โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ

768 views
644 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
768
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ

  1. 1. โครงการพัฒนาแหล่งน้า
  2. 2. โครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้้า การพัฒนาแหล่งน้้าเพื่อการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับว่าเป็นงานที่มีความส้าคัญและมีประโยชน์อย่างส้าหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ในการช่วยให้เกษตรกรท้าการเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์ตลอดปี ในปัจจุบันพื้นที่การเพาะปลูกนอกเขตชลประทาน ซึ่งต้องอาศัยเพียงน้้าฝนและน้้าจากแหล่งน้้าธรรมชาติเป็นหลัก ท้าให้พืชได้รับน้้าไม่สม่้าเสมอตามที่พืชต้องการ อีกทั้งความผันแปรเนื่องจากฝนตกไม่พอเหมาะกับความต้องการ เป็นผลให้ผลผลิตที่ได้รับไม่ดเี ท่าที่ควร
  3. 3. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้้ามากกว่าโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชด้าริประเภทอื่น ทรงให้ความส้าคัญในลักษณะ “น้้าคือชีวิต” ดังพระราชด้ารัส ณ พระต้าหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๑๗มีนาคม ๒๕๒๙ ความตอนหนึ่งว่า ...หลักส้าคัญว่าต้องมีน้าบริโภค น้้าใช้ น้้าเพื่อการเพาะปลูก เพราว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้าคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้า คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ไม่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้าคนอยู่ไม่ได้...
  4. 4. การพัฒนาแหล่งน้้าอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ มีหลักและวิธีการส้าคัญๆ คือ ๑. การพัฒนาแหล่งน้้าจะเป็นรูปแบบใดต้องเหมาะสมกับรายละเอียดสภาพภูมิ ประเทศเสมอ ๒. การพัฒนาวางโครงการพัฒนาแหล่งน้้า ต้องเหมาะสมกับสภาพแหล่งน้้า ธรรมชาติที่มีแต่ละท้องถิ่นเสมอ ๓. พิจารณาถึงความเหมาะสมในด้านเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่น หลีกเลี่ยงการ เข้าไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กัลป์คนกลุ่มหนึ่ง โดยสร้างประโยชน์ให้กับคน อีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับการลงทุนนั้น จะมีความ เหมาะสมเพียงใดก็ตามด้วยเหตุนี้การท้างานโครงการพัฒนาแหล่งน้้าทุกแห่ง จึง พระราชทานพระราชด้าริไว้ว่าราษฎรในหมู่บ้านซึ่งได้รับประโยชน์จะด้าเนินการ แก้ปัญหาเรื่องที่ดิน โดยจัดการช่วยเหลือผู้ที่เสียประโยชน์ตามความเหมาะสมที่จะตก ลงกันเอง เพื่อให้ทางราชการสามารถเข้าไปใช้ที่ดินท้าการก่อสร้างได้โดยไม่ต้อง จัดซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นพระบรมราโชวาทที่มุ่งหวังให้ราษฎรสังคมของตนเอง และมีความ หวงแหนที่จะต้องดูแลบ้ารุงรักษาสิ่งก่อสร้างนั้นต่อไปด้วย
  5. 5. ๑. โครงการพัฒนาแหล่งน้้าเพื่อการเพาะปลูก และอุปโภคบริโภคได้แก่ อ่างเก็บน้้าและฝายทดน้้างานอ่างเก็บน้้า อ่างเก็บน้้า คือบริเวณหรือ แหล่งเก็บน้้าที่ไหลมาตามร่องน้้าหรือล้าน้้าธรรมชาติ โดยการสร้างเขื่อนปิดกั้นระหว่างหุบเขาหรือเนินสูงนั้น จนเกิดเป็นแหล่งเก็บน้้าที่มีขนาดต่าง ๆ กัน โดยเรียกเขื่อนกั้นน้้านี้ว่า“เขื่อนเก็บกักน้้า” น้้าในอ่างเก็บน้้าที่เขื่อนดินกักกั้นไว้จะมีความลึกและมีปริมาณที่เก็บกักมากหรือน้อยตามขนาดความสูงของเขื่อนที่สร้างขึ้นในแต่ละแห่ง โดยสามารถส่งน้้าออกไปตามท่อส่งน้้า เพื่อใช้ส้าหรับการท้านา ปลูกพืชไร่ พืชผัก เลี้ยงสัตว์ และการอุปโภคบริโภคของประชาชนในหมู่บ้านได้ตามที่ต้องการ
  6. 6. งานฝายทดน้้า งานฝายทดน้้าเป็นงานก่อสร้างอาคารปิดขวางทางน้้าไหล เพื่อทดน้้าที่ไหลมาให้มีระดับสูงขึ้น จนสามารถผันเข้าไปตามคลองหรือคูส่งน้้าให้กับพื้นที่เพาะปลูกบริเวณสองฝั่งล้าน้้าส่วนน้้าที่เหลือจะไหลล้นข้ามสันฝายไปเอง ฝายทุกแห่งที่สร้างขึ้นจะต้องก้าหนดให้มีขนาดความสูงมากพอเพื่อการทดน้้าให้ไหลเข้าคลองส่งน้้าได้และสันฝายก็จะต้องมีขนาดความยาวที่สามารถระบายน้้าจ้านวนมากในฤดูน้าหลาก ให้ไหลล้นข้ามสันฝายไปได้ทั้งหมดอย่างปลอดภัย โดยไม่ท้าให้เกิดน้้าท่วมตลิ่งที่บริเวณด้านเหนือฝายมากเกินไป นอกจากการก่อสร้างฝายทดน้้าปิดกั้นล้าน้้าต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วส้าหรับล้าน้้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้้าไหลมากในฤดูฝน จะนิยมสร้างเป็นเขื่อนทดน้้าแบบหนึ่งซึ่งมีลักษณะไม่ทึบตันเหมือนฝายเรียกว่า “เขื่อนระบายน้้า”
  7. 7. โครงการพัฒนาแหล่งน้าเพื่อการรักษาต้นน้าล้าธาร การอนุรักษ์ต้นน้้าล้าธาร หมายถึง การใช้ การดูแลรักษาและปรับ ปรุงฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณพื้นที่ต้นน้้าล้าธาร ที่ส้าคัญได้แก่ ป่าไม้ ดิน และน้้า ด้วยวิธีการที่เหมาะสมโดยให้มีการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ แต่น้อยแล้วได้รับประโยชน์คุ้มค่า อีกทั้งยังรวมถึงการป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติบางอย่างซึ่งถูกท้าลายให้มีคุณภาพดีดังเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม อีกด้วย ถ้าพบว่าบริเวณใดของพื้นที่ต้นน้้าล้าธารมีความเสื่อมโทรมเกิดขึ้น จะต้องรีบด้าเนินการปรับปรุงและฟื้นฟูพื้นดินเสื่อมโทรมเหล่านั้นให้คืนสภาพโดยเร็ว ที่สุดเสมอ
  8. 8. โครงการพัฒนาแหล่งน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนขุนด่านปราการชล หรือเดิมเรียกว่าเขื่อนคลองท่าด่านเป็นเขื่อนคอนกรีต อัดบดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ต้าบลหินตั้ง อ้าเภอเมือง จังหวัดนครนายก สร้างขึ้นตามแนวพระราชด้าริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเก็บกักน้้าในช่วงหน้าฝนไว้ในหน้าแล้ง และ ควบคุมไม่ให้เกิดน้้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน โดยสร้างครอบฝายท่าด่านเดิม
  9. 9. โครงการน้าดีไล่น้าเสีย• โครงการพัฒนาลุ่มน้าป่าสัก เป็นโครงการใน พระราชด้าริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้กรม ชลประทานศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนเก็บกัก แม่น้าป่าสักอย่าง จริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้้า และบรรเทาอุทกภัยในเขตลุ่มน้้าป่าสัก ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 อนุมัติให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ด้าเนิน การก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้้าแม่ น้้าป่าสัก ประกอบด้วยแผนงานหลัก 2 แผนงาน คือ แผนงาน ก่อสร้างโครงการและงานแก้ไขพัฒนาสิ่งแวดล้อม และ แผนงานพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการพัฒนา ลุ่มน้้าป่าสัก โดยระยะแรกของการด้าเนินงาน คณะอนุกรรมการพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎรได้มีนโยบายให้ เร่งรัดพัฒนาอาชีพที่ได้ รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนก่อน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพและ รายได้ที่ยั่งยืน ท้าให้เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวมีรายได้เพิ่ม ขึ้นมาในระดับหนึ่ง
  10. 10. โครงการพัฒนาลุ่มน้าห้วยทอนโครงการพัฒนาลุ่มน้าห้วยทอนอัน เนื่องมาจากพระราชด้าริ เป็นโครงการเพื่อ จัดหาแหล่งน้้า ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขต โครงการ ประมาณ 41,200 ไร่และท้าการเกษตร ตามแนวทฤษฎีใหม่เป็นโครงการประเภทอ่างเก็บ น้้าพร้อมระบบส่ง น้้า ราษฎรที่ได้รับผลประโยชน์ ได้แก่ เขต อ้าเภอศรีเชียงใหม่ และอ้าเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ พระราชทานพระราชด้าริ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2525, วันที่ 28 พฤศจิกายน 2532, วันที่ 1 ธันวาคม 2535 และวันที่ 8 มกราคม 2539 ตามล้าดับ โดยให้ กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างอ่าง เก็บน้้าและเขื่อนทดน้้า ที่ล้าห้วยทอน และห้วย สาขาของห้วยทอน

×