Your SlideShare is downloading. ×
09 52 01-0084 แผนฯ สารและสมบัติของสาร ม 4-6
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

09 52 01-0084 แผนฯ สารและสมบัติของสาร ม 4-6

7,218
views

Published on


0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
7,218
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
80
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 1 คู่ม ือ ครู แผนการจัด การเรีย นรู้ สารและสมบัต ิข องสาร ม. 4− 6 ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4− 6 ้ กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ ตามหลัก สูต รแกนกลางการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน พุท ธศัก ราช 2551 คู่ม ือ ครู แผนการจัด การเรีย นรู้ ออกแบบการจัด การเรีย นรู้ม ุ่ง เน้น คณะผู้เ ขีย น ดร.บัญชา แสนทวี กศ.บ., ค.ม., กศ.ด. • ยึด หลัก ว่า ผู้เ รีย นมีค วามสำา คัญ ที่ส ุด ชนิกานต์ นุ่มมีชัย กศ.บ., กศ.ม. • ใช้แ นวคิด Backward Design ผสม ภาวิณี รัตนคอน วท.บ., วท.ม. ผสานกับ แนวคิด ทฤษฎีก ารเรีย นรูต ่า ง ้ นริสรา ศรีเคลือบ วท.บ., วท.ม. ๆ อย่า งหลากหลาย คณะบรรณาธิก าร • ใช้ม าตรฐานการเรีย นรู้ และตัว ชี้ว ัด สุระ ดามาพงษ์ กศ.บ., กศ.ม. ชั้น ปีเ ป็น เป้า หมาย ลัดดา อินทร์พิมพ์ ค.บ. (เกียรตินิยม), ศษ.ม. • สร้า งเสริม สมรรถนะสำา คัญ ของผู้เ รีย น ในการสือ สาร การคิด ่ การแก้ป ัญ หา การใช้ท ัก ษะชีว ิต และ การใช้เ ทคโนโลยี • สร้า งเสริม พหุป ัญ ญา และความเข้า ใจที่ คงทนของผู้เ รีย น • สร้า งเสริม ทัก ษะกระบวนการทาง วิท ยาศาสตร์
  • 2. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 2 คู่ม ือ ครู แผนการจัด การเรีย นรู้ สารและสมบัต ิข องสาร ม. 4− 6 ชั้น มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4−6 กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ท ยาศาสตร์ ิ ตามหลัก สูต รแกนกลางการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน พุท ธศัก ราช 2551 คณะผู้เ ขีย น ดร.บัญชา แสนทวี ชนิกานต์ นุ่มมีชัย ภาวิณี รัตนคอน นริสรา ศรีเคลือบ คณะบรรณาธิก าร สุระ ดามาพงษ์ ลัดดา อินทร์พิมพ์ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ISBN 978–974–0000–00–0 สือ การเรีย นรู้ ช่ว งชั้น ที่ 4 ตามหลัก สูต รแกนกลางการศึก ษาขัน พื้น ่ ้ ฐาน พุท ธศัก ราช 2551 หนัง สือ เรีย น-แบบฝึก ทัก ษะ-แผนการจัด การเรีย นรู้ ฉบับ ศธ.อนุญ าต หนัง สือ เรีย นสาระการเรีย นรู้พ ื้น ฐาน ฉบับ ศธ. อนุญ าตให้ใ ช้ใ นสถาน ศึก ษา หนังสือเรียน-ปฏิบัติการ-คูมือครูฯ วิท ยาศาสตร์พ ื้น ฐาน เล่ม ่ ดำา รงชีว ิต ม. 4-6 ........ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ หนังสือเรียน-ปฏิบัติการ-คูมือครูฯ วิท ยาศาสตร์พ ื้น ฐาน เล่ม ่ 6 .............................ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ หนังสือเรียน-ปฏิบัติการ-คูมือครูฯ วิท ยาศาสตร์พ ื้น ฐาน เล่ม ่ .........................ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ หนังสือเรียน-ปฏิบัติการ-คูมือครูฯ วิท ยาศาสตร์พ ื้น ฐาน เล่ม ่ 6 ..........................ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ หนังสือเรียน-ปฏิบัติการ-คูมือครูฯ วิท ยาศาสตร์พ ื้น ฐาน เล่ม ่ 6 .............................................ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ หนังสือเรียน-ปฏิบัติการ-คูมือครูฯ วิท ยาศาสตร์พ ื้น ฐาน เล่ม ่ อวกาศ ม. 4-6 ...............ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ 1 สิง มีช ีว ิต กับ กระบวนการ ่ 2 ชีว ิต กับ สิ่ง แวดล้อ ม ม. 43 สารและสมบัต ิข องสาร ม. 4-6 4 แรงและการเคลื่อ นที่ ม. 45 พลัง งาน ม.46 โลก ดาราศาสตร์ และ แบบฝึก หัด ตรงตามหนัง สือ เรีย นสาระการเรีย นรู้พ ื้น ฐาน ของ สสวท. แบบฝึกหัด สารและสมบัต ิข องสาร ม. 4.........................................................................................................ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ แบบฝึกหัด การเคลื่อ นที่แ ละพลัง งาน ม. 4 ...................................................................................................ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ แบบฝึกหัด โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ม. 5 .............................................................................................ดร.บัญชา แสนทวี และคณะ แบบฝึกหัด ชีว ิต กับ สิ่ง แวดล้อ ม สิง มีช ีว ิต และกระบวนการดำา รงชีว ิต ม. ่ คำา นำา 6 .........................................................ดร.บัญชา แสนทวี และณะ สื่อ การเรีย นรู้ส มบูร ณ์แ บบรวมเนื้อ หา -กระบวนการเรีย นรู้ สมบูร ณ์ใ นเล่ม เดีย ว
  • 3. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 3 คู่มือครู แผนการจัด การเรีย นรู้ สารและสมบัต ิข องสาร ม. 4 − 6 นี้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำาขึ้นโดยยึดแนวการจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดย ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางผสมผสานกับ แนวคิดของ Backward Design(BwD) โดยถือว่าผู้เรียนสำาคัญที่สุด คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร เล่มนี้ส่งเสริม นักเรียนให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งเป็นรายบุคคลและราย กลุ่ม เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสามารถสร้างองค์ ความรู้ได้ด้วยตนเอง ส่งเสริมนักเรียนให้เชื่อมโยงความรู้ทั้งในและ ต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ในเชิงบูรณาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน โดยครูมีบทบาท หน้าที่ในการเอื้ออำานวยความสะดวกให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนมี คุณภาพตามสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดชั้นปี รวมทั้ง พัฒนานักเรียนให้มีสมรรถนะสำาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาม ที่หลักสูตรกำาหนด เพื่อให้นักเรียนสามารถดำารงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นใน สังคมไทยและสังคมโลกได้อย่างมีความสุข การจัดทำาคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์เล่มนี้ได้ จัดทำาตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งครอบคลุมทุกสาระการเรียนรู้ ภายในเล่มได้นำาเสนอ แผนการจัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมงตามหน่วยการเรียนรู้ เพื่อครูนำา ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้สะดวก นอกจากนี้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ ยังมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และจิตวิทยาศาสตร์ และด้านทักษะ/ กระบวนการ ทำาให้ทราบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนแต่ละหน่วยการเรียน รู้ได้ทันที คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 นี้นำา เสนอเนื้อหาแบ่งเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 แนวทางการจัด แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่ม สาระ การเรีย นรูว ิท ยาศาสตร์ สารและสมบัต ข องสาร ประกอบด้วย ้ ิ แนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ แนวคิด หลักการออกแบบการ จัดการเรียนรู้แบบ Backward Design แนวทางการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องของ เนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้กับสาระ มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และตัวชี้วัดชั้นปี และโครงสร้างการแบ่งเวลารายชั่วโมงในการจัดการ เรียนรู้ ตอนที่ 2 แผนการจัด การเรีย นรู้ สารและสมบัต ข องสาร ิ ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4− 6 ได้เสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนรู้แต่ละ ้
  • 4. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 4 หน่วยการเรียนรู้ในสื่อการเรียนรู้ สมบูรณ์แบบ และหนังสือเรียนสาระ การเรียนรู้พื้นฐาน ซึ่งแบ่งเป็นแผนย่อยรายชั่วโมง แผนการจัดการ เรียนรู้แต่ละแผนมีองค์ประกอบครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำา แผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา ต อ น ที่ 3 เ อ ก ส า ร /ค ว า ม รู้เ ส ริม สำา ห รั บ ค รู ประกอบด้ วยแบบ ทดสอบต่าง ๆ และความรู้เสริมสำาหรับครูซึ่งบันทึกลงใน ซีดีรอม (CDROM) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติ ของสาร ม. 4−6 นี้จะเป็นประโยชน์ต่อการนำาไปประยุกต์ใช้ในการ จัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของผู้เรียนต่อไป คณะผู้จ ัด ทำา ตอนที่ 1 แนวทางการจัด แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่ม สาระ การเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ สารและสมบัต ิข อง สาร........................................................................... สารบัญ แนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................... แนวคิด หลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design (BwD)..................... แนวทางการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551........................................................................... ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้ กับสาระ มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และตัวชี้วดชั้นปี กลุ่มสาระ ั การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ชันมัธยมศึกษาปีที่ ้ 4−6.............................................................  โครงสร้างการแบ่งเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู้ กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ชันมัธยมศึกษาปีที่ ้ 4−6 ...................................................... ตอนที่ 2 แผนการจัด การเรีย นรู้ สารและสมบัต ิข องสาร ชัน ้ มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4− 6......................... หน่ว ยการเรีย นรูท ี่ 1 โครงสร้า งของ ้ สาร.........................................................................
  • 5. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 5 ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระ งาน................................................ ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design………………………………………… ตอนที่ 1 โครงสร้า ง อะตอม.............................................................................. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 แบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของ อะตอม................................ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การจัดเรียงอิเล็กตรอนใน อะตอม........................................... ตอนที่ 2 ตาราง ธาตุ.................................................................................. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ตาราง ธาตุ.................................................................... ตอนที่ 3 พัน ธะ เคมี.................................................................................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 พันธะไอออนิกและพันธะโคเว เลนซ์...................................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 พันธะโลหะและสถานะของ สาร........................................... หน่ว ยการเรีย นรูท ี่ 2 ปฏิก ิร ิย า ้ เคมี........................................................................ ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระ งาน................................................. ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 สมการเคมีและอัตราการเกิดปฏิกิริยา เคมี....................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 ความเข้มข้นและพื้นที่ผิวของสารเริ่ม ต้น……………… ที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา เคมี................................ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 อุณหภูมิที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยา เคมี............................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 ตัวเร่งปฏิกิริยาและธรรมชาติของสาร ที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา เคมี................................. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ปฏิกิริยาเคมีที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต
  • 6. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 6 และสิ่ง แวดล้อม.......................................................... หน่ว ยการเรีย นรูท ี่ 3 ้ ปิโ ตรเลีย ม.............................................................................. ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระ งาน................................................. ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design………………………………………… ตอนที่ 1 ปิโ ตรเลีย มและนำ้า มัน ดิบ .............................................................. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 ปิโตรเลียมและนำ้ามัน ดิบ............................................ ตอนที่ 2 แก๊ส ธรรมชาติ.......................................................................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 แก๊ส ธรรมชาติ.......................................................... หน่ว ยการเรีย นรูท ี่ 4 พอลิเ ม ้ อร์......................................................................... ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระ งาน................................................. ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 ประเภทและสมบัติของพอลิเม อร์........................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 การสังเคราะห์พอลิเม อร์............................................. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 พลาสติกและยางชนิดต่าง ๆ..................................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เส้นใย สังเคราะห์........................................................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 ปัญหาที่เกิดจากการใช้พอลิเม อร์............................................. หน่ว ยการเรีย นรูท ี่ 5 สารชีว ้ โมเลกุล ......................................................................... ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระ งาน................................................. ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design…………………………………………
  • 7. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 7 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 คาร์โบไฮเดรต............................................................. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 สมบัติบางประการของ คาร์โบไฮเดรต................................ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 ไขมันและนำ้ามัน ........................................................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 โปรตีน......................................................................... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 โปรตีนใน ร่างกาย........................................................ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 23 กรดนิวคลี อิก............................................................... บรรณานุก รม...................................................................................... .................. ตอนที่ 1 แนวทางการจัด แผนการเรีย นรู้ กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์
  • 8. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 8 สารและสมบัต ิข องสาร 1. แนวทางการใช้แ ผนการจัด การเรีย นรู้ 1.1 องค์ป ระกอบของคู่ม ือ ครู แผนการจัด การเรีย นรู้ คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสารเล่มนี้จัดทำา ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ครูใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 ช่วงชั้นที่ 4 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในคู่มือครู แผนการ จัดการเรียนรู้เล่มนี้แบ่งเนื้อหา 5 หน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยจัดแบ่งการ จัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมง สามารถใช้ควบคู่กับสื่อการเรียนรู้ สาร และสมบัติของสาร สมบูรณ์แบบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 และหนังสือ เรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4−6 ประกอบด้วยหน่วยการเรียนรู้ ดังนี้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 โครงสร้างของสาร ตอนที่ 1 โครงสร้างอะตอม ตอนที่ 2 ตารางธาตุ ตอนที่ 3 พันธะเคมี หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ปิโตรเลียม ตอนที่ 1 ปิโตรเลียมและนำ้ามันดิบ ตอนที่ 2 แก๊สธรรมชาติ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พอลิเมอร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 สารชีวโมเลกุล
  • 9. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 9 รูปแบบของคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสารเล่ม นี้ แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 แนวทางการจัด แผนการจัด การเรีย นรู้ กลุ่ม สาระ การเรีย นรูว ิท ยาศาสตร์ สารและสมบัต ข องสาร ้ ิ ตอนนี้เป็นส่วนที่นำาเสนอภาพกว้าง ๆ ของคู่มือครู แผนการ จัดการเรียนรู้ทั้งเล่ม ซึ่งประกอบด้วย 1) แนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แนวคิด หลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward design 3) แนวทางการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4) ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหาในหน่วยการ เรียนรู้กับสาระ มาตรฐานการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ และตัวชี้วัดชั้นปี กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติ ของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 5) โครงสร้างการแบ่งเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู้ กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 ต อ น ที่ 2 แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ส า ร แ ล ะ ส ม บั ต ิ ข อ ง ส า ร ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4− 6 ้ ตอนนี้เป็นส่วนที่นำาเสนอแผนการจัดการเรียนรู้รายหน่วยการ เรียนรู้ ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างละเอียดตามเนื้อหาของ แต่ละหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผน มีองค์ ประกอบครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำาแผนการจัดการเรียนรู้ของ สถานศึกษา หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยมีรายละเอียด ซึ่งประกอบด้วย 1. ผัง มโนทัศ น์เ ป้า หมายการเรีย นรูแ ละขอบข่า ยภาระ ้ งาน 2. ผัง การออกแบบการจัด การเรีย นรูแ บบ Backward ้ Design (Backward Design Template) เป็นกรอบแนวคิดของ การจัดการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ แบ่งเป็น 3 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลัก ฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่กำาหนดไว้อย่างแท้จริง ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้ แบบ WHERETO ผสมผสานกับการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ ธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ได้ระบุว่าใน
  • 10. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 10 หน่วยการเรียนรู้นี้แบ่งแผนการจัดการเรียนรู้ไว้กี่แผน และแต่ละแผน ใช้เวลาในการจัดกิจกรรมกี่ชั่วโมง 3. แผนการจัด การเรีย นรูร ายชัว โมง เป็นแผนการจัดการ ้ ่ เรียนรู้แบบเรียงหัวข้อ ซึ่งประกอบด้วย 3.1 ชือ แผนการจัด การเรีย นรู้ ประกอบด้วยลำาดับที่ของแผน ่ ชื่ อ แผน เวลาเรี ย น สาระที่ ชั้ น และหน่ ว ยการเรี ย นรู้ เช่ น แผนการ จัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของอะตอม เวลา 1 ชั่ ว โมง สาระที่ 3 สารและสมบั ติ ข องสาร ชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 4−6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 โครงสร้างของสาร 3.2 ส า ร ะ สำา คัญ เป็นความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่นำา มาใช้ จัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ 3.3 ตัว ชี้ว ัด ชั้น ปี เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ตรวจสอบนักเรียนหลังจาก เรี ย นจบเนื้ อ หาที่ นำา เสนอในแต่ ล ะแผนการจั ด การเรี ย นรู้ นั้ น ๆ ซึ่ ง สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร 3.4 จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ก า ร เ รี ย น รู้ เป็ น ส่ ว นที่ บ อกจุ ด มุ่ ง หมายที่ ต้องการให้เกิดขึ้นแก่นักเรียนภายหลังจากการเรียนจบในแต่ละแผน ทั้ ง ในด้ า นความรู้ (K) ด้ า นคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม และเจตคติ ท าง วิทยาศาสตร์ (A) ด้านทัก ษะ/กระบวนการ (P) ซึ่งสอดคล้ องสัม พัน ธ์ กับตัวชี้วดชั้นปีและเนื้อหาในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ ั 3.5 ก า ร วัด แ ล ะ ป ร ะ เ มิน ผ ล ก า ร เ รีย น รู้ เป็นการตรวจสอบ ผลการจัดการเรียนรู้ว่าหลังจากจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการ เรีย นรู้ แ ล้ ว นั กเรีย นมี พั ฒ นาการ มี ผลสัม ฤทธิ์ ทางการเรี ย น ตามเป้ า หมายที่คาดหวังไว้หรือไม่ และมีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุง ส่ ง เสริ ม ในด้ า นใดบ้ า ง ดั ง นั้ น ในแต่ ล ะแผนการจั ด การเรี ย นรู้ จึ ง ได้ ออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้าน ต่าง ๆ ของนักเรียนไว้อย่างหลากหลาย เช่น การทำาแบบทดสอบ การ ตอบคำา ถามสั้น ๆ การตรวจผลงาน การสังเกตพฤติกรรมทั้งที่เป็นราย บุคคลและกลุ่ม เป็นต้น โดยเน้นการปฏิบัติให้สอดคล้องและเหมาะสม กับตัวชี้วดและมาตรฐานการเรียนรู้ ั วิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เหล่านี้ ครูสามารถนำาไปใช้ประเมินนักเรียนได้ ทั้งในระหว่างการจัดการเรียน รู้และการทำากิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการนำาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำา วัน 3.6 ส า ระ ก าร เ รีย น รู้ เป็นหัวข้อย่อยที่นำา มาจัดการเรียนรู้ใน แต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้แกนกลาง 3.7 แ น ว ท า ง บู ร ณ า ก า ร เป็ น การเสนอแนะแนวทางการจั ด กิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องที่เรียนรู้ขอแต่ละแผนให้เชื่อมโยงสัมพันธ์ กับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษา
  • 11. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 11 ต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวาง และ สร้างองค์ความรู้ได้เต็มตามศักยภาพของแต่ละคน 3.8 กระบวนการจัด การเรีย นรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ เป็นการเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละเรื่อง มีขั้นตอน หลัก 3 ขั้น ได้แก่ 1. ขั้นนำาเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3. ขั้นสรุป โดยขั้นการจัดการเรียนรู้ เน้นการจัดการเรียนรู้โดย การสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ที่ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นสร้างความสนใจ ขั้นสำารวจและค้นหา ขั้นอธิบาย และลงข้อสรุป ขั้นขยายความรู้และขั้นประเมิน ซึ่งรายละเอียดของการ จัดกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวครูสามารถศึกษาได้จากแนวทางการจัด กระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในตอนต่อไป 3.9 กิจ กรรมเสนอแนะเพิม เติม สำา หรับ กลุ่ม สนใจพิเ ศษ ่ เป็นกิจกรรมเสนอแนะสำาหรับให้นักเรียนได้พัฒนาเพิ่มเติมในด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากที่ได้จัดการเรียนรู้มาแล้วในชั่วโมงเรียน กิจกรรม เสนอแนะมี 2 ลักษณะ คือ กิจกรรมสำาหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษและ ต้องการศึกษาค้นคว้าในเนื้อหานั้น ๆ ให้ลึกซึ้งกว้างขวางยิ่งขึ้น และ กิจกรรมสำาหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจเนื้อหาหรือยังไม่เกิดการเรียนรู้ตามเป้า หมาย ซึ่งมีลักษณะเป็นการเรียนซำ้าหรือซ่อมเสริม 3.10 สื่ อ /แ ห ล่ ง ก า ร เ รี ย น รู้ เป็ น รายชื่ อ สื่ อ การเรี ย นรู้ ทุ ก ประเภทที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ซึ่งมีทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อ เทคโนโลยี และสื่อ บุค คล เช่น หนังสื อ เอกสารความรู้ รูป ภาพ เครื อ ข่ายอินเทอร์เน็ต วีดิทัศน์ ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น 3.11 บัน ทึก หลัง การจัด การเรีย นรู้ เป็นส่วนที่ให้ครูบันทึก ผลการจัดการเรียนรู้ว่าประสบความสำาเร็จหรือไม่ มีปัญหาหรือ อุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบ้าง ได้แก้ไขปัญหาและอุปสรรคนั้นอย่างไร และ ข้อเสนอแนะสำาหรับการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป ตอนที่ 3 เอกสาร/ความรู้เ สริม สำา หรับ ครู ประกอบด้วยแบบทดสอบต่างๆ และความรู้เสริมสำาหรับครู ได้ บันทึกลงในซีดีรอม โดยมิได้พิมพ์ไว้ในเล่มคู่มือครู เพื่อความสะดวก ของครูในการนำาไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งประกอบ ด้วย 1) มาตรฐานการเรีย นรู้ ตัว ชีว ด ชัน ปี และสาระการ ้ ั ้ เรีย นรู้แ กนกลาง กลุ่ม สาระการเรีย นรูว ิท ยาศาสตร์ สารและ ้ สมบัต ข องสาร ประกอบด้วย ิ (1) มาตรฐานการเรียนรู้ เป็นข้อกำาหนดคุณภาพของนักเรียน ด้านความรู้ ความคิด ทักษะ/กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 12. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 12 (2) ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นตัวระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และสามารถปฏิบัติ ได้ รวมถึงคุณลักษณะของนักเรียนในแต่ละระดับชัน ซึ่งสอดคล้องกับ ้ มาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร (3) สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะ/ กระบวนการเรียนรู้และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซึ่งกำาหนดให้ นักเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำาเป็นต้องเรียนรู้ ซึ่งกลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบ่งเป็น 8 สาระ 2) กระบวนการจัด การเรีย นรู้ท ใ ช้ใ นกลุ่ม สาระการ ี่ เรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ เป็นวิธีการหรือเทคนิคที่นำามาใช้ใน กระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 3) แฟ้ม สะสมผลงาน (Portfolio) เป็นการเก็บรวบรวมผล งานของนักเรียน โดยแสดงขันตอนในการจัดทำาแฟ้มสะสมผลงานและ ้ วิธีการคัดเลือกผลงานเพื่อเก็บในแฟ้มสะสมผลงาน 4) ผัง การออกแบบการจัด การเรีย นรูแ บบ Backward ้ Design เป็นแบบฟอร์มเพื่อให้ครูสามารถปรับปรุงแผนการจัดการ เรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาพความพร้อมของนักเรียนและสถานการณ์ เฉพาะหน้า รวมทั้งใช้เป็นผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้ แผนการ จัดการเรียนรู้นี้ได้อำานวยความสะดวกให้ครู โดยได้พิมพ์โครงสร้าง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward Design ให้ครูเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่ครูปรับปรุงเองไว้ด้วยแล้ว 5) รูป แบบแผนการจัด การเรีย นรู้ร ายชัว โมง เป็นรูปแบบ ่ การเขียนการจัดการเรียนรู้ที่บอกรายละเอียดในแต่ละหัวข้อที่ปรากฏ อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง 6) ใบงาน สารและสมบัต ิข องสาร ม. 4− 6 เป็นกิจกรรมที่ ฝึกให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งแบ่ง เป็นกิจกรรมการทดลอง กิจกรรมสังเกต กิจกรรมสำารวจ กิจกรรม สืบค้นข้อมูล 7) แบบทดสอบก่อ นเรีย นและหลัง เรีย น เป็นแบบทดสอบ แบบปรนัยและอัตนัย เพื่อใช้วัดความรู้ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน 8) เครื่อ งมือ ประเมิน ผลด้า นคุณ ธรรม จริย ธรรม และ เจตคติท างวิท ยาศาสตร์ เป็นเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นแบบตรวจ สอบรายการและมาตรประมาณค่า โดยใช้วิธีการสังเกต สอบถาม หรือ สัมภาษณ์ ซึ่งครูสามารถนำาไปใช้ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของนักเรียนได้ ทั้งในระหว่างการจัดการเรียนรู้และการปฏิบัติกิจกรรม ต่าง ๆ ซึ่งได้ใช้ตัวบ่งชี้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของจิตวิทยาศาสตร์ 9) เครื่อ งมือ ประเมิน ด้า นทัก ษะ/กระบวนการ เป็นเครื่อง มือที่มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบมาตรประมาณค่า โดย ใช้วิธีการสังเกต สอบถาม หรือสัมภาษณ์ ซึ่งครูสามารถนำาไปใช้ ประเมินทักษะ/กระบวนการของนักเรียนได้ ทั้งในระหว่างการจัดการ
  • 13. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 13 เรียนรู้และการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งได้ใช้ตัวบ่งชี้คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของจิตวิทยาศาสตร์ 10) เครื่อ งมือ ประเมิน สมรรถนะทางวิท ยาศาสตร์แ ละ ภาระงานของนัก เรีย นโดยใช้ม ิต ค ุณ ภาพ (Rubrics) เป็นเครื่อง ิ มือสำาหรับการประเมินตามสภาพจริง ที่ประกอบด้วยรายการที่ใช้ ประเมินหรือเกณฑ์ในการพิจารณาและคำาอธิบายระดับคุณภาพ มี ตัวอย่างเครื่องมือหลายประเภท เช่น แบบสังเกต แบบสำารวจ แบบ ประเมินการทดลอง แบบประเมินการศึกษาค้นคว้า แบบประเมินโครง งานวิทยาศาสตร์ โครงงานทั่วไป และแบบประเมินแฟ้มสะสมผลงาน 1.2 วิธ ีก ารใช้แ ผนการจัด การเรีย นรู้ การจัดการเรียนรู้ครูควรศึกษาคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สาร และสมบัติของสาร ม. 4−6 และศึกษาสื่อการเรียนรู้ที่จะใช้ประกอบ การจัดการเรียนรู้ หลังจากนั้นจึงวางแผนเตรียมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ก็จะช่วยให้การจัดการเรียนรู้ของครูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางของคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 เล่มนี้จะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อย่างสูงสุดก็ต่อเมื่อครูได้เตรียมการล่วงหน้า และเลือกวิธีการจัดการ เรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียน ที่สำาคัญสถานศึกษาแต่ละแห่งมีสภาพ แวดล้อมการเรียนรู้และสภาพนักเรียนที่แตกต่างกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่ คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้เล่มใด ๆ จะเหมาะสมและดีเยี่ยมสำาหรับ สถานศึกษา ครู และนักเรียนทุกคน ดังนัน จึงเป็นหน้าทีของครูทจะ ้ ่ ี่ ต้องเตรียมการจัดการเรียนรู้ พิจารณาปรับและเลือกสรรแผนการจัดการ เรียนรู้ให้เหมาะสมกับสภาพการเรียนรู้จริงของนักเรียนและสถาน ศึกษา 1.3 สัญ ลัก ษณ์ก ระบวนการเรีย นรู้ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่กำาหนดไว้ที่กิจกรรมนั้นมีจุดมุ่งหมายและจุด เน้นที่แตกต่างกันตามลักษณะของกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องการให้ นักเรียนได้เรียนรู้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับธรรมชาติของกลุ่มสาระการ เรียนรู้และจุดเน้นของหลักสูตร ดังนั้นสัญลักษณ์จึงเป็นแนวทางที่เอื้อ ประโยชน์ต่อนักเรียนที่จะศึกษาหาความรู้ตามรายละเอียดของกิจกรรม ในสื่อการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์สมบูรณ์แบบชุดนี้ได้กำาหนดสัญลักษณ์ ไว้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ สัญ ลัก ษณ์ห ลัก ของกลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ การสืบ ค้น ข้อ มูล เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้นักเรียน สืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วใช้ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ เช่น การลงสรุปข้อมูล เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ด้วยตนเอง
  • 14. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 14 การสำา รวจ เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้นักเรียนสำารวจ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ตามความคิดรวบยอดของแต่ละหัวเรื่อง แล้วใช้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การจัดกระทำาและ สื่อความหมายข้อมูล การลงสรุปข้อมูล เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ด้วย ตนเอง การทดลอง เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้นักเรียนได้ปฏิบัติ การทดลองเพื่อพิสูจน์มโนทัศน์ที่เรียนรู้ โดยการออกแบบการทดลอง ดำาเนินการทดลอง และสรุปผลการทดลอง แล้วใช้ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การพยากรณ์ การจัดกระทำาและสื่อ ความหมายข้อมูล การลงสรุปข้อมูล เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ด้วยตนเอง การสัง เกต เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้นักเรียนสังเกต ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ตามความคิดรวบยอดของแต่ละหัวเรื่อง แล้วใช้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การจำาแนกการลงสรุปข้อมูล เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ด้วยตนเอง สัญ ลัก ษณ์เ สริม ของกลุ่ม สาระการเรีย นรู้ วิท ยาศาสตร์ โครงงาน เป็นกิจกรรมโครงงานคัดสรรที่นำาหลักการ แนวคิดของมโนทัศน์ในหัวเรื่องที่เรียนรู้มาใช้แก้ปัญหา การพัฒ นากระบวนการคิด เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้ นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิดเพื่อเพิ่มพูนทักษะการคิดของตนเอง การประยุก ต์ใ ช้ใ นชีว ต ประจำา วัน เป็นกิจกรรมที่ ิ กำาหนดให้นักเรียนต้องนำาหลักการ แนวคิดของมโนทัศน์ในหัวเรื่องที่ เรียนรู้มาใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงของชีวิตประจำาวัน การทำา ประโยชน์ใ ห้ส ัง คม เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้ นักเรียนนำาความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปปฏิบัติเพื่อให้ตระหนักในการ ทำาประโยชน์ให้สังคม การปฏิบ ัต ิจ ริง /ฝึก ทัก ษะ เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้ นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดและเพิ่มพูนทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์
  • 15. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 15 ความคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่กำาหนดให้นักเรียนได้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ภาระงานเพิ่มพูนทักษะการคิด ของตนเอง 2. แนวคิด หลัก การออกแบบการจัด การเรีย นรู้แ บบ Backward Design (BwD) การจัดการเรียนรู้หรือการสอนเป็นงานที่ครูทุกคนต้องใช้กลวิธี ต่าง ๆ มากมายเพื่อให้นักเรียนสนใจที่จะเรียนรู้และเกิดผลตามที่ครู คาดหวัง การจัดการเรียนรู้จัดเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ ตลอดจนประสบการณ์อย่างมาก ครูบางคนอาจจะละเลยเรื่องของการ ออกแบบการจัดการเรียนรู้หรือการออกแบบการสอน ซึ่งเป็นงานที่ครู จะต้องทำาก่อนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ การออกแบบการจัด การเรีย นรูท ำา อย่า งไร ทำา ไมจึง ต้อ ง ้ ออกแบบการจัด การเรีย นรู้ ครูทุกคนผ่านการศึกษาและได้เรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบการ เรียนรู้มาแล้ว ในอดีตการออกแบบการเรียนรู้จะเริ่มต้นจากการกำาหนด จุดประสงค์การเรียนรู้ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ การดำาเนินการ จัดการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ปัจจุบันการเรียนรู้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม รวม ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาท ต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้จากสื่อและ แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัว ดังนั้นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นกระบวนการสำาคัญที่ครูจำาเป็นต้องดำาเนินการให้เหมาะสมกับ ศักยภาพของนักเรียนแต่ละบุคคล วิกกินส์และแม็คไท นักการศึกษาชาวอเมริกันได้เสนอแนวคิด เกี่ยวกับการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเขาเรียกว่า Backward Design ซึ่งเป็นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ครูจะต้องกำาหนด ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนก่อน โดยเขาทั้งสอง ให้ชื่อว่า ความเข้าใจที่คงทน (Enduring Understandings) เมื่อ กำาหนดความเข้าใจที่คงทนได้แล้ว ครูจะต้องบอกให้ได้ว่าความเข้าใจ ที่คงทนของนักเรียนนี้เกิดจากอะไร นักเรียนจะต้องมีหรือแสดง พฤติกรรมอะไรบ้าง ครูมีหรือใช้วิธีการวัดอะไรบ้างที่จะบอกว่านักเรียน มีหรือแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นแล้ว จากนั้นครูจึงนึกถึงวิธีการจัดการ เรียนรู้ที่จะทำาให้นักเรียนเกิดความเข้าใจที่คงทนต่อไป แนวคิด ของ Backward Design
  • 16. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 16 Backward Design เป็นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ ผลลัพธ์ปลายทางเป็นหลัก ซึ่งผลลัพธ์ปลายทางนี้จะเกิดขึ้นกับ นักเรียนก็ต่อเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้ ทั้งนี้ครูจะต้องออกแบบการ จัดการเรียนรู้ โดยใช้กรอบความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลมีความสัมพันธ์ กัน จากนั้นจึงจะลงมือเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ขยายรายละเอียด เพิ่มเติมให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อไป กรอบความคิดหลักของการออกแบบการจัดการเรียนรู้โดย Backward Design มีขั้นตอนหลักที่สำาคัญ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 กำาหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับ นักเรียน ขั้นที่ 2 กำาหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็น หลักฐานที่แสดงว่านักเรียน มีผลการเรียนรู้ตามที่กำาหนดไว้อย่างแท้จริง ขั้นที่ 3 วางแผนการจัดการเรียนรู้ ขั้น ที่ 1 กำา หนดผลลัพ ธ์ป ลายทางที่ต ้อ งการให้เ กิด ขึ้น กับ นัก เรีย น ก่อนที่จะกำาหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับ นักเรียนนั้น ครูควรตอบคำาถามสำาคัญต่อไปนี้ − นักเรียนควรจะมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถทำาสิ่งใดได้ บ้าง − เนื้อหาสาระใดบ้างที่มีความสำาคัญต่อการสร้างความเข้าใจ ของนักเรียนและความเข้าใจที่คงทน (Enduring Understanding) ที่ครูต้องการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนมีอะไรบ้าง เมื่อจะตอบคำาถามสำาคัญดังกล่าวข้างต้น ให้ครูนึกถึงเป้าหมาย ของการศึกษา มาตรฐานการเรียนรู้ด้านเนื้อหาระดับชาติที่ปรากฏอยู่ ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รวมทั้ง มาตรฐานการเรียนรู้ระดับเขตพื้นที่การศึกษา หรือท้องถิ่น การทบทวนความคาดหวังของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากมาตรฐานแต่ละระดับจะมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาสาระต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างลดหลั่นกันไป ด้วยเหตุนี้ขั้นที่ 1 ของ Backward Design ครูจึงต้องจัดลำาดับความสำาคัญและเลือกผลลัพธ์ปลายทาง ของนักเรียน ซึ่งเป็นผลการเรียนรู้ที่เกิดจากความเข้าใจที่คงทนต่อไป ความเข้า ใจที่ค งทนของนัก เรีย น ความเข้าใจที่คงทนคืออะไร ความเข้าใจที่คงทนเป็นความรู้ที่ลึก ซึ้ง ได้แก่ ความคิดรวบยอด ความสัมพันธ์ และหลักการของเนื้อหาและ วิชาที่นักเรียนเรียนรู้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นความรู้ที่อิงเนื้อหา ความรู้นี้เกิดจากการสะสมข้อมูลต่าง ๆ ของนักเรียนและเป็นองค์ความ รู้ที่นักเรียนสร้างขึ้นด้วยตนเอง
  • 17. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 17 การเขีย นความเข้า ใจทีค งทนในการออกแบบการ ่ จัด การเรีย นรู้ ถ้าความเข้าใจที่คงทนหมายถึง สาระสำาคัญของสิ่งที่จะเรียนรู้ แล้ว ครูควรจะรู้ว่าสาระสำาคัญหมายถึงอะไร คำาว่า สาระสำาคัญ มาจาก คำาว่า Concept ซึ่งนักการศึกษาของไทยแปลเป็นภาษาไทยว่า สาระ สำาคัญ ความคิดรวบยอด มโนทัศน์ มโนมติ และสังกัป ซึ่งการเขียน แผนการจัดการเรียนรู้นิยมใช้คำาว่า สาระสำาคัญ สาระสำาคัญเป็นข้อความที่แสดงแก่นหรือเป้าหมายเกี่ยวกับเรื่อง ใดเรื่องหนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปรวมและข้อแตกต่างเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่อง หนึ่ง โดยอาจครอบคลุมข้อเท็จจริง กฎ ทฤษฎี ประเด็น และการสรุป สาระสำาคัญและข้อความที่มีลักษณะรวบยอดอย่างอื่น ประเภทของสาระสำาคัญ 1. ระดับกว้าง (Broad Concept) 2. ระดับการนำาไปใช้ (Operative Concept หรือ Functional Concept) ตัวอย่างสาระสำาคัญระดับกว้าง − สุขภาพของตัวอ่อนในครรภ์ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนของมารดา − พืชมีหลายชนิด มีประโยชน์ต่างกัน ตัวอย่างสาระสำาคัญระดับนำาไปใช้ − สุขภาพของตัวอ่อนในครรภ์ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนของมารดา ในด้านการรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหว และการรักษาสุขภาพ จิต − พืชมี 2 ประเภท คือ พืชล้มลุก และพืชยืนต้น พืชมีประโยชน์ ในการทำาให้มีสมดุลทางธรรมชาติ เป็นที่อยู่อาศัย เป็นยารักษาโรค เป็นเครื่องนุ่งห่ม และทำาให้โลกสวยงาม แนวทางการเขียนสาระสำาคัญ 1. ให้เขียนสาระสำาคัญของทุกเรื่อง โดยแยกเป็นข้อ ๆ (จำานวน ข้อของสาระสำาคัญจะเท่ากับจำานวนเรื่อง) 2. การเขียนสาระสำาคัญที่ดีควรเป็นสาระสำาคัญระดับการนำาไป ใช้ 3. สาระสำาคัญต้องครอบคลุมประเด็นสำาคัญครบถ้วน เพราะหาก ขาดส่วนใดไปแล้วจะทำาให้นักเรียนรับสาระสำาคัญที่ผิดไปทันที 4. การเขียนสาระสำาคัญที่จะให้ครอบคลุมประเด็นสำาคัญวิธีการ หนึ่งคือ การเขียนแผนผังสาระสำาคัญ ตัวอย่างการเขียนแผนผังสาระสำาคัญ ลักษณะของสัตว์ที่ นำามา ใช้แรงงาน
  • 18. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 18 ด้านการใช้ แรงงาน ประโยชน์ ด้านการใช้เป็น อาหาร ด้านการเลี้ยง ไว้ดูเล่น ตัวอย่างสัตว์ที่นำา มาใช้ แรงงานแต่ละด้าน ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ที่นำามาใช้เป็น อาหาร ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ แต่ละชนิดที่นำามา ใช้ เป็นอาหาร ลักษณะของสัตว์ที่ เลี้ยง ไว้ดูเล่น ตัวอย่างของสัตว์ที่ เลี้ยงไว้ดูเล่น สาระสำาคัญของประโยชน์ของสัตว์: ประโยชน์ของสัตว์แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการใช้แรงงาน ด้านการใช้เป็นอาหาร และด้านการเลี้ยงไว้ ดูเล่น 5. การเขียนสาระสำาคัญเกี่ยวกับเรื่องใดควรเขียนลักษณะเด่นที่ มองเห็นได้หรือนึกได้ออกมาเป็นข้อ ๆ แล้วจำาแนกลักษณะเหล่านั้น เป็นลักษณะจำาเพาะและลักษณะประกอบ 6. การเขียนข้อความที่เป็นสาระสำาคัญ ควรใช้ภาษาที่มีการ ขัดเกลาอย่างดี เลี่ยงคำาที่มีความหมายกำากวมหรือฟุ่มเฟือย ตัว อย่า งการเขีย นสาระสำา คัญ เรื่อ ง แมลง แมลง ลัก ษณะ ลัก ษณะ จำา เพาะ ประกอบ มีสี − ü มี 6 ขา − ü
  • 19. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 19 มีพิษ ร้องได้ มีปีก ลำาตัวเป็นปล้อง มีหนวดคลำาทาง 2 เส้น เป็นอาหารได้ ไม่มีกระดูกสัน หลัง − − ü ü ü ü ü − − − − ü ü − สาระสำาคัญของแมลง: แมลงเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลำาตัว เป็น 3 ปล้อง มี 6 ขา มีหนวดคลำาทาง 2 เส้น มีปีก 2 ปีก ตัวมีสีต่างกัน บางชนิดร้องได้ บางชนิดมีพิษ และบางชนิดเป็น อาหารได้ ขั้น ที่ 2 กำา หนดภาระงานและการประเมิน ผลการ เรีย นรู้ซ ึ่ง เป็น หลัก ฐานที่แ สดงว่า นัก เรีย นมีผ ลการเรีย นรู้ต ามที่ก ำา หนดไว้อ ย่า งแท้จ ริง เมื่อครูกำาหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน แล้ว ก่อนที่จะดำาเนินการขั้นต่อไปขอให้ครูตอบคำาถามสำาคัญ ต่อไปนี้ − นักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกในลักษณะใด จึงทำาให้ครู ทราบว่า นักเรียนบรรลุผลลัพธ์ปลายทางตามที่กำาหนดไว้แล้ว − ครูมีหลักฐานหรือใช้วิธีการใดที่สามารถระบุได้ว่า นักเรียนมี พฤติกรรมหรือแสดงออกตามผลลัพธ์ปลายทางที่กำาหนดไว้ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักการของ Backward Design เน้นให้ครูรวบรวมหลักฐานการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ จำาเป็นและมีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวได้ว่า การจัดการเรียนรู้ทำาให้ นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์แล้วไม่ใช่เรียนแค่ให้จบตามหลักสูตรหรือเรียน ตามชุดของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูกำาหนดไว้เท่านั้น วิธีการของ Backward Design ต้องการกระตุ้นให้ครูคิดล่วงหน้าว่า ครูควรจะ กำาหนดและรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์อะไรบ้างก่อนที่จะออกแบบ หน่วยการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานดังกล่าวควรจะเป็นหลัก ฐานที่สามารถใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับ ที่มีประโยชน์สำาหรับผู้เรียนและ ครูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ครูควรใช้วิธีการวัดและประเมินแบบต่อ เนื่องอย่างไม่เป็นทางการและเป็นทางการ ตลอดระยะเวลาที่ครูจัด กิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ต้องการ ให้ครูทำาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระหว่างการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่เรียกว่า สอนไปวัด ผลไป
  • 20. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 20 จึงกล่าวได้ว่าขั้นนี้ ครูควรนึกถึงพฤติกรรมหรือการแสดงออก ของนักเรียน โดยพิจารณาจากผลงานหรือชิ้นงานที่เป็นหลักฐานเชิง ประจักษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเรียนเกิดผลลัพธ์ปลายทางตามเกณฑ์ที่ กำาหนดไว้แล้วและเกณฑ์ที่ใช้ประเมินควรเป็นเกณฑ์คุณภาพในรูป ของมิติคุณภาพ (Rubrics) อย่างไรก็ตามครูอาจจะมีหลักฐานหรือใช้ วิธีการอื่น ๆ เช่น การทดสอบก่อนและหลังเรียน การสัมภาษณ์ การ ศึกษาค้นคว้า การฝึกปฏิบัติขณะเรียนรู้ประกอบด้วยก็ได้ การกำา หนดภาระงานและการประเมิน ผลการเรีย นรู้ซ ง ึ่ เป็น หลัก ฐานทีแ สดงว่า นัก เรีย นมีผ ล ่ การเรีย นรูต ามผลลัพ ธ์ป ลายทางทีก ำา หนดไว้แ ล้ว ้ ่ หลังจากที่ครูได้กำาหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับ นักเรียนแล้ว ครูควรกำาหนดภาระงานและวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามผลลัพธ์ปลาย ทางที่กำาหนดไว้แล้ว ภาระงาน หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่กำาหนดให้นักเรียน ปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี/มาตรฐาน การเรียนรู้ที่กำาหนดไว้ ลักษณะสำาคัญของงานจะต้องเป็นงานที่ สอดคล้องกับชีวิตจริงในชีวิตประจำาวัน เป็นเหตุการณ์จริงมากกว่า กิจกรรมที่จำาลองขึ้นเพื่อใช้ในการทดสอบ ซึ่งเรียกว่างานที่ปฏิบัติเป็น งานที่มีความหมายต่อผู้เรียน (Meaningful Task) นอกจากนี้ งาน และกิจกรรมจะต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน สอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้/ตัวชี้วัดชันปี/มาตรฐานการเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับ ้ นักเรียน ทั้งนี้เมื่อได้ภาระงานครบถ้วนตามที่ต้องการแล้ว ครูจะต้องนึกถึง วิธีการและเครื่องมือที่จะใช้วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งมีอยู่มากมายหลายประเภท ครูจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับภาระงาน ที่นักเรียนปฏิบัติ ตัวอย่างภาระงานเรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่และสารอาหารใน อาหารหลัก 5 หมู่ รวมทั้งการกำาหนดวิธีการวัดและประเมินผลการเรียน รู้ของนักเรียนดังตาราง
  • 21. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 21 ตัวอย่าง ภาระงาน/ผลงาน แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่และสารอาหารในอาหาร หลัก 5 หมู่ สาระที่ 1 : สิ่ง มีช ีว ิต กับ กระบวนการดำา รงชีว ิต มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของ ระบบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทำางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สือสารสิ่งทีเรียนรู้ ่ และนำาความรู้ไปใช้ในการดำารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต ตัว ชีว ด ้ ั ชัน ปี ้ วิเคราะห์ สารอาหาร และ อภิปราย ความ จำาเป็นที่ ร่างกาย ต้องได้รับ สารอาหาร สาระ การ เรีย นรู้ อาหาร หลัก 5 หมู่ ความ หมายและ ประเภท ของสาร อาหาร ภาระ งาน/ ผล งาน/ ชิ้น งาน รายงาน เรื่อง อาหาร หลัก 5 หมูและ ่ สาร อาหาร ใน อาหาร การวัด และประเมิน ผล วิธ ีก าร เครื่อ งมือ เกณฑ์ −ซักถาม ความรู้ −แบบ สัมภาษณ์ −ตรวจผล งาน −แบบตรวจ สอบ ผลงาน −แบบ สังเกตการณ์ −สังเกตกา ร −เกณฑ์ คุณภาพ 4 ระดับ −เกณฑ์ คุณภาพ 4 ระดับ −เกณฑ์ คุณภาพ กิจ กรรม การเรีย นรู้ การสำารวจสาร อาหารที่ได้ใน แต่ละวัน สื่อ การเรีย นรู้ 1. ภาพอาหารต่าง ๆ 2. ภาพเด็กที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่แข็งแรง 3. แผนภูมิพีระมิดอาหาร 4. แบบบันทึกข้อมูลการสร้างคำาถาม ของนักเรียนจากประเด็นปัญหาที่ศึกษา 5. แบบบันทึกข้อมูลการอภิปรายจาก ประเด็นปัญหาที่ศึกษา 6. แบบบันทึกความรู้
  • 22. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 22 ในสัดส่วน ที่เหมาะสม กับเพศ และวัย หลัก 5 หมู่ รายงาน −สังเกตกา ร ทำางาน กลุ่ม ทำางานกลุ่ม −แบบประเมิน พฤติกรรม การ ปฏิบัติ กิจกรรม เป็นราย บุคคล และเป็นกลุ่ม 4 ระดับ −เกณฑ์ คุณภาพ 4 ระดับ 7. ใบงานที่ 1 สำารวจสารอาหารที่ได้ ในแต่ละวัน 8. ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง สารอาหารใน อาหารหลัก 5 หมู่ 9. ใบกิจกรรมที่ 2 การสำารวจสาร อาหารในอาหารหลัก 5 หมู่ 10. แบบทดสอบ เรื่อง สารอาหารใน อาหารหลัก 5 หมู่
  • 23. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 23 ความเข้าใจที่คงทนจะเกิดขึ้นได้ นักเรียนจะต้องมีความสามารถ 6 ประการ ได้แก่ 1. การอธิบ าย ชีแ จง เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออก ้ โดยการอธิบายหรือชี้แจงในสิ่งที่เรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง สอดคล้อง มี เหตุมีผล และ เป็นระบบ 2. การแปลความและตีค วาม เป็นความสามารถที่นักเรียน แสดงออกโดยการแปลความและตีความได้อย่างมีความหมาย ตรง ประเด็น กระจ่างชัด และทะลุปรุโปร่ง 3. การประยุก ต์ ดัด แปลง และนำา ไปใช้ เป็นความสามารถที่ นักเรียนแสดงออกโดยการนำาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมี ประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ และคล่องแคล่ว 4. การมีม ุม มองทีห ลากหลาย เป็นความสามารถที่นักเรียน ่ แสดงออกโดยการมีมุมมองที่น่าเชื่อถือ เป็นไปได้ มีความลึกซึ้ง แจ่ม ชัด และแปลกใหม่ 5. การให้ค วามสำา คัญ ใส่ใ จในความรู้ส ก ของผูอ ื่น เป็น ึ ้ ความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการมีความละเอียดรอบคอบ เปิดเผย รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ระมัดระวังที่จะไม่ให้เกิดความ กระทบกระเทือนต่อผู้อื่น 6. การรู้จ ัก ตนเอง เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดย การมีความตระหนักรู้ สามารถประมวลผลข้อมูลจากแหล่งที่หลาก หลาย ปรับตัวได้ รู้จักใคร่ครวญ และมีความเฉลียวฉลาด นอกจากนี้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำาหนดสมรรถนะสำาคัญของนักเรียนหลังจากสำาเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรไว้ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสือ สาร เป็นความสามารถของ ่ นักเรียนในการถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และ ทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์ อัน จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อ รองเพื่อประนีประนอม การเลือกที่จะรับและไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วย หลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพ โดยคำานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถของนักเรียน ในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การ คิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดเชิงคุณธรรม และการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อนำาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยว กับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
  • 24. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 3. ความสามารถในการแก้ป ัญ หา เป็นความสามารถของ นักเรียนในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสิน ใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคำานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม และสิงแวดล้อม ่ 4. ความสามารถในการใช้ท ัก ษะ /กระบวนการและทัก ษะ ในการดำา เนิน ชีว ต เป็นความสามารถของนักเรียนในด้านการนำา ิ กระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำาเนินชีวิตประจำาวัน การทำางานและ การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง บุคคล การจัดการและหาทางออกที่เหมาะสมด้านความขัดแย้งและ ความแตกต่างระหว่างบุคคล การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและสภาพแวดล้อม การสืบเสาะหาความรู้ และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เ ทคโนโลยี เป็นความสามารถ ของนักเรียนในการเลือกใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทั้งด้านวัตถุ แนวคิด และวิธีการในการพัฒนาตนเองและสังคมด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำางาน การแก้ปัญหา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม นอกจากสมรรถนะสำาคัญของนักเรียนหลังจากสำาเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรที่กล่าวแล้วข้างต้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น ฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำาหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ นักเรียนหลังจากสำาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรไว้ 8 ประการ ดังนี้ 24 1. รั ก ช า ติ ศ า ส น์ ก ษั ต ริ ย ์ เป็ น คุ ณ ลั ก ษณะในฐานะ พลเมืองไทย ต้องรู้คุณค่า หวงแหน และเทิดทูนสถาบันสูงสุดของ ชาติ 2. ซื่ อ สั ต ย์ ส ุ จ ริ ต เป็ น คุ ณ ลั ก ษณะที่ ผู้ เ รี ย นมี จิ ต สำา นึ ก ค่ า นิยม และมีคุณธรรม จริยธรรมในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม อย่างมีความสุข 3. มี ว ิ น ั ย เป็ น คุ ณ ลั ก ษณะของนั ก เรี ย นด้ า นการประพฤติ ปฏิ บั ติ ต าม กฎ ระเบี ย บของสั ง คมอย่ า งมี ค วามรั บ ผิ ด ชอบ และ ความซื่อสัตย์ตอตนเองและผู้อื่น ่ 4. ใ ฝ่ เ รี ย น รู้ เป็ น คุ ณ ลั ก ษณะของนั ก เรี ย นด้ า นความ กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้อยากรู้ อยากเรียน รักการอ่าน การเขียน การฟัง รู้จักตั้งคำาถามเพื่อหาเหตุผล ทั้งด้วยตนเองและ
  • 25. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ร่วมกับผู้อื่นด้วยความขยัน หมั่นเพียร และอดทน และเปิดรับความ คิดใหม่ ๆ 5. อยู่อ ย่า งพอเพีย ง เป็นคุณลักษณะ ของนักเรียนในการ ดำารงชีวิตอย่างมีความพอประมาณใช้ สิ่งของอย่างประหยัด พอใจ ในสิ่งที่ตนมีอยู่บนหลักเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี 6. มุ่ ง มั่ น ใ น ก า ร ทำา ง า น เป็ น คุ ณ ลั ก ษณะของผู้ เ รี ย นที่ มี จิ ต สำา นึ ก ในการใช้ บริ ห ารงานและทรั พ ยากรอย่ า งคุ้ ม ค่ า และ ยั่งยืน ในการทำางานตามความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะและมุ่งมั่นต่อ ความสำาเร็จของงาน 7. รั ก ค ว า ม เ ป็ น ไ ท ย เป็ น คุ ณ ลั ก ษณะของผู้ เ รี ย นที่ รู้ จั ก หวงแหน อนุ รั ก ษ์ พั ฒ นาวิ ถี ชี วิ ต ของคนไทย ประพฤติ ต าม วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่คู่ไทย 8. มีจ ิต สาธารณะ เป็นคุณลักษณะที่ผู้เรียนได้ทำาประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนั ด และความสนใจในลั ก ษณะอาสา สมั ค ร เพื่ อ แสดงความรั บ ผิ ด ชอบ ความเสี ย สละ มี จิ ต มุ่ ง ทำา ประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม ดังนั้นการกำาหนดภาระงานให้นักเรียนปฏิบัติ รวมทั้งการเลือก วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้นั้น ครูควรคำานึงถึงความ สามารถของนักเรียน 6 ประการ ตามแนวคิดของ Backward Design สมรรถนะสำาคัญและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนหลังจาก สำาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อให้ภาระงาน วิธี การ และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้มีครอบคลุมสิ่งที่สะท้อน ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนอย่างแท้จริง นอกจากนี้การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward Design ในขั้นที่ 2 นี้ ครูจะต้องคำานึงถึงภาระงาน วิธีการ เครื่องวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีความเที่ยงตรง ความเชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ ตรงกับสภาพจริง มีความยืดหยุ่น และให้ความสบายใจ แก่นักเรียนเป็นสำาคัญ ขั้น ที่ 3 วางแผนการจัด การเรีย นรู้ เมื่อครูมีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกำาหนดผลลัพธ์ ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน รวมทั้งกำาหนดภาระงานและ การประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนเกิดการ เรียนรู้ตามที่กำาหนดไว้อย่างแท้จริงแล้ว ขั้นต่อไปครูควรนึกถึง กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่จะจัดให้แก่นักเรียน การที่ครูจะนึกถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่จะจัดให้นักเรียนได้นั้น ครูควรตอบคำาถามสำาคัญ ต่อ ไปนี้ 25
  • 26. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 26 − ถ้าครูต้องการจะจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดความรู้เกี่ยวกับ ข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอด หลักการ และทักษะกระบวนการต่าง ๆ ที่จำาเป็นสำาหรับนักเรียน ซึ่งจะทำาให้นักเรียนเกิดผลลัพธ์ปลายทางตาม ที่กำาหนดไว้ รวมทั้งเกิดเป็นความเข้าใจที่คงทนต่อไปนั้น ครูสามารถ จะใช้วิธีการง่าย ๆ อะไรบ้าง − กิจกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยเป็นสื่อนำาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ และทักษะที่จำาเป็นมีอะไรบ้าง − สื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมและดีที่สุด ซึ่งจะทำาให้ผู้ เรียนบรรลุตามมาตรฐานของหลักสูตรมีอะไรบ้าง − กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่กำาหนดไว้ควรจัดกิจกรรมใดก่อน และควรจัดกิจกรรมใด ภายหลัง − กิจกรรมต่าง ๆ ออกแบบไว้เพื่อตอบสนองความแตกต่าง ระหว่างบุคคลของนักเรียนหรือไม่ เพราะเหตุใด การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดผลลัพธ์ ปลายทางตามแนวคิดของ Backward Design นั้น วิกกินส์และแม็ค ไทได้เสนอแนะให้ครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดของ WHERETO (ไปที่ไหน) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ W แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดให้นั้นจะต้องช่วยให้นักเรียนรู้ ว่าหน่วยการเรียนรู้นี้จะดำาเนินไปในทิศทางใด (Where) และสิ่งที่คาด หวังคืออะไร (What) มีอะไรบ้าง ช่วยให้ครูทราบว่านักเรียนมีความรู้ พื้นฐานและความสนใจอะไรบ้าง H แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรดึงดูดความสนใจนักเรียนทุกคน (Hook) ทำาให้นักเรียนเกิดความสนใจในสิ่งที่จะเรียนรู้ (Hold) และ ใช้สงที่นักเรียนสนใจเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ ิ่ E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรส่งเสริมและจัดให้ (Equip) นักเรียนได้มีประสบการณ์ (Experience) ในแนวคิดหลัก/ความคิด รวบยอด และสำารวจ รวมทั้งวินิจฉัย (Explore) ในประเด็นต่าง ๆ ที่น่า สนใจ R แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด ทบทวน (Rethink) ปรับ (Revise) ความเข้าใจในความรู้และงานที่ ปฏิบัติ E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ประเมิน (Evaluate) ผลงานและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้
  • 27. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 T แทน กิจกรรมการเรียนรู้ควรออกแบบ (Tailored) สำาหรับ นักเรียนเป็นรายบุคคลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ ความสนใจ และความสามารถที่แตกต่างกันของนักเรียน O แทน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้เป็นระบบ (Organized) ตามลำาดับการเรียนรู้ของนักเรียนและกระตุ้นให้ นักเรียนมีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้ตั้งแต่เริ่มแรกและตลอดไป ทั้งนี้เพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า การวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่มี การกำาหนดวิธีการจัดการเรียนรู้ การลำาดับบทเรียน รวมทั้งสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงนั้น จะประสบผลสำาเร็จได้ก็ต่อเมื่อครู ได้มีการกำาหนดผลลัพธ์ปลายทาง หลักฐานและวิธีการวัดและประเมิน ผลที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่กำาหนดไว้อย่างแท้จริงแล้ว การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นเพียงสื่อที่จะนำาไปสู่เป้าหมายความ สำาเร็จที่ต้องการเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ถ้าครูมีเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะช่วย ทำาให้การวางแผนการจัดการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถทำาให้นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่กำาหนดไว้ได้ โดยสรุปจึงกล่าวได้ว่า ขั้นนี้เป็นการค้นหาสื่อการเรียนรู้ แหล่ง การเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับนักเรียน กิจกรรมที่กำาหนดขึ้นควรเป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้นักเรียนสามารถ สร้างและสรุปเป็นความคิดรวบยอดและหลักการที่สำาคัญของสาระที่ เรียนรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจที่คงทน รวมทั้งความรู้สึกและค่านิยมที่ดี ไปพร้อม ๆ กับทักษะความชำานาญ ตัว อย่า งผัง การออกแบบการจัด การเรีย นรูแ บบ Backward ้ Design 27
  • 28. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 28 หน่ว ยการเรีย นรูท ี่...... ้ ขัน ที่ 1 ผลลัพ ธ์ป ลายทางทีต อ งการให้เ กิด ขึน กับ นัก เรีย น ้ ่ ้ ้ ตัว ชีว ัด ชัน ปี ้ ้ 1. ............................................................................................................... 2. ............................................................................................................... ความเข้า ใจที่ค งทนของ คำา ถามสำา คัญ ที่ท ำา ให้เ กิด ความเข้า ใจ นัก เรีย น ที่ค งทน นัก เรีย นจะเข้า ใจว่า … 1. ................................................ 1.................................................. 2. ............................................... ................... 2.................................................. ................... ความรูข องนัก เรีย นที่น ำา ไปสู่ ทัก ษะ/ความสามารถของนัก เรีย นที่ ้ ความเข้า ใจที่ค งทน นำา ไปสูค วามเข้า ใจที่ค งทน ่ นัก เรีย นจะรูว ่า … ้ นัก เรีย นจะสามารถ... 1. ............................................... 1. ................................................ .. .................. 2. ..................................... 2. ................................................ ............ .................. 3. ............................................... 3. .............................................................. ..... .. ขัน ที่ 2 ภาระงานและการประเมิน ผลการเรีย นรู้ซ ง เป็น หลัก ฐานที่ ้ ึ่ แสดงว่า นัก เรีย นมีผ ลการเรีย นรูต ามทีก ำา หนดไว้ ้ ่ อย่า งแท้จ ริง 1. ภาระงานที่ผ ู้เ รีย นต้อ งปฏิบ ัต ิ −....................................................................................................................... .... −.............................................................................................. ............................ 2. วิธ ีก ารและเครือ งมือ ประเมิน ผลการเรีย นรู้ ่ วิธ ีก ารประเมิน ผลการ เครือ งมือ ประเมิน ผลการเรีย นรู้ ่ เรีย นรู้ −............................................... −.......................................... −............................................... .....
  • 29. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 29 −.......................................... ..... 3. สิ่ง ที่ม ุ่ง ประเมิน −.............................................................................................. ................................. −.............................................................................................. ................................. ขั้น ที่ 3 แผนการจัด การเรีย นรู้ −................................................................................................................ ....... −................................................................................................................ ....... เมื่อครูออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามผังการออกแบบการจัดการ เรียนรู้แบบ Backward Design แล้ว ครูสามารถเขียนแผนการ จัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมงได้โดยใช้รูปแบบของแผนการจัดการ เรียนรู้แบบเรียงหัวข้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ชือ แผน...(ระบุชอและลำาดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู้) ่ ื่ ชือ เรือ ง...(ระบุชื่อเรื่องที่จะทำาการจัดการเรียนรู้) ่ ่ สาระที่...(ระบุสาระที่ใช้จัดการเรียนรู้) เวลา...(ระบุระยะเวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ต่อ 1 แผน) ชัน ...(ระบุชนที่จัดการเรียนรู้) ้ ั้ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่...(ระบุชื่อและลำาดับที่ของหน่วยการเรียน รู้) สาระสำา คัญ ...(เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทัศน์ของหัว เรื่องที่จะจัดการเรียนรู้) ตัว ชีว ด ชัน ปี...(ระบุตัวชี้วัดชั้นปีที่ใช้เป็นเป้าหมายของแผนการ ้ ั ้ จัดการเรียนรู้) จุด ประสงค์ก ารเรีย นรู้...(กำาหนดให้สอดคล้องกับสมรรถนะ สำาคัญและคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของนักเรียนหลังจากสำาเร็จการศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งประกอบด้วย
  • 30. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ด้านความรู้ (Knowledge: K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติทางวิทยาศาสตร์ (Affective: A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (Performance: P) การวัด และประเมิน ผลการเรีย นรู้...(ระบุวิธีการและเครื่องวัด และประเมินผลที่สอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน) สาระการเรีย นรู้...(ระบุสาระและเนื้อหาที่ใช้จัดการเรียนรู้ อาจ เขียนเฉพาะหัวเรื่องก็ได้) กระบวนการจัด การเรีย นรู้...(กำาหนดให้สอดคล้องกับ ธรรมชาติของกลุ่มสาระและการ บูรณาการข้ามสาระ) กิจ กรรมเสนอแนะ...(ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่นักเรียน ควรปฏิบัติเพิ่มเติม) แนวทางบูร ณาการ ...(เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุ่ม สาระอื่นที่บูรณาการร่วมกัน) สือ /แหล่ง การเรีย นรู้...(ระบุสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่ ่ ใช้ในการจัดการเรียนรู้) บัน ทึก ผลหลัง การจัด การเรีย นรู้...(ระบุรายละเอียดของผล การจัดการเรียนรู้ตามแผนที่ กำาหนดไว้ อาจนำาเสนอข้อเด่นและข้อด้อยให้เป็นข้อมูลที่ สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่ง ของการทำาวิจัยในชั้นเรียนได้) ในส่วนของการเขียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้น ให้ครูที่ เขียนโดยนำาขั้นตอนหลักของเทคนิค วิธีการของการจัดการเรียนรู้ที่ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เช่น การเรียนแบบแก้ปัญหา การศึกษาเป็น รายบุคคล การอภิปรายกลุ่มย่อย/กลุ่มใหญ่ การฝึกปฏิบัติการ การ สืบค้นข้อมูล ฯลฯ มาเขียนในขั้นการจัดการเรียนรู้ โดยให้คำานึงถึง ธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การใช้แนวคิดของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด ของ Backward Design จะช่วยให้ครูมีความมั่นใจในการจัดการ เรียนรู้และใช้แผนการจัดการเรียนรู้ของ ในการจัดการ เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป 3. แนวทางการจัด การเรีย นรู้ กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ วิท ยาศาสตร์ 30
  • 31. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ตามหลัก สูต รแกนกลางการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน พุท ธศัก ราช 2551 วิทยาศาสตร์ทำาให้คนได้พัฒนาชีวิต ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะที่สำาคัญในการค้นคว้า หาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถ ตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นสังคมแห่งความรู้ (knowledge based society) ทุกคนจึงจำาเป็นต้องได้รับการพัฒนา ให้รู้วิทยาศาสตร์ (scientific literacy for all) เพื่อที่จะมีความรู้ ความเข้าใจโลกธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น และ นำาความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ มีคุณธรรม ความรู้ วิทยาศาสตร์ไม่เพียงแต่นำามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ยัง ช่วยให้คนมีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน และที่ สำาคัญอย่างยิ่งคือ ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยเพิ่มขีดความสามารถใน การพัฒนาเศรษฐกิจ สามารถแข่งขันกับนานาประเทศและดำาเนินชีวิต อยู่ร่วมกันในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข การที่จะสร้างความเข้มแข็ง ทางด้านวิทยาศาสตร์นั้นองค์ประกอบที่สำาคัญประการหนึ่งคือ การ จัดการศึกษา เพื่อเตรียมคนให้อยู่ในสังคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ วิทยาศาสตร์เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักในโครงสร้างหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรและการ จัดการเรียนรู้ ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มีความสำาคัญ อย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนแต่ละ ระดับชั้นให้ต่อเนื่องเชื่อมโยง ตังแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ดังนั้น จึงจำาเป็นที่จะต้องจัดหลักสูตรแกนกลางที่มี การเรียงลำาดับความยากง่ายของเนื้อหาสาระในแต่ละระดับชั้น การ เชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะทำาให้ นักเรียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิด วิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำาคัญในการค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจ สอบได้ รวมถึงมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูลและ การจัดการ การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เน้นกระบวนการที่ นักเรียนเป็นผู้คิดลงมือปฏิบัติ ศึกษาค้นคว้าอย่างมีระบบด้วยกิจกรรมที่ หลากหลาย ทั้งการปฏิบัติกิจกรรมภาคสนาม การสังเกต การสำารวจ 31
  • 32. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ตรวจสอบ การทดลองในห้องปฏิบัติการ การสืบค้นข้อมูลจากแหล่ง ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ การทำาโครงงานวิทยาศาสตร์ การศึกษาจาก แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น โดยคำานึงถึงวุฒิภาวะ ประสบการณ์เดิม สิ่ง แวดล้อม และวัฒนธรรมที่ต่างกันที่นักเรียนรับรู้มาแล้วก่อนเข้าสู่ ห้องเรียน การเรียนรู้ของนักเรียนจะเกิดขึ้นระหว่างที่นักเรียนมีส่วน ร่วมโดยตรงในการทำากิจกรรมการเรียนเหล่านั้น จึงจะมีความสามารถ ในการสืบเสาะหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยวิธีการ ทางวิทยาศาสตร์ ได้พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูง และคาดหวังว่า กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวจะทำาให้นักเรียนได้รับการพัฒนาเจตคติ ทางวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้วิทยาศาสตร์อย่าง สร้างสรรค์ มีเจตคติและค่านิยมที่เหมาะสมต่อวิทยาศาสตร์ รวมทั้ง สามารถสื่อสารและทำางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการเรียนรู้ครูต้องศึกษาเป้าหมายและปรัชญาของการ จัดการเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทำาความเข้าใจหลักการ ทฤษฎี การเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการและ ถือว่านักเรียนมีความสำาคัญที่สุด แล้วพิจารณาเลือกนำาไปใช้ ออกแบบ กิจกรรมที่หลากหลายให้เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ เหมาะกับสภาพ แวดล้อมของโรงเรียน แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น และที่สำาคัญคือศักยภาพ ของนักเรียนด้วย ดังนั้น ในเนื้อหาสาระเดียวกัน ครูแต่ละโรงเรียนย่อม จัดการเรียนการสอนและใช้สื่อการเรียนการสอนที่แตกต่างกันได้ด้วย เหตุผลที่กล่าวข้างต้น วิธ ีก ารหรือ เทคนิค การจัด การเรีย นรู้ท ี่ใ ช้ใ นกลุ่ม สาระ การเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ วิธีการหรือเทคนิคที่นำามาใช้ในกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีอยู่มากมายหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะมีประสิทธิผลในการสร้างความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และการให้โอกาสนักเรียนได้แสดงบทบาทแตก ต่างกันออกไป ดังนั้นในการพิจารณาเลือกวิธีการใดมาใช้ ครูต้อง วิเคราะห์ผลการเรียนรู้ก่อนว่าต้องการให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมใด ใน ระดับใด จึงจะนำามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับนักเรียน ทั้งนี้เพื่อให้การ เรียนรู้ของนักเรียนบรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำาหนด ในคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ เน้นการจัดการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ที่สอดคล้องกับแนวทางของ สถาบัน ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวง ศึกษาธิการ ซึ่งมีสาระพอสังเขปดังนี้ กระบวนการสืบ เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) กระบวนการสืบเสาะหาความรู้เป็นเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่ กระตุ้นให้นักเรียนได้สืบค้นหรือค้นหาคำาตอบในเรื่องหรือประเด็นที่ 32
  • 33. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 กำาหนดขึ้น เน้นให้นักเรียนรู้จักรับผิดชอบกระบวนการเรียนรู้ของ ตนเอง โดนที่ครูมีบทบาทในการให้ความกระจ่างและเป็นผู้อำานวย ความสะดวก ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถค้นพบข้อมูลและจัดระบบ ความหมายของข้อมูลของตนเอง นักเรียนต้องผ่านการฝึกทักษะและ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้จากครู ก่อนที่จะทำาการสืบค้นข้อความรู้ หัวข้อหรือประเด็นที่นักเรียนศึกษานั้นควรสัมพันธ์กับหลักสูตรและ สอดคล้องกับพัฒนาการของนักเรียน ครูต้องตระหนักเสมอว่าต้องเน้น กระบวนการมากกว่า “ผลที่ได้จากกระบวนการ” และต้องตรวจสอบว่า ได้จัดสิ่งอำานวยความสะดวก สื่อ และแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมที่จะเอื้อ อำานวยให้นักเรียนประสบความสำาเร็จในการเรียน ขั้นตอนกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน หลักดังนี้ 1. สร้า งความสนใจ การสร้างความสนใจเป็นการนำาเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่ สนใจ โดยที่ครูจัดสถานการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสังเกต สงสัยใน เหตุการณ์หรือเรื่องราว หรืออาจเริ่มจากความสนใจของตัวนักเรียน เอง เรื่องที่น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณ์ที่กำาลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น หรือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่งเรียนรู้มาแล้ว จะเป็นตัว กระตุ้นให้นักเรียนสร้างคำาถาม กำาหนดประเด็นที่จะศึกษา เมื่อได้ ประเด็นที่ต้องการศึกษา ทั้งครูและนักเรียนร่วมกันกำาหนดขอบเขตและ แจกแจงรายละเอียดของเรื่องที่จะศึกษาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น 2. สำา รวจและค้น หา หลังจากทำาความเข้าใจในประเด็นหรือคำาถามที่สนใจจะ ศึกษาแล้ว นักเรียนวางแผน กำาหนดแนวทางการสำารวจตรวจสอบ ตังสมมติฐาน และกำาหนดทาง ้ เลือกที่เป็นไปได้แล้วลงมือปฏิบัติเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อสนเทศ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ วิธีการตรวจสอบอาจทำาได้หลายวิธี เช่น การ ทดลอง การทำากิจกรรมภาคสนาม การศึกษาหาข้อมูลจากเอกสาร อ้างอิงหรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างเพียงพอ สรุปสิ่งที่ คาดว่าจะเป็นคำาตอบของปัญหาหรือสมมติฐานนั้น 3. อธิบ ายและลงข้อ สรุป นักเรียนนำาข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้วิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และนำาเสนอผลใน รูปแบบต่าง ๆ เช่น การบรรยายสรุป การสร้างตาราง เป็นต้น ซึ่งการ ค้นพบในขั้นนี้อาจสนับสนุนหรือโต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่ 33
  • 34. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำาหนดไว้ แต่ไม่ว่าผลจะอยู่ในรูปใดก็ตาม ก็ สามารถสร้างความรู้และช่วยให้เกิดความรู้ได้เช่นกัน 4. ขยายความรู้ เป็นขั้นตอนที่นักเรียนนำาความรู้ที่สร้างขึ้นไปเชื่อมโยงกับ ความรู้เดิม หรือแนวคิดที่ได้ ค้นคว้าเพิ่มเติม หรือข้อสรุปที่ได้ไปอธิบายเหตุการณ์อื่น ๆ 5. ประเมิน ครูประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ว่านักเรียนมี ความรู้อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อยเพียงใด จากขั้นนี้จะนำาไปสู่การนำาความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในเรื่องหรือสถานการณ์อื่น ๆ ขั้นการจัดการเรียนรู้ในคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ได้ บูรณาการกระบวนการสืบเสาะหาความรู้กับเทคนิควิธีการจัดการเรียน รู้อื่น ๆ ที่นิยมใช้สำาหรับจัดการเรียนรู้ตามธรรมชาติของกลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Process) การทดลอง(Experiment)/การฝึกปฏิบัติการ (Practice) การอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) กระบวนการแก้ ปัญหา (Problem Solving Process) กระบวนการเรียนรู้แบบร่วม แรงร่วมใจ(Cooperative Learning) และโครงงาน (Project Work) ซึ่งได้รวบรวมรายละเอียดบันทึกไว้ในซีดีรอม อย่างไรก็ตาม ครูควรศึกษาธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร์ ความยากง่ายของเนื้อหาสาระ ความรู้ความสามารถนักเรียน สภาพ ความพร้อมด้านสื่ออุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ของโรงเรียน เพื่อที่ จะได้นำาวิธีการจัดการเรียนรู้และเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการ จัดการเรียนรู้ ครูสามารถใช้หลาย ๆ วิธีผสมผสานกันเพื่อสร้าง บรรยากาศในการเรียนรู้ และที่สำาคัญครูควรประเมินผลการจัดการ เรียนรู้และบันทึกข้อมูลไว้เพื่อนำาไปปรับปรุง และพัฒนา แผนการ จัดการเรียนรู้หรือทำาวิจัยในชั้นเรียนต่อไป การวัด และประเมิน ผลการเรีย นรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นขั้นตอนของการตรวจสอบ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ ระหว่างการ จัดการเรียนรู้ และหลังจากจัดการเรียนรู้แล้ว นักเรียนมีพัฒนาการ มี ความสามารถ มีความสำาเร็จทางการเรียนหรือบรรลุผลการเรียนตามที่ คาดหวังหรือไม่ และมีผลการเรียนรู้อยู่ในระดับใด ในคู่มือ แผนการ จัดการเรียนรู้เล่มนี้ ได้ออกแบบวิธีการและเครื่องมือสำาหรับการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนไว้ ดังนี้ 34
  • 35. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 1. กิจ กรรมฝึก ทัก ษะ ได้ออกแบบไว้ทั้งที่เป็นแบบทดสอบแบบ ปรนัยและอัตนัย เพื่อพัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การเขียน การ อ่าน การแสดงความคิดเห็น ซึ่งครูสามารถเลือกกิจกรรมที่เห็นว่า สำาคัญมาเป็นเครื่องมือในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนได้ 2. แบบทดสอบก่อ นเรีย นและหลัง เรีย น ได้ออกแบบไว้เป็น แบบทดสอบแบบปรนัยเพื่อความสะดวกของครูในการตรวจสอบความ ก้าวหน้าทางการเรียนรู้ของนักเรียน อนึ่งแบบทดสอบก่อนเรียนและ หลังเรียนนี้ ครูอาจนำาไปใช้สำาหรับการวิจัยในชั้นเรียนได้ 3. การวัด และประเมิน ผลการเรีย นรู้ ได้ออกแบบการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ไว้ 3 ด้าน ดังนี้ 3.1 ด้า นความรู้ ได้ออกแบบไว้เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ตามตัวชี้วัดชั้นปีของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน การเรียนรู้และสาระแกนกลาง ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ความ คิดของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว 3.2 ด้า นคุณ ธรรม จริย ธรรม และเจตคติท าง วิท ยาศาสตร์ ได้ออกแบบไว้เป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบ มาตรประมาณค่า โดยใช้วิธีการสังเกต สอบถาม หรือสัมภาษณ์ ซึ่งครู สามารถนำาไปใช้ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนได้ ทั้ง ในระหว่างการจัดการเรียนรู้และการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งได้ใช้ตัว บ่งชี้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของจิตวิทยาศาสตร์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เจตคติทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 1) เจตคติท างวิท ยาศาสตร์ เป็นลักษณะนิสัยของ นักเรียนที่คาดหวังจะได้รับการ พัฒนาในตัวนักเรียนโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คุณลักษณะของเจตคติทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย (1) ความสนใจใฝ่รู้หรือความอยากรู้อยากเห็น (2) ความมุ่งมั่น อดทน รอบคอบ (3) ความซื่อสัตย์ (4) ความประหยัด (5) ความใจกว้างร่วมแสดงความคิดเห็นและรับฟังความ คิดของผู้อื่น (6) ความมีเหตุผล (7) การทำางานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ 2) เจตคติต อ วิท ยาศาสตร์ เป็นความรู้สึกที่นักเรียนมีต่อ ่ การทำากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย คุณลักษณะของเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 35
  • 36. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 (1) พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ (2) ศรัทธาและซาบซึ้งในผลงานทางวิทยาศาสตร์ (3) เห็นคุณค่าและประโยชน์ของวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (4) ตระหนักในคุณและโทษของการใช้เทคโนโลยี (5) เรียนหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์อย่าง สนุกสนาน (6) เลือกใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการคิดและปฏิบัติ (7) ตั้งใจเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ (8) ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมี คุณธรรม (9) ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดย ใคร่ครวญ ไตร่ตรองถึงผลดีและผลเสีย 3.3 ด้า นทัก ษะ/กระบวนการ ได้ออกแบบไว้เป็นแบบตรวจ สอบรายการและแบบมาตรประมาณค่า โดยใช้วิธีการสังเกต สอบถาม หรือสัมภาษณ์ ซึ่งครูสามารถนำาไปใช้ประเมินทักษะ/กระบวนการของ นักเรียนได้ ทั้งในระหว่างการจัดการเรียนรู้และการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการนำาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำาวัน ซึ่งได้ใช้ตัวบ่งชี้ที่ เกี่ยวข้องกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการคิด ทักษะ การเรียนรู้ ทักษะการแก้ปัญหา และทักษะกระบวนการทำางานกลุ่ม ดังนี้ 1) พฤติก รรมในการปฏิบ ต ิก ิจ กรรม (เป็น รายบุค คล ั หรือ รายกลุ่ม ) เช่น ความรับผิดชอบ ความรอบคอบ ความมีระเบียบ วินัย ความขยันหมั่นเพียร ความซื่อสัตย์ ความสนใจ ความตั้งใจ เป็นต้น 2) ทัก ษะ/กระบวนการทางวิท ยาศาสตร์ ได้แก่ ทักษะ การสังเกต การลงความเห็นจากข้อมูล การจำาแนกประเภท การวัด การ ใช้ตัวเลข การสื่อความหมาย การพยากรณ์ การตั้งสมมุติฐาน การ กำาหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การกำาหนดนิยามเชิงปฏิบัติ การของตัวแปร การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลาและการ ตีความหมายและลงข้อสรุป 3) ทัก ษะการคิด ได้แก่ ความสามารถในการสรุปความ คิด การแปลความ การวิเคราะห์หลักการ การนำาไปใช้ และการคิด อย่างมีวิจารณญาณ 4) ทัก ษะการเรีย นรู้ ได้แก่ ความสามารถในการ แสวงหาข้อมูลความรู้โดยการอ่าน การฟัง และการสังเกต ความ 36
  • 37. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 37 สามารถในการสื่อสารโดยการพูด การเขียนและการนำาเสนอ ความ สามารถในการตีความ การสร้างแผนภูมิ แผนที่ ตาราง เวลา และการ จดบันทึก ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศต่าง ๆ 5) ทัก ษะกระบวนการกลุม ได้แก่ ความสามารถในการ ่ เป็นผู้นำาและผู้ตามในการปฏิบัติงานกลุ่ม การมีส่วนร่วมในการกำาหนด เป้าหมายในการทำางานกลุ่ม การปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย จากกลุ่มด้วยความรับผิดชอบ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน กลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความภาคภูมิใจในผลงานของกลุ่ม 6) ทัก ษะการแก้ป ญ หา ได้แก่ ความสามารถในการตั้ง ั คำาถามและการตั้งสมมุติฐานอย่างมีระบบ การรวบรวมข้อมูล การ วิเคราะห์ข้อมูล การทดสอบสมมติฐาน การแปลความหมายของข้อมูล การนำาเสนอข้อมูล และการสรุปผล อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ จะเกิดประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อครูได้เตรียม การสอนล่วงหน้า การฝึกทักษะในกิจกรรมต่าง ๆ ครูควรเปิดโอกาสให้ นักเรียนได้สืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง ดำาเนินการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ตามสภาพจริง ทั้งนี้เนื่องจากโรงเรียนแต่ละแห่งมีสภาพแวดล้อม ทางการเรียนรู้และสภาพนักเรียนที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ครูจึงต้องเตรี ยมการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้ เหมาะสมกับสภาพของนักเรียนและสภาพแวดล้อมของโรงเรียนของ ตน
  • 38. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ 38 4. ตารางวิเ คราะห์ค วามสอดคล้อ งของเนื้อ หาในหน่ว ยการเรีย นรู้ก ับ สาระ มาตรฐาน การ เรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ และตัว ชี้ว ัด ชั้น ปี กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ สารและสมบัต ิ ของสาร ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4− 6 ้ สาระที่ 3 เนื้อ หา หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร ตอนที่ 1 โครงสร้างอะตอม ตอนที่ 2 ตารางธาตุ ตอนที่ 3 พันธะเคมี หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 2 ปฏิก ร ิย าเคมี ิ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 3 ปิโ ตรเลีย ม ตอนที่ 1 ปิโตรเลียมและ นำ้ามันดิบ ตอนที่ 2 แก๊สธรรมชาติ 3.1 8 มฐ. ว 3.2 ตัว ชีว ด ชั้น ปี ้ ั 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 2 3 4 5 6 8.1 7 8 9 10 11 1 2                                                                                   
  • 39. คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ่ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 4 พอ ลิเ มอร์ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 5 สารชีว โมเลกุล หมายเหตุ 39                              สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • 40. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 5. โครงสร้า งการแบ่ง เวลารายชั่ว โมงในการ จัด การเรีย นรู้ กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ สารและสมบัต ิ ของสาร ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4− 6 ้ หน่ว ยการเรีย น รู้/ แผนการจัด การ เรีย นรู้ หน่ว ยการเรีย นรู้ ที่ 1 ตอนที่ 1 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 1 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 2 ตอนที่ 2 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 3 ตอนที่ 3 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 4 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 5 หน่ว ยการเรีย นรู้ ที่ 2 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 6 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 7 เรื่อ ง จำา นวน ชั่ว โมง โครงสร้า งของสาร 7 โครงสร้า งอะตอม แบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของ อะตอม 3 1 การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม 2 ตารางธาตุ 2 2 ตารางธาตุ พัน ธะเคมี พันธะไอออนและพันธะโคเวเลนซ์ 2 1 พันธะโลหะและสถานะของสาร 1 ปฏิก ิร ิย าเคมี 7 สมการเคมีและอัตราการเกิด ปฏิกิริยาเคมี ที่มี ผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ความเข้มข้นและพื้นที่ผิวของสาร เริ่มต้น ที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2 2 40
  • 41. แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 8 คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 9 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 10 หน่ว ยการเรีย นรู้ ที่ 3 ตอนที่ 1 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 11 ตอนที่ 2 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 12 อุณหภูมิที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยา เคมี ตัวเร่งปฏิกิริยาและธรรมชาติของ สาร ที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 1 ปิโ ตรเลีย ม 3 ปิโ ตรเลีย มและนำ้า มัน ดิบ 2 2 ปิโตรเลียมและนำ้ามันดิบ แก๊ส ธรรมชาติ แก๊สธรรมชาติ หน่ว ยการเรีย น รู้/ แผนการจัด การ เรีย นรู้ หน่ว ยการเรีย นรู้ ที่ 4 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 13 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 14 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 15 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 16 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 17 หน่ว ยการเรีย นรู้ ที่ 5 แผนการจัดการ เรื่อ ง 1 1 1 1 จำา นวน ชั่ว โมง พอลิเ มอร์ 9 ประเภทและสมบัติของพอลิเมอร์ 1 การสังเคราะห์พอลิเมอร์ 2 พลาสติกและยางชนิดต่าง ๆ 2 เส้นใยสังเคราะห์ 2 ปัญหาที่เกิดจากการใช้พอลิเมอร์ 2 สารชีว โมเลกุล 10 คาร์โบไฮเดรต 2 41
  • 42. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 เรียนรู้ที่ 18 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 19 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 20 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 21 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 22 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ 23 สมบัติบางประการของ คาร์โบไฮเดรต 2 ไขมันและนำ้ามัน 2 โปรตีน 2 โปรตีนในร่างกาย 1 กรดนิวคลีอิก 1 สอบกลางภาคเรีย น สอบปลายภาคเรีย น รวม 2 2 40 42
  • 43. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 43 ตอนที่ 2 แผนการจัด การเรีย นรู้ สารและสมบัต ิข องสาร ชั้น มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4− 6 หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร 7 ชัว โมง ่ ผัง มโนทัศ น์เ ป้า หมายการเรีย นรู้แ ละขอบข่า ยภาระงาน ความรู้ 1. วิวัฒนาการของแบบจำาลองอะตอม 2. โครงสร้างอะตอม อนุภาคมูลฐานของอะตอม และสัญลักษณ์ นิวเคลียร์ของธาตุ 3. การจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานต่าง ๆ ของธาตุแต่ละชนิด 4. ความแตกต่างของอนุภาคมูลฐานในไอโซโทปของธาตุ 5. อิเล็กตรอนในระดับพลังงานนอกสุดเกี่ยวข้องกับสมบัติบางประการ และการเกิดปฏิกิริยาของธาตุ
  • 44. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ทัก ษะ/ กระบวนการ 1. การสังเกต 2. การสืบค้นข้อมูล 3. การอภิปราย 4. การนำาความรู้ไป ใช้ในชีวิตประจำาวัน โครงสร้า ง ของสาร 44 คุณ ลัก ษณะที่พ ึง ประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำางาน 3. มีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 4. มีเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ 5. เห็นคุณค่าของการนำา ความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน ภาระงาน/ชิน งาน ้ 1. สืบค้นข้อมูลการค้นพบโครงสร้างอะตอม 2. สังเกตแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอิเล็กตรอนกับนิวเคลียส 3. สังเกตการจัดตัวของอิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุบางชนิด 4. สืบค้นข้อมูลสมบัติของธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ 5. สังเกตความสัมพันธ์ของธาตุในแต่ละคาบกับระดับพลังงาน 6. สืบค้นข้อมูลจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิก ผัง การออกแบบการจัด การเรีย นรู้ หน่ว ยการเรีย นรูท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร ้ ขัน ที่ 1 ผลลัพ ธ์ป ลายทางที่ต อ งการให้เ กิด ขึน กับ นัก เรีย น ้ ้ ้ ตัว ชีว ัด ช่ว งชัน ้ ้ 1. สืบค้นข้อมูลและอธิบายโครงสร้างอะตอมและสัญลักษณ์ นิวเคลียร์ของธาตุ (ว 3.1 ม. 4−6/1) 2. วิเคราะห์และอธิบายการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ความ สัมพันธ์ระหว่างอิเล็กตรอนใน ระดับพลังงานนอกสุดกับสมบัติของธาตุและการเกิดปฏิกิริยา (ว 3.1 ม. 4−6/2)
  • 45. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 3. อธิบายการจัดเรียงธาตุและทำานายแนวโน้มสมบัติของธาตุใน ตารางธาตุ (ว 3.1 ม. 4−6/3) 4. วิเคราะห์และอธิบายการเกิดพันธะเคมีในโครงผลึกและใน โมเลกุลของสาร (ว 3.1 ม. 4−6/4) 5. สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือด จุดหลอมเหลวและสถานะของสารกับ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร (ว 3.1 ม. 4−6/5) ความเข้า ใจที่ค งทนของ คำา ถามสำา คัญ ที่ท ำา ให้เ กิด นัก เรีย น ความเข้า ใจที่ค งทน นัก เรีย นจะเข้า ใจว่า ... 1. อะตอมประกอบด้วยอนุภาค 1. อะตอมประกอบด้วยอนุภาค มูลฐานใดบ้าง มูลฐาน 3 ชนิด คือ โปรตอน 2. สัญลักษณ์นิวเคลียร์คืออะไร นิวตรอน และอิเล็กตรอน และเป็น 2. สัญลักษณ์นิวเคลียร์ คือ สัญลักษณ์แสดงค่าใด สัญลักษณ์ของธาตุที่เขียนแสดง 3. สัญลักษณ์นิวเคลียร์มี รายละเอียดเกี่ยวกับจำานวน ประโยชน์ลักษณะใด อนุภาคมูลฐานของอะตอม 3. เลขอะตอม คือ จำานวนโปรตอน 4. อิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุ ในนิวเคลียสของอะตอม ส่วนเลข เคลื่อนที่รอบ นิวเคลียสลักษณะใด และ มวล คือ ผลรวมของจำานวน โปรตอนและนิวตรอนของอะตอม อิเล็กตรอนแต่ละ ตัวมีการเคลื่อนที่ห่างจาก 4. อิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุมี นิวเคลียสเท่ากัน การจัดเรียงตัวในระดับพลังงาน หรือไม่ ลักษณะใด ต่าง ๆ ล้อมรอบนิวเคลียส ซึ่งแต่ละ 5. สมบัติบางประการและการเกิด ระดับพลังงานจะมีจำานวน ปฏิกิริยา อิเล็กตรอนเป็นค่าเฉพาะ ของธาตุขึ้นอยู่กับค่าใด 5. สมบัติบางประการและการเกิด 6. เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดเรียงธาตุ ปฏิกิริยาเคมีของธาตุขึ้นอยู่กับ ในตารางธาตุ จำานวนอิเล็กตรอนในระดับ คืออะไร พลังงานนอกสุด 6. ตารางธาตุเกิดจากการจัดเรียง 7. ประโยชน์ของตารางธาตุคือ อะไร ธาตุโดยอาศัยเลขอะตอมและ 8. แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม สมบัติที่คล้ายกันของธาตุให้เป็น ของธาตุหรือ หมวดหมู่ ไอออนเรียกว่าอะไร และแบ่ง 7. ตารางธาตุใช้ทำานายแนวโน้ม ได้กี่ชนิด สมบัติหรือการเกิดปฏิกิริยาของ อะไรบ้าง ธาตุในหมู่เดียวกันได้อย่างมี 45
  • 46. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 46 เหตุผล 8. พันธะเคมีคือแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอะตอมหรือไอออนของ ธาตุเพื่อให้อยู่รวมกันเป็นโมเลกุล 9. พันธะเคมีแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ พันธะไอออนิก พันธะโคเว เลนซ์ และพันธะโลหะ 10. จุดเดือด จุดหลอมเหลว และ สถานะของสารขึ้นอยู่กับแรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร 9. อะตอมของธาตุหรือ สารประกอบที่ยึดเหนี่ยว กันด้วยพันธะที่ต่างกันทำาให้ธาตุ หรือ สารประกอบนั้นมีสมบัติแตกต่าง กันหรือไม่ ลักษณะใด 10. แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค ของสารมีผลต่อจุดเดือด จุดหลอมเหลว และสถานะของสาร หรือไม่ ลักษณะใด ความรูข องนัก เรีย นที่น ำา ไปสู่ ้ ความเข้า ใจที่ค งทน นัก เรีย นจะรูว ่า ... ้ 1. คำาสำาคัญ ได้แก่ อะตอม แบบ จำาลองอะตอม โปรตอน อิเล็กตรอน นิวตรอน เวเลนซ์อิเล็กตรอน กฎออกเตต โลหะ อโลหะ ตารางธาตุ กึ่งโลหะ พันธะเคมี พันธะไอออนิก พันธะโคเวเลนซ์ พันธะโลหะ 2. แบบจำาลองอะตอมแสดงให้เห็น ถึงลักษณะการ จัดเรียงตัวของอนุภาคมูลฐาน ภายในอะตอม 3. นิวเคลียสของอะตอมประกอบ ด้วยโปรตอน และนิวตรอน โดยมีอิเล็กตรอน เคลื่อนที่ ล้อมรอบนิวเคลียสในลักษณะ ทรงกลม 4. สัญลักษณ์นิวเคลียร์ประกอบ ด้วยสัญลักษณ์ ของอะตอม เลขมวล และเลข อะตอม ทัก ษะ/ความสามารถของ นัก เรีย นที่น ำา ไปสู่ ความเข้า ใจที่ค งทน นัก เรีย น จะสามารถ... 1. สืบค้นข้อมูลการค้นพบ โครงสร้างอะตอม และแบบจำาลองอะตอมในยุค ต่าง ๆ 2. สังเกตแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง อิเล็กตรอนกับ นิวเคลียส 3. สังเกตการจัดเรียงตัวของ อิเล็กตรอนใน ระดับพลังงานต่าง ๆ ในอะตอม ของธาตุ 4. สืบค้นข้อมูลสมบัติของธาตุ โลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ 5. สังเกตความสัมพันธ์ของธาตุ ในแต่ละคาบกับ ระดับพลังงาน 6. สืบค้นข้อมูลจุดหลอมเหลว และจุดเดือดของ สารประกอบไอออนิก
  • 47. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 5. ธาตุจะมีจำานวนโปรตอนและ อิเล็กตรอนเท่ากัน เสมอ ส่วนจำานวนนิวตรอนจะ เท่ากันหรือ แตกต่างกันกับจำานวนโปรตอน หรืออิเล็กตรอน ก็ได้ 6. ธาตุชนิดเดียวกันจะมีจำานวน โปรตอนเท่ากัน ธาตุต่างชนิดกันจะมีจำานวน โปรตอนไม่เท่ากัน 7. ธาตุไอโซโทปคือธาตุที่มี จำานวนโปรตอนเท่ากัน แต่จำานวนนิวตรอนต่างกัน 8. อิเล็กตรอนในแต่ละระดับ พลังงานจะมีจำานวน ได้มากที่สุด เท่ากับ 2n2 (n = ระดับพลังงาน) 9. เวเลนซ์อิเล็กตรอนคือ อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับ พลังงานชั้นนอกสุด 10. ธาตุโลหะมีแนวโน้มในการ สูญเสียเวเลนซ์ อิเล็กตรอนไปได้ง่ายเมื่อเกิด ปฏิกิริยา แล้ว กลายเป็นไอออนที่มีประจุไฟฟ้า เป็นบวก 11. ธาตุอโลหะมีแนวโน้มในการ ดึงดูดเวเลนซ์อิเล็กตรอนเข้ามาในอะตอมเมื่อ เกิดปฏิกิริยา แล้วกลายเป็นไอออนที่มีประจุ เป็นลบ 12. ธาตุที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน เท่ากับ 8 จะไม่ ว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยาและมี เสถียรภาพสูง 47
  • 48. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 13. ธาตุที่อยู่ในแนวดิ่งทั้ง 18 หมู่ แบ่งเป็นกลุ่ม ย่อย A 8 หมู่ และกลุ่มย่อย B 10 หมู่ 14. เราสามารถใช้จำานวนเวเลนซ์ อิเล็กตรอนเป็น เกณฑ์บอกเลขที่หมู่ของธาตุใน หมู่ 1A−8A ได้ ซึ่งธาตุในหมู่เดียวกันมีแนว โน้มของสมบัติ คล้ายกัน 15. จำานวนอิเล็กตรอนที่มีได้มาก ที่สุดในแต่ละ คาบจะเท่ากับจำานวนธาตุที่มีใน คาบนั้น ๆ และธาตุที่อยู่คาบเดียวกันจะมี จำานวนระดับ พลังงานเท่ากัน 16. เราเรียกแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง อะตอมหรือ ไอออนของธาตุเพื่อให้อยู่รวม กันเป็นโมเลกุล ว่าพันธะเคมี 17. พันธะไอออนิกเกิดจากแรงยึด เหนี่ยวระหว่าง อะตอมของโลหะกับอโลหะรวม กันเป็นผลึก และเรียกสารที่เกิดขึ้นว่า สารประกอบไอออนิก 18. พันธะโคเวเลนซ์เกิดจากการ ใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกันเป็นคู่ ๆ ของ อะตอมโดย ไม่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอน และเรียกสารที่ เกิดขึ้นว่าสารโคเวเลนซ์ 19. พันธะโลหะเป็นแรงยึดเหนี่ยว 48
  • 49. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 ระหว่างไอออน บวกของอะตอมกับอิเล็กตรอนที่ เคลื่อนที่อย่าง อิสระ 20. อนุภาคของของแข็งมีพลังงาน ตำ่าที่สุด โมเลกุลเคลื่อนที่ช้ามากจึงถูก ยึดกันไว้อย่าง แข็งแรงด้วยแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุล 21. ของเหลวนั้นมีค่าพลังงานใน โมเลกุลตำ่ากว่า แก๊สแต่สงกว่าของแข็ง ทำาให้ ู แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุลมีค่าน้อยกว่า ของแข็ง การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจึงมี อิสระมากกว่า 22. แก๊สเป็นสถานะที่มีพลังงาน มากที่สุด โมเลกุล ของแก๊สจึงเคลื่อนที่ได้อย่าง อิสระมากกว่า ของแข็งและของเหลว แรงยึด เหนี่ยวระหว่าง โมเลกุลจึงมีน้อยมากเมื่อเทียบ กับสถานะอื่น ขัน ที่ 2 ภาระงานและการประเมิน ผลการเรีย นรูซ ึ่ง เป็น หลัก ้ ้ ฐานที่แ สดงว่า นัก เรีย นมีผ ลการเรีย นรู้ ตามที่ก ำา หนดไว้อ ย่า งแท้จ ริง 1. ภาระงานที่น ก เรีย นต้อ งปฏิบ ัต ิ ั − สืบค้นข้อมูลการค้นพบโครงสร้างอะตอม − สังเกตแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอิเล็กตรอนกับนิวเคลียส − สังเกตการจัดตัวของอิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุบางชนิด − สืบค้นข้อมูลสมบัติของธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ − สังเกตความสัมพันธ์ของธาตุในแต่ละคาบกับระดับพลังงาน − สืบค้นข้อมูลจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิก 49
  • 50. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 2. วิธ ีก ารและเครือ งมือ ประเมิน ผลการเรีย นรู้ ่ วิธ ีก ารประเมิน ผลการ เครื่อ งมือ ประเมิน ผลการเรีย นรู้ เรีย นรู้ − การทดสอบ − แบบทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน − การสนทนาซักถาม − แบบบันทึกการสนทนา − การวัดเจตคติ − แบบวัดเจตคติทางวิทยาศาสตร์ และ − การวัดทักษะ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ − การประเมินตนเอง − แบบวัดทักษะ/กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ − แบบประเมินตนเองของนักเรียน 3. สิง ที่ม ง ประเมิน ่ ุ่ − ความสามารถในการอธิบาย ชีแจง, การแปลความและตีความ, ้ การประยุกต์ ดัดแปลง และ นำาไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย, การให้ความสำาคัญใส่ใจใน ความรู้สึกของผู้อื่น และ การรู้จักตนเอง − เจตคติทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคล − ทักษะ/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ − ทักษะการคิด − ทักษะการแก้ปัญหา − พฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคลหรือเป็นรายกลุ่ม ขัน ที่ 3 แผนการจัด การเรีย นรู้ ้ ตอนที่ 1 โครงสร้า งอะตอม 3 ชัว โมง ่ − แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 แบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของ อะตอม 1 ชั่วโมง − แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม 2 ชัวโมง ่ ตอนที่ 2 ตารางธาตุ 2 ชัว โมง ่ − แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ตารางธาตุ 2 ชัวโมง ่ ตอนที่ 3 พัน ธะเคมี 50
  • 51. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 2 ชัว โมง ่ − แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 พันธะไอออนิกและพันธะโคเวเลนซ์ 1 ชัวโมง ่ − แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 พันธะโลหะและสถานะของสาร 1 ชัวโมง ่ ตอนที่ 1 โครงสร้า งอะตอม แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่ 1 แบบจำา ลองและอนุภ าคมูล ฐาน ของอะตอม 1 ชั่ว โมง สาระที่ 3 สารและสมบัต ข องสาร ิ ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4-6 ้ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร 1. สาระสำา คัญ นักวิทยาศาตร์ได้สร้างแบบจำาลองอะตอมเพื่ออธิบายลักษณะและ สมบัติของอะตอม ซึ่งอะตอมประกอบด้วยอนุภาคมูลฐาน 3 ชนิด คือ โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน ธาตุที่เป็นกลางทางไฟฟ้าจะมีจำานวนโปรตอนและอิเล็กตรอน เท่ากัน โดยธาตุชนิดเดียวกันจะมีจำานวนโปรตอนเท่ากัน และจำานวน อนุภาคมูลฐานในอะตอมของธาตุนั้นแสดงได้ด้วยสัญลักษณ์นิวเคลียร์ โดยเลขมวลคือจำานวนรวมของโปรตอนกับนิวตรอน และเลขอะตอมคือ จำานวนของโปรตอน 2. ตัว ชีว ด ช่ว งชัน ้ ั ้ สืบค้นข้อมูลและอธิบายโครงสร้างอะตอมและสัญลักษณ์ นิวเคลียร์ของธาตุ (ว 3.1 ม. 4−6/1) 3. จุด ประสงค์ก ารเรีย นรู้ 1. อธิบายวิวัฒนาการของแบบจำาลองอะตอม (K) 2. อธิบายโครงสร้างพื้นฐานของอะตอม (K) 3. อธิบายความหมายของสัญลักษณ์นิวเคลียร์ และคำานวณหา อนุภาคมูลฐานจากสัญลักษณ์นิวเคลียร์ (K) 4. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น (A) 5. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (A) 6. ทำางานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ (A) 51
  • 52. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 52 7. สื่อสารและนำาความรู้เรื่องแบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของ อะตอมไปใช้ในชีวิตประจำาวันได้ (P) 4. การวัด และการประเมิน ผลการเรีย นรู้ ด้า นคุณ ธรรม ด้า นทัก ษะ/ จริย ธรรม และ ด้า นความรู้ (K) เจตคติท าง กระบวนการ (P) วิท ยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรู้เรื่อง 1. ประเมินเจตคติทาง 1. ประเมินทักษะ/ แบบจำาลองและ วิทยาศาสตร์เป็นราย กระบวนการทาง อนุภาคมูลฐานของ บุคคล วิทยาศาสตร์ อะตอม 2. ประเมินเจตคติต่อ 2. ประเมินทักษะการ 2. ประเมินกิจกรรม วิทยาศาสตร์เป็นราย คิด ฝึกทักษะระหว่าง บุคคล 3. ประเมินทักษะการ เรียน แก้ปัญหา 3. ทดสอบก่อนเรียน 4. ประเมินพฤติกรรม ในการปฏิบัติกิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือราย กลุ่ม 5. สาระการเรีย นรู้ 1. แบบจำาลองอะตอม - แบบจำาลองอะตอมแบบต่าง ๆ 2. อนุภาคมูลฐานของอะตอม - สัญลักษณ์นิวเคลียร์ 6. แนวทางบูร ณาการ ภาษาไทย → เขียนบรรยายหรือจัดทำารายงานเกี่ยวกับ วิวัฒนาการของแบบจำาลอง อะตอมและอนุภาคมูลฐานของอะตอม คณิตศาสตร์ → คำานวณหาจำานวนอนุภาคมูลฐานของ อะตอมในธาตุจากเลขมวลและ เลขอะตอม หรือเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์จาก จำานวนอนุภาคมูลฐานที่ คำานวณได้ ภาษาต่างประเทศ → ฟัง พูด อ่าน เขียนคำาศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับแบบจำาลองและ
  • 53. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 อนุภาคมูลฐานของอะตอมสารที่เรียน 53 รู้หรือที่นักเรียนสนใจ 7. กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ครูดำาเนินการทดสอบก่อนเรียนโดยให้นักเรียนทำาแบบทดสอบ ก่อนเรียนเพื่อตรวจสอบความพร้อมและพื้นฐานของนักเรียน ขัน นำา เข้า สู่บ ทเรีย น ้ 1) ครูสนทนากับนักเรียนโดยสุ่มนักเรียน 2−3 คน ให้นักเรียน ตอบคำาถามต่อไปนี้ - นักวิทยาศาสตร์สร้างแบบจำาลองอะตอมขึ้นมาเพื่ออะไร - นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นคว้าเกี่ยวกับแบบจำาลองอะตอมมีใคร บ้าง 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำา ตอบของคำาถาม เพื่อเชื่อมโยง ไปสู่การเรียนรู้เรื่อง แบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของอะตอม ขัน จัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ ้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซึ่ง มีขั้นตอนดังนี้ 1) ขัน สร้า งความสนใจ ้ (1) ครูนำาภาพแบบจำาลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์ และแบบจำาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก มาให้ นักเรียนดู และร่วมกันอภิปรายถึงลักษณะของอะตอม โดยครูใช้คำาถาม กระตุ้นดังนี้ - นักเรียนเรียงลำาดับของแบบจำาลองอะตอมจากเริ่มแรกไป สู่แบบจำาลองปัจจุบัน - แบบจำาลองแต่ละแบบมีความแตกต่างของหรือไม่ ลักษณะใด (2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำาตอบเกี่ยวกับคำาถามตาม ความคิดเห็นของแต่ละคน 2) ขัน สำา รวจและค้น หา ้ (1) ให้นักเรียนศึกษาวิวัฒนาการของแบบจำาลองอะตอมจาก ใบความรู้หรือในหนังสือ เรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า นักวิทยาศาสตร์แต่ละคน สร้างแบบจำาลองจากการสังเกตและข้อมูลจากการทดลอง ทำาให้ค้นพบ อนุภาคภายในอะตอมและลักษณะการจัดเรียงของอนุภาคเหล่านั้น ภายในอะตอม
  • 54. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 (2) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5−6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูล การค้นพบโครงสร้างอะตอม โดยดำาเนินการตามขั้นตอนดังนี้ - แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อการ ค้นพบโครงสร้างอะตอม เช่น ประวัติของนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบโครงสร้างอะตอม การทดลอง ที่ทำาใช้ศึกษา โครงสร้างอะตอม และลักษณะของอะตอมที่ค้นพบให้ สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นตามหัวข้อที่กำาหนด - สมาชิกแต่ละกลุ่มแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตาม หัวข้อที่กลุ่มของตนเอง รับผิดชอบ โดยการสืบค้นจากหนังสือ วารสาร สารานุกรม วิทยาศาสตร์ สารานุกรมสำาหรับเยาวชน และอินเทอร์เน็ต - สมาชิกกลุ่มนำาข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้ง ร่วมกันอภิปรายซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ ตรงกัน - สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ทั้งหมดเป็นผลงาน ของกลุ่ม (3) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ ได้จากใบงาน 3) ขัน อธิบ ายและลงข้อ สรุป ้ (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำาเสนอผลการปฏิบัติ กิจกรรมหน้าชั้นเรียน (2) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการ ปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนว คำาถามต่อไปนี้ - โครงสร้างอะตอมในแต่ละแบบมีลักษณะใด และค้นพบ ด้วยวิธีใด (เช่น แบบจำาลองอะตอมดอลตันเป็นทฤษฎีอะตอมที่ใช้ อธิบายลักษณะและสมบัติของอะตอมดังนี้ ธาตุประกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ หลายอนุภาคที่เรียกว่าอะตอม ซึ่งแบ่งแยกและทำาให้สูญหายไม่ได้ อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันจะมีสมบัติเหมือนกัน แต่จะมีสมบัติแตก ต่างจากอะตอมของธาตุอื่น และสารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุ มากกว่าหนึ่งชนิดทำาปฏิกิริยาเคมีกันในอัตราส่วนที่เป็นเลขลงตัวน้อย ๆ) - การศึกษาโครงสร้างอะตอมทำาให้ค้นพบอนุภาคใด ภายในอะตอม (โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน) - แบบจำาลองอะตอมที่อธิบายโครงสร้างอะตอมในปัจจุบัน คือแบบจำาลองใด และใน 54
  • 55. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 อนาคตสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกหรือไม่ เพราะอะไร (แบบกลุ่มหมอก ซึ่งในอนาคตถ้ามีผลการทดลองที่น่าเชื่อถือก็สามารถเปลี่ยนแปลง แบบจำาลองที่ใช้อยู่ได้ เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัยขึ้น ทำาให้ผลการทดลองน่าเชื่อถือมากขึ้น) (3) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดย ให้ได้ข้อสรุปว่า การศึกษาแบบจำาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์เพื่อ นำามาใช้อธิบายลักษณะของอะตอม โดยค้นพบว่าอนุภาคมูลฐานของ อะตอมประกอบด้วย โปรตอนและนิวตรอนที่รวมกันอยู่ในนิวเคลียส และอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่รอบนิวเคลียสของอะตอม ครูอธิบายเกี่ยวกับ อนุภาคพื้นฐานของอะตอม โดยให้นักเรียนดูตารางแสดงจำานวน อนุภาคมูลฐานที่เป็นองค์ประกอบในอะตอมของธาตุบางชนิดใน หนังสือเรียนประกอบการอธิบาย เน้นให้นักเรียนเข้าใจว่าอะตอมของ ธาตุแต่ละชนิดมีจำานวนโปรตอนเท่ากับอิเล็กตรอน และธาตุชนิด เดียวกันจะมีจำานวนโปรตอนเท่ากัน ส่วนธาตุที่มีจำานวนโปรตอนเท่า กันแต่จำานวนนิวตรอนต่างกัน เรียกว่า ธาตุไอโซโทป 4) ขัน ขยายความรู้ ้ (1) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญลักษณ์นิวเคลียร์ว่า จำานวน โปรตอน นิวตรอน และ อิเล็กตรอนของอะตอมในธาตุสามารถเขียน A เป็นสัญลักษณ์ได้ด้วย สัญลักษณ์นิวเคลียร์ คือ Z X โดย X แทน สัญลักษณ์ของธาตุ A แทนเลขมวล และ Z แทนเลขอะตอม ซึ่งเลขมวล คือจำานวนรวมของโปรตอนและนิวตรอนของอะตอม และเลขอะตอมคือ จำานวนจำานวนโปรตอนในอะตอม (2) นักเรียนค้นคว้าบทความหรือคำาศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ แบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของอะตอมจากหนังสือเรียนภาษา อังกฤษหรืออินเทอร์เน็ต และนำาเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง รวบรวมคำา ศัพท์พร้อมทั้งคำาแปลลงสมุดส่งครู 5) ขัน ประเมิน ้ (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมา และการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด ใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหา หรืออุปสรรคใด และได้มี การแก้ไขอย่างไรบ้าง (3) นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ กิจกรรม และการนำาความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ 55
  • 56. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 วิธีใด (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบ คำาถาม เช่น - โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนค้นพบด้วยแบบจำาลอง ของใคร และค้นพบด้วย - แบบจำาลองอะตอมที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของ อิเล็กตรอนในระดับพลังงาน ต่างกันคือแบบจำาลองใด - อนุภาคมูลฐานของอะตอมประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ละ อนุภาคมีลักษณะเหมือนกัน หรือไม่ ลักษณะใด - อนุภาคมูลฐานของอะตอมประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ละ อนุภาคมีลักษณะเหมือนกัน หรือไม่ ลักษณะใด 7 11 - จำานวนอนุภาคมูลฐานของ 3 Li และ 5 B มีค่าเท่าใด บ้าง ขัน สรุป ้ ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับแบบจำาลองและอนุภาค มูลฐานของอะตอม โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโน ทัศน์ 8. กิจ กรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนที่นั่งใกล้กันหรือเลขที่ใกล้เคียงกันจับคู่กัน และ คำานวณหาจำานวนอนุภาคมูลฐานของธาตุชนิดต่าง ๆ ที่ครูกำาหนดให้ โดยกำาหนดให้เป็นสัญลักษณ์นิวเคลียร์ หรือครูอาจกำาหนดจำานวน อนุภาคมูลฐานและให้นักเรียนเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ เมื่อปฏิบัติ กิจกรรมเสร็จให้นักเรียนแลกเปลี่ยนผลการคำานวณกับเพื่อนต่างกลุ่ม หรือนำาเสนอผลการคำานวณหน้าชั้นเรียน 9. สือ /แหล่ง การเรีย นรู้ ่ 1. ภาพแบบจำาลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์ และแบบจำาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก 2. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน สารและสมบัติของสาร ชันมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด ้ 3. สื่อการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร สมบูรณ์แบบ ชัน ้ มัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 4. แบบฝึกทักษะ สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 56
  • 57. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 10. บัน ทึก หลัง การจัด การเรีย นรู้ 1. ความสำาเร็จในการจัดการเรียน รู้.................................................................... แนวทางการ พัฒนา.............................................................................. ........ 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียน รู้............................................................. แนวทาง แก้ไข................................................................................ .............. แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่ 2 การจัด เรีย งอิเ ล็ก ตรอนใน อะตอม 2 ชั่ว โมง สาระที่ 3 สารและสมบัต ข องสาร ิ ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4-6 ้ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร 1. สาระสำา คัญ การจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนมีความคล้ายคลึงกับวงโคจรของ ดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ กล่าวคืออิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่รอบ นิวเคลียสในระดับพลังงานต่างกัน และเรียกอิเล็กตรอนที่อยู่วงนอกสุด ว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน ความเป็นโลหะ อโลหะ และการเกิดปฏิกิริยาของธาตุขึ้นอยู่กับ จำานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอน 2. ตัว ชีว ด ช่ว งชัน ้ ั ้ วิเคราะห์และอธิบายการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ความ สัมพันธ์ระหว่างอิเล็กตรอนใน ระดับพลังงานนอกสุดกับสมบัติของธาตุและการเกิดปฏิกิริยา (ว 3.1 ม. 4−6/2) 3. จุด ประสงค์ก ารเรีย นรู้ 1. อธิบายการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมและแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอิเล็กตรอนกับนิวเคลียส (K) 2. อธิบายความสัมพันธ์ของเวเลนซ์อิเล็กตรอนกับสมบัติและการ เกิดปฏิกิริยาของธาตุ (K) 57
  • 58. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 3. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น (A) 4. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (A) 5. ทำางานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ (A) 6. สื่อสารและนำาความรู้เรื่องแบบจำาลองและอนุภาคมูลฐานของ อะตอมไปใช้ในชีวิตประจำาวันได้ (P) 4. การวัด และการประเมิน ผลการเรีย นรู้ ด้า นคุณ ธรรม จริย ธรรม และ ด้า นความรู้ (K) เจตคติท าง วิท ยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรู้เรื่อง 1. ประเมินเจตคติทาง การจัดเรียง วิทยาศาสตร์เป็นราย อิเล็กตรอนในอะตอม บุคคล 2. ประเมินกิจกรรม 2. ประเมินเจตคติต่อ ฝึกทักษะระหว่าง วิทยาศาสตร์เป็นราย เรียน บุคคล 3. ทดสอบหลังเรียน 58 ด้า นทัก ษะ/ กระบวนการ (P) 1. ประเมินทักษะ/ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการ คิด 3. ประเมินทักษะการ แก้ปัญหา 4. ประเมินพฤติกรรม ในการปฏิบัติกิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือราย กลุ่ม 5. สาระการเรีย นรู้ 1. การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม 2. ความสัมพันธ์ของอิเล็กตรอนกับสมบัติของธาตุ 6. แนวทางบูร ณาการ ภาษาไทย → เขียนบรรยายหรือจัดทำารายงานเกี่ยวกับแรงยึด เหนี่ยวระหว่าง อิเล็กตรอนกับนิวเคลียส และการจัดเรียง อิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุ คณิตศาสตร์ → คำานวณหาจำานวนอิเล็กตรอนสูงสุดที่สามารถ เคลื่อนที่ได้ในแต่ละระดับ พลังงานของธาตุ คำานวณจำานวนอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่รอบ นิวเคลียสในแต่ละระดับ
  • 59. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 พลังงานของธาตุ ภาษาต่างประเทศ → ฟัง พูด อ่าน เขียนคำาศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการจัดเรียง อิเล็กตรอนในอะตอมที่เรียนรู้หรือที่นักเรียน สนใจ 7. กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ขัน นำา เข้า สู่บ ทเรีย น ้ 1) ครูทบทวนเรื่องอนุภาคมูลฐานของอะตอม และให้นักเรียน ตอบคำาถามต่อไปนี้ - อนุภาคมูลฐานแต่ละชนิดจัดเรียงตัวในลักษณะใดภายใน อะตอม - การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนภายในอะตอมมีลักษณะใด - แบบจำาลองใดแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน รอบนิวเคลียส 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำา ตอบของคำาถาม เพื่อเชื่อมโยง ไปสู่การเรียนรู้เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ขัน จัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ ้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซึ่ง มีขั้นตอนดังนี้ 1) ขัน สร้า งความสนใจ ้ (1) ครูนำาภาพแบบจำาลองอะตอมของโบร์มาให้นักเรียนดู และ ร่วมกันอภิปรายถึงลักษณะการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส โดยครูใช้คำาถามกระตุ้นดังนี้ - อิเล็กตรอนเคลื่อนที่อยู่รอบนิวเคลียสโดยไม่ถูกโปรตอน ดึงดูดเข้าไปเพราะอะไร - อิเล็กตรอนและโปรตอนในนิวเคลียสมีแรงดึงดูดกันใน ลักษณะใด - อิเล็กตรอนสามารถเคลื่อนที่ในแต่ละระดับพลังงานได้ จำานวนเท่าใด (2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำาตอบเกี่ยวกับคำาถามตาม ความคิดเห็นของแต่ละคน 2) ขัน สำา รวจและค้น หา ้ (1) ให้นักเรียนศึกษาการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมจากใบ ความรู้หรือในหนังสือ 59
  • 60. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 60 เรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ รอบนิวเคลียสในลักษณะวงโคจร ซึ่งวงโคจรที่อยู่ใกล้นิวเคลียสมาก ที่สุดจะมีจำานวนอิเล็กตรอนน้อยที่สุด และมีระดับพลังงานตำ่าที่สุด (2) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5−6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกต แรง ยึดเหนี่ยวระหว่างอิเล็กตรอนกับนิวเคลียส ตามขั้นตอนทาง วิทยาศาสตร์ โดยใช้ทักษะ/กระบวนการสังเกตดังนี้ - ใส่ลูกเหล็กกลมจำานวน 100 ลูก ลงในถ้วยที่เตรียมไว้ แล้ว จุ่มแท่งแม่เหล็กลงในถ้วย - ค่อย ๆ ยกแท่งแม่เหล็กขึ้น สังเกตการเกาะของลูกเหล็ก บนแท่งแม่เหล็ก และ บันทึกผล - ใช้มือแกะลูกเหล็กออกทีละลูก โดยเริ่มแกะจากลูกเหล็ก ที่อยู่นอกสุดจนถึงลูกเหล็ก ที่อยู่ในสุด สังเกตแรงที่ต้องใช้แกะลูกเหล็กและบันทึกผล (3) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ ได้จากใบงาน 3) ขัน อธิบ ายและลงข้อ สรุป ้ (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำาเสนอผลการปฏิบัติ กิจกรรมหน้าชั้นเรียน (2) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการ ปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนว คำาถามต่อไปนี้ - ลูกเหล็กกลมและแท่งแม่เหล็กในกิจกรรมใช้แทนสิ่งใด ในอะตอม (ลูกเหล็กกลม แทนอิเล็กตรอน แท่งแม่เหล็กแทนนิวเคลียส) - ลักษณะการจัดเรียงตัวของลูกเหล็กที่ถูกดึงดูดด้วยแม่ เหล็กมีลักษณะใด (จำานวน ลูกเหล็กที่อยู่แถวนอกมีมากกว่าจำานวนลูกเหล็กที่อยู่ใกล้แท่งแม่เหล็ก) - เมื่อนักเรียนลองเขี่ยลูกเหล็กให้หลุดออก แรงที่ใช้เขี่ยลูก เหล็กที่อยู่รอบนอกเท่ากับ ลูกเหล็กที่อยู่ติดกับแท่งแม่เหล็กหรือไม่ ลักษณะใด (ไม่เท่ากัน แรงที่ ใช้แกะลูกเหล็กที่อยู่นอกสุดจะใช้แรงดึงออกน้อยกว่าลูกเหล็กที่อยู่ใน สุดใกล้แท่งแม่เหล็ก) - นักเรียนสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรมได้ว่าอะไร (การเกาะ กันของลูกเหล็กกับแท่ง แม่เหล็กเปรียบเหมือนแรงดึงดูดของนิวเคลียสของอะตอมกับ อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่อยู่รอบ ๆ)
  • 61. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 (3) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยให้ได้ข้อสรุปว่า แรงดึงดูดระหว่างอิเล็กตรอนที่มีประจุลบกับ นิวเคลียสที่มีประจุบวก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแรงดึงดูดระหว่างลูก เหล็กกับขั้วแม่เหล็ก คือ แรงดึงดูดระหว่างนิวเคลียสกับอิเล็กตรอนที่อยู่ ใกล้จะมากกว่าแรงดึงดูดระหว่างนิวเคลียสกับอิเล็กตรอนที่อยู่ไกลออก ไป และวงโคจรที่อยู่ใกล้นิวเคลียสมากที่สุดจะมีจำานวนอิเล็กตรอนน้อย ที่สุด โดยอิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานชั้นนอกสุดนี้ว่า เวเลนซ์ อิเล็กตรอน และอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานจะมีจำานวนได้มาก ที่สุด เท่ากับ 2n2 (n = ระดับพลังงาน) 4) ขัน ขยายความรู้ ้ (1) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเรียงอิเล็กตรอนในแต่ละ ระดับพลังงานว่าต้องเป็นไปตามกฎออกเตต และอธิบายถึงความ สัมพันธ์ของเวเลนซ์อิเล็กตรอนกับสมบัติความเป็นโลหะ อโลหะ และ การเกิดปฏิกิริยา โดยใช้ใบความรู้หรือเนื้อหาในหนังสือเรียนประกอบ (2) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5−6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูล การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุบางชนิด โดยดำาเนินการตาม ขั้นตอนดังนี้ - แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อการ ค้นพบโครงสร้างอะตอม เช่น เลขอะตอมของธาตุ และการจัดอิเล็กตรอนตามระดับพลังงาน ให้ สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นตามหัวข้อที่กำาหนด - สมาชิกแต่ละกลุ่มแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตาม หัวข้อที่กลุ่มของตนเองรับผิดชอบ โดยการสืบค้นจากหนังสือ วารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมสำาหรับเยาวชน และอินเทอร์เน็ต - สมาชิกกลุ่มนำาข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้ง ร่วมกันอภิปรายซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ ตรงกัน - สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ทั้งหมดเป็นผลงาน ของกลุ่ม (3) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ ได้จากใบงาน (4) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดย ให้ได้ข้อสรุปว่า การจัดเรียง อิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงาน จะต้องเป็นไปตามกฎออกเตต คือ เว เลนซ์อิเล็กตรอนของอะตอมจะมีได้ไม่เกิน 8 อิเล็กตรอน และ อิเล็กตรอนถัดจากวงนอกสุดจะมีได้ไม่เกิน 18 ตัว 61
  • 62. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 (5) นักเรียนค้นคว้าบทความหรือคำาศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมจากหนังสือเรียนภาษาอังกฤษหรือ อินเทอร์เน็ต และนำาเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง รวบรวมคำาศัพท์พร้อมทั้ง คำาแปลลงสมุดส่งครู 5) ขัน ประเมิน ้ (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมา และการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด ใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหา หรืออุปสรรคใด และได้มี การแก้ไขอย่างไรบ้าง (3) นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ กิจกรรม และการนำาความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบ คำาถาม เช่น - อิเล็กตรอนมีการจัดเรียงตัวล้อมรอบนิวเคลียสในลักษณะ ใด - ถ้าอะตอมชนิดหนึ่งมีระดับพลังงานของอิเล็กตรอน ทั้งหมด 5 ระดับ จำานวน อิเล็กตรอนสูงสุดในแต่ละระดับชั้นจะมีค่าเท่าใด - การจัดเรียงอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานมีหลักการ ใด - ธาตุที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 2 มีสมบัติและแนวโน้ม การเกิดปฏิกิริยาลักษณะใด - ธาตุที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 7 มีสมบัติและแนวโน้ม การเกิดปฏิกิริยาลักษณะใด ขัน สรุป ้ 1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการจัดเรียงอิเล็กตรอนใน อะตอม โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ 2) ครูดำาเนินการทดสอบหลังเรียน โดยให้นักเรียนทำาแบบ ทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดความก้าวหน้า/ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหน่วย การเรียนรู้ที่ 1 ตอนที่ 1 8. กิจ กรรมเสนอแนะ ครูกำาหนดสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ 5 ชนิดและให้นักเรียน คำานวณจำานวนอนุภาคมูลฐาน ระบุจำานวนอิเล็กตรอนในแต่ละระดับ 62
  • 63. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 พลังงาน และบอกแนวโน้มของสมบัติและการเกิดปฏิกิริยาขอธาตุเหล่า นัน ครูอาจให้นักเรียนเขียนเป็นรายงานส่งครูหรือให้นักเรียนแลก ้ เปลี่ยนความรู้กับเพื่อนในห้องเรียน 9. สือ /แหล่ง การเรีย นรู้ ่ 1. ภาพแบบจำาลองอะตอมของโบร์ 2. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน สารและสมบัติของสาร ชันมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด ้ 3. สื่อการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร สมบูรณ์แบบ ชัน ้ มัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 4. แบบฝึกทักษะ สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 10. บัน ทึก หลัง การจัด การเรีย นรู้ 1. ความสำาเร็จในการจัดการเรียน รู้.................................................................... แนวทางการ พัฒนา.............................................................................. ........ 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียน รู้............................................................. แนวทาง แก้ไข................................................................................ .............. ตอนที่ 2 ตารางธาตุ แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่ 3 ตารางธาตุ 2 ชั่ว โมง สาระที่ 3 สารและสมบัต ข องสาร ิ ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4-6 ้ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร 1. สาระสำา คัญ นักวิทยาศาสตร์จัดธาตุต่าง ๆ ลงในตารางธาตุโดยอาศัยสมบัติ และการเรียงตามลำาดับเลข 63
  • 64. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 อะตอมของธาตุ ทำาให้สามารถแบ่งธาตุในตารางธาตุออกเป็น 18 หมู่ 7 คาบ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มย่อย A หรือธาตุตัวแทน (representatives element) ที่มีสมบัติเป็นโลหะ อโลหะ และกึงโลหะ และกลุ่มย่อย B หรือธาตุแทรนซิชัน (transition element) ่ หรือโลหะแทรนซิชัน การจัดเรียงธาตุเป็นหมวดหมู่ทำาให้ธาตุในหมู่เดียวกันมีสมบัติ คล้ายกันและมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากัน และธาตุในคาบเดียวกันมี จำานวนระดับพลังงานของอิเล็กตรอนเท่ากัน การจัดตารางธาตุดังกล่าว ช่วยให้สามารถทำานายตำาแหน่งของธาตุได้เมื่อทราบสมบัติของธาตุ และสามารถทำานายสมบัติของธาตุได้เมื่อทราบตำาแหน่งของธาตุใน ตารางธาตุ 2. ตัว ชีว ด ช่ว งชัน ้ ั ้ อธิบายการจัดเรียงธาตุและทำานายแนวโน้มสมบัติของธาตุใน ตารางธาตุ (ว 3.1 ม. 4−6/3) 3. จุด ประสงค์ก ารเรีย นรู้ 1. อธิบายการจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ และความสัมพันธ์ของ ธาตุในตารางธาตุ (K) 2. ทำานายแนวโน้มของสมบัติธาตุในตาราง (K) 3. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น (A) 4. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (A) 5. ทำางานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ (A) 6. สื่อสารและนำาความรู้เรื่องตารางธาตุไปใช้ในชีวิตประจำาวัน ได้ (P) 4. การวัด และการประเมิน ผลการเรีย นรู้ ด้า นคุณ ธรรม ด้า นทัก ษะ/ จริย ธรรม และ ด้า นความรู้ (K) เจตคติท าง กระบวนการ (P) วิท ยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรู้เรื่อง 1. ประเมินเจตคติทาง 1. ประเมินทักษะ/ ตารางธาตุ วิทยาศาสตร์เป็นราย กระบวนการทาง 2. ประเมินกิจกรรม บุคคล วิทยาศาสตร์ 2. ประเมินเจตคติต่อ 2. ประเมินทักษะการ ฝึกทักษะระหว่าง เรียน วิทยาศาสตร์เป็นราย คิด 3. ทดสอบก่อนเรียน บุคคล 3. ประเมินทักษะการ 4. ทดสอบหลังเรียน แก้ปัญหา 4. ประเมินพฤติกรรม 64
  • 65. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 65 ในการปฏิบัติกิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือราย กลุ่ม 5. สาระการเรีย นรู้ 1. วิวัฒนาการของตารางธาตุ - ตารางธาตุในปัจจุบัน 2. ความสัมพันธ์ของธาตุในตารางธาตุ - ความสัมพันธ์ของธาตุในหมู่ - ความสัมพันธ์ของธาตุในคาบ 6. แนวทางบูร ณาการ ภาษาไทย → เขียนบรรยายหรือจัดทำารายงานเกี่ยวกับตาราง ธาตุ ภาษาต่างประเทศ → ฟัง พูด อ่าน เขียนคำาศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับตารางธาตุที่เรียนรู้หรือ ที่นักเรียนสนใจ 7. กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ครูดำาเนินการทดสอบก่อนเรียนโดยให้นักเรียนทำาแบบทดสอบ ก่อนเรียนเพื่อตรวจสอบความพร้อมและพื้นฐานของนักเรียน ขัน นำา เข้า สู่บ ทเรีย น ้ 1) ครูสนทนากับนักเรียนโดยสุ่มนักเรียน 2−3 คน ให้นักเรียน ตอบคำาถามต่อไปนี้ - ตารางธาตุคืออะไร และมีความสำาคัญลักษณะใด - นักวิทยาศาสตร์ใช้หลักการใดในการจัดเรียงธาตุลงใน ตารางธาตุ 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำา ตอบของคำาถาม เพื่อเชื่อมโยง ไปสู่การเรียนรู้เรื่อง ตารางธาตุ ขัน จัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ ้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซึ่ง มีขั้นตอนดังนี้ 1) ขัน สร้า งความสนใจ ้
  • 66. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 (1) ครูนำาแผ่นตารางธาตุมาให้นักเรียน โดยครูใช้คำาถาม กระตุ้นดังนี้ - ธาตุในตารางธาตุแบ่งออกได้เป็นกี่หมู่ - ธาตุที่อยู่ในกลุ่ม B เรียกว่าอะไร - นักเรียนรู้จักธาตุใดในตารางธาตุบ้าง มีสมบัติลักษณะใด (2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำาตอบเกี่ยวกับคำาถามตาม ความคิดเห็นของแต่ละคน 2) ขัน สำา รวจและค้น หา ้ (1) ให้นักเรียนศึกษาวิวัฒนาการของตารางธาตุ และความ สัมพันธ์ของธาตุในตารางธาตุจากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดย ครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ตารางธาตุที่ใช้ในปัจจุบันได้จัด ธาตุตามเลขอะตอมจากน้อยไปมาก แบ่งเป็นกลุ่มย่อย A 8 หมู่ และกลุ่ม ย่อย B 10 หมู่ (2) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูลสมบัติ ของธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ โดยดำาเนินการตามขั้นตอนดังนี้ - แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อสมบัติ ของธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ เช่น การนำาไฟฟ้าและความร้อน สถานะ ความแข็ง จุดเดือด และจุดหลอมเหลว ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นตาม หัวข้อที่กำาหนด - สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กลุ่ม ของตนเองรับผิดชอบ โดย การสืบค้นจากหนังสือ วารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตร์ สารานุกรม สำาหรับเยาวชน และอินเทอร์เน็ต - สมาชิกกลุ่มนำาข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้ง ร่วมกันอภิปรายซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ ตรงกัน - สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ทั้งหมดเป็นผลงาน ของกลุ่ม (3) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ ได้จากกิจกรรม (4) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม สังเกตความสัมพันธ์ ของธาตุในแต่ละคาบกับระดับพลังงาน ตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้ทักษะ/กระบวนการสังเกต ดังนี้ 66
  • 67. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 - ให้นักเรียนนับจำานวนธาตุที่อยู่ในแต่ละคาบของตาราง ธาตุและนำามาแสดงความสัมพันธ์ (ในรูปของตาราง) กับจำานวน อิเล็กตรอนมากที่สุดที่มีได้ในแต่ละคาบ - นำาข้อมูลที่ได้มาอภิปรายร่วมกันแล้วนำาเสนอผลการ ปฏิบัติกิจกรรม (5) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ ได้จากกิจกรรม 3) ขัน อธิบ ายและลงข้อ สรุป ้ (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำาเสนอผลการปฏิบัติ กิจกรรมหน้าชั้นเรียน (2) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการ ปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนว คำาถามต่อไปนี้ กิจกรรม สืบค้นข้อมูลสมบัติของธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และ อโลหะ − ธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะจัดอยู่ในหมู่ใดของตาราง ธาตุ (ธาตุโลหะ ได้แก่ หมู่ 1A และ 2A ธาตุอโลหะ ได้แก่ หมู่ 7A และ 8A ธาตุกึ่งโลหะ ได้แก่ หมู่ 3A−6A) − ธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะมีสมบัติลักษณะใดบ้าง (การนำาไฟฟ้าและความร้อน จุดหลอมเหลว และจุดเดือด) − ธาตุที่มีแนวโน้มของสมบัติเหมือนกันอยู่ในหมู่หรือใน คาบเดียวกัน เพราะอะไร (เพราะมีจำานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากัน) กิจกรรม สังเกตความสัมพันธ์ของธาตุในแต่ละคาบกับ ระดับพลังงาน − ธาตุในคาบมีความสัมพันธ์ใดกับระดับพลังงาน (จำานวน อิเล็กตรอนที่มีได้มากที่สุดในคาบจะเท่ากับจำานวนธาตุที่มีในคาบนั้น ๆ) − ธาตุในคาบใดมีจำานวนชนิดของธาตุมากที่สุด เพราะ อะไร (คาบที่ 6 และ 7 เพราะมีจำานวนอิเล็กตรอนมากที่สุด เท่ากับ 32) − แนวโน้มขนาดของธาตุในหมู่เดียวกันมีลักษณะใดเมื่อ จำานวนคาบเพิ่มขึ้น (ธาตุโลหะจำามีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยา มากขึ้น ขณะที่ธาตุอโลหะจะมีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยาลดลง) (3) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดย ให้ได้ข้อสรุปว่า ธาตุที่อยู่ในหมู่เดียวกันจะมีแนวโน้มของสมบัติเหมือน กันเพราะธาตุที่อยู่หมู่เดียวกันมีจำานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากัน ส่วน ธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกันนั้นจะมีจำานวนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน 67
  • 68. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 เท่ากัน และจำานวนธาตุในคาบมีได้มาที่สุดเท่ากับจำานวนอิเล็กตรอน มากที่สุดที่สามารถเคลื่อนที่ได้ในระดับพลังงาน (คาบ) นั้น 4) ขัน ขยายความรู้ ้ (1) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมบัติของธาตุในแต่ละหมู่ โดย ใช้ใบความรู้หรือเนื้อหาในหนังสือเรียนประกอบการอธิบาย ครูเน้นให้ นักเรียนเข้าใจถึงสมบัติทางกายภาพทั่วไปและแนวโน้มในการเกิด ปฏิกิริยาของธาตุแต่ละหมู่ (2) นักเรียนค้นคว้าบทความหรือคำาศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ ตารางธาตุจากหนังสือเรียนภาษาอังกฤษหรืออินเทอร์เน็ต และนำาเสนอ ให้เพื่อนในห้องฟัง รวบรวมคำาศัพท์พร้อมทั้งคำาแปลลงสมุดส่งครู 5) ขัน ประเมิน ้ (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมา และการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด ใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหา หรืออุปสรรคใด และได้มี การแก้ไขอย่างไรบ้าง (3) นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ กิจกรรม และการนำาความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบ คำาถาม เช่น − การจัดเรียงธาตุลงในตารางธาตุในอดีตแตกต่างกับ ปัจจุบันลักษณะใด − ความสัมพันธ์ของธาตุในหมู่เดียวกันและในคาบเดียวกัน มีลักษณะใด − ตารางธาตุมีความสำาคัญหรือไม่ ลักษณะใด − ธาตุในกลุ่ม B แตกต่างจาก 1A− 2A หรือไม่ ลักษณะใด − ถ้านักเรียนพบธาตุชนิดใหม่ที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน เท่ากับ 8 นักเรียนจะทำานาย สมบัติของธาตุนี้ว่าอะไร ขัน สรุป ้ 1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับตารางธาตุ โดยร่วมกัน เขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ 68
  • 69. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 2) ครูดำาเนินการทดสอบหลังเรียน โดยให้นักเรียนทำาแบบ ทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดความก้าวหน้า/ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหน่วย การเรียนรู้ที่ 1 ตอนที่ 2 8. กิจ กรรมเสนอแนะ นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติของธาตุในหมู่ต่าง ๆ เพิ่มเติม โดยเขียนเป็นรายงานหรือนำาเสนอหน้าห้องเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนความ รู้กับเพื่อน 9. สือ /แหล่ง การเรีย นรู้ ่ 1. แผ่นตารางธาตุ 2. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน สารและสมบัติของสาร ชันมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด ้ 3. สื่อการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร สมบูรณ์แบบ ชัน ้ มัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 4. แบบฝึกทักษะ สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 10. บัน ทึก หลัง การจัด การเรีย นรู้ 1. ความสำาเร็จในการจัดการเรียน รู้.................................................................... แนวทางการ พัฒนา.............................................................................. ........ 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียน รู้............................................................. แนวทาง แก้ไข................................................................................ .............. ตอนที่ 3 พัน ธะเคมี แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่ 4 พัน ธะไอออนและพัน ธะโคเว เลนซ์ 1 ชัว โมง ่ สาระที่ 3 สารและสมบัต ข องสาร ิ ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4-6 ้ หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร 69
  • 70. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 1. สาระสำา คัญ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมหรือไอออนของธาตุ หรือ สารประกอบเรียกว่า พันธะเคมี แบ่งได้ 3 ชนิด คือ พันธะไอออนิก พันธะโคเวเลนซ์ และพันธะโลหะ ซึ่งธาตุหรือสารประกอบที่เกิดจาก พันธะต่างชนิดกันจะมีสมบัติแตกต่างกัน พันธะไอออนิกเกิดจากแรงยึดเหนี่ยวของไอออนที่มีประจุบวก ของธาตุโลหะและไอออนที่มีประจุลบของธาตุอโลหะ ซึ่งเป็นแรงยึด เหนี่ยวที่เกิดจากไอออนที่มีประจุไฟฟ้าต่างกัน พันธะไอออนิกจึงมี ความแข็งแรงมาก สารที่เกิดจากพันธะไอออนิกส่วนใหญ่จึงมีสถานะ ของแข็ง มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง พันธะโคเวเลนซ์เกิดจากแรงยึดเหนี่ยวของอะตอมอโลหะและ อโลหะโดยมีการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน แรงยึดเหนี่ยวชนิดนี้มี ความแข็งแรงน้อยกว่าพันธะไอออนิกมาก สารที่เกิดจากพันธะโคเว เลนซ์จึงพบได้ทั้งสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส และมี จุดหลอมเหลวและจุดเดือดตำ่า 2. ตัว ชีว ด ช่ว งชัน ้ ั ้ 1. วิเคราะห์และอธิบายการเกิดพันธะเคมีในโครงผลึกและใน โมเลกุลของสาร (ว 3.1 ม. 4−6/4) 2. สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือด จุดหลอมเหลวและสถานะของสารกับ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร (ว 3.1 ม. 4−6/5) 3. จุด ประสงค์ก ารเรีย นรู้ 1. วิเคราะห์และอธิบายการเกิดพันธะไอออนิก (K) 2. วิเคราะห์และอธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนซ์ และชนิดของ พันธะโคเวเลนซ์ (K) 3. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น (A) 4. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (A) 5. ทำางานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ (A) 6. สื่อสารและนำาความรู้เรื่องพันธะไอออนิกและพันธะโคเวเลนซ์ ไปใช้ในชีวิตประจำาวันได้ (P) 4. การวัด และการประเมิน ผลการเรีย นรู้ ด้า นคุณ ธรรม ด้า นความรู้ (K) ด้า นทัก ษะ/ 70
  • 71. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 จริย ธรรม และ เจตคติท าง วิท ยาศาสตร์ (A) 1. ซักถามความรู้เรื่อง 1. ประเมินเจตคติทาง พันธะไอออนิกและ วิทยาศาสตร์เป็นราย พันธะโคเวเลนซ์ บุคคล 2. ประเมินกิจกรรม 2. ประเมินเจตคติต่อ ฝึกทักษะระหว่าง วิทยาศาสตร์เป็นราย เรียน บุคคล 3. ทดสอบก่อนเรียน กระบวนการ (P) 71 1. ประเมินทักษะ/ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการ คิด 3. ประเมินทักษะการ แก้ปัญหา 4. ประเมินพฤติกรรม ในการปฏิบัติกิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือราย กลุ่ม 5. สาระการเรีย นรู้ 1. พันธะไอออน 2. พันธะโคเวเลนซ์ 6. แนวทางบูร ณาการ ภาษาไทย → เขียนบรรยายหรือจัดทำารายงานเกี่ยวกับสมบัติ ของสารประกอบ ไอออนิกและสารประกอบโคเวเลนซ์ ภาษาต่างประเทศ → ฟัง พูด อ่าน เขียนคำาศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับพันธะไอออนิกและ พันธะโคเวเลนซ์ที่เรียนรู้หรือที่นักเรียนสนใจ 7. กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ครูดำาเนินการทดสอบก่อนเรียนโดยให้นักเรียนทำาแบบทดสอบ ก่อนเรียนเพื่อตรวจสอบความพร้อมและพื้นฐานของนักเรียน ขัน นำา เข้า สู่บ ทเรีย น ้ 1) ครูทบทวนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเวเลนซ์อิเล็กตรอนกับ กฎออกเตตให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ - อธิบายความหมายของกฎออกเตต - ธาตุโลหะมีแนวโน้มในการรับหรือให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนเพื่อให้ เวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 8 ตัว
  • 72. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 72 - ธาตุอโลหะมีแนวโน้มในการรับหรือให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนเพื่อให้ เวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 8 ตัว 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำา ตอบของคำาถาม เพื่อเชื่อมโยง ไปสู่การเรียนรู้เรื่อง พันธะไอออนิกและพันธะโคเวเลนซ์ ขัน จัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ ้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซึ่ง มีขั้นตอนดังนี้ 1) ขัน สร้า งความสนใจ ้ (1) ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของพันธะเคมี และให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ - พันธะเคมีคืออะไร - พันธะเคมีระหว่างอะตอมในหมู่ต่าง ๆ ในตารางธาตุมี ลักษณะเดียวกันหมดหรือไม่ เพราะอะไร - พันธะเคมีแบ่งได้เป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง (2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำาตอบเกี่ยวกับคำาถามตาม ความคิดเห็นของแต่ละคน 2) ขัน สำา รวจและค้น หา ้ (1) ให้นักเรียนศึกษาการเกิดพันธะไอออนิกและพันธะโคเว เลนซ์จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียน เข้าใจว่า พันธะไอออนิกเป็นพันธะระหว่างโลหะกับอโลหะ โดย โลหะจะให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนกับอโลหะเพื่อให้ตัวเองมีเวเลนซ์ อิเล็กตรอนเท่ากับ 8 ตัวตามกฎออกเตตและกลายเป็นไอออนบวก ส่วน อโลหะจะรับเวเลนซ์อิเล็กตรอนจากโลหะเพื่อให้ตัวเองมีเวเลนซ์ อิเล็กตรอนเท่ากับ 8 ตามกฎออกเตตและกลายเป็นไอออนลบ แรงดึงดูดระหว่างอะตอมของพันธะนี้จึงเป็นแรงดึงดูดระหว่าง ประจุไฟฟ้าที่ตรงข้ามกัน พันธะโคเวเลนซ์เป็นพันธะระหว่างอโลหะด้วยกัน โดยมี การใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกันเพื่อให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนของตัวเอง ครบ 8 ตัวตามกฎออกเตต ซึ่งแบ่งได้เป็น พันธะเดี่ยว พันธะคู่ และ พันธะสาม (2) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูล จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิก โดยดำาเนินการ ตามขั้นตอนดังนี้
  • 73. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 - แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อ จุดหลอมเหลวและจุดเดือด และ การนำาไฟฟ้า ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นตามหัวข้อที่กำาหนด - สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กลุ่ม ของตนเองรับผิดชอบ โดยการสืบค้นจากหนังสือ วารสาร สารานุกรม วิทยาศาสตร์ สารานุกรมสำาหรับเยาวชน และอินเทอร์เน็ต - สมาชิกกลุ่มนำาข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้ง ร่วมกันอภิปรายซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ ตรงกัน - สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ทั้งหมดเป็นผลงาน ของกลุ่ม (3) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ ได้จากกิจกรรม 3) ขัน อธิบ ายและลงข้อ สรุป ้ (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำาเสนอผลการปฏิบัติ กิจกรรมหน้าชั้นเรียน (2) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการ ปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนว คำาถามต่อไปนี้ − สารประกอบในกิจกรรมเกิดจากพันธะระหว่างโลหะใด กับอโลหะใด (เช่น แคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) เกิดจากโลหะแคลเซียม (Ca) 1 อะตอมกับ อโลหะคลอรีน (Cl) 2 อะตอม) − เมื่อเกิดสารประกอบไอออนิก อะตอมของธาตุใน สารประกอบต้องให้และรับ เวเลนซ์อิเล็กตรอนจำานวนเท่าใดบ้าง (เช่น CaCl2 Ca 1 อะตอมให้เว เลนซ์อิเล็กตรอน 2 ตัวกลายเป็นไอออนบวก ส่วน Cl 2 อะตอมรับเว เลนซ์อิเล็กตรอนอะตอมละ 1 ตัวกลายเป็นไอออนลบ) − จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกมี แนวโน้มลักษณะใด เพราะ อะไรจึงเป็นเช่นนัน (จุดหลอมเหลวและจุดเดือดมีค่าสูง เพราะพันธะยึด ้ เหนี่ยวที่แข็งแรงของไอออนต่างชนิดกัน) − การนำาไฟฟ้าของสารประกอบไอออนิกมีลักษณะใด เพราะอะไร (ไม่นำาไฟฟ้าในสถานะของแข็งเพราะไม่มีไอออนอิสระ เคลื่อนที่รอบ ๆ สาร แต่สามารถนำาไฟฟ้าได้เมื่อเป็นของเหลวเพราะ 73
  • 74. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 พันธะไอออนิกถูกทำาลาย จึงเกิดเป็นไอออนบวกของโลหะและไอออน ลบของอโลหะเคลื่อนที่อย่างอิสระ) (3) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดย ให้ได้ข้อสรุปว่า จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิก สูงเพราะเป็นแรงดึงดูดระหว่างไอออนหรือประจุต่างชนิดกันซึ่งมีความ แข็งแรงมาก จึงต้องใช้พลังงานหรือความร้อนสูงเพื่อทำาให้สารเปลี่ยน สถานะ และสารประกอบไอออนิกไม่นำาไฟฟ้าเพราะถึงแม้ว่าจะเกิดจาก แรงดึงดูดระหว่างไอออนต่างชนิดแต่ภายในสารไม่มีการเคลื่อนที่ของ ประจุทำาให้ไม่สามารถนำาไฟฟ้าได้ 4) ขัน ขยายความรู้ ้ (1) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดของพันธะโคเวเลนซ์ สมบัติ ของสารประกอบโคเวเลนซ์ และสารโครงร่างผลึกตาข่ายโดยใช้ใบ ความรู้หรือเนื้อหาในหนังสือเรียนประกอบ (2) นักเรียนฝึกเขียนโครงสร้างแบบจำาลองอะตอมชนิด โครงสร้างลายเส้นแสดงการเกิดพันธะไอออนิกและพันธะโคเวเลนซ์ ของสารที่ครูกำาหนดให้ เช่น MgF2 K2S Br2 CH4 (3) นักเรียนค้นคว้าบทความหรือคำาศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ พันธะไอออนิกและพันธะโค-เวเลนซ์ จากหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ หรืออินเทอร์เน็ต และนำาเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง รวบรวมคำาศัพท์ พร้อมทั้งคำาแปลลงสมุดส่งครู 5) ขัน ประเมิน ้ (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมา และการปฏิบัติกิจกรรม มีจุด ใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหา หรืออุปสรรคใด และได้มี การแก้ไขอย่างไรบ้าง (3) นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ กิจกรรม และการนำาความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบ คำาถาม เช่น − พันธะเคมีคืออะไร แบ่งได้เป็นกี่ชนิด − สารหมู่ใดในตารางธาตุที่มักเกิดสารประกอบไอออนิก 74
  • 75. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 − เมื่ออะตอมสร้างพันธะระหว่างกันแล้วเวเลนซ์อิเล็กตรอน ของอะตอมหรือไอออนนั้น ต้องมีจำานวนเท่าใด เพราะอะไร ขัน สรุป ้ ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับพันธะไอออนิกและพันธะโค เวเลนซ์โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ 8. กิจ กรรมเสนอแนะ นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติของสารประกอบไอออนิก และสารประกอบโคเวเลนซ์เพิ่มเติมโดยเขียนเป็นรายงานส่งครู หรือนำา เสนอหน้าห้องเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน 9. สือ /แหล่ง การเรีย นรู้ ่ 1. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน สารและสมบัติของสาร ชันมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด ้ 2. สื่อการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร สมบูรณ์แบบ ชัน ้ มัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 3. แบบฝึกทักษะ สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4−6 บริษัท สำานักพิมพ์วัฒนาพานิช จำากัด 10. บัน ทึก หลัง การจัด การเรีย นรู้ 1. ความสำาเร็จในการจัดการเรียน รู้.................................................................... แนวทางการ พัฒนา.............................................................................. ........ 2. ปัญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียน รู้............................................................. แนวทาง แก้ไข................................................................................ .............. แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่ 5 พัน ธะโลหะและสถานะของสาร 1 ชัว โมง ่ สาระที่ 3 สารและสมบัต ข องสาร ิ ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4-6 ้ 75
  • 76. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ สารและสมบัติของสาร ม. 4−6 หน่ว ยการเรีย นรู้ท ี่ 1 โครงสร้า งของสาร 1. สาระสำา คัญ พันธะโลหะเป็นพันธะระหว่างโลหะกับโลหะ เนื่องจากโลหะจะ เกิดการสูญเสียเวเลนซ์อิเล็กตรอนได้ง่าย เวเลนซ์อิเล็กตรอนเหล่านี้จึง เคลื่อนที่ไปอะตอมอื่นทั่วทั้งก้อนโลหะอย่างอิสระ จึงเสมือนอะตอมมีเว เลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 8 ตลอดเวลา ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าพันธะโลหะ เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวกของอะตอมกับอิเล็กตรอนที่ เคลื่อนที่อย่างอิสระ ซึ่งแรงดึงดูดลักษณะนี้มีความแข็งแรงมาก จึงมัก พบสารในรูปข&#