Your SlideShare is downloading. ×
النصرانية الأصل والواقع   تايلندي
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

النصرانية الأصل والواقع تايلندي

138

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
138
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ขอเท็จจริงความเปนมา ของศาสนาคริสต เรียบเรียงโดย ดร.มุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ อัสสิฮีม เผยเเผรโดย ตัวเเทนฝายการพิมพ เเละวิจัยดานวิชาการกระทรวงศาสนกิจ ศาสนสมบัติ เผยเเพร เเละเเนะนํา
  • 2. ‫ﺍﻟﻨﺼﺭﺍﻨﻴﺔ‬ ‫ﺍﻷﺼل ﻭﺍﻟﻭﺍﻗﻊ‬ ‫ﻓﻀﻴﻠﺔ اﻟﺪآﺘﻮر‬ ‫ﻣﺤﻤﺪ ﺑﻦ ﻋﺒﺪ اﷲ اﻟﺴﺤﻴﻢ‬ ‫) ﺑﺎﻟﻠﻐﺔ اﻟﺘﺎﻳﻠﻨﺪﻳﺔ (‬ ‫ﻭﻛﺎﻟﺔ ﺍﳌﻄﺒﻮﻋﺎﺕ ﻭﺍﻟﺒﺤﺚ ﺍﻟﻌﻠﻤﻲ‬‫ﻭﺯﺍﺭﺓ ﺍﻟﺸﺆﻭﻥ ﺍﻹﺳﻼﻣﻴﺔ ﻭﺍﻷﻭﻗﺎﻑ ﻭﺍﻟﺪﻋﻮﺓ ﻭﺍﻹﺭﺷﺎﺩ‬ ‫ﺍﳌﻤﻠﻜﺔ ﺍﻟﻌﺮﺑﻴﺔ ﺍﻟﺴﻌﻮﺩﻳﺔ‬
  • 3. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 11 ขอเท็จจริงความเปนมา ของศาสนาคริสตเรียบเรียงโดยดร.มุฮมมัด บิน อับดุลลอฮฺ อัสสิฮีม ั
  • 4. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 22 คํานําผูแปล การสรรเสริญทั้งมวลเปนสิทธิของอัลลอฮฺ ์พระผูเ ปนเจาองคเดียว ผูทรงกลาวยืนยันวา“แทจริงบรรดาผูทกลาววาอัลลอฮฺเปนทีสามของสามองคนั้นไ ี่ ่ดตกเปนผูปฏิเสธ” –ขอความโปรดปรานจากอัลลอฮฺไดมีแกทานศาสดามุฮมมัด  ัศอลฯ ครอบครัว และบรรดาสาวกของทานทั้งหลาย.ขอเท็จจริงและความเปนมาของคริสตศาสนาเปนหนังสือเลมเล็กทีดร.มุฮมมัด ่ ั บินอับดุลลอฮฺอัสสิฮีมไดเขียนขึ้นโดยอางหลักฐานยืนยันจากคัมภีรใบเบิลโด ยเฉพาะเพื่อพยายามลบลางหลักความเชื่อถืออันบิดเบือนของชาวคริสตที่เกี่ยวกับการเทิดทูลและยกฐานะความเปนพระเจาใหแกทานศาสดาอีซา บุตรนางมัรยัม –ขอความเมตตาและความสันติสุขจงมีแดทานทั้งสอง- ซึ่งถือเปนบาปอันมหันตซึ่งอัลลอฮฺไมสามารถใหอภัยได.
  • 5. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 33 อิสลามไมอนุมัติใหเคารพยกยองแกผหนึงผูใดจนเลยเถิด ู ่ดังเชนที่เกิดขึนกับทานศาสดาอีซา อลัย-ฮิสสาลาม (พระเยซู) ้ทั่งๆที่ทานปฏิเสธไมรูเห็นดวยเมื่ออัลลอฮฺทรงสอบสวนพระเยซูในวันอาคิเราะฮฺวา“อีซาบุตรมัรยัมเอยเจาพูดแกผคนกระนันหรือวา ู ้จงยึดถือฉันและแมของฉันเปนพระเจาสององคอ่นจากอัลลอฮฺืเขากลาววามหาบริสุทธิแดพระองค ์ไมพึงที่ฉันจะกลาวในสิ่งที่ไมมีสิทธิ์แกฉน”๕ ั :๑๑๖อัลลอฮฺไดกลาวตอบโตบรรดาชาวคริสตผหลงผิดไวมากมายเ ูชน“ แทจริงบรรดาผูที่กลาววาอัลลอฮฺคือ อัล-มะซีฮฺบุตรมัรยัมนั้นไดตกเปนผูปฏิเสธศรัทธาแลว และอัล-มะซีฮฺไดกลาววา วงศวานอิสรออีลเอยจงเคารพภักดีตออัลลอฮฺ ผูเปนพระเจาของฉันและเปนพระเจาของพวกทานเถิดแทจริงผูใดไดตั้งภาคีแกอัลลอฮฺ 
  • 6. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 44แนนอนอัลลอฮฺจะใหสวรรคเปนที่ตองหามสําหรับเขาและที่พํานักของเขาคือนรก” ๕ : ๗๒“ โอบรรดาผูรบคัมภีรทั้งหลาย ัเพราะเหตุใดพวกเจาจึงสวมความจริงไวดวยความเท็จและปก ปดความจริงไวท้งที่สูเจารูดกันอยู” ๓ : ๗๑ ั ี  และผูใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอืนจากอิสลามแลว  ่ศาสนานั้นก็จะไมถูกรับจากเขาเปนอันขาดและในปรโลกเขาจะอยูในหมูผูขาดทุน ๓ : ๘๕  ทานศาสดาอิบรอฮีมอลัยฮิสสาลามผูเปนตนตระกูลของพระเยซูไมเคยเปนยิวและไมเคยเปนคริสตแตทานเปนผูภกดีตออัลลอฮฺ ัตะอาลาอยางเครงครัดพระองคทรงเปนผูสรางมวลมนุษยทั้งหลาย.ดังนั้นจงเคารพภักดีตอพระองคองคเดียวและอยาตั้งภาคีใดๆสําหรับพระองค
  • 7. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 55หวังเปนอยางยิ่งวาทั้งชาวมุสลิมและชาวคคริสตผแสวงหาสัจธ ูรรมความจริงจะไดรับประโยชนจากหลักฐานขออางอิงเกี่ยวกับพระเยซูคคริสตเปนอยางดี.ขอพระองคอลลอฮฺทรงอภัยแกขาพระองค ั ในขอผิดพลาดทั้งหลาย แทจริงพระองคเปนผูทรงกรุณา ผูทรงเมตตาปรานีเสมอ . แทจริงอัลลอฮฺคือผูประทานความสําเร็จ. อบูยุซรอ อิสมาอีล อะหมัดดวยพระนามแหงอัลลอฮฺ ผูทรงเมตตา ผูทรงกรุณาปรานีเสมอ คํานํา
  • 8. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 66มวลการสรรเสริญทั้งมวลเปนสิทธิ์แดผูทรงมิไดยึดเอาผูใดเปน พระบุตร และไมมีภาคีใดๆสําหรับพระองคในอํานาจบริหารและพระองคไม(จําเปนตอง)มีผูชวย(ซึ่งจะสราง)ความต่ําตอย(แกพระองค) จงกลาวสดุดพระองค ีดวยการสดุดีทยิ่งใหญและความสันติสุขอยางเหลือลน ี่ขาพเจาขอปฏิฏานตนวาไมมีพระเจาอื่นใดที่สมควรแกการเคารพภักดีนอกจากอัลลออฮฺองคเดียวไมมีภาคีใดๆสําหรับพระองคและขาพเจาขอปฏิฏานตนวามุฮัมมัดเปนบาวและรอซูล (ผูสื่อ)ของพระองค. นี่เปนบทความสรุปยอที่สุดขาพเจาปรารถนาที่จะอธิบายชี้ชัดถึงความเปนมาและขอเท็จจริงของศาสนาศลิสต ซี่งขาพเจาไดเขียนมันขึ้นสําหรับชาวคริสตเพื่อพวกเขาจะไดยดถือมั่นเคียงขางสัจธรรมความจริงของหลัก ึความเชื่อที่แทจริงของพวกเขา
  • 9. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 77และเพื่อใหพวกเขาทราบวามันไดเปลี่ยนกลายเปนศาสนาแหงสถานภาพมนุษยชาติจากเดิมที่เปนสาสนแหงพระผูเปนเจาขาพเจาไดนําเสนอโดยอาศัยหลักฐานอธิบายขอเท็จจริงจากคัมภีรเ ตารอฮฺ และอิลญีล (ใบเบิล)เพื่อเปนที่ทราบวาขาพเจาปรารถนาจะชี้แนะถึงขอเท็จจริงและแนะนําความถูกตองแกเขาขาพเจาขอกลาวดวยความชวยเหลือจากอัลลอฮฺตะอาลาวา ความเปนมาของศาสนาคริสต คือสาสนแหงพระผูเปนเจาเชนเดียวกับสาสนอื่นๆของพระองคที่ถูกประทานลงมาเชนสาสนแหงทานศาสดานูฮฺ (โนอา)ทานศาสดาอิบรอฮีม (อับราฮัม) ทานศาสดามูซา (โมเซซ) –ขอความสันติสุขจงมี่แดพวกเขาทั้งหลาย .สาสนแหงพระผูเปนเจาทั้งหลายนั้นตางก็สอดคลองกันในความเชื่อพื้นฐานของศาสนา เชนศรัทธาวาพระผูเปนเจา (อัลลอฮฺ)มีองคเดียว ไมมีหุนสวนใดๆสําหรับพระองค
  • 10. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 88และพระองคไมทรงประสูติ (คือไมมีบุตรธิดา) และ พระองคไมถูกประสูติ (คือไมมีบิดามารดา)และศรัทธาตอบรรดามลาอิกะฮฺ (ทูตสวรรค) – วันสิ้นโลก –กฎกําหนดแหงพระผูทรงสราง ทั่งดีและชัวของมัน – ่และศรัทธาตอบรรดาศาสนาทูตผูสื่อและบรรดาศาสดาโดยไมเคยปรากฏในหนาประวัตศาสตรจากยุคสมัยทานศาสด ิาอดัม – ขอความสันติสุขจงมีแดทาน –จนกระทั่งยุคสมัยศาสดาทานสุดทายมุฮัมมัด ศอลฯเลยวาสาสนแหงพระผูทรงสรางที่ไดถูกประทานลงมานันขัดแ ้ยงกับหลักความเชื่อดังกลาวแตทวาความแตกตางของมันทั้งสองเกี่ยวกับการทําความภักดีในรูปแบบตางๆกิริยาทาทางของมัน-ประเภทสิ่งที่ตองหามและอนุมัติทั้งหลาย  -สาเหตุของมันและนอกจากนั้นเปนบทบัญญัติของพระผูเปนเจา (อัลลอฮฺ)ที่ทรงไดกําหนดแกบรรดาทานศาสดาของพระองคโดยบัญชาใชใหพวกเขานําไปแจงแกชนชาติของทาน.
  • 11. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 99 ดังนั้นศาสนาคริสตจึงเปนศาสนาแหงสาสนของพระผูเ ปนเจา(อัลลอฮฺ) ที่ไดเรียกรองสูการทําความภักดีตอพระผูเปนเจา(อัลลอฮฺ) องคเดียว ปราศจากภาคีหุนสวนใดๆสําหรับพระองคและพระองคไมทรงประสูตและไมถูกประสูติ ิและย้ําถึงศาสนทูตผูสื่อและศาสดาที่พระองคทรงเลือกสรรพวกเขาจากบรรดามวลมนุษยชาติเพื่อเผยแผรสาสนของพระองคตอมนุษยทงปวงเพื่อวามนุษยจ  ั้ะไดไมมีขออางใดๆภายหลังทานศาสนทูตผูสื่อไดถูกสงมายังพวกเขา.คําถามสมมติในตัวของมันคือปจจุบันนี้ศาสนาคริสตยังจะคงหลงเหลืออยูในรูปแบบทีพระผูเปนเจา  ่(อัลลอฮฺ)ไดทรงประทานใหแกบาวและศาสดาผูสื่อของพระอ
  • 12. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 10 10งคอีซา อาลัยฮิสสาลาม (เยซูคริสต) –ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-หรือไม‫؟‬คําตอบสําหรับคําถามนี้คือเราจําตองนําเสนอชี้ชัดถึงขอเท็จจริงของมันในปจจุบันนีและแสดง(เปรียบเทียบ) ้กับสิ่งที่เรานํามาอางอิงจากคัมภีรโตรอฮฺและใบเบิลเกียวกับทา  ่นศาสดาโมเสสและทานศาสดาเยซู –ขอความสันติสุขจงมีแดทานทั้งสองเพื่อดูวาความเปนมาและขอเท็จจริงมันสอดคลองกันหรือเปลา?และตัวบทอางอิงเกี่ยวกับทานศาสดาทั้งสองสนับสนุนหลักความเชื่อที่เปนอยูของชีวิตชาวคริสตหรือไมอยางไร?และสิ่งที่เรานํามายืนยันเกียวกับชีวิตทานศาสดามะซีฮฺ-เยซู – ่ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-ในหนังสือเลมนี้ตรงกับภาพพจนทโบสถคริสตไดวาดไวแกบุ ี่คลิกภาพทานศาสดาเยซูหรือไม?
  • 13. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 11 11ทานจะเห็นวาบุคลิกภาพตามประวัติทกลาวเลามานี้นน ี่ ้ัยากตอสติปญญาและความคิดจะยอมรับไดเลย และจะเปนจริงไปไมไดเลย หลักความเชื่อขอแรกก็คือ๑- ชาวคริสตเชื่อศรัทธาวา ทานมาซีฮฺ – พระเยซูคริสต -เปนบุตรของพระเจา.ไมมีหลักฐานขออางใดๆจากคํากลาวของทานศาสดาเยซู-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-ที่สนับสนุนความเชื่อดังกลาวแตทวาเราจะพบวาทั้งในคัมภีรโตรอฮฺและใบเบิลเต็มไปดวยข อโตแยงตอหลักความเชื่อขอนี้และขัดแยงกันมากดังที่มีปรากฏในคัมภีรใบเบิล บทโยฮานา ๑๙ โองการที่ ๖-๘ วาเมื่อบาทหลวงผูนําโบสถและผูรับใชเห็นเขา พวกเขากลาวรองออกมาวา “ แขวนเขา แขวนเขาบีลาติสจึงไดกลาววา พวกทานเอาตัวเขาไปแขวนเพราะขาไมเห็นวาเขาบกพรองอะไรเลย ชาวยิวกลาวตอบวาเรามีสายลับซึงแจงใหเราทราบวาเขาควรตาย ่เพราะเขาทําตนเปนบุตรพระเจา (อัลลอฮฺ)ทานมัดทายไดเขียนใบเบิลของเขาในบททีหนึ่งโองการทีหนึ่ง ่ ่
  • 14. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 12 12ซึ่งกลาวอางถึงพระเยซู –ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-เขากลาววา (หนังสือที่กลาวถึงเรื่องราวการกําเนิดทานโยชูวามาซีฮฺบุตร ทานเดวิด บุตรทานอับรอฮัม)นี่เปนสายสืบเครือญาติเผาตระกูลซึ่งแสดงใหเห็นวาทานเปนมนุษยและขัดแยงกับขออางที่วาทานทรงคุณลักษณะเปนพระเจาเสมือนขาไดกลาวแกทานวา“เขาไดเรียกขานและใหคุณลักษณะทานมาซิอาวาเปนบุตรพระเจา (อัลลอฮฺ) เหตุนี้เขาจึงถูกเรียกวาบุตรของพระเจา ฉะนั้นขาพเจาจะบอกใหทานทราบวาแทจริงคุณลักษณะนี้ไดมีกลาวไวในคัมภีรของทานโดยใชเรีย กทานศาสดาอืนๆและแจงถึงคุณลักษณะของประชาชาติและเ ่ผาพันธตางๆ มันไมไดถกใชเฉพาะสําหรับทานมาซีฮฺ- ูขอความสันติสุขจงมีแดทาน – เทานั้นเราสามารถยืนยันไดเชนวา คูรูส บทที่๔ โองการที่๒๒บทเพลงสรรเสริญ บทที่ ๒ โองการที่ ๗ และประถมฤกษบทที่ ๒๒ โองการที่ ๙-๑๐ มัดทายบทที่ ๕ โองการที่
  • 15. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 13 13๙ลูกาบทที่ ๓ โองการที่ ๓๘ โยฮานาบทที่ ๑ โองการที่ ๑๒โองการเหลานี้ไดบอกถึงลักษณะพวกเขาวาตางเปนบุตรของพระเจาแตมิไดถูกยกฐานะเชนที่พวกทานไดยกฐานะใหแกทานมะซีฮฺ–ขอความสันติสุขจงมีแดทาน.  ปรากฏเชนกันในคัมภีรใบเบิลโยฮานาบทที่๑โองการที่๑๒ซึ่งไดมีการอธิบายคําจํากัดความบอกถึงคุณลักษณะของ”พระบุตร”วามันมีความหมายวา “ผูที่ศรัทธาตอพระเจา” โดยทานไดกลาววา (สวนบรรดาผูที่ไดพบเห็นเขา เขาไดมอบอํานาจหนาที่ใหแกพวกเขาเพื่อวาพวกเขาเหลานั้นจะไดกลายเปนบุตรของพระเจาคือศรัทธาตอพระนามของพระองค.( ๒. ชาวคริสตมีความเชื่อวาทานมาซีฮฺ-ขอความสันติจงมีแดทาน-เปนเจาคูเคียงพระผูเ ปนเจาใชแตเฉพาะเทานั้นเขายังเปนที่สองของตรีเอกานุภาพที่ศกดิ์สทธิ์ดวย. ั ิ 
  • 16. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 14 14 เมื่อเราเปดดูพื้นฐานในพันธสัญญาใหมโดยละเอียดเราจะพบวาไมมีคํากลาวใดๆของทานมะซีฮฺที่พาดพิงและเรียกรองสูพื้นฐานความเชื่อดังกลาวเลยซึ่งเปนเรื่องคาดไมถึงเลยวาในระหวางหนาพับกระดาษของพันธสัญญาใหมเหลานี้นั้นจะมีตัวบทที่ปฏิเสธความเชื่อนี้ซึ่งประกาศแจงอยางชัดเจนวาไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ทานมาซีฮฺเปนบาว และศาสนทูตของพระองคพระองคทรงสงเขาไปยังเผาพันธอิสราอีลเปนผูยืนยันในคัมภีรเตารอฮฺและอินญีล เราขอนําเสนอตัวบทเหลานีซึ่งสนับสนุนคํากลาวของขาพเจา ้ก. ทานมาซีฮฺ -ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-ไดกลาวไวในใบเบิลบัรนาบาสบทที่๙๔ โองการที่๑วา“แทจริงขาเปนพยานตอหนาชั้นฟาและขาเปนพยานตอทุกสรรพสิ่งที่อาศัยอยูบนพื้นภิพบนีวาขา  ้บริสุทธิ์ตอสิ่งที่พวกเขา –มนุษย-กลาวอางใหแกขาที่วาขายิ่งใหญกวามนุษยเพราะขาเปนเพียงปุ
  • 17. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 15 15ถุชนธรรมดาเปนบุตรของหญิงผูซึ่งจะตองประสพกับกฎกําหนดของพระผูเปนเจา (อัลลอฮฺ)ขามีชีวิตอยูเชนเดียวกับมนุษยอื่นๆ(คือ)ตองประสพกับความทุกขยากตางๆข. ลูกาและกะลีโยบาสไดกลาวยืนยันวาทานมาซีฮฺเปนมนุษยธรรมดาโดยทั้งสองกลาววา“ทุกวันนีไมทราบอะไรเกิดขึ้นกับเรื่องของทานมาซีฮฺ ้ –ผูซึ่งเปนมนุษยผูทรงสัจจะในคํากลาวและการกระทําจากพระผูเปนเจา”ลูกา บทที่๒๔ โองการที๑๙ ดู ลูกาบทที่๗ โองการที่ ๑๙ ่อัครทูตบทที่ ๒ โองการที่ ๒๒ค. คํากลาวของทานมาซีฮฺ-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน“และนี่เปนชีวิตที่ยั่งยืนพวกเขาจําตองทราบวาพระองคทานคือพระผูเ ปนเจาที่แทจริงเพียงองคเดียวและยาซูอฺเปนผูทพระองค ี่ทรงสงเขามา” โยฮานา ๑๗ โองการที่ ๓
  • 18. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 16 16 ทานเห็นแลววาทานมะซีฮฺ –ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-ไดกลาวสาบานยืนยันตอหนาชั้นฟาและสรรพสิ่งบนพืนแผนดิ ้นในตัวบทแรกวาทานบริสทธิ์จากทุกสิ่งที่พวกเขาบอกใหลกษ ุ ัณะแกทานและยกทานเหนือฐานะของความเปนมนุษยนั้นไมใชเพราะอื่นใด? ก็เพราะวาทานเปนมนุษย. ในตัวบทที่สองผูชวยทานมาซิฮฺทั้งสองไดยืนยันวาทานมาซีฮฺเปนผูทรงสัตยในคํากลาวและการกระทําของทานจากพระผูเปนเจา (อัลลอฮฺ) ในตัวบทที่สามหมายถึงการประกาศจุดยืนอยางชัดเจนถึงความยิ่งใหญอนแทจ ัริงของสากลจักรวาลนี้ที่บันดาลความสุขอันยั่งยืนแกเจาของมัน คือการยอมรับรูวาพระเจา (อัลลอฮฺ)ทรงเปนเจาที่แทจริงและเจายอยอื่นจากพระองคคือเจาจอมปลอม มดเท็จทั้งเพ และทานยาซูอฺมะซีฮฺเปนรอซูลศาสดาผูสอของพระองค. ื่
  • 19. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 17 17๓. ชาวคริสตศรัทธาเชื่อวาพระเจาทรงแปลงรางอยูในมนุษย.เมื่อเรานําเอาคําสั่งสอนของทานมะซีฮฺ –ขอความสันติสุขจงมีแดทาน –มาแสดงใหเห็นเปนที่ประจักษเราก็จะพบวาทานไมเคยกลาวถึงเรื่องเหลานี้เลยตรงกันขามทานไดสั่งสอนเกียวกับหลักความเชื่อแหงเอกภาพ ่อันบริสุทธิ์ ปราศจากความเปรอะเปอนของภาคีหุนสวน(ชิรกฺ) ใดๆ ปรากฏชัดเจนจากหลักฐานดังคํากลาวของทานมะซีฮ-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน- ดังนี้ ฺ(จงฟงขาดังนี้ ! ชนชาติอิสรออีลเอย พระผูเปนเจาของเราคือพระเจาองคเดียว) มัรกิซบทที่ ๑๒ โองการที่ ๒๙หากเราเอาหลักฐานทีแสดงใหเห็นในวรรคที่สามมาผนวกเสริ ่มกับหลักฐานนี้ดวยแลวทานก็จะพบความจริงวาหลักฐานอางอิงตางๆที่ถกนํามาจากพระคัมภีรใบเบิลอันบริสุทธิ์ของทานนั้ ู นจะใหการสนับสนุนตอความเชื่อนี้หรือขัดแยงและปฏิเสธมัน?
  • 20. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 18 18๔. ชาวคริสตเชื่อวาพระผูเปนเจา (อัลลอฮฺ)ประกอบขึ้นดวยสามองค ซึ่งเปนที่รจักกันวา ู“หลักตรีเอกานุภาพ ”ความเชื่อดังกลาวขางตนไดทาใหศาสนาคริสตถกแยกออกจาก ํ ูบรรดาศาสนาตางๆที่พระผูเปนเจาทรงประทานมาถามวาคัมภีรใบเบิลไดสนับสนุนในขอนี้หรือโตแยง?หากเราจะไตรตรองจากคําบอกเลาเกี่ยวกับลักษณะทานมะซีฮฺ-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-ที่เรานํามาอางเราก็จะพบวาพื้นฐานแหงสาสนของทานไดเรียกรองสูการมีเอกภาพออกหางจากการเปรียบเทียบกับสรรพสิ่งถูกสรางของพระองคมิใหฐานะความเปนเจาแกอนใดนอกจากอัลลอฮฺ ื่และบรรลุสูการภักดีตออัลลอฮฺองคเดียวทานจงกลับไปพิจารณาถึงหลักฐานตางๆที่ขาพเจาไดนามาแส ํดงใหทานเห็นในวรรคที่สองและที่สาม ในแงหนึ่ง
  • 21. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 19 19ทานจะพบวาสิ่งที่ขาพเจาไดนํามากลาวถึงปราศจากการผสมผสานหรือคลุมเครือแตอยางใด อีกแงหนึ่งชาวคริสตผูบดเบือนกลาวอางวาพระผูเปนเจา ิ (อัลลอฮฺ)มีสามองคอยางเทาเทียมกัน นั่นคือพระบิดาเปนเจาแรกพระบุตรเปนเจาสอง พระวิญญาณบริสุทธิ์เปนเจาสามนี่เปนเรื่องมดเท็จเพราะพวกเขาเชื่อวาพระวิญญาณไดถูกแยกสวนออกจากพระบิดาและพระบุตรในลักษณะเดิมพระเจาสามองคนี้ไมสามารถทีจะเทาเทียมกันไ ่ด และองคที่สามไดแยกออกจากองคที่สองกอนนี้ในขณะที่ทุกองคนั้นมีลกษณะเฉพาะ ัไมสามารถใหคุณลักษณะเชนนี้แกองคอื่นไดพระบิดาจะอยูในฐานะแรกเสมอ  ตอจากนั้นพระบุตรและพระวิญญาณอยูในระดับที่สาม พวกเขาไมเห็นดวยเลยทีจะเปลี่ยนการจัดระดับตรีเอกานุภาพนี้ ่ใหม เชนใหพระวิญญาณอยูในระดับแรกพระบุตรอยูในระดับที่สอง
  • 22. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 20 20และพระบิดาอยูในระดับที่สามทวาพวกเขาถือวาการทําเชนนั้นเปนการปฏิเสธออกนอกศาสนาฉะนั้นความเสมอภาคอยูที่ไหน‫!؟‬ อีกแงหนึ่งการใหคุณลักษณะเฉพาะพระวิญญาณเทานั้นที่บริสุทธิ์แสดงใหเห็นถึงความไมเทาเทียมกัน.๕.ชาวคริสตมีความเชื่อวาทานมะซีฮ- ฺขอความสันติสุขจงมีแดทาน-ถูกพวกยิวนําไปแขวนและสินชีพบนไมกางเขน ้ซึ่งเปนคําสั่งของ บีลาตีส อัล บันตีและคัมภีรใบเบิลไดประกันตอความมดเท็จของความเชือดังกล ่าวนี้ ดังมีปรากฏในคัมภีรของทานวาผูที่ถกแขวนบนไมกางเขนนันคือผูถูกสาปแชง ู ้ มีปรากฏอยูในบทเพลงสรรเสริญบทที่ ๒๒ โองการที่ ๒๓ (เมื่อมนุษยมีความผิดโทษทัณฑของเขาคือความตายฉะนั้นตองถูกฆาแขวนบนไม
  • 23. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 21 21หากศพผูนนไมยึดอยูบนไมใหฝงเขาในวันนั้น ั้เพราะวาคนถูกแขวนนั้นคือคนถูกสาปแชงจากพระผูเปนเจาเพื่อไมใหแผนดินที่พระผูเปนเจาทรงประทานแกเจาไดเปรอะเปอน)ลองพิจารณาดูซิวาพระเจาของพวกทานถูกสาปแชงไดอยางไร?!! นี่เปนตัวบทจากคัมภีรของพวกทาน.  เราพบในคัมภีรใบเบิลอีกทีไดระบุไวในลูกา บทที่  ่๔ โองการที่ ๒๙ - ๓๐วาพระผูเปนเจาทรงไดปกปองรักษาทานมะซีฮฺ-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-จากแผนประทุษรายของพวกยิว.พวกเขาจึงไมสามารถแขวนทานบนไมกางเขนได(พวกเขาเหลานั้นไดนําเขา (คือมะซีฮฺ) ออกนอกเมืองจนกระทั่งนําเขามาถึงเขตแดนแหงภูเขาซึ่งเคยเปนที่ตงเมืองของพวกเขาแลวพวกเขาก็ไดโยนเขาลงไป ั้เบื้องลาง สวนตัวเขาไดเดินผานทามกลางพวกเขาหายไป)ทานโยฮานาไดกลาวในบทที่ ๘ โองการที่ ๕๙ วา
  • 24. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 22 22(พวกเขาไดหยิบกอนหินขึ้นขวางเขาสวนยาซูอฺไดหลบซอนตัวและไดออกไปจากโครงรางทามกลางพวกเขาพนไปเชนนี้) ทานโยฮานาไดกลาวในบทที่๑๐ โองการที่ ๓๙ วา (พวกเขา -ทหารโรมันไดขอรองใหจับตัวเขาดังนั้นเขาจึงรอดพนจากเงื้อมมือพวกเขา)ตัวบทพระคัมภีรดังกลาว  –นอกจากนี้ยังมีอกมาก ี –ไดระบุยืนยันวาพระเจา (อัลลอฮฺ) ไดทรงปกปองทานมะซีฮฺ-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-จากแผนการรายและความเกียจชังของพวกยิวชัว ่ทวายังมีตวบทที่ระบุยืนยันวาพวกยิวไมสามารถทราบถึงบุคลิ ัคภาพของทานมะซีฮฺจึงไดวาจางคนใหนําทางติดตามไลลาหา ตัวเขา ดวยการใหคาจางตอบแทน (ดู มัดทายบทที่ ๒๗โองการที่ ๓-๔) ๔.ทานมะซีฮฺ –ขอความสันติสุขจงมีแกทาน-ไดแจงใหทราบวาพวกฝูงชนไดเกิดมีความสงสัยตอขาวคราวของทานในค่ําคืนที่เกิดเหตุการณรายขึ้น ดังทานไดกลาววา
  • 25. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 23 23(พวกทานทุกคนจะสงสัยในค่ําคืนนี้) มัรกูศ บทที่ ๑๔โองการที่ ๒๗ ฉะนั้นอะไรคือจุดจบของทานมะซีฮฺบนพืนแผนดินนี? ้ ้พระผูเ ปนเจาทรงไดยกทานขึ้นสูเบื้องบนยังพระองคนี่ก็เปนหลักฐานจากพระคัมภีรใบเบิลของพวกทาน (แทจริงยาซูอฺ คนนี้แหละที่ไดถูกยกขึ้นไปจากทานสูชั้นฟา)กิจการอัครทูตบทที่ ๑ โองการที่ ๑๑ และในมัดทายบทที่ ๔โองการที่ ๖ และลูกาบทที่ ๔ โองการที่ ๑๐-๑๑ กลาววา(ไดถูกกําหนดวาพระองคทานทรงไดสั่งใชใหบรรดามลาอิกะฮฺ –ทูตสวรรค อยูกับเขา และดวยมือของพวกเขาไดยกเขา(มะซีฮฺ) ขึ้น.ทานไมเห็นหรอกหรือวาคัมภีรของพวกทานไดนําขอเท็จจริงดังนี้มาเสนออยางไร‫؟‬
  • 26. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 24 24๑) ผูที่ถกแขวนตรึงบนไมกางเขนคือผูถกสาปแชง. ู ู๒)พระผูเปนเจาทรงไดปกปองรักษาทานจากการถูกตรึงบนไมกางเขน๓)ทานมะซีฮไดบอกวาฝูงชนจะเกิดความสงสัยเกี่ยวกับตัวทา ฺนในค่ําคืนนั้น๔)พระผูเปนเจา (อัลลอฮฺตะอาลา) ไดยกทานยังพระองค.ตอนนี้เรามาตังคําถามดูวาอะไรคือสาเหตุและเงื่อนงําของไมก ้างเขนที่ศักดิ์สทธิ์ของชาวคริสตในเมื่อมันเปนเหตุของภัยพิบัติ ิที่มีตอตัวทานมะซีฮฺ –ขอความสันติสุขจงมีแกทาน-ดังที่ทานทั้งหลายเชื่อถือ?มันมิใชเปนการรําลึกถึงอาชญากรรมที่พวกยิวไดกอขึ้นหรือ?มันไมใชสญญานและหลักฐานอาชญากรรมหรือ? ัทานไมเห็นหรอกหรือวาเหตุการณรายแหงไมกางเขนเกียวเนื่อ ่
  • 27. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 25 25งกับทานมะซีฮฺเชนไร?และทําไมทานถึงตองใหความสําคัญเปนพิเศษตอความเชือนี้‫؟‬ ่ หากทานยังจะพึงพอใจอยูกับความเชื่อนี้อีกทานจงตอบดวยความสัตยจริงตอขอซักถามเหลานี้ซิวา‫؟‬ใครเปนผูบริหารกิจการแหงชั้นฟาและแผนดินในขณะทีพระเ ่จาและผูทรงสรางของมันถูกแขวนอยูบนไมกางเขน‫؟‬ทานจะจินตนาการอยางไรถึงการมีอยูของสรรพสิ่งถูกสรางทั้งหลายสามวันโดยปราศจากเจาผูทรงบริหารกิจการและทรงรักษาดูแลมันไวอยางมั่นคง‫؟‬ใครคือผูทรงอํานาจจัดการจักรวาลดวงดาวตางๆที่มันโคจรตามที่พระองคทรงประสงคใครเปนผูประทานเครื่องยังชีพแกชวิตมนุษยและสัตวทงหลาย ี ั้สภาพของการมีอยูจะเปนเชนไรตอเมื่อพระผูอภิบาลของมันอยูในหลุมศพ‫؟‬ใครคือผูใหมนตาย ั และใครคือผูใหชีวิต? พระองคอัลลอฮฺทรงสูงสงยิงกวาที่พวกเขากลาวอาง. ่
  • 28. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 26 26ชาวคริสตเชื่อวาทานมะซีฮฺไดตายบนไมกางเขนทั้งนี้เพื่อปกปองและไถบาปมวลมนุษยชาติที่เปนมรดกตกทอดกันมา.หลักความเชื่อเชนนี้เปนขออางที่ขัดแยงกับหลักตรรกวิทยาและสติปญญามนุษยขัดแยงตอหลักพื้นฐานและตัวบทหลักของพระคัมภีรของพวกทานดังนี้(๑) บิดาจะไมถกลงโทษฆาแทนบุตร ู(๒) ทุกชีวิตจะตองตายดวยบาปกรรมของมัน(๓) ชีวิตที่ผดพลาดจะตองตาย ิ(๔) พระผูเ ปนเจาทรงยอมรับการขอลุหโทษของบรรดาผูกลับตัว.สําหรับหลักฐานตัวบทพระคัมภีรที่ปรากฏตามหลักฐานดังกลาวคือ(๑)บิดาจะตองไมถูกฆาแทนบุตรและบุตรก็จะตองไมถูกฆาแทนบิดา
  • 29. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 27 27มนุษยทกคนจะถูกนําไปฆาดวยความผิดทีเ่ ขาไดกอกรรมขึ้น ุ(บทเพลงสรรเสริญ บทที่ ๒๔ โองการที่ ๑๖)(๒)ในวันนั้นพวกเขาจะไมกลาวภายหลังจากทีบิดาของพวกเขาได ่กินผลองุนวาฟนของลูกๆของเขาเปนภัยรายแตทวาทุกชีวตจะตายดวยบาปกรรมของเขา ิมนุษยทกคนทีกินผลองุนฟนของเขาเองเปนภัย ุ ่(บทเพลงรองทุกขอิระมะยาบทที่ ๓๑ โองการที่ ๒๙-๓๐(๓)และพวกเจากลาววาทําไมเลาบุตรจึงไมแบกภาระบาปกรรมของบิดา สวนบุตรไดกระทําในสิ่งทีถกตองและเทียงธรรม ู่ ่รักษาไวซึ่งกฎขอบังคับ และไดกระทํามัน ชีวิตเขาก็จะยั่งยืนชีวิตใดที่มีบาปก็จะตายจากไปบุตรจะไมแบกภาระบาปกรรมของบิดาและบิดาก็จะไมแบกภาระบาปกรรมของบุตรคุณธรรมก็จะไดแกผูทําความดีงามความชั่วชาก็จะไดแกผูทําความชั่ว (ทําชั่วไดชวทําดีไดด- ั่ ี
  • 30. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 28 28ผูแปล)หากคนชั่วกลับตัวจากบาปกรรมทั้งหลายทีไดกระทําขึน ่ ้และรักษาไวซงกฎขอบังคับ ึ่ไดปฏิบัตตามความถูกตองและเทียงธรรม ชีวิตเขาก็จะยั่งยืน ิ ่ไมตาย การฝาฝนของพวกเขาทุกอยางที่ไดกอกรรมขึ้นจะไมถูกนํามากลาวถึง ในความดีงามของเขา (ฮัซ กียาล บทที่๑๘ โองการที่ ๑๙-๒๒๗ การรัปทานอาหารมื้อสุดทายเมื่อมัดทายและมัรกุตไดเลาเรื่องราวเกี่ยวกับพระกระยาหารค่ําขององคเจาเขาทั้งสองไมไดระบุในเรื่องดังกลาววาเปนคําสั่งใชของทานมะซีฮฺ-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน-ใหกิจการนี้เปนการทําความภักดีทางศาสนาตลอดไปเมื่อกลับไปดูเรื่องนี้ในใบเบิลทั้งสองทานจะพบในสิ่งที่ขาพเจาไดอางถึง.
  • 31. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 29 29แตทวาทานปอลสประสงคท่จะยึดเอาการทําความภักดีนี้ตลอด ีไปทานจึงไดเพิ่มประโยคที่ตอเนื่องขึ้นวา”พวกเจาจะทําใหมันเปนการรําลึกถึงขา”ในเรื่องราวนั้นซึ่งเปนสาสนฉบั้บแรกที่มีไปถึงชาวโกรนิษูส บทที่ ๑๑โองการที่ ๒๔ นี่คือความเปนมาและขอเท็จจริงของศาสนาคริสตเปนขอเท็จจริงที่ขาพเจาประจักษเห็นซึ่งมิไดมีความผูกพันธิใดๆ ์ กับทานมะซีฮ-ฺขอความสันติสุขจงมีแดทาน-นอกจากการอางชื่อโดยปราศจากพื้นฐานทางศาสนาและประวัติศาสตร.
  • 32. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 30 30แตทวาคัมภีรใบเบิลของชาวคริสตไดนําเอาตัวบทที่อางถึงการสืบเชื้อสายถึงทานมะซีฮ–ขอความสันติสุขจงมีแดทาน- ฺซึ่งขัดแยงและปฏิเสธความเชื่อพื้นฐานและการสนับสนุนอันสําคัญยิ่งของศาสนาคริสตมนุษยผูมีสติปญญายอมจะตองหยิ่งในความมดเท็จและหนี้จาก ความโงเงาหวังวาทานจะเปนหนึ่งในบรรดาผูมีสติปญญาเหลานันซึ่งไดผ  ้ละหนี้จากขอเท็จจริงอันขมขื่นนี้และรับเอาความยากลําบากการถูกเหยียดหยาม เพื่อคนหาสัจธรรมความจริง-หลักฐานขอเท็จจริง และความปรารถนาที่จะบรรลุสูความจริง ขาพเจาขอกลาววาขาพเจาจะไมลวงเกินพระคัมภีรของพวกทาน เพราะมันก็มีสิ่งที่แสดงใหเห็นเปนสัจจะและชี้นําทานสูความถูกตองทานมิไดกลาวในคําสวดของทานหรอกหรือวา
  • 33. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 31 31“เพื่อความบริสุทธิ์ของชื่อทาน ทูตสวรรคของทานจะมา”(มัดทาย บทที่๖ โองการที่ ๙-๑๐ )ตราบจนปจจุบันหรือที่ทานไดรอคอยแลวกลาววา “ทูตสวรรคของทานจะมาปรากฏ”ทูตสวรรคนยงไมมาหรือ? ี้ ัหากวาเขาไดถงมาแลวและไดบรรลุตามความประสงคแลว ึทําไมเลาพวกทานจึงไดรองขอดวยถอยคําสวดมนตเชนนี้อีกตอไป.แทท่จริงทูตสวรรคนนไดกําเนิดขึ้นแลวและบรรลุถงดวยการม ี ั้ ึาของศาสดาผูสื่อผูซึ่งทานมะซีฮฺ-ขอความสันติสุขจงมีแดทาน- เคยไดแจงขาวดีไวไดเกิดขึ้นสมจริงแลว เขาจึงกลาววา(บารกอลีตผูซึ่งบิดาของขาจะไดทรงสงเขามาในชวงปลายศตวรรษเขาจะสอนบอกแกเจาทุกอยาง) โยฮานา บทที่ ๑๔ โองการที่๒๖ และทานกลาววา (และเมือไรที่ ่ บารกอลีต-
  • 34. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 32 32ศัพทภาษากรีกแปลวาผูไดรบการสรรเสริญ ัตรงกับภาษาอาหรับวาอะหมัดซึ่งเปนชื่อหนึ่งของทานศาสดามุฮัมมัดศอลฯ-ผูแปล. ผูซึ่งฉันจะสงเขามายังทานจากพระบิดาวิญญาณอันทรงธรรมจากผูซึ่งแยกออก เขาจะเปนพยานใหแกฉัน) โยฮานา บทที่ ๑๕โองการที่ ๒๖และใครเลาทีเปนผูยืนยันแกสาสนของทานมะซีฮฺโดยทําใหมัน บริสุทธิจากสิงที่พวกยิวไดเสริมแตงขึ้นนอกเหนือจากทานศา ์ ่สดามุฮัมมัดศอลฯ‫؟‬ ทานมะซีฮฺไดกลาวดวยวา (แทจริงฉันมีเรื่องมากมายที่จะบอกแจงแกทานแตพวกทานไมสามารถทีจะคาดคะเนไดในขณะนี้ ่สวนเมื่อไรที่เขาคนนั้นวิญญาณอันบริสุทธไดมาถึงเขาจะชี้นําทานสูสัจธรรมความเปนจริงทังหลาย ้เพราะเขาจะไมพดดวยตัวเอง ู แตทวาทุกสิ่งที่ไดยนเขาพูด ิเขาจะบอกใหทานทราบถึงเรื่องราวเหลานี้
  • 35. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 33 33คนนั้นยกยองสรรเสริญขาเพราะเขานํามาจากขาและบอกใหทานรู) โยฮานาบทที่ ๑๖ โองการที่ ๑๒ -๑๔ฉะนั้นทานศาสดามุฮัมมัดศอลคือผูที่ทานมะซีฮฺไดกลาวชี้ถึงเขาคือผูที่ชี้แนะมนุษยสูสัจธรรมความจริงทั้งหลายเพราะเขาก็ไมไดพูดดวยตัวเขาเองเนื่องจากเขาจะไมพูดออกมาดวยอารมณแทที่จริงมันไมใชอื่นใดนอกจากเปนการดลใจจากพระผูเปนเจา. ฉะนั้นมาซิมา ปฏิบัติตามบารกอลีตผูซึ่งทานมะซิฮ- ฺขอความสันติสุขจงมีแกทานไดกลาวชี้แนะไวกับทานและบารกอลีตคนนี้แหละที่ทานศาสดามูซาอลัยฯ (โมเสส) เคยไดบอกแจงขาวดีไวเมื่อทานไดกลาวในบทเพลงสรรเสริญบทที่ ๑๘ โองการที่ ๑๘(ศาสดาไดถูกแตงตั้งสําหรับพวกเขาจากในหมูพี่นองพวกของเ ขา เชนเดียวกับทาน ขาไดทาใหคําพูดของขาอยูในปากของเขา ํฉะนั้นเขาพูดออกมาทุกสิ่งทีขาสั่งเขา)
  • 36. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 34 34พี่นองของเผาชนอิสรออีลคือเผาชนอิสมาอีลและไมมีศาสดาคนใดที่มาจากเผาชนอิสมาอีลนอกจากทานศาสดามุฮัมมัดศอลฯ และทานคือผูที่ทานศาสดามูซา (โมเสส)ไดกลาวถึงวาเขาจะออกมาจาก เชิงเขา “ฟาราน”ดังที่ทานไดกลาวไวใน บทเพลงสรรเสริญบทที๓๓ โองการที่ ่๒(พระเจามาจากไซนาอฺและดานตะวันออกสุดของแสงรัศมีที่เปนประกายจากภูเขาฟาราน. คําวาฟารานก็คือเมืองมักกะฮฺชาวเมือง“ซาละอฺ”ไดวายโคลงกลอนแสดงความปติยินดีตอการมาของเขา.ดังที่อัซอียาอฺกลาวในบทที่๔๒ โองการที่ ๑๑ วา (ชาวซาละอฺจะรองเปนทํานองจากยอดเขาเพื่อปาวประกาศ)ซาละอฺคือภูเขาในนครมะดีนะฮฺสถานที่ซึ่งสาสนแหงทานศาสดามุฮัมมัดศอลฯออกมาปรากฏและรูปปนไดตกอยูใตเทาเขาดูอัซอิยาอฺบทที่ ๔๒ โองการที่ ๑๗สาสนของเขาจะแผไปทัวทุกสารทิศบนแผนดิน ่บรรดามนุษยชาติจะปตยินดีตอเขา ิ
  • 37. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 35 35และบรรดามวลมนุษยชาติผประสานจิตใจนับพันไดเกิดการศรั ูทธา ฉะนั้นทานจงเปนหนึ่งในบรรดาพวกเขาเหลานั้นไดรับชัยชนะของความสุขแหงโลกนี้และปรโลก. จะเปนหนึ่งในบรรดาผูปฏิบัติตามเขาอยางไร?และเพื่อใหทานไดบรรลุถึงสิ่งที่บรรดาสาวกของเขาไดบรรลุมันเปนเรื่องงายหากทานจริงจังทานเพียงแตตองชําระลางและทําความสะอาดเพื่อใหรองรอยอั นไมสถาพรไดหลุดหลนออกไปจากตัวเขาแลวจึงปฏิญานตนวาไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺและมุฮัมมัดเปนบาวและศาสนทูตของพระองครับรูปฏิบัตตามอยางสอดคลองกับความหมายของมัน นั่นคือ ิศรัทธาเชื่อมั่นวาไมมผูใดทีจะเปนองคใหเคารพภักดีไดนอกจา ี ่กอัลลอฮฺและอัลลอฮฺตะอาลาทรงเปนเจาและผูทรงอภิบาลบริการกิจการอยูอยางเอกเทศและมุฮัมมัดศอลฯเปนศาสดาผูสื่อของพระองคฉะนั้นเราจําตองเชื่อฟงปฏิบติตามในสิ่งทีทานสั่งใช ั ่
  • 38. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 36 36เชื่อยืนยันในสิ่งที่ทานนํามาบอกเลาและออกหางจากสิ่งที่ทานไดหามปรามและปฏิญานวาทานอีซา (เยซูคริตส)คือบาวและศาสดาของพระองคและเปนคําดํารัสของพระองคที่ไดทรงมอบแกพระนางมัรยัม(มาเรีย)เปนวิญญาณจากพระองค สวรรคและนรกนันมีจริง ้พระองคคือผูทรงใหผตายฟนคืนชีพจากหลุมศพ  ู เมื่อทานไดบรรลุถึงขั้นนี้ทานก็จะเปนผูหนึ่งที่จะไดรบสวนสวรรคเปนมรดก  ัพรอมกับบรรดาศาสดา ผูทรงสัตยผูเสียชีวิตในหนทางของอัลลอฮฺ และในหมูกัลยาญชน. หากทานประสงคที่จะไดแหลงอางอิงซึ่งจะชี้นําทานไปสูความจริงและทางที่เที่ยงตรงขาพเจาขอมอบรายชื่อหนังสือบางเลมที่บาทหลวงชาวคริตสที่ไดรับทางนําจากอัลลอฮฺตะอาลาไดเขียนขึน้
  • 39. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 37 37พวกเขาไดเขียนในหนังสือดังกลาวนีถึงการแกเผ็ดของชาวคริ ้ตสที่มตอศาสนาอิสลาม ีและสาเหตุที่ทําใหพวกเขาละทิ้งศาสนาคริตสพรอมทั้งหลักฐานอันชัดแจงซึ่งชี้ชัดวาอิสลามคือศาสนาสุดทายที่ยั่งยืน หนังสือเหลานี้คือ(๑) ศาสนาและอาณาจักร โดย อลีบน ริบบิล อัฏอบะรี ิ(๒) คําตักเตือนการศรัทธาและความอื้อฉาวตามแนวทางศริตสศาสนา โดยนัสรบินยะอฺยา อัลมุฏฏอบับ(๓) มุฮัมมัดในใบเบิลเผยแพรทั้งภาษาอังกฤษและอาหรับโดยสํานักงานศาลชะรีอะห ประเทศกาตาร(๔) ใบเบิลและไมกางเขน ทั้งสองเลม โดย เดวิดเบนจามิน กัลดานี ซึ่งเขารับอิสลาม และเรียกชื่อใหมวาอับดุลอะฮัด ดาวูด(๕) มุฮัมมัดในเตารอฮฺ ใบเบิลและ อัล กุรอาน
  • 40. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 38 38(๖) การอภัยโทษทั้งสองระหวางอิสลามและคริตส โดยอิบรอฮีม คอลีล อะหมัด ซึ่งเคยเปนบาทหลวงคริตสชื่อกอนอิสลามของเขาคืออีรอฮีม ฟลบส ิ(๗) อัลลอฮฺ องคเดียว หรือสามองค( ๘) มะซีฮมนุษยหรือพระเจา ทั้งสองเลม โดยมัจดี มัรญาน ฺ(๙) ลับของอิสลาม โดย ฟูอาด อัล ฮาชิมี(๑๐) เสาโดมอันสวางจาในความมืดสนิทของโลก โดยมุฮฺตะดี มุฮัมมัด ซะกียดดีน ุนี่คือดวงดาวแหงความศิริมงคลที่ไดเลือกสรรความจริงเหนือความเท็จ ทางนําเหนือความลุมหลงทานคิดวาทานมีความรูมากกวาพวกเขากระนั้นหรือ?แลวทําไมไมถามตัวทานเลาถึงสาเหตุที่ทําใหพวกเขาเหลานั้นตองละทิ้งศาสนาของพวกเขา
  • 41. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 39 39และประกาศการอพยพสูศาสนาอิสลาม?อะไรคือหลักฐานอันชัดแจงที่ทําใหพวกเขายืนหยัดเคียงขางมัน และมันนําพวกเขาสูทางนําและแสงสวาง. ขาพเจาจะบอกใหทานทราบวามันใชแตเฉพาะกลุมหมูคณะศิรมงคลนี้เทานั้น ิที่ไดละทิ้งศาสนาของพวกเขา และประกาศเขารับอิสลามแตทวาพวกเขาคือผูบนบานอุทิศที่จะดําเนินตามแบบฉบับของ ้ปราชญปุโรหิตแหงคริตสศาสนาที่ไดเขารับอิสลามเขาจะกลาวใหทานทราบถึงการขอแนะนําและการอุทิศพลีนอกจากเขาเหลานียังมีอีกมากเชนกลุมกองคาราวานศรัทธาที่เ ้ราพบเห็นทุกวันไดมุงตรงสูอสลามปาวประกาศวาไมมีพระเจาอื่นใดที่สมควร ิแกการเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮฺและมุฮัมมัดเปนศาสดาผูสื่อของอัลลอฮฺ. สุดทายนี้คอ ื การวิงวอนของเราวามวลการสรรเสริญเปนสิทธิ์แดอัลลอฮฺองค
  • 42. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 40 40 สารบัญ เรื่อง หนา คํานํา ๕ ความเปนมาของศาสนาคริสต ๖ พระเยซูคริสต เปนบุตรของพระเจา ๙ ทานมาซีฮฺเปนที่สองของตรีเอกานุภาพ ๑๑ พระเจาทรงแปลงรางอยูในมนุษย. ๑๔ หลักตรีเอกานุภาพ ๑๕ ไมกางเขน ๒๐ ปกปองและไถบาปมวลมนุษยชาติ ๒๑ พระกระยาหารค่ําขององคเจา ๒๓ รายชื่อหนังสือบางเลมที่บาทหลวงชาวคริตสที่ไดรับท างนําจากอัลลอฮฺตะอาลาไดเขียนขึ้น ๓๐ สารบัญ ๓๓
  • 43. @ขอเท็จจริงความเปนมาของศาสนาคริสต 41 41

×