การเมืองในองค์การ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Like this? Share it with your network

Share

การเมืองในองค์การ

  • 11,004 views
Uploaded on

 

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
11,004
On Slideshare
11,004
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
68
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1.  
  • 2. นำเสนอโดย นางนายีบะห์ ดาหายี รหัส 5320121216 นางเพชรรัตน์ เอกจิตต์ รหัส 5320121222 นายมะเพาซี ดาหายี รหัส 5320121224 น . ส . วันเพ็ญ ทองเกตุ รหัส 5320121235 น . ส . ทิศา ทองบุญ รหัส 5320121213
  • 3. ความหมายของการเมือง
    • เอ็ชลาสเวลล์ (H.Lasswell) ได้ให้ความหมายของการเมืองไว้ว่าหมายถึง ใครได้อะไรเมื่อไรและอย่างไร คำนึงถึงปัจจัยสี่ประการด้วยกัน กล่าวคือ การเมืองเป็นเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคน ( ใคร ) สิ่งของ ( อะไร ) เวลา ( เมื่อไร ) และวิธีการ ( อย่างไร )
  • 4. ความหมายของการเมือง ( ต่อ )
    • ดับเบิลยูเอเวลช์ (w. A. welsh) มองการเมืองทั้งในแง่ของกิจกรรมเนื้อหากระบวนการและพฤติกรรมซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างรวมๆแล้วเวลช์ได้ให้ความหมายของการเมืองไว้หลายนัยดังนี้คือ
    • 1. การเมือง หมายถึง พฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันและวิธีปฏิบัติงานของรัฐบาล
  • 5. ความหมายของการเมือง ( ต่อ )
    • 2. การเมือง หมายถึง กระบวนการที่ชุมชนมนุษย์พยายามที่จะคิดหาทางแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคระหว่างสภาพการณ์ในปัจจบันและเป้าหมายที่พวกตนประสงค์จะนำมาปฏิบัติให้บรรลุความสำเร็จ
    • 3. การเมืองหมายถึงปฏิกิริยาโต้ตอบของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้หรือการขู่ว่าจะใช้ อำนาจหรืออำนาจบังคับบัญชา
  • 6. ความหมายของการเมือง ( ต่อ )
    • 4. การเมืองหมายถึงกระบวนการที่จะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ( มนุษย์สิ่งของและจิตใจ ) ภายในกลุ่มองค์การและสังคม
    • 5. การเมืองหมายถึงการพยายามตั้งคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับปัญหาที่มนุษย์กำลังประสบอยู่และคำตอบที่จะตอบคำถามนั้นจะเป็นแนวทางที่กำหนดโครงสร้างของสังคมเช่นความยุติธรรมคืออะไรยุติธรรมที่จุดเริ่มต้นหรือที่เส้นชัยเป็นต้น
    • 6. การเมืองหมายถึงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอำนาจอิทธิพลภาวะผู้นำและการตัดสินใจจะเห็นได้ว่าความหมายนี้เน้นเนื้อหาของการเมือง
  • 7. ความหมายของการเมือง ( ต่อ )
    • ไอแซก (A.C. Isaak) ได้ให้ความหมายของการเมือง ในแง่ของเนื้อหา ว่าการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่รัฐบาลกระทำซึ่งอาศัยตัวบทกฎหมายเป็นแนวทาง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจ อำนาจหน้าที่และความขัดแย้ง เป็นกระบวนการทางสังคมซึ่งเกี่ยวข้องกับการชิงดีชิงเด่นและการร่วมมือกันในการการใช้อำนาจเพื่อตัดสินใจในนามของกลุ่ม ส่วนในแง่ของวิธีการนั้น ไอแซก มองว่า การเมือง หมายถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีค่าสำหรับกลุ่มองค์การและสังคมและการจัดสรร
    • โฟรแมน (L.A. Froman, Jr.) กล่าวว่า การเมือง หมายถึง การกระจายความได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ระหว่างบุคคลส่วนใครจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการคือชนิดของกระบวนการตัดสินใจคนที่เข้ามามีส่วนร่วมและทรัพยากรที่มีอยู่
  • 8. ความหมายของการเมือง ( ต่อ )
    • แอลโรเจอร์ส (L. Rogers) มองว่าการเมืองเป็นศาสตร์และศิลปะของการปกครองของรัฐบาล รวมถึงชีวิตและพฤติกรรมทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและบุคคล พลังที่ก่อให้เกิดรูป่ร่างและพลังที่กำหนดสรีระของรัฐนั่นก็คือโครงสร้างแห่งรัฐซึ่งระบความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยย่อยและหน่วยใหญ่ฉะนั้นการเมืองจึงมีอาณาบริเวณครอบคลุมถึงรัฐบาลรัฐศาสตร์และกฎหมายมหาชนซึ่งจะเป็นตัวกำหนดการกระทำและการปฎิบัติทางการเมืองยุทธวิธีและกลยุทธ์ของนักการเมืองและการดำเนินการต่างๆทางการเมืองมองในแง่นี้การเมืองเป็นเรื่อการกำหนดนโยบายส่วนการบริหารเป็นการนำนโยบายนั้นไปปฏิบัติอย่างไรก็ดีการเมืองและการบริหารมักจะคาบเกี่ยวกันอยู่เสมอยากที่จะแยกออกจากกันได้ในชีวิตจริง
  • 9. ความหมายของการเมือง ( ต่อ )
    • จีเอธีโอดอร์สันและเอจีธีโอดอร์สัน (G.A. Theodorson and A.G. Theodorson) มองว่าการเมืองหมายถึงกระบวนการของการสร้างนโยบายโดยการเข้าไปมีอิทธิพลหรือควบคุมแหล่งของอำนาจและอำนาจหน้าที่กระบวนการดังกล่าวนี้รวมถึงการแข่งขันซึ่งกันและกันและมักจะมีความขัดแย้งรวมอยู่ด้วยเสมอ
  • 10. ความหมายของการเมือง ( ต่อ )
    • สรุปได้ว่า การเมือง หมายถึง กิจกรรมเนื้อหากระบวนการและพฤติกรรมในอันที่จะจัดสรรทรัพยากรที่มีค่าสำหรับกลุ่มองค์การและสังคมและการจัดสรรดังกล่าวนั้นจะต้องมีผลบังคับตามกฎเกณฑ์ขององค์การและกฎหมายของประเทศชาติหรือกฎเกณฑ์ขององค์การ
    •   
  • 11. ประเภทของการเมือง
    • จะแบ่งประเภทการเมืองออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือการเมืองภายนอกองค์การและการเมืองภายในองค์การ
    • 1. การเมืองภายนอกองค์การ หมายถึง การที่องค์การออกไปต่อสู้ศัตรูหรือเจรจาปรองดองกับมิตรที่อยู่ภายนอกองค์การเพื่อให้ตนได้มาซึ่งความชอบธรรมหน้าที่ความรับผิดชอบหรือการเป็นเจ้าของเรื่องใดเรื่องหนึ่งความชอบธรรมก็ดีหน้าที่ความรับผิดชอบก็ดีหรือการเป็นเจ้าของเรื่องก็ดีจะเป็นหลักประกันที่องค์การสามารถจะอ้างกับผู้อื่นได้ว่าสิ่งที่ตนกำลังปฏิบัติหรือรับผิดชอบอยู่นั้นมีผลบังคับตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่ถูกต้องทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้อื่นมายื้อแย่งความชอบธรรมหน้าที่ความรับผิดชอบหรือการเป็นเจ้าของของเรื่องไปเสียจากตน
  • 12. ประเภทของการเมือง ( ต่อ )
    • 2. การเมืองภายในองค์การ หมายถึง การจัดสรรปันส่วนภายในองค์การ อาณาบริเวณและความรุนแรงของการต่อสู้ระหว่างมิตรและศัตรูภายในองค์การจะน้อยกว่าภายนอกองค์การ
  • 13. ความหมายของการเมืองในองค์การ
    • ตามความหมายของนักวิชาการที่นิยามไว้มีหลายนิยาม ดังเช่น
    • 1) การเมืองในองค์การ หมายถึง การใช้อำนาจในองค์การ เพื่อจัดสรรทรัพยากร หรือเพื่อการตัดสินใจ
    • 2) การเมืองในองค์การ หมายถึง ความสามรถในการจัดการกับทรัพยากร พลังงาน ข่าวสาร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบุคคล หรือกลุ่มคน
  • 14. ความหมายของการเมืองในองค์การ ( ต่อ )
    • 3) การเมืองในองค์การ หมายถึง การกระทำใดๆ ของบุคคลที่ไม่เป็นทางการขององค์การที่มีอิทธิพลเหนือคนอื่น เพื่อให้เกิดการทำงานตามเป้าหมายของตน
    • 4) การเมืองในองค์การ หมายถึง พฤติกรรมใดๆ ของสมาชิกภายในองค์การที่มุ่งสนองผลประโยชน์ของตนเองเป็นสำคัญ
    • 5) การเมืองในองค์การ หมายถึง การใช้เทคนิค หรือกลวิธีหลายๆอย่าง เพื่อให้ได้รับความสนับสนุน ความก้าวหน้าในอาชีพ และ / หรือ ได้รับอำนาจเพิ่มขึ้น
  • 15. ประเภทของการเมืองในองค์การ
    • ศีริวรรณ เสรีรัตน์ (2543 : 223 ) กล่าวว่า การเมืองในองค์การมี 2 ประเภท คือ
    • 1) พฤติกรรมทางการเมืองตามกฎหมาย ( Legitimate Political Behavior ) หมายถึง การเมืองตามปกติ เป็นการกระทำตามหัวหน้าตามสายบังคับบัญชา รูปแบบของการรวมตัวกัน การปฏิบัติตามนโยบายขององค์การ การตัดสินใจ การพัฒนาการตัดสินใจ และการพัฒนาการติดต่อนอกองค์การ โดยผ่านกิจกรรมที่เป็นมืออาชีพ เหล่านี้จะกระทำอย่างเป็นทางการโดยผ่านสาย การบังคับบัญชาตามลำดับขั้น
  • 16. ประเภทของการเมืองในองค์การ ( ต่อ )
    • 2) พฤติกรรมทางการเมืองที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ( Illegitimate Political Behaviors ) เป็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ รุนแรง ละเมิดกฎเกณฑ์ กิจกรรมที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการทำลายทรัพย์สินโดยเจตนา การแถลงการณ์ถึงสิ่งที่ผิดของผู้บริหารต่อสาธารณชน และการที่กลุ่มของพนักงานนัดหยุดงานพร้อมๆกัน
  • 17. ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์เชิงการเมือง (Political tactics and strategy)
    • กลยุทธ์เชิงการเมืองแบบมีจริยธรรม (Ethical political tactics) เป็นกลยุทธ์ที่ผู้บริหารใช้เพื่อการได้มาซึ่งอำนาจและการรักษาไว้ซึ่งอำนาจโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น
  • 18. แบ่งออกตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ได้ 3 แบบ
    • กลยุทธ์เพื่อแสวงหาอำนาจ
    • กลยุทธ์เพื่อการสร้างความสัมพันธ์
    • กลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเชิงการเมือง
  • 19. กลยุทธ์ทางการเมืองแบบไร้จริยธรรม (Unethical political tactics)
    • เป็นการกระทำหรือพฤติกรรมให้ได้มาซึ่งอำนาจหรือใช้อำนาจไปในทางที่ไม่สุจริตเพื่อให้ได้ประโยชน์ส่วนตน จึงเป็นกลยุทธ์เชิงการเมืองที่เป็นแง่ลบ
  • 20. ตัวอย่างกลยุทธ์ทางการเมืองแบบไร้จริยธรรม
    • ใช้วิธีการแอบแทงข้างหลัง (Back stabbing)
    • ใช้วิธีกดดันข่มขู่ให้อยู่ในภาวะจำยอม (Undue pressure)
    • ใช้วิธียกขึ้นให้สูงก่อนปล่อยให้ตกลงมา (Setting a person up for failure)
    • กลยุทธ์แบ่งแยกแล้วปกครอง (Devided and ruled)
  • 21. สาเหตุของการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมือง
    • ไมส์ (Miles, 1980) กล่าวว่า พฤติกรรมเชิงการเมืองในองค์การมาจากสาเหตุ 5 ประการได้แก่
    • ความไม่ชัดเจนของเป้าหมาย
    • การมีทรัพยากรที่จำกัด
    • ผลกระทบจากเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อม
    • การตัดสินใจที่ขาดหลักเกณฑ์แน่นอน
    • การเปลี่ยนแปลงขององค์การ
    • ( สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์ , 2544).
    •  
  • 22. สาเหตุของการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมือง ( ต่อ )
    • ส่วนดิวบรอง (DuBrin, 1998) เห็นว่า ความต้องการมีอำนาจของแต่ละคนมาจากเหตุผลที่แตกต่างกัน ซึ่งนำไปสู่การเกิดพฤติกรรมเชิงการเมืองขึ้นในองค์การสรุปได้ 6 สาเหตุ ดังนี้
    • การมีโครงสร้างแบบปิรามิดขององค์การ (Pyramid-shaped organization)
    • การใช้เกณฑ์มาตรฐานแบบอัตนัยในการประเมินผลงาน (Subjective standard performance)
  • 23. สาเหตุของการเกิดพฤติกรรมเชิงการเมือง ( ต่อ )
    • 3. สภาพแวดล้อมที่ขาดความแน่นอนและมีความผันผวนสูง (Environmental uncertainty and turbulence)
    • 4. การรู้สึกขาดความมั่นคงด้านอารมณ์
    • (Emotional insecurity)
    • 5. ความต้องการมีอำนาจบังคับคนอื่นในแง่ไม่ดี
    • (Machiavellian tendencies)
    • 6. ความขัดแย้งในเรื่องสำคัญ
    • (Disagreement over major issues)
  • 24. พฤติกรรมของบุคคลและพฤติกรรมการเมืองในองค์การ
    • นักไต่เต้า
    • นักอนุรักษ์
    • พวกคลั่งอุดมการณ์
    • พวกสนับสนุน
    • พวกรัฐบุรษ