Ethical Issues of Information Technology & Social Media

  • 236 views
Uploaded on

Faculty of Nursing, Chulalongkorn University, Thailand

Faculty of Nursing, Chulalongkorn University, Thailand

More in: Social Media
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
236
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2

Actions

Shares
Downloads
14
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. 11 ประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ รองผู้อํานวยการบริหาร สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ฝ่ายสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล SlideShare.net/Nawanan nawanan.the@mahidol.ac.th August 14, 2014
  • 2. 22 2003 M.D. (First-Class Honors) (Ramathibodi) 2009 M.S. in Health Informatics (U of MN) 2011 Ph.D. in Health Informatics (U of MN) • Deputy Executive Director for Informatics (CIO/CMIO) Chakri Naruebodindra Medical Institute • Lecturer, Department of Community Medicine Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University nawanan.the@mahidol.ac.th SlideShare.net/Nawanan http://groups.google.com/group/ThaiHealthIT Introduction
  • 3. 33 • Ethical, Legal, and Social Issues (ELSI) – Ethical - ในเชิงจริยธรรม – Legal - ในทางกฎหมาย – Social - ที่เกี่ยวกับสังคม “ประเด็นทางกฎหมาย จริยธรรม และสังคม”
  • 4. 44 ? ทางเลือกที่ 1 ทางเลือกที่ 2 กฎหมาย จริยธรรม จรรยาบรรณ กรอบของสังคม
  • 5. 55 Image Source: http://michaelcarusi.com/2012/01/01/when-you-should-not-become-a-social-media-manager/ Social Media & Social Networks
  • 6. 66 Social Media • “A group of Internet-based applications that build on ideological and technological foundations of Web 2.0, and that allow the creation and exchange of user-generated content” (Andreas Kaplan & Michael Haenlein) Kaplan Andreas M., Haenlein Michael (2010). "Users of the world, unite! The challenges and opportunities of social media". Business Horizons 53 (1). p. 61.
  • 7. 77 Types of Social Media & Examples • Collaborative projects (Wikipedia) • Blogs & microblogs (Twitter) • Social news networking sites (Digg) • Content communities (YouTube) • Social networking sites (Facebook) • Virtual game-worlds (World of Warcraft) • Virtual social worlds (Second Life) Kaplan Andreas M., Haenlein Michael (2010). "Users of the world, unite! The challenges and opportunities of social media". Business Horizons 53 (1). p. 61.
  • 8. 88 Second Life: A Virtual Community Image source: http://secondlife.com/whatis
  • 9. 99 Some Common Social Media Today Use of brands, logos, trademarks, or tradenames do not imply endorsement or affiliation
  • 10. 1010 The Age of User-Generated Content Time’s Person of the Year 2006: You
  • 11. 1111 Thailand Internet User Profile (2013) • สํานักงานพัฒนาธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ. หรือ ETDA) http://www.etda.or.th/internetuserprofile2013/TH_InternetUserProfile2013.pdf
  • 12. 1212 Access to Internet Source: ETDA (2013)
  • 13. 1313 Reasons for Using Internet Source: ETDA (2013)
  • 14. 1414 Social Media Experience Source: ETDA (2013)
  • 15. 1515 Reasons for Using Social Media Source: ETDA (2013)
  • 16. 1616 Maslow's Hierarchy of Needs Image Source: http://en.wikipedia.org/wiki/Maslow's_hierarchy_of_needs
  • 17. 1717 Why People Use Social Media? • To seek & to share information/knowledge • To seek & to share valued opinion • To seek & to give friendship/relationship • To seek & to give mental support, respect, love, acceptance • In simplest terms: To “socialize”
  • 18. 1818 Some Social Media in Healthcare: PatientsLikeMe PatientsLikeMe.com
  • 19. 1919 Some Social Media in Healthcare: CaringBridge CaringBridge.org
  • 20. 2020 Some Social Media in Healthcare: KevinMD KevinMD.com
  • 21. 2121 Why People Use Social Media in Healthcare? • To seek & to share health information/knowledge – Information asymmetry in healthcare – Information could be general or personalized • To seek & to share health-related valued opinion • To seek & to give friendship/relationship • To seek & to give mental support, respect, love, acceptance during medical journeys
  • 22. 2222 • Richard Davies deBronkart Jr. • Cancer survivor & blogger • Found proper cancer treatment through online social network after diagnosis • Activist for participatory medicine & patient engagement through information technology Meet E-Patient Dave http://www.epatientdave.com/
  • 23. 2323 • Not “Electronic” Patient • Engaged • Equipped • Empowered • Educated • Enlightened • Etc. Dave’s E-Patient Definition From Dr. Danny Sands’ tutorial presentation at AMIA2013
  • 24. 2424 But there are Risks of Social Media • Blurring lines between personal & professional lives • Work-life balance • Inappropriate & unprofessional conduct • Privacy risks • False/misleading information
  • 25. 2525 Privacy Risks ข้อความจริง บน • "อาจารย์ครับ เมื่อวาน ผมออก OPD เจอ คุณ... คนไข้... ที่อาจารย์ผ่าไป แล้ว มา ฉายรังสีต่อที่... ตอนนี้ Happy ดี ไม่ค่อยปวด เดินได้สบาย คนไข้ ฝากขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง -- อีกอย่างคนไข้ช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกเลยไม่ได้ ไป กทม. บอกว่าถ้าพร้อมจะไป Follow-up กับอาจารย์ครับ"
  • 26. 2626 Social Media Case Study #1: ไม่ตรวจสอบข้อมูล Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็น กรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มีเจตนาดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด เสียหาย ชื่อ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของบุคคล หรือองค์กรใด เป็นเพียงการให้ข้อมูลแวดล้อม เพื่อการทําความเข้าใจกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่ การใส่ความว่าผู้นั้นกระทําการใด อันจะทําให้ ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  • 27. 2727 Social Media Case Study #2: ไม่ตรวจสอบข้อมูล Source: Facebook Page โหดสัส V2 อ้างอิงภาพจากหน้า 7 นสพ.ไทยรัฐ วันที่ 6 พ.ค. 2557 และ http://www.reuters.com/article/2013/10/16/us-philippines-quake-idUSBRE99E01R20131016
  • 28. 2828 Social Media Case Study #3: ละเมิดผู้รับบริการ Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็น กรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มีเจตนาดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด เสียหาย และไม่มีเจตนาสร้างประเด็นทาง การเมือง ชื่อ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของบุคคล หรือองค์กรใด เป็นเพียงการให้ข้อมูลแวดล้อม เพื่อการทําความเข้าใจกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่ การใส่ความว่าผู้นั้นกระทําการใด อันจะทําให้ ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  • 29. 2929 บทเรียนจากกรณีศึกษา (Lessons Learned) • องค์กรไม่มีทางห้ามพนักงานไม่ให้โพสต์ข้อมูลได้ – ช่องทางการโพสต์มีมากมาย ไม่มีทางห้ามได้ 100% – นโยบายที่เหมาะสม คือการกําหนดกรอบไว้ให้พนักงานโพสต์ได้ตามความ เหมาะสม ภายในกรอบที่กําหนด • พนักงานย่อมสวมหมวกขององค์กรอยู่เสมอ (แม้จะโพสต์เป็นการส่วนตัว แต่องค์กรก็เสียหายได้) – คิดก่อนโพสต์, สร้างวัฒนธรรมภายในองค์กร • การรักษาความลับขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า • มีนโยบายให้ระบุตัวตนและตําแหน่งให้ชัดเจน • องค์กรควรยอมรับปัญหาอย่างตรงไปตรงมาและทันท่วงที http://www.siamintelligence.com/social-media-policy-cathay-pacific-case/
  • 30. 3030 Social Media Case Study #4: ดูหมิ่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ Source: Drama-addict.com Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด เสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการ อ่านเนื้อหา
  • 31. 3131 Social Media Case Study #5: มือแชร์แพร่โพสต์ลับ http://sport.sanook.com/84101/น้องก้อย-โค้ชเช-จบยาก-อ.พิทักษ์-ขุดไลน์ปริศนาให้นักข่าวเผยแพร่/
  • 32. 3232 Social Media Case Study #6: ไม่แยก Account
  • 33. 3333 Social Media Case Study #7: พฤติกรรมไม่เหมาะสม Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด องค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  • 34. 3434 Social Media Case Study #7: พฤติกรรมไม่เหมาะสม Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด องค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  • 35. 3535 หมายเหตุ: กรณีนี้ผู้ปรากฏในภาพชี้แจงว่า ต้องการให้กําลังใจบุคลากรทางการแพทย์ใน สถานการณ์ความรุนแรง แต่ไม่ระวังว่าอาจถูกมองในแง่ลบ ผู้อื่นอาจ เข้าใจเจตนาผิด Social Media Case Study #8: พฤติกรรมไม่เหมาะสม เหตุการณ์ระเบิด ภาคใต้ จนท. เสียชีวิต Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด องค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  • 36. 3636 Social Media Case Study #9: ละเมิดข้อมูลผู้ป่วย • ปรากฏภาพถ่ายเอกซเรย์สมองของนักการเมือง ชื่อดังที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน Line ของบุคลากรทางการแพทย์บางกลุ่ม ที่ไม่ได้มี หน้าที่ในการรักษาผู้ป่วยโดยตรง
  • 37. 3737 Social Media Case Study #10: ละเมิดข้อมูลผู้ป่วย http://www.prasong.com/สื่อสารมวลชน/แพยสภาสอบจริยธรรมหมอต/ Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด องค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  • 38. 3838 Social Media Case Study สดๆ ร้อนๆ http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd056SXlNelEzTVE9PQ== Disclaimer (นพ.นวนรรน): นําเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทําให้ผู้ใด องค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  • 39. 3939 Social Media Case Study สดๆ ร้อนๆ http://www.posttoday.com/สังคม/สังคมทั่วไป/310938/สถาบันราชานุกูลวอนงดแชร์ภาพผู้ป่วยออทิสติกบนbts Disclaimer: นําเสนอเป็น กรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มีเจตนาลบหลู่ ดู หมิ่น หรือทําให้ผู้ใดองค์กร ใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการ อ่านเนื้อหา
  • 40. 4040 http://usatoday30.usatoday.com/life/people/2007-10-10-clooney_N.htm A U.S. Case Study: Patient Privacy
  • 41. 4141 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพ • พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 • มาตรา 7 ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนําไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทําให้บุคคลนั้นเสียหาย ไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของ บุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ใดจะอาศัยอํานาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่า ด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสาร เกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้
  • 42. 4242 ประมวลกฎหมายอาญา • มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุที่เป็นเจ้า พนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คน จําหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล นักบวช หมอความ ทนายความ หรือผู้สอบบัญชีหรือโดยเหตุที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบอาชีพนั้น แล้ว เปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้อง ระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้ง ปรับ • ผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวในวรรคแรก เปิดเผยความลับของ ผู้อื่น อันตนได้ล่วงรู้หรือได้มาในการศึกษาอบรมนั้น ในประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
  • 43. 4343 คําประกาศสิทธิผู้ป่วย • เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพกับผู้ป่วย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจอันดีและเป็นที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน แพทยสภา สภาการ พยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ จึงได้ร่วมกันออกประกาศรับรองสิทธิของผู้ป่วยไว ้ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิ การเมือง เพศ อายุ และ ลักษณะของความเจ็บป่วย 3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจ ในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือ จําเป็น 4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจําเป็นแก่กรณี โดยไม่คํานึงว่า ผู้ป่วยจะร้อง ขอความช่วยเหลือหรือไม่ 5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็น ผู้ให้บริการแก่ตน 6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริ การแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการ และสถานบริการได้ 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย 8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทําวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏใน เวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิ ส่วนตัวของบุคคลอื่น 10.บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเอง ได้
  • 44. 4444 คําประกาศสิทธิผู้ป่วย • เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพกับผู้ป่วย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจอันดีและเป็นที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน แพทยสภา สภาการ พยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ จึงได้ร่วมกันออกประกาศรับรองสิทธิของผู้ป่วยไว ้ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิ การเมือง เพศ อายุ และ ลักษณะของความเจ็บป่วย 3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจ ในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือ จําเป็น 4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจําเป็นแก่กรณี โดยไม่คํานึงว่า ผู้ป่วยจะร้อง ขอความช่วยเหลือหรือไม่ 5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็น ผู้ให้บริการแก่ตน 6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริ การแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการ และสถานบริการได้ 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย 8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทําวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏใน เวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิ ส่วนตัวของบุคคลอื่น 10.บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเอง ได้ 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่ จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย
  • 45. 4545 คําถาม • การละเมิดความเป็นส่วนตัว (Privacy) และความปลอดภัย (Security) ของข้อมูลผู้ป่วย ขัดหลักจริยธรรมใด – Autonomy? – Beneficence? – Non-Maleficence?
  • 46. 4646 หลักจริยธรรม (Ethical Principles) สําคัญด้านสุขภาพ • Autonomy (หลักเอกสิทธิ์/ความเป็นอิสระของผู้ป่วย) • Beneficence (หลักการรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย) • Non-maleficence (หลักการไม่ทําอันตรายต่อผู้ป่วย) – “First, Do No Harm.”
  • 47. 4747 Privacy & Security ของข้อมูลผู้ป่วย • ความเป็นส่วนตัว (Privacy) คือ ความสามารถของบุคคลในการคุ้มครอง และปกปิดตนเองและข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเลือกที่จะเปิดเผยเท่าที่ตน ประสงค์จะเปิดเผย • ความปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security) คือ การคุ้มครอง ข้อมูลสารสนเทศ (information) และระบบสารสนเทศ (information systems) ด้วยมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการรั่วไหล การสูญหาย เปลี่ยนแปลง หรือความเสียหายอื่นๆ
  • 48. 4848 http://intranet.mahidol/op/orla/law/index.php/anno uncement/146-2556/770-social-network ตัวอย่างนโยบายด้าน Social Media ขององค์กร/มหาวิทยาลัย
  • 49. 4949 MU Social Network Policy
  • 50. 5050 MU Social Network Policy
  • 51. 5151 MU Social Network Policy
  • 52. 5252 MU Social Network Policy
  • 53. 5353 MU Social Network Policy
  • 54. 5454 MU Social Network Policy
  • 55. 5555 • ข้อความบน Social Network สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ ผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบ ทั้งทางสังคมและกฎหมาย และอาจ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง การทํางาน และวิชาชีพของตน • ระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการเผยแพร่ประเด็นที่ Controversial เช่น การเมือง ศาสนา • ไม่ได้ห้าม แต่ให้ระวัง เพราะอาจส่งผลลบต่อตนหรือองค์กรได้ MU Social Network Policy
  • 56. 5656 • ความรับผิดชอบทางกฎหมาย – ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานหมิ่นประมาท – พรบ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ – ข้อบังคับสภาวิชาชีพ เกี่ยวกับจริยธรรมแห่งวิชาชีพ – ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยจรรยาบรรณของบุคลากรและ นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล – ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยวินัยนักศึกษา MU Social Network Policy
  • 57. 5757 • ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น อ้างถึงแหล่งที่มาเสมอ (Plagiarism = การนําผลงานของคนอื่นมานําเสนอเสมือนหนึ่ง เป็นผลงานของตนเอง) • แบ่งแยกเรื่องส่วนตัวกับหน้าที่การงาน/การเรียน – แยก Account ของหน่วยงาน/องค์กร ออกจาก Account บุคคล – Facebook Profile (ส่วนตัว) vs. Facebook Page (องค์กร/หน่วยงาน) • ในการโพสต์ที่อาจเข้าใจผิดได้ว่าเป็นความเห็นจากมหาวิทยาลัย/หน่วยงาน ให้ ระบุ Disclaimer เสมอว่าเป็นความเห็นส่วนตัว MU Social Network Policy
  • 58. 5858 • ห้ามเผยแพร่ข้อมูล sensitive ที่ใช้ภายในมหาวิทยาลัยก่อนได้รับอนุญาต • บุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ให้บริการสุขภาพ – ระวังการใช้ Social Network ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย (ความลับผู้ป่วย และการ แยกแยะเรื่องส่วนตัวจากหน้าที่การงาน) – ปฏิบัติตามจริยธรรมของวิชาชีพ – ระวังเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) และความลับของข้อมูลผู้ป่วย – การเผยแพร่ข้อมูล/ภาพผู้ป่วย เพื่อการศึกษา ต้องขออนุญาตผู้ป่วยก่อนเสมอ และลบ ข้อมูลที่เป็น identifiers ทั้งหมด (เช่น ชื่อ, HN, ภาพใบหน้า หรือ ID อื่นๆ) ยกเว้น ผู้ป่วยอนุญาต (รวมถึงกรณีการโพสต์ใน closed groups ด้วย) • ตั้งค่า Privacy Settings ให้เหมาะสม MU Social Network Policy
  • 59. 5959 สรุป • การใช้ IT และ Social media มีประเด็นทางสังคมสอดแทรก เสมอ • Social media เป็น trend ของสังคมในปัจจุบันที่ปฏิเสธไม่ได้ • Social media สําคัญในชีวิตประจําวัน เพราะเป็นโอกาสใน การเข้าถึงข้อมูล และการเข้าสังคม • Social media สําคัญในชีวิตประจําวัน เพราะเป็นความเสี่ยง ที่หากไม่ตระหนักและระมัดระวัง ก็ส่งผลร้ายต่อผู้ใช้และสังคม ได้
  • 60. 6060 สรุป • องค์กรควรมีนโยบายด้าน Social media และ Security & privacy รวมทั้งมีการอบรม สร้างความตระหนัก และบังคับใช้ • วิชาชีพต่างๆ โดยเฉพาะวิชาชีพทางสุขภาพ ควรมีนโยบาย และสร้างความตระหนักเรื่องการใช้ Social media อย่าง เหมาะสมแก่ผู้ประกอบวิชาชีพนั้นๆ • บุคคลควรตระหนักถึงความเสี่ยงในการใช้ Social media อยู่ เสมอ และใช้อย่างระมัดระวัง รับผิดชอบ และมีจริยธรรม
  • 61. 6161 More Information • ข้อแนะนําในการใช้งาน Social Media – http://www.etda.or.th/etda_website/app/webroot/files/1 /files/Guidelines.pdf • แนวปฏิบัติในการใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์ – http://www.etda.or.th/etda_website/content/1191.html • Thailand Internet User Profile 2013 – http://www.etda.or.th/internetuserprofile2013/TH_Intern etUserProfile2013.pdf