Protocol
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Protocol

on

  • 1,006 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,006
Views on SlideShare
1,006
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
4
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Protocol Protocol Document Transcript

    • โปรโตคอล โปรโตคอล (Protocol) หมายถึง ข้ อกําหนดหรื อข้ อตกลงในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ ซงมีอยูด้วยกัน ึ่ ่มากมายหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีข้อดี ข้ อเสีย และใช้ ในโอกาสหรื อสถานการณ์แตกต่างกันไป คล้ ายๆ กับภาษามนุษย์ที่มีทังภาษาไทย จีน ฝรั่ง หรื อภาษาใบ้ ภาษามือ หรื อจะใช้ วิธียกคิ ้วหลิวตาเพื่อส่งสัญญาณก็จดเป็ นภาษาได้ เหมือนกัน ซึงจะ ้ ั ่ ั ่สื่อสารกันรู้เรื่ องได้ จะต้ องใช้ ภาษาเดียวกัน ในบางกรณีถ้าคอมพิวเตอร์ 2 เครื่ องสื่อสารกันคนละภาษากันและต้ องการนํามาเชื่อมต่อกัน จะต้ องมีตวกลางในการแปลงโปรโตคอลกลับไปกลับมาซึงนิยมเรี ยกว่า Gateway ถ้ าเทียบกับภาษา ั ่มนุษย์ก็คือ ล่าม ซึงมีอยูทงที่เป็ นเครื่ องเซิร์ฟเวอร์ แยกต่างหากสําหรับทําหน้ าที่นี ้โดยเฉพาะ หรื อาจะเป็ นโปรแกรมหรื อ ่ ่ ั้ไดร์ ฟเวอร์ ที่สามารถติดตังในเครื่ องคอมพิวเตอร์ นน ๆ ได้ เลย ้ ั้ การที่คอมพิวเตอร์ เครื่ องหนึงจะส่งข้ อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ อีกเครื่ องหนึงได้ นน จะต้ องอาศัยกลไกหลายๆ อย่าง ่ ่ ั้ร่วมกันทํางานต่างหน้ าที่กน และเชื่อมต่อเป็ นเครื อข่ายเข้ าด้ วยกัน ปั ญหาที่เกิดขึ ้นคือ การเชื่อมต่อมีความแตกต่างระหว่าง ัระบบและอุปกรณ์หรื อเป็ นผู้ผลิตคนละรายกัน ซึงเป็ นสิงที่ทําให้ การสร้ างเครื อข่ายเป็ นเรื่ องยากมาก เนื่องจากขาด ่ ่มาตรฐานกลางที่จําเป็ นในการเชื่อมต่อ จึงได้ เกิดหน่วยงานกําหนดมาตรฐานสากลขึ ้นคือ International Standards Organization และทําการกําหนดโครงสร้ างทังหมดที่จําเป็ นต้ องใช้ ในการสื่อสารข้ อมูลและเป็ นระบบเปิ ด เพื่อให้ ผ้ ผลิตต่างๆ สามารถแยกผลิตในส่วนที่ ้ ูตัวเองถนัด แต่สามารถนําไปใช้ ร่วมกันได้ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ สมัยใหม่จะถูกออกแบบให้ มีโครงสร้ างทีแน่นอนและเพื่อเป็ นการลดความซับซ้ อน ระบบเครื อข่ายส่วนมากจึงแยกการทํางานออกเป็ นชันๆ (layer) โดยกําหนดหน้ าที่ในแต่ ้ละชันไว้ อย่างชัดเจน แบบจําลองสําหรับอ้ างอิงแบบ OSI (Open System Interconnection Reference Model) หรื อที่ ้นิยมเรี ยกกันทัวไปว่า OSI Reference Model ของ ISO เป็ นแบบจําลองที่ถกเสนอและพัฒนาโดยองค์กร International ่ ูStandard Organization (ISO) โดยจะบรรยายถึงโครงสร้ างของสถาปั ตยกรรมเครื อข่ายในอุดมคติ ซึงระบบเครื อข่ายที่ ่เป็ นไปตามสถาปั ตยกรรมนี ้จะเป็ นระบบเครื อข่ายแบบเปิ ด และอุปกรณ์ทางเครื อข่ายจะสามารถติดต่อกันได้ โดยไม่ขึ ้นกับว่าเป็ นอุปกรณ์ของผู้ขายรายใดคุณลักษณะของระบบโปรโตคอล จําแนกได้ ตามนี ้IP (Internet Protocol ) IP เป็ นโปรโตคอลในระดับเน็ตเวิร์คเลเยอร์ ทําหน้ าที่จดการเกี่ยวกับแอดเดรสและข้ อมูล และควบคุมการส่งข้ อมูล ับางอย่างที่ใช้ ในการหาเส้ นทางของแพ็กเก็ต และสามารถเปลี่ยนแปลงเส้ นทางได้ ในระหว่างการส่งข้ อมูล โดยมีระบบการแยกและประกอบดาต้ าแกรม (datagram) เพื่อรองรับการส่งข้ อมูลระดับ data link ที่มีขนาด MTU (Maximum TransmissionUnit) ทีแตกต่างกัน ทําให้ สามารถนํา IP ไปใช้ บนโปรโตคอลอื่นได้ หลากหลาย เช่น Ethernet ,Token Ring หรื อ Apple Talk การเชื่อมต่อของ IP เพื่อทําการส่งข้ อมูล จะเป็ นแบบ connectionless หรื อเกิดเส้ นทางการเชื่อมต่อในทุกๆ ครัง ของ ้การส่งข้ อมูล 1 ดาต้ าแกรม โดยจะไม่ทราบถึงข้ อมูลดาต้ าแกรมที่สงก่อนหน้ าหรื อส่งตามมา แต่การส่งข้ อมูลใน 1 ดาต้ าแกรม ่อาจจะเกิดการส่งได้ หลายครังในกรณีที่มีการแบ่งข้ อมูลออกเป็ นส่วนย่อยๆ (fragmentation) และถูกนําไปรวม เป็ นดาต้ าแก ้รมเดิมเมื่อถึงปลายทาง
    • IPv4 (Internet Protocol version 4) คือ internet protocol และ IP address ที่ใช้ อยูในปั จจุบนมีขนาด 32 bit ่ ัIPv6 (Internet Protocol version 6) เป็ น internet protocol และ IP address ที่กําหนดโดย IETF (Internet Engineer Task Force) และ กําลังจะนํามาใช้แทน IPv4 หรื อที่เรี ยกว่า IPng (IP Next Generation) มีขนาด 128 bit ซึงออกแบบมาเพื่อ router ประมวลผลได้ เร็วขึ ้น เพิ่ม ่กลไกตรวจสอบการใช้ งาน ตรวจสอบความถูกต้ องของข้ อมูลดีกว่าเดิม และปลอดภัยขึ ้นTCP (Transmission control Protocol) Transmission Control Protocol (TCP) เป็ นโปรโตคอลที่อยูในชัน Transport Layer ทําหน้ าที่จดการ และควบคุม ่ ้ ัการรับส่งข้ อมูล ซึงมีความสามารถและรายละเอียดมากกว่า UDP โดยดาต้ าแกรมของ TCP จะมีความสัมพันธ์ ต่อเนื่องกัน ่และมีกลไกควบคุมการรับส่งข้ อมูลให้ มีความถูกต้ อง (reliable) และมีการสื่อสารอย่างเป็ นกระบวนการ เป็ นแบบ ที่มีการกําหนดช่วงการสื่อสารตลอดระยะเวลาการสื่อสาร (connection-oriented) ซึงจะยอมให้ มีการส่งข้ อมูลเป็ นแบบ Byte stream ่ที่ไว้ ใจได้ โดยไม่มีข้อผิดพลาด ข้ อมูลที่มีปริ มาณมากจะถูกแบ่งออกเป็ นส่วนเล็กๆ เรี ยกว่า message ซึงจะ ถูกส่งไปยังผู้รับ ่ผ่านทางชันสื่อสารของอินเทอร์ เน็ต ทางฝ่ ายผู้รับจะนํา message มาเรี ยงต่อกันตามลําดับเป็ นข้ อมูลตัวเดิม TCP ยังมี ้ความสามารถในการควบคุมการไหลของข้ อมูลเพื่อปองกันไม่ให้ ผ้ สง ส่งข้ อมูลเร็วเกินกว่าที่ผ้ รับจะทํางานได้ ทน อีกด้ วย ้ ู่ ู ัUDP (User Datagram Protocol) เป็ นโปรโตคอลที่อยูใน Transport Layer เป็ นการติดต่อแบบไม่ตอเนื่อง (connectionless) มีการตรวจสอบ ความ ่ ่ถูกต้ องของข้ อมูลแต่จะไม่มีการแจ้ งกลับไปยังผู้สง จึงถือได้ วาไม่มีการตรวจสอบความถูกต้ องของข้ อมูล อย่างไรก็ตาม วิธีการ ่ ่นี ้มีข้อดีในด้ านความรวดเร็วในการส่งข้ อมูล จึงนิยมใช้ ในระบบผู้ให้ และผู้ใช้ บริการ (client/server system) ซึงมีการสื่อสาร ่แบบ ถาม/ตอบ (request/reply) นอกจากนันยังใช้ ในการส่งข้ อมูลประเภทภาพเคลื่อนไหวหรื อการส่งเสียง (voice) ทาง ้อินเทอร์ เน็ตHTTP (Hyper Text Transport Protocol) HTTP คือโปรโตคอลที่ใช้ สื่อสารระหว่าง client computer กับ server computer ทําให้ ทงสองเครื่ องรู้ว่าจะจัดการส่ง ั้ข้ อมูลไปอย่างไร โปรโตคอล HTTP นี ้วิ่งอยูบน TCP/IP อีกชันหนึง รูปแบบการทํางานจะไม่มีการจองสาย โดย client จะเรี ยก ่ ้ ่ข้ อมูลจาก server โดยการส่ง request ไปแล้ วจะตัดการติดต่อทันที จากนันจะรอจนกระทัง server ส่งข้ อมูลมาให้ ประโยชน์ ้ ่ของการทํางานแบบไม่จองสายของ HTTP ทําให้ WWW server สามารถให้ บริ การ client ได้ หลายๆ คนพร้ อมๆ กัน การสื่อสารของ WWW จึงมีประสิทธิภาพมากขึ ้นICMP (Internet Control Message Protocol) ICMP เป็ นโปรโตคอลที่ใช้ ในการตรวจสอบและรายงานสถานภาพของดาต้ าแกรม (Datagram) ในกรณีที่เกิด ปั ญหากับดาต้ าแกรม เช่น เราเตอร์ ไม่สามารถส่งดาต้ าแกรมไปถึงปลายทางได้ ICMP จะถูกส่งออกไปยังโฮสต้ นทาง เพื่อ รายงานข้ อผิดพลาด ที่เกิดขึ ้น อย่างไรก็ดี ไม่มีอะไรรับประกันได้ วา ICMP Message ที่สงไปจะถึงผู้รับจริ งหรื อไม่ หากมีการส่งดาต้ า ่ ่
    • แกรมออกไปแล้ วไม่มี ICMP Message ฟอง Error กลับมา ก็แปลความหมายได้ สองกรณีคือ ข้ อมูลถูกส่งไปถึงปลายทาง ้อย่างเรี ยบร้ อย หรื ออาจจะมีปัญหา ในการสื่อสารทังการส่งดาต้ าแกรม และ ICMP Message ที่สงกลับมาก็มีปัญหาระว่าง ้ ่ทางก็ได้ ICMP จึงเป็ นโปรโตคอลที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ (unreliable) ซึงจะเป็ นหน้ าที่ของ โปรโตคอลในระดับสูงกว่า Network ่Layer ในการจัดการให้ การสื่อสารนันๆ มีความน่าเชื่อถือ ในส่วนของ ICMP Message จะประกอบด้ วย Type ขนาด 8 บิต ้Checksum ขนาด 16 บิต และส่วนของ Content ซึงจะมีขนาดแตกต่างกันไปตาม Type และ Code ่DNS (Domain Name System DNS คือการแปลงหมายเลขไอพีให้ เป็ นชื่อโดเมน หรื อแปลงชื่อโดเมนให้ เป็ นหมายเลขไอพีUPnP (Universal Plug and Play) เป็ นบริ การที่อนุญาตให้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ สามารถค้ นหาและใช้ งานอุปกรณ์อื่น เช่น เครื่ องคอมพิวเตอร์ สแกนเนอร์เครื่ องพิมพ์ ผ่านทางเครื อข่ายได้ โดยปกติแล้ ว Windows 98, 98SE ไม่มีคณสมบัติของ UPnP ภายในตัวเอง แต่อาจจะถูก ุติดตังเพิ่มเติมผ่านทาง Internet Connection Sharing client ซึงติดมากับ Windows XP ได้ ้ ่Serial Line Internet Protocol (SLIP) เป็ นโปรโตคอลของ TCP/IP ที่ใช้ สําหรับการสื่อสารระหว่างเครื่ อง 2 เครื่ อง ซึง SLIP เป็ นคอนฟิ กแบบเก่าที่ใช้ ใน การ ่สื่อสารระหว่างเครื่ อง เช่น ผู้ให้ บริการอินเตอร์ เน็ต ให้ ผ้ ใช้ ติดต่อแบบ SLIP เพื่อทําให้ เครื่ องแม่ข่ายของผู้ให้ บริการตอบ สนอง ูคําสัง แล้ วส่งผ่านไปยังอินเตอร์ เน็ต และนําการตอบสนองของอินเตอร์ เน็ตกลับมาให้ ผ้ ใช้ การติดต่อแบบเดิม ที่ใช้ การ หมุน ่ ูติดต่อผ่านสายแบบอนุกรม จะช้ ากว่าสายแบบขนาน หรื อมัลติเพล็กซ์ (Multiplex)SLIP (Serial Line Internet Protocol) เป็ นโปรโตคอลของ TCP/IP ที่ใช้ สําหรับการสื่อสารระหว่างเครื่ อง 2 เครื่ อง ซึง SLIP เป็ นคอนฟิ กแบบเก่าที่ใช้ ใน การ ่สื่อสารระหว่างเครื่ อง เช่น ผู้ให้ บริ การอินเตอร์ เน็ต ให้ ผ้ ใช้ ติดต่อแบบ SLIP เพื่อทําให้ เครื่ องแม่ข่ายของผู้ให้ บริการ ตอบสนอง ูคําสัง แล้ วส่งผ่านไปยังอินเตอร์ เน็ต และนําการตอบสนองของอินเตอร์ เน็ตกลับมาให้ ผ้ ใช้ การติดต่อแบบเดิม ที่ใช้ การหมุน ่ ูติดต่อผ่านสายแบบอนุกรม จะช้ ากว่าสายแบบขนาน หรื อมัลติเพล็กซ์ (Multiplex) การให้ บริการที่ดีกว่าได้ แก่ Point -to-Point Protocol (PPP)PPP (Point to Point Protocol) เนื่องด้ วย โปรโตคอล SLIP ไม่สามารถเข้ ากันได้ กับโปรโตคอลบางตัวที่ระบบ LAN ที่ใช้ อยูเ่ ดิม จึงได้ พฒนา ัโปรโตคอล ขึ ้นมาใหม่ชื่อว่า PPP เพื่อแก้ ปัญหาดังกล่าว ด้ วยเหตุนี ้โปรโตคอล จึงสามารถใช้ ร่วมกับโปรโตคอลอื่นๆ ได้ ดี และเพิ่มระบบการตรวจสอบข้ อมูล, การรักษาความปลอดภัย, และการบีบอัดข้ อมูล ซึงทําได้ ดีกว่า SLIP และถูกใช้ เป็ น มาตรฐาน ่ต่อไป
    • PPPoE (Point to Point Protocol over Ethernet) เป็ นสิงที่เสนอให้ ใช้ กบคอมพิวเตอร์ ที่ทํางานผ่านระบบ broadband เช่น ADSL ่ ัRTSP (Real Time Streaming Protocol) เป็ นโปรโตคอลที่ใช้ รูปแบบ client/server ที่ถกออกแบบเพื่อใช้ ในการแสดงสื่อมัลติมีเดีย สําหรับใช้ แลกเปลี่ยน ข้ อมูล ูในรูปแบบสตรี มมิ่งมีเดียผ่านทางเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต โดยเริ่มจากฝั่ งเซิร์ฟเวอร์ จะทําหน้ าที่สงไฟล์สตรี มมิ่งมีเดียไปยัง ฝั่ ง ่ไคลเอ็นต์ที่อยูปลายทาง ได้ ทงแบบเดี่ยวหรื อแบบกลุมตามแต่วิธีการเผยแพร่ผานทางโพรโตคอล RTSP โดยมีสวน ประกอบ ่ ั้ ่ ่ ่หลักสําคัญ 3 ส่วน ได้ แก่1) ส่วนของเครื่ องเข้ ารหัส (Encoder)2) เครื่ องผู้ชม (Player)3) เครื่ องเซิร์ฟเวอร์ (Server)RTP (real time transport protocol) โปรโตคอลที่ใช้ สําหรับการส่งข้ อมูลแบบเวลาจริง บนเครื อข่าย IPRTCP (real time transport control protocal) ใช้ ร่วมกับ RTSP และ RTP มีทําหน้ าที่ในการควบคุมการส่งข้ อมูลDHCP (Dynamic Host Configulation Protocal) ทําหน้ าที่จาย IP ให้ แก่เครื่ องลูก (clients) โดยอัตโนมัติ สําหรับเน็ตเวอร์ ที่มีเครื่ องลูกหลายเครื่ อง การกําหนด IP ให้ แต่ ่ละเครื่ องบางครังก็ ยากในการจดจํา ว่ากําหนด IP ให้ ไปเป็ นเบอร์ อะไรบ้ างแล้ ว พอมีเครื่ องเพิ่มเข้ ามาในเน็ตเวอร์ กใหม่ ต้ อง ้กลับไปค้ น เพื่อจะ assign เบอร์ IP ใหม่ไม่ให้ ซํ ้ากับเบอร์ เดิม DHCP Server จะทําหน้ าที่นี ้แทน โดยเครื่ องลูกเครื่ อง ไหนเปิ ดเครื่ อง ก็จะขอ IP มายัง DHCP Server และ DHCP Server ก็จะกําหนด IP ไปให้ เครื่ องลูกเอง โดยไม่ซํ ้ากันDDNS (Dynamic Domain Name System) คือการแปลงหมายเลขไอพีให้ เป็ นชื่อโดเมน หรื อแปลงชื่อโดเมนให้ เป็ นหมายเลขไอพี DNS เป็ นระบบที่ให้ บริการแบบเปิ ดกว้ าง (Public Service) ดังนันย่อมมีความเสี่ยงสูงต่อบุคคลภายนอกที่ต้องการบุกรุกผ่าน DNS ้
    • T1,E1 ใช้ ในการเชื่อมโยง LAN/WAN (ทังในลักษณะเซิร์ฟเวอร์ และการใช้ งานส่วนตัว) ในปั จจุบนยังใช้ เชื่อมโยงเครื อข่าย ้ ัด้ วยเสาอากาศของเครื อข่ายโทรศัพท์แบบเซลลูลาร์ , เราเตอร์ และอื่นๆ เทคโนโลยี T1/E1 ยังไม่เหมาะกับการใช้ ในบ้ านพักอาศัย เนื่องจากสัญญาณรบกวนที่จํากัดให้ สามารถใช้ สาย T1 ได้ เพียง 1 คูภายในสายเคเบิลชนิด 50 คู่ นอกจากนี ้ ่ระบบสื่อสาร แบบไม่สมมาตร ที่มีการส่งข้ อมูลเข้ ามากกว่าส่งข้ อมูลออกนัน ดูจะเหมาะกับการใช้ ในบ้ านมากกว่าการใช้ ้เทคโนโลยี T1/E1HDLC (High Level Data Link Control) เพื่อเพิ่มความเร็วในการส่ง-รับข้ อมูลแบบซิงโครนัส โปรโตคอล HDLC จะกําหนดผู้สงและผู้รับเป็ นสถานีปฐมภูมิและ ่ทุติยภูมิ (Primary/Secondary) Ethernet , Token RingIPX (Internetwork Packet Exchange) /SPX(Sequence Packet Exchange) เป็ นโปรโตคอลของบริษัท Novell ซึงพัฒนาขึ ้นมาใช้ กบ Netware มีพื ้นฐานมาจากโปรโตคอล XNS (Xerox Network ่ ัServices) ของบริษัท Xerox โปรโตคอล IPX (Internerworl Packet Exchange) จะเป็ นโปรโตคอล ที่ทํางานอยูใน Network ่Layer ใช้ จดการการแลกเปลี่ยน packet ภายใน Network ทังในส่วนของการหาปลายทางและ การจัดส่ง packet ส่วน SPX ั ้(Sequenced Packet Exchange) จะเป็ นโปรโตคอลที่ทํางานอยู่ใน Transport Layer โดยมีหน้ าที่ในการจัดการให้ ข้อมูลส่งไปถึงจุดหมายได้ อย่างแน่นอนNetBIOS (Network Input Output System) เป็ นไลบรารี ของกลุมคําสังควบคุมระบบเครื่ อข่ายหรื อ API เพื่อให้ สามารถเขียนโปรแกรม ควบคุมระบบเครื่ อข่าย ง่าย ่ ่ขึ ้นโปรโตคอล NetBIOS (Network Basic INput/Output System) พัมนาร่วมกันโดย IBM และ Microsoft มีการใช้ งานอยูใน ่เครื อข่าย หลาย ๆ ชนิด อย่างไรก็ดี NetBIOS เป็ นโปรโตคอลที่ทํางานอยูในระดับ Session Layer เท่านัน จึงไม่ได้ เป็ น ่ ้โปรโตคอลสําหรับเครื อข่ายโดยสมบูรณ์ จึงได้ พฒนา โปรโตคอล NetBUIE (Network Extended User Interface) ัNetBUEI (NetBIOS Enhanced User Interface) โปรโตคอล NetBUIE (Network Extended User Interface) ซึงเป็ นส่วนขยายเพิ่มเติมของ NetBIOS ที่ทํางานอยูใน ่ ่Network Layer และ Transport Layer จะพบการใช้ งานได้ ใน Windows for Workgroups และ Windows NTFTP (File Transfer Protocol) เป็ นการถ่ายโอนแฟมข้ อมูลระหว่างเครื่ องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่ อง ซึงอยูบนเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต ้ ่ ่
    • IEEE 802.3 และ Ethernet ระบบเครื อข่าย Ethernet ถูกพัฒนาขึ ้นโดยบริษัทซีรอกซ์ในปลายทศวรรษ 1970 และในปี 1980 บริษัท DigitalEquipment, Intel และ Xeror ได้ ร่วมกันออกระบบ Ethernet I ซึงใช้ งานกับสาย และต่อมาในปี ก็ได้ ทําการพัฒนาเป็ น ่Ethernet II ซึงเป็ นระบบเครื อข่ายที่ถกใช้ งานมากที่สดแบบหนึ่ง จากนันองค์กรมาตรฐาน จึงได้ ออกข้ อกําหนดมาตรฐาน ่ ู ุ ้IEEE 802.3 โดยใช้ Ethernet II เป็ นรากฐาน โดยมีจดแตกต่างจาก เล็กน้ อย แต่หลักการใหญ่ ๆ จะคล้ ายคลึงกัน คือ ใช้ ุAccess Method และ CSMA/CD และใช้ Topology แบบ Bus หรื อ Star (Ethernet II จะเป็ น Bus เท่านัน) ้SMTP server Simple mail transfer protocol server คือเครื่ องบริการส่ง e-mail ไปยังเครื่ องบริการอื่น ๆ สําหรับ SMTP ส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้ คนนอกองค์กร หรื อ IP ที่อยูนอกองค์กรใช้ งาน SMTP เพราะอาจมีคนมาแอบใช้ ทําให้ บริการ SMTP ทํางานหนัก ่ให้ กบคนภายนอกโดยไม่เกิดประโยชน์ใด ัPOP server Post office protocol server คือบริการรับ-ส่งเมลจาก mail server กับเครื่ องของสมาชิก บริการนี ้ ทําให้ สามารถอ่านmailด้ วยมือถือ หรื อ PDA แต่ถ้าท่านใช้ mail ของ thaimail.com จะเป็ น web-based mail ที่เปิ ดอ่าน e-mail ได้ จาก webเท่านัน จะเปิ ดด้ วย outlook หรื อ pda ไม่ได้ ้NAT (Network Address Translation) คือ คุณสมบัติหนึงของการแจก IP หรื อการทํา IP Sharing เพราะในเครื อข่ายขนาดใหญ่จะใช้ Local IP หรื อ Fake IP ่แต่จะมี Real IP อยูบางส่วน โปรแกรมเครื่ องบริ การบางโปรแกรมมีหน้ าที่กําหนด Local IP ให้ เครื่ องลูก เมื่อเครื่ องลูกต้ องการ ่ออกไปอ่านข้ อมูลจากอินเทอร์ เน็ต ก็จะใช้ Real IP ออกไป จากลักษณะดังกล่าง อาจทําให้ เครื่ องที่เป็ น NAT server ทําหน้ าที่เป็ น Firewall ปกปองเครื่ องลูก เพราะจะไม่มีใครทราบ Local IP ของเครื่ องในองค์กรได้ เนื่องจากการออกไปสูอินเทอร์ เน็ตจะ ้ ่ใช้ IP ของ NAT server เสมอ จึงไม่มีใครเจาะเข้ าสูเ่ ครื่ องลูกได้ โดยตรง การเป็ น NAT server อาจไม่จําเป็ นต้ องใช้ คณสมบัติ ุCache server ก็ได้ เพราะเครื่ องที่เป็ น Proxy server ที่มีศกยภาพตํ่า จะล่มได้ เร็วกว่าเครื่ องที่ทําหน้ าที่เป็ น NAT เพียงอย่าง ัเดียว สําหรับโปรแกรมที่ทําหน้ าที่เป็ น NAT server เช่น WinGate, WinRoute, WinProxy หรื อ ICS(Internet ConnectionSharing) เป็ นต้ นPower over Ethernet Power over Ethernet (PoE) คือเทคโนโลยีที่รวมการจ่ายไฟเข้ ากับมาตรฐานของ LAN ทําให้ สามารถจ่ายไฟ ให้ กบ ัอุปกรณ์ที่เป็ นเน็ตเวิร์ค เช่น IP phone หรื อ IP camera ใช้ สายเหมือนการเชื่อมต่อเน็ตเวร์ คทัวไป ทําให้ ตดความ ยุงยากใน ่ ั ่การเดินสาย และการต่อส่วนของการสํารองไฟ PoE technology คือข้ อกําหนดของมาตรฐานที่เรี ยกว่า IEEE 802.3af และออกแบบมาให้ เน็ตเวิร์คยังคงมีประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ และส่วนของการขยายเป็ นไปเหมือนเดิมโดย PoE ไม่ได้ รบกวนใดๆต่อการสื่อสาร.
    • Infrastructure คือการเชื่อมต่อ wireless ผ่าน access pointAd-hoc คือการเชื่อมต่อ wireless แบบ peer-to-peerSSID Service Set Identifier คือการกําหนดชื่อของสัญญาณ wireless การเชื่อมต่อ