• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Goverment gazette 2555
 

Goverment gazette 2555

on

  • 2,623 views

 

Statistics

Views

Total Views
2,623
Views on SlideShare
2,623
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
5
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Goverment gazette 2555 Goverment gazette 2555 Document Transcript

    • รายการบัญชียาหลักแหงชาติ ทายประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแหงชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕รายการบัญชียาหลักแหงชาติ ประกอบดวย(๑) บัญชียาสําหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข(๒) บัญชียาจากสมุนไพร “บัญชียาสําหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข” หมายความวา รายการยาแผนปจ จุบัน สําหรับใชในโรงพยาบาลและสถานบริก ารสาธารณสุข ตามภาคผนวก ๑ซึ่งประกอบดวยบัญชียอย ๕ บัญชี ไดแก บัญชี ก บัญชี ข บัญชี ค บัญชี ง และบัญชี จ รวมทั้งรายการยาเภสัชตํารับโรงพยาบาล ตามภาคผนวก ๒ บัญชี ก หมายความวา รายการยามาตรฐานที่ใชในการปองกันและแกไขปญหาสุขภาพที่พบบอย มีหลักฐานชัดเจนที่สนับสนุนการใช มีประสบการณการใชในประเทศไทยอยางพอเพียงและเปนยาที่ควรไดรับการเลือกใชเปนอันดับแรกตามขอบงใชของยานั้น บัญชี ข หมายความวา รายการยาที่ใชสําหรับขอบงใชหรือโรคบางชนิดที่ใชยาในบัญชี กไมได หรือไมไดผล หรือใชเปนยาแทนยาในบัญชี ก ตามความจําเปน บัญชี ค หมายความวา รายการยาที่ตองใชในโรคเฉพาะทาง โดยผูชํานาญ หรือผูที่ไดรับมอบหมายจากผู อํ า นวยการของสถานพยาบาลนั้ น ๆ โดยมี ม าตรการกํ า กั บ การใช ซึ่ งสถานพยาบาลที่ ใ ช จ ะต อ งมี ค วามพร อ ม ตั้ ง แต ก ารวิ นิ จ ฉั ย จนถึ ง การติ ด ตามผลการรั ก ษาเนื่องจากยากลุมนี้ เปนยาที่ถาใชไมถูกตอง อาจเกิดพิษหรือเปนอันตรายตอผูปวยหรือเปนสาเหตุใหเกิดเชื้อดื้อยาไดงาย หรือเปนยาที่มีแนวโนมในการใชไมตรงตามขอบงชี้หรือไมคุมคาหรือมีการนําไปใชในทางที่ผิด หรือมีหลักฐานสนับสนุนการใชที่จํากัด หรือมีประสบการณการใชในประเทศไทยอยางจํากัด หรือมีราคาแพงกวายาอื่นในกลุมเดียวกัน บัญชี ง หมายความวา รายการยาที่มีหลายขอบงใช แตมีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมจะมีการสั่งใชยาไมถูกตอง หรือเปนรายการยาที่มีราคาแพง จึงเปนกลุมยาที่มีความจําเปนตองมีการระบุขอบงใชและเงื่อนไขการสั่งใชยา การใชบัญชียาหลักแหงชาติไปอางอิงในการเบิกจายควรนําขอบงใชและเงื่อนไขการสั่งใชไปประกอบในการพิจารณาอนุมัติการเบิกจายจึงจะกอประโยชนสูงสุด ทั้งนี้ยาในบัญชี ง จําเปนตองใชสําหรับผูปวยบางราย แตอาจทําใหเกิดอันตรายตอผูปวยหรือกอปญหาเชื้อดื้อยาที่รายแรง การสั่งใชยาซึ่งตองใหสมเหตุผลเกิดความคุมคาสมประโยชน
    • -๒-จะต อ งอาศั ย การตรวจวิ นิ จ ฉั ย และพิ จ ารณาโดยผู ชํ า นาญเฉพาะโรคที่ ไ ด รั บ การฝ ก อบรมในสาขาวิชาที่เกี่ยวของจากสถานฝกอบรม หรือไดรับวุฒิบัตร หรือหนังสืออนุมัติจากแพทยสภาหรือทันตแพทยสภาเทานั้น และโรงพยาบาลจะตองมีระบบการกํากับประเมินและตรวจสอบการใชยา (Drug Utilization Evaluation, DUE) โดยตองมีการเก็บขอมูลการใชยาเหลานั้นเพื่อตรวจสอบในอนาคตได บัญชี จ หมายความวา บัญชี จ(๑) รายการยาสําหรับโครงการพิเศษของกระทรวง ทบวง กรม หรือหนวยงานของรัฐ ที่มีการกําหนดวิธีการใชและการติดตามประเมินการใชยาตามโครงการ โดยมีหนวยงานนั้นรับผิดชอบ และมีการรายงานผลการดําเนินงานตอคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติเปนระยะตามความเหมาะสม เพื่อพิจารณาจัดเขาประเภทของบัญชียอยอื่นในบัญชียาหลักตอไปเมื่อมีขอมูลเพียงพอ บัญชี จ(๒) รายการยาสําหรับผูปวยที่มีความจําเปนเฉพาะ ใหเขาถึงยาไดอยางสมเหตุผลและคุมคา ซึ่งมีการจัดกลไกกลางเปนพิเศษในกํากับการใชยาภายใตความรับผิดชอบรวมกันของระบบประกันสุขภาพ ซึ่งดูแลโดย กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สํานักงานประกันสังคมกระทรวงแรงงาน สํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ และหนวยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวของ โดยมีแนวทางกํากับการใชยาตามภาคผนวก ๓ “รายการยาสําหรับผูปวยที่มีความจําเปนเฉพาะ” ตามบัญชี จ(๒) หมายความวา ยาที่จําเปนตองใชสําหรับผูปวยเฉพาะราย โดยยามีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมจะมีการสั่งใชยาไมถูกตอง หรือ เปนยาที่ตองอาศัยความรู ความชํานาญเฉพาะโรค หรือใชเทคโนโลยีขั้นสูง และ เปนยาที่มีราคาแพงมาก หรือสงผลอยางมากตอความสามารถในการจายทั้งของสังคมและผูปวย จึงตองมีระบบกํากับและอนุมัติการสั่งใชยา (authorized system)ที่เหมาะสม โดยหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย ทั้งนี้ เพื่อใหเปนไปตามขอบงใชและเงื่อนไขการสั่งใชยา จึงจะกอประโยชนสูงสุด โรงพยาบาลจะตองมีระบบการกํากับประเมินและตรวจสอบการใชยา และมีเก็บขอมูลการใชยาเหลานั้น เพื่อใหตรวจสอบโดยกลไกกลางในอนาคตได “บัญชียาจากสมุนไพร” หมายความวา รายการยาจากสมุนไพรที่เปนยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณ และยาพัฒนาจากสมุนไพร ซึ่งมีตัวยาในสูตรตํารับ และรายละเอียดตามภาคผนวก ๔ โดยมีรายการยาจากสมุนไพรที่แนบรายการเภสัชตํารับโรงพยาบาลรวมอยูแลว “เภสัชตํารับโรงพยาบาล” หมายความวา รายการยาที่โรงพยาบาลสามารถผลิตขึ้นใชภายในโรงพยาบาลตามเภสัชตํารับของโรงพยาบาล หรือตามที่ระบุในภาคผนวก ๒ หรือยาจากสมุนไพรที่ปรากฏรวมอยูในบัญชียาจากสมุนไพรดวย
    • ภาคผนวก 1รายการยาในบัญชียาสําหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข ตามบัญชียาหลักแหงชาติ พ.ศ. 2555
    • คําอธิบายรายการยาในบัญชียาสําหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขตามบัญชียาหลักแหงชาติ พ.ศ. 2555 รายละเอียดของรายการยาประกอบดวยชื่อสามัญของยา รูปแบบของยา บัญชียอย นอกจากนี้ยั ง อาจมี ความแรงของยา ขนาดบรรจุ ย า เงื่ อ นไข (การสั่ งใช ย าหรื อ การเลื อกยาเข า บั ญ ชี ย าของโรงพยาบาล) คําเตือนและขอควรระวัง หมายเหตุรายละเอียดสถานะของยา และขอกําหนดอื่นๆ ใหถือวายาที่มีคุณสมบัติตรงตามขอกําหนดขางตน เปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติการแสดงชื่อสามัญทางยา (generic name และรูปแบบยา (dosage form) สวนใหญชื่อสามัญทางยาจะแสดงดวยชื่อ International Nonproprietary Name (INN) หากชื่อINN นั้นไมเปนที่รูจักแพรหลาย จะแสดงดวยชื่อ INN ตามดวยชื่ออื่นไวในวงเล็บ ในกรณียาชนิดนั้นไมมีชื่อINN ใหใชชื่ออื่นแทน เชน British Approved Names (BAN) , United States Approved Name(USAN) เปนตน ยาทุกรายการหมายถึงยาที่มีสารออกฤทธิ์ 1 ชนิดที่มีรูปแบบยาตามที่ระบุไวเทานั้น เวนแตยาสูตรผสมจะแสดงชื่อสามัญทางยาของสารออกฤทธิ์ในสูตรยารายการนั้นทั้งหมด รูปแบบยาที่แสดงในบัญชี หมายถึง รูปแบบยาทั่วไป ที่มิไดมีการพัฒนารูปแบบการบริหารยาเปนพิเศษหรือเปนการเฉพาะ ในกรณีที่หมายถึงรูปแบบยาที่มีการพัฒนารูปแบบการบริหารยาเปนพิเศษหรือจําเพาะเจาะจง จะระบุขอกําหนดเพิ่มเติมไว โดยระบุรูปแบบยานั้นๆ อยางชัดเจน ตัวอยางรูปแบบที่มีการพัฒนารูปแบบยาเป นพิเศษ เชน ยาเตรียมสําหรับออกฤทธิ์นานทุกชนิด vaginal tablet, rectalsuppository, sublingual tablet, enteric coated tablet, effervescent tablet, orodispersibletablet, microspheres suspension for injection เปนตน ตัวอยางการจําเพาะเจาะจงรูปแบบยาบางชนิดเชน Ibuprofen film coated tablet หมายถึง ยาเม็ด ibuprofen ชนิดเคลือบฟลม ไมรวมถึงชนิดเคลือบน้ําตาล ชนิดตอกอัดเม็ดธรรมดา รวมทั้งชนิดออกฤทธิ์นาน เปนตน ในกรณีเปนเภสัชตํารับโรงพยาบาลจะระบุอักษร “hosp” ไวในวงเล็บทายรูปแบบยา เชน sol(hosp) หมายถึง ยาที่สถานพยาบาลผลิตเองในรูปแบบ solution เปนตนคําจํากัดความรูปแบบยาที่สําคัญ tab / cap หมายถึง ยาเม็ด หรือแคปซูล แบบ immediate release (IR) สําหรับกินทั่วไป ที่มิไดมีการพัฒนารูปแบบการบริหารยาเปนการเฉพาะหรือเปนพิเศษ เชน compressed tablet, film coatedtablet, sugar coated tablet เปนตน SR tab / cap หมายถึง ยาเม็ดหรือแคปซูลสําหรับรับประทานที่เปนยาออกฤทธิ์นานทุกชนิด เชนcontrolled release, extended release, modified release, slow release เปนตน EC tab / cap หมายถึง ยาเม็ดหรือแคปซูล สําหรับรับประทานที่ออกแบบใหตัวยาละลายในลําไส(enteric coated) dry syrup หมายถึง ผงแหงของสวนผสมตัวยาหรือสารเคมี ที่ตองเติมน้ํากระสายยาที่เหมาะสมกอนใชจึงจะไดยาน้ําเชื่อมตามตองการ เชน ยาน้ําแขวนตะกอน สารละลายใส เปนตน 1
    • syrup หมายถึง oral solution หรือ suspension โดยมีสารเพิ่มความหวาน (footnote; โดยมีสารเพิ่มความหวานเปนน้ําตาลซูโครส อาจใชน้ําตาลชนิดอื่นแทนน้ําตาลซูโครส (เชน dextrose) หรือใชสารอื่นที่ไมใชน้ําตาล (เชน sorbitol glycerin และ propylene glycol) สําหรับผูปวยที่ตองการควบคุมน้ําตาล อาจใชสารเพิ่มความหวานอื่นที่ไมใหพลังงานแทน (เชน saccharin หรือ artificial sweetener อื่น) (เชนhydroxyethylcellulose หรือ methylcellulose) สารที่ใชแทนน้ําตาลที่ใหความหวานและความหนืดชนิดอื่นๆ ในความเขมขนสูง) eye drop หมายถึง ยาเตรียมปราศจากเชื้อสําหรับหยอดตา sterile solution หมายถึ ง ยาปราศจากเชื้อในรูปแบบของสารละลาย สําหรับฉีด หยดเขาทางหลอดเลือดดํา หรือ irrigationขอกําหนดเฉพาะของรายการยา ขอกําหนดเฉพาะของรายการยาที่สําคัญ มีดังนี้1) ความแรง ยาบางรายการที่ระบุความแรงของสารออกฤทธิ์ไว ใหถือวารายการยาที่มีความแรงตามที่กําหนดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติเทานั้น โดยแสดงรายละเอียดเฉพาะของความแรงยาไวในวงเล็บทายรูปแบบยาหรือยาสูตรผสมบางชนิดมีการระบุความแรงไวที่ชื่อยาหรือที่กลุมยา เชน - Gliclazide tab (เฉพาะ 80 มิลลิกรัม) หมายถึง ไมรวมยาในความแรงอื่น เชน Gliclazide 30มิลลิกรัม เปนตน - Sodium phosphates enema มีตัวยาสําคัญตอ 100 ml คือ Sodium biphosphate 15.2-16.8 กรัม และ Sodium phosphate 5.7-6.3 กรัม ทั้งนี้ไมรวมสูตรที่มีสัดสวนของสวนประกอบที่แตกตางจากที่กําหนด เชนมี Sodium biphosphate นอยกวา 15.2 กรัม - Amino acid solution ชนิด high essential amino acid มีสัดสวนของ essential aminoacid > 60% ของ total amino acid ทั้ งนี้ ไ ม ร วมถึ งสู ต รที่ มี essential amino acid ต่ํ ากว าหรื อเทากับ 60%2) ขนาดบรรจุ ยาบางรายการที่ระบุขนาดบรรจุไว อาทิ ยากลุม contrast media เปนตน ใหถือวายาที่มีขนาดบรรจุตามที่กําหนดเทานั้นเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ3) เงื่อนไข ซึ่งประกอบไปดวย 3.1) เงื่อนไขการสั่งใชยา บัญชียาหลักแหงชาติเปนมาตรการหนึ่งในระบบยาแหงชาติในการสงเสริมการใชยาอยางเปนขั้นตอนอยางสมเหตุผล ดังนั้น หากรายการยาใดมีหลายขอบงใช แตมีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมวาจะมีการสั่งใชไมถูกตอง ก็ไดระบุขอบงใชไวในเงื่อนไขการสั่งยา เพื่อเปนแนวทางในการสั่งใชยาสําหรั บแพทย รวมทั้ง เปนขอมู ลสําหรับสถานพยาบาลเพื่ อประกอบการจัดระบบกํากับ ติดตาม ใหเกิดการใชยารายการนั้น ๆ อยางสมเหตุผล การระบุเงื่อนไขการสั่งใชยานั้นมีหลักการเพื่อสงเสริมใหมีการเขาถึงยาโดยมีการใชยาอยางอยางสมเหตุผล โดย ยาในบัญชี ก และ ข จะระบุเงื่อนไขก็ตอเมื่อพิจารณาวายานี้อยูในบัญชี ก หรือ ข เมื่อมีเงื่อนไขเฉพาะภาวะหรือโรคนั้นเทานั้น ถาใชในภาวะหรือโรคอื่นจะไมถือวาอยูในบัญชี ยาในบัญชี ค และ ง ควรมีการระบุเงื่อนไขทุกรายการ เนื่องจาก ยาในกลุมนี้มีหลายขอบงใช มีแนวโนมการใชที่ไมถูกตอง ยามีราคาแพง มักจะใชไดหลายกรณี 2
    • สําหรับยาในบัญชี จ(2) เปนยาที่มีการจัดกลไกสําหรับผูปวยที่มีความจําเปนเฉพาะใหสามารถเขาถึงยาดียิ่งขึ้น การระบุเงื่อนไขจึงตองกําหนดแนวทางกํากับการใชยาเพิ่มเติมจากขอบงใชที่คัดเลือกไวในบัญชียาหลักแหงชาติ แนวทางกํากับการใชยาบัญชี จ(2) ตามภาคผนวก 3 ประกอบดวยหัวขอดังตอไปนี้ คือ 1. ระบบอนุมัติการใชยา 2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา 4. เกณฑอนุมัติการใชยา/เกณฑการวินิจฉัยโรค 5. ขนาดยาที่แนะนํา/วิธีการใหยา 6. ระยะเวลาในการรักษา 7. การติดตาม/การประเมิน ผลการรักษา 8. ข อแนะนําเพิ่ มเติ ม โดยการขออนุ มัติ ใชย าสถานพยาบาลต องปฏิ บั ติ ต ามแนวทางที่กําหนดทุกขอ และมีการเก็บขอมูลการใชยาเหลานั้น เพื่อใหตรวจสอบโดยกลไกกลางในอนาคตไดคําอธิบายของแตละหัวขอเปน ดังนี้ 1. ระบบอนุมัติการใชยา เปนระบบที่ใชในการกํากับการใชยาของหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย แบงเปน 2 ระบบ ดังนี้  ระบบที่ตองขออนุมัติกอนการรักษา (Pre-Authorization) เปนระบบที่ตองขออนุมัติการใชยาจากหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลาง กอนใหการรักษา ซึ่งใชในกรณีที่ไมใชภาวะฉุกเฉิน โดยรายละเอียดของระบบอนุมัติการใชยาในแตละแนวทางกํากับการใชยา ไดพิจารณาตามความเหมาะสมของยาและขอบงใช  ระบบที่ตองขออนุมัติภายหลังการรักษา (Post- Authorization)  เปนระบบที่ตองขออนุมัติการใชยาจากหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางภายหลังการรักษา ซึ่งใชในกรณีเมื่อผูปวยมาดวยภาวะฉุกเฉิน หรือจําเปนตองไดรับยาในทันทีมิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได โดยรายละเอียดของระบบอนุมัติการใชยาในแตละแนวทางกํากับการใชยา ไดพิจารณาตามความเหมาะสมของยาและขอบงใช ทั้งนี้มียาบางรายการมีระบบอนุมัติการใชยาทั้งแบบกอนการรักษา และระบบภายหลังการรักษา เชน ยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ในขอบงใช โรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases) เปนตน 2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล สถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความเหมาะสมในประเด็นที่สําคัญเชน - ความพรอมของเครื่องมืออุปกรณที่ตองใชในการรักษา/วินิจฉัยโรค - ความพรอมของบุคลากรที่ตองใชในการรักษา/วินิจฉัยโรค เปนตน โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย 3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา แพทยผูสั่งใชยาตองมีคุณสมบัติเหมาะสมในการใชยาใหเปนไปอยางสมเหตุผลตามแนวทางกํากับการใชยาที่กําหนด โดยมีการลงทะเบียนแพทยผูทําการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย 4. เกณฑอนุมัติการใชยา / เกณฑการวินิจฉัยโรค 3
    • เกณฑอนุมัติการใชยา หรือเกณฑการวินิจฉัยโรค ไดแก ขอกําหนดในการวินิจฉัยโรค หรือการใชยาใหเปนไปตามมาตรฐานการรักษาและหลักฐานทางวิชาการ เนื่องจากยาบัญชี จ(2) เปนยาที่มีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมจะมีการสั่งใชยาไมถูกตอง หรือเปนยาที่ตองอาศัยความรูความชํานาญเฉพาะโรค หรือใชเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อใหเปนไปตามขอบงใช จึงจะกอใหเกิดประโยชนสูงสุดในการรักษา 5. ขนาดยาที่แนะนํา / วิธีการใหยา ขนาดยาที่แนะนํา หรือวิธีการใหยา มีขอกําหนดตามมาตรฐานการรักษาและหลักฐานทางวิชาการ ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงขอจํากัดของระบบประกันสุขภาพในภาพรวมของประเทศดวย 6. ระยะเวลาในการรักษา ระยะเวลาในการรักษา มีขอกําหนดตามมาตรฐานการรักษาและหลักฐานทางวิชาการ ทั้งนี้โดยคํานึงถึงขอจํากัดของระบบประกันสุขภาพในภาพรวมของประเทศดวย 7. การติดตาม / การประเมินผลการรักษา การติดตาม หรือประเมินผลการรักษา มีขอกําหนดตามมาตรฐานการรักษา และหลักฐานทางวิชาการ เพื่อใหทราบถึงผลการรักษา อาการไมพึงประสงค และการพิจารณาตรวจวินิฉัยที่จําเปนเพื่อปรับปรุงแนวทางการรักษาผูปวยตามความเหมาะสม 8. ขอแนะนําเพิ่มเติม ขอแนะนําที่มีขอมูลทางวิชาการสนับสนุนเพื่อใหเกิดประโยชนในการรักษา 3.2) ขอมูลสําคัญอื่นๆ ของรายการยา เชน คําเตือนและขอควรระวัง หมายเหตุ ที่สําคัญของตัวยานั้น - คําเตือน และขอควรระวัง ระบุในกรณีซึ่งมีผลขางเคียงจากการใชยาที่มีความสําคัญ เชน พบบอยหรืออาจเปนอันตรายทั้งที่มีระบุไวในเอกสารกํากับยาหรือเปนขอมูลใหม ที่ควรสื่อสารใหผูใชบัญชีรับทราบโดยมีหลักฐานยืนยันชัดเจน - หมายเหตุ ไดแก คําแนะนํา ขอสังเกต คําอธิบาย ที่สําคัญซึ่งตองการสื่อสารใหผูใชบัญชีรับทราบ 4
    • บัญชียาสําหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขกลุมยา 1 Gastro-intestinal system1.1 Antacids and other drugs for dyspepsia1. Aluminium hydroxide chewable tab, tab, susp, ก susp (hosp)2. Aluminium hydroxide + Magnesium hydroxide chewable tab, tab, susp, ก susp (hosp)3. Simeticone (Simethicone) chewable tab, susp ก4. Aluminium hydroxide + Magnesium hydroxide + chewable tab, tab ก Simeticone 25-50 mg5. Compound Cardamom Mixture mixt, mixt (hosp) ก (Mist Carminative) เฉพาะสูตรที่ไมมี sodium bicarbonate1.2 Antispasmodics and other drugs altering gut motility1. Dicycloverine hydrochloride (Dicyclomine tab ก hydrochloride)2. Domperidone tab (as base/maleate), ก susp (as base/maleate)3. Hyoscine butylbromide (Hyoscine-n-butylbromide) tab, syr, sterile sol ก4. Metoclopramide tab, syr, sterile sol ก5. Mebeverine hydrochloride tab ข1.3 Ulcer-healing drugs and drugs used in variceal bleeding1. Omeprazole EC cap (as base) ก2. Ranitidine hydrochloride film coated tab ก3. Omeprazole sodium sterile pwdr ข4. Ranitidine hydrochloride sterile sol ข5. Pantoprazole sodium sterile pwdr ค6. Sucralfate tab , susp ค เงื่อนไข ใชเฉพาะกรณีหญิงตั้งครรภ 5
    • 7. Bismuth subsalicylate tab ง เงื่อนไข 1. ใชเปน second-line drug ในการกําจัด H.pyroli 2. หามใชในเด็กอายุนอยกวา 12 ป8. Lauromacrogol 400 (Polidocanol) sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชชวยหาม variceal bleeding ผานทาง endoscopy และใชสําหรับ sclerotherapy 2. ใชสําหรับ varicose vein และ hemorrhoid9. Octreotide acetate sterile sol (เฉพาะ 0.1 mg/ ง 1 ml) ยกเวนชนิดออกฤทธิ์ นาน เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ high output pancreatic fistula 2. ใชสําหรับ variceal bleeding ในกรณีที่มีหลักฐานวาเปนภาวะเลือดออกจาก portal hypertensive gastropathy โดยใชรวมกับ therapeutic endoscopic intervention1.4 Drugs used in acute diarrhea1. Oral rehydration salts (ORS) oral pwdr, oral pwdr ก (hosp) เมื่อผสมน้ําแลวมีตัวยาสําคัญตอลิตร ดังนี้ - Sodium chloride 2.6 g - Trisodium citrate dihydrate 2.9 g - Potassium chloride 1.5 g - Glucose 13.5 g และมี molar concentration ตอลิตรดังนี้ - Glucose 75 mEq - Sodium 75 mEq - Chloride 65 mEq - Potassium 20 mEq - Citrate 10 mmol - Osmolarity 245 mOsm คําแนะนํา การชดเชยสารน้ําและเกลือแรเปนเปาหมายสําคัญในการรักษาโรคทองรวงเฉียบพลัน การใชยาตานแบคทีเรียในผูปวยสวนใหญเปนสิ่งไมจําเปนและควรหลีกเลี่ยง2. Zinc sulfate oral sol (hosp) ก คําแนะนํา ปจจุบันองคการอนามัยโลกและยูนิเซพแนะนําใหเด็กเล็กอายุต่ํากวา 5 ขวบทุกคน ที่มีอาการทองรวงไดรับ ธาตุสังกะสีเสริมในกระบวนการรักษา โดยใหยานาน 10-14 วัน เพราะชวยลดความรุนแรงของโรค ลดระยะ เวลาการเปนโรคและปองกันการเกิดทองรวงในครั้งถัดไปไดดวย3. Loperamide hydrochloride cap, tab ข เงื่อนไข หามใชกับเด็กอายุนอยกวา 12 ป ควรใชกับผูใหญเฉพาะเมื่อจําเปนและไมมีขอหามใช 6
    • 1.5 Drugs used in chronic bowel disorders1. Sulfasalazine tab, EC tab ค เงื่อนไข ใชสําหรับ chronic inflammatory bowel disease2. Mesalazine (Mesalamine) EC tab , rectal supp ค เงื่อนไข 1. ชนิดเม็ด ใชเปนทางเลือกของ sulfasalazine ในกรณีผูปวยแพยากลุมซัลฟา หรือตองการลดอาการขางเคียง จากการใชยา 2. ชนิดเหน็บทวารหนัก ใชสําหรับ ulcerative colitis (บริเวณ sigmoid และ rectum) และ radiation proctitis1.6 Laxatives1. Bisacodyl EC tab, rectal supp ก2. Castor oil oil ก3. Glycerol rectal supp ก4. Senna tab ก5. Magnesium hydroxide susp, susp (hosp) ก6. Magnesium sulfate mixt, mixt (hosp), sol, ก sol (hosp)7. Sodium phosphates enema ก มีตัวยาสําคัญตอ 100 ml ดังนี้ - Sodium biphosphate 15.2 - 16.8 g - Sodium phosphate 5.7 - 6.3 g8. Lactulose syr ข เงื่อนไข ใชสําหรับ hepatic encephalopathy หรือ chronic constipation ในเด็กอายุนอยกวา 6 ป หรือ ใชเปนทางเลือกในหญิงตั้งครรภ9. Macrogols (Polyethylene glycol, PEG) oral pwdr (hosp) ค with electrolytes เงื่อนไข ใชสําหรับเตรียมลําไสใหญกอนการผาตัดหรือตรวจลําไส หมายเหตุ ไมแนะนําใหใชเปนยาระบายหรือยาถาย 7
    • 10. Sodium phosphates oral sol ค มีตัวยาสําคัญตอ 5 ml ดังนี้ - Sodium biphosphate 0.9 g - Sodium phosphate 2.4 g เงื่อนไข ใชสําหรับเตรียมลําไสใหญกอนการผาตัดหรือตรวจลําไส คําเตือนและขอควรระวัง 1. ไมควรรับประทานเกินครั้งละ 45 มิลลิลิตร และไมเกิน 90 มิลลิลิตร ภายใน 24 ชั่วโมง 2. ไมแนะนําใหใชยานี้เพื่อทดแทนการขาดฟอสเฟต หรือใชเปนยาระบายหรือยาถาย 3. ควรระวังในผูปวยสูงอายุ ผูปวยโรคไตวาย และผูปวยโรคหัวใจลมเหลว1.7 Local preparations for anal and rectal disorders1. Local anesthetic + Corticosteroid cream, oint, rectal supp ข with/without astringent เงื่อนไข 1. หนึ่งรูปแบบใหเลือก 1 สูตร 2. ใชไมเกิน 7 วัน1.8 Drugs affecting intestinal secretions1. Colestyramine (Cholestyramine) oral pwdr ข เงื่อนไข ใชสําหรับ bile-acid diarrhea และ short bowel syndrome2 . Pancreatic enzymes cap, tab , EC cap , EC tab ง ตองมี lipase activity ไมนอยกวา 1,200 USP units/cap หรือ tab เงื่อนไข ใชเฉพาะผูปวยที่เปน pancreatic insufficiency เทานั้น3. Ursodeoxycholic acid (Ursodiol) cap ง เงื่อนไข ใชสําหรับ cholestatic liver disease ไดแก primary biliary cirrhosis, sclerosing cholangitis, biliary atresia, neonatal hepatitis, chronic cholestasis และ TPN-induced cholestasis หมายเหตุ สวนใหญนิ่วในถุงน้ําดีใชยานี้ไมไดผล 8
    • กลุมยา 2 Cardiovascular system2.1 Positive inotropic drugs1. Digoxin tab, elixir, sterile sol ก2. Milrinone lactate sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชเพิ่มการบีบตัวของหัวใจในผูปวยหลังการผาตัดหัวใจ 2. ใชทดแทนหรือเสริม dopamine หรือ dobutamine ใน advanced heart failure 3. ใชเพื่อเพิ่มการบีบตัวของหัวใจในผูปวย advanced heart failure ที่เคยใช beta blocker มากอน2.2 Diuretics1. Furosemide tab, sterile sol ก2. Hydrochlorothiazide (HCTZ) tab ก3. Mannitol sterile sol ก4. Spironolactone tab ก5. Amiloride hydrochloride + Hydrochlorothiazide (HCTZ) tab (เฉพาะ 5 + 50 mg) ข2.3 Anti-arrhythmic drugs1. Adenosine sterile sol ก เงื่อนไข ใชสําหรับ supraventricular arrhythmias และการตรวจพิเศษทางหัวใจ2. Atropine sulfate sterile sol ก เงื่อนไข ใชสําหรับ symptomatic sinus bradycardia3. Lidocaine hydrochloride (preservative free) sterile sol , ก sterile sol (hosp) เงื่อนไข ใชสําหรับ ventricular arrhythmias4. Magnesium sulfate sterile sol ก เงื่อนไข ใชสําหรับ ventricular tachycardia, refractory supraventricular tachyarrhythmias 9
    • 5. Verapamil sterile sol ก เงื่อนไข ใชสําหรับ supraventricular arrhythmias (SVT) และ atrial fibrillation (AF)6. Amiodarone hydrochloride tab, sterile sol ค เงื่อนไข ใชสําหรับ supraventricular , ventricular and atrial arrhythmias7. Flecainide acetate tab ง เงื่อนไข ใชกับผูปวยที่ใชยาอื่นควบคุมจังหวะการเตนผิดปกติของหัวใจไมไดผล8. Propafenone hydrochloride tab ง เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวยที่ใชยาอื่นควบคุมการเตนของหัวใจไมไดผล 2. ใชสําหรับ refractory supraventricular tachyarrhythmias2.4 Beta-adrenoceptor blocking drugs1. Atenolol tab ก2. Metoprolol tartrate immediate release tab ก3. Propranolol hydrochloride tab ก4. Carvedilol tab ค เงื่อนไข ใชสําหรับ systolic heart failure2.5 Drugs affecting the renin-angiotensin system and some otherantihypertensive drugs2.5.1 Vasodilator antihypertensive drugs1. Hydralazine hydrochloride tab, sterile pwdr ก เงื่อนไข ชนิดฉีดใชสําหรับ hypertensive emergencies1 ในหญิงตั้งครรภ1 hypertensive emergencies หมายถึง ภาวะที่มี target organ damage (TOD) เชน hypertensive encephalopathy, acute pulmonary edema,eclampsia เปนตน โดยสวนใหญผูปวยจะมีความดัน diastolic ตั้งแต 120-130 mmHg และควรใชยาฉีดในการรักษา 10
    • 2. Sodium nitroprusside sterile pwdr ก เงื่อนไข ใชเปนมาตรฐานการรักษาใน hypertensive emergencies (ยกเวนในหญิงตั้งครรภ)2.5.2 Centrally acting antihypertensive drugs1. Methyldopa tab ก เงื่อนไข ใชสําหรับรักษาความดันเลือดสูงในหญิงตั้งครรภ2.5.3 Alpha-adrenoceptor blocking drugs1. Prazosin hydrochloride tab ข2. Doxazosin mesilate immediate release tab ค2.5.4 Angiotensin-converting enzyme inhibitors1. Enalapril maleate tab ก2. Captopril tab ก เงื่อนไข ใชสําหรับ hypertensive urgency2 หมายเหตุ กรณีที่สถานพยาบาลไมมียาฉีดหรือไมสามารถใชยาฉีดในการรักษา hypertensive emergencies อาจพิจารณาใช captopril เปนทางเลือกในการรักษา2.5.5 Angiotensin-II receptor antagonists1. Losartan potassium tab (เฉพาะ 50, 100 mg) ค เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวยที่ใชยา ACE inhibitors ไมได เพราะเกิดอาการไมพึงประสงค 2. ใชกับผูปวยโรคไตทั้งที่มีหรือไมมีโรคเบาหวานรวมดวย (diabetic หรือ non-diabetic renal disease)2 hypertensive urgency หมายถึง ภาวะที่มีความดันเลือดสูงรุนแรง (severe elevated blood pressure) ที่ไมมีภาวะ target organdamage (TOD) โดยสวนใหญผูปวยจะมีความดัน diastolic ตั้งแต 120-130 mmHg ผูปวยเหลานี้ควรใชยารับประทานในการรักษา  11
    • 2.6 Nitrates, calcium-channel blockers and other vasodilators2.6.1 Nitrates1. Glyceryl trinitrate sterile sol ก เงื่อนไข ใชสําหรับ hypertensive emergencies ในกรณีที่มี coronary ischemia2. Isosorbide dinitrate tab, sublingual tab ก3. Isosorbide mononitrate tab ก2.6.2 Calcium-channel blockers ยากลุมนี้ชนิดที่เปน short-acting dihydropyridine (เชน nifedipine immediate release) ไมแนะนําใหใชรักษา essential hypertension, hypertensive emergencies , hypertensive urgency และ angina pectorisเนื่องจากมียาอื่นที่ปลอดภัยกวา1. Amlodipine besilate tab ก2. Diltiazem hydrochloride slow release cap/tab ก (เฉพาะ 120 mg) ไมรวมชนิด controlled release เงื่อนไข ใชสําหรับ ischemic heart disease (IHD)3. Verapamil hydrochloride tab, SR tab (เฉพาะ 240 mg) ก เงื่อนไข ใชสําหรับ ischemic heart disease (IHD)4. Diltiazem hydrochloride immediate release tab ข เงื่อนไข ใชสําหรับ ischemic heart disease (IHD) ไมแนะนําใหใชในการรักษา essential hypertension5. Nimodipine tab, sterile sol ง เงื่อนไข ใช โ ดยแพทย ผู เ ชี่ ย วชาญด านประสาทวิ ทยาและประสาทศั ล ยศาสตร สํ าหรั บ ป องกั น พยาธิ ส ภาพของระบบ ประสาทที่อาจดําเนินตอไปจากการหดตัวของหลอดเลือด ภายหลังการเกิด subarachnoid hemorrhage 12
    • 2.6.3 Other vasodilators1. Sildenafil (as citrate) tab ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับผูปวยภาวะ pulmonary arterial hypertension (PAH) ที่เกิดจากโรคหัวใจแตกําเนิด (CHD) ชนิด systemic-to-pulmonary shunt หรือโรค idiopathic pulmonary arterial hypertension (IPAH) หรือ PAH associated with connective tissue disease (CNTD) และ 2. อยูใน WHO functional classification of PAH ≥ II และ 3. ไดรับการตรวจวินิจฉัยตามขั้นตอนวิธีที่ปรากฏในแนวทางเวชปฏิบัติ 4. แนะนําใหหยุดยาเมื่อผลการประเมินทุก 3 เดือนมีอาการทรุดลงอยางตอเนื่องอยางนอย 2 รอบการประเมิน เกณฑอาการทรุดลงหมายถึงการตรวจพบอยางนอย 2 ขอตอไปนี้คือ 4.1 ตรวจรางกายมีอาการแสดงของ progressive right heart failure 4.2 WHO functional classification เพิ่มขึ้นกวาเดิม 4.3 6MWT ลดลงกวาเดิม 25% 4.4 Echocardiography พบลักษณะที่บงชี้วาอาการทรุดลงเชน right atrium และ right ventricle โตขึ้น กวาเดิม, right ventricular systolic pressure (RVSP) สูงขึ้นกวาเดิม, RV dysfunction, TAPSE < 1.5 cm, RAP > 15 mmHg, CI ≤ 2 L/min/m2, pericardial effusion2.7 Sympathomimetics2.7.1 Inotropic sympathomimetics1. Dopamine hydrochloride sterile sol ก2. Isoprenaline hydrochloride sterile sol ก (Isoproterenol hydrochloride)3. Dobutamine hydrochloride sterile sol ข2.7.2 Vasoconstrictor sympathomimetics1. Norepinephrine (Noradrenaline) sterile sol (as bitartrate or ก hydrochloride)2. Ephedrine hydrochloride sterile sol ค วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 22.7.3 Drugs used in cardiopulmonary resuscitation1. Epinephrine (Adrenaline) sterile sol ก 13
    • 2.8 Anticoagulants1. Warfarin sodium tab ค2. Heparin sodium sterile sol ค3. Enoxaparin sodium sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ unstable angina pectoris, deep vein thrombosis และ pulmonary embolism 2. ใชสําหรับ venous stroke และ cardioembolic stroke2.9 Antiplatelet drugs1. Aspirin (Acetylsalicylic acid) tab (เฉพาะ 75-325 mg), ก EC tab (เฉพาะ 75-325 mg)2. Ticlopidine hydrochloride tab ง เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวยที่มีขอหามใชหรือแพ aspirin 2. ใหระยะสั้นในการสอดฝงขดลวดค้ํายันผนังหลอดเลือด (stent) 3. ใชในกรณีที่ใช aspirin แลวยังมี recurrent thrombotic events 4. ใชในกรณีพิเศษ เชน atrial fibrillation หรือ antiphospholipid syndrome ซึ่งยังอาจไมจําเปนตองใชหรือไม สามารถใช anticoagulant ได 5. ใชกับผูปวยที่มี multiple thrombotic risk factors ซึ่งไมสามารถควบคุมไดในระยะสั้น 6. การใช clopidogrel และ ticlopidine รวมกับ aspirin นอกเหนือจากกรณีที่ 2 ไมชวยเพิ่มประสิทธิผลแตเพิ่ม ผลขางเคียงของภาวะเลือดออก 7. อาจทําใหเกิด neutropenia การสั่งใชตองติดตามระดับเม็ดเลือดขาวทุก 2 สัปดาหติดตอกันใน 3 เดือนแรก จากนั้นควรติดตามเปนระยะรวมกับการตรวจการทํางานของตับ3. Clopidogrel bisulfate tab ง เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวยที่มีขอหามใชหรือแพ aspirin 2. ใหระยะสั้นในการสอดฝงขดลวดค้ํายันผนังหลอดเลือด (stent) 3. ใชในกรณีที่ใช aspirin แลวยังมี recurrent thrombotic events 4. ใชในกรณีพิเศษ เชน atrial fibrillation หรือ antiphospholipid syndrome ซึ่งยังอาจไมจําเปนตองใชหรือไม สามารถใช anticoagulant ได 5. ใชกับผูปวยที่มี multiple thrombotic risk factors ซึ่งไมสามารถควบคุมไดในระยะสั้น 6. การใช clopidogrel และ ticlopidine รวมกับ aspirin นอกเหนือจากกรณีที่ 2 ไมชวยเพิ่มประสิทธิผลแตเพิ่ม ผลขางเคียงของภาวะเลือดออก4. Dipyridamole sterile sol ง เงื่อนไข ใชสําหรับการตรวจวินิจฉัยเทานั้น 14
    • 5. Eptifibatide sterile sol ง เงื่อนไข ใชรวมกับการรักษาดวยสายสวนขยายหลอดเลือดหัวใจเทานั้น2.10 Fibrinolytic drugs1. Streptokinase sterile pwdr ก2. Alteplase (Recombinant tissue - type plasminogen sterile pwdr ง activator) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ myocardial ischemia หรือภาวะหลอดเลือดแดงสวนปลายอุดตัน ในกรณีที่ผูปวยแพ streptokinase หรือเคยไดรับ streptokinase ภายใน 1 ป 2. ใชสําหรับ acute arterial ischemic stroke โดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาท 3. ใชสําหรับ massive pulmonary embolism ในผูปวยที่มีความเสี่ยงตอการเกิด massive bleeding และมี hemodynamic instability 4. ใชในกรณีที่มี acute vascular access thrombosis (หมายถึง A-V fistula หรือ A-V graft สําหรับทํา hemodialysis)2.11 Hemostatics1. Tranexamic acid sterile sol ก คําเตือนและขอควรระวัง ใชสําหรับผูปวยที่ประสบอุบัติเหตุและมีภาวะเลือดออกรุนแรง การใหยาภายใน 3 ชั่วโมงจึงจะมีประสิทธิผลใน การลดอัตราการเสียชีวิต แตการใหยาหลังจาก 3 ชั่วโมงอาจเพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากภาวะเลือดออก หมายเหตุ การใช tranexamic acid ไมสามารถทดแทนการรักษาที่จําเปนอื่นๆ ได (เชน การใหเลือด เปนตน)2. Human thrombin + Calcium chloride sterile sol ง + Fibrinogen +Tranexamic acid เงื่อนไข 1. ใชสําหรับภาวะเลือดออกจากอุบัติเหตุ การถอนฟน การผาตัดผูปวยที่มีภาวะเลือดออกแลวหยุดยาก เชน hemophilia, thrombocytopenia, platelet dysfunction, von Willebrands disease และ congenital factor VII deficiency เปนตน 2. ใชกับผูปวยที่ไดรับการผาตัดซึ่งไมสามารถหามเลือดดวยวิธีปกติได เชน การผาตัดตับ การผาตัดหัวใจ การผาตัดปอด เปนตน 15
    • 3. Factor VIII concentrate, dried sterile preparation for จ(1) intravenous use เงื่อนไข ใชสําหรับโครงการศึกษาของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ ที่ชื่อวา “โครงการพัฒนาระบบการบริหาร จัดการ การดูแลผูปวยกลุมโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลีย ในระบบประกันสุขภาพถวนหนา” เทานั้น 4. Factor IX concentrate, dried sterile preparation for จ(1) intravenous use เงื่อนไข เชนเดียวกับ Factor VIII concentrate, dried 5. Factor IX complex (Coagulation factors II, VII, IX, X) sterile preparation for จ(1) concentrate, dried intravenous use เงื่อนไข เชนเดียวกับ Factor VIII concentrate, dried 2.12 Lipid-regulating drugs 1. Gemfibrozil cap (เฉพาะ 300, 600 mg), ก tab (เฉพาะ 600 mg) 2. Nicotinic acid immediate release tab ก 3. Simvastatin tab (เฉพาะ 10, 20 และ 40 ก mg) 4. Colestyramine (Cholestyramine) oral pwdr ข 5. Fenofibrate cap (เฉพาะ 100, 200 ค และ 300 mg) 16
    • 6. Atorvastatin tab (เฉพาะ 40 mg) ง เงื่อนไข ใชสําหรับภาวะไขมันในเลือดผิดปกติดังตอไปนี้ 1. ใชยา simvastatin แลวมีผลขางเคียง หรือ 2. ใชในกรณีที่ไมสามารถลดคา LDL cholesterol (LDL-C) ไดถึงเปาหมาย เมื่อใชยา simvastatin ขนาด 40 mg ติดตอกัน 6 เดือน หรือใชยา simvastatin ขนาด 10 mg รวมกับยา amiodarone verapamil diltiazem หรือ gemfibrozil ติดตอกันนานเกิน 6 เดือน โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได ทั้งนี้เปาหมาย LDL-C ตองเปนไปตามเกณฑ ดังนี้ 1) กรณี Primary prevention LDL-C เปาหมาย <130 mg/dL ในผูปวยที่มีปจจัยเสี่ยง 2 ขอ ปจจัยเสี่ยง มีดังนี้ - สูบบุหรี่ - ความดันโลหิตสูง - HDL-C < 40 mg/dL - ประวัติครอบครัวเปนโรคหัวใจ ในผูชายอายุ ≤ 55 ป ผูหญิงอายุ ≤ 65 ป - ผูชายอายุ ≥ 45 ป ผูหญิงอายุ ≥ 55 ป ถามี HDL-C ≥ 60 mg/dL ตองมีปจจัยเสี่ยงอยางนอย 3 ขอ 2) กรณี Secondary prevention LDL-C เปาหมาย < 100 mg/dL ในกลุมที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี โรคหลอดเลือดสมอง peripheral vascular disease, abdominal aortic aneurysm โรคหลอดเลือดแดงตีบหรือตันจาก กอนไขมัน (atherosclerosis) และโรคเบาหวาน LDL-C เปาหมาย < 70 mg/dL ในผูปวยที่มีประวัติหัวใจขาดเลือดรุนแรง 17
    • กลุมยา 3 Respiratory system3.1 Bronchodilators3.1.1 Adrenoceptor agonists1. Procaterol hydrochloride syr ก2. Salbutamol sulfate tab, aqueous sol, DPI, MDI, sol ก for nebulizer3. Terbutaline sulfate tab, syr, sterile sol ก4. Terbutaline sulfate DPI, MDI, sol for nebulizer ก5. Procaterol hydrochloride tab ข3.1.2 Compound antimuscarinic bronchodilators1. Ipratropium bromide + MDI, sol for nebulizer ก Fenoterol hydrobromide3.1.3 Theophylline1. Aminophylline tab, sterile sol ก2. Theophylline SR cap, SR tab ก3. Theophylline + Glyceryl guaiacolate syr (50+30 mg in 5 ml) ก หมายเหตุ จะนําออกจากบัญชี เมื่อจัดหา theophylline syr ได เพราะไมมีหลักฐานชัดเจนที่สนับสนุนเหตุผลในการใชยา สูตรผสม3.2 Corticosteroids1. Beclometasone dipropionate DPI, MDI ก2. Budesonide DPI, MDI, susp for nebulizer ก3. Fluticasone susp for nebulizer ก4. Fluticasone MDI ค เงื่อนไข ใชเปนยาทางเลือกกรณีตองการใชยาที่มี potency สูงในการรักษา 18
    • 5. Budesonide + Formoterol DPI ค 6. Fluticasone+ Salmeterol DPI, MDI ค 3.3 Leukotriene receptor antagonists 1. Montelukast sodium chewable tab ( เฉพาะ 4 และ 5 ค mg ), film coated tab (เฉพาะ 10 mg) เงื่อนไข ชนิด chewable tab 4 mg ใชในเด็กอายุตั้งแต 2-5 ขวบ คําเตือนและขอควรระวัง ควรติดตามอาการไมพึงประสงคทาง neuropsychiatric จากการใชยาอยางตอเนื่อง 3.4 Antihistamines ไมควรใช antihistamines เปนประจํา (routinely) ในโรคหวัด (common cold) เนื่องจากมีประสิทธิผลไมแตกตางจากยาหลอก (placebo) 1. Brompheniramine maleate tab, syr ก 2. Chlorpheniramine maleate cap, tab, syr, sterile sol ก (Chlorphenamine maleate) 3. Diphenhydramine hydrochloride cap, sterile sol ก 4. Hydroxyzine hydrochloride tab, syr ก 5. Cetirizine hydrochloride tab, syr ก 6. Loratadine tab, syr ก 3.5 Pulmonary surfactants 1. Phospholipids sterile intratracheal susp ง (ชนิด Poractant alfa หรือ Beractant) เงื่อนไข 1. ใหเลือกหนึ่งรายการที่จัดซื้อไดถูกกวาระหวาง Poractant alfa กับ Beractant 2. ใชโดยผูเชี่ยวชาญกุมารแพทย 19
    • 3.6 Cough preparations 3.6.1 Cough suppressants 1. Dextromethorphan hydrobromide tab, syr ก 2. Opium and Glycyrrhiza Mixture Compound mixt (hosp) ก (Brown Mixture ; Mist. Tussis) 3. Squill and Ammonia Mixture mixt (hosp) ก 4. Codeine phosphate + Glyceryl guaiacolate tab/cap (เฉพาะ 10+ 100 mg) ค 3.6.2 Expectorant and demulcent cough preparations ยาละลายเสมหะ (mucolytics) ไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ เนื่องจากไมมีประสิทธิผลทางคลินิกที่ชัดเจน 1. Ammonium carbonate and mixt (hosp) ก senega mixture 2. Glyceryl guaiacolate tab, syr ก 3.7 Systemic nasal decongestants 1. Pseudoephedrine hydrochloride tab, syr ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 3.8 Other respiratory preparations 1. Aromatic Ammonia Spirit spirit , spirit (hosp) ก 20
    • กลุมยา 4 Central nervous system 4.1 Hypnotics and anxiolytics ยานอนหลับ (hypnotics) ไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ เนื่องจากควรรักษาที่ตนเหตุของการนอนไมหลับการใชยาเกินความจําเปนมักนําไปสูปญหาการติดยา 1. Chloral hydrate oral sol (hosp) ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 2. Chlordiazepoxide cap,tab ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 3. Diazepam cap, tab, sterile sol ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 4. Lorazepam tab ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 5. Clonazepam tab ข วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 6. Dipotassium clorazepate cap, tab ข วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 7. Hydroxyzine hydrochloride tab, syr ข 8. Alprazolam tab ง วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 เงื่อนไข ใหติดตามการสั่งใช 4.2 Drugs used in psychoses and related disorders 4.2.1 Antipsychotic drugs 1. Chlorpromazine hydrochloride tab, sterile sol ก 2. Fluphenazine tab (as hydrochloride), sterile ก sol (as decanoate) 3. Haloperidol tab (as base), oral sol (as base), ก sterile sol (as base or decanoate) 4. Perphenazine tab ก 21
    • 5. Trifluoperazine hydrochloride tab ก6. Clozapine tab ค เงื่อนไข 1. ไมควรใชเปนยาตัวแรกในการรักษา 2. ควรไดรับการวินิจฉัย และการรักษาเบื้องตนโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานจิตเวชศาสตร7. Flupentixol (Flupenthixol) tab (as hydrochloride), sterile ค sol (as decanoate) เงื่อนไข ใชในกรณีใชยาอื่นไมไดผล8. Pimozide tab ค เงื่อนไข 1. ไมควรใชเปนยาตัวแรกในการรักษา 2. ควรไดรับการวินิจฉัย และการรักษาเบื้องตนโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานจิตเวชศาสตร9. Risperidone tab (ไมรวมชนิดละลายในปาก) , ค oral sol, oral sol/syr(hosp) เงื่อนไข 1. ไมควรใชเปนยาตัวแรกในการรักษา 2. ควรไดรับการวินิจฉัย และการรักษาเบื้องตนโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานจิตเวชศาสตร 3. ชนิดน้ําใชกับเด็กหรือผูที่ไมสามารถกินยาเม็ดได คําเตือนและขอควรระวัง ไมควรใชในเด็กอายุต่ํากวา 5 ขวบ10. Thioridazine hydrochloride tab ค11. Zuclopenthixol tab (as hydrochloride), sterile ค sol/sterile emulsion (as acetate or decanoate) เงื่อนไข ใชในกรณีใชยาอื่นไมไดผล4.2.2 Antimanic drugs1. Carbamazepine tab ก2. Lithium carbonate cap, tab ก3. Sodium valproate EC tab, oral sol ก 22
    • 4. Carbamazepine SR tab ข 5. Sodium valproate SR tab ข 6. Lamotrigine tab (เฉพาะ 25, 50, 100 mg) ค เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ rapid cycling mood disorder หรือ recurrent mood disorder ที่ไมตอบสนองตอการรักษาอื่น 2. ใชในกรณีปองกัน depression ใน Bipolar disorder ที่ไมตอบสนองตอการรักษาอื่น 4.3 Antidepressant drugs 1. Amitriptyline hydrochloride film coated tab ก 2. Fluoxetine hydrochloride cap, tab ก 3. Imipramine hydrochloride tab ก 4. Nortriptyline hydrochloride tab ก 5. Mianserin hydrochloride tab ข 6. Clomipramine hydrochloride tab ค 7. Sertraline tab (เฉพาะ 50 mg) ค เงื่อนไข 1. ไมควรใชเปนยาตัวแรกในการรักษา 2. ควรไดรับการวินิจฉัยและการรักษาเบื้องตนโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานจิตเวชศาสตร 8. Trazodone hydrochloride tab ค 4.4 Central nervous system stimulants 1. Methylphenidate tab (เฉพาะ10 mg) ค วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 เงื่อนไข ใชสําหรับ Attention-Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD). 4.5 Drugs used in nausea and vertigo 4.5.1 Drugs used in nausea and vomiting 1. Domperidone tab (as base/maleate), susp ก (as base/maleate) 23
    • 2. Metoclopramide tab, syr, sterile sol ก3. Ondansetron tab (as base or hydrochloride), ค sterile sol (hydrochloride) เงื่อนไข 1. ใชปองกันอาการคลื่นไสอาเจียนจากเคมีบําบัด หรือรังสีรักษา 2. ใชปองกันอาการคลื่นไสอาเจียนหลังการผาตัด4.5.2 Drugs used in vestibular disorders1. Dimenhydrinate compressed tab, film coated ก tab, syr, sterile sol2. Betahistine mesilate tab (เฉพาะ 6, 12 mg) ข (Betahistine mesylate)4.6 Analgesics and antipyretics1. Paracetamol (Acetaminophen) tab, syr ก หมายเหตุ แนะนําใหใชเปน first-line drug สําหรับ osteoarthritis2. Aspirin (Acetylsalicylic acid) compressed tab, film coated ก tab (เฉพาะขนาด 300 mg ขึ้นไป) คําเตือนและขอควรระวัง หามใชในเด็กและวัยรุนอายุต่ํากวา 18 ป สําหรับลดไข แกปวด เพราะเสี่ยงตอการเกิด Reyes syndrome หมายเหตุ Aspirin ชนิด EC tab ดูดซึมไดชาจึงมีการเริ่มตนออกฤทธิ์ชา ไมเหมาะจะนํามาใชในขอบงใชนี้3. Ibuprofen film coated tab, susp ก คําเตือนและขอควรระวัง 1. เมื่อมีขอบงชี้ใหใช NSAIDs แนะนําใหใช ibuprofen เปนยาขนานแรกสําหรับบรรเทาอาการปวดทาง ทันตกรรม ปวดประจําเดือน ปวดขอ และปวดกลามเนื้อ 2. ใชในเด็กที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไปเทานั้น 3. ระมัดระวังการใชในผูปวยที่มีเกล็ดเลือดต่ํา เชน ไขเลือดออก 24
    • 4.7 Analgesics4.7.1 Opioid analgesics1. Buprenorphine hydrochloride sublingual tab, sterile sol ค วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 22. Codeine phosphate tab ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 23. Fentanyl sterile sol (as citrate), ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 2 transdermal therapeutic system (as base) เงื่อนไข ใชกับผูปวยโรคมะเร็งที่มีความเจ็บปวดรุนแรง4. Methadone hydrochloride tab, oral sol ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 25. Morphine sulfate cap, tab, SR cap, SR tab, oral ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 2 sol , sterile sol6. Nalbuphine hydrochloride sterile sol ค7. Pethidine hydrochloride sterile sol ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 28. Tramadol hydrochloride cap, tab, SR cap, SR tab, sterile ค sol4.7.2 Drugs for neuropathic pain1. Amitriptyline hydrochloride film coated tab ก2. Carbamazepine tab ก3. Nortriptyline hydrochloride tab ก4. Carbamazepine SR tab ข5. Gabapentin cap (เฉพาะ 100, 300, 400 mg), ง tab (เฉพาะ 600 mg) เงื่อนไข ใชบรรเทาอาการปวดซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเสนประสาทเทานั้น หมายเหตุ ไมมีหลักฐานวามีประสิทธิผลในการบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากความผิดปกติของกลามเนื้อ เนื้อเยื่อพังผืด กระดูกและขอ 25
    • 4.7.3 Antimigraine drugs4.7.3.1 Drugs for acute migraine attack1. Paracetamol (Acetaminophen) tab ก2. Aspirin (Acetylsalicylic acid) compressed tab, film coated ก tab (เฉพาะขนาด 300 mg ขึ้นไป) คําเตือนและขอควรระวัง และหมายเหตุ ดูรายละเอียดหัวขอ 4.6 Analgesics and antipyretics3. Ibuprofen film coated tab ก4. Ergotamine tartrate + Caffeine compressed tab, film coated ค tab (เฉพาะ 1 + 100 mg)4.7.3.2 Drugs used in the prophylaxis of migraine1. Amitriptyline hydrochloride film coated tab ก2. Propranolol hydrochloride tab ก3. Cyproheptadine hydrochloride tab ข4. Sodium valproate EC tab, SR tab ง เงื่อนไข ใชโดยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาทเทานั้น5. Topiramate tab ง เงื่อนไข 1. หามใชเปนยาตัวแรกในการปองกันไมเกรน 2. ใชในกรณีใชยาอื่นแลวไมไดผล4.8 Antiepileptics4.8.1 Drugs used in the control of epilepsy1. Carbamazepine tab, syr, susp ก2. Magnesium sulfate sterile sol ก3. Phenobarbital tab (as base) ก4. Phenytoin base chewable tab ก 26
    • 5. Phenytoin sodium cap, SR cap ก6. Sodium valproate EC tab, oral sol ก เงื่อนไข ไมแนะนําใหใชสําหรับ post-traumatic seizure7. Carbamazepine SR tab ข8. Clonazepam tab ข วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 49. Sodium valproate SR tab ข10. Lamotrigine tab (เฉพาะ 25, 50, 100 mg) ง เงื่อนไข ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาทกับผูปวยที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล11. Levetiracetam tab (เฉพาะ 250 และ 500 mg) ง เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวยที่มีการทํางานของตับบกพรอง หรือ 2. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาทกับผูปวยที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล12. Nitrazepam tab ง วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 เงื่อนไข ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานกุมารประสาทวิทยา สําหรับ infantile spasms13. Topiramate cap, tab ง เงื่อนไข ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาทกับผูปวยที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล14. Vigabatrin tab ง เงื่อนไข 1. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาท โดยการควบคุมโรคลมชัก 2. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานกุมารประสาทวิทยา สําหรับ infantile spasms 27
    • 4.8.2 Drugs used in status epilepticus1. Diazepam sterile sol ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 42. Phenobarbital sodium sterile pwdr , sterile sol ก (Phenobarbitone sodium) วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 43. Phenytoin sodium sterile sol ก4. Sodium valproate sterile pwdr ค5. Midazolam hydrochloride sterile sol ง วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 เงื่อนไข ใชสําหรับ refractory status epilepticus4.9 Drugs used in movement disorders1. Atenolol tab ก เงื่อนไข ใชสําหรับ essential tremor2. Diazepam cap,tab ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 43. Levodopa + Benserazide as cap/tab (200+50 mg) ก hydrochloride (Co-beneldopa)4. Levodopa + Carbidopa as monohydrate tab (100+25 mg, 250+25 mg) ก (Co-careldopa)5. Propranolol hydrochloride tab ก เงื่อนไข ใชสําหรับ essential tremor6. Trihexyphenidyl hydrochloride tab ก7. Baclofen tab ข8. Clonazepam tab ข วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 49. Levodopa + Benserazide as CR cap/dispersible tab ข hydrochloride (Co-beneldopa) (100+25 mg)10. Bromocriptine mesilate tab ค11. Entacapone tab ง 28
    • เงื่อนไข ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญในกรณีที่ใชยาอื่นไมไดผล12. Piribedil SR tab (เฉพาะ 50 mg) ง เงื่อนไข ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญเทานั้น13. Botulinum A toxin sterile pwdr (เฉพาะ 100 และ จ(2) 500 IU) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับโรคคอบิด (cervical dystonia) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic) โดยมีแนวทางกํากับการใชยา เปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 2. ใชสําหรับโรคใบหนากระตุกครึ่งซีก (hemifacial spasm) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic) โดยมีแนวทาง กํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 34.10 Drugs used in substance dependence4.10.1 Drugs used in alcohol dependence1. Disulfiram tab ค เงื่อนไข ใชกับผูปวยติดแอลกอฮอลที่ยินยอมจะใชยานี้รวมกับวิธีจิตสังคมบําบัดเพื่อเปนการควบคุมตนเองไมใหกลับไปดื่มซ้ํา คําเตือนและขอควรระวัง การกินยา Disulfiram รวมกับแอลกอฮอล จะทําใหเกิดอาการไมสบายเนื่องมาจากการสะสมของ acetaldehyde ในเลือด4.10.2 Drugs used in smoking cessation1. Nortriptyline hydrochloride tab ก4.10.3 Drugs used in opioid dependence1. Clonidine hydrochloride tab ข เงื่อนไข ใชสําหรับ heroin withdrawal2. Methadone hydrochloride oral sol ง ยาเสพติดใหโทษประเภท 2 เงื่อนไข ใชสําหรับผูปวยติดเฮโรอีน 29
    • กลุมยา 5 Infections5.1 Antibacterial drugs5.1.1 Penicillins1. Amoxicillin trihydrate cap, dry syr ก2. Ampicillin sodium sterile pwdr ก3. Cloxacillin sodium sterile pwdr ก4. Dicloxacillin sodium cap, dry syr ก5. Phenoxymethylpenicillin potassium cap, tab, dry syr ก (Penicillin V)6. Benzylpenicillin (Penicillin G) sterile pwdr (as sodium or ก potassium)7. Benzathine benzylpenicillin sterile pwdr ก (Penicillin G benzathine)8. Procaine benzylpenicillin sterile sol, sterile susp ก (Penicillin G procaine)9. Amoxicillin trihydrate + Potassium tab (เฉพาะ 500/125 mg) ค clavulanate (Co-amoxiclav) เงื่อนไข ใชเปนยาแทน (alternative drug) ของ oral co-trimoxazole ในการรักษา melioidosis10. Amoxicillin trihydrate + Potassium tab (เฉพาะ 500/125, 875/125 ค clavulanate (Co-amoxiclav) mg), dry syr (เฉพาะ 200/28.5, 400/57 mg) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อที่สงสัยวาอาจจะเกิดจากเชื้อ H. influenzae และ/หรือ M. catarrhalis ที่ดื้อตอ ampicillin 2. ใชรักษาโรคติดเชื้อผสมระหวางแบคทีเรียชนิด aerobes และ anaerobes11. Amoxicillin sodium + Potassium sterile pwdr ค clavulanate (Co-amoxiclav) เงื่อนไข 1. ใชรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียจําเพาะที่ดื้อตอ ampicillin โดยเฉพาะที่ผลิตเอนไซม beta-lactamase 2. ใชรักษาโรคติดเชื้อผสมระหวางแบคทีเรียชนิด aerobes และ anaerobes 30
    • 12. Ampicillin sodium + Sulbactam sodium sterile pwdr ค เงื่อนไข เชนเดียวกับ Co-amoxiclav sterile pwdr13. Piperacillin sodium + Tazobactam sodium sterile pwdr ง เงื่อนไข 1. ใชในกรณีที่ใชยากลุม third generation cephalosporins ไมได โดยใหพิจารณาเลือกใชกอนยากลุม carbapenems ทั้งใน empiric และ specific therapy สําหรับ nosocomial infection เชน pneumonia, complicated skin and soft tissue infection, intra-abdominal infection และ febrile neutropenia 2. ใชในกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ5.1.2 Cephalosporins, cephamycins and other beta-lactams1. Cefalexin (Cephalexin) cap, dry syr ก เงื่อนไข ใชสําหรับการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมบวกโดยเฉพาะอยางยิ่ง S. aureus ในผูปวยที่แพ penicillin แบบไมรุนแรง และการติดเชื้อในชุมชนจากแบคทีเรียกรัมลบบางชนิด เชน E. coli เปนตน2. Cefazolin sodium sterile pwdr ก เงื่อนไข ใชปองกันการติดเชื้อภายหลังการผาตัด3. Cefuroxime axetil tab, dry syr ข เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อ H. influenzae ที่ดื้อตอ ampicillin และ M. catarrhalis 2. ใชกับผูปวยที่แพหรือไมสามารถใชยา co-amoxiclav ได หรือแพยากลุม penicillins ชนิดไมรุนแรง4. Cefotaxime sodium sterile pwdr ค เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อในทารกแรกเกิด เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด kernicterus จากการใชยา ceftriaxone 2. ใชสําหรับโรคติดเชื้อในระบบประสาทสวนกลางที่เกิดจากแบคทีเรียกรัมลบ ในเด็กอายุนอยกวา 1 ป 3. ใชเปนยาแทน (alternative drug) ของ ceftriaxone แตตองใหยาบอยกวา ceftriaxone 31
    • 5. Ceftriaxone sodium sterile pwdr ค เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ serious community acquired bacterial infection ยกเวนการติดเชื้อ Pseudomonas aeruginosa 2. ใชสําหรับ gram-negative meningitis ยกเวนในเด็กอายุนอยกวา 1 ป 3. ใชสําหรับการติดเชื้อ Penicillin Resistant S. pneumoniae (PRSP) 4. ใชสําหรับการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบบางกรณีในผูปวยที่ไตทํางานบกพรองซึ่งไมสามารถใชยากลุม aminoglycosides ได 5. ใชสําหรับการติดเชื้อ Gonococcus6. Ceftazidime sterile pwdr ค เงื่อนไข ใชเปน empiric/specific therapy สําหรับการติดเชื้อ P. aeruginosa และ melioidosis7. Cefixime cap, dry syr ง เงื่อนไข 1) ใชเปน switch therapy ในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ 2) ใชรักษาหนองในแทเฉพาะที่อวัยวะเพศและทวารหนัก เมื่อไมสามารถใชยา Ceftriaxone ได8. Cefoperazone sodium + Sulbactam sodium sterile pwdr ง เงื่อนไข ใชสําหรับ nosocomial infection จากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ โดยเฉพาะการติดเชื้อ Acinetobacter sp.9. Cefoxitin sodium sterile pwdr ง เงื่อนไข 1. ใชเปนยาแทน (alternative drug) ของยามาตรฐานในการปองกันการติดเชื้อจากการผาตัดในชองทอง ซึ่งเปนไปตามแนวทางการใชยาตานจุลชีพ เพื่อปองกันการติดเชื้อจากการผาตัด 2. ใชสําหรับการติดเชื้อ Non-tuberculosis Mycobacterium sp. (atypical mycobacterium) สําหรับกลุม rapid growers เทานั้น 3. ไมแนะนําใหใชรักษาโรคติดเชื้ออื่น ๆ เพราะเปน beta-lactamase inducer 32
    • 10. Imipenem + Cilastatin sodium sterile pwdr ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่เกิดจากแบคทีเรียรูปแทงกรัมลบที่ดื้อยาหลายชนิด (Multiple-Drug- Resistant, MDR) ซึ่งควรมีผลการทดสอบความไวทางหองปฏิบัติการมายืนยัน 2. ใชในกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ11. Meropenem sterile pwdr ง เงื่อนไข เชนเดียวกับ Imipenem + Cilastatin sodium5.1.3 Tetracyclines1. Doxycycline hyclate cap, tab ก (Doxycycline hydrochloride)2. Tetracycline hydrochloride cap, tab ก5.1.4 Aminoglycosides ยา streptomycin sulfate, amikacin sulfate และ kanamycin sulfate ดูที่ Antituberculous drugs1. Neomycin sulfate tab ก หมายเหตุ ใชสําหรับปองกันการติดเชื้อจากการผาตัดสําไสใหญแบบไมฉุกเฉิน2. Gentamicin sulfate sterile sol ก3. Amikacin sulfate sterile sol ข เงื่อนไข ใชสําหรับการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบชนิดที่ดื้อตอ gentamicin และ/หรือ netilmicin หมายเหตุ จัดเปนบัญชี ค เมื่อใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB)4. Netilmicin sulfate sterile sol ง เงื่อนไข ใชเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบที่ดื้อตอยา gentamicin และ amikacin ซึ่งตองมีผลการทดสอบความไว ทางหองปฏิบัติการมายืนยัน 33
    • 5.1.5 Macrolides1. Erythromycin estolate susp/dry syr ก เงื่อนไข ใชกับเด็กอายุต่ํากวา 6 ป หมายเหตุ หามใชกับผูปวยโรคตับ2. Erythromycin stearate or succinate dry syr ก3. Roxithromycin cap/tab (เฉพาะ 100 และ 150 ก mg)4. Azithromycin cap (ไมรวมชนิดออกฤทธิ์นาน), ง dry syrup (ไมรวมชนิดซอง และ ชนิดออกฤทธิ์นาน) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อของทางเดินหายใจ ในกรณีที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล 2. ใชสําหรับปองกันการติดเชื้อ Mycobacterium avium Complex (MAC) 3. ยา azithromycin ขนาด 2 กรัม กินครั้งเดียว สําหรับรักษาผูปวย early syphilis ที่ไมสามารถใชยา penicillin หรือ doxycycline หรือ ceftriaxone ได5. Clarithromycin tab, dry syr ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อของทางเดินหายใจ ในกรณีที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล 2. ใชในขอบงใชพิเศษสําหรับโรคติดเชื้อ non-tuberculous Mycobacterium sp. (atypical mycobacterium) 3. ใชใน triple therapy หรือ quardruple therapy สําหรับกําจัดเชื้อ H. pylori หลังจากไดรับการตรวจยืนยันวา มีเชื้อแลว หรือใชสําหรับ complicated ulcer ที่ไมไดเกิดจากการใชยา NSAIDs5.1.6 Quinolones1. Norfloxacin tab ก2. Ofloxacin tab ข เงื่อนไข ใชเปนยาแทน (alternative drug) ในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ หมายเหตุ จัดเปนบัญชี ค เมื่อใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) โดยเปน second-line therapy ดูขอ 5.1.9 Antituberculosis drugs 34
    • 3. Ciprofloxacin hydrochloride tab ง เงื่อนไข ใชกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ เชน ใชเปน sequential therapy ตอเนื่อง จากยาฉีด (switch therapy)4. Ciprofloxacin lactate sterile sol ง เงื่อนไข ใชกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ เชน 1. ใช สํ า หรั บ รั ก ษาการติ ด เชื้ อ แบคที เ รี ย กรั ม ลบที่ ไ ม ส ามารถใช ย ากลุ ม beta-lactam และ/หรื อ ยากลุ ม aminoglycoside ได 2. ใชเปน empiric therapy ใน 3 วันแรกของการรักษารวมกับยากลุม beta-lactam และ/หรือ aminoglycoside ในการรักษา severe hospital-aquired pneumonia ในกรณีที่ไมสามารถใหยาทางปากแกผูปวยได5. Levofloxacin hemihydrate sterile sol ง เงื่อนไข ใชกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ เชน 1. ใชเปน second line drug ในการติดเชื้อ multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) 2. ใชสําหรับรักษา severe community-acquired pneumonia และ lower respiratory tract infection ที่ สงสัย Drug Resistant S.Pneumoniae (DRSP) หรือ atypical pathogen6. Levofloxacin hemihydrate tab (เฉพาะ 500 mg) ง เงื่อนไข ใชกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ เชน 1. เปน second line drug ในการติดเชื้อ multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) 2. ใชสําหรับรักษา moderate to severe community-acquired pneumonia และ lower respiratory tract infection ที่สงสัย Drug Resistant S.Pneumoniae (DRSP) หรือ atypical pathogen 2.1 ใชเปน sequential therapy ตอเนื่องจากยาฉีด (switch therapy) 2.2 ใชรักษาผูปวยนอกกรณีที่ใช macrolide ไมไดหรือไมไดผล 3. ใชสําหรับรักษา acute bacterial rhinosinusitis ที่รักษาดวย amoxicillin ขนาดสูงและกลุม augmented penicillin หรือ cephalosporin หรือ macrolide ไมไดหรือไมไดผล (ตรวจสอบ dose กอนใช)5.1.7 Some other antibacterials1. Chloramphenicol sodium succinate sterile pwdr ค เงื่อนไข 1. ใชในการรักษา rickettsiosis (scrub typhus, murine typhus) ที่ไมสามารถใช first-line treatment ได เชน ในสตรีมีครรภหรือเด็ก 2. อาจใชสําหรับ bacterial meningitis ในกรณีไมมียาอื่นที่เหมาะสมในการใช 35
    • 2. Metronidazole cap/tab (as base), susp (as ก benzoate), sterile sol (as base)3. Clindamycin cap (as hydrochloride), ข sterile sol (as phosphate) เงื่อนไข 1. ใช สํ า หรั บ การติ ด เชื้ อ แบคที เ รี ย ชนิ ด anaerobes, แบคที เ รี ย กรั ม บวกชนิ ด รุ น แรงในผู ป ว ยที่ แพ ย ากลุ ม beta-lactam แบบ type I (anaphylaxis หรือ urticaria) หรือการติดเชื้อผสมระหวางแบคทีเรียกรัมบวก และ anaerobe 2. ใชเปนยาแทน (alternative drug) ในการปองกันหรือรักษา Pneumocystis jirovecii pneumonia (PCP) ใน ผูปวยเอดส 3. ไม ค วรใช รั ก ษาโรคติ ด เชื้ อ นอกเหนื อ ไปจากข อ 1และข อ 2 เนื่ อ งจากความเสี่ ย งต อ การเกิ ด Antibiotics Associated Colitis (AAC) หมายเหตุ AAC เกิดไดกับยาตานจุลชีพที่ออกฤทธิ์กวางทุกชนิดแมแต amoxicillin4. Lincomycin hydrochloride sterile sol ข เงื่อนไข ใชสําหรับการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมบวก (methicillin sensitive Staphylococcus หรือ Streptococcus) ที่มีอาการรุนแรงนอยถึงปานกลาง5. Nitrofurantoin tab ข เงื่อนไข ใชรักษาการติดเชื้อของทางเดินปสสาวะ และปองกันการ recurrent ในหญิงตั้งครรภที่ใชยาในบัญชี ก (เชน amoxicillin หรือ cephalexin) ไมไดหรือไมไดผล6. Colistimethate sodium sterile pwdr ง (Sodium colistinmethanesulphonate) เงื่อนไข ใชเปน specific therapy สําหรับ Multiple-Drug-Resistant (MDR) Gram-Negative Infections7. Fosfomycin sodium sterile pwdr ง เงื่อนไข ใชสําหรับการติดเชื้อ Methicillin Resistant S. aureus (MRSA) ที่มีอาการรุนแรงนอยถึงปานกลาง โดยใชรวมกับยาอื่นเพื่อปองกันการดื้อยา8. Sodium fusidate tab ง เงื่อนไข ใชสําหรับการติดเชื้อ Methicillin Resistant S. aureus (MRSA) ที่มีอาการไมรุนแรงถึงรุนแรงปานกลาง หรือใช switch therapy ตอจากยาฉีด โดยใชรวมกับยาอื่นเพื่อปองกันการดื้อยา 36
    • 9. Vancomycin hydrochloride sterile pwdr ง เงื่อนไข ใชสําหรับการติดเชื้อ Methicillin Resistant S. aureus (MRSA) ที่รุนแรง หรือการติดเชื้อ methicillin resistant S. epidermidis (MRSE)5.1.8 Sulphonamides and trimethoprim1. Sulfadiazine tab ก เงื่อนไข ใชรักษาการติดเชื้อ toxoplasmosis2. Sulfamethoxazole + Trimethoprim cap, tab, susp, sterile sol ก (Co-trimoxazole)3. Trimethoprim tab ข เงื่อนไข ใชรักษาปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis jirovecii โดยใชรวมกับยาอื่นในกรณีที่ไมสามารถใชรวมกับ ยา sulfonamides ได5.1.9 Antituberculous drugs1. Ethambutol hydrochloride film coated tab ก2. Isoniazid tab ก3. Pyrazinamide tab ก4. Rifampicin cap, tab, dry syr, syr, susp ก5. Streptomycin sulfate sterile pwdr ก6. Isoniazid + Rifampicin cap/tab (เฉพาะ 100+150 mg ข และ 150+300 mg) เงื่อนไข ใชเปนยารวมในการรักษาวัณโรคในระยะ maintenance7. Isoniazid + Rifampicin + Pyrazinamide tab (เฉพาะ 75 + 150 + 400 mg) ข เงื่อนไข ใชเปนยารวมในการรักษาวัณโรคในระยะ initial และ maintenance 37
    • 8. Isoniazid + Rifampicin + Pyrazinamide + tab (เฉพาะ 75 + 150 + 400 + ข Ethambutol hydrochloride 275 mg) เงื่อนไข ใชเปนยารวมในการรักษาวัณโรคในระยะ initial9. Amikacin sulfate sterile sol ค เงื่อนไข ใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) โดยเปน second-line drug หมายเหตุ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน 5.1.4 Aminoglycosides10. Cycloserine cap ค เงื่อนไข เชนเดียวกับยา amikacin sulfate11. Ethionamide tab ค เงื่อนไข เชนเดียวกับยา amikacin sulfate12. Para-aminosalicylic acid (PAS) EC tab ค เงื่อนไข เชนเดียวกับยา amikacin sulfate13. Kanamycin sulfate sterile pwdr ค เงื่อนไข เชนเดียวกับยา amikacin sulfate14. Ofloxacin tab ค เงื่อนไข ใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) โดยเปน second-line therapy หรือกรณีแพยา หมายเหตุ จัดเปนบัญชี ข เมื่อใชเปนยาแทน (alternative drug) ในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ ดูขอ 5.1.6 Quinolones 38
    • 5.1.10 Antileprotic drugs1. Clofazimine cap ก2. Dapsone tab ก5.2 Antifungal drugs1. Fluconazole cap ก เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ invasive fungal infection บางชนิด 2. ใชสําหรับ dermatomycoses2. Griseofulvin tab ก3. Ketoconazole tab ก4. Nystatin oral susp ก5. Saturated solution of potassium iodide (SSKI) sol (hosp) ก6. Itraconazole cap ค เงื่อนไข ใชสําหรับโรคติดเชื้อ Penicillosis marneffei, cryptococcosis, vaginal candidiasis และ dermatomycoses7. Amphotericin B sterile pwdr (เฉพาะ ค conventional formulations) เงื่อนไข ใชสําหรับการรักษา invasive fungal infections8. Fluconazole sterile sol ค เงื่อนไข ใชเปนยาแทน (alternative drug) ของ amphotericin B ในการรักษา cryptococcosis หรือ candidiasis เมื่อผูปวยไมสามารถใช amphotericin B ได9. Itraconazole oral sol ง เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวยที่รับประทานยาแคปซูลไมได 2. เปนยาแทน (alternative drug) สําหรับ invasive fungal infection 39
    • 10. Liposomal amphotericin B sterile pwdr จ(2) เงื่อนไข ใชสําหรับโรค invasive fungal infections ในผูปวยที่ไมสามารถทนตอยา conventional amphotericin B โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 5.3 Antiviral drugs 5.3.1 Non-antiretrovirals Aciclovir ชนิด topical (Aciclovir cream) ไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ เนื่องจากมีประสิทธิผลต่ําและไมแนะนําใหใช 1. Aciclovir (Acyclovir) tab ก เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อ varicella - zoster และ herpes simplex ในผูปวยที่มีภูมิคุมกันบกพรอง 2. ใชสําหรับการติดเชื้อ herpes zoster ในผูปวยที่มีภูมิคุมกันปกติ 3. ใชรักษาและควบคุม recurrent herpes simplex infection ที่รุนแรงในผูปวยที่มีภูมิคุมกันปกติ 4. ใชสําหรับโรคอีสุกอีใสในผูใหญ ไมแนะนําใหใชกับเด็ก เพราะอาการของโรคไมรุนแรง 2. Aciclovir sodium (Acyclovir sodium) sterile pwdr, sterile sol ค เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อ varicella - zoster และ herpes simplex ในผูปวยที่มีภูมิคุมกันบกพรอง 2. ใชสําหรับ herpetic encephalitis และ herpes ophthalmitis 3. ใชกับทารกแรกเกิดที่มารดาปวยเปนโรคไขอีสุกอีใสในชวง 5 วันกอนคลอดและในชวง 2 วันหลังคลอด เพื่อปองกันโรคอีสุกอีใสในเด็กแรกเกิด (neonatal varicella) 4. ใชในกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ 3. Ganciclovir sodium sterile pwdr ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับการติดเชื้อ cytomegalovirus (CMV) 2. ใชกรณีพิเศษตามคําแนะนําของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ 40
    • 4. Lamivudine (3TC) tab (เฉพาะ 100, 150 mg) ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับโรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่มี HBeAg positive หรือ negative โดยตองมีระดับ ALT สูงกวาหรือ เทากับ 1.5 เทาของคาปกติ และมี HBV DNA มากกวา 10,000 copies/ml (หรือ 2,000 IU/ml) และ/หรือมี ผล liver histology แสดงวาเปนโรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง 2. ใชสําหรับ compensated หรือ decompensated cirrhosis ที่ตรวจพบ HBV DNA 3. ใชกับผูปวย HBsAg positive ที่ไดรับยาเคมีบําบัดหรือยากดภูมิคุมกัน หมายเหตุ ระดับ ALT ที่ผิดปกติตองวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ที่ทําให ALT สูงกวาปกติ เชน fatty liver, drug-induced hepatitis , autoimmune hepatitis 5. Tenofovir disoproxil fumarate tab ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับโรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังเฉพาะกรณีดังตอไปนี้ 1.1 ใชในกรณี rescue ในผูปวยที่ดื้อตอยาในกลุม nucleoside analog (NRTI) เชน lamivudine โดยใช tenofovir เปนการรักษาเสริมและไมใหใชเปนยาเดี่ยว 1.2 ใชในกรณีที่ผูปวยยังมี HBV DNA มากกวา 1,000 copies/ml (หรือ 200 IU/ml) หลังรักษาดวยยาในกลุม nucleoside analog (NRTI) เชน lamivudine เปนเวลา 24 สัปดาห 2. ใหตรวจ HIV serology negative 2 ครั้ง หางกัน 3 เดือน และเปนระยะตลอดเวลาการรักษา ยกเวนในกรณีที่มี ความจําเปนเรงดวนตองรักษาผูปวยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ใหมีผล HIV serology negative ในครั้งแรก 6. Oseltamivir phosphate cap, dry syr จ(1) เงื่อนไข ใชสําหรับการดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตรปองกัน แกไข และเตรียมพรอมรับปญหาโรคไขหวัดนก และการระบาดใหญของโรคไขหวัดใหญของประเทศ 5.3.2 Antiretrovirals ยากลุมนี้เปนยาตามนโยบายเอดสแหงชาติของกรมควบคุมโรค สํานักงานประกันสังคม สํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ และกรมบัญชีกลาง 1. Atazanavir sulfate cap จ(1) 2. Didanosine (ddI) tab, oral pwdr จ(1) 3. Efavirenz cap, tab จ(1) 4. Indinavir sulfate cap จ(1) 5. Lamivudine (3TC) tab (เฉพาะ 100, 150 mg), syr จ(1) 6. Lamivudine + Stavudine + Nevirapine tab (เฉพาะ 150+30+200 mg จ(1) และ 150+40+200 mg) 7. Lopinavir + Ritonavir cap, oral sol จ(1) 8. Nelfinavir mesilate tab, dry syr จ(1) 41
    • 9. Nevirapine tab, susp จ(1)10. Ritonavir cap, oral sol จ(1)11. Saquinavir cap (as base or mesilate) จ(1)12. Stavudine (d4T) cap, dry syr จ(1)13. Tenofovir disoproxil fumarate tab จ(1)14. Zidovudine (AZT) cap, oral sol จ(1)15. Zidovudine + Lamivudine (AZT+3TC) tab (เฉพาะ 300+150 mg) จ(1)16. Zidovudine + Lamivudine + Nevirapine tab (เฉพาะ 250+150+200 mg) จ(1)5.4 Antiprotozoal drugs5.4.1 Antimalarials1. Chloroquine phosphate tab ก2. Primaquine phosphate tab ก3. Quinine compressed/film coated tab ก (as sulfate), sterile sol (as dihydrochloride)4. Artesunate tab (ไมรวม lactab และ ค rectocap), sterile pwdr เงื่อนไข 1. ใชรักษามาลาเรียตามขอกําหนดในแนวทางการบําบัดรักษาหรือการใชยาฉบับปจจุบันของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 2. หามใชในการปองกัน หมายเหตุ ในกรณีใชยานี้ในพื้นที่ที่มีการระบาดของมาลาเรีย ใหโรงพยาบาลรัฐแจงสํานักควบคุมโรคนําโดยแมลง กรมควบคุมโรค5. Mefloquine hydrochloride tab ค เงื่อนไข เชนเดียวกับ artesunate5.4.2 Other antiprotozoal drugs1. Metronidazole cap/tab (as base), susp (as ก benzoate), sterile sol (as base) เงื่อนไข ใชสําหรับ amebiasis, giardiasis และ urogenital trichomoniasis 42
    • 2. Pyrimethamine tab ก เงื่อนไข ใชสําหรับโรคติดเชื้อ Toxoplasma โดยเฉพาะผูปวยที่มีภูมิคุมกันบกพรอง และผูปวยเอดส3. Pentamidine isetionate sterile pwdr ง (Pentamidine isethionate) เงื่อนไข ใชสําหรับปองกันหรือรักษาปอดอักเสบที่เกิดจาก Pneumocystis jirovecii ที่ดื้อตอยา co-trimoxazole หรือ trimethoprim5.5 Anthelmintics1. Albendazole tab, susp ก2. Diethylcarbamazine citrate tab ก3. Mebendazole tab, susp, susp (hosp) ก4. Niclosamide tab ก5. Praziquantel tab ก6. Pyrantel embonate (Pyrantel pamoate) tab, susp ก7. Ivermectin tab ข5.6 Antiseptics1. Chlorhexidine gluconate sol (aqueous) (เฉพาะ 2%, 4% ก และ 5%), sol/sol (hosp) (เฉพาะ 2%, 4% in 70% alcohol) หมายเหตุ Chlorhexidine gluconate 5% เปนชนิดเขมขนที่ใชเตรียม Chlorhexidine แบบ freshly prepared2. Ethyl alcohol sol, sol (hosp), gel (hosp) ก3. Gentian violet sol (paint) ก4. Hydrogen peroxide sol ก5. Potassium permanganate pwdr (hosp) ก6. Povidone-iodine sol, sol (hosp) ก7. Tincture of iodine (Iodine in alcohol) sol, sol (hosp) ก 43
    • กลุมยา 6 Endocrine system6.1 Drugs used in diabetes6.1.1 Insulins1. Biphasic isophane insulin sterile susp ก (Soluble insulin + Isophane insulin)2. Isophane insulin sterile susp ก (NPH ; Isophane protamine insulin)3. Soluble insulin sterile sol ก (Neutral insulin ; insulin injection)4. Insulin aspart sterile sol ง เงื่อนไข ใชเฉพาะผูปวยเกิด hypoglycemia บอยเมื่อใช conventional insulin หรือเพื่อควบคุมภาวะ postprandial hyperglycemia5. Biphasic insulin lispro sterile susp ง (Insulin lispro + Insulin lispro protamine) เงื่อนไข เชนเดียวกับ Insulin aspart6.1.2 Oral antidiabetic drugs1. Glibenclamide tab (เฉพาะ 2.5, 5 mg) ก คําเตือนและขอควรระวัง พึงระมัดระวังในผูปวยสูงอายุหรือผูปวยที่มีการทํางานของไตบกพรอง2. Glipizide tab ก3. Metformin hydrochloride tab ก4. Acarbose tab ค เงื่อนไข ใชสําหรับผูปวยเบาหวานบางรายที่มีระดับน้ําตาลในเลือดหลังอาหารสูง หมายเหตุ การใชยาใหไดผลควรรับประทานพรอมอาหารคําแรก 44
    • 5. Pioglitazone hydrochloride tab (เฉพาะ 15, 30 mg) ง เงื่อนไข ใชเปนยาชนิดที่สามเพิ่มเติมหลังจากใชยา sulfonylureas และ metformin แลวเกิด secondary failure หรือใชเมื่อแพยา metformin หรือ sulfonylureas6. Repaglinide tab (เฉพาะ 0.5, 1, 2 mg) ง เงื่อนไข ใชเฉพาะกับผูปวยที่จําเปนตองใชยากลุม sulfonylureas และแพ sulfonamides6.1.3 Treatment of hypoglycemia1. Diazoxide tab ง ยากําพรา เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ persistent hyperinsulinemic hypoglycemia of infancy (PHHI หรือ nesidioblastosis) 2. ใชสําหรับ insulinoma ที่ผาตัดไมได6.2 Thyroid and antithyroid drugs6.2.1 Thyroid hormones1. Levothyroxine sodium tab ก (L-thyroxine sodium)2. Liothyronine sodium tab ง ยากําพรา เงื่อนไข ใชแทน levothyroxine sodium ชั่วคราวระหวางรอทํา total body scan ในผูปวยมะเร็งตอมไทรอยด6.2.2 Antithyroid drugs1. Lugols solution (Aqueous iodine oral sol (hosp) ก oral solution , Strong iodine solution)2. Propylthiouracil tab ก3. Saturated solution of potassium iodide (SSKI) oral sol (hosp) ก4. Thiamazole (Methimazole) tab ก 45
    • 6.3 Corticosteroids1. Dexamethasone cap/tab (as base), ก sterile sol (as sodium phosphate or acetate)2. Hydrocortisone tab (as base), sterile pwdr (as ก ชนิดเม็ดเปนยากําพรา sodium succinate), sterile susp (as acetate)3. Prednisolone cap, tab ก4. Fludrocortisone acetate tab ข ยากําพรา เงื่อนไข ใชสําหรับ replacement therapy ใน adrenocortical insufficiency5. Methylprednisolone sterile pwdr/sterile susp (as ค hemisuccinate or sodium succinate or acetate) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ induction ในการปลูกถายอวัยวะ 2. ใชรักษา acute rejection ในการปลูกถายอวัยวะ (renal allograft acute rejection), SLE ชนิดรุนแรง, glomerulonephritis ชนิดรุนแรง, vasculitis, aplastic anemia, idiopathic thrombocytopenic purpura, demyelinating disease6.4 Sex hormones6.4.1 Female sex hormones1. Medroxyprogesterone acetate tab (เฉพาะ 2.5, 5 และ10 mg) ก2. Norethisterone tab ก3. Conjugated estrogens tab ข4. Estradiol valerate tab ข5. Hydroxyprogesterone caproate sterile oily sol for inj ข6. Conjugated estrogens sterile pwdr ค 46
    • 6.4.2 Male sex hormones and antagonists1. Testosterone enantate sterile oily sol for inj ค (Testosterone enanthate)2. Cyproterone acetate tab ง เงื่อนไข ใชในผูปวย moderate to severe hirsutism ที่มีขอหามใช หรือมีผลขางเคียงจากการใชยา combined oral contraceptive หรือ spironolactone คําเตือนและขอควรระวัง อาการที่เกี่ยวของกับความเปนพิษของตับ (ดีซาน ตับอักเสบ ตับวาย) มักเกิดขึ้นหลังการใชยานี้ติดตอกัน เปนเวลานานหลายเดือน ควรติดตามการทํางานของตับและพิจารณาหยุดยา หากพบหลักฐานการเกิดพิษตอตับ6.5 Hypothalamic and pituitary hormones6.5.1 Hypothalamic and anterior pituitary hormones1. Chrorionic gonadotrophin (Human sterile pwdr ง Chorionic Gonadotrophin ; HCG) เงื่อนไข ใชสําหรับกระตุนการเคลื่อนตัวของอัณฑะ ในผูปวยเด็กที่มี undescended testis และใชทดสอบการทํางาน ของอัณฑะ (HCG test)2. Tetracosactide (Cosyntropin) sterile pwdr ง ยากําพรา เงื่อนไข ใชสําหรับวินิจฉัยโรคทางตอมไรทอ6.5.2 Posterior pituitary hormones and antagonists1. Chlorpropamide tab ง เงื่อนไข ใชสําหรับ partial central diabetes insipidus กรณีที่ไมสามารถจัดหายา desmopressin ได2. Desmopressin acetate (DDAVP) tab, nasal spray, nasal sol, ง sterile sol เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ diabetes insipidus 2. ชนิดเม็ดใชกับผูปวยที่ไมสามารถใชยาทางจมูกไดเทานั้น 47
    • 6.6 Drugs affecting bone metabolism1. Calcitonin-salmon sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวย osteoporosis ที่มี acute pain หลังภาวะ fracture 2. ใชกับผูปวย severe hypercalcemia2. Disodium pamidronate sterile pwdr, sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับภาวะ hypercalcemia ที่เกิดจากโรคมะเร็ง 2. ใชสําหรับปองกันโรคแทรกซอนทางกระดูกซึ่งมี osteolytic lesion จากภาพรังสี (plain X-ray หรือ CT-scan) และเกิดจากโรคมะเร็งดังตอไปนี้ 2.1 multiple myeloma โดยให pamidronate ไมเกิน 2 ป 2.2 โรคมะเร็งเตานมระยะแพรกระจาย โดยให pamidronate ไมเกิน 1 ป 3. ใหหยุดยาหลังจากมีการลุกลามของโรคมากขึ้น 4. ขนาดยาที่ใช 60 – 90 mg ทุก 3 – 4 สัปดาห6.7 Other endocrine drugs6.7.1 Bromocriptine and other dopaminergic drugs1. Bromocriptine mesilate tab ค เงื่อนไข ใชสําหรับ prolactinoma , acromegaly, amenorrhea ทั้งที่มีและไมมี galactorrhea6.7.2 Drugs affecting gonadotrophins1. Leuprorelin acetate sterile pwdr (เฉพาะ 3.75 mg) จ(2) เงื่อนไข ใชสําหรับภาวะ central (gonadotrophin dependent) precocious puberty โดยมีแนวทางกํากับการใชยา เปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 48
    • กลุมยา 7 Obstetrics, gynaecology and urinary-tract disorders7.1 Drugs used in obstetrics7.1.1 Prostaglandins, prostaglandins antagonists and oxytocics1. Methylergometrine maleate sterile sol ก2. Oxytocin sterile sol ก3. Alprostadil sterile sol (เฉพาะ 0.5 mg/ml) ง เงื่อนไข ใชกับผูปวยโรคหัวใจแตกําเนิดที่ตองพึ่ง ductus arteriosus4. Indomethacin sodium sterile pwdr ง ยากําพรา เงื่อนไข ใชกับผูปวยเด็กเพื่อปด patent ductus arteriosus5. Sulprostone sterile pwdr ง เงื่อนไข ใชชวยชีวิตผูปวย severe post-partum hemorrhage 7.1.2 Myometrial relaxants1. Salbutamol sulfate tab ก2. Terbutaline sulfate tab, sterile sol ก7.2 Treatment of vaginal and vulval conditions1. Clotrimazole vaginal tab ก2. Nystatin vaginal tab ก3. Conjugated estrogens vaginal cream ข7.3 Contraceptives1. Ethinylestradiol + Levonorgestrel tab (เฉพาะ 30 + 150 mcg) ก 49
    • 2. Levonorgestrel tab (เฉพาะ 750 mcg) ก เงื่อนไข ใชสําหรับคุมกําเนิดกรณีฉุกเฉินเทานั้น3. Medroxyprogesterone acetate sterile susp ก4. Ethinylestradiol + Desogestrel tab (เฉพาะ 20 + 150 mcg) ข5. Ethinylestradiol + Gestodene tab (เฉพาะ 20 + 75 mcg) ข6. Lynestrenol tab (เฉพาะ 0.5 mg) ข7.4 Drugs for genito-urinary disorders7.4.1 Drugs for benign prostatic hyperplasia1. Alfuzosin hydrochloride SR tab (เฉพาะ 10 mg) ค2. Doxazosin mesilate immediate release tab (เฉพาะ ค 2 และ 4 mg)3. Finasteride tab (เฉพาะ 5 mg) ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับตอมลูกหมากโตขนาดใหญมากกวา 3 cm และ/หรือ 2. ใชในกรณีคา PSA มากกวา 4 ng/ml และไมใชมะเร็งตอมลูกหมาก หมายเหตุ ขนาด 1 mg ใชรักษาศีรษะลานซึ่งไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ7.4.2 Drugs for urinary frequency enuresis, and incontinence1. Oxybutynin hydrochloride immediate release tab ค เงื่อนไข 1. ใชเฉพาะ urge incontinence ไมใชสําหรับ stress incontinence 2. ไมใชสําหรับ nocturnal enuresis (ปสสาวะรดที่นอนในเด็ก) 3. ยามีประสิทธิภาพต่ํา ประโยชนที่ไดไมชัดเจน ผลขางเคียงเกิดไดบอย และมีคาใชจายสูง ควรพิจารณาใช อยางรอบคอบ 50
    • 2. Trospium chloride tab ค เงื่อนไข 1. สําหรับ urge incontinence ไมใชสําหรับ stress incontinence 2. ใชกับผูปวยที่ใช oxybutynin hydrochloride ไมได เนื่องจากมีอาการไมพึงประสงคเทานั้น 3. ไมใชสําหรับ nocturnal enuresis (ปสสาวะรดที่นอนในเด็ก) 4. ยามีประสิทธิภาพต่ํา ประโยชนที่ไดไมชัดเจน ผลขางเคียงเกิดไดบอย และมีคาใชจายสูง ควรพิจารณาใช อยางรอบคอบ7.4.3 Drugs used in alkalinisation of urine1. Potassium citrate oral sol (hosp), dry pwdr for ก oral sol (hosp)2. Sodium citrate + Citric acid oral sol (hosp) ก (Shohl’s solution)3. Sodium citrate + Potassium citrate oral sol (hosp) ก 51
    • กลุมยา 8 Malignant disease and immunosuppression8.1 Cytotoxic drugs8.1.1 Alkylating drugs1. Busulfan tab ค2. Chlorambucil tab ค เงื่อนไข สําหรับโรคไตใหใชกรณี idiopathic membranous glomerulonephritis3. Cyclophosphamide tab, sterile pwdr ค4. Melphalan tab ค5. Ifosfamide sterile pwdr ง เงื่อนไข 1. ใชเปน second-line treatment สําหรับ non-Hodgkin’s lymphoma ชนิด relapse หรือ refractory 2. ใชกับผูปวยที่เปน sarcoma 3. ใชสําหรับ Wilms’tumor และ neuroblastoma 4. ใช สําหรับ germ cell tumor8.1.2 Cytotoxic antibiotics1. Bleomycin sterile pwdr (as sulfate or as ค hydrochloride)2. Dactinomycin sterile pwdr ค3. Doxorubicin hydrochloride sterile pwdr, sterile susp , ค sterile sol เงื่อนไข ไมใชกับผูปวยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และผูปวยที่มี cardiomyopathy ที่มี left ventricular ejection fraction นอยกวา 50%4. Idarubicin hydrochloride sterile pwdr ง เงื่อนไข ใชกับผูปวย acute myelogenous leukemia 52
    • 5. Mitomycin sterile pwdr , sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชเปน alternative drug ของ BCG สําหรับมะเร็งกระเพาะปสสาวะชนิด superficial bladder cancer 2. ใชรักษามะเร็งปอดระยะลุกลาม 3. ใชรักษามะเร็งตับโดยการฉีดเขาหลอดเลือดแดงเฉพาะที่ 4. ใชรักษามะเร็งทวารหนัก (anal canal) โดยใชรวมกับรังสีรักษาในการทํา transcatheter oily chemo embolization (TOCE)6. Mitoxantrone hydrochloride sterile pwdr, sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ acute myeloid leukemia และมะเร็งตอมน้ําเหลือง 2. ใชสําหรับมะเร็งตอมลูกหมากที่ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาฮอรโมน8.1.3 Antimetabolites1. Cytarabine sterile pwdr, sterile sol ค2. Fluorouracil sterile sol ค3. Mercaptopurine tab ค4. Methotrexate tab (as base or sodium), ค sterile pwdr / sterile sol (as sodium)5. Capecitabine tab ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ advanced breast cancer โดยใชเปน second หรือ third -line drug หลังการใช anthracycline และ/หรือ taxane มาแลว 2. ใชเปน single agent ใน adjuvant therapy สําหรับ colon cancer ในกรณีที่มีสภาวะไมเหมาะสมที่จะใช ยาฉีด คือ ไมสามารถทนตอการรักษาดวย 5-FU + Leucovorin 3. ใชสําหรับ advanced colorectal cancer6. Gemcitabine hydrochloride sterile pwdr ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ advanced pancreatic cancer 2. ใชสําหรับ advanced non-small cell lung cancer 3. ใชสําหรับ advanced bladder cancer 4. ใชสําหรับ second-line หรือ subsequent line ใน advanced ovarian cancer ที่ดื้อตอยาในกลุม taxane 53
    • 7. Tioguanine (Thioguanine) tab ง เงื่อนไข ใชสําหรับ chronic myeloid leukemia, acute lymphocytic leukemia และ acute non-lymphocytic leukemia8.1.4 Vinca alkaloids and etoposide1. Etoposide cap (as base), sterile sol (as ค base)2. Vinblastine sulfate sterile pwdr, sterile sol ค3. Vincristine sulfate sterile pwdr, sterile sol ค8.1.5 Other antineoplastic drugs1. Asparaginase (Crisantapase) sterile pwdr ค2. Cisplatin sterile pwdr, sterile sol ค3. Carboplatin sterile pwdr, sterile sol ค4. Hydroxycarbamide (Hydroxyurea) cap ค5. Paclitaxel sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ advanced breast cancer ที่ไดรับ anthracycline มาแลว หรือไมสามารถให anthracycline ได 2. ใชเปน adjuvant treatment สําหรับ high risk , node positive breast cancer 3. ใชสําหรับมะเร็งรังไข และ advanced non-small cell lung cancer 4. ใชสําหรับ AIDS-related Kaposi’s sarcoma6. Tretinoin (all-trans-Retinoic acid) cap ง เงื่อนไข ใชรักษาโรค acute myelogenous leukemia ชนิด M3 (acute promyelocytic leukemia) ที่ ไดรับการตรวจ chromosome หรือ PML/RARA โดยจะตองหยุดใชยาเมื่อผลการตรวจ chromosome ไมยืนยันวาพบ t(15;17) หรือ PML/RARA เปนลบ7. Docetaxel sterile sol จ(2) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับมะเร็งเตานมระยะลุกลาม โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 2. ใชสําหรับมะเร็งปอดชนิด non-small cell ระยะลุกลาม โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียด ในภาคผนวก 3 3. ใชสําหรับมะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดใน ภาคผนวก 3 54
    • 8. Imatinib mesilate tab (เฉพาะ 100 และ 400 mg) จ(2) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ chronic myelogenous leukemia (CML) ระยะ chronic stable phase โดยมีแนวทางกํากับการ ใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 2. ใชสําหรับ gastrointestinal stromal tumors (GISTs) ระยะลุกลามหรือมีการกระจายของโรค โดยมีแนวทาง กํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 38.2 Drugs affecting the immune response1. Dexamethasone cap (as base) , tab (as base), ก sterile sol (as sodium phosphate or acetate)2. Prednisolone cap, tab ก3. Azathioprine tab ค เงื่อนไข กรณี multiple sclerosis ใหใชโดยผูเชี่ยวชาญดานประสาทวิทยา4. Ciclosporin (Cyclosporin) cap, oral sol, oral susp, sterile ค sol เงื่อนไข กรณีผูปวยไตมีเงื่อนไข คือ 1. กรณีผูปวยปลูกถายไตในระยะ maintenance therapy ใหใชยารับประทานชนิด microemulsion 2. ใชกับผูปวย mininal change disease (MCD) ที่มี relapse บอย 3. ใชกับผูปวย focal segmental glomerulosclerosis (FSGS) ที่ดื้อตอ prednisolone และ cyclophosphamide5. Methylprednisolone sterile pwdr/sterile susp (as ค hemisuccinate or sodium succinate or acetate) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ induction therapy ในการปลูกถายอวัยวะ 2. ใชสําหรับ acute rejection ในการปลูกถายอวัยวะ (renal allograft acute rejection), SLE ชนิดรุนแรง, glomerulonephritis ชนิดรุนแรง, vasculitis, aplastic anemia, idiopathic thrombocytopenic purpura, demyelinating disease 55
    • 6. Antithymocyte immunoglobulin, rabbit (ATG) sterile pwdr , sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชเปน first-line drug ในการรักษาภาวะ renal allograft acute rejection ที่มีพยาธิสภาพรุนแรง 2. ใชกับผูปวยที่ไมตอบสนองตอ pulse methylprednisolone 3. ใชเปน first-line drug ในการรักษา severe aplastic anemia7. Basiliximab sterile pwdr ง เงื่อนไข ใชสําหรับ induction therapy ในผูปวยปลูกถายไต8. Mycophenolate mofetil cap ง เงื่อนไข ใชเปน alternative drug ในกรณีผูปวยปลูกถายไตในระยะ maintenance therapy9. Tacrolimus cap, sterile sol (concentrate for ง infusion) เงื่อนไข 1. ชนิดรับประทานใชกับผูปวยปลูกถายไตในระยะ maintenance therapy กรณีมีผลขางเคียงจากการใช ciclosporin เชน severe gum hypertrophy, hirsutism เปนตน 2. ชนิดรับประทานใชกับผูปวยปลูกถายไตระยะ maintenance therapy หลังเกิดภาวะ acute rejection ที่รุนแรง 3. ใชกับผูปวยปลูกถายตับ10. BCG (Bacillus Calmette-Guérin) freeze-dried pwdr for bladder ง instillation เงื่อนไข ใชสําหรับมะเร็งกระเพาะปสสาวะชนิด superficial bladder cancer11. Human normal immunoglobulin,intravenous sterile pwdr, sterile sol จ(2) (IVIG) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน (acute phase of Kawasaki disease) โดยมีแนวทางกํากับการใชยา เปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 2. ใชสําหรับโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases) โดยมีแนวทางกํากับการใช ยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 3. ใชสําหรับโรค idiopathic thrombocytopenic purpura (ITP) ชนิดรุนแรง โดยมีแนวทางกํากับการใชยา เปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 4. ใชสําหรับ autoimmune hemolytic anemia (AIHA) ที่ไมตอบสนองตอการรักษาตามขั้นตอนของมาตรฐาน การรักษาและมีอาการรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียด ในภาคผนวก 3 56
    • 5. ใชสําหรับโรค Guillain – Barré syndrome ที่มีอาการรุนแรง โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตาม รายละเอียดในภาคผนวก 3 6. ใชสําหรับโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤต (myasthenia gravis, acute exacerbation หรือ myasthenic crisis) โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 7. ใชสําหรับโรค pemphigus vulgaris ที่มีอาการรุนแรง และไมตอบสนองตอการรักษาดวยยามาตรฐาน โดยมี แนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 8. ใชสําหรับ hemophagocytic lymphohistiocytosis (HLH) โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตาม รายละเอียดในภาคผนวก 312. Sirolimus (Rapamycin) oral sol (เฉพาะ 1 mg/ml), tab ง (เฉพาะ 1 mg) เงื่อนไข ใชกับผูปวยปลูกถายไตในระยะ maintenance therapy ที่ตองการหลีกเลี่ยงการใช prednisolone รวมทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงพิษตอไตจาก ciclosporin หรือ tacrolimus8.3 Sex hormones and hormone antagonists in malignant disease8.3.1 Progestogens, anti-estrogens and enzyme inhibitors 1. Tamoxifen citrate tab ค เงื่อนไข ใชสําหรับมะเร็งเตานม 2. Letrozole tab (เฉพาะ 2.5 mg) จ(2) เงื่อนไข ใชสําหรับมะเร็งเตานมที่มี hormone receptor เปนบวก โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียด ในภาคผนวก 3 3. Megestrol acetate tab ง เงื่อนไข ใชสําหรับ advanced breast cancer ที่มีผลการตรวจ hormone receptor เปนบวก 8.3.2 Prostate cancer 1. Flutamide tab ง เงื่อนไข ใชเปน monotherapy สําหรับการรักษามะเร็งตอมลูกหมากในระยะแพรกระจายโดยเปน second-line drug ของ bilateral orchiectomy 57
    • กลุมยา 9 Nutrition and blood9.1 Whole blood, blood products and drugs used in some blood disorders9.1.1 Whole blood and blood products1. Fresh dried plasma ก2. Fresh frozen plasma ก3. Frozen cryoprecipitate ก4. Leukocyte depleted platelets concentrate ก5. Leukocyte depleted pooled platelets concentrate, ก random donor (LD-PPC)6. Lyophilized cryoprecipitate ก7. Packed red cell ก8. Packed red cell, leukocyte depleted ก9. Packed red cell, leukocyte poor ก10. Platelets concentrate, random donor ก11. Platelets concentrate, single donor ก12. Whole blood ก13. Leukocyte depleted platelets concentrate, single donor ข เงื่อนไข ใชเฉพาะผูปวยที่มีกลุมเลือดหายาก Rh- หรือมีความจําเปนตองใชเลือดเรงดวนแตขาดเลือดเทานั้น14. Packed red cell, leukocyte depleted single donor 2 units ข เงื่อนไข ใชเฉพาะผูปวยที่มีกลุมเลือดหายาก Rh- หรือมีความจําเปนตองใชเลือดเรงดวนแตขาดเลือดเทานั้น15. Packed red cell, irradiated ค เงื่อนไข ใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกําเนิดเม็ดเลือด16. Packed red cell, leukocyte poor, irradiated ค เงื่อนไข ใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกําเนิดเม็ดเลือด 58
    • 17. Platelets concentrate, irradiated ค เงื่อนไข ใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกําเนิดเม็ดเลือด18. Packed red cell, leukocyte depleted irradiated ง เงื่อนไข ใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกําเนิดเม็ดเลือดที่เคยแพตอ Packed red cell, leukocyte poor, irradiated9.1.2 Drugs used in hypoplastic, hemolytic and renal anemias1. Folic acid tab (เฉพาะไมนอยกวา 5 mg) ก2. Oxymetholone tab ข3. Deferoxamine mesilate (Desferrioxamine mesilate) sterile pwdr ค หมายเหตุ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในกลุมยา 164. Iron sucrose sterile sol ค เงื่อนไข ใชสําหรับรักษา iron deficiency anemia ในผูปวย chronic kidney disease ที่ไดรับการลางไตรวมกับการให epoetin therapy5. Antithymocyte immunoglobulin, rabbit (ATG) sterile pwdr, sterile sol ง เงื่อนไข ใชเปน first-line drug ในการรักษา severe aplastic anemia หมายเหตุ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในกลุมยา 8.26. Deferiprone tab (เฉพาะ 500 mg) ง เงื่อนไข ใชสําหรับรักษาภาวะธาตุเหล็กเกินเรื้อรัง เนื่องจากการรับเลือดในผูปวยธาลัสซีเมียที่มีอายุตั้งแต 6 ปขึ้นไป 59
    • 7. Epoetin alfa (epoetin alpha) sterile pwdr/sterile sol (เฉพาะ จ(2) 1000, 2000, 3000, 4000, 5000 IU) เงื่อนไข ใชสําหรับภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตาม รายละเอียดในภาคผนวก 38. Epoetin beta sterile sol (เฉพาะ 2000, 3000, จ(2) 5000 IU) เงื่อนไข ใชสําหรับภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตาม รายละเอียดในภาคผนวก 39.1.3 Drugs used in bone marrow transplantation1. Filgrastim sterile sol ง เงื่อนไข 1. เลือกหนึ่งรายการระหวาง filgrastim และ lenograstim ที่จัดซื้อไดถูกกวา 2. ใชสําหรับปลูกถายไขกระดูกหรือเซลลตนกําเนิดเม็ดเลือด เพื่อเคลื่อนยาย progenitor cell จากไขกระดูก ออกมาในเลือดของผูใหหรือผูปวย เพื่อนําไปใชทั้งใน allogeneic และ autologous transplantation 3. ไมแนะนําใหใชสําหรับ febrile neutropenia เพราะการใชยาไมเพิ่ม overall survival หรือลด infection related mortality2. Lenograstim sterile pwdr ง เงื่อนไข เชนเดียวกับ filgrastim9.2 Fluids and electrolytes1. Dextran in normal saline with/ sterile sol ก without dextrose2. Glucose with/without sodium chloride sterile sol ก3. Intermittent peritoneal dialysis sterile sol ก4. Potassium acetate sterile sol (hosp) ก 60
    • 5. Potassium chloride syr (hosp), elixir (hosp), ก compressed tab, EC tab, sterile sol คําเตือนและขอควรระวัง 1. ควรรับประทานยา potassium chloride หลังอาหารทันทีในกรณียาเม็ดควรดื่มน้ําอยางนอย 180 มิลลิลิตร และไมควรนอนราบอยางนอยครึ่งชั่วโมงหลังจากรับประทานยา 2. หามใชยา potassium chloride ชนิด elixir กับผูปวยเด็กอายุต่ํากวา 2 ขวบ เนื่องจากมีแอลกอฮอลเปน สวนประกอบ6. Potassium citrate oral sol (hosp), dry pwdr for ก oral sol (hosp)7. Sodium acetate sterile sol (hosp) ก8. Sodium bicarbonate tab, sterile sol ก9. Sodium chloride tab (เฉพาะ 300 mg), sterile sol ก10. Sodium lactate intravenous sterile sol ก infusion compound (Ringer-Lactate solution for injection ; Hartmann’s solution for injection)11. Water for injection sterile sol ก12. Calcium polystyrene sulfonate oral pwdr ข13. Continuous ambulatory basic bag sol, double bag sol ค peritoneal dialysis9.3 Vitamins Multivitamins ในบัญชียาหลักแหงชาติ มีวิตามินเปนสวนประกอบเทานั้น การผสมแรธาตุ (mineral) หรือตัวยาสําคัญอื่นๆ ไมถือเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ1. Folic acid tab (เฉพาะ 400 mcg และ 5 mg) ก2. Multivitamins syr ก มีวิตามินอยางนอย 8 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้ - Vitamin A 1,300 - 2,000 IU - Vitamin B6 ≥ 0.5 mg - Vitamin D 200 - 1,000 IU - Vitamin B12 ≥ 0.9 mcg - Vitamin B1 ≥ 0.5 mg - Niacinamide ≥ 6 mg - Vitamin B2 ≥ 0.5 mg - Vitamin C ≥ 40 mg หมายเหตุ มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจําวันในเด็กอายุ 1 - 3 ขวบ 61
    • 3. Multivitamins drop ก มีวิตามินอยางนอย 8 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้ - Vitamin A 1,300 - 2,000 IU - Vitamin B6 ≥ 0.3 mg - Vitamin D 200 - 1,000 IU - Vitamin B12 ≥ 0.5 mcg - Vitamin B1 ≥ 0.3 mg - Niacinamide ≥ 4 mg - Vitamin B2 ≥ 0.4 mg - Vitamin C ≥ 35 mg หมายเหตุ มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจําวันในทารกอายุ 6 - 11 เดือน4. Multivitamins cap, tab ก มีวิตามินอยางนอย 9 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้ - Vitamin A 2,000 - 5,600 IU - Vitamin B12 ≥ 1.8 mcg - Vitamin D 200 - 2,000 IU - Niacinamide ≥ 12 mg - Vitamin B1 ≥ 0.9 mg - Folic acid 300-1000 mcg - Vitamin B2 ≥ 0.9 mg - Vitamin C ≥ 45 mg - Vitamin B6 ≥ 1.0 mg หมายเหตุ มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจําวันในเด็กอายุ 9 - 12 ป และผูใหญ5. Vitamin A cap, tab (เฉพาะ 25,000-50,000 ก IU ตอ 1 cap/tab)6. Vitamin B1 tab (เฉพาะ 10-100 mg), sterile ก (Thiamine as hydrochloride or mononitrate) sol (เฉพาะ 100 mg/ml)7. Vitamin B2 tab (เฉพาะไมต่ํากวา 10 mg) ก8. Vitamin B6 (Pyridoxine hydrochloride) tab (เฉพาะ 10-100 mg), sterile ก sol (เฉพาะ 100 mg/ml) คําเตือนและขอควรระวัง การรับประทานวิตามิน B6 ขนาดตั้งแต 200 มิลลิกรัมตอวัน ขึ้นไปเปนเวลานาน มีความสัมพันธกับการเกิด neuropathy ได9. Vitamin B12 (Cyanocobalamin หรือ tab (เฉพาะไมต่ํากวา 100 mcg), ก Hydroxocobalamin) sterile sol (เฉพาะ 1000 mcg/ml)10. Vitamin C tab (เฉพาะ 50, 100 mg) ก11. Vitamin D2 (Ergocalciferol) cap ก เงื่อนไข เปน first -line drug ในผูปวยที่มีภาวะขาดวิตามิน D12. Vitamin K1 (Phytomenadione) sterile sol ก 62
    • 13. Vitamin B complex cap, tab ก มีวิตามินอยางนอย 8 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้ - Vitamin B1 ≥ 0.9 mg - Folic acid ≥ 300 mcg - Vitamin B2 ≥ 0.9 mg - Niacinamide ≥ 12 mg - Vitamin B6 ≥ 1.0 mg - Pantothenic acid ≥ 4 mg - Vitamin B12 ≥ 1.8 mcg -Biotin ≥ 20 mcg หมายเหตุ มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจําวันในเด็กอายุ 9 - 12 ป และผูใหญ14. Vitamin C sterile sol ข15. Vitamins B complex sterile sol ข ประกอบดวยวิตามินอยางนอย 4 ชนิด ที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้ - Vitamin B1 ≥ 0.9 mg - Vitamin B6 ≥ 1.0 mg - Vitamin B2 ≥ 0.9 mg - Niacinamide ≥ 12 mg หมายเหตุ มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจําวันในเด็กอายุ 9 - 12 ป และผูใหญ16. Alfacalcidol (1 alpha-hydroxyvitamin D3) cap, tab ค เงื่อนไข 1. ใชกับผูปวย Kidney disease stage 5 (หรือ end stage kidney disease) ที่มีระดับแคลเซียมในเลือดต่ํา รวมกับภาวะ hyperparathyroidism 2. ใชกับผูปวยที่มีภาวะพรองฮอรโมนพาราไทรอยดอยางรุนแรงและฉับพลัน17. Vitamin E emulsion (hosp), syr ค เงื่อนไข 1. ใชกับทารกแรกเกิดที่มีน้ําหนักตัวนอยหรือเกิดกอนกําหนดเทานั้น 2. ใชป องกัน และรั กษาภาวะขาดวิ ตามิ นอี ในทารก และเด็กที่มีปญหาการยอยไขมั นและ/หรื อการดูด ซึมไขมั น บกพรองเทานั้น หมายเหตุ ตํารับยา water-miscible vitamin E (มี emulsifier ในสูตรตํารับ เชน polysorbate 80 เปนตน และใชเปน น้ํากระสายยา) 63
    • 9.4 Intravenous nutrition1. Amino acid solution for infants sterile sol ค มีกรดอะมิโนจําเปนทั้ง 9 ชนิด คือ isoleucine, leucine, lysine, methionine, phenylalanine, threonine, tryptophan, valine, histidine และอยางนอยตองมี arginine, cysteine, tyrosine และ taurine โดยดองไมมี sugar alcohol ในสูตร2. Amino acid solution ชนิด high branched sterile sol ค มีสัดสวนของ branch chain amino acid 35-45% ของ total amino acid3. Amino acid solution ชนิด high essential sterile sol ค มีสัดสวนของ essential amino acid > 60% ของ total amino acid4. Amino acids with/without minerals sterile sol ค5. Complete water-soluble and fat preparation for intravenous ค soluble vitamins preparation use (sterile pwdr,sterile sol,sterile emulsion) Complete water-soluble and fat soluble vitamins preparation ที่ไดจากการผสม ตํารับที่มี Fat soluble vitamins 4 ชนิด คือ A, D, E, K กับ ตํารับที่มี water soluble vitamins 9 ชนิด คือ B1, B2, B6 , B12, niacinamide, folic acid , pantothenic acid , biotin และ Vitamin C เงื่อนไข ใชกับผูปวยที่เขารับการรักษาในโรงพยาบาล6. Dextrose solution with minerals with sterile sol ค มี dextrose ไมนอยกวา 20% และมี mineral อยางนอย 2 ชนิด เงื่อนไข ยานี้มีความเขมขนของน้ําตาลสูงจึงหามใหทาง peripheral vein ตองใหทาง central vein เทานั้น7. Fat emulsion sterile emulsion (เฉพาะ 20%) ค Fat emulsion ประกอบดวย long chain triglycerides และ phospholipids ซึ่งมีหรือไมมี medium chain triglycerides (MCT)8. Multiple trace minerals solution sterile sol ค อยางนอยตองประกอบดวย Zn,Cu และ I 64
    • 9.5 Minerals 1. Aluminium hydroxide tab, susp, susp (hosp) ก 2. Calcium carbonate cap, tab ก 3. Calcium gluconate sterile sol ก 4. Ferrous sulfate cap, tab, oral sol, drop ก 5. Iodine cap ก คําเตือนและขอควรระวัง 1. ควรใชเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดไอโอดีนสูงเทานั้น 2. อาจทําใหเกิด iodine-induced thyrotoxicosis 6. Magnesium hydroxide tab, susp, susp (hosp) ก 7. Magnesium sulfate sterile sol, oral sol, oral ก sol(hosp) 8. Sodium fluoride tab, oral sol, oral sol(hosp) ก คําเตือนและขอควรระวัง ระวังการใชในพื้นที่ที่มีฟลูออไรดสูง เพราะอาจทําใหเกิด fluorosis9. Trace element solution oral sol (hosp) ก อยางนอยตองประกอบดวย Zn, Cu, I และ Cr10. Zinc sulfate oral sol (hosp), cap, tab, sterile ก sol (hosp)11. Ferrous fumarate cap, tab, oral sol, susp ข12. Copper sulfate solution sterile sol (hosp), oral sol (hosp) ค13. Dipotassium hydrogen phosphate sterile sol ค14. Oral acidic phosphate solution (Joulies solution) oral sol (hosp) ค มีตัวยาสําคัญ คือ Potassium phosphate และ/หรือ Sodium phosphate monobasic/dibasic15. Oral neutral phosphate solution oral sol (hosp) ค มีตัวยาสําคัญ คือ Potassium phosphate และ/หรือ Sodium phosphate monobasic/ dibasic 65
    • 9.6 Vitamins and minerals for pregnancy and lactating mothers1. Ferrous fumarate tab (เฉพาะ 65 mg as iron) ก คําเตือนและขอควรระวัง ระมัดระวังการใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมีย2. Ferrous sulfate tab (เฉพาะ 60 และ 65 mg as ก iron) คําเตือนและขอควรระวัง ระมัดระวังการใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมีย3. Folic acid tab (เฉพาะ 400 mcg และ 5 ก mg) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับเสริมโฟเลทตลอดการตั้งครรภ 2. ใชสําหรับเสริมโฟเลทในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตร 3. กรณีหญิงตั้งครรภที่เคยมีประวัติตั้งครรภหรือคลอดบุตรที่มีภาวะ neural tube defect หรือปากแหวง เพดานโหว ควรใชความแรง 5 mg4. Potassium Iodide tab (เฉพาะ 150 mcg as ก iodine) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับเสริมไอโอดีนตลอดการตั้งครรภ 2. ใชเสริมไอโอดีนในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตร 3. หามใชในผูที่มีภาวะไทรอยดเปนพิษ คําเตือนและขอควรระวัง ควรติดตามเฝาระวังภาวะไทรอยดเปนพิษ5. Ferrous salt + Folic acid tab (เฉพาะ 60 mg as iron + ก 400 mcg) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับเสริมธาตุเหล็กและโฟเลทตลอดการตั้งครรภ 2. ใชสําหรับเสริมธาตุเหล็กและโฟเลทในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตร คําเตือนและขอควรระวัง ระมัดระวังการใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมีย 66
    • 6. Ferrous salt + Folic acid + Potassium Iodide tab (เฉพาะ 60 mg as iron + ก 400 mcg + 150 mcg as iodine) เงื่อนไข 1. ใชเสริมธาตุเหล็ก โฟเลท และไอโอดีนตลอดการตั้งครรภ 2. ใชสําหรับเสริมธาตุเหล็ก โฟเลท และไอโอดีนในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตร 3. หามใชในผูที่มีภาวะไทรอยดเปนพิษ คําเตือนและขอควรระวัง 1. ควรติดตามเฝาระวังภาวะไทรอยดเปนพิษ 2. ระมัดระวังการใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมีย 67
    • กลุมยา 10 Musculoskeletal and joint diseases10.1 Drugs used in rheumatic diseases and gout10.1.1 Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)1. Aspirin (Acetylsalicylic acid) tab, EC tab ก เงื่อนไข ไมใชสําหรับโรค gout2. Diclofenac sodium EC tab, sterile sol ก3. Ibuprofen film coated tab, susp ก คําเตือนและขอควรระวัง 1. เมื่อมีขอบงชี้ใหใช NSAIDs แนะนําใหใช ibuprofen เปนยาขนานแรกสําหรับบรรเทาอาการปวดทาง ทันตกรรม ปวดประจําเดือน ปวดขอ และปวดกลามเนื้อ 2. ใชในเด็กที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไปเทานั้น 3. ระมัดระวังการใชในผูปวยที่มีเกล็ดเลือดต่ํา เชน ไขเลือดออก4. Indomethacin cap ก5. Naproxen compressed tab (as base) ก6. Piroxicam cap (as base), ข compressed tab (as base), film coated tab (as base)10.1.2 Disease-modifying antirheumatic drugs (DMARDs)1. Chloroquine phosphate compressed tab, film coated ข tab คําเตือนและขอควรระวัง การใชยาอาจเปนพิษตอจอประสาทตา ควรตรวจจอประสาทตาทุก 6 เดือน ระหวางการใชยา2. Hydroxychloroquine sulfate tab ข คําเตือนและขอควรระวัง การใชยาอาจเปนพิษตอจอประสาทตา ควรตรวจจอประสาทตาทุก 6 เดือน ระหวางการใชยา3. Azathioprine tab ค 68
    • 4. Methotrexate tab (as base or sodium), ค sterile pwdr/sterile sol (as sodium) คําเตือนและขอควรระวัง การใชยาอาจเกิดการกดไขกระดูกและเปนพิษตอตับ ควรตรวจคา CBC SGOT/SGPT และคา alkaline phosphatase ทุก 3-6 เดือน ระหวางการใชยา5. Penicillamine (D-Penicillamine) cap ค ยากําพรา6. Sulfasalazine EC tab ค7. Sodium aurothiomalate sterile sol ค8. Ciclosporin (Cyclosporin) cap, oral sol, sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชในกรณีที่ใชยา methotrexate แลวไมไดผล หรือใชไมไดเนื่องจากแพ 2. ผูปวยมีการทํางานของไตเปนปกติ และไมมีภาวะความดันเลือดสูง10.1.3 Drugs for treatment of gout and hyperuricaemia1. Colchicine tab ก2. Allopurinol tab ก เงื่อนไข หามใชรักษา acute gout คําเตือนและขอควรระวัง ควรเฝาระวังอาการไมพึงประสงคทางผิวหนังชนิดรายแรงจากยา เชน Steven-Johnson syndrome (SJS), toxic epidermal necrolysis (TEN) และ drug rash with eosinophilia and systemic symptoms (DRESS) เนื่องจากมีรายงานการเกิดอาการไมพึงประสงคดังกลาวเพิ่มมากขึ้น ผูปวยที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นไดแก ผูที่เริ่มใชยา (ในช วง 4 สัป ดาห แรก) ผูที่มีภาวะไตเสื่อม ผูที่ใช allopurinol ในขนาดสูง และผู ที่ใชย าขับ ปสสาวะในกลุ ม thiazide รวมดวย3. Probenecid film coated tab ก เงื่อนไข หามใชรักษา acute gout4. Benzbromarone tab ค เงื่อนไข 1. หามใชรักษา acute gout 2. ใชดวยความระมัดระวัง เนื่องจากมีรายงานการเกิด cytolytic liver damage ทําใหผูปวยถึงแกชีวิตหรือตอง เปลี่ยนตับ 69
    • 10.2 Drugs used in neuromuscular disorders10.2.1 Drugs which enhance neuromuscular transmission1. Pyridostigmine bromide tab ก2. Neostigmine methylsulfate sterile sol ข10.2.2 Skeletal muscle relaxants 1. ยากลุมนี้ใชบรรเทาการหดเกร็งของกลามเนื้อที่เปนรุนแรงในโรคบางชนิด เชน บาดทะยัก การบาดเจ็บของ ไขสันหลัง และ multiple sclerosis 2. ไมใชยากลุมนี้กับอาการหดเกร็งกลามเนื้อจากการเลนกีฬาหรือการบาดเจ็บ 3. ควรใชยากลุมนี้ดวยความระมัดระวัง เนื่องจากการลด muscle tone อาจเพิ่ม disability ใหกับผูปวย1. Diazepam cap, tab, sterile sol ก2. Baclofen tab ข3. Tizanidine hydrochloride tab ข10.3 Drugs for relief of soft-tissue inflammation10.3.1 Rubifacients1. Methyl salicylate cream compound cream (hosp) ก2. Methyl salicylate ointment compound oint (hosp) ก (Analgesic Balm) 70
    • กลุมยา 11 Eye11.1 Anti-infective eye preparations11.1.1 Antibacterials and eye wash solution 1. ใชเปนยาสําหรับการติดเชื้อแบคทีเรียเทานั้น 2. ควรใชยาใหเหมาะสมกับชนิดของเชื้อ เชน ชนิดกรัมบวก หรือกรัมลบ1. Boric acid eye wash sol ก2. Chloramphenicol eye drop, eye oint ก3. Tetracycline hydrochloride eye oint ก4. Gentamicin sulfate eye drop, eye oint ค หมายเหตุ ประสิทธิผลของ gentamicin ไมแตกตางจาก tobramycin5. Polymyxin B sulfate + Neomycin sulfate + eye drop ค Gramicidin หมายเหตุ ยาที่มีสวนผสมของ polymyxin B อาจสงผลใหเกิดการดื้อของเชื้อในทาง systemic จึงตองใชอยางระมัดระวัง เฉพาะกรณีที่มีความจําเปนเทานั้น6. Fusidic acid eye drop (in gel base) ง เงื่อนไข ใชสําหรับ blepharitis ในกรณีที่ใช chloramphenicol หรือ gentamicin แลว แพหรือไมไดผล หมายเหตุ ยาเปลี่ยนเปนของเหลวเมื่อยาสัมผัสถูกตา11.1.2 Antibacterials with corticosteroids 1. การใชยากลุมนี้ควรอยูในความดูแลของผูเชี่ยวชาญ เพราะยามีที่ใชจํากัด หากใชไมถูกตองอาจไมปลอดภัย 2. หามใชในอาการตาแดงที่ยังมิไดรับการตรวจวินิจฉัยสาเหตุที่ชัดเจน เพราะอาจเกิดอันตรายได เชน การใชใน อาการตาแดงที่เกิดจากเชื้อ herpes simplex virus อาจทําใหเกิดแผลที่กระจกตาไปจนถึงตาบอดได เปนตน 3. ใชสําหรับการอักเสบรุนแรงในลูกตาสวนหนาหรือหลังผาตัด และปองกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกลุมเสี่ยง1. Dexamethasone sodium phosphate + eye drop ค Neomycin sulfate 71
    • 2. Dexamethasone sodium phosphate + eye drop ค Chloramphenicol + Tetrahydrozoline hydrochloride3. Dexamethasone + Neomycin sulfate + eye oint ค Polymyxin B sulfate หมายเหตุ ยาที่มีสวนผสมของ polymyxin B อาจสงผลใหเกิดการดื้อของเชื้อในทาง systemic จึงตองใชอยางระมัดระวัง เฉพาะกรณีที่มีความจําเปนเทานั้น11.1.3 Antifungals1. Natamycin eye susp ง เงื่อนไข ใชสําหรับการติดเชื้อราที่แผลกระจกตา11.1.4 Antivirals1. Aciclovir (Acyclovir) eye oint ค11.2 Corticosteroids and other anti-inflammatory preparations1. Antazoline hydrochloride + Tetrahydrozoline eye drop ก hydrochloride2. Fluorometholone eye susp (as base) ค เงื่อนไข ใชรักษาเยื่อบุตาอักเสบที่ไมไดเกิดจากการติดเชื้อ เชน ภูมิแพ การระคายเคือง เปนตน หมายเหตุ การใชยานี้ตองระวังการติดเชื้อราที่กระจกตา การเกิด steroid glaucoma และการใชยาติดตอกันเปนเวลานาน อาจทําใหเกิด steroid cataract3. Prednisolone acetate eye susp ค เงื่อนไข 1. ใชรักษามานตาอักเสบและ/หรือหลังผาตัดตา 2. ใชรักษากระจกตาอักเสบหลังจากการติดเชื้อไวรัสที่ชั้น stroma หรือชั้นเยื่อบุโพรงตา (endothelium) หมายเหตุ การใชยานี้ตองระวังการติดเชื้อราที่กระจกตา การเกิด steroid glaucoma และการใชยาติดตอกันเปนเวลานาน อาจทําใหเกิด steroid cataract4. Sodium cromoglicate (Cromolyn sodium) eye drop ค 72
    • 11.3 Mydriatics and cycloplegics1. Atropine sulfate eye drop ค2. Cyclopentolate hydrochloride eye drop ค3. Phenylephrine hydrochloride eye drop ค4. Tropicamide eye drop ค11.4 Drugs for treatment of glaucoma1. Glycerol oral sol (hosp) ก2. Acetazolamide tab ก3. Pilocarpine eye drop (as hydrochloride or ก nitrate)4. Timolol maleate eye drop ก5. Betaxolol hydrochloride eye susp, eye sol ค6. Brimonidine tartrate eye drop ค เงื่อนไข 1. ใชสําหรับรักษาตอหินกรณีที่ใช beta-blocker ไมไดผล 2. ใชเสริมเพื่อใหไดระดับความดันในลูกตาที่ปลอดภัย7. Brinzolamide eye susp ค8. Bimatoprost eye drop ง เงื่อนไข ใชเฉพาะกรณีที่ใชยารักษาตอหินชนิดอื่นแลวความดันในลูกตายังไมลดลงอยูในขั้นที่ปลอดภัย11.5 Local anesthetics1. Tetracaine hydrochloride eye drop ก เงื่อนไข หามใหผูปวยนํากลับบาน11.6 Tear deficiency, ocular lubricants and astringents1. Hypromellose (with preservative) eye drop ก2. Carbomer (with preservative, with/ eye gel ข without sorbitol) 73
    • 3. White petrolatum + Mineral oil + Liquid eye oint ค lanolin anhydrous (preservative free) เงื่อนไข ใชกับผูปวยตาแหงปานกลางถึงตาแหงมาก ที่ใชน้ําตาเทียมที่มี preservative ไมได4. Hypromellose + Dextran 70 eye drop ง (preservative free) เงื่อนไข ใชเฉพาะกับผูปวยตาแหงมาก ที่ใชน้ําตาเทียมที่มี preservative ไมได5. Acetylcysteine (N-acetylcysteine) eye drop ง เงื่อนไข ใชสําหรับละลาย mucus ของน้ําตาในผูปวยโรคกระจกตาที่มี mucus ผิดปกติ6. Dried protein-free dialysate of calf blood eye gel ง เงื่อนไข ใชเพิ่มการสมานของแผลที่กระจกตา11.7 Ocular diagnostic and peri-operative preparations and photodynamictreatment1. Balance salt sol for ocular irrigation , sol for ค intraocular irrigation2. Carbachol sterile sol for intraocular use ค เงื่อนไข ใชหดมานตาระหวางการผาตัด3. Diclofenac sodium with preservative eye drop ค4. Fluorescein sodium sterile sol for inj ค5. Sodium chondroitin sulfate + Sodium hyaluronate sterile sol for intraocular use ค6. Sodium hyaluronate sterile sol for intraocular use ค7. Verteporfin sterile pwdr for intravenous จ(2) infusion เงื่อนไข ใชสําหรับโรคจุดภาพชัดจอประสาทตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตาซึ่งสวนใหญ เปนแบบคลาสสิก (predominantly classic subfoveal choroidal neovascularization (CNV) due to age- related macular degeneration (wet form)) โดยมีแนวทางกํากับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 74
    • กลุมยา 12 Ear, nose, oropharynx and oral cavity12.1 Drugs acting on the ear12.1.1 Otitis externa and otitis media1. Chloramphenicol ear drop ก2. Dexamethasone + Framycetin sulfate + ear drop/ear oint (เฉพาะ ค Gramicidin 0.5 mg+5 mg+ 0.05 mg in 1 ml or 1 g)3. Hydrocortisone + Neomycin sulfate + ear drop (เฉพาะ 10 mg + 3400 U+ ค Polymyxin B sulfate 10000 U in 1 ml)12.1.2 Drugs used in otomycosis1. Acetic acid ear drop (hosp) (เฉพาะ 2% in ก aqueous และ 2% in 70% Isopropyl alcohol) คําเตือนและขอควรระวัง หามใชในผูปวยที่แกวหูทะลุ2. Boric acid ear drop (hosp) (เฉพาะ 3% in ก Isopropyl alcohol) คําเตือนและขอควรระวัง หามใชในผูปวยที่แกวหูทะลุ3. Gentian violet sol (hosp) ก คําเตือนและขอควรระวัง หามใชในผูปวยที่แกวหูทะลุ4. Clotrimazole eye drop ข 75
    • 12.1.3 Other drugs acting on the ear1. Ofloxacin ear drop ค เงื่อนไข ใชสําหรับหูน้ําหนวกเรื้อรังที่แกวหูทะลุ ที่ใช Chloramphenicol ไมไดผล หมายเหตุ ควรมี guideline ที่ชัดเจนกํากับการใชยานี้ เพราะการใชยาอาจสงผลใหเกิดปญหาเชื้อดื้อยากลุม quinolones2. Sodium bicarbonate ear drop (hosp) ก12.2 Drugs acting on the nose12.2.1 Drugs used in nasal allergy1. Beclometasone dipropionate nasal spray ข เงื่อนไข ใชกับผูปวยอายุ 6 ปขึ้นไป2. Budesonide nasal spray ข เงื่อนไข ใชกับผูปวยอายุ 6 ปขึ้นไป3. Fluticasone propionate nasal spray ง เงื่อนไข ใชกับผูปวยอายุ 4 ขวบขึ้นไป4. Triamcinolone acetonide nasal spray ง เงื่อนไข ใชกับผูปวยอายุ 2 ขวบขึ้นไป12.2.2 Topical nasal decongestants1. Ephedrine hydrochloride nasal drop (hosp) (เฉพาะ 0.5- ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 3 %)2. Sodium chloride sterile sol (for irrigation) ก (เฉพาะ 0.9 %) 76
    • 3. Oxymetazoline hydrochloride nasal drop, nasal spray ข12.3 Drugs acting on the oropharynx and oral cavity12.3.1 Drugs used in treatment of oral ulcer1. Borax (in glycerin) sol, sol (hosp) ก2. Chlorhexidine gluconate mouthwash sol / mouthwash ก sol (hosp) (เฉพาะ 0.1-0.2% w/v)3. Fluocinolone acetonide oral cream (hosp), oral gel ก (hosp), sol (hosp)4. Talbot’s solution sol (hosp) ก5. Iodine Paint, compound sol (hosp) ก6. Iodofrom (in ether) sol (hosp) ข12.3.2 Oropharyngeal antifungal drugs1. Clotrimazole lozenge ก2. Miconazole nitrate oral gel ก3. Nystatin oral susp ก12.3.3 Antiseptics for root canal treatment1. Camphorated parachlorophenol sol (hosp) ก2. Camphorated phenol sol (hosp) ก3. Chlorhexidine gluconate sol (hosp) (เฉพาะ 2%) ก4. Clove oil oil ก5. EDTA sol (hosp) (เฉพาะ 14% หรือ ก 17% )6. Formocresol (Cresolated formaldehyde, sol (hosp) ก Formaldehyde and Cresol solution)7. Sodium hypochlorite sol (hosp) ก 77
    • 12.3.4 Drugs used in prevention and treatment of dental plaque and caries1. Chlorhexidine gluconate mouthwash sol / mouthwash ก sol (hosp) (เฉพาะ 0.1-0.2%w/v)2. Sodium fluoride tab, oral sol ก หมายเหตุ ระวังการใชในพื้นที่ที่มีฟลูออไรดสูง เพราะอาจทําใหเกิด fluorosis12.3.5 Other dental preparations1. Epinephrine (Adrenaline) sterile sol ก2. Artificial saliva (Saliva substitutes) sol (hosp) ก3. Hydrogen peroxide mouthwash sol (1.5% w/v ) ก4. Sodium chloride sterile sol ก5. Special mouthwash mouthwash sol (hosp) ก ที่มีตัวยาสําคัญคือ chloroxylenol6. Tincture of iodine (Iodine in alcohol) sol, sol (hosp) ก7. Zinc oxide pwdr (hosp) ก หมายเหตุ ใชอุดคลองรากฟนที่ใชบดเคี้ยวหรือใชสําหรับอุดฟนชั่วคราวที่ตองการให remove ออกไดงาย8. Zinc oxide with zinc acetate pwdr (hosp) ก หมายเหตุ ใชสําหรับอุดคลองรากฟนและอุดชั่วคราวที่ตองการความแข็งแรงมาก9. Carnoys solution sol (hosp) ค10. White head varnish varnish (hosp) ค 78
    • กลุมยา 13 Skin13.1 Anti-infective skin preparations13.1.1 Antibacterial preparations1. Sulfadiazine silver (Silver sulfadiazine) cream ก2. Fusidic acid cream ข3. Sodium fusidate oint ข4. Mupirocin oint ข เงื่อนไข จํากัดการใชเฉพาะ Methicillin - resistant S.aureus (MRSA)13.1.2 Antifungal preparations1. Benzoic acid + Salicylic acid oint, oint (hosp) ก (Whitfield’s ointment)2. Sodium thiosulfate sol, sol (hosp) ก3. Clotrimazole cream ก4. Ketoconazole cream ก13.1.3 Parasiticidal preparations1. Benzyl benzoate emulsion/lotion (เฉพาะ 25%) ก2. Sulfur (Sulphur) oint ก3. Permethrin cream (เฉพาะ 5%) ก ยากําพรา เงื่อนไข ใชในหิด และโลน หมายเหตุ เปนยากําพราอยูระหวางการแกไขปญหาการขาดแคลนยา13.2 Emollient and barrier preparations1. Aluminium acetate sol (hosp) ก (Aluminium subacetate)2. Mineral oil oil (hosp) ก 79
    • 3. Olive oil oil ก4. Urea cream (hosp), oint (hosp) ก5. White petrolatum oint (hosp) ก6. Zinc oxide oint (hosp), paste (hosp) ก7. Zinc sulfate lotion (hosp) ก13.3 Topical antipruritics1. Calamine lotion, lotion (hosp) ก หมายเหตุ หากในสูตรตํารับยามี phenol เปนสวนประกอบ ตองมีความเขมขนของ phenol ไมเกิน 0.5 - 1%2. Menthol + Phenol + Camphor ทุก topical dosage form (hosp) ก13.4 Topical corticosteroids1. Hydrocortisone acetate cream ก2. Prednisolone cream ก3. Betamethasone dipropionate cream, oint ก4. Betamethasone valerate cream ก5. Triamcinolone acetonide cream, lotion ก6. Clobetasol propionate cream ก7. Betamethasone valerate lotion, sol ข8. Desoximetasone (Desoxymethasone) cream ข9. Betamethasone dipropionate + oint (เฉพาะ 0.05%+3%) ค Salicylic acid เงื่อนไข ใชสําหรับโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis)10. Clobetasol propionate oint ค เงื่อนไข ใชสําหรับโรคผิวหนังเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาอื่น เชน โรคสะเก็ดเงินที่เล็บซึ่งเปนบริเวณที่หนาและ ตองใชยาที่เพิ่มการดูดซึมเพื่อใหเกิดประสิทธิผลในการรักษา 80
    • 11. Clobetasol propionate lotion ง เงื่อนไข ใชสําหรับโรคผิวหนังเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาอื่น12. Mometasone furoate cream ง เงื่อนไข ใชกรณีตองใชยาเปนเวลานาน13.5 Other preparations for psoriasis (excluding topical corticosteroids)1. Coal tar ทุก topical dosage form (hosp) ก2. Salicylic acid lotion (hosp) ก3. Dithranol (Anthralin) paste (hosp) ก4. Methotrexate tab (as base or sodium) ข เงื่อนไข ใชสําหรับ severe resistant psoriasis5. Methoxsalen tab, topical sol (paint) ค6. Calcipotriol oint ง เงื่อนไข ใชในกรณีที่ไมตอบสนองหรือเกิดผลขางเคียงตอ coal tar หรือ topical steroid7. Acitretin cap ง เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ erythrodermic psoriasis 2. ใชสําหรับ severe plaque type psoriasis ที่ไมตอบสนองตอยาอื่นหรือมีขอหามในการใช methotrexate 3. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานตจวิทยา สําหรับรักษาโรคผิวหนังเรื้อรังอื่น ๆ ที่ไมตอบสนองตอการรักษาทั่วไป8. Ciclosporin (Cyclosporin) cap, oral sol ง เงื่อนไข เชนเดียวกับ acitretin 81
    • 13.6 Preparations for warts and calluses1. Podophyllin (Podophyllum resin) paint, paint (hosp) ก2. Salicylic acid oint (hosp), paste (hosp) ก3. Silver nitrate sol (hosp), crystal (hosp), stick ก (hosp)4. Trichloroacetic acid sol (hosp) ก5. Salicylic acid + Lactic acid colloidal sol ข 82
    • กลุมยา 14 Immunological products and vaccines1. Anti-D immunoglobulin, human inj ก ยากําพรา2. BCG vaccine (Bacillus Calmette-Guérin) inj ก3. Diphtheria antitoxin (DAT) inj ก ยากําพรา4. Diphtheria-Tetanus vaccine ทั้งชนิด DT (children inj ก type) และ dT (adult type)5. Diphtheria-Tetanus-Pertussis vaccine inj ก (whole cell) (DTPw)6. Diphtheria-Tetanus-Pertussis-Hepatitis B vaccine inj ก (DTP-HB)7. Hepatitis B vaccine (HB) inj ก8. Influenza vaccine ชนิดวัคซีนรวม 3 สายพันธุ ก (trivalent) ตามที่องคการอานามัยโลกกําหนดในแตละป เงื่อนไข 1. ผูสูงอายุที่มีอายุมากกวา 65 ป ทุกราย 2. ผูปวยที่มีโรคเรื้อรังรวมดวย 7 โรค ไดแก โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไตวาย โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และผูปวยมะเร็งที่ไดรับการรักษาดวยวิธีเคมีบําบัด 3. สําหรับบุคลากรดานสาธารณสุขที่มีความเสี่ยง9. Influenza vaccine ชนิด pandemic influenza ก สายพันธุตามที่องคการอนามัยโลกกําหนดในแตละป10. Measles-Mumps-Rubella vaccine (MMR) inj ก11. Measles vaccine inj ก12. Poliomyelitis vaccine, live attenuated (OPV) oral sol, oral susp ก13. Rabies immunoglobulin, horse (ERIG) inj ก14. Rabies vaccines inj ก ยกเวนชนิด human diploid cell vaccine (HDCV) เงื่อนไข 1. ใชสําหรับ post-exposure protection 2. ใชสําหรับ pre-exposure protection ในประชากรกลุมที่มีความเสี่ยงสูง15. Rubella vaccine inj ก16. Tetanus antitoxin, horse inj ก 83
    • 17. Tetanus vaccine (Tetanus toxoid) inj ก18. Japanese encephalitis vaccine, inactivated inj ก (inactivated JE vaccine)19. Japanese encephalitis vaccine, live attenuated inj ข (Live Attenuated JE vaccine) เงื่อนไข ใชในกรณีที่ inactivated Japanese encephalitis vaccine ขาดแคลน และเปนไปตามขอกําหนดของ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา และคณะกรรมการวัคซีนแหงชาติ20. Rabies immunoglobulin, human (HRIG) inj ข เงื่อนไข ใชสําหรับผูที่แพ rabies immunoglobulin, horse (ERIG)21. Tetanus antitoxin, human inj ข (Anti-tetanus immunoglobulin, human) เงื่อนไข ใชสําหรับผูที่แพ tetanus antitoxin, horse22. Hepatitis B immunoglobulin, human (HBlG) inj ค เงื่อนไข ใชรวมกับการฉีด Hepatitis B vaccine เฉพาะในกรณีดังตอไปนี้ 1. ทารกแรกเกิดที่มารดามี HBsAg เปนบวก 2. เมื่อผิวหนังหรือเยื่อเมือกสัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มี HBsAg เปนบวก เชนบุคลากรทางการแพทย ที่เกิดอุบัติเหตุสัมผัสโรคจากการทํางานตามแนวปฏิบัติของสถานพยาบาลนั้น ๆ หรือผูที่ถูกขมขืน 3. ปองกันผูปวยจากการกลับเปนโรคตับอักเสบบีซ้ําหลังจากไดรับการเปลี่ยนตับแลว หมายเหตุ ในทารกแรกเกิดซึ่งมารดามีอายุครรภปกติ การใหวัคซีนภายใน 24 ชั่วโมง สามารถปองกันการติดเชื้อไดมาก อยูแลว การให HBlG ไมทําใหการปองกันสูงขึ้น 84
    • กลุมยา 15 Anesthesia15.1 General anesthesia15.1.1 Intravenous anesthetics1. Propofol sterile emulsion ค2. Thiopental sodium (Thiopentone sodium) sterile pwdr ค3. Ketamine hydrochloride sterile sol ง วัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 เงื่อนไข ใชกับเด็กและผูใหญที่หาเสนเลือดสําหรับใหน้ําเกลือไมได และใชในกรณีผูปวยมีความดันเลือดต่ํา15.1.2 Inhalational anesthetics1. Halothane volatile liquid ค2. Isoflurane volatile liquid ค3. Sevoflurane volatile liquid ค15.1.3 Muscle relaxants (Neuromuscular blocking drugs)1. Atracurium besilate sterile sol ค2. Cisatracurium besilate sterile sol ค3. Pancuronium bromide sterile sol ค4. Rocuronium bromide sterile sol ค5. Suxamethonium chloride sterile pwdr, sterile sol ค (Succinylcholine chloride)6. Vecuronium bromide sterile pwdr ค15.1.4 Sedative and analgesic peri-operative drugs1. Diazepam cap, tab, sterile sol ก วัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 42. Fentanyl citrate sterile sol ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 23. Morphine sulfate sterile sol ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 2 85
    • 4. Pethidine hydrochloride sterile sol ค ยาเสพติดใหโทษประเภท 25. Midazolam hydrochloride sterile sol ง วัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 เงื่อนไข ใชเสริมยาระงับความรูสึกทั่วตัว และใชรักษาผูปวยที่มีอาการกระวนกระวายหรือชัก หลังใหยาระงับความรูสึก6. Midazolam maleate tab ง วัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 เงื่อนไข ใชเตรียมผูปวยกอนใหยาระงับความรูสึก (premedication) เทานั้น โดยเบิกไดวันละไมเกิน 2 เม็ด ตอผูปวย หนึ่งราย15.1.5 Anticholinesterases and antimuscarinic drugs used in anesthesia1. Atropine sulfate sterile sol ก เงื่อนไข ใชแกฤทธิ์ยาหยอนกลามเนื้อ2. Neostigmine methylsulfate sterile sol ก เงื่อนไข ใชแกฤทธิ์ยาหยอนกลามเนื้อ15.2 Local anesthesia1. Benzocaine gel, oint ก2. Lidocaine + Prilocaine cream ก3. Lidocaine hydrochloride gel, oint, spray, sterile sol ก (dental cartridge), sterile sol (local infiltration), viscous sol4. Lidocaine hydrochloride + Epinephrine sterile sol (local infiltration), ก sterile sol (dental cartridge)5. Mepivaciane hydrochloride sterile sol (dental cartridge) ก6. Mepivaciane hydrochloride + Epinephrine sterile sol (dental cartridge) ก7. Bupivacaine hydrochloride sterile sol (local infiltration) ข8. Bupivacaine hydrochloride sterile sol (spinal, epidural) ค 86
    • กลุมยา 16 Antidotes ยาในกลุมนี้หลายชนิดไมปรากฏเปนยาในบัญชีนี้ เนื่องจากเปนยากําพรา (orphan drugs) ที่มีปญหาการจัดหาและไมมีทะเบียนตํารับยา แตควรสงเสริมใหมีการจัดหามาใชและควรอนุมัติใหเบิกคายาได หมายเลขโทรศัพทของศูนยพิษวิทยา เชน ศูนยพิษวิทยา ร.พ.รามาธิบดี โทร.0 2201 1083 ศูนยพิษวิทยาร.พ.ศิริราช โทร.0 2419 7007 1. Acetylcysteine (N-acetylcysteine) sterile sol ก เงื่อนไข ใชแกพิษที่เกิดจากการไดรับ paracetamol เกินขนาด 2. Antivenom sera inj ก - งูเหา - งูจงอาง - งูสามเหลี่ยม - งูเขียวหางไหม - งูแมวเซา - งูกะปะ - งูทับสมิงคลา 3. Polyvalent antivenom for hematotoxin inj ก เงื่อนไข ใชแกพิษตอระบบเลือดในรายที่ถูกงูไมทราบชนิดกัด 4. Polyvalent antivenom for neurotoxin inj ก เงื่อนไข ใชแกพิษตอระบบประสาทในรายที่ถูกงูไมทราบชนิดกัด 5. Atropine sulfate sterile sol ก เงื่อนไข ใชตานพิษ cholinesterase inhibitors (เชน organophosphates, carbamates) และภาวะ cholinergic crisis 6. Benzatropine mesilate sterile sol ก (Benztropine mesylate) เงื่อนไข ใชบําบัดภาวะ dystonia เนื่องจากยา 87
    • 7. Calcium gluconate sterile sol ก เงื่อนไข ใชบําบัดพิษที่เกิดจาก hydrofluoric acid และ calcium channel blockers หมายเหตุ ใหฉีดเขาเสนเลือดอยางชาๆ การฉีดเร็วอาจทําใหผูปวยเสียชีวิตได8. Charcoal, activated pwdr ก เงื่อนไข ใชดูดซับสารพิษทั่วไป9. Diazepam sterile sol ก วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 เงื่อนไข ใชบําบัดอาการชักที่เกิดจากยา หรือสารพิษ10. Diphenhydramine hydrochloride cap, sterile sol ก เงื่อนไข ใชบําบัดภาวะ dystonia เนื่องจากยาในเด็กและในผูใหญ11. Ethanol sterile sol, sterile sol (hosp) ก ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจาก methanol และ ethylene glycol12. Macrogols (Polyethylene glycol, PEG) oral pwdr , oral pwdr (hosp) ก with electrolytes เงื่อนไข ใชทําหัตถการลางกระเพาะและลําไส (whole bowel irrigation) กรณีไดรับสารพิษ หรือลางผิวหนัง กรณีสัมผัส phenol13. Naloxone hydrochloride sterile sol ก เงื่อนไข 1. ใชบําบัดอาการพิษจากสารกลุม opioids และ clonidine 2. ใชบําบัดภาวะกดการหายใจที่ไมทราบสาเหตุ14. Pralidoxime chloride (2-PAM) sterile pwdr ก เงื่อนไข ใชบําบัดพิษที่เกิดจาก organophosphates 88
    • 15. Sodium bicarbonate sterile sol (เฉพาะ 44.6 mEq) ก เงื่อนไข 1. ใชบําบัดภาวะ hyperkalemia และพิษที่เกิดจากสาร tricyclic antidepressants, antiarrythmics type I 2. ใชปรับปสสาวะใหเปนดาง เพื่อเรงการกําจัดสารพิษ เชน salicylates, metformin, phenformin เปนตน16. Vitamin K1 (Phytomenadione) sterile sol ก เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจากยา anticoagulants (coumarin derivatives)17. Cyclophosphamide sterile pwdr ค เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจากสาร paraquat ภายใตการกํากับดูแลของศูนยพิษวิทยา18. Deferoxamine mesilate sterile pwdr ค (Desferrioxamine mesilate) เงื่อนไข ใชกําจัดพิษจากภาวะธาตุเหล็กสูงผิดปกติเฉียบพลัน และเรื้อรัง19. Dimercaprol sterile oil solution for IM use ค (British Anti-Lewisite, BAL) ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัดพิษเฉียบพลันจากปรอท ทอง และสารหนู และใชรวมกับ sodium calcium edetate ในกรณีบําบัด พิษเฉียบพลันจากตะกั่ว คําเตือนและขอควรระวัง หามใชในผูปวยที่มีประวัติแพถั่วลิสงเนื่องจากยานี้มีสวนผสมของน้ํามันถั่วลิสง20. Penicillamine (D-Penicillamine) cap ค เงื่อนไข ใชบําบัดอาการพิษจากสารทองแดง ตะกั่ว ปรอท และสารหนู คําเตือนและขอควรระวัง ระวังการใชกับหญิงตั้งครรภเพราะเปนสาร teratogen21. Protamine sulfate sterile sol ค เงื่อนไข ใชในกรณีที่มีเลือดออกมากผิดปกติจากการไดรับ heparin เกินขนาด 89
    • 22. Sodium calcium edetate sterile sol ค (Edetate calcium disodium, Calcium EDTA) ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจากตะกั่ว สังกะสี และแมงกานีส23. Sodium nitrite sterile sol , sterile sol (hosp) ค ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจากไซยาไนด และไฮโดรเจนซัลไฟด คําเตือนและขอควรระวัง การใชยาปริมาณมากเกินไปอาจทําใหเกิดภาวะ cardiovascular collapse, methaemoglobinaemia และ อาจถึงตายได24. Sodium thiosulfate sterile sol , sterile sol (hosp) ค ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจากไซยาไนด25. Vitamin B6 (Pyridoxine hydrochloride) sterile sol (เฉพาะ 50 mg) ค เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจากยา Isoniazid และเห็ดสมองวัว (Gyromitra spp.)26. Botulinum antitoxin inj ง ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัดพิษ Botulism27. Calcium folinate (Leucovorin calcium) cap, tab, sterile pwdr, sterile sol ง เงื่อนไข 1. ใชบําบัดพิษจากสาร folic acid antagonists, methotrexate, trimethoprim และ pyrimethamine 2. ใชปองกันพิษจาก methotrexate เฉพาะกรณีใชยานี้ในขนาดสูง 3. ใหรวมกับ fluorouracil (5-FU) ในการบําบัดมะเร็งลําไส 4. ใชบําบัดพิษจาก methanol 90
    • 28. Flumazenil sterile sol ง เงื่อนไข ใชบําบัดอาการสงบประสาทที่เกิดจากการใชยาในกลุม benzodiazepines เกินขนาด29. Mesna sterile sol ง เงื่อนไข ใชเฉพาะกับผูปวยที่ไดรับยา ifosfamide หรือ cyclophosphamide ขนาดสูง (มากกวา 1.5 g/m2) เพื่อ ปองกันภาวะเลือดออกในทางเดินปสสาวะ30. Methylene blue sterile sol , sterile sol (hosp) ง (Methylthioninium chloride) ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัด methemoglobinaemia คําเตือนและขอควรระวัง ควรใชอยางระมัดระวังในผูปวยภาวะการทํางานของไตบกพรองขั้นรุนแรง และในผูปวยขาดเอนไชม G6PD31. Norepinephrine (Noradrenaline) sterile sol (as bitartrate or ง hydrochloride) เงื่อนไข ใชบําบัดภาวะความดันเลือดตกเนื่องจากยา เชน ยากลุม beta-blockers, calcium channel blockers และ theophylline เปนตน32. Phenobarbital sodium sterile pwdr ง (Phenobarbitone sodium) เงื่อนไข ใชบําบัดอาการชักที่เกิดจากยา33. Succimer cap ง ยากําพรา เงื่อนไข ใชบําบัดพิษจากตะกั่ว 91
    • กลุมยา 17 Contrast media and Radiopharmaceuticals17.1 X - ray contrast media, iodinated17.1.1 Drugs used in urography and computed tomography1. Iopromide sterile sol (เฉพาะ 300 และ 370 ง mg/ml as iodine), (50 ml,100 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ urography และ computed tomography (CT) หมายเหตุ ขนาด 300 mg/ml ใชกับเครื่องเอกซเรยคอมพิวเตอรชนิด multi-slice CT สวน 370 mg/ml ใชกับ ชนิด single-slice CT2. Meglumine ioxitalamate + Sodium ioxitalamate sterile sol (เฉพาะ 350 mg/ml as ง iodine), (50 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ urography ในกรณีผูปวยไมมีความเสี่ยง17.1.2 Drugs used in angiography1. Iohexol sterile sol (เฉพาะ 300 mg/ml as ง iodine), (100 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ interventional neuroradiology2. Iopromide sterile sol (เฉพาะ 300 mg/ml as ง iodine), (100 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ diagnostic angiography และ body interventional radiology 92
    • 17.1.3 Drugs used in myelography1. Iopamidol sterile sol (เฉพาะ 300 mg/ml as ง iodine), (10 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ myelography17.1.4 Drugs used in cardiovascular catheterization1. Iobitridol sterile sol (เฉพาะ 300 และ 350 ง mg/ml as iodine), (50 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ cardiovascular catheterization เฉพาะผูปวยเด็ก ผูปวยที่มีภาวะความเสี่ยงทางไต2. Iopromide sterile sol (เฉพาะ 300 และ 370 ง mg/ml as iodine), (50 ml, 100 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ cardiovascular catheterization เฉพาะผูสูงอายุ ผูปวยเด็ก ผูปวยโรคหลอดเลือดแดงสวนปลาย และผูปวยโรคหัวใจลมเหลว3. Meglumine ioxitalamate + Sodium ioxitalamate sterile sol (เฉพาะ 350 mg/ml as ง iodine), (50 ml, 100 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ cardiovascular catheterization ในกรณีผูปวยไมมีความเสี่ยง17.1.5 Drugs used in Intracavitary, Hysterosalpingography (HSG), Urethrography, Voiding cysto-urethrography1. Meglumine ioxitalamate + Sodium ioxitalamate sterile sol (เฉพาะ 350 mg/ml as ง iodine), (50 ml, 100 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ intracavitary, hysterosalpingography (HSG), urethrography, voiding cysto- urethrography 93
    • 17.2 X - ray contrast media, non – iodinated1. Barium sulfate pwdr for oral susp ก หมายเหตุ ตองเปน Barium sulfate ที่บริสุทธิ์และใชในทางการแพทยสําหรับการตรวจวินิจฉัยโรคเทานั้น17.3 Magnetic resonance imaging contrast media (MRI diagnostic agents)1. Meglumine gadopentetate sterile sol (เฉพาะ 469 mg/ml of ง gadopentetic acid ), (10 ml, 15 ml) เงื่อนไข ใชสําหรับ MRI17.4 Radiopharmaceuticals1. Tc-99m dextran sterile sol for inj (hosp) ง เงื่อนไข ใชสําหรับตรวจวินิจฉัยโรคการอุดกั้นของระบบทางเดินน้ําเหลือง (lymphatic obstruction)2. Tc-99m diethylene triamine penta sterile sol for inj (hosp), ง acetic acid (DTPA) aerosol for inhalation (hosp) เงื่อนไข 1. ใชเพื่อการคํานวณหาคา glomerular filtration rate (GFR) ในโรคไต 2. ใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินหายใจ (ventilation lung scan) 3. ใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยการอุดกั้นของทางเดินปสสาวะ3. Tc-99m dimercaptosuccinic acid (DMSA) sterile sol for inj (hosp) ง เงื่อนไข ใชสําหรับตรวจวินิจฉัยโรคการอักเสบของเนื้อไต4. Tc-99m dimercaptosuccinic acid V (DMSA [V]) sterile sol for inj (hosp) ง เงื่อนไข ใชสําหรับตรวจวินิจฉัยโรค medullary thyroid cancer 94
    • 5. Tc-99m iminodiacetic acid (IDA) sterile sol for inj (hosp) ง เงื่อนไข ใชสําหรับตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินน้ําดี 6. Tc-99m methylene diphosphonate (MDP) sterile sol for inj (hosp) ง เงื่อนไข ใชสําหรับตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกและขอ หรือการแพรกระจายของมะเร็งไปยังกระดูก 7. Tc-99m phytate sterile sol for inj (hosp), aerosol ง for inhalation (hosp) เงื่อนไข ใชสําหรับตรวจวินิจฉัยโรคตับ มาม และปอด 8. Tc-99m sulfur colloid sterile sol for inj (hosp) ง เงื่อนไข ใชสําหรับตรวจวินิจฉัยโรค reticuloendothelial systemหมายเหตุ อักษรยอcap = capsule mmol = millimoleCOPD = chronic obstructive mOsm = milliosmole pulmonary disease oint = ointmentDPI = dry powder inhaler pwdr = powderEC = enteric coated sol = solutiong = gram SR = ยาออกฤทธิ์นานGnRH = gonadotrophin-releasing supp = suppository hormone susp = suspensionhosp = hospital formulary syr = syrup (เภสัชตํารับโรงพยาบาล) tab = tabletinj = injection U = unitIM = intramuscular USP = United StatesIU = International unit Pharmacopeiamcg = microgramMDI = metered dose inhalermEq = milliequivalentmixt = mixturemg = milligramml = milliliter 95
    • ภาคผนวก 2 รายการยาเภสัชตํารับโรงพยาบาล (ที่เปนยาแผนปจจุบัน)1. สูตรตํารับยาของเภสัชตํารับโรงพยาบาล CREAMSBetamethasone Dipropionate Cream (0.05%w/w of betamethasone) Betamethasone Dipropionate 0.0643 g (equivalent to Betamethasone 0.05 g) Non-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsBetamethasone Valerate Cream (0.1%w/w of betamethasone) Betamethasone Valerate (equivalent to Betamethasone 0.1g) 0.1214 g Non-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsHydrocortisone Acetate Cream (1%w/w of Hydrocortisone acetate) Hydrocortisone Acetate 1.00 g Non-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsMethyl Salicylate Cream Compound Methyl Salicylate 15.00 ml Menthol 6.00 g Eugenol 2.00 ml Cajuput Oil 1.20 ml Turpentine Oil 1.50 ml Cetyl Alcohol 1.75 g Stearyl Alcohol 1.75 g Glyceryl Stearate and PEG-100 Stearate mixture (Aracel® 165) 2.00 g White Beeswax (White Wax) 2.00 g Liquid Paraffin 2.00 ml Carbomer 940 0.80 g Propylene Glycol 5.00 ml Sodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) 1.00 g Triethanolamine q.s. Preservatives q.s. Purified Water q.s. 100.00 gGroup : 10.3 Drugs for the relief of soft-tissue inflammation 96
    • Prednisolone Cream Prednisolone 0.50 g Non-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsSulfadiazine Silver (Silver Sulfadiazine) Cream Sulfadiazine Silver 1.00 g Carbomer 940 0.30 g Triethanolamine 0.30 ml Propylene Glycol 2.50 ml Cetyl Alcohol 7.00 g Liquid Paraffin 23.50 ml Polysorbate 80 6.50 ml Wool Fat 1.00 g Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 gGroup : 13.1.1 Antibacterial PreparationsTriamcinolone Acetonide Cream Triamcinolone Acetonide 0.02 หรือ 0.10 g Non-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsUrea Cream Urea 5.00-40.00 g Non-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier Preparations EAR DROPSSodium Bicarbonate Ear Drop Sodium Bicarbonate 5.00 g Glycerol (Glycerin) 30.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.1 Drugs Acting on the EarNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยา 97
    • ELIXIRSPotassium Chloride Elixir Potassium Chloride 10.00 g Ethyl Alcohol 95% 3.20 ml Aspartame 0.03 g Cream Soda 0.03 ml Edicol Apple Green 1% 0.3 ml Simple Syrup 50.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : 15 ml ประกอบดวย Potassium 20 mEq LOTIONSBenzyl Benzoate Lotion Benzyl Benzoate 25.00 g Emulsifying Wax B.P. 2.00 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.1.3 Parasiticidal PreparationsCalamine Lotion Calamine, in fine powder 15.00 g Zinc Oxide, in fine powder 5.00 g Bentonite 3.00 g Sodium Citrate 0.50 g Glycerol (Glycerin) 5.00 ml Flavouring Agent q.s. Purified Water q.s. 100.00 ml ในตํารับอาจเพิ่ม Liquified Phenol 0.50 g Camphor 0.10 g Menthol 0.10 gGroup : 13.3 Topical AntipruriticsSalicylic Acid Lotion Salicylic Acid 3.00 g Ethyl Alcohol 95% 25.00 ml Purified Water 25.00 ml 98
    • Propylene Glycol q.s. 100.00 mlGroup : Other Preparations for Psoriasis (excluding Topical Corticosteroids)Note : อาจเติม Lactic acid, Urea อยางละ 1 % และยานี้จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยาTriamcinolone Acetonide Lotion Triamcinolone Acetonide 0.10 g Lactic Acid 10.00 ml Acetone 1.00 ml Ethyl Alcohol 95% 5.00 ml Propylene Glycol 50.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsZinc Sulfate LotionSynonyms : White Lotion Zinc Sulfate 4.00 g Sulfurated Potash 4.00 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.2 Emollient and Barrier PreparationsNote : - เขยาขวดกอนใช - ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยา MIXTURESAmmonium Carbonate and Senega Mixture Ammonium Carbonate 0.80 g Ipecacuanha Tincture 2.00 ml Senega Tincture 6.66 ml Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 g Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.2 Expectorant and Demulcent Cough PreparationsNote : กอนจายยาใหเจือจางดวยน้ําเชือมในอัตราสวน 1 : 1 ่ 99
    • Compound Cardamom MixtureSynonyms : Compound Cardamom Mixture ; Mist Carminative Compound Cardamom Tincture 1.20 ml Capsicum Tincture (Capsic Tincture) 0.40 ml Ginger Tincture 0.80 ml Camphor 0.20 ml Ethyl Alcohol 95% 13.45 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and Other Drugs for DyspepsiaMagnesium Sulfate MixtureSynonyms : Mist. Alba ; White Mixture Magnesium Sulfate 40.00 g Light Magnesium Carbonate 5.00 g Peppermint Spirit 2.50 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.6 LaxativesNote : - ระมัดระวังการใชในผูปวยโรคไตและตับ - ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยาOpium and Glycyrrhiza Mixture CompoundSynonyms : Brown Mixture ; Mist. Tussis Glycyrrhiza Fluidextract 12.00 ml Antimony Potassium Tartrate 24.00 mg Camphorated Opium Tincture 12.00 ml Glycerol (Glycerin) 12.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.1 Cough SuppressantsSquill and Ammonia Mixture Ammonium Carbonate 2.00 g Squill Tincture 3.40 ml Camphorated Opium Tincture 13.33 ml Senega Tincture 12.00 ml Syrup 6.70 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.1 Cough Suppressants 100
    • NASAL DROPSEphedrine Hydrochloride Nasal Drop Ephedrine Hydrochloride 0.50-3.00 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.2.2 Topical Nasal DecongestantsNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยา OINTMENTSBenzoic Acid and Salicylic Acid OintmentSynonyms : Whitfield’s Ointment Benzoic Acid, fine powder 6.00 g Salicylic Acid, in fine powder 3.00 g Hydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : 13.1.2 Antifungal PreparationsCoal Tar Ointment Coal Tar 3.00-5.00 g Polysorbate 80 0.50 g Hydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : Other Preparations for Psoriasis (Excluding Topical Corticosteroids)Dithranol (Anthralin) Ointment Dithranol 0.10-1.00 g Lassar’ s Paste q.s. 100.00 g Lassar’ s Paste Zinc Oxide 24.00 g Corn Starch 24.00 g Salicylic Acid 1.00 g White Soft Paraffin 50.00 gGroup : Other Preparations for Psoriasis (Excluding Topical Corticosteroids)Methyl Salicylate Ointment CompoundSynonyms : Analgesic Balm Methyl Salicylate 25.00 ml Hard Paraffin 15.20 g White Beeswax (White Wax) 7.00 g White Vaseline 33.00 g 101
    • Menthol 10.00 g Camphor 5.00 g Peppermint Oil 0.45 g Eucalyptus Oil 2.75 g Clove Oil 0.10 g Capsicum Tincture (Capsic Tincture) 1.50 gGroup : 10.3 Drugs for the relief of soft-tissue inflammationNitrofural (Nitrofurazone) OintmentSynonyms : Nitrofurazone Soluble Dressing Nitrofurazone 0.20 g Polyethylene Glycol 400 66.60 ml Polyethylene Glycol 4000 33.30 gGroup : 5.6 AntisepticsSalicylic Acid Ointment Salicylic Acid 3.00-5.00 g Hydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : 13.6 Preparations for Warts and CallusesSulfur (Sulphur) Ointment Precipitated Sulfur 6.00-10.00 g Luquid paraffin (Mineral Oil) 10.00 ml White Ointment q.s. 100.00 g White Ointment White Beeswax (White Wax) 5.00 g White Soft Paraffin 95.00 gGroup : 13.1.3 Parasiticidal PreparationsUrea Ointment Urea 20.00-40.00 g Hydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier Preparations 102
    • PAINTSIodine Paint, CompoundSynonyms : Mandls Paint Iodine 1.25 g Potassium lodide 2.50 g Purified Water 2.50 ml Peppermint Oil 0.40 ml Glycerol (Glycerin) q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsPodophyllin Paint (Podophyllum Resin)Synonyms : Podophyllin Paint, Compound Podophyllum Resin 10.00-25.00 g Compound Benzoin Tincture q.s. 100.00 mlGroup : 13.6 Preparations for Warts and Calluses PASTESSalicylic Acid Paste Salicylic Acid 3.40 g Glycerol (Glycerin) 5.00 g Zinc Oxide, fine powder 25.00 g Starch 25.00 g White Soft Paraffin q.s. 100.00 gGroup : 13.6 Preparations for Warts and CallusesZinc Oxide Paste Zinc Oxide , fine powder 25.00 g Starch , fine powder 25.00 g White Soft Paraffin q.s. 100.00 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier Preparations 103
    • POWDERSMacrogol Oral PowderSynonyms : Polyethylene Glycol ; PEG Lavage Polyethylene Glycol 4000 5.50 g Potassium Chloride 0.07 g Sodium Chloride 0.15 g Sodium Bicarbonate 0.17 g Sodium Sulfate 0.57 gGroup : 1.6 LaxativesNote : ผสมน้า 100 ml ํOral Rehydration SaltsSynonyms : O.R.S. Sodium Chloride 2.60 g Trisodium Citrate Dihydrate 2.90 g Potassium Chloride 1.50 g Glucose 13.50 gGroup : 1.4 Drugs Used in Acute DiarrhoeaNote : เปนสูตรเตรียมผงเกลือแรสําหรับผสมน้ํา 1 ลิตร เมื่อผสมน้ํา 1 ลิตรแลวจะมี Glucose 75 mEq, Sodium 75 mEq (mmol), Chloride 65 mEq (mmol), Potassium 20 mEq (mmol), Citrate 10 mEq (mmol), Osmolarity 245 mOsm SCRUBSPovidone-Iodine Scrub Povidone-iodine 7.50 g Sodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) (LZV) 20.00 g Cocamide DEA 3.00 ml Isopropyl Myristate 0.75 ml Propylene Glycol 1.50 ml Sodium Chloride 0.25 g Preservative q.s. Citric Acid q.s. to pH 4.5-5.0 EDTA 0.075 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 Antiseptics 104
    • SHAMPOOSTar Shampoo Coal Tar Solution 5.00 ml Shampoo Base q.s. 100.00 ml Shampoo Base Sodium Lauryl Ether Sulfate 20.00 gm Sodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) Needle 20.00 gm EDTA 0.10 gm Polysorbate 80 1.00 ml Cocamidopropyl Betaine 4.00 ml Cocamide diethanolamide (Cocamide DEA) 4.00 ml Polyethylene Glycol 400 4.00 ml Propylene Glycol 3.00 ml Glycerol (Glycerin) 3.00 ml Panthenol (D-panthenol) 0.20 ml Sodium Chloride 2.00 gm Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 gm Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 gm Citric Acid q.s. to pH 4.5-5.5 Deionized Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.5 Other Preparations for Psoriasis (Excluding Topical Corticosteroids)Note : อาจเติม Salicylic Acid 3.0% ได SOLUTIONSAluminium Acetate SolutionSynonyms : Burows Solution Aluminium Subacetate Solution 54.50 ml Glacial Acetic Acid 1.50 ml Purified Water q.s. 100.00 ml Aluminium Subacetate Solution Aluminium Sulfate 14.50 g Acetic Acid 16.00 ml Precipitated Calcium Carbonate 7.00 g Purified Water q.s. 100.00 ml ในตํารับอาจมี Boric Acid 0.90 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier PreparationsNote : กอนใชใหเจือจางดวยน้ํา 1:10 - 1:40 105
    • Cloral Hydrate Oral SolutionSynonyms : Chloral Hydrate Oral Solution; Chloral Hydrate Mixture, Pediatric Cloral Hydrate (Chloral hydrate) 10.00 g Citric Acid, Monohydrate 0.75 g Paraben Conc 1.00 ml Glycerol (Glycerin) 10.00 ml Purified Water 20.00 ml Color, Flavor q.s. Simple Syrup q.s. 100.00 mlGroup : 4.1 Hypnotics and AnxiolyticsStorage : ควรใชภายใน 3 เดือน เมื่อเก็บยาที่อุณหภูมิหองNote : ขอหามใช 1. Hypersentivity 2. Severe hepatic impairment 3. Severe renal impairment 4. gastritisCopper Sulfate Sterile Solution Copper (II) sulfate (CuSO4. 5H2O) 0.157 g Distilled Water q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 MineralsEthyl Alcohol SolutionSynonyms : Ethyl Alcohol 70% Ethyl Alcohol 95% 73.70 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 AntisepticsNote : ควรแตงสีดวย Brilliant BlueGlycerol Oral Solution Glycerol (Glycerin) 50.00 ml Peppermint Spirit, Color q.s. Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 11.4 Drugs for Treatment of GlaucomaIntraperitoneal Dialysis Solution (Isotonic Solution) (1.5% Dextrose in Dialysis) Dextrose, anhydrous 15.00 g Sodium Chloride 5.56 g Sodium Acetate 4.49 g Calcium Chloride 0.257 g Magnesium Chloride 0.05-0.10 g 106
    • Sodium Metabisulfite 0.01 g Water for Injection q.s. 1000.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesIntraperitoneal Dialysis Solution (2.5% Dextrose in Dialysis) Anhydrous Dextrose 25.00 g Sodium Chloride 5.56 g Sodium Lactate 4.49 g Calcium Chloride 0.257 g Magnesium Chloride 0.05-0.10 g Sodium Metabisulfite 0.01 g Water for Injection q.s. 1000.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesIntraperitoneal Dialysis Solution (4.25% Dextrose in Dialysis) Anhydrous Dextrose 42.50 g Sodium Chloride 5.56 g Sodium Lactate 4.49 g Calcium Chloride 0.257 g Magnesium Chloride 0.05-0.10 g Sodium Metabisulfite 0.01 g Water for Injection q.s. 1000.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesLugols SolutionSynonyms : Aqueous Iodine Oral Solution , Strong Iodine Solution Iodine 5.00 g Potassium Iodide 10.00 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 6.2.2 Antithyroid DrugsMagnesium Sulfate SolutionSynonyms : Saturated Magnesium Sulfate Solution Magnesium Sulfate 50.00 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.6 LaxativesNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยา 107
    • Neutral Phosphate Oral Solution Dibasic Sodium Phosphate (Disodium Hydrogen Phosphate) 0.539 g Potassium Dihydrogen Phosphate 1.30 g Monobasic Sodium Phosphate Dihydrate 0.297 g (Sodium Dihydrogen Phosphate Dihydrate) Glycerol (Glycerin) 5.00 ml Simple Syrup 40.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 MineralsNote : 5 ml ประกอบดวย Sodium, Potassium อยางละ 0.475 mEq และ Phosphate 0.95 mEqPotassium Acetate Sterile Solution Potassium Acetate 2.95 g Water for Injection q.s 10.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : - 5 ml ประกอบดวย Potassium 15 mEq - ควรใชอยางระมัดระวังในผูปวยโรคหัวใจ - ไมควรใชในผูปวยที่การทํางานของไตบกพรองและมีอาการปสสาวะนอย ไมมีปสสาวะ ภาวะเลือดคั่ง  ไนโตรเจน (Azotemia) Addison’s Disease ภาวะที่มีโปแตสเซียมในเลือดสูง - ไมควรใชยาในผูปวยที่ไดรบ Potassium-sparing Diuretics ั - ยาฉีดเขาหลอดเลือดดําควรใหอยางชา ๆ เพราะถาความเขมขนของโปแตสเซียมในเลือดสูง จะมีผล ตอการทํางานของหัวใจ ภาวะ Peripheral และ Pulmonary EdemaPotassium Citrate Oral Solution Potassium Citrate 6.60 g Orange Powder 0.005 g Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 7.4.3 Drugs Used in Alkalinisation of Urine และ 9.2 Fluids and ElectrolytesPovidone-Iodine Solution Povidone-Iodine 10.00 g Propylene Glycol 0.25 ml Polyethylene Glycol 400 0.50 ml Dibasic Sodium Phosphate 1.32 g (Sodium Phosphate, Disodium Phosphate) 108
    • Citric Acid 0.92 g Cetomacrogol 1000 หรือ Nonoxinol 9 0.02 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 AntisepticsNote : ยามี pH = 4-5Saturated Solution of Potassium Iodide Oral Solution (SSKI) Potassium Iodide 100.00 g Sodium Thiosulfate 0.05 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 6.2.2 Antithyroid DrugsSodium Acetate Sterile Solution Sodium Acetate 4.07 g Water for Injection q.s 10.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : - 5 ml ประกอบดวย Sodium 20 mEq - ใชอยางระมัดระวังในผูปวยโรคหัวใจลมเหลว ความดันโลหิตสูง การทํางานของไตบกพรอง  ภาวะ Peripheral และ Pulmonary EdemaSodium Citrate and Citric Acid Oral SolutionSynonyms : Shohl’s solution Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.035 g Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.025 g Ethyl Alcohol 95% 1.50 ml Sucrose 5.00 g Sodium Citrate dihydrate 10.00 g Citric Acid anhydrous 6.00 g Lemon Oil q.s. Color q.s. Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 7.4.3 Drugs Used in Alkalinisation of UrineNote : 5 ml ประกอบดวย Sodium 5 mEq ซึ่งให bicarbonate ประมาณ 5 mEqSodium Citrate and Potassium Citrate Oral Solution Sodium Citrate 24.80 g Potassium Citrate 27.20 g Propylene Glycol 10.00 ml 109
    • Simple Syrup 20.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 7.4.3 Drugs Used in Alkalinisation of UrineNote : 5 ml ประกอบดวย Sodium, Potassium อยางละ 12.65 mEqSodium Thiosulfate Solution Sodium Thiosulfate 20.00 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.1.2 Antifungal PreparationsNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยาTincture of Iodine Solution (Iodine in Alcohol)Synonyms : Weak Iodine Solution ; Iodine Tincture Iodine 2.50 g Potassium Iodine 2.50 g Purified Water 2.50 ml Ethyl Alcohol 95% q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 AntisepticsTrace Element Solution (Oral Solution) Zinc Sulfate (ZnSO4 .7H2O) 5.719 g Manganese sulfate (MnSO4 . H2O) 0.923 g Copper (II) sulfate pentahydrate (CuSO4 . 5H2O) 0.707 g Potassium Iodine (KI) 0.026 g Chromic Trichloride (CrCl3 . 6H2O) 0.012 g Sodium Molybdate (Na2MoO4 . 2H2O) 0.008 g Cobalt (II) sulfate Heptahydrate (CoSO4 . 7H2O) 0.008 g Distilled Water q.s. 1000.00 mlGroup : 9.5 MineralsNote : Distilled Water ที่ใชเตรียมยากลุม Minerals ตองปราศจาก MineralsZinc Sulfate Sterile Solution Zinc Sulfate (ZnSo4 . 7H2O) 0.44 g Distilled Water q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 Minerals 110
    • SPIRITSAromatic Ammonia Spirit Ammonium Carbonate 3.20 g Ammonia Solution 30% 3.50 ml Lemon Oil 1.00 ml Lavender Oil 0.10 ml Ethyl Alcohol 95% 70.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.8 Other respiratory preparations SUSPENSIONSAluminium Hydroxide and Magnesium Hydroxide SuspensionSynonyms : Alumina and Magnesia Oral Suspension Aluminium Hydroxide Compressed Gel equivalent to Aluminium Oxide 3.56 g Magnesium Hydroxide Paste equivalent to Magnesium Hydroxide 1.80 g Sorbitol Solution 70% 10.00 ml Syrup U.S.P. 5.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Peppermint Oil q.s. Color q.s. Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and Other Drugs for DyspepsiaNote : ใหมีสวนประกอบ Al2O3 = 3.1-4.0 % w/w , Mg(OH)2 = 1.4-2.2 % w/wAluminium Hydroxide SuspensionSynonyms : Aluminium Hydroxide Gel ; Colloidal Aluminium Hydroxide ; Aluminium Hydroxide Mixture Aluminium Hydroxide Paste equivalent to Aluminium Oxide 4.00 g Glycerol (Glycerin) 9.33 ml Sorbitol Solution 5.00 ml Peppermint Oil 0.026 ml Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 g Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and other drugs for dyspepsia และ 9.5 MineralsNote : ปรับความหนืดดวย Suspending Agent ตามความเหมาะสม 111
    • Bentonite Magma SuspensionSynonyms : Bentonite Magma Bentonite 7.00 g Glycerol (Glycerin) 20.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 16. AntidotesNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาห หลังเตรียมยาMagnesium Hydroxide SuspensionSynonyms : Milk of Magnesia Magnesium Hydroxide 7.50 g Glycerol (Glycerin) 9.33 ml Sorbitol Solution 5.00 ml Peppermint oil 0.026 ml Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 g Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 g Citric Acid 0.10 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and Other Drugs for Dyspepsia , 1.6 Laxatives และ 9.5 MineralsNote : ปรับความหนืดดวย Suspending Agent ตามความเหมาะสมMebendazole Suspension Mebendazole 2.00 g Carboxymethyl Cellulose Sodium (medium viscosity grade) 1.00 g Citric Acid 0.30 g Sorbitol Solution 10.00 ml Syrup 12.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Flavouring Agent q.s. Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.5 AnthelminticsNote : แตงสีและกลินไดตามที่เห็นเหมาะสม ่ 112
    • SYRUPSAcetaminophen (Paracetamol) SyrupSynonyms : Acetaminophen (Paracetamol) Syrup, Pediatric Acetaminophen (Paracetamol) 24.00 g Polyethylene Glycol 1500 75.00 g Glycerol (Glycerin) 150.00 ml EDTA 0.10 g Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 1.00 g Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.20 g Syrup 400.00 ml Sorbitol Solution 70% 100.00 ml Citric Acid 0.30 g Sodium Citrate 1.00 g Sodium Chloride 0.20 g Color, Flavor q.s. Purified Water q.s. 1,000.00 mlGroup : 4.6 Analgesics and AntipyreticsChlorpheniramine Maleate SyrupSynonyms : Chlorpheniramine Syrup , Pediatric Chlorpheniramine Maleate 0.04 g Simple Syrup 40.00 ml Sorbitol Solution 10.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Color, Flavor q.s. Purified Water q.s. 100.00 ml pH = 4 - 5Group : 3.4 AntihistaminesNote : เพิ่มความหนืด แตงสีและกลิ่นไดตามความเหมาะสมFerrous Sulfate Drops Ferrous Sulfate 12.50 g Citric Acid 0.20 g Paraben Conc 1.00 ml Syrup q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 MineralsStorage : เก็บใหพนแสง ใหบรรจุในขวดสีชาNote : 100 ml ประกอบดวย ferrous ion 2.5 g 113
    • Glyceryl Guaiacolate Syrup Guaifenesin (Glyceryl Guaiacolate) 2.00 g Citric Acid 0.80 g Sodium Citrate 0.05 g Sodium Chloride 0.50 g Menthol 0.03 g Paraben Conc 1.00 ml Glycerol (Glycerin) 10.00 ml Polyethylene Glycol 4000 10.00 g Syrup 50.00 ml Ethyl Alcohol 95% 0.03 ml Color, Flavor q.s. Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.2 Expectorant and Demulcent Cough PreparationsPotassium Chloride Syrup Potassium Chloride 10.00 g Citric Acid 0.60 g Aspartame 0.10 g Menthol 0.01 g Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 g Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 g Sorbitol Solution 20.00 ml Purified Water 30.00 ml Flavoring Agent q.s. Syrup q.s. 100.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : 15 ml ประกอบดวย Potassium 20 mEq TINCTURESThiomersal (Thimerosal) Tincture Thiomersal (Thimerosal) 0.10 g Ethyl Alcohol 95% 52.50 ml Acetone 10.00 ml Ethylenediamine 0.02 g Monoethanolamine 0.10 g Merbromin (Mercurochrome) 0.40 g Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 Antiseptics 114
    • DENTAL PREPARATIONSArtificial Saliva Solution (Saliva Substitutes) Carboxymethyl Cellulose Sodium 0.30 g Magnesium Sulfate 0.003 g Potassium Chloride 0.06 g Monobasic Sodium Phosphate Dihydrate 0.05 g (Sodium Dihydrogen Phosphate Dihydrate) Glycerol (Glycerin) 2.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ในตูเย็นCamphorated Parachlorophenol SolutionSynonyms : Chlorocamphene Camphor 21.00 g Parachlorophenol (4-Chlorophenol ) 9.00 gGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดดNote : - ระคายเคืองผิวหนังและเนื้อเยื่อ - เตรียมยาตัวนี้ใน Hood ตลอดขั้นตอน และสวมถุงมือCamphorated Phenol SolutionSynonyms : Camphophenol Phenol 30.00 g Camphor 60.00 g Liquid Paraffin q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดดNote : - ระคายเคืองผิวหนังและเนื้อเยื่อ - เตรียมยาตัวนี้ใน Hood ตลอดขั้นตอน และสวมถุงมือCarnoy’s Solution Absolute Ethyl Alcohol 6.00 ml Chloroform 3.00 ml Glacial Acetic Acid 1.00 ml Ferric Chloride 1.00 gGroup : 12.3.3 Other Dental Preparations 115
    • Storage : เก็บในขวดแกวสีชา ปองกันแสงแดดNote : - สวนประกอบเปนสารมีพิษ ตองระมัดระวังในการใช - สารระเหยของ Absolute Ethyl Alcohol เปนสารไวไฟEDTA Solution EDTA 14.30 g Cetrimide 0.083 g Sodium Hydroxide 1.00 g Distilled Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะทีไมเปนโลหะหนัก ่Note : - ไมใหใชที่ผิวฟน (tooth surface) เพราะอาจทําใหฟนสูญเสียแคลเซียม (Tooth Decalcification) - ใหเตรียมใชขณะนั้นเลย (Freshly Prepared) - ตํารับนี้ตองระวังเกี่ยวกับน้าทีใช เพราะ EDTA เปน Chealating Agent น้ําตองบริสุทธิ์มาก ๆ ํ ่Fluocinolone Acetonide Gel Fluocinolone Acetonide 0.18 g Ethyl Alcohol 95% 1.82 ml Propylene Glycol 45.45 ml Polyethylene Glycol 400 36.36 ml Paraben Conc 1.82 ml Carboxymethylcellulose 1500 4.36 g Glycerol (Glycerin) 14.55 ml Hot Water 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsFluocinolone Acetonide Solution Fluocinolone Acetonide 0.18 g Ethyl Alcohol 95% 1.82 ml Propylene Glycol 45.45 ml Polyethylene Glycol 400 36.36 ml Paraben Conc 1.82 ml Carboxymethylcellulose 1500 0.91 g Glycerol (Glycerin) 3.64 ml Hot Water 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental Preparations 116
    • Formaldehyde and Cresol SolutionSynonyms : Cresolated Formaldehyde; Formocresol Formocresol Conc Formaldehyde (Formalin) 37-38 % 19.00 ml Cresol 35.00 ml Glycerol (Glycerin) 25.00 ml Steriled Water 21.00 ml ใหเก็บ Formocresol Conc ในขวดแกวสีชา กอนนํามาใชใหเจือจางกอนดวย Glycerol และ Water ใน อัตราสวน Glycerol : Water : Formocresol Conc = 3:1:1 (240 ml : 80 ml : 80 ml)Group : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดดNote : - เตรียมยาใน Hood เนื่องจากมีสวนประกอบของ Formaldehyde - อันตรายของ Formaldehyde ไอระเหยจะทําใหระคายเคืองตา จมูก ระบบทางเดินหายใจและอาจ ทําใหเกิดการไอ กลืนลําบาก (Dysphagia) ทางเดินหายใจเกิดการหดเกร็งและบวม ปอดบวม หอบ หากสารละลายที่เขมขนสูงๆ ถูกผิวหนังทําใหผิวหนังขาวและแข็งดาน ทําใหเกิดผื่นแพสัมผัสและ อาการแพ - Glycerol ชวยปองกันการเกิดตะกอนที่เกิดจาก Polymerization ของ Formaldehyde เปน Solid ParaformaldehydeTalbot’s SolutionSynonyms : Iodine and Zinc Iodide Glycerite Zinc Iodide 4.00 g Iodine, Crystal 3.00 g Glycerol (Glycerin) 60.00 ml Purified Water 40.00 mlGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะทีปดสนิท ปองกันแสงและควรเก็บในที่เย็นเพราะ Iodine เปนสารระเหิด ่Whitehead’s VarnishSynonyms : Compound Paint of Iodoform BPC. Benzoin, powder 10.00 g Iodoform 10.00 g Storax (Styrax prepared) 7.50 g Tolu Balsam 5.00 g Diethyl Ether 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดด และเก็บในตูเย็น 117
    • Zinc Oxide+ Zinc Acetate PowderSynonyms : Compound Zinc Oxide Cavity Bases Zinc Acetate 1.00 g Zinc Oxide Powder q.s. 100.00 gGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท 118
    • 2. สูตรตํารับของสารชวยในเภสัชตํารับโรงพยาบาล CREAM BASESNon-ionic Buffered Cream Base Cetostearyl Alcohol 10.00 g Cetomacrogol 1000 3.00 g White Soft Paraffin 10.00 g Liquid Paraffin 10.00 g Monobasic Sodium Phosphate 2.50 g (Sodium Dihydrogen Phosphate) Citric Acid, Monohydrate 0.50 g EDTA 0.01 g Propylene Glycol 5.00 ml Chlorocresol 0.15 g Purified Water q.s. 100.00 gNote : ยามี pH 5-6 OINTMENT BASESHydrophilic Ointment Base Stearyl Alcohol 25.00 g White Soft Paraffin 25.00 g Liquid Paraffin 10.00 g Sodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) 1.00 g Propylene Glycol 10.00 ml Paraben Conc 1.00 ml Purified Water q.s. 100.00 g PRESERVATIVESParaben Conc Methyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 10.00 g Propyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 2.00 g Propylene Glycol q.s. 100.00 ml 119
    • ภาคผนวก 3 แนวทางกํากับการใชยา บัญชี จ(2) แนวทางกํากับการใชยา Botulinum A toxin ขอบงใชโรคคอบิด (cervical dystonia) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic)1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา botulinum A toxin จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) เฉพาะครั้งแรกและครั้งที่สองของการสั่งใชยา โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทย และผูปวยกอนทําการรักษาหมายเหตุ มีการอนุมัติ 2 ครั้ง เนื่องจากผูปวยบางรายอาจไมตอบสนองตอการรักษา ดังนั้นหลังการอนุมัติครั้งแรกใหแพทยผูรักษาบันทึกผลของการรักษา ยืนยันประโยชนของการรักษาดวย botulinum A toxin ในผูปวยนั้น เพื่อขออนุมัติการรักษาในครั้งถัดไป2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยาหรือเวชศาสตรฟนฟู ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา botulinum A toxin ในโรคคอบิดโดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคคอบิดชนิดไมทราบสาเหตุ ดวยเกณฑดังตอไปนี้ 4.1.1 มีอาการบิดเกร็งของลําคอและใบหนา สงผลใหรางกายสวนนั้นมีรูปรางที่ผิดปกติ 4.1.2 อาการคอยเปนคอยไป ผูปวยโดยสวนใหญ (มากกวา 50%) มักมีอาการปวดรวมดวย โดยเฉพาะในสวนของ กลามเนื้อที่บิดเกร็งบริเวณลําคอ 4.1.3 อาการบิดเกร็งไมจําเปนตองเกิดตลอดเวลา อาจเปนเพียงบางเวลาในชวงแรกๆ โดยทั่วไป อาการจะคอยๆ เพิ่มมาก ขึ้นในชวง 5 ปแรก จนอาจสงผลใหผูปวยบางรายมีลําคอบิดเกร็งตลอดเวลา 4.1.4 ไมสามารถบังคับใหอาการเกร็งหายไปได แตผูปวยบางรายอาจมีเทคนิคที่ทําใหอาการบิดเกร็งลดลงชั่วคราว ดังที่ เรียกวา sensory tricks เชน ใชมือแตะที่บริเวณคางหรือสวนหลังของคอ 4.1.5 อาการบิดเกร็งอาจเกิดขึ้นไดในหลายทิศทาง ที่พบบอยสุด คืออาการบิดเกร็งที่ทําใหใบหนาและคางบิดออกไปทาง ดานขาง ที่เรียกวา torticollis แตผูปวยอาจมีอาการบิดเกร็งของคอไปทางดานหนา ดานหลัง หรืออาจเปนใน ลักษณะผสมหลายๆ ลักษณะได 4.1.6 ผูปวยบางรายอาจมีการเคลื่อนไหวผิดปกติอื่นๆ รวมดวย เชน อาการสั่นของใบหนาและลําคอ 4.1.7 ผูปวยสวนใหญมีอายุมากกวา 20 ป หมายเหตุ โรคคอบิดที่เกิดรวมกับโรคทางระบบประสาทอื่นๆ หรือจากยาบางชนิด จัดเปนกลุมโรคคอบิดชนิดที่ทราบสาเหตุ (secondary cervical dystonia) 4.2 ผูปวยมีอาการรุนแรงระดับปานกลางขึ้นไป ดวยเกณฑดังตอไปนี้ 4.2.1 ระดับความรุนแรงนอย ไดแก กลุมที่มีอาการบิดเกร็งนอยกวา 20 องศา ออกจากแกนกลางของรางกาย มีอาการ ปวดไมรุนแรง และมีอาการบิดเกร็งเพียงบางเวลา 120
    • 4.2.2 ระดับความรุนแรงปานกลาง ไดแก กลุมที่มีอาการบิดเกร็งระหวาง 20-50 องศา ออกจากแกนกลางของรางกาย รวมกับมีอาการบิดเกร็งมากกวาครึ่งหนึ่งของเวลาทํางาน และ/หรือมีอาการปวดที่มีความรุนแรงมากกวา 5 จาก 10 (วัดดวย visual analogue scale) 4.2.3 ระดับความรุนแรงมาก ไดแก กลุมที่มีอาการบิดเกร็งมากกวา 50 องศา ออกจากแกนกลางของรางกาย ที่เกิดขึ้น เกือบตลอดทั้งวัน รวมกับอาการปวดที่มีความรุนแรงมากกวา 5 จาก 10 (วัดดวย visual analogue scale) 4.3 ผูปวยมีอาการที่สงผลกระทบตอกิจวัตรประจําวันและคุณภาพชีวิต 4.4 ใหการรักษาดวยวิธีการอื่นแลวไมไดผล 4.5 อนุญาตใหใชยาเฉพาะบริเวณลําคอเทานั้น ไมอนุญาตใหใชยาในบริเวณอื่น เชน ใบหนา ปาก หรือ ลําตัว 4.6 มีการประเมินผลการตอบสนองตอการรักษาในสองครั้งแรก เพื่อขออนุมัติการใชยาระยะยาว กลาวคือ ภายหลัง 1 เดือนจาก การใหยาครั้งแรก ผูปวยควรมีอาการดีขึ้นอยางนอย 30% ถาผูปวยไมตอบสนอง แพทยอาจขออนุมัติใหยาซ้ําอีก 1 ครั้ง ซึ่ง ถาไมตอบสนองหลังการใชยา 2 ครั้ง ใหหยุดการใชยา และพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่นๆ เชน การผาตัด 4.7 กรณีที่ผูปวยไดรับการอนุมัติการใชยาระยะยาวหลังจากผานเกณฑในขอ 4.6 แลว แตภายหลังพบวาผูปวยไมตอบสนองตอ การรักษา ใหหยุดการใชยา และพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่นๆ เชน การผาตัด 4.8 ขนาดยาตอผูปวย 1 ราย อนุมัติไมเกิน 300 unit/ป สําหรับยา Botox และไมเกิน 1,000 unit/ป สําหรับยา Dysport † 4.9 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.10 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา ขนาดยาและความถี่ในการใหยา Botox ขนาดยาเริ่มตน 50-150 unit ตอ 1 ครั้งการรักษา  Dysport ขนาดยาเริ่มตน 250-500 unit ตอ 1 ครั้งการรักษาหมายเหตุ ฉีดยาหางกันไมนอยกวา 3 เดือน เนื่องจากการฉีดยากอน 3 เดือน จะเรงใหเกิด antibody ทําใหการรักษาลมเหลวไดในอนาคต† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 121
    • แนวทางกํากับการใชยา Botulinum A toxin ขอบงใชโรคใบหนากระตุกครึ่งซีก (hemifacial spasm) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic)1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา botulinum A toxin จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) เฉพาะครั้งแรก โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทยและผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา เวชศาสตรฟนฟู ประสาท-ศัลยศาสตร หรือจักษุวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา botulinum A toxin ในโรคใบหนากระตุกครึ่งซีก โดยเกณฑดังนี้ 4.1 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคใบหนากระตุกครึ่งซีกชนิดไมทราบสาเหตุ ดวยเกณฑดังตอไปนี้ 4.1.1 มีอาการกระตุกขึ้นเอง เปนๆ หายๆ ที่กลามเนื้อใบหนาซึ่งเลี้ยงโดยเสนประสาทใบหนา (เสนประสาทสมองที่ 7) ขาง หนึ่งขางใดเพียงขางเดียว ผูปวยบางรายอาจมีอาการเคลื่อนไหวดวยกันของกลามเนื้อใบหนา (facial synkinesia) 4.1.2 อาการคอยเปนคอยไป โดยเริ่มตนกระตุกที่กลามเนื้อรอบตา (orbicularis oculi) กอน เมื่อเปนมากขึ้น จะกระจาย ไปที่แกมและกลามเนื้อรอบปาก (orbicularis oris) 4.1.3 การกระตุกเปนแบบสั้น รวดเร็วเปนแลวหยุด ที่เรียก clonic spasm และเมื่อเปนมากขึ้นอาจมีอาการกระตุกแลว เกร็งคาง ทําใหตาปดหรือปากเบี้ยวคางเปนเวลาหลายวินาที ที่เรียก tonic spasm หรือในระหวางที่เกร็งคางแบบ tonic มีการกระตุก clonic ขนาดเล็กๆ เกิดขึ้นไปพรอมกัน ที่เรียก tonic-clonic spasm 4.1.4 ไมสามารถบังคับใหกระตุกหรือหยุดกระตุกได 4.1.5 โรคนี้มักพบในเพศหญิงมากกวาเพศชาย 2.5 เทา ผูปวยสวนใหญมีอายุระหวาง 45-60 ป โดยมักมีอายุเฉลี่ย 50-54 ป หมายเหตุ ผูปวยโรคใบหนากระตุกครึ่งซีกที่มีรอยโรคที่ระบบประสาทสวนปลาย หรือระบบประสาทสวนกลาง จัดเปนกลุมที่ทราบ สาเหตุ (symptomatic hemifacial spasm) 4.2 ผูปวยมีอาการรุนแรงระดับปานกลางขึ้นไป ดวยเกณฑดังตอไปนี้ 4.2.1 ระดับความรุนแรงนอย ไดแก กลุมที่มีอาการกระตุกเฉพาะที่กลามเนื้อรอบตา (orbicularis oculi) ทําใหมีการ กระตุกของเปลือกตาบน (eyelid contraction) เทานั้น แตไมมีการปดลงมาของเปลือกตาบน 4.2.2. ระดับความรุนแรงปานกลาง ไดแก กลุมที่มีอาการกระตุกที่กลามเนื้อรอบตา ทําใหหนังตาปด ระหวาง 10-50% ของ ชองการมองเห็น (palpebral fissure) หรือมีการกระตุกของตาและปากพรอมกัน 4.2.3 ระดับความรุนแรงมาก ไดแก กลุมที่มีอาการกระตุกที่กลามเนื้อรอบตา ทําใหหนังตาปด ระหวาง 50-100% ของชอง การมองเห็น (palpebral fissure) หรือมีการกระตุกแบบ tonic spasm 4.3 ผูปวยมีอาการที่สงผลกระทบตอกิจวัตรประจําวันและคุณภาพชีวิต 4.4 ใหการรักษาดวยวิธีการอื่นแลวไมไดผล 4.5 ไมอนุมัติใหมีการใชยา botulinum A toxin ตอไป และใหพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่น เมื่อ 4.5.1 รักษาไปแลว 2 ครั้ง ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษา (ดูวิธีการประเมินผลตามขอ 6) 4.5.2 ผูปวยดื้อตอการรักษา เชน เกิด antibody ตอยา 4.5.3 ผูปวยไดรับการรักษาดวยการผาตัดแลวไดผล 122
    • † 4.6 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) 4.7 ขนาดยาตอผูปวย 1 รายอนุมัติไมเกิน 100 unit/ป สําหรับยา Botox และไมเกิน 400 unit/ป สําหรับยา Dysport †† 4.8 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา ขนาดยาและความถี่ในการใหยา Botox ขนาดยาเริ่มตน 15-30 unit ตอ 1 ครั้งการรักษา  Dysport ขนาดยาเริ่มตน 60-120 unit ตอ 1 ครั้งการรักษาหมายเหตุ ฉีดยาหางกันไมนอยกวา 3 เดือน เนื่องจากการฉีดยากอน 3 เดือน จะเรงใหเกิด antibody ทําใหการรักษาลมเหลวไดในอนาคต6. การประเมินผลการรักษา 6.1 ประเมิน ณ เวลา 6 สัปดาห หลังใหยา ซึ่งสวนใหญเปนเวลาที่ใหผลการรักษาสูงสุด (peak improvement) 6.2 ใชการประเมินแบบ subjective assessment โดยใหผูปวยประเมินเองวาดีขึ้นมากนอยเพียงใดเปรียบเทียบกับกอนการ รักษา โดยอาจวัดเปนรอยละ หรือวัดดวย visual analogue scale เปนตน (อานรายละเอียดเพิ่มเติมในคูมือการใชยาอยาง สมเหตุผลตามบัญชียาหลักแหงชาติ)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 123
    • แนวทางกํากับการใชยา Liposomal amphotericin B ขอบงใชโรค invasive fungal infections ในผูปวยที่ไมสามารถทนตอยา Conventional amphotericin B1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา liposomal amphotericin B จากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization)หมายเหตุ การอนุมัติกอนการใชยา liposomal amphotericin B (pre-authorization) ควรดําเนินการตอเมื่อมีความพรอมในการอนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง หรือมีการมอบอํานาจจากผูอํานวยการสถานพยาบาลทําหนาที่อนุมัติการใชยา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา 3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขา อายุรศาสตรโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบการหายใจ หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขา กุมารเวชศาสตรโรคระบบการหายใจ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2 3.2 ในกรณีสถานพยาบาลในขอ 2 ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอํานวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่มีความรูความชํานาญ ใน การใชยาดังกลาวไมเกิน 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา liposomal amphotericin B ในโรค invasive fungal infections ในผูปวยที่ไมสามารถทนตอยา conventionalamphotericin B ได โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ไดรับการวินิจฉัยแนนอน (definite) วาเปนโรค invasive fungal infections ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังนี้ 4.1.1 ตรวจพบเชื้อรารูปสาย (hyphae) หรือยีสต (yeast) และมีการทําลายเนื้อเยื่อรวมดวย โดยการตรวจทางกลอง จุลทรรศนหรือทางพยาธิวิทยาหรือทางเซลลวิทยาของสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อหรือการเจาะดูดจากตําแหนงที่ ปราศจากเชื้อ (sterile site) 4.1.2 เพาะเชื้อขึ้นราสาย (mold) หรือยีสต จากสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อ หรือการเจาะดูดจากตําแหนงที่ปราศจาก เชื้อ (สําหรับราสายนั้น ยกเวนที่ไดจาก bronchoalveolar lavage (BAL) โพรงไซนัส และปสสาวะ) และมีอาการทาง คลินิก หรือผลเอกซเรยที่เขาไดกับการติดเชื้อ 4.1.3 เพาะเชื้อจากเลือดขึ้นราสายและมีขอบงชี้วามีกอโรคติดเชื้อจริง หรือเพาะเชื้อจากเลือดขึ้นยีสต 4.2 ไดรับการวินิจฉัยที่เปนไปได (probable) วาเปนโรค invasive fungal infections ซึ่งหมายถึงการวินิจฉัยที่ไมใชแบบ definite และประกอบดวยองคประกอบตอไปนี้ครบทุกขอ 4.2.1 มีปจจัยเสี่ยงดานผูปวย อยางนอย 1 ขอไดแก มี neutrophil < 500/mm3 มากกวา 10 วั น ในช ว งที่ เ ริ่ ม เกิ ด โรค จากเชื้ อ รา หรือ ไดรับการปลูกถายไขกระดูกแบบ allogeneic หรือ ไดสเตียรอยดมากกวา 0.3 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม ตอวัน ของ prednisolone ติดตอกันมานานกวา 3 สัปดาห หรือไดยากดภูมิคุมกันเชน ciclosporin, specific monoclonal antibody เชน alemtuzumab ในชวง 90 วันที่ผานมา หรือ มีโรคภูมิคุมกันบกพรองอยาง รุนแรงแตกําเนิด 4.2.2 มีอาการทางคลินิกที่เขาไดกับการติดเชื้อรา ตัวอยางเชน กรณีปอดอักเสบ – มีความผิดปกติใน CT chest อยางนอย 1 อยาง คือ dense well circumscribed lesion หรือ air-crescent sign หรือ cavity กรณีหลอดลมอักเสบ – มี ulcer, nodule, pseudomembrane, eschar หรือ plaque ใน trachea หรือ bronchus กรณีการติดเชื้อในโพรงไซนัสหรือจมูก – มีภาพรังสียืนยัน รวมกับอาการอยางนอย 1 อยางคือ ปวดเฉพาะที่ แผลใน จมูกแบบ eschar หรืออาการลุกลามเขากระดูกใกลเคียงรวมถึงกระบอกตา กรณีโรคในสมอง – มีอยางนอย 1 ใน 2 ขอ คือ มีกอนในสมอง หรือ มี enhancement ของเยื่อหุมสมองจาก MRI หรือ CT 124
    • 4.2.3 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่บงถึงการติดเชื้อรา เชน พบเชื้อราสายในเสมหะ BAL bronchial brush หรือ sinus aspirate จากการตรวจดวยกลองจุลทรรศนหรือเพาะเชื้อขึ้น หรือ การตรวจ galactomannan ใหผลบวก สําหรับ Aspergillus หรือ การตรวจ beta D glucan ใหผลบวกสําหรับ invasive fungal infection อื่นๆ นอกเหนือจาก Cryptococcus และ Zygomycetes 4.3 ไดรับการวินิจฉัยวาที่ไมสามารถทนตอยา conventional amphotericin B ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังนี้ 4.3.1 ผูไดรับ conventional amphotericin B แลว serum creatinine สูงขึ้นมากกวากอนใหยาอยางนอย 2 เทาและมีคา > 3.0 mg/dL ทั้งนี้ผูปวยควรจะมีคา serum creatinine กอนและหลังใหยาหางกันอยางนอย 3 วัน และมีการเตรียม ผูปวยดวยการให NSS กอนใหยา conventional amphotericin B ดวย 4.3.2 ในกรณีที่มีภาวะไตทํางานบกพรองอยูเดิม (หมายถึง ผูปวยที่มีคา serum creatinine > 2.0 mg/dL และไมไดทํา chronic dialysis อยู) ไดรับ conventional amphotericin B แลว serum creatinine เพิ่มขึ้นจากเดิม > 1.0 mg/dL 4.3.3 มีผลขางเคียงจากการใหยา conventional amphotericin B ที่ไมสามารถควบคุมดวยวิธีการอื่นๆ ได อยางนอย 3 วัน เชน มีไขรวมกับอาการหนาวสั่นมาก หรือมี refractory hypokalemia เปนตน หมายเหตุ ในกรณีผูปวยเด็ก (อายุ < 18 ป) การพิจารณาคา serum creatinine ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย 4.4 กรณีที่มีภาวะไตทํางานบกพรองอยูเดิมโดยคา serum creatinine > 3.0 mg/dL ไมไดทํา chronic dialysis อยู และไมได เปน end stage renal disease ใหพิจารณาใช liposomal amphotericin B ไดโดยไมจําเปนตองใช conventional amphotericin B มากอน 4.5 อนุมัติการใชยาครั้งละไมเกิน 7 วัน โดยตองมีการประเมินผลการรักษา ณ วันที่ 3 และ 5 ของการใหยากอนจะขออนุมัติใชยา ครั้งถัดไป † 4.6 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.7 มีการกรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา 3-5 มิลลิกรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน ใหยาวันละ 1 ครั้ง ดวยวิธี IV infusion ในเวลา 2 ชั่วโมง (ลดลงเหลือ 1 ชั่วโมงไดหากผูปวยทนยาไดดี)6. ระยะเวลาในการรักษา 6.1 กรณีผูปวยที่ตอบสนองตอการรักษาโดยสมบูรณ ระยะเวลาของการรักษามีเกณฑดังนี้ 6.1.1 กรณี candidemia หรือกรณี fungemia ใหไดนานไมเกิน 14 วันหลังผลเพาะเชื้อในเลือดเปนลบ (โดยทั่วไปผลเพาะ เชื้อในเลือด มักเปนลบภายใน 7 วัน หลังใหยารักษา) 6.1.2 กรณี deep organ infection ใหไดจนกวาอาการทางคลินิกหายไปและรอยโรคในภาพรังสีหายไป หรือเหลือนอยที่สุด โดยทั่วไปประมาณ 4-12 สัปดาห หมายเหตุ ในกรณีที่สามารถเปลี่ยนเปนยาตานเชื้อราแบบกินได จะตองเปลี่ยนใหเร็วที่สุด 6.2 ควรหยุดยา liposomal amphotericin B เมื่อ 6.2.1 สามารถใชยาตานเชื้อราชนิดอื่นในการรักษาไดผลไมแตกตางกันหรือดีกวา เชน ดูจากผลเพาะเชื้อ 6.2.2 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาภายใน 7 วันหลังใหยา ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้  มีการดําเนินโรคตอเนื่อง (persistent) เชน ผลเพาะเชื้อในกระแสเลือดขึ้นเชื้อตลอด  อาการทางคลินิกรุนแรงมากขึ้น หรือภาพรังสีแสดงความผิดปกติมากขึ้นโดยไมสามารถอธิบายไดดวยสาเหตุ อื่น  ทราบวาเชื้อดื้อตอยา liposomal amphotericin B จากผลเพาะเชื้อ† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ †† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 125
    • แนวทางกํากับการใชยา Leuprorelin acetate ขอบงใชภาวะ central (gonadotrophin dependent) precocious puberty1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา leuprorelin acetate จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) การอนุมัติแตละครั้งมีระยะเวลา 12 เดือน เมื่อครบกําหนดใหขออนุมัติใหมทุกครั้ง โดยขออนุมัติในกําหนดเวลาไมเกิน 30 วัน หลังจากวันครบกําหนดเนื่องจากมีผลกระทบตอสุขภาพของผูปวย โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทย และผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 2.1 เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ซึ่งมีความพรอมของเครื่องมือและอุปกรณในการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษา 2.2 กรณีเปนสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิที่มีคุณสมบัติตามเกณฑขางตน ใหสถานพยาบาลแจงความประสงคตอหนวยงานกํากับ ดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) เพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีๆ ไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคตอมไรทอและเมตะ-บอลิสม ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา leuprorelin acetate ในภาวะ central (gonadotrophin dependent) precocious puberty โดยมีเกณฑตอไปนี้ครบทุกขอ 4.1 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน central precocious puberty ที่มีการพัฒนาทางเพศทุติยภูมิ (secondary sex characteristics) กอนอายุ 8 ปในเด็กหญิง หรือกอนอายุ 9 ปในเด็กชาย 4.2 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการครบทุกขอ ดังตอไปนี้ 4.2.1 ระดับ luteinizing hormone (LH) มีระดับสูงเหมือนเด็กเริ่มเขาสูวัยหนุมสาว (pubertal LH level) กลาวคือ มี basal LH มากกวา 0.3-0.5 IU/L หรือ peak LH หลังกระตุนดวย gonadotrophin-releasing hormone (GnRH) มากกวา 6 IU/L (ICMA) หรือมากกวา 10 IU/L (RIA) หรือระดับ LH/FSH หลังกระตุนดวย GnRH มากกวา 1 4.2.2 อายุกระดูกล้ําหนาอายุจริง กลาวคือ มีอายุมากกวา 1.0 SD ของอายุตามปฏิทิน อยางรวดเร็วภายใน 6-12 เดือน 4.2.3 ผลการทํา MRI ของสมองและตอมใตสมอง โดยพิจารณาทํา MRI ในเด็กชายทุกรายและเด็กหญิงที่เริ่มมีอาการเมื่ออายุ ต่ํากวา 7 ป หรือเด็กหญิงที่เริ่มมีอาการเมื่ออายุมากกวา 7 ป และตรวจรางกายพบสิ่งผิดปกติ หมายเหตุ อาจเพิ่มผลการตรวจอื่นไดตามความจําเปนเชน ultrasound pelvis ในเพศหญิง 4.3 อายุที่เริ่มใชยา leuprorelin acetate ในเด็กหญิงไมมากกวา 11 ป หรือเด็กชายไมมากกวา 12 ป 4.4 ไมเปนผูปวยที่มารับการรักษาชามาก กลาวคือ อายุกระดูกมากกวา 12.5 ป ในเด็กหญิง หรือมากกวา 14 ป ในเด็กชาย เนื่องจากยังไมมีหลักฐานยืนยันวาการใชยาในขณะที่อายุกระดูกเจริญมากแลว จะชวยใหความสูงสุดทายเพิ่มขึ้น † 4.5 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.6 มีการกรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 126
    • 5. ขนาดยาที่แนะนํา 5.1 ขนาดยาที่แนะนําใหใช 100-150 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม IM หรือ SC ทุก 4 สัปดาห 5.2 หลังจากใชยาไปแลว 3-6 เดือน หากขนาดยาดังกลาวไมสามารถลดระดับฮอรโมนลงได (peak LH หลังฉีดยา 1-2 ชั่วโมง ควรนอยกวา 4-5 IU/L) ใหปรับขนาดยาเพิ่มไดจนถึง 300 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม ทุก 4 สัปดาห6. ระยะเวลาในการรักษา 6.1 ระยะเวลาการรักษาไมสามารถกําหนดไดแนนอน ผูปวยแตละรายใชระยะเวลาการรักษาไมเทากัน โดยใหขออนุมัติการใชยา จากหนวยงานกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ทุก 1 ป 6.2 การหยุดยา leuprorelin acetate ใหพิจารณาอายุกระดูกเปนหลัก คือใหหยุดยาเมื่ออายุกระดูก (bone age) 13 ป ขึ้นไป ในเด็กหญิง หรือ 14 ปครึ่ง ขึ้นไปในเด็กชาย โดยอายุจริง (chronological age) ควรมากกวา 9 ป ขึ้นไปในเด็กหญิง และ มากกวา 10 ป ขึ้นไปในเด็กชาย (เนื่องจากตองพิจารณาในดานความพรอมของรางกาย หรือ maturity ของเด็กดวย) 127
    • แนวทางกํากับการใชยา Docetaxel ขอบงใช มะเร็งเตานมระยะลุกลาม1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา docetaxel จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทย และผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ที่มีความพรอมในการวินิจฉัย และรักษาโรค3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยา รังสีรักษาและมะเร็งวิทยาหรืออนุสาขาศัลยศาสตรมะเร็งวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา docetaxel ในโรคมะเร็งเตานมระยะลุกลาม โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ใชเปนยาสูตรที่สองหลังจากใชยา anthracycline ไมไดหรือไมไดผล 4.2 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีพอสมควร คือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG) performance status ตั้งแต 0 ถึง 2 (หรือมี ECOG 0-2) ดังรายละเอียดดานลาง ECOG PERFORMANCE STATUS SCALE SCALE DESCRIPTION OF SCALE 0 ASYMPTOMATIC NORMAL ACTIVITY. 1 SYMPTOMATIC ; AMBULATORY ABLE TO CARRY OUT ACTIVITY OF DAILY LIVING. 2 SYMPTOMATIC ; IN BED LESS THAN 50% OF THE DAY; OCCASIONALLY NEED NURSING CARE. 3 SYMPTOMATIC ; IN BED MORE THAN 50% OF THE DAY ; NEED NURSING CARE. 4 BED RIDDEN MAY NEED HOSPITALISATION. † 4.3 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.4 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา ขนาดยาที่เหมาะสมสําหรับคนไทยคือ 75 มิลลิกรัมตอพื้นที่ผิว 1 ตารางเมตร (ขนาดยาโดยทั่วไปคือ 60-100 มิลลิกรัมตอพื้นที่ผิว1 ตารางเมตร) ใหยาทางหลอดเลือดดําโดยใชเวลานานกวา 1 ชั่วโมง (หยุดยาทันทีที่มีผลขางเคียงรุนแรงเกิดขึ้น) ใหยาเปน cycle หางกันครั้งละ 3 สัปดาห ควรให dexamethasone เปน pre-medication ในผูปวยทุกรายเพื่อลดอุบัติการณและความรุนแรงของภาวะคั่งน้ํา (fluidretention) และแอนาฟแล็กซิสหมายเหตุ การใหยาในขนาดสูงมีผลตอ tumor response แตไมมีผลตอ TTP (time to tumor progression) และ overallsurvival โดยมีอุบัติการณของผลขางเคียงที่เพิ่มขึ้น6. ระยะเวลาในการรักษา 6.1 ใหยาจนผูปวยมี maximum response (กอนเนื้อมะเร็งไมยุบตอไปอีกแลว) แลวใหเพิ่มอีก 1-2 cycle 6.2 กรณีที่ผูปวยตอบสนองตอยาไดดี ควรจะหยุดยา (drug holiday) หลังไดรับยาครบ 6-8 cycle แลวใหยาใหมเมื่อโรคกลับมา ใหม หรือลุกลามมากขึ้น 6.3 ใหใชยา 6-8 cycle† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 128
    • แนวทางกํากับการใชยา Docetaxel ขอบงใช มะเร็งปอดชนิด non-small cell ระยะลุกลาม1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา docetaxel จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทย และผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ที่มีความพรอมในการวินิจฉัย และรักษาโรค3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยา รังสีรักษาและมะเร็งวิทยาหรืออนุสาขาศัลยศาสตรมะเร็งวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา docetaxel ในโรคมะเร็งปอดชนิด non-small cell ระยะลุกลาม โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ใชเปนยาสูตรที่สองหลังจากใชยา platinum ไมไดหรือไมไดผล 4.2 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีมาก คือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG) performance status ตั้งแต 0 ถึง 1 (หรือมี ECOG 0-1) ดังรายละเอียดดานลาง ECOG PERFORMANCE STATUS SCALE SCALE DESCRIPTION OF SCALE 0 ASYMPTOMATIC NORMAL ACTIVITY. 1 SYMPTOMATIC ; AMBULATORY ABLE TO CARRY OUT ACTIVITY OF DAILY LIVING. 2 SYMPTOMATIC; IN BED LESS THAN 50% OF THE DAY ; OCCASIONALLY NEED NURSING CARE. 3 SYMPTOMATIC ; IN BED MORE THAN 50% OF THE DAY ; NEED NURSING CARE. 4 BED RIDDEN MAY NEED HOSPITALISATION. † 4.3 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.4 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา 60-75 มิลลิกรัมตอพื้นที่ผิว 1 ตารางเมตร ใหยาทางหลอดเลือดดําโดยใชเวลานานกวา 1 ชั่วโมง (หยุดยาทันทีที่มีผลขางเคียงรุนแรงเกิดขึ้น) ใหยาเปน cycle หางกันครั้งละ 3 สัปดาห ควรให dexamethasone เปน pre-medication ในผูปวยทุกรายเพื่อลดอุบัติการณและความรุนแรงของภาวะคั่งน้ํา (fluidretention) และแอนาฟแล็กซิสหมายเหตุ การใหยาในขนาดสูงกวาที่แนะนําเพิ่มผลขางเคียงและอัตราการเสียชีวิตของผูปวย6. ระยะเวลาในการรักษา 6.1 โดยทั่วไปแนะนําใหใชยา 4 cycle 6.2 ใหใชยาไดสูงสุดไมเกิน 6 cycle† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 129
    • แนวทางกํากับการใชยา Docetaxel ขอบงใช มะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา docetaxel จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทย และผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ที่มีความพรอมในการวินิจฉัย และรักษาโรค3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยา รังสีรักษาและมะเร็งวิทยาหรืออนุสาขาศัลยศาสตรมะเร็งวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา docetaxel ในโรคมะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ใชในผูปวยที่ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาฮอรโมนแลว 4.2 ใหใชรวมกับ prednisolone 4.3 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีมาก คือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG) performance status ตั้งแต 0 ถึง 1 (หรือมี ECOG 0-1) ดังรายละเอียดดานลาง ECOG PERFORMANCE STATUS SCALE SCALE DESCRIPTION OF SCALE 0 ASYMPTOMATIC NORMAL ACTIVITY. 1 SYMPTOMATIC; AMBULATORY ABLE TO CARRY OUT ACTIVITY OF DAILY LIVING. 2 SYMPTOMATIC; IN BED LESS THAN 50% OF THE DAY ; OCCASIONALLY NEED NURSING CARE. 3 SYMPTOMATIC ; IN BED MORE THAN 50% OF THE DAY ; NEED NURSING CARE. 4 BED RIDDEN MAY NEED HOSPITALISATION. 4.4 ภายหลังหยุดยาหากโรคลุกลาม ไมแนะนําใหใชยาอีก † 4.5 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.6 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา 60-75 มิลลิกรัมตอพื้นที่ผิว 1 ตารางเมตร ใหยาทางหลอดเลือดดําโดยใชเวลานานกวา 1 ชั่วโมง (หยุดยาทันทีที่มีผลขางเคียงรุนแรงเกิดขึ้น) ใหยาเปน cycle หางกันครั้งละ 3 สัปดาห โดยใหรวมกับ prednisolone 5 มิลลิกรัม ใหยาทางปากวันละ 2 ครั้ง ทุกวันตลอดชวงของการรักษา ควรให dexamethasone เป น pre-medication ในผู ปว ยทุก รายเพื่ อลดอุบั ติก ารณ ความรุ นแรงของภาวะคั่ ง น้ํา (fluidretention) และแอนาฟแล็กซิสหมายเหตุ การใหยาบอยกวาที่แนะนําไมเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผูปวย6. ระยะเวลาในการรักษา ใหใชยาไดสูงสุดไมเกิน 6 cycle† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 130
    • แนวทางกํากับการใชยา Imatinib mesilate ขอบงใช chronic myelogenous leukemia (CML) ระยะ chronic stable phase1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา imatinib mesilate จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทยและผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรคดังนี้  สามารถตรวจหา Philadelphia chromosome t(9;22)(q34;q11) ดวยวิธี quantitative chromosome study ได  สามารถตรวจ chromosomal cytogenetic ดวยวิธีมาตรฐาน หรือดวย real-time quantitative PCR (RQ-PCR) หรือ fluorescence in situ hybridization (FISH) ที่มีมาตรฐานได3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เป น แพทย ผู เ ชี่ ย วชาญที่ ไ ด รั บ หนั ง สื อ อนุ มั ติ ห รื อ วุ ฒิ บั ต รจากแพทยสภาในสาขาอายุ ร ศาสตร โ รคเลื อ ดซึ่ ง ปฏิ บั ติ ง านในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา imatinib mesilate ในโรค CML โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน CML ในระยะ chronic stable phase โดยตองตรวจพบขอหนึ่งขอใดดังตอไปนี้ 4.1.1 มี Philadelphia chromosome positive โดยการตรวจดวยวิธี quantitative chromosome study หรือ 4.1.2 มี BCR-ABL gene positive โดยการตรวจดวยวิธี polymerase chain reaction (PCR) หรือ fluorescence in situ hybridization (FISH) 4.2 ไมอนุมัติใหมีการใชยา imatinib mesilate ตอไป และใหพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่น เมื่อ 4.2.1 ไมได complete hematologic response ใน 6 เดือน หรือ 4.2.2 ไมได major cytogenetic response ใน 12 เดือน หรือ 4.2.3 ไมได complete cytogenetic response ใน 18 เดือน เกณฑการพิจารณา cytogenetic response ใหใชวิธีการตรวจ metaphase จาก chromosome analysis เทานั้น กรณีทผล ี่ การตรวจไมมี metaphase สามารถใหยาตอไปไดไมเกิน 3 เดือน และตองตรวจซ้ํา หากยังไมสามารถตรวจได ใหหยุดยา † 4.3 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.4 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 131
    • 5. ขนาดยาที่แนะนํา 5.1 400 มิลลิกรัมตอวัน 5.2 ไมอนุมัติใหใชยา imatinib mesilate ในขนาดเกิน 400 มิลลิกรัมตอวัน6. การประเมินผลการรักษา ผูปวยที่ได complete cytogenetic response ควรทําการตรวจ chromosome ทุก 6 เดือน ถามีการกลับคืนของPhiladelphia chromosome โดยที่ผลเลือด CBC อยูในเกณฑปกติ สามารถใหยาตอไปไดอีก 3 เดือน และตรวจหา Philadelphiachromosome ซ้ํา ซึ่งถายังไมได complete cytogenetic response ใหหยุดยา imatinib mesilateหมายเหตุ ในกรณีที่มีการตรวจ RQ-PCR ที่ไดมาตรฐาน สามารถใชแทนการตรวจ cytogenetic ทุก 6 เดือนไดแตใหมีการตรวจcytogenetic ทุก 12 เดือน รวมดวย กรณีที่ผลการตรวจไมมี metaphase สามารถใหยาตอไดไมเกิน 3 เดือน และตองตรวจซ้ํา หากยังไมสามารถตรวจได ใหหยุดยา 132
    • แนวทางกํากับการใชยา Imatinib mesilate ขอบงใช gastrointestinal stromal tumors (GISTs) ระยะลุกลามหรือมีการกระจายของโรค1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา imatinib mesilate จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทย และผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ที่มีความพรอมในการวินิจฉัย และรักษาโรค โดยสามารถวัดขนาดของเนื้องอกไดดวยรังสีวินิจฉัยที่แมนยํา เชน computerized tomography (CT) หรือ magnetic resonance imaging (MRI)3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยา หรืออนุสาขาศัลยศาสตรมะเร็งวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา imatinib mesilate ในโรค GISTs โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน GISTs (gastrointestinal stromal tumors) ที่มี Kit (CD117) ใหผลบวก 4.2 เปนโรคระยะลุกลามที่ผาตัดไมได หรือมีการกระจายของโรค 4.3 ไมอนุมัติใหมีการใชยา imatinib mesilate ตอไป และใหพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่น เมื่อมี progressive disease อยางชัดเจน † 4.4 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.5 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา 5.1 400 มิลลิกรัมตอวัน 5.2 ไมอนุมัติใหมีการใชยา imatinib mesilate เกินกวาขนาดที่แนะนํา (400 มิลลิกรัมตอวัน) แมวาการใหยาไมไดผลหรือโรค ลุกลามขึ้นขณะใหยาที่ 400 มิลลิกรัมตอวัน6. การประเมินผลการรักษา 6.1 ประเมินผลการรักษาทุก 12 สัปดาห ดวยรังสีวินิจฉัยที่สามารถวัดขนาดของเนื้องอกได เชน computerized tomography (CT) หรือ magnetic resonance imaging (MRI) 6.2 ควรระบุผลการตอบสนองดวย SWOG (south west oncology group) หรือ RECIST (response evaluation criteria in solid tumor) criteria วาเปน ก. โรคหายไปหมด (complete) หรือ ข. รักษาหายไปบางสวน (partially response) หรือ ค. คงที่ (stable) ตาม SWOG (Southwest Oncology Group) หรือ RECIST criteria 6.3 ในกรณีที่ผลการตรวจทางรังสีวิทยาพบวามีรอยโรคขนาดใหญขึ้นเพียงตําแหนงเดียว (ไมเกิน 25%) ในขณะที่ตําแหนงอื่นเล็ก ลง หรือคงที่ แพทยผูรักษาสามารถพิจารณาหยุดยา หรือใหยาตออีก 2 เดือน และทําการตรวจซ้ําเพื่อความชัดเจนวาเปน stable disease หรือ progressive disease† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 133
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช โรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน (acute phase of Kawasaki disease)1. ระบบอนุมัติการใชยา 1.1 กรณีโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชน ภายหลังการรักษา (post- authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญเปนเด็กเล็ก มักมาดวยอาการฉุกเฉิน และจําเปนตองไดรับยาอยางทันทวงทีมิฉะนั้น อาจทําใหผูปวยเสียชีวิตได 1.2 กรณีโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลันที่ดื้อตอการรักษาดวย IVIG ในครังแรก ใหขออนุมัติจากหนวยงานสิทธิประโยชน กอนการ ้ ใหยา IVIG ซ้ําอีก 1 ครั้ง (pre-authorization)2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 2.1 เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขนไป ที่สามารถทําการตรวจ echocardiogram ได หรือ ึ้ 2.2 กรณีเปนสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิ ตองเปนสถานพยาบาลที่สามารถสงตอเพื่อรับการตรวจ echocardiogram ไดใน โรงพยาบาลเครือขายภายในเวลาไมเกิน 2 สัปดาห นับจากวันที่ใหการวินิจฉัยโรค โดยใหสถานพยาบาลแจงความประสงคตอ หนวยงานกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) เพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหง3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญทีไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตร ่4. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา IVIG ในโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน ในกรณีดังตอไปนี้ 4.1 สามารถวินิจฉัยโรคไดครบถวนตามเกณฑของคาวาซากิ โดยมีอาการและอาการแสดงดังตอไปนี้ 4.1.1 มีไขตดตอกันอยางนอย 5 วัน ิ 4.1.2 มีอาการแสดงอยางนอย 4 ใน 5 อยาง ดังนี้  เยื่อตาสวนลูกตา (bulbar) แดงที่ตาทั้งสองขางโดยไมมีขี้ตา  มีการเปลี่ยนแปลงของริมฝปากและเยื่อบุชองปากโดยมีริมฝปากแดง มีรอยแยกที่ริมฝปาก ลิ้นเปนตุมและมีสี แดงคลายผลสตรอเบอรี่ หรือมีคอหอยแดงอยางชัดเจน  มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังบริเวณมือและเทา โดยมีฝามือหรือฝาเทาแดง มือหรือเทาบวม (ในระยะเฉียบพลัน) ซึ่งตอมาจะมีการลอกของผิวหนังบริเวณรอบๆ เล็บมือหรือเล็บเทา (ในระยะพักฟนหรือระยะกึงเฉียบพลันที่ ่ สัปดาหที่ 2 และ 3 ของโรค)  มีผื่นผิวหนังลักษณะหลายรูปแบบ (polymorphous rash)  คลําพบตอมน้ําเหลืองบริเวณลําคอ โดยมีขนาดโตกวา 1.5 เซนติเมตร และมักคลําพบเพียงดานใดดานหนึ่งของ ลําคอ 4.1.3 ไดรับการวินิจฉัยแยกโรคทีมีอาการคลายกันออกแลว ไดแก โรคติดเชื้อไวรัส (เชน measles, adenovirus, ่ enterovirus, Epstein-Barr virus), scarlet fever, staphylococcal scalded skin syndrome, toxic shock syndrome, bacterial cervical lymphadenitis, drug hypersensitivity reactions, Stevens- Johnson syndrome, juvenile rheumatoid arthritis, Rocky mountain spotted fever, leptospirosis, mercury hypersensitivity reaction (acrodynia) 4.2 วินิจฉัยโรคไดไมครบถวนตามเกณฑของคาวาซากิ (incomplete Kawasaki disease) แตมีการตรวจทาง หองปฏิบัติการที่เขาไดกับโรค ตามเกณฑของ American Heart Association และ American Academy of Pediatrics (AHA/AAP guidelines) ไดแกขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 4.2.1 มีคา ESR > 40 mm/hour และ/หรือ CRP > 3 mg/dL รวมกับผลการตรวจทางหองปฏิบัติการอื่นพบความ ผิดปกติตั้งแต 3 ขอขึ้นไป ไดแก 134
    •  ALT สูงกวา2.5 เทาของคาปกติ  WBC count > 15,000/mm3  มีภาวะโลหิตจาง (เมื่อเทียบกับอายุของผูปวย)  platelet count > 450,000/mm3 (ไขมากกวา 7 วัน)  การตรวจปสสาวะพบเม็ดเลือดขาว > 10/HPF  serum albumin < 3g/dL 4.2.2 ตรวจพบความผิดปกติของ echocardiogram 4.3 กรณีโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลันที่ดื้อตอการรักษาดวย IVIG ในครั้งแรก พิจารณาให IVIG ซ้ําไดอีก 1 ครั้งเทานั้น (ใชขนาดยาและวิธีการใหยาตามขอ 5) โดยมีเกณฑการวินิจฉัยดังตอไปนี้  ลักษณะทางคลินิกและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการยังคงเขาไดกบโรคคาวาซากิ ั  ยังตรวจไมพบสาเหตุอื่นๆ ของไข  หลังจากการให IVIG dose แรกเสร็จสิ้นไปแลวนานกวา 36 - 48 ชั่วโมงผูปวยยังคงมีไขอยู † 4.4 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.5 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย5. ขนาดยาและวิธีการใหยา ใหยาในขนาด 2 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอครั้ง โดยการใหยาเพียงครั้งเดียว (single dose) ภายในระยะ 10 วันหลังจากที่เริ่มมีไข เนื่องจากมีหลักฐานวาการใหยาเกินกวาระยะเวลาดังกลาวไมใหประโยชนในการรักษา ใหยาดวยวิธี continuous drip โดยเริ่มใหยาในขนาด 0.6 มิลลิลิตรตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง และเพิมอัตราครั้งละเทาตัวทุก 30 นาที (ขนาดสูงสุดไมเกิน 4.8 ่มิลลิลิตรตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) จนไดอัตราที่ให IVIG ไดหมดใน 12 ชั่วโมง6. การติดตามผลการรักษา 6.1 ขณะใหยาควรบันทึกสัญญาณชีพ ทุก 15 นาที ใน 2 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นถาไมพบความผิดปกติใหบันทึกทุก 1 ชั่วโมง 6.2 ใหสังเกตการเกิดผื่น และการหายใจ ถามีอาการผิดปกติใหหยุดการใหยา และรักษาอาการแพ 6.3 ผู ป ว ยโรคคาวาซากิ ทุ ก รายที่ ยั ง ไม ไ ด รั บ การตรวจ echocardiogram ณ วั น ที่ วิ นิ จ ฉั ย โรค ต อ งได รั บ การตรวจ echocardiogram ภายในเวลาไมเกิน 2 สัปดาห 6.4 ควรทํา echocardiogram ซ้ําที่ 2 เดือน หลังเริ่มปวย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 135
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช โรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases)1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนดังนี้ 1.1 กรณี Post- Authorization กรณีเมื่อผูปวยมาดวยภาวะฉุกเฉินและจําเปนตองไดรับยาในทันที มิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได (life-threatening) ใหขอ อนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา พรอมแนบรายงานการใช IVIG โดยเร็วที่สุด 1.2 กรณี Pre-Authorization สําหรับในกรณีที่ไมใชภาวะฉุกเฉิน เชน การใหเพื่อการรักษาตามปกติ (Replacement Therapy) จะตองมีการลงทะเบียน ผูปวยไวลวงหนากับหนวยงานสิทธิประโยชน และกอนไดรับยาในครั้ง (course) ตอไป ใหขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงาน สิทธิประโยชนกอนการรักษา เนื่องจากผูปวยไมจําเปนตองไดรับยาในทันที ยกเวนในรายที่มีอาการรุนแรง และฉุกเฉินควรทําตาม แบบ post-authorization แลวจึงแจงใหหนวยงานสิทธิประโยชนทราบภายหลังการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 2.1 เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิ ที่มีแพทยผูวินิจฉัยตามคุณสมบัติที่ระบุไวในขอ 3 2.2 เปนสถานพยาบาลที่สามารถรับคําปรึกษาจากแพทยที่มีคณสมบัติของแพทยผูวินิจฉัยตามที่ระบุไวในขอ 3 โดยให ุ สถานพยาบาลแจงความประสงคตอหนวยงานกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) เพื่อขออนุมัติ และลงทะเบียน สถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา สถานพยาบาลจําเปนตองใชยาโดยแพทยผูมีความพรอมในการใชยานี้ทั้งในแงความสามารถในการวินิจฉัยโรค การใชยาใหตรงตามขอบงใช การระมัดระวังอันตรายจากยา และการติดตามผลการรักษา ไดแก 3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุ สาขากุมารเวชศาสตรโรคภูมิแพและภูมิคุมกัน หรืออนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขาอายุรศาสตรโรคภูมิแพ และภูมิคุมกันทางคลินิก หมายเหตุ ผูปวยควรพบแพทยผูเชี่ยวชาญผูใหการวินิจฉัย ทุก 3-6 เดือน 3.2 แพทยในสาขาอื่นที่ผูอํานวยการโรงพยาบาลมอบหมาย ซึ่งสามารถรับคําปรึกษาจากแพทยผูเชี่ยวชาญเพื่อใหการรักษา ผูปวยในภาวะฉุกเฉิน หรือเปนการรักษาตามปกติแบบตอเนื่องโดยมีหนังสือสงตัวจากแพทยผูเชี่ยวชาญ4. เกณฑการวินิจฉัยโรค ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิอาจมีอาการทางคลินิกที่หลากหลาย การวินิจฉัยโรคอาจคลาดเคลื่อนไดหากไมไดรับการยืนยันดวยผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่เหมาะสม รวมกับการตรวจพบลักษณะทางคลินิกบางประการที่ชวยใหวินิจฉัยแยกโรคไดอยางแมนยํา เกณฑการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประกอบดวย 4.1 อาการแสดงทางคลินิก (clinical presentation) 4.1.1 มีภาวะติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ และระบบอื่นๆ ไดบอย เชน ปอดอักเสบ หูอักเสบ ไซนัสอักเสบ การติดเชื้อ ในทางเดินอาหาร สมองติดเชื้อ การติดเชื้อบริเวณผิวหนัง การติดเชื้อของระบบกระดูกและกลามเนื้อ ซึ่งอาจรุนแรง ถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือด โดยมี spectrum ของเชื้อดังแสดงไวในตารางที่ 1 4.1.2 การตรวจรางกายที่ชวยในการวินิจฉัยโรค คืออาจพบน้ําหนักตัวนอย อาจตรวจไมพบตอมน้ําเหลืองหรือตอมทอนซิล 4.1.3 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัยโรค ดังแสดงไวในตารางที่ 2 136
    • ตารางที่ 1 spectrum ของเชื้อที่มักเปนสาเหตุของการติดเชื้อในผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ A. Bacterial respiratory tract and gastrointestinal infections  Haemophilus influenzae  Streptococcus pneumoniae  Staphylococcus aureus  Neisseria meningitidis  Pseudomonas aeruginosa  เชื้ออื่นๆ ที่อาจพบได คือ Mycoplasma, Campylobacter, Ureaplasma urealyticum B. Enterovirus  Echovirus เปน virus สําคัญทีพบบอย ่  Coxsackie virus A และ B  Poliovirus C. Opportunistic organism เชน Pneumocystis jirovecii (Pneumocystic carinii) ตารางที่ 2 ผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ A. ผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่จําเปนในการวินิจฉัยครั้งแรก  Complete blood count (CBC)  Quantitative serum immunoglobulin (IgG, IgA, IgM) levels B. ผลการตรวจทางหองปฏิบติการที่ควรพิจารณาในการวินจฉัยครั้งแรก เชน ั ิ  CD marker เชน CD3, CD4, CD8 (T cells), CD19 or CD20 (B cells), CD16/56 (NK cells)  Serum IgE level  IgG subclasses  T cell function  Antigen specific antibody response4.2 เกณฑการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิแตละชนิด 4.2.1 Common Variable Immunodeficiency (CVID) Male or female, one of major isotypes (IgM, IgG, and IgA) < 2 SD mean for age and all of the following criteria 1. Onset > 2 years of age 2. Absent isohemagglutinin and/or poor response to vaccine 3. Defined causes of hypogammaglobulinemia have been excluded 4.2.2 Severe Combined Immunodeficiency (SCID) Male or female < 2 years of age with either 1. < 20% CD3+T cells, an absolute lymphocyte count < 3,000/mm3 and proliferative responses to mitogen less than 10% of control or 2. The presence of maternal lymphocytes in the circulation 137
    • 4.2.3 DiGeorge anomaly Male or female with CD3+T cells < 1,500/mm3 and at least one of the following: 1. Cardiac defect 2. Hypocalcemia of greater than 3 weeks duration that requires therapy 3. Dysmorphic facies or palatal abnormalities4.2.4 X-linked agammaglobulinemia (XLA or Brutons agammaglobulinemia) Male patients with less than 2% CD19+ B cells in whom other causes of hypogammaglobulinemia have been excluded and at least one of the following criteria: 1. Onset of recurrent bacterial infections in the first 5 years of life 2. Serum IgG, IgM, and IgA more than 2 SD below normal for age 3. Absence of isohemagglutinins4.2.5 Autosomal recessive agammaglobulinemia Male or female patients with less than 2% CD19+ B cells in whom other causes of hypogamma- globulinemia have been excluded and at least one of the following criteria: 1. Onset of recurrent bacterial infections in the first 5 years of life 2. Serum IgG, IgM, and IgA more than 2 SD below normal for age 3. Absence of isohemagglutinins4.2.6 X-linked hyper-IgM syndrome Male patient with serum IgG concentration < 2 SD below normal for age, normal number of T cells and B cells and one or more of the following: 1. Serum IgM concentration at least 2 SD above normal for age 2. Pneumocystis jiroveci in the first year of life 3. Parvovirus-induced aplastic anemia 4. Cryptosporidium-related diarrhea 5. Severe liver disease (sclerosing cholangitis)4.2.7 Autosomal recessive hyper-IgM syndrome Male or female patient with serum IgG and IgA concentration < 2 SD below normal for age, serum IgM concentration at least 2 SD above normal for age, normal number of T cells and B cells, and lymphadenopathy4.2.8 Ataxia telangiectasia Male or female with progressive cerebellar ataxia and at least one of the following 1. Ocular or facial telangiectasia 2. Serum IgA < 2 SD normal for age 3. Alpha fetoprotein > 2 SD 4. Increased chromosomal breakage after exposure to irradiation4.2.9 Wiskott-Aldrich syndrome Male patient with congenital thrombocytopenia (less than 70,000/mm3), small platelets, or male patient splenectomized for thrombocytopenia, and at least one of the following 1. Eczema 2. Abnormal antibody response to polysaccharide antigens 138
    • 3. Recurrent bacterial or viral infections 4. Autoimmune diseases 5. Lymphoma, leukemia, or brain tumors4.2.10 X-linked lymphoproliferative syndrome (XLP) Male patient experiencing death, lymphoma/Hodgkin disease, immunodeficiency, aplastic anemia or lymphohistiocytic disorder following acute EBV infection4.2.11 Isolated IgG subclass deficiency All of the following 1. Reduction in one or more of IgG subclass (value below 2 SD for age appropriate level) 2. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified4.2.12 IgA with IgG subclass deficiency All of the following 1. Reduced IgA (value below 2 SD for age appropriate level) 2. Reduction in one or more of IgG subclass (value below 2 SD for age appropriate level) 3. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified4.2.13 Specific antibody deficiency with normal Ig concentrations and numbers of B cells All of the following 1. Abnormal antibody response to vaccine 2. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified4.2.14 Reticular dysgenesis All of the following without other cause such as malignancy or drug 1. Markedly decreased T cells 2. Decreased or normal B cells 3. Decreased serum Immunoglobulin 4. Granulocytopenia 5. Thrombocytopenia4.2.15 Omenn syndrome All of the following 1. Normal or decreased B cells 2. Decreased serum immunoglobulin 3. Elevated serum IgE 4. Erythroderma 5. Eosinophilia 6. Adenopathy 7. Hepatosplenomegaly4.2.16 Thymoma with immunodeficiency (Good syndrome) All of the following 1. Thymoma 2. Decreased numbers of B cells 3. Decreased serum immunoglobulin 139
    • 4.2.17 Transient hypogammaglobulinemia of infancy At least criteria number 1-4 at the initial diagnosis 1. Age < 2 years old 2. Decreased serum IgG and IgA 3. Normal numbers of B cells 4. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified 5. Recovery after 2 years of age 4.2.18 Cartilage hair hypoplasia All of the following 1. Normal or decreased numbers of T cells 2. Normal or decreased numbers of B cells 3. Short-limbed dwarfism with metaphyseal dysostosis 4. Sparse hair 5. Anemia 6. Neutropenia 4.2.19 Hyper-IgE syndrome (sporadic or autosomal dominant form) At least criteria number 1-4 1. serum IgE > 2,000 IU/mL or more than 2 SD normal for age 2. Staphylococcal skin abscess 3. Pneumonia and pneumatocoele 4. Disorders of bone, joint, and teeth such as osteoporosis, hyperextensible joint, scoliosis, retain primary teeth 5. Candidiasis 6. Facial features such as broad nasal bridge, and facial asymmetry 4.2.20 WHIM syndrome All of the following 1. Hypogammaglobulinemia 2. Decreased B cells 3. Severe neutropenia 4. Warts or human papilloma virus infectionหมายเหตุ เกณฑการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิแตละชนิดตามขอ 4.2 ดัดแปลงจาก1. Diagnostic criteria for primary immunodeficiencies by Pan-American Group for Immunodeficiency (PAGID)and European Society for Immunodeficiencies (ESID) Clin Immunol 1999;93:190-97.2. Classification of primary immunodeficiency by Primary Immunodeficiency Diseases ClassificationCommittee, The International Union of Immunological Societies. J Allergy Clin Immunol 2006;117:883-96.โปรดให ความสนใจ การใชย าโดยขาดการวิ นิจ ฉั ย โรคที่แ ม น ยํ า จั ดเป น การใช ย าอย างไม ส มเหตุ ผ ล สถานพยาบาลอาจไมไ ด รั บ การชดเชยยาหากไมระบุการวินิจฉัยโรคตามขอ 4.2 ขอใดขอหนึ่งใหกับผูปวย 140
    • 5. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใช IVIG ในโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases) ดวยเกณฑดังนี้ 5.1 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases) ประเภทใด ประเภทหนึ่งดังนี้ โดยมีการระบุชื่อโรคอยางชัดเจนตามตารางที่ 3 5.1.1 ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่ขาด B cell เชน X-linked agammaglobulinemia, severe combined immunodeficiency 5.1.2 ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่มีปริมาณ immunoglobulin ต่ํา และมีความผิดปกติในการสราง specific antibody เชน common variable immunodeficiency, hyper-IgM syndrome 5.1.3 ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่มีปริมาณ immunoglobulin ปกติ แตมีความผิดปกติในการสราง specific antibody เชน Wiskott-Aldrich syndrome, hyper-IgE syndrome, specific antibody deficiency 5.1.4 ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่มีปริมาณ immunoglobulin subclass ผิดปกติ รวมกับมีการติดเชื้อ บอยๆ หรือมีความผิดปกติในการสราง specific antibody 5.2 ไมใชผูปวยที่มีภาวะ selective IgA deficiency เนื่องจากไมมีขอบงชี้ และอาจเปนอันตรายตอผูปวยเนื่องจากเกิดภาวะแอ นาฟแล็กซิสไดงายจากการใช IVIG † 5.3 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 5.4 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย ตารางที่ 3 รายชื่อโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิแตละชนิด ที่ตองไดรับการระบุในแบบฟอรมขออนุมัติการใชยา 01 Common variable immunodeficiency 02 Severe combined immunodeficiency (SCID) 03 DiGeorge anomaly 04 X-linked agammaglobulinemia (XLA or Brutons agammaglobulinemia) 05 Autosomal recessive agammaglobulinemia 06 X-linked hyper-IgM syndrome 07 Autosomal recessive hyper-IgM syndrome 08 Ataxia-telangiectasia and diseases of DNA repair defects 09 Wiskott-Aldrich syndrome 10 X-linked lymphoproliferative syndrome (XLP) 11 Isolated IgG subclass deficiency 12 IgA with IgG subclass deficiency 13 Specific antibody deficiency with normal Ig concentrations and numbers of B cells† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 141
    • ตารางที่ 3รายชื่อโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิแตละชนิด ที่ตองไดรับการระบุในแบบฟอรมขออนุมัติการใชยา(ตอ) 14 Reticular dysgenesis 15 Omenn syndrome 16 Thymoma with immunodeficiency (Good syndrome) 17 Transient hypogammaglobulinemia of infancy 18 Cartilage hair hypoplasia 19 Hyper- IgE syndrome 20 WHIM syndrome6. ขนาดยาที่แนะนํา และวิธีการใหยา เริ่มดวย 400-600 มิลลิกรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอครั้ง ทุก 2-4 สัปดาห จากนั้นปรับระดับใหได IgG trough level มากกวา500 มิลลิกรัมตอเดซิลิตร หรือ มากกวา 800 มิลลิกรัมตอเดซิลิตร กรณีที่มี bronchiectasis หรือการติดเชื้อที่รุนแรงหมายเหตุ ยาแตละบริษัทอาจมีวิธีการใหยาที่แตกตางกัน โปรดอานวิธีใหยาจากเอกสารกํากับยากอนใหยา7. ระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยูกับชนิดของโรคและดุลยพินิจของแพทยผูวินิจฉัย โดยประเมินวาผูปวยมีความจําเปนตองใช IVIG ตอเนื่องหรือไม เชนกรณีIgG subclass deficiency อาจพิจารณาหยุดการให IVIG หลังการรักษา 6 เดือน ถึง 1 ป สําหรับผูปวยภูมิคุมกันบกพรองที่ไดรับการรักษาดวยการปลูกถายไขกระดูก ควรใหแพทยผูวินิจฉัยหรือแพทยผูทําการรักษาเปนผูพิจารณาใหความเห็นในการหยุดการให IVIGตามมาตรฐานการรักษา 142
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช โรค idiopathic thrombocytopenic purpura (ITP) ชนิดรุนแรง1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชน ภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญมักมาดวยอาการฉุกเฉิน และจําเปนตองไดรับยาอยางทันทวงทีมิฉะนั้นอาจทําใหผูปวยเสียชีวิตได2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 2.1 เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขนไป ึ้ 2.2 กรณีเปนสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษา ใหสถานพยาบาลแจงความ ประสงคตอหนวยงานกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) เพื่อขออนุมัติ และลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคเลือด หรืออนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา IVIG ในโรค idiopathic thrombocytopenic purpura (ITP) ชนิดรุนแรง โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ผูปวยแตละรายอนุมัติใหใชยา IVIG ไดไมเกิน 2 กรัมตอกิโลกรัม ตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้ง และไมใหยาซ้ําในการ รักษาคราวเดียวกัน 4.2 เปนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค ITP ที่มีอาการรุนแรง โดยมีเกณฑครบถวนทุกขอดังนี้ 4.2.1 มีเลือดออกผิดปกติที่เกิดจากจํานวนเกล็ดเลือดต่ํา 4.2.2 มี isolated thrombocytopenia รวมกับมีจํานวน megakaryocyte ในไขกระดูกปกติ 4.2.3 ไมมีสาเหตุอื่นๆ ของจํานวนเกล็ดเลือดต่ํา เชน ติดเชื้อ ยา เปนตน 4.2.4 เปนไปตามเกณฑในขอ 4.3 absolute indication หรือในขอ 4.4 relative indication ขอใดขอหนึ่ง 4.3 กรณีมี absolute indication โดยผูปวยโรค ITP มีอาการรุนแรง เปนไปตามเกณฑครบถวนทุกขอดังนี้ 4.3.1 ไมใช IVIG เปนยาขนานแรก และไมใช IVIG เปนยาเดี่ยวในการรักษา โดยให IVIG รวมกับเกล็ดเลือด และ คอรติโคสเตอรอยด 4.3.2 มีจํานวนเกล็ดเลือดนอยกวา 20,000/mm3 4.3.3 มีภาวะเลือดออกรุนแรงที่คุกคามตอชีวิต ไดแก ภาวะเลือดออกในอวัยวะสําคัญ เชน สมอง ปอด ชองทอง ชองอก และทางเดินอาหาร 4.3.4 ใชยา IVIG ภายหลังการใหการรักษามาตรฐาน แลวไมตอบสนองตอการรักษา เชน anti-Rho (D) immune globulin, คอรติโคสเตรอยด หรือเกล็ดเลือดรวมกับคอรติโคสเตรอยดนาน 3-7 วันยังคงมีจํานวนเกล็ดเลือดต่ํามากหรือมีจํานวน ลดลง 143
    • 4.4 กรณีมี relative indication โดยผูปวยโรค ITP ที่จําเปนตองไดรับการตัดมาม โดยมีเกณฑครบถวนทุกขอดังนี้ 4.4.1 มีจํานวนเกล็ดเลือดนอยกวา 50,000/mm3 กอนการผาตัด 4.4.2 ไดรับ คอรติโคสเตรอยด และ anti-Rho (D) immune globulin แลว แตไมสามารถเพิ่มจํานวนเกล็ดเลือดให มากกวา 50,000/mm3 ได † 4.5 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.6 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา และวิธีการใหยา เด็กและผูใหญ ใหยาในขนาด 400 มิลลิกรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 2-5 วัน หรือ ใหยาในขนาด 1 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 2 วัน โดยเริ่มใหยาในขนาด 0.6 มิลลิลิตรตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง และเพิ่มอัตราครั้งละเทาตัวทุก 30 นาที (ขนาดสูงสุดไมเกิน 4.8 มิลลิลิตรตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) จนไดอัตราที่ให IVIG ไดหมดใน8-12 ชั่วโมง ใหยาซ้ําครั้งที่สอง 24 ชั่วโมงหลังการใหยาครั้งแรกหมายเหตุ ผูปวยหลังการตัดมาม ไมจัดอยูในเกณฑการอนุมัติการใชยา IVIG† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 144
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช autoimmune hemolytic anemia (AIHA) ที่ไมตอบสนองตอการรักษาตามขั้นตอนของมาตรฐานการรักษา และมี อาการรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชน ภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญมักมาดวยอาการฉุกเฉิน และจําเปนตองไดรับยาอยางทันทวงทีมิฉะนั้นอาจทําใหผูปวยเสียชีวิตได2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 2.1 เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขนไป ึ้ 2.2 กรณีเปนสถานพยาบาลระดับทุตยภูมิที่มีความพรอมเปนไปตามเกณฑ ใหสถานพยาบาลแจงความประสงคตอหนวยงาน ิ กํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) เพื่อขออนุมัติ และลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญทีไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตร หรืออายุรศาสตรโรคเลือด ซึ่ง ่ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรบการอนุมัติในขอ 2 ั4. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใช IVIG ในโรค autoimmune hemolytic anemia (AIHA) เมื่อครบตามเงื่อนไขดังตอไปนี้ 4.1 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค AIHA ตามเกณฑครบทุกขอตอไปนี้ 4.1.1 เปนภาวะโลหิตจางชนิด acquired hemolytic anemia 4.1.2 ตรวจรางกายพบอาการแสดงของโลหิตจาง ดีซาน อาจมีตับและมามโต 4.1.3 ตรวจสเมียรเลือด พบ spherocyte, polychromasia และ nucleated red blood cell 4.1.4 ตรวจ direct Coombs’ test ใหผลบวก รวมกับการเพิ่มขึ้นของ reticulocyte count และการตรวจพบ bilirubin ในปสสาวะ (indirect bilirubin เพิ่มสูงขึ้นในเลือด) 4.2 ไมตอบสนองตอการรักษาตามขั้นตอนของมาตรฐานการรักษา ไดแก ไมตอบสนองตอ corticosteroid และการใหเลือด 4.3 มีอาการรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต ไดแก unstable angina กลามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (myocardial infarction) หัวใจวาย และ stroke 4.4 ไมเปนผูปวยเด็ก เนื่องจากไมมีหลักฐานสนับสนุน และเด็กสวนใหญไมตอบสนองตอการรักษาดวย IVIG แมใหยาในขนาดสูง มาก (เชน 1 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัม เปนเวลา 5 วัน) แลวก็ตาม † 4.5 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.6 มีการกรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 145
    • 5. ขนาดยาที่แนะนํา และวิธีการใหยา 400 – 500 มิลลิกรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 4-5 วัน หรือ 1 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 2วัน ขนาดรวมไมเกิน 2 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัม และไมอนุมติใหใชยาซ้ําในการรักษาคราวเดียวกัน ั ใหยาดวยวิธีหยดเขาหลอดเลือดดําอยางตอเนื่อง โดยเริ่มใหยาในขนาด 0.6 มิลลิลิตรตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง (30มิลลิกรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) และเพิ่มอัตราครั้งละเทาตัวทุก 30 นาที ขนาดสูงสุดไมเกิน 4.8 มิลลิลิตรตอน้ําหนักตัว 1กิโลกรัมตอชั่วโมง (240 มิลลิกรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) และหยดเขาหลอดเลือดดําอยางตอเนื่องจนยาหมด หากใหยาดวยวิธีขางตนโดยใชยาในขนาดสูงสุดคือ 1 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัม ยาจะหมดในเวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมงหมายเหตุ ยาแตละบริษัทอาจมีวิธการใหยาที่แตกตางกัน โปรดอานวิธีใหยาจากเอกสารกํากับยากอนใหยา ี6. การติดตามผลการรักษา 6.1 ขณะใหยาควรวัดชีพจร และความดันโลหิต ทุก 15 นาที ใน 2 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นถาไมพบความผิดปกติใหบันทึกทุก 1 ชั่วโมง จนสิ้นสุดการให IVIG แลว 60 นาที 6.2 ใหสังเกตการเกิดผื่น และการหายใจ ถามีอาการผิดปกติใหหยุดการใหยา และรักษาอาการแพ 6.3 หากเกิดอาการขางเคียง เชน มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือคลื่นไสอาเจียน ใหแกไขโดยการลดอัตราการใหยาลงรอยละ 25-50 146
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช โรค Guillain–Barré syndrome ที่มีอาการรุนแรง1. ระบบอนุมัติการใชยา เนื่องจากการใช IVIG ใหใชเฉพาะเมื่อผูปวยมาดวยภาวะฉุกเฉิน เชน severe type, progressive weakness หรือมี acuterespiratory failure จําเปนตองไดรับยาในทันที (ไมนานเกิน 1-2 วัน) มิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได (Life-threatening) จึงควรกําหนดใหขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization)หมายเหตุ ควรมีระบบการอนุมัติการใชยาภายในโรงพยาบาล (pre-authorization) เนื่องจากไมไดเปนโรคที่เปนภาวะฉุกเฉินที่ตองใหในทันที อาจรอปรึกษาใน 24-48 ชั่วโมงกอนได2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ที่มีคุณสมบัติในการดูแลผูปวย Guillain – Barré syndrome ที่สําคัญไดแก ICU ที่มีrespiration care ยาที่จําเปน และแพทยผูเชี่ยวชาญตามที่กําหนด3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑการวินิจฉัยโรค ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค Guillain–Barré syndrome โดยมีลักษณะทางคลินิกครบถวนดังตอไปนี้ 4.1 อาการ อาการแสดงและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่ตองมี ไดแก 4.1.1 แขน และขาออนแรงทั้งสองขาง 4.1.2 ไมมี deep tendon reflexes (areflexia) หรือมีการตอบสนองที่ลดลงของขอเขาหรือ biceps 4.1.3 มีการดําเนินโรคในชวงเวลาหลายวัน โดยมีอาการตั้งแตเริ่มตนจนถึงรุนแรงที่สุดไมเกิน 4 สัปดาห 4.1.4 cerebrospinal fluid (CSF) analysis พบปริมาณของโปรตีนเพิ่มขึ้น โดยพบเซลลนอยกวา 10 เซลลตอมิลลิลิตร (บางครั้งการเพิ่มขึ้นของโปรตีนอาจตรวจไมพบจนเขาปลายสัปดาหที่สองของโรค) 4.2 อาการ อาการแสดงและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัย ไดแก 4.2.1 อาการออนแรงมีลักษณะคอนขาง symmetry 4.2.2 มี sensory symptoms หรือ signs เล็กนอย 4.2.3 มีการออนแรงของอวัยวะที่ควบคุมโดยเสนประสาทสมอง โดยเฉพาะอยางยิ่งการออนแรงของกลามเนื้อใบหนาทั้งสอง ซีก ซึ่งเปนชนิด LMN 4.2.4 หลังการดําเนินโรคสิ้นสุดลงแลว 2-4 สัปดาห ผูปวยจะมีอาการเริ่มดีขึ้น 4.2.5 มี autonomic dysfunction 4.2.6 ไมมีไขขณะเริ่มมีอาการ 4.2.7 กลามเนื้อสวนปลายอาจออนแรงมากกวา หรือเทากับสวนตน 4.2.8 พบลักษณะ electrodiagnostic features ที่ตรงแบบ (typical) ดังตอไปนี้ - slow nerve conduction velocity หรือ conduction block - พบ normal หรือ small compound muscle action potentials - absent or prolonged F-waves - acute denervation หรือ decreased recruitment / interference pattern หมายเหตุ ผลการตรวจขึ้นกับชวงเวลาที่ทําการตรวจ electrodiagnostic test 147
    • 5. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใช IVIG ในโรค Guillain–Barré syndrome ที่มีอาการรุนแรง ดวยเกณฑดังนี้ 5.1 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค Guillain–Barré syndrome ตามเกณฑการวินิจฉัยโรคในขอ 4 5.2 ผูปวยตองมีอาการรุนแรง ซึ่งหมายถึงอาการหายใจลมเหลวหรือมีอาการกลามเนื้อออนแรงขั้นรุนแรงรวมดวย (เชน ตอง ใช อุปกรณชวยในการเดิน) หรือมีอาการเลวลงอยางรวดเร็ว 5.3 อนุมัติใหใช IVIG ไดไมเกิน 2 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้ง โดยอนุมัติในรายที่สามารถให IVIG ภายใน 2 สัปดาห หลังจากผูปวยเริ่มมีอาการทางคลินิก † 5.4 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 5.5 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย6. ขนาดยาที่แนะนํา และวิธีการใหยา ขนาดยาที่แนะนํา คือ 2 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้ง แบงให 2-5 วัน (เชน 0.4 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน นาน 5 วัน) ใหยาดวยวิธี continuous drip และตองไดรับ IVIG ภายใน 2 สัปดาหหลังจากเริ่มมีอาการทางคลินิก7. ขอสังเกต  ประสิทธิผลของ IVIG เทียบเทากับ plasma exchange  การใหสเตียรอยด รวมกับ IVIG หรือ plasma exchange พบวาไมมีประโยชน  การให IVIG รวมกับ plasma exchange พบวาไมมีประโยชนมากกวาอยางใดอยางหนึ่งเพียงอยางเดียว† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 148
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช โรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤต (myasthenia gravis, acute exacerbation หรือ myasthenic crisis)1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากเปนโรคฉุกเฉินและจําเปนตองใหยาในทันทีมิฉะนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไปที่มีศักยภาพในการดูแลผูปวยที่ใชเครื่องชวยหายใจ3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยาหรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใช IVIG ในโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤตเทานั้น (ไมอนุมัติใหใชในโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายในระยะอื่น) โดยมีเกณฑดังนี้ 4.1 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤต อยางชัดเจนโดยมีประวัติ อาการและอาการ แสดงดังตอไปนี้ 4.1.1 มีการหายใจลมเหลวซึ่งมีสาเหตุจากกะบังลมหรือกลามเนื้อระหวางซี่โครงออนแรง 4.1.2 มีอาการแสดงทางคลินิกขอใดขอหนึ่งดังนี้ 4.1.2.1 มีหนังตาตก เห็นภาพซอน หรือการกลอกตาผิดปกติ (oculomotor disturbance) 4.1.2.2 มีอาการที่เกี่ยวเนื่องกับเสนประสาทสมอง เชน อัมพาตใบหนาครึ่งซีก (facial palsy) หรือ bulbar weakness 4.1.2.3 มี generalized weakness หรือ proximal muscle weakness 4.1.2.4 มี fluctuation of weakness 4.1.3 มีประวัติหรือมีผลทางหองปฏิบัติการขอใดขอหนึ่งดังนี้ 4.1.3.1 มีบันทึกในประวัติวาเปนโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดราย(MG) 4.1.3.2 repetition nerve stimulation (RNS) test ใหผลบวก 4.1.3.3 prostigmine test ใหผลบวก 4.1.3.4 single-fiber electromyography (SFEMG) ใหผลบวก 4.2 อนุมัติใหใชยา IVIG ไดไมเกิน 2 กรัมตอกิโลกรัม ตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้ง โดยอาจใหยา 1 หรือ 1.2 กรัมตอ กิโลกรัมกอนในวันแรก ถาไมไดผลจึงใหตอจนครบ 2 กรัมตอกิโลกรัม หลังการรักษาภาวะฉุกเฉิน แพทยควรใหการรักษาโรค ดวยวิธีการอื่นที่เหมาะสมตอไป 149
    • † 4.3 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.4 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา ใหยา IVIG ในขนาด 1-1.2 กรัมตอกิโลกรัม เปนเวลา 1 วัน แลวประเมินผลการรักษา หากไมไดผล จึงใหตออีกจนครบ 2 กรัมตอกิโลกรัม โดยมีวิธีการบริหารยาดังนี้ 5.1 ใหยา IVIG 0.4 กรัมตอกิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 3 วัน หากไมไดผลจึงพิจารณาใหตออีก 2 วัน จนครบ 2 กรัมตอกิโลกรัม (ขนาดยารวม 1.2 กรัมตอกิโลกรัม มีประสิทธิผลเทากับ 2 กรัมตอกิโลกรัม) 5.2 1 กรัมตอกิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 1 วัน หากไมไดผลจึงพิจารณาใหตออีก 1 วัน จนครบ 2 กรัมตอกิโลกรัม (ขนาดยารวม 1 กรัมตอกิโลกรัม มีประสิทธิผลเทากับ 2 กรัมตอกิโลกรัม)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 150
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช โรค pemphigus vulgaris ที่มีอาการรุนแรง และไมตอบสนองตอการรักษาดวยยามาตรฐาน1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญเปนผูปวยหนัก อาการฉุกเฉินเรงดวน และจําเปนตองไดรับยาในทันทีมิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล สถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาตจวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑการวินิจฉัยโรค ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค pemphigus vulgaris โดยมีลักษณะทางคลินิกครบถวนดังตอไปนี้ 4.1 อาการ และอาการแสดงเขาไดกับโรค pemphigus vulgaris 4.2 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัย ขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้  histopathology พบลักษณะทางพยาธิวิทยาเขาไดกับโรค pemphigus vulgaris  direct immunofluorescence study ใหผลบวกวามี IgG หรือ C3 ติดอยูที่ชองวางระหวางเซลล keratinocyte (Intercellular space)  indirect immunofluorescence study ใหผลบวก anti-intercellular antibody  enzyme link immunosorbent assay (ELISA) สําหรับ desmoglein 1 และ 3 ใหผลบวกชนิดหนึ่งชนิดใด หรือ ทั้งสองชนิด5. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใช IVIG ในโรค pemphigus vulgaris ที่มีอาการรุนแรง ดวยเกณฑดังนี้ 5.1 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค pemphigus vulgaris ตามเกณฑการวินิจฉัยโรคในขอ 4 5.2 ผูปวยตองมีอาการรุนแรง ซึ่งหมายถึงมีพื้นที่รอยโรค (body surface area involvement) > 30% ของพื้นที่ผิวกาย 5.3 มีความจําเปนตองใช IVIG เนื่องจากไมสามารถใชยาอื่นได ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 5.3.1 ไมสามารถควบคุมโรคไดดวยยา prednisolone 1 มิลลิกรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน รวมกับยากดภูมิคุมกัน เชน cyclophosphamide หรือ azathioprine ในขนาด 100 มิลลิกรัมตอวัน เมื่อใหยาติดตอกันนาน 6 สัปดาห 5.3.2 ไมสามารถใชการรักษาที่ใชอยูได เนื่องจากผลขางเคียงของยาหรือพิษของยาที่ใชอยู เชน โรคติดเชื้อที่รุนแรง เบาหวานที่ควบคุมไดไมดี โรคกระดูกพรุนจนยุบตัวลง การกดไขกระดูก 5.3.3 มีขอหามใชยากลุม immunosuppressive drugs 151
    • 5.4 หากควบคุมโรคไดอนุมัติใหใช IVIG ไดไมเกิน 6 cycle แตถาใหยาครบ 3 cycle แลวยังควบคุมโรคไมไดใหพิจารณาหยุดยา † 5.5 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 5.6 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย6. ขนาดยาที่แนะนํา และวิธีการใหยา ขนาดยาที่แนะนํา คือ 2 กรัมตอน้ําหนักตัว 1 กิโลกรัมตอ cycle แบงใหในเวลา 3 วัน โดย 1 cycle มีระยะเวลา 3-4 สัปดาห ถาให 3 cycle แลวยังควบคุมโรคไมไดใหพิจารณาหยุดยา หากควบคุมโรคไดและไมมีรอยโรคใหมนาน 3 สัปดาหแลว ใหคอย ๆ ลดขนาดยาลง หรือใหยาในระยะเวลาที่หางออกไป รวมทั้งหมดไมเกิน 6 cycle แลวพิจารณาเปลี่ยนไปใชยาอื่น† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 152
    • แนวทางกํากับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ขอบงใช hemophagocytic lymphohistiocytosis (HLH)1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญมักจะมาดวยอาการฉุกเฉิน และจําเปนตองไดรับยาในทันทีมิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญทีไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก หรืออนุสาขากุมาร ่เวชศาสตรโรคติดเชื้อ4. เกณฑอนุมัติการใชยา การใช IVIG ในโรค hemophagocytic lymphohistiocytosis (HLH) ชนิดรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงชีวิตมีขอกําหนดดังนี้ 4.1 ผูปวยเด็กที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค HLH โดยตองมีการตรวจพบครบถวนทั้ง 4 ขอตอไปนี้ 4.1.1 มีไข 4.1.2 มามโต 4.1.3 Cytopenia มากกวา หรือ เทากับ 2 cell lines (โดยมีอยางนอย 2 ใน 3 ขอตอไปนี)้  Hemoglobin < 9 g/dL (อายุนอยกวา 4 สัปดาห Hb < 12 g/dL)  Absolute neutrophil <1,000/ µL  Platelet < 100,000/ µL 4.1.4 มีการตรวจพบ Hemophagocytosis ในไขกระดูก ตอมน้ําเหลือง นอกจากนี้อาจมีผลการตรวจอื่น ๆ ที่สนับสนุนการวินิจฉัยโรค HLH ไดแก 4.1.5 Hypertriglyceridemia และ/หรือ hypofibrinogenemia  Fasting triglyceride > 2 mmol/L  Fibrinogen < 1.5 g/L 4.1.6 Serum ferritin > 500 µg/L 4.1.7 Soluble interleukin-2 receptor (sCD25) > 2,400 U/mL 4.1.8 Natural killer cell activity ต่ํา หรือ ไมมี † 4.2 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.3 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 153
    • แนวทางกํากับการใชยา Letrozole ขอบงใช มะเร็งเตานมที่มี hormone receptor เปนบวก1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา letrozole จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) เฉพาะครั้งแรก โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทย และผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไปหมายเหตุ กรณีเปนสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิที่มีความพรอมในการรักษามะเร็งเตานม ใหสถานพยาบาลแจงความประสงคตอหนวยงานกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) เพื่อขออนุมัติ และลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยา รังสีรักษาและมะเร็งวิทยาหรืออนุสาขาศัลยศาสตรมะเร็งวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา letrozole ในโรคมะเร็งเตานม ดวยเกณฑดังตอไปนี้ 4.1 มีผลการตรวจ hormone receptor เปนบวก 4.2 ผูปวยอยูในภาวะหมดประจําเดือน (post menopause) แลว ซึ่งหมายถึงขอหนึ่งขอใดตอไปนี้ 4.2.1 ผูปวยมีอายุมากกวา 60 ป 4.2.2 ผูปวยไดรับการผาตัดรังไขออกทั้งหมด 4.2.3 ผูปวยหมดประจําเดือนตามธรรมชาติกอนการเกิดมะเร็งเตานมนานมากกวา 1 ป และควรตรวจระดับของ FSH และ estradiol วาอยูในภาวะหมดประจําเดือนจริงหมายเหตุ กรณีหมดประจําเดือนหลังการผาตัดเอามดลูกออก หรือหลังจากการใหเคมีบําบัด ไมจดเปนภาวะหมดประจําเดือนตาม ัความหมายขางตน 4.3 เปนการใชยาในกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ 4.3.1 เปนโรคระยะแพรกระจาย (advanced breast cancer) 4.3.2 เปนโรคระยะแรก โดยใชยานี้เปนยาเสริม (adjuvant therapy) แบบ switching therapy คือ  ใหใชยา tamoxifen 2-3 ป ตามดวย letrozole จนครบทั้งหมดรวมกันเปน 5 ป หรือ  ให letrozole 2 ป แลวตามดวย tamoxifen 3 ป จนครบทั้งหมดรวมกันเปน 5 ป 4.4 ไมอนุมัติใหมีการใชยา letrozole ตอไป และใหพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่น เมื่อ 4.4.1 ใชยาในโรคระยะแพรกระจายแลวไมไดผล 4.4.2 ใชยาแลวไดผลแตตอมามี progressive disease 4.4.3 ผูปวยทนตอผลขางเคียงของยาไมได 4.4.4 กรณีใชรักษาเสริมมะเร็งเตานมระยะแรก รวมระยะเวลาการใหยา letrozole และ tamoxifen มากกวา 60 เดือน † 4.5 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.6 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 154
    • 5. ขนาดยาที่แนะนํา 2.5 มิลลิกรัมตอวัน6. การประเมินผลการรักษา การประเมินวาการรักษาไมไดผลหรือมี progressive disease ใหพิจารณาจากอาการ (เชน มีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น) การตรวจรางกาย การตรวจ tumor marker ในผูปวยบางราย หรือการใช imaging technique เชน X-ray, CT เปนตน7. ขอแนะนําเพิ่มเติม แพทยควรปองกัน ติดตาม และรักษาภาวะกระดูกบางระหวางใหยา letrozole โดยใหแคลเซียมเสริมวันละ 1,200–1,500มิลลิกรัม แนะนําใหผูปวยออกกําลังกาย และหยุดสูบบุหรี่ 155
    • แนวทางกํากับการใชยา Epoetin alfa/beta (epoetin alpha/beta: EPO) ขอบงใช ภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได1. ระบบอนุมัติการใชยา ระบบการอนุมัติการใชยา epoetin (EPO) ดําเนินการเปน 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก เปน pre-authorization หากหนวยงานสิทธิประโยชนนั้นมีระบบควบคุมอยูแลวใหดําเนินงานตามขั้นตอนของหนวยงานสิทธิประโยชน หากยังไมมีระบบควบคุมใหดําเนินการอนุมัติไดภายในโรงพยาบาล โดยใหโรงพยาบาลนั้นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความถูกตองของแนวทางการใชยาและอนุมัติการใชยาแลวเขาสูขั้นตอนที่ 2 เปน post-authorization ในระบบสวนกลาง (หมายถึงมีคณะกรรมการตรวจสอบจากหนวยงานสิทธิประโยชนติดตามการใชยา) ภายหลังจากมีการใชยาแลว สําหรับสถานพยาบาลอื่นที่ไมใชโรงพยาบาล ใหอนุมัติดวยระบบ pre-authorization ดวยหนวยงานสิทธิประโยชนเทานั้น2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 2.1 เปนโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิขึ้นไป ที่มีแพทยและพยาบาลที่ไดรับการฝกอบรมการดูแลผูปวยโรคไตเรื้อรัง สําหรับกรณีที่ โรงพยาบาลมีหนวยไตเทียม หนวยไตเทียมของโรงพยาบาลนั้นตองไดรับการรับรองจากแพทยสภา 2.2 เปนสถานพยาบาลที่มีเครื่องฟอกเลือดดวยเครื่องไตเทียม โดยสถานพยาบาลนั้นจะตองผานการรับรองจากแพทยสภา3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา 3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคไต หรืออนุสาขา อายุรศาสตรโรคไต ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 2 3.2 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตร หรืออายุรศาสตรที่ไดรับ มอบหมายจากแพทยผูเชี่ยวชาญทางดานโรคไต หรือที่ผูอํานวยการโรงพยาบาลมอบหมาย ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา การใช epoetin ในภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได มีขอกําหนดดังนี้ 4.1 เกณฑการวินิจฉัยภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวามีภาวะเลือดจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได ตามเกณฑดังตอไปนี้ กรณีที่ 1 ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (Chronic kidney disease stage 5) ไดแก 1. 1 ระยะเริ่มใหยา (Initial Phase) ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 ที่ไมเคยไดรับยา EPO มากอน ตองมีคุณสมบัติ ครบถวนทั้งสามขอ ดังนี้ 1.1.1 ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO  มีคา Hb ที่ตรวจไดนอยกวา 10 g/dL หรือมีคา Hct นอยกวา 30 %  ผูปวยเปนโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (มีคา GFR นอยกวา 15 ml/min/1.73 m2 หรือ end-stage renal ††† disease)  มีคา Serum ferritin มากกวา 100 ng/mL  มีคา TSAT มากกวาหรือเทากับ 20% 1.1.2 ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO  ผูปวยกําลังมีภาวะเลือดออก (active bleeding)  ผูปวยมีลักษณะทางคลินิก หรือ ผลการตรวจทางปฏิบัติการโลหิตวิทยาพื้นฐาน ที่เขาไดกับกลุมโรค  EPO- resistant bone marrow disease ไดแก aplastic anemia, myelodysplastic syndrome,††† KDOQI Clinical Practice Guidelines and Clinical Practice Recommendations for Anemia in Chronic Kidney Disease 2006. 156
    • myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือ ผูที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะ pure red cell aplasia (PRCA)  ผูปวยมีภาวะ megaloblastic anemia ซึ่งมีหลักฐานนาเชื่อไดวาเกิดจากการขาดโฟเลต หรือ วิตามินบี 12 1.1.3 ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทําใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรักษาโรคนั้นรวมไป ดวย เชน ถาตรวจพบ Stool occult blood ใหผลบวก (Positive) ตองมีการดําเนินการรักษา1.2 ระยะการรักษาตอเนื่องเพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง (Maintenance phase) การพิจารณาสั่งใช EPO ตอเนื่องแกผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 เพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง (maintenance phase) ผูปวยตองมีคุณสมบัติครบถวนทั้งสามขอดังนี้ 1.2.1 ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป  ผูปวยเคยไดรับการอนุมัติใหใชยา EPO แลว  ในกรณีที่มีการทํา dialysis แลว ตองมีการแสดงคา Kt/V ภายในชวงเวลาไมเกิน 3 เดือน (กอนวันยื่นขอเบิกยา) โดยคา Kt/V ที่ไดควรเปนดังนี้ - ควรมีคา Kt/V ไมนอยกวา 1.8/ครั้ง สําหรับผูที่ทํา Hemodialysis 2 ครั้ง/สัปดาห หรือ - ควรมีคา Kt/V ไมนอยกวา 1.2/ครั้ง สําหรับผูที่ทํา Hemodialysis 3 ครั้ง/สัปดาห หรือ - ควรมีคา Kt/V ไมนอยกวา 1.7/สัปดาห สําหรับผูที่ทํา Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis (CAPD)  ตองมีการแสดงคา Serum ferritin ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา Serum ferritin ควร มากกวา 100 ng/mL  ตองมีการแสดงคา TSAT ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา TSAT ควรมากกวาหรือเทากับ 20% 1.2.2 ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป  ผูปวยมีลักษณะทางคลินิก หรือ ผลการตรวจทางปฏิบัติการโลหิตวิทยาพื้นฐาน ที่เขาไดกับกลุมโรค EPO-resistant bone marrow disease ไดแก aplastic anemia, myelodysplastic syndrome,myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือ ผูที่ไดรบการวินิจฉัยแลววามีภาวะ PRCA ั 1.2.3 ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทําใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรักษาโรคนั้นรวมไปดวยกรณีที่ 2 ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 (Chronic kidney disease stage 4) ไดแก2.1 ระยะเริ่มใหยา (Initial Phase)ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 ที่ไมเคยไดรับยา EPO มากอน ตองมีคุณสมบัติครบถวนทั้งสามขอดังนี้ 2.1.1 ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO  มีคา Hemoglobin (Hb) ที่ตรวจไดนอยกวา 10 g/dL หรือมีคา Hematocrit (Hct) นอยกวา 30 %  ผูปวยเปนโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 (มีคา GFR เทากับ 15-30 mL/min/1.73 m2)  มีคา Serum ferritin มากกวา 100 ng/mL  มีคา TSAT มากกวาหรือเทากับ 20% 2.1.2 ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO  ผูปวยกําลังมีภาวะเลือดออก (active bleeding)  ผูปวยมีลักษณะทางคลินิก หรือ ผลการตรวจทางปฏิบัติการโลหิตวิทยาพื้นฐาน ที่เขาไดกับกลุมโรค  EPO-resistant bone marrow disease ไดแก aplastic anemia, myelodysplastic syndrome, myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือ ผูที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะ PRCA  ผูปวยมีภาวะ megaloblastic anemia ซึ่งมีหลักฐานนาเชื่อไดวาเกิดจากการขาดโฟเลต หรือวิตามินบี 12 157
    • 2.1.3 ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทําใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรักษาโรค นั้นรวมไปดวย เชน ถาตรวจพบ Stool occult blood ใหผลบวก (Positive) ตองมีการดําเนินการรักษา 2.2 ระยะการรักษาตอเนื่องเพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง (Maintenance phase) การพิจารณาสั่งใชยา EPO ตอเนื่องแกผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 เพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง (maintenance phase) ผูปวยตองมีคุณสมบัติครบถวนทั้งสามขอดังนี้ 2.2.1 ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป  ผูปวยเคยไดรับการอนุมัติใหใชยา EPO แลว  ตองมีการแสดงคา Serum ferritin ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา Serum ferritin ควร มากกวา 100 ng/mL  ตองมีการแสดงคา TSAT ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา TSAT ควรมากกวาหรือเทากับ 20% 2.2.2 ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป  ผู ป ว ยมี ลั ก ษณะทางคลิ นิ ก หรื อ ผลการตรวจทางปฏิ บั ติ ก ารโลหิ ต วิ ท ยาพื้ น ฐาน ที่ เ ข า ได กั บ กลุ ม โรค EPO-resistant bone marrow disease ไดแก aplastic anemia, myelodysplastic syndrome, myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือผูที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะ PRCA 2.2.3 ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทําใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรักษาโรคนั้นรวมไปดวย † 4.2 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) 4.3 ใหหยุดใชยา EPO ในผูปวยที่เกิดภาวะ PRCA หลังไดรับยา EPO †† 4.4 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 158
    • แนวทางกํากับการใชยา Verteporfin ขอบงใชโรคจุดภาพชัดจอประสาทตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา ซึ่งสวนใหญเปนแบบคลาสสิก (predominantly classic subfoveal choroidal neovascularization (CNV) due to age-related macular degeneration (wet form))1. ระบบอนุมัติการใชยา ขออนุมัติการใชยา verteporfin จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) กอนการใชยาทุกครั้ง โดยขออนุมัติไดไมเกิน 4 ครั้งตอตา 1 ขาง โดยมีการลงทะเบียนทั้งแพทยและผูปวยกอนทําการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล 2.1 เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ซึ่งมีความพรอมของเครื่องมือและอุปกรณในการรักษา ตลอดจนสามารถทํารังสี วินิจฉัยและถายภาพจอประสาทตา (fundus fluorescein angiography - FFA) ได 2.2 กรณีเปนสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิที่มีคุณสมบัติตามเกณฑขางตน ใหสถานพยาบาลแจงความประสงคตอหนวยงานกํากับ ดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) เพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีๆ ไป3. คุณสมบัติของแพทยผูทําการรักษา เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาจักษุวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 2 และมีความเชี่ยวชาญทางจอประสาทตาซึ่งไดลงทะเบียนไวกับหนวยงานกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)4. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา verteporfin ในโรคจุดภาพชัดจอประสาทตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยก โดยมีเกณฑครบทุกขอตามขอกําหนดดังตอไปนี้ 4.1 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคจุดภาพชัดจอประสาทตาเสื่อมที่มีสาเหตุจากสูงวัยแบบเปยก 4.2 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตาซึ่งสวนใหญ (ตั้งแตรอยละ 50 ของรอยโรค) เปน แบบคลาสสิก 4.3 มีผลการถายภาพจอประสาทตาตามขอ 4.2 มาแสดง 4.4 ผูปวยมีสายตาเทากับหรือดีกวา 6/60 หรือ 20/200 เมื่อวัดสายตาขางที่เปนกอนการรักษาดวยยา verteporfin ในแตละครั้ง 4.5 ใหเบิกยาไดไมเกิน 4 ครั้งตอตา 1 ขาง † 4.6 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †† 4.7 กรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกําหนดทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย5. ขนาดยาที่แนะนํา ขนาดที่แนะนําคือ 6 มิลลิกรัมตอตารางเมตร หยดเขาหลอดเลือดดําอยางตอเนื่องโดยใชเวลานานกวา 10 นาที ตามดวยการกระตุนดวยแสงที่ 15 นาทีหลังจากเริ่มใหยา† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่ง  ีในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสําคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพือใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกํากับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ่ 159
    • ภาคผนวก 4 บัญชียาจากสมุนไพรกลุมที่ 1 ยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณ 50 รายการ 1.1 ยารักษากลุมอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แกลม) (1) ยาหอมทิพโอสถ ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (2) ยาหอมเทพจิตร ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (3) ยาหอมนวโกฐ ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (4) ยาหอมแกลมวิงเวียน ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (5) ยาหอมอินทจักร ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) 1.2 ยารักษากลุมอาการทางระบบทางเดินอาหาร 1.2.1 กลุมยาขับลม บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอ (1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) (2) ยาธาตุอบเชย ยาน้ํา (รพ.) (3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (4) ยาประสะกะเพรา ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (5) ยาประสะกานพลู ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) (6) ยาประสะเจตพังคี ยาแคปซูล ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (7) ยามันทธาตุ ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (8) ยามหาจักรใหญ ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (9) ยาวิสัมพยาใหญ ยาผง (10) ยาอภัยสาลี ยาลูกกลอน ยาเม็ด 160
    • 1.2.2 กลุมยาบรรเทาอาการทองผูก (1) ยาถายดีเกลือฝรั่ง ยาแคปซูล ยาเม็ด (2) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) 1.2.3 กลุมยาบรรเทาอาการทองเสีย (1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) (2) ยาเหลืองปดสมุทร ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) 1.2.4 กลุมยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก (1) ยาผสมเพชรสังฆาต ยาแคปซูล ยาแคปซูล (รพ.) (2) ยาริดสีดวงมหากาฬ ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.)1.3 ยารักษากลุมอาการทางสูติศาสตร-นรีเวชวิทยา (1) ยาประสะไพล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) (2) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) (3) ยาไฟประลัยกัลป ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (4) ยาไฟหากอง ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (5) ยาเลือดงาม ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) (6) ยาสตรีหลังคลอด ยาตม (รพ.)1.4 ยาแกไข (1) ยาเขียวหอม ยาผง ยาเม็ด (รพ.) ยาผง (รพ.) (2) ยาจันทนลีลา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (3) ยาประสะจันทนแดง ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (4) ยาประสะเปราะใหญ ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (5) ยามหานิลแทงทอง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (6) ยาหาราก ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด 161
    • 1.5 ยารักษากลุมอาการของระบบทางเดินหายใจ 1.5.1 ยาบรรเทาอาการไอ (1) ยาแกไอผสมกานพลู ยาลูกกลอน (รพ.) (2) ยาแกไอผสมมะขามปอม ยาน้ํา (รพ.) (3) ยาแกไอผสมมะนาวดอง ยาลูกกลอน (รพ.) (4) ยาแกไอพื้นบานอีสาน ยาน้ํา (รพ.) (5) ยาตรีผลา ยาลูกกลอน ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) (6) ยาประสะมะแวง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) (7) ยาอํามฤควาที ยาผง ยาลูกกลอน ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) 1.5.2 ยาบรรเทาอาการหวัด (1) ยาปราบชมพูทวีป ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)1.6 ยาบํารุงโลหิต (1) ยาบํารุงโลหิต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)1.7 ยารักษากลุมอาการทางกลามเนื้อและกระดูก 1) ยาสําหรับรับประทาน (1) ยากษัยเสน ยาลูกกลอน (รพ.) (2) ยาแกลมอัมพฤกษ ยาผง (รพ.) (3) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) (4) ยาผสมโคคลาน ยาชง (รพ.) ยาตม (รพ.) (5) ยาผสมเถาวัลยเปรียง ยาลูกกลอน (รพ.) (6) ยาสหัศธารา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) 2) ยาสําหรับใชภายนอก (1) ยาขี้ผึ้งไพล ยาขี้ผึ้ง(รพ.) (2) ยาประคบ ยาประคบสมุนไพร(สด/แหง) (รพ.) 1.8 ยาบํารุงธาตุ ปรับธาตุ (1) ยาตรีเกสรมาศ ยาชง (รพ.) (2) ยาตรีพิกัด ยาแคปซูล (รพ.) (3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (4) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) 162
    • กลุมที่ 2 ยาพัฒนาจากสมุนไพร 21 รายการ2.1 ยารักษากลุมอาการของระบบทางเดินอาหาร (1) ยากลวย ยาผง (รพ.) (2) ยาขมิ้นชัน ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) (3) ยาขิง ยาแคปซูล ยาชง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาชง (รพ.) (4) ยาชุมเห็ดเทศ ยาแคปซูล ยาชง ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) (5) ยาฟาทะลายโจร ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) (6) ยามะขามแขก ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)2.2 ยารักษากลุมอาการของระบบทางเดินหายใจ (1) ยาฟาทะลายโจร ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)2.3 ยารักษากลุมอาการทางระบบผิวหนัง (1) ยาทิงเจอรทองพันชั่ง ทิงเจอร (รพ.) (2) ยาทิงเจอรพลู ทิงเจอร (รพ.) (3) ยาบัวบก ยาครีม ยาครีม (รพ.) (4) ยาเปลือกมังคุด ยาน้ําใส (รพ.) (5) ยาพญายอ ยาครีม ยาโลชัน สารละลาย (สําหรับปายปาก) ยาโลชัน (รพ.) สารละลาย (สําหรับปายปาก) (รพ.) ยาขี้ผึ้ง (รพ.) ทิงเจอร (รพ.)2.4 ยารักษากลุมอาการทางกลามเนื้อและกระดูก 1) ยาสําหรับรับประทาน (1) ยาเถาวัลยเปรียง ยาแคปซูล (รพ.) 2) ยาสําหรับใชภายนอก (1) ยาพริก ยาเจล ยาครีม (รพ.) ยาเจล(รพ.) ยาขี้ผึ้ง (รพ.) (2) ยาไพล ยาครีม (3) ยาน้ํามันไพล ยาน้ํามัน (รพ.)2.5 ยารักษากลุมอาการทางระบบทางเดินปสสาวะ (1) ยากระเจี๊ยบแดง ยาชง (รพ.) (2) ยาหญาหนวดแมว ยาชง (รพ.) 163
    • 2.6 ยาแกไข แกรอนใน (1) ยาบัวบก ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) (2) ยามะระขี้นก ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) (3) ยารางจืด ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) (4) ยาหญาปกกิ่ง ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)2.7 ยาถอนพิษเบื่อเมา (1) ยารางจืด ยาชง (รพ.)2.8 ยาลดความอยากบุหรี่ (1) ยาหญาดอกขาว ยาชง (รพ.)หมายเหตุ1. รายละเอียดของยาแตละรายการตามภาคผนวก 52. รพ. ในเครื่องหมายวงเล็บ หมายถึง รูปแบบยาจากสมุนไพรที่เปนเภสัชตํารับโรงพยาบาล 164
    • ภาคผนวก 5 รายละเอียดรายการยาตามบัญชียาจากสมุนไพรกลุมที่ 1 ยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณ 50 รายการ1.1 ยารักษากลุมอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แกลม)(1) ยาหอมทิพโอสถ ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 142 กรัม ประกอบดวย 1. ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ เกสรบัวหลวง ดอกกระดังงา ดอกจําปา ดอกบัวจงกลนี หัวแหวไทย กระจับ แกนฝาง แกนจันทนแดง แกนจันทนขาว แกนจันทนเทศ กฤษณา เปลือกชะลูด เปลือกอบเชย เปลือกสมุลแวง แกนสนเทศ เหงาวานนํ้า เหงากระชาย หัวเปราะหอม ดอกคําไทย รากชะเอมเทศ แกนสุรามฤต ลําตนขาตน ลูกจันทน ดอกจันทน หนักสิ่งละ 4 กรัม 2. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐกานพราว โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี หนักสิ่งละ 2 กรัม 3. เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี เทียนสัตตบุษย เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ 1 กรัม 4. พิมเสน หนัก 2 กรัม การบูร หนัก 1 กรัมขอบงใช แกลมวิงเวียนขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม ละลายน้ํากระสายยา เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไมควรเกินวันละ 3 ครั้ง น้ํากระสายยาที่ใช น้ําดอกไมหรือน้ําสุก ชนิดเม็ด รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไมควรเกินวันละ 3 ครั้งขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไมอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(2) ยาหอมเทพจิตร ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 366 กรัม ประกอบดวย 1. ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง ดอกบัวขม ดอกบัวเผื่อน หนักสิ่งละ 4 กรัม ดอกมะลิ หนัก 183 กรัม 165
    • 2. ผิวมะกรูด ผิวมะงั่ว ผิวมะนาว ผิวสมตรังกานูหรือสมจุก ผิวสมจีน ผิวสมโอ ผิวสมเขียวหวาน หนักสิ่งละ 4 กรัม ผิวสมซา หนัก 28 กรัม 3.โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหั ว บั ว โกฐเชี ย ง โกฐจุ ฬาลั ม พา โกฐกระดู ก โกฐก านพร า ว โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี หนักสิ่งละ 4 กรัม 4. เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี เทียนสัตตบุษย เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ 4 กรัม 5. ลูกจันทน ดอกจันทน ลูกกระวาน ดอกกานพลู แกนจันทนแดง แกนจันทนขาวหรือ แกนจันทนชะมด กฤษณา กระลําพัก ขอนดอก เปลือกชะลูด เปลือกอบเชย หัวเปราะหอม รากแฝกหอม หนักสิ่งละ 2 กรัม 6. พิมเสน หนัก 4 กรัม การบูร หนัก 1 กรัมขอบงใช แกลมกองละเอียด ไดแก อาการหนามืด ตาลาย สวิงสวาย (อาการที่รูสึกใจหวิววิงเวียน คลื่นไส ตาพราจะเปนลม) ใจสั่น และบํารุงดวงจิตใหชุมชื่นขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 - 1.4 กรัม ละลายน้ําสุก เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไมควรเกินวันละ 3 ครั้ง ชนิดเม็ด รับประทานครั้งละ 1 - 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชัวโมง ไมควรเกินวันละ 3 ครั้ง ่ขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไมอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(3) ยาหอมนวโกฐ ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับยา ในผงยา 212 กรัม ประกอบดวย 1. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐกานพราว โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี หนักสิ่งละ 4 กรัม 2. เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี เทียนสัตตบุษย เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ 4 กรัม 3. เปลือกสมุลแวง หญาตีนนก รากแฝกหอม เปลือกชะลูด หัวเปราะหอม กระลําพัก ขอนดอก เนื้อไมกฤษณา หนักสิ่งละ 4 กรัม 4. เหงาขิงแหง ดอกดีปลี รากเจตมูลเพลิงแดง เถาสะคาน รากชาพลู หนักสิ่งละ 3 กรัม 5. หัวแหวหมู ลูกกระวาน ดอกกานพลู ดอกจันทน ลูกจันทน เปลือกอบเชยญวน ลูกผักชีลา แกนสน หนักสิ่งละ 4 กรัม 6. แกนสักขี ลูกราชดัด ลูกสารพัดพิษ แกนจันทนเทศ แกนจันทนแดง ลูกกระดอม เถาบอระเพ็ด หนักสิ่งละ 4 กรัม 7. เกสรบัวหลวง ดอกบุนนาค ดอกพิกุล ดอกสารภี ดอกมะลิ หนักสิ่งละ 4 กรัม 166
    • 8. เนื้อลูกมะขามปอม เนื้อลูกสมอพิเภก รากชะเอมเทศ หนักสิ่งละ 4 กรัม 9. พิมเสน หนัก 1 กรัมขอบงใช 1. แกลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน (ลมจุกแนนในอก) ในผูสูงอายุ 2. แกลมปลายไข (หลังจากฟนไขแลวยังมีอาการ เชน คลื่นเหียน วิงเวียน เบื่ออาหาร ทองอืด และออนเพลีย)ขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ละลายน้ํากระสาย เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไมควรเกินวันละ 3 ครั้ง น้ํากระสายยาที่ใช  กรณี แกลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน (ลมจุกแนนในอก) ในผูสูงอายุ ใชน้ําลูกผักชี (15 กรัม) หรือเทียนดํา (15 กรัม) ตมเปนน้ํากระสายยา  กรณี แ ก ล มปลายไข (หลั ง จากฟ น ไข แ ล ว ยั ง มี อ าการเช น คลื่ น เหี ย น วิ ง เวี ย น เบื่ออาหาร ทองอืด ออนเพลีย) ใชกานสะเดา (33 กาน หรือ 15 กรัม) ลูกกระดอม (7 ลูก หรือ 15 กรัม) และเถาบอระเพ็ด (7 องคุลี หรือ 15 กรัม) ตมเปนน้ํา กระสายยา  ถาหาน้ํากระสายยาไมได ใหใชน้ําสุกแทน ชนิดเม็ด รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ไมควรเกินวันละ 3 ครั้งขอหามใช - หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไมอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย(4) ยาหอมแกลมวิงเวียน ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 225 กรัมประกอบดวย 1. รากชะเอมเทศ หนัก 32 กรัม แกนจันทนเทศ หนัก 24 กรัม 2. ดอกกานพลู โกฐเชียง โกฐหัวบัว รากแฝกหอม เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 12 กรัม 3. เปลือกสมุลแวง หนัก 10 กรัม เปลือกอบเชยญวน เปลือกอบเชยเทศ กฤษณา กระลําพัก โกฐจุฬาลัมพา โกฐพุงปลา เปลือกชะลูด หนักสิ่งละ 8 กรัม 4. พิมเสน ขอนดอก ดอกบุนนาค ดอกพิกุล ดอกสารภี หนักสิ่งละ 6 กรัม 5. เถามวกแดง 5 กรัม น้ําประสานทองสะตุ แกนจันทนแดง หนักสิ่งละ 4 กรัมขอบงใช แกลมวิงเวียน ออนเพลีย นอนไมหลับขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 600 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ําสุก เมื่อมีอาการ ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไมควรเกินวันละ 3 ครั้ง 167
    • ขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชกับผูปวยที่มีประวัติแพเกสรดอกไมอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(5) ยาหอมอินทจักร ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 98 กรัม ประกอบดวย เถาสะคาน รากชาพลู เหงาขิง ดอกดีปลี รากเจตมูลเพลิงแดง ลูกผักชีลา โกฐสอ โกฐเขมา โกฐกานพราว โกฐพุงปลา โกฐจุฬาลัมพา โกฐเชียง โกฐกักกรา โกฐน้ําเตา โกฐกระดูก เทียนดํา เทียนขาว เทียนแดง เทียนขาวเปลือก เทียนเยาวพาณี แกนจันทน แดง แกนจันทนเทศ เถามวกแดง เถามวกขาว รากยานาง เปลือกชะลูด เปลือกอบเชย เปลือกสมุลแวง กฤษณา กระลําพัก เถาบอระเพ็ด ลูกกระดอม กํายาน ขอนดอก ลูกจันทน ดอกจันทน ลูกกระวาน ดอกกานพลู ลําพันแดง ดอกสารภี ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกจําปา ดอกกระดังงา ดอกมะลิ ดอกคําไทย แกนฝางเสน ดีวัว พิมเสน หนักสิ่งละ 2 กรัมขอบงใช 1. แกลมบาดทะจิต 2. แกคลื่นเหียนอาเจียน 3. แกลมจุกเสียดขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไมควรเกิน วันละ 3 ครั้ง น้ํากระสายยาที่ใช  กรณีแกลมบาดทะจิต ใชน้ําดอกมะลิ  กรณีแกคลื่นเหียนอาเจียน ใชน้ําลูกผักชี เทียนดําตม ถาไมมีใชน้ําสุก  กรณีแกลมจุกเสียด ใชน้ําขิงตม ชนิดเม็ด รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไมควรเกินวันละ 3 ครั้ง ขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชกับผูปวยที่มีประวัติแพเกสรดอกไมอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย 168
    • 1.2 ยารักษากลุมอาการทางระบบทางเดินอาหาร1.2.1 กลุมยาขับลม บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอ(1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 104 กรัม ประกอบดวย 1. เนื้อลูกสมอไทย หนัก 16 กรัม 2. โกฐกานพราว หนัก 8 กรัม 3. เหงาขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดํา เทียนขาว เทียนสัตตบุษย เที ย นเยาวพาณี เที ย นแดง ลู ก จั น ทน ดอกจั น ทน ดอกกานพลู เปลื อ กสมุ ล แว ง ลูกกระวาน ลูกผักชีลา ใบพิมเสนตน ดอกดีปลี หัวเปราะหอม การบูร หนักสิ่งละ 4 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ํากระสายยา วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ น้ํากระสายยาที่ใช  กรณีแกทองอืด ทองเฟอ ใชกระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ํารอนหรือใชใบกะเพรา ตมเปนน้ํากระสายยา  ถาหาน้ํากระสายยาไมไดใหใชน้ําสุกแทน ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค - ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย 169
    • (2) ยาธาตุอบเชย ยาน้ํา (รพ.)สูตรตํารับ ในยาน้ํา 100 มิลลิลิตร ประกอบดวย 1.เปลือกอบเชยเทศ เปลือกสมุลแวง ลูกกระวาน ดอกกานพลู รากชะเอมเทศ หนักสิ่งละ 800 มิลลิกรัม 2.เกล็ดสะระแหน การบูร หนักสิ่งละ 50 มิลลิกรัมขอบงใช ขับลม บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 15 - 30 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารขอหามใช -ขอควรระวัง ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล(รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย ดอกดีปลี รากชาพลู เถาสะคาน รากเจตมูลเพลิงแดง เหงาขิงแหง หนักสิ่งละ 20 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอขนาดและวิธีใช ชนิดชง รับประทานครั้งละ 1.5 – 2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ชนิดผง รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ชนิดลูกกลอน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ ผูที่มีไข และเด็กเล็กขอควรระวัง - ไมควรใชยานี้ในฤดูรอน เนื่องจากอาจทําใหไฟธาตุกําเริบ - ไมควรรับประทานติดตอกันนานเกิน 7 วันอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(4) ยาประสะกะเพรา ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 92 กรัม ประกอบดวย 1. ใบกะเพราแดง หนัก 47 กรัม 2. ผิวมะกรูด หนัก 20 กรัม 3. รากชะเอมเทศ มหาหิงคุ หนักสิ่งละ 8 กรัม 4. พริกไทยลอน เหงาขิง ดอกดีปลี หัวกระเทียม หนักสิ่งละ 2 กรัม 5. เกลือสินเธาว หนัก 1 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอ จุกเสียดขนาดและวิธีใช ชนิดผงและชนิดเม็ด เด็ก อายุ 1 – 3 เดือน รับประทานครั้งละ 100 – 200 มิลลิกรัม อายุ 4 – 6 เดือน รับประทานครั้งละ 200 – 300 มิลลิกรัม 170
    • อายุ 7 – 12 เดือน รับประทานครั้งละ 400 – 600 มิลลิกรัม โดยนํายาละลายน้ํากระสายยา (ทิ้งไวใหตกตะกอน แลวใชหลอดหยดดูดสวนน้ําใส) รับประทานวันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น เมื่อมีอาการ น้ํากระสายยาที่ใช  กรณีแกทองอืด ทองเฟอ ใชน้ําสุก หรือน้ําใบกะเพราตม  กรณีแกจุกเสียด ใชไพลเผาไฟพอสุก ฝนกับน้ําสุก ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล เด็ก อายุ 6 - 12 ป (รพ.) รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น เมื่อมีอาการขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง -อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใชละลายน้ํากระสายยา เปนชนิดเม็ดแบบอัดเปยก(5) ยาประสะกานพลู ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 250 กรัม ประกอบดวย 1. ดอกกานพลู หนัก 125 กรัม 2. เปลือกซิก หนัก 10 กรัม เหงาขมิ้นชัน หนัก 8 กรัม เปลือกเพกา เปลือกขี้อาย หนักสิ่งละ 4 กรัม 3. เหงาขิงแหง ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 3 กรัม เหงาไพล รากเจตมูลเพลิงแดง เถาสะคาน รากชาพลู หนักสิ่งละ 2 กรัม พริกไทยลอน หนักสิ่งละ 1 กรัม เหงาวานน้ํา หัวกระชาย การบูร หนักสิ่งละ 4 กรัม 4. รากแฝกหอม หั วเปราะหอม รากกรุงเขมา ใบกระวาน ลูกกระวาน ลูกผักชีล า หนักสิ่งละ 4 กรัม ลูกจันทน หนักสิ่งละ 8 กรัม 5. เทียนดํา เทียนขาว โกฐสอ โกฐกระดูก หนักสิ่งละ 4 กรัม 6. รากขาวสาร หนัก 8 กรัม รากแจง หนัก 4 กรัม 7. กํามะถันเหลือง หนัก 4 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการปวดทอง จุกเสียด แนนเฟอจากอาหารไมยอย เนื่องจากธาตุไมปกติขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เมื่อมีอาการ น้ํากระสายยาที่ใช  ใชไพลเผาไฟพอสุกฝนกับน้ําปูนใสเปนน้ํากระสาย  ถาหาน้ํากระสายยาไมไดใหใชน้ําสุกแทน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เมื่อมีอาการขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค - 171
    • ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย(6) ยาประสะเจตพังคี ยาแคปซูล ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 66 กรัม ประกอบดวย 1. รากเจตพังคี หนัก 33 กรัม 2. เหงาขา หนัก 16 กรัม 3. รากระยอม พริกไทยลอน เถาบอระเพ็ด หนักสิ่งละ 2 กรัม 4. ดอกจันทน ลูกจันทน ลูกกระวาน ใบกระวาน ดอกกานพลู รากกรุงเขมา เนื้อลูกสมอทะเล รากพญารากขาว เปลือกตนหวา เกลือสินเธาว การบูร หนักสิ่งละ 1 กรัมขอบงใช แกกษัยจุกเสียด ขับผายลมขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย(7) ยามันทธาตุ ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 93 กรัม ประกอบดวย 1. เหงาขิง ลูกเบญกานี หนักสิ่งละ 9 กรัม 2. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน ลูกผักชีลอม ลูกผักชีลา หัวกระเทียม เปลือกสมุลแวง เปลือกโมกมัน แกนจันทนแดง แกนจันทนเทศ ดอกกานพลู ดอกดีปลี รากชาพลู เถาสะคาน รากเจตมูลเพลิงแดง พริกไทยลอน ลูกจันทน การบูร หนักสิ่งละ 3 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอ แกธาตุไมปกติขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร 172
    • ชนิดเม็ดและ ชนิดแคปซูล ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช - หามใชในเด็กอายุต่ํากวา 1 ขวบ เนื่องจากเปนยารสรอน ทําใหลิ้น ปากแสบรอนได - หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย(8) ยามหาจักรใหญ ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 114 กรัม ประกอบดวย 1. ใบกระพังโหม หนัก 60 กรัม 2. ยาดําสะตุ หนัก 8 กรัม 3. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐกานพราว โกฐกระดูก เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนเยาวพาณี เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามปอม ลูกจันทน ดอกจันทน ลูกกระวาน ดอกกานพลู รากชะเอมเทศ เมล็ดโหระพา ลูกผักชีลา สารสมสะตุ เหงาขมิ้นออย หัวกระเทียม หนักสิ่งละ 2 กรัมขอบงใช 1.แกลมซาง 2.บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอขนาดและวิธีใช 1. แกลมซาง ชนิดผงและชนิดเม็ด เด็ก อายุ 1 – 5 ขวบ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม ละลายน้ําสุก เพิ่มและลดไดตามสวน วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร 2.บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอ ชนิดผงและชนิดเม็ด เด็ก อายุ 1 – 5 ขวบ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม ละลายน้ําสุก เพิ่มและลดไดตามสวน วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล เด็ก อายุ 6 – 12 ป (รพ.) รับประทานครั้งละ 1.5 กรัม วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหารขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) 173
    • - หากรับประทานแลวมีอาการทองเสีย ควรหยุดรับประทานยาอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใชละลายน้ํากระสายยา เปนชนิดเม็ดแบบอัดเปยก (9) ยาวิสัมพยาใหญ ยาผงสูตรตํารับ ในผงยา 108 กรัม ประกอบดวย 1. ดอกดีปลี หนัก 54 กรัม 2. ลูกผักชีลา ลูกจันทน ดอกจันทน หนักสิ่งละ 8 กรัม 3. ลูกกระวาน ดอกกานพลู โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เปลือกอบเชย เปลือกสมุลแวง เนื้อลูกสมอเทศ เนื้อลูกสมอไทย เหงาวานน้ํา เถาบอระเพ็ด เหงาขิงแหง รากพญารากขาว หนักสิ่งละ 2 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอ จุกเสียดขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ําสุกหรือผสมน้ําผึ้งปนเปนลูกกลอน ทุก 4 ชั่วโมงขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชร ว มกั บ ยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีดอกดีปลีในปริมาณสูงอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย(10) ยาอภัยสาลี ยาลูกกลอน ยาเม็ดสูตรตํารับ ในผงยา 181 กรัม ประกอบดวย 1. หัศคุณเทศ หนัก 24 กรัม พริกไทยลอน แกนจันทนเทศ หนักสิ่งละ 16 กรัม รากเจตมูลเพลิงแดง หนัก 12 กรัม 2. หัวบุกรอ หนัก 15 กรัม เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอเทศ หนักสิ่งละ 13 กรัม 3. เทียนแดง หนัก 11 กรัม เทียนขาวเปลือก หนัก 10 กรัม เทียนตาตั๊กแตน หนัก 9 กรัม เทียนขาว หนัก 8 กรัม 4. โกฐเขมา หนัก 9 กรัม โกฐสอ หนัก 8 กรัม 5. เหง าว านน้ํ า หนั ก 7 กรั ม ดอกกานพลู หนั ก 4 กรั ม ลู กกระวาน หนั ก 3 กรั ม ดอกจันทน หนัก 2 กรัม ลูกจันทน หนัก 1 กรัม 6. ลูกพิลังกาสา หนัก 6 กรัมขอบงใช บําบัดโรคลม บรรเทาอาการจุกเสียดแนนขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 1.5 – 2 กรัม วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหารขอหามใช - หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไข 174
    • ขอควรระวัง - ควรระวังในการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -1.2.2 กลุมยาบรรเทาอาการทองผูก(1) ยาถายดีเกลือฝรั่ง ยาแคปซูล ยาเม็ดสูตรตํารับ ในผงยา 117 กรัม ประกอบดวย 1. ดีเกลือฝรั่ง หนัก 60 กรัม ยาดําสะตุ หนัก 12 กรัม 2. ใบมะกา ใบมะขาม ใบสมปอย เนื้อในฝกคูน รากขี้กาแดง รากขี้กาขาว รากตองแตก ฝกสมปอย เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอดีงู เถาวัลยเปรียง หนักสิ่งละ 3 กรัม ขี้เหล็กทั้ง 5 หนัก 3 กรัม 3. หัวหอม หนัก 3 กรัม 4. หญาไทร ใบไผปา หนักสิ่งละ 3 กรัมขอบงใช ใชบรรเทาอาการทองผูก ในผูที่ทองผูกมาก หรือเรื้อรัง ที่ใชยาอื่นแลวไมไดผลขนาดและวิธีใช ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล ครั้งแรก รับประทาน 1 กรัม วันละ 1 ครั้ง กอนนอน ถาไมถาย วันตอไป รับประทานเพิ่มเปน 1.5 กรัม แตไมเกิน 2.5 กรัม ตอวัน (ตามธาตุหนักธาตุเบา)ขอหามใช - หามใชในหญิงตั้งครรภ และเด็ก - หามใชในภาวะทางเดินอาหารอุดตัน (gastrointestinal obstruction/ileus) - หามใชในผูปวยที่มีภาวะผิดปกติเฉียบพลันที่ทางเดินอาหาร (acute gastro- intestinal conditions) เชน คลื่นไส อาเจียนขอควรระวัง - เนื่องจากเปนยาถายอยางแรง ไมควรใชยานี้ในผูปวยออนเพลียมากหรือมีภาวะขาดน้ํา - เมื่อถายแลว ใหเวนอยางนอย 2 วัน แลวจึงใชยานี้อีกครั้ง - ควรระวั ง การใช ย าในผู สู ง อายุ และผู ป ว ยที่ มี ค วามผิ ด ปกติ ข องไตหรื อ ตั บ (renal/hepatic impairment) เนื่องจากยามีสวนประกอบของแมกนีเซียมอาการไมพึงประสงค ปวดเสียดทองขอมูลเพิ่มเติม -(2) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 160 กรัม ประกอบดวย 1. พริกไทยลอน หนัก 96 กรัม 2. ยาดําสะตุ หนัก 20 กรัม 3. เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงคุ การบูร หนักสิ่งละ 6 กรัม 4. รงทอง (ประสะ) หนัก 4 กรัม 5. ผักแพวแดง (ทั้งตน) เนื้อลูกมะขามปอม หนักสิ่งละ 2 กรัม 6. ลูกจันทน ดอกจันทน ลูกกระวาน ดอกกานพลู เทียนดํา เทียนขาว หัวดองดึง หัวบุก หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเรว เหงาขิง รากชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ําเตา หนักสิ่งละ 1 กรัม 175
    • ขอบงใช แกเถาดาน ทองผูกขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม ละลายน้ําสุกหรือผสมน้ําผึ้ง ปนเปน ลูกกลอน วันละ 1 ครั้ง กอนอาหารเชาหรือกอนนอน ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 1 ครั้ง กอนอาหารเชาหรือกอนนอนขอหามใช - หามใชในหญิงตั้งครรภ ผูที่มีไข และเด็กขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได - ควรระวังการใช รว มกับ ยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง - ควรระวังการใชในผูสูงอายุอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -1.2.3 กลุมยาบรรเทาอาการทองเสีย(1) ยาธาตุบรรจบ ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 104 กรัม ประกอบดวย 1. เนื้อลูกสมอไทย หนัก 16 กรัม 2. โกฐกานพราว หนัก 8 กรัม 3. เหงาขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดํา เทียนขาว เทียนสัตตบุษย เที ย นเยาวพาณี เที ย นแดง ลู ก จั น ทน ดอกจั น ทน ดอกกานพลู เปลื อ กสมุ ล แว ง ลูกกระวาน ลูกผักชีลา ใบพิมเสนตน ดอกดีปลี หัวเปราะหอม การบูร หนักสิ่งละ 4 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการอุ จ จาระธาตุ พิ ก าร ท อ งเสี ย ชนิ ด ที่ ไ ม เ กิ ด จากการติ ด เชื้ อ เช น อุจจาระไมเปนมูก หรือมีเลือดปนและทองเสียชนิดที่ไมมีไขขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ํากระสายยา วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ น้ํากระสายยาที่ใช  กรณีบรรเทาอาการอุจจาระธาตุพิการ ทองเสียชนิดที่ไมเกิดจากการติดเชื้อ ใชเปลือกแคหรือเปลือกสะเดา หรือเปลือกลูกทับทิมตม แทรกกับน้ําปูนใสเปนน้ํา กระสายยา  ถาหาน้ํากระสายยาไมไดใหใชน้ําสุกแทน 176
    • ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการขอหามใช - หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได - ในกรณีทองเสียชนิดที่ไมเกิดจากการติดเชื้อ ใชไมเกิน 1 วัน หากอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทยอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(2) ยาเหลืองปดสมุทร ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบดวย 1. เหงาขมิ้นชัน หนัก 30 กรัม 2. ชันยอย ครั่ง สีเสียดเทศ เปลือกสีเสียดไทย ใบเทียน ใบทับทิม หัวแหวหมู เหงาขมิ้นออย เปลือกเพกา รากกลวยตีบ หัวกระเทียมคั่ว ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 5 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการทองเสียชนิดที่ไมเกิดจากการติดเชื้อ เชน อุจจาระไมเปนมูก หรือมีเลือด ปนและทองเสียชนิดที่ไมมีไขขนาดและวิธีใช ชนิดผงและชนิดเม็ด ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 3 – 5 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 3 – 5 เดือน รับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัม อายุ 6 – 12 เดือน รับประทานครั้งละ 300 – 400 มิลลิกรัม อายุ 1 – 5 ขวบ รับประทานครั้งละ 500 – 700 มิลลิกรัม อายุ 6 – 12 ป รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 3 – 5 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ น้ํากระสายยาที่ใช  ใชน้ําเปลือกลูกทับทิมหรือเปลือกแคตม แทรกกับน้ําปูนใสเปนน้ํากระสายยา สําหรับเด็กเล็กใหบดผสมกับน้ํากระสายยา ใชรับประทานหรือกวาดก็ได  ถาหาน้ํากระสายยาไมได ใหใชน้ําสุกแทน ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล เด็ก อายุ 6 – 12 ป รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม เมื่อมีอาการ ผูใหญ (รพ.) รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 3 - 5 ชั่วโมง เมื่อมีอาการขอหามใช -ขอควรระวัง ใชไมเกิน 1 วัน หากอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทยอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใชละลายน้ํากระสายยา เปนชนิดเม็ดแบบอัดเปยก 177
    • 1.2.4 กลุมยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก(1) ยาผสมเพชรสังฆาต ยาแคปซูล ยาแคปซูล (รพ.)สูตรที่ 1รูปแบบยา ยาแคปซูล ยาแคปซูล (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย เถาเพชรสังฆาต หนัก 70 กรัม รากอัคคีทวาร หนัก 20 กรัม โกฐน้ําเตาหนัก 10 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนักขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 1.2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันทีขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาในหญิงตั้งครรภและใหนมบุตรอาการไมพึงประสงค ทองเสียขอมูลเพิ่มเติม -สูตรที่ 2รูปแบบ ยาแคปซูล (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 85 กรัม ประกอบดวย เถาเพชรสังฆาต หนัก 50 กรัม กะเม็ง (ทั้งตน) หนัก 15 กรัม โกฐน้ําเตา หัวกระชาย หนักสิ่งละ 10 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนักขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันทีขอหามใช -ขอควรระวัง ควรระวังการใชยาในหญิงตั้งครรภและใหนมบุตรอาการไมพึงประสงค ทองเสีย มวนทองขอมูลเพิ่มเติม -(2) ยาริดสีดวงมหากาฬ ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 110 กรัม ประกอบดวย 1. มดยอบคั่ว หนัก 5 กรัม 2. ขอบชะนางแดง (ทั้งตน) ขอบชะนางขาว (ทั้งตน) หนักสิ่งละ 5 กรัม 3. โกฐกักกรา โกฐสอ โกฐจุฬาลําพา โกฐกานพราว โกฐพุงปลา หนักสิ่งละ 5 กรัม 4. เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน หนักสิ่งละ 5 กรัม 5. แกนสนเทศ ลูกจันทน ดอกจันทน เถาสะคาน เปลือกสมุลแวง ดอกดีปลี พริกไทยลอน เหงาขิง เปลือกอบเชยเทศ หนักสิ่งละ 5 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนักขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาในหญิงตั้งครรภและใหนมบุตรอาการไมพึงประสงค - 178
    • ขอมูลเพิ่มเติม -1.3 ยารักษากลุมอาการทางสูติศาสตร-นรีเวชวิทยา(1) ยาประสะไพล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 162 กรัม ประกอบดวย 1. เหงาไพล หนัก 81 กรัม 2. ผิวมะกรูด เหงาวานน้ํา หัวกระเทียม หัวหอม พริกไทยลอน ดอกดีปลี เหงาขิง เหงา ขมิ้นออย เทียนดํา เกลือสินเธาว หนักสิ่งละ 8 กรัม 3. การบูร หนัก 1 กรัมขอบงใช 1. ระดูมาไมสม่ําเสมอหรือมานอยกวาปกติ 2. บรรเทาอาการปวดประจําเดือน 3. ขับน้ําคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตรขนาดและวิธีใช กรณีระดูมาไมสม่ําเสมอหรือมานอยกวาปกติ ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เปนเวลา 3 - 5 วัน เมื่อระดูมา ใหหยุดรับประทาน ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เปนเวลา 3 - 5 วัน เมื่อระดูมา ใหหยุดรับประทาน กรณีปวดประจําเดือน ในกรณีที่มีอาการปวดประจําเดือนเปนประจํา ใหรับประทานยา กอนมีประจําเดือน 2 - 3 วันไปจนถึงวันแรกและวันที่สองที่มีประจําเดือน ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน รับประทานครั้งละ 1 กรัมวันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร กรณีขับน้ําคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ใหรับประทานจนกวาน้ําคาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วัน ชนิดลูกกลอน ชนิดเม็ด ชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ใหรับประทานจนกวาน้ําคาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วันขอหามใช - หามใชในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไข - หามรับประทานในหญิงที่มีระดูมากกวาปกติ เพราะจะทําใหมีการขับระดูออกมามากขึ้นขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของ ตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได - กรณีระดูมาไมสม่ําเสมอหรือมานอยกวาปกติ ไมควรใชติดตอกันนานเกิน 1 เดือน 179
    • - กรณีขับน้ําคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร ไมควรใชติดตอกันนานเกิน 15 วันอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม - (2) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย 1. พริกไทยลอน หนัก 50 กรัม 2. ดอกดีปลี รากชาพลู ผักแพวแดง (ทั้งตน) เถาสะคาน เหงาขิงแหง ลูกผักชีลอม เหงาวานน้ํา หัวแหวหมู ผิวมะกรูด ลูกพิลังกาสา หนักสิ่งละ 5 กรัมขอบงใช กระตุนน้ํานม กระจายเลือดลมในหญิงหลังคลอดขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการใช รว มกับ ยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูงอาการไมพึงประสงค แสบรอนยอดอกขอมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ แพทยแผนไทยดั้งเดิม ใชเปนยาแทนการอยูไฟของหญิงหลังคลอด(3) ยาไฟประลัยกัลป ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 71 กรัม ประกอบดวย 1. รากเจตมูลเพลิงแดง สารสมสะตุ แกนแสมทะเล ผิวมะกรูด การบูร หนักสิ่งละ 6 กรัม 2. เหงาขมิ้นออย เหงากระทือ เหงาขา เหงาไพล เปลือกมะรุม หนักสิ่งละ 5 กรัม 3. พริกไทยลอน เหงาขิง ดอกดีปลี หัวกระเทียม หนักสิ่งละ 4 กรัมขอบงใช ขับน้ําคาวปลาในเรือนไฟ ชวยใหมดลูกเขาอูขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ใหรับประทานจนกวาน้ําคาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วัน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ใหรับประทานจนกวาน้ําคาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วันขอหามใช - หามใชในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไข - หามใชในหญิงที่ผาคลอด เนื่องจากทําใหแผลหายชาขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(4) ยาไฟหากอง ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย รากเจตมูลเพลิงแดง เหงาขิง พริกไทยลอน สารสมสะตุ ฝกสมปอย หนักสิ่งละ 20 กรัมขอบงใช ขับน้ําคาวปลาในเรือนไฟ ชวยใหมดลูกเขาอูขนาดและวิธีใช ชนิดผง 180
    • รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ใหรับประทานจนกวาน้ําคาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วัน ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ใหรับประทานจนกวาน้ําคาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วันขอหามใช - หามใชในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไข - หามใชหญิงที่ผาคลอด เนื่องจากทําใหแผลหายชาขอควรระวัง -อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(5) ยาเลือดงาม ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 102 กรัม ประกอบดวย 1. เหงาขิงแหง ตะไครบาน (ลําตน) สะระแหน (ทั้งตน) เหงากระชาย เหงากระทือ ผิวมะกรูด ใบมะนาว รากและใบกะเพรา หัวกระเทียม เปลือกเพกา โกฐจุฬาลัมพา ชาพลู (ทั้งตน) ลูกเรวหอม ลูกจันทน ดอกกานพลู ดอกดีปลี เหงาไพล พริกไทยลอน รากเจตมูลเพลิงแดง รากชะเอมเทศ หนักสิ่งละ 5 กรัม 2. พิมเสน การบูร หนักสิ่งละ 1 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการปวดประจําเดือน ชวยใหประจําเดือนมาเปนปกติ แกมุตกิดขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 – 2 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 – 2 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช - หามใชในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(6) ยาสตรีหลังคลอด ยาตม (รพ.)สูตรตํารับ ในยา 130 กรัม ประกอบดวย 1. แกนแกแล แกนขนุน วานชักมดลูก แกนฝางเสน เถาสะคาน รากเจตมูลเพลิงแดง ดอกดีปลี โกฐเชียง เถากําแพงเจ็ดชั้น หนักสิ่งละ 10 กรัม 2. พริกไทยลอน รากชาพลู ดอกคําฝอย ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 5 กรัมขอบงใช ขับน้ําคาวปลา บํารุงเลือด ชวยใหมดลูกเขาอูเร็วในหญิงหลังคลอดขนาดและวิธีใช นํายาใสน้ําพอทวม ตมดวยไฟปานกลาง นานครึ่งชั่วโมง นําเฉพาะสวนน้ํามารับประทาน ครั้งละ 250 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร หรือดื่มแทนน้ํา รับประทานติดตอกัน 1 สัปดาหหรือจนกวาน้ําคาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วันขอหามใช - หามใชในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไข 181
    • ขอควรระวัง - ควรระวังในการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไมอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ - แพทยแผนไทยดั้งเดิม ใชเปนยาแทนการอยูไฟของหญิงหลังคลอด - ยา 1 หอ ใชติดตอกันประมาณ 5 - 7 วัน โดยใหอุนน้ําสมุนไพรทุกครั้งกอนการ รับประทานยา1.4 ยาแกไข(1) ยาเขียวหอม ยาผง ยาเม็ด (รพ.) ยาผง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบดวย ใบพิ ม เสน ใบผั ก กระโฉม ใบหมากผู ใบหมากเมี ย ใบสั น พร า หอม รากแฝกหอม หัวเปราะหอม แกนจันทนขาวหรือจันทรชะมด แกนจันทนแดง วานกีบแรด วาน รอนทอง เนระพูสี พิษนาศน มหาสดํา ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 5 กรัมขอบงใช 1. บรรเทาอาการไข รอนในกระหายน้ํา 2. แกพิษหัด พิษอีสุกอีใส (บรรเทาอาการไขจากหัดและอีสุกอีใส)ขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 4 – 6 ชัวโมง เมื่อมีอาการ ่ เด็ก อายุ 6 – 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ น้ํากระสายยาที่ใช  กรณีบรรเทาอาการไข รอนในกระหายน้ํา ใชน้ําสุก หรือน้ําดอกมะลิ เปนน้ํากระสายยา  กรณีแกพิษหัด พิษอีสุกอีใส ละลายน้ํารากผักชีตม เปนน้ํากระสายยา ทั้งรับประทาน และชโลม หมายเหตุ การชโลมใชยาผงละลายน้ํา 1 ตอ 3 แลวชโลม (ประพรม) ทั่วตามตัวบริเวณที่ ตุมใสยังไมแตก ชนิดเม็ด ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไม - ไมแนะนําใหใชในผูที่สงสัยวาเปนไขเลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ ไขเลือดออก 182
    • - หากใชยาเปนเวลานานเกิน 3 วัน แลวอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทยอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม - ทางการแพทยแผนไทย แนะนําใหผูปวยหัด อีสุกอีใส หามรับประทานอาหารทะเล ไข และน้ําเย็น เนื่องจากผิดสําแดง - ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมี การจําหนายในทองตลาด เปนพืชในสกุล Aristolochia ซึ่งพืชในสกุล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย(2) ยาจันทนลีลา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 99 กรัม ประกอบดวย โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา แกนจันทนขาวหรือจันทรชะมด แกนจันทนแดง ลูก กระดอม เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก หนักสิ่งละ 12 กรัม พิมเสน หนัก 3 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไขตัวรอน ไขเปลี่ยนฤดูขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ละลายน้ําสุก ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ําสุก ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการขอหามใช -ขอควรระวัง - ไมแนะนําใหใชในผูที่สงสัยวาเปนไขเลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ ไขเลือดออก - หากใชยาเปนเวลานานเกิน 3 วัน แลวอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทยอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม แนะนําใหใชยาจันทนลีลาไดในหญิงที่มีไขทับระดูหรือไขระหวางมีประจําเดือน(3) ยาประสะจันทนแดง ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 64 กรัม ประกอบดวย 1. แกนจันทนแดง หนัก 32 กรัม 2. รากเหมือดคน รากมะปรางหวาน รากมะนาว หัวเปราะหอม โกฐหัวบัว แกนจันทนเทศ แกนฝางเสน หนักสิ่งละ 4 กรัม 3. เกสรบัวหลวง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ หนักสิ่งละ 1 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไขตัวรอน (ไขพิษ) แกรอนในกระหายน้ําขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง 183
    • น้ํากระสายที่ใช ใชน้ําสุก หรือน้ําดอกมะลิ ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมง เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมงขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไม - ไมแนะนําใหใชในผูที่สงสัยวาเปนไขเลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ ไขเลือดออก - กรณีบรรเทาอาการไข รอนในกระหายน้ํา หากใชยาเปนเวลานานเกิน 3 วันแลวอาการ ไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทยอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(4) ยาประสะเปราะใหญ ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 80 กรัม ประกอบดวย 1. หัวเปราะหอม หนัก 40 กรัม 2. โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน ลูกจันทน ดอกจันทน ลูกกระวาน ดอกกานพลู แกนจันทนเทศ แกนจันทนแดง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกพิกุล เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 2 กรัมขอบงใช ถอนพิษไขตานซางสําหรับเด็กขนาดและวิธีใช ชนิดผงและชนิดเม็ด เด็ก อายุ 1 – 5 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา ทุก 3 - 4 ชั่วโมง น้ํากระสายยาที่ใช  น้ําดอกไมเทศหรือน้ําสุก ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล เด็ก อายุ 6 – 12 ป (รพ.) รับประทานครั้งละ 1 กรัม ทุก 3 - 4 ชั่วโมงขอหามใช -ขอควรระวัง - ควรระวังในการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไม - ไมแนะนําใหใชในผูที่สงสัยวาเปนไขเลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ ไขเลือดออก - หากใชยาเปนเวลานานเกิน 3 วัน แลวอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทยอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ชนิดเม็ดที่ใชละลายน้ํากระสายยา เปนชนิดเม็ดแบบอัดเปยก 184
    • (5) ยามหานิลแทงทอง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 103 กรัม ประกอบดวย 1. เนื้อในเมล็ดสะบามอญ (สุม) หวายตะคา (สุม) เมล็ดมะกอก (สุม) ลูกมะคําดีควาย (สุม) ถานไมสัก แกนจันทนแดง แกนจันทนเทศ ใบพิมเสน ใบยานาง หมึกหอม หนักสิ่งละ 10 กรัม 2. เบี้ยจั่นคั่วใหเหลือง 3 กรัมขอบงใช 1. แกไขกาฬ หัด อีสุกอีใส (บรรเทาอาการไขจากไขกาฬ หัด และอีสุกอีใส) 2. แกรอนในกระหายน้ําขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1.5 - 2 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1.5 - 2 กรัม วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร ขอหามใช -ขอควรระวัง - ไมแนะนําใหใชในผูที่สงสัยวาเปนไขเลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของ ไขเลือดออก - หากใชยาเปนเวลานานเกิน 3 วัน แลวอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทยอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(6) ยาหาราก ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ดสูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย รากยานาง รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร รากชิงชี่ รากไมเทายายมอม หนักสิ่งละ 20 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไขขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม ละลายน้ําสุก วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เมื่อมีอาการขอหามใช -ขอควรระวัง - ไม แนะนํ าให ใช ในผู ที่ส งสั ย ว าเป น ไข เ ลื อดออก เนื่ องจากอาจบดบั งอาการของ ไขเลือดออก 185
    • - หากใชยาเปนเวลานานเกิน 3 วัน แลวอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย - ไมแนะนําใหใชในหญิงที่มีไขทับระดูหรือไขระหวางมีประจําเดือนอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -1.5 ยารักษากลุมอาการของระบบทางเดินหายใจ1.5.1 ยาบรรเทาอาการไอ(1) ยาแกไอผสมกานพลู ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย รากชะเอมเทศ หนัก 48 กรัม บวย หนัก16 กรัม มะนาวดองแหง หนัก 10 กรัม น้ําตาลกรวด หนัก 4 กรัม พิมเสน เกล็ดสะระแหน หนักสิ่งละ 3 กรัม เหงาวานน้ํา ผลมะแวงเครือ ดอกกานพลู เนื้อลูกสมอพิเภก เปลือกอบเชย เนื้อลูกมะขามปอม ดอกเก็กฮวย หลอฮั่งกวย ผิวสมจีน หนักสิ่งละ 2 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะขนาดและวิธีใช อมครั้งละ 200 - 300 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมงขอหามใช -ขอควรระวัง ควรระวังการใชในผูปวยที่ทองเสียงาย เนื่องจากมะขามปอมมีฤทธิ์เปนยาระบายอาการไมพึงประสงค ทองเสียขอมูลเพิ่มเติม -(2) ยาแกไอผสมมะขามปอม ยาน้ํา (รพ.)สูตรตํารับที่ 1 ในยา 100 มิลลิลิตร ประกอบดวย สารสกัดน้ํามะขามปอมเขมขน รอยละ 40 60 มิลลิลิตร สารสกัดใบเสนียด 10 มิลลิลิตร กลีเซอรีน 5 มิลลิลิตร เกลือแกง 0.5 มิลลิลิตร สารสกัดรากชะเอมเทศ 0.45 มิลลิลิตร แอลกอฮอล รอยละ 95 0.05 มิลลิลิตร เกล็ดสะระแหน 0.01 มิลลิกรัมสูตรตํารับที่ 2 ในยา 100 มิลลิลิตร ประกอบดวย สารสกัดน้ํามะขามปอมเขมขน รอยละ 25 30 มิลลิลิตร มะนาวดองแหง 8 มิลลิกรัม สารสกัดรากชะเอมเทศ 5 มิลลิลิตร ผิวสมจีน 3.3 มิลลิกรัม บวย 3 มิลลิกรัม เนื้อลูกสมอพิเภก 3 มิลลิกรัม เนื้อลูกสมอไทย 1 มิลลิกรัม หลอฮังกวย 2 มิลลิกรัม เกล็ดสะระแหน 0.08 มิลลิกรัม น้ําตาลทรายแดง 40 มิลลิกรัมขอบงใช บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะขนาดและวิธีใช จิบเมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมงขอหามใช ผูปวยเบาหวานที่ไมสามารถควบคุมระดับน้ําตาลในเลือดไดขอควรระวัง ควรระวังการใชในผูปวยที่ทองเสียงาย เนื่องจากมะขามปอมมีฤทธิ์เปนยาระบายอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม - 186
    • (3) ยาแกไอผสมมะนาวดอง ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 99 กรัม ประกอบดวย 1. มะนาวดองแหง บวย หนักสิ่งละ 35 กรัม รากชะเอมเทศ หนัก 17 กรัม รากชะเอม ไทย หนักสิ่งละ 3 กรัม ผลมะแวงเครือ หนักสิ่งละ 2 กรัม เนื้อลูกมะขามปอม หนัก 1 กรัม 2. เปลือกอบเชยญวณ หนัก 3 กรัม ดอกกานพลู หนัก 1 กรัม 3. เกล็ดสะระแหน หนัก 2 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 200 - 300 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมงขอหามใช -ขอควรระวัง -อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(4) ยาแกไอพื้นบานอีสาน ยาน้ํา (รพ.)สูตรตํารับ ในยาน้ํา 100 มิลลิลิตร ประกอบดวย 1. เนื้อลูกมะขามปอมแหง 2 กรัม รากชะเอมไทย 1.8 กรัม เนื้อลูกสมอไทย 1.6 กรัม รากชะเอมเทศ หนัก 600 มิลลิกรัม 2. เหงาขมิ้นออย กะเพราแดง (ทั้งตน) หนักสิ่งละ 600 มิลลิกรัม ดอกดีปลี เหงาขิง 200 มิลลิกรัม พริกไทยลอน ชาพลู (ทั้งตน) หนักสิ่งละ 100 มิลลิกรัม ดอกกานพลู 60 มิลลิกรัม 3. เกลือสินเธาวสะตุ 400 มิลลิกรัม สารสมสะตุ 140 มิลลิกรัม 4. โกฐจุฬาลัมพา หนัก 100 มิลลิกรัม 5. น้ําตาลทรายแดง 5 กรัม เกล็ดสะระแหน 30 มิลลิกรัม น้ําผึ้ง 5 มิลลิกรัมขอบงใช บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะขนาดและวิธีใช จิบเมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมงขอหามใช -ขอควรระวัง -อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม - (5) ยาตรีผลา ยาลูกกลอน ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบดวย เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามปอม หนักสิ่งละ 30 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะขนาดและวิธีใช ชนิดชง รับประทานครั้งละ 1 - 2 กรัม ชงน้ํารอนประมาณ 120 – 200 มิลลิลิตร ทิ้งไว 3 - 5 นาที ดื่มในขณะยังอุน เมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชัวโมง ่ ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 300 - 600 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการไอ วันละ 3 - 4 ครั้งขอหามใช - 187
    • ขอควรระวัง ควรระวังการใชในผูปวยที่ทองเสียงายอาการไมพึงประสงค ทองเสียขอมูลเพิ่มเติม -(6) ยาประสะมะแวง ยาเม็ด ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 96 กรัม ประกอบดวย 1. ผลมะแวงตน ผลมะแวงเครือ หนักสิ่งละ 24 กรัม 2. ใบสวาด ใบตานหมอน ใบกะเพรา หนักสิ่งละ 12 กรัม 3. เหงาขมิ้นออย หนัก 9 กรัม สารสมสะตุ หนัก 3 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไอ มีเสมหะ ทําใหชุมคอ ชวยขับเสมหะขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือรับประทาน เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือรับประทาน ชนิดเม็ด และชนิดลูกกลอน ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือ รับประทาน หรือใชอม เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือรับประทาน หรือใชอมขอหามใช -ขอควรระวัง - ไมควรใชติดตอกันนานเกิน 15 วัน หากอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย - ในผูปวยที่ตองจํากัดการใชเกลือ ไมควรใชน้ํามะนาวแทรกเกลืออาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม - (7) ยาอํามฤควาที ยาผง ยาลูกกลอน ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 70 กรัม ประกอบดวย 1. รากชะเอมเทศ หนัก 35 กรัม 2. โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขามปอม เนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ 7 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะขนาดและวิธีใช ชนิดผง ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยา เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ํากระสายยา เมื่อมีอาการ น้ํากระสายยาที่ใช ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือ ใชจิบหรือกวาดคอ ชนิดลูกกลอน ผูใหญ รับประทานครั้งละ 1 กรัม เมื่อมีอาการ เด็ก อายุ 6 - 12 ป รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ 188
    • ขอหามใช -ขอควรระวัง ในผูปวยที่ตองจํากัดการใชเกลือ ไมควรใชน้ํามะนาวแทรกเกลืออาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม ในสูตรตํารับไดตัดไครเครือออก เนื่องจากมีขอมูลงานวิจัยบงชี้วาไครเครือที่ใชและมีการ จํ าหน ายในท องตลาด เป น พื ช ในสกุ ล Aristolochia ซึ่ งพื ช ในสกุ ล Aristolochia มีรายงานพบวากอใหเกิดความเปนพิษตอไต (nephrotoxicity) และเมื่อป ค.ศ. 2002 องคการอนามัยโลกไดประกาศใหพืชสกุล Aristolochia เปนสารกอมะเร็งในมนุษย1.5.2 ยาบรรเทาอาการหวัด(1) ยาปราบชมพูทวีป ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 465 กรัม ประกอบดวย 1. เหงือกปลาหมอ (ทั้งตน) พริกไทยดํา ใบกัญชาเทศ หนักสิ่งละ 120 กรัม 2. หัศคุณเทศ ดอกกานพลู หนักสิ่งละ 10 กรัม หัวบุกรอ เนื้อลูกสมอเทศ เนื้อลูกสมอไทย รากเจตมูลเพลิงแดง เหงาขิง หนักสิ่งละ 8 กรัม 3. เทียนแดง เทียนตาตั๊กแตน เทียนแกลบ หนักสิ่งละ 6 กรัม เทียนดํา โกฐสอ โกฐเขมา ลูกพิลังกาสา ลําพันหางหมู หนักสิ่งละ 4 กรัม 4. ดอกดีปลี การบูร หนักสิ่งละ 2 กรัม ลูกจันทน ดอกจันทน ลูกกระวาน หนักสิ่งละ 1 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการหวัดในระยะแรก และอาการเนื่องจากการแพอากาศขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 750 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 4 ครั้ง กอนอาหารและกอนนอนขอหามใช - หามใชเมื่อพบภาวะแทรกซอนจากภาวะการแพอากาศ เชน ไซนัสอักเสบ หรือ ติดเชื้อจากแบคทีเรียซึ่งจะมีอาการเจ็บบริเวณไซนัส ไขสูง น้ํามูกและเสมหะเขียว - หามใชในหญิงตั้งครรภ ผูที่มีไข เด็กขอควรระวัง - ควรระวังการบริโภคในผูปวยโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ ผูปวยโรคแผลเปอยเพปติก และกรดไหลยอน เนื่องจากเปนตํารับยารสรอน - ควรระวังการใชยาเกินขนาดในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไตและทางเดินปสสาวะ เนื่องจากอาจเกิดพิษจากการบูร - ควรระวังการใช รว มกับ ยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูงอาการไมพึงประสงค แสบรอนยอดอกขอมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ -1.6 ยาบํารุงโลหิต(1) ยาบํารุงโลหิต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 75 กรัม ประกอบดวย 1. แกนฝาง ดอกคําไทย หนักสิ่งละ 10 กรัม 2. ครั่ง หนัก 4 กรัม 189
    • 3. เหงาขิงแหง ดอกดีปลี รากเจตมูลเพลิงแดง เถาสะคาน รากชาพลู เถาขมิ้นเครือ เถามวกแดง แกนกําลังวัวเถลิง ดอกสารภี ดอกพิกุล ดอกบุนนาค เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 2 กรัม 4. ดอกจันทน ลูกจันทน ลูกกระวาน ดอกกานพลู เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนขาวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา หนักสิ่งละ 1 กรัม 5. เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอดีงู เนื้อลูกสมอพิเภก เปลือกชะลูด เปลือกอบเชยเทศ แกนจันทนแดง แกนแสมสาร แกนแสมทะเล กฤษณา หนักสิ่งละ 1 กรัมขอบงใช บํารุงโลหิตขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ํากระสายยาวันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหาร น้ํากระสายยาที่ใช  ใชน้ําตมดอกคําไทย หรือดอกคําฝอย เปนน้ํากระสายยา  ถาหาน้ํากระสายไมไดใหใชน้ําสุกแทน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น กอนอาหารขอหามใช หามใชใน หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไม - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -1.7 ยารักษากลุมอาการทางกลามเนื้อและกระดูก1.7.1ยาสําหรับรับประทาน(1) ยากษัยเสน ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 236 กรัม ประกอบดวย 1. ดอกดีปลี หนัก 40 กรัม เหงาขิง หนัก 20 กรัม รากชาพลู หนัก 24 กรัม เถาสะคาน หนัก 12 กรัม รากเจตมูลเพลิงแดง หนัก 8 กรัม 2. เถาโคคลาน กําลังวัวเถลิง เถาวัลยเปรียง เถาพริกไทย เถามากระทืบโรง หัวกระชาย แกนแสมสาร เหงาไพล หนักสิ่งละ 10 กรัม 3. การบูร หนัก 6 กรัม ลูกจันทน ดอกกานพลู เหงาวานน้ํา เหงากระทือ ลูกกระวาน พริกไทยลอน รากชะเอมเทศ เปลือกอบเชยเทศ หนักสิ่งละ 4 กรัม 4. ดอกจันทน โกฐน้ําเตา ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 2 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามรางกาย 190
    • ขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 750 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 4 ครั้ง กอนอาหารและกอนนอนขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ หญิงใหนมบุตร และเด็กขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไม - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค แสบรอนยอดอกขอมูลเพิ่มเติม - (2) ยาแกลมอัมพฤกษ ยาผง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 70 กรัม ประกอบดวย 1. เหงาไพล เหงาขมิ้นออย เหงาขา หัวกระเทียม รากเจตมูลเพลิงแดง พริกไทยลอน ลูกจันทน ดอกจันทน การบูร หนักสิ่งละ 5 กรัม 2. ผักเสี้ยนผี (ทั้งตน) เปลือกตนทองหลาง เปลือกตนกุมบก เปลือกตนกุมน้ํา เกลือสินเธาว หนักสิ่งละ 5 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการปวดตามเสนเอ็น กลามเนื้อ มือ เทา ตึงหรือชาขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 1 กรัม ชงน้ํารอนดื่มประมาณ 120 - 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ ผูที่มีไข และเด็กขอควรระวัง - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษไดอาการไมพึงประสงค แสบรอนยอดอกขอมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ -(3) ยาธรณีสันฑะฆาต ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 160 กรัม ประกอบดวย 1. พริกไทยลอน หนัก 96 กรัม 2. ยาดําสะตุ หนัก 20 กรัม 3. เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงคุ การบูร หนักสิ่งละ 6 กรัม 4. รงทองประสะ หนัก 4 กรัม 5. ผักแพวแดง เนื้อลูกมะขามปอม หนักสิ่งละ 2 กรัม 6. ลูกจันทน ดอกจันทน ลูกกระวาน ดอกกานพลู เทียนดํา เทียนขาว หัวดองดึง หัวบุก หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเรว เหงาขิง รากชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ําเตา หนักสิ่งละ 1 กรัมขอบงใช แกกษัยเสนขนาดและวิธีใช ชนิดผง รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม ละลายน้ําสุกหรือผสมน้ําผึ้งปนเปน ลูกกลอนวันละ 1 ครั้ง กอนอาหารเชาหรือกอนนอน ชนิดเม็ด ชนิดลูกกลอน และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 1 ครั้ง กอนอาหารเชาหรือกอนนอน 191
    • ขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ ผูที่มีไข และเด็กขอควรระวัง - ควรระวังการรับประทานรวมกับยาในกลุมสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulant) และ ยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได - ควรระวังการใช รว มกับ ยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง - ควรระวังการใชในผูสูงอายุอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม - (4) ยาผสมโคคลาน ยาชง (รพ.) ยาตม (รพ.)สูตรตํารับที่ 1รูปแบบ ยาชงสูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย เถาโคคลาน โดไมรูลม ผลมะตูมออน ทองพันชั่ง (ทั้งตน) หนักสิ่งละ25 กรัมสูตรตํารับที่ 2รูปแบบ ยาตมสูตรตํารับ ในยา 105 กรัม ประกอบดวยเถาโคคลาน หนัก 50 กรัม สวนเหนือดินทองพันชั่ง หนัก 25 กรัม โดไมรูลม ผลมะตูมออน หนักสิ่งละ 15 กรัมสูตรตํารับที่ 3รูปแบบ ยาตมสูตรตํารับ ในยา 100 กรัม ประกอบดวย เถาโคคลาน เถาเอ็นออน แกนฝาง เถาสะคาน หนักสิ่งละ 20 กรัม โดไมรูลม ทองพันชั่ง (ทั้งตน) หนักสิ่งละ 10 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามรางกายขนาดและวิธีใช ชนิดชง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ชงน้ํารอนประมาณ 120 - 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร ชนิดตม นําตัวยาทั้งหมดมาเติมใหน้ําทวมตัวยา ตมน้ําเคี่ยว สามสวนเหลือหนึ่งสวน ดื่ม ครั้งละ 120 - 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช -ขอควรระวัง -อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม โคคลานในที่นี้ คือ โพคาน ซึ่งเปนสมุนไพรที่มีชื่อพฤกษศาสตรวา Mallotus repandus (Willd.) Müll. Arg. วงศ Euphorbiaceae(5) ยาผสมเถาวัลยเปรียง ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับที่ 1 ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย เถาวัลยเปรียง แกนดูกหิน (มะดูก) แกนดูกใส (ขันทองพยาบาท) เหงาไพล หนักสิ่งละ 25 กรัมสูตรตํารับที่ 2 ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย เหงาไพล หนัก 40 กรัม เถาวัลยเปรียง แกนดูกหิน (มะดูก) แกนดูกใส (ขันทองพยาบาท) หนักสิ่งละ 20 กรัม 192
    • ขอบงใช บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามรางกายขนาดและวิธีใช รับประทานครั้ง 900 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันทีขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภขอควรระวัง - ควรระวังการใชในผูปวยที่เปนแผลในกระเพาะอาหารเนื่องจากเถาวัลยเปรียงมีกลไก ออกฤทธิ์เชนเดียวกับยาแกปวดในกลุมยาตานการอักเสบที่ไมใชสเตียรอยด (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) - อาจทําใหเกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารอาการไมพึงประสงค ปวดทอง ทองผูก ปสสาวะบอย คอแหง และใจสั่นขอมูลเพิ่มเติม - (6) ยาสหัศธารา ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอนยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 1,000 กรัม ประกอบดวย 1. พริกไทยลอน หนัก 240 กรัม รากเจตมูลเพลิงแดง หนัก 224 กรัม ดอกดีปลี หนัก 96 กรัม หัศคุณเทศ หนัก 48 กรัม 2. เนื้อลูกสมอไทย หนัก 104 กรัม รากตองแตก หนัก 80 กรัม 3. เหงาวานน้ํา หนัก 88 กรัม 4. การบูร หนัก 14 กรัม ดอกจันทน หนัก 13 กรัม เทียนแดง หนัก 11 กรัม ลูกจันทน หนัก 12 กรัม เทียนตาตั๊กแตน มหาหิงคุ หนักสิ่งละ 10 กรัม เทียนสัตตบุษย หนัก 9 กรัม เทียนขาว รากจิงจอ หนักสิ่งละ 8 กรัม เทียนดํา หนัก 7 กรัม โกฐกักกรา หนัก 6 กรัม โกฐเขมาหนัก 5 กรัม โกฐกานพราว หนัก 4 กรัม โกฐพุงปลา หนัก 3 กรัมขอบงใช ขับลมในเสน แกโรคลมกองหยาบขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 1 – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง - ควรระวังการบริโภคในผูปวยโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ ผูปวยโรคแผลเปอยเพปติก และกรดไหลยอน เนื่องจากเปนตํารับยารสรอน - ควรระวังการใชยาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งในผูปวยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได - ควรระวังการใช รว มกับ ยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูงอาการไมพึงประสงค รอนทอง แสบทอง คลื่นไส คอแหง ผื่นคันขอมูลเพิ่มเติม -1.7.2 ยาสําหรับใชภายนอก(1) ยาขี้ผึ้งไพล ยาขี้ผึ้ง (รพ.)สูตรตํารับที่ 1 ในยา 100 กรัม ประกอบดวย น้ํามันไพลจากการทอดกับน้ํามันพืช 30 กรัม น้ํามันระกํา 10 กรัมสูตรตํารับที่ 2 ยา 100 กรัม ประกอบดวย น้ํามันไพลจากการกลั่น 14 กรัม น้ํามันระกํา 10 กรัมขอบงใช บรรเทาอาการปวดเมื่อย 193
    • ขนาดและวิธีใช ทาและถูเบา ๆ บริเวณที่มีอาการวันละ 2 - 3 ครั้งขอหามใช - หามทาบริเวณขอบตาและเนื้อเยื่อออน - หามทาบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีแผลเปดขอควรระวัง -อาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(2) ยาประคบ ยาประคบสมุนไพรสด (รพ.) ยาประคบสมุนไพรแหง (รพ.)สูตรตํารับ ในยา 130 กรัม ประกอบดวย 1. เหงาไพล 50 กรัม ใบมะขาม 30 กรัม ผิวมะกรูด 20 กรัม เหงาขมิ้นชัน 10 กรัม ตะไคร (ลําตน) 10 กรัม ใบสมปอย 10 กรัม 2. เกลือเม็ด 1 ชอนโตะ การบูร 2 ชอนโตะขอบงใช ประคบเพื่อลดอาการปวด และ ชวยคลายกลามเนื้อ เอ็น และ ขอ กระตุนหรือเพิ่มการ ไหลเวียนของโลหิตขนาดและวิธีใช นํายาประคบไปนึ่ง แลวใชประคบ ขณะยังอุน วันละ 1 - 2 ครั้ง ลูกประคบ 1 ลูก สามารถใชได 3 - 4 ครั้ง โดยหลังจากใชแลวผึ่งใหแหง กอนนําไปแชตูเย็นขอหามใช - หามประคบบริเวณที่มีบาดแผล - หามประคบเมื่อเกิดการอักเสบเฉียบพลัน เชน ขอเทาแพลง หรือมีอาการอักเสบ บวม แดง รอน ในชวง 24 ชั่วโมงแรก เนื่องจากจะทําใหอักเสบบวมมากขึ้น และ อาจมีเลือดออกมากตามมาได โดยควรประคบหลัง 24 ชม.ขอควรระวัง - ไมควรใชลูกประคบที่รอนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่เคยเปนแผลมากอนหรือ บริเวณที่มีกระดูกยื่น และตองระวังเปนพิเศษในผูปวยโรคเบาหวาน อัมพาต เด็ก และ ผูสูงอายุ เพราะมักมีความรูสึกในการรับรูและตอบสนองชา อาจทําใหผิวหนังไหมพองไดงาย - หลังจากประคบสมุนไพรเสร็จใหม ๆ ไมควรอาบน้ําทันที เพราะเปนการลางตัวยาจาก ผิวหนัง และรางกายยังไมสามารถปรับตัวไดทัน (จากรอนเปนเย็นทันทีทันใด) อาจทําให เกิดเปนไขได - ควรระวังการใชในผูที่แพสวนประกอบในยาประคบอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม 1) ยาประคบสมุนไพรสด ผลิตจากสมุนไพรสด (เก็บไดประมาณ 3 วัน) น้ําหนักไมนอยกวา ลูกละ 400 กรัม 2) ยาประคบสมุนไพรแหง ผลิตจากสมุนไพรแหง (เก็บไดประมาณ 2 ป) น้ําหนักไมนอยกวา ลูกละ 200 กรัม1.8 ยาบํารุงธาตุ ปรับธาตุ(1) ยาตรีเกสรมาศ ยาชง (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบดวย เปลือกฝนตน เกสรบัวหลวง ลูกมะตูมออน หนักสิ่งละ 30 กรัมขอบงใช แกออนเพลีย ปรับธาตุในผูปวยที่เพิ่งฟนจากการเจ็บปวย เชน ไข ทองเสีย 194
    • ขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 1 กรัม ชงน้ํารอนประมาณ 120 - 200 มิลลิลิตร ดื่มขณะยายังอุน วันละ 4 ครั้ง กอนอาหารและกอนนอนขอหามใช -ขอควรระวัง - ไมควรรับประทานติดตอกันเกิน 1 เดือน - หากใชเกินจากขนาดที่แนะนํา อาจจะทําใหทองผูก - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่แพละอองเกสรดอกไมอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม - (2) ยาตรีพิกัด ยาแคปซูล (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 90 กรัม ประกอบดวย 1. เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามปอม หนักสิ่งละ 10 กรัม 2. เหงาขิงแหง พริกไทยลอน ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 10 กรัม 3. รากเจตมูลเพลิงแดง รากชาพลู เถาสะคาน หนักสิ่งละ 10 กรัมขอบงใช ปรับสมดุลธาตุขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 250 – 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ ผูที่มีไขขอควรระวัง - ไมควรใชยานี้ในฤดูรอน สงผลใหไฟธาตุกําเริบ - ควรระวังการใชรวมกับยา phenytonin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีพริกไทยและดอกดีปลีในปริมาณสูงอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(3) ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย ดอกดีปลี รากชาพลู เถาสะคาน รากเจตมูลเพลิงแดง เหงาขิงแหง หนักสิ่งละ 20 กรัมขอบงใช บํารุงธาตุ แกธาตุใหปกติขนาดและวิธีใช ชนิดชง รับประทานครั้งละ 1.5 – 2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ชนิดผง รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 เวลา หลังอาหาร ชนิดลูกกลอน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตั้งครรภ ผูที่มีไข และเด็กเล็กขอควรระวัง - ไมควรใชยานี้ในฤดูรอน จะสงผลใหไฟธาตุกําเริบ - ไมควรรับประทานติดตอกันนานเกิน 7 วันอาการไมพึงประสงค -ขอมูลเพิ่มเติม -(4) ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)สูตรตํารับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบดวย 195
    • 1. พริกไทยลอน หนัก 50 กรัม 2. ดอกดีปลี รากชาพลู ผักแพวแดง (ทั้งตน) เถาสะคาน เหงาขิงแหง ลูกผักชีลอม เหงาวานน้ํา หัวแหวหมู ผิวมะกรูด ลูกพิลังกาสา หนักสิ่งละ 5 กรัมขอบงใช ปลูกไฟธาตุใหบริบูรณ ปรับระบบการยอยอาหารใหดีขึ้นขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารขอหามใช หามใชในหญิงตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ และผูที่มีไขขอควรระวัง ควรระวังการใช รวมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตํารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูงอาการไมพึงประสงค แสบรอนยอดอกขอมูลเพิ่มเติม - 196
    • กลุมที่ 2 ยาพัฒนาจากสมุนไพร 21 รายการ2.1 ยารักษากลุมอาการของระบบทางเดินอาหาร2.1.1 กลุมยาขับลม บรรเทาอาการทองอืด ทองเฟอ(1) ยาขมิ้นชัน ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)ตัวยาสําคัญ ผงเหงาขมิ้นชัน (Curcuma longa L.) มีสารสําคัญ curcuminoids ไมนอยกวารอยละ 5 โดยน้ําหนัก (w/w) และน้ํามันระเหยงายไมนอยกวารอยละ 6 โดยปริมาตรตอน้ําหนัก (v/w)ขอบงใช บรรเทาอาการแนนจุกเสียด ทองอืด ทองเฟอขนาดและวิธีใช รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและกอนนอนขอหามใช หามใชในผูที่ทอน้ําดีอุดตัน หรือผูที่ไวตอยานี้ขอควรระวัง - ควรระวังการใชในผูปวยโรคนิ่วในถุงน้ําดี ยกเวนภายใตการดูแลของแพทย - ควรระวังการใชในหญิงตั้งครรภ ยกเวนภายใตการดูแลของแพทย - ควรระวังการใชในเด็ก เนื่องจากยังไมมีขอมูลดานประสิทธิผลและความปลอดภัย - ควรระวังการใชรวมกับสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulants) และ ยาตานการจับตัว ของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชรวมกับยาที่กระบวนการเมแทบอลิซึม ผานเอนไซม Cytochrome P450 (CYP) เนื่องจากสาร curcumin ยับยั้ง CYP3A4, CYP1A2 แตกระตุนเอนไซม CYP2A6 - ควรระวังการใชรวมกับ ยารักษาโรคมะเร็งบางชนิด เชน doxorubicin, chlormethine, cyclophosphamide และcamptothecin เนื่องจาก curcumin อาจมีผลตานฤทธิ์ยา ดังกลาวอาการไมพึงประสงค ผิวหนังอักเสบจากการแพขอมูลเพิ่มเติม -(2) ยาขิง ยาแคปซูล ยาชง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาชง (รพ.)ตัวยาสําคัญ ผงเหงาขิง (Zingiber officinale Rosc.) ที่มีน้ํามันหอมระเหย ไมนอยกวารอยละ 2 โดย ปริมาตรตอน้ําหนัก (v/w)ขอบงใช 1. บรรเทาอาการทองอืด ขับลม แนนจุกเสียด 2. ปองกันและบรรเทาอาการคลื่นไส อาเจียน จากการเมารถ เมาเรือ 3. ปองกันอาการคลื่นไส อาเจียน หลังการผาตัดขนาดและวิธีใช - บรรเทาอาการทองอืด ขับลม แนนจุกเสียด รับประทานวันละ 2 – 4 กรัม - ปองกันและบรรเทาอาการคลื่นไส อาเจียนจากการเมารถ เมาเรือ รับประทานวันละ 1 – 2 กรัม กอนเดินทาง 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการ - ปองกันอาการคลื่นไส อาเจียน หลังการผาตัด รับประทานครั้งละ 1 กรัม กอนการผาตัด 1 ชั่วโมงขอหามใช - 197
    • ขอควรระวัง - ควรระวังการใชรวมกับสารกันเลือดเปนลิ่ม (anticoagulants) และยาตานการจับตัว ของเกล็ดเลือด (antiplatelets) - ควรระวังการใชในผูปวยโรคนิ่วในถุงน้ําดี ยกเวนภายใตการดูแลของแพทย - ไมแนะนําใหรับประทานในเด็กอายุต่ํากวา 6 ขวบอาการไมพึงประสงค อาการแสบรอนบริเวณทางเดินอาหาร อาการระคายเคืองบริเวณปากและคอขอมูลเพิ่มเติม -2.1.2 กลุมยาบรรเทาอาการทองผูก(1) ยาชุมเห็ดเทศ ยาแคปซูล ยาชง ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)ตัวยาสําคั