• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
โครงงาน เรื่อง คอมพิวเตอร์ จ๋า3
 

โครงงาน เรื่อง คอมพิวเตอร์ จ๋า3

on

  • 482 views

 

Statistics

Views

Total Views
482
Views on SlideShare
463
Embed Views
19

Actions

Likes
0
Downloads
1
Comments
0

1 Embed 19

http://nattakarn413.blogspot.com 19

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    โครงงาน เรื่อง คอมพิวเตอร์ จ๋า3 โครงงาน เรื่อง คอมพิวเตอร์ จ๋า3 Presentation Transcript

    • โครงงาน เรื่อง คอมพิวเตอร์ เสนอ ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
    • ความหมายของคอมพิวเตอร์ • คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การ คานวณ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของ คอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทาหน้าที่เหมือนสมอง กล ใช้สาหรับแก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์" • คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทางานแทนมนุษย์ ในด้านการคิดคานวณและสามารถจาข้อมูล ทั้งตัวเลขและตัวอักษรได้เพื่อการ เรียกใช้งานในครั้งต่อไป นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ได้ด้วย ความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถ ในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้
    • ความสาคัญของคอมพิวเตอร์ • ปัจจุบันเทคโนโลยีและการสื่อสารได้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในการดาเนินชีวิตประจาวัน ของมนุษย์อุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทสาคัญต่อการดาเนินกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาค้นคว้าและการทาธุรกิจ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ทาให้องค์กรต่างๆ นาเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยในการดาเนินงานขององค์กรให้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่งข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ การทาธุรกิจและ ให้บริการบนอินเตอร์เน็ต ตลอดจนการใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการทางาน • ไม่เพียงแต่ในองค์กรต่างๆ เท่านั้นที่นาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งาน ผู้ใช้ตามบ้านโดยทั่วไป ก็ได้ จัดหาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ส่วนตัวกันมากขึ้น เนื่องจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีราคาถูก แต่มี ประสิทธิภาพสูง รวมทั้งสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าในอดีตมาก จนมีการประมาณการกันว่า ใน อนาคตคอมพิวเตอร์จะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในทุกๆ ครัวเรือนเหมือนกับเครื่องรับโทรทัศน์ • ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว การเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์ในระดับเบื้องต้น จึงเป็นสิ่งที่มีความ จาเป็นอย่างยิ่งในการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในการทางาน, การศึกษาหรือเพื่อความ บันเทิง ให้มีประสิทธิภาพและความสะดวกเพิ่มมากขึ้น
    • คอมพิวเตอร์มีข้อดีอย่างไร ? มนุษย์เราจึงได้นามาใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ก่อนที่จะตอบคาถามนี้ได้ เราต้องทราบคุณสมบัติพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ เสียก่อน ซึ่งมีอยู่ 5 ประการที่สาคัญดังนี้ 1. ทางานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic machine) คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการบันทึกข้อมูล ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ การจัดเก็บข้อมูลที่บันทึกผ่านทางแป้ นพิมพ์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้ าเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและ สามารถประมวลผลได้ และเมื่อคอมพิวเตอร์ประมวลผลเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลที่ เป็นสัญญาณไฟฟ้ าจะถูกแปลงกลับให้เป็นรูปแบบที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ 2. การทางานด้วยความเร็วสูง (speed) เนื่องจากการทางานของคอมพิวเตอร์เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการ ดาเนินงานต่างๆ จึงสามารถกระทาได้อย่างรวดเร็ว (มากกว่าพันล้านคาสั่งใน หนึ่งวินาที)
    • 4. การเก็บข้อมูลได้ในปริมาณมาก (storage) คอมพิวเตอร์มีหน่วยความจาที่ทาหน้าที่เก็บข้อมูลที่บันทึกเข้าไป ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะมีหน่วยเก็บข้อมูลสารองที่ สามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งล้านตัวอักษร 3. ความถูกต้องแม่นยาเชื่อถือได้ (accuracy and reliability) คอมพิวเตอร์จะทางานตามคาสั่งที่มนุษย์เขียนโปรแกรมหรือคาสั่งไว้ ถ้าผู้ใช้ป้ อนข้อมูลและชุดคาสั่งมีความถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล ก็จะมีความถูกต้องเชื่อถือได้
    • 5. การสื่อสารเชื่อมโยงข้อมูล (communication) คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่อง อื่นๆ และสามารถทางานที่หลากหลายมากขึ้นกว่าการใช้คอมพิวเตอร์แบบระบบ เดี่ยว ตัวอย่างเช่น การนาคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อการสืบค้น ข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น (remote computer) จากคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์เราจะเห็นได้ว่า คอมพิวเตอร์สามารถ ทางานหลายๆ อย่างที่มนุษย์ไม่สามารถทาได้ หรือถ้ามนุษย์ทาได้ ก็จะใช้เวลามาก และมีข้อผิดพลาดมากมาย เช่น การคานวณตัวเลขหลายหลักเป็นจานวนมากภายใน เวลาจากัด, การทางานในแบบเดียวกันซ้าๆ หลายล้านครั้ง หรือการจดจาข้อมูล ตัวเลขและตัวหนังสือหลายหมื่นหน้าโดยไม่มีการลืม งานที่น่าเบื่อและยุ่งยากเหล่านี้ เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ทางานแทนได้ โดยเรามีหน้าที่เพียงเป็นผู้สั่งการเท่านั้น
    • ใบงานที่ 3 เรื่อง ขอบข่ายและประเภทของ โครงงาน
    • ขอบข่ายของโครงงานแต่ละประเภท • 1. เป็นกิจกรรมการเรียนให้นักเรียนศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติดัวยตนเองโดยอาศัยหลัก วิชาการทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ หรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นมากแล้ว • 2. นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลา สั้นๆ เป็นภาคเรียน หรือมากว่าก็ได้ แล้วแต่โครงงานเล็กหรือใหญ่ • 3. นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้าปฏิบัติ ด้วยตนเองตามความถนัด สนใจ และความพร้อม • 4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงาน แผนปฏิบัติงานและการ แปลผล รายงานผลต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตามจุดหมาย ที่กาหนดไว้ • 5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและ สติปัญญา รวมทั้งการใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วย
    • โครงงานคอมพิวเตอร์ แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานดังนี้ การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา  การพัฒนาเครื่องมือ  การทดลองทฤษฎี  การประยุกต์ใช้งาน  การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์
    • 1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา • เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสร้าง โปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บท ทบทวน และคาถามคาตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือ รายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็น อุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้า มาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มา เป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา อีกทั้งยังสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ได้กับทุกกลุ่มสาระ เช่นวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องวิวัฒนาการ เราอาจทาการ ออกแบบสื่อนี้ให้มีความน่าสนใจมีลูกเล่นแปลกใหม่ ทาให้ผู้อ่านได้รับความรู้ และง่ายต่อการจดจามากยิ่งขึ้น
    • รูปภาพจาก : http://media.nitessurat1.org/mc/mc_view. php?mc_id=4
    • 2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ • เป็นโครงงานที่สร้างเครื่องมือ ใช้สร้างงาน ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของ ซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน และซอฟต์แวร์ ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ เป็นต้น การผลิตโครงงานประเภทนี้ สามารถเพิ่มความสะดวกสบายในการสร้างผลงานที่จาเป็นต้องอาศัย ความละเอียด สะดวก และรวดเร็วแม่นยา เช่นโปรแกรมสร้างรูปทรง หลายมิติที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้กับวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้งาน ต้องกาหนดสเกลและรูปทรงที่ต้องการจากนั้นโปรแกรมก็จะประมวลผล และสร้างรูปทรงออกมา เป็นต้น
    • รูปภาพจาก : http://www.freewarelands.com/
    • 3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี • เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขาต่างๆ ซึ่ง เป็นงานที่ไม่สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้ เช่น การจุดระเบิด เป็น ต้น และเป็นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบาย พร้อม ทั้งารจาลองทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นภาพ ภาพที่ได้ก็จะ เปลี่ยนไปตามสูตรหรือสมการนั้น ซึ่งจะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น การทาโครงงานประเภทนี้มีจุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็น อย่างดี ตัวอย่างโครงงานจาลองทฤษฎี เช่น การทดลองเรื่องการไหลของ ของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาปิรันย่า และการทดลองเรื่อง การมองเห็นวัตถุแบบสามมิติ เป็นต้น
    • 4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน • สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจาวันอาทิเช่น ซอฟต์แวร์สาหรับ การออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการผสมสี และ ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานประเภทนี้จะมีการ ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการคิด สร้างสิ่งของขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความ ต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนา สิ่งของนั้นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อการจัดการงานต่าง ๆ ใน ชีวิตประจาวันตามลักษณะของซอฟแวร์และการนาไปใช้งาน
    • รูปภาพจาก : http://www.dimonload.com/index.php? topic=96.0
    • 5. โครงงานพัฒนาเกม • เพื่อความรู้ ความเพลิดเพลิน เช่นการสร้างเกมต่าง ๆ ที่จะทาให้ผู้เล่น ได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนานจากเกม ไม่ว่าจะเป็นเกมทายศัพท์ เกมจับคู่ เกมฝึกสมองพัฒนาอีคิว ซึ่งเกมเหล่านี้ล้วนมาจากการ ประยุกต์ใช้ความรู้จากโครงงานหลายประเภท จนสามารถนามาพัฒนา เป็นเกมซึ่งสร้างสรรค์ออกมาเพื่อให้ผู้เล่นได้รับทั้งความรู้และความ สนุกสนานไปพร้อม
    • รูปภาพจาก : http://www.dimonload.com/index.php ?topic=96.0
    • ใบงานที่ 4 เรื่อง โครงงานประเภท “การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา”
    • โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา • เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสร้าง โปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บท ทบทวน และคาถามคาตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือ รายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็น อุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้า มาศึกษาด้วยตนเองก็ได้โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มา เป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา อีกทั้งยังสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ได้กับทุกกลุ่มสาระ เช่นวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องวิวัฒนาการ เราอาจทาการ ออกแบบสื่อนี้ให้มีความน่าสนใจมีลูกเล่นแปลกใหม่ ทาให้ผู้อ่านได้รับ ความรู้และง่ายต่อการจดจามากยิ่งขึ้น
    • ใบงานที่ 5
    • โครงงานพัฒนาเครื่องมือ • โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือช่วย สร้างงานประยุกต์ต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน และ ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ เป็นต้น สาหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งาน นั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลคา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้ในการพิมพ์งาน ต่างๆบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนซอฟต์แวร์การวาดรูป พัฒนาขึ้นเพื่ออานวยความ สะดวกให้การวาดรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้ โดยง่าย สาหรับซอฟต์แวร์ ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ ใช้สาหรับช่วยการออกแบบสิ่งของ อาทิเช่น ผู้ใช้วาด แจกันด้านหน้า และต้องการจะดูว่าด้านบนและด้านข้างเป็นอย่างไร ก็ให้ซอฟต์แวร์ คานวณค่าและภาพที่ควรจะเป็นมาให้ เพื่อพิจารณาและแก้ไขภาพแจกันที่ออกแบบ ไว้ได้อย่างสะดวก
    •  โปรแกรมการค้นหาคาภาษาไทย  โปรแกรมอ่านอักษรไทย  โปรแกรมวาดภาพสามมิติ  โปรแกรมเข้าและถอดรหัสข้อมูล  โปรแกรมบีบอัดข้อมูล  โปรแกรมประมวลผลคาไทยบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์  โปรแกรมการออกแบบผังงาน  พอร์ตแบบขนานของไทย  การส่งสัญญาณควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
    • ใบงานที่ 6 เรื่อง โครงงานประเภท การทดลองทฤษฏี
    • ใบงานที่ 6 เรื่อง โครงงานประเภท การทดลองทฤษฏี “โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี” เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลอง การทดลองของสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นงานที่ไม่สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้ เช่น การจุดระเบิด เป็นต้น และเป็นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบาย พร้อมทั้งาร จาลองทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นภาพ ภาพที่ได้ก็จะเปลี่ยนไปตามสูตรหรือ สมการนั้น ซึ่งจะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น การทาโครงงานประเภทนี้มี จุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่างโครงงานจาลองทฤษฎี เช่น การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาปิรันย่า และการทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบสามมิติ เป็นต้น
    • ขั้นตอนการทาโครงงาน • ๒.๑ การคิดและการเลือกหัวเรื่อง ผู้เรียนจะต้องคิด และเลือกหัวเรื่องของ โครงงานด้วยตนเองว่าอยากจะศึกษาอะไร ทาไมจึงอยากศึกษา หัวเรื่องของ โครงงานมักจะได้มาจากปัญหา คาถามหรือความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ของผู้เรียนเอง หัวเรื่องของโครงงานควรเฉพาะเจาะจงและชัดเจน เมื่อใครได้อ่านชื่อเรื่องแล้วควรเข้าใจและรู้เรื่องว่าโครงงานนี้ทาจากอะไร การ กาหนดหัวเรื่องของโครงงานนั้นมีแหล่งที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดและ ความสนใจหลายแหล่งด้วยกัน เช่น จากการอ่านหนังสือ เอกสาร บทความ การเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ การฟังบรรยายทางวิชาการ การเข้าชมนิทรรศการ หรืองานประกวดโครงงานทางวิทยาศาสตร์ การสนทนากับบุคคลต่างๆ หรือ จาการสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ รอบตัวเป็นต้นนอกจากนี้ควรคานึงถึง ประเด็นต่อไปนี้
    • ๒) ชื่อผู้ทาโครงงาน ๓) ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน ๔) หลักการและเหตุผลของโครงงาน เป็นการอธิบายว่าเหตุใดจึง เลือกทาโครงงานเรื่องนี้มีความสาคัญอย่างไร มีหลักการหรือทฤษฎีอะไรที่ เกี่ยวข้อง เรื่องที่ทาเป็นเรื่องใหม่หรือมีผู้อื่นได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว ถ้า มีได้ผลอย่างไร เรื่องที่ทาได้ขยายเพิ่มเติม ปรับปรุงจากเรื่องที่ผู้อื่นทาไว้อย่างไร หรือเป็นการทาซ้าเพื่อตรวจสอบผล ๕) จุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ควรมีความเฉพาะเจาะจง และ สามารถวัดได้ เป็นการบอกขอบเขตของงานที่จะทาได้ชัดเจนขึ้น
    • ๖) สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) สมมติฐานเป็นคาตอบหรือ คาอธิบายที่คาดไว้ล่วงหน้า ซึ่งอาจจะถูกหรือไม่ก็ได้การเขียนสมมติฐานควรมีเหตุมีผลมี ทฤษฎีหรือหลักการรองรับ และที่สาคัญ คือ เป็นข้อความที่มองเห็นแนวทางในการ ดาเนินการทดสอบได้นอกจากนี้ควรมีความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ด้วย ๗) วิธีดาเนินงานและขั้นตอนการดาเนินงาน จะต้องอธิบายว่า จะออกแบบการ ทดลองอะไรอย่างไร จะเก็บข้อมูลอะไรบ้างรวมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่จาเป็นต้องใช้มี อะไรบ้าง ๘) แผนปฏิบัติงาน อธิบายเกี่ยวกับกาหนดเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นการ ดาเนินงานในแต่ละขั้นตอน ๙) ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๑๐) เอกสารอ้างอิง
    • ตัวอย่าง เช่น นักเรียนต้องการศึกษาว่า กระดาษชนิดใดสามารถพับเครื่องร่อน และปาได้ไกลที่สุด ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ คือ ชนิดของกระดาษ ตัวแปรตาม คือ ระยะทางที่กระดาษเคลื่อนที่ได้ ตัวแปรควบคุม คือ แรงที่ใช้ปากระดาษ ความสูงของระยะที่ใช้ปา ตัวแปรแทรกซ้อน เช่น บางครั้งขณะปามีลมพัดเข้ามา ซึ่งจะทาให้ข้อมูลผิดพลาดได้
    • วิชาการงานพื้นฐานอาชีพ นักเรียนอาจทาโครงงานเกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางโดยศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างวัสดุที่ใช้เพาะเห็ดว่าวัสดุชนิดใดเพาะเห็ดได้ดีที่สุด โดยมี ตัวแปรต้น คือ วัสดุที่ใช้เพาะเห็ดฟาง ตัวแปรตาม คือ ปริมาณเห็ดที่ได้ จะทาให้นักเรียนได้ทราบว่าวัสดุในท้องถิ่นของนักเรียนชนิดใดเพาะเห็ดได้ดี ที่สุด
    • ใบงานที่ 7 เรื่อง โครงงานการประยุกต์ใช้งาน
    • ความหมายของโครงงานประเภทประยุกต์การใช้งาน เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิต ประจาวัน เช่นซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์ สาหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงาน ประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่ง อาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพ สูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ ก่อนแล้วนา ข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้น ต้องมีการทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุง แก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธี ทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
    • ขอบคุณภาพ จาก : www.siriwannaphung.blog spot.com
    • • สรุปความหมายของโครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน เป็นโครงงานที่สร้าขึ้นมา เพื่อให้สามารถนาไปประยุกต์ในชีวิตประจาวัน ซึ่งโครงงานประเภทนี้อาจจะเป็น งานที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ หรือจะเป็นการนาเอางานเดอมที่มีมาอยู่แล้วมาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น โครงงานลักษณะนี้จาเป็น จะต้องมีการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ ก่อนจะนาข้อมูลต่างๆ มาออกแบบหรือมาพัฒนา และต้องมีนามาทางานจริงเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ ของชิ้นงาน หากมีข้อบกพร่องก็ควรนาไปแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงาน ประเภทนี้ผู้เรียนจาต้องมีความรู้ความสามารถในด้านของคอมพิวเตอร์ ด้าน ภาษาโปรแกรมและเครื่องมือต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางานทั้งหมด
    • ตัวอย่างของโครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน 1. โปรแกรมสารบรรณสาเร็จรูป: Readymade Archivis 2. โปรแกรมระบบฐานข้อมูลทางการแพทย์เบื้องต้น 3. โปรแกรมระบบแฟ้มฐานข้อมูลผู้เรียน 2001 4. เครื่องรดน้าต้นไม้และให้อาหารปลาผ่านโทรศัพท์มือถือ 5. เครื่องให้อาหารไก่ไข่อัตโนมัติ 6. ระบบบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียนของโรงเรียน 7. ระบบจัดการข้อมูลการเงินส่วนบุคคล 8. ระบบจองตั๋วรถไฟบนอินเทอร์เน็ต 9. ระบบแนะนาเส้นทางเดินรถประจาทาง 10. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงสาหรับคนตาบอดบนรถประจาทาง 11. โปรแกรมออกและตรวจข้อสอบ 12. โฮมเพจส่วนบุคคล
    • • โครงงานพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกม เพื่อความรู้ โดยเน้นเกม ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่ รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกความคิดอย่างมีหลักการ โครงงาน ประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้ น่าสนใจแก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะ ได้ทาการสารวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไป และ นามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นเกมที่แปลกใหม่ และ น่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่างๆ
    • ตัวอย่าง - เกมหมากรุก - เกมทายคาศัพท์ - เกมการคานวณเลข - เกมหมากฮอต - เกมลับสมอง
    • ให้นักเรียนคิดหาคาตอบว่า เราทาสิ่งต่อไปนี้เพื่อ แก้ปัญหาอะไร ? ได้ประโยชน์อย่างไร ? กิจกรรมต่อไปนี้ปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาอะไร ? ได้ประโยชน์ อย่างไร ?
    • 1. ไปเที่ยวศูนย์การค้า เพื่อแก้ปัญหา การเกิดความเครียด ต้องการพักผ่อน และซื้อ เครื่องใช้ ประจาตัว ได้ประโยชน์ คือ เพื่อขจัดความเครียด ได้พักผ่อนและได้เครื่องใช้ ประจาตัว 2. ทาความสะอาดบ้าน เพื่อแก้ปัญหา หาของยาก พื้นที่ว่างมีน้อย ได้ประโยชน์ คือ สิ่งของเครื่องใช้เป็นระเบียบมากขึ้น พื้นที่ว่างมีมากขึ้น
    • 3. ดูทีวี เพื่อแก้ปัญหา การเกิดความเครียด ต้องการพักผ่อน ต้องการติดตามข่าว ได้ประโยชน์ คือ ขจัดความเครียด ได้พักผ่อน และได้ติดตามข่าวสาร บ้านเมือง 4. ซื้อจักรยานยนต์ เพื่อแก้ปัญหา การใช้รถยนต์หรือรถจักรยานใช้เวลานาน ได้ประโยชน์ คือ เดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้น
    • 5. ทานา เพื่อแก้ปัญหา ความยากจน การว่างงาน และขาดแคลนข้าว ได้ประโยชน์ คือ มีข้าวกิน มีงานทา ได้เงินจากการขายข้าว 6. มาเรียนหนังสือ เพื่อแก้ปัญหา การขาดความรู้ในการดาเนินชีวิต ได้ประโยชน์ คือ มีความรู้ สามารถนาไปสอบได้
    • 7. ตั้งใจเรียน เพื่อแก้ปัญหา ไม่เข้าใจในเนื้อหาของบทเรียน ทาการบ้านไม่ได้ ได้ประโยชน์ คือ เข้าใจในบทเรียน ทาการบ้านได้ 8. เรียนภาษาอังกฤษ เพื่อแก้ปัญหา การขาดความรู้ทางภาษาอังกฤษ ไม่สามารถพูด สื่อสารกับชาวต่างชาติได้ ได้ประโยชน์ คือ สามารถคุยกับชาวต่างชาติได้รู้เรื่อง
    • 9. เรียนคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ปัญหา การทารายงานโดยการเขียนใช้เวลานาน ใช้คอมพิวเตอร์ ไม่เป็นทาให้ปิดช่องทางในการสื่อสารอีกหลายช่องทาง ได้ประโยชน์ คือ ทางานเร็วขึ้น สามารถติดต่อสื่อสารกับคนทั่วโลกได้ง่ายขึ้น 10. สมัครงาน เพื่อแก้ปัญหา ว่างงาน ไม่มีเงิน ได้ประโยชน์ คือ มีงานทา มีเงิน
    • ให้นักเรียนเลือกกระบวนการหรือกิจกรรมที่ต้องน่าจะทา ได้เมื่อทากิจกรรมต่อไปนี้
    • 1. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่บ้าน (ต้องตอบให้ครบทุกวิธี) วิธีที่ 1 ปลูกในกระถางดินเผา เกณฑ์ที่เลือกใช้ ... พื้นที่มีจากัด ... วิธีที่ 2 ปลูกในกระบะไม้ เกณฑ์ที่เลือกใช้ ...เป็นไม้ที่สามารถปลูกในกระบะได้ วิธีที่ 3 ปลูกในร่องสวน เกณฑ์ที่เลือกใช้ สามารถรดน้าให้พืชได้ง่ายกว่าแบบอื่น ๆ วิธีที่ 4 ปลูกพื้นที่ข้างบ้าน เกณฑ์ที่เลือกใช้ พืชที่ปลูกควรมีความร่มเย็น ให้อากาศ บริสุทธิ์
    • 2. เก็บอาหารให้อยู่ได้นาน ๆ (ต้องตอบให้ครบทุกวิธี) วิธีที่ 1 ดองเค็ม เกณฑ์ที่เลือกใช้ ผักและผลไม้ที่มีความหวานและความเปรี้ยว วิธีที่ 2 .การรมควัน เกณฑ์ที่เลือกใช้ เลือกผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์. • ผัก ควรเป็น ผักใบ หรือผักเนื้อแน่น สด มีความแก่หรืออ่อนเท่ากัน วิธีที่ 3 การแช่อิ่ม เกณฑ์ที่เลือกใช้ ผักและผลไม้อยู่ได้นาน วิธีที่ 4 .การตากแห้ง. เกณฑ์ที่เลือกใช้ . ผลไม้ ผัก หรือเนื้อสัตว์ที่ต้องการนาความชื้น ออกจากอาหาร
    • 3. ตกแต่งห้องเรียนให้สวยงาม (ต้องตอบให้ครบทุกวิธี) วิธีที่ 1 บริเวณหน้าห้องเรียน เกณฑ์ที่เลือกใช้ กระดานที่สะอาด พื้นห้องที่สะอาด บอร์ดน่ารู้ ต่างๆ วิธีที่ 2 บริเวณเพดานห้อง เกณฑ์ที่เลือกใช้ พัดลม และเพดานที่ปราศจากหยักใย้ วิธีที่ 3 บริเวณนอกห้อง เกณฑ์ที่เลือกใช้ การจัดวางรองเท้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อย วิธีที่ 4 บริเวณในห้อง เกณฑ์ที่เลือกใช้ การจัดโต๊ะและเก้าอี้ที่เป็นระเบียบ
    • 4. .การทาความสะอาดบ้าน (ข้อนี้ ให้นักเรียนกาหนดกิจกรรมเอง 1 กิจกรรม ต้องตอบให้ครบทุกวิธี ) วิธีที่ 1 บริเวณในบ้าน เกณฑ์ที่เลือกใช้ .พื้นห้องที่สะอาด และการจัดของที่เป็น ระเบียบ วิธีที่ 2 บริเวณนอกบ้าน เกณฑ์ที่เลือกใช้ การจัดสวนต้นไม้อย่างสวยงาม วิธีที่ 3 บริเวณริมถนน เกณฑ์ที่เลือกใช้ ความสะอาดภายนอกบ้านบริเวณข้างทาง วิธีที่ 4 .บริเวณอ่างน้า เกณฑ์ที่เลือกใช้ .ความสะอาดของอ่างน้าโดยไม่มีตะไคร่น้า
    • ใบงานที่ 11 เรื่อง กาหนดและลาดับขั้นตอนการปฏิบัติ
    • 1. การสารวจสภาพน้าที่คูเมือง ขั้นที่ 1 เตรียมเครื่องมือที่ใช้ในสารวจ ได้แก่ เครื่องมือตรวจวัด คุณภาพน้า,กล้องถ่ายรูป,สมุดบันทึก ขั้นที่ 2 เดินทางไปที่คูเมือง ตาแหน่งที่ 1 ด้านทิศเหนือด้วย รถจักรยานยนต์พร้อมเครื่องมือสารวจ ขั้นที่ 3 สังเกตสีของน้าจากแหล่งน้าโดยตรง หรือตักน้าขึ้นมาใส่ ขวดแก้วใสแล้วจึงสังเกตสี โดยสีที่เกิดขึ้นของน้าเป็นตัวชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่ ทาให้เกิดสีได้อย่างคร่าวๆ และมาสารวจสภาพน้าที่คูเมืองเป็นระยะ
    • 2. การทาร่มกระดาษสาที่บ่อสร้าง ขั้นที่ 1 หาข้อมูลเกียวกับสถานที่และการเดินทาง พร้อมทั้งศึกษา ข้อมูลการทาร่มกระดาษสา ขั้นที่ 2 เตรียมอุปกรณ์ ได่แก่ สมุดบันทึก อุปกรณ์บันทึกเสียงและ กล้องถ่ายรูป ขั้นที่ 3 เดินทางไปยังบ้านบ่อสร้าง อ.สันกาแพง ขั้นที่ 4 ศึกษาวิธีการทาจากวิทยากรและลงมือทาตามขั้นตอน
    • 3. การรีไซเคิลกล่องนม ทาเป็นผ้ากันเปื้อน ขั้นที่ 1 หาข้อมูลเกี่ยวกับอุกรณ์และขั้นตอนการทา ขั้นที่ 2 เตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เช่น กล่องนม กรรไกร เข็ม ด้าย เชือก เป็นต้น ขั้นที่ 3 ทาตามขั้นตอนที่หาจากข้อมูล ขั้นที่ 4 ทดลองใช้งาน และนาไปใช้จริงได้
    • ใบงานที่12
    • “ นักเรียนคนหนึ่งต้องการซื้อของฝากให้เพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัด จึง เดินทางจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ไปซื้อของฝากที่ตลาดวโรรส (กาดหลวง) แล้วกลับมาโรงเรียนอีกครั้ง “ ให้นักเรียนอธิบายกิจกรรมที่เกิดขึ้นตามหัวข้อที่ กาหนดให้ต่อไปนี้ ?
    • “ นักเรียนต้องการไปตลาดวโรรส “ A = โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย B = ตลาดวโรรส
    • 1. ตระหนักในปัญหาและความจาเป็น คาอธิบาย ต้องการซื้อของฝากเพื่อนาไปให้เพื่อนที่ตนจะไป เยี่ยม 2. คิดวิเคราะห์วิจารณ์ ( เลือกของที่จะซื้อเพื่อนาไปฝาก เพื่อน) คาอธิบาย เลือกซื้อน้าพริกหนุ่ม เพราะเป็นอาหารประจา ภาคเหนือ
    • 3. สร้างทางเลือกอย่างหลากหลาย คาอธิบาย ทางแรกจากโรงเรียนยุพราชผ่านสี่ แยกตลาดสมเพชร สี่ แยกศรีพิงค์ ถึงตลาดวโรรส ทางที่สองจากโรงเรียนยุพราชผ่านสี่ แยก ร้านถ่ายรู ป เลี้ยวซ้ายไปร้านโจ๊ก เลี้ยวขวาไปที่แจ่งศรีภูมิ ตรงไป ถึง โรงแรมเพรสซิ เดนท์ ตรงไปถึงสี่ แยกตลาดเมืองใหม่ ตรงไปถึงเจดีย์ ขาว แล้วเลี้ยงขวา ผ่านสี่ แยกสะพานนครพิงค์ 4. ประเมินทางเลือกและเลือกทางเลือก (เลือกวิธีการเดินทาง หลาย ๆ วิธี) คาอธิบาย เลือกทางแรกจากโรงเรียนยุพราชผ่านสี่ แยกตลาดสม เพชร สี่แยกศรีพิงค์ ถึงตลาดวโรรสเพราะระยะทางสั้น และใช้เวลาใน การเดินน้อยกว่าทางที่สอง
    • 5. กาหนดและลาดับขั้นตอนการปฏิบัติ (กาหนดวิธีการเดินทางที่เหมาะสมจากข้อ 4) คาอธิบาย 1. วางแผนรายการอาหารที่ตองการจะซื้อ คือ น้าพริกหนุ่ม 2. กาหนดเวลาในการเดินทางและซื้ออาหาร 3. เลือกวิธีการเดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์ และเดินทาง 4. ตรวจสอบรายการอาหาร 5. เดินทางกลับโรงเรียน
    • 6. ปฏิบัติด้วยความชื่นชม คาอธิบาย ทางเดินด้วยความสบายใจ กาย ไม่รีบเร่ ง 7. ประเมินระหว่างปฏิบัติ คาอธิบาย ใช้เวลาเดินทางหรือติดขัดนานหรือไม่ 8. ปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอ คาอธิบาย โดยการวางแผนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดการผิดพลาดของลาดับ ขั้นตอนการปฏิบัติ 9. ประเมินผลรวมเพื่อให้เกิดความภูมิใจ คาอธิบาย ทุกอย่างเป็ นไปตามที่กาหนดหรือลาดับขั้นตอนการปฏิบัติ ดีหรื อไม่
    • ใบงานที่ 13 เรื่อง การเลือกหัวข้อโครงงาน คอมพิวเตอร์
    • ชื่อโครงงาน ประเภทของโครงงาน การพัฒนาสื่อ เพื่อการศึกษา การพัฒนา เครื่องมือ การทดลอง ทฤษฎี การประยุกต์ ใช้งาน การพัฒนาโปรแกรม ประยุกต์ 1. ภูมิศาสตร์ และระบบจัดการร้านอาหาร(Restaurant with Landscape) 2. สื่อเพื่อการศึกษาอาเซียน 3. การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นด้วย PHP และ Dreamweaver MX 4. การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเลี้ยงปลานิลด้วยคอมพิวเตอร์ 5. โครงงานโปรแกรมอ่านอักษรไทย 6. โปรแกรมสังเคราะห์เสียงพูดเบื้องต้น 7. โครงงานโปรแกรมเข้าและถอดรหัสข้อมูล 8. โครงงานพัฒนาเกม ชื่อโครงงานเกมพัฒนาการด้านEQ
    • ใบงานที่ 14 เรื่อง การศึกษาข้อมูล โครงงาน
    • โครงงานที่น่าสนใจจัดทาเพื่อนาเสนอ ชื่อโครงงาน แหล่งที่ใช้ศึกษาข้อมูล ระยะเวลาในการศึกษา โครงงานที่ 1. รถไถเทอร์โบของไทย 1. พื้นที่ทานาของประชากร 2. สหกรณ์การเกษตรและการพัฒนา อุตสาหกรรม 2 เดือน โครงงานที่ 2. การเปรียบเทียบเทคนิคของตัด รูปในโฟโต้ชอป 1. หนังสือคู่มือเทคนิคโฟโต้ชอป 2. หนังสือตาราโปรแกรมadobe 2 สัปดาห์ โครงงานที่ 3. โปรแกรมออกและตรวจคาผิด 1. หนังสือการเขียนโปรแกรมขั้นสูง 2. พจนาณุกรมภาษาไทย 1 เดือน
    • ใบงานที่ 15 เรื่อง การวิเคราะห์โครงงานและเลือก โครงงาน
    • ลาดับโครงงานที่นามาวิเคราะห์/การให้คะแนน โครงงาน 1 รถไถเทอร์โบของไทย โครงงาน 2 การเปรียบเทียบเทคนิคของตัด รูปในโฟโต้ชอป โครงงาน 3 โปรแกรมออกและ ตรวจ หมายเหตุ คะแนน (1-4) คะแนน (1-4) คะแนน (1-4) 1 ความรู้ และประสบการณ์ในโครงงาน 2 4 3 2 ความตั้งใจ สนใจ และจริงใจ 3 4 3 3 เครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์ 1 4 3 4 ความเหมาะสมของสถานที่ปฏิบัติงาน 1 4 3 5 การใช้จ่ายเงินทาโครงงาน 1 4 4 6 ความเห็นชอบของครู อาจารย์ที่ปรึกษา 2 3 3 7 การสนับสนุนของเพื่อนในกลุ่ม 1 4 3 8 การขยายโครงงาน 1 4 3 9 ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม 3 4 2 10 ความสะดวกต่างๆ ในการปฏิบัติงาน 1 4 3 รวม 16 39 31
    • ใบงานที่ 16 เรื่อง ปฏิทินการปฏิบัติงาน
    • ปฏิทินการปฏิบัติงาน โครงงาน อ่านกันเถอะอ่านหนังสือ รูปแบบการจัดทาโครงงาน E – book จากเรื่องที่ เลือก
    • วันเดือนปี – เวลา รายการปฏิบัติงาน กิจกรรมที่จัดทา หมายเหตุ 1 พฤศจิกายน 55 เลือกโครงงานและรูปแบบใน การจัดทา เลือกหัวข้อและวางแผนปฏิบัติงาน รูปแบบผลงานเป็น E – book เท่านั้น 2 พฤศจิกายน 55 ปฏิบัติการทาโครงงาน ค้นหาข้อมูลหนังสือที่น่าสนใจ 8 พฤศจิกายน 55 ส่งให้ครูตรวจสอบครั้งที่ 1 ครูตรวจสอบพร้อมบอกถึงข้อบกพร่องและ แนะนา 12 พฤศจิกายน 55 ปฏิบัติการทาโครงงาน (ต่อ) แก้ไขจุดบกพร่องและหาข้อมูลเพิ่มเติม 16 พฤศจิกายน 55 ส่งให้ครูตรวจสอบครั้งที่ 2 งานถูกต้องและมีความพร้อมมากขึ้น. 19 พฤศจิกายน 55 บันทึกลงแผ่น CD และทา รายงานประกอบ ตรวจสอบงานและทาการบันทึกใส่ แผ่น CD และทารายงานประกอบ ให้ทาเป็นเอกสาร ขนาด A5 (พิมพ์จากกระดาษ A4 ไม่เกิน 2 แผ่น แบ่ง ซ้าย ขวา เย็บสันกลาง ปกหลังใน ติดซองซีดีที่เป็นพลาสติก 15 กันยายน ส่งงาน (งานที่เป็น CDและรายงาน ประกอบโครงงาน)และ นาเสนองาน นาเสนอข้อมูล ให้นาส่งด้วยตนเอง/มาพร้อม กันทั้งกลุ่ม
    • รายชื่อสมาชิก นางสาวภัทโรทัย รอยอินทรัตน์ เลขที่ 11 นางสาวจารุวรรณ กวงคา เลขที่ 43 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/13