Muscle Skeletal (Thai)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Like this? Share it with your network

Share
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
  • may I download these slides?
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
12,865
On Slideshare
12,669
From Embeds
196
Number of Embeds
5

Actions

Shares
Downloads
130
Comments
1
Likes
0

Embeds 196

http://www.narenthorn.or.th 158
http://www.slideshare.net 27
http://orthokingnarai.wordpress.com 9
http://www.e-presentations.us 1
http://www.e-presentations.us 1

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. การบาดเจ็บกล้ามเนื้อและโครงกระดูก จ . อ . เจฟฟรีย์ ซี พินท์เลอร์ กองกำลังป้องกันชาติทางอากาศ วอชิงตัน
  • 2. เหตุ / การเสียชีวิต / การเจ็บป่วย
    • เกิดขึ้นใน 70-80% ของผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมกันหลายชนิด
    • ถูกกระแทกด้วยของแข็งหรือมีบาดแผลทะลุ
    • หากเกิดที่แขนมักไม่อันตรายถึงชีวิต
      • อาจจะมีผลทำให้ใช้งานไม่ได้ในระยะยาว
    • เมื่อเกิดที่ขามักเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บสาหัส
      • มีการเสียเลือดปริมาณมากได้
      • การบาดเจ็บที่กระดูกต้นขา , เชิงกรานอาจทำให้มีอันตรายถึงชีวิตได้
  • 3. เหตุ / การเสียชีวิต / การเจ็บป่วย
    • ปัญหา ไม่ใช่ แค่การบาดเจ็บที่กระดูก
      • การบาดเจ็บจุดอื่นๆที่เกิดจากการบาดเจ็บกระดูก
        • เนื้อเยี่ออ่อน
        • เส้นเลือด
        • ระบบประสาท
        • การทำงานลดลง
  • 4. ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก
    • เป็นโครง / พยุง
    • ปกป้องอวัยวะสำคัญ
    • การเคลื่อนไหว
    • ผลิตเซลเม็ดเลือดแดง
    • เก็บกักแร่ธาตุ
  • 5. โครงสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก
    • ผิวหนัง
    • กล้ามเนื้อ
    • กระดูก
    • เอ็น ( ยึดระหว่างกระดูกกับกล้ามเนื้อ )
    • เอ็น ( ยึดระหว่างกระดูกกับกระดูก )
    • กระดูกอ่อน
  • 6. ระบบกล้ามเนื้อ
  • 7. ระบบโครงกระดูก
  • 8. โครงสร้างระบบกล้ามเนื้อและกระดูก - ผิวหนัง
    • ยึดโครงสร้างทั้งหมดไว้ด้วยกัน
    • ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน
    • ปกป้องโครงสร้างที่อยู่ภายใต้
    • เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
  • 9. โครงสร้างกล้ามเนื้อและโครงกระดูก - กล้ามเนื้อ
    • เซลกล้ามเนื้อมีสามประเภท
    • ลาย ( โครงกระดูก )
      • ควบคุมโดยตั้งใจ
    • เรียบ ( หลอดลม , ทางเดินอาหาร , หลอดเลือด )
      • ควบคุมโดยไม่รู้ตัว
    • หัวใจ
      • บีบตัวเป็นจังหวะด้วยตัวเอง
  • 10. โครงสร้างกล้ามเนื้อและโครงกระดูก
    • เอ็น (Tendon)
      • เป็นแถบยืดของกลุ่มเนื้อเยื่อยึดกล้ามเนื้อให้ติดกับกระดูก
    • กระดูกอ่อน (Cartilage)
      • กลุ่มเนื้อเยี่อที่ปิดปลายกระดูก
      • ต้องมีเพื่อให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้
    • เอ็น (Ligament)
      • กลุ่มเนื้อเยื่อที่พยุงข้อต่อ
      • เชื่อมปลายกระดูกชิ้นหนึ่งให้ติดกับชิ้นหนึ่ง
  • 11. ข้อต่อประเภทต่างๆ
    • เป็นลูกกลม (Ball) / เบ้า (Socket)
      • ไหล่ / สะโพก
    • บานพับ
      • ข้อศอก / หัวเข่า / นิ้ว / ข้อต่อกระดูกขากรรไกรล่าง (TMJ)
    • หมุนได้รอบ
      • ระหว่างกระดูกปลายแขน radius และ ulna
    • เลื่อนเหลื่อมได้
      • กระดูกข้อมือ
  • 12. กระดูกหัก
    • ทำให้กระดูกขาดการเชื่อมต่อกัน
    • แบบปิด
      • ผิวหนังที่อยู่ด้านบนดูไม่เปลี่ยน
    • แบบเปิด
      • มีบาดแผลต่อจากผิวหนังไปจนถึงจุดที่กระดูกหัก
      • เกิดจากกระดูกหรือวัตถุที่ทำให้กระดูกหัก
      • มีอันตรายจาการติดเชื้อ
      • ไม่จำเป็นต้องเห็นปลายกระดูกโผล่
  • 13. กระดูกหักแบบธรรมดา
  • 14. คำเรียกกระดูกหัก
    • กระดูกหักแบบเปิด กับ แบบปิด
    • คำเรียก X-Ray
      • หักแบบกิ่งไม้สด ( greenstick )
      • หักเฉียง ( oblique )
      • หักขวาง ( transverse )
      • หักเป็นชิ้นเล็กๆ ( comminuted )
      • หักเป็นเกลียว ( spiral )
      • หักภายใน ( โดนกระแทก ) ( impacted )
      • หักบริเวณปลายกระดูกที่เจริญเติบโตได้ ( epiphyseal )
  • 15. อาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับกระดูกหัก
    • การเสียเลือด
      • ใน 2 ชั่วโมงแรกอาจเสียเลือดได้ถึง
        • น่อง / แข้ง - 500 มล .
        • ต้นขา - 500 มล .
        • เชิงกราน - 2000 มล .
    • ขัดขวางการไหลเวียนโลหิต
      • กดทับเส้นโลหิตแดง
        • ทำให้ชีพจรส่วนปลายช้าลง
      • ทำให้โลหิตดำไหลกลับสู่ปอดได้น้อยลง
  • 16. อาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับกระดูกหัก
    • ไร้ความสามารถ
      • ทำให้ส่วนที่รับความรู้สึกหรือนำกระแสประสาททำงานได้น้อยลง
        • โลหิตหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ
        • บาดเจ็บโดยตรงที่ประสาท
      • อยู่ผิดตำแหน่ง
      • ขาดจากกัน / ฉีกกระชาก
      • แผลถูกบดขยี้ ( อธิบายในเรื่องการบาดเจ็บเนื้อเยื่ออ่อน )
  • 17. การประเมินการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและกระดูก
    • การประเมินขั้นต้น
      • ABCDs
      • จัดการกับสิ่งที่เป็นอันตรายถึงชีวิตก่อน
      • อย่า มองข้าม การบาดเจ็บที่เป็นอันตรายต่อชีวิต / กล้ามเนื้อและกระดูก
      • อย่าปล่อยให้ การบาดเจ็บทั้งหมด ดึงดูดความสนใจ แต่การบาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต / แขนขา เป็นอันตรายต่อการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและโครงกระดูกมาก
  • 18. การประเมินการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและกระดูก
    • “ P” หกตัวในการประเมินการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและกระดูก
      • Pain เจ็บ
        • เมื่อคลำ
        • เมื่อขยับ
        • เมื่อยู่นิ่งๆ
      • Pallor ซีด - ผิวซีดหรือมีเลือดไหลกลับสู่เส้นเลือดฝอยน้อยมาก
      • Paresthesia ชา - รู้สึกเหมือน “ เข็มทิ่ม ”
      • Pulses ชีพจร - น้อยลงหรือหายไป
      • Paralysis อัมพาต
      • Pressure แรงดัน
  • 19. การประเมินการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและโครงกระดูก
    • การคลำและการตรวจ
      • บวม / การห้อเลือด
        • เสียเลือด / ของเหลวคั่งในจุดที่กระดูกแตก
      • กระดูกผิดรูปร่าง / สั้นลง
        • เปรียบเทียบกับแขนขาอีกข้างถ้าสงสัยในความปกติ
      • แข็งเกร็ง / ไร้ความสามรถ
        • การที่ยังคงเคลื่อนไหวได้ ไม่ได้ บอกว่ากระดูกได้บรรเทาแล้ว
  • 20. การประเมินการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและโครงกระดูก
    • การคลำและการตรวจ
      • ความรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส
        • จับสองจุดที่ขาใช้มืออีกข้างหนึ่งคลำ .
        • มักพบความรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสเหนือจุดที่บาดเจ็บ
      • เสียงกรอบแกรบ
        • รู้สึกถึงการเสียดสี ครูดคราด
        • เกิดจากการเสียดสีกันของกระดูก
        • อย่า พยายามทำให้อาการนั้นลดลง
  • 21. การประเมินการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและกระดูก
    • การคลำและการตรวจ
      • การประเมินส่วนปลายการบาดเจ็บ :
        • สีผิว
        • อุณหภูมิผิว
        • ความรู้สึก
        • หน้าที่การเคลื่อนไหว
      • ถ้าไม่แน่ใจให้เปรียบเทียบกับแขนขาอีกข้าง
      • เมื่อสงสัยว่ามีกระดูกหักให้ใส่เฝือก !
  • 22. การประเมินการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและโครงกระดูก
    • การประเมินเบื้องต้น
      • ABCDs
      • จัดการกับภัยคุกคามถึงชีวิตก่อน
      • อย่า มองข้าม การบาดเจ็บกล้ามเนื้อและโครงกระดูกที่เป็นภัยต่อ ชีวิต / แขนขา
      • อย่าเสียสมาธิจากอาการบาดเจ็บโดยรวม ที่ไม่ใช่การบาดเจ็บกล้ามเนื้อและโครงกระดูกที่เป็นภัยต่อ ชีวิต / แขนขา
  • 23. การจัดการ - โดยทั่วไป
    • วัตถุประสงค์ของการยึดกระดูกหักไม่ให้เคลื่อนไหว
      • ป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้นกับประสาท / เส้นโลหิต
      • ลดการไหลของเลือด , การบวมจากการคั่งของของเหลว
      • กันการเกิดกระดูกหักแบบบาดแผลเปิด
      • บรรเทาความเจ็บปวด
      • การยึดกระดูกท่อนยาวที่หักเสียแต่เนิ่นๆจะช่วยป้องกันอาการไขมันอุดเส้นโลหิต
  • 24. การจัดการ - โดยทั่วไป
    • หลักการสำคัญในการจัดการกระดูกหัก
      • ดามข้อที่อยู่บนและล่าง
      • ดามปลายกระดูก
      • พันบริเวณกระดูกหักแบบที่มีบาดแผลเปิดไว้หลวมๆ
      • การประเมินระบบประสาทของเส้นโลหิต
        • ก่อนและหลังการดาม
      • ดึงกระดูกท่อนยาวให้ตรงอย่างแผ่วเบา
        • ให้คงอยู่ในแนวปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
        • ลดความงอของจุดที่กระดูกหัก
  • 25. การจัดการ – โดยทั่วไป
    • หลักการสำคัญในการจัดการกระดูกหัก ( ต่อ )
      • จัดตำแหน่งการใช้งาน
      • จัดการความเจ็บปวด
    • การดามร่างกาย
      • ในกรณีเร่งด่วน ให้ดามยึดทั้งตัวผู้ป่วยด้วยกระดานแผ่นยาว
      • ดามกระดูกหักที่ขาให้เป็นส่วนเดี่ยวกันเข้ากับกระดานแผ่นยาว
    • กระดานแผ่นยาว
      • ดามกระดูกและข้อต่อทุกส่วน
      • ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
      • เน้นสภาวะวิกฤต
  • 26. การอยู่ผิดที่
    • ปลายกระดูกที่หลุดออกจากจุดต่อกับข้อต่อ
    • อาการที่พบได้มากคือ เจ็บปวด มีแรงกด
    • ลักษณะที่ชัดเจน คือ ผิดรูปร่าง
    • อาจมีอาการขยับข้อต่อไม่ได้
  • 27. การอยู่ผิดที่
    • เส้นประสาท , เส้นโลหิต พาดผ่านใกล้กระดูกมากดังนั้นอาจเกิดแรงกดดันในจุดที่กระดูกหักได้
    • การตรวจชีพจรที่อยู่ห่างหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ
      • มีชีพจรอยู่
      • ความแรงของชีพจร
      • มีความรู้สึก
  • 28. เคล็ด ( ข้อ , เอ็น )
    • เอ็นยึดรอบข้อต่อ ยืด ฉีกขาด
    • เกิดเมื่อข้อต่อบิดงอเกินสภาวะเคลื่อนไหวปกติ
    • ที่พบบ่อย = ข้อเท้า
  • 29. การจัดการการเคล็ด
    • ลักษณะที่สังเกตได้
      • เจ็บ
      • ความรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส
      • บวม
      • สีผิดปกติ
    • ส่วนใหญ่ไม่เห็นผิดรูปร่างอย่างชัดเจน
    • ประคบน้ำแข็ง , กด , ยก , ยึดให้อยู่นิ่ง
    • เมื่อสงสัย , ให้ดาม
    • คำนึงถึงอาการชา
  • 30. เคล็ด ( กล้ามเนื้อ )
    • การฉีกขาด การยืด ของกล้ามเนื้อ / เอ็น
    • เกร็ง , เจ็บ เมื่อขยับ
    • ปกติไม่ผิดรูปร่าง หรือบวม
    • มีอาการเจ็บเมื่อขยับ
    • หลีกเลี่ยงการขยับ การรับน้ำหนัก
  • 31. การบาดเจ็บจากแขนขาขาด
    • ลำดับแรกสุด - ABC’s
      • เลือดที่ไหลออกจากตอ ( ส่วนที่เหลืออยู่ ) มัก ไม่ใช่ ปัญหา
    • ลำดับต่อไปคือ รักษาแขนขา
    การจัดการการบาดเจ็บจากแขนขาขาด
    • ห้ามเลือด
    • ยกบาดแผลให้สูง
    • กดแผล ( ตอ )
    • หลีกเลี่ยงการขันชะเนาะ นอกจากจะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะช่วยได้
  • 32. การขันชะเนาะห้ามเลือดกับแขนขาด
  • 33. การขันชะเนาะห้ามเลือดกับขาขาด
  • 34. การบาดเจ็บจากแขนขาขาด - การจัดการแขนขา
    • ใช้ผ้าทำแผลชุ่มน้ำเกลือพัน
    • ใช้ถุงพลาสติก
    • วางถุงพลาสติกบนน้ำแข็ง
    • อย่า
      • ทำให้ส่วนที่ขาดอุ่น
      • วางชิ้นส่วนนั้นลงในน้ำ
      • วางบนน้ำแข็งโดยตรง
      • ใช้น้ำแข็งแห้ง
  • 35. การใช้สายโยงและการพยุงกระดูกต้นแขนหัก
  • 36. การใช้ผ้าสามเหลี่ยมทำสายโยง
  • 37. การดามข้อศอกหัก
  • 38. การพยุงข้อศอกหัก
  • 39. การดามกระดูกแขนท่อนล่างหัก
  • 40. การดามและการพยุงกระดูกแขนท่อนล่างหัก
  • 41. การดามกระดูกข้อมือหัก
  • 42. การทำสายโยงจากเสื้อคลุม
  • 43. กระดูกเชิงกรานหัก
    • แรงกระแทกโดยตรงหรือโดยอ้อม
    • ช่องกระดูกเชิงกรานมักแตกออกเป็นสองส่วน
    • กระดูกหักทำให้เกิดความเสียหายต่อ
      • เส้นเลือดสำคัญ
      • กระเพาะปัสสาวะ
      • ไส้ตรงทำให้มีการติดเชื้อปนเปื้อน
      • ประสาท ( ร่างแหเส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บ หรือกระดูกก้น )
  • 44. การจัดการกระดูกเชิงกรานที่หัก
    • รักษาผู้ป่วยเหมือนมีอาการวิกฤต
    • ถ้าเป็นไปได้ให้อยู่ในท่าที่สบาย
    • ดาม = เพื่อให้ขยับน้อยที่สุด
      • กระดานรูปท้องเรือ ( Scoop stretcher )
      • ให้นอนบนกระดานแผ่นยาว
      • ดามด้วยเฝือกกางเกงแบบทหารเพื่อป้องกันการช็อก ( MAST )
    • ให้ของเหลวทดแทนตามปริมาณที่เสียไป
      • อาจเสียเลือดถึง 4000 cc
      • ให้แลคเทตริงเกอร์ 2 ถุง
  • 45. เฝือกกางเกงแบบทหารเพื่อป้องกันการช็อก Military Anti-Shock Trousers เฝือกลมห้ามเลือดเพื่อป้องกันการช็อก Pneumatic Anti-Shock Garment
  • 46. กระดูกต้นขาหัก
    • ส่วนคอของกระดูกต้นขา ( สะโพก )
      • พบมากในกลุ่มคนอายุหกสิบกว่าๆ
      • ขาจะหมุนบิดออกด้านนอก
        • ดุเหมือนสะโพกด้านหน้าอยู่ผิดที่
      • อาจไม่เสียเลือดมากนักเพราะมีหมอนรองเบ้ากระดูก
    • การจัดการ
      • ไม่จับดามแบบยืดตรง
      • กระดานแผ่นยาว , กระดานรูปท้องเรือ ( scoop stretcher ) หรือ
      • เฝือกกางเกงแบบทหารเพื่อป้องกันการช็อก ( MAST )
  • 47. กระดูกต้นขาหัก
    • หักกลางท่อน
      • เกิดจากการบิดอย่างแรงในเด็กหรือคนชรา
      • โดนกระแทกจากการลดความเร็วอย่างรวดเร็ว
        • ช็อกจากการเสียของเหลว
        • ไขมันอุดตันเส้นเลือดปอด
      • การยึดและดามแบบยืดตรงแต่เนิ่นๆจะช่วยป้องกันได้
      • เสียเลือด 1000 ถึง 2000 cc
  • 48. กระดูกต้นขาหัก - การจัดการ
    • ประเมินอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากการดามแบบยืดตรง
    • อาจใช้ PASG, ยึดไว้กับกระดานแผ่นยาว
      • ยึดเข้ากับขาอีกข้างให้อยู่นิ่งแล้วจึงใช้กระดานแผ่นยาว ( ก่อนใช้เฝือก Sager )
    • ประเมินหา :
      • การบาดเจ็บที่เนื้อเยื่ออ่อน , เส้นโลหิต , หรือเส้นประสาท
      • การเสียเลือดปริมาณมาก
  • 49. กระดูกต้นขาหัก - การจัดการ
    • การดามแบบยืดตรง
      • ใช้กับกระดูกหักกลางท่อน
      • ห้ามใช้ถ้าสงสัยว่ากระดูกหักเกิดที่
        • ชีพจรส่วนต้น หรือ ส่วนปลาย บริเวณ 1/3 ของต้นขา
        • เชิงกราน
        • สะโพก ( หรือ สะโพกหลุด )
        • เข่า ( หรือ เข่าหลุด )
        • ข้อเท้า ( หรือ ข้อเท้าหลุด )
  • 50. กระดูกขาหัก
    • สะบ้าหัวเข่า
      • เกิดจากโดนกระแทก
    • กระดูกแข้ง / กระดูกน่อง
      • มักมีอาการต่อไปนี้ได้มาก :
        • กระดูกหักแบบเปิด
        • เสียเลือด
        • ติดเชื้อ
    • กระดูกส้นเท้า
      • เกิดจากการตกกระแทก ( เท้ากระแทกพื้น )
      • มักส่งแรงกระแทกไปที่บริเวณระหว่างกระดูกเอวกับกระดูกก้นกบด้วย
  • 51. การจัดการ - กระดูกขาหัก
    • สะบ้า , กระดูกแข้ง / กระดูกน่อง , และกระดูกส้นเท้า
      • ประเมินหาความเสียหายต่อระบบประสาทเส้นโลหิต
      • จัดแนวกระดูกท่อนยาวให้ตรง
      • ดามจุดที่ดามได้
        • ใช้เฝือกแผ่นไม้หรือกระดาษแข็ง
        • ใช้เฝือกสุญญากาศ
        • ใช้เบาะรอง
  • 52. การดามขาท่อนบนหัก
  • 53. การดามเข่าหัก
  • 54. การใช้ขาข้างที่ไม่หักต่างเฝือก
  • 55. การจัดการการเสียเลือด
    • กดแผลโดยตรง
      • เป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุด
      • ใช้ผ้าทำแผลกด
    • ยกบาดแผลขึ้นสูง
      • ทำร่วมกับการกดแผลโดยตรง
    • จุดกด
      • ชีพจร ท่อนแขน , ต้นขา , คอ
    • ขันชะเนาะ
      • สิ่งสุดท้าย
      • ไม่ค่อยจำเป็น
  • 56. การใช้และมัดผ้าทำแผลสนาม
  • 57. การออกแรงกด
  • 58. จุดกดเพื่อห้ามเลือดจากเส้นโลหิตแดง
  • 59. การขันชะเนาะ
    • ทางเลือกสุดท้าย , แต่อย่ารอนานเกินไป
    • ใช้วัสดุเรียบแบนกว้าง
    • แถบผ้าจากเครื่องแบบ
    • ใกล้กับบาดแผลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
    • อย่าถอดออก
    • ให้มองเห็น
    • เขียนเวลาที่เริ่มใช้อย่างชัดเจนและสื่อสารให้เข้าใจระหว่างการเคลื่อนย้าย
    • ผู้ป่วยสุ่แพทย์
  • 60. การขันชะเนาะ
  • 61. อ้างอิง
    • Field Manual 8-230 U.S. Army 2003
    • Combat Lifesaver Instructor Manual U.S. Army 2003