N310552 5

  • 37 views
Uploaded on

 

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
37
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
1
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. 1. ระบบดูแลชวยเหลือผูเรียน 2. ศูนยใหคําปรึกษาแนะแนว (Advice Center) 3. แนะแนว
  • 2. 1. ความหมายของการแนะแนว การแนะแนว เปนกระบวนการชวยเหลือให บุคคลไดรูจักและเขาใจตนเอง ตลอดจนเขาใจผูอื่น และสิ่งแวดลอม เพื่อชวยใหบุคคลสามารถตัดสินใจ ไดอยางเหมาะสม ตลอดจนปรับตัวและอยูในสังคม ไดอยางมีความสุข แกปญหาไดดวยตนเอง และ พัฒนาตนเองไดตามศักยภาพ ปฏิบัติตนใหเปน สมาชิกที่ดีของสังคม
  • 3. 2. การแนะแนว VS การแนะนํา การแนะแนว : ชวยเหลือใหเขา สามารถชวยตนเองได การแนะนํา : ชี้แจงใหทําหรือปฏิบัติ
  • 4. ปรัชญาของการแนะแนว 1. มนุษยทุกคนมีคุณคาตอตนเอง ครอบครัว และสังคม 2. มนุษยทุกคนมีศักดิ์ศรี 3. มนุษยแตละคนมีความแตกตางกัน 4. พฤติกรรมทุกพฤติกรรมของมนุษยมี สาเหตุ
  • 5. หลักของการแนะแนว 1. การแนะแนวจัดขึ้นบนความเชื่อในศักดิ์ศรีและความมีคุณคาของตน และทุกคนมีสิทธิจะไดความชวยเหลือตลอดเวลา 2. การแนะแนวตองรับผิดชอบตอสังคมดวย นอกเหนือไปจากความ รับผิดชอบที่มีตอบุคคลในสถานศึกษา 3. การแนะแนวจัดขึ้นเพื่อชวยเหลือผูเรียน ใหสรางจุดมุงหมายในชีวิตที่ เหมาะสม และสามารถดําเนินชีวิตตามจุดมุงหมายที่ตั้งไว
  • 6. 4. การแนะแนวจะดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพ จะตองอาศัยความ รวมมือจากบุคคลหลายฝายรับผิดชอบรวมกัน เชน พอ แม ครู ชุมชน 5. การแนะแนวเนนในเรื่องความแตกตางระหวางบุคคล 6. การจัดบริการแนะแนวไมไดจํากัดเฉพาะบุคคลที่มีปญหาเทานั้น 7. การแนะแนวมีความสําคัญตอชีวิตทุกระยะ จึงควรจัดเปนกระบวนการ ตอเนื่อง
  • 7. 8. กิจกรรมการแนะแนวควรยึดหยุนตามความตองการของผูเรียนและ และยึดผูเรียนเปนศูนยกลาง 9. การจัดการแนะแนวไมใชวิธีการบังคับ แตใหผูเรียนไดเรียนรูที่จะ ชวยตนเอง 10.การแนะแนวจะตองเกิดจากความสมัครใจและรวมมือกันระหวางผู ใหบริการและผูรับบริการหรือผูเรียน
  • 8. 11. การจัดการแนะแนวจะตองจัดใหทันสมัยตอเหตุการณตาง ๆ 12. การจัดการแนะแนวจะไดผลดี หากไดมีการประเมินผลงานเปนระยะ เพื่อ ปรับปรุงแกไข และใหการจัดโปรแกรมการแนะแนวตาง ๆ มีประโยชนตอ ผูเรียนมากที่สุด 13. การแนะแนวควรจัดใหครอบคลุมบริการทั้ง 3 ประเภท คือ การศึกษา อาชีพ สวนตัว และสังคม 14. การแนะแนวเปนศาสตรและศิลป ดังนั้น ผูที่จะทํางานแนะแนวจึงควรเปนผูที่ ฝกฝนและพัฒนาตนเองอยางตอเนื่อง
  • 9. เปาหมายของการแนะแนว 1. สงเสริมและพัฒนา 2. การปองกัน 3. การแกไขปญหา
  • 10. วัตถุประสงคของการแนะแนวในสถานศึกษา กศน. 1. รูจักตนเอง สามารถควบคุมตนเอง และพึ่งตนเองได เปนผูมีความสุข และมีคุณธรรม จริยธรรม 2. สามารถเลือกตัดสินใจอยางมีเหตุผลที่เหมาะสม 3. สามารถวางแผนและจัดการชีวิต การเรียน การงาน และอาชีพอยางมีคุณภาพ 4. รูจักแสวงหาความรูและเพิ่มพูนทักษะเพื่อพัฒนางานสู ความเปนสากลบนพื้นฐานของความเปนไทย 5. มีจิตสํานึกรับผิดชอบตอสวนรวม และสิ่งแวดลอม รับผิดชอบตอบทบาทหนาที่ในครอบครัวและสังคม
  • 11. พฤติกรรมที่พึงประสงคตามวัย วัยรุนตอนตน รูจักดูและรับผิดชอบ ตนเองอยางดี รูจักแสวงหาความรู ขอมูล และสามารถตัดสินใจเลือกไดอยางฉลาด และแกปญหาอยางรอบคอบ มีความเปนตัว ของตัวเอง ไมถูกชักจูงไปในทางที่ผิดไดงาย
  • 12. วัยรุนตอนปลาย มีจิตสํานึกทาง สังคม เคารพตนเองและผูอื่น มั่นใจใน ตนเอง รูจักแสวงหาขอมูล มีการตัดสินใจ อยางรอบคอบ และรับผิดชอบในผลที่ เกิดขึ้น รูจักกติกา กฎเกณฑทางสังคมเปน อยางดี
  • 13. ผูใหญ เขาใจและรับผิดชอบใน บทบาทหนาที่ของตนเองเปนอยางดี รูจัก ใฝหาความรู เพื่อพัฒนาตนเองอยาง ตอเนื่องและตลอดชีวิต รูวิธีพัฒนาตนเอง เพื่อความสําเร็จในงานอาชีพ และการ ดําเนินชีวิต
  • 14. ผูสูงอายุ ยอมรับสภาพความเปลี่ยนแปลง ของชีวิต และรูจักรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต รูสึกภูมิใจในตนเอง รูจักใชชีวิตอยางมีคุณคา และสรางสรรค เปนที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของ ลูกหลาน สามารถถายทอดประสบการณและ สิ่งที่มีคุณคาแกบุคคลรุนหลัง
  • 15. ขอบขายของการแนะแนว 1. แนะแนวการศึกษา (Education Guidance) 2. แนะแนวอาชีพ (Vocational Guidance) 3. แนะแนวสวนตัวและสังคม (Personal and Social Guidance)
  • 16. บริการแนะแนวที่จัดในสถานศึกษา 5 บริการ 1. บริการศึกษาและรวบรวมขอมูล (Individual Inventory Service) 2. บริการสนเทศ (Information Service) 3. บริการใหคําปรึกษา (Counseling Service) 4. บริการจัดวางตัวบุคคล (Placement Service) 5. บริการติดตามผล (Follow – up Service)
  • 17. บริการแนะแนว บริการสนเทศ บริการให คําปรึกษา บริการสงเสริม พัฒนา ชวยเหลือ บริการติดตาม และประเมินผล บริการศึกษา รวบรวมขอมูล
  • 18. กระบวนการในการใหคําปรึกษาแนะแนวใน สถานศึกษา กศน. กอน ระหวาง หลัง รักและเห็นคุณคา ตัวเองและผูอื่น ประสบ ความสําเร็จ มีจิตสํานึก รับผิดชอบตอ ตนเอง ครอบครัว สังคม และ ประเทศชาติ บริการ ติดตาม - ผูเรียน/ผูรับบริการ ระหวางเรียน - ผูเรียน/ผูรับบริการที่จับ การศึกษาไปแลว - ประเมินผลโครงการ/ กิจกรรมแนะแนว วัดผล ประเมินผล บริการจัด วางตัวบุคคล - สอนเสริม - ฝกประสบการณอาชีพ - ศึกษาดูงาน - พัฒนาบุคลิกภาพ ผูเรียน/ ผูรับบริการ บริการ สนเทศ - ขอสนเทศ ทางการศึกษา ของ กศน. YES ตัดสินใจ เลือก NO พื้นฐาน อาชีพ อัธยาศัย ทักษะ ชีวิต โครงการ/ กิจกรรม ประเมิน ความรูและ ประสบการณ เทียบระดับ การศึกษา บริการ สนเทศ - ปฐมนิเทศ - วิธีเรียน - สื่อ - กิจกรรม - โครงงาน - การสอบ - การจบ กิจกรรม การเรียนรู บริการศึกษารวบรวม ขอมูล บริการให คําปรึกษา - การเรียน - การประกอบอาชีพ - สวนตัวและสังคม - รูจักผูเรียนรายบุคคล - คัดกรอง ผูเรียน ฯลฯ บริการให คําปรึกษา
  • 19. การใหคําปรึกษาเชิงจิตวิทยา คืออะไร ? การใหคําปรึกษาเปนกระบวนการของปฏิสัมพันธ ระหวางผูรับคําปรึกษา (Clients) กับ ผูให คําปรึกษา (Counselors) เพื่อใหเกิดการ เปลี่ยนแปลง (Change) บุคลิกภายใน Client ใน ทางบวกอยางครบดาน อันไดแก 5 ดานที่สําคัญ ยอวา ABCDE ไดแก Awareness = การตระหนักรู Body, Boundary = สรีระรางกาย, ขอบเขต: สภาพสังคมแวดลอม Cognition = การรับรู, การคิด Doing = การกระทํา, พฤติกรรม Emotion = อารมณ ความรูสึก เพื่อเติบโตไปสู Optimal human functioning (เกง กลา แกรง ดัง ดี มีสุข สรางคุณคา)
  • 20. เปาประสงคสูงสุดของการใหคําปรึกษา OHF: Optimal Human Functioning (บุคคลที่ทําหนาที่อยางสมดุลเต็มศักยภาพ) Source: Adapted from Linley, P. Alex & Joseph, Stephen.(2004:5). Positive Psychology in Practice. New Jersey: John Wiley & Sons, Inc.
  • 21. กระบวนการใหคําปรึกษา (1)
  • 22. กระบวนการใหคําปรึกษา (2)
  • 23. 1. ฉันยิ้มเมื่อพบกับคนใหมๆ หรืออยูในสถานการณใหมๆ 2. ฉันรูสึกสบายใจที่จะแนะนําตนเองและเริ่มสนทนากอน 3. ฉันแตงกายสุภาพดูดีและมั่นใจกับรูปลักษณของตน 4. ฉันเชื้อเชิญใหผูอื่นมาเขารวมวงสนทนาดวยกัน 5. ฉันพูดคุยอยางเปนกันเองเชิงบวก สุภาพ ดวยน้ําเสียงสดชื่น 6. ฉันเปดการสนทนาดวยเรื่องรอบๆตัว แลวคอยโยงสูการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 7. ฉันสนใจฟง แมเขาจะพูดถึงเรื่องที่ฉันมีความรูไมมากนักก็ตาม 8. ฉันกลาวชื่นชมเขาและเปดเผยความรูสึกนึกคิดของตนที่มีตรงกันกับเขา 9. ฉันสังเกตความตองการที่จะพูดของผูอื่นและใหเวลาเขาไดพูด 10. ฉันพูดสนทนาแบบกระชับ ผลัดกันพูดและไมหงุดหงิดแมถูกขัดจังหวะ เมื่อทานพบคนใหม ทานทําอยางไร ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport) กรุณา √ หนาขอที่เห็นวาตรงกับตัวทาน ทานขาดขอใด ทานอยากใหขอนั้นเปนอยางไร?ทานขาดขอใด ทานอยากใหขอนั้นเปนอยางไร?
  • 24. ในชวงที่ผานมา เมื่อทานพบคนใหม ทานทําอยางไร กรุณา √ หนาขอที่เห็นวาตรงกับตัวทาน 1. ฉันรูสึกไมคอยมั่นใจ ที่จะเดินไปหาและเริ่มแนะนําตัวกอน 2. ฉันนั่งเงียบๆ ไมรูวาจะพูดคุยอะไรกับเขาดี 3. ฉันคิดวารอใหเขาหันมากอน แลวคอยยิ้มและเริ่มทักทายก็แลว กัน หากทานได √ ขอใดขอหนึ่ง อาจใช “ทักษะสานสัมพันธ” ชวยได ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)
  • 25. ทักษะสานสัมพันธ (Rapport): 3A ปจจัยเอื้อ: การทักทาย การพูดคุยจากนอกสูใน การชื่นชมยอมรับปจจัยเอื้อ: การทักทาย การพูดคุยจากนอกสูใน การชื่นชมยอมรับ ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)
  • 26. Tips:ทักษะสานสัมพันธ (Rapport) 1 การถามเปด มีอะไรใหผมชวยครับ, ใหถาม “อะไร, อยางไร” มากกวา “ใชหรือไม, ทําไม”, มีอะไรใหผมรับใชครับ 2 การตอบสนองอยางใส ใจ สบสายตา หันหนาไปหา โนมตัวไปหา สนใจฟง ยิ้ม กลาวตอบรับ ผงกศีรษะ ครับ ทวนความ สะทอน ความรูสึก ระยะหางเหมาะสม 3 การเสริมเพิ่มเรื่อง แสดงการชื่นชมเห็นดวย เลาประสบการณที่เขาสนใจ ที่สอดคลองกับเขา ชี้แจงเพิ่มอยางสุภาพ เสนอทางเลือก เพิ่มเชิงบวก 4 การทักทาย ยกมือไหว กลาวสวัสดี จับมือ โคงคํานับ ยิ้มแยมแจมใส แนะนําตัว ยกมือทักทาย แตะสัมผัสตามควร 5 การพูดคุยจากนอกสูใน เริ่มที่สถานการณรอบตัว เรื่องนาสนใจในขาวแลวโยงสูความคิดเห็น ความรูสึก เอยชื่อเขาบอยๆ ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)
  • 27. การสนทนาแบบไหนจะสรางสัมพันธภาพไดดีกวากัน คูสนทนา แบบ A แบบ B วิมล คุณทํางานที่นี่หรือคะ คุณทํางานอะไรคะ สมศักดิ์ ใชครับ ผมทํางานใหองคกรที่ไมหวังผลกําไรครับ วิมล เหรอ คุณชอบมั้ยคะ เหรอคะ ดีจัง องคกรนี้ดูแลเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ สมศักดิ์ ครับ ชอบ ก็ดานสุขภาพ เด็กและเยาวชน ครอบครัว ขณะนี้ผมทําโครงการรณรงคเลี้ยงลูก ดวยนมแมอยูครับ วิมล คุณทํางานนี้มากี่ปแลวคะ นาสนใจมาก ดิฉันก็ตั้งใจวาถามีลูกก็จะเลี้ยงดวยนมตัวเอง วาแตวา นมแมมี ประโยชนอยางไรบางคะ สมศักดิ์ ราว 2-3 ปแลวครับ ผมดีใจมากครับที่คุณเห็นคุณคานมแม การที่แมใหนมลูกนั้นมีประโยชนทั้งตอ ทารกและตอแมเองดวยครับ คือ... ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)
  • 28. เลาสูกันฟง: จับคูคนที่เรายังไมรูจัก มากนัก (10 นาที) เลาสูกันฟง: จับคูคนที่เรายังไมรูจัก มากนัก (10 นาที) สถานการณภายนอก • สถานที่ ที่อยากไปเที่ยวมีอะไรบาง พฤติกรรม • อะไรที่ทําไดดี เกง ถนัด บาง • เมื่ออยูคนเดียว มักจะทําอะไร ความคิด • อะไรที่อยากทําได แมตอนนี้จะยังทําไมไดก็ตาม • อะไรทําใหทําสิ่งนี้ (ในการมาที่นี่, มาเรียนหัวขอนี้) ความรูสึก • เหตุการณอะไรบางที่ ประทับใจวันนี้ • อารมณใดที่รูสึกวาควบคุมไดยาก • เหตุการณอะไรบาง ที่ทําใหรูสึกเปนสุข สบายใจ • อะไรที่ชอบมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ (คนนี้, สิ่งนี้) บุคลิกนิสัย • ถาเปลี่ยนได ฉันอยากใหตนเองเปลี่ยนในเรื่องใดบาง ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)
  • 29. ตุกตาลมลุก 1. รูสึกอยางไร 2. หากคนรับเปนคนที่เราไมรูจัก จะรูสึกอยางไร 3. หากคนรับเปนคนที่เราคุนเคยละ จะรูสึก อยางไร 4. บางอยางเราไมไดทําเอง ตองฝากคนอื่นทํา เรา จะสบายใจ เมื่อคนนั้นเปนอยางไร 5. ไดขอคิดเพื่อประยุกตใชในการทํางานรวมกัน อยางไร 6. ความไววางใจ เชื่อมั่นตอกัน สําคัญอยางไรใน การทํางานเปนทีม ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)
  • 30. ในชวงที่ผานมา ทานรับฟงผูที่มาปรึกษา อยางไรบาง กรุณา √ หนาขอที่เห็นวาตรงกับตัวทาน 1 รับฟงปญหา อยางเขาใจ ไมขัดจังหวะหรือเปลี่ยนเรื่อง 2 ใชการเงียบ เพื่อใหเขาไดไตรตรองภายในตนเองอยางไดผล 3 สบสายตา สังเกตภาษากายเพื่อเขาใจทั้งเนื้อหาและอารมณ ของเขาอยางครบถวน หากทานไมได √ ขอใดขอหนึ่ง อาจใช “ทักษะฟงใจ” ชวยได ทักษะฟงใจ (Active listening)ทักษะฟงใจ (Active listening)
  • 31. ความรักยอมผูกพันทุกสิ่งไว ใหถึงซึ่งความสมบูรณ ความรักยอมผูกพันทุกสิ่งไวความรักยอมผูกพันทุกสิ่งไว ใหถึงซึ่งความสมบูรณใหถึงซึ่งความสมบูรณ ทานอยากพูดคุยกับใครมากกวากันระหวาง คนที่ฟงเรา กับ คนที่เราตองฟง ทักษะฟงใจ (Active listening)ทักษะฟงใจ (Active listening)
  • 32. ทักษะฟงใจ : LEADERS (Active listening) สาธิตทักษะฟงใจ (Active listening)ทักษะฟงใจ (Active listening)
  • 33. คิดถึงเรื่องที่ไมคอยสบายใจ 1 เรื่อง แลวจับคู (ดาวกับเดน) ปรึกษากัน 1 ดาวเปนคนพูดกอนสัก 5-10 นาที 2 เดนเปนคนฟง ใหเริ่มตนถามกอนวา “มี อะไรใหชวยบาง” แลวใชทักษะฟงใจ จากนั้น สลับกัน 3 แลกเปลี่ยนกันวา – รูสึกอยางไรเมื่อมีคนฟงเรา – กอนและหลังพูดคุย ความสนิทสนม ตางกันอยางไร – จะประยุกตใชอยางไรในการทํางาน ทักษะฟงใจ (Active listening)ทักษะฟงใจ (Active listening)
  • 34. 1. ฉันมองและสังเกต Client ทั้งแววตา สีหนา น้ําเสียงและอากัปกิริยาโดยรวม 2. ฉันถามเปดเพื่อเอื้อ Client ตอการเปดเผยและปะติดปะตอเรื่องราว ไมใชถามแทรกจน ขัดจังหวะเรื่องราว 3. ฉันสังเกตอารมณความรูสึกพรอมกับรับรูเนื้อหาของ Client ไปพรอมกัน 4. ฉันสะทอนความรูสึก ทวนความชวยให Client ไดตระหนักรูตนเองอยางเหมาะสม 5. ฉันชี้ความไมสอดคลองที่เกิดขึ้นในตัว Client ทําใหเขาเขาใจตนเองและปญหาไดดียิ่งขึ้น 6. ฉันบอกทางออกไปโดยที่ Client ยังคงรูสึกคาใจหรือสับสนกับปญหาอยู 7. ฉันถามหลายคําถามจนขัดจังหวะการพูดของ Client 8. ฉันรูสึกอึดอัด เมื่อเผชิญกับความเงียบ 9. ฉันชี้นํามากจน Client ไมไดคิดพิจารณาเลือกดวยตนเอง 10. ฉันแสดงการเห็นดวยกับ Client มากเกินไป นึกถึงการใหคําปรึกษาครั้งลาสุดของทาน เปนอยางไรบาง กรุณา √ หนาขอที่เห็นวาตรงกับตัวทาน (Client: ผูรับคําปรึกษา) ขอ 1-5 ขาดขอใด พัฒนาขอนั้น ขอ 6-10 มีขอใด ปรับปรุงขอนั้น มีขอใดที่ทานตั้งใจจะ พัฒนาตนเองบาง? มีขอใดที่ทานตั้งใจจะ พัฒนาตนเองบาง?ทักษะฟงใจ (Active listening)ทักษะฟงใจ (Active listening)
  • 35. ฉันทําถูกตองเหมาะสมหรือไม หรือมีทางออกอื่นๆ อยางไร 1. สยามขัดแยงและสรางปญหาใหกับฉันบางเรื่อง แตฉัน จําเปนตองคบหาและทํางานรวมกับสยามตอไป ฉันจึง... หลีกเลี่ยงไมพูดถึงเรื่องดังกลาว เกรงวาจะเกิดขัดใจกัน ทั้งสองฝาย ซึ่งเปนเพื่อนรวมงานที่ดีในชวงที่ผานมา 2. สมยศโตเถียงกับฉันอยางรุนแรง และฉันรูวาเขาเสียใจ มาก ตั้งแตวันนั้นเปนตนมา ฉันพยายาม...เลี่ยงที่จะไม พูดเรื่องนั้นอีกและปลอยใหทุกสิ่งยุติเพียงนั้น 3. สมชายเพื่อนของฉันหลบหนาฉัน และพยายามทําตัว เหินหางและเฉยเมยตอฉัน ฉันก็...เลยตามเลย ติดตอ เขาใหนอยที่สุด ปลอยเขาไปตามแบบของเขา ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)ทักษะสานสัมพันธ (Rapport)
  • 36. Coaching 1. ขณะปดตารูสึกอยางไร 2. มีโคชกับไมมีโคช ตางกันอยางไร 3. บางคนมีโคชก็ยังแปะมือพลาด เกิดอะไร ขึ้น 4. บางคนไมมีโคช ก็แปะมือได เกิดอะไรขึ้น 5. ผูสังเกตการณรูสึกอยางไรตอนไมไดพูด ไมไดโคช 6. ไดขอคิดเพื่อประยุกตใชในการทํางาน รวมกันอยางไร ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)
  • 37. เมื่อทานเห็นวาพฤติกรรมของบางคน ควรไดรับการแกไข ทานทําอยางไร กรุณา √ หนาขอที่เห็นวาตรงกับตัวทาน 1. ฉันพูดตําหนิอยางมีอารมณ เพื่อใหสํานึกตัว 2. พูดเตือนอยางกวางๆ ไมไดพูดระบุพฤติกรรมที่ชัดเจนลงไป เพราะ เกรงวาเขาจะรับไมได 3. ฉันไมไดหาโอกาสเตือนตั้งแตแรกๆ จนเรื่องลุกลามใหญโต แลวจึง คอยมาตักเตือน หากทาน √ ขอใดขอหนึ่ง อาจใช “ทักษะโคชปญหา” ชวยได ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)
  • 38. อยางไหนที่เราจะอยากฟง มากกวากัน ระหวาง เตือนดวยเสียงดุ กับ เตือนดวยปรารถนาดี คําเดียวที่ถูกกาละ ก็ดีจริงๆ ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)
  • 39. สมศักดิ์เสนอไอเดียนาสนใจมากใน ที่ประชุม ผมทราบมาวาชวงนี้ สมศักดิ์ เขางานหลัง 9 โมงมา 3 - 4 วันแลว ทําใหมีผลตอการคิด โบนัสและพิจารณาเลื่อนตําแหนง งานอีกดวย ผมรูสึกเปนหวงในเรื่อง นี้ ผมอยากใหสมศักดิ์เขางานทัน 08.30 น. สมศักดิ์คิดอยางไร ปจจัยเอื้อ: ประเด็นเจาะจง, การใหเกียรติ, สื่อดวยใจรักปจจัยเอื้อ: ประเด็นเจาะจง, การใหเกียรติ, สื่อดวยใจรัก ทักษะโคชปญหา: ABCD (Coaching problem) ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)
  • 40. คิด&ฝกฝนทักษะคิด&ฝกฝนทักษะ 1. มีประเด็นใดหรือพฤติกรรมของใครที่รูสึกเปนหวง อยากเห็น การแกไขหรือปรับปรุงใหดีขึ้น 2. เรื่องดังกลาวมีผลกระทบตอตัวคนนั้นและตอองคกรอยางไร 3. เราอยากเห็นพฤติกรรมใหมเปนอยางไร 4. คนนั้นเขาพรอมที่จะแกไขเปลี่ยนแปลงหรือยัง สังเกตความ พรอมไดจากอะไร 5. คนนั้นเขามีจุดเดนที่เราประทับใจอะไรบาง 6. สรุปวาจะพูดกับเขาอยางไรดีตามทักษะโคชปญหาABCD 7. จับคู สมมติใหอีกคนเปนคนนั้น แลวสลับกัน สมศักดิ์เสนอไอเดียนาสนใจมากในที่ประชุม ผมทราบมาวาชวงนี้สมศักดิ์ เขางานหลัง 9 โมง มา 3 - 4 วันแลว ทําใหมีผลตอการคิดโบนัสและพิจารณาเลื่อนตําแหนงงานอีกดวย ผมรูสึกเปนหวงในเรื่องนี้ ผมอยากใหสมศักดิ์เขางานทัน 08.30 น. สมศักดิ์คิดอยางไร ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)ทักษะโคชปญหา(Coaching problem)
  • 41. ครังลาสุด ทานโคชหรือเตือนสติผูอืนอยางไร บาง ครังลาสุด ทานโคชหรือเตือนสติผูอืนอยางไร บาง 1. ฉันระบุพฤติกรรมที่ไมเหมาะสมอยางชัดเจน เขาใจตรงกัน 2. ฉันเลี่ยงการดวนสรุปหรือตีความเชิงลบตอตัวบุคคล 3. ฉันเตือนเขาเปนแบบสวนตัว ไมใชในที่ประชุม 4. ฉันเปดโอกาสใหอีกฝายไดแสดงความคิดเห็น 5. ฉันเตือนในโอกาสแรกที่เขาพรอม ไมใชปลอยไวนานจนนึกออกยาก 6. ฉันใช “I” statement ไมใช “You” statement 7. ฉันเตือนในเรื่องที่อยูในการควบคุมและไมเกินความสามารถของเขา 8. ฉันไมเดาเจตนาการกระทําของเขา แตเปดโอกาสใหเขาพูดบอกเอง 9. ฉันไมเพียงพูดแตสาธิตใหดูวา พฤติกรรมที่เหมาะสมนั้นเปนอยางไร 10. ฉันหลีกเลี่ยงการสื่อวาตนเองเหนือกวา รูมากกวา เกงกวาจนเขารูสึกวาถูกคุมคาม 11. ฉันมุงหาทางออกตอปญหาทีละประเด็น มิใชระบายอารมณ 12. ฉันแสดงความชื่นชมทันทีเมื่อเขา แกไขพฤติกรรมตนเองได 13. ฉันติดตามดูแลอยางตอเนื่อง เพื่อสรางพฤติกรรมใหมไดคงทน ทานขาดขอใด อยากใหขอนั้นเปนอยางไร จะทําอยางไรทานขาดขอใด อยากใหขอนั้นเปนอยางไร จะทําอยางไรทักษะโคชปญหา(Coaching problem)ทักษะโคชปญหา(Coaching problem) กรุณา √ หนาขอ ที่เห็นวาตรงกับตัวทาน กรุณา √ หนาขอ ที่เห็นวาตรงกับตัวทาน
  • 42. ในชวง 2 สัปดาหที่ผานมา ทานมีอาการเหลานี้บางหรือไม กรุณา √ หนาขอที่เห็นวาตรงกับตัวทาน 1. เมื่อฉันมีเรื่องคาใจ ฉันทําเปนไมสนใจโดยหาอะไรทําเพลินๆและไมคิดถึง มันอีก 2. มีบางเรื่องฉันเก็บไวในใจ และไมไดปรึกษาใคร 3. บางเรื่องฉันรูสึกขัดแยงอยูในใจ แตฉันก็ตองทํา 4. ฉันรูสึกหงุดหงิดงาย แมกับเรื่องเล็กๆ นอยๆ หากทานได √ ขอใดขอหนึ่ง อาจใช “ทักษะซายขวาหารือ” ชวยได ทักษะซายขวาหารือ (Self talk)ทักษะซายขวาหารือ (Self talk)
  • 43. ชวงที่ผานมา อารมณใดที่สงผลตอชีวิตของทานมากกวากัน ระหวาง อารมณดี กับ อารมณเสีย จงรักษาใจดวยความระวังระไวรอบดาน เพราะชีวิตเริ่มตนออกมาจากใจ ทักษะซายขวาหารือ (Self talk)ทักษะซายขวาหารือ (Self talk) Movies4@2.16
  • 44. ทักษะซายขวาหารือ (Self talk) ทักษะซายขวาหารือ (Self talk)ทักษะซายขวาหารือ (Self talk) ปจจัยเอื้อ: การระบายอารมณความรูสึก คําถามกระตุนการตระหนักรู การตัดสินใจอยางมีสติ ปจจัยเอื้อ: การระบายอารมณความรูสึก คําถามกระตุนการตระหนักรู การตัดสินใจอยางมีสติ
  • 45. โมเดล กลไกซายขวาหารือ (Self talk mechanism) โมเดล กลไกซายขวาหารือ (Self talk mechanism) ทักษะซายขวาหารือ (Self talk)ทักษะซายขวาหารือ (Self talk)
  • 46. ชวงเดือนที่ผานมา ทานดูแลจิตใจตัวเองอยางไรบาง 1. ฉันติดตอพูดคุยกับบุคคลสําคัญในชีวิตฉันอยูเสมอ 2. ฉันใชเวลาพักผอนพูดคุยกับเพื่อนรวมงานอยางเปนกันเอง 3. ฉันใหรางวัลตนเอง เมื่อประสบความสําเร็จหรือทําไดดี 4. ฉันบอกไดวาตนเองเกงหรือโดดเดนดานใด 5. ฉันสัมผัสและเรียนรูอารมณตนเองทั้งเชิงบวก & เชิงลบ 6. ฉันมีเวลาละเลนกับเด็กๆ หรือ สัตวเลี้ยงนารักบอยๆ 7. ฉันใหเวลาตนเองในการฟงเพลง อานหนังสือ ดูภาพยนตร 8. ฉันไดชื่นชมกับธรรมชาติและสิ่งสรางสรรคใหมๆ 9. ฉันหัวเราะ มีอารมณขัน มีอารมณดีอยูเสมอ 10. ฉันมีวิธีใหกําลังใจตนเอง คนหาสิ่งดีๆ ทามกลางปญหาเปน มีขอใดที่ทานตั้งใจจะพัฒนา ตนเองบาง จะเริ่มอยางไรดี? มีขอใดที่ทานตั้งใจจะพัฒนา ตนเองบาง จะเริ่มอยางไรดี? ไมจริง คอนขางไมจริง จริงบางครั้ง คอนขางจริง จริงที่สุด 1-2 3-4 5-6 7-8 9-10 คะแนน 85-100 50-84 10-49 แปลผล ดีมาก: ใหเปนแบบอยาง ดีพอใช: ใหพัฒนาบางขอ ปรับปรุง: รีบปรึกษาหารือทักษะซายขวาหารือ (Self talk)ทักษะซายขวาหารือ (Self talk)
  • 47. ในชวงที่ผานมา ทานรูสึกอยางไรกับ ปญหาที่แกไขไดยาก กรุณา√ หนาขอที่เห็นวาตรงกับตัวทาน 1. ฉันมักคิดไปในทางลบ แงราย ทําใหรูสึกหนักใจและวิตกกังวล กับปญหา 2. ฉันก็ทําตามหนาที่ไปเรื่อยๆ พอใหผานไปวันๆแบบเขาเกียร วาง 3. ฉันปลอยปญหาไวอยางนั้น และหาอะไรทําเพลินๆ พยายามไม คิดถึงมันอีก หากทาน √ ขอใดขอหนึ่ง อาจใช “ทักษะคิดมุงทางออก” ชวยได ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)
  • 48. อยางไหนจะชวยแกปญหาไดมากกวากัน ระหวาง คิดกังวลกับปญหา กับ คิดมุงหาทางออก แมถูกขนาบรอบขาง แตก็ไมถึงกับกระดิกไมไหว Movies1@33.04 ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)
  • 49. ทักษะ การคิดมุงทางออก: SOLVE (Solution-focused thinking) ปจจัยเอื้อ: คิดนอกกรอบ ประสบการณ เชิงบวก ความหวัง ใชเหตุผล ปจจัยเอื้อ: คิดนอกกรอบ ประสบการณ เชิงบวก ความหวัง ใชเหตุผล ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)
  • 50. SOLVE รายละเอียด 1 Solution ถาปญหานี้แกไขได วันนั้นจะเปน อยางไร 2 Options ที่ผานมาเราแกไขปญหานี้อยางไร มีวิธี อื่นๆอะไรอีกบางเพื่อชวยแกไขปญหานี้ 3 Lead change ถาเปลี่ยนบางอยางได เพื่อใหไดตามที่ คาดหวัง ตองเปลี่ยนอะไร (แงตัวทาน, หัวหนา, ทีมงาน, ผูเกี่ยวของ, ขั้นตอน&วิธีการทํางาน, สภาพแวดลอมที่ทํางาน) 4 Via others คนอื่นๆที่เคยแกปญหาคลายๆกันนี้ ไดมากอน ตอนนั้นเขาทําอยางไร 5 Empty มีชวงใดบางที่ปลอดปญหานี้ เกิดอะไร ขึ้นในชวงนั้น อะไรที่ดีๆในชวงนั้น ที่นาจะนํามาใชได ในวันนี้ จับกลุมตามฝายหรือคิดเองดังนี้จับกลุมตามฝายหรือคิดเองดังนี้ 1. หากยอนเวลากลับไปได ปญหาอะไรที่ ทานจะรีบทําการแกไขโดยเร็ว บอกมา สัก 5 ปญหา (ดาน: ผลการปฏิบัติงาน การสื่อสาร วิธีการทํางาน สไตลบริหาร วิธีรับมือกับปญหา การใหค.รวมมือ เปาหมายการทํางาน การริ่เริ่มสิ่งใหมๆ) 2. จาก 5 ปญหาเลือกมา 3 ปญหาที่สําคัญ มากๆแลวระดมสมองตอบคําถาม SOLVE 3. สรุปวา ปนี้ทานจะทําอะไรที่ตางไปจาก เดิมบาง 4. เพื่อบรรลุเปาหมายในปนี้ นอกจากสิ่ง ทําเพิ่มดังกลาวแลว ทานคิดวา อะไรที่ ควรทําเพิ่มอีก จะฝากใหใครทําดี อยาก ใหฝายอื่นชวยอยางไร
  • 51. Problem-focused Solution-focused เนนเขาใจปญหาที่เกิดขึ้นในบริบทชีวิต เนนวิธีเปลี่ยนตนเองและความเปนไปไดดานบวก บอกเลาปญหาและสิ่งที่ไมตองการในอดีต บอกเลาเปาหมายและสิ่งที่ตองการในอนาคต ใชปญหาในการวินิจฉัยโรคและตีตราตัวบุคคล ใชทางออกมาเปนโอกาสคนหาและพัฒนาศักยภาพและวาดหวังตัวบุคคล เนน “อะไรผิดปกติ” “อะไรที่ไมไดผล” “อะไรที่ขาดพรอง” ซึ่งเปน ขอดอยของบุคคล ครอบครัว ที่ทํางาน ชุมชน เนน “อะไรถูก” “อะไรไดผล” “อะไรที่มีอยู” ซึ่งเปนศักยภาพของบุคคล ครอบครัว ที่ทํางาน ชุมชน มองวาการตอตานการเปลี่ยนแปลงแสดงวามีแรงจูงใจหรือความ ตองการบางอยางแอบแฝง มองวาการตอตานการเปลี่ยนแปลงแสดงวาเปาหมายและวิธีการบําบัด ไม สอดคลองกับเปาหมายและวิธีที่Clientคุนเคย มองวาปญหานํามาซึ่งพยาธิสภาพ มองวาปญหาอาจกระตุนใหเกิดการพัฒนาศักยภาพไดหากรับมือไดอยาง เหมาะสม Source: Adapted from Sharry, John. (2001:6-37). Solution-Focused Groupwork. London: Sage Publications. ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)ทักษะคิดมุงทางออก (Solution-focused thinking)
  • 52. ทักษะที่นิยมใชในการใหคําปรึกษา 1. การฟง 2. การถาม 3. การเงียบ 4. การทวนซ้ํา
  • 53. 5. การใสใจ 6. การทําใหเกิดความกระจาง 7. การสะทอนความรูสึก 8. การตีความ 9. การใหความมั่นใจ 10.การสรุปความ
  • 54. คุณลักษณะผูใหคําปรึกษาที่พึงประสงค
  • 55. จะจัดบริการแนะแนว ใหประสบความสําเร็จทําอยางไร: 5ขั้น 7 หลัก
  • 56. ขอบคุณและสวัสดีคะ