หลักสูตรปฐมวัย
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

หลักสูตรปฐมวัย

on

  • 3,865 views

 

Statistics

Views

Total Views
3,865
Views on SlideShare
3,865
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
13
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

หลักสูตรปฐมวัย หลักสูตรปฐมวัย Presentation Transcript

  • หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ประกอบด้วยอะไรบ้าง หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546 กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงถึงส่วนต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยไว้ดังนี้ 1. ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย เป็นแนวคิด ค่านิยม ความเชื่อที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางหรือวิธีการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ แนวทางในการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมาย เป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งในเด็กปฐมวัยจุดมุ่งหมายหลักคือ การพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคม และสติปัญญา 2. หลักการ ที่เป็นส่วนที่แสดงถึงหลักการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับแนวคิดและปรัชญาการศึกษาปฐมวัย 3. จุดหมาย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ที่มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ - จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งมีจำนวน 12 มาตรฐาน
  • หลักสูตรฯ ประกอบด้วยอะไรบ้าง 4. คุณลักษณะตามวัย เป็นความสามารถตามวัยหรือพัฒนาการตามธรรมชาติ เมื่อเด็กมีอายุถึงวัยนั้น ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้สอนต้องรู้และเข้าใจ เพื่อจะได้จัดประสบการณ์ให้เด็กแต่ละวัยได้ถูกต้อง เหมาะสม และพัฒนาเด็กให้เต็มตามความสามารถและศักยภาพ 5. ระยะเวลาเรียน เป็นการกำหนดระยะเวลาเรียนที่กำหนดไว้สำหรับสถานศึกษาใช้เป็นเกณฑ์ ซึ่งกำหนดไว้ประมาณ 1-3 ปี การศึกษาโดยประมาณ
  • หลักสูตรประกอบด้วยอะไรบ้าง 6. สาระการเรียนรู้ กำหนดเป็น 2 ส่วน คือ ประสบการณ์สำคัญ และสาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเด็กทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งช่วยให้เด็กเกิดทักษะที่สำคัญสำหรับการสร้างองค์ความรู้โดยให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับวัสดุ สิ่งของและบุคคลต่าง ๆ รอบตัว รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมไปพร้อม ๆ กัน สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ไม่เน้นการท่องจำเนื้อหา แต่ให้เด็กเกิดการเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ โดย ให้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญดังกล่าวข้างต้น
  • หลักสูตรประกอบด้วยอะไรบ้าง 7. แนวทางการจัดประสบการณ์ เป็นคำแนะนำแก่ผู้สอนในหลักการและแนวทางการจัดประสบการณ์และกิจกรรมให้แก่เด็ก 8. ขอบข่ายกิจกรรมประจำวัน เป็นกิจกรรมที่จะนำมาจัดในแต่ละวัน โดยในแต่ละวันต้องครอบคลุมพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ – เล็ก พัฒนาอารมณ์ จิตใจ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาสังคมนิสัย พัฒนาการคิด พัฒนาภาษา และส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 9. การประเมินพัฒนาการ เป็นการประเมินพัฒนาการทุกด้านอย่างเป็นกระบวนการต่อเนื่องกันในกิจกรรมที่เด็กทำตามปกติ 10. การจัดหลักสูตรสถานศึกษา เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายและการสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
  • หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546 ประกอบด้วยอะไรบ้าง 11. การจัดการศึกษาปฐมวัย ( เด็กอายุ 3- 5 ปี ) สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส เด็กที่มีความสามารถพิเศษ 12. การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการแนะนำเกี่ยวกับบทบาทของบุคลากรทุกฝ่ายในการสร้างรอยเชื่อมต่อ โดยเฉพาะระหว่างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ในช่วงอายุ 3-5 ปี กับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 1 ( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1)
  • ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคม - วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคนเพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม
  • หลักการ เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการ ตลอดจนการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุล และเต็มศักยภาพ โดยกำหนดหลักการ ดังนี้
  • หลักการ ( ต่อ ) 1. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกประเภท 2. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย 3. พัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย 4. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 5. ประสานความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษาในการพัฒนาเด็ก
  • หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามวัยและความสามารถของแต่ละบุคคล
  • จุดหมาย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการด้านด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล จึงกำหนดจุดหมายซึ่งถือเป็นมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ดังนี้ 1. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย และมีสุขนิสัยที่ดี 2. กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน 3. มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข
  • จุดหมาย ( ต่อ ) 4. มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 5. ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว และรักการออกกำลังกาย 6. ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย 7. รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย 8. อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 9. ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
  • จุดหมาย ( ต่อ ) 9. ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 10. มีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย 11. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 12. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีทักษะในการแสวงความรู้
  • คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546 มีดังนี้
    • พัฒนาการด้านร่างกาย
    • กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่าง
    • ต่อเนื่องได้
    • รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้
    • ด้วยมือทั้งสอง
    • เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้อย่าง
    • คล่องแคล่ว
    • เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้
    • ตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งที่
    • กำหนด
    • ใช้กล้ามเนื้อเล็กได้ดี เช่น ติดกระดุม
    • ผูกเชือกรองเท้าฯลฯ
    • ยืดตัว คล่องแคล่ว
    • พัฒนาการด้านร่างกาย
    • กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้
    • รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสอง
    • เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้
    • ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้
    • กระฉับกระเฉงไม่ชอบอยู่เฉย
    • พัฒนาการด้านร่างกาย
    • วิ่งและหยุดโดยไม่ล้ม
    • รับลูกบอลด้วยมือและลำตัว
    • เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้
    • ใช้กรรไกรมือเดียวได้
    • วาดและระบายสีอิสระได้
    เด็กอายุ 5 ปี เด็กอายุ 4 ปี เด็กอายุ 3 ปี
  • คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546 มีดังนี้
    • พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
    • แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม
    • ชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
    • ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้อยลง
    • พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
    • แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับบางสถานการณ์
    • เริ่มรู้จักชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
    • ชอบท้าทายผู้ใหญ่
    • ต้องการให้มีคนฟัง คนสนใจ
    • พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
    • แสดงอารมณ์ตามความรู้สึก
    • ชอบที่จะทำให้ผู้ใหญ่พอใจและได้คำติชม
    • กลัวการพลัดพรากจากผู้เลี้ยงดู
    • ผู้ใกล้ชิดน้อยลง
    เด็กอายุ 5 ปี เด็กอายุ 4 ปี เด็กอายุ 3 ปี
  • คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546 มีดังนี้
    • พัฒนาการด้านสังคม
    • ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
    • เล่นหรือทำงานโดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกับผู้อื่นได้
    • พบผู้ใหญ่ รู้จักไหว้ ทำความเคารพ
    • รู้จักขอบคุณ เมื่อรับของจากผู้ใหญ่
    • รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
    • พัฒนาการด้านสังคม
    • แต่งตัวได้ด้วยตนเองไปห้องส้วมได้เอง
    • เล่นร่วมกับผู้อื่นได้ รอคอยตามลำดับก่อน – หลัง
    • แบ่งของให้คนอื่น
    • เก็บของเล่นเข้าที่ได้
    • พัฒนาการด้านสังคม
    • รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
    • ชอบเล่นแบบคู่ขนาน ( เล่นของเล่นชนิดเดียวกัน แต่ต่างคนต่างเล่น )
    • เล่นสมมติได้
    • รู้จักรอคอย
    เด็กอายุ 5 ปี เด็กอายุ 4 ปี เด็กอายุ 3 ปี
  • คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546 มีดังนี้
    • พัฒนาการด้านสติปัญญา
    • บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง รส รูปร่าง จำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของได้
    • บอกชื่อ นามสกุล และอายุของตนเองได้
    • พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
    • สนทนาโต้ตอบบอกเล่าเป็นเรื่องราวได้
    • พัฒนาการด้านสติปัญญา
    • จำแนกสิ่งต่าง ๆ ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าได้
    • บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
    • พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
    • สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง
    • พัฒนาการด้านสติปัญญา
    • สำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่เหมือนกันและต่างกันได้
    • บอกชื่อของตนเองได้
    • ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
    • สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้น ๆ ได้
    • สนใจนิทานและเรื่องราวต่าง ๆ
    เด็กอายุ 5 ปี เด็กอายุ 4 ปี เด็กอายุ 3 ปี
  • คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546 มีดังนี้
    • พัฒนาการด้านสติปัญญา
    • สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลกใหม่
    • รู้จักใช้คำถาม “ทำไม” “อย่างไร”
    • เริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
    • นับสิ่งต่าง ๆ จำนวนมากกว่า 10 ได้
    • พัฒนาการด้านสติปัญญา
    • สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
    • รู้จักใช้คำถาม “ทำไม”
    • พัฒนาการด้านสติปัญญา
    • ร้องเพลง ท่องคำกลอน คำคล้องจองง่าย ๆ และ แสดงท่าทางเลียนแบบได้
    • รู้จักใช้คำถาม “อะไร”
    • สร้างผลงานตามความคิดของตนเองอย่างง่าย ๆ
    • อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว
    เด็กอายุ 5 ปี เด็กอายุ 4 ปี เด็กอายุ 3 ปี
  • สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งนี้สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการ และคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความรู้สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก บุคคลและสถานที่ที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็กที่เด็กมีโอกาสใกล้ชิดหรือมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันและเป็นสิ่งที่เด็กสนใจ จะไม่เน้นเนื้อหา การท่องจำ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะหรือกระบวนการ จำเป็นต้องบูรณาการทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับเด็ก เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
  • สาระการเรียนรู้ ขณะเดียวกันควรปลูกฝังให้เด็กเกิดเจตคติที่ดี มีค่านิยมที่พึงประสงค์ เช่น ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น รักการเรียนรู้ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมีคุณธรรม จริยธรรมที่เหมาะสมกับวัย เป็นต้น ผู้สอนหรือผู้จัดการศึกษา อาจนำสาระการเรียนรู้มาจัดในลักษณะหน่วยการสอนแบบบูรณาการหรือเลือกใช้วิธีการที่สอดคล้องกับปรัชญาและหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย สาระการเรียนรู้กำหนดเป็น 2 ส่วน ดังนี้
  • 1. ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านร่างกาย ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านสังคม ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านสติปัญญา
  • 1. ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านร่างกาย การทรงตัวและประสาน สัมพันธ์ของกล้ามเนื้อใหญ่ การประสานสัมพันธ์ ของกล้ามเนื้อเล็ก การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ / เคลื่อนที่ การเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์ การเล่นเครื่องเล่นสนาม การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส การเขียนภาพและการเล่นสี การปั้นและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ด้วยดินเหนียวดินน้ำมัน แท่งไม้ เศษวัสดุ ฯลฯ การต่อของบรรจุ และแยกชิ้นส่วน
  • 1. ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจ ดนตรี สุนทรียภาพ การแสดงประสาน โต้ตอบเสียงดนตรี การเล่น คุณธรรม จริยธรรม การเล่นเครื่องดนตรีง่าย ๆ การร้องเพลง การชื่นชมและสร้างสรรค์ สิ่งสวยงาม การแสดงออกอย่าง สนุกสนานกับเรื่องตลก ขำขันและเรื่องราว / เหตุการณ์ การเล่นอิสระ การเล่นเป็นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ การเล่นในห้องเรียน และนอกห้องเรียน การปฏิบัติตนตาม หลักศาสนาที่นับถือ
  • 1. ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านสังคม การเรียนรู้ทางสังคม การปฏิบัติกิจวัตร ประจำวันของตนเอง การเล่นและการทำงาน ร่วมกับผู้อื่น การวางแผนตัดสินใจ เลือกและลงมือปฏิบัติ การมีโอกาสได้รับรู้ ความรู้สึก ความสนใจ และความต้องการ ของตนเองและผู้อื่น การมีประสบการณ์ ในการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและเคารพ ความคิดเห็นของผู้อื่น การแก้ปัญหาในการเล่น การมีประสบการณ์ ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น และความเป็นไทย
  • 1. ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านสติปัญญา ( 1) การคิด รู้จักสิ่งของต่าง ๆ ด้วยการ มอง ฟัง สัมผัส ชิมรส และดมกลิ่น การใช้ภาษา การเลียนแบบการกระทำ และเสียงต่าง ๆ การเชื่อมโยงภาพและ รูปแบบต่างๆ กับสิ่งของ หรือสภาพที่จริง การรับรู้และแสดง ความรู้สึกผ่านสื่อวัสดุ ของเล่นและผลงาน การแสดงความคิด สร้างสรรค์ผ่านสื่อวัสดุต่างๆ การแสดงความรู้สึก ด้วยคำพูด การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของตนเองหรือ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์และความสัมพันธ์ ของสิ่งต่าง ๆ การฟังเรื่องราวนิทาน คำคล้องจอง คำกลอน การเขียนในหลายรูปแบบ ผ่านประสบการณ์ที่สื่อ ความหมายต่อเด็ก เขียนภาพ เขียนคล้าย ตัวอักษร เขียนเหมือน สัญลักษณ์ เขียนชื่อตนเอง การอ่านในหลายรูปแบบ ผ่านประสบการณ์ที่สื่อ ความหมายต่อเด็ก อ่านภาพ หรือสัญลักษณ์จากหนังสือ นิทาน / เรื่องราวที่สนใจ
  • 1. ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านสติปัญญา ( 2 ) การสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบ การสำรวจและอธิบาย ความเหมือน ความต่าง ของสิ่งต่าง ๆ การจับคู่ การจำแนก และการจัดกลุ่ม การเปรียบเทียบ เช่น ยาว – สั้น ฯลฯ การเรียงลำดับสิ่งต่าง ๆ การคาดคะเนสิ่งต่าง ๆ การตั้งสมมติฐาน การทดลองสิ่งต่าง ๆ การสืบค้นข้อมูล การใช้หรืออธิบายสิ่งต่าง ๆ ด้วยวิธีหลากหลาย การเปรียบเทียบจำนวน มากกว่า น้อยกว่า เท่ากับ การนับสิ่งต่าง ๆ การจัดคู่หนึ่งต่อหนึ่ง การมีประสบการณ์กับ จำนวนหรือปริมาณ ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง จำนวน
  • 1. ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านสติปัญญา ( 3 ) มิติสัมพันธ์ ( พื้นที่ / ระยะ ) การต่อเข้าด้วยกัน การแยกออก การบรรจุ และการเทออก การเริ่มต้นและการหยุด การกระทำโดยสัญญาณ เวลา การสังเกตสิ่งต่าง ๆ และสถานที่จากมุมมอง ต่าง ๆ กัน การมีประสบการณ์และ การอธิบายในเรื่องตำแหน่ง ของสิ่งต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน การมีประสบการณ์และ การอธิบายในเรื่อง ทิศทางการเคลื่อนที่ ของคนและสิ่งต่าง ๆ การสื่อความหมาย ของมิติสัมพันธ์ การมีประสบการณ์และ เปรียบเทียบเวลา เช่น ตอนเช้า ตอนเย็น เมื่อวานนี้ พรุ่งนี้ ฯลฯ การมีประสบการณ์ และเรียงลำดับ เหตุการณ์ต่าง ๆ การสังเกต การเปลี่ยนแปลงของฤดู
  • 2. สาระที่ควรเรียนรู้ 1. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก 3. ธรรมชาติรอบตัว 4. เรื่องต่าง ๆ รอบตัวเด็ก
  • 1. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่าง หน้าตาตนเอง รู้จักอวัยวะต่าง ๆ ด้วยตนเอง คนเดียว หรือกับผู้อื่น ตลอดจนเรียนรู้ที่จะแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก และมารยาทที่ดี ทั้งนี้เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ตนเองแล้วเด็กควรจะเกิดแนวคิดต่าง ๆ 2. สาระที่ควรเรียนรู้
  • 2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรได้มีโอกาสรู้จักและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว สถาน ศึกษา ชุมชน รวมทั้งบุคคลต่าง ๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้อง หรือมีโอกาสใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้ว เด็ก ควรเกิดแนวคิดต่าง ๆ 2. สาระที่ควรเรียนรู้
  • 3. ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรจะได้รู้จักสิ่งมีชีวิต ที่เป็นต้นไม้ ดอกไม้ สัตว์ รวมทั้ง ความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่แวดล้อมเด็กตามธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน ฯลฯ แนวคิดที่ควรให้เกิดหลังจากเด็กเรียนรู้ธรรมชาติ รอบตัว 2. สาระที่ควรเรียนรู้
  • 4. เรื่องต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรจะได้รู้จักสิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ และการสื่อสาร ต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก ทั้งนี้เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้ว เด็กควรเกิดแนวคิดต่าง ๆ 2. สาระที่ควรเรียนรู้
  • การจัดประสบการณ์ การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3 – 5 ปี จะไม่จัดเป็นรายวิชาแต่จัดในรูปของกิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น เพื่อให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เกิดความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเกิดการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยมีหลักการ และแนวทางการจัดประสบการณ์ ดังนี้ 1. หลักการจัดประสบการณ์ 1.1 จัดประสบการณ์ การเล่น และการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวม อย่างต่อเนื่อง 1.2 เน้นเด็กเป็นสำคัญ สนองความต้องการ ความสนใจ
  • การจัดประสบการณ์ ความแตกต่าง ระหว่างบุคคลและบริบทของสังคมที่เด็กอาศัยอยู่ 1.3 จัดให้เด็กได้รับการพัฒนาโดยให้ความสำคัญทั้งกับกระบวนการและผลผลิต 1.4 จัดการประเมินพัฒนาการให้เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์ 1.5 ให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก 2. แนวทางการจัดประสบการณ์ 2.1 จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการ คือเหมาะสมกับอายุ วุฒิภาวะและระดับพัฒนาการ เพื่อให้เด็กทุกคนได้
  • การจัดประสบการณ์ พัฒนาเต็มตามศักยภาพ 2.2 จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็กวัยนี้คือ เด็กได้ลงมือกระทำ เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้เคลื่อนไหว สำรวจ เล่น สังเกต สืบค้น ทดลอง และคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง 2.3 จัดประสบการณ์ในรูปแบบบูรณาการ คือ บูรณาการทั้งทักษะและสาระการเรียนรู้ 2.4 จัดประสบการณ์ให้เด็กได้ริเริ่ม คิด วางแผน ตัดสินใจ ลงมือกระทำ และนำเสนอความคิดโดยผู้สอนเป็นผู้สนับสนุน
  • การจัดประสบการณ์ อำนวยความสะดวก และเรียนรู้ร่วมกับเด็ก 2.5 จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอื่น กับผู้ใหญ่ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ในบรรยากาศที่อบอุ่นมีความสุขและเรียนรู้การทำกิจกรรมแบบร่วมมือในลักษณะต่างๆ กัน 2.6 จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและอยู่ในวิถีชีวิตของเด็ก 2.7 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีและทักษะการใช้ชีวิตประจำวันตลอดจนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  • การจัดประสบการณ์ 2.8 จัดประสบการณ์ทั้งในลักษณะที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและแผนที่เกิดขึ้นในสภาพจริงโดยไม่ได้คาดการณ์ไว้ 2.9 ให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดประสบการณ์ ทั้งการวางแผน การสนับสนุนสื่อการสอน การเข้าร่วมกิจกรรม และการประเมินพัฒนาการ 2.10 จัดทำสารนิทัศน์ ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล นำมาไตร่ตรองและใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กและการวิจัยในชั้นเรียน
  • การจัดประสบการณ์ 3. การจัดกิจกรรมประจำวัน กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี สามารถนำมาจัดเป็นกิจกรรมประจำวันได้หลายรูปแบบ เป็นการช่วยให้ทั้งผู้สอนและเด็กทราบว่าแต่ละวันจะทำกิจกรรมอะไร เมื่อใด และอย่างไร การจัดกิจกรรมประจำวันมีหลักการจัดและขอบข่ายของกิจกรรมประจำวัน ดังนี้ 3.1 หลักการจัดกิจกรรมประจำวัน 3.1.1 กำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละวัน 3.1.2 กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและ
  • การจัดประสบการณ์ กลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนานเกินกว่า 20 นาที 3.1.3 กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ 40 – 60 นาที 3.1.4 กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกห้อง กิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก กิจกรรมที่เป็นรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่เด็กเป็นผู้ริเริ่ม และกิจกรรมที่ใช้กำลังและไม่ใช้กำลังจัดให้ครบทุกประเภท ทั้งนี้กิจกรรมที่ต้องออกกำลังกายควรจัดสลับกับกิจกรรมที่ไม่ต้องออกกำลังมากนัก เพื่อเด็กจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป
  • การจัดประสบการณ์ 3.2 ขอบข่ายของกิจกรรมประจำวัน การเลือกกิจกรรมที่จะนำมาจัดในแต่ละวัน ต้องให้ครอบคลุมสิ่งต่อไปนี้ 3.2.1 การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใหญ่ การเคลื่อนไหว และความคล่องแคล่วในการใช้อวัยวะต่าง ๆ จึงควรจัดกิจกรรม โดยให้เด็กได้เล่นอิสระกลางแจ้ง เล่นเครื่องเล่นสนาม เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรี 3.2.2 การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา จึงควรจัดกิจกรรมโดยให้เด็กได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัส เล่นเกมต่อภาพ
  • การจัดประสบการณ์ ฝึกช่วยเหลือตนเองในการแต่งกาย หยิบจับช้อนส้อม ใช้อุปกรณ์ศิลปะ เช่น สีเทียน กรรไกร พู่กัน ดินเหนียว ฯลฯ 3.2.3 การพัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความเชื่อมั่น กล้าแสดงออก มีวินัยในตนเอง รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด เมตตากรุณา เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาที่นับถือ จึงควรจัดกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านการเล่นให้เด็กได้มีโอกาสตัดสินใจเลือก ได้รับการตอบสนองตามความต้องการ ได้ฝึกปฏิบัติโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ตลอดเวลาที่โอกาสเอื้ออำนวย
  • การจัดประสบการณ์ 3.2.4 การพัฒนาสังคมนิสัย เพื่อให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออกอย่างเหมาะสมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน มีนิสัยรักการทำงาน รู้จักระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น จึงควรจัดให้เด็กได้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น รับประทานอาหาร พักผ่อนนอนหลับ ขับถ่าย ทำความสะอาดร่างกาย เล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น ปฏิบัติตามกฎกติกาข้อตกลงของส่วนรวม เก็บของเข้าที่เมื่อเล่นหรือทำงานเสร็จ ฯลฯ 3.2.5 การพัฒนาการคิด เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความคิดรวบยอด สังเกต จำแนก เปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับเหตุการณ์
  • การจัดประสบการณ์ แก้ปัญหา จึงควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้สนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็ก ค้นคว้าจากแหล่ง ข้อมูลต่าง ๆ ทดลอง ศึกษานอกสถานที่ ประกอบอาหาร หรือจัดให้เด็กได้เล่นเกมการศึกษาที่เหมาะสมกับวัยอย่างหลากหลาย ฝึกการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและในการทำกิจกรรมทั้งที่เป็นกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ หรือรายบุคคล 3.2.6 การพัฒนาภาษา เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสใช้ภาษาสื่อสารถ่ายทอดความรู้สึก ความนึกคิด ความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ที่เด็กมีประสบการณ์ จึงควรจัดกิจกรรมทางภาษาให้มีความหลากหลายในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน และ
  • การจัดประสบการณ์ บุคลากรที่แวดล้อมต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษา ทั้งนี้ต้องคำนึง ถึงหลักการจัดกิจกรรมทางภาษาที่เหมาะสมกับเด็กเป็นสำคัญ 3.2.7 การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและเห็นความสวยงามของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยใช้กิจกรรมศิลปะและดนตรีเป็นสื่อ ใช้การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ให้ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ อย่างอิสระตามความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเด็ก เล่นบทบาทสมมติในมุมเล่นต่าง ๆ เล่นน้ำ เล่นทราย เล่นก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ เช่น แท่งไม้รูปทรงต่าง ๆ ฯลฯ
  • การประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ 3 – 5 ปี เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาของเด็ก โดยถือเป็นกระบวนการต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติที่จัดในแต่ละวัน ทั้งนี้ให้มุ่งนำข้อมูลการประเมินมาพิจารณาปรับปรุง วางแผนการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนได้รับการพัฒนาตามจุดหมายของหลักสูตร การประเมินพัฒนาการควรยึดหลัก ดังนี้ 1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้านและนำผลมาพัฒนาเด็ก 2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี 3. สภาพการประเมินควรมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติ
  • การประเมินพัฒนาการ กิจกรรมประจำวัน 4. ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน เลือกใช้เครื่องมือและจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน 5. ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการหลากหลายเหมาะสมกับเด็ก รวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลาย ๆ ด้าน ไม่ควรใช้การทดสอบ สำหรับวิธีการประเมินที่เหมาะสมและควรใช้กับเด็กอายุ 3-5 ปี ได้แก่ การสังเกต การบันทึกพฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ
  • จากหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สู่แผนการจัดประสบการณ์ มาตรฐานคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ ( หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546) คุณลักษณะ ตามวัย ( หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546) สาระ การเรียนรู้ ( หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546) ตัวบ่งชี้ ( สถานศึกษากำหนด ) สาระที่ควรเรียนรู้ ( หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย / สถานศึกษากำหนด ) ประสบการณ์สำคัญ ( หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ . ศ . 2546) สภาพที่พึงประสงค์ ( สถานศึกษากำหนด ) สาระการเรียนรู้รายปี ( สถานศึกษากำหนด ) หน่วยการจัดประสบการณ์ ( สถานศึกษากำหนด ) แผนการจัดประสบการณ์ ( ครูเป็นผู้จัดทำ )
  • แนวทางการส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
  • ความสำคัญของเด็กปฐมวัย ( อายุ 3 – 5 ปี ) เด็กปฐมวัย เป็นช่วงวัยที่มีความก้าวหน้าทางพัฒนาการทุกด้านเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเด็กได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องตามหลักการในช่วงอายุนี้ จะส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ “ การจัดการศึกษาและอบรมเลี้ยงดูเด็ก จึงควรส่งเสริมให้ถูกต้องเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโตและมีพัฒนาการเต็มศักยภาพ”
  • ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย ( อายุ 3 – 5 ปี ) พอใจคนที่ ตามใจ มีช่วง ความสนใจสั้น ( 8-10 นาที ) สนใจนิทานและ เรื่องราวต่าง ๆ อยากรู้ อยากเห็นทุกอย่าง รอบตัว ช่วยตนเองได้ ชอบเล่น แบบคู่ขนาน พูดประโยค ยาวขึ้น ร้องเพลงง่าย ๆ แสดงท่าทาง เลียนแบบ ชอบที่จะทำให้ ผู้ใหญ่พอใจ และได้คำชม ชอบถาม “ทำไม” ตลอดเวลา
  • หลักการ / แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก นักการศึกษา / หลักการ แนวคิด การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
    • กีเซล ( Gesell) เชื่อว่า
    • พัฒนาการของเด็กเป็นไปอย่างมี
    • แบบแผนและเป็นขั้นตอน เด็กควรพัฒนา
    • ไปตามธรรมชาติไม่ควรเร่งหรือบังคับ
    • การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการ การ
    • เคลื่อนไหว การใช้ภาษา การปรับตัว
    • เข้าสังคมกับบุคคลรอบข้าง
    • จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
    • ให้เด็กได้เล่นกลางแจ้ง
    • จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ฝึกการใช้มือและ
    • ประสาทสัมพันธ์มือกับตา
    • จัดกิจกรรมให้เด็กได้ฟัง ได้พูดท่องคำ
    • คล้องจอง ร้องเพลง ฟังนิทาน
    • จัดให้เด็กทำกิจกรรมเดี่ยวและกิจกรรมกลุ่ม
  • นักการศึกษา / หลักการ แนวคิด การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
    • ฟรอยด์ ( Freud) เชื่อว่า
    • ประสบการณ์ในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพ
    • ของคนเราเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หากเด็ก
    • ไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ จะเกิด
    • อาการชะงัก พฤติกรรมถดถอย คับข้องใจ
    • ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก
    • ครูเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งการแสดงออก ท่าที
    • วาจา
    • จัดกิจกรรมเป็นขั้นตอน จากจ่ายไปหายาก
    • จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนเพื่อส่งเสริม
    • พัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก
    • อีริคสัน ( Erikson) เชื่อว่า
    • ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เด็กพอใจ ประสบ
    • ผลสำเร็จ เด็กจะมองโลกในแง่ดี มีความ
    • เชื่อมั่นและไว้วางใจผู้อื่น
    • ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ไม่พอใจ
    • จะมองโลกในแง่ร้าย ขาดความเชื่อมั่นใน
    • ตนเองและไม่ไว้วางใจผู้อื่น
    • จัดกิจกรรมให้เด็กได้ประสบผลสำเร็จ พึง
    • พอใจต่อสภาพแวดล้อมของห้องเรียน เพื่อน
    • ครู
    • จัดบรรยากาศในห้องเรียน ให้เด็กมีโอกาส
    • สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ครู
    • และเพื่อน ๆ
  • นักการศึกษา / หลักการ แนวคิด การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
    • เพียเจท์ ( Piaget)
    • พัฒนาการทางด้านเชาว์ปัญญาของเด็กเกิด
    • จากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม
    • รอบ ๆ ตัวเด็ก มีการรับรู้จากสิ่งแวดล้อม
    • ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และมีการปรับ
    • ขยายประสบการณ์เดิม ความคิดและความ
    • เข้าใจให้ขยายมากขึ้น
    • พัฒนาการของเด็กปฐมวัย ( 0 – 6 ปี )
    • 1. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว
    • วัย 0 – 2 ปี เด็กเรียนรู้ทุกอย่างทางประสาท
    • สัมผัสทุกด้าน
    • 2. ขั้นความคิดก่อนปฏิบัติการวัย 2 – 6 ปี เริ่ม
    • เรียนภาษาพูดและภาษาท่าทางในการสื่อสาร
    • ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง คิดหาเหตุผลไม่ได้
    • จัดหมวดหมู่ได้ตามเกณฑ์ของตนเอง
    • จัดกิจกรรมให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส ทั้ง 5
    • จัดให้เด็กฝึกฝนทักษะ การสังเกต การจำแนก
    • เปรียบเทียบ
    • จัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสคิดหาเหตุผล
    • เลือก และตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
    • จัดให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวไปสู่เรื่อง
    • ไกลตัว และมีลักษณะที่เป็นรูปธรรม
  • นักการศึกษา / หลักการ แนวคิด การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
    • ดิวอี้ ( Dewey) เชื่อว่า
    • เด็กเรียนรู้โดยการกระทำ
    • จัดกิจกรรมให้เด็กได้ประสบผลสำเร็จ
    • พึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมของห้องเรียน
    • เพื่อน ครู
    • จัดบรรยากาศในห้องเรียน ให้เด็กมีโอกาส
    • สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ครู
    • และเพื่อน ๆ
    • สกินเนอร์ (Skinner)
    • ถ้าเด็กได้รับการชมเชย และประสบผลสำเร็จ
    • ในการทำกิจกรรม เด็กสนใจที่ทำต่อไป
    • เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่มีใคร
    • เหมือนใคร
    • ให้แรงเสริม เช่น ชมเชย ชื่นชม เมื่อเด็กทำ
    • กิจกรรมประสบผลสำเร็จ
    • ไม่นำเด็กมาเปรียบเทียบแข่งขันกัน
  • นักการศึกษา / หลักการ แนวคิด การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
    • เปสตาลอสซี่ ( Pestalozzi)
    • ความรักเป็นพื้นฐานสำคัญและจำเป็นต่อการ
    • พัฒนาเด็ก ทั้งด้านร่างกายและสติปัญญา
    • เด็กแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งด้านความสนใจ
    • ความต้องการ และระดับความสามารถใน
    • การเรียน
    • เด็กไม่ควรถูกบังคับให้เรียนรู้ด้วยการท่องจำ
    • จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อม ให้ความรัก
    • ให้เวลา และให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์
    • เฟรอเบล ( Froeble)
    • ควรส่งเสริมพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็ก
    • ด้วยการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
    • อย่างเสรี
    • การเล่นเป็นการทำงานและการเรียนรู้ของเด็ก
    • จัดกิจกรรมเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างเสรี
  • นักการศึกษา / หลักการ แนวคิด การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
    • เอลคายน์ ( Elkind)
    • การเร่งเด็กให้เรียนรู้แต่เล็กเป็นอันตราย
    • ต่อเด็ก
    • เด็กควรมีโอกาสเล่นและเลือกกิจกรรม
    • การเล่นด้วยตนเอง
    • จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เด็กมีโอกาส
    • เล่นและเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง
    ประมวลแนวคิดของนักการศึกษา มาสู่หลักการในการจัดการศึกษาปฐมวัย แล้วนำไปปฏิบัติจัดกิจกรรมให้ สอดคล้องกับชีวิตจริงของเด็ก
  • การเรียนรู้อย่างมีความสุข การเรียนรู้จากการคิด และปฏิบัติจริง การพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย การเรียนรู้แบบองค์รวมที่ ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน
  • หลักการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย
    • ส่งเสริมทักษะการช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน
    • เช่น การรับประทานอาหาร การขับถ่าย การแต่งตัว
    2. ส่งเสริมทักษะการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน โดยให้เด็กได้เล่นร่วมกับเพื่อน เช่น การเล่นตามมุมประสบการณ์ต่าง ๆ
    • จัดการเรียนรู้ผ่านการเล่น ถือว่าการเล่นเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็ก
    • จึงควร จัดสื่อให้เด็กได้เล่น เช่น ไม้บล็อก เกมการศึกษา ฯลฯ
    • จัดประสบการณ์ให้สมดุลทั้งในและนอกห้องเรียน ทั้งกิจกรรมเป็นรายบุคคล
    • กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่เด็กเป็นผู้ริเริ่มและครูเป็นผู้ริเริ่ม
    5. จัดให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง มีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาเด็ก
  • สรุป หลักการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย พัฒนาเด็กให้ครบทุกพัฒนาการ เน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเอง และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมที่จัดต้องมีความสมดุล ยึดเด็กเป็นสำคัญ และต้องประสานสัมพันธ์ กับครอบครัวและชุมชน
  • การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง เรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า พัฒนาทักษะ การสังเกต การเปรียบเทียบ การจำแนก การสรุปความคิดรวบยอด การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ กิจกรรมโครงการ กิจกรรมประจำวัน การเล่น กิจกรรมการทดลอง กิจกรรมการศึกษานอกสถานที่ กิจวัตรประจำวัน ฯลฯ
  • การเรียนรู้แบบองค์รวม กิจกรรมที่จัด สอดคล้องกับประสบการณ์ ที่ได้รับ ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคม และสติปัญญา ประสบการณ์ ต่าง ๆ สัมพันธ์กัน ในลักษณะ บูรณาการ ครูผู้สอน หรือผู้ดูแล เด็กควร หลอมรวม หรือเชื่อมโยง ความรู้ ประสบการณ์ การเรียนรู้ แบบ องค์รวม เรื่องใกล้ตัวในท้องถิ่น เรื่องไกลตัว เชื่อมโยง สัมพันธ์ ต่อเนื่อง กลมกลืน สิ่งแวดล้อม ที่อาศัยอยู่ ไม่แยกส่วน หรือ แยกเป็น รายวิชา
  • สาระการเรียนรู้กำหนดไว้ 2 ลักษณะ คือ ประสบการณ์สำคัญ เป็นประสบการณ์ที่ครูผู้สอนหรือ ผู้ดูแลเด็กควรนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก สาระที่ควรเรียนรู้ กำหนดเฉพาะหัวข้อและแนวคิดสำคัญ ไว้กว้าง ๆ สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ ( ตามหลักสูตร ) สาระที่ควรเรียนรู้ ( ตามหลักสูตร / สถานศึกษากำหนด )
  • ประสบการณ์สำคัญ ส่งเสริมพัฒนาการ 4 ด้าน เวลา จำนวน มิติสัมพันธ์ สังเกต จำแนก เปรียบเทียบ การสื่อความคิดที่เป็นการกระทำ การใช้ภาษา การเรียนรู้ทางสังคม การคิด คุณธรรม จริยธรรม การเล่น สุนทรียภาพ ดนตรี กล้ามเนื้อใหญ่ - เล็ก
  • เนื้อหาสาระ สิ่งต่าง ๆ รอบตัว การคมนาคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติรอบตัว วันสำคัญ บุคคลในชุมชน / ท้องถิ่น โรงเรียน ครอบครัว ตัวเรา
  • แนวการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
      • ไม่จัดเป็นรายวิชา แต่จัดในรูปของกิจกรรมประจำวัน และ
      • กิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงโดย
      • ผ่านประสาทสัมผัส เกิดการเรียนรู้ และได้รับการพัฒนาทั้งด้าน
      • ร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคม และสติปัญญา
  • แนวการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
      • 1. ส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็กไทยโดยองค์รวมอย่างต่อเนื่อง
      • 2. จัดให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและเรียนรู้ของเด็ก
      • 3. ยึดเด็กเป็นสำคัญ สนองความต้องการ ความสนใจ ความแตกต่าง
      • ระหว่างบุคคล และเปิดโอกาสให้เด็กริเริ่มกิจกรรมของตนเองโดย
      • ครูเป็นผู้สนับสนุนอำนวยความสะดวก และเรียนรู้ร่วมกับเด็ก
      • 4. จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และมีบรรยากาศที่อบอุ่น
      • เพื่อให้เด็กมีความสุข
      • 5. จัดกิจกรรมในรูปแบบบูรณาการ โดยคำนึงถึงพัฒนาการทุกด้าน
  • แนวการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
      • 6. จัดประสบการณ์ตรงให้กับเด็กรับรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 มี
      • โอกาสสังเกต สำรวจ เล่น ค้นคว้า ทดลองและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
      • 7. จัดให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ สิ่งของ กับเด็กและผู้ใหญ่
      • 8. จัดให้มีความสมดุล มีทั้งกิจกรรมที่เด็กริเริ่มและครูริเริ่มกิจกรรม
      • ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน กิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวและสงบ
      • 9. จัดให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นที่หลากหลายทั้งรายบุคคล กลุ่ม -
      • ย่อย และกลุ่มใหญ่
      • 10. จัดให้เด็กได้รับการพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับกระบวนการ
      • มากกว่าผลผลิต
  • แนวการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
      • 11. จัดให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมท้องถิ่น และ
      • เอื้อต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
      • 12. จัดกิจกรรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อส่วน
      • รวม รักธรรมชาติ และรักท้องถิ่น
      • 13. จัดให้เด็กมีส่วนร่วมในการวางแผน ลงมือปฏิบัติและบอกผลการ
      • ปฏิบัติกิจกรรมของตนเองและผู้อื่น
      • 14. จัดประเมินพัฒนาการให้เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเป็น
      • ส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์
      • 15. เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก
  • การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริม พัฒนาการของเด็กปฐมวัย
      • สภาพการจัดพื้นที่ สื่อ วัสดุ ครุภัณฑ์ ทั้งภายในและภายนอก
      • ห้องเรียนให้เหมาะสม มีคุณภาพ เอื้อให้เด็กเกิดพฤติกรรมทางบวก
      • เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคม และ
      • สติปัญญา
    สภาพแวดล้อมหมายถึง
  • ข้อควรคำนึงในการจัด สภาพแวดล้อม ความสะอาด ปลอดภัย ความพร้อมของ อาคารสถานที่ ความสะดวก ในการทำกิจกรรม ความอิสระอย่างมี ขอบเขตในการเล่น ความเพียงพอเหมาะสม ของสื่อเครื่องเล่น บรรยากาศ ในการเรียนรู้
  • แนวการจัดสภาพแวดล้อมภายใน และภายนอกห้องเรียน
      • 1. จัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศให้มีความอบอุ่นคล้ายบ้าน
      • มีพื้นที่ว่างให้เด็กได้เล่น และเคลื่อนไหวอย่างอิสระ โดยไม่เป็นอันตราย
      • เด็กสามารถทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มได้
      • 2. สภาพห้องเรียน ควรเป็นห้องขนาด 7x9 ตารางเมตร หรือ
      • 6x8 ตารางเมตร ตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ การจัดห้องเรียน
      • ควรคำนึงถึงสี แสงสว่าง อากาศ ความสะอาด ความมีระเบียบเรียบร้อย
      • ความปลอดภัย ความสะดวก ความสุข สนุกสบายสำหรับเด็ก
  • แนวการจัดสภาพแวดล้อมภายใน และภายนอกห้องเรียน
      • 3. การจัดมุมประสบการณ์ หรือมุมเล่นในห้องเรียน ควรจัดมุม
      • เล่นตามบริเวณต่าง ๆ ในห้องเรียน เช่น มุมบล็อก มุมบ้าน มุมหมอ
      • 2. สภาพห้องเรียน ควรเป็นห้องขนาด 7x9 ตารางเมตร หรือ
      • 6x8 ตารางเมตร ตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการการจัดห้องเรียน
      • ควรคำนึงถึงสี แสงสว่าง อากาศ ความสะอาด ความมีระเบียบเรียบร้อย
      • ความปลอดภัย ความสะดวก ความสุข สนุกสบายสำหรับเด็ก