• Save
Social Networking For Organizations
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Like this? Share it with your network

Share
Uploaded on

รู้เท่าทันการสื่อสารมวลชนยุคใหม่ Social Networking กับการประชาสัมพันธ์องค์กร

รู้เท่าทันการสื่อสารมวลชนยุคใหม่ Social Networking กับการประชาสัมพันธ์องค์กร

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
2,201
On Slideshare
2,181
From Embeds
20
Number of Embeds
2

Actions

Shares
Downloads
0
Comments
0
Likes
4

Embeds 20

http://www.most.go.th 12
http://www.stks.or.th 8

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. 1 รูเทาทันการสือสารมวลชนยุคใหม  ่ Social Networking กับการประชาสัมพันธองคกร ทวีศักดิ์ กออนันตกูล และ บุญเลิศ อรุณพิบลย ู สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ ความเปนมา ในปจจุบัน ความสนใจของประชาชนผานสื่อแบบตางๆ ไดเปลี่ยนไปมาก เนืองจากเทคโนโลยีสารสนเทศ และความ ่ สะดวกในการสื่อสารสวนบุคคล ซึ่งไปหลอมรวมกับสื่อสารมวลชน และมีวิธการใหมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งนี้ ผลกระทบตางๆ ี ไดขยายผลไปถึงการทํางานขององคกรและวิธการที่องคกรสามารถ “ขายตรง” ขอมูลขาวสารไปยังมวลชนดวยตนเองได ี โดยใชอินเทอรเน็ต ดังนัน จึงเปนเรื่องสําคัญที่นกประชาสัมพันธ นักการตลาด และผูที่ทํางานดานสื่อสารองคกรตองมา ้ ั เรียนรูวิธีการใหมๆ และยกเลิกความรูสึกเกาๆ เพือทําความเขาใจกับอานุภาพของระบบสื่อสารสมัยใหม ที่เราเรียกกันวา  ่ เครือขายสังคม (social networks)  โลกเปลี่ยนไปมาก จากการศึกษาเกี่ยวกับการบริโภคสื่อในอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ ตางก็มผลออกมาคลายกัน คือ เยาวชนใชเวลาอยูหนา ี จอคอมพิวเตอรและจอของอุปกรณเคลือนที่มากขึ้น โดยที่ไดแซงการใชเวลาหนาโทรทัศนไปแลว คือประมาณ 12.5 ่ ชั่วโมง/สัปดาห (มีการดูโทรทัศนเพียง 10.7 ชั่วโมง/สัปดาห)  เหตุผลที่สําคัญของการใชอินเทอรเน็ตก็คือ เพือการติดตอ ่ สื่อสารกับเพื่อนผานทางระบบ email, web‐board, blog และ social networks ซึงไมใชเว็บธรรมดา แตเปนสิ่งใหมที่เรียก ่ กันวา เว็บ 2.0  การศึกษาที่ยโรป รายงานวา ในป 2010 บริษัทไมโครซอฟตคาดการณวา คนยุโรป จะใชเวลากับอินเทอรเน็ต ุ มากกวาโทรทัศนในป 2010 คือใชชวิตเฉลี่ยสัปดาหลง 14.2 ชั่วโมงกับอินเทอรเน็ต เทียบกับ 11.5 ชั่วโมงกับโทรทัศน ี การใชเวลากับอินเทอรเน็ต รวมถึงเวลาที่บริการบันเทิงออนไลน เชน เกม การดูหนังฟงเพลง ชมการถายทอดสด กีฬา และการแสดงดวย นอกจากนี้ ไดมีการประเมินวา ภาพยนตเกาๆ แทบทุกเรื่อง กําลังจะยายวิกมาใหสามารถชมไดที่บานทางออนไลน  ตามเวลาที่เราสะดวก ซึ่งเปนสิ่งที่ทีวทั่วไปและเคเบิ้ล ไมสามารถทําแขงได ทังนี้การชมไมไดจํากัดอยูที่จอภาพ ี ้ คอมพิวเตอรอีกตอไป ทุกคนสามารถชมผานอินเทอรเน็ตไดดวยตนเอง
  • 2. 2 วัยรุนอเมริกนใชเวลาดูโทรทัศนและออนไลนเพิ่มขึ้นทุกป แตในป 2007 สถิตของการ  ั ิ ใชเวลาออนไลนไดแซงการใชเวลาหนาจอทีวีไปแลว หากวาเวลาหนาทีวีเพิ่มขึ้น เวลาอะไรที่ หายไป?  เยาวชนอานหนังสือนอยลงมาก ภาพนี้แสดงใหเห็นวาเมื่อคนมาพบกัน สวนใหญจะ มีเครื่องมือสือสารสวนตัวมาดวยเสมอ และใชงานไประหวางที่มีการสังสรรคกัน [MediaWeek] ่ (Photo by Derek Baird) แนวโนม 5 ประการของไมโครซอฟต บริษทไมโครซอฟต ไดทํานายแนวโนมของการใชคอมพิวเตอรไว 5 เรื่องดังนี้ (A Window into your Digital ั Future) 1. จอสามจอ – เราจะเห็นวาคนจะชินกับ จอภาพหลักสามจอ ที่ทําหนาที่ปนกันอยาง ราบรืน – PC, TV และ mobile ่ 2. บริการบันเทิงแบบเชื่อมตอกันหมด 3. เว็บทั้งหมดกลายเปนเครืองมือทางสังคม ่ 4. อินเทอรเน็ตสามมิติ ‐ โลกเสมือนกลายเปน ความจริง ซื้อของได เที่ยวได พบเพื่อนได และเลนเกมเสมือนจริงได 5. โทรศัพทเคลื่อนที่จะเปน Smartphone 
  • 3. 3 จอสามจอ เชื่อมตอกันหมด จากคําทํานายแนวโนมของบริษัทไมโครซอฟตผสานกับขอมูลเทคโนโลยีในปจจุบน พบวาการหลอมรวมของ ั เทคโนโลยีสื่อสาร คอมพิวเตอรและขอมูลมัลติมเดีย ทําใหเกิดบริการใหมๆ คอมพิวเตอรเร็วขึ้น จอภาพสีแบบ LCD ราคา ี ต่ําลง ภาพสวยงาน เปนทีแพรหลาย โทรทัศนผลิตดวยกลองแบบดิจิทัล สถานีทํางานเปนดิจทัล ออกอากาศแบบดิจิทัล ่ ิ สิ่งที่สามารถพบเปนไดทั่วไป คือ • รายการโทรทัศนเสนอขาวที่มาจากเว็บ • ดูวิดีโอ ทีวี ไดทางเว็บ • พูดโทรศัพททางอินเทอรเน็ตไดฟรี หรือเกือบฟรี • ดูหนังฟงเพลงผานมือถือ • สงขอความสันใหเพือนผานเว็บฟรี ้ ่ • สงภาพจากกลองมือถือไปออกในโทรทัศน การใชอนเทอรเน็ตของยุค พ.ศ. 2552 มักจะควบคูกับการใชโทรศัพทมอถือที่สงขาวสั้นไปยังคนตางๆได และ ิ ื ลาสุด การสงขอความจะไมสงผาน SMS อีกตอไป แตเปนการสงระบบอินเทอรเน็ต (ใช GPRS คิดเงินเปนรายเดือน) สงได ไมอั้น ไมตองเสียเงินขอความละสามบาทตอไป สงผลใหเกิดระบบสื่อสารมวลชนแบบสื่อสวนบุคคล และสื่อแบบมีสวนรวม เห็นไดชัดจากที่เกิดเว็บไซตใหมๆ จากมือสมัครเลนแตมีผลงานระดับมืออาชีพนําเสนอขาวสาร สาระความรู บางเว็บมี ความเร็ว ทันสมัยมากกวาเว็บสื่อสารมวลชนที่มอยูเดิม นอกจากนีหนวยงานที่ทําหนาที่สื่อสารมวลชนหลายแหงก็ใหผชมมี ี ้ ู สวนรวมในการสรางสรรคขาว นําเสนอขาวผานระบบกลองถายภาพที่มาพรอมกับโทรศัพทมอถือแลวสงตรงไปยังสถานี  ื กระจายสัญญาณไดทันที ผลสํารวจของ Pew Internet & American Life Project พบวา รอยละ 57 ของวัยรุนอเมริกนเปนผูสรางเนือหา  ั ้ สารพัดบนอินเทอรเน็ต ตังแตขอความ รูปภาพ ดนตรี ไปจนถึงวิดีโอ การปฏิวัติสื่อครั้งนี้จะทําใหเรากาวเขาสูยุคแหง ้ ความร่ํารวยทางวัฒนธรรม ความคิดสรางสรรค และความหลากหลาย ตลอดจนการมีทางเลือกที่มากมายมหาศาลอยางที่ เราไมเคยพบมากอนในประวัติศาสตร และสื่อยุคใหมที่ผลิตโดยคนทั่วไปจะกลายเปนพลังที่สาคัญที่สุดของอุตสาหกรรมสื่อ ํ ในยุคหนา เครื่องมือเพื่อการใชอินเทอรเน็ตสมัยใหม ภาพของการใชอนเทอรเน็ตในสมัยแรกๆ คือการใช email และการเขาชมเว็บ แตในปจจุบน มีสิ่งใหมๆ เกิดขึ้น ิ ั มากมาย สวนใหญจะเปนระบบที่ชวยใหเราสามารถโตตอบสื่อสารกับคนทั้งแบบสวนตัว และกับคนหมูมากไดงายขึ้น  รวมทั้งการเขียนลงไปในเว็บไดโดยตรง กิจกรรมการเขียนลงเว็บในฐานะผูใชอยางสะดวก มีชื่อเรียกวา เว็บ 2.0   สวน  ความสามารถในการติดตอกับคนจํานวนมาก โดยมีวิธีการ “สมัครเปนเพื่อน” หรือ “ขอติดตามขาว” จะเรียกวาเปน เครือขายสังคม (social network)
  • 4. 4 เทคโนโลยี 2.0 เปนคําที่ใชเรียกภาพรวมของการใชเทคโนโลยีอินเทอรเน็ตและเว็บจากเดิม สูรปแบบใหม ทีอยูบน ู ่ พืนฐานของ Web as an applications platform, Democratizing the Web และ Employing new methods to distribute ้ information ตามแนวคิดของ Tim O'Reilly นับเปนคําเรียกแทนยุคใหมของเว็บนั่นเอง ในยุคแรกของเว็บ ผูเขียนก็คือผู  เขียน ผูอานก็คอผูอาน เว็บเหมือนกับวิทยุหรือโทรทัศน คือเปนสื่อทางเดียว แตในยุคที่สอง เว็บ 2.0 คือเครืองมือสื่อสาร  ื ่ สองทาง ผูชมรวมเขียนได บางเว็บ ผูสรางจัดใหแตเวที ใหผใช เปนทังผูอานและผูเขียนทั้งหมด จนตองมีคําใหมๆ เกิดขึน  ู ้ ้ เชน เครือขายสังคม (social networks) เว็บสังคม (social webs) เปนตน ตามภาพและคําอธิบายขางลาง แตเดิมการพัฒนาเว็บไซตมักจะมาจากความตองการของหนวยงาน และ/หรือผูพฒนาเว็บไซต การนําขอมูลจาก ั บุคลากรตางๆ ในหนวยงานเผยแพรผานเว็บผานการควบคุมดวยหัวหนา หรือผูดแลเว็บ แมกระทั่งเจาของเนื้อหาก็ยงตอง ู ั ผานผูดูแลเว็บเปนผูนําเขาให อีกทั้งการเชื่อมตอเนื้อหากับเว็บอืนๆ เปนไปไดยาก หรือซับซอน ดังนันเว็บไซตใดที่มี ่ ้ ลักษณะขางตน มักจะเรียกวาเว็บยุคแรก หรือ 1.0 ดวยเครือขายอินเทอรเน็ตที่มผูใชมากขึน มีการนํามาใชเชิงธุรกิจมาก ี ้ ขึน ความเร็วของการสือสารเพิ่มขึน รวมทั้งเครืองคอมพิวเตอรที่ราคาถูกลง ทําใหการพัฒนาเว็บไซตมีการปรับเปลี่ยนรูป ้ ่ ้ ่ แบบไปอยางมาก คลายๆ กับการกาวสูยุคใหม จึงมีการตั้งชื่อวา เว็บ 2.0 ซึงการสรางเว็บ จะเนนการทําใหผูใชสามารถ ่ ปรับแตงเว็บไดเอง ผูพัฒนาจะปรับความสามารถของเว็บไปตามความนิยมของผูใช เชน เปดโอกาสใหทุกคนหรือผูใชมี  สิทธิ์เขียน ปรับแกไขเนื้อหาไดอิสระ ดังเชน เว็บไซตสารานุกรมออนไลนขนาดใหญของโลก คือ Wikipedia ซึงเปนตนแบบ ่ เว็บ 2.0 ที่นาสนใจ เนื่องจากเปดระบบใหทุกคนทังที่เปนสมาชิกและไมเปนสมาชิกเขาไปสราง แกไขเนื้อหาไดอิสระ โดย ้ อยูบนความเชื่อที่วา ทุกคนมีอิสระเสรีในการสรางสรรคเนื้อหา แสดงความคิดเห็น และทุกคนเปนผูรวมตรวจสอบเนื้อหาให ถูกตองภายใตแนวคิดประชาธิปไตยออ นไลนอยางเต็มรูปแบบ ตัวอยางของเว็บไซตที่เปนเว็บ 2.0 มีหลายแหง เชน Youtube เปนที่สําหรับใหทุกคนสงภาพวิดโอของตนเองหรือ ี ขององคกรไปฝาก แลวใหคนทุกคนเขามาชม ผูใชแตละคน สามารถสราง “สถานีโทรทัศน” (channel) ของตนเองได สามารถมีแฟนคลับของตนเองได ผูทแวะมาชมเรืองหนึ่งเรืองใด ก็สามารถเขียนความเห็น หรือสงวิดีโอตอบกลับมาเสริม ี่ ่ ่ หรือแสดงความขัดแยงได Facebook เปนทีรวมภาพหนาของนักศึกษา ใชแทนสมุดรวมภาพถาย แตขยายเปนเว็บไซตที่ ่ ใหญโตมาก เพราะใชแทนการทําหนังสือรุนของทุกสถาบันทั่วโลกไดเลย ขณะนี้ (กรกฎาคม 2552) มีผูใชบริการกวา 250 ลานคน หากเทียบเปนประเทศแลว ก็จะเทากับอันดับที่ 5 ของโลก (อยูระหวางอันดับ 4 ประเทศสหรัฐอเมริกา 307 ลานคน กับอันดับ 5 ประเทศอินโดนีเซีย 230 ลานคน)  เทคโนโลยีเว็บ 2.0 และเครือขายสังคมที่อยูบนฐานของไอซีที สงผลใหเกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการรับรู การเรียนรู การมีสวนรวม และการแลกเปลี่ยนขอความ เนือหา ความคิดเห็น ทัศนคติซึ่งกันและกันเปนไปไดอยางรวดเร็ว  ้ โดยมีการพัฒนาซอฟตแวรและเครื่องมือชวยเหลือที่หลากหลาย ทั้งที่เปนเครื่องมือฟรี และที่ตองใชเงินจัดหาพัฒนา
  • 5. 5 ทามกลางสิ่งใหมๆ จํานวนมาก เอกสารนี้ จะพยายามนําเสนอใหรูหลักการของเครือขายสังคมอยางงายที่เราพอจะ เริ่มตนไดไมยากเกินไป ทั้งนี้ทานผูอานอาจจะตองใชเวลาทําความเขาใจ รวมทั้งไปลองทําเอาเองทางคอมพิวเตอร เพื่อให  เกิดความคุนเคยเบื้องตน แตรับรองวางายมาก เพราะเด็กๆ ก็ทํากันไดเองอยูแลว เริ่มที่การใชจดหมายอิเล็กทรอนิกส จดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) สื่อพืนฐานของการใชอนเทอรเน็ตที่มีการใชกันอยางกวางขวาง และยาวนานมาแลว ้ ิ อยางไรก็ดีเราควรใหความสําคัญกับการเลือกใชอีเมลที่เหมาะสม หากมีการใชอเมลเพื่อรับ/สงขอมูลหนวยงาน ควรให ี ความสําคัญกับการใชระบบอีเมล ของหนวยงานมากกวาการใชอีเมลฟรี รวมทังการประกาศ/เผยแพรบัญชีการรับ/สงอีเมล ้ (email account)  รวมทั้งประเด็นเพิ่มเติม ดังนี้ • การรับ/สงอีเมล ควรระบุชอ/นามสกุลของผูรบแทนที่จะระบุเฉพาะ email address  ื่ ั • ควรมีการแสดงขอความกํากับทายจดหมายที่สง (Signature)  • ควรกําหนดกลุมผูรับ (Group Mail) ใหเหมาะสม • ควรใชภาษาที่เหมาะสม
  • 6. 6 • ควรทําใหขอความสั้น กระชับ  • ควรตั้งนาฬิกาของเครื่องใหเที่ยงตรง (ตังเวลากับ time server)  ้ • ควรแปลงไฟลแนบที่ไมยาวนักเปนสวนหนึ่งของขอความหลักใน email  • ไมควรสงขอความและไฟลแนบที่ไมจําเปน • ไมควรแนบไฟลขนาดใหญ (เกิน 5MB) เพราะอาจทําให inbox ผูรับลน ใหใชวิธี download แทนโดยใช  บริการ Web 2.0 เชน http://www.4shared.com/ หรือ https://www.yousendit.com/ • ใหความสําคัญกับการใชคําศัพทที่ถกตอง เชน Internet อินเตอรเน็ต อินเตอรเน็ท อินเตอรเนต ที่ถูกตอง ู คือ อินเทอรเน็ต Web site เว็ปไซต เว็บไซด ที่ถูกตองคือ เว็บไซต Electronics อิเลคทรอนิกส อิเล็กทรอนิค อิเล็กทรอนิก อิเล็กทรอนิคส ที่ถกตองคือ อิเล็กทรอนิกส Software ซอฟทแวร ที่ถกตองคือ ู ู ซอฟตแวร Column คอลัมภ ที่ถกตองคือ คอลัมน และ Optic ออฟติก ออปติก ที่ถกตองคือ อ็อปติก ู ู ทั้งนีสามารถตรวจสอบเบืองตนไดที่ http://www.royin.go.th ้ ้ การกําหนดชื่อ นามสกุลผูรับอีเมล กรณี hotmail  การกําหนดชื่อ นามสกุลผูรบอีเมล กรณีที่ใช hotmail ทําไดโดยล็อกอินเขาสูระบบ hotmail แลวเมนู Contact List เขาสูการสรางรายการใหม หรือแกไขรายการเดิม และระบุชอ นามสกุลผูรบกํากับ email address  ่ื ั การกําหนดขอความทายจดหมาย กรณี hotmail สําหรับขอความทายจดหมาย สามารถกําหนดไดโดยเลือกรายการ Options, More Options, Personal e‐mail signature จากนั้นปอนรายการขอความทายจดหมาย
  • 7. 7 การกําหนดกลุมผูรับ (Group mail) กรณี hotmail การรับสงอีเมลไปยังบุคคลหลายๆ คน อาจจะสรางความยุงยาก และตกหลนไดในการสงครั้งตอๆ ไป วิธีการที่ สะดวก รวดเร็วคือ การสรางกลุมผูรับ โดยแตละกลุมสามารถมี email address ไดหลายบัญชี โดยกําหนดกลุมผูรับอีเมลได โดยเลือกเมนู Contact List, Categories, New Categories ระบุชื่อและคําอธิบายกลุมผูรบอีเมล จากนั้นกลับมาที่ Contact ั List เลือกบัญชีผรับที่ตองการ จากนันเลือก Categories และคลิกเลือกกลุมผูรับที่ตองการ ู ้   การตั้งเวลาเครื่องคอมพิวเตอรใหเปนมาตรฐาน กรมอุทกศาสตร กองทัพเรือ และ สถาบันมาตรวิทยาแหงชาติ (http://www.nimt.or.th) เปนหนวยงานของ ประเทศไทยที่มอํานาจหนาที่ใหเวลามาตรฐานแกประเทศ ทั้งนี้ ในยุคคอมพิวเตอร การกําหนดเวลามาตรฐาน ไมไดเปน ี แบบสมัยกอน กลาวคือเครื่องคอมพิวเตอรของเรา สามารถขอเทียบเวลาผานระบบอินเทอรเน็ตไดเลย วิธีทํา ในวินโดวส ใหเขาทาง Control Panel/Date & Time และใหระบุชื่อเครื่องคอมพิวเตอรอางอิง (Internet time server) เปน time1.nimt.or.th หรือ time2.nimt.or.th หรือ time3.nimt.or.th (เลือกเอาชือเดียว) หรือจะอางอิงตามขอกําหนดของ ่ หนวยงานตนสังกัด เชน ที่ สวทช. มีระบบนาฬิกาอางอิงเปนของ ตนเอง และบริการใหกับสาธารณชนเชนกัน (ชือ ่ clock.nectec.or.th, clock.nstda.or.th)
  • 8. 8 การเขียนขอความสันใหเปนประโยชนตอการสือสารที่มีประสิทธิภาพ ้  ่ กระแสการสงขอความสันมีมานานแลวทั้งในรูปแบบขอความดวยคอมพิวเตอร เชน ICQ, MSN และผานโทรศัพท ้ มือถือ เชน SMS ซึงเปนการสงขอความสั้นไปยังบุคคล หรือกลุมคนเพียงจํานวนไมมากในเวลาเดียวกัน แต ณ ขณะนี้ ่ การสงขอความสั้นที่สงไปยังคนนับพัน นับหมื่น ผานอุปกรณที่แตกตางกัน ไมจํากัดวาผูรบจะตองใชเฉพาะโทรศัพทมือถือ ั หรือคอมพิวเตอร โดยเทคโนโลยีที่นยมมากที่สุดในขณะนีเรียกวา Twitter (http://twitter.com) เปนรูปแบบการสง ิ ้ ขอความสั้นความยาวไมเกิน 140 ตัวอักษร ผานเว็บไซตหรือโทรศัพทมอถือที่ลงทะเบียน Twitter ไปยังผูรบที่มารวมตอบ ื ั รับเครือขายไมจํากัดสถานที่ และจํานวนไดอยางรวดเร็ว นับเปนกระแสใหมของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แม กระทั่งยักษใหญวงการสิ่งพิมพอยาง CNN ยังตองเลือกใชบริการ Twitter  ตนกําเนิดของ Twitter เริ่มเมื่อป พ.ศ. 2551 โดย Jack Dorsey และกลุมเพือนวัย 30 เศษ พวกเขาเกิดปงไอเดีย ่  การสงขอความสั้นๆ ในหัวขอคําถาม “คุณกําลังทําอะไรอยู” กับเพื่อนฝูงและผูติดตามอาน Microblog มาจากการไปรวม  งานเทศกาลแสดงดนตรีเซาทเวสต เมื่อเหลาแฟนเพลงใชรปแบบการพูดคุย แสดงความคิดเห็นและนัดหมายระหวางกัน ู ผานการสื่อสารในรูปแบบนี้
  • 9. 9 นับตังแตนั้นเปนตนไป Twitter ไดมีอิทธิพลแผขยายไปอยางรวดเร็ว ทําใหนักการตลาดหลายตอหลายคน ้ หยิบฉวยใชเปนเครืองมือในการโฆษณาประชาสัมพันธอีกรูปแบบหนึง รวมทั้งนักการเมืองอยางนายบารัก โอบามา ่ ่ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปจจุบัน ก็ใชเปนเครืองมือหนึงในชวงการรณรงคหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี จนตอนนี้ ่ ่ ผูนําประเทศตางๆ ทัวโลก และเหลานักการเมือง ดารา นักรอง โฮโซ ทั้งหลาย ตางรีบสมัครเปนสมาชิกของ Twitter สงผล ่ ใหบรรดาแฟนๆ สมัครตามกันเปนทิวแถวเพื่อขอเปนผูติดตาม (Follower) อานกิจกรรม ความคิดของเหลาคนดัง การใช Twittter ยังรวมถึงการนําขอความจากเว็บไซตที่บริการ RSS มาแสดงและกระจายดวย โดยดึงมาเพียง 140 ตัวอักษรพรอมทําจุดเชื่อม (Link) กลับไปตนแหลงขอมูล ผานบริการของ Twitterfeed.com ซึงเหมาะสําหรับการจัดทํา ่ ชองทางประชาสัมพันธจากเว็บไซตลูกของหนวยงานที่มจํานวนเว็บไซตมาก และตองการเผยแพรขอมูลผานชองทางเดียว ี  ตัวอยางเว็บไซตของ สวทช. การใชระบบสงขาวและรวมขาวอัตโนมัติ ระบบสงขาวที่ไดรับความนิยม ยอมรับ และมีประสิทธิภาพสูงมากในปจจุบัน คงหนีไมพนระบบสงขาวแบบ RSS  (Really Simple Syndication) ที่อยูบนพื้นฐานของเทคโนโลยี XML หลักการของ RSS ก็คอ การนําเนือหาหรือขาวจาก  ื ้ เว็บไซตแปลงใหเปนฟอรแมตเฉพาะดวยภาษา XML จากนั้นจึงเปดใหเครืองมืออานขาว หรือที่รูจักกันในชื่อ RSS Reader ่ มาดึงเนื้อหา/ขาวนั้นไปนําเสนอในรูปแบบสั้นที่มีคําอธิบายพอสมควร และมีจุดเชือมกลับมายังตนฉบับ ่
  • 10. 10 ในอดีตการพัฒนา RSS อาจจะเสียเวลา แตดวยเทคโนโลยี CMS (Content Management System) และ Web 2.0 ทําใหเครืองมือที่นํามาออกแบบพัฒนาเว็บไซตสามารถแปลงเนือหา/ขาวที่นําเสนอผานเว็บ เปนฟอรแมตภาษา XML ตาม ่ ้ ขอกําหนดของ RSS ไดอัตโนมัติ โดยสังเกตไดจากสัญลักษณ ตัวอยางเว็บไซตที่บริการ RSS คุณลักษณะเดนของ Web 2.0 และ Social Network  งายตอการสรางและแลกเปลี่ยนเนือหา (Easy content creation & sharing) ้ การนําเนื้อหาขึนเว็บในชวงที่ผานมาอาจจะสรางภาระใหกับผูนําเขาหลายๆ ทาน และบอยครังที่หนวยงานตอง ้  ้ ประสบปญหาทําใหขอมูลในเว็บแทบจะไมมีการปรับ ปรุง หรือที่เรียกวา เว็บนิ่ง เนืองจากผูนําเขาจะตองศึกษาหาความรู ่ หลากหลายดาน ทั้งภาษา HTML ที่จําไดยาก ปอนแลวแกไขยาก รวมทั้งตองใชโปรแกรมกราฟกจัดเตรียมภาพใหเหมาะ สมกอนนําเขา การใชงานโปรแกรมโอนขอมูลเขาสูระบบ หรืออาจจะตองมีความรูถงระดับโปรแกรมมิ่งบนเว็บเพื่อใหได ึ ลูกเลนที่ตองการ ทําใหการนําเขาเนื้อหาบนเว็บ มักจะผูกขาดที่กลุมคนกลุมหนึง ซึ่งก็คือ Web Master สงผลใหการนําเขา ่ การปรับปรุงแกไข การออกแบบกราฟกเปนภาระหนักพรอมๆ กับการดูแลเว็บไซต เครื่องแมขายเว็บ และระบบตางๆ ที่ 
  • 11. 11 ตองทํางานผสานกัน แตดวยเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ที่เห็นถึงปญหาขางตน ผูออกแบบพัฒนาเว็บไซตและเครืองมือพัฒนา/บริการตาม ่ เทคโนโลยีเว็บ 2.0 จะใหความสําคัญกับผูใชโดยเฉพาะเจาของเนือหามากขึน โดยเตรียมฟงกชนการนําเขาเนื้อหาสะดวก  ้ ้ ั ไมยงยากซับซอน เรียนรูไดงาย รวดเร็ว เบ็ดเสร็จในตัว พรอมใชงาน ุ  หากทานไดลองศึกษาและใชงานบริการของ Blog เชน blog.com หรือ wordpress.com จะพบวาเครื่องมือนําเขา ขอมูลเปนเครืองมือที่งายมากๆ รองรับทั้งขอความ แฟมเอกสาร PDF แฟมภาพพรอมฟงกชันยอภาพ แฟมเสียง และวีดิ ่ ทัศนฟอรแมตตางๆ ทํางานรวมกันแบบออนไลน (Online Collaboration) การรวมกันสรางสรรคเนือหาใดๆ ในรูปแบบเว็บไซตอาจจะทําไดยาก เนืองจากผูสรางสรรคผูนําเขา และผูมีสวนรวม ้ ่ อืนๆ เชน ผูอานจะไมมีสิทธิ์เขามาดําเนินการปรับปรุงแกไขเนือหาได อันเนืองจากระดับความรูทแตกตางกัน นโยบายเพื่อ ่  ้ ่ ี่ รักษาความปลอดภัย และอืนๆ ทําใหเนือหาที่นําเสนอผานเว็บไซตทั่วไปมักเปนเนื้อหาที่ตองผานการทํางาน รวมกันแบบ ่ ้ ปกติ ใหไดเนือหาสรุปกอนจึงจะนํามาเผยแพรผานเว็บ และหากมีการปรับแกไขก็ตองดําเนินการแกไขเกือบทั้งหมดหรือ ้ ทั้งหมดแทนที่ เนื้อหาเดิม อีกทั้งไมสามารถติดตามรุนของการแกไขได วิกิ (Wiki) นับเปนซอฟตแวรที่มาปฏิวติการสราง  ั เนื้อหาไดอยางเห็นไดชัดที่สุด เว็บไซตวิกิพีเดียสารานุกรมออนไลนขนาดใหญของโลก เกิดขึ้นจากความรวมมือกันของคน จํานวนมากที่แทบจะไมเคยรูจัก หรือพบปะกันมากอนเลย มาจากทุกประเทศทั่วโลกรวมกันสรางสรรคบทความจนเปนที่ ยอมรับวามีคุณภาพ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบความถูกตอง แนะนํา แสดงความคิดเห็น และปรับแกไขไดทันที การพัฒนาเว็บไซตหรือซอฟตแวรสําหรับบริการดวยเทคโนโลยีเว็บ 2.0 จึงหนีไมพนที่จะตองพิจารณาถึงความ สามารถของเว็บและ/หรือซอฟตแวรที่ อนุญาตใหทุกคนมีสวนรวมในการสรางสรรค ปรับแกไขเนือหารวมกัน ้ สื่อสารกันและกันไดงาย (Conversations) เว็บไซตทั่วไปอาจจะอนุญาตใหผูใชอานไดเพียงอยางเดียว หรือหากจะมีชองทางการสื่อสารก็จะตองผานทาง e‐ Mail ซึงไมตอบรับกับกระแสการใหบริการเชิงรุกที่ตองการเปดโอกาสใหมการสื่อ สารสองทาง หรือสื่อสารไดทันที (Real ่ ี time) หรือผูใชคนที่สอง สาม และสี่ก็จะไมทราบวาผูใชคนที่หนึงสื่อสารกับผูดูแลเว็บ และเจาของเนื้อหานันๆ อยางไร การ ่  ้ เปดชองทางสื่อสารที่กวางขึนเปนแนวทางหนึ่งของเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ดังเชน Blog ไดนําฟงกชน comment มากํากับ ้ ั เนื้อหาที่นําเสนอ ผูอานเนือหาสามารถแสดงความคิดเห็นและปรากฏผลไดทันที รวมทั้งความคิดเห็นนั้นจะถูกสงไปยังผู  ้ เกี่ยวของมากกวา 1 คนเพื่อใหทราบวามีคนเขามาแสดงความคิดเห็น และผูเกี่ยวของกับเนื้อหาที่ไดรบอีเมลก็สามารถตอบ ั กลับไปทันทวงที อีกทั้งขอความแนะนําของผูอานจะปรากฏตอทายเนือหาเพือใหผูอานทาน อื่นแสดงความเห็นรวมกันได  ้ ่  ดวย นอกจากนี้อาจจะมีลูกเลนในการสื่อสารอื่นๆ เชน การให permalinks (Permanent links) ซึงเปนลิงกของเนือหาที่ ่ ้ ออกแบบมาเพื่อใหผูอานสะดวกในการนําเนื้อหาไป อางอิงแทนที่จะตองจํา URL ที่ยาวๆ หรือซับซอน หรือฟงกชัน Trackback ที่ชวยใหทราบวามีใครบางมาอางอิงเนื้อหาจากเว็บไซตของเรา
  • 12. 12 การเพิ่มชองทางสื่อสารยังรวมถึงการนํา IM (Instant messaging) และ VoIP (Voice over IP) มาใชดวยเชนกัน โดย IM จะชวยใหกลุมคนมากกวา 2 คนสามารถสื่อสารแบบเรียลไทมไดสะดวกโดยการพิมพ หรือพูดพรอมภาพหากมีอุปกรณ เชือมตอครบถวน ในขณะที่ VoIP ก็เปนลักษณะเดียวกับการพูดคุยดวยโทรศัพทเพียงแตเปลียนเปนการใช เครือง ่ ่ ่ คอมพิวเตอรพรอมอุปกรณสื่อสารพูดคุยกันผานเครือขายอินเทอรเน็ต นันเอง ่ ขอควรระมัดระวังในการใช Web 2.0 และ Social Network ทุกๆ สิ่งเมื่อมีดานดี ก็ยอมมีดานราย หรือดานลบ Web 2.0 และ Social Network ก็เชนกัน ทุกอยางเปนระบบเปด สื่อสารขามทวีป ขามโลก เปดทุกขอความ ทุกความเห็น และทุกสื่อที่เผยแพร ดังนันผูใชเครื่องมือนี้ ควรตระหนักถึง ้ ประเด็นขางตน ขอมูลสวนตัวหลายอยางไมควรระบุละเอียดหรือเปดเผยมากเกินไป เชน เลขที่บัตรประจําตัวประชาชน วันเดือนปเกิด หรือควรศึกษาเทคนิคการปกปดขอมูลสวนตัวดวยฟงกชัน Privacy ซึงผูใชจํานวนมากเนนการใชเครื่องมือ ่  มากกวาการเขาไปอานฟงกชันการทํางานของเครืองมือที่เหมาะสม ่ อยาลืมวาเอกสารที่เผยแพร ขอความที่เผยแพรเปนขอความ/สื่อแบบเปด หากตระหนักในประเด็นนี้ ก็คงจะทําให สามารถตัดสินใจและเลือกเผยแพรขอความ/สื่อไดอยางเหมาะสม รวมทั้งการเลือกเครื่องมือในกลุม Web 2.0 และ Social Network ที่เหมาะสมดวย เอกสารอางอิง 1. การศึกษาที่สหรัฐอเมริกา “American teenagers spend more time online than watching television [Death Of Print]” ดูไดจากเว็บ http://www.phreak20.com/mt/mt‐search.cgi?tag=Life&blog_id=1&limit=20 2. การศึกษาที่ยุโรป “Europe Logs On”  ดูไดจากเว็บ http://www.slideshare.net/crossthebreeze/europe‐logs‐ on‐1262605?src=embed 3.   http://www.pewinternet.org/Reports/2005/Teen‐Content‐Creators‐and‐Consumers.aspx   4. การตั้งเวลามาตรฐาน http://www.nimt.or.th/nimt/Announcement/index.php? menuName=news_detail&menuNameOld=&type=hotissue&NewsId=72 5.   http://en.wikipedia.org/wiki/Jack_Dorsey