Your SlideShare is downloading. ×
แบตเตอรี่รถยนต์ที่หมด(จากการนาไปใช้กับอินเวอร์เตอร์)แล้วจะชาร์จอย่างไร
ในภาวะน้าท่วมการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์๑๒โวลท์ด้วยเครื...
ขั้นตอนในการชาร์จ
๑. เปิดฝากระโปรงรถ มองหาตาแหน่งของแบตเตอรี่ว่าอยู่ที่ใด
๒. นาแบตเตอรี่ที่จะชาร์จมาวางในตาแหน่งใกล้ๆแบตฯข...
๕. สายพ่วงสีดาปล่อยปลายสายด้านหนึ่งไว้ไม่ให้โดนโลหะหรือขั้วไฟฟ้ าใดๆ(ตามรูปใช้วิธีคีบหูหิ้วพลาสติกสีขาว
ของแบตฯอยู่) ส่วนอ...
๘. เร่งเครื่องยนต์ที่ ๒๐๐๐ เป็นระยะเวลาประมาณ ๕ นาที ในช่วงนี้จะมีกระแสชาร์จสูงควรเขย่าแบตเตอรี่เพื่อให้
ฟองก๊าซระบายจากแผ...
๑๒.วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีแก้ขัดในยามฉุกเฉินเพราะเราไม่รู้จริงๆว่าพลังงานที่ชาร์จไปเต็มที่หรือไม่แต่ก็ค่อนข้างจะเชื่อถือ
ได้...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Battery charge V2

1,665

Published on

แบตเตอรรี่รถยนต์ที่หมดแล้ว จะชาร์จอย่างไร

Published in: Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,665
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
9
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "Battery charge V2"

  1. 1. แบตเตอรี่รถยนต์ที่หมด(จากการนาไปใช้กับอินเวอร์เตอร์)แล้วจะชาร์จอย่างไร ในภาวะน้าท่วมการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์๑๒โวลท์ด้วยเครื่องชาร์จหรือไปที่ร้านขายแบตเตอรี่(อยู่ไกล)อาจไม่สะดวก เพราะแบตฯมีน้าหนักมาก อีกวิธีหนึ่งคือการชาร์จจากรถยนต์ โดยการชาร์จผ่านสายพ่วงแบตเตอรี่ที่ใช้ในการช่วยสตาร์ท แต่ นามาใช้กลับกันคือรถยนต์ที่เครื่องติดอยู่แล้วสามารถนาไฟจากไดชาร์จของเครื่องยนต์กลับมาชาร์จแบตเตอรี่ที่ต่อพ่วงกับมัน ได้โดยมีกระบวนการดังต่อไปนี้ครับ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ๑. สายต่อพ่วงแบตเตอรี่ มักจะติดให้มาหรือแถมมาเวลาซื้อรถ เป็นสายไฟฟ้ าค่อนข้างใหญ่มีสองเส้น มักจะเป็นสี แดงสาหรับขั้วบวก(+) และสีดาสาหรับขั้วลบ(-) ปลายหัวท้ายเป็นปากคีบ ๒. รถยนต์ที่จะชาร์จแบตฯต้องจอดในมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพราะต้องติดเครื่องไว้เป็นเวลานานไม่ควรจอดใน โรงรถแบบปิดเป็นอันขาดไอเสียรถยนต์จะทาให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ๓. แบตเตอรี่ที่จะนามาชาร์จควรมีขนาดใกล้เคียงกับที่อยู่ในรถต้องไม่นาแบตฯที่มีขนาดเล็กกว่า๓๕แอมแปร์ชั่วโมง เช่นแบตฯของเครื่องสารองไฟ(UPS ส่วนใหญ่จะเป็น ๗ ถึง ๙ A-h) หรือไม่ใช่แรงดัน ๑๒โวลท์มาชาร์จเด็ดขาด
  2. 2. ขั้นตอนในการชาร์จ ๑. เปิดฝากระโปรงรถ มองหาตาแหน่งของแบตเตอรี่ว่าอยู่ที่ใด ๒. นาแบตเตอรี่ที่จะชาร์จมาวางในตาแหน่งใกล้ๆแบตฯของรถประมาณระยะว่าสายพ่วงระหว่างขั้วของแบตฯทั้ง สองสามารถโยงถึงกันได้ ๓. ที่ขั้วแบตเตอรี่ฝั่งที่ต้องการจะชาร์จคีบสายสีแดงเข้ากับขั้วบวก(+) ๔. ปลายสายสีแดงอีกด้าน คีบกับขั้วบวกของแบตเตอรี่ฝั่งรถยนต์(รถยนต์ส่วนใหญ่มักจะมีฉนวนพลาสติกครอบขั้ว ไว้ต้องเปิดฝาครอบนี้ออกก่อนจะมองเห็นขั้วแบตฯและแหวนรัดต่อสายเพื่อใช้คีบ) การคีบปากคีบต้องดูให้แน่ว่า มันจะไม่หลุดจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ขณะสตาร์ทและทางาน จัดการแนวสายอย่าให้พาดไปทาง เครื่องยนต์เด็ดขาด(ในรูปรถคันนี้เครื่องยนต์อยู่ทางซ้าย)เพราะขณะเครื่องยนต์หมุนอาจมีสายพานหรือใบพัดดึง เอาสายไฟเข้าไปจะเกิดอันตรายและความเสียหายได้
  3. 3. ๕. สายพ่วงสีดาปล่อยปลายสายด้านหนึ่งไว้ไม่ให้โดนโลหะหรือขั้วไฟฟ้ าใดๆ(ตามรูปใช้วิธีคีบหูหิ้วพลาสติกสีขาว ของแบตฯอยู่) ส่วนอีกด้านหนึ่งนามาคีบที่ขั้วลบของแบตเตอรี่ฝั่งรถยนต์ ๖. สตาร์ทเครื่องยนต์ให้ติด เร่งเครื่องประมาณ ๑๕๐๐ ถึง ๒๐๐๐(รอบต่อนาที) เป็นระยะเวลาประมาณครึ่งนาที ถอนคันเร่งให้เครื่องมาที่รอบเดินเบาปรกติจะอยู่ที่ ๙๐๐ ถึง ๑๑๐๐ แต่ถ้าเครื่องยังเย็นอยู่รอบเครื่องจะถูกเร่ง โดยอัตโนมัติประมาณ ๑๒๐๐ ถึง ๑๕๐๐(รถบางคันไม่มีเครื่องวัดรอบต้องประมาณเอาครับ ประมาณว่ากาลัง เร่งเครื่องจะออกรถแบบนิ่มๆ) ๗. ปลายสายสีดาที่ปล่อยไว้ตามข้อ๕ ลองเอามาเขี่ยขั้วลบ(-)ของแบตเตอรี่ที่ต้องการชาร์จดูอาจเห็นประกายไฟ บ้างในตอนแรกแล้วแต่ว่าแบตฯที่เอามาชาร์จหมดลึก(มาก)แค่ไหน เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่อะไรผิดพลาดให้คีบขั้ว แบตฯให้แน่น(ขั้วลบ(-)) สังเกตความเร็วรอบเครื่องยนต์เดินเบาจะลดต่าลงบ้างแต่เครื่องต้องไม่ดับ เป็นอาการที่ แสดงว่าพลังงานส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์มาชาร์จแบตฯของเรา(ตรวจสอบให้ดีนะครับเรื่องขั้ว บวกต่อบวกสายสี แดง ลบต่อลบสายสีดา สังเกตเครื่องหมาย + และ – ที่แบตฯให้ดี แบตเตอรี่รถบางยี่ห้อขั้วกลับกันอย่าดูแต่ตาม รูปถ่ายอย่างเดียว แบตฯที่แสดงในรูปทั้งหมดตามร้านแบตฯเรียกว่าขั้วกลับ)
  4. 4. ๘. เร่งเครื่องยนต์ที่ ๒๐๐๐ เป็นระยะเวลาประมาณ ๕ นาที ในช่วงนี้จะมีกระแสชาร์จสูงควรเขย่าแบตเตอรี่เพื่อให้ ฟองก๊าซระบายจากแผ่นธาตุของแบตเตอรี่และออกทางรูระบาย ถ้าไม่เขย่าอาจมีน้ากรดล้นออกทางรูระบายได้ (จะใช้วิธีเปิดฝาจุกทั้ง๖อันแบบร้านแบตฯทาก็ได้ไม่ต้องคอยเขย่า ข้อควรระวังอีกอย่างคือก๊าซที่ออกจากแบตฯ ขณะมีการชาร์จด้วยกระแสสูงๆอาจติดไฟหรือระเบิดได้ไม่ควรสูบบุหรี่ มีเปลวไฟหรือประกายไฟใกล้ๆ และอาจมี ไอกรดออกมาด้วยไม่ควรสูดดม) ๙. ปล่อยเครื่องเดินเบาไปอีก ๒ ถึง ๓ ชั่วโมง ตรวจดูให้แน่ใจว่าอุปกรณ์อื่นๆในรถยนต์ไม่ได้เปิดใช้งานเช่น แอร์ พัด ลม ไฟหน้า วิทยุ เพราะจะทาให้แบตฯเต็มช้าลงหรืออาจชาร์จไม่เข้าเลย และเนื่องจากรถยนต์ต้องติดเครื่องเป็น เวลานานแต่ไม่ได้วิ่งต้องเปิดฝากระโปรงเอาไว้เพื่อไม่ให้มีปัญหาการระบายความร้อน ๑๐.เมื่อครบเวลาแล้วก่อนดับเครื่องให้เร่งรอบเครื่องที่ ๑๕๐๐ ประมาณ ๑ นาทีแล้วจึงดับเครื่อง ๑๑.ปลดสายคีบสีดาฝั่งรถยนต์ก่อนแล้วมาปลดฝั่งแบตฯที่นามาชาร์จ จากนั้นปลดสายคีบสีแดงฝั่งรถยนต์แล้วค่อย ปลดอีกฝั่งหนึ่ง เป็นอันเสร็จครับ อย่าลืมครอบฝาครอบแบตฯของรถยนต์กลับให้เรียบร้อยด้วยครับ
  5. 5. ๑๒.วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีแก้ขัดในยามฉุกเฉินเพราะเราไม่รู้จริงๆว่าพลังงานที่ชาร์จไปเต็มที่หรือไม่แต่ก็ค่อนข้างจะเชื่อถือ ได้ว่าจะไม่มีการชาร์จเกินเพราะไดชาร์จของรถยนต์มีการควบคุมไม่ให้แรงดันเกินอยู่แล้ว แต่กระแสสูงช่วงแรก อาจส่งผลระยะยาวต่ออายุของแบตฯที่เรานามาชาร์จได้

×