บทที่ 1 กำเนิดเอกภพ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

บทที่ 1 กำเนิดเอกภพ

on

  • 16,903 views

 

Statistics

Views

Total Views
16,903
Views on SlideShare
13,492
Embed Views
3,411

Actions

Likes
4
Downloads
248
Comments
0

5 Embeds 3,411

http://krudaybanphot.wordpress.com 3386
https://www.facebook.com 12
https://www.google.co.th 10
http://www.google.co.th 2
http://www.google.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    บทที่ 1 กำเนิดเอกภพ บทที่ 1 กำเนิดเอกภพ Presentation Transcript

    • ครูณรงค์ศักดิ์ พลแก้วโรงเรียนบรรพตพิสัยพิทยาคม
    • กาเนิดเอกภพเริ่มนับจากจุดที่เรียกว่า บิกแบง (Big Bang)“บิกแบง” เป็นชื่อที่ใช้เรียกทฤษฎีกาเนิดเอกภพทฤษฎีหนึ่ง ปัจจุบันทฤษฎีบิกแบงเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเพราะมีปรากฏการณ์หลายอย่างที่สอดคล้องหรือเป็นไปตามทฤษฎีบิกแบง ก่ อ นการเกิ ด บิ ก แบง เอกภพเป็ น พลั ง งานล้ ว น ๆ ภายใต้อุณหภูมิที่สูงยิ่ง จุดบิกแบงจึงเป็นจุดที่พลังงานเริ่มเปลี่ยนเป็นสสารครั้งแรก เป็นจุดเริ่มต้นของเวลาและอวกาศ
    • ปัจจุบันเอกภพประกอบด้วยกาแล็กซีจานวนเป็นแสนล้านแห่ง ระหว่างกาแล็กซีเป็นอวกาศที่เวิ้งว้างกว้างไกล เอกภพจึงมีขนาดใหญ่ ม าก โดยมี รั ศ มี ไ ม่ น้ อ ยกว่ า 15,000 ล้า นปี แ สง และมี อ ายุ ป ระมาณ 15,000 ล้ า นปี ภายในกาแล็ ก ซี แ ต่ ล ะแห่ งประกอบด้ ว ยดาวฤกษ์ จ านวนมากมาย รวมทั้ ง แหล่ ง ก าเนิ ดดาวฤกษ์ที่เรียกว่า เนบิวลา และที่ว่าง โลกของเราเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ ซึ่งเป็นสมาชิกหนึ่งของกาแล็กซีของเรา
    • บิ ก แบง เป็ น ทฤษฎี ที่ อ ธิ บ ายถึ ง การระเบิ ด ใหญ่ ที่ ท าให้พลังงานส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นเนื้อสาร มีวิวัฒนาการต่อเนื่องจนเกิดเป็นกาแล็กซี เนบิวลา ดาวฤกษ์ ระบบสุริยะ โลก ดวงจันทร์มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
    • ขณะเกิดบิกแบง มีเนื้อสารเกิดขึ้นในรูปของอนุภาคพื้นฐานชื่อ ควาร์ก (Quark) อิเล็กตรอน (Electron) นิวทริโน (Neutrino)และโฟตอน (Photon) ซึ่งเป็นพลังงานด้วย เมื่อเกิดอนุภาคก็จะเกิดปฏิอนุภาค (Anti-particle) ที่มีประจุไฟฟ้าตรงข้าม ยกเว้นนิวทริโนและแอนตินิวทริโน ไม่มีประจุไฟฟ้า เมื่อปฏิอนุภาคพบกับอนุภาคชนิดเดียวกันจะหลอมรวมกัน เนื้อสารเปลี่ยนไปเป็นพลังงานจนหมดสิ้น
    • ถ้าเอกภพมีจานวนอนุภาคเท่ากับปฏิอนุภาคพอดี เมื่อพบกันจะกลายเป็นพลังงานทั้งหมด ก็จะไม่เกิดกาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุ ริ ย ะ โชคดี ที่ ใ นธรรมชาติ มี อ นุ ภ าคมากกว่ า ปฏิ อ นุ ภ าคดังนั้นเมื่อปฏิอนุภาคพบกับอนุภาค นอกจากจะได้พลังงานเกิดขึ้นแล้ว ยังมีอนุภาคเหลืออยู่ และนี่คืออนุภาคที่ก่อกาเนิดเป็นสสารของเอกภพในปัจจุบัน
    • หลังบิกแบงเพียง 10-6 วินาที อุณหภูมิของเอกภพจะลดลงเป็นสิบล้านล้านเคลวิน ทาให้ควาร์กเกิดการรวมตัวกัน กลายเป็นโปรตอน (นิวเคลียสของไฮโดรเจน) และนิวตรอน หลังบิกแบง 3 นาที อุณหภูมิของเอกภพลดลงเป็นร้อยล้านเคลวิ น มี ผ ลให้ โ ปรตอนและนิ ว ตรอนเกิ ด การรวมตั ว เป็ นนิวเคลียสของฮีเลียม ในช่วงแรก ๆ นี้ เอกภพขยายตัวอย่างเร็วมาก
    • นิวเคลียสของฮีเลียม ประกอบด้วยโปรตอน (p) 2 อนุภาคและนิวตรอน (n) 2 อนุภาค
    • หลังบิกแบง 300,000 ปี อุณหภูมิลดลงเหลือ 10,000 เคลวินนิวเคลียสของไฮโดรเจนและฮีเลียม ดึงอิเล็กตรอนเข้ามาอยู่ในวงโคจร เกิดเป็นอะตอมไฮโดรเจนและฮีเลียม ตามลาดับ กาแล็กซีต่าง ๆ เกิดหลังบิกแบง อย่างน้อย 1,000 ล้านปีภายในกาแล็กซีมีธาตุไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นสารเบื้องต้น ซึ่งก่อกาเนิดเป็นดาวฤกษ์รุ่นแรก ๆ ส่วนธาตุต่าง ๆ ที่มีมวลมากกว่าฮีเลียมเกิดจากดาวฤกษ์ขนาดใหญ่
    • อะตอมของไฮโดรเจน อะตอมของฮีเลียม
    • ฮั บ เบิ ล เป็ น นั กดาราศาสตร์ ช าวอเมริ กัน ที่ค้นพบว่า กาแล็กซีจะเคลื่อนที่ไกลออกไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นตามระยะห่าง กาแล็กซีที่อยู่ ไ กล ยิ่ ง เคลื่ อ นที่ ห่ า งออกไปเร็ ว กว่ ากาแล็กซีที่อยู่ใกล้ นั่นคือเอกภพขยายตัว จากความเข้ า ใจในเรื่ อ งนี้ ท าให้ นั ก ดาราศาสตร์สามารถคานวณอายุของเอกภพได้
    • การค้ น พบอุ ณ หภู มิ ข องเอกภพใน ปัจจุบันหรืออุณหภูมิพื้นหลัง เป็นการอาร์โน เพนเซียส ค้นพบโดยบังเอิญของนักวิทยาศาสตร์ ชาวอเมริกัน 2 คน คือ อาร์โน เพนเซียส และโรเบิร์ต วิลสัน แห่งห้องปฏิบัติการ เบลเทเลโฟน โรเบิร์ต วิลสัน
    • เมื่อปี พ.ศ.2508 ขณะนั้น อาร์โน เพนเซียส และโรเบิร์ต วิลสันกาลังทดสอบระบบเครื่องรับสัญญาณของกล้องโทรทรรศน์วิทยุปรากฏว่ามีสัญญาณรบกวนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคื น หรื อฤดูต่ า ง ๆ แม้ เ ปลี่ ย นทิ ศ ทางและท าความสะอาดสายอากาศแล้วก็ยังมีสัญญาณรบกวนอยู่เช่นเดิมต่อมาทราบภายหลังว่าเป็นสัญญาณที่เหลืออยู่ในอวกาศ เทียบได้กับพลังงานของการแผ่รังสีของวัตถุดาที่มีอุณหภูมิประมาณ 3เคลวิน หรือประมาณ -270 องศาเซลเซียส
    • ดังนั้นการพบพลังงานจากทุกทิศทุกทางในปริมาณที่เทียบได้ กั บ พลั ง งานที่ เ กิ ด จากการแผ่ รั ง สี ข องวั ต ถุ ด าที่ มี อุ ณ หภู มิประมาณ 3 เคลวิน จึงเป็นอีกข้อหนึ่งที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบงได้เป็นอย่างดี
    • กาแล็กซีทางช้างเผือก
    • ทางช้างเผือกบริเวณกลุ่มดาวแมงป่อง
    • โครงสร้างของกาแล็กซีทางช้างเผือก
    • ภาพถ่ายอินฟราเรดของทางช้างเผือก
    • แผนภาพส้อมเสียงของฮับเบิล
    • กาแล็กซีเซย์เฟิร์ต
    • กาแล็กซีวิทยุ NGC 5128
    • กาแล็กซีกังหัน กาแล็กซีแอนโดรเมดาซึ่งอยู่ห่างจากโลก 2.4 ล้านปีแสง
    • กาแล็กซีกังหันมีแกน กาแล็กซี NGC 1097ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 50 ล้านปีแสง
    • กาแล็กซีรูปไข่กาแล็กซี Messier 87
    • กาแล็กซีไร้รูปทรงกาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่
    • การยุบรวมของกาแล็กซี NGC 4038 และ NGC 4039