A-PDF WORD TO PDF DEMO: Purchase from www.A-PDF.com to remove the watermark                                               ...
( รู ปที1)ตัวอย่างรู ปสัญลักษณ์และระบบข้อมูลแสดงประเภทสิ นค้าอันตราย8ชุ ดปองกันอันตรายจากสารเคมี (Chemical Protective Clot...
Level B ProtectionLevel C Protection            ่ใช้เมือรู ้วาสารเคมีเป็ นอันตรายต่อทางเดินหายใจ มีการวัดความเข้มข้นของสาร...
การปฏิบัตการของหน่ วยรักษาพยาบาล ณ ทีเกิดเหตุ          ิ                                                                  ...
ใช้มือควัก-ปาดออก, ตัดเสื อผ้าออก(Dry Decontamination)                                     ล้างตา/แผล เป็ นลําดับแรก      ...
จําเป็ นต้องทํา การล้างพิษ จนกว่าจะได้ขอมูลว่าไม่จาเป็ น (เช่นในกรณี สัมผัส carbon monoxide)                              ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การประเมินเตรียมพร้อมของโรงพยาบาลในการตอบโต้ เหตุฉุกเฉินอุบัติภัยสารเคมี

2,935 views
2,786 views

Published on

การประเมินเตรียมพร้อมของโรงพยาบาลในการตอบโต้ เหตุฉุกเฉินอุบัติภัยสารเคมี
(Hospital Preparedness assessment for Toxicological Mass Casualties)

Published in: Health & Medicine
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,935
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
87
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การประเมินเตรียมพร้อมของโรงพยาบาลในการตอบโต้ เหตุฉุกเฉินอุบัติภัยสารเคมี

  1. 1. A-PDF WORD TO PDF DEMO: Purchase from www.A-PDF.com to remove the watermark การประเมินเตรียมพร้ อมของรพ.ในการตอบโต้ เหตุฉุกเฉินอุบัตภัยสารเคมี ิ (Hospital Preparedness assessment for Toxicological Mass Casualties) น .พ. กิติพงษ์ พนมยงค์ พบ., วว. เวชปฏิบติทวไป ั ั MHSCc. (OHS) QUT Australia อว. เวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์ หลักการเตรี ยมความพร้อมเพือดูแลผูประสบภัยจากสารเคมีของโรงพยาบาลเท่านันซึงโดยทัวไปเราอาจแบ่งได้คร่ าวๆ ดังต่อไปนี4-7 ้ การปฏิบติของโรงพยาบาลเมือได้รับแจ้งเหตุแผนการจัดการผูป่วย ั ้ การหาข้อมูลของสารเคมีและชุดป้ องกันสารเคมี การปฏิบติการของหน่วยรักษาพยาบาล ณ ทีเกิดเหตุ ั การปฐมพยาบาล, คัดกรองผูป่วย และการลดการปนเปื อนสารเคมี ้ การปฏิบติการของหน่วยรักษาพยาบาล ขณะนําส่ง ั การปฏิบติการของหน่วยรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาล ั อุปกรณ์ทีจําเป็ นต้องนํามาใช้ได้ทนที ั การปฏิบัตของโรงพยาบาลเมือได้ รับแจ้ งเหตุ ิ ยืนยันการเกิดเหตุ แจ้งหน่วยเวชบริ การฉุ กเฉิ นให้จด เตรี ยมบริ เวณทีล้างพิษ ั แจ้งให้หน่วยบริ การที เกียวข้องทุกหน่วยทราบ ซักซ้อมชุดปฏิบติการ ล้างพิษ ั ระลึกเสมอว่าผูป่วยทุกรายได้รับพิษจนกว่าจะพิสูจน์ได้ ้ ่ โดยหัวใจสําคัญอยูทีข้อมูลต่างๆดังต่อไปนี กรณี ไม่ทราบข้อมูลต้องอนุมานว่าเป็ นสารเคมีทีเป็ นพิษมากทีสุ ด ชนิดและลักษณะของอุบติภยเช่น การระเบิด, การรัวของก๊าซ, หรื ออุบติเหตุขณะขนส่ง ั ั ั หมายเลขโทรศัพท์ของผูแจ้งเหตุ ้ จํานวน,อาการของผูป่วยและลักษณะการบาดเจ็บร่ วมอืนๆเช่นไฟ,ระเบิด,การบาดเจ็บทางกายภาพ ้ การทําลายล้างพิษภาคสนามและเวลาทีคาดว่าผูป่วยจะมาถึงเพือการเตรี ยมพร้อมของรพ. ้ ข้อมูลชือของสารเคมีทีเกียวข้อง(ถ้าเป็ นไปได้)ซึงบอกถึงความเป็ นพิษและเป็ นประโยชน์ต่อการรักษา การระบุชนิดของสารเคมีทเป็ นไปได้ ี ซึงสามารถหาได้จากรู ป สัญลักษณ์ประเภทสิ นค้าอันตราย (Label) หรื อ Placards ( รู ปที1), เอกสารการขนส่ง(Transportation sheet),และ ฐานข้อมูล เป็ นต้น 1
  2. 2. ( รู ปที1)ตัวอย่างรู ปสัญลักษณ์และระบบข้อมูลแสดงประเภทสิ นค้าอันตราย8ชุ ดปองกันอันตรายจากสารเคมี (Chemical Protective Clothing) ้ชุดป้ องกันอันตรายจากสารเคมี(Chemical Protective Clothing)เป็ นชุดทีถูกออกแบบมาเพือใส่ป้องกันไม่ให้ส่วนต่างๆของร่ างกายมี การสัมผัสต่อสารเคมีอันตราย การใช้อุปกรณ์ปกป้ องส่วนบุคคล จะต้องพิจารณาให้ครบทังชุด ปกป้ องศีรษะโดยใช้หมวกนิรภัย ปกป้ องตาโดยใช้แว่นนิรภัยซึงเลนส์ ทําด้วยวัสดุทีสามารถทนแรงกระแทกได้ หรื อทีครอบตา (Goggles) ปกป้ องหูดวยทีอุดหู และ ปกป้ องเท้าด้วยรองเท้านิรภัยซึงกันสารเคมีได้ เป็ นต้น โดย EPA ้(Environment Protection Agency) หน่วยงานด้านสิ งแวดล้อมของ สหรัฐอเมริ กาได้มีการจําแนกตามความต้องการทีจะใช้ป้องกันสารเคมีในแต่ละสถานการณ์มี 4 ชนิดคือLevel A Protectionให้การป้ องกันในระดับสูงสุ ด ทังด้านการหายใจ การสัมผัส กับ ผิวหนัง ดวงตา และ ส่วนต่างๆ ของร่ างกาย ป้ องกันสารเคมีทงในรู ป ของแข็ง ของเหลว และ ัก๊าซสามารถเข้าเขต Hot Zoneได้ LEVEL A Protection ชุ ดประกอบด้ วย ถังอากาศทีมีความดันมากกว่าความดันบรรยากาศ ชุดทนสารเคมีแบบคลุมทังตัวไร้รอยต่อ ถุงมือและรองเท้าบูททีทนต่อสารเคมี ้ ข้อบ่งใช้ ไม่ทราบว่าสารเคมีนนคืออะไร ั ทราบว่าสารเคมีนนสามารถดูดซึมทางผิวหนังได้ ั ทราบว่าสารเคมีนนเป็ นอันตรายเมือสัมผัสผิวหนังในรู ปไอหรื อของเหลว ั ปฏิบติงานในบริ เวณทีอับ และ ไม่มีการระบายอากาศ (confined space) ัLevel B Protectionใช้ป้องกันระบบทางเดินหายใจในระดับสู งสุ ดแต่ระดับการป้ องกันจะรองลงมาสําหรับผิวหนังและดวงตาโดย มากจะใช้ป้องกัน ของเหลวหรื อวัตถุกระเด็นเป็ นชุดทีหุ มทังตัวแต่ไม่หมด ไอระเหยและฝุ่นสามารถเข้าตามรอยต่อบริ เวณคอ ข้อมือได้ ้ ชุดประกอบด้วย ถังอากาศทีมีความดันมากกว่าความดันบรรยากาศ ชุดทนสารเคมีคลุมยาวตลอดแขนขา ถุงมือและรองเท้าบูททีทนต่อสารเคมี ้ ข้อบ่งชีทราบว่าสารเคมีนนเป็ นอันตรายเมือสัมผัสผิวหนังในรู ปของเหลว (ไม่ป้องกันการสัมผัสไอหรื อแก๊สทีผิวหนัง) ั ทราบว่าสารเคมีนนเป็ นไอหรื อแก๊สทีเป็ นพิษทางการหายใจ ั ปฏิบติงานในบริ เวณทีทีมี ออกซิเจนน้อย ั 2
  3. 3. Level B ProtectionLevel C Protection ่ใช้เมือรู ้วาสารเคมีเป็ นอันตรายต่อทางเดินหายใจ มีการวัดความเข้มข้นของสารเคมี และมีขอบ่งชีในการใช้ air-purifying respirators อันตรายจากการสัมผัส ้ทางผิวหนังค่อนข้างน้อย และตลอดการปฏิบติงานภายใต้ชุดดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสภาพอากาศเป็ นระยะ ั Level C Protectionชุดประกอบด้วย เครื องช่วยหายใจชนิดทีมีไส้กรองอากาศ ชุดทนสารเคมีแบบคลุมทังตัวไร้รอยต่อ ถุงมือและรองเท้าบูททีทนต่อสารเคมี ้ ข้อบ่งใช้ ทราบว่าสารเคมีนนคืออะไรและป้ องกันได้ดวย air purifying respiratory protective device (ทราบ ชนิดและทราบว่าความ ั ้ เข้มข้นน้อยกว่า 1000 ppm) ทราบว่าสารเคมีนนเป็ นอันตรายเมือรับสัมผัสทางการหายใจ ั ปฏิบติงานในบริ เวณทีมีออกซิเจนพอเพียง ั Level D Protectionคือชุดใส่ทางานทัวไป ใช้กรณี ดูแลหลังจากได้รับการ decontamination และ ควบคุมสถานการณ์แล้วไม่ควรใส่ในทีซึงมีสิง คุกคามต่อผิวหนังหรื อทางเดิน ํหายใจ Level D Protection 3
  4. 4. การปฏิบัตการของหน่ วยรักษาพยาบาล ณ ทีเกิดเหตุ ิ ้ ัเมือทีมเวชบริ การฉุ กเฉิ นทีพร้อมจะให้การช่วยเหลือไปถึงจุดเกิดเหตุ ให้เข้ารายงานตัวกับผูบญชาการเหตุการณ์ และ ประสานทีม กูภย( HAZ.MAT team ) ้ ัรับทราบแผนการปฏิบติและการกําหนดพืนทีแบ่ง พท.ระดับความปลอดภัยต่อสารเคมี (Control Zone)(รู ปที2)และ จุดคัดแยกผูบาดเจ็บ ซึงระยะปลอดภัยจะ ั ้ถูกกําหนดโดยหน่วยงานผูเ้ ชียวชาญ เช่น กรมควบคุมมลพิษ (รู ปที2) การจัดแบ่งบริ เวณของความปลอดภัยต่อสารเคมี (Isolate Area Establish Zones) แบ่ง พท.เป็ น 3 ระดับได้แก่ Hot Zone, Warm Zone, Cold Zone สําหรับรถพยาบาล หํารถไปจอดในทีจุดปลอดภัย ซึงมักเป็ นทีสูง , อยูเ่ หนือลม ต้นนํา เพือหลีกเลียงการสัมผัสสารเคมี และหันหัว รถพยาบาลออก เพือทีจะสามารถเคลือนย้ายได้ทนทีทีเกิดเหตุแทรกซ้อนห้ามผ่านเข้าไปในบริ เวณเขตชําระ ล้างสารเคมี (Warm ั Zone) ก่อนการปฏิบติการด้านรักษาพยาบาลให้ทีมเวชบริ การฉุ กเฉิ นมีการสวมใส่ชุดและอุปกรณ์ป้องกันภัยสารเคมีให้ เหมาะสมกับชนิด ั สารเคมี (อย่างน้อยระดับ C) และให้เรี ยบร้อยก่อนลงจากรถพยาบาล แต่ถาจะเข้าปฏิบติการในเขตชําระ ล้างสารเคมี (Warm Zone) ้ ั หรื อเขต ( Hot Zone) จะต้องคํานึงการเพิมระดับของชุดป้ องกันสารเคมี แพทย์ทีถึงทีเกิดเหตุคนแรกจะเป็ น ผูบญชาการส่วนเวชบริ การฉุ กเฉิ น จนกว่าจะมีผทีมีระดับสูงกว่าในสายการบังคับ บัญชาเข้ารับ ้ ั ู้ ช่วงต่อ เมือมีการรับตัวผูประสบภัยจาก HAZMAT ทีมย้ายมายังจุดปลอดภัย (Cold Zone) จะเป็ นจุดทีเริ มให้การรักษาพยาบาล ก่อนการส่ง ้ ต่อผูประสบภัยไปยังโรงพยาบาล ้ การให้ การปฐมพยาบาล , การประเมินสภาพ และ การลดการปนเปื อนสารเคมี (First Aids, Patient Assessment and Decontamination)ทีมเวชบริ การฉุ กเฉิ นจะมีการประเมินและแบ่งกลุ่มผูประสบภัยตามความเร่ งด่วนทีจะให้การรักษา โดยพิจารณาจาก ทางเดินหายใจ, การหายใจ, การเต้นของ ้ชีพจร ซึงสามารถแบ่งเป็ นการดูแลรักษาอย่างฉุ กเฉิ นและประคับประคอง เช่นการช่วยเหลือในด้านระบบ หายใจ, การให้สารนํา, การลดการเจ็บปวด,ปลอบ ํขวัญ , ให้กาลังใจ, ลดการเคลือนไหวทีไม่จาเป็ น และการดูแลรักษาอย่างจําเพาะ เช่นการให้ยาต้านพิษ ( Antidote ) การลดการปนเปื อน หรื อการล้างพิษ ( ํDecontamination Procedure)การล้ างพิษ ( Decontamination Procedure) ั ่คือกระบวนการการขจัด หรื อทําลายสภาพพิษของวัตถุอนตรายซึงติดอยูบนบุคคลและ/หรื ออุปกรณ์ ในการเกิดอุบติภยจากวัตถุ อันตรายซึงมีจุดประสงค์หลัก ั ัเพือ ลดการบาดเจ็บ ,ลดการดูดซึมของวัตถุอนตรายทีจะเข้าสู่ร่างกาย ั ลดการแพร่ กระจายสู่ชุมชนและสิ งแวดล้อม ลดการปนเปื อนของเจ้าหน้าที (responder)ระบบการล้ างพิษ ( mass casualty decontamination systems) ระบบการล้างพิษหมู่ แบบระบบคู่ คือ มีระบบหนึงสําหรับ ambulatory victims และอีกระบบหนึงสําหรับ non- ambulatory victims ระบบการล้างพิษหมู่ แบบระบบเดียว คือ ล้างทัง ambulatory และ non-ambulatory victims ในระบบเดียวกัน ระบบการล้ างพิษหมู่ แบบระบบคู่ ระบบการล้ างพิษหมู่ แบบระบบเดียววิธีการล้ างพิษ 4
  5. 5. ใช้มือควัก-ปาดออก, ตัดเสื อผ้าออก(Dry Decontamination) ล้างตา/แผล เป็ นลําดับแรก ล้างจากบนลงล่าง หัวจรดเท้า ผูป่วยทีมีประวัติการรับสัมผัสสารเคมีทางตาควรได้รับการปฐมพยาบาลโดยการล้างตาด้วยnormal saline หรื อ นํา ้ สะอาด ข้างละอย่างน้อย 10-15นาที ควรได้รับการตรวจด้วย pH paper จน pH เป็ นกลาง ล้างตัวด้วยนําสะอาดทีไหลอย่างต่อเนืองอย่างน้อย 5 นาที ถ้าสารปนเปื อนมีลกษณะเหนียวหรื อเป็ นนํามันใช้สบู่และแปรงอ่อนช่วย ั ถ้าสารปนเปื อนมีลกษณะเป็ นด่างใช้สบู่และแปรงอ่อนช่วยและล้างด้วยนําสะอาดทีไหลอย่างต่อเนืองอย่างน้อย 15 นาที ั (รู ปที๓)วิธีการล้างพิษการจําหน่ ายผู้ป่วยจาก Support Zone or Cold Zoneผูป่วยทีไม่มีการรับสัมผัสและไม่มีอาการผิดปกติสามารถถูกจําหน่ายได้ การปฏิบัตการของหน่ วยรักษาพยาบาล ขณะนําส่ งการ เคลือนย้ ายผู้ประสบภัยจาก ้ ิจุดเกิดเหตุไปยังโรงพยาบาล สิ งทีทีมช่วยเหลือพึงระลึกเสมอเมือจะมีการการเคลือนย้ายผูประสบภัยจาก จุดเกิดเหตุไปยังโรงพยาบาลคือ ้ ผูบาดเจ็บต้องสะอาดก่อนขึนรถ (ACAP: as clean as possible) ้ ํ ลดการเคลือนไหว,ปลอบขวัญ,ให้กาลังใจ ห่อและคลุมผูบาดเจ็บด้วยผ้าพลาสติก ้ ก่อนล้อหมุน ตรวจสอบและกรอกข้อมูลในใบ refer ให้ครบถ้วน ปิ ดแอร์,เปิ ดหน้าต่าง ติดต่อโรงพยาบาลทีรับrefer ตาม radio report checklist ประเมินและดูแลเรื องABCs และล้างตาต่อ(ถ้าจําเป็ น) Appropriate treatment,antidote,O2,etc.การปฏิบัตการของหน่ วยรักษาพยาบาลเมือถึงโรงพยาบาล ิ เข้าสู่โรงพยาบาลตามทิศทางทีกําหนด ,จอดรถในจุดทีจะทํา Secondary decontamination ทีม EMS, ผูบาดเจ็บ,รถAmbulance ถือว่าเป็ นสิ งทีเปื อนวัตถุอนตราย ดังนัน ต้องผ่านการdecontaminationในจุดทีโรงพยาบาล ้ ั ่ กําหนด สถานทีล้างพิษทีอยูในทีเปิ ดโล่งจะเป็ นสถานทีดีทีสุ ด ถุงขยะ,ถุงใส่สิงทีผูบาดเจ็บอาเจียนออกมา, Disposable material ต้องใส่ถุงและปิ ดผนึกอีกครังก่อนส่งไปทําลาย ้ ER ต้องแบ่งเป็ น 2 ทีม คือ ทีมใน ER(เขตสะอาด)และทีมนอก ER ซึงจะปฏิบติงานที Triage area และ Secondary ั decontamination area เมือมีผป่วยมาแพทย์หรื อพยาบาลห้องฉุ กเฉิ นจะต้องไปทีรถพยาบาลเพือประเมินสภาพและการปนเปื อนของผูป่วย ู้ ้ ผูบนทึกจะเขียนรู ปบริ เวณร่ างกายของผูป่วยทีแพทย์บอกว่ามีการปนเปื อน จะต้องนึกเสมอว่าการปนเปื อนอาจจะเป็ น สาเหตุให้ถึง ้ ั ้ แก่ชีวิตได้ เริ มการคัดกรอง ( triage) ผูป่วยตังแต่ตรงนี ระหว่างการประเมินผูป่วยนี การลดการ ปนเปื อนอาจทําได้พร้อมกันโดย การถอด ้ ้ เสื อผ้าทีสงสัยว่าจะปนเปื อนออกให้หมด รวมทังเครื องประดับ นาฬิกา เช็ดหรื อถูสิงทีมองเห็นว่าปนเปื อน ควร ระวังไม่ให้ บาดแผลของผูป่วยปนเปื อน บุคลากรเองควรระวังไม่ให้มีการสัมผัสสารพิษด้วย(ในทางทฤษฏีนนการล้างพิษ ควรทําก่อนทีจะมี ้ ั การเคลือนย้ายผูป่วย แต่ในความเป็ นจริ งการ ล้างพิษบริ เวณจุดเกิดเหตุจะมีขอจํากัด บุคลากรห้อง ฉุ กเฉิ นควรถือว่าผูป่วยทุกราย ้ ้ ้ 5
  6. 6. จําเป็ นต้องทํา การล้างพิษ จนกว่าจะได้ขอมูลว่าไม่จาเป็ น (เช่นในกรณี สัมผัส carbon monoxide) ้ ํ ั ้ ถ้าไม่ได้ถอดเสื อผ้าผูป่วยออกในเหตุการณ์ ควรถอดออกก่อนเข้าในห้องฉุ กเฉิ น ซึงจะเป็ นการลดการสัมผัสให้กบผูป่วย และเป็ น ้ การลดการปนเปื อนให้หองฉุ กเฉิ น ้ เสื อผ้าทีปนเปื อนจะต้องเก็บไว้ในถุงพลาสติกสองชัน ผนึก และ เขียนบอกไว้ ทีมล้างพิษจะต้องนําเปลนอนมายัง รถพยาบาลนําส่ง ผูป่วย และนําผูป่วยไปยัง บริ เวณ ล้างพิษตามแผนทีวางไว ้ ้ ต้องให้ความสําคัญในการรักษาภาวะเร่ งด่วนซึงได้แก่ ทางเดินหายใจ การหายใจ และ ระบบไหลเวียนเลือด พร้อมไปกับ การลดการปนเปื อน เมือมีเหตุการณ์ฉุกเฉิ น บุคลากรของห้องฉุ กเฉิ นจะมุ่งไปทีการล้างพิษ และการช่วยเหลือผูป่วย การ ้ ค้นหาพิษของสารเคมีและวิธีรักษาจะเป็ นหน้าทีของบุคลากรอืน อย่างไรก็ดีการใช้เครื องป้ องกันตนเองจะต้องใช้ให้ถูก และไม่ถอดออกจนกว่าจะปลอดภัยอุปกรณ์ ทจาเป็ นที EMS Team ควรมี ี กล้องส่องทางไกล แผนบรรเทาภัยจากวัตถุอนตราย,flowchart, checklist ั แผนที,หมายเลขโทรศัพท์,คลืนวิทยุและนามเรี ยกขาน Chemical Protective Clothing at least level C, face mask respirator with cartridge สัญลักษณ์แสดงตําแหน่ง เช่น Medical doctor, Nurse or EMT คู่มือการระงับอุบติภย,MSDS,สอ.1 ั ั ครุ ภณฑ์และเวชภัณฑ์ทีเกียวข้อง antidote,O2,etc, อุปกรณ์ทีเกียวข้องกับการล้างพิษ ัสรุป สถานพยาบาลต้องขยายแผนฉุ กเฉิ นและขอบเขตเวชบริ การให้ครอบคลุมการดูแลอุบติภยสารเคมี เตรี ยม ชุดป้ องกันสารเคมี, ยาต้านพิษ ให้ ั ั ํเพียงพอ และมีกาหนดการซ้อมชัดเจน และทําอย่างจริ งจัง เตรี ยมพร้อมกระบวนการวางแผนรับอุบติภยสารเคมีการเตรี ยมรับผูป่วย ณ จุดเกิดเหตุและห้อง ั ั ้ฉุ กเฉิ น พยายามจํากัดการแพร่ กระจายของวัตถุอนตรายโดยการล้างพิษ (Decontamination) Supportive and Symptomatic treatment คือสิ งสําคัญ เนืองจาก ัวัตถุอนตรายทีมี Antidote มีนอยมากและ Antidote คือวัตถุ อันตราย ถ้าใช้อย่างไม่ถกต้อง ั ้ ูเอกสารอ้ างอิง 1. National coordination Subcommittee on Policy and plan for Chemical Safety And Thailand Chemicals Management Profile Working Group. Chemical Production, import, export and use. In: Food and Drug Administration of the Royal Thai Government. Thailand Chemicals Management Profile 2005 (Draft). Bangkok, 2005: 2/1-2/11 2. สํ านักงานควบคุมวัตถุอนตราย, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กระทรวงอุตสาหกรรม. สถิตอุบัตภัยจากสารเคมีระหว่ าง ปี พ.ศ.2527 - พ .ศ.2543( ั ิ ิ ในประเทศไทย). Available from: URL: Medicine, Institute of Disaster Medicine, Medical College of Georgia, 2005 3. Schwartz RB. . Hospital Preparedness for Mass Casualty Disasters. Department of Emergency Medicine, Institute of Disaster Medicine, Medical College of Georgia, 2005 4. Treat K.N. Hospital preparedness for weapons of mass destruction incidents: An initial assessment. Annals of Emergency Medicine Nov. 2001 5. The HEICS plan. Available at: http://www.emsa.cahwnet.gov/dms2/download.htm. Accessed 2005 Feb 28. 6. Kirk MA, Cisek J, Rose SR. 1994. Emergency department response to hazardous materials incidents. Emerg Med Clin North Am 12: 461-481. 7. Okumura S. , Okumura T. ,Ishimatsu S. , Miura K. , Maekawa H. and Naito T. Clinical review: Tokyo - protecting the health care worker during a chemical mass casualty event: an important issue of continuing relevance. Critical Care 2005, 9:397-400 8. Burgess JL, Blackmon GM, Brodkin CA, Robertson WO. Hospital preparedness for hazardous materials incidents and treatment of contaminated patients. West J Med 1997; 167:387-391 9. Wetter DC., Daniell WE., and CD.Treser. Hospital Preparedness for Victims of Chemical or Biological Terrorism. American Journal of Public Health; May 2001, Vol. 91, No. 5:710-716 10. Okumura T, Suzuki K, Fukuda A, et al. The Tokyo subway sarin attack:disaster management, part 1: community emergency response. Acad Emerg Med. 1998;5:613-617. 11. Okumura T, Suzuki K, Fukuda A, et al. The Tokyo subway sarin attack: disaster management, part 2: hospital response. Acad Emerg Med. 1998;5:618-624. 6

×