• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
ห้องสมุดกับการเรียนรู้สารสนเทศ
 

ห้องสมุดกับการเรียนรู้สารสนเทศ

on

  • 9,704 views

 

Statistics

Views

Total Views
9,704
Views on SlideShare
9,704
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
26
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ห้องสมุดกับการเรียนรู้สารสนเทศ ห้องสมุดกับการเรียนรู้สารสนเทศ Presentation Transcript

    • บทที่ 1ความสำาคัญของห้องสมุดและ แหล่งเรียนรู้
    • ความหมายของห้องสมุด• ห้ อ งสมุ ด คือ สถานที่รวบรวมสรรพ วิทยาการต่าง ๆ ซึ่งได้บนทึกไว้ในรูปของ ั หนังสือ วารสาร ต้นฉบับตัวเขียน สิ่งตีพิมพ์ อื่น ๆ หรือโสตทัศนวัสดุ และมีการจัดอย่างมี ระเบียบเพื่อบริการแก่ผู้ใช้ ในอันที่จะส่งเสริม การเรียนรู้และความจรรโลงใจตามความสนใจ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยมี บรรณารักษ์เป็นผูจัดหาและจัดเตรียมให้ ้
    • ความสำาคัญของห้องสมุด• ห้ อ งสมุ ด เป็ น ที ่ ร วมวิ ท ยาการต่ า ง ๆ ที ่ ม ี ความสำ า คั ญ ต่ อ การเรี ย นการสอน• ห้ อ งสมุ ด เป็ น แหล่ ง สารนิ เ ทศที ่ ม ี ค วามสำ า คั ญ ต่ อ การค้ น คว้ า วิ จ ั ย การเลื อ กอ่ า นหนั ง สื อ• ห้ อ งสมุ ด เป็ น แหล่ ง สารนิ เ ทศที ่ เ ปิ ด โอกาสให้ ทุ ก คนเลื อ กศึ ก ษาค้ น คว้ า อย่ า งอิ ส ระ• ห้ อ งสมุ ด เป็ น แหล่ ง ข้ อ มู ล ที ่ ส ่ ง เสริ ม การอ่ า น และการค้ น คว้ า ด้ ว ยตนเอง• ห้ อ งสมุ ด เป็ น สถานที ่ ส ำ า หรั บ การพั ฒ นา คุ ณ ภาพชี ว ิ ต• ห้ อ งสมุ ด เป็ น สถานที ่ ส ่ ง เสริ ม และอนุ ร ั ก ษ์ วั ฒ นธรรมอั น ดี ง าม• ห้ อ งสมุ ด จะเป็ น แหล่ ง ข้ อ มู ล ที ่ ผ ู ้ อ ่ า นสามารถ
    • วัตถุประสงค์ของห้องสมุด • เพื ่ อ การศึ ก ษา • เพื ่ อ ให้ ค วามรู ้ แ ละข่ า วสาร • เพื ่ อ การค้ น คว้ า วิ จ ั ย • เพื ่ อ ให้ ค วามจรรโลงใจ • เพื ่ อ นั น ทนาการ
    • องค์ประกอบของห้องสมุด1. สิ ่ ง ตี พ ิ ม พ์ ได้ แ ก่ หนั ง สื อ วารสาร หนั ง สื อ พิ ม พ์ เอกสาร จุ ล สาร ในสาขา วิ ช าต่ า ง ๆ หนั ง สื อ ที ่ เ ป็ น ความรู ้ ท ั ่ ว ไป หนั ง สื อ ที ่ ม ี ค ุ ณ ค่ า ถาวรและหนั ง สื อ อ้ า งอิ ง2. หนั ง สื อ ตั ว เขี ย น ได้ แ ก่ สมุ ด ข่ อ ย หนั ง สื อ ลาน และต้ น ฉบั บ ที ่ เ ขี ย นด้ ว ย ลายมื อ อื ่ น ๆ3. โสตทั ศ นวั ส ดุ ได้ แ ก่ ภาพยนตร์ สารคดี ฟิ ล ์ ม สคริ ป สไลด์ แถบเสี ย ง
    • ประเภทของห้องสมุดและ แหล่งเรียนรู้ • ห้ อ งสมุ ด • ศู น ย์ บ ริ ก ารสารนิ เ ทศ • สถานที ่ ท ี ่ เ ป็ น แหล่ ง การเรี ย น รู ้ ส ารนิ เ ทศ • แหล่ ง สารนิ เ ทศประเภทบุ ค คล • แหล่ ง สารนิ เ ทศประเภทเครื อ ข่ า ย
    • บริการของห้องสมุด• ห้ อ งสมุ ด ที ่ ด ี จ ะปรากฏลั ก ษณะเด่ น ให้ มองเห็ น คื อ มี ว ั ส ดุ ต ่ า ง ๆ ในห้ อ ง สมุ ด ไว้ บ ริ ก ารตลอดเวลา มี บรรณารั ก ษ์ เ ป็ น ผู ้ ม ี ค วามรู ้ มี ช ั ้ น เปิ ด (Open Shelf) เป็ น ที ่ เ ก็ บ หนั ง สื อ เพื ่ อ ให้ ผ ู ้ ใ ช้ ห ้ อ งสมุ ด ได้ ค ้ น หาได้ ส ะดวก มี อ าคารสถานที ่ ถ ู ก ลั ก ษณะ อากาศ ถ่ า ยเทได้ ด ี มี แ สงสว่ า งเพี ย งพอ วั ส ดุ ต่ า ง ๆ ในห้ อ งสมุ ด จั ด ไว้ เ ป็ น ระเบี ย บ เป็ น หมวดหมู ่ มี บ ริ ก ารดี เช่ น บริ ก ารช่ ว ยค้ น คว้ า และตอบ• คำ า ถาม บริ ก ารหนั ง สื อ สำ า รอง บริ ก าร
    • ภาคผนวกห้องสมุด ประชาชน• ในมิ ่ ง มงคลสมั ย ที ่ ส มเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ทรงเจริ ญ พระ- ชนมายุ 36 พรรษา เมื ่ อ ปี พ ุ ท ธศั ก ราช 2534 กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร ได้ ร ั บ พระราชทาน พระราชานุ ญ าตให้ ด ำ า เนิ น โครงการจั ด ตั ้ ง ห้ อ งสมุ ด ประชาชน “เฉลิ ม ราชกุ ม ารี ” เพื ่ อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ แ ละเพื ่ อ สนองแนวทาง พระราชดำ า ริ ใ นการส่ ง เสริ ม การศึ ก ษาสำ า หรั บ ประชาชนที ่ ไ ด้ ท รงแสดงในโอกาสต่ า ง ๆ ใน โอกาสที ่ ท รงมี พ ระมหากรุ ณ าธิ ค ุ ณ เสด็ จ เป็ น องค์ ป ระธานในการประชุ ม สมั ช ชาสากลว่ า ด้ ว ยการศึ ก ษาผู ้ ใ หญ่ เมื ่ อ วั น ที ่ 12 มกราคม 2533 ได้ ท รงพระราชทานลายพระหั ต ถ์ เชิ ญ ชวนให้ ห น่ ว ยงานภาครั ฐ และภาคเอกชนให้
    • บทที่ 2ประเภทและความสำาคัญของ ข้อมูลสารสนเทศ
    • ความหมายของสารสนเทศ กับสารนิเทศ• สารนิ เ ทศ คื อ ความรู ้ เรื ่ อ งราว ข้ อ มู ล ข่ า วสาร ซึ ่ ง มี ก ารบั น ทึ ก และจั ด การตามหลั ก วิ ช าการเพื ่ อ เผยแพร่ และเพื ่ อ ใช้ ป ระโยชน์ ในการพั ฒ นาด้ า นต่ า งๆ ทั ้ ง ในส่ ว นบุ ค คลและ สั ง คม• สารสนเทศ ก็ ค ื อ ผลสรุ ป ที ่ ไ ด้ จ ากการนำ า ข้ อ มู ล มาประมวลด้ ว ยวิ ธ ี ก ารต่ า งๆ เช่ น การ สรุ ป ทางสถิ ต ิ การเปรี ย บเที ย บ การจำ า แนก หรื อ จั ด กลุ ่ ม ฯลฯ ดั ง นั ้ น ในวงการ คอมพิ ว เตอร์ จ ึ ง ถื อ ว่ า ระบบสารสนเทศ คื อ ระบบจั ด เก็ บ ข้ อ มู ล ในด้ า นต่ า งๆ เอาไว้ แล้ ว นำ า ข้ อ มู ล มาประมวลให้ เ ป็ น สารสนเทศเพื ่ อ ส่ ง ให้ ผ ู ้ ใ ช้ ระบบสารสนเทศที ่ ร ู ้ จ ั ก กั น ดี ก ็ ค ื อ ระบบสารสนเทศเพื ่ อ การจั ด การ
    • ความสำาคัญของข้อมูล สารสนเทศ• การให้ บ ริ ก ารสารสนเทศต่ า ง ๆ เป็ น สิ ่ ง จำ า เป็ น ต่ อ การพั ฒ นาหน่ ว ยงานทุ ก หน่ ว ยซึ ่ ง มี ผ ลต่ อ การพั ฒ นาประเทศ ชาติ มี ค ำ า กล่ า วที ่ ว ่ า “ ความรู ้ ค ื อ อำ า นาจ ” หรื อ “ สารสนเทศคื อ อำ า นาจ ” (Information is Power) ใครมี ข ้ อ มู ล มากผู ้ น ั ้ น ย่ อ มมี อ ำ า นาจมาก คำ า ดั ง กล่ า วสามารถพิ ส ู จ น์ ไ ด้ ด ี ใ น วงการธุ ร กิ จ หรื อ อุ ต สาหกรรม บริ ษ ั ท ใดมี ข ้ อ มู ล ทางเทคโนโลยี ใ หม่ ๆ ย่ อ ม ได้ เ ปรี ย บกว่ า บริ ษ ั ท ที ่ ไ ม่ ม ี ก ารพั ฒ นา เทคโนโลยี ศู น ย์ ส ารสนเทศต่ า ง ๆ จึ ง
    • คุณค่าของสารนิเทศ • ความถู ก ต้ อ ง • สะดวก รวดเร็ ว ตรงตาม ความต้ อ งการ • มี ค วามสมบู ร ณ์ ครบถ้ ว น • ความน่ า สนใจ • ต่ อ เนื ่ อ งสั ม พั น ธ์ ก ั น
    • ประโยชน์และความสำาคัญ ของสารสนเทศ • เพื ่ อ การศึ ก ษา (Education) • เพื ่ อ ให้ ค วามรู ้ (Information) • เพื ่ อ การค้ น คว้ า (Research) • เพื ่ อ ความจรรโลงใจ (Inspiration) • เพื ่ อ ความบั น เทิ ง (Recreation)
    • บทบาทของสารสนเทศใน ด้านต่าง ๆ • บทบาทของสารสนเทศต่ อ การ พั ฒ นาประเทศ • บทบาทของสารสนเทศด้ า นการค้ า • บทบาทของสารสนเทศทางด้ า นการ ศึ ก ษา • บทบาทของสารสนเทศด้ า น การเมื อ งการปกครอง • บทบาทของสารสนเทศด้ า น อุ ต สาหกรรม
    • แหล่งสารสนเทศหรือแหล่ง ค้นคว้า • การจำาแนกลักษณะของแหล่งสารสนเทศ ตามประเภทของที่มา • การจำาแนกลักษณะของแหล่งสารสนเทศ ตามลักษณะการใช้
    • แหล่งสารสนเทศที่สำาคัญ • ห้ อ งสมุ ด • ศู น ย์ เ อกสารหรื อ ศู น ย์ ข้ อ มู ล • แหล่ ง สารสนเทศอื ่ น ๆ
    • ประเภททรัพยากร สารสนเทศ 1. วั ส ดุ ต ี พ ิ ม พ์ (Printed Materials) 2. วั ส ดุ ไ ม่ ต ี พ ิ ม พ์ (Non Printed Materials)
    • การเลือกใช้และการระวังรักษา ทรัพยากรสารสนเทศ• รั ก ษาทรั พ ยากรสารสนเทศให้ อ ยู ่ ใ น สภาพเดิ ม ที ่ ส ามารถใช้ ง านได้• ไม่ ฉ ี ก ตั ด หรื อ ทำ า ลายทรั พ ยากร สารสนเทศ เพราะจะทำ า ให้ ผ ู ้ ม าใช้ ที ห ลั ง ไม่ ส ามารถใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้• ยื ม และคื น ตามกำ า หนดทรั พ ยากร สารสนเทศเพื ่ อ ให้ ผ ู ้ อ ื ่ น ได้ ใ ช้ ประโยชน์
    • บทที่ 3การใช้สารสนเทศและ หนังสืออ้างอิง
    • หนังสืออ้างอิง• หนั ง สื อ อ้ า งอิ ง (Reference Books) คื อ หนั ง สื อ ที ่ ร วมข้ อ เท็ จ จริ ง ซึ ่ ง รวบรวมมาจากแหล่ ง ต่ า ง ๆ นำ า มา เรี ย บเรี ย งเข้ า ด้ ว ยกั น เพื ่ อ ใช้ ไ ด้ อย่ า งรวดเร็ ว เป็ น หนั ง สื อ ที ่ ผ ู ้ ใ ช้ จ ะ อ่ า นเฉพาะตอนที ่ ต ้ อ งการ ไม่ จำ า เป็ น ต้ อ งอ่ า นทั ้ ง เล่ ม หนั ง สื อ อ้ า งอิ ง จะจั ด เรี ย งลำ า ดั บ อั ก ษร หรื อ ตามลำ า ดั บ ปี หรื อ มิ ฉ ะนั ้ น จะมี
    • ลักษณะทั่วไปของหนังสือ อ้างอิง• เป็ น หนั ง สื อ ที ่ ม ุ ่ ง ให้ ข ้ อ เท็ จ จริ ง และความรู ้ เ ป็ น สำ า คั ญ• รวบรวมความรู ้ ใ นสาขาวิ ช าต่ า ง ๆ มี ข อบเขต กว้ า งขวางเพื ่ อ ใช้ ต อบปั ญ หาทั ่ ว ๆ ไป• เขี ย นโดยผู ้ ท รงคุ ณ วุ ฒ ิ ห ลาย ๆ ท่ า นในสาขา วิ ช านั ้ น ๆ โดยเฉพาะ• จั ด เรี ย บเรี ย งเนื ้ อ เรื ่ อ งไว้ อ ย่ า งมี ร ะเบี ย บ เพื ่ อ ให้ ใ ช้ ไ ด้ ส ะดวกและรวดเร็ ว• มั ก มี ข นาดแตกต่ า งจากหนั ง สื อ ธรรมดา เช่ น มี ขนาดใหญ่ ก ว่ า มี ค วามยาว อาจพิ ม พ์ เ ป็ น ชุ ด ๆ ละหลาย ๆ เล่ ม• ไม่ จ ำ า เป็ น ต้ อ งอ่ า นตลอดทั ้ ง เล่ ม ต้ อ งการทราบ
    • ลักษณะของหนังสืออ้างอิง ที่ดี • ผู ้ แ ต่ ง หรื อ ผู ้ ร วบรวม • ขอบเขตของหนั ง สื อ • วิ ธ ี เ ขี ย น • การเรี ย งลำ า ดั บ • รู ป เล่ ม • บรรณานุ ก รม • ลั ก ษณะพิ เ ศษอื ่ น ๆ
    • การใช้เครื่องมือช่วยค้นอย่าง รวดเร็วในหนังสืออ้างอิง• อั ก ษรนำ า เล่ ม• ดรรชนี ร ิ ม หน้ า กระดาษหรื อ ดรรชนี ล ั ก ษณะ เป็ น ครึ ่ ง วงกลมที ่ ร ิ ม หน้ า กระดาษ• คำ า นำ า ทาง• ส่ ว นโยง• ภาคผนวก• ดรรชนี• ดรรชนี ร วม• สารบั ญ
    • ประเภทของหนังสืออ้างอิง • หนั ง สื อ อ้ า งอิ ง ที ่ ใ ห้ ส ารสนเทศ ได้ โ ดยตรง • หนั ง สื อ อ้ า งอิ ง ชี ้ แ หล่ ง ข้ อ มู ล
    • บทที่ 4 การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศห้องสมุด
    • ความหมายของการจัดหมู่ หนังสือ• การจัดหมู่หนังสือ หมายถึง การจัด หนังสือที่มเนื้อเรื่อง หรือแบบการ ี ประพันธ์อย่างเดียวกันไว้ดวยกัน และ ้ ใช้สัญลักษณ์แทนประเภทของ หนังสือเหล่านั้น เมือห้องสมุดทำาการ ่ จัดหมูหนังสือแล้วจะเขียนสัญลักษณ์ ่ แทนประเภทของหนังสือไว้ที่สน ั หนังสือ สัญลักษณ์ ก็คอเลขหมู่ ื หนังสือ หนังสือทีอยู่ในสาขาวิชา ่
    • ประโยชน์ของการจัดหมู่ หนังสือ1. ผู้ใช้หองสมุดหรือสื่อสารสนเทศและเจ้าหน้าที่ ้ ห้องสมุด สามารถค้นหาข้อมูลจากสารสนเทศที่ ต้องการได้ง่ายและประหยัดเวลา2. หนังสือและสื่อที่มเนือหาวิชาอย่างเดียวกันหรือ ี ้ คล้ายคลึงกันจะรวมอยู่ในหมวดหมูเดียวกัน ช่วย ่ ให้ผู้ใช้หองสมุดมีโอกาสเลือกหนังสือและสื่อที่มี ้ เนือเรืองตามต้องการได้จากหนังสือหลาย ๆ เล่ม ้ ่ และจากสื่ออืน ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ่3. หนังสือที่มเนื้อเรืองเกี่ยวเนืองกัน หรือสัมพันธ์กน ี ่ ่ ั จะอยู่ใกล้ ๆ กัน ซึ่งจะช่วยให้ ผู้อ่านสามารถหา หนังสือที่มเรื่องราวเหมือนกันมาประกอบเนื้อหา ี ให้สมบูรณ์ยิ่งขึน ้4. ช่วยให้ทราบว่ามีจำานวนหนังสือในแต่ละหมวด มากน้อยเท่าใด5. เมื่อได้หนังสือใหม่หรือสื่อสารสนเทศใหม่เข้ามา
    • ลักษณะของระบบจัดหมู่ หนังสือที่ดี1. การจัดหมูหนังสือโดยการให้เลขหมู่ ่ หนังสืออย่างกว้าง ๆ (Broad Classification) หมายถึง การจัดหมู่ หนังสือโดยเลือกใช้เฉพาะหมวดและหมู่ ใหญ่เท่านั้น รายละเอียดในหมู่ย่อยไม่นำา มาใช้2. การจัดหมูหนังสืออย่างละเอียด (Close ่ Classification) หมายถึง การจัดหมู่ หนังสือโดยให้เลขหมู่อย่างละเอียดและ
    • ระบบทศนิยมดิวอี้• การจัดหมู่หนังสือระบบทศนิยมของดิวอี้ (Dewey Decimal Classification) เรียกย่อ ๆ ว่า “ระบบการจัดหมู่หนังสือดิ วอี้” หรือระบบ D.D.C. หรือ D.C. เป็น ระบบที่ใช้ ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์แทน ประเภทหนังสือ เป็นระบบการจัดหมู่ หนังสือที่ เมลวิล ดิวอี้ (Melvil Dewey) บรรณารักษ์ชาวอเมริกัน เป็นผู้คิดขึนใน ้ ปี ค.ศ. 1873 และเป็นระบบที่ได้รับความ
    • ระบบหอสมุดรัฐสภา อเมริกัน• ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress Classification) เป็นระบบการ จัดหมู่หนังสือโดยใช้ตัวอักษรผสมกับ ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์ ดรงเฮอร์เบอร์ด พุ ทนัม บรรณารักษ์หอสมุดรัฐสภาเป็นผู้ คิดค้นขึนในปี ค.ศ. 1899 นิยมใช้ในห้อง ้ สมุดมหาวิทยาลัยและห้องสมุดเฉพาะ โดยใช้อักษร A-Z หรือ ก-ฮ แทนเนื้อหา หนังสือ ซึ่งแบ่งออกเป็น 20 หมวดใหญ่
    • การจัดหมู่โสตทัศนวัสดุ• การจัดหมู่วสดุไม่ตพิมพ์ ใช้เลขทะเบียนอักษรย่อ ั ี แทนวัสดุแต่ละประเภท ดังนี้• MA ย่อมาจาก Map (แผนที) ่• S ย่อมาจาก Slide (ภาพ นิง) ่• FS ย่อมาจาก Filmstrips (ภาพ เลื่อน)• F ย่อมาจาก Film (ภาพยนตร์)• MIC ย่อมาจาก Microfilm
    • การจัดหมู่หนังสือด้วย สัญลักษณ์• หนังสือบางประเภทผู้อ่านให้ความสนใจใน ด้านการใช้ภาษา ตลอดจนวิธการดำาเนิน ี เรื่องมากกว่าสาระทางวิชาการ ห้องสมุด จึงใช้อักษรย่อของคำาที่บอกประเภท หนังสือนั้น ๆ แทนการให้เลขหมู่หนังสือ แต่ละเล่ม ซึ่งห้องสมุดแต่ละแห่งอาจจะ ใช้ตัวอักษรย่อแตกต่างกันสำาหรับหนังสือ ประเภทเดียวกัน เช่น• น,นว แทน นวนิยาย• F,FIC แทน Fiction• ร.ส. แทน รวมเรื่องสั้น
    • การใช้เลขเรียกหนังสือ (Call Number)• เลขเรียกหนังสือ คือ สัญลักษณ์ที่ห้องสมุด กำาหนดขึ้นใช้แทนเนื้อหาหนังสือแต่ละเล่ม เพือบอกที่อยู่ของหนังสือ จะปรากฏที่สัน ่ หนังสือเป็นสำาคัญ เลขเรียกหนังสือประกอบ ด้วย เลขหมู่หนังสืออักษรตัวแรก ของชือผู้ ่ แต่งสำาหรับหนังสือภาษาไทย และอักษรตัว แรกของชือสกุลสำาหรับผู้แต่งในภาษาต่าง ่ ประเทศ เลขผู้แต่ง และอักษรตัวแรกของชือ ่ หนังสือ นอกจากนีอาจปรากฏ อักษร ฉ.1, ฉ. ้ 2... หรือ C.1, C.2 ... ถ้าหนังสือนันมีหลาย ้
    • การใช้อักษรประกอบเลข หมู่• อักษรประกอบเลขหมูจะใช้เติมเหนือ ่ เลขหมู่ หรือเลขเรียกหนังสือเพื่อ บอกให้ทราบประเภทของหนังสือ เช่น หนังสืออ้างอิง หนังสือแบบเรียน เป็นต้น อักษรที่ใช้ประกอบเลขหมู่มี ดังนี้ คือ• หนังสืออ้างอิง ใช้ อ สำาหรับหนังสือ ไทย
    • เลขเรียกหนังสือ 1. เลขหมู่หนังสือ (Class Number) 2. เลขผูแต่ง (Author ้ Number) 3. อักษรชื่อเรื่อง (Work Mark)
    • การเรียงหนังสือบนชั้น1. เรียงหนังสือทุกเล่มตามเลขเรียกหนังสือ2. เรียงหนังสือจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง3. การเรียง ถ้าเป็นการจัดหมู่หนังสือระบบ ทศนิยมแบบดิวอี้ ต้องเรียงจากน้อยไปหามาก4. ส่วนการจัดหมู่หนังสือระบบหอสมุดรัฐสภา อเมริกัน จะเรียงตามลำาดับอักษร A-Z ถ้า อักษรตัวแรกซำ้ากัน เรียงตามลำาดับอักษรตัวที่ 2 ถ้าอักษรสองตัวแรกซำ้ากันเรียงตามเลขที่อยู่ ถัดมาจากเลขน้อยไปหาเลขมาก
    • การจัดเรียงและการให้บริการ หนังสือพิมพ์ วารสาร• ห้องสมุดจะทำา หนังสือพิมพ์ ใส่ไม้หนีบและวางไว้บน ที่วางหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับจะ บริการให้อ่าน 2 วัน จากนั้นจะเก็บไว้ตางหาก ถ้าผูอ่าน ่ ้ ต้องการจะค้นหาข้อมูลย้อนหลังก็สามารถยืมพิเศษจาก เจ้าหน้าที่ได้• วารสาร ห้องสมุดจะมีชั้นเรียงสำาหรับวางวารสาร โดยเฉพาะ การจัดวางวารสารเข้าชันจะจัดตามลำาดับตัว ้ อักษรชือวารสารจากซ้ายไปขวา เช่นเดียวกับการจัด ่ หนังสือวารสารเล่มปัจจุบันจะวางอยูบนชันเอียง ส่วน ่ ้ ฉบับล่วงเวลา 1 ฉบับแล้ว อยู่บนชันตรง ซึงอยู่ใต้ ้ ่ วารสาร นั้น ๆ ส่วนบนชันวารสารจะมีป้ายกำากับชื่อ ้ วารสารไว้ให้สังเกตง่ายอีกด้วย• ส่วนฉบับที่ล่วงมาแล้ว เมื่อเกิน 2 อาทิตย์ จะนำาไป เก็บไว้ที่เก็บวารสาร ซึงแยกตามฉบับที่ ปีที่ บางเล่มก็ ่
    • การจัดเรียงและการให้บริการ หนังสืออ้างอิง• การจัดเรียงและการให้บริการหนังสืออ้างอิง• หนังสืออ้างอิงหรือหนังสืออุเทศ ห้องสมุดจะ จัดแยกไว้ต่างหากจากหนังสือทั่วไป อาจแยก ชันหรือแยกห้องไว้โดยเฉพาะ เพราะเป็น ้ หนังสือที่ไม่ให้ยืมออกจากห้องสมุด จะสังเกต ง่ายเพราะจะมีอักษรย่อ “อ” หรือ “R” หรือ “Ref” ที่สันหนังสือ การเรียงหนังสืออ้างอิง ก็ จัดเรียงลำาดับเช่นเดียวกันกับหนังสือทั่วไป
    • การจัดเก็บและการให้ บริการจุลสาร• ลงทะเบียนเฉพาะจุลสารที่ได้รบแจก หรือแลกเปลี่ยน ั จำานวนทั้งหมดกี่เล่ม• ใช้ตราห้องสมุดประทับลงบนหน้าปก หน้าชื่อเรื่อง และ หน้าอื่น ๆ ซึ่งทางห้องสมุดกำาหนดเช่นดียวกับหนังสือ• ระบุหัวเรื่องโดยพิจารณาจากเนื้อเรื่องของจุลสารเช่น เดียวกับการให้หัวเรื่องหนังสือเขียนไว้ส่วนตั้ง ส่วนยื่น ของแฟ้มหรือหัวแฟ้ม• จัดเก็บไว้ในแฟ้มตามหัวเรื่อง แล้วจัดเรียงตามลำาดับตาม อักษรของหัวเรืองไว้ในตู้เก็บจุลสาร ่• จัดทำาบัตรรายการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการห้องสมุดค้นหาเรื่อง ที่ต้องการได้โดยสะดวก• เมือต้องการจะค้นคว้าเรื่องใดก็ไปเปิดดูที่ตู้บัตรรายการ ่ บัตรหัวเรื่อง ถ้ามีเรื่องที่ต้องการจะบอกให้ดูเพิ่มเติมที่ จุลสาร ผู้ใช้ก็ไปเปิดตู้จลสารตามลำาดับอักษร เมื่อพบแฟ้ม ุ หัวเรื่อง นั้นให้ยกออกมาทั้งแฟ้มเปิดดูตามต้องการ เสร็จ
    • การจัดทำากฤตภาค• สิงพิมพ์ที่เอามาตัดทำากฤตภาค คือ ่ หนังสือพิมพ์ฉบับที่ล่วงไปแล้วอย่างน้อย 7 วัน วารสารหรือนิตยาสารเก่า ๆ ที่ชำารุดแล้ว หรือ นิตยสารที่ไม่มีคุณค่าควรเย็บเล่ม แต่บางเรื่อง ดีมีคณค่าหาจากที่อื่นไม่ได้ หรือสิงพิมพ์อื่น ๆ ุ ่ ที่สามารถตัดทำาเป็นกฤตภาคได้ คุณค่าของ ก ฤตภาคอยู่ที่ผู้จัดทำามีวิจารณญาณในการคัด เลือกข่าวต่าง ๆ
    • บทที่ 5 เครื่องมือและวิธีการใช้ เครืองมือ ่ในการค้นข้อมูลสารสนเทศ
    • การสืบค้นสารสนเทศ• การสื บ ค้ น สารสนเทศ (Information Retrieval) หมายถึง วิธการเข้าถึงสารสนเทศ (Information ี Access) เพือให้ได้มาซึ่งสารสนเทศที่ ่ ตรงกับความต้องการ โดยใช้เครื่องมือ ช่วยค้นที่แหล่งสารสนเทศจัดทำาขึ้น
    • การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ ด้วยระบบมือ ก. การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศด้วยบัตร ข. การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศด้วย หนังสือ
    • การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ ด้วยเทคโนโลยี • การสื บ ค้ น สารสนเทศใน สั ง คมสารสนเทศ • วิ ธ ี ก ารสื บ ค้ น
    • วิธีการสืบค้นข้อมูลด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศการสืบค้นข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์การสืบค้นข้อมูลด้วยแผ่น CD-ROMการสืบค้นข้อมูลด้วยการชมโทรทัศน์จากจานรับสการสืบค้นข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต
    • บทที่ 6การสืบค้นข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต
    • ความเป็นมาของ อินเทอร์เน็ต• อินเทอร์เน็ตเริ่มต้นขึ้นในปี 1969• ในปี 1983 การทำางานบนระบบเน็ต เวอร์ก
    • ระบบการทำางานของ อินเทอร์เน็ต• ระบบอิ น เทอร์ เ น็ ต จะทำ า งานส่ ง และรั บ ข้ อ มู ล จากคอมพิ ว เตอร์ เ ครื ่ อ งอื ่ น ๆ ในลั ก ษณะชิ ้ น ส่ ว นขนาดเล็ ก หลาย ๆ กลุ ่ ม เรี ย กว่ า แพ็ ก เกจ (Packets) แต่ ล ะแพ็ ก เกจจะมี ท ี ่ อ ยู ่ ข องผู ้ ส่ ง และผู ้ ร ั บ ขนาดสู ง สุ ด ของแพ็ ก เกจจะ เปลี ่ ย นไปตามเครื อ ข่ า ย แต่ โ ดยปกติ จ ะ อนุ ญ าตให้ ม ี ข นาดระหว่ า ง 200 - 2,000 Octets (1 Octet บน Internet คื อ 1 Bite หรื อ 1 ตั ว อั ก ษร) ขนาดทั ่ ว ไป ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ คื อ 1,536 Octets ข้ อ มู ล ใดที ่ ม ี ข นาดใหญ่ กว่ า 1 แพ็ ก เกจ จะต้ อ งแยกส่ ง ไปเป็ น หลาย แพ็ ก เกจ ข้ อ มู ล จะถู ก ส่ ง ไปหลายเส้ น ทางผ่ า น
    • วิธีการเข้าสู่ระบบ อินเทอร์เน็ต• วิ ธ ี ก ารพื ้ น ฐานที ่ ผ ู ้ ใ ช้ จ ะเข้ า สู ่ Internet มี 2 ทาง คื อ การเข้ า สู ่ Internet โดยตรง (Direct Access) และการเข้ า สู ่ Internet โดยผ่ า นอุ ป กรณ์ แ ปลงสั ญ ญาณต่ อ เชื ่ อ ม ระหว่ า งสายโทรศั พ ท์ ก ั บ เครื ่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ของผู ้ ใ ช้ ท ี ่ เ รี ย กว่ า โมเด็ ม (Modem)• การเข้ า สู ่ Internet โดยตรง ผู ้ ใ ช้ จ ะเข้ า ได้ เร็ ว กว่ า วิ ธ ี ก ารใช้ โ มเด็ ม และการเข้ า ถึ ง Internet ด้ ว ยวิ ธ ี น ี ้ จ ะทำ า ให้ ผ ู ้ ใ ช้ ส ามารถ เรี ย กดู ข ้ อ มู ล ที ่ เ ป็ น กราฟฟิ ก ซึ ่ ง มี ท ั ้ ง ข้ อ ความ เสี ย ง ภาพ ภาพและข้ อ ความ เคลื ่ อ นไหวได้ ร วดเร็ ว มาก ด้ ว ยวิ ธ ี น ี ้ ผ ู ้ ใ ช้
    • บริการบนอินเทอร์เน็ต• ไปรษณี ย ์ อ ิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ (E-Mail)• สนทนาแบบออนไลน์• “กระดานข่ า ว” หรื อ บู เ ลติ น บอร์ ด บนเครื อ ข่ า ยอิ น เทอร์ เ น็ ต• Ftp (File Transfer Protocol) บริ ก ารโอนย้ า ย ไฟล์ ข ้ อ มู ล หรื อ ไฟล์ โ ปรแกรมต่ า ง ๆ• Telnet• Archie• Gopher• Hytelnet• WAIS (Wide Area Information Service)• บริ ก ารความสะดวกอื ่ น ๆ
    • การสืบค้นข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต• WWW เป็ น การทำ า งานของเครื ่ อ ง คอมพิ ว เตอร์ ใ นลั ก ษณะที ่ เ ชื ่ อ มโยงกั น ผู ้ ท ี ่ ท ำ า ให้ Internet เป็ น ที ่ ร ู ้ จ ั ก กั น แพร่ หลาย คื อ Dr.Tim Berners-Lee โดย ในปี ค.ศ.1990 ขณะที ่ เ ขา เป็ น นั ก ฟิ ส ิ ก ส์ อ ยู ่ ท ี ่ ห ้ อ งปฏิ บ ั ต ิ ก ารอนุ ภ าค ฟิ ส ิ ก ส์ ณ กรุ ง เจนี ว า ประเทศ สวิ ส เซอร์ แ ลนด์ เขามี ค วามคิ ด ว่ า งาน ของเขาจะง่ า ยขึ ้ น ถ้ า เขาและเพื ่ อ นร่ ว ม งานสามารถเชื ่ อ มโยงเครื ่ อ ง คอมพิ ว เตอร์ แ ต่ ล ะเครื ่ อ งเข้ า ด้ ว ยกั น
    • การเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต เวิลด์ไวด์เว็บ • เชื่อมต่อกับโฮสต์ โดยใช้มาตรฐาน TCP/IP หรือเชื่อมต่อกับ ISP ด้วย โปรโตคอล PPP (Point-to-Point Protocol) • สมัครเข้าเป็นสมาชิก ISP หรือ สถานศึกษาของตนเองในกรณีที่เป็น นักศึกษา ซึงจะได้ชื่อผู้ใช้ (User ่ Account) และรหัสผ่าน (Passwor
    • การเชื่อมต่อไปยังผูให้บริการ ้ อินเทอร์เน็ต • เครื ่ อ งมื อ ในการค้ น ข้ อ มู ล บน WWW. (Browser Programs) • โปรแกรม Internet Explorer • การใช้ เ มนู ต ่ า งๆ ในโปรแกรม Internet Explorer
    • การค้นหาข้อมูลในเวิลด์ ไวด์เว็บ• Search Engine เป็นเว็บไซต์ค้นหา ข้อมูลที่ใช้โปรแกรมอัตโนมัติรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ต่าง ๆ โดย ละเอียด เหมาะกับการหาข้อมูลแบบ เฉพาะเจาะจง Search Engine ที่ได้รับ ความนิยม คือ Google, Catcha และ Sanook• Search Directories เป็นเว็บไซต์ค้นหา ข้อมูลโดยจัดเป็นหมวดหมู่ทเหมาะสม ี่ แต่ปริมาณข้อมูลอาจไม่ครอบคลุมทุก
    • จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) • อีเมล์ • ตู ้ จ ดหมาย • อีเมล์ แอ็ดเดรส
    • หน้าที่และรูปแบบของโปรแกรม รับ-ส่งอีเมล์ • วิธการใช้โปรแกรมรับ-ส่งอีเมล์ ี • การค้ น ข้ อ มู ล ในระบบ Internet
    • เทคนิคการสืบค้นสารสนเทศ บน WWW1. การตั ้ ง หรื อ กำ า หนดคำ า ถามและขอบเขตของ คำ า ถามนั ้ น2. การจำ า แนกแนวคิ ด ในคำ า ถามนั ้ น ๆ3. การกำ า หนดคำ า ค้ น หรื อ การแปลคำ า ถามที ่ ต ้ อ งการ สื บ ค้ น ออกมาเป็ น คำ า ค้ น ให้ ถ ู ก ต้ อ ง4. การเชื ่ อ มคำ า5. การเลื อ กใช้6. ทำ า การสื บ ค้ น และประเมิ น ผลข้ อ มู ล ที ่ ไ ด้ ร ั บ ปกติ ผลจะให้ แ ตกต่ า งกั น ไป แต่ ค วรตรวจสอบไม่ เ กิ น 50 อั น ดั บ แรกที ่ ส ่ ง มาให้ อาจ
    • แหล่งสารสนเทศในการสืบค้นด้วยระบบ โอแพค (OPAC)1. การสื บ ค้ น ทรั พ ยากรสารสนเทศของ ห้ อ งสมุ ด มหาวิ ท ยาลั ย เกษตรศาสตร์2. การสื บ ค้ น ทรั พ ยากรสารสนเทศ ของ สถาบั น วิ ท ยบริ ก ารจุ ฬ าลงกรณ์ มหาวิ ท ยาลั ย ด้ ว ย Web OPAC3. ระบบสื บ ค้ น สารสนเทศของสำ า นั ก หอ สมุ ด กลางมหาวิ ท ยาลั ย ศรี น คริ น ทรวิ โ รฒประสานมิ ต ร
    • บทที่ 7การเลือกใช้และรวบรวม ข้อมูลสารสนเทศ
    • พัฒนาการของสารสนเทศ • คลื ่ น ยุ ค ที ่ 1 ยุ ค ปฏิ ว ั ต ิ ท าง เกษตรกรรม • คลื ่ น ยุ ค ที ่ 2 ยุ ค ปฏิ ว ั ต ิ ท าง อุ ต สาหกรรม • คลื ่ น ยุ ค ที ่ 3 ยุ ค เทคโนโลยี ร ะดั บ สู ง
    • พัฒนาการของงาน สารสนเทศ• จากพั ฒ นาการในการใช้ ส ื ่ อ สารสนเทศประเภท สิ ่ ง พิ ม พ์ ที ่ ท ำ า ให้ ป ริ ม าณของสิ ่ ง พิ ม พ์ มี จำ า นวนมาก จึ ง ทำ า ให้ เ กิ ด สถาบั น ส่ ง เสริ ม การ ศึ ก ษาค้ น คว้ า ซึ ่ ง เป็ น จุ ด กำ า เนิ ด ของวิ ช า สารนิ เ ทศศาสตร์ (Information Science) ใน ปี ค.ศ. 1895 พอล ออทเล็ ท (Paul Otlet) และ เฮ็ น รี ลา ฟองเทน (Henri La Fontain) ได้ ก่ อ ตั ้ ง สถาบั น บรรณานุ ก รมระหว่ า งประเทศ (Institute International de Bibliographie) ในกรุ ง บรั ส เซล ประเทศเบลเยี ่ ย ม ซึ ่ ง เป็ น สถาบั น ที ่ ผ ลิ ต สิ ่ ง พิ ม พ์ “ บรรณานุ ก รมสำ า หรั บ ค้ น สารสนเทศวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี ” ขึ ้ น มาเป็ น เล่ ม แรกในปี ค.ศ. 1904 นั บ ว่ า เป็ น
    • การจัดการกับสารสนเทศ มากเกินไป• ปั จ จุ บ ั น ผู ้ บ ริ ห ารต่ า งยอมรั บ ว่ า สารสนเทศ เป็ น ทรั พ ยากรที ่ ส ำ า คั ญ อย่ า งหนึ ่ ง ที ่ ม ี ต ่ อ การบริ ห ารจั ด การ ของหน่ ว ยงาน จนกลายเป็ น “ ทรั พ ยากรสำ า คั ญ อั น ดั บ สี ่ ขององค์ ก ร ” ต่ อ จาก Man, Machine และ Money ผู ้ บริ ห ารจะต้ อ งคอยฟั ง ข่ า วสารอยู ่ ต ลอดเวลา เพื ่ อ สแกน ข่ า วหาเรื ่ อ งที ่ น ่ า สนใจจากหนั ง สื อ พิ ม พ์ รั บ ฟั ง ข่ า วทาง วิ ท ยุ อ่ า นรายงานที ่ ม ี ผ ู ้ จ ั ด เตรี ย มเสนอให้ ต ั ด สิ น ใจ รวม ทั ้ ง พบปะกั บ ผู ้ บ ริ ห ารระดั บ สู ง อื ่ น ๆ เพื ่ อ ให้ ข ้ อ มู ล ข่ า วสาร การเปิ ด คอมพิ ว เตอร์ ด ู จ ดหมายอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ ถ้ า ผู ้ บ ริ ห ารเหล่ า นี ้ ไ ม่ ไ ด้ ร ั บ สารสนเทศที ่ จ ำ า เป็ น อย่ า งพอ เพี ย งแล้ ว จะไม่ ส ามารถบริ ห ารจั ด การหน่ ว ยงานของตน ให้ ด ำ า เนิ น ไปได้ อ ย่ า งราบรื ่ น แต่ ป ั จ จุ บ ั น ผู ้ บ ริ ห ารเหล่ า นี ้ กลั บ ต้ อ งเผชิ ญ กั บ สถานการณ์ ต รงข้ า มจากการ ไม่ ม ี ส ารสนเทศที ่ จ ะตั ด สิ น ใจ คื อ เขากำ า ลั ง ประสบปั ญ หา เรื ่ อ งการรั บ สารสนเทศมากเกิ น ไป (Information Overload) เกิ น ความจำ า เป็ น เขาได้ ร ั บ ข่ า วสารที ่ ไ ม่ เ ป็ น
    • สภาพกระแสสารสนเทศ ท่วมท้น • ปั ญ หาในการคั ด เลื อ ก • ปั ญ หาในการจั ด หาวั ส ดุ สารสนเทศ • ปั ญ หาเรื ่ อ งสถานที ่ เ ก็ บ • ปั ญ หาทางการจั ด หมวดหมู ่ แ ละ การจั ด ทำ า รายการ • ปั ญ หาทางด้ า นบริ ก าร • ปั ญ หาทางด้ า นอนุ ร ั ก ษ์ ว ั ส ดุ สารสนเทศ •
    • อิทธิพลของคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีโทรคมนาคม• คอมพิ ว เตอร์ ไ ด้ เ ข้ า มาช่ ว ยลดการ ทำ า งานด้ า นเทคนิ ค การค้ น หาข้ อ มู ล ที ่ ซั บ ซ้ อ น• ด้ า นบุ ค ลากร• การสร้ า งข่ า ยงานระหว่ า งห้ อ งสมุ ด• โครงสร้ า งองค์ ก ารและการบริ ห ารงาน ห้ อ งสมุ ด• ด้ า นบริ ก ารสารสนเทศห้ อ งสมุ ด• การสร้ า งกระบวนวิ ช าที ่ เ บี ่ ย งเบนจาก บรรณารั ก ษศาสตร์ แ บบเดิ ม
    • อิทธิพลของเทคโนโลยีโทรคมนาคม ต่องานสารสนเทศ • การจั ด หาและรวบรวมวั ส ดุ สารสนเทศ • การกระจายสารสนเทศ • การบริ ห ารหน่ ว ยงาน
    • แนวทางใหม่ในการจัดการกับ สารสนเทศ • กระบวนการพื ้ น ฐานในการจั ด การ กั บ สารสนเทศ • แนวทางใหม่ ส ำ า หรั บ จั ด การกั บ สารสนเทศท่ ว มท้ น
    • การเลือกใช้สอสารสนเทศหรือวัสดุทให้ ื่ ี่ บริการในห้องสมุด 1. สื ่ อ สารสนเทศลายลั ก ษณ์ อ ั ก ษร 2. สารสนเทศไม่ ต ี พ ิ ม พ์ 3. วั ส ดุ แ ผนที ่ 4. สไลด์ 5. ฟิ ล ์ ม สตริ ป 6. ภาพยนตร์ 7. วั ส ดุ บ ั น ทึ ก เสี ย งและภาพ 8. ชุ ด การสอน 9. ตู ้ อ ั น ตรทั ศ น์ 10.แผ่ น โปร่ ง ใส 11.หุ ่ น จำ า ลอง 12.ของตั ว อย่ า ง 13.สารสนเทศย่ อ ส่ ว น
    • สารสนเทศโทรคมนาคม 1. โทรเลข 2. วิ ท ยุ 3. โทรพิ ม พ์ 4. โทรศั พ ท์ 5. โทรทั ศ น์ 6. โทรสารหรื อ โทรภาพ 7. โทรประชุ ม
    • สารสนเทศของจริง • วั ต ถุ (Object) • ของตั ว อย่ า ง (Specimens) • ซากสิ ่ ง ต่ า ง ๆ (Remains) • สิ ่ ง ที ่ ป รากฏชั ด (Evidences) • งานศิ ล ปะ (Artefacts) • บุ ค คล (People)
    • ฐานข้อมูล CD-ROM1. ฐานข้ อ มู ล ERIC2. ฐานข้ อ มู ล DAO3. ฐานข้ อ มู ล Library Literature a Info Science Fulltext4. ฐานข้ อ มู ล ABI/INFORM
    • บทที่ 8การศึกษาค้นคว้าและการ เขียนรายงาน
    • ความหมายของรายงานและ การค้นคว้าวิจัย• รายงาน (Report) คือ ผลสรุปของการ ค้นคว้าหาข้อมูลสารสนเทศ แล้วทำาการ รวบรวม สรุปผลออกมาเพื่อนำาเสนอให้ผที่ ู้ เกี่ยวข้อได้รับทราบ ด้วยการทำาเป็นเอกสารที่ ง่ายต่อความเข้าใจ รายงานส่วนใหญ่มักนำา มาใช้ในทางวิชาการและในทางธุรกิจ• การค้นคว้าวิจัย หมายถึง การค้นหาข้อเท็จ จริงอย่างจริงจัง รอบคอบ และมีระบบ เพื่อที่ จะได้ข้อมูลอย่างสมจริงในเรื่องนั้นๆ และนำา มาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดความรู้อย่างสมบูรณ์
    • วัตถุประสงค์และลักษณะของ รายงาน• เพื ่ อ ฝึ ก ให้ น ั ก ศึ ก ษามี โ อกาสและสามารถ ศึ ก ษาด้ ว ยตนเอง ซึ ่ ง จะช่ ว ยให้ เ ห็ น แนวทาง ในการศึ ก ษาวิ ช าการหนึ ่ ง ๆ ได้ ห ลาย แนวทาง• เพื ่ อ ให้ น ั ก ศึ ก ษาได้ ศ ึ ก ษาอย่ า งกว้ า งขวาง และลึ ก ซึ ้ ง ยิ ่ ง ขึ ้ น โดยการศึ ก ษาจากตำ า รา หลาย ๆ เล่ ม และจากแหล่ ง สารสนเทศต่ า ง ๆ• เพื ่ อ ส่ ง เสริ ม ให้ น ั ก ศึ ก ษารู ้ จ ั ก คิ ด อย่ า งมี ระบบ มี เ หตุ ผ ล รู ้ จ ั ก วางแผน และประเมิ น ผลที ่ ไ ด้ จ ากข้ อ มู ล ที ่ ค ้ น คว้ า• เพื ่ อ ส่ ง เสริ ม ให้ น ั ก ศึ ก ษาเกิ ด ความสามารถ ในการใช้ ภ าษา รวบรวม และเรี ย บเรี ย ง ความรู ้ ค วามคิ ด อย่ า งเป็ น ระบบ• เพื ่ อ ส่ ง เสริ ม ให้ น ั ก ศึ ก ษามี ค วามสามั ค คี ใ น
    • ลักษณะของรายงานที่ดี1. ระลึ ก ถึ ง ผู ้ อ ่ า นเป็ น หลั ก โดยรายงานในสิ ่ ง ที ่ ผู ้ ร ั บ รายงานต้ อ งการหรื อ ควรทราบ2. ควรเขี ย นตรงเป้ า หมายหรื อ หั ว เรื ่ อ งข้ อ เรื ่ อ ง3. มี เ นื ้ อ หาสาระดี น่ า สนใจ ไม่ ก ล่ า วสิ ่ ง ที ่ เ กิ น ความจริ ง4. ข้ อ ความกะทั ด รั ด ไม่ ก ำ า กวม5. รายละเอี ย ดสำ า คั ญ แจ่ ม แจ้ ง6. มี ล ั ก ษณะจู ง ใจให้ ต ิ ด ตามอ่ า น7. ประหยั ด เวลาผู ้ อ ่ า น โดยใช้ ภ าษาที ่ เ ข้ า ใจ ง่ า ย ตรงไปตรงมา
    • วัตถุประสงค์และประโยชน์ของ การค้นคว้าวิจัย• เพื ่ อ ให้ เ กิ ด ความรู ้ ใ หม่ ๆ หรื อ เกิ ด ความเข้ า ใจอย่ า งสมบู ร ณ์ ใ นเรื ่ อ งนั ้ น ๆ• เพื ่ อ ให้ ม ี พ ั ฒ นาการทางวิ ช าการใน ด้ า นนั ้ น ๆ• เพื ่ อ นำ า ผลการวิ จ ั ย มาใช้ แ ก้ ป ั ญ หา หรื อ ปรั บ ปรุ ง งานนั ้ น ๆ• เพื ่ อ ใช้ ผ ลการวิ จ ั ย เป็ น แนวทางในการ วางแผนงานที ่ ร ิ เ ริ ่ ม ขึ ้ น ใหม่ หรื อ
    • ประเภทของรายงานทาง วิชาการ • รายงานการค้ น คว้ า • ภาคนิ พ นธ์ • รายงานการวิ จ ั ย
    • ประเภทของรายงานทาง ธุรกิจ1. รายงานแบบธรรมดา (Routine Report or Regular Report) คือ รายงานที่ทำาตามเวลาที่กำาหนดไว้โดย สมำ่าเสมอ เช่น รายชั่วโมง รายวัน ราย สัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี เช่น รายงาน การปฏิบัติงานของฝ่ายสินเชือ ่ รายงาน ประจำาปีของบริษัทหรือธนาคาร เป็นต้น2. รายงานแบบพิ เ ศษ (Special Report) เป็นรายงานที่จัดทำาเป็นครั้งคราวตามความ ต้องการและความจำาเป็น วัตถุประสงค์เพื่อ
    • วิธีการเสนอรายงาน • การเสนอรายงานโดยปากเปล่ า • การเสนอรายงานโดยลายลั ก ษณ์ อั ก ษร
    • ขั้นตอนการเขียนรายงาน 1. การเลื อ กหั ว เรื ่ อ งที ่ จ ะทำ า รายงาน 2. รู ้ จ ั ก แหล่ ง ในการค้ น คว้ า และการรวบ 3. อ่ า นข้ อ มู ล ของเนื ้ อ หารายงานที ่ จ ะเข 4. การทำ า โครงเรื ่ อ ง 5. การบั น ทึ ก ข้ อ มู ล จากเอกสาร อ้ า งอิ ง 6. การเรี ย บเรี ย งเนื ้ อ เรื ่ อ งรายงาน
    • รูปแบบของรายงานทาง วิชาการ 1. ส่ ว นประกอบตอนต้ น หรื อ ส่ ว น หน้ า 2. ส่ ว นประกอบตอนกลางหรื อ ส่ ว น เนื ้ อ เรื ่ อ ง 3. ส่ ว นประกอบตอนท้ า ยหรื อ ส่ ว น อ้ า งอิ ง
    • วิธีการอ้างอิงข้อมูล 1. การเขี ย นเชิ ง อรรถ 2. การเขี ย นบรรณานุ ก รม
    • วิธีการเขียนบรรณานุกรม 1. บรรณานุ ก รมของหนั ง สื อ 2. บรรณานุ ก รมบทความในหนั ง สื อ ภาษาไทย 3. บรรณานุ ก รมหนั ง สื อ พิ ม พ์ 4. บรรณานุ ก รมของสารานุ ก รม 5. บรรณานุ ก รมบทวิ จ ารณ์ ห นั ง สื อ ในวารสาร 6. บรรณานุ ก รมวิ ท ยานิ พ นธ์ 7. บรรณานุ ก รมของการสั ม ภาษณ์ 8. บรรณานุ ก รมของเอกสารแปล 9. บรรณานุ ก รมจากกฎหมายที ่ ป ระกาศใน ราชกิ จ จานุ เ บกษา 10. บรรณานุ ก รมจากโสตทั ศ นวั ส ดุ 11. บรรณานุ ก รมจากรายการวิ ท ยุ โ ทรทั ศ น์ 12. บรรณานุ ก รมจากสื ่ อ อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์