การดูดเสมหะ Paramedic msu

11,830 views
11,512 views

Published on

เทคนิคหัตถการขั้นพื้นฐานในการดูดเสมหะ

Published in: Health & Medicine
2 Comments
7 Likes
Statistics
Notes
  • ตุ้วหุ้วววว เพิ่งเห็นคร่าาาาา >
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • อาจารย์อัพไฟล์ลงในนี้ด้วย
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
11,830
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
27
Actions
Shares
0
Downloads
86
Comments
2
Likes
7
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การดูดเสมหะ Paramedic msu

  1. 1. การดูดเสมหะ วิชา เทคนิคหัตถการขั้นพืนฐาน ้ สาขาเวชกิจฉุ กเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์นันทวรรณ ทิพยเนตร สอนวันที่ 29 ตค 2556
  2. 2. วัตถุประสงค์ การเรี ยนรู้ บอกความหมายการดูดเสมหะได้  ประเมินสภาพผูป่วยที่ควรได้รับการดูดเสมหะได้ ้  ระบุขอวินิจฉัยทางการพยาบาลเพื่อการดูดเสมหะได้ ้  วางแผนการพยาบาลเพื่อการดูดเสมหะได้ถกต้อง ู  ปฏิบติการดูดเสมหะได้ถูกต้อง ั  ประเมินผูป่วยที่ได้รับการดูดเสมหะได้ถูกต้อง ้ 
  3. 3. หลักการ เสมหะ เป็ นสิ่ งคัดหลังที่ถูกสร้างจาก submucal gland วันละ 10่ 100cc  เป็ นกลไกการป้ องกันตัวของร่ างกาย โดยเก็บกักสิ่ งแปลกปลอม หรื อฆ่าเชื้อโรคที่ระคายเคืองต่อเซลในทางเดินหายใจ  ในผูที่ใส่ ท่อหลอดลมเทียม (ETT,TT ) เนื่ องจากการแลกเปลี่ยน ้ กาซลดลง อันเนื่องมาจากพยาธิสภาพของโรคเช่น เนื้องอก ทางเดินหายใจเป็ นอัมพาต ท่อเหล่านี้กระตุนให้หลัง mucous มาก ้ ่ ขึ้น +ไอออกเองไม่ได้+ทางเดินหายใจส่ วนบนแห้ง เสมหะอุดกั้น ได้ 
  4. 4. ความหมายของการดูดเสมหะ       การเอาเสมหะออกจากทางเดินหายใจ ในกรณี ที่ไอออกเองไม่ได้ ทา โดยใส่ สายยางดูดเสมหะที่สะอาดปราศจากเชื้อ ผ่านเข้าหลอดลม เทียม หรื อทางเดินหายใจส่ วนบน ท่อหลอดลม (ETT) ท่อยางที่ใส่ เข้าไปในปากจนถึงหลอดลมคอ เป็ น ่ การใส่ ชวคราว เพื่อเป็ นทางผ่านออกซิเจน ปลายด้านที่อยูในหลอดลม ั่ จะมีกระเปาะ (cuff) ETT1 เทคนิคการใส่ ETT sniffing position ETT2 ตัวอย่าง case difficult airway ETT3 เทคนิคการใส่ ETT ETT4 เทคนิค ETT suction
  5. 5. ความหมายของการดูดเสมหะ 2 ท่อเจาะหลอดลม (TT) ท่อที่ใส่ เข้าไปในหลอดลมคอทางแผล ผ่าตัดเปิ ดผิวหนังจากบริ เวณคอเข้าไปในหลอดลมคอ ท่อทาด้วย วัสดุหลายชนิด ขนาดเบอร์ต่างๆกัน เช่น โลหะเงิน พลาสติกชนิด ซิลิโคน มี inner, outer tube  TT1 เทคนิ คเจาะคอ cricoid thyroidotomy  TT2 เทคนิ ค tracheostomy suction  แนะนาตัว-check pt.-บอกวัตถุประสงค์-ปั ญหาที่พบ-บอกหายใจ ลึกๆ-ล้างมือ-ใส่ ถุงมือ-เปิ ดเครื่ องเช็ค-ประเมินผูป่วยอีกก่อนทา้ วางผ้าสะอาด-เริ่ มปฏิบติ ั 
  6. 6. ความหมายของการดูดเสมหะ 3 ทางปากและจมูก เมื่อมีน้ ามูก น้ าลาย เลือด และสิ่ งคัดหลัง หรื อ ่ คลื่นไส้อาเจียน  Nasotracheal suction  ล้างมือ-ปรับหัวสู ง- เตรี ยมพร้อมอุปกรณ์-O2100%-RRลึกๆ-วาง พื้นที่สะอาด-เปิ ดสายaseptic tech-NSS-KY jelly-เปิ ดsuction-มือ ข้างaseptic ถือสายดูด 10-15 sec/timeพร้อมหมุนมือ-ล้างสายด้วย NSS  Oral suction  เพิม v/s, Ox sat ่ 
  7. 7. หลักการ เพื่อลดการคังค้างของเสมหะ ทาให้หายใจโล่ง ่  ไม่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจ  ไม่เกิดวิตกกังวล  โดยใช้กรอบแนวคิดกระบวนการพยาบาล คือ : ประเมินสภาพผูป่วย-ตั้งข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล-วางแผนการ ้ พยาบาล-ปฏิบติกิจกรรมการพยาบาล-ประเมินผลการพยาบาล ั 
  8. 8. การประเมินสภาพผู้ป่วยที่ต้องได้ รับการดูดเสมหะ assessment clients need ข้อบ่งชี้  หายใจเสี ยงดัง มีเสี ยงเสมหะภายในท่อหลอดลม ฟังปอดมี rhonchi  PR,RR เพิมโดยไม่มีสาเหตุอื่น ่  สี หน้าท่าทางไม่สุขสบาย กระสับกระส่ าย  ผิวหนังเขียวคล้ า จากพร่ องออกซิ เจนอย่างรุ นแรง  ผูป่วยไม่รู้สึกตัว ก่อนจัดท่าต้องดูดเสมหะให้ ้  ก่อนใส่ NG tube  ก่อนและหลัง off cuff ETT,TT  ภายหลังกระตุนไอ ไอไม่มีประสิ ทธิ ภาพ ้  ต้องการให้ดูดให้
  9. 9. การตังข้ อวินิจฉัยทางการพยาบาล ้ nursing diagnosis  ผูป่วยใส่ ท่อ +มีเสมหะ+ ขับออกไม่ได้ = การแลกเปลี่ยนกาซของ ้ ระบบหายใจไม่มีประสิ ทธิภาพ เนื่องจากเสมหะในลาคอ
  10. 10. การวางแผนการพยาบาล 1 เปาหมาย ้  ช่วยขจัดเสมหะ ทาให้ทางดินหายใจโล่ง  ป้ องกันการติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจผูป่วย ้  เพื่อความสุ ขสบายลดวิตกกังวล  เก็บเสมหะส่ งตรวจ
  11. 11. การวางแผนการพยาบาล II การวางแผน nursing plan  เตรี ยมผูป่วย ้ ◦ ให้การพยาบาลแบบองค์รวม ทั้งกาย จิต สังคม ◦ คานึงถึงความสุ ขสบายผูป่วย ้ ◦ ป้ องกันภาวะแทรกซ้อน เตรี ยมอุปกรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง  ปฏิบติการตามขั้นตอน ถูกวิธี ั 
  12. 12. การปฏิบัติการกิจกรรมการพยาบาล nursing intervention 1.ให้การพยาบาลผูป่วยแบบองค์รวม ทั้งร่ างกายจิตใจ อธิบายให้ ้ ทราบวัตถุประสงค์ 2.คานึงถึงความสุ ขสบาย ◦ บรรเทาความเจ็บปวดจากการดูดเสมหะ โดยการประเมินสัญญาณต่างๆ การ keep warmทารก ◦ จัดท่าให้สะดวกในการใส่ สายเพราะเป็ นการกระตุน gag reflex ้  Consciousness : semi fowler’s position กระบังลมเคลื่อนเต็มที่ ตะแคงหน้ามาทางพยาบาลลิ้นจะตกมาทางหน้า  Unconsciousness : นอนราบ เอียงหน้ามาทางพยาบาล เสมหะออก ง่าย ป้ องกันสาลัก
  13. 13. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลIII ิ 3.ป้ องกันภาวะแทรกซ้อน 3.1ป้ องกันการติดเชื้อ เทคนิคการทาอุปกรณ์ตองaseptic technique+ ้ mouth care 3.2 ป้ องกันเกิดภาวะhypoxemia, hypoxia, anoxia 3.2.1 ระยะเวลาการดูดเสมหะ  ผูใหญ่ 10-15 วินาที, เด็ก 5-10 วินาที ้  ก่อนดูดซ้ า ให้หายใจนาน 3-5 ครั้งก่อน  แต่ละรอบดูดไม่เกิน 3 ครั้ง  เนื่องจากvagus n.ในcarinaลด HR, BP drop, irr.ไอ ,bronchospasm
  14. 14. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลIII ิ 3.2 ป้ องกันเกิดภาวะhypoxemia, hypoxia, anoxia_II 3.2.2 กรณี on respirator/ventilator  Volume ventilator ก่อน/หลัง suction ต้องให้ออกซิ เจนความเข้มข้น เพิ่ม: hyperoxygenate 20% นาน 1-2min.  Pressure control ให้ออกซิ เจน 100% แล้วบีบ self inflating bag/ambu bag นาน2-3 ครั้ง ป้ องกัน PaO2 ลดลง ลดการเกิด atelectasis ่  Secretion อยูส่วนบน trachea ห้ามบีบ ambu bag  ถ้ายังคง restless, HR ช้าลง ต้องหยุด แสดงว่าขาดออกซิ เจนO2 100% ทาง ambu bag จนดีข้ ึน  ในเด็กเล็ก ก่อน/หลัง suction ต้อง hyper inflate ปอด >=3 ครั้งด้วย O2 100% ทาง mask/ท่อช่วยหายใจ
  15. 15. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลIV ิ 3.2 ป้ องกันเกิดภาวะhypoxemia, hypoxia, anoxia_III 3.2.3 ถ้ามีอาการหายใจไม่ดี dyspnea, cyanosis  Ambu bag+ resevoire bag+ O2 100% นาน10-20minnotify Dr.  On O2 10 lpm นาน10-20minnotify Dr. 3.2.4 ขณะใส่ สายดูดเสมหะเข้า trachea อย่าให้มีแรงดูด เพราะจะดูด อากาศออกไปด้วย
  16. 16. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลV ิ 3.3 ป้ องกันเกิดเซลเยือบุหลอดลมอักเสบ เลือดออก ่ 3.3.1 ถ้าOn ETT with cuff ต้อง deflate cuff ก่อนดูด ลดแรงกดของ กระเปาะต่อเยือบุหลอดลมลด tissue necrosis, เสมหะบนท่อไหลลง ่ 3.3.2 ปรับ negative pressure ให้ถกต้อง เหมาะสม เพราะแรงดูดมากไป ู hypoxia -pipeline suction : Adult 80-120 mmHg.,เด็กโต 80-100 mmHg.,เด็กเล็ก 60-90 mmHg.,ทารก แรกเกิด 40-60 mmHg. -mobile suction: Adult 10-15mmHg.,เด็กโต 5-10 mmHg., เด็กเล็ก 2-5 mmHg.
  17. 17. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลVI ิ 3.4 ป้ องกันเกิดภาวะปอดแฟบ (lung collapse)  เลือกใช้สายดูดให้เหมาะสม ควรมีขนาดเส้นผ่าศก.ภายนอกไม่ เกินครึ่ งหนึ่งของ เส้นผ่าศก.ภายในของ trachea เพราะสาย ขนาดใหญ่เกินไปช่องว่างที่เหลือไม่พอสาหรับอากาศภายนอก เข้าไปแทนที่  Adult #14-16Fr.,เด็ก 8-10Fr., ทารก 5-8 Fr.
  18. 18. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลVII ิ 4. เตรี ยมอุปกรณ์ ครบถ้วนถูกต้อง 4.1 อุปกรณ์ suction 4.1.1 Stethoscope 4.1.2 เครื่ อง suction + ท่อยาง + joint รู ปตัว Y ควบคุมแรงดัน(ถ้าไม่มีให้ หักพับสายเมื่อไม่ตองการดูด) ้ 4.1.3 สายดูดเสมหะปลอดเชื้อ ยาว 50-60 cms. ควรใช้แล้วทิ้งหาก reuse อาจพบสิ่ งตกค้าง+สายไม่นิ่ม 4.1.4 ถุงมือปราศจากเชื้อ 1 ข้าง/คู่
  19. 19. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลVIII ิ 4.1 อุปกรณ์ suction_II 4.1.5 Transfer forceps 4.1.6 ขวดน้ า sterile 4.1.7 ภาชนะใส่ น้ ายาระงับเชื้อแช่สายยาง ถุงมือใช้แล้ว/ถังขยะติดเชื้อ 4.1.8 กระปุกสาลี Alc (ปราศจากเชื้อ) 4.1.9 syr.2cc +NSS (ปราศจากเชื้อ) 4.1.10 syr.10cc deflate cuff
  20. 20. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลIX ิ 4.1 อุปกรณ์ suction_III 4.1.12 ชามรู ปไตใส่ inner tube 4.1.13 กรณี เปลี่ยนแผล TT: set dressing, y gauze, น้ ายาทาแผล,plaster, ถุง มือ dispose, เชือกผูกท่อ TT 4.1.14 กรณี เก็บเสมหะ: กรรไกรตัดไหม, ขวด sputum c/s
  21. 21. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลX ิ 5. ปฏิบติการ suction อย่างถูกวิธี ั 5.1 ประเมินเสี ยงหายใจ ปริ มาณเสมหะ 5.2 แจ้งผูป่วยทราบเพื่อลดวิตกกังวล ้ 5.3 จัดท่าให้เหมาะสม 5.4 ล้างมือ 5.5 ใช้สาลีAlc.เช็ด joint วางสายไม่ให้ contaminate 5.6 เตรี ยมสาย suction ฉี กถุงยาวประมาณ 1.5 cms ไม่ให้ contaminate 5.7 สวมถุงมือปราศจากเชื้อข้างที่ถนัด 5.8 หยิบสายดูดเสมหะด้วยมือที่สวมถุงมือsterile ระวัง contaminate มืออีก ข้างหยิบjoint มาต่อ
  22. 22. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลXI ิ 5. ปฏิบติการ suction อย่างถูกวิธี ั 5.9 ใช้หลัก aseptic technique สอดสายยางผ่านช่องทางเดินหายใจ 5.9.1 กรณี on ETT, TT ห้ามใส่ ขณะกลืน เพราะท่อจะลงหลอดอาหาร ขณะใส่ สายไม่เปิ ดแรงดูด ใส่ ลึกถึง carina หากรู ้สึกมีสิ่งกีดขวางให้ดึง สายขึ้น 1cm. 5.9.2 กรณี nasopharynx suction ให้กะระยะความยาวสายจากปลายจมูกถึง ติ่งหู: adult=13cms,เด็กโต 8-12cms, เด็กเล็ก 4-8cms ใช้นิ้วมือข้างที่ sterile ทาเครื่ องหมายไว้ หล่อลื่นสายด้วย jelly สอดสายเข้าชิดผนังจมูก ด้านล่าง
  23. 23. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลXII ิ 5. ปฏิบติการ suction อย่างถูกวิธี_II ั 5.9.3 oropharynx suction สอดสายดูดเข้าทางข้างๆปาก(กันการขย้อน) จนถึง oropharynx ลึกประมาณ 10 cms 5.10 เริ่ มดูดเสมหะโดยใช้มือข้างไม่sterile ปิ ดปาก joint / ปล่อยสายที่พบ ั ขณะดึงสายขึ้นให้หมุนสาย 360 องศาเพื่อให้ดูดได้มากที่สุด 5.11 กรณี ยงเหลือเสมหะค้าง ั  เว้นระยะให้ผป่วยหายใจลึกๆ 3-5 ครั้งหรื อ 30วินาที- 2นาที หรื อให้ ู้ ออกซิ เจน  ไม่ดูดเกิน 3 ครั้ง
  24. 24. การปฏิบัตการกิจกรรมการพยาบาลXIII ิ 5. ปฏิบติการ suction อย่างถูกวิธี_II ั 5.12 ขณะดูดสังเกต สี จานวน อาการแสดงผูป่วย ้ 5.13 หากเสมหะเหนียวมากกระตุนการไอ และช่วยละลายเสมหะ ด้วย NSS: ้ adult 2cc, เด็ก 0.5-1cc, ทารก 0.5cc ต้องบีบambu bag 3-5 ครั้ง 5.14 เมื่อเลิกsuction ล้างสายป้ องกันเสมหะอุดตัน 5.15 ทาความสะอาด joint ด้วยสาลี alc. 5.16 กรณี ถอด inner tube ล้างด้วยผงซักฟอก ต้มน้ าเดือด 30 นาที 5.17 เมื่อต้องการส่ ง sputum c/s ต่อสายดูด เมื่อดูดได้เสมหะแล้วปลดสายแล้วตัด ด้วยกรรไกรตัดไหม 5.18 บันทึกผล อาการ อาการแสดง สี กลิ่นเสมหะ ตัวอย่าง suction 1
  25. 25. การประเมินผลการsuction 1. หายใจเสี ยงปกติ ทรวงอกขยายเท่ากัน ไม่ได้ยนเสี ยงเสมหะจาก ิ ภายในปอด 2. สัญญาณชีพปกติ อัตราการหายใจสม่าเสมอ (5cc.BP ปป. 5 mmHg.) 3. ผิวหนังสี ปกติ 4. สี หน้าสุ ขสบาย 5. เสมหะไม่มีลกษณะติดเชื้อ สี ใส ไม่มาก ไม่มีกลิ่น ั 6. แผลหลอดคอไม่ติดเชื้อ บวมแดง
  26. 26. อ้ างอิง

×