Your SlideShare is downloading. ×
ms word เบื้องต้น
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ms word เบื้องต้น

637
views

Published on

Published in: Technology, Business

1 Comment
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
637
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
8
Comments
1
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. บทที่ 1 ชนิดของโปแกรม Microsoft Office วัตถุประสงค์ 1. บอกชนิดของโปรแกรม Microsoft Office ได้ 2. อธิบายลักษณะการทางานของโปรแกรม Microsoft แต่ละชนิดได้
  • 2. โปรแกรม Microsoft Office เป็นโปรแกรมสาเร็จรูปของบริษัท Microsoft ซึ่งได้รับความนิยมมานาน เนื่องจากรวบรวมโปรแกรมที่สามารถ สร้างงานเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ ไว้ครบครั้น ซึ่งเวอร์ชั่นล่าสุดในปัจจุบันคือเวอร์ชั่น Microsoft Office 2010 โดยมีโปรแกรมที่เราจาเป็นต้องเรียนรู้ และใช้งานในปัจจุบัน มีดังนี้ 1. Microsoft Word ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างงานเอกสารสิ่งพิมพ์ ต่าง เช่น รายงาน แบบฟอร์ม แผ่นผับ นามบัตร เป็นต้น 2. Microsoft Excel ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างงานเอกสารที่มีลักษ ณะเป็นตาราง
  • 3. สามารถใส่สูตรคานวณค่าตัวเลขที่มีความซับซ้อ นได้ เช่น ตารางรายรับรายจ่ายประจาเดือน, ตารางบันทึกการทางานของพนักงาน, ตารางเก็บสต๊อกสินค้า ฯลฯ 3. Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมสาหรับสร้างงานนาเสนอ (Presentation) เช่น งานนาเสนอในที่ประชุม, งานนาเสนอในงานแต่งงาน, งานนาเสนอสาหรับประชาสัมพันธ์สินค้า ฯลฯ 4. Microsoft Access เป็นโปรแกรมสาหรับจัดการข้อมูลที่ปริมาณมา ก ๆ และมีความซับซ้อนในลักษณะฐานข้อมูล (Database) ซึ่งโปรแกรม Access สามารถสร้างตารางเก็บข้อมูล,สร้างฟอร์มจัดการ ข้อมูล, สร้างรายงานสรุปผลข้อมูล และ สร้างแบบสอบถามในการค้นหาข้อมูลได้อย่างถูก ต้อง และรวดเร็ว จึงถูกนาไปใช้ในการสร้างระบบ ต่างๆเช่น ระบบสต๊อกสินค้า, ระบบจัดการห้องพัก,ระบบสมาชิก ฯลฯ 5. Microsoft Outlook เป็นโปรแกรมที่ใช้สาหรับรับส่งอีเมล์ (E-Mail)
  • 4. ซึ่งในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารด้วยอีเมล์ได้รับคว ามนิยมเนื่องจากข้อความที่ส่งไปสามารถอ่านเมื่อ ไหร่ก็ได้ และ สามารถแนบไฟล์เอกสารต่าง ๆ มากับตัวอีเมล์ได้ด้วย ปัจจุบันจึงใช้โปรแกรมรับ ส่งเอกสารต่าง ๆ เช่น ใบเสนอราคา, ใบสั่งซื้อสินค้า ฯลฯ 6. Microsoft Publisher เป็นโปรแกรมที่ช่วยสร้างสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะการ ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วใน การสร้างสื่อสิ่งพิมพ์อย่างมืออาชีพ ด้วย Publisher มีความสามารถในการสร้าง การออกแบบ และจัดทาเอกสารการตลาด ทางการสื่อสารแบบมืออาชีพ สาหรับงานพิมพ์ และการทาจดหมายเวียนหรือจดหมายเวียนอิเล็ก ทรอนิกส์ 7. Microsoft OneNote คือสมุดบันทึกแบบดิจิตอลที่ทาให้คุณสามารถรว บรวมข้อมูลและบันทึกย่อทั้งหมด ไว้ด้วยกันได้ในที่เดียว พร้อมกับประโยชน์ที่เพิ่มเข้ามาจากความสามาร ถในการค้นหาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยค้นหาสิ่งที่คุณต้องการได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งการมีสมุดบันทึกแบบใช้งานร่วมกันที่ใช้งา นง่ายช่วยให้คุณสามารถ
  • 5. จัดการกับการโอเวอร์โหลดของข้อมูลและทางาน ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมี ประสิทธิผลมากขึ้น คาถามท้ายบท 1. Microsoft Office มีโปรแกรมที่เรารู้จักมีโปรแกรมอะไรบ้าง 2. Microsoft Access มีลักษณะการทางานอย่างไร 3. Microsoft Word มีลักษณะการทางานอย่างไร 4. Microsoft Excel มีลักษณะการทางานอย่างไร 5. Microsoft PowerPoint มีลักษณะการทางานอย่างไร
  • 6. บทที่ 2 องค์ประกอบของเครื่องมือและหลักการใช้ง าน Microsoft Word
  • 7. วัตถุประสงค์ 1. บอกองค์ประกอบของเครื่องมือได้ 2. ใช้เครื่องมือในโปรแกรม Microsoft Word ได้ 3. บอกหลักการใช้งาน Microsoft Word ได้
  • 8. ส่วนประกอบของโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด เมื่อได้เปิดโปรแกรม Microsoft Word ขึ้นมาแล้ว จะปรากฏหน้าต่างของ โปรแกรม ซึ่งมีส่วนประกอบ ดังนี้
  • 9. A (Quick Access : แถบเครื่องมือด่วน) ปุ่มคาสั่งที่เรียกใช้งานบ่อยๆ ซึ่งสามารถ เพิ่มเติมขึ้นมาได้ในภายหลัง B (Office Button : ปุ่มออฟฟิศ) ใช้ควบคุมการทางานของโปรแกรม เช่น การเปิด/ปิดโปรแกรม การบันทึก C (Titlebar : ไตเติลบาร์) แสดงรายชื่อเอกสารและรายชื่อโปรแกรม D (Ribbon : ริบบอน) ประกอบด้วย Tab ต่างๆ ประกอบด้วคาสั่งต่างๆ เช่น ฟังก์ชันการทางานที่วางเป็นแถว และแถบเครื่องมือย่อยให้ผู้ใช้ เลือกใช้งานมากมาย E (Cursor : เคอร์เซอร์) เป็นตัวบอกตาแหน่งในการพิมพ์ข้อความหรือแทรกรู ปภาพ
  • 10. F (Document Windows : หน้าต่างเอกสาร) เป็นพื้นที่สาหรับพิมพ์ข้อความ แทรกรูปภาพ หรือตาราง G (Status bar : แถบสถานะ) แสดงสถานะการทางานของโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 H (Document Map : แม็พเอกสาร) ใช้แสดงหน้าเอกสารในรูปแบบต่างๆ เช่น เค้าโครงเหมือนพิมพ์ เค้าโครงเว็บ เค้าร่างและแบบร่าง I (Zoom in – Zoom out : ย่อ-ขยายหน้าเอกสาร) ใช้ย่อ- ขยายหน้าเอกสารให้มีมุมมองใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง แถบเครื่องมือมาตรฐาน (Tool Bar Standard) รูปแถบเครื่องมือ
  • 11. การเพิ่มแถบเครื่องมือ การเพิ่มแถบเครื่องมือทาได้โดยการคลิกขวาตรงที่ว่างข้างๆ แถบเครื่องมือดังรูปจากนั้นเลือกเมนูย่อย Customize แล้วเลือกแท็บ Command จากนั้นก็เลือกเครื่องมือที่ต้องในกลุ่มต่างๆ แล้วกดคลิกแช่แถบเครื่องมือที่เราเลือกแล้วก็ลากมาวางแทรกในแ ถบเครื่องมือใด้เลย การเพิ่มแถบเครื่องมือ
  • 12. แถบเครื่องมือที่ประกอบด้วยปุ่มที่มักจะใช้บ่อย ๆ มีรายละเอียด ดังนี้ ปุ่ม ชื่อปุ่มและหน้าที่ New (สร้าง) เปิดเอกสารชุดใหม่ Open (เปิด) เรียกเอกสารชุดเก่าที่เก็บบันทึกไว้มาใช้ Save (บันทึก) สั่งเก็บบันทึกเอกสาร Permission (สิทธิ) การจัดการสิทธิ์ในการใช้ข้อมูล E-mail (as Attachment) (อีเมล์(ตามใบแนบ)) เปิดโปรแกรมสร้างอีเมล์ พร้อมแนบไฟล์ของ Word ไปด้วย Print (พิมพ์) สั่งพิมพ์เอกสารลงบนกระดาษ Print Preview (ตัวอย่างก่อนพิมพ์) แสดงผลการพิมพ์บนหน้าจอเพื่อดูก่อนพิมพ์จริง Spelling (การสะกด) ตรวจสอบการสะกดคาตามพจนานุกรม Research (การวิจัย) ให้ข้อมูลอ้างอิงสาหรับงานวิจัย Cut (ตัด) ลบข้อความหรือออบเจ็คที่เลือกไว้ไปไว้ในคลิปบอร์ด
  • 13. Copy (คัดลอก) คัดลอกข้อความหรือออบเจ็คที่เลือกไว้ไปไว้ในคลิปบอ ร์ด Past (วาง) นาข้อความหรือออบเจ็คในคลิปบอร์ดมาวางในเอกสาร ตรงที่ต้องการ Format Painter (ตัวคัดวางรูปแบบ) คัดลอกรูปแบบข้อความหนึ่งไปใส่ให้กับอีกข้อความ Undo (เลิกทา) ยอกเลิกคาสั่งหรือการทางานที่ทาล่าสุด Redo (ทาอีกครั้ง) เรียกทาคาสั่งหรือการทางานที่ถูกยกเลิกไป Hyperlink (การเชื่อมโยงหลายมิติ) สร้างการเชื่อมโยงจากตาแหน่งที่กาหนดไว้ไปยังเอกส าร หรือไปยังส่วนอื่นในเอกสารเดียวกัน หรือ URL Table & Border (ตารางและเส้นขอบ) แสดง/ไม่แสดงแถบเครื่องมือตารางและเส้นขอบ Insert Table (แทรกตาราง) ใส่ตารางในเอกสาร Insert Microsoft Excel Worksheet (แทรกแผ่นงาน) แทรกสเปรดชีทของโปรแกรม Microsoft Excel
  • 14. Columns (คอลัมน์) จัดข้อความเป็นหลายคอลัมน์เหมือนหนังสือพิมพ์ Drawing (รูปวาด) เปิด/ปิดแถบเครื่องมือรูปวาด Document Map (แมปเอกสาร) เปิด/ปิดแผนที่เอกสาร Show/Hide (ซ่อน/แสดง) ซ่อนหรือแสดงสัญลักษณ์พิเศษ ซึ่งจะไม่ถูกพิมพ์ออกมา Zoom (ย่อย/ขยาย) ย่อหรือขยายเอกสารที่แสดงบนหน้าจอตามเปอร์เซ็นต์ ที่เลือก Office Assistant (วิธีใช้ Microsoft Word) แสดง Office Assistant ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่ให้คาแนะนาในการใช้งาน Read (มุมมองเค้าโครงการอ่าน) เปลี่ยนเค้าโครงของหน้ากระดาษ และปรับปรุงการแสดงผลของตัวอักษรเพื่อทาให้ผ่านข้ อมูลได้สะดวกขึ้น เหมาะกับหน้ากระดาษ ที่มีข้อความยาว ๆ แต่จะไม่เหมาะกับพวกกราฟิก หรือตาราง
  • 15. Styles and Format (ลักษณะและรูปแบบ) เปิดทาสก์เพน (Styles and Formatting) Style (ลักษณะ) แสดงหรือใช้เลือก Style (รูปแบบ) ของข้อความตรงที่เคอร์เซอร์อยู่ Font (แบบอักษร) แสดงหรือเลือกแบบของตัวอักษรตรงที่เคอร์เซอร์อยู่ Font Size (ขนาดแบบอักษร) แสดงหรือใช้เลือกขนาดของตัวอักษรที่เคอร์เซอร์อยู่ Bold (ตัวหนา) ทาเป็นตัวหนาหรือยกเลิก Italic (ตัวเอียง) ทาเป็นตัวเอียงหรือยกเลิก Underline (ขีดเส้นใต้) ขีดเส้นใต้หรือยกเลิก Align Left (จัดชิดซ้าย) จัดข้อความให้ชิดซ้าย Center (กึ่งกลาง) จัดข้อความให้อยู่กลางบรรทัด Align Right (จัดชิดขวา) จัดข้อความให้ชิดขวา Justify (ชิดขอบ) จัดข้อความให้เสมอกันทั้งซ้ายและขวา Distributed (กระจาย) เหมือนชิดขอบ แต่จะเพิ่มช่องไฟระหว่างอักษรและประโยคในภาษไทย เพื่อความสวยงาม
  • 16. Line Spacing (ระยะบรรทัด) ปรับระยะห่างระหว่างบรรทัด Numbering (ลาดับเลข) เติมหรือยกเลิกเลขลาดับหน้าข้อความ Bullets (สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย) เติมหรือยกเลิกจุดสีดา (bullets) หรือสัญลักษณ์อื่น ๆ หน้าข้อความ Decrease Indent (ลดการเยื้อง) ร่นทั้งย่อหน้าไปทางซ้าย 1 ขั้น Increase Indent (เพิ่มการเยื้อง) ร่นทั้งย่อหน้าไปทางขวา 1 ขั้น Outside Boder (เส้นขอบนอก) ตีเส้นหรือลงเส้นที่ขอบด้านต่าง ๆ Highlight (เน้น) เลือกแถบสีเพื่อเน้นข้อความ (เหมือนปากกาสีสะท้อนแสง) Font Color (สีแบบอักษร) เลือกสีของตัวอักษร สาหรับแถบเครื่องมืออื่นๆ ที่ได้กล่าวถึงยังมีอีกมากมาย โดยปกติแล้วถ้าผู้ใช้งานต้องการเพิ่มเติมก็สามารถเพิ่มแถบเครื่ องมือในหมวดอื่นได้
  • 17. หลักการใช้งาน Microsoft Word การเข้าสู่โปรแกรม Microsoft Word 1. คลิกปุ่ม Start 2. ขึ้นไปที่หัวข้อ Program หรือ All Programs 3. เลื่อนมาทางขวา คลิกที่ Microsoft Word หรือ เลื่อนมาที่ โฟลเดอร์ Microsoft Office แล้วคลิก เลือก โปรแกรม Microsoft Word วิธีที่ 2 : ดับเบิ้ลคลิกที่ icon ของ Microsoft Word 2003 บน desktop (ถ้ามี)
  • 18. หน้าจอการทางานของ Microsoft Word การใช้ทาสก์เพน (Task Pane) ทาสก์เพน หรือบานหน้าต่างงาน คือส่วนประกอบใหม่ของ Office 2003 ที่ช่วยการทางานบางอย่างให้ง่ายขึ้น
  • 19. ซึ่งปกติจะมีทาสก์เพนที่ทุกโปรแกรมใน Office 2003 จะมีการเปิดทาสก์เพนให้ใช้โดยอัตโนมัติ ที่เหมือนกันคือ • Getting Started (เริ่มต้น) เริ่มต้นทางานกับโปรแกรม เช่น สร้างเอกสารใหม่ หรือเปิดเอกสารที่เคยใช้งานไปล่าสุด • Help (วิธีใช้) ค้นหาความช่วยเหลือ, ฝึกอบรมออนไลน์ หรือดาวน์โหลด • Clip Art (แทรกภาพตัดปะ) ใช้ใส่รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหวเข้าไปในไฟล์งานของคุณ โดยสามารถหาภาพตัดปะจากคาสาคัญหรือคีย์เวิร์ดของภา พตัดปะนั้น ๆ • Research (การวิจัย) ค้นคาเหมือนหรือคาที่มีความหมายเดียวกัน • Clipboard (คลิปบอร์ด) ใช้เก็บข้อมูลจากการ Cut หรือ Copy ได้ถึง 24 ชุด ไว้ให้เลือกวางหรือ Paste ได้ตามต้องการ • New Document (เอกสารใหม่) สาหรับสร้างไฟล์เอกสารใหม่ใน Word เปิดไฟล์เก่า แสดงไฟล์ที่เปิดใช้ล่าสุด หรือสร้างไฟล์ใหม่จากต้นแบบ (template) การออกจาก Word 1. คลิกที่เมนู File -> คลิก Exit หรือ กด Alt + F4 หรือ คลิกที่ปุ่ม บน Title bar
  • 20. การออกจากโปรแกรม
  • 21. คาถามท้ายบท 1. ปุ่มอะไร หน้าที่ 2. ปุ่มอะไร หน้าที่ 3. ปุ่มอะไร หน้าที่ 4. ปุ่มอะไร หน้าที่ 5. ปุ่มอะไร หน้าที่ 6. ปุ่มอะไร หน้าที่ 7. ปุ่มอะไร หน้าที่ 8. ปุ่มอะไร หน้าที่ 9. ปุ่มอะไร หน้าที่ 10. ปุ่มอะไร หน้าที่
  • 22. วัตถุประสงค์ 1. อธิบายการออกแบบชิ้นงานได้ Microsoft Word ได้ 2. ออกแบบชิ้นงาน Microsoft Word ได้ ด้วยตนเอง 3. ใช้คีย์ลัดในโปรแกรม Microsoft Word ได้ บทที่ 3 การออกแบบชิ้นงาน คีย์ลัดที่ควรทราบ ของโปรแกรม Microsoft Word
  • 23. ตัวอย่าง
  • 24. การสร้างงานใหม่ 1. คลิกที่เมนู File -> คลิก New
  • 25. 2. บนแผ่นงาน General คลิก Blank Document 3. จากนั้นสามารถทาการเพิ่มข้อความ สัญลักษณ์ รูปภาพ กราฟ หรือตารางได้ตามต้องการ การสร้างเอกสารใหม่ แท็ปของ Word 2007 จะแยกกลุ่มออกตามฟังก์ชั่นการทางานของโปรแกรม ถ้าผู้ใช้ต้องการแทรกวัตถุหรือภาพลงในเอกสารก็ต้องคลิกแท็ป แทรก แล้วริบบอนที่เกี่ยวข้องก็จะแสดงขึ้นมา เป็นต้น ริบบอน (Ribbon) ได้พัฒนาขึ้นมาแทนคาสั่งทั้งหมดของ Word 2007 ซึ่งเดิมเราต้องเข้าไปเลือกใช้ผ่านเมนูหลัก แต่ในรุ่น 2007 นี้เราเพียงคลิกเลือกริบบอนที่ต้องการใช้งานก็สามารถทางานได้ทั นที  หน้าแรก (Home) : เป็นแท็ปแรกของ Word 2007
  • 26. แท็ปนี้จะรวมริบบอนที่ใช้งานบ่อยๆ เอาไว้ เช่น การจัดการหน้าของเอกสาร รูปแบบตัวอักษร เป็นต้น  แทรก (Insert) : แท็ปนี้จะเกี่ยวกับการแทรกรูปภาพหรือเลขหน้าลงในเอกสาร หรือแทรกสมการคณิตศาสตร์เพื่อใช้งาน เป็นต้น  เค้าโครงหน้ากระดาษ (Page Layout) : เป็นแท็ปสาหรับออกแบบหน้าเอกสาร เช่น การกาหนดขนาดและระยะขอบของเอกสาร การใส่สีพื้นหรือการแทรกสดมภ์ เป็นต้น
  • 27. การเลือกข้อความทั้งเอกสาร ใน Microsoft Word 2007มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ ในการเลือกข้อความทั้งเอกสาร - ให้กดปุ่ม CTRL+A (โดยกดปุ่ม CTRL บนคีย์บอร์ดค้างไว้ แล้วตามด้วยปุ่ม A) ในการเลือกข้อความทั้งเอกสาร โดยการใช้เมาส์แบ่งได้อีกเป็น 2 วิธี 2.1 บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม การแก้ไข ให้คลิก เลือก แล้วค ลิก เลือกทั้งหมด 2.2 เลื่อนตัวชี้ไปที่ด้านซ้ายของข้อความ จนตัวชี้ (ลูกศร) เปลี่ยนเป็นลูกศรชี้ไปทางขวา แล้ว คลิกสามครั้งต่อเนื่องกัน คล้าย ๆ กับกันดับเบิลคลิกที่คลิกแค่สองครั้งติด วิธีการใส่ลายน้า แบบข้อความ ( Watermark ) ลายน้า ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพ คือ สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหลังข้อความของเอกสาร ลายน้า จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และช่วยในการระบุสถานะเอกสาร ลองมาดูวิธีการทาวิธี
  • 28. 1. ไปที่เค้า โครงหน้ากระดาษ จากนั้น คลิกเลือก ลายน้า แล้วไปคลิกเลือกที่ ลายน้าแบบกาหนดเอง 2. ไปที่ ลายน้าข้อความ จากนั้น พิมพ์ข้อความที่ต้องการ เราสามารถใส่สีให้ข้อความของเราได้ ดังภาพที่แสดงข้างล่าง เมื่อกาหนดค่าต่าง ๆ เสร็จแล้ว ก็คลิกที่ปุ่มตกลง การพิมพ์งานเอกสารและการใช้รูปแบบการ เมื่อเปิดโปรแกรมเอกสารใหม่ขึ้นมาแล้ว จะได้ค่าหน้ากระดาษที่ได้ตั้งเอาไว้มาด้วย ทาให้เราสามารถที่จะเริ่มพิมพ์งานของเราได้ทันทีเลย แล้วจึงตกแต่งรูปแบบตามที่ต้องการ จากแท็บหน้าแรก การแสดงไม้บรรทัด หรือซ่อนทั้งแนวตั้ง และแนวนอน ไม้บรรทัดไม่ว่าจะเป็น แนวนอนและแนวตั้งใน Word 2007 นั้นมักจะใช้ในการจัดแนวของข้อความ กราฟิก ตาราง และองค์ประกอบอื่นๆ ในเอกสาร ซึ่งหากเราไม่ต้องการให้แสดงก็สามารถทาได้เช่นกัน กาหนดรหัสผ่าน ให้ไฟล์เอกสารใน Word 2007 ในโปรแกรม Word 2007 เราสามารถ กาหนดรหัสผ่าน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเปิดหรือปรับเปลี่ยนเอกสารได้ **ข้อควรจา** ในการ กาหนดรหัสผ่าน ควรใช้ข้อความ
  • 29. หรือตัวเลขที่ตัวเองจาได้ง่าย แต่ยากสาหรับการคาดเดาของผู้อื่น รหัสผ่านที่เดาได้ง่าย เช่น nut หรือ หมายเลขโทรศัพท์ รหัสผ่านที่เดาได้ยาก เช่น 7nut.. กาหนดรหัสผ่าน ให้ไฟล์เอกสาร 1. คลิกที่ปุ่มตามภาพลาดับที่ 1 จากนั้นคลิกที่ จัดเตรียม แล้วคลิกที่ เ ข้ารหัสลับเอกสาร 2. กาหนดรหัสผ่าน ที่เราต้องการ จากนั้นกดปุ่ม ตกลง หลังจากกดแล้วจะปรากฏอีกหน้าต่างหนึ่งเพื่ อให้เรา ยืนยันรหัสผ่าน ที่เราได้ใส่ไปก่อนหน้านี้ (ก็คือพิมพ์รหัสใ ห้เหมือนเดิมอีกครั้ง นั่นเอง) เสร็จแล้วก็กดปุ่ม ตกลง ก็เป็นอันเสร็จวิธีการ กาหนดรหัสผ่าน วิธีเปลี่ยนรหัสผ่านของ Word 2007 บางครั้งหากเรารู้สึกว่ารหัสผ่าน ที่เรากาหนดนั้นยากเกินไป หรือยาวเกินไป ก็สามารถที่จะเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ได้ โดยทาตามขั้นตอนด้านล่าง วิธีเปลี่ยนรหัส 1. คลิ๊กที่ปุ่มเมนูของ word 2007 ตามภาพลาดับที่ 1 จากนั้นคลิ๊กที่ บันทึกเป็นหรือเพื่อความร วดเร็ว สามารถกดปุ่ม F12 บนคีย์บอร์ดเลยก็ได้ 2. คลิ๊กเลือกที่ เครื่องมือ จากนั้นเลือกที่ ตัวเลือกทั่วไป 3. ในช่อง
  • 30. รหัสผ่านเพื่อเปิด: ให้เปลี่ยนรหัสผ่าน ตามที่เราต้องการ หรือหากเราไม่ต้องการให้มีรหัสผ่านกับเอกสารนี้ ก็ให้เราลบรหัสผ่านออกเลยก็ได้ เมื่อเสร็จแล้วให้กดที่ปุ่ม ตกลง รวม คีย์ลัด สาหรับ MS Office CTRL + A = Select All เลือกทั้งหมด CTRL + B = Bold ตัวหนา CTRL + C = Copy คัดลอก CTRL + D = Font format กาหนดรูปแบบอักษร CTRL + E = Center ตรงกลาง CTRL + F = Find ค้นหา CTRL + G = Go to ไปที่ CTRL + H = Replace แทนที่ CTRL + I = Italic ตัวเอียง CTRL + J = Justify จัดชิดขอบ CTRL + K = Insert Hyper Link แทรกการเชื่อมโยงหลายมิติ CTRL + L = Left จัดชิดซ้าย CTRL + M = Indent เพิ่มระยะเยื้อง CTRL + N = New สร้างแฟ้มใหม่ CTRL + O = Open เปิดแฟ้มใหม่ CTRL + P = Print พิมพ์ CTRL + Q = Reset Paragraph ตั้งค่าย่อหน้าใหม่
  • 31. CTRL + R = Right จัดชิดขวา CTRL + S = Save จัดเก็บ (บันทึก) CTRL + T = Tab (ตั้งระยะแท็บ) CTRL + U = Underline ขีดเส้นใต้ CTRL + V = Paste วาง CTRL + W = Close ปิดแฟ้ม CTRL + X = Cut ตัด CTRL + Y = Redo or Repeat ทาซ้า CTRL + Z = Undo ยกเลิกการกระทาครั้งล่าสุด CTRL + SHIFT + A = All Caps ทาเป็นตัวใหญ่ทั้งหมด (สาหรับภาษาอังกฤษ) CTRL + SHIFT + B = Bold ตัวหนา CTRL + SHIFT + C = Copy Format คัดลอกรูปแบบ CTRL + SHIFT + D = Double Underline ขีดเส้นใต้ 2 เส้น CTRL + SHIFT + E = Revision Mark Toggle สลับการทาเครื่องหมายรุ่นเอกสาร CTRL + SHIFT + F = Fonts Name Select เลือกชื่อแบบอักษร CTRL + SHIFT + G = Word count นับจานวนคา CTRL + SHIFT + H = Hidden ซ่อน CTRL + SHIFT + I = Italic ตัวเอียง CTRL + SHIFT + J = Thai Justify จัดคาแบบไทย CTRL + SHIFT + K = Small Caps ทาอักษรตัวพิมพ์เล็กให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่แบบเล็กๆ CTRL + SHIFT + L = Apply List Bullet ใช้เครื่องหมายหน้าข้อ
  • 32. CTRL + SHIFT + M = Unindent ลดระยะเยื้อง CTRL + SHIFT + N = Normal Style ใช้ลักษณะแบบปกติ CTRL + SHIFT + O = N/A CTRL + SHIFT + P = Font Size Select เลือกขนาดแบบอักษร CTRL + SHIFT + Q = Symbol Font ใช้แบบอักษรสัญลักษณ์ CTRL + SHIFT + R = Recount Words นับคาใหม่ CTRL + SHIFT + S = Style กาหนดลักษณะ CTRL + SHIFT + T = Unhang ไม่แขวนภาพ CTRL + SHIFT + U = Underline ขีดเส้นใต้ CTRL + SHIFT + V = Paste Format วางรูปแบบ CTRL + SHIFT + W = Word Underline ขีดเส้นใต้เฉพาะคา CTRL + SHIFT + X = N/A CTRL + SHIFT + Y = N/A CTRL + SHIFT + Z = Reset Character ตั้งค่าแบบอักษรใหม่ CTRL + ALT + A = N/A CTRL + ALT + B = N/A CTRL + ALT + C = Copyright sign ((c)) สัญลักษณ์ลิขสิทธิ์ CTRL + ALT + D = N/A CTRL + ALT + E = Euro Sign (?) สัญลักษณ์เงินยูโร CTRL + ALT + F = Insert Footnote Now แทรกหมายเหตุ CTRL + ALT + G = N/A CTRL + ALT + H = N/A CTRL + ALT + I = Print Preview ตัวอย่างก่อนพิมพ์ CTRL + ALT + J = N/A CTRL + ALT + K = Auto Format จัดรูปแบบอัตโนมัติ
  • 33. CTRL + ALT + L = Insert List Number แทรกเลขลาดับหน้าข้อ CTRL + ALT + M = Insert Annotation แทรกคาอธิบาย CTRL + ALT + N = Normal View มุมมองปกติ CTRL + ALT + O = Outline View มุมมองแบบร่าง CTRL + ALT + P = Page View มุมมองเหมือนพิมพ์ CTRL + ALT + Q = N/A CTRL + ALT + R = Registered sign สัญลักษณ์เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน CTRL + ALT + S = Document Split แยกเอกสาร CTRL + ALT + T = Trade Mark sign (?) สัญลักษณ์เครื่องหมายการค้า CTRL + ALT + U = Update Auto Format for Table ปรับปรุงการจัดรูปแบบอัตโนมัติในตาราง CTRL + ALT + V = Insert Auto Text แทรกข้อความอัตโนมัติ CTRL + ALT + W = N/A CTRL + ALT + X = N/A CTRL + ALT + Y = Repeat find ค้นหาเพิ่มเติม CTRL + ALT + Z = Go back ย้อนกลับ Special Keys CTRL + < = Decrease Font size by step เพิ่มขนาดตัวอักษรทีละขนาดที่กาหนด CTRL + > = Increase Font size by step ลดขนาดตัวอักษรทีละขนาดที่กาหนด CTRL + [ = Decrease Font size by point
  • 34. เพิ่มขนาดตัวอักษรทีละพอยน์ CTRL + ] = Increase Font size by point ลดขนาดตัวอักษรทีละพอยน์ CTRL + - = Optional Hyphen แทรกยัติภังค์ CTRL + _ = Non Breaking Hyphen แทรกยัติภังค์แบบไม่แบ่งคา CTRL + = = Sub Script ตัวห้อย CTRL + + = Super Script ตัวยก CTRL + = Toggle Master sub document สลับไปมาระหว่างเอกสารหลักและเอกสารย่อย CTRL + , = Prefix Keys กาหนดแป้นพิมพ์
  • 35. คาถามท้ายบท จงตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงอธิบายลาดับขั้นตอนในการสร้างงานใหม่ …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… ……………………… 2. วิธีการใส่ลายน้า แบบข้อความ ทาอย่างไร อธิบาย ………………………………………………… …………………………………………………
  • 36. ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… …………………… 3. จงยกตัวอย่างคีย์ลัด สาหรับ MS Office มา 10 คีย์ …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………
  • 37. บทที่ 4 เทคนิคการปรับแต่งชิ้นงาน วัตถุประสงค์ 1. บอกเทคนิคในการปรับแต่งชิ้นงาน Microsoft Word ได้ 2. ใช้เทคนิคในการปรับแต่งชิ้นงาน Microsoft Word ได้
  • 38. กาหนดลักษณะพิเศษของตัวอักษร สาหรับสูตรทางเคมีหรือเลขยกกาลังของวิชาวิทยาศาสตร์หรื อคณิตศาสตร์ที่ต้องการมี ตัวอักษรยก หรือ ตัวห้อย ก็สามารถกาหนดได้ด้วยการใส่ลักษณะพิเศษให้กับตัวอักษรที่ต้อง การ 1. ลากเมาส์เลือกข้อความทีต้องการ กาหนดลักษณะพิเศษ 2. ที่แท็บ Home ให้คลิกเลือกปุ่มต่าง ๆ โดยละเอียดดังนี้  Strikthrough ขีดส้นทับข้อความ  Subscript ให้ข้อความเป็นตัวห้อย  Superscript ให้ข้อความเป็นตัวยก
  • 39. การปรับแต่งตัวอักษร 1 ลากเมาส์เลือกข้อความท ต้องการ 2. คลิกปุ่มSubscript
  • 40. หากต้องการเพิ่มความแตกต่างให้กับข้อความและเอกสารที่เ ป็นหัวข้อใหญ่ๆ หรือ ประโยคที่ต้องการเน้นให้ชัดเจน ดูน่าสนใจ สามารถกาหนดให้เป็น ตัวขีดเส้นใต้ ตัวหนา หรือตัวเอียง หรือต้องการเพิ่มสีสันข้อความให้ชัดเจน ก็ทาได้ด้วยการใส่สี ใส่ไฮไลท์ให้กับข้อความเหล่านั้น การจัดตาแหน่งข้อความ เป็นการกาหนดข้อความในย่อหน้าให้ชิดด้านใดด้านหนึ่งขอ งหน้ากระดาษภายในขอบเขตของ ขอบเอกสาร (Margins) โดยเลือกให้ชิดด้านซ้าย ขวา เสมอกันทั้ง 2 ด้าน หรือจัดแบบกระจาย ซึ่งปกติ เริ่มแรกนั้นข้อความจะถูกจัดชิดซ้ายเสมอ แต่เราสามารถจัดเป็นแบบอื่นได้
  • 41. ขยายตัวอักษรขึ้นต้นข้อความ เอกสารจาพวกหนังสือพิมพ์ วารสาร หรือนิตยสารมักมีการใช้ตัวอักษรแรกให้มีขนาดใหญ่ เพื่อดึงดูดความสนใจให้น่าอ่าน ซึ่งมีวิธีทาดังนี้
  • 42. ใส่สัญลักษณ์และเลขลาดับ ข้อความที่มีลักษณะเรียงต่อกันไปอาจทาให้ยากต่อการอ่าน ดังนั้นสามารถ แบ่งแยกออกเป็นข้อ โดยให้ปรากฏสัญลักษณ์หรือเลขลาดับขึ้นมาทางด้านหน้าได้โดย สัญลักษณ์จะเป็นรูปแบบของภาพหรือ ฟอนต์ต่างๆส่วนเลขลาดับจะมีลักษณะเรียงต่อกันไป เช่น1,2,3 หรือ A,B,C ฯลฯและยังสามารถกาหนดให้มี ระดับในการเยื้อง เช่น 1, 1.1 ,1.1.1 ได้อีกด้วย เริ่มต้นใส่สัญลักษณ์และเลขลาดับ
  • 43. การใส่สัญลักษณ์และเลขลาดับสามารถทาได้อย่างง่ายดาย เพียงเลือกข้อความหรือคลิกปุ่มเพื่อใส่ สัญลักษณ์ไว้ก่อน จากนั้นจึงพิมพ์ข้อความต่างๆ พร้อมทั้งกดปุ่ม Enter ก็จะปรากฏสัญลักษณ์หรือเลขลาดับขึ้นมา 1. ลากเมาส์เลือกข้อความที่ต้องการใส่สัญลักษณ์หรือเลขลาดับ 2. ที่แท็บ Home ให้คลิกเลือกรูปแบบของสัญลักษณ์หรือเลขลาดับ โดยในที่นี้เลือก Bullets - Bullets ใส่สัญลักษณ์หน้าข้อความ - Numbering ใส่เลขลาดับหน้าข้อความ - Multilevel List ใส่หัวข้อแบบรายการหลายระดับ
  • 44. ผลลัพธ์ที่ได้จากกการใส่สัญลักษณ์และเลขลาดับ แทรก/ลบสัญลักษณ์และเลขลาดับ เมื่อต้องการแทรกเพื่อให้แสดงสัญลักษณ์และเลขลาดับขึ้นม าด้านหน้าข้อมูลที่จะพิมพ์หรือหากต้องการลบสัญลักษณ์และเลข ลาดับเพื่อให้กลับไปเป็นข้อมูลปกติ ก็สามารถทาได้ดังนี้ แทรกสัญลักษณ์และเลขลาดับ ในกรณีที่ต้องการเพิ่มข้อมูลโดยให้ปรากฏสัญลักษณ์หรือเล ขลาดับขึ้นมาทางด้านหน้า ก็สามารถ
  • 45. ทาได้เพียงคลิกให้เคอร์เซอร์กะพริบอยู่ทางด้านท้ายข้อความและ กดปุ่ม Enter เท่านั้น 1. คลิกทางด้านท้ายของข้อความที่ต้องการแทรกสัญลักษณ์และเลข ลาดับ 2. กดปุ่ม Enter จากนั้นจะปรากฏสัญลักษณ์และเลขลาดับเพิ่มขึ้นมา 1. คลิกทางด้านซ้ายของข้อความ 2. กดปุ่ม Enter
  • 46. ลบสัญลักษณ์และเลขลาดับ เมื่อไม่ต้องการให้ข้อมูลบางอย่างปรากฏสัญลักษณ์และเลข ลาดับขึ้นมา ก็สามารถลบ เพื่อให้ กลายเป็นข้อมูลปกติได้ ดังนี้ 1. คลิกทางด้านหน้าของข้อความที่ต้องการลบสัญลักษณ์และเลขลา ดับ 2. กดปุ่ม * จากนั้นข้อความที่ใส่สัญลักษณ์และเลขลาดับไว้จะกลับสภาพปกติ
  • 47. จัดการกับสัญลักษณ์ หากต้องการเพิ่มความโดดเด่นและแตกต่างให้กับเอกสาร ก็สามารถเปลี่ยนรูปแบบของสัญลักษณ์ใช้งานรวมถึงเปลี่ยนสัญลั กษณ์ให้กลายเป็นรูปภาพได้โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เปลี่ยนสัญลักษณ์ที่ใช้งาน สาหรับสัญลักษณ์ที่โปรแกรมกาหนดไว้จะเป็นรูปวงกลมสีดา ซึงหากต้องการเปลี่ยนสัญลักษณ์ที่ใช้ งานให้เป็นรูปแบบอื่นๆ ก็สามารถทาได้ ดังนี้ 1. ลากเมาส์เลือกข้อความที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบสัญลักษณ์ 2. ที่แท็บ Home ให้คลิกลูกศรข้างปุ่ม Bullets และเลือกคาสั่ง Define New Bullet จากนั้นจะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Define New Bullet ขึ้นมา 3. คลิกปุ่ม จากนั้นจะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Symbol ขึ้นมา 4. คลิกเลือกรูปแบบฟอนต์จากช่อง Font 5. ดับเบิลคลิกเลือกรูปแบบของสัญลักษณ์จากทางด้านล่าง 6. คลิกปุ่ม เพื่อยืนยันคาสั่ง จากนั้นสัญลักษณ์จะมีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไป
  • 48. กู้ไฟล์ที่หายจาก Microsoft Word 2007 วิธีการกู้ไฟล์จะกรณีที่ 1 และ 2 มีดังนี้ โปรแกรม Microsoft Word จะแสดงหน้าต่างทางด้านซ้ายมือ และจะแสดงไฟล์ต่างๆ ที่มี การบันทึกไว้ จากการตั้งค่าให้บันทึก หรือสารองข้อมูลไว้ ให้สังเกตง่ายๆ ว่าไฟล์นี้คือไฟล์ที่ถูก การสารองและกู้แบบอัตโนมัติ คือ จะมีข้อความ AutoSaved หรือ Recovered ต่อท้าย วิธีที่ 1 ตั้งสารองข้อมูลอัตโนมัติ 1. เวลาเปิดไฟล์จะพบคาว่า "AutoSaved" ต่อท้าย?? 2. เวลาเปิดไฟล์เราจะพบไฟล์ที่เราสั่งสารองอัตโนมัติ ซึ่งจะมีไฟล์นามสกุล .WBK (Microsoft Word Backup Document)? 3. เลือกเปิดไฟล์นี้และสั่งบันทึกแบบ Save As เป็นไฟล์ใหม่ที่เราต้องการ
  • 49. 4. แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้ อาจไม่อัพเดทที่สุด ทั้งนี้ขึ้นกับวัน เวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงล่าสุด วิธีที่ 2 ตั้งบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ 1. เวลาเปิดไฟล์จะพบคาว่า "Recovered" ต่อท้าย 2. ให้เข้าใจว่าเป็นไฟล์ที่เกิดจากการตั้งค่าการบันทึกไฟล์แบบอัตโน มัติ 3. วิธีการใช้งานก็คือการเลือกบันทึกเป็นแบบ Save As เป็นไฟล์ใหม่ที่เราต้องการ เท่านั้นเอง 4. แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้ อาจไม่อัพเดทที่สุด ทั้งนี้ขึ้นกับเวลาที่มีการบันทึกล่าสุด สร้างเอกสาร Word แบบมืออาชีพ Word 2007 Templates คืออะไร Templates คือรูปแบบสาเร็จรูป ที่เราสามารถนามาใช้งานได้ทันที โดยการสร้างเป็นแบบฟอร์ม ที่เราสามารถนาข้อมูลของเรามาเปลี่ยนจากฟอร์มที่มีให้ ทาให้เราสามารถสร้างงานเอกสาร word แบบมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม Templates ที่ให้มา อาจไม่มากนักทาง Microsoft เองก็ได้เตรียม Templates แบบ Online ให้เราเลือก download มาใช้งานได้ฟรี ๆ และมีการแบ่งประเภทต่างๆ ให้มากมาย ดังตัวอย่างนี้
  • 50. การเลือกใช้งาน Templates ถ้าเราเลือกใช้งาน Templates จากหัวข้อ "Installed Templates" เราสามารถเลือกใช้งานได้ทันที แต่ถ้าเราใช้งาน Templates จาก Microsoft Office Online
  • 51. เราจาเป็นจะต้องต่ออินเตอร์เน็ตและ download มาก่อนเริ่มต้นใช้งาน วิธีใช้งาน Microsoft Word Templates 1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word 2007 2. คลิกปุ่ม "Office Button" มุมบนซ้ายสุด 3. คลิกไอคอน New 4. คลิก Installed Templates 5. รอสักครู่ จะได้ตัวอย่างด้านขวามือให้เลือก 6. คลิกเลือก template ที่ต้องการ 7. จากนั้นพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการ ทับเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นของเรา สร้าง Template ไว้ใช้เองใน Word 2007 Word Template คืออะไร เอกสารสาหรับรูปที่เราสร้างขึ้น เช่นเดียวกับแบบฟอร์มต่างๆ ได้แก่ Template ที่เป็นหัวจดหมาย เป็นต้น ไฟล์ Microsoft Word Templates จะมีนามสกุลไฟล์เป็น .DOTX? ซึ่งจะแตกต่างจากไฟล์เอกสารธรรมดาคือเป็นไฟล์นามสกุล
  • 52. .DOCX? เวลาใช้เรียกใช้งาน Template สามารถเรียกได้จากปุ่ม Office Button จากนั้นคลิกคาสั่ง New? ส่วนเวลาบันทึกหรือ save โปรแกรมจะให้บันเป็นไฟล์ DOCX เสมอ และจะไม่ทับในไฟล์ Template ทาให้เราสามารถใช้งาน Template ได้ตลอด วิธีสร้างไฟล์ Template ไว้ใช้งาน 1. คลิกปุ่ม Office Button 2. คลิก New 3. คลิกเลือก Blank Document 4. จากนั้นคลิกปุ่ม Create 5. เริ่ม สร้าง template ของตัวเองได้เลย เช่น การกาหนดขนาดของเอกสาร, รูปแบบตัวอักษร, สี หรือแม้กระทั่งใส่รูปภาพ Logo ในส่วนของ Header เป็นต้น 6. เสร็จแล้ว ให้คลิกปุ่ม Office Button เลือก Save as 7. เลือก Word Template 8. จากนั้นตั้งชื่อไฟล์ Template 9. คลิกปุ่ม Save เพื่อยืนยัน วิธี การเรียกใช้งาน ให้คลิกปุ่ม Office Button จากนั้นคลิกปุ่ม New และเลือกหัวข้อ New from Existing? จากนั้นคลิกเลือกไฟล์ .DOTX ตามต้องการ
  • 53. วิธีการจัดเรียงข้อมูลใน Microsoft Word 2007 1. บันทึกข้อมูลใน Microsoft Word 2007 โดยแยกแต่ละประโยค (ให้กดปุ่ม Enter หลังจากหมดประโยค) 2. หลังจากบันทึกตามจานวนประโยคที่ต้องการจัดเรียงแล้ว ให้คลิกเมนู Home 3. เลือกหัวข้อ Sort (สัญลักษณ์ A-Z) 4. จากนั้น จะมีหน้าต่างชื่อ Sort Text
  • 54. 5. มีตัวเลือกย่อยให้เลือกว่าจะเรียงจากน้อยมาหามาก (A-Z) หรือ มากไปหาน้อย (Z-A) 6. คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยัน สร้างสารบัญอัตโนมัติใน Word 2007 สิ่งที่ต้องเตรียมการใส่ TOC 1. ข้อมูล หรือรายงานที่พิมพ์เรียบร้อยแล้ว 2. การกาหนดหัวข้อในสารบัญ ถ้าต้องการหัวข้อไหน ให้คลิกเลือกหัวข้อนั้น คลิกเมนู Home และเลือก Styles เป็น Header 1 3. แก้ไขให้หัวข้อสารบัญในหน้าอื่นๆ จนกระทั่งหมด เริ่มสร้างสารบัญ หรือ Table of Contents 1. วางเคอร์เซอร์ในตาแหน่งแรก หน้าแรกของเอกสาร 2. คลิกเมนู References 3. คลิกเลือกคาสั่งย่อย Table of Contents 4. คลิกเลือก Automatic Table 1 5. รอสักครู่ โปรแกรมจะสร้างสารบัญให้อัตโนมัติ รวมทั้งใส่หมายเลขหน้าให้ด้วย สาหรับการแก้ไข ถ้ามีการปรับปรุง
  • 55. 1. ให้คลิกที่หัวข้อสารบัญ 2. จะมีไอคอนแสดง Update Table ด้านบนของสารบัญ 3. ให้คลิกที่ไอคอนนี้ จะพบหน้าต่างแสดงให้เลือก o Update page numbers only? ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะหมายเลขหน้า o Update entire table ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหัวข้อสารบัญ รวมทั้งหมายเลขหน้าด้วย (ถ้ามี) 4. รอสักครู่ โปรแกรมจะปรับปรุงให้อัตโนมัติ จัดแต่งเอกสารในรูปแบบที่เราต้องการ สาหรับผู้ใช้งาน Microsoft Word 2007 งานเอกสารบางครั้งเราจาเป็นต้องแสดงในแนวตั้ง หรือที่เรียกว่า Portrait? บางเอกสารอาจจาเป็นต้องแสดงในแนวนอน หรือที่เรียกว่า LandScape? แต่จะทาอย่างไร ถ้าเราต้องการให้อยู่ในเอกสารหรือไฟล์เดียวกัน ! ไม่ใช่ปัญหาสาหรับผู้ใช้งาน Microsoft Word 2007 การปรับแต่งเอกสารในลักษณะนี้เป็นเรื่องง่ายๆ นิดเดียว
  • 56. วิธีปรับแต่งเอกสารในแนวตั้งหรือแนวนอน 1. เปิดโปรแกรม Micosoft Word 2007 2. เริ่มสร้างงานใหม่ หรือเปิดเอกสารเก่าขึ้นมาก่อน 3. คลิกแท็ป Page Layout 4. คลิกหน้าที่ต้องการเปลี่ยนเป็น แนวตั้ง หรือ แนวนอน 5. วางเคอร์เซอร์ให้อยู่หน้าที่ต้องการเปลี่ยน 6. คลิกเลือกไอคอน Orientataion จากนั้นคลิกเลือก Portrait หรือ? LandScape?
  • 57. วิธีเขียนสูตร สมการใน Word 2007 Equation (สมการ) คืออะไร สูตรหรือสมการทางคณิตศาสตร์ เพื่อแทนค่าหรือความหมายในการคานวณ โดยจะมีสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งบุคคลทั่วไปที่ไม่เรียน หรือไม่ได้สนใจ คงค่อนข้างลาบากมากในการเข้าใจ อย่างไรก็ตาม การเขียนสูตรทางคณิตศาสตร์ในคอมพิวเตอร์ ก็จาเป็นจะต้องใช้เครื่องมือช่วยในการเขียนโดยเฉพาะ สาหรับวิธีการเขียนสูตรใน Microsoft Word 2007 มีดังนี้ วิธีเขียนสูตรคณิตศาสตร์ใน Microsoft Word 2007 1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word 2007 2. คลิกแท็ปเมนู Insert 3. เลือกคาสั่ง Equation (สมการ) 4. จะเห็นแท็ป Equation แสดงเป็นแท็ปสุดท้าย พร้อมแสดงรายละเอียดต่างๆ 5. เลือกรูปแบบคาสั่ง สมการ ที่ต้องการ 6. ข้อสังเกต จะเห็นว่าคาสั่งต่างๆ จะมีช่องสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นช่องให้เติมค่าที่ต้องการใส่ลงไปทิป การใช้งาน เราสามารถสั่งพิมพ์ คาสั่งสมการ และ copy ไปใช้งานร่วมกับ Microsoft PowerPoint หรือ Microsoft Excel ได้ทันที
  • 58. การแบ่งหน้าขึ้นหน้าใหม่ Word 2007 จัดแบ่งหน้าเอกสารแบบตามใจเรา คุณเคยมีปัญหาเวลาจัดหน้าเอกสารใน Microsoft Word 2007 หรือเปล่า เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า เวลาเราพิมพ์เอกสาร โปรแกรม Word 2007 จะมีการแบ่งเอกสารให้อัตโนมัติ เราไม่จาเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือตั้งค่าใดๆ แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้ง Word ก็ไม่ได้ทาให้เราถูกใจ หรือตรงกับความต้องการของเราเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าต้องการจะแบ่งเอกสารเป็นหน้าๆตามความต้องการของเรา สามารถใช้คาสั่ง แบ่งหน้าเพื่อขึ้นหน้าใหม่อัตโนมัติได้ด้วย คาสั่ง Page Break
  • 59. วิธีการใช้คาสั่ง Page Break 1. เปิดเอกสารใน Word 2007 ที่ต้องการ 2. เลื่อนเคอร์เซอร์ ไปยังตาแหน่งที่ต้องการให้แบ่งหน้า 3. คลิกปุ่ม Page Break (ตัวแบ่งหน้า) 4. ถ้าหาไม่พบ ให้คลิกที่แท็ป Insert ก่อน 5. แค่นี้ โปรแกรมก็จะขึ้นหน้าใหม่ เพื่อแบ่งหน้าให้อัตโนมัติ วิธีสร้างตารางแบบรวดเร็วใน Word 2007 ตารางไม่จาเป็นต้องสร้างจาก Excel โปรแกรม Microsoft Word ได้เตรียมเครื่องมือในการสร้างตาราง (Table) มาให้พร้อมใช้งานได้ทันที
  • 60. เราสามารถตารางแบบรวดเร็วผ่านทางแท็ปเมนู Insert ได้ง่าย ๆ พร้อมทั้งกาหนดจานวนของ แถว (Row) และคอลัมภ์ (Column) ได้ทันที สาหรับขั้นตอนการใช้งาน มีดังนี้ วิธีการสร้างตารางแบบรวดเร็วใน Word 2007 1. เปิดเอกสาร Word 2007 2. เลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังตาแหน่งที่ต้งงการสร้างตาราง 3. คลิกแท็ป Insert 4. คลิกไอคอน หัวข้อ Table 5. โปรแกรมจะแสดงตารางให้เลือก 6. คลิกเลือก โดยการลากเม้าส์ จานวน row และ column ที่ต้องการ 7. จากนั้นปล่อยเม้าส์ 8. ตารางจะถูกสร้างให้อย่างอัตโนมัติ ตกแต่งตารางแบบรวดเร็วใน Word 2007 ตกแต่งตาราง ด้วยคาสั่ง Design
  • 61. ถ้าคุณลองค้นหาแท็ปคาสั่ง Design คุณจะไม่พบแท็ปคาสั่งนี้ เพราะว่า โปรแกรมจะทาการซ่อนไว้ แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถเลือกแท็ปคาสั่ง Design นี้ขึ้นมา เพื่อใช้สาหรับตกแต่งตารางที่เราได้สร้างขึ้นได้ง่ายๆ เพียงแค่ทาตามขั้นตอนดังนี้ วิธีเรียกใช้แท็ปคาสั่ง Design 1. ดับเบิลคลิกตารางที่เราสร้างขึ้น 2. สังเกตว่า แท็ปคาสั่ง Design ที่แสดงให้เห็นที่แท็ปขวามือ 3. เลือกรูปแบบของสี และสีพื้นตามความต้องการ 4. โปรแกรมจะแปลงตารางธรรมดา ให้มีสีสันสวยงามตามที่ได้เลือกไว้ พิมพ์ลาเบล ติดซองจดหมายด้วย Word 2007
  • 62. สาหรับใกล้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสต์ และปีใหม่นี้ หลายๆ คนคงเตรียมพร้อมสาหรับการส่ง ส.ค.ส. และของขวัญให้กับลูกค้า เพื่อน ญาติสนิท หรือแม้กระทั่งบุคคลพิเศษ ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังคงนิยมส่งผ่าน Email แต่ผมว่า ความรู้จักแตกต่างกันค่อนข้างมาก คุณเห็นด้วยหรือเปล่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ถ้าคุณกาลังหาวิธีพิมพ์ลาเบล ด้วย Word 2007 ก็ลองทาตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ วิธีพิมพ์ลาเบลด้วย Word 2007 1. เปิดโปรแกรม Word 2007 2. คลิกแท็ป Mailing เลือกไอคอน Lables
  • 63. 3. ในช่อง "Address" ให้ใส่ชื่อทีอยู่ หรือข้อความที่ต้องการ 4. ในช่อง "Print" ให้เลือกว่า จะพิมพ์ชื่อเดียวกันทั้งหมด หรือจะพิมพ์แค่ลาเบลดวงเดียว 5. คลิกปุ่ม Options เพื่อกาหนดขนาดของลาเบล 6. คลิกปุ่ม New Document ถ้าต้องการให้สร้างเป็นเอกสาร Word ก่อนพิมพ์ 7. คลิกปุ่ม Print เพื่อพิมพ์ลาเบล วิธีแปลงข้อมูลในตารางเป็นข้อความ
  • 64. 1. เปิดเอกสาร Word ที่มีตารางข้อมูล 2. คลิกเลือกตาราง จะเห็นแท็ป "Table Tools" ปรากฏขึ้น ให้คลิกเลือก "Layout" 3. จะพบไอคอน "Convert to Text" ด้านขวามือ 4. คลิกไอคอน Convert to Text 5. แนะนาให้ทดสอบทีละคาสั่ง ลองเลือก "Tabs" จากนั้นคลิก "OK" 6. สังเกตผลลัพธ์ที่ได้ วิธีคานวณค่าในตาราง Word 2007 Microsoft Word 2007 สามารถบวกตัวเลขได้
  • 65. สาหรับหลายๆ คนที่ยังคงสร้างตารางจาก Microsoft Excel และนาค่าที่ได้มา copy ใส่ใน Word 2007 โปรดทราบ Microsoft Word 2007 สามารถบวกเลขได้ด้วยเช่นกัน (เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ก็ได้เหมือนกัน) โดยมีไอคอนที่ชื่อว่า "Formula" ซึ่งจะปรากฏ เมื่อเราเลือกตาราง หรือ Table ของเรา จากนั้นจะมีแท็ปพิเศษแสดงทางขวามือชื่อ Table Tools ให้เราคลิกเลือก "Layout" วิธีใช้งานคาสั่ง Formula
  • 66. 1. เปิดหรือสร้างเอกสารใหม่ และสร้างตารางพร้อมบันทึกข้อมูลที่เป็นตัวเลข 2. คลิกวางเคอร์เวอร์ในช่องที่จะแสดงผลลัพธ์ของการคานวณ 3. ในแท็ป "Table Tools" เลือกแท็ปย่อย "Layout" จากนั้นคลิกคาสั่ง "Formula" 4. จะได้หน่าต่าง Formula ปรากฏขึ้น 5. ในช่อง Formula โปรแกรมจะแสดงคาสั่งแบบอัตโนมัติ เช่น o =SUM(LEFT) หมายถึงการบวกตัวเลขทางซ้ายมือ มาแสดงผลลัพธ์ตามที่กาหนด o =SUM(RIGHT) หมายถึงการบวกตัวเลขทางขวามือ มาแสดงผลลัพธ์ตามที่กาหนด o =SUM(ABOVE) หมายถึง การบวกตัวเลขทั้งหมดที่อยู่ด้านบน มาแสดงผลลัพธ์ตามที่กาหนด 6. เลือก Number Format เพื่อกาหนด รูปแบบในการแสดงผลตัวเลข เช่น ใส่ คอมม่า ใส่จุดเป็นต้น สร้างปกรายงานใน Word 2007 สร้างปกรายงาน (Cover Page) เป็นคุณสมบัติใหม่ของ Microsoft Word 2007 ช่วยให้เราสามารถสร้างปกรายงานแบบมืออาชีพได้อย่าง่ายดาย ซึ่งเวลาโปรแกรมสร้างปกรายงานนั้นโปรแกรมจะทาการแทรกให้ เป็นหน้าแรกแบบอัตโนมัติ
  • 67. วิธีการสร้างปกรายงาน - Cover Page 1. เปิดเอกสารงาน Microsoft Word 2. คลิกแท็ป Insert 3. เลือกคาสั่ง Cover Page 4. คลิกเลือกรูปแบบปกที่ต้องการ 5. พิมพ์ข้อความบนแบบปกที่เลือกไว้ 6. บันทึกไฟล์ที่สร้างงานไว้ หมายเหตุถ้าเราต้องการยกเลิกปกรายงาน ก็สามารถทาได้โดยการทาตามขั้นตอนคล้ายกับการสร้างปกรายง าน แต่ให้เลือกหัวข้อด้านล่างที่ชื่อว่า "Remove Current Cover Page" แทนเท่านั้น
  • 68. วิธีการใส่Header Footer ใน Word 2007 Header คือ ข้อความหรือรูปภาพ เพื่อให้แสดงในทุกๆ หน้าของเอกสาร ในหน้าบนสุดของเอกสาร เช่น แสดงชื่อเอกสาร แสดงหมายเลขหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ เราสามารถกาหนดให้โปรแกรมแสดง Header ได้ในหน้าใดหน้าหนึ่ง และทุกๆ หน้าก็จะเหมือนกัน ทาความรู้จัก Footer ใน Word 2007 Footer คือ ข้อความหรือรูปภาพ เพื่อให้แสดงในทุกๆ หน้าของเอกสาร ในหน้าล่างสุดของเอกสาร เช่น แสดงชื่อเอกสาร แสดงหมายเลขหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ เราสามารถกาหนดให้โปรแกรมแสดง Footer ได้ในหน้าใดหน้าหนึ่ง และทุกๆ หน้าก็จะเหมือนกัน วิธีการใส่Header Footer ในเอกสาร Word 2007 1. เปิดเอกสาร Word 2007 ที่ต้องการในข้อความ
  • 69. 2. ดับเบิลคลิกที่ด้านบนสุดของเอกสาร จะมีข้อความ "Header" แสดงอยู่ หรือ 3. ดับเบิลคลิกที่ด้านล่างสุดของเอกสาร จะมีข้อความ "Footer" แสดงอยู่ หรือ 4. พิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไป 5. เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว ให้คลิกที่บริเวณเนื้อหาในเอกสาร เพื่อยกเลิกการแก้ไขส่วน Header หรือ Footer การรักษาความปลอดภัยให้เอกสาร (วิธีใส่ Password ในเอกสาร) วิธีการในการใส่ Password ของเอกสาร เพื่อป้องกันคนอื่นๆ เข้ามาเปิดไฟล์โดยที่เรามิได้อนุญาตได้อย่างง่ายๆ 1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word 2. หลังจากสร้างงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะบันทึก 3. ให้คลิกปุ่ม Office Button (สัญลักษณ์ Office อยู่มุมบนซ้าย) 4. เลือกคาสั่ง Save As 5. คลิกคาสั่ง Tools (ด้านล่างของหน้าต่าง Save As) เลือกเมนู General Options 6. คลิกเลือกใส่ Password
  • 70. o Password to open - ใส่รหัสผ่านก่อนเปิดใช้ไฟล์ o Password to modify - ใส่รหัสผ่านก่อนแก้ไข o Ready-only Recommended - ให้เปิดดูได้อย่างเดียว แก้ไขไม่ได้ 7. คลิกปุ่ม OK และเลือก ตั้งชื่อไฟล์ที่ต้องการ 8. กดปุ่ม Save อีกครั้ง เพื่อยืนยัน วิธีใส่รูปภาพใน Microsoft Word 2007 คาสั่งในการใส่รูปภาพจากหัวข้อเมนู insert และเลือกเมนูย่อย Pictures ในแถบ Illustrations 1. เปิดเอกสารที่ต้องการ 2. คลิกเมนู Insert 3. คลิกเลือกแท็ป Illustrations 4. คลิก Pictures 5. เลือกโฟลเดอร์ที่เก็บรูปภาพ เช่น โฟลเดอร์ My Pictures เป็นต้น 6. คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ จากนั้นคลิกปุ่ม Insert 7. รูปภาพจะถูกแทรกในเอกสารที่เราต้องการ
  • 71. ทิปการปรับแต่งรูปภาพด้วยเครื่องมือ Pictures Styles 1. คลิกรูปภาพที่ต้องการปรับแต่ง 2. จะสังเกตเห็นเมนูด้านบนเปลี่ยนไป จะเห็นแท็ป Format ถูกแสดงขึ้น และมีคาสั่งต่างๆ ให้เราเลือกแก้ไขได้ใน Picture Styles 3. ลองคลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ จะเห็นว่ารูปภาพของเราก็ถูกปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ปรับแต่งภาพเป็นรูปทรงต่างๆ นอกเหนือจากการเลือกใส่รูปภาพต่างๆ และปรับแต่งด้วยคาสั่ง Pictures Styles
  • 72. เรายังสามารถนารูปภาพต่างๆ ที่เราต้องการมาเปลี่ยนเป็นรูปทรงต่างๆ ได้อีกด้วย เช่น รูปหัวใจ รูปสามเหลี่ยม รูปดาว เป็นต้น ซึ่งเป็นคาสั่งย่อยของ Picture Styles นั่นเอง วิธีการใส่รูปทรงต่างๆ ให้รูปภาพ 1. คลิกเปิดเอกสาร 2. คลิกเมนู Insert 3. เลือก Pictures 4. คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ 5. คลิกที่รูปเพื่อเป็นการเลือกรูปภาพที่ต้องการ เพื่อเป็นการเลือกคาสั่ง Picture Styles 6. เลือกคาสั่ง Picture Shape (ถ้าขวามือบน) 7. เลือกรูปทรงต่างๆ ตามความต้องการ 8. สังเกตผลที่เราเลือก จะถูกเปลี่ยนเป็นรูปทรงที่เราเลือกเช่นกัน ปรับแต่งรูปภาพ 3 มิติใน Microsoft Office 2007
  • 73. นอกเหนือจากการปรับแต่งภาพต้นฉบับ ด้วย Pictures Shapes แล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งในการปรับแต่งรูปภาพนั่นคือ 3D Rotation (การหมุนภาพแบบ 3 มิติ) รวมทั้งการปรับแต่งภาพ 3 มิติ วิธีการใช้งาน 3D Rotation 1. คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ 2. คลิกเลือก Pictures Effects 3. คลิกเลื่อนเมาส์ไปที่ 3D Rotation (เพื่อหมุนภาพ) 4. คลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการ วิธีการใช้งาน 3D Effects จาก Shapes 1. คลิกเลือกเมนู Inserts 2. คลิกหัวข้อ Illustrations คลิกหัวข้อ Shapes 3. คลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการ 4. คลิกลากและวางที่หน้าเอกสาร จะได้รูปแบบที่ต้องการ เช่นรูปสามเหลี่ยม เป็นต้น 5. คลิกภาพที่สร้างขึ้น จากนั้นคลิก 3-D Effects 6. คลิกเลือกรูปทรงที่ต้องการ
  • 74. SmartArt คืออะไร SmartArt หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Diagram คือการแสดงข้อมูลในรูปแบบของรูปภาพหรือ กราฟฟิก ที่มีลาดับขั้นตอน เป็นการแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล ทาให้สามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น และด้วยรูปแบบของSmartArt ใน Microsoft Office 2007 ที่มีความแปลกตา แตกต่างจากความสามารถของรุ่นก่อนๆ มาก ทาให้เราสามารถสร้างเอกสารหรือข้อมูลเพื่อนาเสนอได้โดดเด่นม ากยิ่งขึ้น SmartArt แบ่งออกได้เป็นประเภทต่างๆ • List หรือ รายการ • Process หรือ กระบวนการ หรือ workflow • Cycle หรือ วงกลม แสดงความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกัน
  • 75. • Hierarchy หรือ ลาดับชั้น เช่น แผนผังองค์กร (Organization Chart) • Relationship หรือ ความสัมพันธ์ และขัดแย้งกัน • Matrix หรือ เมทริกซ์? แสดงความสัมพันธ์ของกลุ่มข้อมูลย่อย • Pyramid หรือ พีระมิด แสดงลาดับชั้นของข้อมูล จากบนลงล่าง หรือจากล่างสู่บน วิธีการใช้งาน SmartArt 1. เปิดเอกสารด้วย Microsoft Word, Excel หรือ PowerPoint 2. คลิกแท็ปเมนู Insert 3. คลิกเลือกหัวข้อ SmartArt 4. คลิกเลือกุรูปแบบที่ต้องการ 5. SmartArt จะสร้างให้อัตโนมัติในเอกสารของเราทันที 6. ปรับแต่งข้อความตามต้องการ
  • 76. สร้าง Organization Chart ใน Microsoft Office 2007 ตามล่าหาคาสั่ง Organization Chart การสร้าง Organization Chart หรืออาจแปลเป็นไทยว่า แผนผังองค์กร เป็นอีกหนึ่งความสามารถที่มีมาใน Microsoft Office เวอร์ชั่นเก่าๆ แล้ว แต่วันนี้เราจะพาไปแนะนาว่าอยู่ในส่วนไหนของ Microsoft Office 2007 พร้อมแนะนาวิธีการใช้งานด้วยว่า มีอะไรเด็ดๆ กว่าเวอร์ชั่นเก่า วิธีเรียกใช้คาสั่ง Organization Chart 1. เปิดเอกสารที่ต้องการ 2. คลิกเมนู Insert
  • 77. 3. คลิกไอคอน SmartArt 4. เลือกหัวข้อ Hierarchy 5. คลิกเลือกรูปแบบของผังองค์กรที่ต้องการ 6. คลิกที่รูป จากนั้นพิมพ์ข้อความที่ต้องการได้ทันที 7. ถ้าต้องการเพิ่มเติมผัง ให้คลิกที่ Add Shape ดังภาพประกอบด้านบน o Add Shape After - เพิ่มผังด้านหลัง o Add Shape Before - เพิ่มผังก่อนหน้านี้ o Add Shape Below - เพิ่มผังด้านล่าง o Add Shape Assistant -เพิ่มผังผู้ช่วย (ด้านข้าง) วิธีปรับแต่งสีสันใน Organization Chart
  • 78. 1. คลิกเลือก Organization Chart?เพื่อให้แท็ป Design แสดงออกมา 2. ที่แท็ป Design คลิก Change Colors 3. คลิกเลือกรูปแบบตามต้องการ วิธีปรับแต่งรูปแบบของ Organization Chart 1. คลิกเลือก Organization Chart เพื่อให้แท็ป Design แสดงออกมา 2. ที่แท็ป Design คลิกรูปสามเหลี่ยมหัวลง "More" อยู่ที่มุมขวาล่าง ของ SmartArt Styles 3. คลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการ (มีรูปแบบที่เป็น 3 มิติด้วย) สร้างข้อความศิลป์ ด้วย WordArt
  • 79. สาหรับข้อความในส่วนหัวหรือหากต้องการเพิ่มความโดดเด่ นให้กับข้อความบางส่วนมากยิ่งขึ้น ก็ สามารถใช้ WordArt หรือที่เรียกว่าข้อความศิลป์เข้ามาแทนได้โดยโปรแกรมได้เตรียมรู ปแบบของ WordArt ไว้ให้ใช้งานมากมายและเมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบ รูปทรง สีพื้น เส้นขอบรวมทั้งใส่เงา และกาหนดให้มีลักษณะเป็น 3 มิติ เริ่มต้นสร้างข้อความศิลป์ด้วย WordArt การสร้างข้อความศิลป์ WordArt สามารถได้อย่างง่ายดาย เพียงเลือกรูปแบบและพิมพ์ข้อความ ที่ต้องการลงไปนั้น หรือหากมีข้อความอยู่ แล้วต้องการเปลี่ยนให้เป็น WordArt ก็สามารถทาได้เช่นกัน สร้าง WordArt ใหม่ โดยปกติการสร้าง WordArt จะคลิกให้เคอร์เซอร์กะพริบ ณ ตาแหน่งที่ต้องการก่อน จากนั้นจึง คลิกปุ่ม WordArt และเลือกรูปแบบที่ต้องการ ข้อความที่พิมพ์ไว้ก็จะสวยงามแตกต่างไปจากเดิม 1. คลิกให้เคอร์เซอร์กะพริบ ตาแหน่งที่ต้องการสร้าง WordArt 2. ที่แท็บ lnsert ใหคลิกปุ่ม WordArt และเลือกรูปแบบของ WordArt จากนั้นไดอะล็อกบ็อกซ์ Edit WordArt Text ขึ้นมา 3. กาหนดรูปแบบตัวอักษร เช่น ฟอนต์ ขนาด ตัวหนา ตัวเอียง ได้เหมือนกับข้อความปกติทั่วไป 4. พิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไปในช่อง Text
  • 80. 5. คลิกปุ่ม เพื่อยืนยันคาสั่ง จากนั้นจะปรากฏ WordArt ขึ้นมาบนตาแหน่ง พิมพ์ซองจดหมายด้วย Word 2007 วิธีพิมพ์ชื่อที่อยู่ลงซองจดหมาดโดยตรง ซองจดหมาย เวลาต้องการเขียนชื่อ ที่อยู่ บางคนก็ใช้ปากกาเขียนโดยตรง บางคนก็อาจพิมพ์ลงบน ลาเบล (สติกเกอร์) ก่อนและนามาแปะลงบนหน้าซองจดหมาย แต่อย่างไรก็ตาม Microsoft Word 2007 หรือเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ ก็มีความสามารถพิมพ์ชื่อทีอยู่ ลงบนซองจดหมายได้โดยตรง
  • 81. ซึ่งมีขั้นตอนสั้นๆ ไม่ยุ่งยากด้วย ถ้าสนใจ ก็ลองทาตามขั้นตอนที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ วิธีพิมพ์ชื่อที่อยู่ลงซองจดหมายด้วย Word 2007 1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word 2007 2. ที่แท็ป Mailings คลิกเลือกหัวข้อ Envelopes 3. ในช่อง Delivery address ให้ใส่ชื่อที่อยู่ของผู้รับ 4. ในช่อง Return Address ให้ใส่ชื่อที่อยู่ผู้รับ
  • 82. 5. คลิกปุ่ม Options เพื่อเข้าไปกาหนดขนาดของซองจดหมาย พร้อมสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของตัวอักษร ได้โดยตรง 6. ถ้าต้องการแสดงในเอกสาร Word ให้คลิกปุ่ม "Add to Document" 7. จากนั้นก็สั่งพิมพ์ตามปกติ Footnote ใน Word 2007 คืออะไร Footnote หมายถึง คาที่ใช้สาหรับขยายข้อความหรือคาใดๆ เพื่อเป็นการอธิบายเพิ่มเติมในโปรแกรม Microsoft Word 2007
  • 83. มีคาสั่งช่วยในการใส่ Footnote ง่ายๆ เพียงทาตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ วิธีการใส่Footnote ใน Word 2007 1. เปิดโปรแกรม Word 2007 2. เปิดไฟล์เอกสารที่ต้องการใส่ Footnote 3. คลิกที่คาที่ต้องการใส่ Footnote 4. คลิกแท็ป Reference 5. คลิกคาสั่ง Footnote 6. โปรแกรมจะเลื่อนบรรทัดมาที่ด้านล่างสุดของเอกสาร และจะมีหมายเลขกาหนด
  • 84. Footnote ให้อัตโนมัติ 7. พิมพ์คาอธิบายเพิ่มเติมตามต้องการ สร้างจดหมายเวียนใน Word 2007 เคยไหมที่เราจาเป็นจะต้องส่งจดหมายถึงลูกค้าหลายๆ คน โดยมีเนื้อหาในจดหมายเหมือนกัน ยกเว้นชื่อและที่อยู่ลูกค้า ถ้าคุณยังไม่เคยใช้คาสั่งในการสร้างจดหมายเวียนหรือ (Mail Merge) คุณคงใช้วิธีแก้ไขและพิมพ์ชื่อลูกค้าทีละชื่อในจดหมาย และสั่งพิมพ์ และถ้ามี หลักการการใช้คาสั่ง Mail Merge
  • 85. 1. เริ่มต้นด้วยสร้างจดหมายต้นฉบับขึ้นมาก่อน (โดยเว้นในตาแหน่งของชื่อ/ที่อยู่ หรือรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องการใส่เพิ่มเติม) ใน Word 2007 2. สร้างไฟล์ข้อมูลอีกไฟล์หนึ่ง แนะนาให้สร้างจาก Excel 2007 จะดีกว่า เพราะกรอกข้อมูลได้ง่ายดี 3. เรียกคาสั่ง MailMerge เพื่อดึงข้อมูลจาก Excel 2007 มาใส่ใน Word 2007 โดยจะมีการกาหนดหัวข้อของแต่ส่วน (Field) เช่น ส่วนชื่อ ให้ตั้งชื่อ "Name" ส่วนที่อยู่ให้ตั้งเป็น "Address" เป็นต้น 4. สั่งพิมพ์และแสดงผลลัพธ์ วิธีการใช้คาสั่ง Mail Merge
  • 86. 1. เริ่มต้นสร้างจดหมายเวียน Word 2007 บันทึกไฟล์ไว้ 2. สร้างไฟล์ข้อมูลจาก Excel 2007 บันทึกไฟล์ไว้ 3. กลับมาที่ Word 2007 คลิกเลือกแท็ป Mailings คลิกไอคอน "Start Mail Merge" 4. คลิกเลือก Letters 5. คลิกไอคอน "Select Recipients" เลือก "Use Existing List" 6. เลือกที่อยู่ที่เก็บไฟล์ Excel 7. จะมีหน้าต่างให้เลือกว่าจะเลือก Sheet ไหน (ปกติก็น่าจะเป็น Sheet1) คลิกปุ่ม OK 8. คลิกปุ่ม "Insert Merge Field" จะเห็นว่ามีให้เลือกเป็น Name, Address 9. วางเคอร์เซอร์ในตาแหน่งที่ต้องการ เลือก Name ในหัวข้อ เรียน จะมีคาว่า "<<Name>>" ซึ่งเราเรียกว่า "Field Name" แสดงให้เห็น
  • 87. 10. ทดสอบผลลัพธ์โดยคลิกไอคอน "Finish & Merge" และเลือกคสั่ง "Edit Individual document" เลือก "All" 11. โปรแกรมจะแสดงหน้าเอกสารใหม่ที่มีการรวมชื่อของลูกค้าให้อัต โนมัติ การแทรกหมายเลขหน้า ใน Word 2007 หากต้องการพิมพ์งานกาหนดเลขหน้าให้กับเอกสาร ให้ใช้แท็บแทรก ปุ่มคาสั่งหมายเลขหน้าของกลุ่มหัวกระดาษและท้ายกระดาษ ซึ่งจะมีเมนูย่อยออกมาให้เลือก โดย Word จะให้พิมพ์แทรกลงในเขตพื้นที่หัวกระดาษและท้ายกระดาษที่ได้มี การตั้งค่าหน้ากระดาษไว้แล้ว ไม่ได้ใช้ในพื้นที่งานปกติที่เราพิมพ์งานอยู่ และจะให้แสดงหมายเลขในหน้าแรกหรือไม่ก็ได้ การแทรกหมายเลขหน้า
  • 88. การเลือกตาแหน่ง การจัดตาแหน่ง และรูปแบบหมายเลขหน้า รูปแบบหมายเลขหน้าที่สามารถให้หน้าแรกเริ่มต้นที่หน้าที่เท่าใด ก็ได้ แต่ถ้าต้องการพิมพ์ข้อความที่หัวกระดาษและท้ายกระดาษด้วย เราจะใช้แท็บมุมมองหัวกระดาษและท้ายกระดาษ Word
  • 89. จะให้พิมพ์แทรกลงในเขตพื้นที่หัวกระดาษและท้ายกระดาษ โดยใช้แท็บเลื่อนตาแหน่งพิมพ์ได้ 3 แท็บ คือ ชิด ซ้าย กึ่งกลาง และชิดขวา พร้อมกันนี้Word 2007 ได้เตรียมแท็บบริบทออกแบบให้ปรับแต่งอีกด้วย เขตพื้นที่การพิมพ์งานในหัวกระดาษและท้ายกระดาษ และแทรกหมายเลขหน้า แท็บบริบทออกแบบของการพิมพ์หัวกระดาษและท้ายกระดาษ คาถามท้ายบท จงตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
  • 90. a. จงบอกการหน้าที่ของปุ่มต่างๆที่มี เส้นโยง โดยนับจากซ้ายไปขวา เส้นที่ 1 …………………………………………………………… …………………………. เส้นที่ 2 …………………………………………………………… …………………………เส้นที่ 3 …………………………………………………………… ……………………… เส้นที่ 4 …………………………………………………………… ………………………
  • 91. เส้นที่ 5 …………………………………………………………… ……………………… เส้นที่ 6 …………………………………………………………… …………………….. เส้นที่ 7 …………………………………………………………… ……………………… เส้นที่ 8 …………………………………………………………… …………………….. b. จงบอกการทางานของชื่อปุ่มที่กาหนดให้ จากซ้ายไปขวา
  • 92. เส้นที่ 1 ……………………………………………………… …………………….เส้นที่ 2 ……………………………………………………… ……………………. เส้นที่ 3 …………………………………………………………… ………………. เส้นที่ 4 …………………………………………………………… ………………. เส้นที่ 5 …………………………………………………………… ……………….
  • 93. c. Word 2007 Templates คืออะไร ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………… b. จงอธิบายวิธีการสร้างตารางแบบรวดเร็วใน Word 2007 ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………… c. SmartArt คืออะไร อธิบาย
  • 94. ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ………………………………………………………
  • 95. วัตถุประสงค์ 1. อธิบายการจัดเก็บชิ้นงานใน Microsoft Word ได้ บทที่ 5 การจัดเก็บชิ้นงาน การสั่งพิมพ์
  • 96. 2. สามารถบันทึก จัดเก็บเอกสารชิ้นงาน Microsoft Word ได้ 3. อธิบายการสั่งพิมพ์ Microsoft Word ได้ 4. สามารถสั่งพิมพ์ เอกสาร ชิ้นงาน Microsoft Word ได้
  • 97. การจัดเก็บชิ้นงาน (การบันทึกเอกสาร) ตามค่าเริ่มต้นเอกสารในชุด Office 2007 จะถูกบันทึกไฟล์ในรูปแบบของ XML โดยมีนามสกุลของชื่อแฟ้มใหม่ที่เพิ่ม “X” หรือ “M” เข้ามา โดยใช้ “X” ตามหลังเป็นค่าเริ่มต้น เช่น .docx .pptx เอกสารที่สร้างด้วย MS-Word 2007 สามารถเลือกบันทึกได้หลายแบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน ถ้าจะใช้กับเวอร์ชัน 2007 เพียงอย่างเดียว ก็ให้บันทึกเป็นไฟล์ .docx แต่ถ้าต้องการให้สามารถนาไปใช้งานกับเวอร์ชันเก่าๆ ก่อนหน้านี้ ก็ต้องเลือกบันทึกเป็น .doc (Word 97-2003) นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกไฟล์ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อนาไปใช้งานได้หลากหลาย เช่น pdf หรือ xml เป็นต้น ขั้นตอนการบันทึกเอกสารมีดังนี้ การใส่รายละเอียดของไฟล์เพิ่มเติม ในขั้นที่5 มีดังนี้ • ช่อง Authors ใส่ชื่อเจ้าของที่สร้างเอกสารนี้ • ช่อง Tags ใส่ข้อความพิเศษ เพื่อช่วยในการค้นหาและจัดหมวดหมู่การนาเสนอได้ • ตัวเลือก Save Thumbnail ใช้สาหรับบันทึกรูปแสดงตัวอย่างเอกสารบนไอคอน ไฟล์ด้วย (ตัวเลือกนี้สาหรับ Windows Vista เท่านั้น) ข้อแตกต่างของไฟล์ .docx และ .doc การบันทึกไฟล์ทั้ง 2 แบบ จะแตกต่างกันเมื่อมีการนาไปใช้งานดังนี้
  • 98. ประเ ภทไ ฟล์ คุณสมบัติที่ใช้ได้ คุณสมบัติที่ใช้ ไม่ได้ .doc x ใช้คุณสมบัติใหม่ที่โปรแกรมมีได้ทุกอย่า ง ไม่สามารถนา ไปเปิดกับ MSWord เวอร์ชันก่อนห น้านี้ได้ .doc เปิดใช้งานบน MS-Word 2007 ได้สามารถจัดรูปแบบพื้นฐานและใช้คาสั่ งต่างๆได้ตามปกติแต่จะไม่สามารถใช้คา สั่งพิเศษบางคาสั่งได้ หากจัดรูปแบ บด้วยคุณสมบั ติใหม่ใน MS- Word 2007 การบันทึกชื่อใหม่หรือประเภทใหม่ เมื่อบันทึกเอกสารในรูปแบบของ MS-Word (.docx) ไปแล้ว หากคลิกที่ปุ่ม Save หรือใช้คาสั่งSave โปรแกรมจะบันทึกลงชื่อตาแหน่งเดิม หากต้องการบันทึกลงชื่อใหม่ ตาแหน่งใหม่ หรือเลือกประเภทของไฟล์ใหม่ ต้องใช้คาสั่ง Save As เพื่อบันทึกและเปลี่ยนแปลงค่าได้ ขั้นตอนการบันทึกเอกสารในรูปแบบอื่นสามารถทาได้ดังนี้ 1. คลิกปุ่ม Office 2. เลือกการบันทึกได้ดังนี้
  • 99. 3. กาหนดรายละเอียดการบันทึกดังนี้ • เลือกตาแหน่งของไดร์ฟและโฟลเดอร์ใหม่ที่จะบันทึกไฟล์ • ในช่อง File Name (ถ้าต้องการ) เปลี่ยนชื่อไฟล์ใหม่ • ในช่อง Save as Type (ถ้าต้องการ) เลือกประเภทของไฟล์ใหม่ที่จะบันทึก • ในช่อง Tags แก้ไขใส่ข้อความพิเศษ เพื่อช่วยในการค้นหาและจัดหมวดหมู่เอกสาร 4. คลิกปุ่ม Save เพื่อบันทึกไฟล์
  • 100. การสั่งพิมพ์งาน เมื่อทาการจัดเตรียม ตกแต่ง เอกสารเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การพิมพ์เอกสารที่ได้จัดเตรียม ออกทางเครื่องพิมพ์ เพื่อลงในกระดาษ แผ่นใส ข้อแนะนาในการสั่งพิมพ์เอกสาร o ควรเลือกประเภทเครื่องพิมพ์ ก่อนเตรียมเอกสาร (ติดตั้งเครื่องพิมพ์ผ่านระบบ Microsoft Windows ก่อน) o ในกรณีที่ลืมเลือกเครื่องพิมพ์ก่อนการเตรียมเอกสาร และมาทาการเลือก ภายหลัง ควรเข้าสู่โหมด Print Preview เพื่อตรวจสอบเอกสารก่อนพิมพ์ทุกครั้ง o เมื่อสั่งพิมพ์เอกสารไปแล้ว ให้จัดเก็บแฟ้มเอกสารอีกครั้ง เพื่อไฟล์เอกสารจะได้จาค่าติดตั้งในการพิมพ์ ไม่ต้องเสียเวลามากาหนดค่าติดตั้งการพิมพ์ใหม่ การเตรียมงานก่อนสั่งพิมพ์
  • 101. ๐ เลือกคาสั่ง File, Print Preview หรือ Click เมาส์ที่ไอคอน ๐ ปรากฏจอภาพเอกสารก่อนพิมพ์ ๐ ตรวจสอบลักษณะการวางหน้ากระดาษ ลักษณะข้อความ และ ความถูกต้องของเอกสาร o Click เมาส์ที่ไอคอนต่อไปนี้ เพื่อทางานตามต้องการ  ต้องการกลับไปแก้ไข  แก้ไขเอกสารในสภาวะมุมมองนี้  สั่งพิมพ์เอกสารทั้งหมด  ดูเอกสาร 1 หน้ากระดาษต่อ 1 จอภาพ  ดูเอกสารหลายหน้ากระดาษต่อ 1 จอภาพ  กาหนดเปอร์เซ็นต์ในการแสดงผล  แสดง หรือไม่ให้แสดง Ruler Line  กรณีที่เอกสารเกินหน้าไปไม่กี่บรรทัด สามารถ Click ที่ไอคอนนี้ เพื่อช่วยจัด ให้เอกสารทั้งหมดมาอยู่รวมกันใน หน้าเดียวกัน
  • 102. โดยโปรแกรมจะทา การปรับขนาดตัวอักษร ระยะระหว่าง บรรทัด ให้โดยอัตโนมัติ  เข้าสู่การทางานแบบเต็มจอภาพ (Full Screen) o เมื่อคลิกปุ่ม สั่งพิมพ์เอกสารทั้งหมด หรือเลือกเมนูคาสั่ง File, Print จะปรากฏ Dialog Box ดังนี้ o เลือกข้อกาหนดที่ต้องการ  Print What : เลือกสิ่งที่ต้องการสั่งพิมพ์ อาจจะเป็น - Document ไฟล์เอกสาร - Summary Info รายละเอียดเกี่ยวกับไฟล์ - Annotations คาอธิบายประกอบข้อมูล - Styles รูปแบบเอกสาร - Auto Text Entries รายการข้อมูลของคาสั่ง Auto Text - Key Assignments รายการข้อมูลเกี่ยวกับการกาหนดคีย์
  • 103.  Copies : จานวนชุดที่ต้องการสั่งพิมพ์  Page Range : ช่วงในการสั่งพิมพ์ ได้แก่ - All สั่งพิมพ์ทุกหน้าของเอกสาร - Current Page สั่งพิมพ์เฉพาะหน้าที่ Cursor อยู่ - Pages สั่งพิมพ์หน้าที่ระบุ โดยสามารถระบุได้ดังนี้ หน้าที่ 1 - 5 ให้ระบุ 1 - 5 หน้า 1, 3 และ 8 ให้ระบุ 1,3,8 หน้า 1, 3 และ 8 - 10 ให้ระบุ 1,3,8-10  Print หน้าเอกสารในช่วงที่จะพิมพ์ ได้แก่ - All Page in Ranges ทุกหน้าในช่วงที่ระบุ - Odd Pages เฉพาะเอกสารหน้าคี่ - Even Pages เฉพาะเอกสารหน้าคู่  Print to File สั่งพิมพ์เอกสารเก็บไว้ในไฟล์ ในกรณีที่ไม่มีเครื่องพิมพ์ เมื่อเลือกตัวเลือกนี้ และสั่งพิมพ์เอกสารโดยกดปุ่ม OK ก็จะเข้าสู่จอภาพการจัดเก็บเอกสาร (Save As Dialog Box) เพื่อให้ผู้ใช้กาหนดชื่อแฟ้มเอกสารที่ต้องการนา ผล จากการสั่งพิมพ์ไปเก็บไว้  Collate Copies ใช้รูปแบบเรียงเอกสารต่อเนื่องในชุดเดียวกันหรื อไม่ (ตัวอย่าง มีเอกสาร 5 แผ่น สั่งพิมพ์ 2 ชุด ต้องการให้ พิมพ์เอกสารหน้าที่ 1 - 5 ชุดที่ 1 แล้วพิมพ์หน้า 1 -5 ชุดที่ 2
  • 104. หรือต้องการให้พิมพ์เอกสารหน้าที่ 1 จานวน 2 ชุด แล้วจึงจะพิมพ์หน้าที่ 2 จานวน 2 ชุด จนครบหน้าที่ 5 จานวน 2 ชุด) o เลือกปุ่ม OK เพื่อสั่งพิมพ์เอกสาร o หรือปุ่ม Cancel เพื่อยกเลิกการสั่งพิมพ์เอกสาร คาถามท้ายบท 1. คาสั่งที่ใช้ในการ บันทึกข้อมูลคือ ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… 2. คาสั่งที่ใช้ในการ พิมพ์งานคือ ………………………………………………………
  • 105. ……………………………………………………… …… 3. จงบอกคุณสมบัติข้อแตกต่างระหว่าง .docx และ .doc …………………………………………………………… ……………………………………………………… 4. ก่อนทาการพิมพ์งานออกมา ต้องตรวจสอบชิ้นงานอย่างไรบ้าง …………………………………………………………… ……………………………………………………… 5. ขั้นตอนการสั่งพิมพ์งานต้องอย่างไรบ้าง อธิบาย …………………………………………………………… ………………………………………………………
  • 106. บรรณานุ กรม- ธนวัฒน์ วงษ์เส็ง. วิธีสืบค้นความหมายและความสาคัญ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://office.microsoft.com/th-th/word- help/HA010372687.aspx (วันที่ค้นข้อมูล : 10 ธันวาคม 2555). - นางสาวไพริน น้อมเศียร. หัวข้อความหมายและประโยชน์ของโปรแกรม.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/kroonew/khwam-hmay-khxng-porkaerm(วันที่ค้นข้อมูล : 12 ธันวาคม 2555). - เสาวนีย์ สีตัสสะ. หัวข้อชนิดของโปรแกรม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.learners.in.th/blogs/posts/310406 (วันที่ค้นข้อมูล : 18 ธันวาคม 2555). - หัวข้อองค์ประกอบของเครื่องมือ และหลักการใช้งาน Microsoft Word. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก renoir.en.kku.ac.th/.../CEW- 01%20MS%20Word%20&... (วันที่ค้นข้อมูล : 22 ธันวาคม 2555). - หนูฟรีเฟิร์น. หัวข้อคีย์ลัดโปรแกรม Microsoft Word. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.dek- d.com/board/view.php?id=896362 (วันที่ค้นข้อมูล : 28 ธันวาคม 2555). - chanoncm2555. หัวข้อเทคนิคการปรับแต่งชิ้นงาน Word [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.slideshare.net/chanoncm2555/word-2007-14056230 (วันที่ค้นข้อมูล 7 มกราคม 2556).

×