รองลงมาโรงเรียนมีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 4 (บ่อย) สุดท้ายชุมชนมีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 3 (บางครั้ง) โรงเรียนจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพมีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 4 (บ่อย)นักเรียนซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพตามข้อมูลที่ได้รับจากสื่อโฆษณาส่วนใหญ่มีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 3(บางครั้ง) และสุดท้ายส่วนใหญ่นักเรียนซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยยึดความสะดวกเป็นหลักมีระดับพฤติกรรมอยู่ในระดับ 3 (บางครั้ง)0102030405060701 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16เป็นประจำบ่อยบำงครั้งนำนๆ ครั้งไม่เคยเลย1.1 1.2 2.1 2.2 3 4.1 4.2 5.1 5.2 6 7.1 7.2 7.3 8 9 10 ข้อที่
  • 10ข้อเสนอแนะ1. ข้อเสนอแนะในทางปฏิบัติ1.1 จากผลการประเมินความรู้เกี่ยวกับการบริโภคและการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพพบว่า ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเครื่องหมาย อย. บนฉลาก การกินยาปฏิชีวนะ ดังนั้น อย.จึงควรส่งเสริมโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ การสร้างความตระหนักและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยผ่านกิจกรรมของชมรม/ชุมนุมคุ้มครองผู้บริโภคในโรงเรียน อย.น้อย ได้บรรลุวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทางโรงเรียนควรให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องหมาย อย. และความเข้าใจเกี่ยวกับการรับประทานยา ผ่านการทากิจกรรมบูรณาการความรู้ในหลักสูตรให้มากยิ่งขึ้น1.2 จากผลการประเมินทัศนคติต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียน ยังมีทัศนคติไปในทางที่ถูกต้องในระดับน้อยเกี่ยวกับคาโฆษณามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงกล่าวได้ว่าคาโฆษณามีผลต่อการสร้างทัศนคติและอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ ดังนั้น อย. จึงควรจัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เนื่องจากสื่อโฆษณามีอิทธิพลต่อการบริโภค และโรงเรียนควรมีกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับผลของโฆษณาชวนเชื่อ อาจมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่เหมาะสมได้1.3 พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์คือ พฤติกรรมอื่น ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงการบริโภคน้าอัดลม หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด และหลีกเลี่ยงอาหารขยะกล่าวได้ว่าพฤติกรรรมการบริโภคอาหารที่ไม่พึงประสงค์ อาจมีสาเหตุจากขาดความรู้ ความเชื่อที่ผิดประสบการณ์สะสมที่ผิด สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการขาดแหล่งอาหาร ภาวะจายอม อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบข้าง ดังนั้น อย. จึงต้องสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้ จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมต่อไป และทางโรงเรียนควรจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ไม่ให้สุ่มเสียงต่อการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม และควรมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะลดพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้1.4 จากพฤติกรรมการบริโภค นักเรียนโรงเรียนประถมขยายโอกาส และโรงเรียนมัธยมศึกษา ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ทาง อย. ควรส่งเสริมให้โรงเรียนและชุมชนมีกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสมยิ่งขึ้น และทางโรงเรียนควรมีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนในกลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมการเป็นแกนนา อย.น้อย และเข้าร่วมกิจกรรมให้มากขึ้น1.5 จากผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เป็นแกนนา อย.น้อย และเคยเป็นนักเรียนแกนนาอย.น้อย มีความรู้และพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสมมากกว่า นักเรียนที่ไม่เป็นแกนนา อย.น้อย หรือไม่เข้าร่วมกิจกรรม อย.น้อย ดังนั้นการจัดกิจกรรมของ อย.น้อย มีผลต่อความรู้และพฤติกรรมการบริโภค จึงควรจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และสร้างกลยุทธ์ แรงจูงใจให้นักเรียนเข้าร่วมเป็นแกนนา และกิจกรรมของ อย.น้อย มากยิ่งขึ้น กระตุ้นให้ตื่นตัวทั้งครูแกนนา และนักเรียน อย.น้อย
  • 112. ข้อเสนอแนะสาหรับการวิจัยครั้งต่อไป2.1 การวิจัยครั้งต่อไปควรดาเนินวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงการอื่นๆ เช่น โครงการเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า สุขภาพ เครื่องหมาย อย. บนฉลากผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงโครงการยาปฏิชีวนะ เป็นต้น2.2 ควรมีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เกี่ยวกับรูปแบบการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม
  •   โครงการวิจัยเรื่อง“การประเมินผลเชิงวิเคราะห์และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของโครงการ อย.น้อย”ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2555สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาบทสรุปสําหรับผู้บริหารการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อย.น้อย