Child physical abuse
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Child physical abuse

on

  • 4,950 views

 

Statistics

Views

Total Views
4,950
Views on SlideShare
4,923
Embed Views
27

Actions

Likes
0
Downloads
154
Comments
0

2 Embeds 27

http://www.taem.or.th 25
http://www.slideshare.net 2

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Child physical abuse Presentation Transcript

  • 1. รศ . นพ . อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี การทารุณกรรมเด็ก ( Child Abuse) และ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก
  • 2.
    • Philadelphia Exhibition 1876
    • Inspired the movement for the legal protection of children
    สังคมที่มีการเรียกร้องไม่ให้มีการทารูณกรรมต่อสัตว์ แต่เด็กอีกหลายล้านคนต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวและปวดร้าว
  • 3. การทารุณกรรมเด็ก ( Child Abuse)
    • การทารุณกรรมเด็กเป็นกิจกรรมของมนุษยชาติที่มีการบันทึกให้เห็นเป็นหลักฐานมาช้านาน
    • ในปี 1962 เริ่มจัดเป็นกลุ่มโรคในทางการแพทย์โดย Henry Kempe เรียก 'The battered bay syndrome‘ ซึ่งต่อมากลายเป็นกลุ่มโรคที่สำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนการสังคมศาสตร์การแพทย์
  • 4. In developing societies there is still little awareness of the magnitude of the problem of deprivation, neglect and abuse of children.
  • 5. สถิติ - อุบัติการณ์
    • มากน้อยเพียงใด ?
    • มากขึ้นหรือไม่ ?
    แจ้งมูลนิธิ พม ตำรวจ ครู แพทย์ เพื่อนบ้าน นายจ้าง มูลนิธิ พม รู้แต่ไม่ทำอะไร ยังไม่มีใครรู้
  • 6. ผลเสียจากการถูกทารุณกรรม
    • พิการ ตาย
    • พฤติกรรมเบี่ยงเบน ก่อปัญหาต่อสังคมในอนาคต
    • ซึมเศร้า แยกตัว รู้สึกต่ำต้อย พึ่งพิง
  • 7. กรณีเด็กชายหลง อายุ 9 ปี
    • พ่อติดคุก แม่มีแฟนใหม่ ขับรถสิบล้อ
    • เด็กต้องนั่งหลังรถ ช่วยส่งของ ยกของ ผูกผ้าใบ
  • 8.  
  • 9. กรณีเด็กชายอายุ 4 ปี
    • กรณีเด็กชายอายุ 4 ปี ผู้ใหญ่ข้างบ้านพามารับการตรวจด้วยเรื่อง มารดาชอบลงโทษรุนแรง
    • เด็กเป็นลูกของแฟนเก่า มารดาเลิกทางกับแฟนเก่ามา 3 ปี ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปี ขณะนี้มีแฟนใหม่ นิสัยดี รักเด็ก แต่ไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ
    • มารดาชอบตีเด็กรุนแรง แต่ตีแล้วจะเสียใจ บอกเพื่อนบ้านว่าไม่อยากทำเลย แต่เห็นหน้าแล้วคิดถึงแฟนเก่า
    • ตรวจพบรอยฟกช้ำดำเขียว และแผลเป็นที่ศีรษะหลายแผล มีอายุแตกต่างกัน
  • 10.
    • โรงพยาบาลควรจะทำอย่างไรต่อไป ?
      • รับเด็กไว้ในโรงพยาบาล ? เพื่อนบ้านยอม ?
      • แจ้งเจ้าหน้าที่พนักงานคุ้มครองเด็ก เพื่อแยกเด็ก ?
      • แยกเด็กแล้วต้องแจ้งพ่อแม่หรือไม่ ?
      • เพื่อนบ้านขอว่าอย่าเพิ่งแยกเด็กเพราะไม่ได้บอกมารดาไว้ จะพาเด็กมาอีกครั้งในวันจันทร์ ?
      • หากยืนยันการแยกเด็กแล้ว เพื่อนบ้านหรือ แม่ ไม่ยอม แจ้งความ ?
      • แจ้งแล้วตำรวจจะทำอย่างไร ?
  • 11. ผู้แจ้ง ผู้รับแจ้งเหตุขั้นต้น ผู้กระตุ้นระบบ จนทคุ้มครองเด็ก หรือ พนักงานฝ่ายปกครอง ผู้ช่วยเหลือสหวิชาชีพ
  • 12. ผู้แจ้งเหตุ
    • มีผู้แจ้ง
      • ผู้แจ้งเป็นผู้รู้เห็น
      • ผู้แจ้งบอกว่าเด็กบอก
    • เด็กบอกเอง เด็กขอความช่วยเหลือ
      • มีผู้นำส่ง
      • ไม่มีผู้นำส่ง
  • 13. ถาม หากเราพบเห็นเด็กถูกพ่อแม่ทำทารุณกรรม เรามีโอกาสเข้าไปช่วยเหลือได้หรือไม่ โดยไม่ถือว่า ไปยุ่งเกี่ยวเรื่องในครอบครัวผู้อื่น
    • ตอบ กฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ที่พบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือหรือคุ้มครองสวัสดิภาพ สามารถเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นได้ แล้วให้รีบแจ้งต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ดยไม่ชักช้า
  • 14. มาตรา 29 มาตรา 29 ผู้ใดพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามหมวด ๓ และหมวด ๔ จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ โดยมิชักช้า แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่รับตัวเด็กไว้รักษาพยาบาล ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กที่เป็นศิษย์หรือลูกจ้าง จะต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจทราบ โดยมิชักช้า
  • 15. หมวด 2 การปฏิบัติต่อเด็ก มาตรา 29 ( ต่อ ) การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อได้กระทำโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองและ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครอง
  • 16. น้องม 1 ปี 7 เดือน : ตกบันได ?
    • บิดา อายุประมาณ 20 ปี ( อาชีพส่งแก็ส )
    • มารดา อายุไม่ถึง 20 ปี ( ไม่ได้ทำงาน - เลี้ยงลูก )
    • แม่ให้ข้อมูลโรงพยาบาลว่า “ตกบันได”
    • ข้อมูลความสูงบันได
    • บันไดมี 9 คั่น ความสูง 280 ซม .
    • ความสูงระหว่างคั่น 20 ซม .
    • ความสูงของชั้น 285 ซม .
  • 17.  
  • 18.  
  • 19. น้องม อายุ 1 ปี 7 เดือน : ตกบันได ?
    • บิดา อายุประมาณ 20 ปี ( อาชีพส่งแก็ส )
    • มารดา อายุไม่ถึง 20 ปี ( ไม่ได้ทำงาน - เลี้ยงลูก )
    • “ เวลาประมาณ 2 โมง เกือบ 3 โมงเช้าของทุกวันจะได้ยินเสียงตึบๆๆตึงตังเสียงดังโครมคามทุกเช้าแล้วลูกก็ร้องอยู่ในห้อง 2 คนกับแม่ เวลาผัวอยู่มันรักลูกมันจะตายป้อนข้าวดีเวลาผัวไม่อยู่มันทุบตีลูกมันป้อนข้าวยัดใส่ยัดใส่เก็บกดที่ผัวว่าผัวรักลูกมากกว่าเลยมาลงที่ลูก บางทีเราก็โมโหมันเลยร้องบอกว่าตีตีให้ตายจะได้ไปติดคุก เบื่อมันทำกับลูกเราก็สงสารเด็ก เวลาช่วงเย็นน้องมิ้นท์จะมาเคาะประตูเรียกปะป้า เราสงสารก็ให้ขนมกิน พออุ้มแล้วน้องมิ้นท์ก็ร้องบอกเจ็บๆ ( เด็กยังพูดได้ไม่ชัด ) เอามือถกเสื้อขึ้นมาให้ดู จะเป็นรอยคล้ำเขียวเป็นจ้ำๆ ตามตัว “ หนูโดนตื้บมาอีกแล้วเหรอ ” จากนั้นเขาก็ย้ายขึ้นไปอยู่ชั้น 4
  • 20. ประวัติเสี่ยง
    • ประวัติการแจ้งเหตุ
    • ประวัติสนับสนุน สงสัย
      • การบาดเจ็บที่ไม่เหมาะสมกับวัย พัฒนาการ
      • การบาดเจ็บที่ไม่สอดคล้องกับประวัติ หากเล่าเรื่องเป็นอุบัติเหตุ
      • การเล่าประวัติไม่แน่นอน เปลี่ยนไปมา ไม่รู้ไม่เห็น
      • ประวัติเด็กเสี่ยง คือ โรคเรื้อรัง ความพิการ ร้องงอแง
      • ประวัติครอบครัวเสี่ยง คือ การหย่าร้างของครอบครัว ความรุนแรง ครอบครัวเดี่ยวไม่มีความสัมพันธ์เครือข่าย
      • ผู้ดูแลเสี่ยง คือเศรษฐานะ การศึกษา อายุน้อย ภาวะทางจิต การใช้สารเสพติด การก่ออาชญากรรม การเมาสุรา การมีอารมณ์โกรธก่อนเกิดเหตุ
  • 21.  
  • 22. การตรวจร่างกาย
    • รอยฟกช้ำ
    • แผลความร้อน
    • กระดูกหัก เคลื่อน
    • การจับเขย่า
  • 23. รอยฟกช้ำ ( Bruises )
  • 24. รอยฟกช้ำ ( Bruises )
    • รอยฟกช้ำที่อธิบายไม่ได้ ( unexplained bruises )
    • รอยฟกช้ำที่เกิดบ่อยๆ ( repeated bruises )
  • 25.
    • ระวัง !
    • 3. รอยฟกช้ำบริเวณ
      • ใบหน้า
      • หู คอ
      • ต้นแขน
      • แผ่นหลัง
      • ก้น
      • ต้นขาด้านหลัง
      • หน้าอก ท้อง
      • มือ
      • อวัยวะเพศ
  • 26.  
  • 27.  
  • 28.  
  • 29.  
  • 30.  
  • 31.  
  • 32. แผลเป็นในบริเวณ ที่น่าสงสัย
  • 33.  
  • 34.  
  • 35.  
  • 36.  
  • 37.  
  • 38.  
  • 39.  
  • 40.
    • 4. รอยฟกช้ำที่มีอายุที่แตกต่างกัน ( different ages of bruises)
    • โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยฟกช้ำที่มีอายุที่แตกต่างกันใน
    • บริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกัน
  • 41.  
  • 42.  
  • 43.
    • 5. รูปร่างแปลก รูปร่างเฉพาะเจาะจง ( unusual shapes which suggest the use of an instrument )
  • 44. รอยฟกช้ำที่มีรูปร่าง คล้าย รางรถไฟ แผลเป็นจาก ความร้อนลวก แผลเป็นจาก รอยของมีคม
  • 45. ถูกตีด้วยไม้
  • 46. กรรไกรจิ้มแทง
  • 47. กรรไกรจิ้มที่ศีรษะ
  • 48. ถูกตอกปากด้วยสาก
  • 49. ไม้จิ้ม
  • 50. ไม้จิ้ม
  • 51. ไม้ทับบนเล็บแล้วตอกซ้ำ
  • 52. รอยเข็มขัด
  • 53. รอยสายไฟ ( ขดเป็นวง )
  • 54. รางรถแข่ง
  • 55. รอยถูกผูกมัดด้วยเชือก
  • 56. ถูกข่วน ( i nflicted scratches )
  • 57. ถูกตบ ( h and slap )
  • 58.  
  • 59. รอยมือ ( Hand marks)
    • นิ้วมือไม่ได้ทำให้เกิดรอย
    • รอยฟกช้ำหรือแดงมักเกิดในเนื้อเยื่อระหว่างนิ้วซึ่งถูกแรงบีบอัดจากนิ้วทั้งสองด้านในขณะถูกตีกระทบ
  • 60. รอยบีบจับ (Grab marks) พบได้บ่อยใน shaken baby
  • 61.
    • 6. รอยถูกกัด ( bite marks )
  • 62. รอยกัด
    • ปรึกษาทันตแพทย์ ร่วมพิจารณา
    • เก็บภาพด้วยกล้องที่มีคุณภาพ และติดตามถ่ายภาพเป็นระยะหากไม่แน่ใจว่าถูกกัดมานานเพียงใด
    • ในแผลสด ต้องใส่ถุงมือ swab for ABO และ DNA evidence ( ห้ามแตะบาดแผลโดยไม่ใส่ถุงมือ )
    • ตรวจเปรียบเทียบกับฟันของผู้ถูกกระทำ ( สงสัยว่าทำร้ายตัวเองหรือไม่ ? )
    • ระยะห่างระหว่างฟันเขี้ยว ( canines ) ในผู้อายุมากกว่า 8 ปี จะประมาณ 3 ซม .
    • ระยะเฉลี่ยของผู้ใหญ่ ประมาณ 2.5-4.0 ซม .
    • สามารถเปรียบเทียบรอยกัดกับรูปฟันจำลองของผู้สงสัยได้
  • 63.  
  • 64.  
  • 65.  
  • 66.  
  • 67.
    • 7. รอยฟกช้ำในทารกที่ยังไม่สามารถเกาะยืนได้
  • 68.  
  • 69. บาดแผลจากความร้อน ( Burn )
  • 70. บาดแผลความร้อนจากการถูกจับกดในน้ำร้อน Immersion burns
    • เกิดรอยบาดแผลความร้อนลวกที่
      • ก้น
      • อวัยวะเพศ
      • มือทั้งสองข้างคล้ายใส่ถุงมือ ( glove-like )
      • เท้าทั้งสองข้างคล้ายใส่ถุงเท้า ( stocking )
  • 71.  
  • 72.  
  • 73.  
  • 74.  
  • 75.  
  • 76. อาจมีผิวหนังส่วนที่ไม่เกิดบาดแผล เกิดขึ้นเนื่องจากผิวหนังส่วนนั้นสัมผัสติดกับพื้นผิวภาชนะต่างๆเช่น อ่างอาบน้ำ กะละมัง
  • 77. ผิวหนังส่วนที่แนบกับพื้นผิวภาชนะ
  • 78. ผิวหนังบริเวณที่แนบกัน
  • 79. แผลความร้อนจากน้ำร้อนหกรด ( Splash burn )
    • จากศีรษะลงปลายเท้า
    • ความรุนแรงมากจากบนลงล่าง
    • สามเหลี่ยมหัวกลับ
  • 80.  
  • 81. 2 0 Burn
  • 82. บาดแผลความร้อนจากวัสดุ เครื่องมือต่างๆ Burn in shape of common utensils
  • 83. แผลบุหรี่จี้ ( Cigarette burns )
  • 84. แผลบุหรี่จี้ ( Cigarette burns )
  • 85. รอยแผลจากที่จุดไฟ
  • 86. ผู้แจ้ง ผู้รับแจ้งเหตุขั้นต้น ผู้กระตุ้นระบบ จนทคุ้มครองเด็ก หรือ พนักงานฝ่ายปกครอง ผู้ช่วยเหลือสหวิชาชีพ
  • 87. ถาม มีเงื่อนไขใดบ้างที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กออกมาจากครอบครัว เพื่อคุ้มครอง สวัสดิภาพได้
    • ตอบ มี 6 เงื่อนไข คือ ( มาตรา 28)                                    1.
    • ผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด
    • ผู้ปกครองกระทำการอันน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพ หรือขัดขวางต่อการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการของเด็ก   
    • ผู้ปกครองเลี้ยงดูเด็กโดยมิชอบ           
    • มีเหตุจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเพื่อป้องกันมิให้เด็กได้รับอันตราย   
    • เด็กถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
  • 88. หลักปรัชญาพื้นฐานในการริเริ่มกระบวนการปกป้องเด็ก
    • เด็กทุกคนเป็นความรับผิดชอบของสังคม ( รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น ผู้มีหน้าที่ดูแลเด็กทุกด้าน ภาคเอกชน องค์กรอิสระ ผู้ใหญ่ทุกคน )
    • พ่อแม่ ผู้ปกครองมีสิทธิดูแลเด็กถ้ามี ความปรารถนา และ ความสามารถ ในการเลี้ยงดู
    • อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ไม่สามารถดูแลเด็กได้ รัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการแทรกแซง จัดสวัสดิการ เลี้ยงดู ( เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ บรรทัดฐานในการตัดสิน ซึ่งใช้ในการแทรกแซง รวมทั้งการจัดสวัสดิการของภาครัฐเอง )
    • ทั้งเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ กระบวนการแทรกแซง การฟื้นฟูสภาพ การจัดสวัสดิการต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย บรรทัดฐานด้านจริยธรรม คุณธรรม ของสังคม ความรู้ที่มีหลักฐานประจักษ์
  • 89. The Convention on the Right of the Child
    • The UN General Assembly unanimously adopted the Convention on the Child on 20 November 1989 and it entered into force-or became legally binding on States Parties-in September 1990.
  • 90. The essential themes of UN convention on the rights of the child
  • 91. Article 19 Protection from Abuse and Neglect
    • The State shall protect the child from all forms of maltreatment by parents or others responsible for the care of the child and establish appropriate social programs for the prevention of abuse and the treatment of victims.
  • 92.
    • The child has a right to live with his or her parents unless this is deemed to be incompatible with the child’s best interest.
    • The child also has the right to maintain contact with both parents if separated from one or both.
    Article 9 Separation from Parents
  • 93. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ . ศ . ๒๕๔๖
    • มาตรา ๔ “ เด็ก ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
  • 94.
    • กฎหมายใหม่มีแนวคิดสำคัญใน การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และมีพัฒนาการที่เหมาะสม อันเป็นการส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันครอบครัว และป้องกันมิให้เด็กถูกทารุณกรรม ตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์โดย มิชอบ หรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
    พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ . ศ . ๒๕๔๖
  • 95.
    • การป้องกัน
      • การกำหนดสิทธิเด็ก เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ
      • การกำหนดหน้าที่ต่อเด็กของ ผู้ดูแล ผู้อื่น
    • การแจ้งเหตุ
    • การช่วยเหลือตั้งแต่แรกแบบสงเคราะห์ หรือ คุ้มครอง
      • พนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มคอรงเด็ก
      • พนักงานฝ่ายปกครอง
    • การฟื้นฟู
  • 96. โครงสร้างกฎหมาย
    • กฎหมายฉบับนี้มีทั้งสิ้น 9 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวมทั้งสิ้น 88 มาตรา ในแต่ละหมวด กล่าวถึง           หมวด 1 คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก           หมวด 2 การปฏิบัติต่อเด็ก           หมวด 3 การสงเคราะห์เด็ก           หมวด 4 การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก           หมวด 5 ผู้คุ้มครองเด็กสวัสดิภาพเด็ก           หมวด 6 สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครอง สวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู           หมวด 7 การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา           หมวด 8 กองทุนคุ้มครองเด็ก           หมวด 9 บทกำหนดโทษ
  • 97. สิทธิของเด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ . ศ .2546
    • เด็กต้องได้รับการปฏิบัติ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก และไม่เลือกปฏิบัติ ( มาตรา 22 )                   
    • เด็กต้องได้รับการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน พัฒนาจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ปกครองสวัสดิภาพตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม แห่งท้องถิ่น แต่ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนด ( มาตรา 23)                     
    • เด็กมีสิทธิได้รับการปกป้อง คุ้มครองมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเป็นอันตรายต่อกาย หรือจิตหรือขัดขวางการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก และได้รับ การสงเคราะห์และส่งเสริมความประพฤติตามมาตรฐานที่กำหนด ( มาตรา 28 และมาตรา 29)                    
  • 98. สิทธิหน้าที่ของบิดามารดาผู้ปกครอง
    • กำหนดหน้าที่ผู้ปกครองมิให้ทอดทิ้งเด็ก หรือไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีพจนน่าจะเกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของเด็ก หรือขัดขวางการเจริญและพัฒนาการ ของเด็กหรือเลี้ยงดูโดยมิชอบ ( มาตรา 25)
    • มีหน้าที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น ตามมาตรฐาน และพัฒนาการที่เหมาะสม ( มาตรา 23)
    • มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือสงเคราะห์หรือได้รับคำแนะนำจากรัฐและพนักงานของรัฐให้สามารถอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ ( หมวด 3 การสงเคราะห์ )
    • ไม่ถูกแยกเด็กจากครอบครัวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร โดยมีสิทธิที่จะไม่ให้ความยินยอม และกรณีที่ต้องมีการแยกเด็กออกจากครอบครัว สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวได้ ( มาตรา 33)
  • 99. สิทธิหน้าที่ของรัฐ
    • มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ในการให้การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก ( หมวด 3 การสงเคราะห์เด็ก หมวด 4 การคุ้มครอง สวัสดิภาพ )
    • ต้องจัดการศึกษา ฝึกอบรม สั่งสอน บำบัดรักษา แนะแนว และฟื้นฟูสภาพร่างกาย และจิตใจ ให้เหมาะสมแก่เด็ก ( หมวด 6 สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู
    • กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่ดูแลและคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งมีอำนาจเข้าไป ดูแลตรวจสอบ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูในเขตอำนาจ
  • 100. การสงเคราะห์
    • หมายความว่า การให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก รวมทั้งครอบครัว ซึ่งอยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ตามกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเงินตรา เครื่องอุปโภค บริโภค หรือการให้บริการอื่น ๆ ซึ่งกระทำโดยหน่วยงานของราชการหรือเอกชน ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ โดยต้องกระทำผ่านผู้ปกครอง หรือร่วมมือกับผู้ปกครอง โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ปกครองเป็นหลัก ตามมาตรา 33
  • 101. การคุ้มครองสวัสดิภาพ
    • หมายความว่า การปกป้อง ดูแล พัฒนาและฟื้นฟูเด็กและครอบครัว ซึ่งอยู่ในสภาวะที่จะต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ซึ่งแยกได้
    • ก . คือการคุ้มครองให้เด็กปลอดภัย เมื่อผู้ปกครองอาจมีส่วนก่ออันตรายให้แก่เด็ก หรือ ไม่สามารถคุ้มครองให้เด็กปลอดภัย โดยจัดความสัมพันธ์ ( ทางกฎหมาย ) ระหว่างเด็กกับผู้ปกครองเพื่อให้เด็กปลอดภัย
    • ข . คือ การคุ้มครองเด็กไม่ให้ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการกระทำความผิด หรือไม่สามารถปกครองดูแลให้เด็กพ้นจากความเสี่ยงต่อการกระทำความผิด โดยการจัดความสัมพันธ์ ( ทางกฎหมาย ) ระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กพ้นจากความเสี่ยงต่อการกระทำความผิด
    ความสัมพันธ์ระหว่างการสงเคราะห์กับการคุ้มครองสวัสดิภาพ การสงเคราะห์เน้นการให้บริการแก่เด็กและครอบครัวโดยร่วมมือกับ ผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กได้รับการอุปการะ เลี้ยงดูตามมาตรฐานขั้นต่ำ ส่วนการคุ้มครองสวัสดิภาพเน้นการจัดความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับ ผู้ปกครองใหม่ให้เกิดความปลอดภัยต่อเด็ก หรือให้เด็กพ้นจากความเสี่ยงต่อ การกระทำความผิด โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความยินยอมของผู้ปกครอง
  • 102. น้อง น ตกบันไดเสียชีวิต .. ด . ช . น้อง น อายุ 1 ปี 4 เดือน ประวัติ ได้จากคนเลี้ยงข้างบ้าน
  • 103.
    • CC: ตกบันได 4 ขั้น 15 นาที PTA
    • PI : 15 นาที PTA ตกบันไดจากชั้นบนสูง 1.2 เมตร ไม่สลบ ต่อมาซึมลงจึงมารพ .
    • PHx : ปฏิเสธโรคประจำตัวและโรคที่เป็นแต่กำเนิด
    • พัฒนาการปกติ
    • ได้รับ vaccine ครบ
    • FHx : อยู่กับคนเลี้ยงตั้งแต่อายุ < 1 ปี
    • แม่ : ถูกจับคดียาบ้า
    • พ่อ : ขับรถแท็กซี่ แต่ก็ไม่มาดูแลน้องแนว ปล่อยให้ข้างบ้านดูแลมาตลอดช่วงแรกยังให้ค่าเลี้ยงดูอยู่ แต่ต่อมาไม่นำเงินมาให้เลย
  • 104.  
  • 105.  
  • 106.  
  • 107.  
  • 108.  
  • 109.  
  • 110.  
  • 111. D iffuse axonal injury
  • 112. Tearing of bridging veins
  • 113. S ubdural hemorrhages (often interhemispheric), subarachnoid hemorrhage, and brain edema.
  • 114. Retinal and optic nerve sheath hemorrhages
  • 115. มาตรา 28 : 6 เงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กออกมาจากครอบครัวเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพได้
    • ผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด
    • ผู้ปกครองกระทำการอันน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพ หรือขัดขวางต่อการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการของเด็ก
    • ผู้ปกครองเลี้ยงดูเด็กโดยมิชอบ
    • มีเหตุจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
    • เพื่อป้องกันมิให้เด็กได้รับอันตราย
    • เด็กถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
  • 116. การปฏิบัติต่อเด็ก มาตรา 29 ผู้ใดพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามหมวด ๓ และหมวด ๔ จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ โดยมิชักช้า แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่รับตัวเด็กไว้รักษาพยาบาล ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กที่เป็นศิษย์หรือลูกจ้าง จะต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจทราบ โดยมิชักช้า
  • 117. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ . ศ . 2546 หมวด 2 การปฏิบัติต่อเด็ก มาตรา 29 ( ต่อ ) การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อได้กระทำโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองและ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครอง
  • 118. อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
    • เข้าไปในเคหสถาน ซักถามเด็ก นำตัวเด็กไปในที่ทำการ มีหนังสือเรียกผู้ปกครองเพื่อให้ข้อเท็จจริง ทำรายงาน ( มาตรา 30 )
    • กรณีประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มีอำนาจเข้าตรวจค้นและแยกเด็กออกมาจากครอบครัวเพื่อคุ้มครอง สวัสดิภาพโดยเร็วที่สุด ( มาตรา 41)
  • 119.
    • กรณีผู้ทำทารุณกรรมเด็กเป็นผู้ปกครองหรือญาติ แล้วมีการฟ้องร้องในคดีอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ปกครองหรือญาติจะทำทารุณกรรมกับเด็กอีก ศาลมีอำนาจ กำหนดมาตรฐาน คุมความประพฤติแก่ผู้ปกครองหรือญาติ โดยอาจห้ามเข้าเขตกำหนดหรือห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กในระยะที่ศาลกำหนด และศาลอาจสั่งให้ทำทัณฑ์บน ผู้ปกครอง หรือญาติด้วยก็ได้ ( มาตรา 43)
    • หากยังไม่มีการฟ้องคดีอาญาหรือไม่ฟ้อง แต่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการกระทำทารุณกรรมแก่เด็กอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือพนักงานอัยการยื่นคำขอต่อศาลตามมาตรา 5 เพื่ออกคำสั่งมิให้กระทำการดังกล่าวโดยกำหนดมาตรการคุมประพฤติและเรียกประกันด้วยก็ได้
  • 120. แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง อื่นๆ พนักงานคุ้มครองเด็ก แพทย์ นักจิต นักสังคม นักบำบัด พนักงานฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน องค์กรท้องถิ่น ผู้พิพากษา อัยการ แยกเด็ก --------- จัดการดูแล แยกเด็ก ? สืบค้น ? ----------- จับดำเนินคดี อัยการ ศาล แยกเด็ก ? สืบค้น ? -------- วินิจฉัย บำบัด ต้องการอำนาจทางกฎหมายในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแยกเด็ก จนถึงการบำบัดครอบครัว