คำคมคารมปราชญ์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

คำคมคารมปราชญ์

on

  • 4,114 views

คำคมคารมปราชญ์ รวมข้อคิดคำคมจากนักปราชญ์ต่างๆ

คำคมคารมปราชญ์ รวมข้อคิดคำคมจากนักปราชญ์ต่างๆ

Statistics

Views

Total Views
4,114
Views on SlideShare
4,114
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
26
Comments
1

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

11 of 1

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    คำคมคารมปราชญ์ คำคมคารมปราชญ์ Document Transcript

    • คำว่ ำลำคําว่าลาใช่ยํ ้าเพียงคําจากความหมายมากกว่านันหลายพันเท่า ้คือความรักความอาลัยจากใจเราคือความเศร้ าความหวงห่วงใยกันคนแปลกหน้ ามาที่นี่หลายวันก่อนให้ คําสอนพร้ อมรับสุขรับทุกข์ถ้วนใครทําดีทําร้ ายใจประมวลจําแต่สวนดีไว้ อภัยกัน ่มาบัดนี ้คนคุ้น (แปลก) หน้ าจะลาลับวันใดกลับยังมิอาจจะคาดฝั นต้ องจากไปตามวิถีแห่งชีวน ัใช่หมายมันลาจากเพราะอยากไป ่ถ้ าทุกคนก้ าวไปไกลดีใจด้ วยเอาใจช่วยไม่วาจะอยูไหน ่ ่จะคิดถึงทุกคนล้ นหัวใจขอเพียงใครคนหนึงคิดถึงเรา ่ คำว่ ำลำ ๒ลาแล้ วลาทีใช่ลาจากจําต้ องพรากจากไปไกลแล้ วหนาจําต้ องพรากจากไปไกลลับตาไม่ร้ ูวาเมื่อไรจะได้ เจอ ่แต่ก่อนจากฝากธรรมให้ ยํ ้าคิดแก่ลกศิษย์ที่รักเป็ นหนักหนา ูวันเข้ าค่ายอบรมได้ เวียนมาต้ องจําลาจากกันฉันและเธอเธอจากไปได้ ดีมีความสุขพ้ นจากทุกข์สขเพิ่มเติมเสมอ ุ
    • แต่สิ่งที่อาจารย์ไม่อยากเจอคือเห็นเธอจากไปไร้ ความดีสิ่งสุดท้ ายขอฝากจากดวงจิตให้ ลกศิษย์ทกคนจงสุขี ู ุทําสิ่งใดโปรดคํานึงถึงความดีเพียงแค่นี ้ที่อยากฝากให้ เธอ ฯ มองให้ เป็ นมองอะไรมองให้ เห็นเป็ นครูสอนมองไม้ ขอนหรื อมองคนถ้ าค้ นหามีสงสอนเสมอกันมีปัญญา ั่จะพบว่าล้ วนมีพิษอนิจจังจะมองทุกข์หรื อมองสุขมองให้ ดีว่าจะเป็ นอย่างที่เรานึกหวังหรื อจะเป็ นไปตามปั จจัยให้ ระวังอย่าคลุ้มคลังจะมองเห็นเป็ นธรรมดา ่มองโดยนัยให้ มนสอนจะถอนโศก ัมองเยกโยกมันไม่สอนนอนเป็ นบ้ ามองไม่เป็ นจะโทษใครที่ไหนนามองถูกท่าทุกข์ก็คลายสลายเอง (พุทธทาสภิกขุ)
    • จงฝ่ ำฟั นจะฝ่ าฟั นมุงมันบากบันสู้ ่ ่ ่ให้ โลกรู้ทําเต็มที่ไม่มีถอยวันพรุ่งนี ้มาไม่ถึงจึงแค่คอยเมื่อวานถอยย้ อนคืนใหม่ไม่ได้ เลยวันเวลาจึงมีแต่แค่วนนี ้ ัทําเต็มที่ทําเข้ าไปไม่มวเฉยัทําเต็มที่สดหัวใจไม่ถอยเลย ุไม่เฉยเมยท้ อชีวิตคิดตรอมตรม ขอเพียงมีปณิธำนก้ าวต่อไปอย่างองอาจไม่หวาดหวัน ่พร้ อมสองมือมุงมันสู้ปัญหา ่ ่เพื่อสร้ างสิ่งซึงวันใหม่หวังได้ มา ่คือโลกใหม่ซงโสภากว่าวันวาน ึ่แม้ พายยับอับจนชีพหม่นไหม้ ่ยังมันใจเดินหน้ าอย่างกล้ าหาญ ่ชัยชนะจะได้ มามิช้านานขอเพียงปณิธานสู้ตอไป ่ (เจริญเกียรติ ธนะสุขถาวร) คติสำมัญชีวิตดาวลับดับลาฟาฟาก้ใบไม้ ปลิวพรากจากต้ นหมอกบางจางหายมลายตนนํ ้าค้ างพร่างหล่นพสุธาเกิดดับกลับเปลี่ยนเวียนไปเกินใจไขว่คว้ าปรารถนาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
    • กฎเกณฑ์ธรรมดานิรันดร์ความตายหมายใจให้ ร้ ูยามอยูสติยงตังมัน ่ ั้ ้ ่รู้วางรู้อย่างเท่าทันคติสามัญแห่งชีวี คุณค่ ำของกำลเวลำวันเวลามีคามหาศาล ่อย่าให้ ผ่านเราไปโดยไร้ ความหวังรี บทํางานในหน้ าที่เต็มกําลังเสริมพลังให้ สมบูรณ์ทงกายใจ ั้ผู้ประสบความสําเร็จในชีวิตย่อมหมันคิดใช้ เวลาตามเปาหมาย ่ ้ไม่ปล่อยให้ เวลาว่างน่าเสียดายเพราะเรี ยกคืนมาไม่ได้ ตลอดกาล (มนัส รัตนดิลก ณ ภูเก็ต) อย่ ำทิงควำมฝั น ้ทิ ้งฝั นทีละดวงดาวร่วงทีละฝั นลืมมิตรภาพทีละผูกพันไม่นานวันกําลังใจจะสูญสะสมฝั นทีละฝั นสิบร้ อยพันเริ่มจากศูนย์สะสมมิตรภาพที่เกื ้อกูลกําลังใจ เพิ่มพูนหนุนเยื่อใยดูแลความฝั นทุกทุกฝั นคนของความผูกพันต้ องเอาใจใส่หมันรดนํ ้าพรวนดินด้ วยความจริงใจ ่
    • ถึงจะห่างไกลก็ไม่ได้ ร้างลา (พรชัย แสนยะมูล “กุดจี่”)
    • ทุกอย่ ำงล้ วนอนิจจังวันก็เลื่อนเดือนก็หนีปีก็ผ่านอดีตกาลมิหวนกลับลี ้หลับไหลอนาคตคงคดงออีกต่อไปจงปรับใจเจนจัดกับปั จจุบน ัอรุณรุ่งเหน็บหนาวมิยาวนักเดี๋ยวก็จกเป็ นยามสายมาผายผัน ัแล้ วก็เปลี่ยนยามสายเป็ นบ่ายครันมิช้าพลันตะวันรอนอ่อนอัสดงเป็ นความมืดมิยืดชัวคราวหนึง ่ ่ต่อนันจึงเป็ นความสว่างกระจ่างหน ้ประเดี๋ยวมืดประเดี๋ยวสว่างอย่างเยียบยลทุกผู้คนสัมผัสเห็นมิเว้ นวัน (ท่านจันทร์ ) เรำสร้ ำงเองได้ ฟายังใสใจยังหวังยังต้ องสู้ ้ เมื่อใจรู้วาใจหวังยังมุงหมาย ่ ่ เพราะใจหวังแม้ พลาดพลังยังยืนกาย ้ ไม่มีคลายความมุงมันบากบันไป ่ ่ ่ จะฝ่ าฟั นอุปสรรคแม้ หนักหนา จะฟั นฝ่ าขวากหนามไม่คร้ ามไหว จะอดทนต่อสู้สทางไป ู่ จะขีดไว้ หนทางจะสร้ างเอง รุ่งอรุ ณของชีวิตรุ่งอรุณอุนไออุทยส่อง ่ ัรังสีทองทาบทาท้ องฟาสาง ้ อุษาโยคโลกเรื องรองความหมองจาง
    • นํ ้าค้ างพรางแพรวพราวผ่องอําไพหมูวิหคผกผินบินถลา ่ร้ องเริงร่าสุขสันต์รับวันใหม่สายลมเช้ าโชยชื่นระรื่ นใจมวลดอกไม้ คลี่บานตระการตาเรามนุษย์หยุดนอนอยูใยเล่า ่เสียประโยชน์ไปเปล่าไม่ค้ มค่า ุจงเตือนตนรู้สกตัวตื่นขึ ้นมา ึเสริมปั ญญาสูสขสันต์นิรันดร ่ ุ เรี ยนรู้ เพื่อเท่ ำทันจงบินให้ สงกว่าที่คิด ูเพราะชีวิตสันกว่าที่หวัง ้จงพูดให้ น้อยกว่าที่ฟังและทําให้ มากกว่าที่พด ูจงรักให้ น้อยกว่าที่รักเพราะจะอกหักหัวใจสลายจงดีให้ มากกว่าที่ร้ายและอภัยให้ มากกว่าที่ชง ัจงกลัวให้ น้อยกว่าที่กล้ าและศรัทธามากกว่าที่เห็นจงปล่อยวางให้ มากกว่าที่เป็ นและละเว้ นในฐานที่ไม่เข้ าใจ (พรชัย แสนยะมูล “กุดจี่”) วันนีท่ ีเรำมีสิทธิ์ ้วันหนึงวันนี ้คือชีวิต ่วันที่เรามีสิทธิ์จะใช้ สอยวันวานผ่านผันไม่หนคอย ั
    • วันพรุ่งล่องลอยเหมือนสายลม อย่าฝั นถึงสิ่งชอบเหนือขอบฟา ้ จงพอใจสิ่งตรงหน้ าสง่าสม โลกเราไม่หยุดนิ่งทังกลิ ้งกลม ้ วางอารมณ์สงบนิ่งอย่ากลิ ้งตาม (ท่านจันทร์ ) ควำมรักความรักไม่ต้องการแค่วนเดียว ั ความรักไม่ต้องเกี่ยวกับวันไหนความรักไม่ต้องมีเวลาใด ความรักไม่ต้องใช้ ให้ ใครชี ้ความรักไม่ต้องมีข้อวิจารณ์ ความรักไม่ต้องการการกดขี่ความรักไม่ต้องให้ ใครตราตี ความรักไม่ต้องมีเส้ นพรมแดนความรักไม่ต้องรอข้ อพิสจน์ ู ความรักไม่ต้องพูดตามแบบแผนความรักไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ความรักไม่ต้องแค่นหัวใจคนความรักไม่ต้องการเป็ นต่อ ความรักไม่ต้องรอขอเหตุผลความรักไม่ต้องยํ ้าความมีจน ความรักไม่ต้องทนที่จะรักความรักคือหัวใจให้ แก่กน ั ความรักคือนิรันดร์ มนสมัคร ั่ความรักคือศรัทธาสวามิภกดิ์ ั ความรักคือความประจักษ์ในใจเราความรักคือนิยายไร้ นิยาม ความรักคือความงามใช่ความเขลาความรักคือหมอกควันอันบางเบา ความรักคือการเฝาเข้ าใจกัน ้ความรักคือสําเนียงเสียงปลอบปลุก ความรักคือความทุกข์และสุขสันต์ความรักคือเสน่หาสารพัน ความรักคือความฝั นอันตราตรูความรักคือศิลปะของหัวใจ ความรักคือสายใยโยงใจอยู่ความรักคือการให้ ไม่หมายรู้ ความรักคือใจผู้ร้ ูคารัก ่ (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) ควำมดีคือพลัง พลังแห่งความดี ปราชญ์เมธีล้วนรับรอง ความดีไม่เป็ นสอง สิ่งทังผองในโลกา ้
    • ความดีคือพลัง เป็ นมนต์ขลังสร้ างชีวาบัณฑิตทัวพารา ่ เห็นคุณค่าแห่งความดีความดีชวยปกปอง่ ้ ลาภเงินทองเกียรติศกดิ์ศรีัความรักสามัคคี คือสิ่งดีของสังคมเมตตาการุณย์จิต ช่วยชีวิตให้ สขสม ุความเพียรคนชื่นชม ควรสังสมให้ มากมี ่กตัญญูร้ ูคณคน ุ ความอดทนชนเปรมปรี ด์ิช่วยเหลือเอื ้ออารี คนยินดีไม่ลืมเลือนสัจจะยุตธรรมิ นําสุขลํ ้าไม่แชเชือนซื่อสัตย์ไม่บิดเบือน ช่วยพี่เพื่อนให้ ก้าวไกลมุทิตาพาชื่นบาน จิตสําราญผ่องอําไพอุเบกขาน่าสุขใจ ทุกข์หางไกลไร้ กงวล ่ ัผู้ใดมีคณธรรม ุ ช่วยชี ้นําไม่สบสน ัชีวิตไม่มืดมน วิญญูชนควรไตร่ตรองผู้ใดไร้ ความดี ชัวชีวีทกข์หม่นหมอง ่ ุไร้ มิตรญาติเงินทอง เหล่าพี่น้องจ้ องหมางเมินผู้ใดสร้ างความดี ฟาปราณีไม่หางเหิน ้ ่โรคภัยไม่กํ ้าเกิน เทพสรรเสริญชัวนิรันดร์ ่ (วิฑรย์ ลิ ้มประเสริฐ) ู
    • สูตอไปพรุงนี้ยังมีหวังมีพลังที่คอยอยูจงลุกขึ้นเพื่อตอสูอยาหดหูอยูคนเดียวผิดหวังในวันนี้อาจโชคดีในวันหนามาเถิดเช็ดน้ําตาแลวเชิดหนาสูตอไป ยังมีหวังถาวันนี้มืดมัวไมแจมใสพรุงนี้อาจเปลี่ยนไปใสสวางไมมีใครจะลมเหลวเลวทุกทางถาสรรคสรางรักษาใจใหมั่นคงเมื่อชีวิตคือความจริงใชสิ่งฝนหาใชอยูในวันวานที่ผานไมใชวาอยูพรุงนี้ที่แสนไกลหากอยูในวันนี้ที่เปนจริง เกมชีวิตเกมชีวิตผิดหวังชางมันเถิดผลยอมเกิดสักวันอยาหวั่นไหวหมั่นเรียนรูสูตออยาทอใจคงนําชัยมาสูเราเขาสักวันเมื่อชีวิตผิดหวังอยานั่งทอจงคิดตอสูเถิดจักเกิดผลผิดเปนครูรูแกใหใจตนเกิดเปนคนตองตอสูจึงอยูดี ยิ้มเขาไวยิ้มสิ จงยิ้มเขาไวอยาใหใจเราหอเหี่ยวถึงแมไมมีใครแลเหลียวคนเดียวก็ลองสูดู
    • เราเราตางก็มีฝนถึงวันอนาคตสดใสไมวาเราอยากเปนอะไรใหเริ่มตนวันใหมที่ใจดู สุดปลายฝนวาสุดปลายฝนแมไกลแคไหนดวยสองเทาและใจที่คงมั่นอุปสรรคขวางหนากลาฝาฟนปณิธานไมแปรผันฝนจะมา (สุญาณ) ี ทีละกาว…ชีวิตคือการเดินทางที่ยิ่งใหญจุดมุงหมายอยูที่ใจจะใฝฝนทีละกาว… ที่ไมทอ…ก็มีวันถึงปลายฝน…แมจะไกล…สุดปลายฟา… (สันติภัทโท) เพียงเธอหนึ่งคนลานความคิดหนึ่งชีวิตลานความฝนหนึ่งวันลานความสัมพันธแตเธอนั้นสําคัญกวาลานคน ตองกลาจึงชนะพอใจลากายก็ไรซึ่งเรี่ยวแรงคนถูกทิ้งความแข็งแกรงก็หดหายพอรูคามีไมถึงหนึ่งเม็ดทรายคนเดียวดายก็สิ้นหวังกําลังใจ
    • หางไกล อยูหางไกลคนละฟากฟา แตมีความหวงหาใหเสมอ แมเวลาทําใหเราไมพบเจอ ฉันก็ยังคิดถึงเธอไมเปลี่ยนแปลง ปจจุบันสําคัญที่สุดวันวานคือเช็คสดสั่งงดจาย เพราะเวลาผานไปลับไมกลับหลังพรุงนี้คือตั๋วเงินอันสําคัญ ที่อาจผันเงินไดใชจายจริงวันนี้คือเงินสดหมดปญหา ใชปญญาจัดจายใหดียิ่งวันเวลาผานไปไมประวิง อยาไดนิ่งนอนใจใชใหเปน (นภาลัย) ประหยัดไวเปนทุน ระวังดูเรือนเหยาแลขาวของ จะบกพรองอะไรที่ไหนนั่น เห็นไมมีแลวอยาอางวาชางมัน จงผอนผันเก็บเล็มใหเต็มลง มีสลึงพึงบรรจบใหครบบาท อยาใหขาดสิ่งของตองประสงค จงมักนอยกินนอยคอยบรรจง อยาจายลงใหมากจะยากนาน (สุนทรภู) ซื่อกินไมหมด คดกินไมนาน ซื่อกินไมหมดปรากฏชื่อ คนเชื่อถือหนาตาพารักใคร ยามขัดสนจนจริงในสิ่งใด มีคนใหกูยืมไมลืมคุณ คดกินไมเหลือคนเบื่อหนา คนไมมาชวยเหลือชวยเกื้อหนุน ยามขัดสนเต็มทีไมมีทุน ใครไมจุนเจือทรัพยจึงอับจน (เทพ สุนทรศารทูล)
    • รูหลบเปนปก รูหลีกเปนหางรูหลบ หลีกลี้เมือ มีภัยเปนปก หลีกบินไป รอดพนรูหลีก ละสละใจ จากบาปเปนหาง หากพยุงกน เพราะพนมือมาร (โคลงสุภาษิตเกา) อภัยเปนจะเห็นสุขความเอยความโกรธมีแตโทษทําจิตใหผิดผันหมดความสุขสงบใจไปทุกวันเพราะดื้อรั้นถือโกรธพิโรธแรงจะเลี้ยงความโกรธไวทําไมหนอเหมือนแกลงกอกองเพลิงเถกิงแสงใหอภัยเสียเถิดหนาอยาคลางแคลงจิตแจมแจงแผเมตตาผาสุกเอย (ฐะปะนีย นาครทรรพ) ความรูคูชีวิตอันความรูคูกายไมหายสูญกลับเพิ่มพูนเพราะใชไดโภคผลเปนทรัพยทิพยหยิบใชแจกใหคนยิ่งอําพนเพิ่มประเสริฐเกิดทวีอันความรูผูใดไมใชบอยจะเสื่อมถอยนอยลงไมคงที่ใชความรูอยูประจําทําความดีก็จะมีแตวันเพิ่มปญญา (จันทรโชติ รอดโพธิ์ทอง)
    • ปญญาพารอด เงินทองทรัพยสิ่งสิ้น วัวควาย โจรลักขโมยขาย แยงยื้อ ซื้อสรรพสิ่งทั้งหลาย ดวยทรัพย นั่นแล แตมิอาจใชซื้อ สุขแทนิพพาน ปญญาเปนทรัพยล้ํา เลอเลิศ เปนสิ่งอันประเสริฐ ยิ่งลน อาจกอเกียรติชวยเชิด ชูชื่อ รูจักนําตนพน จากหวงทุกขทรมาน (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ) ความรูคูคุณธรรม เมื่อความรูยอดเยี่ยมสูงเทียมเมฆ แตคุณธรรมต่ําเฉกยอดหญานั่น อาจเสกสรางมิจฉาสารพัน เพราะจิตอันไรอายในโลกา แมคุณธรรมสูงเยี่ยมถึงเทียมเมฆ แตความรูต่ําเฉกยอดหญา ยอมเปนเหยื่อทรชนจนอุรา ดวยปญญาออนดอยนานอยใจ หากความรูสูงล้ําคุณธรรมเลิศ แสนประเสริฐกอปรกิจวินิจฉัย จะพัฒนาประชาราษฎรทั้งชาติไทย ตองฝกใหความรูคูคุณธรรม เปนอยางที่เธอเปนแมมิไดเปนดอกกุหลาบหอม ก็จงยอมเปนเพียงลดาขาวแมมิไดเปนจันทรอันสกาว จงเปนดาวดวงแจมแอรมตาแมมิไดเปนหงสทนงศักดิ์ ก็จงรักเปนโนรีที่หรรษาแมมิไดเปนน้ําแมคงคา ก็จงเปนธาราใสที่ไหลเย็นแมมิไดเปนมหาหิมาลัย จงพอใจจอมปลวกที่แลเห็น
    • แมมิไดเปนวันพระจันทรเพ็ญ ก็จงเปนวันแรมอันแจมจางแมมิไดเปนตนสนระหง จงเปนพงออสะบัดไมขัดขวางแมมิไดเปนนุชสุดสะอาง จงเปนนางที่มิใชไรความดีอันจะเปนอะไรนั้นไมแปลก ยอมผิดแผกดีงามตามวิถีประกอบกิจบําเพ็ญใหเดนดี สมกับที่ตนเปนเชนนั้นเทอญ (ฐะปะนีย นาครทรรพ)
    • อย่ าทําผิด ผิดหนึงพึงจดไว้ ่ ในสมอง เร่งระวังผิดสอง ภายหน้า สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนก เพื่อนเอย ั ถึงสี่อีกที่ห้า หกซํ ้าอภยไฉน ั (ธมมวิตกโก) ั ั รินความรั ก เตมความรักเปี่ยมล้นให้ตนก่อน ิ อย่าเร้ นซ่อนซ้ อนซับจะสับสน รินความรักจากใจเตมใสตน ิ ่ แล้วจงปรนรักพลีตามที่ควร ึ (ฆนรต) รั กที่ค่ ูควร รักควรคาสําหรับผ้ ร้ ูจกสงวน ่ ู ั รักอบอวลสําหรับผ้ ร้ ูจกถนอม ู ั รักยืนยาวสําหรับผ้ ร้ ูจกออม ู ั และรักพร้อมสําหรับผ้ ร้ ูจกรัก ู ั(ประสิทธิ์ โรหิตเสถียร) ไม่ เกินพอดี รักไม่สงเกินใจจะไปถึง ู ไม่ลกซึ ้งเกินใจจะใฝ่ หา ึ แต่ก็ไม่อยู่ตํ่าจนตําตา ไม่ดาษดาดื่นพรํ่ าเพรื่ อตําใจ
    • อย่ าหลงหวานเป็ นลมขมเป็ นยาสุภาษิตจงห้ามจิตจากหวานวิจารณ์เห็นอย่าหลงลิ ้นปลิ ้นคําจะลําเข็ญทกประเดนดคนอยาลนลาน ุ ็ ู ่ (จนทร์โชติ รอดโพธิ์ทอง) ั ไร้ ส่ ิงเปรี ยบไมมีภาษาใดที่ในโลก ่บรรยายโศกอกเราได้เศร้าเหมือนเทานํ ้าตาพร่าอาบซบภาพเลือน ่ ัเก็บไว้ เตือนใจว่าแสนอาวรณ์ (สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์) จากเพื่อเจอหากวาการจากไปในวนนี ้ ่ ัเป็ นการจากเพื่อที่มีวนใหม่ ัฉนก็พร้อมจะรอเธอตอไป ั ่ด้วยศรัทธา หวใจ ไฟอาทร ั (หนึงนุช) ่ คนดีมีดีอวดคนจะดีก็เพราะมีดีอยด้วย ู่ดีไม่ชวยคนจะดีได้ ที่ไหน ่ดีในคนจําต้ องปนกับคนไปดีแตตนคนไมใช้ก็ชวดดี ่ ่เอาดีใช้คล้ายคล้ายเอาดีอวดดีจะชวดเพราะใช้คล้ายคล้ายผีไมมีดีมีแตอวดก็ชวดดี ่ ่แม้ นดีมีอวดหรื อใช้ ก็ได้ เอย (ชาวพทธ) ุ
    • ปุยชีวิต ๋เพียงสร้างทําความดีนาทีละนิดโลกและชีวิตก็สดใสอนใบไม้ร่วงผลดสลดใบ ั ั ัยงถมซากตอไปให้ดนงาม ั ่ ิ (วิสา คญทพ) ั ั ก้ ูหนีสร้างทุกข์ ้กู้เงินมาเพื่อใช้ ทําทุนอาจเกิดผลเงินหมุน ไมช้า ่กู้ที่หอนมีคณ คือเลน พนนแฮ ่ ุ ่ ัเป็นทกข์ทําวนว้า ุ ุ่ ดอกเบี ้ยมากมาย (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ) ยิมกันเถิด ้มายิ ้มแย้ มแจ่มใสให้ กบโลก ัดีกวาโศกเสียใจให้อบเฉา ่ ัถึงแม้ ฟาวันนี ้เป็ นสีเทา ้แต่ฟาในใจเป็ นสีทอง ้ ยิมพิมพ์ ใจ ้ยิ ้มเย้ยยิ ้มยวเย้า ั่ ยวนยี อยานา่ยิ ้มเยาะยิ ้มอยางมี เล่ห์ร้าย ่ยิ ้มแย้ มแหละเป็ นศรี สง่าแด ตนเอยยิ ้มนิดยิ ้มหน่อยน้ อย หนึงนี ้มีคณ ่ ุ เมื่อไร้ ศีลอันสตรี ไร้ ศีลก็สิ ้นสวยบรุษด้วยไร้ศีลก็สิ ้นศรี ุแม้ เป็ นพระไร้ ศีลก็สิ ้นดี
    • ถึงเมธีไร้ ศีลก็สิ ้นงาม(รัชกาลที่ ๖) อย่ ท่ เรา ู ี เกิดเป็ นคนจนมีหรื อดีชว ั่ อยูที่ตวตนทํากรรมเฉลย ่ ั อย่าโทษฟาด่าดินพูดหมิ่นเปรย ้ จงคุ้นเคยคิดทําแต่กรรมดี (จันทรโชติ รอดโพธิ์ทอง) ด้ วยสมดุล โลกมิได้ รุ่งโรจน์ด้วยแสงสี แตด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศย ่ ั สอดสัมพันธ์สรรค์สร้ างอย่างจริงใจ แล้วดอกไม้ก็บานสวยด้วยสมดล ุ (อิสรา) การศึกษา กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด การศกษาเป็นไป ึ ฉันนัน ้ แตออกดอกคราใด งามเด่น ่ งานสังสอนปลูกปั น เสร็ จแล้ วแสนงาม ่ ้ (หมอมหลวงปิ่น มาลากล) ่ ุ ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันเยาว์ฉนเขลาฉันทึง ั ่ ฉนจงมาหาความหมาย ั ึ ฉนหวงเก็บอะไรไปมากมาย ั ั สดท้ายให้กระดาษฉนแผนเดียว ุ ั ่ (วิทยากร เชียงกร) ู
    • เรียน - เล่นให้เป็นถึงยามเรี ยนเรี ยนจริงให้ ยิ่งใหญ่ถึงยามเล่นเล่นไปให้ สขสันต์ุเรื่ องเรี ยนเล่น เล่นเรี ยนเปลี่ยนสําคัญร้ ูเทาทนทําเป็นอยาเลนนาน ่ ั ่ ่ ใคร่ครวญก่อนปกหนงสือสวยดีมีราคา ัแต่คณค่าอย่างไรใครไม่ร้ ู ุจงไมควรวิจารณ์ก่อนอานดู ึ ่ ่เหมือนทุกสิ่งที่อยูรอบตัวเรา ่ (นภาลย)ั สิ่งคุ้มครองวิทยาเปรียบด้วยกําลงเหมาะ ัสจริตคือเกราะกําบงให้ ุ ัปัญญาคืออาวธยทธวิชย ุ ุ ัสติไซร้ คมพลยุทธนา ุ (รัชกาลที่ ๖) ส่องดวงใจกระจกผองสองหน้าร้ ูตําหนิ ่ ่ว่าควรชมควรติที่ตรงไหนเอาปัญญาสองกายวาจาใจ ่ชัวดีได้ ร้ ูเห็นเว้ นสิ่งทราม ่ (จินดาภาษิต)
    • หาก…โลกนี ้หากโลกนี ้งดงามด้วยความรักโลกก็จกงดงามด้วยความหวง ั ัหากโลกนี ้ถืองามด้วยความชง ัโลกก็รังถืองามด้วยความเลว ้ (คมทวน คนธน)ั ู กาลังใจให้เธอ ํเป็นกําลงใจยามเธอพายแพ้ ั ่ยามเธออ่อนแอและหวันไหว่หวงใยยามเธอไมมีใคร ่ ่ปลอบใจยามเธออ่อนแรง ด้ วยใจ…มั่นคงในวันที่เธอมีทกข์จงลุกขึ ้นอย่าท้ อแท้ ุในวันที่เธอพ่ายแพ้ อย่าอ่อนแอหมดกําลังใจชีวิตยังมีอยูจงต่อสู้ส่วนใหม่ ่ ูัเรี ยนรู้ความเป็ นไปด้ วยหัวใจที่มนคง ั่ อย่าหยุดยง ั้แม้ หนทางข้ างหน้ าจะมืดมิดอยาไปสิ ้นความคิดจะยางก้าว ่ ่แม้ หนทางข้ างหน้ าจะยืดยาวก็ไมไกลเกินเท้าจะก้าวเดน ่ ิก้าวเถิดก้าวไปข้างหน้าก้าวไปไขว่คว้าความหวง ัก้าวเถิดก้าวไปอยาหยดยง้ั ่ ุความหวงรออยไมไกล ั ู่ ่
    • วัยแสวงหาในวัยต้ นไม่ค้นหาวิชาไว้วยกลางไมหาทรัพย์กลบเพิกเฉย ั ่ ัวยแก่กายไมทําบญเจือจนเลย ั ่ ุ ุต้องกรเกยหน้าผากเพราะยากจน (จินดาภาษิต) อย่ าหลงโลกยามเยาว์เห็นโลกล้วน แสนสนุกเป็ นหนุมสาวก็หลงสุข คํ่าเช้ า ่กลางคนเริ่มเห็นทุกข์ สุขคู่ กันหนอตกแก่จงร้ ูเค้า วาล้วนอนิจจง ึ ่ ั (กรมพระยาดํารงราชานภาพ) ุ เราลิขิตชีวิตเองไม่มีใครไหนลิขิตชีวิตโชคยามเราโศกสบทกข์หรือสขสนต์ ุ ุ ัไม่มีใครไหนกล้ าบัญชากันตัวเรานันนันลิขิตชีวิตเรา ่ ้ คิดเสียก่ อนคดเสียก่อนจงคอยทําจงจําไว้ ิ ึ ่ทําอะไรต้ องคิดทังหน้ าหลัง ้อยาปลอยตวให้ทําตามลําพง ่ ่ ั ัต้ องเอาใจเหนี่ยวรังเสมอไป ้ จงตริตรองก่อนจะทําสิ่งใดใจต้ องคิดถกหรือผิดทําอย่างนี ้ดีหรือไม่ ูถ้ าเห็นว่าไม่ดีมีโทษภัย
    • อย่าทําไปเสริ มส่งคงไม่งามเมื่อคิดแล้ วตรองไตร่จนได้ ที่วาทําดีได้ดีไมมีห้าม ่ ่ขอเพียงแต่พินิจดูอย่าวูวาม ่คงเสร็จตามที่หวังดังตังใจ ่ ้ อย่าลาเอียง ํมองอะไรให้ มองทังสองแง่ ้อย่ามองแต่แง่ดีเท่าที่เห็นหรื อมองแค่แง่ร้ายหมายประเด็นจงเยือกเย็นยตธรรมอยาลําเอียง ุ ิ ่ ฝ่ ั งฝันฝั นให้ มากหากใจจักใฝ่ ฝั นฝั นให้ กว้ างสร้ างสรรค์สิ่งฝั นใฝ่ฝั นให้ แรงแฝงฝั นนิรันดร์ ไปฝั นให้ ไฟใฝ่ ฝั นนิรันดร์ เปลว (คมทวน คนธน) ั ู แม้ไม่ใช่แม้ มิได้ เป็ นมหาชลากว้ างขอเป็นอยางลําธารพอใจฉน ่ ัแม้ มิได้ เป็ นเหมือนดวงตะวันขอเป็ นจันทร์ เจิดแจ่มแอร่มดู แม้ไม่ใช่ (๒)แม้มิได้เป็นสาวสะอางนก ัขอเป็ นหญิงซึงรักมันในศักดิ์ศรี ่ ่แม้ มิได้ ชื่อว่าชายชาตรีขอเป็ นผู้ที่มีความดีงาม (ธาร ธาราทิพย์)
    • เรียนรักถึงเกาะเรียนเรียนรักก็หนกอก ัแสนวิตกเต็มตรองเจียวน้ องเอ๋ยเมื่อเรียนรักจนจบถึงกบเกยไมยากเลยเรียนได้ดงใจจง ่ ัแตเ่ รียนรักรักนกก็มกหนาย ั ั ่รักละม้ ายมิได้ ชมสมประสงค์ยิ่งรักมากพากเพียรยิ่งเวียนวนมีแต่หลงลมลวงน่าทรวงโทรม (สุนทรภู่) จงฝันเถด ิฝั นเถิดนะถ้ าหัวใจใฝ่ จะฝั นแล้ วก็จงฝ่ าฟั นกันทุกหนอยาปลอยให้ความฝันนนอบจน ่ ่ ั้ ัต้ องดิ ้นรนขวนขวายให้ จริงเอย (ประกายไฟ ประกายธรรม) จุดไฟแห่งฝันจงจุดไฟใฝ่ ฝั นเผื่อวันพรุ่งเพื่อวันใหม่หมายมุงได้ เฉิดฉัน ่แม้ไมอาจเอื ้อมดาวสาวตะวน ่ ัแตฟ่องฝันอาจลอยฟาลงมามือ ่ ้ (รูญ ระโนด) ล้ มแล้ ว…จงลุกเมื่อล้มได้ยอมลกได้ มิใช่หรื อ ่ ุเธอมีมือมีหวใจไว้ใฝ่หา ัเริ่ มต้ นใหม่วนนี ้มิรอรา ัมองหนทางข้างหน้าขอบฟาไกล ้
    • (รูญ ระโนด) อย่ากลัวอะไรอะไรในชีวิตเราย่อมมีสิทธิ์จะคิดฝั นแต่ฝันนันใช่จะจริงทุกสิ่งอัน ้รักจะฝันรักจะใฝ่ต้องไมกลว่ ั (สมภาร พรมทา) ทุกย่างก้าวท่ สาคัญ ี ํแม้ก้าวเท้าจะก้าวหนงหรือครึ่งก้าว ึ่จะก้าวสนก้าวยาวใชเ่ รื่องใหญ่ ั้ขอให้รักเรื่องราวการก้าวไปไกลเทาไกลก็จะถึงสกหนงวน ่ ั ึ่ ั (วาณิช จรุงกิจอนนต์) ั อย่ าเว้ นเจ็ดวนเว้นดีดซ้อมดนตรี ัห้ าวันอักขระหนีเนิ่นช้ าสามวนจากนารีเป็นอื่น ัหนึงวันเว้ นล้ างหน้ าอับเศร้ าหมองศรี ่ อย่ าท้ ออยาผิดหวงในชีวิตเมื่อผิดหวง ่ ั ัฟามืดยงมีสวางมืดจางหาย ้ ั ่อาทิตย์, ดาว, ดวงจนทร์ ยงผนกราย ั ั ัใชจะพายอปสรรคเพราะผลกดน ่ ่ ุ ั ั (สายนต์ บรรพบรุษ) ั ุ เครื่ องพิสูจน์หนทางพิสจน์ม้า ูกาลเวลาพิสจน์คน ูใครถอยและใครทน
    • พิสจน์ได้ เมื่อภัยมา ู(จิตร ภูมิศกดิ์) ั
    • เป็นอย่างผ้ ูร้ ู ถ้ าจะอ่อน อ่อนให้ เป็ น ดังเส้ นไหม เอาไว้ใช้ ผกเสือโคร่ง ู โยงตีเฆี่ยน ถ้ าจะแข็ง ก็ให้ แกร่ง ดงวิเชียร ั เอาไว้เจียร ตัดกระจก เจียรนยั (สุนทรภู่) มีดีแต่ อย่ าอวดดี อนความคิดวิทยาเหมือนอาวธ ั ุ ประเสริ ฐสุดซ่อนใส่เสียในฝั ก สงวนคมสมนกใครฮกฮก ึ ึ ั จงคอยชกออกเชือดฟันให้บรรลย ึ ่ ั ั จบให้มนคนหมายให้วายวอด ั ั่ ั ้ ช่วยให้ รอดรักให้ ชิดพิสมัย ตัดให้ ขาดปรารถนาหาสิ่งใด เพียรจนได้ ดงประสงค์ที่ตรงดี ั (สุนทรภู่) ฟังให้เป็น ฟั งใดได้ ร้ ูเรื่ อง ก็ปราดเปรื่องปรีชาญาณ เปรียบลิ ้นชิมนํ ้าตาล รู้รสหวานซาบซ่านใจ ฟังใดไมร้ ูความ วิชาทรามจะงามไฉน ่ เปรียบจวกตกใดใดั ั ไป่ รู้รสหมดทังมวล ้ (ชิต บุรทัต) ช่ างเขาเถอะ ใครมีปากอยากปดก็พดไป เรื่ องอะไรก็ชงอย่าฟั งขาน ู ู ั่ เราอยาตอก่อก้าวให้ร้าวราน ความรําคาญก็จะหายสบายใจ ่ ่ ทุกข์สขอยูที่ใจมิใช่หรื อ ุ ่ ถ้ าใจถือก็เป็ นทุกข์ไม่สกใส ุ ถ้าไมถือก็เป็นสขไมทกข์ใจ เราอยากได้ความสขหรือทกข์นา ่ ุ ่ ุ ุ ุ (พระศาสนโสภณ)
    • จะเก็บไว้ ไหนถ้าเราได้ทกอยางดงที่คด ุ ่ ั่ ิสิ ้นชีวิตจะเอาของกองไว้ ไหนจะได้ บ้างเสียบ้ างช่างปะไรเราตังใจทํางานเท่านันพอ ้ ้ จงก้ าวไปจงก้ าวไปแม้ ไฟจะไหม้ โลกจงก้าวไปแม้โชคจะหลีกหนีจงก้ าวไปแม้ ใครไม่ใยดีจงก้ าวไปแม้ มีคนนินทาจงก้าวไปเพื่องานอนสร้างสรรค์ ัจงก้ าวไปไม่หวันมวลปั ญหา ่จงก้ าวไปเพื่อแพร่ไฟพัฒนาจงก้ าวไปเพื่อประชาของชาติไทย ปัญหา - อุปสรรคทะเลงามยามมีคลื่นชีวิตจะราบรื่ นย่อมมีอปสรรค ุอุปสรรคคือยาชูกําลังความผิดหวงคือบทเรียน ั ยิมสู้ ้จงยิ ้มสู้กบพรุ่งนี ้เพื่อชีวิต ัประกอบกิจต้องมงมาดปรารถนา ุ่ตังใจจํากระทําจริงสิ่งนานา ้จะพบว่าพรุ่งนี ้มีคาเอย ่ เวลาและวารีเวลาและวารีมิมีจะคอยใคร
    • เรื อเมล์และรถไฟก็ต้องไปตามเวลาโอ้ เอ้ และอืดอาดมักจะพลาดสิ่งปรารถนาชวดแล้วจะโศกาอนิจจาเราช้าไป อย่ ท่ ใจ ู ีเวลาใดทําใจให้ ผองแผ้ ว ่เหมือนได้ แก้ วมีคาเป็ นราศรี ่เวลาใดทําใจให้ ราคีเหมือนมณีแตกหมดลดราคา (อุทานธรรม จ.ศ.) ควรเมตตาอนคนโง่เพราะไมร้ ูการศกษา ั ่ ึควรเมตตาพอเขาร้ ูกลบตวได้ ั ัเรียนร้ ูมากแล้วยิ่งโง่กลบเป็นภย ั ัไม่เชื่อใครเพราะหลงผิดบัณฑิตทราม ต่างกันท่ ดีช่ ัว ีฝูงชนกําเนิดคล้ าย คลึงกันใหญ่ยอมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง ่ความร้ ูอาจเรียนทน ั กันหมดยกแตชวดีกระด้าง ่ ั่ ออนแก้ ฤาไหว ่ (โลกนิติ) ความสมดุลมีวิชาหากไมมีดีกํากบ ่ ัจะตกอบไร้คาพาเสียศรี ั ่แกงขาดเกลือชูรสก็หมดดีเคมไมมี รสก็จืดชืดไปเลย ็ ่
    • เธอคือพลังไม่มีแล้ วพลังใดในโลกหล้ าจะหาญกล้าเทาพลงแหงหน่มสาว ่ ั ่ ุไม่มีแล้ วแสงใดในแสงดาวจะสกาวเทาแสงแหงเยาวชน ่ ่ ดนตรีในหัวใจชนใดไมมีดนตรีการ ่ในสันดานเป็ นคนชอบกลนักอีกใครฟังดนตรีไมเ่ พราะเขานนเหมาะคิดขบถอปลกษณ์ ั้ ั ั (รัชกาลที่ ๖) เมื่อไร้ …ก็ไม่มีเมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนันไม่นานเป็ นข้ า ้เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนันไม่ช้าอับจน ้เมืองใดไมมีพาณิชย์เลิศ เมืองนนยอมเกิดขดสน ่ ั้ ่ ัเมืองใดไร้ศลปโสภณ ิ ์ เมืองนันไม่พ้นเสื่อมทราม ้เมืองใดไม่มีกวีแก้ ว เมืองนนไมแคล้วคนหยาม ั้ ่เมืองใดไร้ นารี งาม เมืองนันหมดความภูมิใจ ้เมืองใดไมมีดนตรีเลิศ เมืองนันไม่เพลิดพิศมัย ่ ้เมืองใดไร้ ธรรมอําไพ เมืองนันบรรลัยแน่นอน ้
    • ปากเปนเอก ปากเปนเอกเลขเปนโทโบราณวา หนังสือเปนตรีมีปญญาไมเสียหลาย ถึงรูมากไมมีปากลําบากกาย มีอุบายใชไมเปนเห็นปวยการ สื่อสะทอนกานบัวบอกลึกตื้น ชลธาร มารยาทสอสันดาน ชาติเชื้อ โฉดฉลาดเพราะคําขาน ควรทราบ หยอมหญาแหงเชื้อ บอกรายแสลงดิน (โคลงโลกนิต)ิ ยากจะหักใจลืม จักหักอื่นขืนหักก็จักได หักอาลัยนี้ไมหลุดสุดจะหัก สารพัดตัดขาดประหลาดนัก แตตัดรักนี้ไมขาดประหลาดใจ (สุนทรภู)  ยามรัก - ยามชัง เขาเปรียบเทียบความวายามรัก แมแตน้ําตมผักขมชมวาหวาน ครั้นจืดจางหางเหินไปเนิ่นนาน แมน้ําตาลก็วาเปรี้ยวไมเหลียวแล (สุนทรภู)  ยังเมาอยู ไมเมาเหลาแลวแตเรายังเมารัก สุดจะหักหามจิตคิดไฉน ถึงเมาเหลาเชาสายก็หายไป แตเมาใจนี้ประจําทุกค่ําคืน (สุนทรภู)
    • ความรัก ความรักเปนไมตรีที่ประเสริฐ ความรักเปนสิ่งเพริดงามเลิศหรู ความรักเปนสิ่งประเทืองใหเฟองฟู ความรักเปนมิตรผูชูกําลัง รักที่บริสุทธิ์ รักที่มีแตใหโดยไมขอ รักจะกอประโยชนอันยิ่งใหญ ยิ่งใหเขาเราจะสบายใจ ใครไมเคยใหใครลองใหดู (ศิวกานต ปทุมสูต)ิ ความดี เอาความดีเปนแกนกลางทางชีวิต เอาความคิดเปนเครื่องชวยอํานวยผล เอาแรงงานเปนกลไกภายในตน นี่คือคนมีคุณคาราคางาม (ปน มาลากุล) อยูที่ใจ ทุกขสุขอยูที่ใจมิใชหรือ ถาใจถือก็เปนทุกขไมสุกใส ถาไมถือก็เปนสุขไมทุกขใจ เราอยากไดความสุขหรือทุกขเอย การใหใหทานทานจักให ตอบสนอง นบทานทานจักปอง นบไหว รักทานทานควรครอง ความรัก เรานา
    • สามสิ่งนี้เวนไวแตผู ทรชน (โคลงโลกนิต) ิ นินทากาเลอันนินทากาเลเหมือนเทน้ําไมชอกช้ําเหมือนเอามีดมากรีดหินแมแตองคพระปฏิมายังราคินคนเดินดินหรือจะพนคนนินทา (สุนทรภู)
    • ขอไดไหมเพียงหนึ่งเดียวที่หวังมาครั้งนี้ขอทุกคนเปนคนดีขอไดไหมไมทําชั่วดวยกาย วาจา ใจเปนคนดีของใครๆ ทุกๆ คนเพียงหนึ่งเดียว หนึ่งนี้แหละที่ขอดวยหวังรอฟาใหมใหสายฝนฝนคือความดีจากใจศิษยทุกคนจะพรางพรมหยดหยาดสะอาดใจเพียงหนึ่งเดียวที่หวังมาครั้งนี้"……… "เปนคนดีขอไดไหมแคไดรูพวกเธอดีก็ดีใจเทานี้แหละความในใจพระอาจารย (สันติภัทโท) จงฝาฟนเบื้องหนาคือทองฟาอันกวางใหญเจาเรือนอยลอยไปดวยความหวังแมสายชลจะลดรอนทอนกําลังเรือนอยยังมุงหมายปลายตะวันปลายทางคือความหวังดั่งใจใฝฝนกอรางแมทางไกลไมไหวหวั่นอุปสรรคเบื้องหนาจงฝาฟนใหถึงฝงความฝนอยางมั่นคง (ชลธิชา : ยิ้ม)
    • จงโบยบินบินเถิดจงบินไปใหสุดฤทธิ์ตราบมีสิทธิ์มีแรงแสวงหาดวยโอกาสหนึ่งนี้ที่เกิดมาคือคนหาความหมายใหชีวีแมวันนี้เหนื่อยนักจงพักผอนลมตัวนอนเก็บฝนอันสดใสวันพรุงนี้จงเขมแข็งดวยแรงใจกาวตอไปใหถึงซึ่งปลายทาง ฝาฝน…ฝนใฝคนเราเกิดมาก็เหมือนกันตางมีฝนที่ใฝใจมุงหวังแตที่ตางคือใจใครมีพลังยามผิดพลั้งใครจะทอใครจะทนระหวางทางชีวิตอาจพลาดผิดคลื่นชีวิตพัดพาใหสับสนคนที่รอดคือคนที่อดทนคนอับจนคือคนที่แพใจเมื่อชีวิตหนึ่งนี้เปนของเราจงเลือกเอาวาจะกาวไปทางไหนตั้งความฝนเอาไวแลวตามไปมุงหมั่นสรางฝนใฝใหเปนจริง ความงามไกจะงามก็เพราะความที่มีขนดั่งเชนคนแลดูงามยามตกแตงแตอาภรณเสื้อผาราคาแพงเพียงแสดงความงามตามมายาจะงามแทตองงามแนที่ใจดวยจึงจะชวยขับราศีที่ใบหนา
    • ใหอิ่มเอิบแจมใสไมสรางซาดวยนัยนตาฉายแสงแหงธรรมเอย (ส. จุวัจนะ) โงใหเปนโงไมเปนเปนใหญยากฝากใหคิดทางชีวิตจะรุงโรจนโสตถิผลตองรูโงรูฉลาดปราดเปรื่องตนโงสิบหนดีกวาเบงเกงเดี๋ยวเดียว มองอยางเขาใจโลกภายนอกกวางไกลใครใครรูโลกภายในลึกซึ้งอยูรูบางไหมจะมองโลกภายนอกมองออกไปจะมองโลกภายในใหมองตน วจีเจรจาถึงบางพูดพูดดีเปนศรีศักดิ์มีคนรักรสถอยอรอยจิตแมพูดชั่วตัวตายทําลายมิตรจะชอบผิดในมนุษยเพราะพูดจา (สุนทรภู) มธุรสวาจาอันออยตาลหวานลิ้นแลวสิ้นซากแตลมปากหวานหูไมรูหายอันเจ็บอื่นหมื่นแสนยังแคลนคลายเจ็บจนตายก็เพราะเหน็บใหเจ็บใจ (สุนทรภู) 