คําแถลงนโยบาย        ลงนโยบาย                  ของ      คณะรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี           แถลงตอ...
สารบัญ                                                             หนาประกาศแตงตั้งนายกรัฐมนตรี                         ...
                                          ประกาศ                                  แตงตั้งนายกรัฐมนตรี                    ...
                                        ประกาศ                                   แตงตั้งรัฐมนตรี                         ...
      นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล      เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง    นายบุญทรง เตริยาภิรมย         เปนรัฐมนตรีชวยว...
                 พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก            เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม               นายเผดิมชัย สะสมทรัพ...
                             คําแถลงนโยบาย                                 ของ                             คณะรัฐมนตรี    ...
  ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ                    ประเทศไทยมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี และมีการสะสมทางปญญามาอยางตอเนื่องยาวนา...
  ทั้งที่เปนเงินสกุลดอลลารสหรัฐและทรัพยสินอื่น ๆ ในขณะที่จีนและอินเดียกลับมีศักยภาพในการขยายตัวของเศรษฐกิจและกลุมชนชั้...
                 ๒. การเปลี่ยนผานทางดานการเมือง ความขัดแยงทางการเมืองในชวงที่ผานมา แมจะมีผลตอความเชื่อมั่นทางเศรษฐก...
                  ประการที่ ห นึ่ ง เพื่ อ นํ า ประเทศไทยไปสู โ ครงสร า งเศรษฐกิ จ ที่ ส มดุ ลมีความเขมแข็งของเศรษฐกิจภ...
                               ๑.๑.๒ เยี ย วยาและฟ น ฟู อ ย า งต อ เนื่ อ งแก บุ ค คลทุ ก ฝ า ยเชน ประชาชน เจาหนา...
                            ๑.๔ ส ง เสริ ม ให มี ก ารบริ ห ารจั ด การน้ํ า อย า งบู ร ณาการและเรงรัดขยายเขตพื้นที่ชลปร...
                       ๑.๗ แกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและผูประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟอและราคาน้ํามันเชื้อเพลิง  ...
                  ๑.๙ ปรั บ ลดภาษี เ งิ น ได นิ ติ บุ ค คล ให เ หลื อ ร อ ยละ ๒๓ ในปพ.ศ. ๒๕๕๕ และลดลงเหลือรอยละ ๒๐ ใน...
                       ๑.๑๒ เรงเพิ่มรายไดจากการทองเที่ยวทั้งในและนอกประเทศโดยประกาศใหป พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เปนป “มหัศจรร...
                   ๑.๑๖ เรงรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีสวนรวมอยางกวางขวาง โดยมีสภารางรัฐธรรมนูญที่เปน...
                           ๒.๓ พั ฒ นาและเสริ ม สร า งความร ว มมื อ ระหว า งประเทศส ง เสริ ม ให ก องทั พ พั ฒ นาความส...
  การขยายตั ว ทางเศรษฐกิ จ อย า งยั่ ง ยื น มี ก ารจ า งงานเต็ ม ที่ ระดั บ ราคามี เ สถี ย รภาพระมั ด ระวั ง ความเสี่ ย ...
  การดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเปนบริษัทมหาชน เพื่อใหรัฐวิสาหกิจเปนกลไกที่สามารถสนับสนุนการข...
                                   ๓.๒.๕ สงเสริมใหผูประกอบการขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบานซึ่งมีความพรอมทางดานแรงงาน...
                                                    ๓) เพิ่ ม ศั ก ยภาพกระบวนการผลิ ต ด า นปศุ สั ต วใหไดมาตรฐาน ปลอดภ...
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Gov policy-55
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Gov policy-55

2,587 views
2,546 views

Published on

คำแถลงนโยบายรัฐบาล-ฉบับปรับปรุงใหม่

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,587
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
26
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Gov policy-55

  1. 1. คําแถลงนโยบาย ลงนโยบาย  ของ คณะรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงตอรัฐสภา แถ   วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔
  2. 2. สารบัญ หนาประกาศแตงตั้งนายกรัฐมนตรี กประกาศแตงตั้งรัฐมนตรี ขคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ๑นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตรแถลงตอรัฐสภา วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะดําเนินการในปแรก ๕ ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐ ๑๑ ๓. นโยบายเศรษฐกิจ ๑๒ ๔. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวต ิ ๒๖ ๕. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๓๔ ๖. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม ๓๗ ๗. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ ๓๘ ๘. นโยบายการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี ๔๐ภาคผนวก ๔๕ตารางแสดงความสอดคลองระหวางนโยบายในการบริหารราชการแผนดินของคณะรัฐมนตรีกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐในหมวด ๕ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
  3. 3.    ประกาศ แตงตั้งนายกรัฐมนตรี ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุ ลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่ ไ ด มี ก ารเลื อ กตั้ ง สมาชิ ก สภาผู แ ทนราษฎรตามรั ฐ ธรรมนู ญ แล วคณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผนดินอยูตองพนจากตําแหนง และประธานสภาผูแทนราษฎรไดนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาวา สภาผูแทนราษฎรไดลงมติเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔เห็นชอบดวยในการแตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร เปนนายกรัฐมนตรี ดวยคะแนนเสียงมากกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร จึง ทรงพระราชดํา ริว า นางสาวยิ่ง ลัก ษณ ชิน วัต ร เปน ผูที่ส มควรไวว างพระราชหฤทัยใหดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรี อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร เปนนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผนดิน ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔เปนปที่ ๖๖ ในรัชกาลปจจุบันผูรับสนองพระบรมราชโองการ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท ประธานสภาผูแทนราษฎร ก 
  4. 4.    ประกาศ แตงตั้งรัฐมนตรี ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุ ลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา ตามที่ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตรเปนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ แลว นั้น บัดนี้ นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไดเลือกสรรผูที่สมควรดํารงตําแหนงรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผนดินสืบไปแลว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งรัฐมนตรี ดังตอไปนี้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รอยตํารวจเอก เฉลิม อยูบํารุง เปนรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ เปนรองนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน ณ ระนอง เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย นายชุมพล ศิลปอาชา เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการ กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา นายสุรวิทย คนสมบูรณ เปนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นางสาวกฤษณา สีหลักษณ เปนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ข 
  5. 5.    นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงการคลัง นายวิรุฬ เตชะไพบูลย เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงการคลัง นายสุรพงษ โตวิจักษณชยกุล ั เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการตางประเทศ นายสันติ พรอมพัฒน เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย นายธีระ วงศสมุทร เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร และสหกรณ นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ เปนรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงเกษตร และสหกรณ พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม พลตํารวจโท ชัจจ กุลดิลก เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงคมนาคม นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงคมนาคม นายปรีชา เรงสมบูรณสข ุ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ นาครทรรพ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายพิชัย นริพทะพันธุ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน นายภูมิ สาระผล เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงพาณิชย นายศิริวัฒน ขจรประศาสน เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงพาณิชย นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงมหาดไทย นายฐานิสร เทียนทอง เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงมหาดไทย ค 
  6. 6.    พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม นายเผดิมชัย สะสมทรัพย เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงาน นางสุกุมล คุณปลื้ม เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงวัฒนธรรม นายปลอดประสพ สุรัสวดี เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี นายวรวัจน เอื้ออภิญญกุล เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ อึ้งอัมพรวิไล เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นายวิทยา บุรณศิริ เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงสาธารณสุข นายตอพงษ ไชยสาสน เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงสาธารณสุข นายวรรณรัตน ชาญนุกล ู เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔เปนปที่ ๖๖ ในรัชกาลปจจุบันผูรับสนองพระบรมราชโองการ นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ง 
  7. 7.    คําแถลงนโยบาย ของ คณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงตอรัฐสภา วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ตามที่ ไ ด ท รงพระกรุ ณ าโปรดเกล า ฯ แต ง ตั้ ง ให ดิ ฉั น เป น นายกรั ฐ มนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวัน ที่ ๕ สิงหาคม พุทธศั กราช ๒๕๕๔ และแตง ตั้งรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินเรียบรอยแลวโดยยึ ด มั่ น ในการปกครองระบอบประชาธิ ป ไตยในระบบรั ฐ สภาอั น มี พ ระมหากษั ต ริ ยทรงเปนประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกลาวตอที่ประชุมรวมกันของรัฐสภาเพื่อใหทราบถึงเจตนารมณ ยุทธศาสตร และนโยบายของรัฐบาล ที่มุงมั่นจะสรางความสามัคคี ปรองดอง ใหเกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะนําไปสูความรวมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครองของประเทศใหกาวหนาเพื่อประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน ๑ 
  8. 8.   ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ประเทศไทยมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี และมีการสะสมทางปญญามาอยางตอเนื่องยาวนาน แมวาจะตองเผชิญกับภาวะความทาทายและปญหาตาง ๆ แตก็สามารถผานพนอุปสรรคไปไดทุกครั้ง เนื่องดวยภูมิปญญาของสังคมและคุณคาทางวัฒนธรรมไทยที่ยึดมั่นในสถาบั น พระมหากษั ต ริ ย อั น เป น สถาบั น สู ง สุ ด ที่ ค นไทยทุ ก คนเคารพและยึ ด มั่ นความเข ม แข็ ง ของสถาบั น ครอบครั ว ชุ ม ชน ความรั ก ในอิ ส รภาพและความยุ ติ ธ รรมซึ่ ง ต า งล ว นเป น พลั ง ผลั ก ดั น ให สั ง คมไทยสามารถแสวงหาทางออกได เ สมอมาจนเป นที่ยอมรับของนานาประเทศ ด ว ยต น ทุ น ทางสัง คมและวัฒ นธรรมที่เราไดส ะสมมาตั้งแตใ นอดี ต ได เปนป จ จั ย สํ า คั ญ ที่ ทํ า ให ป ระเทศไทยมี ภู มิ คุ ม กั น ที่ ส ามารถรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงและความเปนไปของโลก สามารถนําพาประเทศไปสูความสงบสุขและเจริญรุงเรืองดวยดีเสมอมา อยางไรก็ตาม เนื่องจากวันนี้ประเทศไทยอยูในสภาวะแวดลอมทางเศรษฐกิจและสั ง คมที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปอย า งรวดเร็ ว แนวคิ ด ในการบริ ห ารบ า นเมื อ งจึ ง ไม ส ามารถใชกรอบแนวคิดแบบเดิมที่เคยเปนมาในอดีตได ดังนั้น กรอบแนวคิดใหม ๆ จึงมีความจําเปนที่จะตองนํามาใชเพิ่มเติม รวมกับตนทุน ดั้งเดิมของประเทศที่เรามี เพื่อรวบรวมพลังจากทุกภาคสวนมาชวยกันสรางความเปลี่ยนแปลงใหกับประเทศของเราใหดียิ่งขึ้น จากสถานการณ แ ละสภาวะแวดล อ มของเศรษฐกิ จ โลกที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปอยางมีนัยสําคัญ ไดสงผลใหประเทศไทยในวันนี้อยูในชวงการเปลี่ยนผานเชิงโครงสรางที่สาคัญ ๓ ประการ คือ ํ ๑. การเปลี่ยนผานของเศรษฐกิจ ที่ผานมาเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงสูงและยังไมสามารถกาวพนวิกฤตไดอยางยั่งยืน ดวยเหตุผลที่สําคัญ คือ ๑.๑ วันนี้เศรษฐกิจโลกยังมีความไมแนนอนสูง และอยูในกระบวนการเปลี่ยนผานขั้วอํานาจทางเศรษฐกิจและการเมืองไปสูศูนยกลางใหมทางทวีปเอเชียในระยะยาวสหรัฐอเมริกายังมีการวางงานสูง อีกทั้งสถาบันการเงิน ครัวเรือน และรัฐบาลยังออนแอดวยภาระหนี้เกินตัว เศรษฐกิจยุโรปเผชิญปญหาการคลังและมีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในหลายประเทศ ทั้งกรีซ สเปน และอิตาลี รวมทั้งภาระอุมชูเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปซึ่งกอใหเกิดความไมแนนอนของการถือครองทรัพยสินในรูปแบบตาง ๆ ๒ 
  9. 9.   ทั้งที่เปนเงินสกุลดอลลารสหรัฐและทรัพยสินอื่น ๆ ในขณะที่จีนและอินเดียกลับมีศักยภาพในการขยายตัวของเศรษฐกิจและกลุมชนชั้นกลางที่มีกําลังซื้อสูงเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะบทบาทและความเปนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มมีมากขึ้นและแผขยายในภูมิภาคต าง ๆ ของโลก โดยได เ ปลี่ ยนผ า นจากการเป น โรงงานผลิ ต ของโลกไปสู การบริหารและถือครองทรัพยสินและทรัพยากรพลังงานของโลกไดอยางสมบูรณแบบ ๑.๒ โครงสรางเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการสงออกสินคาและการลงทุนจากตางประเทศอยางมาก จึงมีความเสี่ยงสูงจากความไมแนนอนของเศรษฐกิจโลก และยังไมไดรับผลตอบแทนอยางเต็มที่จากการผลิตและการใชทรัพยากรของประเทศ ดังจะเห็นไดจากสัดสวนการพึ่งพาอุปสงคในประเทศลดลงจากรอยละ ๗๔.๘ ในป ๒๕๕๒ เปนรอยละ ๖๗.๕ในป ๒๕๕๓ จึงทําใหเศรษฐกิจไทยหดตัวเมื่อโลกมีวิกฤตเศรษฐกิจ (ติดลบรอยละ ๒.๓ ในป๒๕๕๒) และขยายตัวเมื่อโลกฟนตัว (ขยายตัวรอยละ ๗.๘ ในป ๒๕๕๓) เปนวงจรอยางนี้ซ้ําแลวซ้ําเลา การขยายตัวดังกลาวมาจากภาคการสงออกที่ขยายตัวไดสูงถึงรอยละ ๒๘.๕ซึ่ ง กระจุ ก ตั ว อยู ใ นอุ ต สาหกรรมขนาดใหญ ที่ เ ป น ของบริ ษั ท ต า งชาติ ที่ ไ ทยเป น เพี ย งแหลงประกอบ สวนการสงออกสินคาเกษตรยังคงเปนการสงออกวัตถุดิบที่ราคาผันผวนขึ้นกับตลาดโลก ในขณะที่การทองเที่ยวขยายตัวจากการเพิ่มจํานวนนักทองเที่ยวมากกวาการเพิ่มมูลคาของบริการและขาดการบริหารจัดการที่จะทําใหเกิดความยั่งยืน ๑.๓ ประเทศไทยยั ง คงนํ าเขา พลั ง งานจากตางประเทศสู ง สั ดส ว นการนําเขาพลังงานสุทธิตอการใชรวมยังคงสูงถึงรอยละ ๕๕ โดยเฉพาะน้ํามันดิบ ซึ่งเปนต น ทุ น ที่ สํ าคั ญ ของการขนส ง และการผลิ ต สิ น ค าที่ มี ผ ลกระทบต อ ค า ครองชี พ และต น ทุ นการผลิตที่ตองแขงขันกับตางประเทศ แมวาในภูมิภาคอาเซียนเองจะมีแหลงน้ํามันดิบและกาซธรรมชาติมากมาย แตการแสวงหาความรวมมือเพื่อการพัฒนาความมั่นคงของพลังงานในภูมิภาคยังมีนอย และจะเปนปจจัยเสี่ยงตอประเทศไทยในระยะยาว ๑.๔ ความเหลื่ อ มล้ํ าทางเศรษฐกิจ ที่ มี อ ยู สู งแสดงถึ งฐานเศรษฐกิจที่ยังไมเขมแข็ง ประชาชนระดับฐานรากยังมีรายไดนอยและขาดโอกาสในการเพิ่มรายไดโดยส ว นใหญ อ ยู ใ นสาขาเกษตร และวิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย อ มที่ ส นั บ สนุ นอุตสาหกรรมขนาดใหญ จึงไมมีโอกาสที่จะเติบโตเปนชนชั้นกลางที่จะเปนฐานการบริโภคและสร างสิ น ค า และบริ ก ารที่ มี คุ ณ คา และเป น ของตนเองได และในชว งที่ เ ศรษฐกิ จ เข า สูชวงภาวะเงินเฟอก็จะเปนกลุมคนที่เดือดรอนจากคาครองชีพและตนทุนการผลิตมากกวาคนอืน ่ ๓ 
  10. 10.    ๒. การเปลี่ยนผานทางดานการเมือง ความขัดแยงทางการเมืองในชวงที่ผานมา แมจะมีผลตอความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แตเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผานมาผูกโยงกับภาวะการฟนตัวของเศรษฐกิจโลก และในขณะที่ความเชื่อมั่นของนั ก ลงทุ น ต า งชาติ มี พื้ น ฐานอยู บ นความเชื่ อ ที่ ว า สั ง คมไทยและคนไทยจะสามารถหาขอสรุปที่นาไปสูความปรองดองสมานฉันทไดในที่สุด ํ อยางไรก็ดี ความขัดแยงดังกลาวย อมมีผลกระทบกระเทือนตอการวางพื้นฐานเพื่ออนาคตระยะยาว และทําใหสูญเสียโอกาสในการเดิน หนาเพื่อพัฒนาประเทศในชวง ๕ ปที่ ผานมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวไดเพียงเฉลี่ยรอยละ ๓.๖ ซึ่งต่ํากวาศักยภาพที่ ควรจะเป น และส งผลต อความล าช าในการแก ไขป ญหาที่ เป นพื้ นฐานของคนส วนใหญในประเทศคือ ความยากจนและความเหลื่อมล้ําทางดานรายได ๓. การเปลี่ยนผานของโครงสรางประชากรและสังคมไทย โครงสรางประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปสูสังคมผูสูงอายุจะมีผลกระทบตอปริมาณและคุณภาพของคนไทยในอนาคต ซึ่งเปนปจจัยสําคัญในการสรางศักยภาพในการแขงขันทางเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้ ง ป ญ หายาเสพติ ด และป ญ หาวั ย รุ น ที่ จ ะบั่ น ทอนคุ ณ ภาพของเยาวชนไทย ซึ่ ง มีความจําเปนตองพัฒนาระบบการศึกษา การใหบริการสุขภาพและสรางสวัสดิการที่มั่นคงให แ ก ค นไทยทุ ก คน นอกจากนี้ ประเทศไทยยั ง ต อ งเผชิ ญ ต อ การเปลี่ ย นแปลงในภาวะแวดลอมตาง ๆ ที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต เชน ภาวะโลกรอน ภัยธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และกฎระเบียบของการแขงขันในตลาดโลก เปนตนทานประธานรัฐสภาที่เคารพ หลักการของนโยบายการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาล จะยึดหลักการบริหารที่ มี ค วามยื ด หยุ น ที่ คํ า นึ ง ถึ ง พลวั ต รการเปลี่ ย นแปลงของป จ จั ย ภายนอกที่ มี ผ ลกระทบต อ การดํ าเนิ นนโยบายของรั ฐบาล โดยรั ฐบาลจะรายงานต อรั ฐสภาเมื่ อมี ความจํ าเป นต องปรับปรุงนโยบายใหเกิดประโยชนตอประเทศใหมากที่สุด นโยบายของรัฐบาลมีจุดมุงหมาย๓ ประการ คือ ๔ 
  11. 11.    ประการที่ ห นึ่ ง เพื่ อ นํ า ประเทศไทยไปสู โ ครงสร า งเศรษฐกิ จ ที่ ส มดุ ลมีความเขมแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเปนพื้นฐานที่สําคัญของการสรางการเติบโตอยางมีคุณภาพและยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพและสุขภาพคนไทยในทุกชวงวัยถือเปนปจจัยชี้ขาดความสามารถในการอยูรอดและแขงขันไดของเศรษฐกิจไทย ประการที่สอง เพื่อนําประเทศไทยสูสังคมที่มีความปรองดองสมานฉันทและอยูบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมที่เปนมาตรฐานสากลเดียวกันและมีหลักปฏิบัติที่เทาเทียมกันตอประชาชนคนไทยทุกคน ประการที่ ส าม เพื่ อ นํ า ประเทศไทยไปสู ก ารเป น ประชาคมอาเซี ย นในป ๒๕๕๘ อยางสมบูรณ โดยสรางความพรอมและความเขมแข็งทั้งทางดานเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม และการเมืองและความมั่นคงทานประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อใหการบริหารราชการแผนดินสามารถบรรลุถึงภารกิจและดําเนินไปดวยแนวทางที่ กล าวมา รั ฐบาลจึ งได กํ าหนดนโยบายการบริ หารราชการแผ นดิ นไว โดยแบ งการดํ าเนิ นการเป น ๒ ระยะ คื อ ระยะเร ง ด ว นที่ จ ะเริ่ ม ดํ า เนิ น การในป แ รก และระยะการบริหารราชการ ๔ ปของรัฐบาล เพื่อใหมีการพัฒนาอยางมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุมกันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังตอไปนี้ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก ๑.๑ สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟนฟูประชาธิปไตย ๑.๑.๑ สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟน ฟู ป ระชาธิ ป ไตย โดยการเสริ ม สร า งความเข า ใจรว มกั น ของประชาชนในชาติใ ห เ กิ ดความสมัครสมานสามัคคีเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ๕ 
  12. 12.    ๑.๑.๒ เยี ย วยาและฟ น ฟู อ ย า งต อ เนื่ อ งแก บุ ค คลทุ ก ฝ า ยเชน ประชาชน เจาหนาที่รัฐ และผูประกอบการภาคเอกชน ซึ่งไดรับผลกระทบอันเนื่องมาจากความเห็ นที่แตกตาง และความรุนแรงที่กอ ตัวขึ้นตั้งแตช วงปลายของการใช รัฐธรรมนู ญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๑.๑.๓ สนั บ สนุ น ให ค ณะกรรมการอิ ส ระตรวจสอบและคนหาความจริงเพื่อการปรองดองแห งชาติ (คอป.) ดําเนินการอยางเป นอิสระและไดรับความรวมมือจากทุกฝายอยางเต็มที่ในการตรวจสอบและคนหาความจริงจากกรณีความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิม นุษ ยชน การสูญ เสี ยชี วิต บาดเจ็ บทางรางกายและจิต ใจรวมทั้งความเสียหายทางทรัพยสน ิ ๑.๒ กํ า หนดให ก ารแก ไ ขและป อ งกั น ป ญ หายาเสพติ ด เป น“วาระแหงชาติ” โดยยึดหลักนิติธรรมในการปราบปรามลงโทษผูผลิต ผูคา ผูมีอิทธิพล และผูประพฤติมิชอบ โดยบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด ยึดหลักผูเสพคือผูปวยที่ตองไดรับการบําบัดรักษาใหกลับมาเปนคนดีของสังคม พรอมทั้งมีกลไกติดตามชวยเหลืออยางเปนระบบดํ า เนิ น การอย า งจริ ง จั ง ในการป อ งกั น ป ญ หาด ว ยการแสวงหาความร ว มมื อ เชิ ง รุ ก กั บตางประเทศในการควบคุมและสกัดกั้นยาเสพติด สารเคมี และสารตั้งตนในการผลิตยาเสพติดที่ลักลอบเขาสูประเทศภายใตการบริหารจัดการอยางบูรณาการและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดํ า เนิ น การป อ งกั น กลุ ม เสี่ ย งและประชาชนทั่ ว ไปไม ใ ห เ ข า ไปเกี่ ย วข อ งกั บ ยาเสพติ ดดวยการรวมพลังทุกภาคสวนเปนพลังแผนดินในการตอสูกับยาเสพติด ๑.๓ ป อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต และประพฤติ มิ ช อบในภาครั ฐอยางจริง จั ง โดยยึ ด หลัก ความโปร ง ใสและมี ธ รรมาภิ บาลที่ เ ป น สากลเพื่ อ ใหการใช ท รั พ ยากรเพื่ อ การพั ฒ นาประเทศเป น ไปอย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและเกิ ด ประโยชนตอประเทศโดยรวมอยางแทจริง ปรับปรุงและแกไขกฎหมายเพื่อปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขยายการบังคับใชบทบัญญัติเรื่องการหามการกระทําที่เปนการขั ด กั น แห ง ผลประโยชน ใ ห ค รอบคลุ ม ผู ใ ช อํ า นาจรั ฐ ในตํ า แหน ง สํ า คั ญ และตํ า แหน งระดับสูงอยางทั่วถึง เขมงวดในการบังคับใชกฎหมายเพื่อแกไขปญหาการทุจริตและประพฤติมิ ช อบของเจ า หน า ที่ รั ฐ เสริ ม สร า งมาตรฐานด า นคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม และธรรมาภิ บ าลของบุคลากรภาครัฐ ตลอดจนปลูกฝงจิตสํานึกและคานิยมของสังคมใหยึดมั่นในความซื่อสัตยสุจริตและถูกตองชอบธรรม ๖ 
  13. 13.    ๑.๔ ส ง เสริ ม ให มี ก ารบริ ห ารจั ด การน้ํ า อย า งบู ร ณาการและเรงรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน โดยเรงใหมีการบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศอยางมีประสิทธิภาพใหสามารถปองกันปญหาอุทกภัยและภัยแลงได รวมทั้งสนับสนุนภาคการเกษตรดวยการกอสรางระบบชลประทานขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ฟนฟูการขุดลอกคูคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติที่มีอยูเดิม ขยายเขตการสูบน้ําดวยไฟฟา จัดสรางคลองสงน้ําขนาดเล็กเขาสูไรนา และขยายเขตการจัดรูปที่ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใชน้ําและการผลิตส ง เสริ ม การใช นํ้ า ให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด และเหมาะสมกั บ ชนิ ด พื ช และจั ด หาแหล ง น้ํ าในระดับไรนาและชุมชนอยางทั่วถึง ๑.๕ เรง นําสั น ติ สุ ข และความปลอดภั ย ในชี วิ ต และทรัพ ยสิ นของประชาชนกลับมาสูพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต ควบคูไปกับการขจัดความยากจนยาเสพติด และอิทธิพลอํานาจมืด โดยนอมนํากระแสพระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว“เขาใจ เขาถึง พัฒนา” เปนหลักปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี โดยเนนการสงเสริมความรวมมือในทุ ก ภาคส ว นกั บ ประชาชนในพื้ น ที่ อํ า นวยความยุ ติ ธ รรมอย า งทั่ ว ถึ ง เพิ่ ม โอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิต สรางโอกาสและความเสมอภาค พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้ น ที่ เคารพอั ตลัก ษณ ขนบธรรมเนีย มประเพณี ท องถิ่ น ส งเสริ ม การกระจายอํ านาจการปกครองสวนทองถิ่นในรูปแบบที่สอดคลองกับลักษณะพื้นที่โดยไมขัดกับรัฐธรรมนูญทั้งนี้ จะมีการบูรณาการการบริหารจัดการทุกภาคสวนใหมีเอกภาพทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ รวมทั้งปรับปรุง พัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของใหสอดคลอง ทันสมัยกับสภาพความเปนจริงของปญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนเยียวยาผูไดรับผลกระทบจากความไมสงบอยางเปนธรรม ๑.๖ เรงฟนฟูความสัมพันธและพัฒนาความรวมมือกับประเทศเพื่ อนบ า นและนานาประเทศ เพื่ อ สนั บ สนุ น การเจริ ญ เติ บ โตทางเศรษฐกิ จ ในภู มิ ภ าครวมกัน โดยเฉพาะการเรงแกไขปญหากระทบกระทั่งตามแนวพรมแดน ผานกระบวนการทางการทูตบนพื้นฐานของสนธิสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวของ และเรงดําเนินการตามขอผูกพันในการรวมตัวเปนประชาคมอาเซียนในป ๒๕๕๘ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตลอดจนการเชื่อมโยงเสนทางคมนาคมขนสงภายในและภายนอกภูมิภาค ๗ 
  14. 14.    ๑.๗ แกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและผูประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟอและราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ๑.๗.๑ ชะลอการเก็บเงินเขากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสําหรับน้ํามันเชื้อเพลิงบางประเภทชั่วคราวเพื่อใหราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลดลงทันที และปรับโครงสรางราคาพลังงานทั้งระบบใหมุงสูการสะทอนราคาตนทุนพลังงาน ๑.๗.๒ จัดใหมีบัตรเครดิตพลังงานสําหรับผูประกอบอาชีพรถรับจางขนสงผูโดยสารสาธารณะในวงเงินที่เหมาะสมกับคาใชจายน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชจริงตอเดือน ๑.๗.๓ ดูแลราคาสินคาอุปโภคบริโภคและราคาพลังงานใหอยูในระดับที่เหมาะสมและเปนธรรมแกผูบริโภคและผูผลิต ๑.๗.๔ แกไขปญหาคาครองชีพโดยการดูแลราคาสินคาและการมีรายไดเพื่อเพิ่มกําลังซื้อสุทธิของประชาชนโดยปองกันและแกไขการผูกขาดทั้งทางตรงและทางออม ๑.๘ ยกระดั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของประชาชน โดยเพิ่ ม กํ า ลั ง ซื้ อภายในประเทศ สรางสมดุลและความเขมแข็งอยางมีคุณภาพใหแกระบบเศรษฐกิจมหภาค ๑.๘.๑ พั ก หนี้ ค รั ว เรื อ นของเกษตรกรรายย อ ยและผูมีรายไดนอยที่มีหนี้ต่ํากวา ๕๐๐,๐๐๐ บาท อยางนอย ๓ ป และปรับโครงสรางหนี้สําหรับผูที่มีหนี้เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งจัดทําแผนฟนฟูอาชีพและแผนการปรับโครงสรางการผลิตอยางครบวงจร เพื่อสรางโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตดวยการมีรายไดที่มั่นคงและสามารถใชหนี้คืน ๑.๘.๒ ดําเนินการใหแรงงานมีรายไดเปนวันละไมนอยกวา๓๐๐ บาท และผูที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายไดเดือนละไมนอยกวา ๑๕,๐๐๐ บาทอยางสอดคลองกับผลิตภาพและประสิทธิภาพของบุคลากร รวมทั้งมีมาตรการเพื่อลดภาระแกผูประกอบการที่ไดรับผลกระทบเพื่อใหแรงงานและบุคลากรสามารถดํารงชีพไดอยางมีศกดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตที่ดี ั ๑.๘.๓ จั ด ให มี เ บี้ ย ยั ง ชี พ รายเดื อ นแบบขั้ น บั น ไดสํ า หรั บผูสูงอายุ โดยผูที่มีอายุ ๖๐-๖๙ ป จะไดรับ ๖๐๐ บาท อายุ ๗๐-๗๙ ป จะไดรับ ๗๐๐ บาทอายุ ๘๐-๘๙ ป จะไดรับ ๘๐๐ บาท และอายุ ๙๐ ปขึ้นไป จะไดรับ ๑,๐๐๐ บาท ๑.๘.๔ ให มี ม าตรการภาษี เพื่ อลดภาระการลงทุน สํ าหรับสิ่งจําเปนในชีวิตของประชาชนทั่วไป ไดแก บานหลังแรกและรถยนตคันแรก ๘ 
  15. 15.    ๑.๙ ปรั บ ลดภาษี เ งิ น ได นิ ติ บุ ค คล ให เ หลื อ ร อ ยละ ๒๓ ในปพ.ศ. ๒๕๕๕ และลดลงเหลือรอยละ ๒๐ ในป พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อสรางความสามารถในการแขงขันของภาคเอกชน ขยายฐานภาษี และรองรับการเขาสูการเปนประชาคมอาเซียนในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑.๑๐ ส ง เสริ ม ให ป ระชาชนเข า ถึ ง แหล ง เงิ น ทุ น สนั บ สนุ นสินเชื่อรายยอย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพใหแกประชาชนผูมีรายไดนอย รวมถึงเพิ่มสวัสดิการของรัฐเพื่อเปนการดูแลสังคมในชุมชน จัดหาแหลงเงินทุนใหแกผูประกอบการและประชาชน โดย ๑.๑๐.๑ เพิ่มเงินทุนกองทุนหมูบานและชุมชนเมืองอีกแหงละ๑ ลานบาท ๑.๑๐.๒ จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยมีวงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ลานบาท ๑.๑๐.๓ จัดตั้งกองทุนตั้งตัวไดในวงเงินประมาณ ๑,๐๐๐ ลานบาทตอ สถาบัน อุ ด มศึ กษาที่รว มโครงการ สนั บ สนุนการสร างผู ประกอบการรายย อ ย เพื่ อ ใหสามารถกู ยื ม เพื่ อ การสร า งอาชี พ ผนวกกั บ กลไกของ “หน ว ยบ ม เพาะวิ ส าหกิ จ ”ในสถานศึกษาโดยมุงใหเกิดวิสาหกิ จนวัตกรรมใหม ที่ จะเปนกลไกใหม ในการขั บ เคลื่ อ นเศรษฐกิจ ๑.๑๐.๔ จัดสรรงบประมาณเขากองทุนพัฒนาศักยภาพของหมูบานและชุมชน (SML) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนจํานวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐๔๐๐,๐๐๐ และ ๕๐๐,๐๐๐ บาทตามลําดับขนาดของหมูบาน เพื่อใหหมูบานบริหารจัดการกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนดวยตนเอง ๑.๑๑ ยกระดับราคาสินคาเกษตรและใหเกษตรกรเขาถึงแหลงเงินทุน โดยดูแลราคาสินคาเกษตรใหมีเสถียรภาพที่เหมาะสม คํานึงถึงกลไกราคาตลาดโลกโดยใช วิ ธี บ ริ ห ารจั ด การทางการตลาดและกลไกตลาดซื้ อ ขายล ว งหน า รวมทั้ ง ผลั ก ดั นใหเกษตรกรสามารถขายสินคาเกษตรไดในราคาสูงเพียงพอเมื่อเทียบกับตนทุน และนําระบบรับจํานําสินคาเกษตรมาใชในการสรางความมั่นคงดานรายไดใหแกเกษตรกร เริ่มตนจากการรับ จํานําขาวเปลือกเจาและขาวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม เกิน รอ ยละ ๑๕ ที่ราคาเกวี ย นละ ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาทตามลํ า ดั บ พร อ มทั้ ง จั ด ให มี ก ารเยี ย วยาความเสียหายของพืชผลจากภัยธรรมชาติใหแกเกษตรกร การจัดทําระบบทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรใหสมบูรณ และการออกบัตรเครดิตสําหรับเกษตรกร ๙ 
  16. 16.    ๑.๑๒ เรงเพิ่มรายไดจากการทองเที่ยวทั้งในและนอกประเทศโดยประกาศใหป พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เปนป “มหัศจรรยไทยแลนด” (“Miracle Thailand” Year)และประชาสัมพันธเชิญชวนนักทองเที่ยวตางชาติเขารวมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลที่จะมีขึ้นในชวงป พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ๑.๑๓ สนั บ สนุน การพัฒ นางานศิ ลปหั ต ถกรรมและผลิ ต ภัณ ฑชุมชนเพื่อการสรางเอกลักษณและการผลิตสินคาในทองถิ่น ๑.๑๓.๑ สนับสนุนภารกิจของมูลนิธิสงเสริมศิลปาชีพในการผลิ ต งานศิ ล ปหั ต ถกรรมอั น ทรงคุ ณ ค า เพื่ อ สร า งงาน สร า งอาชี พ แก ร าษฎรผู ย ากไรใหสามารถพัฒนาเปนชางฝมือดานศิลปะที่มีความสามารถสูงและสรางชื่อเสียงใหกับประเทศ ๑.๑๓.๒ บริ หารจั ด การโครงการหนึ่ ง ตําบลหนึ่ ง ผลิ ต ภั ณ ฑใหมศกยภาพ ดวยการสนับสนุนใหชุมชน วิสาหกิจชุมชนใชทรัพยากรและภูมิปญญาทองถิ่น ี ัผนวกกับองคความรูสมัยใหมเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินคาและบริการ การเขาถึงแหลงทุนและการตลาดเชิงรุกทั้งในประเทศและตางประเทศ โดยสงเสริมใหมีศูนยกระจายและแสดงสินคาถาวรในภูมิภาคและเมืองทองเที่ยวหลักที่เชื่อมโยงกับการทองเที่ยวและการสงออก ๑.๑๔ พัฒนาระบบประกันสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถวนหนา ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เพื่อใหประชาชนทุกคนไดรับบริการอยางมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และเปนธรรม รวมทั้งบูรณาการสิทธิของผูปวยที่พึงไดรับจากระบบประกันสุขภาพตาง ๆ บูรณาการแผนงานของหนวยงานตาง ๆ ที่เกี่ยวของใหสอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน ตลอดจนสงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและคุมคาตอการใหบริการมาใชให แพรหลาย รวมทั้งจัดให มีมาตรการลดปจจัยเสี่ ยงที่มีผลต อสุขภาพและภาวะทุพโภชนาการที่นําไปสูการเจ็บปวยเรื้อรัง ไดแก โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็ง รวมทั้งการเฝาระวังโรคอุบัติใหม และมาตรการปองกันอุบติเหตุจากการจราจร ั ๑.๑๕ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอรแท็บเล็ตใหแกโรงเรียน โดยเริ่มทดลองดําเนินการในโรงเรียนนํารองสําหรับระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ ปการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕ควบคูกับการเรงพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตรบรรจุลงในคอมพิวเตอรแท็บเล็ตรวมทั้งจัดทําระบบอินเทอรเน็ตไรสายตามมาตรฐานการใหบริการในสถานศึกษาที่กําหนดโดยไมเสียคาใชจาย ๑๐ 
  17. 17.    ๑.๑๖ เรงรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีสวนรวมอยางกวางขวาง โดยมีสภารางรัฐธรรมนูญที่เปนอิสระยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม เพื่อวางกลไกการใชอํานาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรม และองคกรที่ใชอํานาจรัฐที่มีความรับผิดชอบต อ ประชาชนและพรอ มรั บ การตรวจสอบ ทั้ ง นี้ ใหป ระชาชนเห็ น ชอบผ า นการออกเสี ย งประชามติทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ในสวนของนโยบายที่ จ ะดําเนิ นการภายในช ว งระยะ ๔ ป ข องรัฐบาลชุดนี้รั ฐ บาลจะดํ า เนิ น นโยบายหลั ก ในการบริห ารประเทศซึ่ ง ปรากฏตามนโยบายข อ ที่ ๒ ถึ งขอที่ ๘ ดังตอไปนี้ ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐ ๒.๑ เทิ ด ทู น และพิ ทั ก ษ รั ก ษาไว ซึ่ ง สถาบั น พระมหากษั ต ริ ยดํ า รงไว ซ่ึ ง พระบรมเดชานุ ภ าพแห ง องค พ ระมหากษั ต ริ ย น อ มนํ า พระราชดํ า ริ ทั้ ง ปวงไวเหนือเกลาเหนือกระหมอม พรอมทั้งอัญเชิญไปปฏิบัติใหเปนรูปธรรมเพื่อใหประชาชนในชาติมีความตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณและจงรักภักดีตอสถาบันพระมหากษัตริยทั้งจะส งเสริมและเผยแพรโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่ อให สั งคมไทยเป นสังคมแหงการรูรกสามัคคี และดําเนินชีวิตอยางพอเพียง ั ๒.๒ พั ฒ นาและเสริ ม สร า งศั ก ยภาพของกองทั พ และระบบปองกันประเทศ ใหมีความพรอมในการพิทักษรักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน แ ห ง ชาติ สนั บ สนุ น ให ก องทั พ มี โ ครงสร า งที่ เ หมาะสมและมี ค วามทั น สมั ยส งเสริ ม กิ จ การอุต สาหกรรมปอ งกั น ประเทศให ส ามารถบูร ณาการขี ด ความสามารถของภาครัฐและเอกชนใหเปนเอกภาพ นําไปสูการพึ่งพาตนเองไดในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณไดเองสนับสนุนสิทธิและหนาที่กําลังพลของกองทัพเพื่อใหเปนทหารอาชีพในระบอบประชาธิปไตยและสามารถผนึ ก กํ า ลั ง กั บ ประชาชนให มี ส ว นร ว มในการรั ก ษาความมั่ น คงของประเทศรวมทั้ ง กํ า หนดเป น บทบาทของทหารในการช ว ยเหลื อ ประชาชน โดยเฉพาะอย า งยิ่ งกรณีเกิดภัยพิ บัติรายแรง ขณะเดียวกั นจะปรับ ปรุ งสวั สดิการของกํ าลังพลทุก ระดับใหมีมาตรฐานการดํารงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ๑๑ 
  18. 18.    ๒.๓ พั ฒ นาและเสริ ม สร า งความร ว มมื อ ระหว า งประเทศส ง เสริ ม ให ก องทั พ พั ฒ นาความสั ม พั น ธ ท างทหารกั บ มิ ต รประเทศ และมี ค วามพร อ มในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพในกรอบสหประชาชาติ พัฒนาความสัมพันธของหนวยงานดานความมั่นคงและกองทัพกับประเทศเพื่อนบาน ทั้งจะแกไขปญหาตาง ๆ กับประเทศเพื่อนบานบนพื้ น ฐานของการสร า งบรรยากาศความไว เ นื้ อ เชื่ อ ใจทั้ ง ภาครั ฐ และภาคประชาชนดําเนินการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนตามหลักฐานพื้นฐานของกฎหมายและสนธิสัญญาที่มีอยูเพื่อมิใหเปนเงื่อนไขของความขัดแยง รวมทั้งสงเสริมความรวมมือกับประเทศเพื่อนบานเพื่อระงับยับยั้งและปราบปรามอาชญากรรมขามชาติและยาเสพติดใหหมดไป ๒.๔ พัฒนาระบบการเตรียมพรอมแหงชาติ โดยเนนการบริหารวิ ก ฤตการณเพื่อ รับ มือ ภั ยคุ ก คามดานต าง ๆ ทั้ ง ที่เกิ ด จากภั ย ธรรมชาติแ ละภั ยที่ ม นุ ษ ยสรางขึ้นที่มากขึ้น โดยมุงระดมสรรพกําลังจากทุกภาคสวนใหสามารถดําเนินงานรวมกันอย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ เพื่ อ ป อ งกั น แก ไ ข บรรเทา และฟ น ฟู ค วามเสี ย หายของชาติที่เกิดจากภัยตาง ๆ รวมถึงใหความสําคัญในการเตรียมพรอมเพื่อเผชิญกับปญหาความมั่นคงในรู ป แบบใหม ใ นทุ ก ด า น ได แ ก ด า นพลั ง งาน ด า นสิ่ ง แวดล อ ม ความมั่ น คงของมนุ ษ ยอาชญากรรมข า มชาติ การกอ การราย และอุบั ติภัย ทั้ง นี้ เพื่ อ ใหมีค วามพรอ มรั บ มื อ กับความเปลี่ยนแปลงของประเด็นปญหาดานความมั่นคงในยุคโลกาภิวัตน ๒.๕ เรงดําเนินการแกไขปญหายาเสพติด องคกรอาชญากรรมการค า มนุ ษ ย ผู ห ลบหนี เ ข า เมื อ ง แรงงานต า งด า วผิ ด กฎหมาย และบุ ค คลที่ ไ ม มีสถานะชั ด เจน โดยการปรั บ ปรุ ง ระบบป อ งกั น และบั ง คั บ ใช ก ฎหมาย รวมทั้ ง กฎหมายการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินอยางเขมงวด ดูแลใหความเปนธรรมและเฝาระวังไม ใ ห เ กิ ด ป ญ หาที่ ก ระทบต อ ความมั่ น คงและความสงบสุ ข ภายในประเทศควบคู ไ ปกั บการจัดการแกไขปญหาสถานะและสิทธิ ของบุคคล ภายใตความสมดุ ลระหวางการรักษาความมั่นคงของชาติกับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน ๓. นโยบายเศรษฐกิจ ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๓.๑.๑ ดําเนินการใหมีการกระจายรายไดที่เปนธรรมใหแกคนสวนใหญของประเทศ และใหเศรษฐกิจสามารถเจริญเติบโตในอัตราสูงอยางมีเสถียรภาพโดยดํ า เนิ น นโยบายเศรษฐกิ จ ที่ ส นั บ สนุ น การกระจายรายได ที่ เ ป น ธรรม และก อ ให เ กิ ด ๑๒ 
  19. 19.   การขยายตั ว ทางเศรษฐกิ จ อย า งยั่ ง ยื น มี ก ารจ า งงานเต็ ม ที่ ระดั บ ราคามี เ สถี ย รภาพระมั ด ระวั ง ความเสี่ ย งจากความผั น ผวนของการเคลื่ อ นย า ยเงิ น ทุ น ระหว า งประเทศโดยการสรางความเขมแข็งและมีประสิทธิภาพของตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศ รวมถึงการสรางความรวมมือในภูมิภาคเพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ๓.๑.๒ สงเสริมใหประชาชนเขาถึงแหลงเงินทุนที่สามารถตอบสนองตอความตองการที่หลากหลายไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม โดยใหเปนทั้งแหลงเงิ น ทุ น แก ผู ป ระกอบการและเป น ช อ งทางการออมของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ มผูมีรายไดนอย รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการดําเนินงานขององคกรทางการเงินชุมชน กลุมเกษตรกร กลุมอาชีพตาง ๆ กลุมวิสาหกิจชุมชน และสหกรณทุกระดับ พรอมกับการพัฒนาความรูพื้นฐานทางการเงินแกประชาชน ๓.๑.๓ พัฒนาระบบสถาบันการเงินในประเทศใหรับผิดชอบตอคนสวนใหญและผูดอยโอกาส สามารถใหบริการที่ตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงของนวั ต กรรมการเงิ น และความต อ งการที่ เ ปลี่ ย นไปตามสภาวะเศรษฐกิ จ และสั ง คมดวยคาบริการที่ต่ําและการบริการที่มีประสิทธิภาพ การสรางเสถียรภาพและความมั่นคงโดยการออกมาตรการที่ จํ า เป น และปรั บ ปรุ ง กฎหมาย กฎระเบี ย บ รวมถึ ง ส ง เสริ มหลักธรรมาภิบาลในระบบการเงิน ปรับปรุงระบบกํากับดูแลใหไดมาตรฐานสากล เพื่อปองกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตอระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ๓.๑.๔ ปรั บ โครงสร า งภาษี อ ากรทั้ ง ระบบเพื่ อ สนั บ สนุ นการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ สรางความเปนธรรมในสังคม สงเสริมการใชทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ และสรางฐานรายไดภาษีที่ยั่งยืนในระยะยาว รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายไดทั้งจากภาษีและที่มิใชภาษี ๓.๑.๕ ส ง เสริ ม และรั ก ษาวิ นั ย การคลั ง โดยปรั บ ปรุ งองคประกอบและโครงสรางงบประมาณใหเหมาะสม มีระบบบริหารความเสี่ยงทางการคลังที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ จั ดลํ าดับ ความสําคั ญ ของงบประมาณรายจา ยให ส อดคล อ งกับ ทิ ศ ทางการพัฒนาและใหเปนพื้นฐานของการพัฒนาในอนาคต สงเสริมบทบาทภาคเอกชนในการรวมลงทุนและดําเนินการในกิจการของรัฐ ตลอดจนสงเสริมองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหมีประสิทธิภาพในการบริหารและจัดการรายไดในทองถิ่นเพื่อลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนจากสวนกลาง ๓.๑.๖ ปรั บ ปรุ ง โครงสร า งของรั ฐ วิ ส าหกิ จ โดยมุ ง เน นประสิ ท ธิ ภ าพการให บ ริ ก าร การบริ ห ารทรั พ ย สิ น ให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด และเร ง ฟ น ฟูรั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ มี ป ญ หาฐานะการเงิ น รวมทั้ ง ปฏิ รู ป ระบบการกํ า กั บ ดู แ ลการลงทุ น และ ๑๓ 
  20. 20.   การดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเปนบริษัทมหาชน เพื่อใหรัฐวิสาหกิจเปนกลไกที่สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรการพัฒนาและการลงทุนของประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพและทันตอความเปลี่ยนแปลง ๓.๑.๗ บริหารสินทรัพยของประเทศที่มีอยูใหเกิดประโยชนและความมั่น คงทางเศรษฐกิ จ ทั้ ง สิน ทรัพ ย ข องภาครั ฐ ตลอดจนทุ นในท อ งถิ่ น ที่ ร วมถึ งภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น วิ ถี ชี วิ ต วั ฒ นธรรม รวมทั้ ง พิ จ ารณาการจั ด ตั้ ง กองทุ น ที่ ส ามารถใชในการบริหารสินทรัพยของชาติใหเปนประโยชน เชน กองทุนมั่งคั่งแหงชาติ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสํารองแหงชาติ และกองทุนความมั่นคงทางอาหาร เปนตน ๓.๒ นโยบายสรางรายได ๓.๒.๑ ส ง เสริ ม การท อ งเที่ ย วจากทั้ ง ภายนอกและภายในประเทศ จัดใหมีการพัฒนาการทองเที่ยวและแหลงทองเที่ยว รวมทั้งหลักประกันความปลอดภัยแกนักทองเที่ยวในภาวะปกติและภาวะวิกฤต รวมทั้งการทองเที่ยวเชิงอนุรักษเชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพและสปา ที่มีคุณภาพและมูลคาเพิ่มสูง ใหมีรายไดจากนักทองเที่ยวเพิ่มขึ้น ๒ เทาตัวในเวลา ๕ ป ๓.๒.๒ ขยายบทบาทใหธุรกิจการเกษตรและอาหารซึ่งเปนแหลงรายไดและการจางงานในประเทศมาเปนเวลานานใหกาวขามไปสูการเปนศูนยกลางการผลิ ต และการค า อาหารคุณ ภาพสู ง เป น ที่ ต อ งการของผู บ ริ โ ภคที่ มี ฐ านะและรสนิ ย มเฉพาะตัว การพัฒนาประเทศไทยใหเปนศูนยกลางตลาดซื้อขายลวงหนาสินคาเกษตรและอาหาร เชน ขาว น้ําตาล มันสําปะหลัง และอื่น ๆ จะทําใหเปาหมายการเปนครัวที่มีคุณภาพของโลกสัมฤทธิผลรวดเร็วยิ่งขึ้น ๓.๒.๓ ส ง เสริ ม และผลั ก ดั น ให อุ ต สาหกรรมพลั ง งานป โ ตรเลี ย มและพลั ง งานทดแทนสามารถสร า งรายได จ ากความต อ งการภายในประเทศรวมทั้งสรางการจางงานใหแกประเทศโดยถือเปนอุตสาหกรรมยุทธศาสตรใหม ๓.๒.๔ ยกระดั บ ความสามารถในการแข ง ขั น และขยายชองทางการตลาดของธุรกิจอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการในประเทศ และธุรกิจวิสาหกิจชุมชนใหเขาสูระบบเศรษฐกิจสรางสรรคในการผลิตสินคาและบริการที่มีคุณคาและคุณภาพสู งซึ่งจะต องสรางคนที่มีฐานความรู ความชํานาญ และความคิดสร างสรรค ตอยอดความรูสู ก ารสร า งนวั ต กรรมจากงานวิ จั ย พั ฒ นา สร า งตราสิ น ค า ใหม จ ากภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ นโดยเฉพาะงานศิลปหัตถกรรม ผลิตภัณฑชุมชน อัญมณี และอื่น ๆ ๑๔ 
  21. 21.    ๓.๒.๕ สงเสริมใหผูประกอบการขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบานซึ่งมีความพรอมทางดานแรงงานและวัตถุดิบเพื่อสรางความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจใหแกประเทศและภูมิภาค ๓.๒.๖ ดึงดูดการลงทุนเขาสูประเทศในสาขาที่เปนการผลิตสินคาและบริการที่มีพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีมีมูลคาสูง เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และมีการถายทอดเทคโนโลยีใหแกคนไทย รวมถึงการลงทุนในการสรางเมืองใหมในพื้นที่ที่เหมาะสม และโครงสรางพื้นฐานสาธารณะ โดยปรับปรุงกฎ ระเบียบ และสภาวะแวดลอมของการลงทุนใหเอื้ออํานวยและดึงดูดนักลงทุน ๓.๒.๗ เสริ ม สร า งกระบวนการสร า งอาชี พ สร า งงานที่มีคุณภาพและมีรายไดสูงใหแกประชาชนอยางทั่วถึง เปนระบบ ในทุกระดับชั้นความรู และสงเสริมใหเกิดความรู ความชํานาญ และความคิดสรางสรรค เพื่อสรางโอกาสในการเขาถึงแหล งเงิ นกู และเงิ นร วมลงทุ นระยะยาว รวมทั้ งจั ดตั้ งกองทุ นต าง ๆ เพื่ อสนั บสนุ นให เกิ ดการผลิต การแปรรูป และการคาอยางทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อใหไดสินคาและบริการที่มคุณภาพ สามารถขายไดในราคาที่ดี ี ๓.๒.๘ ส ง เสริ ม การขยายความเชื่ อ มโยงทางเศรษฐกิ จการคา การลงทุน และการเงิน ภายใตประโยชนรวมกันของกรอบความรวมมือและขอตกลงทางการคาหลายฝาย โดยจัดมาตรการเตรียมพรอมและใหธุรกิจและประชาชนไทยสามารถปรั บ ตั ว เพื่ อ แสวงหาโอกาสใหม แ ละมี ค วามพร อ มรองรั บ ผลกระทบที่ อ าจจะเกิ ด ขึ้ นในทุกภาคสวน ๓.๓ นโยบายปรับโครงสรางเศรษฐกิจ ๓.๓.๑ ภาคเกษตร ๑) ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น ให ส ภาเกษตรกรแห ง ชาติเป นกลไกของเกษตรกรในการสื่อ สารกั บรั ฐบาลและรว มกัน พัฒนาเกษตรกรดวยตนเองตามเจตนารมณของกฎหมาย ๒) เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการผลิ ต พื ช โดยการวิ จั ยและพัฒนาสายพันธุ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อใหไดผลผลิตสูง ตานทานตอโรคและแมลงศั ตรู พื ช สอดคล องกั บสถานการณ การเปลี่ ยนแปลงของภู มิอากาศโลก และถ ายทอดองค ความรู จ ากการวิ จั ย ไปสู เ กษตรกรเพื่ อ ให มี ก ารใช พั น ธุ ดี ใช เ ทคโนโลยี ท่ี เ หมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะการใชปุยตามคุณสมบัติของดินแตละชนิด ทั้งนี้ เพื่อลดตนทุนการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ๑๕ 
  22. 22.    ๓) เพิ่ ม ศั ก ยภาพกระบวนการผลิ ต ด า นปศุ สั ต วใหไดมาตรฐาน ปลอดภัย เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพียงพอกับความตองการภายในประเทศและการสงออก เพิ่มสมรรถนะการควบคุม ปองกัน วินิจฉัย และบําบัดโรค การติดตอระหวางสัตวสูคน การพัฒนาเทคโนโลยีดานชีวภัณฑสัตว และการตรวจสอบคุณภาพ ๔) พั ฒ นาการประมง ทั้ ง ในการเพาะเลี้ ย งและในแหลงน้ําธรรมชาติ โดยก฀

×