อาเซียนศึกษาสำเร็จ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

อาเซียนศึกษาสำเร็จ

on

  • 1,061 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,061
Views on SlideShare
1,017
Embed Views
44

Actions

Likes
0
Downloads
5
Comments
0

3 Embeds 44

http://knpproject255560103.wordpress.com 34
http://jaturapad.wordpress.com 9
http://www.jaturapad.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

อาเซียนศึกษาสำเร็จ Document Transcript

  • 1. โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โครงงานสื่ อออนไลน์ อาเซียนศึกษา ( Asian Studies) เสนอ คุณครูจตุรภัทร ประทุม โดย นายณัฐวัฒน์ พลเยียม ่ นายคเณศ เยาวเสริฐ นายนพพร พลเยียม ่ นางสาวนิภาพร บุระพวง นางสาวเจษฎาภรณ์ ไชยโอชะ สมาชิกในกลุ่มที่ 3 ม. 6/1 โรงเรียนคานาดีพทยาคม ิรายงานนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของ วิชาคอมพิวเตอร์ ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555
  • 2. โครงงาน (ชื่อภาษาไทย) สื่ อออนไลน์ อาเซียนศึกษาโครงงาน (ชื่อภาษาอังกฤษ) Asian studies.ประเภทโครงงาน สื่ อเพื่อการศึกษาชื่อผูทาโครงงาน ้ นายณัฐวัฒน์ พลเยียม ่ นายคเณศ เยาวเสริ ฐ นายนพพร พลเยียม ่ นางสาวนิภาพร บุระพวง นางสาวเจษฎาภรณ์ ไชยโอชะชื่อที่ปรึ กษาโครงงาน อาจารย์จตุรภัทร ประทุมชื่อที่ปรึ กษาโครงงานร่ วม อาจารย์ประภากร กระภูชย ัระยะเวลาดาเนินงาน เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
  • 3. กิตติกรรมประกาศ โครงงานเรื่ องอาเซี ยนศึกษาสาเร็ จลุล่วงได้ดวยความกรุ ณาของอาจารย์ท่ีปรึ กษาโครงงาน ได้แก่ ้อาจารย์จตุรภัทร ประทุม และอาจารย์ในแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ที่ได้ให้คาปรึ กษา แนะนา ชี้แนะในการศึกษาค้นคว้า แนะนาขั้นตอนและวิธีจดทาโครงงานจนสาเร็ จลุล่วงด้วยดี คณะผูจดทาจึงขอกราบ ั ้ัขอบพระคุณเป็ นอย่างสู งไว้ ณ โอกาสนี้ ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ประภากร กระภูชย ที่ให้ความอนุเคราะห์ตลอดจนได้ให้คาปรึ กษา ัแนะนาการจัดทาโครงงานจนประสบผลสาเร็ จ ขอกราบขอบพระคุณ บิดา มารดา ที่ให้กาลังใจในการศึกษาเล่าเรี ยน และสมาชิกในกลุ่มที่ให้ความร่ วมมือเป็ นอย่างดีในการทาโครงงานครั้งนี้จนกระทังประสบความสาเร็ จด้วยดี ่ คณะผูจดทา ้ั นายณัฐวัฒน์ พลเยียม ่ นายคเณศ เยาวเสริ ฐ นายนพพร พลเยียม ่ นางสาวนิภาพร บุระพวง นางสาวเจษฎาภรณ์ ไชยโอชะ
  • 4. บทคัดย่ อ โครงงานฉบับนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของวิชา กิจกรรมศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาความรู ้ ความเข้าใจในการเตรี ยมตัวเข้าสู่ ประชาคมอาเซี ยน คณะ ผูจดทาได้เลือกหัวข้อเรื่ องอาเซียนศึกษาในการทารายงาน เนื่องมาจากเป็ นเรื่ องที่ มีความสาคัญ และ ้ัทุกคนต้องมีความตระหนักในการเตรี ยมความพร้อมด้านการศึกษาหาความรู้ ด้านวิชาการ ด้านภาษา ศึกษาวัฒนธรรมประเพณี ความสาคัญต่าง ๆ ของประเทศในกลุ่มสมาชิกประชาคมอาเซี ยนจากการค้นหาข้อมูลคณะผูจดทาได้มีความรู้ความเข้าใจในการเตรี ยมความพร้อมเข้าสู่ ประชาคมอาเซี ยนเป็ นอย่างมาก ้ั คณะผูจดทาได้ดาเนินการศึกษาโดยสื บหาข้อมูลทางเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ตศึกษาความเป็ นมาในการ ้ัก่อตั้งอาเซี ยน ศึกษาประเทศสมาชิก จากบทความต่าง ๆ ทางสื่ อโทรทัศน์ ผูจดทามีความสนใจในการเตรี ยม ้ัความพร้อมเพื่อเข้าสู่ ประชาคมอาเซี ยนเพื่อการพัฒนาในด้านการเรี ยนการสอนได้เป็ นอย่างมาก จาการศึกษาในเรื่ องอาเซียนศึกษาทาให้คณะผูจดทาได้มีความรู ้ในเรื่ องต่าง ๆได้เป็ นอย่างมาก ได้ ้ัประสบการณ์จากการทางานเป็ นหมู่คณะ และหวังเป็ นอย่างยิงว่าโครงงานฉบับนี้จะมีประโยชน์แก่ผพบเห็น ่ ู้เป็ นอย่างมาก
  • 5. สารบัญ เรื่ อง หน้ากิตติกรรมประกาศ กบทคัดย่อ ขบทที่ 1 บทนา 1ที่มาและความสาคัญของโครงงาน 1วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2ขอบเขตการศึกษา 3ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 4บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 5ความเป็ นมาประชาคมอาเซียน 5-9หลักการพื้นฐานของความร่ วมมืออาเซี ยน 9-10คาขวัญอาเซียน 11สัญลักษณ์อาเซียน 12บทที่ 3 ขั้นตอนการดาเนินงาน 13ขั้นตอนการดาเนินงาน 13เครื่ องมือและอุปกรณ์ 14ตารางปฏิบติกิจกรรม ั 15วิธีการศึกษา 16
  • 6. บทที่ 4 ผลการศึกษา 17ผลการศึกษา 17-19บทที่ 5 สรุ ปผลการศึกษา อภิปรายและเสนอแนะ 20สรุ ปผลการศึกษา 20ประโยชน์ที่ได้รับ 21ข้อเสนอแนะ 22บรรณานุกรม 23คู่มือการใช้งาน 24
  • 7. บทที่ 1 บทนา ทีมาและความสาคัญ ่ ในปั จจุบนประชาคมอาเซี ยนเป็ นเป้ าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซี ยน เพื่อเพิม ั ่อานาจต่อรองและขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซี ยน ในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้านรวมถึงความสามารถในการรับมือกับปั ญหาใหม่ๆในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคอาเซี ยน เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย หรื อ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเป็ นประชาคมอาเซี ยน คือ การทาให้ประเทศสมาชิกอาเซี ยนเป็ นครอบครัวเดียวกันที่มีความแข็งแกร่ งและมีภูมิตานทานที่ดี ้ ดังนั้นคณะผูจดทาจึงได้จดทาโครงงานอาเซี ยน มาประยุกต์ใช้ในสื่ อออนไลน์เพื่อการศึกษา เพื่อ ้ั ัเป็ นสื่ อการเรี ยนการสอนหรื อการนาโครงงานไปใช้งาน และก่อให้เกิดประโยชน์ในชีวตจริ งได้ ิ
  • 8. วัตถุประสงค์1.เพื่อศึกษาประวัติ/สภาพความเป็ นมาของอาเซียน2.เพื่อให้มีความรู้ในเรื่ องอาเซียนศึกษา3.เพื่อเป็ นแนวทางในการนาความรู้ที่ได้คนคว้ามาบูรณาการสาหรับการเตรี ยมความพร้อมเข้าสู่ ประชาคม ้อาเซียน
  • 9. ขอบเขตโครงงาน ่1.ขอบเขตที่วาด้วยเนื้อหาวิชา-การทาโครงงานเรื่ องอาเซียนศึกษาในรายวิชาคอมพิวเตอร์ มีวตถุประสงค์เพื่อให้นกศึกษาได้สืบหาข้อมูล ั ัและมีประสบการณ์ในการทางานด้วยกระบวนการกลุ่ม นาความรู ้ มาร่ วมอภิปรายเพื่อการจัดทาในรู ปเล่มของโครงงาน2.ขอบเขตว่าด้วยเรื่ องระยะเวลาในการทาโครงงาน-ในการทาโครงงานเรื่ องอาเซียนศึกษา คณะผูจดทาได้ใช้เวลาในการดาเนินงานประมาณ 3 เดือน ้ั3.ขอบเขตว่าด้วยเรื่ องสถานที่-ในการทาโครงงานเรื่ องอาเซียนศึกษา คณะผูจดทาได้ใช้ สถานที่ในการสื บหาข้อมูลที่โรงเรี ยนคานาดีพิทยา ้ัคม
  • 10. ประโยชน์ ทคาดว่ าจะได้ รับ ี่1. ได้รับความรู ้ และความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียน2. เป็ นแนวทางในการศึกษาเพื่อเป็ นฐานในการศึกษาขึ้นสู งต่อไป3. เป็ นการเตรี ยมความเข้าสู่ ประชาคมอาเซี ยน
  • 11. บทที่ 2 เอกสารที่เกียวข้ อง ่ ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)ความเป็ นมาประชาคมอาเซียน ยังมีคนอีกมากที่ไม่ทราบว่าประชาคมอาเซี ยนที่กาลังจะเป็ นส่ วนหนึ่งของในชีวตของเรานั้น ิประเทศไทยเป็ นประเทศที่คิดริ เริ่ มในการจัดตั้งสมาคมอาเซี ยน โดยรัฐมนตรี ต่างประเทศของไทยในขณะนั้น (2510) คือ น.อ. (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ ตรงกับสมัยรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติ ขจร เป็ นหัวหน้าคณะนาผูนาจากประเทศสมาชิกอีก 4 ประเทศ ประกอบด้วย มาเลเซีย, ฟิ ลิปปิ นส์, อินโดนีเซีย และ ้สิ งคโปร์ เข้าร่ วมประชุมหารื อ เพื่อกาหนดแนวทางในการจัดตั้งสมาคมอาเซี ยนขึ้น โดยใช้สถานที่บานพัก ้ตากอากาศที่แหลมแท่น ต. บางแสน อ. เมือง จ. ชลบุรี เป็ นที่ดาเนินการประชุม เมื่อวันที่ 6 สิ งหาคม พ.ศ.2510 และมีได้การจัดทาเอกสารข้อตกลงร่ วมกัน เรี ยกว่า ‚Spirit of Bangsaen‛ หรื อ จิตวิญญาณแห่งบางแสน ต่อมาเมื่อวันที่ 8 สิ งหาคม พ.ศ. 2510 ได้มีการลงนามในปฏิญญาก่อตั้งอาเซี ยน ซึ่ งเรี ยกว่า ‚ปฏิญญากรุ งเทพ‛ (Bangkok Declaration) หรื อปฎิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) น.อ.(พิเศษ)ถนัด คอมันตร์
  • 12. อาเซียน (ASEAN) เกิด เวลา 10:50 น. เช้าวันอังคารที่ 8 สิ งหาคม พ.ศ. 2510 / ค.ศ. 1967 ที่กระทรวงการต่างประเทศ วังสราญรมย์ กรุ งเทพมหานคร ราชอาณาจักรไทย ่ ผูต้ งชื่อสมาคมนี้วา สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรื อ อาเซี ยน (ASEAN มาจาก ้ัคาเต็มว่า Association of Southeast Asain Nations) ก็คือ นายอาคัม มาลิค รัฐมนตรี ต่างประเทศอินโดนีเซี ยเหตุผลการจัดตั้งสมาคมอาเซี ยน ในสมัยนั้นภูมิภาคเอเชี ยตะวันออกเฉียงใต้ ขาดความสมัครสมานสามัคคีกัน กล่าวคือมาเลเซี ยกับฟิ ลิปปิ นส์มีความหวาดระแวงกันในเรื่ องของพรมแดนที่เป็ นเกาะและกรรมสิ ทธิ์พื้นที่ทบซ้อน อินโดนีเซี ยก็ยงระส่ าระสายในเรื่ องการเมืองภายใน ส่ วนสิ งคโปร์ ก็เป็ นเกาะเล็กๆ ที่รู้สึกไม่ ั ัมันใจในการล่าอาณานิคมของประเทศมหาอานาจ สาหรับไทยเองก็ไม่มนใจจากภัยการแทรกซึ มของลัทธิ ่ ั่คอมมิวนิสต์ ที่ลามมาจากประเทศเวียดนาม เขมร และลาว อาเซียน (ASEAN) ประกอบด้วย 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย (2510) สิ งคโปร์ (2510) อินโดเนเซีย(2510) มาเลเซีย (2510) ฟิ ลิปปิ นส์ (2510) บรู ไน (2527) เวียตนาม (2538) ลาว (2540) พม่า (2540) กัพชา ู(2542) มีประชากรรวมกันประมาณ 570 ล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจที่โตมาก เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ผูนา ้อาเซี ยนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่ วมมืออาเซี ยน ที่เรี ยกว่า ข้อตกลงบาหลี 2 เห็นชอบให้จดตั้ง ัประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือการให้อาเซี ยนรวมตัวเป็ นชุมชนหรื อประชาคมเดียวกันให้สาเร็ จภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) แต่ต่อมาได้ตกลงร่ นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็ จในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ.2015) เนื่องจากการแข่งขันรุ นแรง เช่น อัตราการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจีนและอินเดียสู งมากในช่วงที่
  • 13. ผ่านมา ในการประชุมสุ ดยอดอาเซี ยนครั้งที่ 14 ที่ชะอา หัวหิน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2552 ผูนาอาเซียนได้ลง ้นามรับรองปฏิญญาชะอา หัวหิ น ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซี ยน (ค.ศ. 2009-2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558ประชาคมอาเซียนประกอบด้ วยเสาหลัก 3 เสา 1.ประชาคมการเมืองและความมันคงอาเซี ยน (ASEAN Security Community – ASC) มุ่งให้ประเทศ ่ในภูมิภาคอยูร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ดวยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มี ่ ้กรอบความร่ วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมันคงทั้งรู ปแบบเดิมและรู ปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมี ่ความปลอดภัยและมันคง ่ 2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี ยน (ASEAN Economic Community – AEC) มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอานวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทาให้ภูมิภาคมีความเจริ ญมังคัง ่ ่และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้เพื่อความอยูดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซี ยน โดย ่ (ก) มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรี ของ สิ นค้า บริ การ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจและการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ าทางสังคมภายในปี 2020 (ข) ทาให้อาเซียนเป็ นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base) (ค) ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซี ยนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่ วมกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซี ยน (ง) ส่ งเสริ มความร่ วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหาภาคตลาดการเงินและตลาดทุน การปะกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม พัฒนาความร่ วมมือด้านกฎหมายการเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝี มือแรงงาน กลุ่มสิ นค้าและบริ การนาร่ องที่สาคัญ ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน คือ สิ นค้าเกษตร / สิ นค้าประมง /ผลิตภัณฑ์ไม้ / ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่ งทอ / ยานยนต์ /อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN) / การบริ การด้านสุ ขภาพ, ท่องเที่ยวและการขนส่ งทางอากาศ (การบิน) กาหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็ นปี ที่เริ่ มรวมตัว
  • 14. ักันอย่างเป็ นทางการ โดยผ่อนปรนให้กบประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียตนาม ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ทา Roadmap ทางด้านท่องเที่ยวและการขนส่ งทางอากาศ (การบิน) 3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซี ยนอยูร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมี ่ความมันคงทางสังคม ่ประโยชน์ ทไทยได้ รับคือ ี่ 1. ประชากรเพิ่มเป็ น 600 ล้านคนโดยประมาณ ทาให้เพิ่มศักยภาพในการบริ โภค เพิ่มอานาจการต่อรองในระดับโลก 2. Economy Scale ยิงผลิตมาก ยิงต้นทุนต่า ่ ่ ่ 3. มีแรงดึงดูดเงินลงทุนที่อยูนอกอาเซี ยนสู งขึ้น 4. สิ บเสี ยงย่อมดังกว่าเสี ยงเดียวผลกระทบได้ แก่ 1. การศึกษาในภาพใหญ่ของโลก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุ นแรง ต้องไม่ให้การเปลี่ยนแปลงนี้มากระชากลากเราไปอย่างทุลกทุเล เราต้องเตรี ยมความพร้อมทันที ตลอดเวลา โดยเฉพาะบุคลากรต้องตามให้ ั ่ทันและยืดหยุนปรับตัวให้รับสถานการณ์ได้ 2. ภาษาอังกฤษจะเป็ นภาษากลางของ ASEAN บุคลากรและนักศึกษา ต้องเพิ่มทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ ให้สามารถสื่ อสารได้ 3. ปรับปรุ งความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ เพื่อลดข้อขัดแย้งในภูมิภาคอาเซียน (ConflictManagement) จึงต้องคานึงถึงการสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่ อง ASEAN ให้มากขึ้น 4. สร้างบัณฑิตให้สามารถแข่งขันได้ใน ASEAN เพิ่มโอกาสในการทางาน ไม่เช่นนั้น จะถูกแย่งงานเพราะเกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน/บริ การอย่างเสรี คณะกรรมการวิชาชีพ สภาวิชาชีพ ต้องเตรี ยมการรองรับผลกระทบนี้อย่างเร่ งด่วน
  • 15. 5. โอกาสในการเป็ น Education Hub โดยอาศัยความได้เปรี ยบในเชิงภูมิศาสตร์ของประเทศไทยแต่ตองเน้นในเรื่ องของคุณภาพการศึกษาเป็ นตัวนา ้ 6. เราต้องการเครื่ องมือในการ Transform คน การเรี ยนแบบ PBL หรื อ Project Based Learningน่าจะได้มีการวิจยอย่างจริ งจังและนามาปรับใช้ ห้องเรี ยนไม่ใช่แค่หองสี่ เหลี่ยมเล็กๆอีกต่อไป ต้องเพิมการ ั ้ ่ ิ ่เรี ยนจากชีวตจริ ง ลงมือทาเป็ นทีม อยูคนละประเทศก็ทาร่ วมกันได้ดวยไม่มีขอจากัดทางด้านเทคโนโลยีการ ้ ้สื่ อสาร ประเด็นนี้ อาจารย์จะสอนได้ยากขึ้น แต่เป็ นผูที่ช่วยให้นกศึกษาสามารถเรี ยนรู ้ได้ แสดงว่า อาจารย์ ้ ัต้องมีความพร้อมมากกว่าเดิมและเก่งจริ งๆ (MRAs) การประชุมสุ ดยอดอาเซี ยนครั้งที่ 9 เมื่อ 7 ตุลาคม 2546ที่บาหลี อินโดนีเซี ย ได้กาหนดจัดทาข้อตกลงร่ วมกัน (Mutual Recognition Arrangements : MRAs)เกี่ยวกับคุณสมบัติของวิชาชีพหลัก แรงงานเชี่ยวชาญ หรื อผูมีความสามารถพิเศษ เพื่ออานวยความสะดวกในการ ้เคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี โดยจะเริ่ มต้นในปี พ.ศ. 2558 ในเบื้องต้น ได้ทาข้อตกลงร่ วมกันแล้ว 7 สาขา คือ 1. วิศวกรรม (Engineering Services) 2. พยาบาล (Nursing Services) 3. สถาปัตยกรรม (Architectural Services) 4. การสารวจ (Surveying Qualifications) 5. แพทย์ (Medical Practitioners) 6. ทันตแพทย์ (Dental Practitioners) 7. บัญชี (Accountancy Services)หลักการพืนฐานของความร่ วมมืออาเซียน ้ ประเทศสมาชิกอาเซี ยนทั้ง 10 ประเทศ ได้ยอมรับในการปฏิบติตามหลักการพื้นฐาน ในการ ั ่ดาเนินงานในเรื่ อง ความสัมพันธ์ระหว่างกัน อันปรากฏอยูในกฎบัตรอาเซี ยนซึ่ งเป็ นกฎหมายสู งสุ ดของอาเซี ยน ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2551 และสนธิ สัญญาไมตรี และความร่ วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia หรื อ TAC) ซึ่งประกอบด้วย
  • 16. - การเคารพซึ่ งกันและกันในเอกราช อธิ ปไตย ความเท่าเทียม บูรณาการแห่งดินแดนและเอกลักษณ์ประจาชาติของทุกชาติ ่ – สิ ทธิ ของทุกรัฐในการดารงอยูโดยปราศจากจากการแทรกแซง การโค่นล้มอธิ ปไตยหรื อการบีบบังคับจากภายนอก – หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่ งกันและกัน – ระงับความแตกต่างหรื อข้อพิพาทโดยสันติวธี ิ – การไม่ใช้การขู่บงคับ หรื อการใช้กาลัง ั – ความร่ วมมืออย่างมีประสิ ทธิ ภาพระหว่างประเทศสมาชิก นอกจากหลักการข้างต้นแล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงช่วงก่อนที่กฎบัตรอาเซี ยนมีผลบังคับใช้ อาเซี ยนยึดถือหลักการฉันทามติเป็ นพื้นฐานของกระบวนการตัดสิ นใจและกาหนดนโยบาย มาโดยตลอด หรื อกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การที่อาเซี ยนจะตกลงกันดาเนินการใดๆ ประเทศสมาชิกอาเซี ยนทั้งหมดประเทศ จะต้องเห็นชอบกับข้อตกลงนั้นๆ ก่อน การที่อาเซี ยนยึดมันในหลัก ‘ฉันทามติ‛ และ ‚การไม่แทรกแซงกิจการ ่ภายในซึ่ งกันและกัน’ หรื อที่ผสังเกตการณ์อาเซี ยนเรี ยกว่า ‘วิถีทางของอาเซียน’ (ASEAN’s Way)ในทาง ู้หนึ่งนั้น ก็ถือเป็ นผลดีเพราะเป็ นปั จจัย ที่ทาให้ประเทศสมาชิกอาเซี ยนซึ่ งมีความแตกต่างกันเป็ นอย่างมากในเรื่ องระบบการเมือง วัฒนธรรมและฐานะทางเศรษฐกิจ มีความ ‚สะดวกใจ‛ ในการเข้าร่ วมเป็ นสมาชิกและดาเนินความร่ วมมือในกรอบอาเซี ยน แต่ในอีกทางหนึ่ง ‚ฉันทามติและการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่ งกันและกัน‛ก็ได้รับการวิพากษ์วจารณ์ในหลายโอกาสว่า เป็ นสาเหตุสาคัญที่ทาให้กระบวน การรวมตัว ิกันของอาเซี ยนเป็ นไปอย่างล่าช้า รวมถึงทาให้อาเซี ยนขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากถูกมองว่ากลไกที่มีอยู่ของอาเซี ยน ล้มเหลว ในการจัดการกับปั ญหา ของอาเซี ยนเองที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกใดประเทศสมาชิก ่หนึ่งได้ อย่างไรก็ดี การยึดถือฉันทามติในกระบวนการตัดสิ นใจ ของอาเซี ยน ได้เริ่ มมี ความยืดหยุนมากขึ้นหลังจากที่กฎบัตรอาเซียน มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 เนื่องจาก กฎบัตรอาเซี ยนได้เปิ ดช่องให้ผูนาประเทศสมาชิกอาเซี ยน พิจารณาหาข้อยุติในเรื่ องที่ประเทศสมาชิกไม่มีฉนทามติได้ ้ ั
  • 17. สั ญลักษณ์ อาเซียน-รวงข้าวสี เหลือง 10 ต้นมัดรวมกันบนพื้นสี แดง ล้อมรอบด้วยวงกลมสี แดง-รวงข้าว 10 ต้นมัดรวมกัน หมายถึง ประเทศสมาชิก 10 ประเทศรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็ นน้ าหนึ่งใจเดียวกัน
  • 18. -สี เหลือง หมายถึง ความเจริ ญรุ่ งเรื อง-สี แดง หมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า-สี ขาว หมายถึง ความบริ สุทธิ์-สี น้ าเงิน หมายถึง สันติภาพและความมันคง ่ (หนึ่งวิสัยทัศน์ ,หนึ่งเอกลักษณ์,หนึ่งประชาคม) (One Vision, One Identity, One community)
  • 19. บทที่ 3 วิธีดาเนินการ ขั้นตอนการดาเนินงาน โครงงานฉบับนี้ผจดทาได้ดาเนินงานตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ู้ ั1. ศึกษาความเป็ นมาและความสาคัญของกาเนิดอาเซี ยน2. วิเคราะห์ขอมูลเพื่อเลือกหัวข้อในการทาโครงงานและนาเสนออาจารย์ที่ปรึ กษา ้3. ปรึ กษาและรับคาแนะนาในการเขียนโครงงานจากอาจารย์ที่ปรึ กษา4. นาเสนอเค้าโครงเรื่ อง สมาชิกในกลุ่มรวบรวมข้อมูลในการทาโครงงาน5. ศึกษารู ปแบบการทาโครงงาน พร้อมการดาเนินการตามขั้นตอนของการทาโครงงาน6. ดาเนินงานการจัดพิมพ์ตามรู ปแบบของโครงงานเพื่อจัดทาเป็ นรู ปแบบโครงงาน7. การนาเสนอร่ างรู ปเล่มโครงงาน8. จัดทาเล่มโครงงานฉบับสมบูรณ์
  • 20. เครื่องมือและอุปกรณ์1. เครื่ องคอมพิวเตอร์ จากการสื บค้นในเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต2. สมุดจดบันทึก พร้อมปากกา3. แผ่นซี ดีเพื่อการบันทึกขั้นตอนต่าง ๆ ในการนาเสนอโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึ กษา4. Flash Drive เพื่อการบันทึกข้อมูล5.http://knpproject255560103.wordpress.com/งบประมาณ - 300 บาท
  • 21. ตารางการปฏิบัตงาน ิ ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษาที่ 2556 ระยะเวลาการดาเนินการที่ กิจกรรม/รายการปฏิบติ ั (เดือน) ผูรับผิดชอบ ้ หมายเหตุ พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ.1 แบ่งกลุ่มในการเลือกหัวข้อเพื่อ 25-30 สมาชิกใน เสนอต่ออาจารย์ กลุ่มและ อาจารย์ที่ ปรึ กษา2 ค้นคว้าหาข้อมูลจากเครื อข่าย 5-25 สมาชิกใน อินเตอร์ เน็ตตามหัวข้อที่กาหนด กลุ่ม ไว้ เริ่ มพิมพ์งานในบทที่ 13 จัดเตรี ยมหาข้อมูลเอกสารที่ 4-28 เกี่ยวข้องกับโครงงาน จัดพิมพ์ สมาชิกใน บทที่ 2 บทที่ 3 และปรึ กษา กลุ่ม สมาชิกภายในกลุ่มเพื่อเตรี ยมผล การศึกษา4 สรุ ปผลและเสนอแนะข้อมูล 3-10 สมาชิกใน พร้อมจัดพิมพ์ กลุ่ม5 ศึกษาข้อมูลและจัดพิมพ์ 12-22 บทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ สมาชิกใน ทาสารบัญ การพิมพ์อางอิงเพื่อ ้ กลุ่ม จัดทาเป็ นรู ปเล่มฉบับสมบูรณ์
  • 22. วิธีการศึกษา1. ศึกษาจากเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต ห้องสมุด เพื่อหาข้อมูลเรื่ องอาเซียนศึกษา2. ศึกษาจากเอกสารอ้างอิง3. ประเด็นการศึกษา- ได้รู้และมีความเข้าใจเรื่ องการเตรี ยมความพร้อมสู่ ประชาคมอาเซี ยน- ได้เห็นถึงความสาคัญในการศึกษาเกี่ยวกับประชาคมอาเซี ยน- มีความรู้และความเข้าใจในเรื่ องอาเซียนศึกษา
  • 23. บทที่ 4 ผลการศึกษา ผลการศึกษา จากการที่ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซี ยนเพื่อทาโครงงาน และหลังจากการที่ได้ศึกษาข้อมูลแล้วผูจดทาได้รับความรู ้ดงนี้ ้ั ั1. ได้รับความรู ้ในเรื่ องการจัดตั้งอาเซี ยนและข้อมูลที่สาคัญเกี่ยวกับอาเซี ยน2. ได้รับความรู้ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน3. ได้รู้จกสัญญาลักษณ์ของอาเซียนและความหมาย ั4. ได้ตระหนักถึงการเตรี ยมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ ประชาคมอาเซี ยนในอนาคตที่จะถึง5. มีความรู้ความเข้าใจในเรื่ อง ธงและสัญลักษณ์ อาเซียน
  • 24. สมาคมประชาชาติแห่ งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations)คาขวัญ‚One Vision, One Identity, One Community‛(หนึ่ งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม)สั ญลักษณ์ อาเซียน‚ต้นข้าวสี เหลือง 10 ต้นมัดรวมกันไว้‛หมายถึง ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ท้ ง 10 ประเทศรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็ นน้ า ัหนึ่งใจเดียวกัน โดยสี ที่ปรากฏในสัญลักษณ์ของอาเซี ยน เป็ นสี ที่สาคัญของธงชาติของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน-สี น้ าเงิน หมายถึง สันติภาพและความมันคง ่-สี แดง หมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า-สี ขาว หมายถึง ความบริ สุทธิ์-สี เหลือง หมายถึง ความเจริ ญรุ่ งเรื อง ่-สานักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) ตั้งอยูที่ กรุ งจากาตาร์-เลขาธิการ : ดร. สุ รินทร์ พิศสุ วรรณ (เริ่ มดารงตาเเหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2551)-ปฏิญญากรุ งเทพ 8 สิ งหาคม พ.ศ. 2510-กฎบัตรอาเซียน 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551-ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษ-พิธีลงนามในปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) หรื อปฏิญญากรุ งเทพฯ
  • 25. -ที่กรุ งเทพฯ เมื่อวันที่ 8 สิ งหาคม 2510
  • 26. บทที่ 5 สรุปผลและข้ อเสนอแนะ สรุปผลการศึกษา ในการจัดทาโครงงานการเตรี ยมความพร้อมเข้าสู่ ประชาคมอาเซี ยน ผูจดทาได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูล ้ั ่จากเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต และข่าวสารจากสื่ อโทรทัศน์ ในการศึกษาครั้งนี้ทาให้ตระหนักได้วาในการเตรี ยมความพร้อมสู่ ประชาคมอาเซี ยน ต้องมีความพร้อมหลายด้านทั้งการศึกษาด้านวิชาการ การศึกษาภาษาเพื่อนบ้าน ศึกษาเรื่ องวัฒนธรรมประเพณี ของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซี ยนซึ่ งผูจดทาได้มีความรู ้เป็ นอย่าง ้ัมาก และคาดว่าจะต้องมีการศึกษาต่อเพื่อได้รับความรู ้เพิ่มเติมและเป็ นการเผยแพร่ ให้ผอื่นได้รับรู ้ดวย ู้ ้
  • 27. ประโยชน์ ทได้ รับ ี่1. ได้รับความรู ้ที่สาคัญเกี่ยวกับอาเซี ยน2. ได้รับความรู ้ความเข้าใจในการเตรี ยมความพร้อมเข้าสู่ ประชาคมอาเซี ยนในด้านต่าง ๆ3. ได้รับความรู้และทักษะในด้านภาษาของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน4. ได้ตระหนักในการทางานเป็ นหมู่คณะอย่างมีจริ ยธรรม
  • 28. ข้ อเสนอแนะ1. ควรจะมีสื่อวีดีทศน์ประเทศเพื่อนบ้านของสมาชิกอาเซียน ั2. ควรมีการจัดนิทรรศการเรื่ องประชาคมอาเซียน3. ควรจะมีการบูรณาการอย่างหลากหลายวิชาตามหัวข้อเพื่อให้ได้ขอมูลที่หลากหลายและมีประสิ ทธิ ภาพ ้ต่อการเรี ยนการสอน
  • 29. บรรณานุกรม-http://203.144.226.201/bhubpha/?p=390- http://203.144.226.201/bhubpha/?p=383- http://www.thaiaec.com/-http://www.lib.ru.ac.th/journal2/?p=3290-กาเนิดอาเซี ยน (2555) สื บค้นจาก http://www.panyathipschool.ac.th. วันที่ 16 มิ.ย. 2555-ประชาคมอาเซียน (2555) สื บค้นจาก http://www.ru.ac.th วันที่ 16 มิ.ย. 2555-สมเกียรติ อ่อนวิมล. (2555) ‚บันทึกหน้าแรกของอาเซียน‛ นิตยสารคู่สร้างคู่สม.ปี ที่ 33 ฉบับที่ 747-749(มิ.ย. 55) หน้า 16-17.ภาพประกอบ-Southeast Asia Maphttp.สื บค้นจาก kanitta04kaewthong.blogspot.com/. วันที่ 30 ส.ค. 2555-คาขวัญอาเชียน.สื บค้นจาก http://joomlas.ru.ac.th/oasc. 30 ส.ค. 2555-ความหมาย ของสัญลักษณ์อาเซียน. สื บค้นจาก http://nenenantana.wordpress.com/2012/08/24/ความหมาย-ของสัญลักษณ์อา/. วันที่ 30 ส.ค. 2555-น.อ.(พิเศษ)ถนัด คอมันตร์ .สื บค้นจาก th.wikipedia.org/wiki/ถนัด_คอมันตร์ . วันที่ 30 ส.ค. 2555เรี ยบเรี ยงโดย จารุ วรรณ ตันวิจิตร ฝ่ ายห้องสมุดวิทยาเขต บางนา
  • 30. คู่มอการใช้ งาน ื-http://knpproject255560103.wordpress.com