Cpr Aed (Thai)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Like this? Share it with your network

Share
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
No Downloads

Views

Total Views
10,340
On Slideshare
9,917
From Embeds
423
Number of Embeds
4

Actions

Shares
Downloads
165
Comments
3
Likes
1

Embeds 423

http://www.narenthorn.or.th 390
http://www.slideshare.net 25
http://narenthorn.or.th 6
http://translate.googleusercontent.com 2

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. การช่วยหายใจด้วยการผายปอดและกดหน้าอก และการกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้า ( Cardiopulmonary Resuscitation and the Automatic External Defibrillator ) ร . ท . แกรม แม็คเกรเกอร์ เจ้าหน้าที่พยาบาล CCAT จ . ส . ต . เจฟ พินเลอร์ เสนารักษ์ หน่วยพยาบาล 141 กองกำลังป้องกันทางอากาศ วอชิงตัน
  • 2. การช่วยหายใจด้วยการผายปอดและกดหน้าอก (CPR)*
    • ตรวจดูว่าไม่มีการตอบสนองจากผู้บาดเจ็บ
    • ส่งคนไปเรียกหรือร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินหากทำได้
    • หากอยู่คนเดียว ให้ทิ้งผู้บาดเจ็บไว้ก่อนแล้วไปร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินหากทำได้
    • * ตามแนวทางของสมาคมหัวใจแห่งอเมริกา
    • ( American Heart Association guidelines )
  • 3. CPR ( ต่อ )
    • ทางเดินหายใจ
      • กดหน้าผากและเชยคาง
    • การหายใจ - การตรวจโดยการดู ฟัง สัมผัส ลมหายใจ
      • เป่าปาก ช้าๆ สองครั้ง
    • การไหลเวียนโลหิต – ตรวจชีพจรหรือสัญญาณอื่นๆ ของการไหลเวียนโลหิต เริ่มกดหน้าอก
  • 4. ตรวจชีพจร
    • กดหน้าผากค้างไว้
    • วางนิ้ว 2 หรือ 3 นิ้วที่ลูกกระเดือกของผู้บาดเจ็บ
    • เลื่อนนิ้วไปที่ร่องระหว่างลูกกระเดือกและกล้ามเนื้อ แล้วดึงนิ้วมาทางตัวของท่าน
    • สัมผัสชีพจรในตำแหน่งนั้นไม่เกิน 10 วินาที
    • หากชีพจรไม่เต้น ให้เริ่มกดหน้าอก
  • 5. การกดหน้าอก
    • หาตำแหน่ง ครึ่งล่างกระดูกสันอก ระหว่างราวนม / ตรงกลางอก
    • วางส้นมือลงบนตำแหน่งนี้
    • วางส้นมือของอีกมือหนึ่งลงบนมือแรก
    • ให้ตำแหน่งตัวของท่านอยู่เหนือมือที่วางไว้
    • เริ่มทำการกดหน้าอก
  • 6. ทำตามจำนวนครั้ง *
    • อัตรา : กดหน้าอก 100 ครั้งต่อนาที
    • ผู้ช่วยชีวิต 1 หรือ 2 คน :
      • กดหน้าอก 15 ครั้ง แล้วเป่าปากช้าๆ 2 ครั้ง
      • ตรวจชีพจรและการหายใจอีกครั้ง ทุกๆ 4 วงรอบหรือประมาณทุกๆ ประมาณ 1 นาที
    • ทำการช่วยชีวิตต่อไปจนกว่าผู้ช่วยชีวิตจะหมดแรงหรือมีผู้ช่วยเหลือด้านการพยาบาลที่มีขีดความสามารถสูงกว่า
    • * ตามแนวทางของสมาคมหัวใจแห่งอเมริกา
    • ( American Heart Association guidelines )
  • 7. การสำลัก - มีสิ่งแปลกปลอมปิดกั้นทางเดินหายใจ
    • หากผู้บาดเจ็บมีสติอยู่ ให้ถามผู้บาดเจ็บเพื่อยืนยันว่ามีปัญหา
    • ตรวจดูสัญญาณที่ทราบกันดีว่าเป็นอาการของทางเดินหายใจถูกปิดกั้น
    • ข้อบ่งห้าม
      • ผู้บาดเจ็บสามารถพูดคุยได้
      • ผู้บาดเจ็บสามารถไออย่างแรง
      • ผู้บาดเจ็บพยายามสูดลมหายใจ
        • เฝ้าดูอาการของผู้บาดเจ็บต่อไป
  • 8. ผู้บาดเจ็บมีสติ - วิธีของเฮมลิค
    • หากผู้บาดเจ็บมีสติและยืนได้ แต่ไม่สามารถพูดคุยได้
    • กำมือหนึ่งให้เป็นกำปั้น
    • วางกำปั้นด้านที่มีนิ้วหัวแม่มือลงบนท้องของผู้บาดเจ็บ
    • อีกมือหนึ่งกำรอบกำปั้น จากนั้นทำการกดกระแทกที่ท้องโดยเร็ว
    • ทำซ้ำๆ จนกว่าวัตถุแปลกปลอมจะหลุดออกมาหรือจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหมดสติ
  • 9. ผู้บาดเจ็บหมดสติ - การกดกระแทกที่ท้อง
    • สำหรับผู้บาดเจ็บที่หมดสติ
    • ให้ผู้บาดเจ็บนอนหงาย
    • จับที่ขากรรไกร ยกขากรรไกรและลิ้นขึ้นด้วยมือข้างหนึ่ง
    • ใช้นิ้วชี้ของอีกมือหนึ่งกวาดภายในช่องปาก
    • พยายามช่วยหายใจอย่างช้าๆ
    • หากหน้าอกไม่ขยับ ให้วางตำแหน่งศีรษะใหม่แล้วพยายามช่วยหายใจ
  • 10. ผู้บาดเจ็บหมดสติ - การกดกระแทกที่ท้อง ต่อ
    • นั่งคร่อมบนตัวของผู้บาดเจ็บ
    • วางส้นมือของมือข้างหนึ่งลงบนท้องของผู้บาดเจ็บเหนือสะดือ
    • วางส้นมือของมืออีกข้างหนึ่งบนมือแรกจากนั้นกดกระแทกท้องเร็วๆ 5 ครั้ง
    • จัดตำแหน่งผู้เจ็บในท่าพักฟื้น
  • 11. เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ Automatic External Defibrillator ( AED) การบรรยายเกี่ยวกับการช็อก
  • 12. เหตุผล
    • เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายเพื่อช่วยเหลืออาการหัวใจหยุดเต้นในวัยผู้ใหญ่ : หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • 13. เหตุผล
    • เป็นการพยาบาลที่ได้ผลที่สุดเมื่อหัวใจหยุดเต้น : การกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • 14. เหตุผล
    • ยิ่งหัวใจเต้นผิดจังหวะนานเท่าไร = โอกาสที่จะเสียชีวิตก็มากขึ้นเท่านั้น
    หัวใจหยุดเต้น 1 นาที = โอกาสที่จะรอดชีวิตลดลงประมาณ 10%
  • 15. เหตุผล
    • ขั้นการช่วยชีวิตเบื้องต้น ( BLS ) ไม่สามารถเปลี่ยนอาการหัวใจเต้นเต้นผิดจังหวะให้กลับมาเป็นจังหวะปกติได้
    • ขั้นตอนการช่วยชีวิตเบื้องต้น ( BLS ) ใช้เพียงเพื่อจะได้มีเวลาจัดเตรียมขั้นตอนการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า
  • 16. หลักการกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้า ผู้ที่จะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่หัวใจหยุดเต้นต้องได้รับการฝึกเพื่อจะสามารถใช้ ติดตั้ง และได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจกับผู้บาดเจ็บ
  • 17. คำจำกัดความของเครื่อง AED
    • เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้าสามารถ :
      • วิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจของผู้ที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น
      • จำแนกจังหวะการกระตุ้นหรือการช็อก
      • แนะนำผู้ใช้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่กระตุ้นหรือช็อกได้
    • ลักษณะอาการของผู้บาดเจ็บที่มีอาการหัวใจหยุดเต้น ได้แก่ ผู้บาดเจ็บไม่มีการตอบสนอง ไม่หายใจ ชีพจรไม่เต้น หรือแสดงอาการผิดปกติเกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต
  • 18. ชนิดของ AED อัตโนมัติเต็มรูปแบบ กึ่งอัตโนมัติ
  • 19. ขั้นตอนการปฏิบัติ
    • ประเมินสถานที่และผู้บาดเจ็บ
    • ตรวจให้แน่ใจว่า หัวใจผู้บาดเจ็บหยุดเต้น
    • เปิดเครื่อง
    • ติด เครื่อง AED เข้ากับอกของผู้บาดเจ็บ
    • เริ่มวิเคราะห์จังหวะ
    • ส่งคลื่นเข้าไปกระตุ้นหัวใจ เมื่อ เครื่องระบุ
  • 20. ขั้นตอนมาตรฐาน
    • ตรวจดูสถานที่ว่ามีความปลอดภัย
      • น้ำ
      • วัตถุระเบิด
      • ผู้บาดเจ็บมีสิ่งที่สามารถนำไฟฟ้าได้
  • 21. ขั้นตอนมาตรฐาน ห้ามใช้เครื่อง AED หากผู้บาดเจ็บ : อายุน้อยกว่า 8 ปี น้ำหนักน้อยกว่า 55 ปอนด์
  • 22. ขั้นตอนมาตรฐาน
    • ประเมินผู้บาดเจ็บ
      • ตรวจ ABCs
      • มีการใช้ยาที่ผิวหนัง (nitro patches)
    • ยืนยันว่าหัวใจล้มเหลวหรือหยุดเต้น
      • ไม่มีการตอบสนอง
      • หยุดหายใจ
      • ชีพจรไม่เต้น
  • 23. ขั้นตอนมาตรฐาน
    • เริ่มทำ CPR
    • ต่อเครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ
    • อย่าเสียเวลา จัดเตรียมออกซิเจน ท่อดูด น้ำเกลือ และอื่นๆ
    • วางแผ่นบนตัวผู้บาดเจ็บตามรูปบนหีบห่อ
  • 24. ขั้นตอนมาตรฐาน
    • หยุดทำ CPR วิเคราะห์จังหวะ
    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวผู้บาดเจ็บในระหว่างการวิเคราะห์
    • เมื่อเครื่องบอกว่า “ shock”
      • “ Clear” ผู้บาดเจ็บ
      • เริ่มช็อก
      • รีบวิเคราะห์อีกครั้ง
  • 25. หัวใจยังเต้นผิดจังหวะ
    • ช็อกติดๆ กัน 3 ครั้ง โดยไม่ต้องตรวจชีพจร
    • หากไม่ได้ผล ทำ CPR 1 นาที
    • หากชีพจรไม่เต้น ช็อกอีก 3 ครั้ง
  • 26. หัวใจยังเต้นผิดจังหวะ
    • ให้กระตุ้นหรือช็อกเป็นชุด ชุดละ 3 ครั้งเสมอ
    • เมื่อไรก็ตามที่มีการสัมผัสที่อกหลังจากการประเมินเริ่มแรก ควรจะทำ CPR 1 นาที
    • ทำการช็อกหรือกระตุ้นต่อไป จนกว่าจะมีสัญญาณข้อความ “ no shock indicated”
  • 27. การดูแลหลังการกู้ชีพ
    • ช่วยเปิดทางเดินหายใจและช่วยหายใจอย่างต่อเนื่อง
    • ให้ออกซิเจนเสริม
    • เปิดทางเดินหายใจหากมีการอาเจียร
    • ตรวจสัญญาณชีพ
    • จัดเตรียมผู้บาดเจ็บ เคลื่อนย้าย และนำส่งชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน
  • 28. การรักษาทักษะไว้
    • การฝึกหัด
      • ฝึกอย่างน้อยทุกเดือน
      • สับเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบด้านการตรวจสอบเครื่อง
  • 29. การช่วยเหลือโดยการกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจเพื่อสาธารณะ
  • 30. บทสรุป รีบช็อก และช็อกบ่อยๆ !
  • 31. คำถาม ? การฝึกปฏิบัติ
  • 32. เอกสารอ้างอิง
    • Cummins, R.O. (2001) Advanced cardiac life support provider manual.