การจัดการฐานข้อมูล

2,688 views
2,554 views

Published on

การจัดการฐานข้อมูล

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,688
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1,730
Actions
Shares
0
Downloads
34
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การจัดการฐานข้อมูล

  1. 1. ครู อรพรรณ ชานาญโรงเรียนท่าแพผดุงวิทย์
  2. 2. ความหมายของข้ อมูล ข้อมู ล (Data) คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่ ยังไม่ผ่านการประมวลผล ยังไม่มีความหมายในการ น าไปใช้ ง าน ข้ อ มู ลอาจเป็ นตั ว เลข ตั ว อั ก ษร สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลือนไหว ่
  3. 3. ความหมายของสารสนเทศสารสนเทศ คือ ข้อมูลทีผานการประมวลผลแล้ว ่ ่ สามารถนาไปใช้งานได้ทนที ั
  4. 4. ความหมายของฐานข้ อมูล ฐานข้อ มู ล (Database) คื อ การจั ด เก็ บ ข้อ มู ล ที่ มี ความสัมพัน ธ์ก นมาจัดเก็ บในที่เดีย วกันอย่ างเป็ น ั ระบบ เพือนาไปใช้ตามความประสงค์ของผูใช้ ่ ้
  5. 5. สาเหตุท่ต้องมีฐานข้ อมูล ี ระบบงานต่าง ๆ ที่ไม่ได้ เป็ นระบบฐานข้ อมูล แฟ้ มจะ ถูกออกแบบเพื่อใช้ ในเฉพาะงานนั้น และพบเสมอ ว่ า แฟ้ มข้ อมู ล ของงานที่ อยู่ คนละที่ มี ข้ อมู ล เหมือนกัน ซ้าซ้ อนกัน ก่อให้ เกิดปั ญหาต่ าง ๆ ใน การทางาน
  6. 6. ระบบจัดการฐานข้ อมูล ระบบจัดการฐานข้อมู ล หรือ DBMS (Data Base Management System) คือ ซอฟต์แวร์ที่ทาหน้าที่ สื่ อ กลางระหว่ า งผู ้ใ ช้ แ ละการท างานต่ า งๆ ที่ เกียวข้องกับการใช้ฐานข้อมูล ซึ่งช่วยให้เข้าถึงข้อมู ล ่ ได้ง่ า ยสะดวกและมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ ตัว อย่ า งของ DBMS ได้แก่ MS-Access 2007 , MySQL, Oracle หรือ MS-SQL Server
  7. 7. ข้ อดีของการจัดเก็บข้ อมูลแบบฐานข้ อมูล หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ (Inconsistency Can Be Avoided) ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (The Data Can Be Shared) ลดความซาซ้อนของข้อมูล (Redundancy Can Be Reduced) ้ กาหนดความเป็ นมาตรฐานเดียวกันได้ (Standard Can Be Enforced) กาหนดระบบรักษาความปลอดภัยให้กบข้อมูลได้ (Security ั Restriction Can Be Applied) การรักษาความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล ความอิสระของข้อมูล (Data Independence)
  8. 8. ข้อเสียของการจัดเก็บข้อมูลแบบฐานข้อมูล  ต้นทุนสูง ทุกองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูลมีราคาสูง  มีความซับซ้อน  เสี่ยงต่อการหยุดชะงักของระบบ
  9. 9. ตัวอย่าง
  10. 10. ฐานข้ อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) เป็ นแนวความคิ ด ของการออกแบบฐานข้อ มู ล ที่ รู ้จั ก กัน แพร่หลายและเป็ นที่นิยมใช้ในการจัดเก็บข้อมูลอย่างมาก รู ป แบบฐานข้อ มู ลเชิ ง สัม พัน ธ์ การเก็ บข้อมู ล จะเป็ นแบบรู ป ตาราง 2 มิติ คื อ แถว และ คอลัมน์ ซึ่ งแต่ ละตารางที่อยู่ ใน ฐานข้อมูลเดียวจะมีความสัมพันธ์ระหว่างกันในลักษณะต่างๆ ผูใช้สามารถนาข้อมู ลจากหลายๆ ตารางมาเชื่อมโยงระหว่ าง ้ กันได้ตามที่ตองการโดยอาศัยกฎของความสัมพันธ์ ้
  11. 11. องค์ประกอบของฐานข้ อมูล องค์ ประกอบฐานข้ อมูลโดยพิจารณาจากการสร้ าง ฐานข้ อมูล 1) เอนติตี้ (Entity) เป็ นเรื่ องเกี่ยวกับบุคคล สถานที่ สิ่ งของ หรื อเหตุการณ์ที่ตองการเก็บข้อมูล ้ 2) ลักษณะเฉพาะของเอนติตี้ (Data items หรือ Attribute) คือลักษณะของเอนติต้ ีที่ตองการเก็บข้อมูล ้ เช่น เอนติต้ ีของนักศึกษาประกอบด้วย แอตทริ บิวต์ attribute คือ รหัสนักศึกษา, ชื่อ, สกุล, คณะ, กลุ่ม ฯลฯ
  12. 12. องค์ประกอบของฐานข้ อมูล 3) ระเบียนหรือเรคอร์ ด (Records) คือ ชุดของลักษณะเฉพาะที่ เกี่ยวกับเอนติต้ ีหนึ่ง ๆ ซึ่งจะใช้ในการประมวลผลด้วยกัน 4) แฟ้ มข้ อมูล (File) ประกอบด้วยเรคอร์ดที่สมพันธ์กน ั ั หลาย ๆ อันมารวมกัน เช่น แฟ้ มข้อมูลพนักงานจะ ประกอบด้วย เรคอร์ดของพนักงานแต่ละคน 5) ฐานข้ อมูล (Database) ประกอบด้วยแฟ้ มข้อมูลหลาย ๆ ั แฟ้ มที่มีความสัมพันธ์กนมารวมกัน
  13. 13. องค์ประกอบของฐานข้ อมูล Entity นักศึกษา Attribute / Data Item/ รหัสนักศึกษา, ชื่อ – สกุล, คณะ, กลุ่ม, ทีอยู่, โทรศัพท์ ่ Field แฟมข้ อมูลนักศึกษา ้ รหัสนักศึกษา ชื่อ – สกุล คณะ กลุ่ม ที่อยู่ โทรศัพท์ 46111001 น.ส.หนูนุ้ย คุยดีจง ั วิทยาการจัดการ A 11 ถ.ลูกรัง ต.บ่ อยาง 074-111111 อ.เมือง จ.สงขลา 46111002 นายเท่ ง เก่งจริง วิทยาการจัดการ G 1 หมู่ 5 ต.แป-ระ 09-9999999 อ.ท่ าแพ จ.สตูล 46111003 น.ส.เน่ งน้ อย นุ่มนวล วิทยาการจัดการ Z 50 หมู่ 1 ต.ละงู อ.ละงู 074-444444 เมือง จ.สงขลา
  14. 14. ความสัมพันธ์ของข้ อมูล ความสั มพันธ์ ของข้ อมูลแบ่ งเป็ น 3 ประเภทคือ 1) ความสั มพันธ์ แบบ One to One 2) ความสั มพันธ์ แบบ One to Many 3) ความสั มพันธ์ แบบ Many to Many
  15. 15. ความสัมพันธ์ของข้ อมูล 1) ความสั มพันธ์ แบบ One to One คือความสัมพันธ์ ของข้อมูล 2 ตัว ที่มีลกษณะ 1 ต่อ 1 หรื อข้อมูลตัว ั ั หนึ่ง จะมีความสัมพันธ์กบข้อมูลอีกตัวหนึ่งได้เพียง ค่าเดียวเท่านั้น นักศึกษา บัตรประจาตัวนักศึกษา
  16. 16. ความสัมพันธ์ของข้ อมูล 2) ความสั มพันธ์ แบบ One to Many คือ ั ความสัมพันธ์ซ่ ึงข้อมูลตัวหนึ่งมีความสัมพันธ์กบ ข้อมูลตัวอื่นได้หลายอย่าง ชื่อลูกค้ า บัญชีธนาคาร
  17. 17. ความสัมพันธ์ของข้ อมูล 3) ความสั มพันธ์ แบบ Many to Many คือ ความสัมพันธ์ซ่ ึงข้อมูลตัวหนึ่งมีหลายค่า และมี ั ความสัมพันธ์กบข้อมูลตัวอื่นได้หลายอย่าง เช่น มีวชา ิ ที่เปิ ดสอนหลายวิชา แต่ละวิชามีนกศึกษาหลายคน ั
  18. 18. ความสัมพันธ์ของข้ อมูล3) ความสั มพันธ์ แบบ Many to Manyวิชาระบบสารสนเทศ วิชาการจัดการ วิชาเศรษฐศาสตร์ สมชาย สมปอง สมศักดิ์ สมทรง สมหมาย
  19. 19. ความสัมพันธ์ตอไปนี ้เป็ นความสัมพันธ์แบบใด ่1. ครู สอน นักเรี ยน2. สามี สมรส ภรรยา3. พ่อ เกียวข้ อง ลูก ่4. หมอ รักษา คนไข้5. รถยนต์ มี อะไหล่รถ
  20. 20. ฐานข้ อมูลเชิงสัมพันธ์ /ศัพท์ทวไป ั่ รีเลชั่น (Relation) : ตารางข้ อมูล(Table) ทูเพิล(Tuple) : แถว(Row) หรือ เรคอร์ ด (Record) แอททริบวต์ (Attribute) : คอลัมน์ (Column) หรือ ฟิ ลด์ (Field) ิ คาร์ ดินาลลิตี(Cardinality) : จานวนแถว(Number Of Rows) ้ ดีกรี(Degree) : จานวนคอลัมน์ ในตาราง(Number of Column) โดเมน(Domain) : ขอบเขตค่ าของข้ อมูล
  21. 21. ฐานข้ อมูลเชิงสัมพันธ์ /ศัพท์ทวไป ั่
  22. 22. ความสัมพันธ์ของตาราง
  23. 23. ประเภทของคีย์ประเภทของคีย ์ อาจแบ่งเป็ น 2 ประเภทหลัก คือ1. คีย์หลัก (Primary Key) เป็ นแอททริ บิ วต์ที่ มี คุ ณสมบัติข องข้อ มู ลที่ เป็ นค่ าเอกลักษณ์ ห รื อ มี ค่ าที่ ไ ม่ ่ ซ้ าซ้อนกัน คุณสมบัติดงกล่าวจะสามารถระบุวาข้อมูลนั้นเป็ นข้อมูลของทูเพิล/ ั เรคอร์ ดใด แอททริ บิวต์ที่มีคุณสมบัติเป็ นคียหลักอาจประกอบด้ วยหลายแอททริ ์ บิ ว ต์ / คอลั ม น์ / ฟิ ลด์ ร วมกั น เพื่ อ ที่ จ ะก าหนดค่ า ที่ เ ป็ นเอกลัก ษณ์ ไ ด้ คี ย ์ห ลัก ที่ ประกอบด้วยหลายแอททริ บิวต์น้ ีเรี ยกว่า คียผสม(Composite Key) นั้นคือเมื่อ ์ แอททริ บิวต์แต่ละตัวประกอบกันจึงจะให้ค่าที่เป็ นเอกลักษณ์หรื อไม่ซ้ าซ้อนกันได้
  24. 24. ประเภทของคีย์Attribute ใดคือ คีย์หลัก (Primary Key) ??
  25. 25. ประเภทของคีย์2. คีย์นอก (Foreign Key) เป็ นแอททริ บิวต์ในรี เลชันหนึ่งที่ใช้ในการอ้างอิงถึง ่ แอททริ บิวต์เดียวกันในอีกรี เลชันหนึ่ง โดยที่แอททริ บิวต์ ่ นี้จะมีคุณสมบัติเป็ นคียหลักในรี เลชันที่ถกอ้างอิงถึง การ ์ ่ ู ่ ที่มีแอททริ บิวต์น้ ีปรากฎอยูในรี เลชันทั้งสองก็เพื่อ ่ ประโยชน์ในการเชื่อมโยงข้อมูลซึ่งกันและกันนันเอง ่
  26. 26. ประเภทของคีย์Attribute ใดคือ คีย์นอก (Foreign Key) ??
  27. 27. กฎที่เกี่ยวข้ องกับคีย์ในระบบฐานข้ อมูลเชิงสัมพันธ์ กฎความบูรณภาพของเอนทิตี้ (The Entity Integrity Rule) กฎข้ อนีระบุว่า ้ 1.1 ข้อมูลในแอททริ บิวต์จะต้องเป็ นค่าที่เป็ น เอกลักษณ์หรื อไม่มีค่าซ้ า(Unique) 1.2 เป็ นค่าว่างไม่ได้ (Not Null)
  28. 28. กฎที่เกี่ยวข้ องกับคีย์ในระบบฐานข้ อมูลเชิงสัมพันธ์ กฎความบูรณภาพของการอ้ างอิง (The Referential integrity Rule) 2.1 ใช้คียนอกของรี เลชันหนึ่งไปตรวจสอบกับค่าของแอททริ บิวต์ ์ ่ ที่เป็ นคียหลักของอีกรี เลชันหนึ่ ง จึงจะเชื่อมโยงหรื ออ้างอิง ์ ่ ข้อมูลระหว่าง 2 รี เลชันได้ หรื อ ่ 2.2 ค่าของคียนอกต้องสามารถอ้างอิงให้ตรงกับค่าของคียหลักได้ ์ ์ จึงจะเชื่อมโยงหรื ออ้างอิงข้อมูลระหว่าง 2 รี เลชันได้ ่
  29. 29. ใบงานที่ 1 ระบบฐานข้ อมูล (1) จากภาพจงหาและอธิบายคาต่ อไปนี้ พร้ อมยกตัวอย่ างโดยอิงจากภาพ รีเลชั่น (Relation) ทูเพิล (Tuple) แอททริบิวต์ (Attribute) คาร์ ดนาลลิตี้ (Cardinality) ิ ดีกรี (Degree) โดเมน (Domain)
  30. 30. องค์ประกอบของฐานข้ อมูลในโปรแกรม Access ไฟล์ฐานข้อมู ลที่สร้างด้วยโปรแกรม Access จะมีนามสกุลเป็ น .mdb ในฐานข้อมู ลจะประกอบด้วยวัตถุ (object) ที่มีหน้าที่และการใช้ งานแตกต่างกัน 7 ประเภท คือ ตาราง, แบบสอบถาม, ฟอร์ม, รายงาน, เพจ, มาโคร และ โมดู ล
  31. 31. ตาราง (Table) ใช้เก็บข้อมูลต่างๆ ตามที่ผูใช้ได้ออกแบบและกาหนดไว้ ้
  32. 32. แบบสอบถาม (Query) ใช้สาหรับการค้นหาและดึงข้อมูลตามเงือนไขทีเราต้องการออกมา ่ ่
  33. 33. ฟอร์ม (Form) ใช้เรียกดู แก้ไขเพิมเติมและปรับปรุงข้อมูลที่อยู่ภายในตาราง ่
  34. 34. รายงาน (Report) ใช้สาหรับแสดงผลข้อมูล ตามรูปแบบที่ได้กาหนดไว้
  35. 35. เพจ (Page) ทาให้สามารถเรียกดู ปรับปรุง เพิมเติมข้อมูลผ่านทางเว็บเพจได้ ่
  36. 36. มาโคร (Macro)ชุดคาสังที่เรากาหนดให้โปรแกรมทางานกับข้อมูลอย่างอัตโนมัติได้ ่
  37. 37. โมดูล (Module) เป็ นโปรแกรมย่อยที่ทาให้เราสามารถใช้งานอย่างซับซ้อนได้
  38. 38. ตาราง (Table)
  39. 39. ตาราง (Table)

×