Your SlideShare is downloading. ×
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
การเลี้ยงไก่ไข่1
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

การเลี้ยงไก่ไข่1

25,494

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
25,494
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
6
Actions
Shares
0
Downloads
46
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ประวัติและความเปนมาของการเลี้ยงไกไข ในประเทศไทย ในอดีตการเลี้ยงไกไขในประเทศไทย มีการเลี้ยงตามบานเล็กๆ นอยๆ เพื่อกินเนื้อกินไข คือ การเลี้ยงแบบปลอยตามธรรมชาติใหไกอาศัยตามใตถุนบาน ชายคา โรงนา และตนไม พันธุไกที่เลี้ยงจะเปนไกพันธุพื้นเมือง เชน ไกแจ ไกอู และไกตะเภาเปนตน ในป พ.ศ.2567 หมอมเจาสิทธิพร กฤษดากร ไดนําไกพันธุเล็กฮอรนมาเลี้ยงแบบทันสมัย เพื่อการคาเปนครั้งแรก แตการเลี้ยงไกไมพัฒนาเทาที่ควร เนื่องจากในสมัยนั้นไมมีวัคซีนและยาเพื่อปองกันและรักษาโรคไก ในป พ.ศ.2484 หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร และเจาหนาที่สัตวแพทย กรมปศุสัตว ไดรวมมือกันทดลองเลี้ยงไกพันธุตางๆ ที่แผนกสัตวเล็ก บางเขน แตพอมีไกเต็มโรงเรือนและมีการแขงขันไกไขดกเปนทางการขึ้นเปนครั้งแรก ก็เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้น ทําใหการเลี้ยงไกไขและไกไขดกตองหยุดชะงักไประยะหนึ่ง ตอมาในป พ.ศ.2492 ไดสั่งไกพันธุโรดไอสแลนดแดง จากประเทศสหรัฐอเมริกาและพันธุออสตราล็อปจากประเทศออสเตรเลีย เขามาทดลองเลียงและ ้สงเสริมใหประชาชนเลี้ยงเปนอาชีพ รวมทั้งไดสั่งไกพันธุอื่นๆ เขามาเลี้ยง เชน พันธุบารพลีมัทร็อค พันธุนิวแฮมเชียร เปนตน และในป พ.ศ.2489 นี้เองเปนปที่มีการตื่นตัวในการเลี้ยงไกอยางมาก เนื่องจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีใน
  • 2. สมัยนั้นและ จอมพลผิน ชุณหวัณ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและประธานกรรมการการสงเสริมปศุสัตวแหงชาติ ใหการสนับสนุนและสงเสริมการเลี้ยงไกเปนอยางมาก ตอมาในราวป พ.ศ.2494-2495 ไดมีการเลี้ยงไกลูกผสม เพื่อใหไดไขดกและทนทานตอสภาพดินฟาอากาศของเมืองไทย เชน พันธุออสตราไวทโรดบารเปนตน นอกจากนี้องคการอาหารและเกษตรขององคการสหประชาชาติยังไดสงผูเชี่ยวชาญดานการเลี้ยงไกและโรคไกเขามาชวยเหลือและสงเสริมอาชีพการเลี้ยงไกไขในประเทศไทย อีกทั้งกรมปศุสัตวไดทําการศึกษา ทดลอง และผลิตอุปกรณตางๆ ในการเลี้ยงไกไข ตั้งแตนั้นเปนตนมา การเลี้ยงไกไขเริ่มเปนที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น กลายเปนอาชีพที่สําคัญของคนไทยในปจจุบัน
  • 3. พันธุไกไข ไกพันธุแท เปนไกที่ไดรับการคัดเลือกและผสมพันธุมาเปนอยางดี จนลูกหลานในรุนตอๆ มา มีลักษณะรูปราง ขนาด สี และอื่นๆ เหมือนบรรพบุรุษไกพันธุแท1. โรดไอสแลนดแดงหรือที่เรียกสั้นๆ วา ไกโรด เปนไกพันธุเกาแกพันธุหนึ่ง มีอายุกวา 100ป โดยการผสมและคัดเลือกพันธุมาจากพันธุมาเลยแดง ไกเซี่ยงไฮแดง ไกเล็กฮอรนสีน้ําตาล ไกไวยันดอทท และไกบราหมาส ไกพันธุโรดไอสแลนดแดง มี 2 ชนิดคือ ชนิดหงอนกุหลาบและหงอนจักร แตนิยมเลี้ยงชนิดหงอนจักร รูปรางลักษณะ มีรูปรางคอนขางยาวและลึก เหมือนสี่เหลี่ยมยาว ขนสีน้ําตาลแกมแดง ผิวหนังและแขงสีเหลือง แผนหูมีสีแดง เปลือกไขสีน้ําตาล ลักษณะนิสัย เชื่อง แข็งแรง สามารถปรับตัวเขากับสภาพแวดลอมไดดี เริ่มใหไขเมื่ออายุ 5 เดือนครึ่ง - 6 เดือน ใหไขปละประมาณ 280-300 ฟอง น้ําหนักโตเต็มที่ เพศผูหนัก 3.1-4.0 ก.ก. เพศเมียหนัก 2.2-4.02. บารพลีมัทร็อค หรือที่เรียกกันวา ไกบาร เปนไกพันธุพลีมัทร็อค ผิวหนังสีเหลือง รูปรางลักษณะ ขนสีบาร คือมีสีดําสลับกับขาวตามขวางของขน หงอนจักร ใหไขเปลือกสีน้ําตาล เริ่มใหไขเมื่ออายุประมาณ 5 เดือนครึ่ง - 6 เดือน
  • 4. 3. เล็กฮอรนขาวหงอนจักร จัดเปนไกพันธุที่นิยมเลี้ยงกันแพรหลายมากที่สุดในบรรดาไกเล็กฮอรนดวยกัน ปจจุบันนิยมผสมขามสายพันธุตั้งแตสองสายพันธุขึ้นไป เพื่อผลิตเปนไกไขลูกผสมเพื่อการคา รูปรางลักษณะ มีขนาดเล็ก ขนสีขาว ใหไขเร็ว ใหไขดก ไขเปลือกสีขาว มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารคอนขางสูง เพราะมีขนาดเล็ก ทนรอนไดดี เริ่มใหไขเมื่ออายุ 4 เดือนครึ่ง - 5 เดือน ใหไขปละประมาณ 300 ฟอง น้ําหนักโตเต็มที่ เพศผู 2.2-2.9 ก.ก. เพศเมีย 1.8-2.2 ก.ก. ไกลูกผสมเปนไกที่เกิดจากการผสมพันธุระหวางไกพันธุแท 2 พันธุ โดยมีจุดประสงคเพื่อใหไดไกที่ใหไกดก เพื่อเปนการผลิตไขในราคาที่ถูกที่สุด สวนมากแลวการผสมไกประเภทนี้ลูกผสมที่ไดจะมีลักษณะบางอยางที่ดีกวาพอแมพันธุ โดยเฉพาะความทนทานตอโรค ไกลูกผสมที่ยังมีผูนิยมเลี้ยงอยูบาง ไดแก ไกลูกผสมระหวางพอโรด+แมบาร, พอบาร+แมโรด, เล็กฮอรน+โรด, โรด+ไฮบริด และลูกผสม 3 สายเลือด คือ ลูกตัวเมียที่ไดจากลูกผสมพอโรด+แมบาร นําไปผสมกับพอไกอู ลูกผสมที่ไดจะมีเนื้อดี โตเร็ว และไขดีพอสมควร เหมาะสําหรับนําไปเลี้ยงเปนรายไดเสริม ไกไฮบรีดเปนไกพันธุไขที่มีผูนิยมเลี้ยงมากที่สุดในปจจุบัน เปนพันธุไกที่ผสมขึ้นเปนพิเศษ ซึ่งบริษัทผูผลิตลูกไกพันธุจําหนายไดมีการพัฒนาและปรับปรุงพันธุใหไดไกพันธูที่ใหผลผลิตไขสูงและมีคุณภาพตามความตองการของตลาด คือ ใหไขดก เปลือกไขสีน้ําตาล ไขฟองโตและไขทนไกไฮบรีดจะมีลักษณธะเดนประจําพันธุและมีขอมูลประจําพันธุอยางละเอียด เชน อัตราการ
  • 5. เจริญเติบโต เปอรเซนตการไข ระยะเวลาในการใหไข ขนาดของแมไก อัตราการเลี้ยงรอดขนาดของฟองไข สีของเปลือกไข ปริมาณอาหารที่กิน เปนตน อยางไรก็ตาม ไกไฮบรีดนี้ตองเลี้ยงดวยอาหารที่มีคุณภาพสูง มีการจัดการที่ถูกตอง เชน การควบคุมน้ําหนักตัว การควบคุมการกินอาหาร การควคุมแสงสวาง ตลอดทั้งการสุขาภิบาลและการปองกันโรคที่ดี ดวยเหตุนี้ที่ไกไฮบรีดสวนใหญมีการผสมพันธุที่ดําเนินการโดยบริษัทผลิตพันธุไกเปนการคา ซึ่งจะรักษาไกตนพันธุและระบบการผสมพันธุไวเปนความลับเพื่อผลประโยชนในทางการคา ไกไขไฮบรีดจึงมีชื่อแตกตางกันออกไปตามแตบริษัทผูผลิตจะตั้งขึ้น ที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศไทย ไดแก ดีคารบ, ซุปเปอรฮารโก, เอ-เอบราวน, เซพเวอรสตารคร็อส, เมโทรบราวนเปนตน
  • 6. อุปกรณในการเลี้ยงไกไข อุปกรณในการเลี้ยงไกไข การเลี้ยงไกไขเปนอาชีพหรือเพื่อการคาจําเปนที่จองมีอุปกรณการเลี้ยงที่จําเปนและ สําคัญนับตั้งแตระยะลูกไกจนถึงระยะใหไข ดังนี้1. อุปกรณการใหอาหาร มีอยูหลายแบบแตที่นิยมใชกันมากมี 4 ชนิด คือ 1.1 ถาดอาหาร ขนาด 48 x 72 x 6.5 เซนติเมตร (กวางxยาวxสูง) จํานวน 1 ถาด ใชกับลูกไกอายุ 1-7 วัน ไดจํานวน 100 ตัว วางไวใตเครื่องกก เพื่อหัดไก กินอาหารเปนเร็วขึ้น1.2 รางอาหาร ทําดวยไม สังกะสี เอสลอนหรือพลาสติก ทําเปนรางยาวใหไกยืนกินไดขาง เดียวหรือสองขาง ที่มีจําหนายโดยทั่วไปมี 2 ขนาดคือ ขนาดเล็กสําหรบลูกไก และขนาด ใหญใชกับไกอายุประมาณ 2 สัปดาหขึ้นไป นอกจากนี้รางอาหารอาจทําจากปลองไมไผ ที่มีขนาดใหญแทนก็ได1.3 ถังอาหาร ทําดวยเอสลอนหรือพลาสติก เปนแบบถังแขวนมีขนาดเดียวเปนมาตรฐาน มี ขนาดเสนผาศูนยกลาง 16 นิ้ว มีเสนรอบวงประมาณ 50 นิ้ว หลังจากลูกไกอายุได 15 วัน อาจใชถังอาหารแบบแขวนได และใหอาหารดวยถังตลอดไป การใหอาหารดวยการ ใชถังแขวนนี้ตองปรับใหอยูในระดับเดียวกับหลังไกหรือต่ํากวาหลังไกเล็กนอย อาหาร จะไหลลงจานลางไดโดยอัตโนมัติ และควรเขยาถังบอยๆ เพื่อไมใหอาหารติดคางอยู ภายในถัง สําหรับจํานวนถังสําหรับถังที่ใชจะแตกตางไปตามอายุของไก1.4 รางอาหารแบบอัตโนมัติ โรงเรือนขนาดกวางประมาณ 10-12 เมตร ใชรางอัตโนมัติ 2 แถว แลวเพิ่งถังอาหารแบบแขวนจํานวน 6-8 ถัง ตอไกจํานวน 1,000 ตัว แตถา โรงเรือนที่มีความกวางเกิน 12 เมตร ควรตั้งรางอาหารเกิน 4 แถว 2. อุปกรณใหน้ํา แตกตางกันไปตามชวงอายุของไก อุปกรณใหน้ําที่นิยม มีอยู 2 แบบดังนี้
  • 7. .1 แบบรางยาว รางน้ําอาจทําดวยสังกะสี พลาสติกหรือเอสลอน การเลี้ยงลูกไกอายุ 1-3 สัปดาห ถาใชรางน้ําที่เขาไปกินไดดานเดียว ควรใชรางยาว 2-2.5 ฟุตตอลูกไก 100 ตัว สําหรับไกอายุ 3 สัปดาหขึ้นไป ใหเพิ่มอีก 3 เทา โดยเฉพาะอยางยิ่งในฤดูรอนควรเพิ่มขึ้น อีก สําหรับไกในระยะไข ควรใหมีเนื้อที่รางประมาณ 1 นิ้ว ตอ ไก 1 ตัว.2 แบบขวดมีฝาครอบ เปนภาชนะใหน้ําที่นิยมใชมากเพราะใชสะดวกมีขายอยูทวไป มีหลาย ั่ ขนาด หรือเกษตรกรอาจดัดแปลงจากขอบประมาณ 1 เซนติเมตร จํานวน 2 รู ใสน้ํา สะอาดแลวคว่ําลงบนจานหรือถาดใชเลี้ยงลูกไกไดลูกไกในระยะ1-2 สัปดาหแรกควรใช ขวดน้ําขนาดบรรจุ 2 แกลลอน ในอัตราสวน 2 ใบ ตอลูกไก 100 ตัว เมื่อลูกไกอายุ 3- 6 สัปดาห ใชขวดน้ําขนาดบรรจุ 2 แกลลอน ควรใช 2 ใบตอลูกไก 100 ตัว3. เครื่องกกลูกไก เปนอุปกรณที่มีความสําคัญมากในการเลี้ยงลูกไก ทําหนาที่ใหความอบอุนแทนแมไกในขณะที่ลูกไกยังเล็กอยู ซึ่งมีหลายแบบ ดังนี้3.1 เครื่องกกแบบฝาชี เปนเครื่องกกที่นิยมใชกันอยางแพรหลายกวาเครื่องกกแบบอื่น มี รูปรางและขนาดแตกตางกัน สวนมากมีรูปรางกลมหรือเปนเหลี่ยม ทําดวยโลหะชวยให ความรอนสะทอนลงสูพื้นกก ขนาดของกกแบบฝาชีโดยทั่วไปมีเสนผาศูนยกลางประมาณ 1.5-2 เมตร สามารถกกลูกไกไดประมาณ 500 ตัว เครื่องกกแบบฝาชีอาจจะเปนหวย แขวนกับเพดาน สามารถปรับใหสูงต่ําไดตามตองการ เมื่อไมตองการใชก็สามารถดึงขึ้น เก็บไวหรืออาจเปนแบบมีขาวางกับพื้นคอกที่สามารถปรับใหสูงต่ําได และยกออกจาก บริเวณกก เมื่อไมตองการใช เครื่องกกแบบนี้สวนมากจะใชไฟฟา น้ํามันหรือแกส เปน แหลงใหความรอน3.2 เครื่องกกแบบหลอดอินฟราเรด การกกดวยเครื่องกกแบบนี้โดยใชหลอดไฟอินฟราเรด ซึ่งหลอดไฟอินฟราเรดขนาด 250 วัตต 1 หลอด แขวนไวเหนือพื้นดินประมาณ 45- 60 เซนติเมตร จะสามารถกกลูกไกไดประมาณ 60-100 ตัว แตโดยทั่วไปจะใช หลอดอินฟราเรดจํานวน 4 หลอดตอกก ความรอนที่ไดจากหลอดไฟจะไมชวยใหอากาศ รอบๆ อุน แตจะใหความอบอุนโดยตรงแกลูกไก3.3 เครื่องกกแบบรวม เปนการกกลูกไกจํานวนมากๆ โดยใหความรอนจากแหลงกลางแลว ปลอยความรอนไปตามทอในรูปของน้ํารอนหรือไอน้ํา วางทอไปตามความยาวของ
  • 8. โรงเรือนตรงกลางใตคอนกรีต อยางไรก็ดี การกกลูกไกดวยวิธีนี้การใหความรอนจะไมทั่ว พื้นคอนกรีตทั้งคอก แตจะใหเฉพาะตรงสวนกลางไปตามความยาวของโรงเรือน กวาง เพียง 2-2.5 เมตรเทานั้น นอกจากนี้การกกแบบรวมอาจปลอยความรอนออกมาในรูป ของลมรอนออกมาตามทอกระจายไปทัวคอก ซึ่งแหลงใหความรอนอาจไดจากน้ํามัน ่ แกส ถานหิน หรือไมฟน เปนตน4. รังไข รังไขที่ดีตองมีขนาดกวางพอ สามารถเคลื่อนยายได ทําความสะอาดไดงาย มีการระบายอากาศไดดี เย็น ภายในมีความมืดพอ และวางอยูในที่มีความเหมาะสมภายในโรงเรือนไกไข รังไขอาจะทําดวยไมหรือสังกะสี รังไขทําดวยไมอาจจะมีปญหาเรื่องการทําความสะอาดและจะเปนที่อาศัยของไรแดง รังไขที่นิยมใชกันอยูทั่วไปมีดัง4.1 รังไขเดี่ยว เปนรังไขที่ใชกันทั่วไปในประเทศ มีลักษณะเปนแถวยาว แถวละ 4-6 ชอง แตละชองมีขนาดกวาง 25-30 เซนติเมตร สูง 30-35 เซนติเมตร ดานหนาเปดมีขอบ สูงจากพื้นรังไขประมาณ 8-10 เซนติเมตร เพื่อปองกันไขและสิ่งรองรังไขหลุดออกมา จากรังไข ดานหลังอาจมีการปดดวยลวดตาขายตาหาง เพื่อชวยใหมีการระบายอากาศไดดี ขึ้น ดานหนารังไขควรมีคอนใหไกเกาะเพื่อเขาไปไขในรังไดสะดวก คอนเกาะหนารังไข รังไขอาจวางเรียงเปนแถวชั้นเดียวหรือวางซอนกันเปนชั้นๆ 2-3 ชั้น โดยใหชั้นลางสูง จากพื้นคอกประมาณ45 เซนติเมตร สวนหลังคาของรังไขชั้นบนสุด ควรใหลาดชันหรือ มีลวดตาขายปดกั้น เพื่อปองกันไกบินขึ้นไปเกาะและนอนในเวลากลางคืน อัตราสวนรัง ไข 1 รัง ตอแมไก 4-5 ตัวนี้4.2 รังไขแบบไหลออก เปนรังไขที่นิมใชกันมาก ในการเลี้ยงไกไขบนพื้นไมระแนง พื้นไมไผ หรือพื้นคอนกรีต รังไขแบบนี้อาจตั้งเดี่ยวหรืออาจวางซอนกันเปนแถว โดยพื้นของรังไข ทําเศษตาขายมีความลาดเอียงประมาณ 10 องศา ซึ่งทําใหไขกลิ้งออกมาตามแนวลาด เอียงมาติดอยูนอกรัง ทําใหผูเลี้ยงสามารถเก็บไขไกไดโดยไมตองเขาไปในโรงเรือน นับ ไดวาเปนรังไขที่สะดวกกวารังไขแบบอื่นมาก
  • 9. 5. วัสดุรองพื้น หมายถึง วัสดุที่ใชรองพื้นคอกเพื่อใหไกในคอกสะอาดและอยูไดสบาย วัสดุที่ใชรองพื้นคอกเลี้ยงไกควรหาไดงายในทองถิ่น ราคาถูก และเมื่อเลิกใชแลวสามารถนําไปใชเปนปุยไดอยางดี วัสดุรองพื้นที่เหมาะสําหรับใชในประเทศไทยและนิยมใชกันทั่วไป ไดแก แกลบ ขี้กบขี้เลื่อย ชานออย ฟางขาว ซังขาวโพด ตนขาวโพด เปลือกฝาย เปลือกถั่วลิสง เปลือกไมและทราย ถาใชแกลบควรมีฟางขาวโรยหนาบางๆ เพื่อปองกันไกคุยแกลบลงไปในรางน้ําและรางอาหาร 6. อุปกรณการใหแสง เนื่องจากแสงสวางมีความจําเปนตอการมองเห็นของไก ไมวาเวลากินอาหาร กินน้ํา หรืออื่นๆ นอกจากนี้แสงยังมีความสําคัญตอการใหไขของไก ดังนั้น ภายในโรงเรือนจะตองมีอุปกรณการใหแสงสวางอยางเพียงพอ โดยทั่วไปนิยมติดตั้งหลอดไฟหลอดไฟที่นิยมใชกันมาก คือ หลอดกลมธรรมดาและหลอดฟลูออกรสเซนตหรือหลอดนีออนโปรแกรมการใหแสงสวาง ปกติแสงสวางจะมีอิทธิพลทําใหไกไขชาขึ้นหรือเร็วกวามาตรฐาน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความยาวของวันและความเขมของแสง สําหรับในประเทศไทยความยาวของวันแตกตางกันประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ชวงแสง 11-13 ชั่วโมง) ดังนั้น ควรใหระดับแสงคงที่อยูที่ 13ชั่วโมงตอวัน อยางไรก็ตามผูเลี้ยงที่ไมใชไฟฟาก็ไมประสบปญหาอยางใด เพราะจะไมกระทบตอผลผลิตมากนัก แตผูเลี้ยงควรจะเลี้ยงไมใหน้ําหนักต่ํากวามาตรฐานกฎของการใหแสงสวางในการเลี้ยงไก คือ 1. ความยาวของแสงจะไมเพิ่มขึ้นในชวง 8-16 สัปดาห 2. ไมลดความยาวของแสงหลังจากไกเริ่มไขการใหแสงสําหรับไขในประเทศไทย ขอแนะนําดังนี้ อายุ ความยาวแสง 0-2 วัน 22 ชั่วโมง 3-4 วัน 20 ชั่วโมง
  • 10. 5-6 วัน 18 ชั่วโมง 7-8 วัน 16 ชั่วโมง 9-10 วัน 14 ชั่วโมง 11 วัน - 16 สัปดาห 13 ชั่วโมง 17 สัปดาห 13.5 ชั่วโมง 18 สัปดาห 14 ชั่วโมง 19 สัปดาห 14.5 ชั่วโมง 20 สัปดาห 15 ชั่วโมง 21 สัปดาห 15.5 ชั่วโมง 22 สัปดาห 16 ชั่วโมง7. ผามาน ในระยะกกลูกไกรอบๆ คอกมีผามานไวเพื่อปองกันลมพัดแรงโดยเฉพาะในชวงฤดูหนาว การปดผามานจะทําใหอุณหภูมิภายในโรงเรือนและอุณหภูมิใตเครื่องกกอยูในสภาพที่คอนขางคงที่ ไมเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยางรวดเร็ว สําหรับการกกลูกไกในฤดูรอน ควรเปดมานขึ้นเล็กนอยในเวลากลางวัน เพื่อใหลมพัดผานภายในโรงเรือน และปดมานในตอนเย็น8. คอนนอน การเลียงไกไขแบบปลอยพื้นโดยเฉพาะในระยะไกสาว มีความจําเปนจะตอง ้ทําคอนนอนสําหรับใหไกไดนอน และยังชวยใหไกเย็นสบาย ไมรอนอบอาวเหมือนอยูในคอกคอนนอนอาจะทําขึ้นเปนคอนนอนโดยเฉพาะ โดยใชไมขนาด 1x4 นิ้ว หรือ 1x3 นิ้ว หรือ2x3 นิ้ว หรือ 2x2นิ้ว ก็ได สวนความยาวตามตองการ ลบเหลี่ยมไมใหกลมเพื่อใหไกเกาะไดสะดวกและไมเปนอันตรายตอเทาและอกไก โดยวางเอาดานแคบขึ้น วางหางกันประมาณ33-41 เซนติเมตร ใหมีเนื้อที่คอนนอน 10-15 เซนติเมตรตอตัวสําหรับไกสาว และ 18-20 เซนติเมตร สําหรับไกไข ใตคอนนอนและดานขางตองบุดวยลวดตาขายเพื่อปองกันไมใหไกเขาไปคุยเขี่ยอุจจาระใตคอนนอน ควรอยูติดขางฝาดานใดดานหนึ่งของโรงเรือน ในระยะไกสาวควรลดระดับดานหนาของคอนนอนลงใหต่ําพอที่ไกจะขึ้นเกาะคอนไดสะดวก เมื่อไกโตขึ้นคอยยกระดับขึ้นใหสูงกวาระดับปกติดประมาณ 75 เซนติเมตร
  • 11. โรงเรือนไกไข การจัดสรางโรงเรือนเลี้ยงไกเพื่อการคานั้น จําเปนจะตองจัดสรางโรงเรือนใหถูกแบบ มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถใชเลี้ยงไกไดนานป จําเปนอยางยิ่งที่ผูเลี้ยงไกไขจะตองสรางโรงเรือนใหถูกแบบมาตรฐาน ตามสภาพแวดลอมของประเทศไทย โรงเรือนที่ดีควรมีลักษณะดังนี้1. สามารถปองกันแดด ลม และฝนไดดี2. ปองกันศัตรูตางๆ เชน นก, หนู, แมว ได3. รักษาความสะอาดไดงาย ลักษณะที่ดีโรงเรือนควรเปนลวด ไมรกรุงรัง น้ําไมขัง4. ควรหางจากบานคนพอสมควร ไมควรอยูทางดานตนลมของบาน เพราะกลิ่นขี้ไกอาจจะ ไปรบกวนได5. ควรเปนแบบที่สรางไดงาย ราคาถูก ใชวัสดุกอสรางที่หาไดในทองถิ่น6. หากมีโรงเรือนไกไขหลายๆ หลัง การจัดสรางไมควรใหเปนเรือนแฝดแตควรเวน ระยะหางของแตละโรงเรือนไมนอยกวา 10 เมตร ทั้งนี้ เพื่อใหมีการระบายอากาศ และ ความชื้นดีขึ้น รูปแบบของโรงเรือนไกไข ลักษณะและการจัดสรางโรงเรือนเพื่อใชเลี้ยงไกไขมีอยูหลายรูปแบบ การจะสราง แบบใดนั้นขึ้นอยูกับวัตถุประสงครูปแบบของการเลี้ยง ความยากงาย ทุน และวัสดุอุปกรณที่ มีอยูในทองถิ่นนั้นๆ แตโดยทั่วไปแลวโรงเรือนเลี้ยงไกไขเทาที่มีการจัดสรางในประเทศไทย มีรูปแบบตางๆ กัน ดังนี้1. แบบเพิงหมาแหงน จัดเปนโรงเรือนที่สรางไดงายที่สุด เพราะไมสลับซับซอน ลงทุนนอย แตมีขอเสีย คือ ถาหันหนาของโรงเรือนเขาในแนวทางของลมมรสุม ฝนจะสาดเขาไปในโรงเรือนไดโรงเรือนแบบนี้ไมคอยมีความทนทานเทาที่ควร เนื่องจากจะถูกฝนและแดดอยูเปนประจํา
  • 12. 2. แบบหนาจั่ว การสรางโรงเรือนแบบนี้จะสรางยากกวาแบบแรก ทั้งนี้เพราะตองพิถีพิถันในการจัดสรางมากขึ้น รวมถึงความประณีตดวย ดังนั้น คาวัสดุอุปกรณและคาแรงงานในการกอสรางจึงสูงกวาแบบแรก แตโรงเรือนแบบนี้มีขอดีคือ สามารถปองกันแดดและฝนไดดีกวาแบบเพิงหมาแหงน3. แบบจั่วสองชั้น ลักษณะของโรงเรือนแบบนี้จะสรางไดยากกวาสองแบบแรก แตมีขอดีคืออากาศภายในโรงเรือนแบบนี้จะเย็นกวาสองแบบแรกมาก ทั้งนี้เพราะจั่วสองชั้นจะเปนที่ระบายอากาศรอนไดดี ทําใหไกอยูไดอยางสบายโดยไมเกิดความเครียด4. แบบหนาจั่วกลาย โรงเรือนแบบนี้มีคุณสมบัติดีกวาแบบเพิงหมาแหงน กันฝนไดดีมากขึ้นแตคากอสรางจะสูงกวาแบบเพิงหมาแหงน5. แบบเพิงหมาแหงนกลาย ลักษณะของโรงเรือนแบบนี้จะดีกวาแบบเพิงหมาแหงนและแบบหนาจั่ว ทั้งนี้เพราะมีการระบายอากาศรอน กันฝนกันแดดไดดีกวาและขอสําคัญคือ คากอสรางจะถูกกวาแบบหนาจั่วกลาย6. แบบหนาจั่วสองชั้นกลาย วิธีเริ่มตนเลี้ยงไกไขผูเลี้ยงที่ยังไมมีความรูความชํานาญงานประเภทนี้ ควรเริ่มตนหัดเลี้ยงดวยไกจํานวนนอย เพื่อศึกษาหาความรูความชํานาญเสียกอน สําหรับผูที่มีความรูความชํานาญแลว อาจเริ่มตนเลี้ยงตามขนาดของทุนและสถานที่ ถาเริ่มตนดวยไขฟก หรือลูกไก ก็ยอมลงทุนถูก หากเริ่มตนดวยไกใหญ ก็อาจะตองใชทุนมากขึ้น โดยทั่วไปผูเ ลี้ยงอาจเริ่มจากระยะไหนก็ได อาทิเชน
  • 13. 1. เริ่มตนดวยการเลี้ยงลูกไกอายุ 1 วัน เปนวิธีที่มีผูเลี้ยงนิยมกันมากเนื่องจากทุนนอย ผูเลี้ยงสามารถเลี้ยงไกไดตลอดเวลาดวยตัวเอง สามารถที่จะดูแลเอาใจใสไดอยางเต็มที่ไดรูประวัติของไกทั้งฝูงตลอดเวลา จึงทําใหไดฝกฝนการเลี้ยงไกและมีความมั่นใจในการเลี้ยงไกมากขึ้น แตการเลี้ยงแบบนี้ตองใชเวลานานกวาไกจะใหไข เพราะตองเลี้ยงตั้งแตแรกเกิด ซึ่งเปนงานที่ยุงยากและใชความชํานาญคอนขางสูง อีกทั้งยังตองเสี่ยงตอการตายของไกในระยะแรกๆ และจะตองรอไปอีกเปนเวลาอยางนอยถึง 22 สัปดาห ไกจึงจะเริ่มใหไข 2. เริ่มตนดวยการเลี้ยงไกรุนอายุ 2 เดือน เปนวิธีที่นิยมกันในปจจุบัน โดยการที่ผูเลี้ยงซื้อไกรุนอายุ 6 สัปดาห - 2 เดือน มาจากฟารมหรือบริษัทที่รับเลี้ยงลูกไก เนื่องจากลูกไกในระยะนี้ราคายังไมแพงมากนัก และสามารถตัดปญหาในเรื่องการเลี้ยงดูลูกไกและการกกลูกไก การเลี้ยงไกรุนอายุ 2 เดือนนี้ มักจะใหอาหารที่มีคุณภาพคอนขางต่ํา ราคาถูก การเลี้ยงดูก็ไมตองใชความชํานาญมากนัก ผูที่เริ่มตนเลี้ยงไกเปนครั้งแรก จึงสมควรเริ่มเลี้ยงดวยวิธีนี้ 3. เริ่มตนดวยการเลี้ยงไกสาว เปนวิธีที่ผูเลี้ยงไกเปนอาชีพหรือเพื่อการคานิยมกันมากเนื่องจากไมตองเสียเวลาเลี้ยงดูไกเล็กหรือไกรุน นอกจากนี้โรงเรือนก็สรางไวเฉพาะกับไกไขเทานั้น แตการเลี้ยงไกวิธีนี้ตองลงทุนสูง ผูเลี้ยงจะตองรูจักฟารมที่ผลิตไกสาวเปนอยางดี ตองสอบถามถึงประวัติของฝูงไกสาวที่นํามาเลี้ยงเสมอ เพราะชวงที่ไกยังเปนลูกไกและไกรุนผูเลี้ยงไมสามารถรูประวัติของฝูงไกสาวที่จะนํามาเลี้ยงได อาหารและการใหอาหารไกไข อาหารไกไข อาหารเปนองคประกอบที่สําคัญที่สุดที่จะทําใหการเลี้ยงไกไขมีกําไรหรือขาดทุน เนื่องจากตนทุนการผลิตประมาณ 60-70 เปอรเซนตของตนทุนทั้งหมดเปนคาอาหาร ไก ไขนั้นนอกจากจะตองการอาหารเพื่อการดํารงชีพ การเจริญเติบโตแลว ยังตองนําไปใชใน
  • 14. การผลิตไขอีกดวย การที่ผูเลี้ยงจะลดตนทุนการผลิตในสวนของคาอาหารลงนั้น สามารถทํา ไดโดยการประกอบสูตรอาหารที่มีราคาถูก แตคุณภาพดี เลือกใชวัตถุดิบอาหารสัตวที่มีราคา ถูกตามฤดูกาลและใหอาหารแกไกกินอยางมีประสิทธิภาพ เพื่อใหไดไขที่มีคุณภาพและ ตนทุนต่ํา การที่ไกจะเจริญเติบโตไดดี มีความแข็งแรงและใหไขมาก จําเปนจะตองไดกิน อาหารที่เพียงพอและกินอาหารไดดีสม่ําเสมอทุกวัน โดยทั่วไปแลวอาหารที่ใชเลี้ยงไกไขจะ ประกอบดวยสารอาหาร 6 ประเภท ดังตอไปนี้ 1. โปรตีน เปนสารประกอบที่สําคัญตอการเลี้ยงสัตวทุกชนิด ประกอบดวยกรดอะมิโนชนิดตางๆ เปนสารอาหารที่ชวยในการสรางเนื้อเยื่อที่จําเปนตอการเจริญเติบโตของรางกายและชวยในการสรางและซอมแซมรักษาสวนตางๆ ของรางกาย เชน ขน เล็บ หนัง กระดูกอวัยวะภายในตางๆ เม็ดเลือดแดง และเปนสวนประกอบของผลผลิต เชน ไข รวมทั้งยังนําไปใชในการสรางเนื้ออีกดวย โดยปกติแลวอาหารที่ใชเลี้ยงไกไขจะประกอบดวยโปรตีนประมาณ13-19% ทั้งนี้ขึ้นอยูกับอายุของไก2. คารโบไฮเดรต เปนสารอาหารจําพวกแปงและน้ําตาล มีหนาที่ใหพลังงาน ใหความอบอุนและชวยใหไกอวน คารโบไฮเดรต เปนแหลงในการใหพลังงานแกรางกาย เพื่อนําไปใชในการทํางานของอวัยวะตางๆ เพื่อการดํารงชีพ การเจริญเติบโต และการใหผลผลิต เชน ไข ฯลฯคารโบไฮเดรตถือเปนอาหารหลัก เพราะเปนสวนประกอบในสูตรอาหารไกไขประมาณ 38-61% ขึ้นอยูกับอายุไก คารโบไฮเดรตแบงเปน 2 พวกตามลักษณะความยากงายในการยอยคือ น้ําตาล และแปงกับเยื่อใย แหลงคารโบไฮเดรตสวนใหญไดมาจากพืช3. น้ํา เปนสวนประกอบที่สําคัญของรางกาย รางกายไกมีน้ําเปนสวนประกอบประมาณ60-70% ลูกไกอายุ 1 วัน มีน้ําเปนองคประกอบ 85% และจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น น้ํามีหนาที่สําคัญตอรางกาย เชน ชวยในการยอย การดูดซึม การรักษาระดับความรอนปกติในรางกาย และชวยในการขับถายของเสียออกนอกรางกาย น้ํานับเปนสารอาหารที่จําเปนและมี
  • 15. ความสําคัญที่สุด เพราะถาไกขาดน้ําจะทําใหไกไมอยากกินอาหารและอาจถึงตายได ดังนั้นเกษตรกรจะตองหาภาชนะใสน้ําจืดสะอาดตั้งไวใหไกกินตลอดเวลา หากไกขาดน้ําจะแคระแกร็น และการสูญเสียน้ําเพียง 10% ของรางกาย ไกจะตายได4. ไขมัน เปนแหลงใหพลังงานแกรางกายเชนเดียวกับคารโบไฮเดรต แตใหพลังงานมากกวา2.5 เทา และยังใหกรดไขมันบางชนิดที่จําเปนสําหรับรางกาย ใหความอบอุน ทําใหอวนและชวยเพิ่มความนากินของอาหาร สวนมากจะไดจากไขมันสัตวและน้ํามันพืช หากปริมาณไขมันมากเกินไปจะทําใหไกถายเหลวหรือทองเสีย ทําใหพื้นเปยกแฉะ วัสดุรองพื้นจะเสียเร็ว5. วิตามิน จําเปนตอการเจริญเติบโตและการดํารงชีวิตของไก ชวยสรางความแข็งแรงและความกระปรี้กระเปราแกรางกาย สรางความตานทานโรค และบํารุงระบบประสาท แตรางกายตองการในปริมาณนอย แตขาดไมได เพื่อใหปฏิกิริยาตางๆ ในรางกายดําเนินไปตามปกติวิตามินแบงออกเปน 2 กลุมใหญตามคุณสมบัติในการละลาย คือ วิตามินที่ละลายในไขมันไดแก วิตามิน เอ ดี อี เค และวิตามินที่ละลายในน้ํา ไดแก วิตามินบี ซี หากไกขาดจะทําใหโตชาและเปนโรคขาดวิตามินนั้นๆ6. แรธาตุ ชวยในการสรางโครงกระดูก สรางความเจริญเติบโต สรางเลือด สรางเปลือกไขและอื่นๆ รางกายสัตวมีแรธาตุเปนสวนประกอบอยูประมาณ 3% ของน้ําหนักตัว แรธาตุที่สําคัญไดแก แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม คลอรีน เหล็ก กํามะถัน ไอโอดีนทองแดง โคบอลต แมงกานีส และสังกะสี ชนิดของอาหารที่ใชเลี้ยงไกไข1. อาหารผสม เปนอาหารผสมจากวัตถุดิบที่บดละเอียดแลวหลายๆ อยางคลุกเคลาใหเขากัน โดยมากจะเติมยาปฏิชีวนะ, วิตามิน, แรธาตุ และกรดอะมิโนที่จําเปนลงไปดวย อาหารนี้นําไปเลี้ยงไกไดทันทีโดยไมตองเสริมอะไรอีก
  • 16. 2. หัวอาหาร เปนอาหารเขมขนที่ผสมจากวัตถุดิบพวกโปรตีนจากพืช สัตว ไวตามิน แรธาตุและยาตางๆ ยกเวนธัญพืชหรือวัตถุดิบบางอยาง ทั้งนีเพื่อใหเหมาะสมและลดตนทุนคาอาหาร ้แตละทองถิ่นที่มีวัตถุดิบอื่นบางอยางราคาถูกหรือที่ปลูกเก็บเกี่ยวเอง เชน ขาวฟาง ขาวโพดเมื่อผสมกับอาหารขนตามอัตราสวนที่กําหนด ก็จะไดอาหารสมดุลซึ่งมีโภชนะตางๆ ครบถวนตามความตองการ3. อาหารอัดเม็ด เปนการนําอาหารผสมสําเร็จรูปที่อยูในรูปของอาหารผสมไปผานกรรมวิธีการอัดเม็ด ก็จะไดอาหารอัดเม็ดขนาดตางๆ ตามอายุของไก4. อาหารเสริม คืออาหารหรือวัตถุดิบที่เติมไปกับสวนประกอบตางๆ ที่จะผสมเปนอาหารใชเลี้ยงสัตว เพื่อชวยเสริมคุณภาพของอาหารนั้นๆ ใหดีขึ้นและใหเปนอาหารที่สมดุล โรคไกและการปองกันในการเลี้ยงไกไขใหประสบผลสําเร็จนั้น ตองเลี้ยงไกใหมีสุขภาพดี สมบูรณ แข็งแรง จึงจะใหผลผลิตสูง ดังนั้นเราตองรูจักโรคและการปองกันโดยถือหลักวา "กันไวดีกวาแก" โดยทั่วไปแลวโรคที่มักจะทําความเสียหายใหกับการเลี้ยงไกไข ไดแก1. โรคนิวคาสเซิล เปนโรคติดตอที่รายแรงที่สุดของไกในประเทศไทย เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง การแพระระบาดเปนไปอยางรวดเร็ว โดยการหายใจเอาเชื้อ หรือกินน้ํา อาหารที่มีเชื้อปนเขาไป จากอุจจาระ น้ํามูก น้ําลาย และสิ่งขับถายอื่นๆ ของไกปวย ไกที่ปวยจะมีอาการทางระบบหายใจและระบบประสาท เชน หายใจลําบาก มีเสียงดังเวลาหายใจ มีน้ํามูกไหล หัวสั่น กระตุก ขาและปกเปนอัมพาต คอบิด เดินเปนวงกลม หัวซุกใตปก สําหรับแมไกที่กําลังใหไขจะไขลดลงทันที่ และมักจะตายภายใน 3-4 วัน หลังจากแสดงอาการปวย การปองกัน โดยการทําวัคซีนลาโซตาเชื้อเปน และลาโซตาเชื้อตาย ดูวิธีการใชจากตารางการทําวัคซีนทายเลม
  • 17. 2. โรคหลอดลมอักเสบติดตอ เปนโรคทางเดินหายใจที่แพรหลายที่สุด เกิดจากเชื้อไวรัสสามารถเกิดขึ้นไดกับไกทุกอายุ แตมักจะมีความรุนแรงในลูกไก มีอัตราการตายสูงมาก ไกที่เปนโรคนี้จะมีอาการ อาปากและโกงคอเวลาหายใจ หายใจลําบาก เวลาหายใจมีเสียงครืดคราดในลําคอ ไอ น้ํามูกไหล ตาแฉะ เซื่องซึม เบื่ออาหาร ในไกไขจะไขลดลงอยางกะทันหัน การปองกัน โดยการทําวัคซีนปองกันโรคหลอดลมอักเสบ3. โรคอหิวาตไก เปนโรคติดตอที่รายแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เขาสูรางกายทางอาหารและน้ํา ไกที่เปนโรคนี้จะมีอาการหงอย ซึม เบื่ออาหาร กระหายน้ําจัด ทองรวง อุจจาระมีสีเหลือง เหนียงมีสีคล้ํากวาปกติ ถาไกเปนโรคนี้อยางรายแรง ไกอาจตายโดยไมแสดงอาการปวยใหเห็น การรักษา ใชยาปฏิชีวนะ คลอเตตราซัยคลิน หรือออกซีเตตราซัยคลิน หรือใชยาประเภทซัลฟา เชน ซัลฟาเมอราซีน หรือซัลฟาเมทธารีน การปองกัน โดยการใหวัคซีนปองกันโรคอหิวาต4. โรคฝดาษไก เปนโรคที่มักเปนกับลูกไกและไกรุน ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสติดตอกันโดยการสัมผัส เชน อยูรวมฝูงกัน และยุงเปนพาหะของโรคกัด โรคนี้ไมแสดงอาการปวยถึงตาย ไกที่เปนโรคนี้จะแสดงอาการมีจุดสีเทาพองตามบริเวณใบหนา หงอน เหนียง และผิวหนัง และเมื่อจุดพองขยายตัวและแตกออกเปนสะเก็ดลูกไกจะหงอยซึม ไมกินอาหารและตายในที่สุด การปองกัน โดยการทําวัคซีนปองกันโรคฝดาษไก 5. โรคหวัดติดตอหรือหวัดหนาบวม เปนโรคทางเดินหายใจมักเกิดกับไกรุนและไกใหญ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปะปนอยูในเสมหะ น้ํามูก และน้ําตาของไกปวย ไกที่เปนโรคนี้จะแสดงอาการอยางรวดเร็ว โดยมีอาการจาม มีน้ําตา น้ํามูกอยูในชองจมูกและเปยกเปรอะถึงปาก และมีกลิ่นเหม็น เมื่อเปนรุนแรง ตาจะแฉะจนปด หนาบวม เหนียงบวม ไกกินอาหารนอยลง ไกที่กําลังใหไขจะไขลด การรักษา โดยใชยาพวกซัลฟา ไดแก ซัลฟาไธอาโซล ซัลฟาไดเมทอกซิน สวนยา
  • 18. ปฏิชีวนะ ไดแก ออกซี่เตตราซัยคลิน อิริโธมัยซิน และสเตรปโตมัยซิน การปองกัน การจัดการสุขาภิบาล และการเลี้ยงดูที่ดี การถายเทอากาศในโรงเรือนที่ดี และการฉีดวัคซีนปองกันโรคหวัดหนาบวม 6. โรคกลองเสียงอักเสบติดตอ เปนโรคทางเดินหายใจ มักเปนกับไกใหญ อายุ3-4 เดือนขึ้นไป ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส ไกที่เปนโรคนี้จะแสดงอาการหายใจไมสะดวก ยื่นคอและศีรษะตรงไปขางหนา อาปากเปนระยะๆ และหลับตา ไกจะตายเพราะหายใจไมออก การปองกัน การจัดการสุขาภิบาลที่ดี และปองกันไมใหลมโกรก และการใหวัคซีนปองกันโรคกลองเสียงอักเสบติดตอ7. โรคมาเร็กซ เปนโรคที่มักเปนกับไกรุน ไกสาว ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส ที่สะสมอยูที่หนังไกบริเวณโคนขนของไกปวยเปนแผนเล็กๆ คลายขี้รังแค ไกที่เปนโรคนี้จะแสดงอาการหงอยซึมการเจริญเติบโตไมไดขนาด ในกรณีที่เปนอัมพาต ไกจะออนเพลีย กินน้ํากินอาหารไมได การทรงตัวไมปกติ เดินขาลาก แลวเปนอัมพาตเดินไมได การปองกัน การสุขาภิบาล และการเลี้ยงดูที่ดีไมใหไกเครียด และการใหวัคซีนปองกันโรคมาเร็กซ ตลาดไขไก ตลาดไขไก ตลาดนับวามีบทบาทสําคัญและเปนขั้นตอนสุดทายในการเลี้ยงไกไข ซึ่งจะเปนตัวชี้วา ธุรกิจการเลี้ยงไกไขจะประสบผลสําเร็จมากนอยเพียงใด ถาผูเลี้ยงไกไขสามารถขายไขไดราคาดี มีผลกําไรมากเทาไร ก็จะยิ่งไดรับความสําเร็จเทานั้น โดยทั่วไปแลวตลาดไขไกแบงได 3 ประเภท ดังนี้1. การขายปลีก ลักษณะการขายแบบนี้มักเกิดจากฟารมไกไขที่อยูใกลเมืองใหญ ใกลแหลงชุมชน หรืออยูใกลถนนใหญ ทั้งนี้เพราะวาสามาารถที่จะขายไขใหกับผูบริโภคได และ
  • 19. สามารถขายไขไดในราคาที่สูง การขายไขแบบนี้อาจทําไดโดยการนําไขไปวางขายในตลาดสดขายตามบาน หรืออาจมีบางฟารมที่ตั้งรานขายไขไวริมถนนที่มีรถยนตวิ่งผานไปมา 2. การขายสง ลักษณะการขายแบบนี้จะไดราคาที่ต่ํากวาการขายปลีก การขายสงอาจทําไดโดยการนําไขไปขายใหกับตลาดกลางไขไกหรือลังไข หรือสงขายตามรานคาขายปลีกหรือรานคาขายสงในทองถิ่น ซึ่งอาจจะเปนรานขายอาหารสัตวหรือรานรวบรวมไขในทองถิ่น ราคาที่ขายไดจะขึ้นอยูกับราคาที่ลังไขในกรุงเทพฯ เปนผูกําหนด3. การขายประกันราคา ผูเลี้ยงไกไขบางรายอาจขายไขในรูปของการทําสัญญากับบริษัทผลิตอาหารสัตว โดยที่บริษัทดังกลาวจะขายพันธุไก อาหารและยาสัตวให แลวทางบริษัทจะรับซื้อไขทั้งหมดในราคาประกันตลอดทั้งปที่ผูเลี้ยงมีกําไรพอสมควร และไมตองเสี่ยงกับการขาดทุนเมื่อราคาไขตกต่ํา ราคาไขไกเชนเดียวกับราคาผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ ที่ผูผลิตไมสามารถที่จะตั้งราคาไดเอง ราคาจึงขึ้นลงไมแนนอนตามปริมาณการผลิตและความตองการของตลาด ในปจจุบันมีผูเลี้ยงไกไขรายใหญๆ ไดรวมตัวกันเพื่อควบคุมราคาไขไกใหอยูในระดับที่ไมขาดทุนได โดยระบายไขสงออกไปยังตลาดฮองกงเอง ในชวงใดที่ปริมาณไขในประเทศเกินความตองการ แมวาราคาไขไกในตลาดฮองกงจะตกต่ําก็ตาม โดยที่กลุมผูเลี้ยงยอมขาดทุนบางเพื่อดึงราคาไขไกในประเทศใหสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะกําไรที่ไดจากตลาดภายในประเทศยอมมากกวาตลาดตางประเทศ ซึ่งจะตองแขงขันกับไขจากประเทศอื่นดวยนอกจากนี้ฤดูกาลก็มีอิทธิพลตอราคาและความตองการไขไกภายในประเทศไมนอย ในทุกๆ ป ชวงหนาแลงนับตั้งแตหลังการเก็บเกี่ยวขาวไปแลว ปริมาณไขในทองตลาดจะมีปริมาณมาก ทั้งนี้เพราะมีไขไกจากที่ชาวไรชาวนาเขามามาก จึงทําใหราคาไขตกต่ํา ประกอบกับเปนชวงที่สถานศึกษาตางๆ ปดภาคเรียนระหวางเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ความตองการไขจึงลดลงไปดวย แตหลังจากเดือนมิถุนายนไปแลว ราคาไขจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงสิ้นป ทั้งนี้เนื่องจากในชวงหนาฝนนี้ ไขจากชนบทจะลดนอยลงไปดวย จึงทํา
  • 20. ใหปริมาณไขในตลาดลดลง ประกอบกับในชวงปลายปมักจะมีเทศกาลตางๆ มากมาย เชน วันปใหม ไปจนถึงตรุษจีน จึงทําใหความตองการไขมีปริมาณมากขึ้น เปนผลใหราคาคอนขางสูงในชวงปลายป

×