กุหลาบเป็นไม้ดอกที่มีความ                        สวยงามยากที่จะหาดอกไม้ชนิด                        อื่นมาเปรียบเทียบ ได้จน...
ถึงแม้กุหลาบจะปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินที่ต่างกันก็ย่อมทำาให้ การเจริญเติบโตดีเลวต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนปลูกควรเตรี...
นั้นก็จะใส่ปยคอก เช่น ขี้เป็ด ขี้ไก่ ขี้วัว ฯลฯ ประมาณหลุม               ุ๋ละ 1 บุ้งกี๋ ใส่ปยซุปเปอร์ฟอสเฟต หรือกระดูกป่นเ...
จุ่มโคนกิ่งตัดชำาใน                   ฮอร์โมนเร่งราก2. การตอนกิ่งทีใช้ตอนมักมาจากกิ่งที่มีสภาพแตกต่างกันทั้งกิ่งอ่อน      ...
4. นำาแผ่นตาไปเสียบลงทีรอยกรีดของต้นตออย่าง                           ่ระมัดระวังอย่าให้แผ่นตาชำ้า โดยใช้มือซ้ายจับแผ่นตา ...
ในระยะแรกของการปลูกจะเป็นระยะที่ต้นกุหลาบเจริญเติบโตสร้างใบ และกิ่ง ควรใส่ปยเคมีที่มีสูตรตัวแรกคือ                        ...
ชานอ้อย ขุยมะพ้าว แกลบ และขี้เลื่อย เป็นต้น ควรจำาไว้ว่าวัสดุที่จะนำามาคลุมแปลงปลูกนี้ควรเป็น วัสดุที่เก่า คือ เริม       ...
การตัดแต่งกิ่งแบบให้                  เหลือกิ่งไว้กับต้นยาว2. การตัดแต่งกิ่งแบบให้เลือกกิ่งไว้กับต้นสั้น คือ ตัดแต่งกิ่งจน...
การตัดดอกกุหลาบเพื่อจำาหน่ายนั้น ควรให้มีกิ่งเหลืออยู่อย่างน้อย 2 กิ่ง เสมอ (กิ่งที่มีใบย่อยครบ 5 ใบ) ไม่ควรตัดชิดโคนกิ่ง ...
ร่วงในเวลาต่อมา บางครั้งถ้าเป็นมากอาจ ลุกลามมาที่กิ่งด้วย ระบาดมากในฤดูฝน ควรป้องกันโดยฉีดพ่นด้วยสารเคมีเช่น ดูปราวิท ไดเท...
กิ่งหรือต้น ทำาให้กิ่งและต้นแห้งตาย ควรป้องกันกำาจัดโดยการ ตรวจดูบริเวณรอยต่อระหว่างกิ่งแห้งและกิ่งดี หากพบตัวหนอนก็ทำาลาย...
เหลืองซึ่งมองเห็นได้บนหลังใบ สำาหรับสารเคมีทใช้กำาจัด                                            ี่ได้ผลคือ เคลเทนกุหลาบเป...
ขวางและถ้าผู้ปลูกได้มีการปรับปรุง คุณภาพให้ดีมีดอกใหญ่ก้านยาวก็จะเป็นที่ต้องการของตลาดทังภายในและต่าง                     ...
3. กรมส่งเสริมการเกษตร. 2530. คู่มือการผลิตไม้ตัดดอกเพื่อการส่งออก. งานไม้ดอกไม้ประดับ กลุ่มพืชสวนกองส่งเสริมพืชพันธุ์.4. ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

การปลูกต้นกุหลาบ

1,442

Published on

Published in: Education
1 Comment
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,442
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
1
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การปลูกต้นกุหลาบ

  1. 1. กุหลาบเป็นไม้ดอกที่มีความ สวยงามยากที่จะหาดอกไม้ชนิด อื่นมาเปรียบเทียบ ได้จนกระทั่งมีผู้ ให้ฉายาว่า "ราชินีแห่งดอกไม้" ดังนั้นกุหลาบจึงเป็นดอกไม้ที่ นิยมปลูกและใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศนอกจากนี้กุหลาบยัง มีคุณสมบัติที่ดีเด่นอีกหลายประการสามารถใช้ประโยชน์ได้กว้างขวาง เช่น ใช้ เป็นไม้กระถางไม้ตัดดอก ตกแต่งสถานที่ ตลอดจนใช้เป็นวัตถุดิบสำาหรับทำาเป็น นำ้ามันหอมระเหยและดอกไม้แห้ง ในการปลูกเป็นการค้าก็ยงได้เปรียบดอกไม้อีก หลายชนิดเป็นต้นว่า ัสามารถควบคุมการออกดอกได้ง่ายซึ่งทำาให้กำาหนดการออกดอก ให้ตรงกับเทศกาลทำาให้สามารถจำาหน่ายได้ราคาดี และเนื่องจากกุหลาบเป็นดอกไม้ ที่นยมของคนทั่วไป ดัง ินั้น จึงสามารถหาตลาดจำาหน่ายได้ง่ายกว่าดอกไม้อื่น ๆนอกจากนี้กุหลาบที่ปลูกในประเทศไทยยังเจริญเติบโตได้ดีในฤดูหนาวซึ่งต่างกับ ประเทศในแถบยุโรปที่ต้องการกุหลาบมาก การจะปลูกกุหลาบในฤดูหนาวต้อง ปลูกในเรือนกระจก ทำาให้เสียค่าใช้จ่ายสูงจึงส่งผลให้ดอกกุหลาบมีราคาแพง ดังนั้น ประเทศที่ปลูกกุหลาบได้ดีในฤดูหนาวจึงสามารถตัดดอกส่งไปขายในตลาดต่าง ประเทศได้ราคาดี
  2. 2. ถึงแม้กุหลาบจะปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินที่ต่างกันก็ย่อมทำาให้ การเจริญเติบโตดีเลวต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนปลูกควรเตรียมดินดังนี้ในภาคกลางซึ่งมีสภาพดินค่อนข้างเหนียว และค่อนข้างเป็นกรดจัด ระดับ นำ้าใต้ดินสูง เกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบจะนิยมปลูกแบบร่องสวน ซึ่งมีคนำ้าคั่นกลาง โดยเริมเตรียมดิน ู ่ในฤดูแล้ง คือจะต้องฟันดินและตากดินให้แห้ง เพื่อกำาจัดวัชพืช ก่อน ในขณะที่ตากดินนี้อาจโรยปูนขาวลงไปด้วยก็ได้ เมื่อดินแห้งดีแล้วจึงกลับ หน้าดิน และชักดินในแต่ละแปลงให้มีขอบสูง ตรงกลางเป็นแอ่งเล็กน้อย ขนาด ของแปลงกว้างและยาวตามพื้นที่เดิมที่เคยปลูกผักมาแล้ว การวางระยะห่างของ ต้นที่จะปลูกอาจใช้ระยะ 50 x 50เซนติเมตร จำานวนแถวในแต่ละแปลงไม่ควร เกิน 3 แถวเพื่อความสะดวกในการตัดดอกและตัดแต่งกิ่งตรงแถวกลางสำาหรับในภาคอื่นที่มีสภาพดินค่อนข้างร่วนหรือดินร่วนปนทราย อาจ ปลูกแบบเจาะหลุมปลูกหรือแยกแปลงปลูกก็ได้โดยวัดขนาดแปลงปลูกกว้าง 1 .20 เมตร เว้นทางเดิน 1เมตร ความยาวของแปลงปลูกตามขนาดของพื้นที่ และใช้ระยะปลูก 60 x60 เซนติเมตร ซึ่งจะได้จำานวนต้นประมาณ2,000 ต้นต่อไร่ (หรือ ทำาแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร เว้นทางเดิน 1 เมตร และใช้ระยะปลูก 50 x 50 เซนติเมตร สำาหรับพันธุ์กุหลาบที่ขนาดของทรงพุ่มไม่แผ่กว้างมากนัก) ก่อนปลูกควรหว่าน ปูนขาวและไถพรวนตากดินไว้ให้แห้งกุหลาบสามารถปลูกได้ทั้งในดินที่เป็นกรดหรือด่าง แต่เจริญได้ดีในดิน ทีค่อนข้างเป็นกรดเล็กน้อย คือมี pH ประมาณ ่4.5-6.5 ถ้าดินเป็นกรดมากให้เติม ปูนขาว 60-100 กิโลกรัมต่อ 100 ตารางวา แต่ถาดินเป็นด่างก็ใส่กำามะถันผง 20-50 ้กิโลกรัมต่อ 100 ตารางวา เมื่อเตรียมแปลงปลูกเรียบร้อยแล้ว ให้ขุดหลุม ปลูกกว้างและลึก 30 x 30 เซนติเมตร (ถ้าเตรียมหลุมปลูกกว้างและลึกกว่านี้ จะ เป็นการดียงขึ้น) จาก ิ่
  3. 3. นั้นก็จะใส่ปยคอก เช่น ขี้เป็ด ขี้ไก่ ขี้วัว ฯลฯ ประมาณหลุม ุ๋ละ 1 บุ้งกี๋ ใส่ปยซุปเปอร์ฟอสเฟต หรือกระดูกป่นเป็นปุ๋ยรอง ุ๋ก้นหลุม ๆ ละ 1 กำามือ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วจึงนำากิ่งพันธุ์กุหลาบซึงอาจจะเป็นกิ่งตอนหรือต้นติดตา ลงไปปลูก กลบ ่ดินที่โคนต้นให้กระชับและรดนำ้าให้ชุ่มกิ่งพันธุ์ที่นิยมนำามาปลูกเพื่อตัดดอกเป็นการค้าในปัจจุบันได้แก่ กิ่งตัดชำา และกิ่งตอนจะมีเกษตรกรบางรายที่ปลูกโดยใช้ต้นติดตา แต่มีน้อยรายการขยายพันธุ์กุหลาบที่นิยมใช้มี 3 วิธี คือ1. การตัดชำาวิธีการตัดชำาที่นิยมทำาอยู่ทั่วไปคือ เลือกกิ่งกุหลาบที่ไม่แก่และไม่อ่อน จนเกินไปนำามาตัดเป็นท่อนประมาณ 12-15เซนติเมตร หรือ 1 คืบ รอยตัดต้อง อยูใต้ข้อพอดีแล้วตัดใบ ่ตรงโคนกิ่งออก จากนั้นเฉือนโคนทิ้ง แล้วจุ่มโคนกิ่งตัดชำานี้ในฮอร์โมนเร่งราก เซ่น เซอราดิกส์ เบอร์ 2 (เพื่อช่วยเร่งให้ออกรากเร็วขึ้น) แล้วผึ่ง ให้แห้งนำาไปปักชำาในแปลงพ่นหมอกกลางแจ้ง ถ้าไม่มีแปลงพ่นหมอกก็ใช้เครื่องพ่นนำ้ารดสนามหญ้าก็ได้แล้วให้นำ้าเป็นระยะ ๆ ตามความจำาเป็น โดยมีหลักว่าอย่า ให้ใบกุหลาบแห้ง กิ่งกุหลาบจะออกรากใน12-15 วัน แล้วแต่พันธุ์ การชำากิ่งนี้ นิยมทำากันมากในปัจจุบันเพราะได้จำานวนต้นมากในระยะเวลาสั้นเสียค่าใช้จ่ายน้อยแต่กิ่งชำานี้เมื่อนำาไปปลูกต้นจะโทรมเร็วภายใน 3- 4 ปีซึ่งกุหลาบพันธุ์สีเหลือง และสีขาวมักจะออกรากยาก ตัดกิ่งกุหลาบเป็นท่อน เฉือนโคนกิ่ง ประมาณ 12-15 ซม. ทิ้ง
  4. 4. จุ่มโคนกิ่งตัดชำาใน ฮอร์โมนเร่งราก2. การตอนกิ่งทีใช้ตอนมักมาจากกิ่งที่มีสภาพแตกต่างกันทั้งกิ่งอ่อน ่และกิ่งแก่ คละกันไปทำาให้การเจริญเติบโตของต้นกุหลาบหลังลงแปลงปลูกในแปลงไม่สมำ่าเสมอ ซึงการตอนนี้จะใช้ ่เวลาในการเกิดรากนานประมาณ 4-7 สัปดาห์ ทั้งนี้ แล้วแต่พันธุ์ที่จะใช้ตอน3. การติดตาวิธีการทำาต้นกุหลาบติดตานี้ค่อนข้างยุ่งยากและต้องใช้เวลาในการทำา นานกว่า 2 วิธีแรกคือ ตั้งแต่เริ่มตัดชำาต้นตอป่าจนถึงพันธุ์ดีทีนำาไปติดนั้นออก ดอกแรกจะใช้เวลาประมาณ5-6 เดือน โดยในขั้นแรกจะต้องตัดชำาต้นตอป่า (ของกุหลาบป่า) ให้ออกรากและเลี้ยงต้นตอป่านั้นให้แตกยอดใหม่ยาวเกิน 1 ฟุต ขึ้นไป ซึงจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ( ่หลังตัดชำาและออกราก) จากนั้นจึงนำา ตาพันธุ์ดีที่ต้องการไปติดตาที่บริเวณโคนของต้นตอป่า การติดตานี้จะต้องอาศัยฝีมือและความชำานาญพอสมควรโดยจะใช้วิการติดตาแบบใดก็ได้ เช่น แบบตัวที เป็นต้นวิธีติดตา วิธีติดตากุหลาบที่ได้ผลดีคือการติดตาแบบที่เรียกว่ารูปตัวที หรือ แบบโล่ มีวิธีทำาดังนี้คือ1. เลือกบริเวณที่จะติดตา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะพยายามติดตาให้ตำ่าที่สุด เท่าที่จะทำาได้คือ ประมาณไม่เกิน 3 นิ้วนับจากผิวดิน แล้วใช้กรรไกรหรือมีด ตัดหนามตรงบริเวณที่จะติดตาออกโดยรอบกิ่ง2. ใช้ปลายมีดกรีดที่เปลือกเป็นรูปตัวที แล้วเผยอเปลือกตรงรอยกรีด ด้านบนให้เปิดออกเล็กน้อย3. เฉือนตาเป็นรูปโล่ ให้ได้แผ่นตำายาวประมาณ 1 นิว และ ้ให้แผ่นตานั้น มีเนื้อไม้ติดมาด้วยเพียงบางๆ ไม่ต้องแกะเนื้อไม้ติดมามาก ให้ลอกเนื้อไม้ออกอย่าง ระมัดระวังอย่าให้แผ่นตาโค้งงอหรือบอบชำ้า
  5. 5. 4. นำาแผ่นตาไปเสียบลงทีรอยกรีดของต้นตออย่าง ่ระมัดระวังอย่าให้แผ่นตาชำ้า โดยใช้มือซ้ายจับแผ่นตา (ตรงก้านใบ) ค่อย ๆ กดลงไปขณะเดียวกันมือขวา ก็ค่อยเปิดเปลือกช่วย แล้วพันด้วยพลาสติกเพื่อให้ตาเจริญเติบโตเร็วขึ้น ควรปล่อยให้กิ่งใหม่เจริญเติบโตจนกระทั่ง กิ่งใหม่ยาวพอสมควรแล้วจึงตัดต้นตอที่อยู่เหนือกิ่งใหม่ออกทั้งหมด สำาหรับ พลาสติก ทีติดตาอยู่นั้น ่อาจจะปล่อยให้ผุหรือหลุดไปเองก็ได้ถ้าเห็นว่าแผ่นพลาสติกนั้นรัด ต้นเดิมแน่นเกินไปหรือไปขัดขวางการเจริญเติบโตของกิ่งใหม่ก็ให้แกะออกส่าหรับกิ่งที่แตกออกมาใหม่นี้ ควรมีไม้ผูกพยุงกิ่งไว้เสมอเพราะอาจจะ เกิดการฉีกขาดตรงรอยต่อได้ง่ายเนื่องจากรอยประสานยังไม่แข็งแรงนักในกรณีที่การติดตานั้นไม่ได้ผล คือ แผ่นตาที่นำาไปติดตานั้นเปลียนเป็น สีนำ้าตาลหรือสีดำาให้รีบแกะแผ่นพลาสติกและ ่แผ่นตานั้นออกแล้วติดตาใหม่ในด้าน ตรงข้ามกับของเดิมหากไม่ได้ผลอีกต้องเลี้ยงดูต้นตอนั้นจนกว่ารอยแผลจะเชื่อม ก้นดีแล้วจึงนำามาติดตาใหม่ได้สำาหรับการติดตาในกุหลาบแบบทรงต้นสูง (Standard) นั้นก็ทำาเช่นเดียวกัน เพียงแต่ตำาแหน่งที่ติดตาอยู่ในระดับสูงกว่าเท่านั้นเอง การติดตาจะติดที่ต้นตอหรือกิ่ง ขนาดใหญ่ทแตก ี่ออกมาก็ได้กุหลาบเป็นพืชที่ต้องการความชื้นสูง ปริมาณนำ้าที่รดลงไปในดินปลูกควร กะให้นำ้าซึมได้ลึกประมาณ 16-18 นิ้วและอาจเว้นระยะการรดนำ้าได้คือ ไม่จำาเป็น ต้องรดนำ้าทุกวัน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดินปลูก) มีข้อควรจำาอย่างยิงในการ ่รดนำ้า กุหลาบคือ อย่ารดนำ้าให้โดนใบเนื่องจากโรคบางโรคที่อยู่ตามใบหรือกิ่งจะแพร่ระบาด กระจายไปได้โดยง่าย การให้นำ้าก็ไม่ควรให้นำ้ากระแทกดินปลูกแรงๆ เพราะเม็ดดิน จะกระเด็นขึ้นไปจับใบกุหลาบ ทำาให้เชื้อโรคบางชนิดที่อาศัยอยู่ในดินระบาดกลับ ขึ้นไปที่ต้นโดยง่ายและถ้าจำาเป็นจะต้องรดนำ้าให้เปียกใบควรจะรดนำ้าในตอนเช้า
  6. 6. ในระยะแรกของการปลูกจะเป็นระยะที่ต้นกุหลาบเจริญเติบโตสร้างใบ และกิ่ง ควรใส่ปยเคมีที่มีสูตรตัวแรกคือ ุ๋ไนโตรเจนสูง โดยใส่ทุก 15 หรือ 30 วัน อัตราการใส่ 1 กำามือต่อต้น ก่อนใส่ปุ๋ยควรมีการพรวนดินตื้นๆ อย่าให้กระทบรากมากนัก แล้วโรยปุ๋ยให้รอบ ๆ ต้นห่างจากโคนต้น 4-6 นิ้วแล้วแต่ขนาดของ ทรงพุ่ม จากนั้นก็รดนำ้าตามให้ซุ่ม (แต่อย่ารดนำ้าจนโชก) เมื่อกุหลาบเริ่มให้ดอก ควรใช้ปยเคมีที่มี ุ๋ฟอสฟอรัสและโปแตสเซี่ยมสูงควบคู่กันไปเพื่อเร่งการออกดอก และทำาให้ก้านดอกแข็งแรง นอกจากนี้อาจจะให้ปุ๋ยทางใบเพิ่มเติมก็จะเป็นการดี ข้อควรระวังในการใส่ปุ๋ยหลังจากปลูกแล้วคือควรโรยปุ๋ยให้กระจายรอบ ๆ ต้น อย่างสมำ่าเสมออย่าใส่เป็นกระจุก ๆ ที่จุดใดจุดหนึ่งเพราะอาจทำาให้เกิดความเสียหาย ต่อต้นกุหลาบได้ เนื่องจากมีความเข้มข้นของปุ๋ยตรงจุดทีใส่มากเกินไป ่อาจจะใช้แรงงานคนเก็บถอนหรือใช้สารเคมีกำาจัดวัชพืชซึ่งมีทั้งชนิดคุม กำาเนิดและชนิดที่ถูกทำาลายต้นตาย (อัตราการใช้จะระบุอยู่ที่ฉลากของขวด) ข้อควรระวังในการใช้สารเคมีเพื่อกำาจัดวัชพืชนี้คือ พยายามหลีกเลียงที่จะฉีดพ่นสาร ให้ ่ถูกต้นหรือใบกุหลาบและไม่ใช้ถงฉีดพ่นปะปนกับถังที่ใช้พ่น ัสารเคมีป้องกันกำาจัด โรคและแมลงเนื่องจากกุหลาบเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจัดอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง ดังนั้นสถานที่ปลูกกุหลาบจึงต้องเป็นที่โล่งแจ้งและจะต้องมีความชื้นสูงด้วย การ คลุมแปลงปลูกจึงเป็นสิ่งจำาเป็นส่าหรับการปลูกกุหลาบโดยใช้วัสดุที่หาได้งายใน ่ท้องถิ่นนั้นๆ เซ่น หญ้าแห้ง ฟาง เปลือกถั่วลิสง ซังข้าวโพด
  7. 7. ชานอ้อย ขุยมะพ้าว แกลบ และขี้เลื่อย เป็นต้น ควรจำาไว้ว่าวัสดุที่จะนำามาคลุมแปลงปลูกนี้ควรเป็น วัสดุที่เก่า คือ เริม ่สลายตัวแล้วมิฉะนั้นจะทำาให้เกิดการขาดไนโตรเจนกับต้นกุหลาบ ดังนั้นถ้าไซ้วัสดุที่คลุมแปลงค่อนข้างใหม่ควรเติมปุ๋ยไนโตรเจนลงไปด้วย การคลุมแปลงนี้นอกจากจะช่วยรักษาความชื้นและอุณหภูมิรวมทั้งเพิ่มความโปร่ง ของดินและเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินในแปลงปลูกแล้วยังช่วยป็องกันวัชพืชให้ขืน ช้าอีกด้วยการตัดแต่งกิ่งเป็นสิ่งจำาเป็นสำาหรับการปลูกกุหลาบ ถ้าผู้ปลูกกุหลาบไม่มี การตัดแต่งกิ่งเลยก็จะทำาให้ต้นกุหลาบเจริญเติบโตอย่างอิสระ แตกกิ่งก้านมาก เกินไป ทำาให้ดอกมีขนาดเล็ก ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้น เกษตรกรจึงควรมีการตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ต้นได้รูปทรง พุ่มต้นและโคนต้นโปร่งได้รับแสงแดด มากขึ้น ดอกที่ได้จะมี ขนาดใหญ่และมีคุณภาพดี นอกจากนี้การตัดแต่งกิ่งยังช่วย กำาจัดโรคและแมลงทีแอบแฝงอยูในพุ่มต้นได้ดีอีกด้วย รวมทั้งสามารถ ่ ่แต่งดิน ในแปลงปลูกได้สะดวก ทำาให้กุหลาบทีได้มีการตัด ่แต่งกิ่งแล้วเจริญเติบโตดีขึ้นการตัดแต่งกิ่งกุหลาบสามารถ ทำาได้ 2 แบบคือ1. การตัดแต่งกิ่งแบบให้เฑลือกิ่งไว้กับต้นยาว คือ ตัดแต่งกิ่งออกเพียงเล็กน้อย โดยให้เหลือกิ่งที่มใบสมบูรณ์ไว้ ีมากเพื่อให้มีอาหารเลี้ยงต้นมาก การตัดแต่งกิ่งมีหลักในการพิจารณาเลือกกิ่งที่จะต้องตัดออกคือกิ่งที่แห้งตาย กิ่งที่ เป็นโรคหรือถูกแมลงทำาลาย กิ่งไขว้ที่เจริญเข้าหาทรงพุ่ม กิ่งที่ล้มเอนไม่เป็นระเบียบ ควรจะต้องให้ตาที่อยู่บนสุดของกิ่งหันออกนอกพุ่มต้น เพื่อให้กิ่งที่แตกใหม่หัน ออกนอกทรงพุ่มด้วยและตัดกิ่งให้เฉียง 45 องศา สำาหรับการตัดแต่งกิ่งแบบให้ เหลือกิ่งไว้กับต้นยาวนีใช้ได้กับกุหลาบที่ปลูกจากกิ่งตัด ้ชำาและกิ่งตอน
  8. 8. การตัดแต่งกิ่งแบบให้ เหลือกิ่งไว้กับต้นยาว2. การตัดแต่งกิ่งแบบให้เลือกกิ่งไว้กับต้นสั้น คือ ตัดแต่งกิ่งจนเหลือกิ่งบนต้นสูงจากพื้นดินประมาณ 30-45เซนติเมตร แล้วเหลือกิ่งไว้ 3-4 กิ่งเท่านั้นการตัดแต่งกิ่งแบบนี้จะตัดแต่งได้เฉพาะต้นกุหลาบที่ปลูกจากต้นติดตาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าต้นติดตานั้นมีอายุน้อยกว่า2 ปี ให้ตัดแต่งกิ่งแบบแรก แต่ต้องตัดเพิ่มเติมอีก คือ กิ่งแก่ที่ไม่ต้องการและกิ่งชักเกอร์ (กิ่งของต้นตอซึ่งเป็นกุหลาบพันธุ์ป่า)สำาหรับระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการตัดแต่งกิ่ง คือ ต้นฤดูฝนเมื่อตัดแต่ง กิ่งให้น้อยลงตามความต้องการแล้วควรใช้ปูนแดงผสมกับยากันรา หรือใช้สีนำ้ามัน ทาบนรอยแผลที่ตัดเพื่อป้องกันการเน่าลุกลามของเชื้อราจากรอบแผลที่ตัดนอกจาก นีควรเก็บกิ่งและใบที่ตัดออก ทำาความสะอาด ้แปลงให้เรียบร้อยด้วยแล้วจึง แต่งดินในแปลงปลูก คือ ไถพรวนหน้าดิน ใส่ปุ๋ยคอก ปุยเคมี รวมทั้งใช้วัสดุ คลุมแปลง ๋ปลูกพร้อมทั้งรดนำ้าให้ชุ่มด้วย จะทำาให้กุหลาบแตกตาได้เร็วและได้ต้น ทีสมบูรณ์ ่ การตัดแต่งกิ่งแบบให้ เหลือกิ่งไว้กับต้นสั้น
  9. 9. การตัดดอกกุหลาบเพื่อจำาหน่ายนั้น ควรให้มีกิ่งเหลืออยู่อย่างน้อย 2 กิ่ง เสมอ (กิ่งที่มีใบย่อยครบ 5 ใบ) ไม่ควรตัดชิดโคนกิ่ง และเมื่อตัดดอกออกจาก ต้นแล้วให้รีบแช่ก้านดอกในนำ้าทันทีเพื่อป้องกันการสูญเสียนำ้าจากกิ่ง โดยทั่วไปเกษตรกรนิยมตัดดอกในตอนบ่ายและเย็น หรืออาจตัดในตอนเช้าก็ได้ (เพื่อจะได้ส่งตลาดทันเวลา) แต่เนื่องจากดอกกุหลาบมีอายุการใช้งานสั้นและกลีบดอก ก็ชำ้าได้ง่าย ฉะนั้นการตัดดอกกุหลาบในช่วงทียังไม่เหมาะสมจะทำาให้เกิด ่ปัญหาได้ เช่น ถ้าตัดดอกตูมเกินไป ดอกก็จะไม่บานและคอดอกจะโค้งงอง่าย แต่ถ้าตัดดอกที่บานเกินไป ดอกกุหลาบจะบานเร็ว และมีอายุการปักแจกันสั้น1. โรคใบจุด เกิดจากเชื้อรา มีลักษณะอาการเป็นจุดดำากลมบนใบ ส่วนใหญ่จะเป็นกับใบแก่จะทำาให้ใบเหลืองและ
  10. 10. ร่วงในเวลาต่อมา บางครั้งถ้าเป็นมากอาจ ลุกลามมาที่กิ่งด้วย ระบาดมากในฤดูฝน ควรป้องกันโดยฉีดพ่นด้วยสารเคมีเช่น ดูปราวิท ไดเทนเอ็ม-45 แคปแทน เบนเสท และเบนโนมิล2. โรคราแป้ง เกิดจากเชื้อรา โรคนี้จะเป็นกับยอดอ่อนและดอกอ่อนมีลักษณะเป็นปุยขาวคล้ายแป้งทำาให้ส่วนของพืชที่เป็นโรคนี้เกิดอาการหงิกงอไม่เจริญเติบโตต่อไป ระบาดมากในฤดูหนาว ควรป้องกันโดยฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น เบนเสทดาโคนิล และคาราแทน3. โรคหนามดำา เกิดจากเชื้อราโดยเชื้อรานี้จะเข้าทำาลายแผลที่เกิดจากรอยตัดหรือเด็ดหนามของกิ่งอ่อนแล้วลุกลามไปเรื่อยๆ ตามกิ่งก้าน ทำาให้กิ่งก้าน เหี่ยวแห้งตายไปในที่สุดควรป้องกันโดยทาแผลจากรอยตัดด้วยปูนแดง4. โรคใบจุดสีนำ้าตาลหรือโรคตากบ เกิดจากเชื้อรา มีลักษณะอาการเป็นจุดกลมสีนำ้าตาลขนาด 1/4 นิ้ว แล้วจะเปลียนเป็นวงกลมสีเทามีขอบสีมวง-แดง ระบาดมากในฤดู ่ ่ฝน ควรป้องกันโดยใช้สารเคมีเบนเสท ไดเทนหรือแบนแซดดี5. โรคไวรัส เกิดจากเชื้อไวรัส ลักษณะอาการจะปรากฎให้เห็นที่ใบ โดยใบจะด่างเหลือง เมื่อพบว่าต้นกุหลาบเป็นโรคนี้ให้ถอนและเผาทำาลายเสีย1. หนอนเจาะดอก เป็นหนอนผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กซึ่งจะวางไข่อยูที่กลีบดอกด้านนอก เมื่อไข่ฟักออกเป็นตัวจะกัด ่กินดอกและอาศัยอยู่ในดอก ระบาดมากช่วงที่กุหลาบให้ดอกดกหรือในช่วงฤดูหนาว ควรป้องกันโดยใช้สารเคมีประเภทดูดซึม เช่น ดิลดริน ฟอสดริน2. หนอนกินใบ เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืน มักวางไข่อยู่ใต้ใบ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนก็จะทำาลายใบที่อาศัย บางชนิดทำาลายเฉพาะผิวเนื้อใต้ใบทำาให้ใบมีลักษณะโปร่งใสมองเห็นได้ชัดเจน สารเคมีที่ใซ้ได้ผลดี เช่น เอนดริน3. หนอนเจาะต้น เป็นหนอนของผึ้งบางชนิดและหนอนของแมลงวันบางชนิด อาจจะเป็นหนอนของพวกต่อแตนด้วย หนอนชนิดนี้จะเจาะกินไส้กลาง และบริเวณท่อนำ้าของ
  11. 11. กิ่งหรือต้น ทำาให้กิ่งและต้นแห้งตาย ควรป้องกันกำาจัดโดยการ ตรวจดูบริเวณรอยต่อระหว่างกิ่งแห้งและกิ่งดี หากพบตัวหนอนก็ทำาลายเสียหรือ ป้องกันโดยการตัดแต่งกิ่งตามกำาหนด4. แมลงปีกแข็ง บางทีเรียกด้วงปีกแข็ง มีทั้งชนิดตัวสีดำาและสีนำ้าตาลขนาดประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ออกหากินในเวลากลางคืนระหว่าง 1-3 ทุ่ม โดยการกัดกินใบกุหลาบส่วนในเวลากลางวันจะซ่อนตัวอยู่ตามกอหญ้า ป้องกัน โดยใช้สารเคมี เช่น คลอเดน หรือ เซพวิน5. ผึ้งกัดใบ จะกัดกินใบกุหลาบในช่วงเวลากลางวัน สังเกตได้ที่รอยแผลมักจะเป็นรอยเหมือนถูกเฉือนด้วยมีดคมๆ เป็นรูปโค้งป้องกันได้เช่นเดียวกับแมลงปีกแข็ง6. เพลี้ยไฟ เป็นแมลงปากดูด มีสนำ้าตาลดำา ตัวอ่อนสีขาว ีนวลจะดูดกินนำ้าเลี้ยงจากใบและดอก ทำาให้ดอกที่ถูกทำาลายไม่บาน ระบาดมากในฤดูร้อน ป้องกันโดยการฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น โตกุไทออน คลอเดนหรือนิโคตินซัลเฟต7. เพลี้ยแป้ง เป็นแมลงปากดูดมักเกาะกินตามใบอ่อนหรือง่ามใบ ทำาให้ใบหงิกงอ ควรป้องกันกำาจัดโดยใช้สารเคมีกำาจัดแต่ต้องผสมสารเคลือบใบลงไป ด้วยเพราะบนตัวเพลี้ยแป้งจะมีขนปุยสีขาวปกคลุม ซึ่งมีลักษณะเป็นมันจับนำ้า ได้ยาก8. เพลี้ยหอย เป็นแมลงปากดูด มักเกาะทำาลายโดยดูดนำ้าเลี้ยงจากลำาต้น จะสังเกตเป็นเป็นจุดสีนำ้าตาลอยูบนกิ่งของ ่กุหลาบ เพลียหอยนี้มีลักษณะพิเศษ คือ ตัวของมันจะมี ้เปลือกหุ้มหนาทำาให้แมลงซึมเข้าถึงตัวได้ยาก ฉะนั้นวิธีกำาจัดที่ได้ผลดีก็คือ ใช้นำ้ามันทาหรือฉีดพ่นเคลือบตัวมันไว้ทำาให้เพลี้ยไม่มีทางหายใจ และตายในที่สุด แต่เมื่อเพลี้ยตายแล้วจะไม่หลุดจากลำาต้นจะยังติดอยู่ที่เดิม9. เพลี้ยอ่อน เป็นแมลงปากดูด ทำาลายพืชตรงบริเวณส่วนที่เป็นยอดอ่อนและใบอ่อน ทำาให้ใบเหลืองและร่วงหล่น ควรป้องกันกำาจัดโดยใช้สารเคมี เช่น ฟอสดริน เอนดริน และพาราไธออน เป็นต้น10. แมงมุมแดง เป็นแมงชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่ แมลง ตัวมีขนาดเล็กมากเห็นเพียงจุดสีแดงอยู่ตามใต้ใบ โดยจะเกาะและดูดนำ้าเลี้ยงจากใบทีถูกทำาลายนั้น ปรากฎเป็นจุดสี ่
  12. 12. เหลืองซึ่งมองเห็นได้บนหลังใบ สำาหรับสารเคมีทใช้กำาจัด ี่ได้ผลคือ เคลเทนกุหลาบเป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจจะทำาการปลูกเนื่องจากใช้ประโยชน์ ได้หลายอย่างไม่วาจะปลูกเพื่อตัด ่ดอกบูชาพระหรือปักแจกันประดับโต๊ะให้สวยงาม แม้กระทั่งปลูกตัดดอกขายก็ยังมีรายได้ดีไม่แพ้พืชชนิดอื่นๆ และตลาดกุหลาบก็กว้างขวางเป็นที่นิยมของคนทัวไป ขายได้ง่าย ่นอกจากนั้นแล้วผู้ปลูกกุหลาบยังสามารถหารายได้จากการขยายพันธุ์กิ่งตอน กิ่งติดตา และต้นล้างรากอีกด้วย จะเห็นได้ว่ากุหลาบเป็นพืชที่นาปลูกเป็นได้อย่างยิ่ง เนื่องจาก ่สามารถทำารายได้ได้หลายทางหรือจะกล่าวว่าเกือบทุกส่วนของกุหลาบเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้นและสิ่งสำาคัญที่สุด อันเป็นคุณลักษณะเด่นของกุหลาบคือเป็นพืชที่มีตลาดกว้าง
  13. 13. ขวางและถ้าผู้ปลูกได้มีการปรับปรุง คุณภาพให้ดีมีดอกใหญ่ก้านยาวก็จะเป็นที่ต้องการของตลาดทังภายในและต่าง ้ประเทศเป็นแน่แท้1. กรมส่งเสริมการเกษตร. 2533. ข้อมูลการผลิตไม้ตัดดอกที่สำาคัญ. งานไม้ดอกไม้ประดับ กลุ่มพืชสวน กองส่งเสริมพืชพันธุ์.2. กรมส่งเสริมการเกษตร. 2533. คู่มือการผลิตไม้ตัดดอก. งานไม้ดอกไม้ประดับ กลุ่มพืชสวน กองส่งเสริมพืชพันธุ์.
  14. 14. 3. กรมส่งเสริมการเกษตร. 2530. คู่มือการผลิตไม้ตัดดอกเพื่อการส่งออก. งานไม้ดอกไม้ประดับ กลุ่มพืชสวนกองส่งเสริมพืชพันธุ์.4. กรมส่งเสริมการเกษตร. 2531. รายงานการสัมมนาเรื่อง การผลิตกุหลาบ เพื่อการส่งออก. งานไม้ดอกไม้ประดับ กลุ่มพืชสวน กองส่งเสริมพืชพันธุ์.5. คณะกรรมการบริหารกลุมผู้ปลูกกุหลาบเชียงใหม่. 2534. ่คู่มือสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกกุหลาบเชียงใหม่.6. ณัฐยา สามพระยา. ม.ม.ป. คุยกันเรื่องกุหลาบ. สาขาไม้ดอกไม้ประดับ กองพืชสวน กรมวิชาการเกษตร.7. สมเพียร เกษมทรัพย์. 2528. การปลูกไม้ตัดดอก. ฟันนี่พับบลิชชิง กรุงเทพฯ.8. สมเพียร เกษมทรัพย์. 2532. เทคโนโลยีการผลิตและธุรกิจไม้ตัดดอก. กรุงเทพฯ.9. สายชล เกตุอุษา. 2531. เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวของดอกไม้.ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

×