ประวัติศาสตร์+23

3,433 views
3,337 views

Published on

Published in: Travel, Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,433
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
63
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ประวัติศาสตร์+23

  1. 1. ยินดีต้อนรับ เข้าสู่เรื่อง พัฒนาการความเป็นมาต่างๆของโลก
  2. 2. จัดทำโดย เด็กชาย ภาธร เพิ่มทรัพย์ ชั้น ม.3/6 เลขที่ 23.
  3. 3. สารบัญ ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปออสเตรเลีย - โอเชียเนีย ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้
  4. 4. ทวีปยุโรป ทวีปยุโรป มีฐานะเป็นทวีปทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในทางภูมิศาสตร์ ยุโรปเป็นอนุทวีปที่อยู่ทางด้านตะวันตกของมหาทวีปยูเรเซีย ยุโรปมีพรมแดนทางเหนือติดกับมหาสมุทรอาร์กติก ทางตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ทางใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลดำ ด้านตะวันออกติดกับเทือกเขาอูราลและทะเลแคสเปี้ยน
  5. 5. ทวีปยุโรปมีพื้นที่ 10,600,000 ตร . กม . เล็กที่สุดเป็นอันดับสองรองจากทวีปออสเตเรีย แต่มีจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากทวีปเอเซียและทวีปแอฟริกา ปี พ . ศ . 2546 ยุโรปมีประชากรราว 799,466,000 คน หรือประมาณ 1 ใน 8 ของประชากรโลก
  6. 6. ต้นกำเนิด ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มนุษย์โฮโมอีเรคตัส ( บรรพบุรุษของมนุษย์ปัจจุบัน ) กับ มนุษย์นีแอนเดอร์ธอล ( Neanderthals ) อาศัยอยู่ในยุโรปมานานก่อนที่มีมนุษย์ปัจจุบัน ( โฮโมเซเปียน หรือ Homo sapiens ) กระดูกของมนุษย์ยุคแรก   ๆ ในยุโรปถูกพบที่เมือง Dmanisi ประเทศจอร์เจีย ซึ่งกระดูกเหล่านั้นคาดว่ามีอายุราว   ๆ 2 ล้านปีก่อนคริสตกาล หลักฐานของมนุษย์ที่มีโครงสร้างสรีระคล้ายมนุษย์ปัจจุบันที่ปรากฏในยุโรปที่เก่าที่สุดนั้นคือประมาณ 35,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่หลักฐานแสดงการตั้งรกรากถาวรนั้นแสดงอยู่ราว   ๆ 7000 ปีก่อนคริสตกาลในประเทศบัลแกเรีย โรมมาเนีย และ กรีซ
  7. 7. สงครามโทรจัน พวกกรีกที่ตั้งรกรากที่เมืองไมเซเน่ ( Mycaenae ) เริ่มมีอำนาจมากขึ้นบุกรุกขยายอาณาเขตไปยังอีกฟากหนึ่งของทะเลอีเจียน ( Aegean ) ยังเมืองของพวกโทรจัน ทรอยเป็นเมืองท่าที่เจริญอยู่ที่ปากทางเข้าทะเลดำที่ใคร   ๆ ก็ต้องการเป็นเจ้าของ พวกไมเซเน่บุกไปยังทรอยแต่ก็ไม่น่าจะทำลายมันลง มีข้อสันนิษฐานว่ามันเป็นเพราะแผ่นดินไหวมากกว่า สาธารณรัฐโรม พวกโรมันมีกษัตริย์ปกครองกันเรื่อยมาหลังจากตำนานของ โรมูลุส ( Romulus ) กษัตริย์ลูกหมาป่าที่ก่อตั้งกรุงโรม จนมาถึงรุ่นของกษัตริย์ทาควิน ( Tarquin the pround ) เป็นองค์สุดท้าย ว่ากันว่าชาวโรมันไม่พอใจที่ทาควินสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง   ๆ มากมายจนประชาชนเดือดร้อนทำให้มีตระกูลชั้นสูงพวกพาร์ทริเชียน ( Partrician ) ที่มีอำนาจในกรุงโรมนำโดยสกุล บรูตัส ( Brutus ) พากันขับไล่ไสส่งเขาออกมา
  8. 8. สปาตาคัส สงครามในต่างแดนทำให้พวกโรมันมีทาสเข้ามาทำงานในอิตาลีมากมาย สปาร์ตาคัส เป็นทาสชาว ธเรส ( Thrace ) ที่เข้ามาเป็นแกลดิเอเตอร์แล้วก่อกบฏขึ้นมาที่เมืองคาร์ปัวน์ เป็นผู้นำรวบรวมกบฏทาสจากชนชาติต่าง   ๆ ได้เป็นจำนวนมาก บุกขึ้นไปทางเหนือเอาชนะกองทัพโรมันไปตลอดทางจนถึงดินแดนกอล สงครามปุนิค ชาวคาเทจสืบเชื้อสายมาจากชาวโพนีเชียนที่เคยรุ่งเรืองด้วยการค้าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาแต่โบราณ เป็นอาณานิคมท่าเรือทางชายฝั่งของแอฟริกา เริ่มทำสงครามกับพวกโรมันที่เกาะซิซิลี ( Sicily ) ทางตอนใต้ของอิตาลีเป็นเวลายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ
  9. 9. การขยายอาณานิคม จักรวรรดิโรมันตะวันตกเรืองอำนาจ กรุงโรมล่มสลายพร้อมกับการก้าวขึ้นมาของคนเถื่อนทางเหนือ พวก แฟรงค์ ( Frank ) คนเถื่อนทางประเทศฝรั่งเศสก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่โดยการนำของ “ ชาร์เลอมาน ( Charlemagne ) ” เมื่อรวบรวมดินแดนทางยุโรปตะวันตกไว้ได้มากมายแล้ว ชาเลอร์มานก็ไปทำสัญญากับพระสันตะปาปาขึ้นเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรโรมันตะวันตก ตั้งอาณาจักรโรมันตะวันตกขึ้นมาใหม่จากที่เคยล่มสลายลงไป ภายใต้ชื่อ " จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ( Holy Roman Empire ) " ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้เป็นอิสระจากอิทธิพลของอาณาจักรโรมันตะวันออก
  10. 10. การล่มสลายของกรุงคอนสแตนติโนเปิล หลังจากการล่มสลายของกรุงโรม พวกโรมันทางฝั่งตะวันออกก็ค่อย   ๆ ลืมเมือนความยิ่งใหญ่ของตัวเองในฟากตะวันตกไปหมด จักรพรรดิองค์ต่อ   ๆ มาก็ไม่ใช่คนจากอิตาลีอีกต่อไป แต่เป็นชาวกรีกดั่งเดิมที่อยู่มาก่อนพวกโรมัน พวกกรีกเมื่อไม่รู้สึกถึงคุณค่าของความเป็นโรมันก็ตั้งชื่ออาณาจักรใหม่เป็น “ ไบเซนติไทน์ ” ( Byzantine ) ตามชื่อเก่าของเมืองคอนสแตนติโนเบิลเมืองที่มั่งคั่งที่สุดยุโรปยุคมืด แต่ชาวอาหรับที่ขยายอำนาจออกมาก็ทำให้ไบเซนไทน์เสื่อมอำนาจลงเรื่อย   ๆ จนในที่สุดก็มาเสียกรุงให้กับพวก “ เตอร์ ” ( Turk ) ที่ทำให้กรุงไบเซนไทอุมกลายเป็นเมืองหลวงในชื่อ อิสตันบูล (Istanbul)
  11. 11. ต้นสมัยใหม่ การปฏิวัติอเมริกา หลังจากโคลัมบัสพบอเมริกาแล้วประกาศให้โลกรู้ชาวยุโรปที่สิ้นหวังก็พากันเดินทางมาขุดทองหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นในที่แห่งใหม่ อาณานิคมของอังกฤษทางฝั่งตะวันออกทนไม่ได้ที่จะอยู่ในการปกครองอีกต่อไปจึงทำสงครามปลดแอกตัวเองออก
  12. 12. ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาเหนือ เป็น ทวีป ที่มี พื้นที่ กว้างใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และมีจำนวน ประชากร เป็นอันดับที่ 4 ด้านเหนือติดกับ มหาสมุทรอาร์กติก ด้านตะวันออกติดกับตอนเหนือของ มหาสมุทรแอตแลนติก ทางใต้ติดกับ ทะเลแคริบเบียน และทางตะวันตกติดกับตอนเหนือของ มหาสมุทรแปซิฟิก ทวีปอเมริกาเหนือกินพื้นที่ 24,230,000 ตารางกิโลเมตร ปี พ . ศ . 2544 มีประชากรทั้งหมดประมาณ 454,225,000 คน
  13. 13. ทวีปอเมริกาเหนือได้แก่พื้นที่ตอนเหนือทั้งหมดของดินแดนที่เรียกว่า " โลกใหม่ " " ซีกโลกตะวันตก " หรือ " ทวีปอเมริกา " อเมริกาเหนือมีส่วนเชื่อมต่อกับ ทวีปอเมริกาใต้ บริเวณ คอคอดปานามา ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าอเมริกาเหนือไม่ได้เริ่มจากคอคอดปานามา แต่เริ่มจาก คอคอดเตวานเตเปก ( Tehuantepec ) ในเม็กซิโก ซึ่งอยู่ใน อเมริกากลาง
  14. 14. ประวัติทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาเหนือ ถูกค้นพบโดย คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ชาวอิตาเลียน ได้เดินทางมาพบ เมื่อ พ . ศ . 2035 แต่เข้าใจว่าดินแดนที่พบเป็นส่วนหนึ่งของ ทวีปเอเชีย ต่อมา ใน พ . ศ . 2042 อเมริโก เวสปุชชี ชาวอิตาเลียน ได้เดินทางสำรวจดินแดนที่โคลัมบัสเคยสำรวจมาแล้ว จึงทราบว่าดินแดนนี้เป็นทวีปใหม่ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเอเชียตามที่โคลัมบัสเข้าใจ จึงมีการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ อเมริโก เวสปุชชี ให้ทวีปใหม่นี้ว่า " อเมริกา "
  15. 15. ดินแดนและภูมิภาคย่อย แผ่นดินผืนใหญ่ของทวีปประกอบไปด้วย 3 ประเทศใหญ่คือ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และ เม็กซิโก พื้นที่ทางใต้ของทวีปซึ่งมีพื้นที่เล็กกว่าซึ่งอาจเรียกเป็นภูมิภาคย่อยว่า อเมริกากลาง ในภูมิภาคอเมริกากลางนี้ประกอบได้ด้วย ประเทศ เบลิซ คอสตาริกา เอล ซาลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นิคารากัว และ ปานามา นอกจากพื้นที่บนผืนทวีปแล้วยังมีหมู่เกาะจำนวนมากซึ่งอยู่ใกล้ๆกับแผ่นดินใหญ่ของทวีปดินแดนหมู่เกาะที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแผ่นดินใหญ่มักจะถูกเรียกรวมๆกันว่า แคริบเบียน ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศอิสระคือ แอนติกาและบาร์บูดา บาฮามาส บาร์เบโดส คิวบา โดมินิกา สาธารณรัฐโดมินิกัน เกรนาดา เฮติ จาเมกา เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเซีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ตรินิแดดและโตเบโก
  16. 16. ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปอเมริกาใต้ เป็น ทวีป ที่ เส้นศูนย์สูตร โลกพาดผ่าน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในซีกโลกใต้ ขนาบข้างด้วย มหาสมุทรแปซิฟิก และ มหาสมุทรแอตแลนติก ในทางภูมิศาสตร์ ทวีปอเมริกาใต้เพิ่งจะเคลื่อนมาบรรจบกับ ทวีปอเมริกาเหนือ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิด คอคอดปานามา เทือกเขาแอนดีส ที่มีอายุน้อยและไม่หยุดนิ่งพาดผ่านเขตด้านตะวันตกของทวีป ดินแดนทางตะวันออกของเทือกเขาแอนดีส คือ แอ่ง แม่น้ำแอมะซอน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขต ป่าดิบชื้น
  17. 17. ทวีปอเมริกาใต้มี พื้นที่ กว้างใหญ่เป็นอันดับ 4 รองจาก เอเชีย แอฟริกา และ อเมริกาเหนือ ส่วนจำนวน ประชากร เป็นอันดับ 5 รองจาก เอเชีย แอฟริกา ยุโรป และ อเมริกาเหนือ
  18. 18. ก่อนที่ชาวยุโรปจะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากทวีปอเมริกาใต้ ดินแดนแห่งนี้เคยรุ่งเรืองมาก่อน มีอาณาจักรของชาวพื้นเมืองทางภูมิภาคตะวันตกริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกที่สำคัญแห่งสุดท้าย คือ จักรวรรดิอินคา ( Inca ) ซึ่งรุ่งโรจน์กลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 ครอบคลุมอาณาบริเวณที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของประเทศเอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย ชิลี ละอาร์เจนตินา มีศูนย์กลางของจักรวรรดิที่อยู่เมืองกุซโก ( Cuzco )
  19. 19. ทวีปแอฟริกา ทวีปแอฟริกา เป็น ทวีป ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก ทวีปเอเชีย ทั้งในแง่ของ พื้นที่ และจำนวน ประชากร มีพื้นที่ 30,244,050 ตารางกิโลเมตร รวมหมู่เกาะที่อยู่ใกล้ หรือคิดเป็นพื้นที่ 20.3% ของพื้นดินบนโลก และมีประชากรรวมมากกว่า 800 ล้านคนใน 54 ประเทศ คิดเป็น 1 ใน 7 ของประชากรทั่วโลก โรมันโบราณ เรียกตอนเหนือของทวีปนี้ว่า ดินแดนแอฟริกา ( Africa terra ) ปัจจุบันคือ ประเทศตูนิเซีย ซึ่งเคยเป็น มณฑลแอฟริกา ของโรมัน
  20. 20. ทวีปแอฟริกาแบ่งออกได้เป็น 5 ภูมิภาคคือ เหนือ กลาง ใต้ ตะวันออก และ ตะวันตก <ul><li>อาณาเขตติดต่อ </li></ul><ul><ul><li>ทิศเหนือ จดกับ ช่องแคบยิบรอลตาร์ และ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน </li></ul></ul><ul><ul><li>ทิศตะวันออก จดกับ มหาสมุทรอินเดีย และ คลองสุเอซ </li></ul></ul><ul><ul><li>ทิศใต้ จดกับ มหาสมุทรแอตแลนติก และ มหาสมุทรอินเดีย </li></ul></ul><ul><ul><li>ทิศตะวันตก จดกับมหาสมุทรแอตแลนติก และ อ่าวกินี </li></ul></ul>
  21. 21. ลักษณะภูมิประเทศ จุดเด่นของทวีปแอฟริกาคือ มีที่ราบสูงถึง 2 ใน 3 ของทวีป โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกของทวีป เป็นที่ราบสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 - 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีแนวภูเขาไฟที่ดับแล้ว มีแนวทะเลสาบขนาดใหญ่ แล้วจะลาดต่ำไปทางตะวันตก มีเกาะมาดากัสการ์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของทวีป
  22. 22. ทวีปออสเตรเลีย ทวีปออสเตรเลีย เป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุด ประเทศออสเตรเลีย ( Commonwealth of Australia ) มีพื้นที่ 7,686,848 ตารางกิโลเมตร ประเทศนิวซีแลนด์ ( New Zealand ) มีพื้นที่ 268,767 ตารางกิโลเมตร เป็นทวีปที่มีความเก่าแก่มาก แต่เพิ่งสำรวจค้นพบหลังที่สุดจากทุกทวีป ในสมัยของกัปตันเจมส์ คุก นักเดินเรือชาวอังกฤษ ได้ยึดเป็นอาณานิคมของอังกฤษ สมัยนั้นรัฐบาลอังกฤษไม่ได้ให้ความสนใจแก่เกาะออสเตรเลียมากนัก ต่อมาก็เริ่มมีการขนนักโทษจากเกาะอังกฤษมาอาศัยภายใต้การนำของกัปตันอาร์เธอร์ ฟิลลิป ได้ขึ้นเกาะที่เมืองปอร์ต แจ็กสัน ซึ่งมีชื่อในปัจจุบันว่าเมืองนิวเซาท์เวลส์
  23. 24. โอเชียเนีย โอเชียเนีย ( Oceania ) เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มของหมู่ เกาะ ต่าง   ๆ ใน มหาสมุทรแปซิฟิก การใช้ในวงแคบ หมายถึง หมู่เกาะโพลินีเซีย ( รวม นิวซีแลนด์ ) หมู่เกาะเมลานีเซีย ( รวม นิวกินี ) และหมู่เกาะไมโครนีเซีย การใช้ในวงกว้างจะรวม ออสเตรเลีย เข้าไปด้วย และอาจรวมถึง กลุ่มเกาะมลายู บางทีนำไปใช้ในความหมายที่รวมเอาเกาะอื่น   ๆ เข้าไว้ เช่น ญี่ปุ่น และ หมู่เกาะอาลิวเชียน แต่พบน้อยมาก
  24. 25. ภูมิประเทศของโอเชียเนียส่วนใหญ่เป็นเกาะและพืดหิน ปะการัง กระทั่งแผ่นดินเกิดการยกตัว นอกจากนี้ ยังมีที่เป็นภูเขาไฟ เทือกเขาขรุขระทุรกันดาร ที่ราบแคบๆ ป่าทึบ และทุกประเทศลอยอยู่ท่ามกลาง มหาสมุทรอินเดีย และ มหาสมุทรแปซิฟิก ภูมิอากาศร้อนชื้น ยกเว้นนิวซีแลนด์ที่เป็นแบบภาคพื้นสมุทร ฝนตกสม่ำเสมอตลอดปี ชุกมากแถบฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ และออสเตรเลียที่แบ่งออกได้เป็น 7 เขตภูมิอากาศ คือ ร้อนชื้น ร้อนสลับแห้ง ทุ่งหญ้าเขตร้อน ทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย เมดิเตอร์เรเนียน อบอุ่นชื้นแบบภาคพื้นสมุทร และแบบทะเลทราย ในทวีปโอเชียเนียนั้นมีประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างจะเกี่ยวเนื่องกันของประเทศแต่ละประเทศ จักรวรรดิและอาณาจักรต่าง ๆ ที่สำคัญในโอเชียเนีย เช่น อาณาจักรของชาวเมารี จักรวรรดิตูอิตองกา หมู่เกาะโซโลมอน จักรวรรดิตูอิปูโลตู และ จักรวรรดิตูอิมานูอา เป็นต้น
  25. 26. เกือบทั้งหมดเคยตกเป็นเมืองขึ้นของเจ้าอาณานิคมจากโลกตะวันตกมีทั้ง ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี และ สหรัฐอเมริกา บางประเทศก่อกำเนิดจากผลพวงของสงคราม ทั้งสงครามระหว่างคนพื้นเมืองด้วยกันเองอย่างตองกา หรือการรวมประเทศหลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 ของหมู่เกาะโซโลมอน เฉพาะอย่างยิ่งการก่อเกิดของประเทศสำคัญคือออสเตรเลีย ก็เป็นผลมาจากหลังสงครามประกาศอิสรภาพใน สหรัฐอเมริกา ยุติลง และ อังกฤษ มองหาแผ่นดินใหม่สำหรับการตั้งถิ่นฐานของผู้กระทำผิดแทนที่อาณานิคมในเขต แอตแลนติกเหนือ
  26. 27. คำ &quot; โอเชียเนีย &quot; ได้มาจากชื่อของ &quot; เปลือกโลกมหาสมุทร - Oceanic plate &quot; ทั้งนี้ เปลือกโลกประกอบด้วยแผ่นขนาดใหญ่ 6-10 แผ่น และมีแผ่นเล็กๆ ที่ประกอบกันขึ้นหลายๆ แผ่นต่อกันเหมือนแผ่นกระเบื้อง แผ่นเปลือกโลกเหล่านี้เรียกว่าเพลต ( Plate ) แบ่งเป็นเปลือกโลกทวีป - คอนติเนนเติล เพลต ( Continental plate ) และเปลือกโลกมหาสมุทร - โอเชียนิก เพลต ( Oceanic plate )
  27. 28. จบ THE END

×