สงครามโลก ครั้งที่ 2

3,063 views
2,775 views

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
3,063
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
580
Actions
Shares
0
Downloads
23
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

สงครามโลก ครั้งที่ 2

  1. 1. สงครามโลก ครั้งที่ 2 สาเหตุการเกิดสงคราม 1. ความไม่เป็นธรรมของสนธิสัญญา หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศแพ้สงครามเกิดความรู้สึกเสมือนถูก บังคับ ซึ่งชาวเยอรมันเรียกว่า "สันติภาพมัดมือชก" จึงดาเนินการ ฉีกสัญญา ละเมิดข้อตกลง 2. ความแตกต่างของลัทธิการเมือง หลายประเทศฝักใฝ่ประชาธิปไตย ขณะที่อีกหลายประเทศเริ่มศรัทธา ลัทธิเผด็จการ 3. วิกฤตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้แพ้ต้องชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามจานวนมหาศาล เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ว่างงาน 4. ข้อขัดแย้งเรื่องดินแดน และอาณาเขตใหม่ 5. ความไม่สามัคคีของมหาอานาจ ผู้ชนะ ต่างฝ่ายต่างรักษาผลประโยชน์ของตน 6. ความล้มเหลวขององค์สันนิบาตชาติ ที่ตั้งขึ้นเพื่อผดุงรักษาสันติภาพของโลก แต่ไม่ได้มีอานาจอย่าง จริงจัง 7. ญี่ปุ่น ขณะนั้นเป็นประเทศอุตสาหกรรม ประเทศเดียวในเอเชีย ต้องการวัตถุดิบจากแหล่งอื่นเพื่อป้ อน
  2. 2. อุตสาหกรรมโรงงาน ประกอบกับนิยมลัทธิบูชิโด ประเมินตนเองเหนือกว่าทุกชาติในแถบเอเชีย ต้องการ ขยายจักรวรรดิ และเป็นผู้นาของเอเชีย สถานการณ์สงคราม สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เยอรมนีบุกโปแลนด์ ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939 ก่อนที่เยอรมนีจะบุก โปแลนด์ วันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1939 กองกาลังเยอรมนีข้ามพรมแดนทางตะวันออกบุกเข้ายึดเชคโกสโลวา เกีย ต่อมาในวันที่ 22 มีนาคม กองกาลังเยอรมนีบุกยึดเมืองท่าเมเมล ( Mamel ) ของลิทัวเนีย ( Lithuania ) บน ชายฝั่งทะเลบอลติก และในวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1939 เยอรมนีเรียกร้องยึดครองโปแลน์และดานซิก ( Danzing )ดานซิกเป็นแคว้นอิสระจัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ปี 1919 ตั้งอยู่บนอ่าวดานซิก ทางตอนเหนือของโปแลนด์จากการเรียกร้องของเยอรมนี เป็นผลให้ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1939 อังกฤษ และฝรั่งเศสได้ให้คามั่นสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่โปแลนด์หากถูก เยอรมนีรุกรานเมื่อมีการรุกราน อธิปไตยของประเทศต่างๆ ในยุโรป อังกฤษและฝรั่งเศสเห็นความจาเป็นต้องชักชวนรัสเซียเข้าเป็นพวกเพื่อ การถ่วงดุลย์อานาจทางยุโรป แต่ทางด้านเยอรมนีเกรงว่าจะถูกโจมตีสองด้าน เพราะเยอรมนีอยู่ระหว่าง รัสเซียและฝรั่งเศส
  3. 3. เยอรมนีจึงรีบดาเนินการทางการทูตกับรัสเซียตัดหน้าอังกฤษและฝรั่งเศส เป็นผลให้ในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1939 เยอรมนีและรัสเซีย ร่วมลงนามในข้อตกลงไม่รุกรานกัน ปี 1939 ( The Nazi - Soviet Pact or The Nonaggression Pact of 1939 ) กาหนดไม่รุกรานกันหรือวางตนเป็นกลาง ขณะพันธมิตรรุกรานประเทศอื่น ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน 1939 กองกาลังเยอรมนีข้ามพรมแดนตะวันออก บุกโจมตีรุกรานดินแดนทางด้าน ตะวันตกของ โปแลนด์อย่างรวดเร็วถือเป็นการเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 การรบในยุโรป กองกาลังสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายบุกเข้าโจมตีเยอรมนี เริ่มจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1945 เป็นต้นไป และข้าม แม่น้าไรน์ เข้าสู่เยอรมนีได้ในวันที่ 7 มีนาคม 1945 มุ่งเดินทัพเข้ากรุงเบอร์ลินทางตะวันตกในช่วงเวลา เดียวกันนี้ รัสเซียมีชัยชนะสามารถผลักดันกองกาลังเยอรมนีออกจากยูเครน รูมาเนีย บัลกาเรีย ฮังการี และ โปแลนด์ มุ่งเดินทัพเข้ากรุงเบอร์ลินตะวันออกที่กรุงเบอร์ลิน ฮิตเลอร์ มั่นใจว่าเยอรมนีต้องพ่ายแพ้เป็นแน่ กองกาลังสัมพันธมิตรกาลังเคลื่อนเข้าสู่กรุงเบอร์ลิน และเกรง ต้องรับโทษขั้นรุนแรงในฐานะอาชญากรสงครามจึง ฆ่าตัวตายในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1945 กองกาลังสัมพันธมิตร ยึดกรุงเบอร์ลินได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 เป็นผลให้กองกาลังเยอรมนีใน ออสเตรีย เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และ อิตาลี ยอมจานน ฝ่ายมุสโสลินีถูกพรรคพวกจับได้และถูกฆ่าตาย ใน
  4. 4. วันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 รัฐบาลใหม่ของเยอรมนียอมจานนโดยไม่มีเงื่อนไขต่อผู้บังคับบัญชากองกาลัง สัมพันธมิตร คือ นายพล ดีไวท์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 ถือว่าเป็นวันสิ้นสุดการรบ ในยุโรป การรบในเอเชีย-แปซิฟิก ต้นปี ค.ศ. 1945 การรบเป็นไปอย่างดุเดือดเมื่อกองกาลังสัมพันธมิตรเคลื่อนเข้าใกล้หมู่เกาะ ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นได้ ทาการต่อต้านอย่างแข็งกร้าวดุดันด้วยหน่วยพลีชีพ ปรากฎเด่นชัดในเดือน มีนาคม ค.ศ. 1945 เมื่อกองกาลัง สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่เกาะโอกินาวา ทหารอเมริกันบาดเจ็บและเสียชีวิตแปดหมื่นคน สหรัฐฯ ยุติการทาสงครามในภาคพื้นทวีปเอเชีย โดยการใช้ระเบิดปรมาณูกับญี่ปุ่นเนื่องมาจาก สงครามใน เอเชียและแปซิฟิกยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน นับแต่วัน ที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.1941 - 6 สิงหาคม 1945 อีกทั้งญี่ปุ่นเองยังคงยืนยันอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ว่าจะคงทาสงครามต่อไป จนกว่าจะชนะ และต้องการรักษาชีวิตของทหารอเมริกันซึ่งเป็นกองกาลังหลักต้านทานการรบด้วย หน่วยพลี ชีพของญี่ปุ่นสร้างความเสียหายอย่างมากต่อกองกาลังอเมริกัน การใช้ระเบิดปรมาณูจะช่วยรักษาชีวิตทหาร อเมริกันได้ถึง 250000 คน และคณะนายทหารอเมริกันนาโดยรัฐมนตรีกระทรวงสงคราม คือ เฮนรี เอล. สตีมสัน ให้การสนับสนุนเห็นสมควรใช้ระเบิดปรมาณูเพื่อปราบปรามญี่ปุ่นขั้นทาลายล้าง เด็ดขาดเพื่อ บังคับให้ญี่ปุ่นยอมจานนโดยไม่มีเงื่อนไข
  5. 5. เช้าวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เวลา 8.15 น. ระเบิดปรมาณูลูกแรกถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมา บนเกาะฮอนชู แรงระเบิดสร้างความเสียหายครอบคลุมพื้นที่สี่ตารางไมล์ คนบาดเจ็บและตายกว่า 135000 คน ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1945 รัสเซียประกาศสงครามกับญี่ปุ่นและเคลื่อนกองกาลังรัสเซียเข้าแมนจูเรีย ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น ทาลายขวัญและกาลังใจของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เพื่อบีบบังคับให้ญี่ปุ่นยอม จานนยุติสงคราม Harry S. Truman ประธานาธิบดี ทรูแมน ( ประธานาธิบดี รูสเวลท์เสียชีวิตในวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1945 มี ผลให้รองประธานาธิบดี คือ ฮา ร์รี เอส. ทรูแมน Harry S. Truman เข้ารับตาแหน่งประธานาธิบดีลาดับที่ 33 ของ สหรัฐอเมริกา )ตัดสินใจสั่งทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สองในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ที่เมืองนางาซากิ บนเกาะคิวชู
  6. 6. สร้างความเสียหายอย่างมากเป็นครั้งที่สองแก่องค์ จักรพรรดิฮิโรฮิโต เรียกร้องให้คณะรัฐบาลญี่ปุ่นยอม จานนโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อรักษาชาติพันธุ์ ญี่ปุ่น เป็นผลให้ในวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เป็นวันยุติการรบ ในเอเชียแปซิฟิก การลงนามอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 บนดาดฟ้าเรือรบมิสซูรี ในอ่าวโตเกียว เป็นการ เสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้สมรภูมิรบสามทวีปสองมหาสมุทร คือ ในทวีปยุโรปและมหาสมุทรแอตแลนติก เริ่มการรบในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939 ยุติในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 ในทวีปแอฟริกาเริ่มการรบในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1940 ยุติในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1943 ในทวีปเอเชียและมหาสมุทรแปซิฟิกเริ่มการรบในวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.1941 ยุติในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945 โดยฝ่ายสัมพันธมิตร 57 ชาติเป็นผู้มีชัยชนะ ฝ่ายอักษะ นาโดย เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลก ครั้งที่ 2
  7. 7. การยุติการรบ ในเอเชียและแปซิกฟิก การรบในเอเชียยุติในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นยอมจานนโดยไม่มีเงื่อนไข ผลของสงคราม ประชากรโลกเสียชีวิตเป็นจานวนมาก กล่าวคือ ทหารอเมริกันเสียชีวิต 4 แสนนาย ทหารรัสเซียเสียชีวิต 20 ล้านนาย ทหารโปแลนด์เสียชีวิต 5.8 ล้านนาย ทหารเยอรมนีเสียชีวิต 4.5 ล้านนาย ทหารญี่ปุ่นเสียชีวิต 2 ล้านนาย ทหารในกลุ่มประเทศยุโรปรวมเสียชีวิต 35 ล้านนาย สงครามก่อให้เกิดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากสงครามประเทศต่างๆ ต้องหันกลับมาพัฒนา ประเทศของตนให้กลับสู่สภาพเดิม และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันประเทศต่างๆ พยายามที่จะหลีกเลี่ยงสงคราม แต่ก็จะหันมาแข่งขันพัฒนาทางด้าน เทคโนโลยี ในด้านต่างๆ ให้มีความทันสมัยเหนือนานาประเทศ

×