คู่มือพระวิทยากร

4,508 views

Published on

คู่มือพระวิทยากร

Published in: Education
2 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
4,508
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
9
Actions
Shares
0
Downloads
170
Comments
2
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

คู่มือพระวิทยากร

  1. 1. บทที่ ๑ บทบาทและเทคนิคการเปนวิทยากร ็ การเป็ นวิทยากรนันใคร ๆ ก็เป็ นได ้ แต่การเป็ นวิทยากรทีดคงไม่ง่ายอย่างทีคดกัน เพราะการทาหน ้าทีวทยากร ้ ่ ี ่ ิ ่ ิ ่มีความจาเป็ นต ้องอาศัยการพูดหรือการสือสารเป็ นอย่างมาก ถ ้าไม่ได ้รับการฝึ กฝนอบรมเป็ นอย่างดีก็คงจะทาหน ้าทีวทยากรได ้ไม่สาเร็จหรือสาเร็จได ้ก็ไม่ดเปรียบไปแล ้วการพูดก็เหมือนการว่ายน้ า ถ ้ามัวแต่อานหรือท่องตารา ่ ิ ี ่ ่ ึโดยไม่ลงน้ าหรือกระโดดลงน้ าเสียบ ้างก็ไม่อาจจะว่ายน้ าเป็ นได ้เลย ผู ้ทีศกษา หลักการ ทฤษฎี วิชาว่ายน้ าเพียงแต่ ่ ่ ึอ่านตาราก็คงจะจมน้ าตายเมือต ้องลงสระเสมือนผู ้ทีศรัทธาวิชาการพูด เพียงแต่ศกษาทฤษฎีก็อาจตกม ้าตายเมือ ่ขึนเวที ้ ดังนัน การเป็ นวิทยากรทีดและมีประสิทธิภาพนัน จะต ้องเป็ นผู ้มีความรู ้ความสามารถ ทักษะ เทคนิคต่าง ๆ ใน ้ ่ ี ้ ่หลาย ๆ ด ้าน เช่นการพูด การสือสาร การจัดกิจกรรม ฯลฯ ตลอดจนจะต ้องเป็ นผู ้มีคณลักษณะทีจาเป็ นอีกมากมาย ุ ่ ่ซึงจะได ้นาเสนอต่อไปวิทยกรคือใคร วิทยากร คือ ผู ้ทีทาหน ้าทีเป็ นตัวการสาคัญ ทีจะทาให ้ผู ้เข ้ารับการอบรม เกิดความรู ้ความเข ้าใจ เกิดทักษะ ่ ่ ่เกิดทัศนคติทดเกียวกับเรืองทีอบรม จนกระทังผู ้เข ้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู ้และสามารถจุดประกายความคิด เกิด ี่ ี ่ ่ ่ ่การเปลียนแปลงทัศนคติ หรือพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงค์ของเรืองหรือวิชานัน ๆ ่ ่ ้ พิจารณาให ้ดีแล ้วจะเห็นได ้ว่าวิทยากรควรมีบทบาททีสาคัญหลายระการตามแผนภูมตอไปนี้ ่ ิ ่ วิทยากร (RESOURCE PERSON) ผู ้บรรยาย ผู ้ทาให ้เกิดการเรียนรู ้ (LECTURER) (INSTRUCTOR) ผู ้สอน ผู ้ฝึ ก (TEACHER) (TRAIINER) พีเลียง ่ ้ (MENTOR) เมือทราบความหมายและบทบาทของวิทยากรแล ้วก็ควรพิจารณาด ้วยว่าทาอย่างไรจึงจะเป็ นวิทยากรที่ดและมี ่ ีประสิทธิภาพได ้กรณีนีมผู ้รู ้ได ้กล่าวถึงไว ้อย่างหลากหลายต่างกรรมต่างวาระกันอันอาจจะสรุปรวมเป็ นคุณสมบัต ิ ของวิทยากรทีดและมี ้ ี ่ ีประสิทธืภาพได ้ดังนี้๑ คุณลักษณะทั่วไป๑. มั่นใจในตนเอง เตรียมพร ้อม ซ ้อมดี มีสอและวิธการ ทีเหมาะสม ่ื ี ่๒. เป็ นคนช่างสังเกต คอยสังเกตพฤติกรรมทางกาย วาจา ตลอดจนกระบวนการกลุมของผู ้เข ้ารับการอบรม ่๓. มีความคิดริเริมสร ้างสรรค์ ่๔. แก ้ปั ญหาเฉพาะหน ้าเก่ง ่ ้ ้ ้ ้ ่๕. มีการวางแผนทีด ี ทังเนือหาและลาดับขันตอนการนาเสนอรวมทังสือและเครืองมือการสือสาร ่ ่ ั๖. มีมนุษย์สมพันธ์ทดและประสานงานเก่ง ี่ ี๗. มีบคลิกภาพทีด ี ุ ่๘. มีความเป็ นกัลยาณมิตร ยิมแย ้มแจ่มใส เป็ นกันเอง คอยช่วยเหลือด ้วยน้ าใจ มีความเมตตา ยอมรับในความ ้แตกต่างระหว่างบุคคลและมีความเห็นใจของผู ้เข ้ารับากรอบรม๙. เป็ นนักประชาธิปไตย มีความยืดหยุน รับฟั งความคิดเห็นของผู ้อืน ไม่สรุปตัดบทง่าย ๆ เมือมีผู ้เสนอความ ่ ่ ่คิดเห็นทีแตกต่างออกไป ่๑๐.มีความจิรงใจในการถ่ายทอดความรู ้๑๑.ปฏิบัตตนต่อผู ้เข ้ารับการอบรมอย่างเสมอภาค ทัดเทียม วางตนเหมาะสมกับทุกคน ิ
  2. 2. ๑๒.มีแบบฉบับลีลาทีเป็ นของตนเองยอมรับจุดเด่นและจุดด ้อยของตนและ มึความภูมใจและเข ้าใจ ในบุคลิกภาพ ่ ิของตนเอง และใช ้ให ้เกิดประโยชน์ตอ การเป็ นวิทยากร ่๒. ต ้องรู ้จริง๑. ต ้องเป็ นคนรอบรู ้ ศึกษาหาความรู ้อยูเสมอ ่๒. ต ้องรู ้รายละเอียดในเรืองนั นอย่างเพียงพอ ่ ้๓. ต ้องเข ้าใจเหตุผลของรายละเอียดนัน ้๔. ต ้องรู ้สมมติฐานหรือความเป็ นมาของสิงนัน่ ้ ิ่ ้๕. ต ้องสามารถประยุกต์สงนันให ้เห็นเป็ นจริงได ้๓. ถ่ายทอดเป็ น ึ ๑. มีเทคนิคต่าง ๆ เช่น การบรรยาย การนาอภิปราย การสัมมนา กรณีศกษา การจัดกิจกรรม ฯลฯ เพือทาให ้เกิด ่ความรู ้ เข ้าใจง่ายได ้สาระ ๒. พูดเป็ น คือ พูดแล ้วทาให ้ผู ้ฟั งเข ้าใจตามทีพูดได ้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดเรืองยาก ซับซ ้อนให ้เข ้าใจง่าย ่ ่ ๓. ฟั งเป็ น คือ ตังใจฟั ง ฟั งให ้ตลอด ขณะทีฟังต ้องควบคุมอารมณ์ ขณะทีฟังอย่าคิดคาตอบทันที และเท่อฟั ง จง ้ ่ ่ฟั ง เอาความหมายมากกว่าถ ้อยคา ๔. นาเสนอเป็ นประเด็นปละสรุปประเด็นให ้ชัดเจน ๕. มีอารมณ์ขน สร ้างบรรยากาศในการอบรมได ้อย่างเหมาะสม ั ่ ๖. มีประสิทธิภาพในการอบรม สามารถเชือมโยงทฤษฎีเข ้ากับการปฏิบตได ้ดี มองเห็นเป็ นรูปธรรม ั ิ ๗. ใช ้ภาษาพูดได ้ดี ใช ้ภาษาง่าย ๆ รู ้จักเลือกภาษาให ้ตรงกับเนือหาและตรงกับความต ้องการและพืนฐานความรู ้ ้ ้ของผู ้ฟั ง๔. มีหลักจิตวิทยาในการสอนผู ้ใหญ่ ๑. ความสนใจในการรับฟั งจะเกิดขึนจากการรับรู ้ถึงเรืองทีวทยากรจะพูดหรือบรรยาย ้ ่ ่ ิ ๒. มุงประโยชน์ในการรับฟั งเป็ นสาคัญ ่ ๓. จะตังใจแลเรียนรู ้ได ้ดี ถ ้าวิทยากรแยกเรืองทีสอนออกเป็ นประเด็น / ขันตอน ้ ่ ่ ้ ๔. จะเรียนรู ้ได ้ดีถ ้าได ้ฝึ กปฏิบัตไปด ้วยพร ้อม ๆ กับการรับฟั ง ิ ๕. จะเรียนรู ้ได ้ดียงขึน ถ ้าฝึ กแล ้วได ้ทราบผลของการปฏิบตอย่างรวดเร็ว ิ่ ้ ั ิ ๖. จะ เรียนรู ้ได ้ดีเมือมีการฝึ กหัดอยูเสมอ ่ ่ ๗. จะเรียนรู ้ได ้ดีเมือเปิ ดโอกาสให ้ใช ้เวลาในการทาความเข ้าใจ อย่าเร่งรัด เพราะแต่ละคนมีความสามารถในการ ่เรียนรู ้ต่างกัน๕. มีจรรยาบรรณของวิทยากร๑. เมือจะสอนต ้องมั่นใจว่ามีความรู ้จิรงในเรืองทีจะสอน ่ ่ ่๒. ต ้องมุงประโยชน์ของผู ้ฟั งเป็ นทีตง ่ ่ ั้ ่๓. ไม่ควรฉกฉวยโอกาสในการเป็ นวิทยากรเพือแสวงหาผลประโยชน์สวนตัว ่๕. ความประพฤติและการปฏิบตตนของวิทยากร ควรจะสอดคล ้องกับเรืองทีสอน ั ิ ่ ่ นอกจากนียังมีข ้อเสนอแนะทีสาคัญในการเป็ นวิทยากรทีควรเสนอไว ้เพิมเติมอีกด ้วยว่าวิทยากรทีดจะ ้ ่ ่ ่ ่ ี ๑. ต ้องมีกจกรรมมากกว่าการบรรยาย ิ ๒. ต ้องมีการเตรียมตัวทีด ี ่ ื่ ๓. ต ้องมีสอช่วยให ้เกิดการเรียนรู ้ได ้ดี ๔. ต ้องมีกจกรรมทีสอดคล ้องกับเนือหา เวลา และตรงเวลา ิ ่ ้ ๕. ต ้องให ้คนติดใจในการเรียนรู ้ มิใช่ตดใจในลีลาการแสดงเพราะวิทยากรไม่ใช่นักแสดง ิ ๖. ต ้องคานึงอยูตลอดเวลาว่าวิทยากรมีหน ้าทีไปทาให ้เขารู ้อย่าไปอวดความรู ้แก่เขาและวิทยากรไม่มหน ้าทีพูดให ้ ่ ่ ี ่คนอืนงง ่เทคนิคการเตรียมตัวเป็ นวิทยากรทีด ี ่ ่ ่ บางคนเชือว่าการเป็ นวิทยากรทีดเกิดจากพรสวรรค์แต่บางท่านก็เชือว่าเกิดจากพรแสวง จะโดยพรประเภทใดก็ ่ ี ่ ี ี ่ตามวิทยากรทีดก็ควรจะรู ้จักเทคนิควิธการเตรียมตัว ซึงอาจกระทาได ้หลายวิธด ้วยกันกล่าวคือ ี ๑. การหาข ้อมูล โดยวิธตาง ๆ เช่น ี ่ ๑.๑ อ่านตาราหลาย ๆ ประเภท ๑.๒ ฟั งจากคนอืนเล่า หรือฟั งจากเทปวิทยุ ่ ๑.๓ ศึกษาจากวิดทัศน์ รายการโทรทัศน์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ี๒. สะสมข ้อมูลต่าง ๆ โดยจัดเก็บเป็ นระบบหรือแบ่งเป็ นประเภทเช่น
  3. 3. ๒.๑ ประเภทเพลง๒.๒ ประเภทคาขวัญ คากลอน สุภาษิต คาคม คาพังเพย และคาปรพันธ์ตาง ๆ ่๒.๓ ประเภทคาผวน๒.๔ ภาษาหักมุม (คิดสวนทางเพือให ้ผู ้ฟั งฮา) ่ ้๒.๕ ลูกเล่นเป็ นชุด หรือประเภทนิทานสัน ๆ๒.๖ ประเภทเชาว์ เช่น คาถามอะไรเอ่ย ฯลฯ๒.๗ ประเภทเกมหรือกิจกรรม๓. ศึกษาข ้อมูลแต่ละประเภท พยายามจับประเด็นและหักมุมนาเข ้าในเรืองทีจะเสนอให ้ได ้ ่ ่๔. หัดเล่า ให ้เพือนหรือคนอืนฟั งในวงเล็ก ๆ ก่อนโดยคานึงถึง ่ ่๔.๑ การเริมเล่าให ้เด็กฟั งและขยายวงถึงผู ้ใหญ่ ่๔.๒ ต ้องพยายามหักมุมตอนท ้ายให ้ได ้๔.๓ ใช ้น้ าเสียงทีเหมาะสมในการเล่า ่๔.๔ ใช ้ลีลาหรือกิรยาท่าทางประกอบการเล่า ิ อย่างไรก็ดมผู ้เปรียบเทียบว่าการเป็ นนักพูดหรือวิทยากรทีดก็เหมือนกับเด ้กหัดขีจักรยานนั่นเอง โดย ี ี ่ ี ่ยกตัวอย่างแสดงไว ้ให ้เห็นชัดเจนดังนี้๑. เด็กอยากได ้จักรยาน : อยากเป็ นวิทยากรมืออาชีพ๒. หัดขีแล ้วมักจะล ้ม : ฝึ กพูดอาจจะไม่สาเร็จในบางครัง ่ ้๓. หัดขีให ้เป็ น : ฝึ กพูดให ้เป็ นวิธการ / หลักการ ่ ี๔. ขีทกวันก็จะเกิดความชานาญ : ฝึ กหรือแสดงบ่อย ๆ จะชานาญ ่ ุเทคนิคการสร ้างการจูงใจ / อารมณ์ขน ั วิทยากรสามารถเรียนรู ้ และสรรหาเทคนิควิธการต่าง ๆ มาใช ้ในการทาหน ้าทีวทยากร เพือให ้เกิดความสมบูรณ์ ี ่ ิ ่ความมั่นใจ ตลอดจนมีบรรยากาศทีดในการฝึ กอบรม ทาให ้วิทยากรและผู ้เข ้ารับการอบรมมีความสุขในการร่วม ีกิจกรรมการฝึ กอบรม บรรลุจดประสงค์ท ี่ วางไว ้ด ้วยวิธการต่าง ๆ ดังนี้ เช่น ุ ี ๑. การสร ้างข ้อตกลงก่อนการบรรยาย เช่น ก่อนบรรยายอาจสร ้างข ้อตกลงเบืองต ้นดังนี้ ้ข ้อตกลงเบืองต ้นก่อนบรรยาย ๓ ประการ ้ ขณะทีผู ้เข ้ารับการอบรมนั่งฟั งวิทยากรบรรยาย ถ ้าผู ้เข ้ารับการอบรมนั่งฟั งวิทยากรบรรยาย ถ ้าผู ้เข ้ารับการอบรม ่ ้เกิดความซาบซึง (ง่วง) วิทยากรอนุญาตให ้แสดงพฤติกรรมได ้ใน ๓ กรณี ดังนี้ กรณีท ี่ ๑ ฟั งแล ้วใช่ กรณีผู ้เข ้ารับการอบรมง่วงนอนก็จะหลับตาลงเบา ๆ แล ้วพยักหน ้า (ฮา) กรณีท ี่ ๒ ฟั งแล ้วเห็นด ้วย กรณีผู ้เข ้ารับการอบรมง่วงนอนมากก็จะหลับตาพยักหน ้าก ้มลงลึก ๆ (ฮา) กรณีท ี่ ๓ ฟั งแล ้วเห็นด ้วยอย่างยิง กรณีทผู ้เข ้ารับการอบรมง่วงนอนมาก ๆ ก็จะหลับตาสับปะหงกโดยแหงนหน ้า ่ ี่ขึนข ้างบน (ฮา) ้ ้ วิทยากร : ชีแนะต่อไปว่ากรณีท ี่ ๓ ขออย่างเดียวอย่ากรนเพราะจะทาให ้รบกวนสมาธิคนทีอยูข ้าง ๆ หรือระวังจะ ่ ่ตกจากเก ้าอี้ (ฮา)คาถามจากผู ้บรรยาย ยกมืใครเข ้าใจ อขึน ้ ยกมือขึนใครไใม่เข ้าใจ ้ ยกมือขึนใครไม่ยกมือ ้๒. การเล่าเรืองโดยใช ้คากลอนช่วย เช่น ่ วิทยากร : เล่าว่า วันหนึงตีนได ้พูดกับตาว่า “ ตีน มีบญคุณกับตากมาก แล ้วก็ยกกลอน ตีนกับตา (ตีนซิแน่) เล่า ่ ุให ้ตาฟั งดังนี้ ตีนซิแน่ตีนกับตา อยู่กนมา แสนผาสุก ั จะนั่งลุก ยืนเดิน เพลินหนักหนา มาวันหนึง ตีนทะลึง เอ่ยปรัชญา ่ ่ ว่ามีคณ แก่ตา เสียจริงจริง ุตีนช่วยพา ตาไป ทีตาง ๆ ่ ่ ตาจึงได ้ ชมนาง และสรรพสิง ่ เพราะฉะนัน ดวงตา จงประวิง ้ ่ ว่าตีนนี้ เป็ นสิงควรบูชาวิทยากร : หลังจากตาได ้ฟั งตีน ก็รู ้สึกหวันไส ้และโมโห ตา จึงพูดกับตีนว่า ทีจริงตาสาคัญกว่า ตีน โดยยกกลอน ่ ่ตีนกับตา (ตาก็แน่) เล่าให ้ตีนฟั งดังนี้
  4. 4. ตาก็แน่ตาได ้ฟั ง ตีนคุยโม ้ ก็หมั่นไส ้จึงร ้องบอก ออกไป ด ้วยโทสาว่าทีตน เดินเหินได ้ ก็เพราะตา ่ ีดูมรรคา เศษแก ้วหนาม ไม่ตาตีนเพราะฉะนัน ตาจึง สาคัญกว่า ้ตีนไม่ควร จะมา คิดดูหมิน ่สรุปว่า ตามีคา สูงกว่าตีน ่ทัวธานินทร์ ตีนไปได ้ ก็เพราะตา ่วิทยากร : หลังจากตีนได ้ฟั งตาพูดก็โกรธมาก ยกกลอน ตากับตีน (แต่ก็ตาย) แต่ก็ตาย ตีนได ้ฟั ง ให ้คลังแค ้น แสนจะโกรธ ่ เร่งกระโดด ออกไป ใกล ้หน ้าผา เพราะอวดดี คุยเบ่ง เก่งกว่าตาดวงชีวา จะดับไป ไม่รู ้เลย ตาเห็นตีน ทาเก่ง เร่งกระโดดก็พโรธ เร่งระงับ หลับตาเฉย ิตีนพาตา ถลาล ้ม ทังก ้มเงย ้ตกผาเลย ตายห่า ทังตาตีน ้ ้ ่ ่สุรปข ้อคิด การทางานนันจะเก่งคนเดียวไม่ได ้ จะต ้องร่วมมือกัน พึงพาอาศัยซึงกันและกัน มีความสามัคคี จึงจะทาให ้งานสาเร็จ๓. การนาเสนอเรืองใกล ้ตัวของผู ้เข ้ารับการอบรม)จีจุด) ่ ้ เช่น เสนอเรือง การนั่งอบรม ่ วิทยากร : เสนอแผ่นใสพร ้อมเปิ ดแผ่นใสเป็ นลาดับและถามสมาชิกนั่งตรงไหนดีเวลามา ดูดนตรี อบรมมาก่อน นั่งหน ้า นั่งหลังมาช ้า นั่งหลัง นั่งกลางมาหลัง (มีหวัง)ยืน นั่งหน ้า(ฮา…)วิทยการ สรุปในเชิงมุขตลก ดังนี้มาก่อนเวลา มักจะ เป็ นคนมองโลกในแง่ร ้าย(กังวลไปหมด)มาตรงเวลา มักจะ เป็ นคนธรรมดามาตามเวลา(หลังเวลา) มักจะ เป็ นคนมองโลกในแง่ด ี (ฮา) เหตุผลเพราะคิดว่าอะไรก็ได ้ สบาย ๆ วิทยากรมาก็พูดไปไม่เห็นจาเป็ นต ้องรอเราเลย (ฮา)๔. ใช ้ข ้อความจากแผ่นใสนาเสนอนาเข ้าสูเรือง เช่น ่ ่สามศรีพน ้อง : จะเลือกคนไหนดี ี่ดารา พีสาวคนโต จบ ป.๔ สวยเข ้าชันไปวัดตอนเช ้า ๆ ได ้ การบ ้านการเรือนดีมาก ได ้รับมรดกทีดน ๑๐ ไร่ บ ้าน ๑ ่ ้ ่ ิหลัง เงินสด ๑ ล ้านบาท ้ ัดุจเดือน คนกลางจบ ปวช. สวยขันเทพีระดับจังหวัด นิสยจู ้จีจกจิก ได ้รับมรดกบ ้านพร ้อมทีดน ๕ ไร่ เงินสด ๒ ้ ุ ่ ิล ้านบาท ัดุจดาว น ้องคนเล็ก จบปริญญาตรี สวยน ้อง ๆ ดารา นิสยเย่อหยิง ได ้รับมรดกรถยนต์ ๒ คัน เงินสด ๕ ล ้านบาท ่………………………………………………………………………………………………………ข ้อมูลเพิมเติม ่ ดารา อายุ ๕๙ ปี ดุจเดือน อายุ ๕๘ ปี ดุจดาวอายุ ๕๗ ปี (ฮา…)วิธใช ้ วิทยากรนาเสนิแผ่นใส โดยปิ ดส่วนทีเป็ นข ้อมูลเพิมเติมไว ้ก่อนแล ้วสมมติวาสมาชิกเป็ นชายหนุ่มอายุ ๒๕ ปี ี ่ ่ ่ต ้องการคูครองสักหนึงคน โดยวิทยากรกาหนดให ้สมาชิกหนึงคนในสามคนทีนาเสนอ แล ้วสอบถามสมาชิกพร ้อม ่ ่ ่ ่ทังเหตุผลมในการเลือก และนาเสนอข ้อมูลเพิมเติม ้ ่
  5. 5. ข ้อคิด การตัดสินใจเลือกหรือการประเมินทีดต ้องอาศัยข ้อมูลทีถกต ้องครบถ ้วน เป็ นปั จจุบัน ทันสมัย ่ ี ่ ู ่ความเชือ…จริงหรือไม่เด็กอนุบาล เชือ พ่อแม่ ่เด็กประถม ฯ เชือ ครู ่เด็กมัธยม ฯ เชือ เพือน ่ ่ปริญญาตรี เชือ ตารา ่ปริญญาโท เชือ ตัวเอง ่ปริญญาเอก (ดร.) ไม่เชือใครเลยแม ้แต่ตวเอง ่ ั ่ ชือ…หมอดู (ฮา) วิธใช ้ วิทยากร ทดสอบสมาชิก โดยใช ้กระดาษปิ ดข ้อความด ้านขวามือแล ้วเปิ ดสอบถามทีละรายการ ีเชิญอ่าน…ครับ ดืมนม ดีกว่าดืม เหล ้า ่ ่ ดืมแล ้วรืนรมย์เพราะดืมนมสองเต ้า ่ ่ ่ ดืมแล ้วงีเง่าเพราะดืมเหล ้าสองกลม ่ ่ ่ ดืมแล ้วระทมเพราะดืมนมผิดเต ้า ่ ่รายการอาหารจานเด็ด อาหารจานหลัก เมียหลวงอาหารจานรอง  อนุภรรยาอาหารจานพิเศษ น ้องหนู (นอกบ ้าน) (ในตู ้กระจก)อาหารว่าง สาวใช ้ อาหารเสริม เลขา ฯ(ทีทางาน) ่อาหารตา น ้องเมีย (ฮา…) วิธใช ้ วิทยากร ทดสอบสมาชิก โดยใช ้กระดาษปิ ดข ้อความด ้านขวามือแล ้วเปิ ดสอบถามทีละรายการ ีทดสอบภาษาบาลีอตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ(ตนแลเป็ นทีพงแห่งตน) ่ ึ่ทินงฺมนงฺ จมนงฺ ทิกนงฺ ิ ุ(ทีควรนั่งก็ไม่นั่ง แต่มานั่งทีกจะนั่ง) ่ ่ ูโน มโขนงฺ แสงโสมงฺ สุข ี(ไม่มแม่โขงได ้ดืมแสงโสมก็ไม่มความสุขเหมือนกัน) ี ่ ีวิธใช ้ วิทยากร ทดสอบสมาชิก โดยใช ้กระดาษปิ ดข ้อความแล ้วเปิ ดสอบถามที ละรายการ ีสรุป การเป็ นวิทยากรทีดและมีประสิทธิภาพ เป็ นเรืองทีไม่ง่ายนั กแต่ก็ไม่ยากจนเกินไปทีจะฝึ กหัดได ้ ขอเพียงให ้ท่าน ่ ี ่ ่ ่สนใจทีจะเรียนรู ้เทคนิควิธการต่าง ๆ ทีหลากหลาย แล ้วทดลองนาไปประยุกต์ใช ้ ตามข ้อเสนอแนะ และตัวอย่างที่ ่ ี ่ ่นาเสนอไว ้ในตอนต ้นของบทนี้ ท่านก็คงจะพัฒนาไปสูการเป็ นวิทยากรมืออาชีพได ้อย่างรวดเร็ว ส่วนผู ้ทีเป้ น ่วิทยากรมืออาชีพอยูแล ้ว บทบาทและเทคนิคต่าง ๆ ทีนาเสนอเป็ นเสมือนเครืองเตือนใจและผงชูรสทีจะทาให ้เกิด ่ ่ ่ ่ความเข ้มข ้นมากยิงขึนเพราะบางครังเรารู ้ทุกเรืองแต่พอถามเรืองเล็ก ๆ น ้อยกลับลืมหรือตอบไม่ได ้อาจตกม ้าตาย ่ ้ ้ ่ ่ได ้เหมือนกัน…………………………………………..
  6. 6. บทที่ ๒ วิทยากรกับการพูด การพูดเปนวิธีการสื่อสารที่สําคัญที่สุดของคนเรา และเปนทักษะที่จะเปนอยางยิ่งที่จะตองฝกฝนใหเกิดความชํานาญอยางตอเนื่องเพราะการพุดเปนศิลปและปจจัยที่จะสงผลใหบุคคลนั้นประสบผลสําเร็จในการสื่อสารตลอดจนการแสดงถึงความคิดหรือบอกในสิ่งที่ตนเองคิดเพื่อใหผูรับฟงเกิดความเขาใจและพึงพอใจในที่สุด วิทยากรเปนผูมีหนาที่และบทบาทสําคัญในการถายทอดความรู ความคิด ประสบการณตาง ๆ ใหผูเขารับการอบรม เพราะฉะนั้นการพูดจึงเปนปจจัยหนึ่งที่มีความจําเปนอยางยิ่งสําหรับวิทยากร วึ่งวิทยากรจะตองศึกษาหลักการ แนวคิดและวิธีการ พัฒนาการพูดตลอดถึงการฝกหรือการสรางประสบการณใหกับตนเองใหมากจนเกิดความชํานาญจะทําใหการปฏิบัติภารกิจในหนาที่ของวิทยากรเกิดความสมบูรณยิ่งขึ้น การพูดเปน “ศาสตร” ที่สามารถศึกษาได การพูดเปน “ศิลป” ที่สามารถฝกฝนได ฉะนั้นผูที่ทําหนาที่เปน วิทยากรสามารถศึกษาหาความรูไดดวยวิธีการตาง ๆ เชน ศึกษาจากการอานหนังสือตํารารายการโทรทัศนโปรแกรมคอมพิวเตอร ฟงจากผูรู ผูเชี่ยวชาญ รายการวิทยุ วงสนทนา การประชุมสัมมนา การฝกอบรม ฯลฯ และสามารถที่จะฝกพูดและหาโอกาสพูเพื่อเปนการฝกประสบการณใหเกิดความชํานาญ เพื่อพัฒนาไปสูความสามารถในการพูดที่ดี วิทยากรควรใหความสนใจกับหลักการและวิธีการตาง ๆ เกี่ยวกับการพูด ซึ่งอาจจะสรุปเปนสาระสําคัญที่นาสนใจไดหลายประเด็นคือบุคลิกภาพและคุณสมบัติที่ดีของนักพูด ขณะที่วิทยากรไปปรากฎกายตอหนาผูเขารับการอบรมนั้น ความสนใจของผูเขารับการฝกอบรมมิไดอยูที่คําพูดหรือเนื้อหาที่วิทยากรกลาวถึงแตเพียงอยางเดียว บุคลิกภาพของวิทยากรก็เปนจุดสนใจอีกประการหนึ่งดวยควบคูไปกับเนื้อหาสาระที่วิทยากรแสดงออกมาดวยการพูด ดังนั้นวิทยากรจึงควรเอาใจใสในเรื่องของบุคลิกภาพของวิทยากรดวย ในเรื่องนี้อาจพิจารณาถึงองคประกอบในดานบุคลิกภาพและคุณสมบัติไดจากตารางตอไปนี้บุคลิกภาพ คุณสมบัติ๑. รูปรางหนาตา ๑. ความเชื่อมนในตนเอง๒. การแตงกาย ๒. ความกระตือรือรน / ตั้งใจ๓. การปรากฏตัว ๓. ความรอบรู๔. กิริยาทาทาง ๔. ความคิดริเริ่ม๕. การสบสายตา ๕. ความจํา๖. การใชน้ําเสียง ๖. ความจริงใจ๗. การใชถอยคําภาษา ๗. ปฏิภาณไหวพริบ๘. ความรับผิดชอบ๙. อารมณขัน นอกจากคุณสมบัติ ๙ ประการในตารางขางตนแลว นักพูดหรือวิทยกรที่ดียังควรมีคุณสมบัติอีก ๕ ประการคือ “ เปนนักฟง ยังศึกษา ทาวิจารณ งานริเริ่ม เติมความสุข “ซึ่งขยายความใหสมบูรณไดวา ๑. เปนนักฟงที่ดี ๒. ศึกษาหาความรูอยูเสมอ ๓. ยอมรับฟงคําวิจารณ ๔. เปนตัวของตัวเอง ๕. มีความสุขในการถายทอดความรูใหผูอื่นทฤษฎีการพูด ทฤษฎีการพูดมีอยูหลายทฤษฎีดวยกัน แตที่นาสนใจไดแก ทฤษฎี ๓ สบาย ของ รอ.ดร.จิตรจํานงค สุภาพ ซึ่งผูเสนอทฤษฎีไดใหขอสรุปของทฤษฎี ๓ สบาย (The Theory Of Three Pleasant Speech)หมายถึงการพูดที่ฟงสบายหู ดูสบายตา พาสบายใจ ฟงสบายหู ไดแกการพูดดวยวจีสุจริต รูจักการใชถอยคําภาษาที่ถูกตองรูจักใชเสียงและการพุด ที่มีจังหวะถูกตองเหมาะสม
  7. 7. ดูสบาย ไดแกบุคลิกภาพมาตรฐานเบื้องตน ศิลปการแสดง การพูดเบื้องตน การแสดงทาทางประกอบดี พาสบายใจ ไดแกการเลือกเรื่องดี การเตรียมการพูดที่ดี การจัดลําดับความคิด การสรางโครงเรื่องดี การพูดที่ฟงสบายหู ดูสบายตา และพาสบายใจนี้เจาของทฤษฎีไดเสนอไวดวยวาผูพูดจะจองพูดจากหัวใจทั้งสี่หองคือ พูดจากใจ คือการแสดงออกมาจากความจริงใจไมเสแสรง มีความมั่นใจ แนใจในตัวผูฟง ที่ขึ้นใจ คือเขาใจเรื่องที่พูดแยางกระจางแจง ถูกตองไมโมเมยกเมฆหรือเดา ดวยความตั้งใจ คือมีความอยากจะพุดกระตือรือรน กระฉับกระเฉงไมเฉื่อยชา หรือแสดงอาการลักษณะเบื่อเซ็ง จนสุดใจ คือเปรียบเสมือนการสวมวิญญาณ ลงไปในคําพูดแตละคําอยางมีชีวิตชีวา มีความรูสึกเหมือนกับตัวเองอยูในสถานการณนั้นจริง ๆ ผูเขียนเห็นดวยเปนอยางยิ่งวาที่สุดของการพูดทุกครั้ง ควรจะใชทฤษฎี ๓ สบาย ประกอบการพูดใหมากที่สุดและควรจะยึดบันได ๑๓ ขั้นที่นําไปสูความสําเร็จในการพูด ตามที่เจาของทฤษฎีเสนอแนะไวดังนี้คือ ๑. เตรียมใหพรอม ๒. ซักซอมใหดี ๓. ทาทีใหสงา ๔. หนาคาใหสุขุม ๕. ทักที่ประชุมไมวกวน ๖. เริ่มตนใหโนมนาว ๗. เรื่องราวกระชับ ๘. ตากจับที่ผูฟง ๙. เสียงดังใหพอดี ๑๐.อยาใหมีเออ อา ๑๑.ดูเวลาใหพอครบ ๑๒.สรุปจบใหจับใจ และ ๑๓.ยิ้มแยมแจมใสตลอดการพูดหลักการพัฒนาการพูด๑. อานหนังสือ ไดฟงหรือพบประโยคหรือวลี คํากลอน คําขวัญ สําคัญ ๆ ที่ดีมีคุณคาจดไวเปนขอมูล๒. จัดลําดับความคิดที่จะพุดใหสอดคลองกันหรือรอยรัดเหมือนเขียนเรียงความ๓. พูดจากหัวใจที่จริงใจดวยความตั้งใจ๔. วิเคราะหหรือหยั่งสถานการณการพูดการฟง๕. กอนพูด เตรียมตัว เตรียมรางกายใหพรอม๖. เตรีนมเครื่องชวยพูดใหพรอม๗. ตองพูดใหไดเหมือนกับการเขียน๘. ระลึกเสมอวาการพูดนั้นเปนทั้งศาสตรและศิลป๙. กําหนดหรือลําดับเรื่องไวในใจและจําใหขึ้นใจขอพึงหลีกเลี่ยงในการพูด ๑. อยาออกตัว เชน วันนี้เตรียมมาไมพรอมพูดไมดี ๒. อยาขออภัย เชน การพูดอาจผิดพลาด ๓. อยาถอมตัว เชน ผมไมใชคนเกงมีประสิทธิภาพนอย ๔. อยาออมคอม เชน บรรยายไปเรื่อย ๆ ขาดจุดเดนที่นาสนใจถอยคําที่วิทยากรควรหลีกเลี่ยงในการขึ้นตนหรือลงทาย “ ขาพเจารูสึกยินดีและเปนเกียรติอยางยิ่งที่ไดมาพูดในวันนี้ ” “ เตรียมมาไมเต็มที่ ดังนั้นหากผิดพลาดไป ขอโทษ ” “ ผมพูดมาก็มากแลวจึงขอจบเพียงเทานี้ ” “ ขาพเจาไมมีอะไรจะกลาวอีกแลว จึงใครขอยุติไวเพียงแคนี้สวัสดีครับ “ “ ที่พูดมาทั้งหมดนั้น หวังวาคงเปนประโยชนแกทานไมมากก็นอย ขอบคุณมากครับ สวัสดี” “ ความคิดของดิฉันก็มีเพียงเทานี้แหละคะ ขอบคุณทานทั้งหลายที่อุตสาหฟงดิฉันพูดจนจบ”ขอแนะนําสําหรับวิทยากร เมื่อลงจากเวทีแลว สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ ๑. ควบคุมจิตใจใหสงบ ๒. อยารูสึกเสียดายถอยคําบางคําที่ลืมพูด ๓. ไมหลงระเริงคําสรรเสริญเยินยอ ๔. อดทนฟงคําวิจารณของผูอื่นอยางสนใจ ๕. บันทึกขอบกพรองเพื่อพิจารณาแกไขตอไป
  8. 8. สรุป การพูดเปนทั้งศาสตรและศิลป มนุษยเกือบทุกคนพูดไดตั้งแตวัยเด็กและมีการพัฒนาการใชภาษาเพื่อการสื่อสารมาโดยตลอด แตมิไดหมายความวามนุษยทุกคนจะพูดเปน จึงมีคําพังเพยที่วา “ คารมเปนตอรูปหลอเปนรอง ” การเปนวิทยากรที่ดีตองประกอบดวยบุคลิกภาพและคุณสมบัติหลายประการ รวมถึงการใชพลังทั้งหมดประสานกัน ระหวางกายกับจิต ปฏิภาณไหวพริบ ถายทอดออกสูผูฟงโดยใช พลังจิต ภาษาพูด ภาษาทาทาง ที่ไดรับการเตรียมการ ฝกฝนมาอยางดียอมจะกอใหเกิดการประสบความสําเร็จสูงพูดดี มีสาระ นาศรัทธาคิดใหรอบคอบ ชอบดวยใจความ งดงามดวยถอยคําจดจําดวยสาระ เสริมทักษะดวยคารม ประสมดวยตัวอยางกระจางดวยเหตุผล แยบยลดวยกลวิธี มีมนุษยสัมพันธพูดจบแลวนั้นประทับใจ (สุนีย สินธุเดชะ)
  9. 9. บทที่ ๓ วิทยากรกับการฝกอบรมปจจุบันสภาพเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของประเทศเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็ว ทําใหพัฒนาการดานตาง ๆ ของประเทศรุดหนาพรอมทั้งเกิดปญหาที่เนื่องมาจากการพัฒนาที่สลับซับซอนเพิ่มเติมขึ้นคูขนานกันไป การเตรียมทรัพยากรมนุษยใหพรอมที่จะรับมือกับปญหาตาง ๆ อยางรูเทาทันจึงตกเปนภาระหนาที่ของการจัดการศึกษาอยางปฏิเสธไมไดนอกจากการรับการศึกษาจากหลักสูตรปกติของสถาบันการศึกษาตาง ๆ แลว การจัดการฝกอบรมก็เปนอีกวิถีทางหนึ่งของการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ดวยเหตุนี้วิทยากรที่ดีจึงควรใสใจกับกระบวนการฝกอบรมทั้งระบบ ทั้งนี้เพื่อใหสามารถนําความรูความเขาใจไปใชไดอยางถูกตองเหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ การฝกอบรมที่จะสงผลใหบุคลากรที่รับการฝกอบรมเปนผูที่มีความรูความเขาใจตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีเปนบุคลากรที่มีคุณภาพนั้น ยอมขึ้นอยูกับปจจัยหลายประการทั้งในดานบุคคล องคการและกระบวนการการฝกอบรมซึ่งจะไดกลาวถึงเปนลําดับดังนี้การฝกอบรมหมายถึงอะไร การฝกอบรม หมายถึง กระบวนการในการที่จะทําใหผูเขารับการอบรม เกิดความรู ความเขาใจ เกิดความชํานาญ และเกิดทัศนคติที่เหมาะสม เกี่ยวกับเรื่องที่อบรม จนกระทั่งผูเขารับการอบรมเกิดการเรียนรูและสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดหรือพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงคของการฝกอบรมอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลการเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมของคน การเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤตืกรรมของคนจากจุดหนึ่งที่เรายังไมพอใจไปยังจุดที่เราพอใจนั้น ควรปฏิบัติดังนี้ 1.ใหความรู (Knowledge) 2.ใหเกิดความเขาใจ (Understand) 3.ใหเกิดทักษะโดยการใหลงมือปฏิบัติจริง (Skill) 4.ใหเกิดทัศนคติ (Attitude) การฝกอบรม คือการทําใหผูเขารับการอบรมเกิดการเรียนรูและปฏิบัติไดจริงมิใชเพียงทําใหไดรับความรูเทานั้น การทําใหเกิดการเรียนรู คือ กระบวนการจัดการเรียนการอน (Instrution) ไมใชเพียงแตการสอน (Teaching) หรือ การบรรยาย (Lecture) เทานั้น วิทยากรคือผืที่ทําใหเกิดการเรียนรู ดังนั้นการเรียนรูจึงเกิดจากิจกรรมของวิทยากรรวมกับกิจกรรมของผูเขารับการฝกอบรมภายใตสถานการณที่วิทยากรเปนผูกําหนดและอํานวยการใหเปนไปโดยยึดผูเขารับการฝกอบรมเปนศูนยกลางหลักสําคัญที่ทําใหเกิดการเรียนรู มี 2 ประการคือ 1.วิทยากรเปนผูกระตุนและอํานวยความสะดวกในการเรียนรูของผูเขารับการอบรม 2.ผูเขารับการอบรมตองทํากิจกรรมเพื่อใหเกิดการเรียนรูดวยตนเอบทบาทผูจัดการฝกอบรม ในการจัดการฝกอบรมแตละครั้ง บุคลาการที่มีหนาที่ในการจัดฝกอบรมแบงออกไดเปนหลายประเภท บุคลาการเหลานี้มีบทบาทหนาที่แตกตางกันไปตามภารกิจแตก็ลวนมีความสําคัญตอการจัดการฝกอบรมทั้งสิ้น อาทิ เชน ผูบริหารองคการ เปนผูที่มีบทบาทสําคัญในการใหการสนับสนุนดานงบประมาณ เวลา ใหคําปรึกษา แนะนํา จัดบุคลากรใหรับผิดชอบงานไดอยางเหมาะสม เห็นคุณคา และความสําคัญของการฝกอบรม
  10. 10. ผูบริหารการฝกอบรม เปนผูรับผิดชอบในการฝกอบรมจะตองมีความรู ความสามารถหลายดาน เชน การวางแผนกําหนดโครงการ และการบริหารงบประมาณไดอยางเหมาะสม ตลอดจนเขาใจนวัตกรรมการฝกอบรม เปนตนนอกจากนั้น ผูบริหารงานฝกอบรมเปนบุคคลสําคัย จึงจําเปนตองพัฒนาตนเองและมีคุณสมบัติที่ดีหลายประการ คือ 1.มีความรูความสามารถในการฝกอบรม มีความคิดริเริ่มและคิดกวางไกล 2.เปนนักประสานงานที่ดีสามารถทํางานกับทุกคนได 3.เปนนักวางแผนและนักปฏิบัติที่ดี 4.ศึกษาและมีความเขาใจปรัชญา จิตวิทยาการฝกอบรมจิตวิทยาผูใหญ 5.มีมนุษยสัมพันธดี ยิ้มแย็มแจมใส มีความเปนกัลยาณมิตรกับทุกคน 6.มีความสามารถในการแกปยหาไดดี 7.เปนผูกระตุนที่ดีเพื่อใหผูเขารับการอบรมตื่นตัวและมีความกระตือรือรน 8.เปนผูคิดคํานึงถึงการใหมากกวาการรับ และคํานึงถึงผลประโยชนสวนรวมมากกวาประโยชนสวนตน 9.มีบุคลิกภาพและการแตงกายที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเองและพูดมีศิลปะ 10.เปนผูใหความรวมมือ สงเสริม สนับสนุน เสนอแนะใหวิทยากรปฏิบัติงานตามบทบาทและภารกิจไดอยางเต็มที่ วิทยากร มีความสําคัญอยางมากในเวทีการฝกอบรม เปนผูมีความรูความสามารถในการถายทอด มีเทคนิคในการจัดสื่อเครื่องมือตลอดจนการนําเสนอที่เหมาะสมกับเวลาและผูเขารับการฝกอบรม ผูเขารับการอบรม มีสวนสําคัญในการทําใหการอบรมสําเร็จถามีความสมัครใจ เต็มใจ กระตือรือรน และใหความรวมมือในการปฏิบัติกิจกรรม ตลอดจนการนําความรูไปพัฒนางาน จะเห็นไดวาวิทยากรเปนสื่อกลางที่มีบทบาทสําคัญมาก ในการทําใหผูเขารับการอบรมเกิดความรู ความเขาใจ ทักษะและทัศนคติที่เหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องที่อบรม จนกระทั่งเกิดการเรียนรูและเป,ยนแปลงความคิดหรือพฤติกรรมตามที่ตองการบทบาทและหนาที่สําคัญของวิทยากร ในการจัดการฝกอบรม ผูที่มีบทบาทสําคัญที่สุด ที่จะกอใหเกิดการเรียนรูหรือชวยใหการจัดการฝกอบรมเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากนอยเพียงใด ก็คือวิทยากรการฝกอบรม วึ่งบทบาทและหนาที่ที่สําคัญของวิทยากรมีอยู6 ประการใหญ ๆ ดวยกัน คือ 1. จัดเตรียมหลักสูตรการฝกอบรม กําหนดเปาหมาย ปรัชญาของการฝกอบรม และกําหนดรายละเอียดของเนื้อหาในการดําเนินการฝกอบรม 2. จัดเตรียมโปรแกรมการฝกอบรม ศึกษาหาขอมูลเกี่ยวกับผุเขารับการฝกอบรมและนําขอมูลเหลานั้นมาใชใหเกิดประโยชน ในการเตรียมโปรแกรมการฝกอบรมจะเปนไปอยางละเอียดและรอบคอบ รวมทั้งจัดเตรียมทีมงานใหมีความพรอมในการที่จะเปนวิทยากรฝกอบรม 3. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณและเครื่องมือที่จําเปนจะตองใช เพื่อชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝกอบรม เชน วีดีโอโปรเจคเตอร เครื่องฉายภาพทึบแสง แผนใสสี สไลด ฯลฯ 4. ประสานงานในเรื่องการจัดเตรียมงาน เตรียมพรอมทุกดานที่เกี่ยวของกับกระบวนการในการจัดฝกอบรม เพื่อความ
  11. 11. สะดวกและราบรื่นในการดําเนินการตามโครงการ เชน สถานที่ อาหาร ระบบไฟฟา แสง สี เสียง ฯลฯ 5. รวมปรึกษาหารือทีมงาน เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมการฝกอบรมใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ชวยใหสมาชิกผูเขารับการฝกอบรมไดรับความรูความเขาใจ บรรลุผลตามจุดมุงหมายที่ตั้งเอาไวซึ่งวิทยากรจะตองดําเนินการดังตอไปนี้ 5.1 สรางบรรยากาศการเรียนรู วิทยากรการฝกอบรม จะตองเปนผูที่สรางบรรยากาศเพื่อจูงใจ สงเสริม และเรงเราใหสมาชิกเกิดความสนใจที่จะเรียนรู รวมทั้งจัดประสบการณการเรียนรูหลายรูปแบบที่จะชวยใหผูเขารับการอบรมเกิดความเขาใจเนื้อหาที่เรียนมากยิ่งขึ้น 5.2 วิทยากรจะตองเปนผูที่ถายทอดขอมูล ความรู ความคิด ประสบการณ ใหผูเขารับการฝกอบรมในฐานะนักวิชาการเพื่อสรางความรูความเขาใจที่ถูกตองใหผูเขารับการฝกอบรมและวิทยากรจะตองมีทัสนคติที่ดีตอผูเขารับการฝกอบรมดวย 5.3 วิทยากรจะตองทําตัวเปนตนแบบ เปนแมพิมพหรือเปนแบบอยางที่ดีแกผูเขารับการฝกอบรม สิ่งใดที่วิทยากรตองการใหผูเขารับการฝกอบรมประพฤติปฏิบัติ วิทยากรควรประพฤติปฏิบัติใหเปนแบบอยางดวย เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ในเชิงวิชาการ 5.4 วิทยากรจะตองทําหนาที่เปนคตัวกลาง เชื่อมโยงและประสานความคิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อความหมายในการสรางความเชาใจใหกับผูเขารับการฝกอบรมไดเขาใจถูกตองตรงกัน พรอมทั้งคอยชี้แนะและแกปญหากลุมในบางโอกาส เพราะกระบวนการการเรียนรูโดยอาศัยวิธีการเรียนจากกิจกรรมกลุมสัมพันธเปนไปในลักษระที่กลุมจะตองแสดงความคิดและทํางานรวมกันเปนทีม 6. เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการในการฝกอบรม วิทยากรจะตองทําหนาที่ประเมินผลการฝกอบรมวาบรรลุเปาหมายมากนอยเพียงใด และแจงผลการประเมินใหกับผูเขารับการฝกอบรมไดทราบดวย จากที่กลาวมาแลวจะเห็นไดวา วิทยากรเปนหัวใจสําคัญที่จะชวยใหการฝกอบรมสัมฤทธิผลหรือลมเหลว เพราะบทบาทในกระบวนการเรียนการสอนอยูที่วิทยากร ทุกคนเปนวิทยากรได แตจะเปนวิทยากรที่ดีหรือไมเพียงใดขึ้นอยูกับการพัฒนาตนเองใหมีความรู ความสามารถ ทักษะ บุคลิกภาพ และคุณลักษณะดังตอไปนี้ 1. วิทยากรจะตองเปนผูมีบุคคลิกที่ดี เปนที่นาเชื่อถือ และเปนกันเองกับผูเขารับการฝกอบรม เพื่อสรางบรรยากาศแหงความสมานฉันทและจูงใจผูเขารับการฝกอบรม 2. วิทยากรจะตองมีทัศนคติที่ดีตอผูเขารับการฝกอบรมทุกคน 3. วิทยากรจะตองมีทักษะในการฟงและการสั่ง ทั้งในรูปของถอยคําสํานวนภาษาและการจับใจความสําคัญ คือสามารถรับฟงคนอื่นไดอยางเขาใจแจมแจง และจะตองเคารพในความคิดเห็นของผูอื่น 4. วิทยากรจะตองไวตอการรับความรูสึกสามารถ อานใจสังเกตความตองการของผูอื่นและการวิเคราะหสถานการณและถูกตอง 5. วิทยากรจะตองใจกวาง กลาที่จะยอมรับความผิดพลาดของตนเอง 6. วิทยากรจะตองเปนผูที่มีความสนใจผูอื่น ไมใชเรียกรองใหผูอื่นมาสนใจวิทยากร 7. วิทยากรจะตองเปนนักมนุษยสัมพันธ อานใจเขาใจเราไมยกตนขมทานหรือแสดงอํานาจ 8. วิทยากรจะตองไมวิพากษวิจารณ หรือแปลพฤติกรรมของผูอื่นโดยไมจําเปน 9. วิทยากรจะตองไมเอาปญหาของตนเองมาเปนจุดสรางความสนใจใหกับผูอื่นจนกระทั่งลืมความตองการหรือวัตถุประสงคของกลุม10. วิทยากรจะตองมีเทคนิควิธีการรอบดาน เพื่อชวยใหผูรับการอบรมสนใจและเกิดความรู
  12. 12. 11. วิทยากรจะตองรูจักนําความคิดเห็นของผูอื่นมาใชใหเปนประโยชน12. วิทยากรจะตองมีความสามารถในการวิเคราะห เชื่อมโยงความคิดและสรุปความคิดเห็นตาง ๆ ไดดี13. วิทยากรจะตองเปนผูที่มีปฏิภาณไหวพริบดีเยี่ยม แกปญหาเฉพาะหนาอยางเหมาะสมขั้นตอนของการดําเนินการฝกอบรม ในการฝกอบรมแตละครั้ง แมวาวิทยากรจะมีบทบาทเฉพาะในบางชวงเวลาของการฝกอบรมตามที่ไดพรรณนามาแลวขางตนก็ตามแตเพื่อใหเกิดประโยชนแกผูที่สนใจศึกษาเรื่องการจัดการฝกอบรมมากยิ่งขึ้น สมควรที่จะนําแผนของการดําเนินการฝกอบรม 3 ขั้นตอนคือ การดําเนินงานกอนการฝกอบรม การดําเนินการระหวางการฝกอบรม การดําเนินงานหลังการฝกอบรม มานําเสนอไวดวยดังนี้แผนดําเนินการฝกอบรมการดําเนินงาน ผูรับผิดชอบ/กําหนดเวลาการดําเนินการกอนการฝกอบรม1. ติดตอวิทยากรเปนการภายใน พรอมทั้งแจงรานละเอียดเกี่ยวกับการฝกอบรมที่วิทยากรควรทราบ เชน หัวขอวิชานั้น ๆจํานวนและคุณสมบัติของผูเขารับการอบรม วันและเวลาสําหรับหัวขอนั้น ๆ เปนตน นอกจากนั้นจะตองสอบถามวิทยากรเกี่ยวกับการจัดรถรับ-สง ดารจัดหองฝกอบรมอุปกรณที่จะใช และ เอกสารประกอบสําหรับหัวขอนั้น ๆ2. ติตดอสอบถามสถานที่ดูงานหรือทัศนศึกษาเปนการภายในพรอมทั้งแจงวัตถุประสงค ขอบเขตของการดูงาน ตลอดจนจํานวนผูเขาชม วัน เวลาของการดูงาน3. จัดพิมพหลักสูตรและโครงการฝกอบรม4. คัดเลือกผูเขารับการฝกอบรม และจัดทําบัญชีรายชื่อผูเขารับการฝกอบรมสําหรับ - วิทยากร ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผูเขารับการฝกอบรมที่วิทยากรควรทราบ เชน ชื่อ อายุ ตําแหนงหนวยงานตนสังกัด วุฒิ ประสบการณการทํางาน เปนตนผูเขารับการอบรม ซึ่งมีรายละเอียดในเรื่อง ชื่อ ตําแหนง ν หนวยงานตนสังกัด ลงชื่อประจําวัน ν5. จัดเตรียมเงินที่จะใชจายในโครงการฝกอบรม6. จัดเตรียมเอกสารพื้นฐานและเอกสารประกอบการฝกอบรม7. จัดเตรียมประวัติวิทยากรในโครงการ8. จัดเตรียมแบบประเมินผลและสังเกตการณของแตละรายวิชาและของโครงการโดยสวนรวม9. การจัดเตรียมสถานที(เชน โตะ เกาอี้ แจกันดอกไม เปนตน) โสตทัศนูปกรณ (เชน เครื่องฉายภาพขามศีรษะ แผนใส ที่ ่เขียนแผนใส กระดานดํา เปนตน) และอุปกรณอื่น ๆ (เชน ตะกรา เอกสาร กรรไกร ที่เจาะกระดาษ ที่เย็บกระดาษ สกอตเทป ตะกราใสผง เปนตน) เพื่อใชในการฝกอบรม10. ติดตอประสานงานกับหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อขอความชวยเหลือในเรื่อง
  13. 13. -การจัดและการใชสถานที่ในการฝกอบรม -การจัดรถรับ-สงวิทยากร และรับ-สงผูเขารับการอบรมไปดุงาน -การจัดสถานที่จอดรถสําหรับวิทยากร -โสตทัศนูปกรณที่ใชในการฝกอบรม -การจัดเลี้ยงเครื่องดื่มในพิธีเปด-ปดและระหวางฝกอบรม -การจัดพิมพเอกสาร ฯลฯ11. จัดทํากําหนดการพิะเปดการฝกอบรม12. ทําหนังสือเชิญวิทยากร และหนังสือขออนุญาตจากผูบังคับบัยชาของวิทยากร พรอมทั้ง รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝกอบรม รายชื่อผูเขารับการอบรม แบบประเมินผลการอบรมโดยวิทยากร13. ทําหนังสือถึงหนวยงาน เพื่อขออนุญาตเขาดูงานในหนวยงานนั้น14. เตรียมรางคํากลาวรายงาน คํากลาวในพิธีการเปดการฝกอบรม15. ทําหนังสือเชิญหัวหนาหนวยงานเปนผูกลาวรายงานในพิธีการเปดการฝกอบรม(ควรสงลวงหนาประมาณ 1 สัปดาห)16. ทําหนังสือเชิญผูมีเกียรติมารวมในพิะเปดการฝกอบรมพรอมทั้งแนบกําหนดการพิธีเปด17. จัดปายตาง ๆ คือ -ปายวิทยากร(ตั้งโตะ) -ปายชื่อผูเขารับการฝกอบรม(ตั้งโตะ ติดเสื้อ) -ปายลงทะเบียน -ปายบอกทางมายังหองฝกอบรม18. เตรียมแฟมสําหรับผูเขารับการฝกอบรม ประกอบดวย -กําหนดการพิธีเปดการฝกอบรม -รายละเอียดโครงการ -เอกสารพื้นฐาน -กระดาษจดบันทึก -รายชื่อผูเขารับการอบรม19. เตรียมแฟมลงทะเบียน แฟมเซ็นชื่อ20. เตรียมวุฒิบัตร21. เตรียมการทั่วไปสําหรับวันเปดการฝกอบรม -สถานที่ ไดแก โตะหมูบุชา โตะ เกาอี้ ไมโครโฟนดอกไม ธูปเทียน -ตอนรับประธาน ผูมีเกียรติ ผูเขารับการฝกอบรม -รับลงทะเบียน -การเลี้ยงน้ําชา -เตรียมสําเนารางคํากลาวรายงาน และคํากลาวในพิธีเปดการฝกอบรม
  14. 14. -สงรางคํากลาวถึงประธานและผูกลาวรายงานกอนวันพิธีเปด 1 วัน22. เรียนตเอนประธานและผูกลาวรายงานกอนวันพิธีเปดการดําเนินการระหวางฝกอบรม1. จัดเตรียมแฟมเซ็นชื่อประจําวัน2. จัดเตรียมเอกสารที่จะแจกแตละวันและกระดาษบันทึก3. จัดเตรียมสถานที(จัดโตะ เปลี่ยนปายชื่อวิทยากร เปลี่ยนปายชื่อผูเขารับการฝกอบรม) โสตทัศนูปกรณ(เครื่องขยาย ่เสียง เครื่องฉายภาพขามศีรษะแผนใส ที่เขียนแผนใสฯลฯ)4. เตือนวิทยากรกอนการบรรยายลวงหนา 1 สัปดาห5. เตรียมเครื่องดื่มสําหรับวิทยากรและผูเขารับการฝกอบรม6. เตรียมรถรับ-สงวิทยากรหรือสถานที่จอดรถสําหรับวิทยากร7. เตรียมวิทยากรแทนหรือจัดกิจกรรมทดแทน ในกรณีวิทยากรไมมา8. ตอนรับ อํานวยความสะดวก สงวิทยากร9. แนะนําและขอบคุณวิทยากร10. จัดเตรียมเงินสมนาคุณวิทยากร11. อํานวยความสะดวกใหแกผูเขารับการฝกอบรม12. สังเกตุการฝกอบรมตลอดระยะเวลาการฝกอบรมตลอดจนดูแลเวลาใหเปนไปตามกําหนดการ13. แจกแบบประเมินผล รวบรวมผลจากการประเมิน เพื่อทําการวิเคราะหและปรับปรุงแกไข14. จัดทํากําหนดการพิธีปดการฝกอบรม15. จัดเตรียมวุฒิบัตร และเสนอเซ็นลวงหนา16. รางคํากลาวรายงานและคํากลาวปดการฝกอบรม17. ทําหนังสือเชิญประธานปกการฝกอบรม และแจกวุมิบัตรพรอมทั้งแนบคํากลาวปดการฝกอบรม และกําหนดการพิธีปดการฝกอบรม18. ทําหนังสือเชิญวิทยากรและผูมีเกียรติในพิธีปดการฝกอบรมพรอมทั้งแนบกําหนดการพิธีปดการฝกอบรม19. ทําหนังสือขอบคุณวิทยากรและหนวยงานที่ใหการอนุเคราะหชวยเหลือตาง ๆ20. ทําหนังสือสงตัวผูเขารับการฝกอบรมกลับคืนตนสังกัด21. เตรียมการทั่วไป สําหรับวันปดการฝกอบรม(กิจกรรมสวนใหญจะคลายคลึงกับวันเปดการฝกอบรม)22. จัดเตรียมแบบทดสอบหลังการฝกอบรม แบบประเมินผลโครงการ และใหผูรับการฝกอบรมประเมินผลในวันสุดทายของการฝกอบรมระยะหลังการฝกอบรม 1.สงหนังสือขอบคุณวิทยากรและหนวยงานที่เกี่ยวของ 2.สงหนังสือสงตัวผูเขารับการฝกอบรมกลับคืนตนสังกัด 3.รวบรวมและวิเคราะหผลการฝกอบรม 4.รายงานผลการฝกอบรมตอฝายบริหาร
  15. 15. 5.ติดตามผลการฝกอบรม 6.รวบรวมและวิเคราะหผลที่ไดจากการติดตาม และทํารายงานเสนอตอฝายบริหาร 7.จัดการเรื่องการเงิน โดยนําหลักฐานการจายเงินตาง ๆ ในโครงการมอบใหฝายการเงิน 8.เปนตัวกลางในการติดตอประสานงานระหวางผูรับการฝกอบรมตอไป 9.จัดทําเนียบรุนผูเขารับการฝกอบรมหมายเหตุ แผนการดําเนินการฝกอบรมนี้เสนอเปนเพียงตัวอยางหรือแนวทางเทานั้น ซึ่งผูดําเนินการฝกอบรมและผูที่เกี่ยวของสามารถนําไปปรับมใชไดตามความเหมาะสมประโยชนของการฝกอบรม ขอสรุปของการจัดการฝกอบรมอาจนําเสนอไดโดยประโยชนที่เกิดขึ้นในระดับตาง ๆ ทั้งตอบุคลากร หนวยงานและผูที่เกี่ยวของอื่น ๆ ดังนี้ประโยชนตอหนวยงาน 1. เพื่อเพิ่มรายไดและผลกําไรของหนวยงาน 2. เพื่อลดคาใชจายหรือเพิ่มประสิทธิภาพใหแกหนวยงาน 3. เพื่อชวยใหเจาหนาที่หรือพนักงาน สามารถขยายงานไดอยางตอเนื่องทั้งในแนวตั้งและแนวนอน 4. เพื่อปองกันปญหาโดยการเสริมสรางความรู ควงามเขาใจกับบุคลากรเพื่อหลีกเลี่ยงปญหาระหวางการปฏิบัติงานได 5. เปนกรรมวิธีที่กอใหเกิดความสามัคคีของบุคลากรที่ทํางานในหนวยงานเดียวกัน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณืซึ่งกันและกันชวยใหเกิดความเขาใจกันมทากยิ่งขึ้นประโยชนตอหัวหนางาน 1. ทําใหผลงานรวมของหนวยงานสูงสุดทั้งปริมาณและคุณภาพ 2. ลดคาใชจายในการตรวจสอบ การควบคุมและการทํางานแทนผูบังคับบัญชา 3. ทําใหผูบังคับบัญชาระดับสูงมีความไววางใจในความสามารถในการบริหารงานประโยชนตอผูเขารับการอบรม 1. เสริมสรางความรูใหม ๆ ที่ทันสมัยและสรางวิสัยทัศน 2. พัฒนาบุคลิกภาพของตนเองและปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานใหเหมาะสมกับภารกิจที่ตองปฏิบัติ 3. สามารถปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมายไดทั้งในเชิงปริมาณและคุรภาพ 4. เสริมสรางขวัญกําลังใจและความเชื่อมั่นในตนเอง มีความพรอมในการปฏิบัติงานสูง 5. เกิดความมุมานะพยายามพัฒนางานเพื่อความกาวหนาในอนาคต(ตําแหนงงาน)
  16. 16. บทที่ 4 วิทยากรกับสุภาษิตและคําประพันธ วิทยากรเปนผูที่มีบทบาทสําคัญในการฝกอบรมดันั้นวิทยากรที่ดีจะตองเปนผที่มีความรู ความสามรถ ตลอดจนคุณลักษณะดานอื่น ๆ ที่เอื้ออํานวยตอการฝกอบรมกอใหเกิดความสําเร็จตามวัตถุประสงคของการฝกอบรม เชน มีความสามารถในการถายทอดใหเขาใจงาย ไดสาระมีทักาะในการพูดจูงใจ ทําใหผูฟงรับรู ยอมรับ เชื่อถือ มีเทคนิคในการสรางอารมณขัน สามารถสรางบรรยากาศในการอบรม ไดอยางเมาะสม เปนตน การสรางบรรยากาศในการฦึกอบรม เปนิสงสําคัญประการหนึ่งดังนั้น วิทยากรจึงควรฝกฝนและนําเทคนิคตาง ๆไปใช เชน เทคนิคการสรางคํานําหรือการนําเขาสูเรื่องที่จะใหการอบรม อาจใชวิธีอางประวัติความเปนมาของเรื่องมที่จะพูด อางถึงตัวผูพูดและแนะนําตัวเองอยางสั้น ๆ มีอารมณขันแทรกเล็กนอยหรืออาจอางสุภาษิต คําพังเพย คํากลอน หรือถอยคําที่กินใจสั้น ๆ ที่สะดุดใจหรือเขากับเรื่องเปนเราความสนใจความสนใจ฀

×