• Like
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว

  • 801 views
Uploaded on

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
801
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
3
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
  • 2. การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ อะมีบา พารามีเซียม & ยูกลีนา สัตว์มีกระดูกสันหลัง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
  • 3. การเคลื่อนไหว
    • การเคลื่อนไหว เป็นการเคลื่อนย้ายเพียงบางส่วนของร่างกายของสิ่งมีชีวิต และยังคงมีส่วนของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่
    • ที่เดิม
  • 4.
    • การเคลื่อนที่ เป็นการเคลื่อนย้ายจากอีกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง พบได้ในสัตว์ทั่วไป และในพวกโพรทิสต์
    การเคลื่อนที่
  • 5.
    • การเคลื่อนที่จะต้องมีการเคลื่อนไหวด้วยเสมอ แต่การเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนที่ด้วย
  • 6. การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
  • 7. 1. การเคลื่อนไหวโดยอาศัยการไหลของไซโทพลาสซึม
    • อะมีบาไม่มีโครงสร้างในการเคลื่อนที่โดยเฉพาะ แต่จะเคลื่อนที่โดยการไหลของไซโทพลาสซึมเป็นเท้าเทียม ( pseudopodium)
    • ไซโทพลาสซึมในอะมีบา แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
    • 1. เอ็กโทพลาสซึม เป็นไซโทพลาสซึมชั้นนอกที่มีลักษณะเป็นสารกึ่งแข็งกึ่งเหลว เรียกว่า เจล
    • 2. เอนโดพลาสซึม เป็นไซโทพลาสซึมชั้นในมีลักษณะค่อนข้างเหลว เรียกว่า โซล
  • 8.
    • การรวมตัวและแยกตัวของโปรตีนแอกทิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของไมโครฟิลาเมนต์ ทำให้สมบัติของไซโทพลาสซึมเปลี่ยนจากเจลเป็นโซลและจากโซลเป็นเจล จึงเกิดการไหลของไซโทพลาสซึมไปในทิศทางที่เซลล์เคลื่อนที่ไป และดันเยื่อหุ้มเซลล์ส่วนนั้นให้โป่งออกเป็นเท้าเทียม ทำให้อะมีบาเคลื่อนที่ได้ เรียกการเคลื่อนที่นี้ว่า การเคลื่อนที่แบบอะมีบา ( amoeboid movement)
  • 9.  
  • 10.  
  • 11. 2. การเคลื่อนไหวโดยใช้แฟลเจลลัมหรือซีเลีย
    • แฟลเจลลัม มีลักษณะเป็นเส้นยาวและมีจำนวนเพียง 1 หรือ 2 เส้นเท่านั้น แต่บางชนิดอาจจะมีจำนวนมากได้ ส่วนซีเลียมีลักษณะเป็นขนเล็กๆสั้นๆและมักมีจำนวนมาก แฟลเจลลัมจะยาวกว่าซีเลีย ในสัตว์ชั้นสูงก็มีซีเลีย แต่มักจะเป็นเซลล์ที่เยื่อบุของระบบหายใจ ท่อนำไข่ โดยช่วยโบกพัดให้สารบางอย่างเคลื่อนที่ไปได้
  • 12.  
  • 13.
    • พารามีเซียมเคลื่อนที่โดยการโบกพัดของซีเลียไปทางด้านหลัง ทำให้ตัวของพารามีเซียมเคลื่อนที่ไปข้างหน้า จากการโบกพัดของซีเลียทำให้ตัวของพารามีเซียมหมุนไปด้วย เนื่องจากไม่มีอวัยวะคอยปรับสมดุล และเนื่องจากซีเลียที่ร่องปากซึ่งมีจำนวนมากกว่า โบกพัดแรงกว่าบริเวณอื่นจึงทำให้หมุน แบคทีเรีย ยูกลีนา พารามีเซียม ไม่มีกล้ามเนื้อแต่อาศัยโครงสร้างที่เรียกว่า ซีเลีย (cilia) หรือ แฟลเจลลัม ( flagellum) ช่วยในการเคลื่อนที่
  • 14.  
  • 15. แฟลเจลลัมและซีเลีย พบว่าส่วนประกอบที่สำคัญ
    • 1. ไมโครทิวบูล เป็นหลอดเส้นเล็กๆซึ่งประกอบด้วยโปรตีน เรียกว่า ทิวบูลิน ไมโครทิวบูล เรียงตัวเป็นวง 9 กลุ่มๆละ 2 หลอด ตรงแกนกลางมี 2 หลอด ไมโครทิวบูลถูกล้อมรอบด้วยเยื่อหุ้มเซลล์ ระหว่างไมโครทิวบูลที่เรียงเป็นวงจะมีโปรตีนที่เรียกว่า ไดนีน เป็นเสมือนแขนที่เกาะกับไมโครทิวบูล เรียกว่า ไดนีนอาร์ม ทำให้แฟลเจลลัมหรือซีเลียโค้งงอและสามารถพัดโบกได้ มีโครงสร้างเป็นแบบ 9+2
  • 16.  
  • 17.
    • 2. เบซอลบอดีหรือไคนีโทโซม เป็นส่วนที่อยู่ลึกลงไปในเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นฐานของแฟลเจลลัมหรือซีเลียมีโครงสร้างเป็นแบบ 9+0 จากการทดลองพบว่าถ้าตัดเอาเบซอลบอดีออกจะมีผลทำให้แฟลเจลลัมหรือซีเลียนั้นไม่สามารถเคลื่อนไหว