• Like
ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล

  • 796 views
Uploaded on

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
796
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3

Actions

Shares
Downloads
40
Comments
0
Likes
3

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี 21-22 เมษายน 2557 http://www.slideshare.net/nawanan
  • 2. แนะนําตัว 2003 M.D. (Ramathibodi) (First-Class Honors) 2009 M.S. in Health Informatics (U of MN) 2011 Ph.D. in Health Informatics (U of MN) รองผู้อํานวยการบริหารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ฝ่ายสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล nawanan.the@mahidol.ac.th หัวข้อวิจัยที่สนใจ • การนํา Health IT มาใช้ในรูปแบบต่างๆ ในโรงพยาบาล • ปริมาณการใช้ Health IT (“Health IT adoption”)
  • 3. ระบบสารสนเทศคืออะไร?
  • 4. ระบบสารสนเทศ • Information System – ระบบที่มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) มาใช้ เพื่อสนับสนุนกระบวนการทํางานบางอย่างของมนุษย์ – ใช้เทคโนโลยีเป็น เครื่องมือ เพื่อให้ข้อมูล (Deliver information) และ สนับสนุนกระบวนการทํางาน (business processes) ให้กับ ผู้ใช้งาน (users) ในการทํางานหนึ่งๆ – เช่น ระบบการฝาก-ถอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ระบบการลงทะเบียน เรียนผ่านเว็บ ระบบ e-learning ระบบจองตั๋วเครื่องบิน ระบบแสดงตาราง เที่ยวบิน เป็นต้น
  • 5. ทําไมต้องมีระบบสารสนเทศ • เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายสถานที่ • การประมวลผลที่รวดเร็ว • การทํางานร่วมกันหลายคน • ลดโอกาสผิดพลาด หรือความไม่สม่ําเสมอของคุณภาพงาน Image Source: http://en.wikipedia.org/wiki/Logistics_automation
  • 6. องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ Hardware Software Peopleware Data - อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ทั้งเครื่อง แม่ข่าย (Servers) และเครื่องลูก ข่าย (Clients) - ระบบเครือข่าย (Network) - ระบบปฏิบัติการ (Operating System) เช่น Windows XP - โปรแกรมช่วยสนับสนุนการ ทํางาน (System Utilities) เช่น Antivirus - โปรแกรมประยุกต์ (Applications) เช่น Microsoft Word หรือ Hospital Information System - ข้อมูลที่เก็บในระบบ - ผู้ใช้งาน โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ (IT Infrastructure)
  • 7. ระบบตู้กดเงินอัตโนมัติ (ATM) Image Source: http://www.gsb.or.th/products/personal/services/atm.php
  • 8. ระบบแสดงตารางเที่ยวบิน Image Source: http://www.m7worldwide.com/checkaflight.html
  • 9. ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System)
  • 10. ข้อมูล (Information) มีอยู่ทุกหนทุกแห่งในทางการแพทย์
  • 11. หลากหลายรูปแบบของ Health IT Hospital Information System (HIS) Computerized Provider Order Entry (CPOE) Electronic Health Records (EHRs) Picture Archiving and Communication System (PACS)
  • 12. อีกหลายรูปแบบของ Health IT m-Health Health Information Exchange (HIE) Biosurveillance Information Retrieval Telemedicine & Telehealth Images from Apple Inc., Geekzone.co.nz, Google, PubMed.gov, and American Telecare, I Personal Health Records (PHRs)
  • 13. ระบบสารสนเทศที่ใช้ในโรงพยาบาล จําแนกตามลักษณะงาน • ระบบงานบริการผู้ป่วย (Front Office) • ระบบงานบริหารจัดการ ที่ไม่เกี่ยวกับงานบริการ (Back Office)
  • 14. Front Office • ระบบงานบริการผู้ป่วย (Front Office) – ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records หรือ Electronic Health Records) – ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System) หรือระบบสารสนเทศทางคลินิก (Clinical Information System) – ระบบงานย่อยๆ ของหน่วยบริการภายในโรงพยาบาล
  • 15. Back Office • ระบบงานบริหารจัดการ ที่ไม่เกี่ยวกับงานบริการ (Back Office) – ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information Systems หรือ MIS) – ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning หรือ ERP) – ระบบสารสนเทศการวิจัยและการศึกษา – เว็บไซต์ และอินทราเน็ตภายในองค์กร – ระบบงานสารบรรณ (การเวียนเอกสาร)
  • 16. ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล จําแนกตามหน่วยงานที่ใช้ ใช้ทั่วทั้งองค์กร หรือหลายหน่วยงาน (Enterprise-wide Systems) • MPI, ADT • EHRs/EMRs/HIS/CIS • CPOE & CDSS • PACS • Nursing applications • MIS, ERP
  • 17. ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล จําแนกตามหน่วยงานที่ใช้ ใช้เฉพาะบางหน่วยงาน (Departmental Systems) • ระบบงานห้องยา (Pharmacy applications) • LIS, RIS • ระบบเฉพาะทาง (Specialized applications) เช่น ระบบงาน ER, OR, LR, Anesthesia, Critical Care, Blood Bank • E-Learning
  • 18. Master Patient Index (MPI) • ระบบทะเบียนผู้ป่วย • Functions – การลงทะเบียน (Registration) และระบุตัวตน (identification) ของผู้ป่วย โดยใช้เลขประจําตัวผู้ป่วย (HN) – การบันทึกและแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย (patient demographics) – ระบบอื่นๆ ในโรงพยาบาลมักใช้ข้อมูลจากระบบนี้เพื่อระบุตัวตน หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ป่วย
  • 19. Admission-Discharge-Transfer (ADT) • ระบบงานรับผู้ป่วยใน จําหน่าย และย้าย/ส่งต่อผู้ป่วย • Functions – สนับสนุน Admission, Discharge และ Transfer ผู้ป่วย (เรียกกระบวนการ ADT ว่า “patient management”) – ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของผู้ป่วยว่า admit อยู่หรือไม่ รวมทั้งหอ ผู้ป่วยที่ admit – ให้ข้อมูลที่ใช้ในการคํานวณอัตราครองเตียง (bed occupancy) – เชื่อมโยงกับระบบการเงิน และการส่งข้อมูลเพื่อเบิกจ่ายค่า รักษาพยาบาล
  • 20. Bed Management (from ADT System)
  • 21. ระบบตรวจสอบสิทธิค่ารักษาพยาบาล (Insurance Eligibility System) • Functions – ตรวจสอบว่าผู้ป่วยมีสิทธิค่ารักษาพยาบาลอะไรบ้าง เช่น สิทธิ ประกันสุขภาพ (30 บาท), สิทธิประกันสังคม, สิทธิข้าราชการ เป็นต้น หรือไม่มีสิทธิใดๆ (เงินสด) – ตรวจสอบว่าสิทธิค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย ครอบคลุมการ บริการที่ผู้ป่วยจะได้รับหรือไม่ (coverage) เพื่อคํานวณค่าใช้จ่าย – อาจต้องเชื่อมโยงกับระบบตรวจสอบสิทธิค่ารักษาพยาบาลของ หน่วยงานต่างๆ เช่น สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สํานักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง
  • 22. ระบบนัดหมายผู้ป่วย (Appointment Scheduling) • Functions – บันทึกข้อมูลการนัดหมายของผู้ป่วย – กําหนดจํานวนผู้ป่วยที่สามารถนัดได้ต่อแพทย์หรือต่อหน่วยตรวจ – สนับสนุนการเลื่อนนัดหรือยกเลิกนัด – แสดงรายชื่อผู้ป่วยที่นัดหมายในวันหนึ่งๆ ของแต่ละหน่วยตรวจได้ – สามารถปรับจํานวนผู้ป่วยที่สามารถนัดได้ หรือกําหนดวันหยุดที่ ห้ามนัดได้
  • 23. ระบบงานพยาบาล (Nursing Applications) Functions (บางส่วน) • บันทึก nursing assessments, interventions และ nursing outcomes • ช่วยสนับสนุนการลง charting และ vital sign recording • อาจใช้มาตรฐานข้อมูลทาง nursing informatics • ช่วยในการบันทึกแผนการรักษา (care-planning) • สนับสนุนการสื่อสารภายในทีมและระหว่างเวร เช่น ระบบ e-Kardex • บันทึกเหตุการณ์ความเสี่ยง (incidents) ต่างๆ
  • 24. ระบบงานห้องยา (Pharmacy Applications) Functions • สนับสนุนกระบวนการทํางาน (workflow) ตั้งแต่การสั่งยา (medication orders/prescription) ไปจนถึงการจ่ายยา (dispensing) และการคิดราคายา • ลดความผิดพลาดทางยา (medication errors) และช่วยส่งเสริม ความปลอดภัยทางยา (medication safety) • ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการคลังยา (drug inventory management)
  • 25. Laboratory Information System (LIS) Functions • รับข้อมูลและประมวลผล Lab orders ที่มีการสั่งมา • การ match tube และ specimen กับผู้ป่วย ในระบบ • กระบวนการภายในห้อง Lab – การประมวลผล Order (Order processing) – การลงทะเบียนรับ specimen (Specimen registration & processing) – การตรวจสอบผลและรายงานผล Lab (Lab results validation & reporting) – การเก็บ Specimen ไว้ในคลัง (Specimen inventory)
  • 26. ระบบภาพทางการแพทย์ (Imaging Applications): ระบบแสดงภาพ (PACS) Picture Archiving and Communication System (PACS) • รับภาพ x-ray จากเครื่อง x-ray modalities ต่างๆ และบันทึกเข้าสู่ระบบ • การแสดงภาพ x-ray ให้บุคลากรทางการแพทย์อ่าน • ส่วนใหญ่ใช้กับภาพ x-ray เป็นหลัก แต่อาจใช้ในสาขาเฉพาะทางอื่นๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ ส่องกล้อง พยาธิวิทยา และจักษุวิทยา เป็นต้น • ข้อดี: ประหยัดพื้นที่เก็บฟิล์ม x-ray, ค่าพิมพ์ฟิล์ม ป้องกันการทําฟิล์ม x-ray สูญหาย สามารถดูภาพพร้อมกันหลายคนได้ ดูภาพจากทางไกล (เช่น ที่บ้าน) ได้ รวมทั้งคุณสมบัติในการคํานวณและประมวลผลภาพด้วยคอมพิวเตอร์ (image processing & manipulation)
  • 27. ระบบภาพทางการแพทย์ (Imaging Applications): ระบบสารสนเทศทางรังสีวิทยา Radiology Information System (RIS) หรือ Workflow Management • สนับสนุนกระบวนการทํางาน (workflow) ภายในหน่วยงานรังสี วิทยา (radiology department) ตั้งแต่การลงทะเบียนผู้ป่วย (patient registration) การนัดหมายเอกซเรย์ (appointments & scheduling) การส่งปรึกษา (consultations) การพิมพ์รายงานการ อ่านภาพเอกซเรย์ (imaging reports) เป็นต้น
  • 28. ระบบงานการเงิน (Billing System) • Functions – คํานวณค่าบริการสําหรับการให้บริการที่ผู้ป่วยได้รับ – คํานวณค่าใช้จ่ายที่ต้องเรียกเก็บตามสิทธิค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย (insurance eligibility) และความครอบคลุมการบริการต่างๆ (coverage) – บันทึกจํานวนเงินที่ผู้ป่วยชําระและยอดคงเหลือ เพื่อการติดตามทวง ค่าใช้จ่ายในอนาคต – ส่งข้อมูลยอดเงินที่ได้รับไปยังระบบบัญชีหรือระบบ Back Office เพื่อ บันทึกรายได้ของโรงพยาบาล และเพื่อการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ เหลืออยู่จากกองทุนต่างๆ (reimbursement claims to government agencies)
  • 29. Enterprise Resource Planning • ระบบบริหารทรัพยากรขององค์กร • Some Functions – การคลัง (Finance) • บัญชี (Accounting) • งบประมาณ (Budgeting) • การวิเคราะห์ต้นทุน (Cost control and management)
  • 30. Enterprise Resource Planning • Some Functions (ต่อ) – การพัสดุ (Materials Management) • การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) • การบริหารคลังพัสดุ (Inventory management) – การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resources) • การคัดเลือกและบรรจุ (Recruitment) การประเมิน (evaluation) การเลื่อนขั้น (promotion) และการลงโทษทางวินัย (disciplinary actions) บุคลากร • การอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Human resource development and training) • การจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทน (Payroll) และสิทธิประโยชน์ของบุคลากร
  • 31. ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records)
  • 32. เวชระเบียนผู้ป่วย (Medical Records)
  • 33. เวชระเบียนคืออะไร? • เอกสารที่บันทึกข้อมูลประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วย การตรวจร่างกาย และการให้การรักษาของสถานพยาบาล • Medical Records vs. Health Records – มีความหมายเหมือนกัน
  • 34. Class Discussion #1 • ทําไมเราจึงต้องมีเวชระเบียนผู้ป่วย? • กล่าวคือ ทําไมเราจึงต้องมีการบันทึกประวัติผู้ป่วยและการให้ การรักษาของบุคลากรทางการแพทย์?
  • 35. การใช้ประโยชน์จากเวชระเบียน • เพื่อความต่อเนื่องในการดูแลรักษา (Continuity of Care) – บันทึกข้อมูลสําคัญสําหรับการดูแลรักษาในอนาคต – สําคัญมากสําหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (chronic diseases) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือกรณีนัดตรวจติดตามผล (follow-up) เช่น หลัง ผ่าตัด • เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย – ป้องกันอันตรายที่ผู้ป่วยอาจได้รับเพราะไม่ทราบประวัติผู้ป่วย – เช่น ประวัติแพ้ยา (drug allergies), list of current medications, problem list
  • 36. • เพื่อการสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ด้วยกัน – ส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์เฉพาะทางหรือบุคลากรทางการแพทย์คนอื่น – การส่งปรึกษา (Consultation) ระหว่างแพทย์ – การสื่อสารระหว่างแพทย์กับพยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบําบัด เป็นต้น – ส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลหนึ่งไปโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง • เพื่อประโยชน์ทางกฎหมาย (Medico-legal purposes) – เป็นหลักฐานในศาล กรณีมีการฟ้องร้อง – บันทึกสิ่งที่ได้ทําหรือให้การรักษากับผู้ป่วย เหตุผลในสิ่งที่ทํา ทําโดยใคร เมื่อใด – ให้ข้อมูลเพื่อตอบคําถามว่า การดูแลรักษา ได้มาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ การใช้ประโยชน์จากเวชระเบียน
  • 37. • เพื่อการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล (Claims & Reimbursements) – ได้ให้บริการอะไรให้กับผู้ป่วย – โรงพยาบาลจะได้รับค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนเท่าใดและอย่างไร – การตรวจสอบ (Audit) เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการขอเบิกจ่ายค่า รักษาพยาบาล • เพื่อการใช้ประโยชน์ของผู้ป่วยเอง – เพื่อการเบิกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันของผู้ป่วย – เพื่อการเรียนรู้ของตนเอง หรือการดูแลตนเอง • เพื่อการวิจัย – เพื่อค้นหาความรู้ใหม่จากประวัติการรักษาผู้ป่วย ผ่านการทําวิจัย การใช้ประโยชน์จากเวชระเบียน
  • 38. เวชระเบียน “อิเล็กทรอนิกส์” “Electronic” Medical Records • Electronic Medical Records (EMRs) vs. Electronic Health Records (EHRs) • ความหมายเหมือนหรือต่างกัน แล้วแต่มุมมอง • สรุป – นิยามของ 2 คํานี้ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน – ในไทย มักใช้ EMRs แต่มีความหมายเหมือนกันกับ EHRs – อาจรวมทั้งเวชระเบียนสแกน (Scanned Medical Records) และข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ คอมพิวเตอร์โดยตรง
  • 39. คุณประโยชน์ของ EHRs และ Health IT
  • 40. Class Exercise #2 • ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ มี ประโยชน์อย่างไรเมื่อเทียบกับเอกสาร เวชระเบียนในกระดาษ?
  • 41. Health IT มีประโยชน์หรือไม่? (IOM, 2000)
  • 42. ทําไมเราจึงจําเป็นต้องใช้ Health IT? • Health care ซับซ้อน และขาดประสิทธิภาพ • Health care มี information อยู่ทุกหนทุกแห่ง • คุณภาพการรักษาขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลผู้ป่วยและการมีข้อมูลที่ เข้าถึงได้อย่างทันท่วงที • องค์ความรู้ทางคลินิกมีขนาดใหญ่มาก • “To err is human”
  • 43. Image Source: aafp.org To Err Is Human • การขาดสมาธิ (Lack of Attention)
  • 44. ประโยชน์ของการใช้เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EHRs) • ข้อมูลที่เข้าถึงได้ทุกที่ (anytime, anywhere, everyone ที่มีสิทธิเข้าถึง) • เข้าถึงข้อมูลพร้อมกันได้หลายคน • หมดยุคของ “เล่มเวชระเบียนผู้ป่วยหายไปไหน!!!!!” • สามารถควบคุมผู้มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลได้ดีกว่าการเข้าถึงเล่มเวชระเบียน • สามารถบังคับให้บันทึกข้อมูลให้ละเอียด ครบถ้วน ได้มาตรฐานได้ • ความสามารถในการแสดงผลข้อมูลที่เข้าใจง่าย เช่น กราฟ • การป้อนข้อมูลเข้าที่รวดเร็วขึ้น (แต่บางครั้งก็อาจช้าลงได้เหมือนกัน) • การปรับปรุงกระบวนการทํางาน หรือ workflow เรียกว่า Process improvement หรือ business process reengineering/redesign • ไม่มีลายมือแพทย์!!!!!
  • 45. Computerized Physician Order Entry (CPOE) Functions • แพทย์สั่ง medication/lab/diagnostic/imaging orders ผ่านคอมพิวเตอร์ • พยาบาลและเภสัชกร ตรวจสอบความเหมาะสมของ orders และรับไปดําเนินการ • มักถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ EHRs หรือ HIS ประโยชน์ • ไม่มีลายมือแพทย์ใน Order!!! • สามารถกําหนดให้ป้อนข้อมูลให้ครบถ้วนได้ (เช่น dose, unit, route, frequency ในการสั่งยา) ลด โอกาสผิดพลาด • ไม่มีกระบวนการคัดลอก order (transcription) ลดโอกาสผิดพลาด • สามารถนําระบบช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก (CDSS) มาช่วยได้ (เช่น ตรวจสอบการแพ้ยา หรือ drug interactions) • ช่วยให้กระบวนการจากการสั่ง order ไปจนถึงสิ้นสุดกระบวนการ รวดเร็ว มีการประสานงานร่วมกัน
  • 46. Computerized Physician Order Entry (CPOE)
  • 47. กระบวนการทางยา (Stages of Medication Process) Ordering Transcription Dispensing Administration CPOE Automatic Medication Dispensing Electronic Medication Administration Records (e-MAR) Barcoded Medication Administration Barcoded Medication Dispensing
  • 48. Clinical Decision Support Systems (CDSS) • ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก (สนับสนุน Clinical Decision Making) • CDSS มีหลากหลายรูปแบบ – Expert systems (ทําหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ตอบคําถามหรือให้ข้อมูลที่ต้องการ) • ใช้ artificial intelligence, machine learning, ตรรกะ หรือวิธีการทางสถิติ • ตัวอย่าง: ระบบที่ช่วยให้ differential diagnoses หรือแนะนําแนวทางการรักษา – Alerts & reminders (การเตือนให้ทําหรือไม่ทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง) • อาศัยเงื่อนไขตามที่ได้รับการออกแบบ • ตัวอย่าง: drug-allergy checks, drug-drug interaction checks, drug-lab interaction checks, reminders for preventive services or certain actions (e.g. smoking cessation), clinical practice guideline integration – ฐานข้อมูลความรู้ต่างๆ เช่น ฐานข้อมูลยา (drug database) – ระบบง่ายๆ ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ เช่น การ highlight ผล lab ที่ผิดปกติ เป็นต้น
  • 49. ตัวอย่าง Alerts & Reminders ในชีวิตประจําวัน
  • 50. ปัญหาจากการใช้ระบบสารสนเทศ Issues • การที่สมองล้าจากข้อความเตือนที่ปรากฏมากเกินไป (Alert fatigue)
  • 51. Issues • ผลที่ไม่พึงประสงค์จากการใช้งาน (Unintended Consequences) เช่น ทาง ลัด หรือ workarounds ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมา ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้ป่วยได้ ปัญหาจากการใช้ระบบสารสนเทศ
  • 52. The Bigger Picture: Health Information Exchange (HIE) Hospital A Hospital B Clinic C Government Lab Patient at Home
  • 53. • ในโรงพยาบาลมีระบบสารสนเทศหลายระบบ หลายรูปแบบ • ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) มักหมายถึง “Front Office” ที่ เกี่ยวข้องกับการบริการผู้ป่วย ของระบบสารสนเทศต่างๆ ในโรงพยาบาล • HIS และ EHRs ถูกใช้เพื่อสนับสนุนกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วย สนับสนุน การตัดสินใจทางคลินิก เพิ่มคุณภาพการรักษา และลดค่าใช้จ่าย • HIS และ EHRs เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบสารสนเทศที่ใช้ในระบบ สุขภาพในภาพรวม (ทั้งในและนอกโรงพยาบาล) • การใช้ระบบสารสนเทศอาจมีผลที่ไม่พึงประสงค์ (unintended consequences) เกิดขึ้นได้ จึงควรใช้งานให้ถูกต้องตามที่ออกแบบมา สรุป
  • 54. Questions?