Gov policy-55
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Gov policy-55

on

  • 2,805 views

คำแถลงนโยบายรัฐบาล-ฉบับปรับปรุงใหม่

คำแถลงนโยบายรัฐบาล-ฉบับปรับปรุงใหม่

Statistics

Views

Total Views
2,805
Views on SlideShare
1,163
Embed Views
1,642

Actions

Likes
0
Downloads
25
Comments
0

4 Embeds 1,642

http://www.most.go.th 1627
http://most.go.th 10
http://webcache.googleusercontent.com 4
http://164.115.5.118 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Gov policy-55 Gov policy-55 Document Transcript

    • คําแถลงนโยบาย ลงนโยบาย  ของ คณะรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงตอรัฐสภา แถ   วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔
    • สารบัญ หนาประกาศแตงตั้งนายกรัฐมนตรี กประกาศแตงตั้งรัฐมนตรี ขคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ๑นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตรแถลงตอรัฐสภา วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะดําเนินการในปแรก ๕ ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐ ๑๑ ๓. นโยบายเศรษฐกิจ ๑๒ ๔. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวต ิ ๒๖ ๕. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๓๔ ๖. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม ๓๗ ๗. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ ๓๘ ๘. นโยบายการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี ๔๐ภาคผนวก ๔๕ตารางแสดงความสอดคลองระหวางนโยบายในการบริหารราชการแผนดินของคณะรัฐมนตรีกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐในหมวด ๕ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
    •    ประกาศ แตงตั้งนายกรัฐมนตรี ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุ ลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่ ไ ด มี ก ารเลื อ กตั้ ง สมาชิ ก สภาผู แ ทนราษฎรตามรั ฐ ธรรมนู ญ แล วคณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผนดินอยูตองพนจากตําแหนง และประธานสภาผูแทนราษฎรไดนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาวา สภาผูแทนราษฎรไดลงมติเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔เห็นชอบดวยในการแตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร เปนนายกรัฐมนตรี ดวยคะแนนเสียงมากกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร จึง ทรงพระราชดํา ริว า นางสาวยิ่ง ลัก ษณ ชิน วัต ร เปน ผูที่ส มควรไวว างพระราชหฤทัยใหดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรี อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร เปนนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผนดิน ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔เปนปที่ ๖๖ ในรัชกาลปจจุบันผูรับสนองพระบรมราชโองการ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท ประธานสภาผูแทนราษฎร ก 
    •    ประกาศ แตงตั้งรัฐมนตรี ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุ ลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา ตามที่ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตรเปนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ แลว นั้น บัดนี้ นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไดเลือกสรรผูที่สมควรดํารงตําแหนงรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผนดินสืบไปแลว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งรัฐมนตรี ดังตอไปนี้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รอยตํารวจเอก เฉลิม อยูบํารุง เปนรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ เปนรองนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน ณ ระนอง เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย นายชุมพล ศิลปอาชา เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการ กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา นายสุรวิทย คนสมบูรณ เปนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นางสาวกฤษณา สีหลักษณ เปนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ข 
    •    นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงการคลัง นายวิรุฬ เตชะไพบูลย เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงการคลัง นายสุรพงษ โตวิจักษณชยกุล ั เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการตางประเทศ นายสันติ พรอมพัฒน เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย นายธีระ วงศสมุทร เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร และสหกรณ นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ เปนรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงเกษตร และสหกรณ พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม พลตํารวจโท ชัจจ กุลดิลก เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงคมนาคม นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงคมนาคม นายปรีชา เรงสมบูรณสข ุ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ นาครทรรพ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายพิชัย นริพทะพันธุ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน นายภูมิ สาระผล เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงพาณิชย นายศิริวัฒน ขจรประศาสน เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงพาณิชย นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงมหาดไทย นายฐานิสร เทียนทอง เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงมหาดไทย ค 
    •    พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม นายเผดิมชัย สะสมทรัพย เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงาน นางสุกุมล คุณปลื้ม เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงวัฒนธรรม นายปลอดประสพ สุรัสวดี เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี นายวรวัจน เอื้ออภิญญกุล เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ อึ้งอัมพรวิไล เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นายวิทยา บุรณศิริ เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงสาธารณสุข นายตอพงษ ไชยสาสน เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงสาธารณสุข นายวรรณรัตน ชาญนุกล ู เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔เปนปที่ ๖๖ ในรัชกาลปจจุบันผูรับสนองพระบรมราชโองการ นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ง 
    •    คําแถลงนโยบาย ของ คณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงตอรัฐสภา วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ตามที่ ไ ด ท รงพระกรุ ณ าโปรดเกล า ฯ แต ง ตั้ ง ให ดิ ฉั น เป น นายกรั ฐ มนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวัน ที่ ๕ สิงหาคม พุทธศั กราช ๒๕๕๔ และแตง ตั้งรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินเรียบรอยแลวโดยยึ ด มั่ น ในการปกครองระบอบประชาธิ ป ไตยในระบบรั ฐ สภาอั น มี พ ระมหากษั ต ริ ยทรงเปนประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกลาวตอที่ประชุมรวมกันของรัฐสภาเพื่อใหทราบถึงเจตนารมณ ยุทธศาสตร และนโยบายของรัฐบาล ที่มุงมั่นจะสรางความสามัคคี ปรองดอง ใหเกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะนําไปสูความรวมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครองของประเทศใหกาวหนาเพื่อประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน ๑ 
    •   ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ประเทศไทยมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี และมีการสะสมทางปญญามาอยางตอเนื่องยาวนาน แมวาจะตองเผชิญกับภาวะความทาทายและปญหาตาง ๆ แตก็สามารถผานพนอุปสรรคไปไดทุกครั้ง เนื่องดวยภูมิปญญาของสังคมและคุณคาทางวัฒนธรรมไทยที่ยึดมั่นในสถาบั น พระมหากษั ต ริ ย อั น เป น สถาบั น สู ง สุ ด ที่ ค นไทยทุ ก คนเคารพและยึ ด มั่ นความเข ม แข็ ง ของสถาบั น ครอบครั ว ชุ ม ชน ความรั ก ในอิ ส รภาพและความยุ ติ ธ รรมซึ่ ง ต า งล ว นเป น พลั ง ผลั ก ดั น ให สั ง คมไทยสามารถแสวงหาทางออกได เ สมอมาจนเป นที่ยอมรับของนานาประเทศ ด ว ยต น ทุ น ทางสัง คมและวัฒ นธรรมที่เราไดส ะสมมาตั้งแตใ นอดี ต ได เปนป จ จั ย สํ า คั ญ ที่ ทํ า ให ป ระเทศไทยมี ภู มิ คุ ม กั น ที่ ส ามารถรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงและความเปนไปของโลก สามารถนําพาประเทศไปสูความสงบสุขและเจริญรุงเรืองดวยดีเสมอมา อยางไรก็ตาม เนื่องจากวันนี้ประเทศไทยอยูในสภาวะแวดลอมทางเศรษฐกิจและสั ง คมที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปอย า งรวดเร็ ว แนวคิ ด ในการบริ ห ารบ า นเมื อ งจึ ง ไม ส ามารถใชกรอบแนวคิดแบบเดิมที่เคยเปนมาในอดีตได ดังนั้น กรอบแนวคิดใหม ๆ จึงมีความจําเปนที่จะตองนํามาใชเพิ่มเติม รวมกับตนทุน ดั้งเดิมของประเทศที่เรามี เพื่อรวบรวมพลังจากทุกภาคสวนมาชวยกันสรางความเปลี่ยนแปลงใหกับประเทศของเราใหดียิ่งขึ้น จากสถานการณ แ ละสภาวะแวดล อ มของเศรษฐกิ จ โลกที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปอยางมีนัยสําคัญ ไดสงผลใหประเทศไทยในวันนี้อยูในชวงการเปลี่ยนผานเชิงโครงสรางที่สาคัญ ๓ ประการ คือ ํ ๑. การเปลี่ยนผานของเศรษฐกิจ ที่ผานมาเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงสูงและยังไมสามารถกาวพนวิกฤตไดอยางยั่งยืน ดวยเหตุผลที่สําคัญ คือ ๑.๑ วันนี้เศรษฐกิจโลกยังมีความไมแนนอนสูง และอยูในกระบวนการเปลี่ยนผานขั้วอํานาจทางเศรษฐกิจและการเมืองไปสูศูนยกลางใหมทางทวีปเอเชียในระยะยาวสหรัฐอเมริกายังมีการวางงานสูง อีกทั้งสถาบันการเงิน ครัวเรือน และรัฐบาลยังออนแอดวยภาระหนี้เกินตัว เศรษฐกิจยุโรปเผชิญปญหาการคลังและมีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในหลายประเทศ ทั้งกรีซ สเปน และอิตาลี รวมทั้งภาระอุมชูเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปซึ่งกอใหเกิดความไมแนนอนของการถือครองทรัพยสินในรูปแบบตาง ๆ ๒ 
    •   ทั้งที่เปนเงินสกุลดอลลารสหรัฐและทรัพยสินอื่น ๆ ในขณะที่จีนและอินเดียกลับมีศักยภาพในการขยายตัวของเศรษฐกิจและกลุมชนชั้นกลางที่มีกําลังซื้อสูงเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะบทบาทและความเปนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มมีมากขึ้นและแผขยายในภูมิภาคต าง ๆ ของโลก โดยได เ ปลี่ ยนผ า นจากการเป น โรงงานผลิ ต ของโลกไปสู การบริหารและถือครองทรัพยสินและทรัพยากรพลังงานของโลกไดอยางสมบูรณแบบ ๑.๒ โครงสรางเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการสงออกสินคาและการลงทุนจากตางประเทศอยางมาก จึงมีความเสี่ยงสูงจากความไมแนนอนของเศรษฐกิจโลก และยังไมไดรับผลตอบแทนอยางเต็มที่จากการผลิตและการใชทรัพยากรของประเทศ ดังจะเห็นไดจากสัดสวนการพึ่งพาอุปสงคในประเทศลดลงจากรอยละ ๗๔.๘ ในป ๒๕๕๒ เปนรอยละ ๖๗.๕ในป ๒๕๕๓ จึงทําใหเศรษฐกิจไทยหดตัวเมื่อโลกมีวิกฤตเศรษฐกิจ (ติดลบรอยละ ๒.๓ ในป๒๕๕๒) และขยายตัวเมื่อโลกฟนตัว (ขยายตัวรอยละ ๗.๘ ในป ๒๕๕๓) เปนวงจรอยางนี้ซ้ําแลวซ้ําเลา การขยายตัวดังกลาวมาจากภาคการสงออกที่ขยายตัวไดสูงถึงรอยละ ๒๘.๕ซึ่ ง กระจุ ก ตั ว อยู ใ นอุ ต สาหกรรมขนาดใหญ ที่ เ ป น ของบริ ษั ท ต า งชาติ ที่ ไ ทยเป น เพี ย งแหลงประกอบ สวนการสงออกสินคาเกษตรยังคงเปนการสงออกวัตถุดิบที่ราคาผันผวนขึ้นกับตลาดโลก ในขณะที่การทองเที่ยวขยายตัวจากการเพิ่มจํานวนนักทองเที่ยวมากกวาการเพิ่มมูลคาของบริการและขาดการบริหารจัดการที่จะทําใหเกิดความยั่งยืน ๑.๓ ประเทศไทยยั ง คงนํ าเขา พลั ง งานจากตางประเทศสู ง สั ดส ว นการนําเขาพลังงานสุทธิตอการใชรวมยังคงสูงถึงรอยละ ๕๕ โดยเฉพาะน้ํามันดิบ ซึ่งเปนต น ทุ น ที่ สํ าคั ญ ของการขนส ง และการผลิ ต สิ น ค าที่ มี ผ ลกระทบต อ ค า ครองชี พ และต น ทุ นการผลิตที่ตองแขงขันกับตางประเทศ แมวาในภูมิภาคอาเซียนเองจะมีแหลงน้ํามันดิบและกาซธรรมชาติมากมาย แตการแสวงหาความรวมมือเพื่อการพัฒนาความมั่นคงของพลังงานในภูมิภาคยังมีนอย และจะเปนปจจัยเสี่ยงตอประเทศไทยในระยะยาว ๑.๔ ความเหลื่ อ มล้ํ าทางเศรษฐกิจ ที่ มี อ ยู สู งแสดงถึ งฐานเศรษฐกิจที่ยังไมเขมแข็ง ประชาชนระดับฐานรากยังมีรายไดนอยและขาดโอกาสในการเพิ่มรายไดโดยส ว นใหญ อ ยู ใ นสาขาเกษตร และวิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย อ มที่ ส นั บ สนุ นอุตสาหกรรมขนาดใหญ จึงไมมีโอกาสที่จะเติบโตเปนชนชั้นกลางที่จะเปนฐานการบริโภคและสร างสิ น ค า และบริ ก ารที่ มี คุ ณ คา และเป น ของตนเองได และในชว งที่ เ ศรษฐกิ จ เข า สูชวงภาวะเงินเฟอก็จะเปนกลุมคนที่เดือดรอนจากคาครองชีพและตนทุนการผลิตมากกวาคนอืน ่ ๓ 
    •    ๒. การเปลี่ยนผานทางดานการเมือง ความขัดแยงทางการเมืองในชวงที่ผานมา แมจะมีผลตอความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แตเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผานมาผูกโยงกับภาวะการฟนตัวของเศรษฐกิจโลก และในขณะที่ความเชื่อมั่นของนั ก ลงทุ น ต า งชาติ มี พื้ น ฐานอยู บ นความเชื่ อ ที่ ว า สั ง คมไทยและคนไทยจะสามารถหาขอสรุปที่นาไปสูความปรองดองสมานฉันทไดในที่สุด ํ อยางไรก็ดี ความขัดแยงดังกลาวย อมมีผลกระทบกระเทือนตอการวางพื้นฐานเพื่ออนาคตระยะยาว และทําใหสูญเสียโอกาสในการเดิน หนาเพื่อพัฒนาประเทศในชวง ๕ ปที่ ผานมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวไดเพียงเฉลี่ยรอยละ ๓.๖ ซึ่งต่ํากวาศักยภาพที่ ควรจะเป น และส งผลต อความล าช าในการแก ไขป ญหาที่ เป นพื้ นฐานของคนส วนใหญในประเทศคือ ความยากจนและความเหลื่อมล้ําทางดานรายได ๓. การเปลี่ยนผานของโครงสรางประชากรและสังคมไทย โครงสรางประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปสูสังคมผูสูงอายุจะมีผลกระทบตอปริมาณและคุณภาพของคนไทยในอนาคต ซึ่งเปนปจจัยสําคัญในการสรางศักยภาพในการแขงขันทางเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้ ง ป ญ หายาเสพติ ด และป ญ หาวั ย รุ น ที่ จ ะบั่ น ทอนคุ ณ ภาพของเยาวชนไทย ซึ่ ง มีความจําเปนตองพัฒนาระบบการศึกษา การใหบริการสุขภาพและสรางสวัสดิการที่มั่นคงให แ ก ค นไทยทุ ก คน นอกจากนี้ ประเทศไทยยั ง ต อ งเผชิ ญ ต อ การเปลี่ ย นแปลงในภาวะแวดลอมตาง ๆ ที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต เชน ภาวะโลกรอน ภัยธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และกฎระเบียบของการแขงขันในตลาดโลก เปนตนทานประธานรัฐสภาที่เคารพ หลักการของนโยบายการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาล จะยึดหลักการบริหารที่ มี ค วามยื ด หยุ น ที่ คํ า นึ ง ถึ ง พลวั ต รการเปลี่ ย นแปลงของป จ จั ย ภายนอกที่ มี ผ ลกระทบต อ การดํ าเนิ นนโยบายของรั ฐบาล โดยรั ฐบาลจะรายงานต อรั ฐสภาเมื่ อมี ความจํ าเป นต องปรับปรุงนโยบายใหเกิดประโยชนตอประเทศใหมากที่สุด นโยบายของรัฐบาลมีจุดมุงหมาย๓ ประการ คือ ๔ 
    •    ประการที่ ห นึ่ ง เพื่ อ นํ า ประเทศไทยไปสู โ ครงสร า งเศรษฐกิ จ ที่ ส มดุ ลมีความเขมแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเปนพื้นฐานที่สําคัญของการสรางการเติบโตอยางมีคุณภาพและยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพและสุขภาพคนไทยในทุกชวงวัยถือเปนปจจัยชี้ขาดความสามารถในการอยูรอดและแขงขันไดของเศรษฐกิจไทย ประการที่สอง เพื่อนําประเทศไทยสูสังคมที่มีความปรองดองสมานฉันทและอยูบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมที่เปนมาตรฐานสากลเดียวกันและมีหลักปฏิบัติที่เทาเทียมกันตอประชาชนคนไทยทุกคน ประการที่ ส าม เพื่ อ นํ า ประเทศไทยไปสู ก ารเป น ประชาคมอาเซี ย นในป ๒๕๕๘ อยางสมบูรณ โดยสรางความพรอมและความเขมแข็งทั้งทางดานเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม และการเมืองและความมั่นคงทานประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อใหการบริหารราชการแผนดินสามารถบรรลุถึงภารกิจและดําเนินไปดวยแนวทางที่ กล าวมา รั ฐบาลจึ งได กํ าหนดนโยบายการบริ หารราชการแผ นดิ นไว โดยแบ งการดํ าเนิ นการเป น ๒ ระยะ คื อ ระยะเร ง ด ว นที่ จ ะเริ่ ม ดํ า เนิ น การในป แ รก และระยะการบริหารราชการ ๔ ปของรัฐบาล เพื่อใหมีการพัฒนาอยางมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุมกันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังตอไปนี้ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก ๑.๑ สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟนฟูประชาธิปไตย ๑.๑.๑ สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟน ฟู ป ระชาธิ ป ไตย โดยการเสริ ม สร า งความเข า ใจรว มกั น ของประชาชนในชาติใ ห เ กิ ดความสมัครสมานสามัคคีเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ๕ 
    •    ๑.๑.๒ เยี ย วยาและฟ น ฟู อ ย า งต อ เนื่ อ งแก บุ ค คลทุ ก ฝ า ยเชน ประชาชน เจาหนาที่รัฐ และผูประกอบการภาคเอกชน ซึ่งไดรับผลกระทบอันเนื่องมาจากความเห็ นที่แตกตาง และความรุนแรงที่กอ ตัวขึ้นตั้งแตช วงปลายของการใช รัฐธรรมนู ญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๑.๑.๓ สนั บ สนุ น ให ค ณะกรรมการอิ ส ระตรวจสอบและคนหาความจริงเพื่อการปรองดองแห งชาติ (คอป.) ดําเนินการอยางเป นอิสระและไดรับความรวมมือจากทุกฝายอยางเต็มที่ในการตรวจสอบและคนหาความจริงจากกรณีความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิม นุษ ยชน การสูญ เสี ยชี วิต บาดเจ็ บทางรางกายและจิต ใจรวมทั้งความเสียหายทางทรัพยสน ิ ๑.๒ กํ า หนดให ก ารแก ไ ขและป อ งกั น ป ญ หายาเสพติ ด เป น“วาระแหงชาติ” โดยยึดหลักนิติธรรมในการปราบปรามลงโทษผูผลิต ผูคา ผูมีอิทธิพล และผูประพฤติมิชอบ โดยบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด ยึดหลักผูเสพคือผูปวยที่ตองไดรับการบําบัดรักษาใหกลับมาเปนคนดีของสังคม พรอมทั้งมีกลไกติดตามชวยเหลืออยางเปนระบบดํ า เนิ น การอย า งจริ ง จั ง ในการป อ งกั น ป ญ หาด ว ยการแสวงหาความร ว มมื อ เชิ ง รุ ก กั บตางประเทศในการควบคุมและสกัดกั้นยาเสพติด สารเคมี และสารตั้งตนในการผลิตยาเสพติดที่ลักลอบเขาสูประเทศภายใตการบริหารจัดการอยางบูรณาการและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดํ า เนิ น การป อ งกั น กลุ ม เสี่ ย งและประชาชนทั่ ว ไปไม ใ ห เ ข า ไปเกี่ ย วข อ งกั บ ยาเสพติ ดดวยการรวมพลังทุกภาคสวนเปนพลังแผนดินในการตอสูกับยาเสพติด ๑.๓ ป อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต และประพฤติ มิ ช อบในภาครั ฐอยางจริง จั ง โดยยึ ด หลัก ความโปร ง ใสและมี ธ รรมาภิ บาลที่ เ ป น สากลเพื่ อ ใหการใช ท รั พ ยากรเพื่ อ การพั ฒ นาประเทศเป น ไปอย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและเกิ ด ประโยชนตอประเทศโดยรวมอยางแทจริง ปรับปรุงและแกไขกฎหมายเพื่อปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขยายการบังคับใชบทบัญญัติเรื่องการหามการกระทําที่เปนการขั ด กั น แห ง ผลประโยชน ใ ห ค รอบคลุ ม ผู ใ ช อํ า นาจรั ฐ ในตํ า แหน ง สํ า คั ญ และตํ า แหน งระดับสูงอยางทั่วถึง เขมงวดในการบังคับใชกฎหมายเพื่อแกไขปญหาการทุจริตและประพฤติมิ ช อบของเจ า หน า ที่ รั ฐ เสริ ม สร า งมาตรฐานด า นคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม และธรรมาภิ บ าลของบุคลากรภาครัฐ ตลอดจนปลูกฝงจิตสํานึกและคานิยมของสังคมใหยึดมั่นในความซื่อสัตยสุจริตและถูกตองชอบธรรม ๖ 
    •    ๑.๔ ส ง เสริ ม ให มี ก ารบริ ห ารจั ด การน้ํ า อย า งบู ร ณาการและเรงรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน โดยเรงใหมีการบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศอยางมีประสิทธิภาพใหสามารถปองกันปญหาอุทกภัยและภัยแลงได รวมทั้งสนับสนุนภาคการเกษตรดวยการกอสรางระบบชลประทานขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ฟนฟูการขุดลอกคูคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติที่มีอยูเดิม ขยายเขตการสูบน้ําดวยไฟฟา จัดสรางคลองสงน้ําขนาดเล็กเขาสูไรนา และขยายเขตการจัดรูปที่ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใชน้ําและการผลิตส ง เสริ ม การใช นํ้ า ให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด และเหมาะสมกั บ ชนิ ด พื ช และจั ด หาแหล ง น้ํ าในระดับไรนาและชุมชนอยางทั่วถึง ๑.๕ เรง นําสั น ติ สุ ข และความปลอดภั ย ในชี วิ ต และทรัพ ยสิ นของประชาชนกลับมาสูพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต ควบคูไปกับการขจัดความยากจนยาเสพติด และอิทธิพลอํานาจมืด โดยนอมนํากระแสพระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว“เขาใจ เขาถึง พัฒนา” เปนหลักปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี โดยเนนการสงเสริมความรวมมือในทุ ก ภาคส ว นกั บ ประชาชนในพื้ น ที่ อํ า นวยความยุ ติ ธ รรมอย า งทั่ ว ถึ ง เพิ่ ม โอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิต สรางโอกาสและความเสมอภาค พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้ น ที่ เคารพอั ตลัก ษณ ขนบธรรมเนีย มประเพณี ท องถิ่ น ส งเสริ ม การกระจายอํ านาจการปกครองสวนทองถิ่นในรูปแบบที่สอดคลองกับลักษณะพื้นที่โดยไมขัดกับรัฐธรรมนูญทั้งนี้ จะมีการบูรณาการการบริหารจัดการทุกภาคสวนใหมีเอกภาพทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ รวมทั้งปรับปรุง พัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของใหสอดคลอง ทันสมัยกับสภาพความเปนจริงของปญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนเยียวยาผูไดรับผลกระทบจากความไมสงบอยางเปนธรรม ๑.๖ เรงฟนฟูความสัมพันธและพัฒนาความรวมมือกับประเทศเพื่ อนบ า นและนานาประเทศ เพื่ อ สนั บ สนุ น การเจริ ญ เติ บ โตทางเศรษฐกิ จ ในภู มิ ภ าครวมกัน โดยเฉพาะการเรงแกไขปญหากระทบกระทั่งตามแนวพรมแดน ผานกระบวนการทางการทูตบนพื้นฐานของสนธิสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวของ และเรงดําเนินการตามขอผูกพันในการรวมตัวเปนประชาคมอาเซียนในป ๒๕๕๘ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตลอดจนการเชื่อมโยงเสนทางคมนาคมขนสงภายในและภายนอกภูมิภาค ๗ 
    •    ๑.๗ แกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและผูประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟอและราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ๑.๗.๑ ชะลอการเก็บเงินเขากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสําหรับน้ํามันเชื้อเพลิงบางประเภทชั่วคราวเพื่อใหราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลดลงทันที และปรับโครงสรางราคาพลังงานทั้งระบบใหมุงสูการสะทอนราคาตนทุนพลังงาน ๑.๗.๒ จัดใหมีบัตรเครดิตพลังงานสําหรับผูประกอบอาชีพรถรับจางขนสงผูโดยสารสาธารณะในวงเงินที่เหมาะสมกับคาใชจายน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชจริงตอเดือน ๑.๗.๓ ดูแลราคาสินคาอุปโภคบริโภคและราคาพลังงานใหอยูในระดับที่เหมาะสมและเปนธรรมแกผูบริโภคและผูผลิต ๑.๗.๔ แกไขปญหาคาครองชีพโดยการดูแลราคาสินคาและการมีรายไดเพื่อเพิ่มกําลังซื้อสุทธิของประชาชนโดยปองกันและแกไขการผูกขาดทั้งทางตรงและทางออม ๑.๘ ยกระดั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของประชาชน โดยเพิ่ ม กํ า ลั ง ซื้ อภายในประเทศ สรางสมดุลและความเขมแข็งอยางมีคุณภาพใหแกระบบเศรษฐกิจมหภาค ๑.๘.๑ พั ก หนี้ ค รั ว เรื อ นของเกษตรกรรายย อ ยและผูมีรายไดนอยที่มีหนี้ต่ํากวา ๕๐๐,๐๐๐ บาท อยางนอย ๓ ป และปรับโครงสรางหนี้สําหรับผูที่มีหนี้เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งจัดทําแผนฟนฟูอาชีพและแผนการปรับโครงสรางการผลิตอยางครบวงจร เพื่อสรางโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตดวยการมีรายไดที่มั่นคงและสามารถใชหนี้คืน ๑.๘.๒ ดําเนินการใหแรงงานมีรายไดเปนวันละไมนอยกวา๓๐๐ บาท และผูที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายไดเดือนละไมนอยกวา ๑๕,๐๐๐ บาทอยางสอดคลองกับผลิตภาพและประสิทธิภาพของบุคลากร รวมทั้งมีมาตรการเพื่อลดภาระแกผูประกอบการที่ไดรับผลกระทบเพื่อใหแรงงานและบุคลากรสามารถดํารงชีพไดอยางมีศกดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตที่ดี ั ๑.๘.๓ จั ด ให มี เ บี้ ย ยั ง ชี พ รายเดื อ นแบบขั้ น บั น ไดสํ า หรั บผูสูงอายุ โดยผูที่มีอายุ ๖๐-๖๙ ป จะไดรับ ๖๐๐ บาท อายุ ๗๐-๗๙ ป จะไดรับ ๗๐๐ บาทอายุ ๘๐-๘๙ ป จะไดรับ ๘๐๐ บาท และอายุ ๙๐ ปขึ้นไป จะไดรับ ๑,๐๐๐ บาท ๑.๘.๔ ให มี ม าตรการภาษี เพื่ อลดภาระการลงทุน สํ าหรับสิ่งจําเปนในชีวิตของประชาชนทั่วไป ไดแก บานหลังแรกและรถยนตคันแรก ๘ 
    •    ๑.๙ ปรั บ ลดภาษี เ งิ น ได นิ ติ บุ ค คล ให เ หลื อ ร อ ยละ ๒๓ ในปพ.ศ. ๒๕๕๕ และลดลงเหลือรอยละ ๒๐ ในป พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อสรางความสามารถในการแขงขันของภาคเอกชน ขยายฐานภาษี และรองรับการเขาสูการเปนประชาคมอาเซียนในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑.๑๐ ส ง เสริ ม ให ป ระชาชนเข า ถึ ง แหล ง เงิ น ทุ น สนั บ สนุ นสินเชื่อรายยอย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพใหแกประชาชนผูมีรายไดนอย รวมถึงเพิ่มสวัสดิการของรัฐเพื่อเปนการดูแลสังคมในชุมชน จัดหาแหลงเงินทุนใหแกผูประกอบการและประชาชน โดย ๑.๑๐.๑ เพิ่มเงินทุนกองทุนหมูบานและชุมชนเมืองอีกแหงละ๑ ลานบาท ๑.๑๐.๒ จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยมีวงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ลานบาท ๑.๑๐.๓ จัดตั้งกองทุนตั้งตัวไดในวงเงินประมาณ ๑,๐๐๐ ลานบาทตอ สถาบัน อุ ด มศึ กษาที่รว มโครงการ สนั บ สนุนการสร างผู ประกอบการรายย อ ย เพื่ อ ใหสามารถกู ยื ม เพื่ อ การสร า งอาชี พ ผนวกกั บ กลไกของ “หน ว ยบ ม เพาะวิ ส าหกิ จ ”ในสถานศึกษาโดยมุงใหเกิดวิสาหกิ จนวัตกรรมใหม ที่ จะเปนกลไกใหม ในการขั บ เคลื่ อ นเศรษฐกิจ ๑.๑๐.๔ จัดสรรงบประมาณเขากองทุนพัฒนาศักยภาพของหมูบานและชุมชน (SML) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนจํานวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐๔๐๐,๐๐๐ และ ๕๐๐,๐๐๐ บาทตามลําดับขนาดของหมูบาน เพื่อใหหมูบานบริหารจัดการกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนดวยตนเอง ๑.๑๑ ยกระดับราคาสินคาเกษตรและใหเกษตรกรเขาถึงแหลงเงินทุน โดยดูแลราคาสินคาเกษตรใหมีเสถียรภาพที่เหมาะสม คํานึงถึงกลไกราคาตลาดโลกโดยใช วิ ธี บ ริ ห ารจั ด การทางการตลาดและกลไกตลาดซื้ อ ขายล ว งหน า รวมทั้ ง ผลั ก ดั นใหเกษตรกรสามารถขายสินคาเกษตรไดในราคาสูงเพียงพอเมื่อเทียบกับตนทุน และนําระบบรับจํานําสินคาเกษตรมาใชในการสรางความมั่นคงดานรายไดใหแกเกษตรกร เริ่มตนจากการรับ จํานําขาวเปลือกเจาและขาวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม เกิน รอ ยละ ๑๕ ที่ราคาเกวี ย นละ ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาทตามลํ า ดั บ พร อ มทั้ ง จั ด ให มี ก ารเยี ย วยาความเสียหายของพืชผลจากภัยธรรมชาติใหแกเกษตรกร การจัดทําระบบทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรใหสมบูรณ และการออกบัตรเครดิตสําหรับเกษตรกร ๙ 
    •    ๑.๑๒ เรงเพิ่มรายไดจากการทองเที่ยวทั้งในและนอกประเทศโดยประกาศใหป พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เปนป “มหัศจรรยไทยแลนด” (“Miracle Thailand” Year)และประชาสัมพันธเชิญชวนนักทองเที่ยวตางชาติเขารวมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลที่จะมีขึ้นในชวงป พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ๑.๑๓ สนั บ สนุน การพัฒ นางานศิ ลปหั ต ถกรรมและผลิ ต ภัณ ฑชุมชนเพื่อการสรางเอกลักษณและการผลิตสินคาในทองถิ่น ๑.๑๓.๑ สนับสนุนภารกิจของมูลนิธิสงเสริมศิลปาชีพในการผลิ ต งานศิ ล ปหั ต ถกรรมอั น ทรงคุ ณ ค า เพื่ อ สร า งงาน สร า งอาชี พ แก ร าษฎรผู ย ากไรใหสามารถพัฒนาเปนชางฝมือดานศิลปะที่มีความสามารถสูงและสรางชื่อเสียงใหกับประเทศ ๑.๑๓.๒ บริ หารจั ด การโครงการหนึ่ ง ตําบลหนึ่ ง ผลิ ต ภั ณ ฑใหมศกยภาพ ดวยการสนับสนุนใหชุมชน วิสาหกิจชุมชนใชทรัพยากรและภูมิปญญาทองถิ่น ี ัผนวกกับองคความรูสมัยใหมเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินคาและบริการ การเขาถึงแหลงทุนและการตลาดเชิงรุกทั้งในประเทศและตางประเทศ โดยสงเสริมใหมีศูนยกระจายและแสดงสินคาถาวรในภูมิภาคและเมืองทองเที่ยวหลักที่เชื่อมโยงกับการทองเที่ยวและการสงออก ๑.๑๔ พัฒนาระบบประกันสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถวนหนา ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เพื่อใหประชาชนทุกคนไดรับบริการอยางมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และเปนธรรม รวมทั้งบูรณาการสิทธิของผูปวยที่พึงไดรับจากระบบประกันสุขภาพตาง ๆ บูรณาการแผนงานของหนวยงานตาง ๆ ที่เกี่ยวของใหสอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน ตลอดจนสงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและคุมคาตอการใหบริการมาใชให แพรหลาย รวมทั้งจัดให มีมาตรการลดปจจัยเสี่ ยงที่มีผลต อสุขภาพและภาวะทุพโภชนาการที่นําไปสูการเจ็บปวยเรื้อรัง ไดแก โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็ง รวมทั้งการเฝาระวังโรคอุบัติใหม และมาตรการปองกันอุบติเหตุจากการจราจร ั ๑.๑๕ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอรแท็บเล็ตใหแกโรงเรียน โดยเริ่มทดลองดําเนินการในโรงเรียนนํารองสําหรับระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ ปการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕ควบคูกับการเรงพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตรบรรจุลงในคอมพิวเตอรแท็บเล็ตรวมทั้งจัดทําระบบอินเทอรเน็ตไรสายตามมาตรฐานการใหบริการในสถานศึกษาที่กําหนดโดยไมเสียคาใชจาย ๑๐ 
    •    ๑.๑๖ เรงรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีสวนรวมอยางกวางขวาง โดยมีสภารางรัฐธรรมนูญที่เปนอิสระยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม เพื่อวางกลไกการใชอํานาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรม และองคกรที่ใชอํานาจรัฐที่มีความรับผิดชอบต อ ประชาชนและพรอ มรั บ การตรวจสอบ ทั้ ง นี้ ใหป ระชาชนเห็ น ชอบผ า นการออกเสี ย งประชามติทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ในสวนของนโยบายที่ จ ะดําเนิ นการภายในช ว งระยะ ๔ ป ข องรัฐบาลชุดนี้รั ฐ บาลจะดํ า เนิ น นโยบายหลั ก ในการบริห ารประเทศซึ่ ง ปรากฏตามนโยบายข อ ที่ ๒ ถึ งขอที่ ๘ ดังตอไปนี้ ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐ ๒.๑ เทิ ด ทู น และพิ ทั ก ษ รั ก ษาไว ซึ่ ง สถาบั น พระมหากษั ต ริ ยดํ า รงไว ซ่ึ ง พระบรมเดชานุ ภ าพแห ง องค พ ระมหากษั ต ริ ย น อ มนํ า พระราชดํ า ริ ทั้ ง ปวงไวเหนือเกลาเหนือกระหมอม พรอมทั้งอัญเชิญไปปฏิบัติใหเปนรูปธรรมเพื่อใหประชาชนในชาติมีความตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณและจงรักภักดีตอสถาบันพระมหากษัตริยทั้งจะส งเสริมและเผยแพรโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่ อให สั งคมไทยเป นสังคมแหงการรูรกสามัคคี และดําเนินชีวิตอยางพอเพียง ั ๒.๒ พั ฒ นาและเสริ ม สร า งศั ก ยภาพของกองทั พ และระบบปองกันประเทศ ใหมีความพรอมในการพิทักษรักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน แ ห ง ชาติ สนั บ สนุ น ให ก องทั พ มี โ ครงสร า งที่ เ หมาะสมและมี ค วามทั น สมั ยส งเสริ ม กิ จ การอุต สาหกรรมปอ งกั น ประเทศให ส ามารถบูร ณาการขี ด ความสามารถของภาครัฐและเอกชนใหเปนเอกภาพ นําไปสูการพึ่งพาตนเองไดในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณไดเองสนับสนุนสิทธิและหนาที่กําลังพลของกองทัพเพื่อใหเปนทหารอาชีพในระบอบประชาธิปไตยและสามารถผนึ ก กํ า ลั ง กั บ ประชาชนให มี ส ว นร ว มในการรั ก ษาความมั่ น คงของประเทศรวมทั้ ง กํ า หนดเป น บทบาทของทหารในการช ว ยเหลื อ ประชาชน โดยเฉพาะอย า งยิ่ งกรณีเกิดภัยพิ บัติรายแรง ขณะเดียวกั นจะปรับ ปรุ งสวั สดิการของกํ าลังพลทุก ระดับใหมีมาตรฐานการดํารงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ๑๑ 
    •    ๒.๓ พั ฒ นาและเสริ ม สร า งความร ว มมื อ ระหว า งประเทศส ง เสริ ม ให ก องทั พ พั ฒ นาความสั ม พั น ธ ท างทหารกั บ มิ ต รประเทศ และมี ค วามพร อ มในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพในกรอบสหประชาชาติ พัฒนาความสัมพันธของหนวยงานดานความมั่นคงและกองทัพกับประเทศเพื่อนบาน ทั้งจะแกไขปญหาตาง ๆ กับประเทศเพื่อนบานบนพื้ น ฐานของการสร า งบรรยากาศความไว เ นื้ อ เชื่ อ ใจทั้ ง ภาครั ฐ และภาคประชาชนดําเนินการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนตามหลักฐานพื้นฐานของกฎหมายและสนธิสัญญาที่มีอยูเพื่อมิใหเปนเงื่อนไขของความขัดแยง รวมทั้งสงเสริมความรวมมือกับประเทศเพื่อนบานเพื่อระงับยับยั้งและปราบปรามอาชญากรรมขามชาติและยาเสพติดใหหมดไป ๒.๔ พัฒนาระบบการเตรียมพรอมแหงชาติ โดยเนนการบริหารวิ ก ฤตการณเพื่อ รับ มือ ภั ยคุ ก คามดานต าง ๆ ทั้ ง ที่เกิ ด จากภั ย ธรรมชาติแ ละภั ยที่ ม นุ ษ ยสรางขึ้นที่มากขึ้น โดยมุงระดมสรรพกําลังจากทุกภาคสวนใหสามารถดําเนินงานรวมกันอย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ เพื่ อ ป อ งกั น แก ไ ข บรรเทา และฟ น ฟู ค วามเสี ย หายของชาติที่เกิดจากภัยตาง ๆ รวมถึงใหความสําคัญในการเตรียมพรอมเพื่อเผชิญกับปญหาความมั่นคงในรู ป แบบใหม ใ นทุ ก ด า น ได แ ก ด า นพลั ง งาน ด า นสิ่ ง แวดล อ ม ความมั่ น คงของมนุ ษ ยอาชญากรรมข า มชาติ การกอ การราย และอุบั ติภัย ทั้ง นี้ เพื่ อ ใหมีค วามพรอ มรั บ มื อ กับความเปลี่ยนแปลงของประเด็นปญหาดานความมั่นคงในยุคโลกาภิวัตน ๒.๕ เรงดําเนินการแกไขปญหายาเสพติด องคกรอาชญากรรมการค า มนุ ษ ย ผู ห ลบหนี เ ข า เมื อ ง แรงงานต า งด า วผิ ด กฎหมาย และบุ ค คลที่ ไ ม มีสถานะชั ด เจน โดยการปรั บ ปรุ ง ระบบป อ งกั น และบั ง คั บ ใช ก ฎหมาย รวมทั้ ง กฎหมายการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินอยางเขมงวด ดูแลใหความเปนธรรมและเฝาระวังไม ใ ห เ กิ ด ป ญ หาที่ ก ระทบต อ ความมั่ น คงและความสงบสุ ข ภายในประเทศควบคู ไ ปกั บการจัดการแกไขปญหาสถานะและสิทธิ ของบุคคล ภายใตความสมดุ ลระหวางการรักษาความมั่นคงของชาติกับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน ๓. นโยบายเศรษฐกิจ ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๓.๑.๑ ดําเนินการใหมีการกระจายรายไดที่เปนธรรมใหแกคนสวนใหญของประเทศ และใหเศรษฐกิจสามารถเจริญเติบโตในอัตราสูงอยางมีเสถียรภาพโดยดํ า เนิ น นโยบายเศรษฐกิ จ ที่ ส นั บ สนุ น การกระจายรายได ที่ เ ป น ธรรม และก อ ให เ กิ ด ๑๒ 
    •   การขยายตั ว ทางเศรษฐกิ จ อย า งยั่ ง ยื น มี ก ารจ า งงานเต็ ม ที่ ระดั บ ราคามี เ สถี ย รภาพระมั ด ระวั ง ความเสี่ ย งจากความผั น ผวนของการเคลื่ อ นย า ยเงิ น ทุ น ระหว า งประเทศโดยการสรางความเขมแข็งและมีประสิทธิภาพของตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศ รวมถึงการสรางความรวมมือในภูมิภาคเพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ๓.๑.๒ สงเสริมใหประชาชนเขาถึงแหลงเงินทุนที่สามารถตอบสนองตอความตองการที่หลากหลายไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม โดยใหเปนทั้งแหลงเงิ น ทุ น แก ผู ป ระกอบการและเป น ช อ งทางการออมของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ มผูมีรายไดนอย รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการดําเนินงานขององคกรทางการเงินชุมชน กลุมเกษตรกร กลุมอาชีพตาง ๆ กลุมวิสาหกิจชุมชน และสหกรณทุกระดับ พรอมกับการพัฒนาความรูพื้นฐานทางการเงินแกประชาชน ๓.๑.๓ พัฒนาระบบสถาบันการเงินในประเทศใหรับผิดชอบตอคนสวนใหญและผูดอยโอกาส สามารถใหบริการที่ตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงของนวั ต กรรมการเงิ น และความต อ งการที่ เ ปลี่ ย นไปตามสภาวะเศรษฐกิ จ และสั ง คมดวยคาบริการที่ต่ําและการบริการที่มีประสิทธิภาพ การสรางเสถียรภาพและความมั่นคงโดยการออกมาตรการที่ จํ า เป น และปรั บ ปรุ ง กฎหมาย กฎระเบี ย บ รวมถึ ง ส ง เสริ มหลักธรรมาภิบาลในระบบการเงิน ปรับปรุงระบบกํากับดูแลใหไดมาตรฐานสากล เพื่อปองกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตอระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ๓.๑.๔ ปรั บ โครงสร า งภาษี อ ากรทั้ ง ระบบเพื่ อ สนั บ สนุ นการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ สรางความเปนธรรมในสังคม สงเสริมการใชทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ และสรางฐานรายไดภาษีที่ยั่งยืนในระยะยาว รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายไดทั้งจากภาษีและที่มิใชภาษี ๓.๑.๕ ส ง เสริ ม และรั ก ษาวิ นั ย การคลั ง โดยปรั บ ปรุ งองคประกอบและโครงสรางงบประมาณใหเหมาะสม มีระบบบริหารความเสี่ยงทางการคลังที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ จั ดลํ าดับ ความสําคั ญ ของงบประมาณรายจา ยให ส อดคล อ งกับ ทิ ศ ทางการพัฒนาและใหเปนพื้นฐานของการพัฒนาในอนาคต สงเสริมบทบาทภาคเอกชนในการรวมลงทุนและดําเนินการในกิจการของรัฐ ตลอดจนสงเสริมองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหมีประสิทธิภาพในการบริหารและจัดการรายไดในทองถิ่นเพื่อลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนจากสวนกลาง ๓.๑.๖ ปรั บ ปรุ ง โครงสร า งของรั ฐ วิ ส าหกิ จ โดยมุ ง เน นประสิ ท ธิ ภ าพการให บ ริ ก าร การบริ ห ารทรั พ ย สิ น ให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด และเร ง ฟ น ฟูรั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ มี ป ญ หาฐานะการเงิ น รวมทั้ ง ปฏิ รู ป ระบบการกํ า กั บ ดู แ ลการลงทุ น และ ๑๓ 
    •   การดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเปนบริษัทมหาชน เพื่อใหรัฐวิสาหกิจเปนกลไกที่สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรการพัฒนาและการลงทุนของประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพและทันตอความเปลี่ยนแปลง ๓.๑.๗ บริหารสินทรัพยของประเทศที่มีอยูใหเกิดประโยชนและความมั่น คงทางเศรษฐกิ จ ทั้ ง สิน ทรัพ ย ข องภาครั ฐ ตลอดจนทุ นในท อ งถิ่ น ที่ ร วมถึ งภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น วิ ถี ชี วิ ต วั ฒ นธรรม รวมทั้ ง พิ จ ารณาการจั ด ตั้ ง กองทุ น ที่ ส ามารถใชในการบริหารสินทรัพยของชาติใหเปนประโยชน เชน กองทุนมั่งคั่งแหงชาติ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสํารองแหงชาติ และกองทุนความมั่นคงทางอาหาร เปนตน ๓.๒ นโยบายสรางรายได ๓.๒.๑ ส ง เสริ ม การท อ งเที่ ย วจากทั้ ง ภายนอกและภายในประเทศ จัดใหมีการพัฒนาการทองเที่ยวและแหลงทองเที่ยว รวมทั้งหลักประกันความปลอดภัยแกนักทองเที่ยวในภาวะปกติและภาวะวิกฤต รวมทั้งการทองเที่ยวเชิงอนุรักษเชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพและสปา ที่มีคุณภาพและมูลคาเพิ่มสูง ใหมีรายไดจากนักทองเที่ยวเพิ่มขึ้น ๒ เทาตัวในเวลา ๕ ป ๓.๒.๒ ขยายบทบาทใหธุรกิจการเกษตรและอาหารซึ่งเปนแหลงรายไดและการจางงานในประเทศมาเปนเวลานานใหกาวขามไปสูการเปนศูนยกลางการผลิ ต และการค า อาหารคุณ ภาพสู ง เป น ที่ ต อ งการของผู บ ริ โ ภคที่ มี ฐ านะและรสนิ ย มเฉพาะตัว การพัฒนาประเทศไทยใหเปนศูนยกลางตลาดซื้อขายลวงหนาสินคาเกษตรและอาหาร เชน ขาว น้ําตาล มันสําปะหลัง และอื่น ๆ จะทําใหเปาหมายการเปนครัวที่มีคุณภาพของโลกสัมฤทธิผลรวดเร็วยิ่งขึ้น ๓.๒.๓ ส ง เสริ ม และผลั ก ดั น ให อุ ต สาหกรรมพลั ง งานป โ ตรเลี ย มและพลั ง งานทดแทนสามารถสร า งรายได จ ากความต อ งการภายในประเทศรวมทั้งสรางการจางงานใหแกประเทศโดยถือเปนอุตสาหกรรมยุทธศาสตรใหม ๓.๒.๔ ยกระดั บ ความสามารถในการแข ง ขั น และขยายชองทางการตลาดของธุรกิจอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการในประเทศ และธุรกิจวิสาหกิจชุมชนใหเขาสูระบบเศรษฐกิจสรางสรรคในการผลิตสินคาและบริการที่มีคุณคาและคุณภาพสู งซึ่งจะต องสรางคนที่มีฐานความรู ความชํานาญ และความคิดสร างสรรค ตอยอดความรูสู ก ารสร า งนวั ต กรรมจากงานวิ จั ย พั ฒ นา สร า งตราสิ น ค า ใหม จ ากภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ นโดยเฉพาะงานศิลปหัตถกรรม ผลิตภัณฑชุมชน อัญมณี และอื่น ๆ ๑๔ 
    •    ๓.๒.๕ สงเสริมใหผูประกอบการขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบานซึ่งมีความพรอมทางดานแรงงานและวัตถุดิบเพื่อสรางความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจใหแกประเทศและภูมิภาค ๓.๒.๖ ดึงดูดการลงทุนเขาสูประเทศในสาขาที่เปนการผลิตสินคาและบริการที่มีพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีมีมูลคาสูง เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และมีการถายทอดเทคโนโลยีใหแกคนไทย รวมถึงการลงทุนในการสรางเมืองใหมในพื้นที่ที่เหมาะสม และโครงสรางพื้นฐานสาธารณะ โดยปรับปรุงกฎ ระเบียบ และสภาวะแวดลอมของการลงทุนใหเอื้ออํานวยและดึงดูดนักลงทุน ๓.๒.๗ เสริ ม สร า งกระบวนการสร า งอาชี พ สร า งงานที่มีคุณภาพและมีรายไดสูงใหแกประชาชนอยางทั่วถึง เปนระบบ ในทุกระดับชั้นความรู และสงเสริมใหเกิดความรู ความชํานาญ และความคิดสรางสรรค เพื่อสรางโอกาสในการเขาถึงแหล งเงิ นกู และเงิ นร วมลงทุ นระยะยาว รวมทั้ งจั ดตั้ งกองทุ นต าง ๆ เพื่ อสนั บสนุ นให เกิ ดการผลิต การแปรรูป และการคาอยางทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อใหไดสินคาและบริการที่มคุณภาพ สามารถขายไดในราคาที่ดี ี ๓.๒.๘ ส ง เสริ ม การขยายความเชื่ อ มโยงทางเศรษฐกิ จการคา การลงทุน และการเงิน ภายใตประโยชนรวมกันของกรอบความรวมมือและขอตกลงทางการคาหลายฝาย โดยจัดมาตรการเตรียมพรอมและใหธุรกิจและประชาชนไทยสามารถปรั บ ตั ว เพื่ อ แสวงหาโอกาสใหม แ ละมี ค วามพร อ มรองรั บ ผลกระทบที่ อ าจจะเกิ ด ขึ้ นในทุกภาคสวน ๓.๓ นโยบายปรับโครงสรางเศรษฐกิจ ๓.๓.๑ ภาคเกษตร ๑) ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น ให ส ภาเกษตรกรแห ง ชาติเป นกลไกของเกษตรกรในการสื่อ สารกั บรั ฐบาลและรว มกัน พัฒนาเกษตรกรดวยตนเองตามเจตนารมณของกฎหมาย ๒) เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการผลิ ต พื ช โดยการวิ จั ยและพัฒนาสายพันธุ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อใหไดผลผลิตสูง ตานทานตอโรคและแมลงศั ตรู พื ช สอดคล องกั บสถานการณ การเปลี่ ยนแปลงของภู มิอากาศโลก และถ ายทอดองค ความรู จ ากการวิ จั ย ไปสู เ กษตรกรเพื่ อ ให มี ก ารใช พั น ธุ ดี ใช เ ทคโนโลยี ท่ี เ หมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะการใชปุยตามคุณสมบัติของดินแตละชนิด ทั้งนี้ เพื่อลดตนทุนการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ๑๕ 
    •    ๓) เพิ่ ม ศั ก ยภาพกระบวนการผลิ ต ด า นปศุ สั ต วใหไดมาตรฐาน ปลอดภัย เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพียงพอกับความตองการภายในประเทศและการสงออก เพิ่มสมรรถนะการควบคุม ปองกัน วินิจฉัย และบําบัดโรค การติดตอระหวางสัตวสูคน การพัฒนาเทคโนโลยีดานชีวภัณฑสัตว และการตรวจสอบคุณภาพ ๔) พั ฒ นาการประมง ทั้ ง ในการเพาะเลี้ ย งและในแหลงน้ําธรรมชาติ โดยการฟนฟูทรัพยากรประมงและจัดระเบียบการทําประมงใหสมดุลกับศักยภาพการผลิตตามธรรมชาติ ขยายพื้นที่อนุรักษเพื่อการประมงทะเลพื้นบาน สงเสริมการเพาะเลี้ ย งสั ต ว น้ํ า เศรษฐกิ จ ที่ เ ป น มิ ต รกั บ สิ่ ง แวดล อ ม แสวงหาลู ท างการทํ า ประมงในนานน้ําตางประเทศที่ไมขัดตอระเบียบขององคการระหวางประเทศและประเทศที่นําเขาโดยการพัฒนากองเรือประมงน้ําลึกและความรวมมือกับตางประเทศ รวมทั้งพัฒนาสินคาประมงให มี คุณ ภาพและปลอดภั ยตั้ ง แต ต น น้ํ า ถึ ง ปลายน้ํ า ตลอดจนพั ฒ นากระบวนการตรวจสอบคุณภาพสัตวน้ําตามมาตรฐานสากล ๕) เสริ ม สร า งฐานรากของครั ว เรื อ นเกษตรกรใหเขมแข็งโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก ลดตนทุนการผลิต พัฒนาระบบการผลิตที่เปนขั้นตอน โดยมีการวางแผนการผลิตและการจําหนายลวงหนาที่แมนยํา และประสานโครงสรางพื้นฐานของทางราชการและเอกชนใหเกิดประโยชนสูงสุด สรางกระบวนการผสมผสานระหวางเทคโนโลยีและภูมิปญญาชาวบาน ๖) จั ด ทํ า ระบบทะเบี ย นครั ว เรื อ นเกษตรกรที่มีขอมูลการเกษตรของครัวเรือนครบถวน สามารถเชื่อมโยงกับบัตรเครดิตสําหรับเกษตรกรและมีการปรับปรุงใหทันสมัยอยูเสมอเพื่อความสะดวกในการสนับสนุนชวยเหลือและพัฒนาเกษตรกร สร า งหลั ก ประกั น ความมั่ น คงในการประกอบอาชี พ ให แ ก เ กษตรกร จั ด ให มีอาสาสมัครเกษตรหมูบานเพื่อสนับสนุนการทํางานของภาครัฐ ตลอดจนจัดใหมีรายการโทรทัศนเพื่อการเกษตรเพื่อเผยแพรความรูดานการผลิตและการตลาดแกเกษตรกรทั่วไป ๗) เรงรัดพัฒนาธุรกิจการเกษตร โดยการพัฒนาสถาบันเกษตรกรในดานธุรกิจ สรางเกษตรกรรุนใหมจากโครงการกองทุนตั้งตัวได รวมมือสนับสนุนสถาบันการศึกษาเพื่อความเปนเลิศทางวิชาการเกษตรทุกสาขา และดําเนินการใหบุคลากรของสถาบันการศึกษาไดทําหนาที่สนับสนุนการสงเสริมการเกษตร พัฒนารูปแบบการจัดการผลิต การบรรจุผลิตภัณฑและพัฒนาผลิตภัณฑ และการตรวจสอบยอนกลับแหลงผลิตเรงรัดการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เชน ยางพาราและพืชพลังงาน เชน ปาลมน้ํามัน ออยมันสําปะหลัง เพื่อรองรับวิกฤตพลังงานโลก สงเสริมการผลิตสินคาใหมท่ีใหผลตอบแทนสูงโดยมีเปาหมายเพิ่มมูลคาภาคการเกษตรตอผลผลิตมวลรวมของประเทศอยางตอเนื่อง ๑๖ 
    •    ๘) พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรมูลคาเพิ่มเพื่อเพิ่มศักยภาพการแขงขันในตลาดโลก โดยการสงเสริมการผลิตสินคาใหมท่ีมีกําไรสูง มีการแปรรูปอยางครบวงจรเพื่อแสวงหามูลคาเพิ่มสูงสุด พัฒนาระบบตลาดทุกขั้นตอน ยกระดับผลผลิตใหมีคุณภาพและเปนที่ยอมรับในตลาดตางประเทศ สรางกลุมธุรกิจรายสินคาระดับภูมิภาคเพื่ อ เพิ่ม ศักยภาพในการแขง ขัน และสรางโอกาสชี้นําในเรื่ องราคาโดยเฉพาะตลาดขาวเรงรัดการเจรจาขอตกลงตาง ๆ ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารในตลาดโลกสงเสริมใหประเทศไทยเปนครัวโลกทั้งในแงสินคาเกษตร อาหารไทย และสนับสนุนการลงทุนภาคเกษตรในตางประเทศ ๙) ส ง เสริ ม เกษตรทฤษฎี ใ หม ส ง เสริ ม การวิ จั ยและพัฒนาพันธุ ดําเนินการฟนฟูสภาพแวดลอม สรางความเขมแข็งภาคเกษตรและสรางความมั่นคงทางอาหารเพื่อเผชิญกับวิกฤตอาหารโลก สรางความสมดุลระหวางพืชอาหารและพืชพลังงาน สงเสริมเกษตรอินทรียและเกษตรทางเลือก ปรับโครงสรางและจัดหาที่ทํากินใหแกเกษตรกรผูยากไรและดําเนินการฟนฟูคุณภาพดินใหคงความอุดมสมบูรณอยางยั่งยืนตลอดจนการคุมครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๓.๓.๒ ภาคอุตสาหกรรม ๑) ยกระดั บ ความสามารถในการแข ง ขั น ของภาคอุ ต สาหกรรมในประเทศด ว ยการเพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการผลิ ต การใชพ ลัง งานอยา งมีประสิทธิภาพ ลดตนทุนของผูประกอบการ และยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินคาใหเปนที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งสงเสริมใหเอกชนลงทุนวิจัยและพัฒนาดานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเชิงพาณิชยทั้งในกระบวนการผลิตและออกแบบผลิตภัณฑตรงตามความตองการของผูซื้อและสอดคลองกับความตองการของตลาด ตลอดจนสงเสริมใหมีการสรางตราสินคาไทย ๒) ยกระดับภาคอุตสาหกรรมเขาสูอุตสาหกรรมสร า งสรรค ที่ ใ ช ป ญ ญา ใช เ ทคโนโลยี และใช ภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น ทดแทนอุ ต สาหกรรมที่ใชแรงงานเปนหลัก โดยสงเสริมการสรางนวัตกรรมจากวัฒนธรรมของชาติเพื่อนํารายไดเขาประเทศ เชน อุตสาหกรรมถายทําภาพยนตร อุตสาหกรรมอาหารไทย อุตสาหกรรมการกีฬาอุตสาหกรรมการทองเที่ยว และอุตสาหกรรมการออกแบบ เปนตน ๓) พัฒนาและสงเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปบนฐานความรู ความคิดสรางสรรค ภูมิปญญาทองถิ่น และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลคาและยกระดับสินคาใหมีคุณภาพ มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และมีโอกาสในการขยายตลาดเชน สินคาเกษตรอินทรีย อาหารฮาลาล เปนตน เพื่อเพิ่มรายไดใหแกเกษตรกร ๑๗ 
    •    ๔) สรางความเขมแข็งใหแกวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม โดยสนับสนุนชองทางการเขาถึงแหลงสินเชื่อผานสถาบันการเงินตาง ๆสงเสริมสถาบั นเฉพาะทางใหเปนศูนยแลกเปลี่ยนเรียนรูและทดสอบผลิตภัณฑ สงเสริมการรวมกลุมอุตสาหกรรมและการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมตั้งแตตนน้ําจนถึงปลายน้ํา และปรับปรุงหลักเกณฑสงเสริมการลงทุนสําหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมใหเอื้ออํานวยตอการลงทุนมากยิ่งขึ้น ๕) กํ า หนดมาตรฐานและคุ ณ ภาพขั้ น พื้ น ฐานของสินค าอุตสาหกรรมเมื่อ มีการเปดเสรีการคามากขึ้น เพื่อ ปองกัน สินคานําเขาที่ไมไดคุณภาพซึ่งอาจกอใหเกิดภัยอันตรายตอชีวิตและทรัพยสินและกอใหเกิดมลพิษตอสิ่งแวดลอมรวมทั้งใหมีการบังคับใชมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมสําหรับสินคาที่ผลิตภายในประเทศอยางจริงจัง และสงเสริมใหเกิดการยอมรับมาตรฐานและคุณภาพสินคารวมกันในกลุมอาเซียน ๖) พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมแหงใหม โดยพัฒนาพื้น ที่ อุต สาหกรรมใหม ใ นทุ ก ภู มิ ภ าคที่เ หมาะสมเพื่ อ รองรั บ การลงทุ น ด า นอุ ต สาหกรรมที่ไมกอมลพิษ และพัฒนาเสนทางการขนสงเชื่อมโยงระหวางพื้นที่อุตสาหกรรมดังกลาวกับทาเรือน้ําลึกแหลมฉบังและทาเรือมาบตาพุด รวมทั้งการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจระหวางฝ ง อั น ดามั น และฝ ง อ า วไทยสํ า หรั บ รองรั บ อุ ต สาหกรรมที่ ไ ม ก อ มลพิ ษ และเป น มิ ต รกับสิ่งแวดลอมและชุมชน ๗) เร ง พั ฒ นาภาคอุ ต สาหกรรมให เ ป น มิ ต รกั บสิ่งแวดลอม มีความรับผิดชอบตอสังคม และอยูรวมกับชุมชนได โดยปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตลดการใชทรัพยากรและลดปริมาณการปลอยกาซเรือนกระจก ดวยหลักการการลดการใชการใชซ้ําและการนํากลับมาใชใหม เพิ่มปริมาณการใชพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรมเพื่อสงเสริมใหผูประกอบการสรางรายไดจากการขายคารบอนเครดิต และลดภาวะโลกรอนรวมทั้งสนับสนุนการมีสวนรวมของชุมชนในการแกไขปญหาและตรวจสอบสภาวะแวดลอมและพัฒนาเมืองหรือพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่สอดคลองกับแนวทางดังกลาวเพื่อนําไปสูสังคมคารบอนต่ํา ๘) ส ง เสริ ม และจั ด ให มี ม าตรการทางภาษี แ ละมาตรการอื่นที่เกี่ยวของในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่กอใหเกิดการประหยัดพลังงาน การใชพลังงานทดแทน และการใชพลังงานจากภาคเกษตร อุตสาหกรรมรถยนตประหยัดพลังงานอุต สาหกรรมรถยนต ที่ใชพ ลัง งานทดแทนและสะอาด ได แก เอทานอล ไบโอดี เซล และกาซธรรมชาติ (NGV) ๑๘ 
    •    ๙) สนั บ สนุ น ให ผู ป ระกอบการอุ ต สาหกรรมทุ ก สาขาการผลิ ต เข า ประกอบกิ จ การในนิ ค มอุ ต สาหกรรมซึ่ ง มี ค วามพร อ มทั้ ง ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ความเพียงพอของแหลงพลังงาน การจัดการของเสีย การจัดการมลพิษเพื่อสิ่งแวดลอมที่ดี รวมถึงการจัดและวางระบบการผลิตที่จะเอื้อประโยชนตอการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว ๑๐) เร ง รั ด สํ า รวจและแสวงหาแหล ง แร สํ า คั ญเพื่อนํามาใชประโยชนทางเศรษฐกิจ และพัฒนาอุตสาหกรรมตอยอดเพื่อสรางมูลคาเพิ่มโดยใหความสําคัญกับการกํากับดูแลผลกระทบสิ่งแวดลอมและชุมชน ๓.๓.๓ ภาคการทองเที่ยว การบริการ และการกีฬา ๑) การพัฒนาการทองเที่ยว ๑.๑) ส งเสริม การพั ฒ นาโครงสรางพื้ น ฐานที่สนับสนุนการทองเที่ยวและเรงรัดการปรับปรุงมาตรฐานในเรื่องสิ่งอํานวยความสะดวกความปลอดภั ย และสุ ข อนามั ย โดยคํ า นึ ง ถึ ง การเข า ถึ ง แหล ง ท อ งเที่ ย วของผู พิ ก ารและผูสูงอายุ ๑.๒) พัฒนา บูรณะ และฟนฟูแหลงทองเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร และวัฒนธรรมเดิมที่มีอยูแลว สงเสริมการพัฒนาแหลงทองเที่ยวใหมในเชิงกลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถเชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนตามแผนพัฒนาการทองเที่ยวที่เปนกรอบแนวทางการพัฒนาแหลงทองเที่ยวตาง ๆ ของประเทศรวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหภาคเอกชนและองคกรปกครองสวนทองถิ่นลงทุนพัฒนาแหลงทองเที่ยว ๑.๓) ยกระดั บ และรั ก ษามาตรฐานบริ ก ารด า นการท อ งเที่ ย วเพื่ อ ให ก ารประกอบการและดํ า เนิ น ธุ ร กิ จ เป น ไปตามมาตรฐานสากลรวมทั้งพัฒนามาตรฐานบุคลากรที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยว ตลอดจนปรับปรุงการบริการภาครั ฐ เพื่ อ ให ส ามารถดึ ง ดู ด และรองรั บ ตลาดนั ก ท อ งเที่ ย วกลุ ม คุ ณ ภาพได อ ย า งมีประสิทธิภาพ ๑.๔) สงเสริม สนับสนุนตลาดนักทองเที่ยวคุณภาพทั้งจากตางประเทศและในประเทศ โดยใชกลยุทธการตลาดเชิงรุกในกลุมตาง ๆทั้งระดับภายในประเทศและระหวางประเทศเพื่อใหประเทศไทยเปนแหลงทองเที่ยวระดับโลกศู น ย ก ลางการประชุ ม และแสดงสิ น ค า ระหว า งประเทศ และศู น ย ก ลางการท อ งเที่ ย วเชิงสุขภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจลงตรา การยกเวนคาธรรมเนียมการตรวจลงตรา ๑๙ 
    •   ใหแกนักทองเที่ยวที่อยูในกรอบการคาเสรี หรือมีความสัมพันธดานการคาการลงทุนรวมกับประเทศไทย และการยกเวนการตรวจลงตราใหแกนักทองเที่ยวจากประเทศกลุมเปาหมาย ๑.๕) ส ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม แ ล ะ รู ป แ บ บการทองเที่ยวเพื่อสรางคุณคาและมูลคาเพิ่มทางการทองเที่ยว พัฒนาคุณภาพการบริการทองเที่ยว สนับสนุนการถายทําภาพยนตรตางชาติในประเทศไทย และสงเสริมการเสนอตัวใหประเทศไทยเปนเจาภาพการจัดกิจกรรมนานาชาติขนาดใหญ ๑.๖) ผลั ก ดั น ความร ว มมื อ ของหน ว ยงานตาง ๆ เพื่อใหบริการนักทองเที่ยวอยางมีคุณภาพ รวมทั้งพัฒนามาตรฐานบุคลากรที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยวใหเพียงพอกับความตองการ ปรับปรุงแกไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยว และเพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใชกฎหมายที่เกี่ยวของเพื่ออํานวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และปองกันการเอาเปรียบนักทองเที่ยว พรอมทั้งปองกันแกไขปญหาผลกระทบตอสิ่งแวดลอมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการทองเที่ยวสูความยั่งยืน ๑.๗) พัฒนาดานการตลาดและประชาสัมพันธสงเสริมบทบาทขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและภาคเอกชนใหเขามามีสวนรวมในการกําหนดนโยบาย กลยุทธดานการตลาด และการประชาสัมพันธเพื่อยกระดับแหลงทองเที่ยวของไทยใหเปนที่รูจักทั่วโลก ๒) การพัฒนาภาคบริการ ๒.๑) เรงรัดพัฒนาผูประกอบการดานบริการใหมีองคความรู เสริมสรางนวัตกรรมและทักษะทั้งดานภาษา มาตรฐานการบริการ และการจัด การ เพื่ อ สรา งความเข ม แข็ง และทั น ต อ การเปลี่ ย นแปลงของความตกลงระหว า งประเทศดานการคาบริการ การเสริมสรางบรรยากาศการลงทุน มาตรฐานธุรกิจและการพัฒนาบุคลากรใหพ รอมรับการขยายตั วของธุรกิ จ และสงเสริม ขีดความสามารถในการแข งขันของภาคบริการไทย ๒.๒) พั ฒ นาธุ ร กิ จ บริ ก ารที่ มี ศั ก ยภาพเพื่ อขยายฐานการผลิตและการตลาดสูระดับภูมิภาค โดยเพิ่มความหลากหลาย มูลคา ความสามารถในการแขงขันของธุรกิจบริการ ทั้งนี้ เพื่อใหเปนแหลงสรางรายไดเงินตราตางประเทศและรายไดทองถิ่น เชน การทองเที่ยว ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจการประชุมและแสดงสินคาการศึ ก ษานานาชาติ การกอ สร า ง ธุ ร กิ จ ภาพยนตร ธุ ร กิ จ ออกแบบแฟชั่ น ธุ ร กิจ อั ญ มณีการบริ ห ารจั ด การขนส ง สิ น ค า และบริ ก าร เทคโนโลยี ส ารสนเทศและการสื่ อ สาร ธุ ร กิ จที่เกี่ยวของกับกีฬาและนันทนาการ รวมทั้งสินคาบริการที่ใชความคิดสรางสรรคบนพื้นฐานของวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสมัยใหม ๒๐ 
    •    ๓) การพัฒนากีฬา ๓.๑) สงเสริมใหประเทศไทยเปนศูนยกลางกีฬาของภูมิภาคและของโลก จัดใหมีการแขงขันกีฬาและกีฬาคนพิการระดับโลกที่สําคัญ ๆตลอดจนการประชุมเกี่ยวกับกีฬาระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อเชื่อมโยงกับการทองเที่ยวโดยความรวมมือและการมีสวนรวมจากทุกฝายเปน “ทีมไทยแลนด” ๓.๒) จัดหาและพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานการกี ฬ าให เ พี ย งพอ โดยเฉพาะสิ่ ง อํ า นวยความสะดวก เช น สนามกี ฬ า วั ส ดุ อุ ป กรณที่ทันสมัย และจัดใหมีผูฝกสอนและอาสาสมัครการกีฬาประจําศูนยและสนามกีฬา รวมทั้งส ง เสริ ม ให ภ าคเอกชนมี ส ว นร ว มในการลงทุ น และการบริ จ าคเพื่ อ พั ฒ นาการกี ฬ าดวยมาตรการจูงใจที่เหมาะสม เชน มาตรการภาษี มาตรการสงเสริมการลงทุน และมาตรการการเงิน ภายใตความโปรงใสและมีธรรมาภิบาล ๓.๓) จัดใหมีทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนแกเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถและมีแนวโนมวาจะเปนผูมีความสามารถสูงดานกีฬาในระดับนานาชาติ ใหสามารถพัฒนาเปนนักกีฬาทีมชาติที่สรางชื่อเสียงและเปนแบบอยางที่ดีแกเยาวชนของประเทศ รวมทั้งปรับบทบาทของกองทุนพัฒนากีฬาแหงชาติใหสนับสนุนภารกิจในการพัฒนานักกีฬาตั้งแตระดับเด็กและเยาวชน ๓.๔) พัฒนากีฬาเพื่อความเปนเลิศ ดวยการนํ า วิ ท ยาศาสตร แ ละเทคโนโลยี ก ารกี ฬ ามาประยุ ก ต ใ ช อ ย า งจริ ง จั ง เพื่ อ พั ฒ นากี ฬ าที่ มีศักยภาพไปสูกีฬาอาชีพ พรอมไปกับการพัฒนาผูฝกสอนและผูตัดสินใหไดมาตรฐานสากลปรับปรุงแกไขกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อใชเปนเครื่องมือในการบริหารจัดการองคกรกีฬาอยางมีประสิทธิภาพ สนับสนุนใหผูพิการเขาถึงการกีฬาและการแขงขันกีฬาในทุกระดับเพื่อพัฒนาไปสูการเปนนักกีฬาที่มีความสามารถในนามทีมชาติไทยในการแขงขันกีฬาและมหกรรมกีฬาตาง ๆ ๓.๓.๔ การตลาด การคา และการลงทุน ๑) ส ง เสริ ม นโยบายการแข ง ขั น อย า งเสรี แ ละเปนธรรมเพื่อปองกันการผูกขาดตัดตอน สงเสริมและพัฒนาบทบาทขององคกรที่เกี่ยวของกับการคุมครองผูบริโภคทั้งภาครัฐและเอกชน แกไขปรับปรุงกฎหมาย มาตรการตาง ๆเพื่อสรางความเปนธรรมใหแกผูบริโภค รวมทั้งสรางความมั่นใจใหแกผูประกอบการในดานการคุ ม ครองและป อ งกั น การละเมิ ด ทรั พ ย สิ น ทางป ญ ญาของสิ น ค า และผลิ ต ภั ณ ฑ ไ ทยในตางประเทศ ๒๑ 
    •    ๒) สรางความเชื่อมั่นใหนักลงทุนทั้งในประเทศและตางประเทศ โดยปรับปรุงพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบที่สงเสริมการคาการลงทุนที่ครอบคลุมการลงทุนดานเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ และปรับปรุงมาตรการบริหารการนํ า เข า เพื่ อ ป อ งกั น การค า ที่ ไ ม เ ป น ธรรม การทุ ม ตลาด และสิ น ค า ที่ ไ ม ไ ด ม าตรฐานทางดานคุณภาพและความปลอดภัย การปรับเปลี่ยนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจใหมีคุณภาพที่สามารถขยายตัวไดอยางยั่งยืน กระจายผลประโยชนทางเศรษฐกิจไดอยางทั่วถึงและมีภมคุมกันตอกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในปจจุบันและอนาคต ู ิ ๓) สนั บ สนุ น การลงทุ น ในต า งประเทศในสาขาที่ผูประกอบการไทยมีศักยภาพทั้งในการลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินคา การทําสัญญาสินคาเกษตรตามข อ ตกลง การเป ด สาขา การหาตั ว แทนและหุน ส ว นในต างประเทศเพื่ อ สรา งเครือขายธุรกิจไทยในตางประเทศ สงเสริมและสนับสนุนการเปดรานอาหารไทยของคนไทยตามนโยบายครัวไทยสูครัวโลก และนโยบายไทยเปนครัวอาหารโลก ๔) ปรั บ ปรุ ง มาตรการการส ง เสริ ม การลงทุ นให ค รอบคลุ ม การให สิ ท ธิ ป ระโยชน แ ก ธุ ร กิ จ ในภาคเกษตร อุ ต สาหกรรม การท อ งเที่ ย วการกีฬา และบริการ โดยเนนกิจการที่ใชความคิดสรางสรรค เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม มีการใชเทคโนโลยีขั้นสูง และมีสวนรับผิดชอบตอสังคม ๕) ส ง เสริ ม การขยายตลาดเชิ ง รุ ก เพื่ อ รั ก ษาตลาดเดิมและสรางตลาดใหมเพื่อลดการพึ่งพาการสงออกไปตลาดหลัก โดยสงเสริมการสงออกสินคาและบริการในตลาดใหม ไดแก จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรปตะวันออกพรอมทั้งรักษาสวนแบงในตลาดหลักไมใหลดลง ตลอดจนการเตรียมความพรอมในเชิงของทักษะเทคโนโลยี และวิ ท ยาการที่ จํ า เปน ในการแข ง ขั น ระดั บ โลกเพื่ อ การขยายตั ว อยา งยั่ง ยื นของประเทศในอนาคต และเป น การส ง เสริ ม ให สิ น ค า และบริ ก ารของไทยเป น ที่รู จั ก และยอมรับอยางแพรหลายจากผูบริโภคในประเทศตาง ๆ ๖) พั ฒ นาสิ น ค า และบริ ก ารที่ ส ร า งโอกาสใหมในการหารายได การผลิ ต สิ น ค า และบริ ก ารอั น เป น ที่ ต อ งการของผู บ ริ โ ภคในตลาดโลกซึ่ ง พั ฒ นาจากแนวคิ ด ระบบเศรษฐกิ จ เชิ ง สร า งสรรค ที่ ใ ช น วั ต กรรม ภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ นโดยคํานึงถึงการเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ซึ่งจะขยายโอกาสในการสงออก ลดตนทุนจากการพัฒนาระบบการกระจายสินคาจากแหลงผลิตทองถิ่นไปสูตลาดในทุกระดับ โดยใหความสําคัญในการเชื่อมโยงใหประเทศไทยเปนประตูสูตลาดโลกของภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาและสงเสริมให ป ระเทศไทยเป น ศู น ย ก ลางการค า สิ น ค า และบริ ก ารระหว า งประเทศและศู น ย ก ลางการผลิตและสงออกอาหารฮาลาลในโลก ๒๒ 
    •    ๗) ขยายความเชื่ อ มโยงทางเศรษฐกิ จ การค าการลงทุน และการตลาดภายใตกรอบความรวมมือและขอตกลงการคาเสรีในระบบพหุภาคีและทวิ ภ าคี โดยเร ง รั ด การใช ป ระโยชน จ ากความตกลงที่ มี ผ ลบั ง คั บ ใช แ ล ว พร อ มทั้ งวางแนวทางปองกันผลเสียที่จะเกิดขึ้น กําหนดมาตรการในการใหความชวยเหลือผูที่ไดรับผลกระทบ และสร า งความรู ค วามเข า ใจเกี่ ย วกั บ กรอบความร ว มมื อ ทางเศรษฐกิ จเพื่อเตรียมพรอมในการพัฒนาสินคาและบริการใหสอดคลองกับกฎ ระเบียบ และมาตรฐานตาง ๆ ๘) เรงรัดจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบริเวณพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยใหความสําคัญตอจังหวัดชายแดน เพื่อสงเสริมการคา การตลาดการลงทุน การจางงาน และการใชวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบาน ซึ่งเปนการใชประโยชนจากความเชื่อมโยงดานคมนาคมขนสงของภูมิภาคอาเซียน ๓.๔ นโยบายโครงสรางพื้นฐาน การพัฒนาระบบรางเพื่อขนสงมวลชน และการบริหารจัดการระบบขนสงสินคาและบริการ ๓.๔.๑ พัฒนาระบบโครงสรางพื้นฐานดานการขนสง ระบบประปา และระบบไฟฟาใหกระจายไปสูภูมิภาคอยางทั่วถึงเพียงพอ รวมทั้งสงเสริมการประหยัดพลั ง งานและลดต น ทุ น การขนส ง เพื่ อ ยกระดั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต และเพิ่ ม ขี ด ความสามารถในการแข ง ขัน พร อ มทั้งสรางโอกาสการกระจายรายได กระจายเศรษฐกิ จ และกระจายการลงทุ น สู ช นบท รวมทั้ ง กํ า กั บ ดู แ ลอั ต ราค า บริ ก ารที่ ส อดคล อ งกั บ สภาพพื้ น ที่ แ ละกลุมผูไดรบประโยชนและการคุมครองผูบริโภค ั ๓.๔.๒ ขยายการใหบริการน้ําสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคใหครอบคลุมประชาชนในทุกพื้นที่ และสรางการเขาถึงบริการน้ําสะอาดอยางเทาเทียมกันทั่วประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ๓.๔.๓ พัฒนาสิ่งอํานวยความสะดวกดานการขนสงตอเนื่องหลายรูปแบบ เพื่อเชื่อมโยงกับฐานการผลิตและฐานการสงออกของประเทศ รวมทั้งเรงปรับโครงสรางการบริหารจัดการระบบรางของประเทศใหมีประสิทธิภาพในระยะยาว ๓.๔.๔ พัฒนาระบบคมนาคมขนสงทางราง โดยเชื่อมโยงโครงขายและการบริหารจัดการขนสงผูโดยสาร และสินคาและบริการที่สะดวกและปลอดภัยทั้งในพื้นที่ชนบท พื้นที่เมือง และระหวางประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการขยายฐานการผลิตตามแนวเสนทางรถไฟ ๑) พัฒ นาระบบรถไฟทางคู เชื่ อ มชานเมื อ งและหัวเมืองหลักในเสนทางที่มีความสําคัญ ๒๓ 
    •    ๒) ศึ ก ษาและพั ฒ นารถไฟความเร็ ว สู ง สายกรุ ง เทพฯ–เชี ย งใหม กรุ ง เทพฯ–นครราชสี ม า กรุ ง เทพฯ–หั ว หิ น และเส น ทางอื่ น เพื่ อเตรียมการเชื่อมตอกับประเทศเพื่อนบาน ๓) ศึ ก ษ า แ ล ะ พั ฒ น า ข ย า ย ท า ง ร ถ ไ ฟ ส า ยแอรพอรต เรล ลิงค ตอจากทาอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังชลบุรีและพัทยา ๓.๔.๕ เรงรัดโครงการรถไฟฟา ๑๐ สายทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ใหสามารถเริ่มกอสรางไดครบใน ๔ ป โดยเก็บคาบริการ ๒๐ บาทตลอดสายทั้งระบบ รวมทั้งเรงพัฒนาระบบตั๋วรวมบัตรเดียว และพัฒนาที่อยูอาศัยใหผูมีรายไดนอยใหมีโอกาสไดที่อยูอาศัยในราคาและคาเชาถูกตามบริเวณใกลสถานีรถไฟฟา ๓.๔.๖ พั ฒ นาการขนส ง ทางน้ํ า และกิ จ การพาณิ ช ยนาวีขนสงเดินเรือชายฝงทะเล ทั้งฝงดานทะเลอันดามันและฝงดานทะเลอาวไทย โดยพัฒนาทาเรือน้ําลึกและสะพานเศรษฐกิจเชื่อมสองฝงทะเลภาคใต ๓.๔.๗ พัฒนาทาอากาศยานสากล ทาอากาศยานภูมิภาคและอุ ต สาหกรรมการบิ น ของไทย รวมทั้ ง เพิ่ ม ความสามารถท า อากาศยานสุ ว รรณภู มิใหรองรับผูโดยสารจากปละ ๔๕ ลานคน เปนปละ ๖๕ ลานคนขึ้นไป เพื่อใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการบิน การทองเที่ยว และการขนสงสินคาทางอากาศชั้นนําของเอเชียและโลก ๓.๕ นโยบายพลังงาน ๓.๕.๑ ส ง เสริ ม และผลั ก ดั น ให อุ ต สาหกรรมพลั ง งานสามารถสร า งรายได ใ ห ป ระเทศ ซึ่ ง ถื อ เป น อุ ต สาหกรรมเชิ ง ยุ ท ธศาสตร เพิ่ ม การลงทุ นในโครงสรางพื้นฐานดานพลังงานและพัฒนาใหเปนศูนยกลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใชความไดเปรียบเชิงภูมิยุทธศาสตร ๓.๕.๒ สรางเสริมความมั่นคงทางพลังงาน โดยแสวงหาและพัฒนาแหลงพลังงานและระบบไฟฟาจากทั้งในและตางประเทศ รวมทั้งใหมีการกระจายแหลงและประเภทพลังงานใหมีความหลากหลาย เหมาะสม และยั่งยืน ๓.๕.๓ กํากับราคาพลังงานใหมีราคาเหมาะสม เปนธรรมและมุงสูการสะทอนตนทุนที่แทจริง โดยปรับบทบาทกองทุนน้ํามันใหเปนกองทุนสําหรับรักษาเสถียรภาพราคา สวนการชดเชยราคานั้นจะดําเนินการอุดหนุนเฉพาะกลุม สงเสริมใหมีการใชกาซธรรมชาติมากขึ้นในภาคขนสง และสงเสริมการใชแกสโซฮอลและไบโอดีเซลในภาคครัวเรือน ๒๔ 
    •    ๓.๕.๔ ส ง เสริ ม การผลิ ต การใช ตลอดจนการวิ จั ย และพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยตั้งเปาหมายใหสามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลไดอยางนอยรอยละ ๒๕ ภายใน ๑๐ ป ทั้งนี้ ใหมีการพัฒนาอุตสาหกรรมอยางครบวงจร ๓.๕.๕ ส ง เสริ ม และผลั ก ดั น การอนุ รั ก ษ พ ลั ง งานอย า งเต็มรูปแบบ โดยลดระดับการใชพลังงานตอผลผลิตลงรอยละ ๒๕ ภายใน ๒๐ ป และมีการพัฒนาอยางครบวงจร สงเสริมการใชอุปกรณและอาคารสถานที่ที่มีประสิทธิภาพสูง สงเสริมกลไกการพั ฒ นาพลั ง งานที่ ส ะอาดเพื่ อ ลดก า ซเรื อ นกระจกและแก ป ญ หาภาวะโลกร อ นสรางจิตสํานึกของผูบริโภคในการใชพลังงานอยางประหยัด และมีประสิทธิภาพใหเปนระบบจริงจังและตอเนื่องทั้งภาคการผลิต ภาคการขนสง และภาคครัวเรือน ๓.๖ นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ๓.๖.๑ พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเร ง รั ด พั ฒ นาโครงข า ยสื่ อ สารความเร็ ว สู ง ให ค รอบคลุ ม ทั่ ว ถึ ง เพี ย งพอ มี คุ ณ ภาพดวยราคาที่เหมาะสม และการแขงขันที่เปนธรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไปสูสังคมแหงความรู ภูมิปญญา นวัตกรรม และความคิดสรางสรรค ชวยลดความเหลื่อมล้ําระหวางสังคมเมืองและชนบท สนับสนุนการเขาถึงขอมูลและขาวสาร ยกระดับคุณภาพการศึกษาเสริมสรางศักยภาพในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สงเสริมการลดการใชพลังงาน เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และเพิ่มขีดความสามารถการแขงขันของประเทศในระยะยาว ๓.๖.๒ สงเสริมการเขาถึงการใชบริการเครือขายอินเทอรเน็ตสาธารณะที่มีการใชงานตามความเหมาะสมโดยไมคิดคาใชจาย ผลักดันใหคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศนและกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ ใชกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศนและกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชนสาธารณะจัดใหมีบริการเครือขายอินเทอรเน็ตตามมาตรฐานการใหบริการในพื้นที่สาธารณะ สถานที่ราชการ และสถานศึ ก ษาที่ กํ า หนดโดยไม คิ ด ค า ใช จ า ย หรื อ กํ า หนดเป น เงื่ อ นไขใหผูประกอบการจัดใหบริการโทรคมนาคมอยางทั่วถึง ๓.๖.๓ ส ง เสริ ม การใช ค ลื่ น ความถี่ อั น เป น ทรั พ ยากรของชาติใหมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยคํานึงถึงผลประโยชนของประชาชนและประเทศชาติ อีกทั้งดํารงรักษาไวซึ่งสิทธิอันพึงไดของประเทศในการใชเทคโนโลยีดานการสื่อสารโทรคมนาคมเหนือพื้นผิวโลก ๒๕ 
    •    ๓.๖.๔ สงเสริมการใชสื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน รวมทั้งการพัฒนาการปรับเปลี่ยนระบบการใชเทคโนโลยีจากระบบอนาล็อกเปนระบบดิจิตอล ทั้งนี้ ตองคํานึงถึงการกอใหเกิดประโยชนสูงสุดทั้งตอประชาชนและประเทศชาติ โดยผลักดันใหคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติดําเนินการรวมกับหนวยงานภาครัฐที่เกี่ยวของ ๓.๖.๕ ส ง เสริ ม และสนั บ สนุ น การพั ฒ นาอุ ต สาหกรรมซอฟต แวร ฮาร ดแวร และอุ ตสาหกรรมที่เกี่ ยวข อง และจัดให มี กลไกสนั บสนุ นแหลง ทุนสําหรับผูประกอบการเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดกลางและขนาดยอม รวมทั้งพัฒนาบุคลากรใหมีศักยภาพไดมาตรฐานและสอดคลองกับความตองการของอุตสาหกรรมเพื่อผลักดันใหประเทศไทยเปนศูนยกลางดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค ๔. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต ๔.๑ นโยบายการศึกษา ๔.๑.๑ เรงพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการปฏิรูประบบความรูของสังคมไทย อันประกอบดวยการยกระดับองคความรูใหไดมาตรฐานสากล จัดใหมีโครงการตําราแหงชาติที่บรรจุความรูท่ีกาวหนาและไดมาตรฐานทั้งความรูที่เปนสากลและภูมิปญญาทองถิ่น สงเสริมการอาน พรอมทั้งสงเสริมการเรียนการสอนภาษาตางประเทศและภาษาถิ่ น จั ด ให มี ร ะบบการจั ด การความรู ปฏิ รู ป หลั ก สู ต รการศึ ก ษาทุ ก ระดั บ ให ร องรั บการเปลี่ยนแปลงของโลกและทัดเทียมกับมาตรฐานสากลบนความเปนทองถิ่นและความเปนไทยเพิ่ ม ผลสั ม ฤทธิ์ ข องการศึ ก ษาทุ ก ระดั บ ชั้ น โดยวั ด ผลจากการผ า นการทดสอบมาตรฐานในระดั บ ชาติ แ ละนานาชาติ ขจั ด ความไม รู ห นั ง สื อ ให สิ้ น ไปจากสั ง คมไทย จั ด ให มี ค รู ดีเพียงพอในทุกหองเรียน ใหมีโรงเรียนและสถาบันอาชีวศึกษาคุณภาพสูงในทุกพื้นที่ พัฒนามหาวิ ท ยาลั ย เข า สู ร ะดั บ โลก พั ฒ นาระบบการศึ ก ษาให ผู เ รี ย นมี ค วามรู คู คุ ณ ธรรมมุ ง การสร า งจริ ย ธรรมในระดั บ ป จ เจก รวมทั้ ง สร า งความตระหนั ก ในสิ ท ธิ แ ละหน า ที่ความเสมอภาค และดําเนินการใหการศึกษาเปนพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยที่แทจริงปรับปรุงโครงสรางระบบบริหารการศึกษาโดยการกระจายอํานาจสูพื้นที่ใหเสร็จสมบูรณโดยเริ่มจากพื้นที่ที่มีความพรอม ๔.๑.๒ สรางโอกาสทางการศึกษา กระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย โดยคํานึงถึงการสรางความเสมอภาคและความเปนธรรมใหเกิดขึ้นแกประชากรทุกกลุม ซึ่งรวมถึงผูยากไร ผูดอยโอกาส ผูพิการ ผูบกพรองทางกายและการเรียนรู รวมทั้ง ๒๖ 
    •   ชนกลุมนอย โดยสงเสริมการใหความรูตั้งแตอยูในครรภมารดาถึงแรกเกิดใหไดรับการดูแลอยางมีประสิทธิภาพทั้งแมและเด็ก สนับสนุนการจัดการศึกษาตามวัยและพัฒนาการอยางมีคุ ณ ภาพตั้ ง แต ก อ นวั ย เรี ย นจนจบการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน โดยจั ด ให มี ก ารเที ย บโอนวุฒิการศึกษาสําหรับกลุมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เชน กลุมแมบาน จัดใหมระบบสะสม ีผลการศึกษาและการเทียบโอนเพื่อขยายโอกาสใหกวางขวางและลดปญหาคนออกจากระบบการศึกษา นอกจากนี้ จะดําเนินการลดขอจํากัดของการเขาถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาชั้นสูง โดยจัดใหมี “โครงการเงินกูเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต” โดยใหผูกูเริ่มใชคืนตอเมื่อมีรายไดเพียงพอที่จะเลี้ยงตัวไดพักชําระหนี้แกผูเปนหนี้กองทุนกูยืมเพื่อการศึกษา โดยปรับเปลี่ยนการชําระหนี้เปนระบบที่ผูกพันกับรายไดในอนาคต ปรับปรุงระบบการคัดเลือกเขาศึกษาตอทุกระดับใหเอื้อตอการกระจายโอกาส โดยเฉพาะอย า งยิ่ ง จะจั ด ให มี ร ะบบคั ด เลื อ กกลางเพื่ อ เข า ศึ ก ษาต อในมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพและเปนธรรม ดําเนิน “โครงการ ๑ อําเภอ ๑ ทุน” เพื่อเปดโอกาสใหเด็กไทยไดไปเรียนตอตางประเทศ จัดการศึกษาชุมชนเพื่อมุงใหเกิดสังคมแหงการเรียนรูและการศึกษาตลอดชีวิต ๔.๑.๓ ปฏิรูปครู ยกฐานะครูใหเปนวิชาชีพชั้นสูงอยางแทจริงโดยปฏิรูประบบการผลิตครูใหมีคุณภาพทัดเทียมกับนานาชาติ สรางแรงจูงใจใหคนเรียนดีและมีคุณธรรมเขาสูวิชาชีพครู ปรับปรุงระบบเงินเดือนและคาตอบแทนครู พัฒนาระบบความกาวหนาของครูโดยใชการประเมินเชิงประจักษที่อิงขีดความสามารถและวัดสัมฤทธิผลของการจั ด การศึ ก ษาเป น หลั ก จั ด ระบบการศึ ก ษาและฝ ก อบรมเพื่ อ พั ฒ นาคุ ณ ภาพครูอยางตอเนื่อง แกปญหาหนี้สินครูโดยการพักชําระหนี้และการปรับโครงสรางหนี้ตามนโยบายแก ป ญ หาหนี้ ค รั ว เรื อ นของรั ฐ บาล พั ฒ นาระบบภู มิ ส ารสนเทศเพื่ อ ใช ใ นการกระจายครูขจัดปญหาการขาดแคลนครูในสาระวิชาหลัก เชน คณิตศาสตร วิทยาศาสตร และภาษา ๔.๑.๔ จัดการศึกษาขั้นอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาใหสอดคลองกับตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยกระบวนการสรางประสบการณระหวางเรียนอย า งเหมาะสม และสนั บ สนุ น การสร า งรายได ร ะหว า งเรี ย น และสนั บ สนุ น ให ผู สํ า เร็ จการศึกษามีงานทําไดทันทีโดยความรวมมือระหวางแหลงงานกับสถานศึกษา สงเสริมใหมีศูนยอบรมอาชีวศึกษาเพื่อใหนักเรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเรียนรูหาประสบการณกอนไปประกอบอาชีพโดยใหสถาบันอาชีวศึกษาดําเนินการรวมกับผูเชี่ยวชาญในแตละอาชีพรวมทั้งจัดใหมีศูนยซอมสรางประจําชุมชนเพื่อฝกฝนชางฝมือและการสรางทักษะในการใหบริการแกประชาชน ๒๗ 
    •    ทั้งนี้ จะดําเนินการรวมกับภาคเอกชนอยางจริงจังเพื่ อ ส ง เสริ ม การศึ ก ษาในสายอาชี ว ศึ ก ษาให เ ป น ที่ ย อมรั บ และสามารถมี ร ายได สู ง ตามความสามารถ ๔.๑.๕ เรงพัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาใหทัดเทียมกับนานาชาติ โดยใชเปนเครื่องมือในการเรงยกระดับคุณภาพและการกระจายโอกาสทางการศึก ษา จั ด ใหมี ร ะบบการเรี ยนแบบอิ เล็ ก ทรอนิ ก สแ ห ง ชาติ เ พื่อ เป น กลไกในการเปลี่ยนกระบวนทัศนการเรียนรูใหเปนแบบผูเรียนเปนศูนยกลางและเอื้อใหเกิดการเรียนรูตลอดชีวิต พัฒนาเครือขายสารสนเทศเพื่อการศึกษา พัฒนาระบบ “ไซเบอรโฮม”ที่ส ามารถสง ความรูม ายัง ผู เรีย นโดยระบบอิ น เทอร เน็ ต ความเร็ ว สู ง ส ง เสริ ม ให นั ก เรี ย นทุ ก ระดั บ ชั้ น ได ใ ช อุ ป กรณ ค อมพิ ว เตอร แ ท็ บ เล็ ต เพื่ อ การศึ ก ษา ขยายระบบโทรทั ศ นเพื่อการศึกษาใหกวางขวาง ปรับปรุงหองเรียนนํารองใหไดมาตรฐานหองเรียนอิเล็กทรอนิกสรวมทั้งเรงดําเนินการให “กองทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา” สามารถดําเนินการตามภารกิจได ๔.๑.๖ สนั บ สนุ น การวิ จั ย และพั ฒ นาเพื่ อ สร า งทุ น ป ญ ญาของชาติ พัฒนามหาวิทยาลัยใหมุงสูการเปนมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก ระดมสรรพกําลังเพื่อพัฒนาระบบเครือขายการวิจัยแหงชาติเพื่อสรางทุนทางปญญาและนวัตกรรม ผลักดันให ป ระเทศสามารถพึ่ ง ตนเองได ท างเทคโนโลยี เ พื่ อ นํ า ไปสู ก ารสร า งรากฐานใหม ข องเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม จัดตั้งศูนยความเป นเลิศเพื่อการวิจัยสําหรับสาขาวิชาที่จําเป นพั ฒ นาโครงสร างการบริ หารงานวิ จั ยของชาติ โดยเน นความสั มพั นธ อย างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพระหวางองคกรบริหารงานวิจัยกับสถาบันอุดมศึกษา ๔.๑.๗ เพิ่ ม ขี ด ความสามารถของทรั พ ยากรมนุ ษ ยเพื่อรองรับการเปดเสรีประชาคมอาเซียน โดยรวมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการวางแผนการผลิตและพัฒนากําลังคนใหมีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ สอดคลองตามความตองการของภาคการผลิตและบริการ เรงรัดการจัดทํามาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพรับรองสมรรถนะการปฏิบัติงานตามมาตรฐานอาชีพ และการจัดทํามาตรฐานฝมือแรงงานใหครบทุกอุตสาหกรรม ๔.๒ นโยบายแรงงาน ๔.๒.๑ สงเสริมใหผูตองการมีงานทําในระบบสามารถเขาถึงขอมูลขาวสารตําแหนงงานวางของสถานประกอบการไดโดยสะดวก ขณะเดียวกันก็สงเสริมใหสถานประกอบการสามารถรับทราบขอมูลของผูตองการมีงานทําไดทุกระดับความตองการ ๒๘ 
    •   และสงเสริมใหแรงงานที่อยูนอกระบบสามารถเลือกและมีงานทําไดภายใตเงื่อนไขที่เหมาะสมกับสถานะ ๔.๒.๒ ใหการคุมครองแรงงานตามกฎหมาย โดยใหความสําคัญดานความปลอดภัยในการทํางานและสวัสดิการแรงงาน และดูแลหลักประกันความมั่นคงในการทํางานแกผูใชแรงงาน ๔.๒.๓ สงเสริมระบบแรงงานสัมพันธใหทุกฝายที่เกี่ยวของสามารถแกไขปญหาแรงงานสัมพันธไดอยางมีประสิทธิภาพ เปนธรรม และอยูภายใตกรอบของกฎหมาย ๔.๒.๔ เพิ่ ม สิ ท ธิ ป ระโยชน ป ระกั น สั ง คมให ม ากขึ้ นเพื่อ ผูป ระกั น ตนสามารถเข ารั บ การรั ก ษาพยาบาลได อ ยา งทั่ ว ถึ ง และปรั บ ปรุ ง แนวทางการขยายความคุมครองและสงเสริมใหเกิดความเขาใจและเห็นประโยชนในการประกันตนของแรงงานนอกระบบ ๔.๒.๕ เรงยกระดับแรงงานไรฝมือใหเปนแรงงานกึ่งฝมือและแรงงานกึ่ ง ฝ มื อ ให เ ป น แรงงานมี ฝ มื อ โดยภาครั ฐ จะทํ า งานร ว มกั บ ภาคเอกชนเพื่อนําไปสูเปาหมายใหประเทศไทยเปนประเทศที่ใชแรงงานมีฝมือทั้งระบบ ๔.๒.๖ เตรียมการรองรับการเปดการเคลื่อนยายแรงงานเสรีภายใตประชาคมอาเซียนในป พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยเนนระบบบริหารจัดการเพื่อจัดระเบียบแรงงานข า มชาติ จั ด ระบบอํ า นวยความสะดวก และมาตรการการกํ า กั บ ดู แ ล ติ ด ตามการเข า ออกของแรงงานทุ ก ประเภทเพื่ อ ดึ ง ดู ด แรงงานที่ มี ฝ มื อ เข า ประเทศควบคู กั บการปองกันผลกระทบจากการเขาประเทศของแรงงานไรฝมือ ๔.๒.๗ กํ า หนดมาตรการที่ เ หมาะสมในการควบคุ มการเขามาทํางานของแรงงานตางดาว โดยคํานึงถึงความตองการแรงงานของภาคเอกชนและการรักษาความสงบเรียบรอยและความมั่นคงภายในประเทศ ๔.๓ นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ๔.๓.๑ ลงทุนดานบริการสุขภาพ โดยการพัฒนาคุณภาพการใหบริการสุขภาพทั้งระบบอยางมีบูรณาการเชื่อมโยงในทุกระดับ จัดใหมีระบบสารสนเทศทางสาธารณสุ ข ที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ และเร ง ผลิ ต บุ ค ลากรทางการแพทย แ ละสาธารณสุ ขให เ พี ย งพอกั บ ปริ ม าณงานที่ เ พิ่ ม ขึ้ น ตามข อ เท็ จ จริ ง ในป จ จุ บั น เพิ่ ม ขี ด ความสามารถของโรงพยาบาลระดั บ ต า ง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศู น ย ค วามเป น เลิ ศ ที่ ก ระจายอยูในสวนภูมิภาค และมีระบบการสงตอผูปวยไปสูโรงพยาบาลตาง ๆ อยางมีประสิทธิภาพ ๒๙ 
    •   รวมทั้ ง สนั บ สนุ น ให โ รงพยาบาลในระดั บ ต า ง ๆ มี เ ครื่ อ งมื อ อุ ป กรณ ท างการแพทย แ ละห อ งปฏิ บั ติ ก ารวิ ท ยาศาสตร ก ารแพทย ที่ ทั น สมั ย รวมทั้ ง พั ฒ นาสถานบริ ก ารปฐมภู มิในเขตเมืองและชนบทที่สมบูรณแบบทั่วประเทศ ๔.๓.๒ ผลิ ต บุ ค ลากรทางด า นสาธารณสุ ข ให เ พี ย งพอโดยกําหนดแผนงานแกไขปญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทยใหสอดคลองกับจํานวนประชากรในพื้นที่ และสนับสนุนใหมีการเรงผลิตแพทยและบุคลากรทางการแพทยเพื่อใหกลั บไปปฏิ บั ติ งานในภู มิ ลํ าเนาเดิ มในชนบท พร อมกั บการสร างขวั ญกํ าลั งใจในเรื่ องของความกาวหนาในอาชีพ และการมีคาตอบแทนที่เหมาะสมและเปนธรรม ๔.๓.๓ จั ด ให มี ม าตรการสร า งสุ ข ภาพโดยมี เ ป า หมายเพื่อลดอัตราปวย ตาย และผลกระทบจากโรคไมติดตอเรื้อรัง เชน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็ง อยางมีบูรณาการและครบวงจร ตั้งแตการมีนโยบายสาธารณะที่เอื้อตอการลดปจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ จัดใหมีการสื่อสารสาธารณะของรัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใหความรูปองกันโรคเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพตนเองของประชาชนอยางมีประสิทธิภาพ การสรางความเขมแข็งของชุมชน การใหบริการเชิงรุก ตลอดจนคุมครองผูบริโภคดานสุขภาพ ๔.๓.๔ พัฒนาขีดความสามารถของอาสาสมัครสาธารณสุขทุ ก คนให เ ป น นั ก จั ด การสุ ข ภาพชุ ม ชน ขยายความครอบคลุ ม ไปถึ ง กลุ ม ผู ด อ ยโอกาสสนับสนุนอุปกรณพื้นฐานที่จําเปนเพื่อใหสามารถเปนกําลังสําคัญในการดูแลสุขภาพของคนในชุม ชน พัฒ นาแกนนํ าสุข ภาพครอบครั ว และการสาธารณสุ ขมู ลฐาน ที่ ชุ ม ชน ท อ งถิ่ นมีสวนรวมในการสรางเสริมสุขภาพและจัดการปญหาสุขภาพของตนเองไดอยางเขมแข็งและยั่งยืน ๔.๓.๕ พั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของประชาชนตั้ ง แต ใ นช ว งตั้งครรภ วัยเด็ก วัยเจริญพันธุ วัยบรรลุนิติภาวะ วัยชรา และผูพิการ สนับสนุนโครงการสงเสริมเชาวปญญาของเด็ก และใหความชวยเหลือ แนะนํา ฝกอบรม ผูปฏิบัติงานศูนยพัฒนาเด็กกอนวัยเรียน สนับสนุนโครงการพัฒนาศูนยสงเสริมสุขภาพสตรีเพื่อดูแลสุขภาพของสตรีและเด็กอยางบูรณาการทั่วประเทศ รวมทั้งเผยแพรใหความรูและดูแลปองกันการตั้งครรภในวัยรุนและการตั้งครรภท่ีไมพึงประสงค และลดความรุนแรงตอเด็กและสตรี สนับสนุนโครงการจัดตั้งศูนยสงเสริมคุณภาพชีวิตผูสูงอายุและผูพิการเพื่อดูแลผูสูงอายุและผูพิการใหมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยใหไดเขาถึงการบริการอยางมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพ และเปนธรรม รวมทั้งให มี ร ะบบการฟ น ฟู สุ ข ภาพในชุ ม ชน จั ด การประชาสั ม พั น ธ เ ชิ ง รุ ก เพื่ อ เผยแพร ค วามรูดานสุขภาพผานสื่อแขนงตาง ๆ อยางเปนระบบ ๓๐ 
    •    ๔.๓.๖ สงเสริมใหประชาชนทุกระดับมีโอกาสออกกําลังกายและเลนกีฬาเพื่อสรางเสริมสุขภาพและพลานามัยที่ดี สรางนิสัยความมีน้ําใจเปนนักกีฬาและใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุนมั่วสุมกับอบายมุขและยาเสพติด ๔.๓.๗ ขับเคลื่อนใหประเทศไทยเปนเลิศในผลิตภัณฑและการบริการดานสุขภาพและการรักษาพยาบาลในภูมิภาคเอเชีย โดยประสานความรวมมือกั บ ทุ ก ภาคส ว นที่ เ กี่ ย วข อ งในการสร า งความก า วหน า ในทางวิ ช าการ และไม ก อ ให เ กิ ดผลกระทบกับบริการสุขภาพโดยรวมของคนไทย สนับสนุนเอกชนใหจัดบริการศูนยพักฟนผูปวยที่มีมาตรฐาน รวมทั้งแกไขปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวของเพื่อใหมีการใชบุคลากรทางการแพทยรวมกันระหวางภาครัฐและเอกชนใหเอื้ออํานวยตอการดําเนินงาน ๔.๔ นโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ๔.๔.๑ เร ง ดํ า เนิ น การให ศ าสนา ศิ ล ปะ และวั ฒ นธรรมมีบทบาทนําในการรวมเทิดทูนสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และรวมสรางประเทศไทยใหเปนประเทศที่อยูสบาย โดยนอมนําพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ที่พระราชทานใหแกรัฐบาลในการบริหารราชการแผนดินดวยการทํางานตั้งใจใหประเทศเปน ที่ อ ยูที่สบายในโลกที่มี ค วามวุน วาย และน อ มนํ า พระราชดํ ารั สในพิ ธี เปดพิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ พ ระนครศรี อ ยุ ธ ยา “การรั ก ษาวั ฒ นธรรม คื อ การรั ก ษาชาติ ”มาหลอหลอมและยึดเหนี่ยวจิตใจเปนหนึ่งเดียวเพื่อเสริมสรางความปรองดองสมานฉันทใหกับคนในชาติ ๔.๔.๒ อุป ถัม ภ คุม ครอง และทํ านุบํารุ งพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่ น ๆ ส ง เสริ ม การปรั บ ปรุ ง องค ก รและกลไกที่ รั บ ผิ ด ชอบดา นศาสนาเพื่ อ ใหการบริหารจัดการ สงเสริม ทํานุบํารุงศาสนา มีความเปนเอกภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งสงเสริมความเขาใจอันดีและสมานฉันทระหวางศาสนิกชนของทุกศาสนาเพื่อนําหลักธรรมของศาสนามาใชในการสงเสริมศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และสรางแรงจูงใจใหประชาชนใชหลักธรรมในการดํารงชีวิตมากขึ้น ๔.๔.๓ อนุรักษ ทํานุบํารุง และบูรณปฏิสังขรณแหลงศาสนาศิลปะ วัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่เปนเอกลักษณและมีคุณคาทางประวัติศาสตรรวมถึงอนุรักษและสงเสริมศิลปะการแสดง ทั้งที่เปนมรดกของชาติและการแสดงพื้นบานใหเปนมรดกไทยมรดกโลกของคนรุนตอไป โดยจัดหาสถานที่จัดการแสดงทั้งในสวนกลางและภูมิภาค และเพิ่มพื้นที่เวทีทางดานวัฒนธรรมใหสามารถจัดการแสดงไดอยางตอเนื่อง ๓๑ 
    •   ในราคาที่ เ หมาะสมที่ ป ระชาชนส ว นใหญ เ ข า ชมได เ พื่ อ สื บ สานและสื บ ทอดการแสดงที่ทรงคุ ณคาและสมควรภาคภู มิใจสูประชาชนสวนใหญ โดยเฉพาะเด็ กและเยาวชน และถายทอดสูชาวตางชาติใหรวมชื่นชมคุณคาของวัฒนธรรมไทย ๔.๔.๔ สร า งสรรค อ ารยธรรมที่ ดี ง ามสู วิ ถี ชี วิ ต และสั ง คมคุณภาพ ดังนี้ ๑) สรางความเชื่อมโยงระหวางยุคสมัยอยางตอเนื่องโดยใหความสําคัญตอบุคลากรทางดานศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ทุกแขนง ทุกสาขาอาชีพให ไ ด รั บ การดู แ ลและมี คุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดี เ พื่ อ เป น แม พิ ม พ ใ นการถ า ยทอดภู มิ ป ญ ญาองคความรู รวมถึงเปนทูตวัฒนธรรม และเปนแบบอยางและสรางแรงบันดาลใจใหแกอนุชนรุนตอไป ๒) ส ง เสริ ม ความร ว มมื อ และเชื่ อ มโยงทางวัฒนธรรมและเสริมสรางความสัมพันธอันดีกับอารยประเทศและประชาคมอาเซียน รอยเรียงเรื่องราวผานการสื่อสารรูปแบบใหมและเทคโนโลยีทันสมัย ผลิตสื่อการเรียนรูในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส สื่อเคลื่อนไหว สารคดีและภาพยนตร รวมทั้งเผยแพรและประชาสัมพันธผานชองทางการสื่อสารอันทันสมัย ๔.๔.๕ นํ า ทุ น ทางวั ฒ นธรรมของประเทศมาสร า งคุ ณ ค าทางสังคมและเพิ่มมูลคาทางเศรษฐกิจ โดยนําวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่นมาสรางงาน สรางอาชีพ สรางผลิตภัณฑและบริการดานวัฒนธรรมทองถิ่นใหเปนวัฒนธรรมสรางสรรค กอใหเกิดคุณคาทางสังคม และนํามาซึ่งรายไดสูชุมชน ตลอดจนใหสามารถตอยอดไปสูอตสาหกรรมวัฒนธรรมสรางสรรคอยางครบวงจรที่สรางรายไดเขาประเทศ ุ ๔.๔.๖ พัฒนาแหลงเรียนรูทางวัฒนธรรมและการนันทนาการเพื่อสงเสริมใหวัยรุนไทยเกิดการเรียนรูที่ถูกตอง ใชเวลาวางใหเปนประโยชน มีคุณธรรมเอื้ออาทรตอผูอื่น และเกิดการเรียนรูศิลปะอยางสรางสรรค เขาใจถึงคุณคา ซาบซึ้งในความสุนทรียของศิลปะ ๔.๔.๗ ขยายบทบาทและสร า งเครื อ ข า ยความร ว มมื อของสภาวั ฒ นธรรมทุ ก จั ง หวั ด กั บ ภาคี ก ารพั ฒ นาทุ ก ภาคส ว นเพื่ อ ขยายบทบาทสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดใหเปนกลไกเฝาระวังทางวัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตและสื่อทุกประเภทที่มีผลกระทบตอการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรมและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนพร อ มทั้ ง ขจั ด สื่ อ ที่ เ ป น ภั ย ต อ สั ง คม ขยายสื่ อ ดี เ พื่ อ นํ า ไปสู ก ารสร า งภู มิ คุ ม กั น ทางสั ง คมอยางเทาทันสถานการณ ๓๒ 
    •    ๔.๕ นโยบายความมั่นคงของชีวิตและสังคม ๔.๕.๑ ส ง เสริ ม การพั ฒ นาให ค รอบครั ว และสั ง คมไทยมีความมั่นคงอบอุน โดยเพิ่มสัมพันธภาพที่ดีระหวางสมาชิกในครอบครัว เชื่อมโยงเปนเครื อ ข า ยครอบครั ว รวมทั้ ง พั ฒ นาความรู ท างเทคโนโลยี ส ารสนเทศให แ ก พ อ แม แ ละผูปกครองรูจักใชประโยชนอยางรูเทาทันเพื่อลดชองวางระหวางสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งสนับสนุนบทบาทของคณะสงฆและผูนําทางศาสนาใหสามารถเปนที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของประชาชนในแต ละชุ มชนเพื่ อเชื่ อมประสานระหว างบ าน ศาสนา โรงเรี ยน เพื่ อสร างครอบครัวใหอบอุนมั่นคง นอกจากนี้ จะส ง เสริ ม กระบวนการมี ส ว นร ว มของประชาชนในชุมชนทองถิ่น โดยประสานกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นเพื่อจัดกิจกรรมสรางความสัมพันธอันดีระหวางครอบครัว และสงเสริมใหครอบครัวมีสวนรวมในกิจกรรมที่เปนประโยชนตอสังคม ตลอดจนสนับสนุนการทํางานแบบบูรณาการของสวนราชการและกองทุนตาง ๆ รวมกับอาสาสมัครภาคประชาชน รวมถึงชักจูงใหภาคธุรกิจเอกชนเขามามีสวนรวมกับภาครัฐเพื่อรวมพลังทุกภาคสวนในการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของชีวิตคนไทยโดยการใชพื้นที่เปนฐาน ๔.๕.๒ สร า งหลั ก ประกั น ความมั่ น คงในศั ก ดิ์ ศ รี แ ห งความเปนมนุษย ดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบปราบปรามขบวนการคามนุษยใหหมดสิ้นไป ปรับปรุงกฎหมายและการบังคับใชกฎหมายอย า งเคร ง ครั ด เพื่ อ ควบคุม แหลง อบายมุ ข สิ่ ง เสพติ ด ตลอดจนป อ งกั น ปราบปราม และลงโทษอยางจริงจังตอผูกระทําความผิด สงเสริมการคุมครองผูบริโภคไมใหถูกหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงใหโอกาสประชาชนที่มีฐานะยากจนไดมีที่อยูอาศัยเปนของตนเอง หรือมีที่อยูอาศัยพรอมกับการสรางอาชีพเพื่อการดํารงชีวิตอยางมีศักดิ์ศรีในความเปนมนุษย ๔.๕.๓ ส ง เสริ ม การพั ฒ นาเด็ ก และเยาวชนให เ ติ บ โตเป น พลเมื อ งที่ มี คุ ณ ภาพ ด ว ยการพั ฒ นาเด็ ก ตั้ ง แต อ ยู ใ นครรภ ม ารดา เด็ ก แรกเกิ ดเด็กกอนวัยเรียน และเยาวชนทุกชวงวัยใหมีความรูคูจริยธรรม ใหความสําคัญในการเลี้ยงลูกด ว ยนมแม ใ นช ว ง ๖ เดื อ นแรก สนั บ สนุ น ให มี ศู น ย เ ลี้ ย งเด็ ก ก อ นวั ย เรี ย นที่ มี คุ ณ ภาพขจัดการละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนในทุกรูปแบบ ตลอดจนสนับสนุนใหเด็กและเยาวชนรวมกลุมกันทํากิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมควบคูกับการเรียนรูจากกิจกรรม รวมถึงสงเสริมกระบวนการเรี ย นรู ใ นลั ก ษณะต า ง ๆ เพื่ อ สร า งความฉลาดทางป ญ ญาและความฉลาดทางอารมณใหกับเด็กและเยาวชนของชาติ ๓๓ 
    •    ๔.๕.๔ สนั บ สนุ น บทบาทของสตรี ไ ทยในการมี ส ว นร ว มพัฒนาประเทศอยางเสมอภาค ดวยการปกปองสิทธิของสตรี ปรับปรุงกฎหมายที่คุมครองสตรีที่ถูกกระทํารุนแรงในครอบครัว และดึงศักยภาพของสตรีใหมีสวนรวมพัฒนาประเทศทั้งทางดานเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพิ่มโอกาสในการเขาถึงการศึกษาและสาธารณสุขแกสตรีทั้งในเมืองและชนบทเพื่อใหมีความรูและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได มีหลักประกันในการดํ า รงชี วิ ต จั ด ตั้ ง สถานดู แ ลเด็ ก ในที่ ทํ า งานภาครั ฐ และเอกชนจนถึ ง ระดั บ ชุ ม ชนการเพิ่มและพัฒนาศักยภาพของศูนยพึ่งไดเพื่อชวยเหลือเด็กและผูหญิงที่ประสบปญหาความรุนแรงในครอบครัวตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตลอดจนสงเสริมบทบาทของสตรีใหเปนหลักในการสร า งครอบครั ว ที่ อ บอุ น มั่ น คง รวมถึ ง จั ด ตั้ ง กองทุ น เพื่ อ พั ฒ นาบทบาทสตรี ไ ทยใหเทาทันโลกยุคใหม ๔.๕.๕ เสริมสรางใหผูสูงอายุ คนพิการ และผูดอยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึน ดวยการจัดสิ่งอํานวยความสะดวกสาธารณะตาง ๆ สําหรับรองรับผูสูงอายุและคนพิการ สรางความพรอมในการเปน สังคมผูสูงอายุ พั ฒนาบริการสุขภาพอนามัย ใหการสงเคราะห จัดการศึกษา จัดสวัสดิการ รวมถึงหาอาชีพใหแกผูดอยโอกาสผู พิ ก ารหรื อ ทุ พ พลภาพ และสนั บ สนุ น ให ผู สู ง อายุ ร ว มเป น พลั ง ขั บ เคลื่ อ นสั ง คมภายใตหลักคิดที่วา ผูสูงอายุเปนบุคคลที่มีประสบการณสูง สมควรใหมามีสวนรวมในการพัฒนาบานเมือง ๔.๕.๖ ลดอุ บั ติ ภั ย และความสู ญ เสี ย จากอุ บั ติ เ หตุ จ ราจรให เ หลื อ น อ ยที่ สุ ด ส ง เสริ ม การเรี ย นรู ก ารเดิ น ทางและการใช ก ารขนส ง อย า งปลอดภั ยโดยนอมนําหลักการแกไขปญหาจราจรตามแนวพระราชดําริไปสูการปฏิบัติอยางจริงจัง และถือเปน “วาระแหงชาติ” ที่ตองดําเนินการอยางเขมขนในทุกพื้นที่ของประเทศ ๕. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๕.๑ อนุรักษและฟนฟูทรัพยากรปาไมและสัตวปา โดยเรงใหมีการปลู ก ป า เพิ่ ม ขึ้ น ควบคู ไ ปกั บ การป อ งกั น การลั ก ลอบบุ ก รุ ก ทํ า ลายป า ไม แ ละสั ต ว ป าเรงสํารวจและจัดทําแนวเขตการใชประโยชนที่ดิน สงเสริมการบริหารจัดการปาแบบกลุมปาปาชุมชน อุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา สนับสนุนการจัดการอยางมีสวนรวม และใหคนกับปาอยูรวมกันในลักษณะที่ทําใหคนมีภารกิจดูแลปาใหมีความยั่งยืน โดยการปรับปรุงกฎหมายปาไมทั้ง ๕ ฉบับใหสอดคลองกับรัฐธรรมนูญ สรางแรงจูงใจและสงเสริมรายไดจากการอนุรักษปาไม ฟนฟูปาไมตามแนวทางพระราชดําริ เพิ่มความชุมชื้นของปาโดยฝาย ๓๔ 
    •   ตนน้ําลําธาร ปองกันไฟปา สงเสริมการอนุรักษใชประโยชนจากทรัพยากรชีวภาพจากปาและแบงปนผลประโยชนอยางเปนธรรม รวมทั้งนําระบบสารสนเทศมาใชในการจัดการทรัพยากรปาไม ๕.๒ อนุรักษและฟนฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝง โดยการฟนฟูทะเลไทย จั ด สร า งและขยายปะการั ง เที ย มและหญ า ทะเลโดยการมี ส ว นร ว มของชุ ม ชนเพิ่มพื้นที่ปาชายเลนและแกไขกฎระเบียบใหสามารถใชประโยชนจากปาชายเลนได ปรับปรุงการบริหารจัดการพื้นที่คุมครองทางทะเล อุทยานแหงชาติทางทะเลบนฐานนิเวศอยางมีสวนรวมเรงประกาศเขตคุมครองทางทะเลและชายฝงในพื้นที่ระบบนิเวศสําคัญ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ปรับปรุงและขยายเขตการทําประมงชายฝง จํากัดและยกเลิกเครื่องมือประมงที่ ทํ า ลายล า ง เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพกระบวนการดู แ ลเกี่ ย วกั บ ความมั่ น คงทางทะเลปรับปรุงแกไขเพิ่มเติมกฎหมายใหสอดคลองกับอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยกฎหมายทะเลค.ศ. ๑๙๘๒ แกปญหาการกัดเซาะชายฝงตามหลักวิชาการ ๕.๓ ดู แ ลรั ก ษาคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ มและเร ง รั ด การควบคุ มมลพิ ษ โดยการปรั บ ปรุ ง กฎหมายสิ่ ง แวดล อ ม รวมทั้ ง เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพกระบวนการการประเมินสิ่งแวดลอมระดับยุทธศาสตร การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม การประเมินผลกระทบทางสุ ข ภาพ ปรั บ ปรุ ง กองทุ น สิ่ ง แวดล อ มเพื่ อ ให เ อื้ อ ต อ การเข า ถึ ง ขององค ก รภาคประชาชน ผลักดันกฎหมายวาดวยองคกรอิสระดานสิ่งแวดลอม ลดมลพิษทางอากาศขยะ น้ําเสีย กลิ่น และเสียง ที่เกิดจากการผลิตและบริโภค โดยเฉพาะเรงรัดการสรางระบบบําบัดน้ําเสียที่เกิดขึ้นจากสังคมเมืองและการผลิตในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม การจัดการระบบกํ า จั ด ขยะ ของเสี ย อั น ตราย มลพิ ษ ทางอากาศ หมอกควั น โดยวิ ธี ที่ เ ป น มิ ต รกั บ สิ่ งแวดล อม และเพิ่ มขี ดความสามารถขององค กรปกครองส วนท องถิ่ นในการจั ดการขยะมูลฝอยและการจัดการน้ําเสียชุมชน สงเสริมการพัฒนาเมืองและกิจกรรมที่ลดการผลิตกาซเรือนกระจก โดยมีเปาหมายใหประเทศไทยเปนสังคมคารบอนต่ํา และสรางกฎเกณฑที่เหมาะสมเพื่อใหเกิดสมดุลระหวางการพัฒนาอุตสาหกรรมและการรักษาสิ่งแวดลอม และสงเสริมการใชหลักการบุคคลที่กอใหเกิดภาวะมลพิษตองเปนผูเสียคาใชจาย และหลักการการตอบแทนคุณคาระบบนิเวศอยางเปนรูปธรรม ๕.๔ สร า งความเป น ธรรมและลดความเหลื่ อ มล้ํ า ในการใชประโยชน ที่ ดิ น และทรั พ ยากรธรรมชาติ โดยการปฏิ รู ป การจั ด การที่ ดิ น โดยให มีการกระจายสิทธิที่ดินอยางเปนธรรมและยั่งยืนโดยใชมาตรการทางภาษีและจัดตั้งธนาคาร ๓๕ 
    •   ที่ดินใหแกคนจนและเกษตรกรรายยอย พิจารณาใหประชาชนไดใชประโยชนที่ดินทิ้งรางทางราชการ ปกป อ งที่ ส าธารณประโยชน ที่ ดิ น ทุ ง เลี้ ย งสั ต ว ห า มการป ด กั้ น ชายหาดสาธารณะ ผลักดันกฎหมายในการรับรองสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากร ที่ดิน น้ําปาไม และทะเล ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม แกไขปญหาการดําเนินคดีโลกรอนกับคนจน ๕.๕ ส ง เสริ ม และสร า งความตระหนัก และจิ ต สํ า นึ ก ทางด า นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยการเสริมสรางความรูความเขาใจ ประชาสัมพันธและเผยแพรก ารดํา เนิน กิ จ กรรม และการปรั บ พฤติ ก รรมการผลิ ต และการบริโ ภคสิน ค าและการบริ ก ารที่เ ปน มิต รต อ สิ่ง แวดล อ ม รวมทั้ ง สนับ สนุ น การดํ า เนิ น งานของเครื อ ข า ยอาสาสมั ค รพิ ทั ก ษ ท รั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม ให ค วามสํ า คั ญ แก ค วามร ว มมื อระหว า งหน ว ยงานและองค ก รทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชน ตลอดจนสนั บ สนุ น การดํ า เนิ น การตามพั น ธกรณี ร ะหว า งประเทศที่ จ ะนํ า มาสู ก ารเพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพในการจั ด การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๕.๖ สงเสริมใหมีการบริหารจัดการน้ําอยางบูรณาการ โดยการจัดใหมีการบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศทั้งน้ําผิวดินและน้ําใตดินอยางมีประสิทธิภาพโดยคํ า นึ ง ถึ ง ศั ก ยภาพของลุ ม น้ํ า จั ด หาและจั ด สรรน้ํ า ให เ พี ย งพอต อ การใช ป ระโยชนดวยการบูรณาการระบบน้ําในประเทศทั้ง ๒๕ ลุมน้ํา สนับสนุนเกษตรกรทําแหลงน้ําในไรนาพรอมการผันน้ําจากลุมน้ําอื่น ๆ และการจัดสรางระบบโครงขายน้ําอยางมีประสิทธิภาพทั่วถึงตามศักยภาพของพื้นที่ เพื่อสนองความตองการของภาคเศรษฐกิจและการอุปโภคบริโภค ๕.๗ สร า งภู มิ คุ ม กั น และเตรี ย มความพร อ มในการรองรั บและปรั บ ตั ว ต อ ผลกระทบจากการเปลี่ ย นแปลงของสภาพภู มิ อ ากาศและพิ บั ติ ภั ยธรรมชาติ โดยการพัฒนาองคความรูและระบบฐานขอมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มขีดความสามารถในการพยากรณ และคาดการณความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติในระดับประเทศและระดับพื้ น ที่ จั ด ทํ า ยุ ท ธศาสตร ร องรั บ พิ บั ติ ภั ย ระยะยาว ส ง เสริ ม และเร ง รั ด การเตื อ นภั ยและการเตรียมความพรอมในการรับมือความแปรปรวนในปจจุบัน เพื่อใหเปนฐานกับการรับมือความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ปองกันภัยพิบัติโดยเฉพาะน้ําทวม สึนามิ แผนดินไหวและดินถลม สรางกลไกสงเสริมการเขาถึงขอมูลระดับชุมชน ทองถิ่น เพิ่มขีดความสามารถในระดับชุมชนใหเขมแข็งพรอมรับมือกั บการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิ บัติตาง ๆ ๓๖ 
    •   ดําเนินการศึกษาอยางรอบคอบในเรื่องของความจําเปนของโครงการพัฒนาเขื่อนและเกาะเพื่อปองกันกรุงเทพฯ และภาคกลางใหปลอดภัยจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ําทะเล และจากการละลายของน้ําแข็งขั้วโลกตามสภาวะโลกรอนที่กําลังเกิดขึ้น ๕.๘ พั ฒ นาองค ค วามรู ใ นการบริ ห ารจั ด การด า นทรั พ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยการสงเสริมการวิจัยและพัฒนาองคความรูที่ชุมชน ทองถิ่นสงเสริมการทําวิจัยรวมกับตางประเทศ รวมทั้งสงเสริมการใชเทคโนโลยีที่ชวยใหเกิดการใชทรัพยากรและพลังงานอยางประหยัดและชวยลดมลพิษ จัดหาบุคลากรทางวิทยาศาสตรดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในจังหวัดและองคกรปกครองสวนทองถิ่น พัฒนาเครือขายนักวิจัยเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูระหวางนักวิจัยและภาคีอื่น ๆ สนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อใหเกิดความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งการฟนฟูดินและการปองกันการชะลางทําลายดิน ดําเนินการศึกษา สํารวจและกําหนดยุทธศาสตรการใชทรัพยากรธรณีอยางยั่งยืน รวมถึงการศึกษาและอนุรักษซากดึกดําบรรพ ๖. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม ๖.๑ เร ง พั ฒ นาให ป ระเทศไทยเป น สั ง คมที่ อ ยู บ นพื้ น ฐานขององคความรู โดยพัฒนาความรูดานวิทยาศาสตรใหประชาชนไดใชในชีวิตประจําวันให ทั ด เที ย มกั บ พั ฒ นาการในระดั บ นานาชาติ จั ด ให มี แ หล ง ความรู ส าธารณะเพิ่ ม ขึ้ นทั้งในรูปองคกร เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตร สิ่งพิมพ และผานทางเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนยกมาตรฐานการศึกษาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีทุกระดับ ๖.๒ เร ง สร า งนั ก วิ ท ยาศาสตร นั ก วิ จั ย และครู วิ ท ยาศาสตรใหเพียงพอตอความตองการของประเทศ เพื่อ รองรั บการพัฒนาประเทศอยางมั่น คงและนําพาประเทศไทยเขาสูระบบเศรษฐกิจฐานความรูแบบสรางสรรคและนวัตกรรมใหมพัฒนาสายงานการวิจัยเพื่อใหนักวิจัยมีระบบความกาวหนาในวิชาชีพ รวมทั้งพัฒนาแหลงงานดานการวิจัยเพื่อรองรับบุคลากรการวิจัยทั้งในภาครัฐและเอกชน ๖.๓ สนับสนุนและสงเสริมใหเกิดการลงทุนและความรวมมือระหวางภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาขั้นสูงใหเกิดการวิจัยและพัฒนา และการถ า ยทอดเทคโนโลยี เ พื่ อ มุ ง สู ก ารพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมซึ่ ง ครอบคลุ ม ตั้ ง แตการพั ฒ นาภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุ ต สาหกรรม และภาคการบริ ก าร ๓๗ 
    •   โดยเฉพาะในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงและจําเปนตอการพัฒนาประเทศ เชน สาขาความหลากหลายทางชีวภาพ ๖.๔ จัดระบบบริหารงานวิจัยใหเกิดประสิทธิภาพสูง โดยการจัดเครือขายความรวมมือเพื่อการวิจัยระหวางหนวยงานและสถาบันวิจัยที่สังกัดภาคสวนตาง ๆในประเทศ รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาเพื่อลดความซ้ําซอนและทวีศักยภาพ จัดทําแผนวิจัยแมบทเพื่อมุงเปาหมายของการวิจัยใหชัดเจน เนนใหเกิดการวิจัยที่ครบวงจรตั้งแตการวิจัยพื้นฐานไปถึงการสรางผลิตภัณฑโดยมุงใหเกิดหวงโซคุณคาในระดับสูงสุด สงเสริมการลงทุนดานการวิจัยโดยมุงเขาสูระดับรอยละ ๒ ของผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ ๖.๕ สงเสริมการใชขอมูลเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การวางแผนการผลิตดานการเกษตร การปองกันและแกไขปญหาภัยพิบัติ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสรางความสามารถในการแขงขันของประเทศ ๗. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ ๗.๑ เรงสงเสริมและพัฒนาความสัมพันธกับประเทศเพื่อนบานโดยส ง เสริ ม ความร ว มมื อ ทั้ ง ภาครั ฐ เอกชน ประชาชน และสื่ อ มวลชน เพื่ อ เสริ ม สร า งความเขาใจอันดีและความใกลชิดระหวางกัน อันจะนําไปสูการขยายความรวมมือทางเศรษฐกิจการคา การลงทุน การสงเสริมการทองเที่ยว การขยายการคมนาคมขนสง และความรวมมือดานอื่น ๆ ภายใตกรอบความรวมมืออนุภูมิภาคเพื่อสงเสริมความเปนเพื่อนบานที่ดีตอกัน ๗.๒ สร า งความสามั ค คี แ ละส ง เสริ ม ความร ว มมื อ ระหว า งประเทศอาเซี ย น เพื่ อ ให บ รรลุ เ ป า หมายในการจั ด ตั้ ง ประชาคมอาเซี ย นและส ง เสริ มความรวมมือกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียภายใตกรอบความรวมมือดานตาง ๆ และเตรียมความพรอมของทุกภาคสวนในการเขาสูประชาคมอาเซียนในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และความมั่นคง ๗.๓ เสริมสรางบทบาทที่สรางสรรคและสงเสริมผลประโยชนของชาติ ใ นองค ก ารระหว า งประเทศ โดยเฉพาะเวที ส หประชาชาติ แ ละองค ก รระดั บภูมิภ าคต าง ๆ เพื่ อ รัก ษาสัน ติภ าพและความมั่น คง ส ง เสริ ม กระบวนการประชาธิ ป ไตย ๓๘ 
    •   สิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม สิ่งแวดลอม และการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนรวมมือในการแกไขประเด็นปญหาขามชาติทุกดานที่สงผลกระทบตอความมั่นคงของมนุษย  ๗.๔ กระชับความรวมมือและความเปนหุนสวนทางยุทธศาสตรกับประเทศ กลุ มประเทศ และองคการระหวางประเทศที่มีบทบาทสํ าคัญของโลกเพื่อเสริมสรางความเชื่อมั่นในประเทศไทย พรอมกับการสรางภูมิคุมกันและขีดความสามารถในการแขงขันใหเศรษฐกิจไทย ๗.๕ สนับสนุนการเขาถึงในระดับประชาชนของนานาประเทศพรอมทั้งสงเสริมภาพลักษณที่ดีและความรวมมือทางวิชาการกับประเทศกําลังพัฒนาเพื่อใหประชาชน รัฐบาล และประชาคมระหวางประเทศ มีทัศนคติในทางบวกตอประชาชนและประเทศไทย ๗.๖ สงเสริมการรับรูและความเขาใจของประชาชนเกี่ยวกับป ญ หาเรื่ อ งพรมแดนและการเปลี่ ย นแปลงในโลกที่ มี ผ ลกระทบต อ ประเทศไทยเพื่อกอใหเกิดฉันทามติในการกําหนดนโยบายและดําเนินนโยบายตางประเทศ ๗.๗ สนับสนุนการทูตเพื่อประชาชน คุมครองผลประโยชนของคนไทยดูแลคนไทยและแรงงานไทยในตางประเทศ โดยเฉพาะคนไทยที่ประกอบอาชีพและมีถิ่นฐานในตางประเทศ สงเสริมบทบาทและความแข็งแกรงของชุมชนชาวไทยในการรักษาเอกลักษณและความเปนไทย ๗.๘ ใช ป ระโยชน จ ากโครงข า ยคมนาคมขนส ง ในภู มิ ภ าคอาเซี ย นและอนุ ภู มิ ภ าคให เ ป น ประโยชน ต อ การขยายฐานเศรษฐกิ จ ทั้ ง การผลิ ต และการลงทุน โดยใหความสําคัญในการพัฒนาจังหวัดและกลุมจังหวัดที่อยูตามแนวระเบียงเศรษฐกิจและเมืองชายแดน ๗.๙ ประสานการดําเนินงานของสวนราชการในตางประเทศตามแนวทางนโยบายทีมประเทศไทยเพื่อใหการดําเนินงานดานการตางประเทศมีประสิทธิภาพประสิทธิผล และมีคุณภาพ ๗.๑๐ ส ง เสริ ม ความร ว มมื อ อย า งใกล ชิ ด กั บ ประเทศมุ ส ลิ มและองคกรอิสลามระหวางประเทศ เพื่อสรางความเขาใจที่ถูกตองวาประเทศไทยกําลัง ๓๙ 
    •   ดําเนินการแกไขปญหาจังหวัดชายแดนภาคใตของไทย ในฐานะปญหาภายในประเทศที่มีความสําคัญดวยหลักการตามแนวพระราชทาน “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” ๘. นโยบายการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน ๘.๑.๑ พัฒนาระบบราชการอยางตอเนื่อง เนนการบริหารเชิงกลยุทธในระดับชาติอยางมีวิสัยทัศนและมุงผลสัมฤทธิ์ นําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการวางแผนและตัดสินใจใหมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทําใหบทบาทและภารกิจของหนวยงานภาครัฐมีความกระชับ มีประสิทธิภาพ มีความคุมคา เหมาะสมกับสถานการณ ทั้งการดูแลพื้นที่การปฏิบัติราชการตามอํานาจหนาที่ปกติ และการปฏิบัติราชการตามระเบียบวาระงานพิเศษพรอมรับการเปลี่ยนแปลง และเกิดประโยชนสูงสุดกับการบริการประชาชน โดยยึดประชาชนเปนศูนยกลาง ๘.๑.๒ เสริมสรางประสิทธิภาพของระบบการบริหารงานแบบบูร ณาการอยา งตอ เนื่อ ง ยกระดั บ สมรรถนะของส ว นราชการและหนว ยงานของรั ฐพั ฒ นาและส ง เสริ ม รู ป แบบโครงสร า ง และระบบการบริ ห ารงานใหม ที่ มี ค วามยื ด หยุ นคลองตัวสูง และปรับปรุงระบบบริการประชาชนใหเปนเชิงรุกมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการเพิ่มศูนยบริการครบวงจรที่ครอบคลุมการใหบริการที่หลากหลายขึ้น และการใหบริการถึงตัวบุ ค คลผ า นระบบศู น ย บ ริ ก ารรว มและระบบรั ฐ บาลอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส ที่ ส มบู ร ณ แ บบ มุ ง เน นการจัดการความรูและพัฒนาสวนราชการและหนวยงานของรัฐใหเปนองคกรแหงการเรียนรูมีการสรางนวัตกรรมในการทํางานอยางประหยัดและมีประสิทธิภาพ ๘.๑.๓ พั ฒ นาและส ง เสริ ม ระบบการบริ ห ารงานบุ ค คลภาครัฐโดยยึดหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดีที่สามารถประเมินผลงานไดดวยระบบคุณธรรม และใหหลักประกันความมั่นคงบนพื้นฐานของความรูความสามารถและผลงานสาธารณะตลอดจนปรับปรุงพัฒนาทัศนคติ วิธีคิด และวิธีปฏิบัติงานของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพในการใหบริการแกประชาชน ๘.๑.๔ พัฒนาสมรรถนะของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐอยางตอเนื่องเพื่อใหมีขีดความสามารถในการปฏิบัติราชการและการสงมอบบริการสาธารณะโดยจะเนนการพัฒนาขาราชการในตําแหนงที่มีความสําคัญตอยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศและสรางผูนําการเปลี่ยนแปลงในระบบราชการ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐใหดีขึ้นเพื่อใหสามารถดํารงชีพอยางมีศักดิ์ศรี โดยเฉพาะขาราชการ ๔๐ 
    •   และเจาหนาที่ของรัฐระดับตนซึ่งจะปรับคาตอบแทนใหอยูในระดับที่เพียงพอแกการดํารงชีวิตดูแลครอบครัว และสามารถรักษาเกียรติศักดิ์ของการเปนบุคลากรภาครัฐ ๘.๑.๕ เสริ ม สร า งมาตรฐานด า นคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรมและธรรมาภิ บ าลให แ ก ข า ราชการและเจ า หน า ที่ ข องรั ฐ และพั ฒ นาความโปร ง ใสในการปฏิบัติงานของหนวยงานภาครัฐ พรอมทั้งปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของขาราชการและเจ าหนาที่ของรัฐ อยางจริง จังเพื่อ ให ขาราชการเปน ที่ เชื่อ ถื อไว วางใจของประชาชน ดวยกระบวนการมีสวนรวมของภาคประชาสังคมและชุมชน โดยปรับปรุงกฎหมายใหมีการเปดเผยบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินของขาราชการและเจาหนาที่ของรั ฐ ตํ า แหน ง ระดั บ สู ง และตํ า แหน ง ที่ มี อํ า นาจมาก รวมทั้ ง บุ ค ลากรขององค ก รอิ ส ระตอสาธารณชน เพื่อความโปรงใสของผูดํารงตําแหนงเหลานี้ และเปดโอกาสใหสาธารณชนรวมตรวจสอบบุคลากรของภาครัฐเพิ่มขึ้น พัฒนาและนํามาตรการทางสังคมมาใชควบคูกับการบังคับใชกฎหมายเพื่อปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตลอดจนสนับสนุนการสรางคานิยมของสังคมใหยึดมั่นในความซื่อสัตยสุจริต ความเสมอภาคเทาเทียมกันและความถูกตองชอบธรรม ๘.๑.๖ สนั บ สนุ น การดํ า เนิ น งานขององค ก รปกครองสวนทองถิ่นใหมีระบบที่มีประสิทธิภาพ โปรงใส และสามารถใหบริการสาธารณะตอบสนองความต อ งการของประชาชนได ต ามความคาดหวั ง รวมทั้ ง ส ง เสริ ม ให อ งค ก รปกครองส ว นท อ งถิ่ น หลาย ๆ แห ง ร ว มกั น จั ด บริ ก ารสาธารณะบางอย า ง ซึ่ ง โดยสภาพหรื อ เพื่ อประสิทธิภาพ ควรที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองรวมกันทํา โดยคํานึงถึงความจําเปนและความเหมาะสมตามศักยภาพของทองถิ่น ใหมีการเชื่อมโยงและบูรณาการภารกิจกับแผนชุ ม ชนและแผนระดั บ ต า ง ๆ ในพื้ น ที่ เพื่ อ เป น ฐานสํ า คั ญ ในการส ง เสริ ม และพั ฒ นาประชาธิปไตยในทองถิ่นใหเขมแข็ง ปรับปรุงการจัดระบบความสัมพันธของราชการบริหารสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่นใหมีความเหมาะสม ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากรของทองถิ่น ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมี ร ายไดที่ เ หมาะสม และมีร ะบบบริ ห ารงานบุ ค คลที่ มี ป ระสิท ธิ ภ าพพรอ มรองรั บ ภารกิ จและใหบริการที่ดีแกประชาชน ตลอดจนเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการสรางความเขมแข็งใหกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นตามที่บัญญัติเปนหลักการไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยหมวด ๑๔ การปกครองสวนทองถิ่น ๘.๑.๗ พั ฒ นาระบบราชการให เ ป น ระบบที่ โ ปร ง ใสขึ้ นโดยการวางระบบการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ๔๑ 
    •   ความคุมคา พัฒนากระบวนการติดตาม เปดเผยขอมูลขาวสาร ปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจางตลอดจนการใชจายงบประมาณแผนดินใหเกิดความสุจริตและมีประสิทธิภาพ ๘.๑.๘ ส ง เสริ ม ให ป ระชาชนมี ส ว นร ว มในการบริ ห ารราชการแผนดิน โดยใหประชาชนมีสวนรวมกําหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสั ง คมทั้ ง ในระดั บ ชาติ แ ละท อ งถิ่ น รวมทั้ ง ให ป ระชาชนมี โ อกาสแสดงประชาทั ศ นในประเด็ น สํ า คั ญ ต า ง ๆ อย า งต อ เนื่ อ งโดยอาศั ย เทคโนโลยี ส ารสนเทศ เพื่ อ เป น พลั งขับเคลื่อนนโยบายไปสูการปฏิบัติที่บรรลุ ตามเปาหมาย รวมทั้งสนับสนุนการมีสวนรว มของประชาชนในการรั บรู ข อมู ลข าวสาร ร ว มเสนอความเห็ น ป ญ หา และแนวทางแก ไขและมีสวนรวมในกระบวนการตัดสินใจ  ๘.๑.๙ สงเสริมกระบวนการบริหารจัดการที่ดีในภาคเอกชนโดยเฉพาะระบบการตรวจสอบกิ จ การที่ โ ปร ง ใส และสนั บ สนุ น ให ภ าคเอกชนยึ ด มั่ นในความรับผิดชอบตอลูกคา ผูรับบริการ และผูมีสวนไดสวนเสียทุกฝาย รวมทั้งมีความรับผิดชอบตอสังคมและสิ่งแวดลอมและเสริมสรางความเขมแข็งใหสังคม โดยการคุมครองผูบริโภคเพื่อสรางความเปนธรรม ตลอดจนปองกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางออม ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ๘.๒.๑ ปฏิรูประบบกฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทั้งระบบใหมีความทันสมัย สอดคลองกับหลักการประชาธิปไตย เทาทันตอการเปลี่ยนแปลงและสอดคลอ งกั บ หลั ก นิ ติธ รรม เร ง รั ด จั ด ตั้ ง องค ก รเพื่ อ การปฏิ รู ป กระบวนการยุ ติ ธ รรมที่ดําเนินการโดยอิสระตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมถึงสนับสนุนคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและองคกรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมใหสามารถดําเนินการตามเจตนารมณของรัฐธรรมนูญไดอยางเปนรูปธรรม ปฏิรูปกระบวนการบังคับใชกฎหมายเพื่อใหหนวยงานภาครัฐทั้งหลายบังคับใชกฎหมายอยางยุติธรรม เสมอภาค เทาเทียม โปรงใส มีประสิทธิภาพถู ก ต อ งตามหลั ก นิ ติ ธ รรมและปฏิ ญ ญาสากลว า ด ว ยสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน และให ประเทศไทยมีระบบและกระบวนการอํานวยความยุติธรรมเปนมาตรฐานเดียว ซึ่งจะมีสวนชวยในการสรางความเชื่อมั่นในการลงทุนอันเปนหัวใจสําคัญของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม ๘.๒.๒ ปรั บ ปรุ ง ระบบการช ว ยเหลือ ประชาชนที่ไ มได รั บความเปนธรรมดวยมาตรการเชิงรุก ใหเขาถึงความเปนธรรมไดงาย รวดเร็ว ทั้งการชวยเหลือดานกฎหมาย สงเสริมกองทุนยุติธรรมเพื่อการคุมครองชวยเหลือคนจนและคนดอยโอกาสการคุ ม ครองดู แ ลรั ก ษาสิ ท ธิ เ สรี ภ าพของประชาชน การเยี ย วยาผู บ ริ สุ ท ธิ์ แ ละผู ไ ด รั บ ๔๒ 
    •   ผลกระทบที่ เ กี่ ย วข อ ง การกระจายโอกาสการเข า ถึ ง ความยุ ติ ธ รรมไปสู ร ะดั บ จั ง หวั ดการเสริมสรางความเขมแข็งและยุติธรรมระดับชุมชนและหมูบาน การพัฒนาทางเลือกของกระบวนการยุติธรรม ๘.๒.๓ เพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนสอบสวน การปองกันและปราบปรามอาชญากรรม การนํ ามาตรการทางภาษี และการป อ งกัน และปราบปรามการฟอกเงินมาใชในการดําเนินการตอผูกระทําผิด ดูแลแกไขและฟนฟูพัฒนาผูกระทําความผิดใหเปนคนดีสามารถกลับสูสังคมได เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนการคุ ม ประพฤติ การบั ง คับ คดี แ ละส ง เสริ ม ความยุ ติ ธ รรมและความเป น ธรรมในจั ง หวั ดชายแดนภาคใต ๘.๒.๔ ป อ งกั น และปราบปรามอาชญากรรมเชิ ง รุ กโดยประชาชนมีสวนรวม จัดใหมีกลไกการบริหารจัดการแบบครบวงจร วิเคราะหแนวโนมของอาชญากรรมลวงหนา เพื่ อ ปอ งปรามและแกไขปญหาอาชญากรรมให สอดคลอ งกับความตองการของประชาชนในพื้นที่ นําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยมาใชในการควบคุมอาชญากรรมใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งรณรงคใหประชาชนมีสวนรวมเปนพลังแผนดินในการปองกัน ปราบปราม และแกไขปญหาอาชญากรรม โดยใหหนวยงานของรั ฐ ที่ เ กี่ ย วข อ งสนั บ สนุ น ในการจั ด ให มี ช อ งทางการเข า ถึ ง และรั บ ข อ มู ล สารสนเทศซึ่งรวมถึงกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน กิจการโทรคมนาคม และกิจการวิทยุโทรคมนาคม ๘.๓ ส ง เสริ ม ให ป ระชาชนมี โ อกาสได รั บ รู ข อ มู ล ข า วสารจากทางราชการ สื่อสารมวลชน และสื่ อสาธารณะทุ กประเภทไดอย างกว างขวางรวดเร็ว ถูกตอง เปนธรรม ๘.๓.๑ ส ง เสริ ม และพั ฒ นาช อ งทางในการรั บ รู ข อ มู ลขาวสารของประชาชน ดวยการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมที่ทันสมัยและสงเสริมการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารระหวางสื่อสารมวลชนในประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใตและสื่อสารมวลชนโลก ๘.๓.๒ สงเสริมและพัฒนากิจการสื่อสารมวลชนทั้งทางดานเทคโนโลยี เครือขาย และปรับปรุงแกไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เปนอุปสรรคตอการทําหนาที่เพื่ อ ให สอดคล อ งกั บ วิวั ฒ นาการสมัยใหม และส ง เสริม ให สื่อ มวลชนร ว มเป น ผู นํ า ในการแกปญหาและพัฒนาประเทศโดยเพิ่มรายการที่เปนประโยชนตอประชาชนดานตาง ๆ เชนการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม คุณธรรม นวัตกรรม การเตือนภัยกรณีภัยพิบัติตาง ๆ หรือ ๔๓ 
    •   อื่นใดที่เปนประโยชนตอสาธารณะ โดยประสานความรวมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ๘.๓.๓ ส ง เสริ ม ให สื่ อ สารมวลชนทุ ก ประเภทมี อิ ส ระและเสรี ภ าพในการเสนอข อ มู ล ข า วสารอย า งมี ค วามรั บ ผิ ด ชอบต อ สั ง คมและตระหนั กตอจรรยาบรรณของสถาบันสื่อสารมวลชน รวมทั้งสงเสริมใหมีการสรางดุลยภาพของขาวสารทานประธานรัฐสภาที่เคารพ นโยบายทั้งหมดที่ไดนําเสนอมานี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดขึ้นโดยคํานึงถึงเจตจํ า นงของรั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ราชอาณาจั ก รไทยที่ บั ญ ญั ติ ไ ว ใ นหมวด ๕ ที่ ว า ด ว ยแนวนโยบายพื้ น ฐานแห ง รัฐ รวมทั้ ง ความมุ ง มั่ น ของคณะรั ฐ มนตรี ที่ จ ะแก ไ ขปญ หาของประเทศที่กําลังเผชิญอยู โดยเฉพาะการสรางความสามัคคี ปรองดอง ใหเกิดขึ้นในสังคมไทยซึ่งในการบริหารราชการแผนดินของคณะรัฐมนตรีนั้นจะไดเรงดําเนินการใหเปนรูปธรรมโดยจั ด ทํ า รายละเอี ย ดการดํ า เนิ น การ ประกอบด ว ย แผนการบริ ห ารราชการแผ น ดิ นแผนปฏิบัติราชการของสวนราชการตาง ๆ และแผนการตรากฎหมาย เพื่อเปนแนวทางการบริหารราชการแผนดิน อยางไรก็ดี กรณีที่มีความจําเปนจะตองปรับปรุงนโยบายรัฐบาลอันเนื่องมาจากปจจัยที่มีผลกระทบจากสถานการณดานเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วตลอดเวลา และอยูนอกเหนือการคาดการณ รัฐบาลจะรายงานใหรัฐสภาทราบตอไป รั ฐ บาลขอให ค วามเชื่ อ มั่ น ต อ รั ฐ สภาว า รั ฐ บาลจะบริ ห ารราชการแผ น ดิ นดวยความซื่อ สัตย สุ จริต และมีป ระสิท ธิภาพ มุง มั่ นที่ จ ะให ประเทศมีความเจริ ญ รุงเรื อ งมีความสามัคคี ปรองดอง และมีความยุติธรรม รัฐบาลมุงมั่นที่จะทําใหประเทศไทยสามารถแขง ขั น ไดอ ยา งมีศั ก ดิ์ ศรี ใ นเวที โ ลก พร อ มทั้ ง นํา ความสุ ข กลั บ คื น มาให พี่ นอ งประชาชนคนไทยทุกคนขอบคุณคะ ๔๔ 
    •    ภาคผนวก ตารางแสดงความสอดคลองระหวางนโยบายในการบริหารราชการแผนดิน ของคณะรัฐมนตรีกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนามาตรา ๗๗ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๕ รัฐตองพิทักษรักษาไวซงสถาบัน ึ่ ดําเนินการในปแรกพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย และ (ขอ ๑.๑-๑.๒, ๑.๕-๑.๖)บูรณภาพแหงเขตอํานาจรัฐ และตองจัดใหมี ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐกําลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ และเทคโนโลยี ๒.๑ เทิดทูนและพิทักษรักษาไว ๑๑ที่ทันสมัย จําเปน และเพียงพอ เพือพิทักษ ่ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริยรักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ ๒.๒ พัฒนาและเสริมสราง ๑๑สถาบันพระมหากษัตริย ผลประโยชน ศักยภาพของกองทัพและระบบแหงชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย ปองกันประเทศอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และ ๒.๓ พัฒนาและเสริมสราง ๑๒เพื่อการพัฒนาประเทศ ความรวมมือระหวางประเทศ ๒.๔ พัฒนาระบบการเตรียมพรอม ๑๒ แหงชาติ ๒.๕ เรงดําเนินการแกไขปญหา ๑๒ ยาเสพติด องคกรอาชญากรรม การคามนุษย ผูหลบหนีเขาเมือง แรงงานตางดาวผิดกฎหมาย และ บุคคลที่ไมมสถานะชัดเจน ี ๔๕ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนามาตรา ๗๘ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน ดังตอไปนี้ (๑) บริหารราชการแผนดิน ๘. นโยบายการบริหารใหเปนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ กิจการบานเมืองที่ดีและความมันคงของประเทศอยางยั่งยืน โดย ่ ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๐ตองสงเสริมการดําเนินการตามปรัชญา ราชการแผนดินเศรษฐกิจพอเพียงและคํานึงถึงผลประโยชน (ขอยอย ๘.๑.๑-๘.๑.๒)ของประเทศชาติในภาพรวมเปนสําคัญ (๒) จัดระบบการบริหารราชการ ๘. นโยบายการบริหารสวนกลาง สวนภูมภาค และสวนทองถิ่น ิ กิจการบานเมืองที่ดีใหมีขอบเขตอํานาจหนาที่ และความรับผิดชอบ ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๐ที่ชัดเจนเหมาะสมแกการพัฒนาประเทศ และ ราชการแผนดินสนับสนุนใหจังหวัดมีแผนและงบประมาณเพื่อ (ขอยอย ๘.๑.๒)พัฒนาจังหวัด เพื่อประโยชนของประชาชนในพื้นที่ (๓) กระจายอํานาจใหองคกร ๘. นโยบายการบริหารปกครองสวนทองถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจ กิจการบานเมืองที่ดีในกิจการของทองถิ่นไดเอง สงเสริมให ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๑องคกรปกครองสวนทองถิ่นมีสวนรวมในการ ราชการแผนดินดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ (ขอยอย ๘.๑.๖)พัฒนาเศรษฐกิจของทองถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศในทองถิ่นใหทั่วถึงและเทาเทียมกันทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพรอมใหเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญ โดยคํานึงถึงเจตนารมณของประชาชนในจังหวัดนั้น ๔๖ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๔) พัฒนาระบบงานภาครัฐ ๘. นโยบายการบริหารโดยมุงเนนการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม และ กิจการบานเมืองที่ดีจริยธรรมของเจาหนาที่ของรัฐ ควบคูไปกับ ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๐การปรับปรุงรูปแบบและวิธีการทํางาน เพือให ่ ราชการแผนดินการบริหารราชการแผนดินเปนไปอยางมี (ขอยอย ๘.๑.๓-๘.๑.๕)ประสิทธิภาพ และสงเสริมใหหนวยงานของรัฐใชหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดีเปนแนวทางในการปฏิบัติราชการ (๕) จัดระบบงานราชการและ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๖งานของรัฐอยางอื่น เพื่อใหการจัดทําและดําเนินการในปแรกการใหบริการสาธารณะเปนไปอยางรวดเร็ว (ขอ ๑.๓)มีประสิทธิภาพ โปรงใส และตรวจสอบได ๘. นโยบายการบริหารโดยคํานึงถึงการมีสวนรวมของประชาชน กิจการบานเมืองที่ดี ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๑ ราชการแผนดิน (ขอยอย ๘.๑.๗-๘.๑.๘) (๖) ดําเนินการใหหนวยงานทาง ๘. นโยบายการบริหารกฎหมายที่มีหนาที่ใหความเห็นเกี่ยวกับ กิจการบานเมืองที่ดีการดําเนินงานของรัฐตามกฎหมายและ ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ๔๒ตรวจสอบการตรากฎหมายของรัฐ ดําเนินการ (ขอยอย ๘.๒.๑)อยางเปนอิสระ เพือใหการบริหารราชการ ่แผนดินเปนไปตามหลักนิติธรรม (๗) จัดใหมีแผนพัฒนาการเมือง ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๑๑รวมทั้งจัดใหมีสภาพัฒนาการเมืองที่มี ดําเนินการในปแรกความเปนอิสระ เพือติดตามสอดสองใหมี ่ (ขอ ๑.๑๖)การปฏิบัติตามแผนดังกลาวอยางเครงครัด (๘) ดําเนินการใหขาราชการและ ๘. นโยบายการบริหารเจาหนาที่ของรัฐไดรับสิทธิประโยชน กิจการบานเมืองที่ดีอยางเหมาะสม ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๐ ราชการแผนดิน (ขอยอย ๘.๑.๔) ๔๗ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนามาตรา ๗๙ ๔. นโยบายสังคมและ รัฐตองใหความอุปถัมภและคุมครอง คุณภาพชีวิตพระพุทธศาสนาซึ่งเปนศาสนาที่ประชาชน ๔.๔ นโยบายศาสนา ศิลปะ และ ๓๑ชาวไทยสวนใหญนับถือมาชานานและ วัฒนธรรมศาสนาอื่น ทั้งตองสงเสริมความเขาใจอันดี (ขอยอย ๔.๔.๑-๔.๔.๒)และความสมานฉันทระหวางศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้งสนับสนุนการนําหลักธรรมของศาสนามาใชเพื่อเสริมสรางคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวต ิมาตรา ๘๐ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานสังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม ดังตอไปนี้ (๑) คุมครองและพัฒนาเด็กและ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๘เยาวชน สนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและ ดําเนินการในปแรกใหการศึกษาปฐมวัย สงเสริมความเสมอภาค (ขอ ๑.๘ ขอยอย ๑.๘.๓)ของหญิงและชาย เสริมสรางและพัฒนา ๔. นโยบายสังคมและความเปนปกแผนของสถาบันครอบครัวและ คุณภาพชีวิตชุมชน รวมทั้งตองสงเคราะหและจัดสวัสดิการ ๔.๓ นโยบายการพัฒนาสุขภาพ ๓๐ใหแกผูสูงอายุ ผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ  ของประชาชนและผูอยูในสภาวะยากลําบาก ใหมีคุณภาพ (ขอยอย ๔.๓.๕)ชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได ๔.๕ นโยบายความมันคงของชีวิต ่ ๓๓ และสังคม (ขอยอย ๔.๕.๑-๔.๕.๖) ๔๘ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๒) สงเสริม สนับสนุน และพัฒนา ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๑๐ระบบสุขภาพที่เนนการสรางเสริมสุขภาพ ดําเนินการในปแรกอันนําไปสูสุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน (ขอ ๑.๑๔)รวมทั้งจัดและสงเสริมใหประชาชนไดรับ ๔. นโยบายสังคมและบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอยางทั่วถึง คุณภาพชีวิตและมีประสิทธิภาพ และสงเสริมใหเอกชน ๔.๓ นโยบายการพัฒนาสุขภาพ ๒๙และชุมชนมีสวนรวมในการพัฒนาสุขภาพ ของประชาชนและการจัดบริการสาธารณสุข โดยผูมีหนาที่ (ขอยอย ๔.๓.๑-๔.๓.๗)ใหบริการดังกลาวซึ่งไดปฏิบัติหนาที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ยอมไดรับความคุมครองตามกฎหมาย  (๓) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๑๐การจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบ ดําเนินการในปแรกใหสอดคลองกับความเปลียนแปลงทางเศรษฐกิจ ่ (ขอ ๑.๑๕)และสังคม จัดใหมีแผนการศึกษาแหงชาติ ๔. นโยบายสังคมและกฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ คุณภาพชีวิตจัดใหมีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากร ๔.๑ นโยบายการศึกษา ๒๖ทางการศึกษาใหกาวหนาทันการเปลี่ยนแปลง (ขอยอย ๔.๑.๑-๔.๑.๗)ของสังคมโลก รวมทั้งปลูกฝงใหผูเรียนมีจิตสํานึกของความเปนไทย มีระเบียบวินย ัคํานึงถึงประโยชนสวนรวม และยึดมันในการ ่ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข (๔) สงเสริมและสนับสนุน ๔. นโยบายสังคมและการกระจายอํานาจเพื่อใหองคกรปกครอง คุณภาพชีวิตสวนทองถิ่น ชุมชน องคการทางศาสนา และ ๔.๑ นโยบายการศึกษา ๒๖เอกชน จัดและมีสวนรวมในการจัดการศึกษา (ขอยอย ๔.๑.๒, ๔.๑.๔)เพื่อพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาใหเทาเทียมและสอดคลองกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ ๔๙ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๕) สงเสริมและสนับสนุนการศึกษา ๔. นโยบายสังคมและวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ และ คุณภาพชีวิตเผยแพรขอมูลผลการศึกษาวิจัยที่ไดรับทุน ๔.๑ นโยบายการศึกษา ๒๘สนับสนุนการศึกษาวิจัยจากรัฐ (ขอยอย ๔.๑.๖) ๖. นโยบายวิทยาศาสตร ๓๗ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม  (ขอ ๖.๓-๖.๔) (๖) สงเสริมและสนับสนุนความรูรัก ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐสามัคคีและการเรียนรู ปลูกจิตสํานึก และ ๒.๑ เทิ ดทู นและพิทั กษรักษาไว ๑๑เผยแพรศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริยประเพณีของชาติ ตลอดจนคานิยมอันดีงาม ๔. นโยบายสังคมและและภูมิปญญาทองถิ่น คุณภาพชีวิต ๔.๔ นโยบายศาสนา ศิลปะ และ ๓๑ วัฒนธรรม (ขอยอย ๔.๔.๓-๔.๔.๗)มาตรา ๘๑ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานกฎหมายและการยุติธรรม ดังตอไปนี้ (๑) ดูแลใหมีการปฏิบัติและบังคับการ ๘. นโยบายการบริหารใหเปนไปตามกฎหมายอยางถูกตอง รวดเร็ว กิจการบานเมืองที่ดีเปนธรรม และทั่วถึง สงเสริมการให ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ๔๒ความชวยเหลือและใหความรูทางกฎหมาย (ขอยอย ๘.๒.๑-๘.๒.๒)แกประชาชน และจัดระบบงานราชการและงานของรัฐอยางอื่นในกระบวนการยุติธรรมใหมีประสิทธิภาพ โดยใหประชาชนและองคกรวิชาชีพมีสวนรวมในกระบวนการยุติธรรมและการชวยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ๕๐ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๒) คุมครองสิทธิและเสรีภาพของ ๘. นโยบายการบริหารบุคคลใหพนจากการลวงละเมิด ทั้งโดย กิจการบานเมืองที่ดีเจาหนาที่ของรัฐและโดยบุคคลอื่น และ ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ๔๒ตองอํานวยความยุติธรรมแกประชาชน (ขอยอย ๘.๒.๒)อยางเทาเทียมกัน (๓) จัดใหมีกฎหมายเพื่อจัดตั้ง ๘. นโยบายการบริหารองคกรเพือการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการ ่ กิจการบานเมืองที่ดีเปนอิสระเพือปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย ่ ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ๔๒ของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมาย (ขอยอย ๘.๒.๑)ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญโดยตองรับฟงความคิดเห็นของผูที่ไดรับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบดวย (๔) จัดใหมีกฎหมายเพื่อจัดตั้ง ๘. นโยบายการบริหารองคกรเพือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ่ กิจการบานเมืองที่ดีที่ดําเนินการเปนอิสระ เพื่อปรับปรุงและ ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ๔๒พัฒนาการดําเนินงานของหนวยงาน (ขอยอย ๘.๒.๑)ที่เกี่ยวของกับกระบวนการยุติธรรม (๕) สนับสนุนการดําเนินการของ ๘. นโยบายการบริหารองคกรภาคเอกชนที่ใหความชวยเหลือทาง กิจการบานเมืองที่ดีกฎหมายแกประชาชน โดยเฉพาะผูไดรับ ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ๔๒ผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว (ขอยอย ๘.๒.๒)มาตรา ๘๒ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๗ รัฐตองสงเสริมสัมพันธไมตรีและ ดําเนินการในปแรกความรวมมือกับนานาประเทศ และพึงถือหลัก (ขอ ๑.๖)ในการปฏิบัติตอกันอยางเสมอภาค ตลอดจน ๗. นโยบายการตางประเทศ ๓๘ตองปฏิบติตามสนธิสัญญาดานสิทธิมนุษยชน ั และเศรษฐกิจระหวางประเทศที่ประเทศไทยเปนภาคี รวมทังตามพันธกรณี ้ (ขอ ๗.๑-๗.๑๐)ที่ไดกระทําไวกับนานาประเทศและองคการระหวางประเทศ ๕๑ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา รัฐตองสงเสริมการคา การลงทุน และการทองเที่ยวกับนานาประเทศ ตลอดจนตองใหความคุมครองและดูแลผลประโยชนของคนไทยในตางประเทศมาตรา ๘๓ รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการ บทนําที่กลาวถึงหลักการในการ ๕ดําเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดําเนินนโยบายมาตรา ๘๔ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานเศรษฐกิจ ดังตอไปนี้ (๑) สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบ ๓. นโยบายเศรษฐกิจเสรีและเปนธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และ ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๑๓สนับสนุนใหมีการพัฒนาเศรษฐกิจอยางยั่งยืน (ขอยอย ๓.๑.๖-๓.๑.๗)โดยตองยกเลิกและละเวนการตรากฎหมาย ๓.๓ นโยบายปรับโครงสราง ๒๑และกฎเกณฑที่ควบคุมธุรกิจซึ่งมีบทบัญญัติ เศรษฐกิจที่ไมสอดคลองกับความจําเปนทางเศรษฐกิจ (ขอยอย ๓.๓.๔)และตองไมประกอบกิจการที่มีลักษณะเปนการแขงขันกับเอกชน เวนแตมความจําเปน ีเพื่อประโยชนในการรักษาความมั่นคงของรัฐรักษาผลประโยชนสวนรวม หรือการจัดใหมีสาธารณูปโภค (๒) สนับสนุนใหมีการใชหลัก ๓. นโยบายเศรษฐกิจคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๑๓ควบคูกบการประกอบกิจการ ั (ขอยอย ๓.๑.๓) ๘. นโยบายการบริหาร กิจการบานเมืองที่ดี ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๒ ราชการแผนดิน (ขอยอย ๘.๑.๙) ๕๒ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๓) ควบคุมใหมีการรักษาวินัย ๓. นโยบายเศรษฐกิจการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนเสถียรภาพและ ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๑๓ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ (ขอยอย ๓.๑.๓-๓.๑.๕)ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีอากรใหมีความเปนธรรมและสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคม (๔) จัดใหมีการออมเพื่อการดํารงชีพ ๓. นโยบายเศรษฐกิจในยามชราแกประชาชนและเจาหนาที่ของรัฐ ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๑๓อยางทั่วถึง (ขอยอย ๓.๑.๒) (๕) กํากับใหการประกอบกิจการ ๓. นโยบายเศรษฐกิจมีการแขงขันอยางเสรีและเปนธรรม ปองกัน ๓.๓ นโยบายปรับโครงสราง ๒๑การผูกขาดตัดตอนไมวาโดยทางตรงหรือ  เศรษฐกิจทางออม และคุมครองผูบริโภค  (ขอยอย ๓.๓.๔) (๖) ดําเนินการใหมีการกระจาย ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๘รายไดอยางเปนธรรม คุมครอง สงเสริมและ  ดําเนินการในปแรกขยายโอกาสในการประกอบอาชีพของ (ขอ ๑.๘-๑.๑๑ และขอ ๑.๑๓)ประชาชนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้ง ๓. นโยบายเศรษฐกิจสงเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมปญญา ิ ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๑๒ทองถิ่นและภูมิปญญาไทย เพื่อใชในการผลิต (ขอยอย ๓.๑.๑-๓.๑.๒, ๓.๑.๗)สินคา บริการ และการประกอบอาชีพ ๓.๓ นโยบายปรับโครงสราง ๑๗ เศรษฐกิจ (ขอยอย ๓.๓.๒-๓.๓.๓) (๗) สงเสริมใหประชากรวัยทํางาน ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๘มีงานทํา คุมครองแรงงานเด็กและสตรี ดําเนินการในปแรกจัดระบบแรงงานสัมพันธและระบบไตรภาคี (ขอ ๑.๘ ขอยอย ๑.๘.๒)ที่ผูทํางานมีสิทธิเลือกผูแทนของตน จัดระบบ ๓. นโยบายเศรษฐกิจประกันสังคม รวมทั้งคุมครองใหผูทํางานที่มี ๓.๒ นโยบายสรางรายได  ๑๕คุณคาอยางเดียวกันไดรับคาตอบแทน (ขอยอย ๓.๒.๗)สิทธิประโยชน และสวัสดิการที่เปนธรรม ๔. นโยบายสังคมและโดยไมเลือกปฏิบัติ คุณภาพชีวิต ๔.๒ นโยบายแรงงาน ๒๘ (ขอยอย ๔.๒.๑-๔.๒.๗) ๕๓ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๘) คุมครองและรักษาผลประโยชน ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๘ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด ดําเนินการในปแรกสงเสริมใหสินคาเกษตรไดรับผลตอบแทน (ขอ ๑.๘ ขอยอย ๑.๘.๑ และสูงสุด รวมทังสงเสริมการรวมกลุมของ ้ ขอ ๑.๑๑)เกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกรเพื่อวางแผน ๓. นโยบายเศรษฐกิจการเกษตรและรักษาผลประโยชนรวมกัน ๓.๓ นโยบายปรับโครงสราง ๑๕ของเกษตรกร เศรษฐกิจ (ขอยอย ๓.๓.๑) (๙) สงเสริม สนับสนุน และคุมครอง ๓. นโยบายเศรษฐกิจระบบสหกรณใหเปนอิสระ และการรวมกลุม ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๑๓การประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ตลอดทั้ง (ขอยอย ๓.๑.๒)การรวมกลุมของประชาชนเพื่อดําเนินกิจการ ดานเศรษฐกิจ (๑๐) จัดใหมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ๓. นโยบายเศรษฐกิจอันจําเปนตอการดํารงชีวิตของประชาชนเพือ ๓.๔ นโยบายโครงสรางพื้นฐาน ่ ๒๓ประโยชนในการรักษาความมั่นคงของรัฐ และการพัฒนาระบบรางเพื่อขนสงในทางเศรษฐกิจ และตองมิใหสาธารณูปโภค มวลชน การบริหารจัดการระบบขั้นพื้นฐานอันจําเปนตอการดํารงชีวตของ ิ ขนสงสินคาและบริการประชาชนอยูในความผูกขาดของเอกชน (ขอยอย ๓.๔.๑-๓.๔.๒)อันอาจกอความเสียหายแกรัฐ (๑๑) การดําเนินการใดที่เปนเหตุให ๓. นโยบายเศรษฐกิจโครงสรางหรือโครงขายขั้นพื้นฐานของกิจการ ๓.๔ นโยบายโครงสรางพื้นฐาน ๒๓สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ อันจําเปน และการพัฒนาระบบรางเพื่อขนสงตอการดํารงชีวิตของประชาชน หรือเพื่อ มวลชน การบริหารจัดการระบบความมั่นคงของรัฐตกไปเปนกรรมสิทธิ์ของ ขนสงสินคาและบริการเอกชน หรือทําใหรัฐเปนเจาของนอยกวา (ขอยอย ๓.๔.๑)รอยละหาสิบเอ็ด จะกระทํามิได ๓.๖ นโยบายเทคโนโลยี ๒๕ สารสนเทศ (ขอยอย ๓.๖.๓) ๕๔ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๑๒) สงเสริมและสนับสนุน กิจการ ๓. นโยบายเศรษฐกิจพาณิชยนาวี การขนสงทางราง รวมทั้ง ๓.๔ นโยบายโครงสรางพื้นฐาน ๒๓การดําเนินการตามระบบบริหารจัดการขนสง และการพัฒนาระบบรางเพื่อขนสงทั้งภายในและระหวางประเทศ มวลชน การบริหารจัดการระบบ ขนสงสินคาและบริการ (ขอยอย ๓.๔.๔-๓.๔.๖) (๑๓) สงเสริมและสนับสนุนองคกร ๓. นโยบายเศรษฐกิจภาคเอกชนทางเศรษฐกิจทั้งในระดับชาติและ ๓.๒ นโยบายสรางรายได ๑๔ระดับทองถินใหมีความเขมแข็ง ่ (ขอยอย ๓.๒.๔-๓.๒.๖ และ ๓.๒.๘) (๑๔) สงเสริมอุตสาหกรรมแปรรูป ๓. นโยบายเศรษฐกิจผลผลิตทางการเกษตรเพื่อใหเกิดมูลคาเพิ่ม ๓.๒ นโยบายสรางรายได ๑๕ในทางเศรษฐกิจ (ขอยอย ๓.๒.๗) ๓.๓ นโยบายปรับโครงสราง ๑๗ เศรษฐกิจ (ขอยอย ๓.๓.๒)มาตรา ๘๕ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมดังตอไปนี้ (๑) กําหนดหลักเกณฑการใชที่ดิน ๕. นโยบายทีดิน ่ใหครอบคลุมทั่วประเทศ โดยใหคํานึงถึง ทรัพยากรธรรมชาติและความสอดคลองกับสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ สิ่งแวดลอมทั้งผืนดิน ผืนน้ํา วิถีชวตของชุมชนทองถิ่น ๕.๑ อนุรักษและฟนฟูทรัพยากร ีิ ๓๔และการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอยาง ปาไมและสัตวปามีประสิทธิภาพ และกําหนดมาตรฐานการใช ๕.๒ อนุรักษและฟนฟูทรัพยากร ๓๕ที่ดินอยางยั่งยืน โดยตองใหประชาชนใน ทางทะเลและชายฝงพื้นที่ที่ไดรับผลกระทบจากหลักเกณฑการใชที่ดินนั้นมีสวนรวมในการตัดสินใจดวย ๕๕ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๒) กระจายการถือครองที่ดน ิ ๕. นโยบายทีดิน ่อยางเปนธรรมและดําเนินการใหเกษตรกร ทรัพยากรธรรมชาติและมีกรรมสิทธิหรือสิทธิในที่ดินเพื่อประกอบ ์ สิ่งแวดลอมเกษตรกรรมอยางทั่วถึงโดยการปฏิรูปที่ดิน ๕.๔ สรางความเปนธรรมและลด ๓๕หรือวิธีอื่น รวมทั้งจัดหาแหลงน้ําเพื่อให ความเหลื่อมล้ําในการใชประโยชนเกษตรกรมีน้ําใชอยางพอเพียงและเหมาะสม ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติแกการเกษตร (๓) จัดใหมีการวางผังเมือง พัฒนา๕. นโยบายทีดิน ่และดําเนินการตามผังเมืองอยางมีประสิทธิภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและและประสิทธิผล เพื่อประโยชนในการดูแล สิ่งแวดลอมรักษาทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน ๕.๔ สรางความเปนธรรมและลด ๓๕ ความเหลื่อมล้ําในการใชประโยชน ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ (๔) จัดใหมีแผนการบริหารจัดการ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๗ทรัพยากรน้ําและทรัพยากรธรรมชาติอ่น ื ดําเนินการในปแรกอยางเปนระบบและเกิดประโยชนตอสวนรวม (ขอ ๑.๔) ทั้งตองใหประชาชนมีสวนรวมในการสงวน ๕. นโยบายทีดิน  ่บํารุงรักษา และใชประโยชนจากทรัพยากร ทรัพยากรธรรมชาติและธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดลอมอยางสมดุล ๕.๖ สงเสริมใหมีการบริหาร ๓๖ จัดการน้ําอยางบูรณาการ (๕) สงเสริม บํารุงรักษา และ ๕. นโยบายทีดิน ่คุมครองคุณภาพสิ่งแวดลอมตามหลักการ ทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนควบคุมและกําจัด สิ่งแวดลอมภาวะมลพิษที่มีผลตอสุขภาพอนามัย ๕.๓ ดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม ๓๕สวัสดิภาพ และคุณภาพชีวตของประชาชน และเรงรัดการควบคุมมลพิษ ิโดยประชาชน ชุมชนทองถิ่น และองคกร ๕.๕ สงเสริมและสรางความ ๓๖ปกครองสวนทองถิ่น ตองมีสวนรวมในการ ตระหนักและจิตสํานึกทางดานกําหนดแนวทางการดําเนินงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิงแวดลอม ่ ๕๖ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนามาตรา ๘๖ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานวิทยาศาสตร ทรัพยสินทางปญญา และพลังงาน ดังตอไปนี้ (๑) สงเสริมใหมีการพัฒนาดาน ๓. นโยบายเศรษฐกิจวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรม ๓.๖ นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ๒๕ดานตาง ๆ โดยจัดใหมีกฎหมายเฉพาะเพื่อ (ขอยอย ๓.๖.๑-๓.๖.๕)การนี้ จัดงบประมาณสนับสนุนการศึกษา ๖. นโยบายวิทยาศาสตร ๓๗คนควา วิจัย และใหมีสถาบันการศึกษาและ เทคโนโลยี การวิจัย และพัฒนา จัดใหมีการใชประโยชนจาก นวัตกรรมผลการศึกษาและพัฒนา การถายทอด (ขอ ๖.๑-๖.๕)เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาบุคลากรที่เหมาะสม รวมทั้งเผยแพรความรูดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีสมัยใหมและสนับสนุนใหประชาชนใชหลักดานวิทยาศาสตรในการดํารงชีวิต (๒) สงเสริมการประดิษฐหรือ ๓. นโยบายเศรษฐกิจการคนคิดเพื่อใหเกิดความรูใหม รักษาและ ๓.๓ นโยบายปรับโครงสราง ๒๑พัฒนาภูมิปญญาทองถิ่นและภูมิปญญาไทย  เศรษฐกิจรวมทั้งใหความคุมครองทรัพยสินทางปญญา (ขอยอย ๓.๓.๔) ๖. นโยบายวิทยาศาสตร ๓๗ เทคโนโลยี การวิจัย และ นวัตกรรม (ขอ ๖.๓) (๓) สงเสริมและสนับสนุนการวิจัย ๓. นโยบายเศรษฐกิจพัฒนา และใชประโยชนจากพลังงานทดแทน ๓.๒ นโยบายสรางรายได ๑๔ซึ่งไดจากธรรมชาติและเปนคุณตอสิ่งแวดลอม (ขอยอย ๓.๒.๓)อยางตอเนื่องและเปนระบบ ๓.๓ นโยบายปรับโครงสราง ๑๗ เศรษฐกิจ (ขอยอย ๓.๓.๒) ๕๗ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา ๓.๕ นโยบายพลังงาน ๒๔ (ขอยอย ๓.๕.๑-๓.๕.๕) ๖. นโยบายวิทยาศาสตร ๓๘ เทคโนโลยี การวิจัย และ นวัตกรรม (ขอ ๖.๔)มาตรา ๘๗ รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานการมีสวนรวมของประชาชน ดังตอไปนี้ ๘. นโยบายการบริหาร (๑) สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวม ในการกําหนดนโยบายและวางแผนพัฒนา กิจการบานเมืองที่ดีเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับชาติและระดับ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๒ทองถิ่น ราชการแผนดิน (ขอยอย ๘.๑.๘) (๒) สงเสริมและสนับสนุนการมี ๘. นโยบายการบริหารสวนรวมของประชาชนในการตัดสินใจ กิจการบานเมืองที่ดีทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๒และสังคม รวมทั้งการจัดทําบริการสาธารณะ ราชการแผนดิน (ขอยอย ๘.๑.๘) (๓) สงเสริมและสนับสนุนการมี ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๑๑สวนรวมของประชาชนในการตรวจสอบ ดําเนินการในปแรกการใชอํานาจรัฐทุกระดับ ในรูปแบบองคกร (ขอ ๑.๑๖)ทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย ๘. นโยบายการบริหารหรือรูปแบบอื่น กิจการบานเมืองที่ดี ๘.๑ ประสิทธิภาพการบริหาร ๔๒ ราชการแผนดิน (ขอยอย ๘.๑.๘) ๕๘ 
    •    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย นโยบายของคณะรัฐมนตรี หนา (๔) สงเสริมใหประชาชนมี ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๑๑ความเขมแข็งในทางการเมือง และจัดใหมี ดําเนินการในปแรก (ขอ ๑.๑๖)กฎหมายจัดตั้งกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเพื่อชวยเหลือการดําเนินกิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการดําเนินการของกลุมประชาชนที่รวมตัวกัน ในลักษณะเครือขายทุกรูปแบบใหสามารถแสดงความคิดเห็นและเสนอความตองการของชุมชนในพื้นที่ (๕) สงเสริมและใหการศึกษาแก ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่ม ๑๑ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองและ ดําเนินการในปแรก (ขอ ๑.๑๖)การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งสงเสริมใหประชาชนไดใชสิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การมีสวนรวมของประชาชนตามมาตรานี้ตองคํานึงถึงสัดสวนของหญิงและชาย ที่ใกลเคียงกัน ๕๙ 
    • ดูขอมูลไดที่ http://www.cabinet.thaigov.go.th/bb_main31.htmพิมพครั้งที่ ๑จํานวนพิมพ ๙,๕๐๐ เลมพิมพที่ สํานักพิมพคณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษาผูพิมพผูโฆษณา นางสาวอรนุช กนกสิริรัตนพิมพเมื่อ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔รหัส สปค. สปค. 54/08-10ISBN 978-974-261-156-9