Final
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share
  • 3,997 views

 

Statistics

Views

Total Views
3,997
Views on SlideShare
3,997
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
24
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Final Presentation Transcript

  • 1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล CORPARATE INCOME TAX -  ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีทางตรง ที่จัดเก็บจากฐานเงินได้ - เป็นภาษีที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร ที่บัญญัติใน ส่วน 3 การเก็บภาษีจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หมวด 3 ภาษีเงินได้ลักษณะ 2 ภาษีอากรฝ่ายสรรพากร ตั้งแต่มาตรา 65 ถึงมาตรา 76 ทวิ โดยมุ่งจัดเก็บภาษีจากเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลคือนิติบุคคลและผู้ที่กฎหมายกำหนด -  ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยทั่วๆ ไปได้แก่ฐานกำไรสุทธิ ( ยังมีฐานอื่น ๆ อีก 3 ฐาน )
  • 2. ช่วงระยะเวลาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลส่วนใหญ่คิดเป็น “ รอบระยะเวลาบัญชี ” -   วิธีการเสียภาษี กฎหมายกำหนดให้ยื่นแบบเสียภาษีแบบประเมินตนเองตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี และครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี -   เพื่อให้มีการเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน กฎหมายมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจึงต้องมีการปรับปรุงกำไรสุทธิตามหลักการบัญชีก่อนเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล -   ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อาจถูกบังคับให้ชำระหนี้และถูกลงโทษ ในกรณีของเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทำนองเดียวกันกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา -  นิติบุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับประเทศไทยนอกจากนิติบุคลไทยแล้ว นิติบุคคลต่างประเทศก็ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ไทยด้วย
  • 3. ภาษีเงินได้นิติบุคคล รายได้ เกิดขึ้นภายในประเทศ เกิดขึ้นในต่างประเทศ นิติบุคคลไทย นิติบุคคลต่างประเทศ รายได้ เกิดขึ้นภายในประเทศ เกิดขึ้นในต่างประเทศ 1. เป็นสาขา 2. กิจการขนส่งระหว่างประเทศ 3. มิได้ประกอบกิจการในไทย แต่มีลูกจ้าง , ผู้ทำการแทน , ผู้ทำการติดต่อจนก่อให้เกิดเงินได้ในไทย 4. มิได้ประกอบกิจการในไทย แต่มีเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่จ่ายจาก หรือจ่ายในไทย
  • 4. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.  บริษัท , ห้างหุ้นส่วน , นิติบุคคล ตั้งตามกฎหมายไทย ก ) บริษัทจำกัด ข ) บริษัท ( มหาชน ) จำกัด ค ) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ง ) ห้างหุ้นส่วนสามัญ จดทะเบียน 2. บริษัท , ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตั้งตาม กม . ตปท . ก ) ทำกิจกรรมในที่อื่น ๆ รวมทั้งไทยด้วย ( ม .66) ข ) กิจการขนส่งระหว่างประเทศ ( ม .67) ค ) ไม่ประกอบการในไทยแต่มีเงินได้ 40(2) – 40(6) จ่ายจากหรือในไทย ( ม .70 ) ง ) มีลูกจ้าง , ผู้ทำการแทน , ผู้ติดต่อในไทย , รับเงินได้ , ผลกำไรในไทย ( ม .76 ทวิ )
  • 5. 3        กิจการดำเนินการทางการค้า หากำไรโดย ก )      รัฐบาล , องค์การรัฐบาล ตปท . ข )      นิติบุคคลอื่นตั้งตาม กม , ตปท 4        กิจการร่วมค้า ( ทางการค้าหากำไร ) ก )      บริษัท และ บริษัท ข )      บริษัท และ ห้างหุ้นส่วนนิติฯ ค )      ห้างหุ้นส่วน และ ห้างหุ้นส่วน ง )      บริษัท และ / หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติฯ กับบุคคลธรรมดา / คณะบุคคลที่ มิใช่นิติฯ / ห้างหุ้นส่วนสามัญ / นิติบุคคลอื่น 5        มูลนิธิสมาคมประกอบกิจการมีรายได้ ( แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิที่รัฐมนตรีประกาศตาม ม .47 (7)( ข ) ให้เป็นองค์กรกุศลสาธารณะ )
  • 6. นิติบุคคลที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 1. นิติบุคคลนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดและตั้งตามกฎหมายไทย เช่น กระทรวงทบวง กรม องค์กรของรัฐบาล สหกรณ์ 2. นิติบุคคล ตามข้อผูกผันทางเศรษฐกิจ , เทคนิคระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลต่างประเทศ 3. ตาม พรบ . ปิโตรเลียม 4. ตามสัญญาภาษีซ้อน 5. มูลนิธิ สมาคม ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นองค์กร สาธารณกุศล มาตรา 47 (7) ( ข )
  • 7. วิธีการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.      ประเมินคนเอง ตามวิธีกำหนดเวลา แบบฯที่กำหนด ( ม .67 ทวิ , 68,69) 2.      หัก ณ ที่จ่าย ( ม .69 ทวิ , 69 ตรี 3 เตรส 3.      การตรวจสอบโดยเจ้าพนักงานประเมิน ( มาตรา 18 – 27 ทวิ , 71)
  • 8. การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.      จากกำไรสุทธิ มาตรา 65 2.      รายรับก่อนหักรายจ่าย ป .13/2529, ม .67 3.      เงินได้จ่ายจากหรือในประเทศไทย ม .70 4.      การจำหน่ายเงินกำไรไปจากประเทศไทย ม .70 ทวิ
  • 9. ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.      กำไรสุทธิ 2.      ยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย 3.      เงินกำไรที่ส่งไปต่างประเทศ ( จำหน่ายเงินกำไรไปต่างประเทศ ) 4.      เงินได้พึงประเมินบางประเภทที่จ่ายจาก หรือจ่ายในประเทศไทย
  • 10. 1.      ฐานกำไรสุทธิ -  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลโดยทั่วไป -  กำไรสุทธิคิดเป็นราย รอบระยะเวลา บัญชี -  กำไรสุทธิ = รายได้ – รายจ่าย - การบันทึกรายได้ , รายจ่ายเพื่อการเสียภาษีต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กฎหมาย มีรายจ่ายบางประเภทเป็นรายจ่ายต้องห้าม , รายได้ที่ยกเว้น - อัตราภาษี 30% ของกำไรสุทธิ ( และ 20%,10% ของกำไรสุทธิ ) - การชำระภาษี 1. ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี   2. ตอนครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 3. การหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • 11. 2.       ฐานยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย 2.1   กิจการขนส่งระหว่างประเทศ ( ม .67) - ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ - อัตราภาษี 3% ของค่าโดยสารที่เรียกเก็บในประเทศและของค่าราะวางสินค้าขนออกนอกประเทศ - การชำระค่าภาษี ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ( ภ . ง . ด . 52)
  • 12. 2.2  มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการแล้วมีรายได้ - ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคมที่เป็นองค์การกุศลสาธารณะเช่น ปอเต็กตึ้ง , สายใจไทย , มูลนิธิชัยพัฒนา - อัตราภาษี 40 (8) 2% 40(1)-(7) 10 % - การยกเว้น ค่าบำรุงจากสมาชิก , เงินรับบริจาค - การชำระภาษี ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ( ภ . ง . ด . 55)
  • 13.
    • 2.3  นิติบุคคลที่มิอาจเสียภาษีโดยวิธีอื่นได้ (ม .71(1))
    • -  บ / ช ไฟไหม้ , บ / ช ไม่น่าเชื่อถือ ฯลฯ
    • - อัตราภาษี 5% ของยอดรายรับหรือยอดขาย
    • ไม่ใช้กับกิจการที่ปรากฏข้อมูลรายได้จากแหล่งต่างๆซึ่งสามารถพิสูจน์ได้
    • เจ้าหน้าที่สรรพากรจะเป็นผู้คำนวณและกำหนดให้เสียภาษีตามหลักเกณฑ์
  • 14. 3.      ฐานเงินกำไรส่งไปต่างประเทศ ( ม .70 ทวิ ) -  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลที่ส่งเงินกำไรออกไปต่างประเทศ -  อัตราภาษี 10% ของเงินกำไรที่จำหน่ายออก -  การชำระภาษี ผู้จำหน่ายต้องยื่นแบบฯ ภายใน 7 วัน นับแต่วันจำหน่ายออก ( ภ . ง . ด . 54)
  • 15. 4.       ฐานเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่จ่ายจากหรือจ่ายในประเทศไทย ( ม .70) -  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลต่างประเทศ ที่มิได้ประกอบกิจการในไทยและไม่มีสถานประกอบการในไทยแต่มีเงินได้ในไทย -  อัตราภาษี 15% สำหรับเงินได้พึงประเมิน (2) – (6) ( หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ ) ยกเว้นเงินปันผลอัตราภาษี 10% -  การชำระภาษี หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งโดยผู้จ่ายภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย ( ภ . ง . ด . 54)
  • 16. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ 1. บริษัท , ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตั้งตามกฎหมายไทย โดยนำกำไรสุทธิของสาขาทั้งใน และ ตปท . มารวมกับกำไรสุทธิของสำนักงานใหญ่ 2. บริษัท , ห้างหุ้นส่วนนิติตั้งตาม กม ., ตปท . ·  ประกอบกิจการในไทยเพียงแห่งเดียว ( ม .66 วรรคแรก ) ·   ตั้งสาขาไนไทย ( ม .66 วรรคสอง ) ·  มีลูกจ้าง / ผู้ทำการแทน / ผู้ทำการติดต่อในการประกอบการในไทย ( ม .76 ทวิ ) โดยเสียภาษีจากกำไรสุทธิของกิจการในไทย ( ทั้งนี้ไม่รวมกิจการขนส่งระหว่างประเทศ ) 3. กิจการทางการค้าหากำไรของรัฐบาล / องค์การรัฐบาลต่างประเทศ 4. กิจการร่วมค้า
  • 17. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ 1. ร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ กรณีนิติบุคคลทั่วไป ( ปี 2544 ) 2. ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ กรณีในตลาดหลักทรัพย์   3. ร้อยละ 20 กรณีนิติบุคคลกำไร >1M ฿ ,25% กำไร 1>3M ฿ ถ้ากำไรมากกว่า 3M ฿ 30% ปี 2545 เป็นต้นไป 4. ร้อยละ 5 ของยอดรายรับหรือยอดขายของรอบบัญชี แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ( ม . 71(1)) กรณีมิได้ยื่น ภงด .50, มิได้ทำงบดุล บัญชีทำการ บัญชีกำไรขาดทุน หรือทำไม่ครบหรือไม่นำบัญชีเอกสารหลักฐานไปให้เจ้าหนักงานประเมินไต่สวน ( ตาม ม .19, 23)
  • 18. รอบระยะเวลาบัญชี ( ปว . 285, ม .65 , 72 , 73 ) 1.  รอบระยะเวลาทำบัญชี 12 เดือนเริ่มตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ( ม .65) เช่น 1 มค - 31 ธค , 1 ตค - 30 กย , 1 เมย - 31 มีค 2.  กรณีต่อไปนี้น้อยกว่า 12 เดือนได้ ·  ตั้งใหม่ ถือวันเริ่มต้นถึงวันหนึ่งวันใดเป็นรอบบัญชีแรกก็ได้ ม .65 ( ก ) · ขอเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี      .  เลิกกิจการ ( ม .72 วรรค 2) · ควบกิจการ ( ม . 73) 3.  กรณีต่อไปนี้อาจมากกว่า 12 เดือนได้ ·  เลิกกิจการ และยื่นรายการเสียภาษีไม่ทันใน 150 วัน นับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แต่ยื่นคำร้องอธิบดีใน 30 วัน นับจากวันที่จดทะเบียนเลิก ( ม . 72 วรรค 3 ) ·  อธิบดีฯ อนุมัติ
  • 19. การชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ   1. ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี - ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี - ใช้แบบ ภ . ง . ด .50( ไม่ว่าจะมีผลกำไรหรือชาดทุน ) ต้องแสดงงบการเงินพร้อมกับแบบฯ 2. ตอนครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี -  ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบหกเดือนแรกฯ ใช้แบบ ภ . ง . ด . 51 - ไม่ต้องแสดงงบการเงินพร้อมกับแบบฯ -   ให้หลักประมาณการผลกำไรสุทธิของเต็มรอบระยะเวลาบัญชีแต่คำนวณเสียภาษี เพียงครึ่งเดียว -  ถ้าประมาณการกำไรสุทธิผิดพลาด > 25 % ต้องเสียเงินพิ่ม   3. การหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • 20. ความหมายของกำไรสุทธิทางบัญชี ขาย / รายได้ XX หัก ต้นทุนขาย XX กำไรขั้นต้น XX หัก รายจ่ายการขาย XX รายจ่ายบริหาร XX กำไรก่อนรายการพิเศษก่อนการปรับปรุง XX หัก รายการพิเศษรายการที่ต้องปรับปรุงทางภาษี XX กำไรก่อนภาษี XX หัก ภงด . นิติบุคคล XX กำไรสุทธิ ( ขาดทุนสุทธิ ) XX
  • 21.
    • การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีนิติบุคคล
    • ม .65 ใช้เกณฑ์สิทธิ
    • ม .65 ทวิ การหักค่าสึกหรอ ค่าเสื่อม การตีราคาทรัพย์สิน สินค้าคงเหลือ การจำหน่ายหนี้สูญ การยกเว้น ภงด ., ด / บ , ปันผล
    • ม .65 ตรี รายจ่ายต้องห้าม รายจ่ายมีเงื่อนไข
    • ม .70 ตรี บริษัท , ห้างหุ้นส่วน ส่ง ส / ค ไปต่างประเทศ ให้สำนักงาน , สาขา = ขาย
    • ม . 74 การคำนวณกำไรสุทธิกรณีเลิก ควบกิจการ
  • 22.
    • ความแตกต่างกำไรสุทธิ ( บัญชี , ภาษี )
    • 1.  รายได้
    • ยกเว้น ภงด . นิติฯ แต่ต้องคำนวณบัญชี เช่น ปันผล บ . ไทย ได้จาก บ . ไทย บ / ช ไม่ใช่ รายได้ แต่ ภงด . นิติฯ = รายได้ เช่น บ . ให้ผู้อื่นกู้ยืมโดยไม่คิด ด / บ
    • 2.  รายจ่าย
    • ภงด . นิติ ฯ ไม่ใช่ รายจ่าย แต่บ / ช = รายจ่าย เช่น เงินบริจาค ถือเป็นรายจ่าย ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ
    • ภงด . นิติฯ = รายจ่าย แต่ บ / ช ไม่ใช่ รายจ่าย เช่นผลขาดทุนจากรอบ บ / ช ก่อน 5 รอบนำมาหักจากกำไรสุทธิปีปัจจุบันได้
  • 23. การคำนวณกำไรสุทธิทางบัญชี
    • 1. เกณฑ์เงินสด (Cash Basis) - บันทึกรายได้ รายจ่าย เมื่อรับเงินสด ( รวมเช็ค ตั๋วแลกเงิน ธนาณัติ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ฯลฯ ) - เหมาะกับธุรกิจบริการซึ่งมักจ่ายเงินทันที - ภงด . บุคคล ฯใช้เกณฑ์เงินสด
    • 2. เกณฑ์เงินค้าง (Accrual Basis) - รายได้เกิดเมื่อขาย ให้บริการรายจ่ายเกิดเมื่อถึงกำหนดชำระ - ต้องมีการปรับปรุงบัญชี ค้างรับ ค้างจ่ายและบัญชีรับล่วงหน้า จ่ายล่วงหน้า - เหมาะสำหรับธุรกิจผลิต จำหน่ายสินค้า - ต้องทำงบเงินสด เพิ่มจากงบกำไรขาดทุนเพื่อให้อ่านงบแล้วรู้กระแสเงินเข้าออก
  • 24.
    • 3.  ขายผ่อนชำระ (Installment Method)
    • · บันทึกกำไรจากส่วนของรายได้แต่ละงวด
    • 4.  เกณฑ์สัญญาก่อสร้างระยะยาว (Longterm Contract Method)
    • 4.1  บันทึกรายได้ รายจ่ายเมื่อเสร็จ
    • 4.2  บันทึกรายได้ตามส่วนงานเสร็จ (Percentage of Completion)
    • ·  รายจ่ายให้ประมาณต้นทุนทั้งหมดแล้วเฉลี่ยตามรายได้ ( ตามส่วนของงานเสร็จ )
  • 25.
    • การคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี
    • 1.  นิติบุคคลทั่วไปใช้เกณฑ์สิทธิ ( ทั้งรายได้รายจ่าย )
    • ·  รายได้รอบบัญชีใด ถือเป็นรายได้รอบบัญชีนั้น
    • ·  รายจ่ายเกี่ยวกับรายได้รอบบัญชีใด เป็นของรอบบัญชีนั้น
    • ·  ถ้าจำเป็น ขออนุมัติเปลี่ยนได้
    • ·  มี ทป . 1/2528 ผ่อนปรน ให้ใช้เกณฑ์อื่น ๆ ได้บางกรณี
  • 26.
    • 2.  กิจการธนาคาร ประกันภัย สภาบันการเงิน
    • · พิเศษ ด / บ นำมารวมเป็นรายได้ในรอบบัญชีที่ได้รับชำระได้กรณี
    • · ด / บ ผิดนัดเกิน 6 เดือน และลูกหนี้ไม่มีเงินทรัพย์สินเพียงพอชำระ เช่น
    • - หลักประกันไม่คุ้ม
    • - ลูกหนี้ขาดทุนติดต่อหลายปี หรือเลกกิจการแล้วหรืออยู่ระหว่างชำระบัญชี
    • - ดำเนินคดีแพ่ง , ยื่นคำร้องเฉลี่ยหนี้แล้ว
    • - ดำเนินคดีล้มละลาย , ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้แล้ว
  • 27.
    • 3.      กิจการประกันชีวิต
    • ·       ทั่วไป เกณฑ์สิทธิ
    • ·       พิเศษ รายได้เบี้ยประกันชีวิต นำมารวมเป็นรายได้ในรอบบัญชีที่ได้รับชำระได้
    • 4.      เช่าซื้อ ผ่อนชำระ
    • ·       กรรมสิทธิยังไม่เปลี่ยน
    • ·       อายุสัญญาเกิน 1 รอบบัญชี
    • ทั่วไปเกณฑ์สิทธิโดยจะนำกำไรมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบบัญชีตามงวดที่ถึงกำหนดชำระก็ได้ และการจัดสรรกำไรเป็นของแต่ละรอบบัญชี จะใช้วิธีการทางบัญชีที่รองรับทั่วไปก็ได้
  • 28.
    • 5.      วิชาชีพอิสระ
    • ใช้เกณฑ์สิทธิ หรือนำรายได้จากการประกอบการมารวมเป็นรายได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระก็ได้
    • 6.      กิจการก่อสร้าง
    • ใช้เกณฑ์สิทธิต้องนำรายได้ตามส่วนของงานที่ทำเร็จในแต่ละรอบบัญชีมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบบัญชีนั้น
    • 7.      กิจการให้บริการ
  • 29.
    •  
    •   เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี
    • รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
    • 1.      เงินสำรองต่าง ๆ นอกจาก
    • ก )      เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันชีวิต
    • ข )      เงินสำรองจากเบี้ยประกัน เพื่อสมทบทุนประกันภัยอื่นที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไรเฉพาะส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 40 ของจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับเงินสำรองที่กันไว้นี้ จะต้องถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไป
    • ค ) เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ
  • 30.
    • 2.      เงินกองทุน เว้นแต่กองทุนสำรองเลั้ยงชีพซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
    • 3.      รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศลเว้นแต่ การกุศลสาธารณะ หรือการสาธารณประโยชน์ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
  • 31.
    • 4.      ค่ารับรองหรือค่าบริการ ส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
    • 5.      รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติมเปลี่ยนแปลงขยายออกไป หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม
    • 6.      เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอกร ค่าปรับทางอาญา
    • 7.      การถอนเงินโดยปราศจากค่าตอบแทนของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
    • 8.      เงินเดือนของผผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน เฉพราะส่วนที่จ่ายเกินสมควร
  • 32.
    • 9.      รายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง
    • 10.      ค่าตอบแทนแกทรัพย์สิน ซึ่งบริษํทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นเจ้าของเองและใช้เอง
    • 11.      ดอกเบี้ยที่คิดให้สำหรับเงินทุน เงินสำรองต่าง ๆหรือเงินกองทุนของตนเอง
    • 12.      ผลเสียหายอันอาจได้กลับคืน เนื่องจากการประกัน หรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ หรือผลขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ เว้นแต่ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน
  • 33.
    • 13. รายจ่ายซึ่งไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรของกิจการ
    • 14.       รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ
    • 15.      ค่าซื้อทรัพย์สิน และรายจ่ายเกี่ยวกับการซื้อขายทรัพย์สินในส่วนที่เกินปกติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    • 16. ค่าของทรัพยากรของธรรมชาติที่สูญเสียหรือสิ้นไปเนื่องจากกิจการที่ทำ
  • 34.
    • 17. ค่าของทรัพย์สิน นอกจากสิค้าที่ตีราคาต่ำลงทั่งนี้ใต้มาตรา 65 ทวิ
    • 18. รายจ่ายซึ่งผู้พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ
    • 19. รายจ่าย ๆ ที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว
    • 20. รายจ่ายตามที่จะกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ( ยังไม่มีการกำหนด )
  • 35.
    • เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
    • 1.       เงินปันผล สำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    • ก ) นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ถ้าได้รับเงินปันผลจากนิติบุคคลไทยหรือกองทุนรวมหรือสถาบันการเงินไทย หรือเงินส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า ให้นำเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรนี้มาถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพียงครึ่งเดียว
    • ข ) นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ถ้าได้รับเงินปันผลจากนิติบุคคลไทยหรือกองทุนรวมหรือสถาบันการเงินไทย หรือเงินส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวได้รับการยกเว้นทั้งหมดไม่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
  • 36.
    • ค ) นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถ้าถือหุ้นในนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่ารอ้ยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่สิทธิออกเสียง และบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทผู้รับเงินปันผลทั้งทางตรงและทางอ้อม นิติบุคคลดังกล่าวไม่ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับมาเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีเงินได้ทั้งหมด
      • โดยมีเงื่อนไขว่าถือหุ้นในบริษัทนั้น ไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • 37.
    • 2.       เงินได้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายส่งเสริมการลงทุน
    • ก ) นิติบุคคลไทยที่ได้รับการส่งเสริม BOI ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ 3-8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ
    • ข )       นิติบุคคลไทยไม่ได้อยู่ใน BOI ได้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่อยู่ใน BOI ได้รับเงินได้ ต่อไปนี้ยกเว้นภาษีคือ
    • 1.       ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ ค่าสิทธิ
    • 2.       เงินปันผลที่ไรับจากนิติบุคคล BOI
  • 38.
    • 3.       ยกเว้นหรือลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคลตามสัญญภาษีซ้อน
    • 4.       ยกเว้นเงินปันผล หรือเงินส่วนแบ่งกำไร จากกิจการร่วมค้าที่ประกอบกิจการในไทย
    • ก )      นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
    • ข )       นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ และประกอบกิจการในไทย
    • 5.       ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรที่ไจากกองทุนรวมที่ตั้งตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ไทย ( ต้องลงทุนเกิน 3 เดือน )
    • ก )      นิติบุคคลไทย สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับกึ่งหนึ่ง
    • ข ) นิติบุคคไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยกเว้นให้หมด
  • 39.
    • 6.       ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายไปเป็นค่าจ้างให้หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานวิจัยของเอกชนที่กระทรวงการคลังรับรองเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเป็นเงินร้อยละ 100 ของรายจ่ายดังกล่าว
    • เช่น สำนักงานคอมพิวเตอร์ ม . เชียงใหม่ , บริษัทสยามวิจัยและพัฒนา ( กรุงเทพฯ ) จำกัด
    • 7.    ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ของนิติบุคคลไทย ตามพ . ร . บ . ฉบับที่ 284 พ . ศ .2538
    • ก )      กำไรสุทธิของกิจการโรงเรียนเอกชน
    • ข )       เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากข้อ ( ก )
    • ค )      กำไรสุทธิที่ได้จากกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • ง )       เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากกิจการข้อ ( ค )
    • จ )       เงินได้ของนิติบุคคลไทยที่จ่ายไปเพื่อให้ลูกจ้างฝึกอบรมหรือศึกษาในสถาบันฝึกอบรมที่กระทรวงการคลังกำหนด ยกเว้นให้ 50 % ของรายจ่าย
    •   8. เงินได้สำหรับนิติบุคคลไทย 50 % ของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้กับลูกจ้าง ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
  • 40.
    • บริษัท Hill & Home Garden Resort จำกัด เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว 10,000,000 บาท ) บริษัทมีผลขาดทุนในรอบปีที่ผ่านมา 500,000 บาท ปรากฎว่าในรอบปี บริษัทมีรายละเอียดงบกำไรขาดทุนดังนี้ ( หน่วย : บาท )
    • รายได้
    • รายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน 50,000,000
    • รายได้จากการตกแต่งบ้าน 10,000,000
    • เงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจาก 2,000,000
    • บ . จดทะเบียนตามกฎหมายไทย 62,000,000
  • 41.
    • รายจ่าย
    • เงินเดือนและโบนัส 30,000,000
    • ค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงาน 500,000
    • ( มูลค่าทุน 10,000,000)
    • ค่าเสื่อมราคารถเบนซ์ประจำตำแหน่ง 1,600,000
    • ( ซื้อมา 1 ต . ค . 44 มูลค่า 8,000,000)
    • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 400,000
    • ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 400,000
    • เบี้ยปรับเงินเพิ่มคาปรับอาญาภาษีมูลค่าเพิ่ม 200,000
    • ค่ารับรอง 500,000 ค่าบริจาคมูลนิธิสายใจไทย 500,000
    • ค่าบริจาคมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 500,000
    • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ( ถูกต้องตามหลักบัญชีภาษี )10,000,000 44,600,000
    • กำไรสุทธิตามหลัการบัญชี 17,400,000
  • 42.
    • วิธีการปรับปรุงกำไรสุทธิ
    • กำไรสุทธิตามหลักการบัญชี 17,400,000
    • รายการปรับปรุง
    • บวก 1. ค่าเสื่อมราคารถนั่งประจำตำแหน่ง หักเกิน
    • (1,600,000 – 50,000) = 1,550,000
    • 2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ( รายจ่ายต้องห้าม ) 400,000
    • 3. เบี้ยปรับเงินเพิ่มทางอาญาภาษีมูลค่าเพิ่ม 200,000
    • ( รายจ่ายต้องห้าม )
    • 4. ค่ารับรอง ( หักเกิน 500,000 – 183,000) 317,000
    • 5. ค่าบริจาคสายใจไทย ( บวกกลับก่อน ) 500,000
    • 6. ค่าบริจาค ม . กรุงเทพ ( บวกกลับก่อน ) 500,000
    • 3,467,000
    • คงเหลือ 20,867,000
  • 43.
    • หัก เงินปันผล 1,000,000
    • ขาดทุนสุทธิไม่เกิน 5 รอบบัญชี 500,000
    • 1,500,000
    • กำไรสุทธิก่อนหักงินบริจาค 19,367,000
    • หัก เงินบริจาคสายใจไทย 2/104*19,367,000 372,442.31
    • หัก เงินบริจาคเพื่อการศึกษา 2/104*19,367,000 372,442.31
    • 744,884.62
    • คงเหลือกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร 18,622,115.38
    • ภาษีเงินได้นิติบุคคล 30% * 18,622,115.38 = 5,586,634.61
    • บริษัทต้องชำระภาษี 5,586,634 ( เศษสตางค์ได้รับการยกเว้น )
  • 44. การจัดทำงบดุล และ บ / ช กำไรขาดทุน
    • 1.  หหส . จดทะเบียน บ . จำกัด นิติบุคคลตาม กม . ตปท . ต้องจัดทำตามกฎกระทรวง 2/29 และให้ผู้ตรวจสอบ บ / ช รับรอง
    • 2.  หหส . จดทะเบียน นิติบุคคล ตปท . ต้องส่งภายใน 5 ด . นับจากปิด บ / ช ต่อ สนง . กลาง บ / ช . , สนง . บ / ช
    • 3.  บริษัทจำกัด ส่งต่อ สนง . ทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทใน 1 ด . หลังจากงบดุลและ งบ กำไรขาดทุนได้รับการรับรองจากที่ประชุมใหญ่
    •  
    • ( ปกติประชุมใหญ่ใน 4 ด . จากวันปิด บ / ช )
  • 45. การเก็บรักษาเอกสาร
    • 1)  เก็บ ณ สถานประกอบธุรกิจ 10 ปี (5 ปีขอทำลายได้ )
    • 2)  เก็บที่อื่นต้องแจ้งกรมสรรพากร
    • 3)  บ / ช สูญหาย เสียหายต้องแจ้งใน 15 วัน
  • 46. การเลิกกิจการ
    • 1)   บุคคลธรรมดา หหส . มิได้จดทะเบียน หรือนิติบุคคล ตปท . ต้องแจ้งใน 90 วัน
    • 2)   หหส . จดทะเบียน , บ . จำกัดต้องแจ้งใน 14 วันจากวันประชุมเสร็จการชำระ บ / ช
    • 3)  กรณี 1,2 ต้องส่งมอบ บ / ช เอกสารหลักฐานด้วย
  • 47. การลงรายการใน บ / ช
    • 1)   ภาษาไทย , ถ้าเป็นภาษา ตปท . ต้องมีภาษาไทยกำกับ
    • 2)   เขียนด้วยหมึก ตีพิมพ์ ดีดพิมพ์
    • 3)   ลงด้วยเครื่อง ต้องส่งคำแปลรหัสภาษาไทย
    • 4)   ข้อความครบถ้วนตามที่กำหนด
  • 48. ระยะเวลาจัดทำ
    • 1) บ / ช เงินสด บ / ช รายวันใน 7 วันจากวันที่เกิดแต่ถ้าลงด้วยเครื่องจักร ใน 15 วัน จากวันสิ้นเดือนที่เกิดรายการ
    • 2)  บ / ช แยกประเภท บ / ช ส / ค ในครอบครอง ใน 15 วัน จากวันสิ้นเดือน
    • 3)  บ / ช ทุกประเภท ทุกชนิด ( ยกเว้น บ / ช รายวัน ) ลงรายการยอดคงเหลือ ณ วันปิด บ / ช แต่ละงวดภายใน 30 วันนับจากวันปิด บ / ช
  • 49. การปิด บัญชี
    • 1)  ครั้งแรกใน 12 เดือน ต่อไปต้อง 12 เดือนใดๆ
    • 2) เปลี่ยนรอบ บ / ช ได้โดยขอต่อสารวัตร บ / ช และต้องแจ้งกรมสรรพากร
  • 50. รายการในบัญชี
    • 1.  ลำดับหน้าและเล่มใช้เลขไทย อารบิค หรือภาษาไทย
    • 2. ปก ต้องมีชื่อนิติบุคคล หรือชื่อการค้าของบุคคล , ชนิดของ บ / ช , ลำดับเล่ม
    • 3.   บ / ช เงินสดต้องมี วดป . เลขที่ใบสำคัญการได้มาจ่ายไปเงินสด เงินฝาก
    • 4.  บ / ช รายวันซื้อ - ขาย วดป . ชนิด ประเภท จำนวน ราคา
    • 5. บ / ช รายวันอื่น ๆ ทั่วไป วดป . รายการ จำนวนเงิน
  • 51.
    • 6.   บ / ช ลูกหนี้ เจ้าหนี้ วดป . ชื่อลูกหนี้ เจ้าหนี้ รายการ
    • 7.  บ / ช แยกประเภททรัพย์สิน , รายได้ , รายจ่าย ชื่อ บ / ช วดป . รายการ
    • 8.  บ / ช สินค้าในครอบครอง ชื่อ ส / ค วดป . รายการได้มาจ่ายไป
    • 9. บทลงโทษ ปรับ 2,000 บาท และปรับวันละ 50 บาท จนกว่าจะถูกต้อง
  • 52. การตีราคาทรัพย์สินวันเลิกหรือควบเข้ากัน ม .74 (1)
    • เลิก ใช้ราคาตลาด
    • ควบ ใช้ราคาตลาดในวันควบเข้ากันแต่ไม่ถือเป็นรายได้ หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของนิติบุคคลเดิม สำหรับนิติบุคคลใหม่ใช้ราคาในบัญชีนิติบุคคลเดิม ในการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิจนกว่าจำหน่ายไป
    • - การหักค่าสึกหรอให้ใช้ตามนิติบุคคลเดิมเท่าที่ระยะเวลา , มูลค่าต้นทุนเหลืออยู่
    • - ห้ามนำผลขาดทุนนิติบุคคลเดิม มาถือเป็นรายจ่ายจ่ายนิติบุคคลใหม่
  • 53.
    • การคำนวณค่า , ราคา เงินตรา ทรัพย์สิน หนี้สิน ซึ่งมีค่า , ราคา เป็นเงินตรา ตปท . ที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เป็นเงินตามไทย ม .65 ทวิ (5)
    • -    ธนาคารพาณิชย์ , สถาบันการเงิน ใช้อัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขาย ของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
    • อื่น ๆ เงินตรา ทรัพย์สิน ใช้อัตราถั่วเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ หนี้สินใช้อัตราถั่วเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ขาย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้
  • 54. การตีราคาสินค้าคงเหลือวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ม .65 ทวิ (6)
    • -  คำนวณตามราคาทุน หรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า และถือเป็นราคาสินค้าคงเหลือ ยกมารอบ บ / ช ใหม่
    • -  การคำนวณราคาสินค้าคงเหลือตามราคาทุนใช้หลักเกณฑ์ทางบัญชีอย่างไร (FIFO , LIFO WEIGHIED AVERAHE) ก็ให้ใช้หลักนั้นตลอด เว้นแต่อธิบดีอนุมัติให้เปลี่ยนหลักเกณฑ์
  • 55. การบันทึกราคาทรัพย์สิน 65 ทวิ (3)
    • -    ใช้ราคาที่พึงซื้อได้ตามปกติ คือ ต้นทุน
    • -     รายจ่ายเกี่ยวกับต้นทุนจริง ๆ ก็ต้องบันทึกเป็นราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดหา ติดตั้ง
    • -     มีส่วนลดก็ต้องหักออกก่อน
    • -    การตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ( เมื่อขายกิจการ รวมกิจการ ออกหุ้นเพิ่มเติม รับหุ้นส่วนใหญ่ ฯลฯ ) ทำได้ แต่ห้ามนำมาเป็นรายได้ หรือนำมาใช้ในการหักรายจ่าย ค่าสึกหรอ ค่าเสื่อมราคา เพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิ จนกว่าจะได้มีการจำหน่าย
    • เพื่อป้องกันตีราคาเพิ่มแล้วมีกำไรสุทธิสูงไปจ่ายปันผล ทั้งที่ยังไม่มีกำไรจริงจนกว่าจะจำหน่าย
  • 56. การได้มาซึ่งทรัพย์สิน
    • -  ปย . การหักค่าสึกหรอ ค่าเสื่อมราคา จะคำนวณตามส่วนเฉลี่ย แห่งระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินมา
    • -  ซื้อหรือว่าจ้าง จะถือวันที่สามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น ไม่ว่าจะใช้หรือยัง
    • - เช่าซื้อ ทรัพย์สินประเภทสิทธิ ถือวันที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ตามสัญญา
    • - ทรัพย์สินก่อนตั้งบริษัท เมื่อจดเป็นนิติบุคคลและให้สัตยาบันแล้ว จะถือวันแรกที่เริ่มตั้งบริษัท
  • 57. การตีราคาทรัพย์สิน
    • ม .65 ทวี (6) การตีราคาสินค้าคงเหลือ
    • ม .65 ทวิ (3) การตีราคาทรัพย์สินอื่นนอกจาก ม .65 ทวิ (6)
    • ม .65 ทวิ (5) การตีราคา เงินตรา ทรัพย์สิน หนี้สิน ที่มีค่าเป็นเงินตามต่างประเทศ
    • ม .74 (1) การตีราคาทรัพย์สินวันเลิกกิจการ
    • หมายเหตุ
    • ควรดู 65 ทวิ (2) (4) (9) และ ประกาศฯ 29 ประกอบด้วย
  • 58. เงื่อนไขเกี่ยวกับรายจ่าย
    • ม .65 ทวิ (1) รายจ่ายต้องห้าม = 65 ตรี (1) – (20)
    • ม .65 ทวิ (2) การหักค่าสึกหรอค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน
    • ม .65 ทวิ (7) การคำนวณราคาทุนสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
    • ม .65 ทวิ (8) ราคาทุนของสินค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
    • ม .65 ทวิ (9) การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้
  • 59. เงื่อนไขเกี่ยวกับรายได้
    • ม .65 ทวิ (4) โอน ให้บริการ ให้กู้ยืมต่ำกว่าราคาตลาด โดย ไม่มีเหตุผลสมควร
    • ม .65 ทวิ (10) เงินปันผลที่บริษัทตั้งตามกฎหมายไทยได้รับ
    • ม .65 ทวิ (11) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ตาม กฎหมายปิโตรเลียม
    • ม .65 ทวิ (12) เงินปันผลที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายตามกฎหมาย ปิโตรเลียม
    • ม .70 ตรี รายได้ตามที่กฎหมายกำหนด
  • 60. ภาษีมูลค่าเพิ่ม Value Add ed Tax
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีทางอ้อมที่จัดเก็บจากฐานการบริโภค เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 โดยนำมาใช้แทนภาษีการค้า ซึ่งถูกยกเลิกไปเพราะไม่สอดคล้องกับภาวะการณ์ปัจจุบัน
    • ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คือบุคคลใดๆที่ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการในทางธุรกิจหรือเป็นอาชีพในราชอาณาจักร
    • การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม คำนวณจากยอดมูลค่าสินค้าหรือบริการก่อนหักรายจ่ายใดๆ โดยมีเพียงอัตราเดียว คือ 7 % ผู้นำภาษีส่งกรมสรรพากร จะต้องนำส่ง VAT = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ
    • ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องชำระภาษีเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนภาษีถัดไป ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ . พ .30 รายเดือนเพื่อเสียภาษี และต้องจัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามที่กำหนด ผู้ฝ่าฝืนจะถูกประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
  • 61. ภาษีมูลค่าเพิ่ม : และความหมาย
    • ภาษีที่จัดเก็บจากการบริโภค (tax on consume) ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax)
    • ( ผู้เสียภาษีและผู้รับภาระภาษีเป็นคนละคนกัน )
    • ภาษีที่จัดเก็บจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการในส่วนที่เพิ่มขึ้นในราชอาณาจักร (MULTIPLE STAGE)
    • - ในระดับผู้ประกอบการแต่ละคน
    • - ในระดับผู้บริโภคทั้งมวล ( ประเทศ )
    • ภาษีที่จัดเก็บตามหลักปลายทาง ( Destination)
    • - จัดเก็บจากการนำเข้า
    • - หาทางขจัดภาระภาษีสำหรับการส่งออก ( ให้อัตราศูนย์ : ZERO RATING)
    • ให้ความสำคัญกับเอกสารหลักฐาน (PAPER SYSTEM)
  • 62. เหตุผลและความจำเป็นในการใช้ VAT
    • การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศ
    • เดิม “ ผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้า ” ใหม่ “ ผลิตเพื่อการส่งออก ”
    • ระบบภาษีการค้าไม่สอดคล้องกับนโยบาย ( ใหม่ )
    • 1. ซ้ำซ้อน 2. หลายอัตรา
    • 3. มีปัญหาในการตีความ 4. ไม่ส่งเสริมการลงทุน
    • 5. ไม่ส่งเสริมการส่งออก
    • ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ขจัดปัญหา ดังกล่าวได้
    • 1. ขจัดความซ้ำซ้อน
    • 2. อัตราเดียว 3. ขจัดปัญหาการตีความและการบิดเบือน
    • 4. ส่งเสริมการลงทุนและการส่งออก
    • 5. มีกลไกขจัดความไม่เป็นธรรมคือมีระบบเอกสาร , หลักฐานเช่นใบกำกับภาษี
  • 63. ภาษีการค้า : การเปลี่ยนแปลงสู่ VAT และ SBT
    • ประเภทการค้า VAT SBT
    • การขายของ การขายสินค้าและการนำเข้า
    • โรงสีและโรงเลื่อย ค้าหลักทรัพย์
    • รับจ้างทำของ การให้บริการ
    • ให้เช่า ( สังหาริมทรัพย์ ) การให้บริการ
    • คลังสินค้า การให้บริการ
    • โรงแรมและภัตตาคาร การให้บริการ
    • การขนส่ง การให้บริการ
    • โรงรับจำนำ
    • นายหน้าและตัวแทน การให้บริการ
    • ค้าอสังหาริมทรัพย์
    • ธนาคาร , ประกันภัย
    • มหรสพ
  • 64. โครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • กิจกรรมที่ต้องเสียภาษี ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ผู้รับภาระภาษี
    • การขายสินค้า , การส่งออก ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค
    • การให้บริการ ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค
    • การนำเข้า ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค
    • ผู้บริโภค ตนเอง
    •   ต้องเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร ( ทุกทอด ) MULTIPLE STAGE SALES TAX
  • 65. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ผู้ประกอบการ
    • - บุคคลใดๆ บุคคลธรรมดา คณะบุคคล นิติบุคคล รัฐวิสาหกิจ ( ม .77/1)
    • - ขายสินค้า ( ม .77/1(8) / ให้บริการ ( ม .77/1(10) ( ไม่ว่าทอดใดๆ )
    • - ในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ( มุ่งค้าหากำไร )
    • - ในราชอาณาจักร
    • ผู้นำเข้า ( ม .77/1(12))
    • - ผู้ประกอบการ ที่นำเข้ามาขายต่อหรือนำเข้าเพื่อผลิตและขายต่อ
    • - บุคคลอื่น ที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการบริโภคเอง
    • ผู้ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี
  • 66. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ม .81)
    • ก . การขายพืชผลทางการเกษตร
    • ข . การขายสัตว์
    • ค . การขายปุ๋ย
    • ง . การขายปลาป่น อาหารสัตว์
    • จ . การขายยา หรือเคมีภัณฑ์สำหรับพืชหรือสัตว์
    • ฉ . การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำรา
    • ช . การให้บริการการศึกษา ฯลฯ
  • 67. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ซ . การให้บริการที่เป็นงานทางศิลป์ วัฒนธรรม
    • ฌ . การให้บริการประกอบโรคศิลป์ , การสอบบัญชีและการว่าความ
    • ญ . การให้บริการรักษาพยาบาล ทั้งเอกชนและรัฐบาล
    • ฎ . การให้บริการวิจัยหรือบริการทางวิชาการ
    • ฎ . การให้บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์
    • ฐ . การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน
    • ฑ . การให้บริการจัดแข่งกีฬาสมัครเล่น
    • ฒ . การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ
  • 68. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ณ . การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ
    • ด . การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เฉพาะทางบก
    • ต . การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    • ถ . ………….…….. ท …………… . ธ ……………… น ……………… ..
    • รวมถึงผู้ประกอบการที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 1,200,000 บาทต่อปี
  • 69. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ยังรวมไปถึงการยกเว้นตาม พรก . เช่น
    • การขายบุหรี่ การขายสลากกินแบ่ง สลากออมสิน สลากกาชาด การแสตมป์ ไปรษณีย์ อากรแสตมป์ การให้บริการสีข้าว การนำเข้ากรดซัลฟิวริก กรดฟอสฟอริก แอมโมเนีย ฯลฯ ที่นำเข้ามาเพื่อผลิต หรือผสมเป็นปุ๋ย
    • การนำเข้า เพชร พลอย อัญมณี ที่ใช้ในการผลิตเป็นเครื่องประดับ เพื่อส่งออก
    • การนำสินค้าเข้าไปในเขต EPZ ที่ได้รับการยกเว้น ตามกม . BOI
    • การนำเข้าและส่งออกไปต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ของกรมศุล
  • 70. ขาย ( ม .77/1(8))
    • ความหมาย : จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง
    • ( ก )    สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า ( ส่งมอบแล้วแต่กรรมสิทธิ์ยังไม่โอน ) สัญญาจะขาย สินค้า
    • ( ข )    ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย ( ฝากขาย )
    • ( ค )    นำสินค้าไปใช้ไม่วาประการใด ๆ ( เว้นแต่การนำไปใช้เพื่อการประกอบกิจการ ของตนเองโดยตรง )
    • ( ง )     มีสินค้าขาดจากรายงานและวัตถุดิบ
    • ( จ )    มีสินค้าคงเหลือ / ทรัพย์สิน ณ วันเลิกประกอบกิจการ ( เว้นแต่กรณีควบเข้า กันหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กันของผู้ประกอบการ FULL VAT)
    • ( ฉ )    ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ( ช )     กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  • 71. บริการ ( ม .77/1(10))
    • ความหมาย : การกระทำใดๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า รวมทั้งการให้บริการของตนเองไม่ว่าประการใดๆ แต่ไม่รวมถึง
    • ( ก )   การใช้บริการ / การนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรง
    • ( ข )   การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคาร / ซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์
    • นำเข้า ( ม .77/1(12))
    • ความหมาย : นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร รวมทั้งการนำสินค้าที่ต้องเสียหรือได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมาย่ว่าด้วยศุลกากรออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออก (EXPORT PROCESSING ZONE) EPZ. โดยมิใช่เพื่อส่งออกด้วย
  • 72. ส่งออก ( ม .77/1(14))
    • ความหมาย : ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง
    • ( ก )    การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขต EPZ เฉพาะสินค้าที่ต้องเสีย หรือได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
    • ( ข )    การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ที่ขาย ให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ร้าน DUTY FREE ในสนามบินดอนเมือง
  • 73. ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (TAX POINT) ( ม .78)
    • สำหรับการขายสินค้า
    • TAX POINT เกิดเมื่อ
    • 1. กรณีขายเสร็จเด็ดขาด ขายสด ขายเชื่อ ถือหลักส่งมอบสินค้า
    • 2. กรณีให้เช่าซื้อ ขายผ่อน ตามงวดที่ถึงกำหนดชำระ
    • 3. กรณีฝากขาย ( เฉพาะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ) เมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ 4. กรณีขายกระแสไฟฟ้า , น้ำประปา เมื่อได้รับชำระราคา
    • เว้นเสียแต่ หากออกใบกำกับภาษี / รับชำระราคาแล้วแต่กรณีก่อน ให้ความรับผิดเกิดขึ้นทันที ( ตามส่วนที่ทำ )
    • 5. กรณีส่งออก เมื่อผ่านการทางพิธีศุลกากร
    • 6. กรณีรับโอนสินค้าอัตรา 0 % เมื่อโอนกรรมสิทธิ์
    • 7. กรณีขายด้วยเครื่อง / ใช้บัตร เมื่อตรวจนับจำนวนเงิน
  • 74. TAX POINT ( สำหรับการให้บริการ ) ( ม .78/1)
    • กรณีการให้บริการที่แล้วเสร็จในงวดเดียว
    • เมื่อได้รับชำระค่าบริการ (CASH BASIS)
    • กรณีกำหนดค่าตอบแทนตามส่วนบริการที่ทำ
    • เมื่อได้รับชำระค่าบริการตามส่วนที่จ่ายเงินตามส่วนของตามส่วนที่จ่ายเงิน
    • ข้อยกเว้น หากมีการออกใบกำกับภาษีก่อนรับชำระเงินก็ให้ความรับผิดเกิดขึ้นทันที ( ตามส่วนที่รับชำระ )
    • กรณีการให้บริการที่ทำใน ตปทและได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศ
    • เมื่อมีการชำระค่าบริการตามส่วนที่ชำระ ) โดยให้ผู้จ่ายเงินนำส่ง VAT
    • กรณีรับโอนบริการอัตรา 0%
    • เมื่อรับโอนสิทธิในบริการโดยให้ผู้รับโอนนำส่ง VAT
  • 75. Tax Point สำหรับการนำเข้า ( ม .78/2)
    • TAX POINT เกิดเมื่อ
    • กรณีนำเข้าโดยทั่วไป เมื่อชำระอากรขาเข้า , วางหลักประกัน , จัด ให้มีผู้ค้ำประกัน , ออกใบขนสินค้า หรือ อาจเรียกว่าเมื่อผ่านพิธีการทางศุลกากร
    • กรณีนำสินค้าจากเขต EPZ เข้ามาในราชอาณาจักร
    • วันที่นำสินค้าเข้ามา และผ่านพิธีการทาง ศุลกากร
    • กรณีของตกค้างตาม กม . ศุลกากร เมื่อกรมศุลกากรได้ขายทอดตลาดและได้ ออกใบเสร็จค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • 76. TAX POINT เกิดแล้วต้องทำอะไรบ้าง
    • สรุป TAX POINT เกิดเมื่อ ขาย - ส่งมอบ , ชำระราคา
    • บริการ - ชำระราคา
    • นำเข้า – ผ่านพิธีการทางศุลกากร
    • หรือ ออกใบกำกับภาษีก่อน ชำระราคาก่อน
    • TAX POINT เกิดแล้วต้องทำอะไร
    • 1.  เรียกเก็บ 7 % จากลูกค้า
    • 2. ออกใบกำกับภาษี
    • 3. นำ 7% ส่งกรมสรรพากรภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป
    • 7% เรียกเก็บคำนวณอย่างไร
    • - ฐานภาษี
    • - อัตราภาษี 7 % 0 %
  • 77. ฐานภาษี (TAX BASE) ( ม .79) สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ( ในราชอาณาจักร )
    • ได้แก่มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพีงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ ซี่งก็คือราคาของสินค้านั้นเอง รวมทั้งภาษีสรรพสามิตด้วย ( ไม่ว่าจะเป็นเงินทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือประโยชน์ใด ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน )
    • สำหรับการนำเข้าสินค้า ( ม .79/2)
    • ได้แก่มูลค่าของสินค้านำเข้า ( ราคา C.I.F. บวกอากรขาเข้า ( ภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมาย BOI)
    • สำหรับการส่งออก ( ม .79/1) ได้แก่มูลค่าของสินค้าส่งออก ( ราคา F.O.B.)
  • 78. รายการที่ไม่รวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี ( ม .79(1)-(4))
    • ส่วนลด / ค่าลดหล่อนที่ลดให้ขณะขายสินค้า / ให้บริการ ( ส่วนลดการค้า TRADE DISCOUNT) ที่ได้แสดงให้เห็นไว้ชัดแจ้งในใบกำกับภาษี เต็มรูป (TAX INVOICE) เว้นแต่กรณีการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจะไม่แสดงส่วนลด / ค่าลดหย่อนดังกล่าวไว้ในใบกำกับภาษีอย่างย่อก็ได้
    • ค่าชดเชย / เงินอุดหนุนตามที่อธิบดีกำหนดฯ
    • ภาษีขาย
    • กรณีของแจกของแถมของชิงโชคของชิงรางวัล กรณีของแจกถ้าหากว่ามูลค่าของของที่แจกน้อยกว่าหรือเท่ากับมูลค่าของของที่ขายให้คิด VAT จากราคาของที่ขายเท่านั้น
    • กรณีของชิงรางวัลถ้าหากว่ามูลค่าของของที่ชิงรางวัลรวมกันน้อยกว่าหรือเท่ากับมูลค่าของของที่ขายให้คิด VAT จากราคาของที่ขายเท่านั้น
  • 79. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ม .80)
    • โดยปรกติแล้วกฎหมายกำหนดให้มีเพียงอัตราเดียวคือ 10% ( แบ่งเป็นภาษีสรรพากร 9% และภาษีพื่อท้องถิ่น 1% ) แต่ได้มีการลดอัตราลงมาเหลือ 7 % แบ่งเป็นภาษีสรรพากร 6.3% และภาษีท้องถิ่น อีก 0.7% จะเท่ากับ 7% โดยกฎหมายกำหนดให้เป็น 7% ตั้งแต่แรกคือ 1 มกราคม 2535 แต่ต่อมา ช่วง 16 สิงหาคม 2540 ถึง 31 มีนาคม 2542 เพิ่มอัตรา เป็น 10% คือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม 9% ภาษีท้องถิ่น 1% และ 1 เมย .2542 ลดเหลือ 7%
    • อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% นี้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT
  • 80. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 0% ( ม .80/1)
    • ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ที่ขายสินค้าหรือให้บริการดังต่อไปนี้
    • การส่งออกสินค้า
    • การขายสินค้าหรือให้บริการแก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือระหว่างประเทศ
    • การขายสินค้าหรือให้บริการ กับองค์การสหประชาติ , สถานทูต , สถานกงศุล
    • การขายสินค้าหรือให้บริการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือ ผู้ประกอบการ EPZ ด้วยกันหรือระหว่างกัน
    • การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยาน หรือเรือเดินทะเล
  • 81. การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ม .82/3)
    • VAT แบบเต็มรูป (FULL VAT) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องนำส่งภาษี
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ
    • ภาษีขาย = ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7 % ของราคาสินค้าหรือบริการที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ( อัตรา 0 % สำหรับการส่งออก ) ( ภาษีขายไม่ใช่รายได้ )
    • ภาษีซื้อ = ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7 % ของราคาสินค้าหรือบริการที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้จ่ายหรือพึงต้องจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่นเมื่อซื้อสินค้าหรือรับบริการหรือที่ได้จ่ายให้แก่ทางราชการเมื่อนำเข้า รับโอนสินค้าหรือบริการอัตราศูนย์ หรือที่นำส่งเมื่อจ่ายค่าบริการจากต่างประเทศและต้องไม่ใช่ภาษีซื้อต้องห้าม ( ภาษีซื้อไม่ใช่รายจ่าย )
  • 82. การคำนวณภาษี VAT ขณะที่ซื้อหรือขายสินค้ามี 2 กรณี
    • 1. กรณีแยกนอก External Rate คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากราคาสินค้าเช่น ราคาสินค้า 1,000 บาท VAT 7% = 70 บาท ต้องจ่ายรวม 1070 บาท
    • 2. กรณีรวมใน Inclusive Rate คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ราคาสินค้าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว เช่น ราคาสินค้า 1,000 บาท ( และราคานี้ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ) จะแยกเป็น ราคาสินค้า 934.58 และเป็น VAT 7% = 65.42 บาท ซึ่งคิดจาก 1,000x7/107 = 65.42 กรณีนี้จ่ายเพียง 1000 บาท
  • 83. “ ภาษีซื้อ” ที่ไม่ให้นำไปเครดิต ( ม .82/5)
    • กรณีไม่มี / ไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีซื้อได้เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร
    • ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้อง / ไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
    • ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ภาษีซื้อสำหรับค่ารับรอง
    • ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี
    • ภาษีซื้อสำหรับรถยนต์นั่ง / รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ดั่งกล่าว
    • ภาษีซื้อที่ได้จากใบกำกับภาษีอย่างย่อ
  • 84. สิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนเต็มรูปแบบ
    • สิทธิ
    • มีสิทธิออกใบกำกับภาษี TAX INVOICE
    • มีสิทธิเรียกเก็บภาษีขาย (7%)
    • มีสิทธินำภาษีซื้อไปเครดิตออกจากภาษีขาย
    • ได้สิทธิอัตรา VAT 0% (ZERO RATING) สำหรับภาษีขายตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • 85. สิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนเต็มรูปแบบ
    • หน้าที่
    • ต้องเรียกเก็บใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ซื้อสินค้าหรือบริการ หรือทุกครั้งที่ Tax point เกิดขึ้นเพื่อในไปเป็นหลักฐานในการขอ เครดิตภาษีซื้อ
    • ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือบริการ หรือทุกครั้งที่ Tax point เกิดขึ้นเพื่อในไปเป็นหลักฐานในการชำระภาษีขาย
    • ต้องจัดทำหลักฐานและเอกสารตามที่ กฎหมายกำหนด เช่น รายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย รายงานสินค้าและวัตถุดิบ
    • ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ เป็นรายเดือน โดยยื่นแบบ ภ . พ .30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • 86. การขอคืนภาษีซื้อในส่วนที่เกินจากภาษีขาย ( ม .84)
    • สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายอันเนื่องมาจาก
    • ขายสินค้า / ให้บริการอัตราศูนย์ ( ภาษีขาย 0%)
    • ลงทุนในสินค้าทุน , เครื่องมือ / สินค้าคงคลังจำนวนมากหรือสร้างโรงงาน
    • ขายสินค้า / ให้บริการต่ำกว่าทุน
    • ได้รับเครดิตภาษีในช่วงเปลี่ยนแปลง
    • ยื่นแบบแสดงรายการ ภพ .30 ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไว้สูงเกินไป
    • มีภาษีซื้อที่ยังมิได้นำมารวมคำนวณ
  • 87. การขอคืน VAT
    • การขอคืนเป็นเงินสด สำหรับทุกกรณีโดยการยื่นแบบภพ .30 หรือ ค .10 ภายใน 3 ปี
    • การขอคืนเป็นเครดิต เฉพาะกรณียื่น ภพ .30
    • ให้นำไปเครดิตในการยื่น ภพ .30 เดือนภาษีถัดไปเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ข้ามเดือนภาษีหากยังเหลืออยู่ให้ยกไปเป็นเครดิตสำหรับเดือนภาษีต่อๆไป หรือจะขอคืนเป็นเงินสดก็ได้
  • 88. การจัดเก็บใบกำกับภาษี ( ซื้อ ) ( ม .87/3)
    • แยกต่างหากจากหลักฐานอื่น
    • ต้องเป็นใบกำกับภาษีต้นฉบับ / ใบแทนใบกำกับภาษี
    • จัดเรียงลำดับตามวัน เดือน ปี ของใบกำกับภาษี
    • ให้เลขลำดับเลขที่ของใบกำกับขึ้นใหม่
    • บันทึกรายการลงในรายงานภาษีซื้อให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ
    • จัดเก็บรักษาไว้ ณ สถานประกอบการเพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • 89. ใบกำกับภาษี TAX INVOICE ( ม .86)
    • เอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจัดทำและส่งมอบให้กับลูกค้าทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ หรือทุกครั้งที่ TAX POINT เกิดขึ้น ต้องจัดทำรายงานอย่างน้อย 2 ฉบับ ฉบับตัวจริงต้องส่งมอบให้ลูกค้าเพื่อนำไปเป็นหลักฐานภาษีซื้อ ฉบับตัวสำเนาเก็บรักษาไว้ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานภาษีขาย และต้องมีข้อความอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนดใบกำกับภาษีมี 3 ชนิด คือ
    • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
    • ใบกำกับภาษีอย่างย่อ
    • ใบกำกับภาษีชนิดอื่นตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ทางราชการออกให้
    • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
    • ผู้ที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบก็คือผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั่วไปที่ขายสินค่าหรือให้บริการ
  • 90.  
  • 91.  
  • 92. โดยต้องมีสาระสำคัญอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ( ม .86/4)
    • คำว่า “ ใบกำกับภาษี “ TAX INVOICE
    • ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษี ( ต้องเต็มรูป )
    • ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ
    • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษี
    • หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและลำดับเล่ม ( ถ้ามี )
    • ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
    • จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บ ให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการอย่างชัดแจ้ง
    • วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
    • ข้อความอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
  • 93. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ( ม .86/6)
    • ผู้ที่มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ก็คือผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ประกอบการในลักษณะขายปลีก หรือการให้บริการในลักษณะบริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมากซึ่งเป็นกิจการค้าปลีกมีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ และหากจะใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินออกใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องขออนุมัติกับกรมสรรพากรก่อน
    • ส่วนการขายปลีก เป็นการขายให้กับผู้ซื้อที่จะนำไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ขายในปริมาณพอสมควรที่ไปบริโภคหรืออุปโภคไม่ได้นำไปขายต่อหรือผลิตเพื่อขายต่อ เช่น กิจการแผงลอย ขายของชำ ขายยา ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ
    • กิจการให้บริการรายย่อยกับบุคคลจำนวนมาก เช่น กิจการภัตตาคาร กิจการโรงแรม กิจการซ่อมแซมทุกชนิด โรงภาพยนต์ ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ
  • 94. ใบกำกับภาษีอย่างย่อมี 2 ประเภทคือ
    • ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกด้วยมือ
    • ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกด้วยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน (CASH REGISTER) หรือเครื่องคอมพิวเตอร์
  • 95.  
  • 96.  
  • 97. ใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมีสาระสำคัญอย่างน้อยดังนี้
    • คำว่า “ ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” TAX INVOICE (ABB)
    • ชื่อที่อยู่ของผู้ออกใบกำกับภาษี ( เต็มรูป ก็ได้ ย่อก็ได้ โลโก้ก็ได้ )
    • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
    • หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และลำดับของเล่ม ( ถ้ามี )
    • วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
    • ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า หรือบริการ ( เต็มรูป ก็ได้ ย่อก็ได้ โลโก้ก็ได้ )
    • ราคาสินค้า หรือบริการ ต้องมีข้อความระบุว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว (VAT INCLUDED)
    • โดยปกติผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือบริการ แต่มีบางกรณีที่อาจจะไม่ต้องออกใบกำกับภาษีก็ได้
  • 98. ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT อาจจะไม่ต้องออกใบกำกับภาษีก็ได้ ถ้าอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้
    • ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขายสินค้าในลักษณะขายปลีก หรือให้บริการรายย่อยกับบุคคลจำนวนมาก
    • ยอดขายสินค้าหรือให้บริการในแต่ละครั้งต้องไม่เกิน 500 บาท
    • ยอดขายในแต่ละเดือนต้องไม่ถึง 100,000 บาท
    • ลูกค้าไม่ร้องขอใบกำกับภาษี
    • เมื่อสิ้นวันทำการต้องนำเอารายการที่ไม่ได้ออกใบกำกับภาษีมารวมกันและรวมยอดเป็นฉบับเดียว
  • 99. นอกไปจากนี้ยังยกเว้นเป็นกรณีพิเศษให้กับกิจการพิเศษ ที่ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้า หรือ บริการเช่น
    • การให้บริการพิเศษของการทางพิเศษ
    • การให้บริการโทรศัพท์ทางไกลสาธารณะ
    • การให้บริการสนามบินของบริษัทการบินกรุงเทพ
    • การให้บริการของสถานบริการน้ำมัน ซึ่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร โดยเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากหัวมิเตอร์จ่ายน้ำมัน
  • 100. ใบเพิ่มหนี้ ( ม .86/9)
    • กรณีผู้ประกอบการได้ขายสินค้าหรือบริการ และไม่มีการนำส่งภาษีขายไปแล้ว ต่อมาพบว่ามีการเพิ่มราคาสินค้าที่ขาย อาจจะเกิดจากการคำนวณราคาผิดพลาดคำนวณราคาต่ำกว่าราคาจริง ซึ่งทำให้ VAT ขายพลาดไปด้วย ต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อถือเป็นใบกำกับภาษีนำไปเป็นภาษีซื้อส่วนผู้ขายถือเป็นภาษีขาย
    • ใบเพิ่มหนี้มีสาระสำคัญ อย่างน้อยต่อไปนี้
    • คำว่า “ใบเพิ่มหนี้”
    • ชื่อที่อยู่ของผู้ขาย
    • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
    • ชื่อที่อยู่ผู้ซื้อ
    • วัน เดือน ปี ที่ออกใบเพิ่มหนี้
    • หมายเลข ลำดับเดิมของใบกำกับภาษีเดิม แสดงมูลค่าของสินค้าเดิม มูลค่าที่ถูกต้องและผลต่างของจำนวนที่เพิ่มขึ้น
    • อธิบายสาเหตุของการออกใบเพิ่มหนี้
  • 101. ใบลดหนี้ ( ม .86/10)
    • กรณีผู้ประกอบการได้ขายสินค้าหรือบริการ และได้มีการนำส่งภาษีขายไปแล้ว ต่อมาพบว่ามีการลดราคาสินค้าที่ขาย อาจจะเกิดจากการคำนวณราคาผิดพลาดคำนวณราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งทำให้ VAT ขายพลาดไปด้วย ผู้ขายต้องออกใบลดหนี้ให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อถือเป็นใบกำกับภาษี โดยผู้ซื่อนำไปหักออกจากภาษีซื้อ ส่วนผู้ขายนำมาหักออกจากภาษีขาย
    • สาระสำคัญของใบลดหนี้
    • คำว่า ใบลดหนี้
    • ซื่อที่อยู่ผู้ขาย
    • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
    • ชื่อ ที่อยู่ผู้ซื้อ
    • วัน เดือน ปี ที่ออกใบลดหนี้
    • หมายเลขลำดับเดิมของใบกำกับภาษีเดิม แสดงมูลค่าของสินค้าเดิมมูลค่าที่ถูกต้องและผลต่างของจำนวนที่ลดลง
    • อธิบายสาเหตุของการออกใบลดหนี้
  • 102. การจัดทำรายงานเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • รายงานภาษีซื้อ
    • รายงานภาษีขาย
    • รายงานสินค้าและวัตถุดิบคงเหลือ
  • 103. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ม .85)
    • ผู้ประกอบการที่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • 1. ผู้ประการที่มีรายรับเกิน 1,200,000 บาทต่อปี
    • 2. ผู้ประการที่มีรายรับต่ำกว่า 1,200,000 บาทต่อปีแต่มีความประสงค์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • 3. ผู้ประกอบการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มข้อก - ฉแต่มีความประสงค์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • 4. ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรแต่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นปรกติธุระ
  • 104. สถานที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ใน กทม . จดทะเบียนที่สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ( ส . ท . )
    • ต่างจังหวัดจดทะเบียนที่สรรพากรพื้นที่ ( จังหวัด ) ที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ถ้ามีสำนักงานใหญ่และสาขาให้จดทะเบียนสำนักงานใหญ่ที่เดียวและให้แจ้ง ว่ามีสาขาอยู่ที่ใดบ้าง
    • กำหนดเวลาในการจดทะเบียน
    • ผู้ประกอบการที่เริ่มประกอบธุรกิจ มีสิทธิจดทะเบียนก่อนหรือในวันที่เริ่มประกอบธุรกิจ
    • ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจไปแล้ว แล้วยังไม่ได้จดทะเบียนหากมีรายรับ 1,200,000 บาทต่อปีจดทะเบียนภายใน 30 วัน
  • 105. แบบฟอร์มเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ภ . พ . 01 แบบคำร้องขอจดทะเบียน
    • ภ . พ . 02 แบบคำร้องขอยื่นภาษีรวมที่เดียว
    • ภ . พ . 09 แบบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่นเปลี่ยนประเภทธุรกิจ ย้ายสถานประกอบการ ฯลฯ
    • ภ . พ . 20 ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ภ . พ . 30 แบบฟอร์มชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ฯลฯ
  • 106. เบี้ยปรับเงินเพิ่ม และบทลงโทษ ( ม .89)
    • กรณีไม่ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ของภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจต้องรับโทษ
    • ทางแพ่ง เบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษี เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
    • ทางอาญา กระทงละ 2,000 บาท หรือปรับ 2,000- 200,000 บาทหรือจำคุก 3-7 ปี
    • เช่นประกอบกิจการโดยไม่ได้จดทะเบียน ไม่ออกใบกำกับภาษีใช้ใบกำกับภาษีปลอม ไม่ได้ยื่นแบบเสียภาษี ฯลฯ
  • 107. ภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ม .91)
    • ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีทางอ้อม ที่จัดเก็บแทนภาษีการค้าเริ่มบังคับใช้ 1 ม . ค . 2535 พร้อมกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บจากการประกอบกิจการเฉพาะอย่าง เนื่องจากกิจการบางประเภทถ้าใช้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วอาจจะจัดเก็บได้ไม่เหมาะสมหรือไม่มีประสิทธิภาพพอ กิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก
  • 108. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องมี 3 องค์ประกอบ
    • 1.  บุคคลทั่วๆ ไป บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือ นิติบุคคล
    • 2.   ประกอบกิจการในราชอาณาจักร
    • 3.   ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • 109. กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ม .91/2)
    • การธนาคาร
    • การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
    • การรับประกันชีวิต
    • การรับจำนำ
    • การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์
    • การชายอสังหาริมทรัพย์เป็นการค้าหรือหากำไร
    • การขายหลักทรัพย์ ( ปัจจุบันยังยกเว้นให้อยู่ )
    • การประกอบกิจการอื่น เช่น ธุรกิจแฟ็กเตอริ่ง
  • 110. การยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ม .91/3)
    • กิจการของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
    • กิจการของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
    • กิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์ เฉพาะการกู้ยืมเงิน
    • กิจการของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    • กิจการของการเคหะแห่งชาติ เฉพาะการขาย – เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
    • กิจการรับจำนำของรัฐบาล กระทรวง ทบวง ก . ท . ม . เทศบาล
    • กิจการอื่นที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
    • การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์
    • กิจการของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บอย .)
    • EXIM BANK ปสย . สปส . ฯลฯ
  • 111. รายรับที่ไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ
    • กรณีประกอบกิจการวิเทศธนกิจ BIBF
    • กรณีประกอบกิจการเยี่ยงธนาคาร
    • - การให้บริษัทในเครือกู้ยืมเงินกันเอง
    • - ดอกเบี้ยที่เกิดจากเงินกองทุนสะสมพนักงาน ฯลฯ
  • 112. ฐานภาษีและอัตราภาษี ( ม .91/5 - 91/6) 3.0 รายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ ราคาซื้อขายจริง ( มีบางกรณีได้รับการยกเว้น ) 4. การค้าอสังหาริมทรัพย์ 2.5 2.5 ด . บ . ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ เงินหรือสินทรัพย์ที่ได้จากการขายของหลุดจำนำ 3. กิจการโรงรับจำนำ 2.5 ด . บ . ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ 2. กิจการรับประกันชีวิต 3.0     3.0 -  ด . บ . ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ กำไรก่อนหักรายจ่ายจากการซื้อ - ขายตั๋วเงินแสดงสิทธิในหนี้ใดๆ -  กำไรก่อนหักรายจ่ายจากการแลกเปลี่ยนเงินการออกตั๋วหรือส่งเงินไปต่างประเทศ 1. ธนาคาร , ธุรกิจเงินทุน - หลักทรัพย์ , เครดิตฟองซิเอร์และธุรกิจเยี่ยง ธ . พาณิชย์ อัตราภาษีร้อยละ ฐานภาษี กิจการ
  • 113. ฐานภาษีและอัตราภาษี อัตรานี้ยังไม่ได้รวมภาษีเพื่อท้องถิ่นอีก 10% ตัวอย่างเช่น กิจการโรงรับจำนำต้องเสียภาษีรวม 2.5%+0.25%=2.75% 3.0 ดบ . ส่วนลด ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ 7. ธุรกิจแฟ็กเตอริง 3.0 กำไรก่อนหักรายจ่ายแต่ไม่รวมถึง ดบ . เงินปันผลหรือประโยชน์ใด ๆ ที่ได้จากหลักทรัพย์   6. การซื้อ ขาย คืนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจากคณะอนุกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 0.1 ( ยกเว้น ) รายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ   5. การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ อัตราภาษีร้อยละ ฐานภาษี กิจการ
  • 114. การจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
    • ผู้ที่ประกอบกิจการดังกล่าวข้างต้นต้องยื่นแบบ ภธ .01 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ ใน ก . ท . ม . ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ ( สพท .), ในต่างจังหวัด ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานสรรพากรจังหวัด
    •   การยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี
    • ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี ภธ .40 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป การยื่นคำร้องเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการใช้แบบ ภธ .09 การขอยื่นเสียภาษีรวมใช้แบบ ภธ .02 การจัดทำรายงานและหลักฐานอื่น ๆ ใช้หลักภาษีมูลค่าเพิ่มโดยอนุโลม
    • เบี้ยปรับ เงินเพิ่มและโทษ หากไม่ปฎิบัติตามกฎหมายใช้แนวของภาษีมูลค่าเพิ่มโดยอนุโลม เช่น ไม่ยื่นแบบเสียภาษีถูกปรับ 2 เท่าของเงินภาษี ยื่นแบบคลาดเคลื่อนถูกปรับ 1 เท่าของภาษีพร้อมเงินเพิ่มอีก 1.5 % ต่อเดือน
  • 115. รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ
    • คือรายจ่ายหรือการบริจาคเพื่อองค์การกุศลสาธารณะที่รัฐมนตรีประกาศ เช่น สายใจไทย ปอเต็กตึ้ง ชัยพัฒนา รวมไปถึงเพื่อการศาสนา
    • ส่วนรายจ่ายเพื่อการสาธารณะประโยชน์ ต้องเป็นรายจ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้
    • การส่งเสริมอนุรักษ์ และรักษาพันธ์สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติหรือป่าสงวนแห่งชาติ การส่งเสริม คุ้มครอง และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การป้องกันควบคุม แก้ไข ตลอดจนการลดและขจัดอันตราย เกี่ยวกับมลพิษ มลภาวะ ของเสียอันตราย การบริจาคเงินให้กองทุนสิ่งแวดล้อม การบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุ
    • รวมไปถึงการก่อสร้างถนน และโอนกรรมสิทธิ์ให้ส่วนราชการโดยไม่คิดมูลค่า
  • 116. รายจ่ายเพื่อการศึกษา
    • ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือสิ่งของให้แก่กิจการ ดังต่อไปนี้ สถานศึกษา หอสมุด ห้องสมุด หรือสถาบันวิจัยของรัฐบาล การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา บริจาคให้ส่วนราชการเพื่อสร้างสถานศึกษาหรือห้องสมุดและปัจจุบันรวมไปถึงบริจาคให้สถานศึกษาเอกชนด้วย
    • รายจ่ายเพื่อการกีฬา ได้แก่รายจ่ายในการบริจาค ดังต่อไปนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อการส่งเสริมกีฬา กรมพลศึกษา เพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน สมาคมกีฬาสมัครเล่น คณะกรรมการกีฬาจังหวัด เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด
  • 117.
    • รายจ่ายเพื่อการกุศลและการศึกษาหรือการกีฬาดังกล่าว จะนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ได้ แต่มีสิทธินำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ได้เพียง 2% ของกำไรสุทธิ โดยถ้าบริจาคเพื่อการกุศลหรือการศึกษาหรือการกีฬาเพียงอย่างเดียว นำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 2 / 102 X กำไรสุทธิ แต่ถ้าบริจาคทั้ง 2 อย่าง มีสิทธินำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 2 / 104 X กำไรสุทธิ ทั้ง 2 รายการ
    • ตัวอย่าง บริษัท XYZ มียอดขาย 204 ล้านบาท มีรายจ่าย 102 ล้านบาท กำไรสุทธิ 102 ล้านบาท สมมติว่าบริจาคให้ มูลนิธิสายใจไทย 5 ล้านบาท บริษัท XYZ มีสิทธินำเงินบริจาคมาถือเป็นรายจ่ายได้เท่าใด
    • คำตอบ มีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่าย 2 / 102 X 102 = 2 ล้านบาท
  • 118.
    • ตัวอย่าง บริษัท XYZ มียอดขาย 204 ล้านบาท มีรายจ่าย 102 ล้านบาท กำไรสุทธิ 102 ล้านบาท สมมติว่าบริจาคให้ มูลนิธิสายใจไทย 5 ล้านบาท และบริจาคให้ ม . กรุงเทพ 5 ล้านบาท บริษัท XYZ มีสิทธินำเงินบริจาคมาถือเป็นรายจ่าย ได้เท่าใด
    • คำตอบ บริจาคการกุศลถือเป็นรายจ่าย 2 / 104 X 102 = 1.962
    • บริจาค ม . กรุงเทพ ถือเป็นรายจ่าย 2 / 104 X 102 = 1.962
  • 119. ค่ารับรองหรือค่าบริการ
    • ค่ารับรองหรือค่าบริการ ตามหลักเกณฑ์ ม .65 ( ตรี ) และกฎกระทรวงฉบับที่ 143 และฉบับที่ 122 กำหนดไว้ดังนี้
    • 1. ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องเป็นธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่ว ๆ ไป โดยรับรองบุคคลภายนอกบริษัท เช่น ลูกค่าหรือพนักงานของบริษัทผู้ขายวัตถุดิบให้เรา
    • 2. ค่ารับรองหรือค่าบริการ ต้องเป็น
    • 2.1 ค่าใช้จ่ายโดยตรงเกี่ยวเนื่องกับค่ารับรองที่จะอำนวยประโยชน์ให้กิจการของบริษัท เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูหนัง ดนตรี กีฬา รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เช่น ตีกอล์ฟ
    • 2.2 ถ้าเป็นการให้สิ่งของแก่บุคคล ค่ารับรองหรือรับบริการต้องไม่เกินคนละ 2,000 บาท ต่อครั้ง
  • 120.
    • 3. ค่ารับรองหรือบริการ ต้องมีกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการอนุมัติ และต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินด้วย
    • 4. จำนวนค่ารับรองและค่าบริการนั้น ต้องไม่เกิน 0.3% ของยอดขายหรือยอดรายรับในรอบระยะเวลาบัญชี ( หรือ 0.3% ของจำนวนเงินทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว โดยให้สิทธิเลือกอย่างใดที่มากกว่า ) แต่ต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท
    • ตัวอย่าง บริษัท XYZ มียอดขาย 204 ล้านบาท มีรายจ่าย 102 ล้านบาท กำไรสุทธิ 102 ล้านบาท แต่จ่ายค่ารับรองลูกค้าในรอบระยะเวลาบัญชีนี้ 5 ล้านบาท บริษัท XYZ จะเอาค่ารับรองดังกล่าวมาเป็นค่าใช้จ่ายได้เท่าใด
    • คำตอบ นำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้ 0.3% X 204 = 612,000 บาท
  • 121. รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน
    • เช่น ซื้อเครื่องมือ เครื่องจักร รถยนต์ ก่อสร้างตึก อาคาร จะเอารายจ่ายทั้งหมดมาเป็นรายจ่ายไม่ได้ แต่กฎหมายให้สิทธิเฉพาะส่วนที่เป็นค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน โดยกำหนดดังนี้
    • ประเภททรัพย์สิน
    - อาคาร - อาคารถาวร - อาคารชั่วคราว - ต้นุทนเพื่อการได้มาซึ่งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สูญสิ้นไปได้ - ต้นทุนในการได้มาซึ่งสิทธิแห่งการเช่า - กรณีไม่มีหนังสือสัญญาเช่า หรือมีสัญญาแต่ต่ออายุสัญญาได้ตลอดไป - กรณีมีสัญญาแต่มีข้อกำหนดระยะเวลาอันจำกัด 5% 100% 5% 10% 100/ อายุการเช่า ร้อยละ ต่อ ปี
  • 122.
    • ประเภททรัพย์สิน
    • - ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในกรรมวิธีสูตร กู๊ดวิลล์ สิทธิบัตร ลิขสิทธิ
    • - กรณีไม่จำกัดอายุการใช้
    • - กรณีจำกัดอายุการใช้
    • - ทรัพย์สินอย่างอื่น ซึ่งโดยสภาพของทรัพย์สินนั้นสึกหรอหรือเสื่อมราคาได้
    • ( ไม่รวมที่ดินและสินค้า )
    ร้อยละ ต่อ ปี จำนวนปี 10% 100/ อายุการเช่า 20%
  • 123.
    • แต่มีกำหนดเพิ่มเติม คือ ทรัพย์สินประเภทรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง ให้หักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาไม่เกินปีละ 20% ของส่วนที่ไม่เกิน 1,000,000 บาท
    • แต่ถ้าเป็นการเช่ารถยนต์นั่งให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายไม่เกินเดือนละ 36,000 บาท / คัน
    • นอกไปจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือธุรกิจบางประเภทโดยกำหนดให้หักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาได้มากกว่า อัตราปกติ เช่น
    • เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนา ให้หักค่าสึกหรอเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินมาในอัตรา 40% ส่วนที่เหลือหักตามปกติ
  • 124.
    • - เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Cash Registor) มีสิทธิเลือกหักค่าสึกหรอได้ 100% หรือเลือกแบบ 40% ในวันที่ได้รับทรัพย์สินมา ( ที่เหลือหักปกติ )
    • กรณี SME
    • - เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ หักได้ 40% เบื้องต้นในวันได้ทรัพย์สิน ( ที่เหลือหักปกติ )
    • - ตึก อาคารถาวร หักได้ 25% เบื้องต้นในวันได้ทรัพย์สิน ( ที่เหลือหักปกติ )
  • 125.
    • ตัวอย่าง บริษัท XYZ มีรายจ่ายเป็นการก่อสร้างตึกถาวร 10 ล้านบาท ( เป็นกรรมสิทธิเมื่อ 1 ก . พ .46) และซื้อรถยนต์นั่งเบนซ์ประจำตำแหน่งให้ผู้จัดการเป็นเงิน 5,500,000 บาท ( ได้กรรมสิทธิเมื่อ 1 ต . ค .46) ในรอบปี 46 จะนำเอาค่าสึกหรอมาเป็นค่าใช้จ่ายได้เท่าใด
    • คำตอบ ค่าสึกหรอตึกอาคาร 11 / 12 X 5% X 10,000,000 = 500,000 บาท
    • ค่าสึกหรอรถยนต์นั่ง 3 / 12 X 20% X 100,000 = 50,000 บาท
  • 126. s