Your SlideShare is downloading. ×
2013 07-28 12-22-07-0.779627
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

2013 07-28 12-22-07-0.779627

207

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
207
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ครูวิจัย..ผูสรางการเรียนรู โครงการครุวิจัย สกว. ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร อ.หาดใหญ จ.สงขลา 90112 โทรศัพท/โทรสาร : 074-287207, 074-446523 H/P : 081-5402587, 081-5412578 Website : http://kruvijai.wordpress.com E-mail : kruvijai.trf@gmail.com
  • 2. ชื่อหนังสือ : ครูวิจัย...ครูผูสรางการเรียนรู ผูเขียน : ไพโรจน คีรีรัตน ขวัญฤทัย วงษสวัสดิ์ สวรรยา พรวิบูลภาค นราพร อาษาพันธ พิมพครั้งแรก : ตุลาคม 2553 ผูพิมพ : โครงการครุวิจัย สกว. ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร อ.หาดใหญ จ.สงขลา 90112 E-mail : kruvijai.trf@gmail.com Homepage : http://kruvijai.wordpress.com Tel/Fax : 074-446523, 074-287207 Mobile : 081-541278, 081-5402587
  • 3. คํานํา โครงการครุวิจัย สกว. - การเรียนดวยกระบวนการวิจัย 1 - ศูนยพี่เลี้ยง 6 ศูนย 2 - ผลการสังเคราะหโครงการครุวิจัยป 2553 4 - การศึกษาผลการรวมโครงการครุวิจัย ป 2553 7 เรื่องเลาประสบการณจัดการเรียนรู ไดประสบการณตั้งชุมนุมอนุรักษ จัดคายแกนนํา และเครือขายครู... จักรายุทธ พลทะสอน 11 จัดตั้งชุมนุมนักวิทยาศาสตรรุนเยาว... จิตรา สอนพงษ 12 จัดแสดงซากดึกดําบรรพ... วุฒิศักดิ์ บุญแนน 13 พบกระบวนการเรียนรูสําหรับนักเรียน... อมฤทธิ์ พิณพาทย 14 เปนวิทยากรธรณีวิทยา... กาญจนา โปะประนม 15 สอนนักเรียนสรางสรรคจิตนาการ... นรินทร ผิวทอง 16 จัดทัศนศึกษาแหลงเรียนรู... ณรงคฤทธิ์ ประเสริฐสุข 16 สอนซากดึกดําบรรพในชีววิทยาเรื่องวิวัฒนาการ... เจษฎา นาจันทอง 17 ดอกไมไรคา…แตสรางการเรียนรูอยางมหันต... อรนุช เสียงดัง 18 ทําโครงงานวิทยาศาสตร... อรัญญา หมอกไชย 18 ซึมซับการวิจัยปรับเปลี่ยนวิธีสอน... สมจิต ผอมเซง 19 ไดวิธีสืบเสาะความรู ถายทอดใหลูกศิษย... นิกร สีกวนชา 20 กอตั้งชมรมอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร... สาโรจน ทองนาค 21 วิจัยในชั้นเรียน... ฐิติสิทธิ นิลโสม 22 ตั้งพิพิธภัณฑ ดิน หิน แร ในหองเรียน... ยุพิน ขันธวิชัย 23 นํานักเรียนออกนอกหองเรียน... มินตรา มีสงา 24 ชุมนุมนักสืบ และนักวิจัยนอย... รุงทิพย สุกใส 25 สื่อการสอน: ฟอสซิลและหิน... ทวีทรัพย โพธิสมภาร 26 ชมรมวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม... กมลรัตน วงศรักษา 27 เรื่องเลาของครูเปยก... กิตติชัย บุษราคัม 28 สอนวิทยาศาสตรแบบเชื่อมโยงความสัมพันธของธรรมชาติรอบตัว ... นวลจันทร มัครินทร 29 สารบัญ เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว จ.กาฬสินธุ กรมทรัพยากรธรณี เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแกน จ.ขอนแกน
  • 4. ไดขุมพลังแหงรู สรางสรรคความงามผานกิจกรรมโรงเรียน... คนึงนิจ ณ นาน 30 ใชการทําโยเกิรตเปนโครงงาน... ศิรประภา สุรชน 31 ไดใชเทคนิครวมทํากับลูกศิษย... จตุรงค กมลเลิศ 32 การจัดการเรียนรูแบบโครงงาน ... ผอ.ชูศรี กาญจนวงศ 34 ตั้งชุมนุมพฤกษศาสตร ... นภาภรณ สมสะอาด 36 เปลี่ยนทรรศนะของครูและนักเรียน ... บังออน จุลพล 37 ฝกทําวิจัยชวยสรางการเปลี่ยนแปลงในวิธีการสอน ... ปยรัตน พิมพสวัสดิ์ 38 สอนโครงงานและอนุรักษสิ่งแวดลอม... พรทิพย รินไธสง 39 จุดประกายความคิดในการทําโครงงาน... พัชนุช แสนกัน 40 มุมมองที่เปลี่ยนไปกับการนําวิจัยมาใชในการเรียน... เมธาวี สายสิน 41 ไดประยุกตใชการเรียนการสอน และประเมินเด็กได... วราพร โยธาภักดี 42 สอนนักเรียนทําโครงงาน... สุคนธ จารุสาร 43 พัฒนาการสอนสิ่งแวดลอม... จรูญลักษณ แสนพิสาน 47 นํานักเรียนไปศึกษานอกหองเรียน... อรทัย นิติพงษอนุพร 48 เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จ.ชลบุรี จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จากครุวิจัยสีชังมาสู รร.ประโคนชัยพิทยาคม จ.บุรีรัมย... นิพนธ ประทุมวงค 49 สอนกลุมสาระภาษาตางประเทศดวยกระบวนการวิจัย... ณาตยา อุทยารัตน 50 โครงงานวิจัยเชิงบูรณาการ... เบญจนา กลอมแกว 50 เรื่องเลาประสบการณสูการปฏิบัติจากโครงการ ครุวิจัย’ 53... วัชรินทร จันทิมา 51 เรื่องเลาจากโครงการ ครุวิจัย’ 53 สูการปฏิบัติ... จันทนา สุปนะ 52 เลาประสบการณการนําทักษะกระบวนการวิจัยไปใชในหองเรียน... ธีระรัตน อุบลรัตน 53 จากการเรียนรูวิทยาศาสตรทางทะเลสูหองเรียน... ปยา รพีธรรม 54 สื่อและนวัตกรรม... สุภาพร หินนอย 55 ทําตูอบแหงไดเอง... กฤตินันท สอวิหค 57 ไดกระบวนการคิด... กิตติชัย ปญญารมย 57 กระบวนการฝกการคิดที่เปนระบบ... ธีรวัฒน บุรวิศิษฐ 58 เปลี่ยนมุมมองของ...การจัดการเรียนรู... นิตยา อุดทาคํา 59 สรางชุมนุมยุววิจัย... ไพศาล วงคกระโซ 60 พลัง(งาน) มิเคยสูญหาย: จัดการเรียนรูแบบสงเสริมการทํางานเปนกลุม... ฟูซียะห เจะกา 61 กระตุนนักเรียนทําโครงงาน... รัชนีกร นําชัย 62 สื่อการสอนเตาแกสชีวมวล... รุงคราญ วิริยัง 63 ไดกระบวนการสอนทําโครงงาน... วรรณกร กุลศรี 64 เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร จ.สงขลา
  • 5. ประดิษฐเครื่องอบแหงสอนนักเรียน... สมาแอ กาเซ็ง 65 ไดแนวทางพัฒนาและอุทิศตน... สลิลลา ชาญเชี่ยว 66 เรียนรูพลังงานลม... สุภาภรณ เสารสิงห 67 รูจักตั้งคําถามและสอนวิเคราะหขอมูล... อัจฉรียา นารีวงศ 68 การเรียนการสอนบนหลักการวิจัยไดสรางจิตสํานึกใหม... ภัชรินทร เลิศบุรุษ 69 ไดปุยหมักแทนกาซชีวภาพ และครูในโรงเรียนเปลี่ยนไป... อําไพ กลับทับลังค 70 ฝกลูกศิษย ... สิรภพ กาฬสุวรรณ 71 มุมมองเปดกวางและรูจักตัวเอง... รณภบ สําเภาทอง 72 ไดเรียนวิจัย: ไดประสบการณแปลกใหม... ยุทธศาสตร ฮาดดา 73 สื่อการสอนเรื่องไบโอแกส... จรูญ อินเอก 74 ประยุกตใชสอนเรื่องเซลล... สุนันทา สุวรรณะ 75 สอนแบบผูเรียนสรางความรูไดดวยตนเอง... ดวงแข เพชรเรือนทอง 76 พาครูสอนแบบโครงงาน... เฉลิม ปานมา 77 ใหนักเรียนทํากาซชีวภาพจากเศษอาหารกลางวัน... ธีระพันธ จุลแกว 78 ใชสอนและฝกกระบวนการ... ไพบูรณ วิมลรัตน 79 ผสานกาซชีวมวลกับหนวยการเรียนรูความรอนและของไหล... สุริยะพร นาชัยเงิน 80 เรื่องเลา...หลังกลับสูโรงเรียน... นพกนก รองรัตน 80 จากประสบการณวิจัยสูการเรียนรูแบบโครงงาน... อนุจิตร จันทรศรี 81 สอนเด็กประถมทําโครงงาน... ศิริขวัญ จันทรมณี 82 จากแดนใตสูเวทีความรูที่ราบสูง... ไสว ทองอินทร 83 ไดเทคนิคจัดกิจกรรมการสอน... ซูเฟยน ยูโซะ 85 หาคําตอบจากคําถาม ทําไม... ศักดิ์ระพี ทองหนูนุย 86 เลาใหเพื่อนครูฟง... สาโรจน สังขทอง 87 ความรูจากฝกทําวิจัย.....ถายทอดสูเด็ก... ถาวร หนูสุข 88 การเรียนวิทยาศาสตรไมใชการเรียนจากหนังสือ... ยงจิตร ศิลาพิมพ 89 การใชปญหาเปนฐานแหงการเรียนรู... พุทธพงษ พงษพวงเพชร 90 การพัฒนาการคิดสูการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร... สุทิน ฝาย 91 การขึ้นรูปเครื่องแกงคั่วกลิ้ง... วารุณี ธรรมขันธ 91 บูรณาการความรูที่ไดกับอาหาร... สุธีปกา หมื่นชนะ 92 ไดรูกระบวนการและสนับสนุนลูกศิษยทําโครงงาน... ศิริพร สุคนธ 93 ครูกับการเรียนรู... ยุพาพรรณ วรรณสาย 94 ประสบการณสูงานวิจัยในโรงเรียน... รัชนี มุงวัฒนกุล 95 ฝกทําวิจัย นําไปใชกับการสอนคณิตศาสตร... พิรุณพร อินถา 96 เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร จ.สงขลา
  • 6. เครื่องแกงสมภาคใต…เปนถั่วเหลืองแมฮองสอน... นฤนาท วัฒนวงษ 97 บทความประสบการณครุวิจัย... วรลักษณาวลัย ยงสืบชาติ 98 จากการฝกสูการปฏิบัติจริง... อุษณี ขุนจันทร 99 สิ่งที่เรียนรูจาก มอ. กับการรอ ของเด็กดอย... บรรเจิด ถาบุญเรือง 100 "ความรูจากหอขนม"... ณัฐพงศ มนตออน 103 สิ่งที่ไดนําความรู ประสบการณที่ไดรับจากโครงการฯ ไปใช... สุธารัตน อนุกูลประเสริฐ 103 ชุมนุมรูรักษบึงโขงหลง... สุทธิรัตน ศรีสงคราม 104 ตัวแทนศูนยฯ ไปแขงขั้นในระดับเขตการศึกษา... สุมาลี สังเกิด 105 การนําความรูจากการอบรมครุวิจัย กลับไปใชในโรงเรียน... เกศินี อินถา 105 ความรูจากการอบรม...สูการใชงาน... วีระศักดิ์ วัฒนราช 106 หลังจากไดเขารวมโครงการครุวิจัย... จรัสพงษ มูลใจ 108 การเปดโลกกวางดวยโครงงานกับนักเรียนในชนบท... เกษมศักดิ์ ดอกผึ้ง 109 ประสบการณที่กลับมาจากอบรม “ครุวิจัย53”... ชัยเรือง ไชยคลัง 109 ลอมวง(เลา)...ชาว “We Kru 2” ... อรุณนภา คําแอ 110 การทดลองใชประสบการณการวิจัย... จรรยา ศักดิ์ดา 111 จุดสิ้นสุด…ของการเริ่มตน: สอนโครงงานวิทยาศาสตร... กอบวิทย พิริยะวัฒน 112 ครู..โครงการครุวิจัย สกว. รายชื่อครูฝกอบรมครุวิจัย สกว. ป 2549 - ป 2553 115 เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยนวัตกรรมและการจัดการเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยา เขตพระราชวังสนามจันทร จ.นครปฐม
  • 7. โครงการครุวิจัย สกว.
  • 8. - 1 - 1. การเรียนดวยกระบวนการวิจัย การวิจัย เปนกระบวนการที่เริ่มดวยคําถามหรือปญหาที่สงสัย จึงกระตุนใหอยากรู ดวยการ ออกแบบ (คนควา เสาะหา และทดลอง) เพื่อใหไดขอมูลและหลักฐาน ที่เพียงพอสําหรับการทําความ เขาใจ ที่จะสรุปเปนความรู ผูทําวิจัยรูยังไมพอ ตองทําใหผูอื่นรูดวย เพื่อชวยตรวจสอบความถูกตอง โครงการครุวิจัย เปนโครงการสนับสนุนทุนฝกทําวิจัยอยางเขมขน 1 เดือนเต็ม ที่ศูนยพี่เลี้ยง ซึ่ง มี 6 ศูนย โครงการนี้มีวัตถุประสงคสนับสนุนครูทุกระดับ ทุกสาระ ไปเรียนความรูวิทยาศาสตร ซึ่งความรู ที่เรียนสวนใหญไมมีในตําราสอนที่โรงเรียน แตเปนความรูทีพี่เลี้ยงคัดเลือกและกลั่นกรอง เอามาสอนครู ดวยกระบวนการสอนที่เรียกวา การวิจัย ครูที่สมัครเขารวมโครงการ จะฝกเขียนขอเสนอโครงการ เพื่อบอกเลาวาตัวเองมีความสนใจเรื่อง อะไร เรื่องนั้นมีความสําคัญอยางไร คาดวาจะทําอะไรบางในชวง1 เดือนที่ฝกวิจัย และจะนําความรูที่ได ไปใชประโยชนอะไรบาง โครงการครุวิจัยใชขอเสนอโครงการดังกลาว ในการคัดเลือกครูที่มีสมบัติเหมาะสม ใหแกศูนยพี่ เลี้ยงตาง ๆ การใหครูเขียนขอเสนอโครงการ เปนพัฒนาครูในขั้นแรก ครูเหลานี้จะมีเปาหมายชัดเจน ในการฝกทําวิจัย 1 เดือน ศูนยพี่เลี้ยงแตละศูนยจะจัดการสอนแตกตางกันบาง ตามบริบทของ ศาสตรแตละแขนง แตก็มีขั้นตอนเหมือนกัน คือ สอนความรูพื้นฐาน สอนทักษะการใชเครื่องมืออุปกรณ สอนการแกไขปรับปรุงขอเสนอโครงการ ซึ่งทําใหครูไดเรียนรูจุดออนของตัวเอง สอนการเก็บขอมูล ฝก นําเสนอรายงานความกาวหนา 2-3 ครั้ง ฝกการเขียนรายงานวิจัย เขียนบทความวิจัย ทําโปสเตอร และเขียนเลาประสบการณ บางศูนยฝกทําสื่อการสอนดวย หากพิจารณาใหดี จะเห็นวาครูไดรับการฝกทําวิจัยครบทุกขั้นตอน อาจจะดีกวาโครงงาน นักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่สําคัญไดเกิดการแลกเปลี่ยนความเห็นกับพี่เลี้ยง 2-3 อาทิตย ในระหวาง วิเคราะหและสังเคราะหขอมูล ความเขมขนและมีครบทุกขั้นตอน ทําใหครูไดความรูอยางแทจริงภายใน ระยะเวลาอันสั้น ซึ่งไมมีการอบรมที่ไหนทําไดอยางนี้ การเขารวมโครงการนี้ ครูไดความรูมากมาย ไมเฉพาะเพียงเรื่องเดียวที่ตนทํา แตไดเรียนรูงาน ของครูคนอื่นในศูนยเดียวกัน และไดเห็นผลงานวิจัยของครูทุกศูนย ที่ครูสามารถเลือกนํากลับไปใชที่ โรงเรียน นอกจากนี้ในแตละป ศูนยพี่เลี้ยงตาง ๆ ก็ไดพัฒนาการสอนเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ใหแกกระบวนการ อีกไมนานคงจะไดนวัตกรรม “การจัดการเรียนรูดวยกระบวนการวิจัย” ในยุคของ “ความรู” สําคัญกวา “แรงกาย” มวลความรูที่เพิ่มขึ้นเปนสองเทาทุก ๆ 3-4 ป หากจะ เรียนรูใหทัน จําเปนตองพัฒนาศักยภาพการเรียนรูใหม ทดแทนการเรียนแบบเดิม ซึ่งไดผลชาและไมรู จริง อาจเปน “การเรียน” คูกับ “การทําวิจัย” ซึ่งไดถูกทดลองแลวในโครงการครุวิจัย พบวา มี ประสิทธิภาพสูง ทําใหครูที่ไมมีความรู สามารถเรียน เขาใจ และทําเปน ในเรื่องใหม ภายในชวงเวลาสั้น ๆ 1 เดือน วิธีนี้ทําใหครูสามารถคนควาและสรางความรูไดดวยตนเอง ครูเรียนไดมาก ไดทั้งความรูใหมและวิธีการสอน บางคนอาจไดชุดทดลอง ที่จะนําไปใหนักเรียน ทําการทดลองตอไดที่โรงเรียน การฝกทําวิจัยแบบนี้ครูไดรับความรูที่ชัดและใชเปน
  • 9. - 2 - 2. ศูนยพี่เลี้ยง 6 ศูนย 2.1. ครุวิจัยไดโนเสาร ศูนยวิจัยไดโนเสาร ภูกุมขาว จ.กาฬสินธุ มีความแตกตางจากศูนยวิจัยอื่นๆ เนื่องจากเปน ศูนยวิจัยที่ไมไดอยูในสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัย การวิจัยจึงสอนบนพื้นฐานการลงมือปฏิบัติ (ทํา)ใหเห็นจริงของนักวิจัยพี่เลี้ยง และนําครูลงมือปฏิบัติจริง ทําการทดลอง เก็บขอมูลตัวอยางจริง หาก มีขอผิดพลาดก็จะแกไขไปตามสถานการณเฉพาะหนา เชน การปรับแกขอเสนอโครงการของครู ที่ไดรับ คัดเลือกเขารวมฝกทําวิจัยที่ศูนยวิจัยไดโนเสาร โดยเริ่มจากการปรับพื้นฐานความรูของครูทุกคน ใหมี ความเขาใจในเรื่องธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาเสียกอน จากนั้นจึงพาครูไปลงพื้นที่เพื่อไปเห็นของจริง แลวกลับมาปรับแกขอเสนอโครงการของตัวเอง ใหเปนไปในแนวทางเดียวกัน กับความมุงหมายของ ศูนยวิจัย การสอนของศูนยวิจัยไดโนเสาร ไมไดมุงเนนหาคําตอบของสิ่งมีชีวิตใหมๆ หรือทฤษฎีใหมๆ แต เปนการบูรณาการระหวาง “กระบวนการวิจัย” กับ “กระบวนการจัดการเรียนรู” เขาดวยกัน รวมทั้ง เชื่อมโยงสิ่งที่มีอยูในทองถิ่น หรือรอบๆ โรงเรียน เขามาเปนสวนหนึ่งของการจัดการเรียนรูดวย หลังเสร็จสิ้นการอบรม ครูจะไดทั้งเนื้อหาสาระ กระบวนการ และประสบการณทํางานจริงที่หนา งาน ซึ่งความรูเหลานี้สามารถถายทอดไปสูนักเรียนได 2.2. ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม ศูนยนี้อยูคณะวิทยาศาสตรอนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน เริ่มกระบวนการสอน ตั้งแตการทบทวนทฤษฎีและหลักการดานวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม การสํารวจพื้นที่เก็บตัวอยาง การฝก ใชเครื่องมือและอุปกรณๆ การเก็บขอมูลภาคสนาม การบรรยายหลักการวิเคราะหขอมูลเพื่อเขียน รายงานวิจัย วัตถุประสงคของศูนยพี่เลี้ยงเพื่อพัฒนาศักยภาพครูดวยกระบวนการวิจัยจากประสบการณนอก หองเรียน เพิ่มความรูความเขาใจในการหลักการทางวิยาศาสตรใหเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต พัฒนาใหครูเกิด ทักษะการปรับปรุงแผนการสอนโดยใชการวิจัย และที่สําคัญคือ เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอน ของครูที่สามารถสรางแรงบันดาลใจในการเรียนรูของนักเรียนได ศูนยพี่เลี้ยงจึงจัดรูปแบบเหมือน โรงเรียน โดยมีผูอํานวยการศูนยเปรียบเสมือนผูอํานวยการโรงเรียน พี่เลี้ยงเปรียบเสมือนครู และครู เปรียบเสมือนนักเรียน การสอนครูดวยกระบวนการแบบนี้ จะทําใหครูไดเรียนรูวา จะไปประยุกตใชกับ นักเรียนที่โรงเรียนของตนเองอยางไร 2.3. ศูนยครุวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล ศูนยวิทยาศาสตรทางทะเล สีชัง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มีกระบวนการสอนเริ่มตั้งแตการ คัดเลือกขอเสนอโครงการโดยมีเกณฑในการคัดเลือกดังนี้ คือ เปนงานที่ตรงตามความเชี่ยวชาญของ ศูนย, เปนงานที่ครูไดเรียนรูและใชสอนในระดับโรงเรียนได, เปนงานที่ตองมีภาคปฏิบัติ/ทดลอง ซึ่งเปน กิจกรรมที่ไปเปนการทดลองของนักเรียนได, เปนการศึกษาในพื้นที่ของศูนย แตสามารถประยุกตตอใน
  • 10. - 3 - พื้นที่ของตนเองได, งานตองสอดคลองกับวัตถุประสงคของโครงการครุวิจัย สกว., สามารถดําเนินการ ไดภายใน 1 เดือน จากนั้นศูนยพี่เลี้ยงจะทําการแยกขอเสนอโครงการของครูออกเปนกลุมยอย จัดหานักวิจัยประจํา กลุมคอยเปนพี่เลี้ยงใหครูในการปรับแกขอเสนอโครงการ หาขอมูลทําวิจัย แลกเปลี่ยนความรูกับครู ตลอด จนการทํากิจกรรมวิจัยเสร็จสิ้น ซึ่งกิจกรรมวิจัยของศูนยวิทยาศาสตรทางทะเลแบงเปน 4 ชวง หลัก คือ 1.การบรรยายกอนทําวิจัย เพื่อใหความรูดานวิทยาศาสตรทางทะเลแกครู รวมทั้งความรูเกี่ยวกับ งาน เฉพาะแตละกลุมยอยเพื่อใชในภาคปฏิบัติ 2.กิจกรรมการสาธิตการปฏิบัติงานภาคสนามทดลองฝกปฏิบัติงานวิจัย เพื่อเพิ่มทักษะการฝก ปฏิบัติ/ความมั่นใจในการใชเครื่องมือตางในการทํางานวิจัย 3.การแบกทํางานวิจัยตามความสนใจของครู (เก็บตัวอยางภาคสนามและทําวิจัยใน หองปฏิบัติการ) 4.การเขียนรายงานและนําเสนอผลงานวิจัย 2.4. ศูนยครุวิจัยพลังงาน ศู น ย ค รุ วิ จั ย พ ลั ง ง า น ดํ า เ นิ น ก า ร โ ด ย ส ถ า น วิ จั ย เ ท ค โ น โ ล ยี พ ลั ง ง า น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร หาดใหญ ในชวง 2 สัปดาหแรกการสอนเนนไปที่การเรียนรูวิธีวิจัย เครื่องมือวัด ความรูพื้นฐาน ทฤษฎีเฉพาะสําหรับการทําวิจัย จากพี่เลี้ยงกลุม และเสริมดวยการเรียนรู จากแหลงเรียนรูภายในพื้นที่ โดยการพาครูไปเรียนรูวิถีชีวิตชาวบานในลุมทะเลสาบสงขลา เรียนรูการ วิจัยโดยชาวบานเพื่อปกปองรักษาทรัพยากรธรรมชาติใน อ.ละงู จ.สตูล หลังจากนั้น ในสองสัปดาหสุดทาย จะเขาสูชวงการลงมือฝกทําวิจัยของครู ศูนยพี่เลี้ยงไดจัดการ ติดตามการทํางานของครูเปนระยะๆ โดยการเสนอรายงานความกาวหนาทุกสัปดาห ซึ่งทั้งสิ้น 3 ครั้ง ซึ่ง แจงใหทราบลวงหนาในคูมือของศูนยพี่เลี้ยง ทั้งนี้ไดจัดพี่เลี้ยงประจํากลุม ใหการดูแลและใหคําแนะนําครู อยางใกลชิด ครูที่มาฝกทําวิจัยที่ศูนยพลังงาน จะไดทั้งความรูทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ รูจักวางแผนการทํางาน ออกแบบชุดทดลอง มีวินัย เรียนรูสังคมพหุวัฒนธรรม และไดฝกการเขียนงานวิชาการ อยางเขมขน ตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม 2.5. ศูนยครุวิจัยอุตสาหกรรมเกษตร ศูนยอุตสาหกรรมเกษตร อยูที่คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร หาดใหญ สอนการวิจัยโดยใหครูเริ่มตนจากการสังเกตและตั้งคําถามวา ทําไม” เพื่อคนหาปญหาที่ แทจริง ฝกใหครูมองปญหาจากสิ่งที่อยูรอบตัวๆ แลวนํามาคนหาคําตอบดวยการวิจัย มีพี่เลี้ยงประจํา กลุมคอยใหคําปรึกษา และมีการจัดเวทีเล็กๆ ทุก 2 วัน เนนการใหพี่เลี้ยงและครูไดรวมกันแลกเปลี่ยน เรียนรู และระดมความคิดเห็นกัน เพื่อสามารถแกไขขอผิดพลาดตางๆ ไดอยางรวดเร็ว เชน ผลการ
  • 11. - 4 - ทดลองของครูบางกลุม ไมไดผลตามแผนที่วางไว ก็เอาเขาที่ประชุมระดมความคิดกันวา ควรทําอยางไร เปนตน ศูนยพี่เลี้ยงเนนการฝกครูใหเปนผูรูจักสังเกต คิด วิเคราะห อันเปนพื้นฐานใหเกิดการเรียนรูดวย ตัวเอง ครูสามารถนําไปบูรณาการกับการเรียนการสอนที่โรงเรียนได 2.6. ศูนยครุวิจัยนวัตกรรม และการจัดการเทคโนโลยีอาหาร ศูนยนี้ตั้งอยูมหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม มีความมุงเนนที่กระบวนการคิดของครู ซึ่งเปน กระบวนการแรกที่สําคัญ ในการชวยใหครูไมไปยึดติดกับองคความรูที่มีอยู เพราะจะทําใหคุณครูสนใจ แตเพียง "วิธีทํา" แตไมไดสนใจ "วิธีการ" หรือกระบวนการของการวิจัยที่แทจริง ดังนั้นรูปแบบการจัดการของศูนยนี้ มีพี่เลี้ยงแตละคนรับผิดชอบกลุมยอย และมุงเนนไปที่ กิจกรรมที่ "โดน" และใหคุณครูเห็นวา "นาสนุก" ที่จะทํา โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลครูในแตละกลุมยอย พี่ เลี้ยงจะตองทําใหครูเห็นความสําคัญของ "ทักษะการแสวงหาความรู” โดยทําใหครูเห็นวา ตัวพี่เลี้ยง เองก็ไมรูในบางเรื่องเชนกัน จากนั้นจึงแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันกับคุณครูในกลุม วาจะทําอยางไรถึงจะรู ได รวมกับครูในการแสวงหาขอมูลหรือความรู สําหรับนํามาใชเปนเครื่องมือ ในการชวยตอบคําถามกับ ขอสงสัย ที่เกิดขึ้นในระหวางกระบวนการทําวิจัย ทั้งนี้ดวยกระบวนการจัดการดังกลาวทั้งหมดนี้ ทางทีมพี่เลี้ยงทุกคนไดอธิบายใหครูทุกคน ได เห็นวาแทจริงแลวกระบวนการที่เกิดขึ้นในแตละกลุมนั้นยอมแตกตางกัน ซึ่งความแตกตางกันของวิธีการ (กระบวนการคิด) นี้ยอมสามารถสรางสิ่งใหมขึ้นมาไดเสมอ และเรียกกระบวนการเหลานี้วา "นวัตกรรม" 3. ผลการสังเคราะหโครงการครุวิจัยป 2553 โครงการครุวิจัยนี้ คาดหวังวา ครูที่ผานการฝกทําวิจัย 1 เดือนเต็ม คงจะสามารถนําศาสตรดาน การสอนที่ตนชํานาญ มายกระดับหรือปรับแตงความรูที่ไดจาการเรียนครั้งนี้ เพื่อนําไปใชอยางเหมาะสม กับการใชสอนในหองเรียน จากเวทีประชุมนําเสนอผลงานครุวิจัยประจําป 2553 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 ไดคําแนะนํา จากผูทรงคุณวุฒิ 3 ทาน ดังนี้ ดร.เลขา ปยะอัจฉริยะ ไดใหขอคิดวา หนาที่ของการจัดการการศึกษา ไมใชหนาที่ของ กระทรวงศึกษาธิการ เพียงอยางเดียว การที่ สกว. และศูนยวิจัย หรือมหาวิทยาลัย เขามามีสวนรวมใน การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน นับไดวาเปนการเปดมิติใหม ในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับ ลูกหลานเรา โดยกระทรวงศึกษาธิการตองมีหนาที่โดยตรงในการสืบสานนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งถือเปนนวัตกรรมของการพัฒนาครูอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อมหาวิทยาลัยที่เนนใหการศึกษา การบริการ ทางวิชาการตอสังคม ไดลงมาเชื่อมโยงระหวางการอุดมศึกษาตอการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 12. - 5 - กระบวนการฝกทําวิจัยที่ผานมาหนึ่งเดือน เปนกระบวนการที่ครูพยายามพัฒนาตนเอง โดยมีพี่ เลี้ยงคอยใหการกระจาง กระตุน และคอยชี้แนะแตไมชี้นํา ใหไปตัดสินใจในการพัฒนาตนเอง ได ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน วิธีคิดและพฤติกรรม ที่เห็นชัด คือ พฤติกรรมการออกแบบการจัดการเรียนการ สอน โดยเฉพาะในวิชาที่เราสอบตกทั่วประเทศ คือ วิชาที่เนนใหรูจักคิดอยางมีเหตุผล คิดเปนระบบ นั่น คือวิชาวิทยาศาสตร เพราะวิชาวิทยาศาสตรไมไดสําคัญที่เนื้อหา แตอยูที่หนาที่ของครู ไมวาจะสอนวิชา อะไร หนาที่ของทาน ตองสรางแรงบัลดาลใจ ใหลูกศิษยเกิดความตองการที่จะเรียนรู เพราะฉะนั้นถาจะ สรางแรงบัลดาลใจ ตองใหรักที่จะคิดอยางมีเหตุผล คิดเปนระบบ แลววิชาที่สอนตรงในประเด็นนี้คือวิชา วิทยาศาสตร แตวิชาสังคม ภาษาไทย และอื่นๆ ตองอาศัยการคิดที่เปนระบบเหมือนกัน นอกจากครูจะไดพัฒนาตนเองฝกฝนจิตใจ แลวปรับพฤติกรรมเพื่อใหเอื้อตอการเรียนรูอยางมี ความสุข สิ่งที่ไดจากการฝกอบรมของครูในหนึ่งเดือน มีความเห็นวา การวิจัย การเรียนรู และการสอน คือเรื่องเดียวกัน เพราะการวิจัยคือเครื่องมือการเรียนรู และเชื่อมโยงไปสูการสอน การเรียนที่ไมเครียด ซึ่งตองขจัด 2 อยางออกไป คือ ความเครียด และความกลัว เพื่อใหผูเรียนเกิดความสุขและสนุกในการ เรียน รศ.สุชาตา ชินะจิตร ไดกลาววาเราคาดหวังวา อยากเห็นเด็กทําอะไรบาง แตเราไมเคยทํากับ ครู ทําใหเกิดคําถามวา การพัฒนาครูจะทําอยางไร โครงการครุวิจัยไดใชกระบวนการวิจัยเปน เครื่องมือ เปนสวนที่ทําใหเกิดการเรียนรูไดดวยการลงมือทํา เปนพื้นที่ใหผูเรียนเปนศูนยกลาง สิ่งที่โครงการครุวิจัยทําคือ การเขาถึงกระบวนการและเขาถึงบทบาทของตัวเอง เราเห็นการ เรียนรูของทุกคนที่เขามาเกี่ยวของ ครู พี่เลี้ยง มหาวิทยาลัย ผูจัดการ และ สกว. เอง ก็ไดเรียนรูไป ดวยกัน การแลกเปลี่ยนบทบาทของพี่เลี้ยง พี้เลี้ยงในที่นี้ คือ คุณครูนั่นเอง เพราะเมื่อครูกลับไปก็จะไป ทําหนาที่คลายๆ พี่เลี้ยงใหกับนักเรียน มีทาทีเหมือนกับพี่เลี้ยง คือ สรางความสุข สรางแรงบัลดาลใจให เกิดการเรียนรู การเรียนรูที่ตางระดับ ตางประสบการณ ซึ่งมีคุณคามาก สิ่งเหลานี้เกิดขึ้นไมไดถาเปนการอบรม แบบสื่อการเรียนทั่วไป วิทยากรก็ไมไดเรียนรูเพราะรูอะไร มาก็พูดไปอยางนั้น แตที่ศูนยพี่เลี้ยงครูมา เรียนรูเพื่อจะเปนผูชวยพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงไดเรียนรูครูในหลายๆ ดาน มีกระบวนการทางสังคมที่เกิดขึ้นดวย การแลกเปลี่ยนกัน เปนความรูสึกที่ดีตอกัน เอื้ออาทรตอกัน รูจักวาคนเปนอยางไร จัดการอยางไรที่จะ บรรลุเปาหมายรวมกัน อยูรวมกันอยางไรอยางจึงจะมีความสุข ชวยสงเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน เกิดเปน Social network ซึ่งสามารถที่จะแชรความรูดวยกัน เปนองคความรูที่เขมแข็ง รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ ไดกลาวสรุปวา ครูมีโอกาสที่จะพัฒนากระบวนการ มากกวาที่ ครูเขาใจ ขณะนี้ครูจํานวนหนึ่งยังเขาใจกระบวนการวิจัย วาเปนวิธีการวิจัย ซึ่งความเขาใจกระบวนการ จริงๆ แลว เราจะเขาใจระบบตั้งคําถาม ระบบคิด ระบบเก็บขอมูล การออกแบบ ระบบวิเคราะห ระบบ เชื่อมโยงไปสูการแกปญหาและไปสูปญญา
  • 13. - 6 - กระบวนการวิจัยนี้นําใหเกิด การคิดแบบตรรกะ ซึ่งก็คือ วัฒนธรรมของความเชื่อในเหตุและผล วัฒนธรรมของความเปนวิทยาศาสตร การวิจัยขอมูลการเกิดปรากฏการณตางๆ มันเชื่อมโยงใหเราเขา ใจความเปนเหตุและผล ปจจุบันนี้สังคมไทยมีวัฒนธรรมความเปนเหตุและผลต่ํามาก ทําใหวัฒนธรรมที่มีกลายเปน วัฒนธรรมที่ตองพึ่งพาคนอื่น วัฒนธรรมอํานาจจึงเกิดขึ้น การพัฒนาสังคมจึงไปไมรอด เพราะฉะนั้นเรา ตองสรางวัฒนธรรมใหมขึ้นมา คือวัฒนธรรมที่เปนเหตุเปนผล คือ กระบวนการวิจัย อีกสิ่งหนึ่งที่ครูจะได คือความสามารถเขาใจสรรพสิ่งในภาพรวม เชนคุณครูที่ไปศูนยไดโนเสาร จะเขาใจในสวนนี้ เขาใจวิวัฒนาการโลกในหลายหมื่นลานป ไดเห็นในสิ่งที่ไมเคยเห็น ไดเห็นความ เปลี่ยนแปลงทีละนอย ซึ่งเราไมเคยเห็นในชีวิตประจําวัน เพราะชีวิตเราสั้นมาก 70-80 ป เราก็ตายไป แต สิ่งที่ครูศูนยไดโนเสารเห็นคือพัฒนาการของโลก ของเปลือกโลก ซึ่งเปนวิวัฒนาการหลายหมื่นลานป ทํา ใหเราจะเห็นวาชีวิตเรานั้นสั้นนิดเดียว เปนสิ่งที่ทําใหครูเปลี่ยนวิธีคิด เห็นภาพรวม เห็นการเชื่อมโยง เห็นสังคมในเชิงวิวัฒนาการมากขึ้น การทําวิจัยครั้งนี้ไดสรางสังคมกลุมหนึ่ง คือเริ่มมีคนเชื่อวาวิจัยมิใชสัมปทานที่ผูกขาดโดย มหาวิทยาลัย และงานวิจัยมิใชเครื่องหมายการคาจดทะเบียน ของคนที่มีปริญญาสูง ปริญญาโทหรือ ปริญญาเอก สองคํานี้สําคัญมากเพราะในระบบการคิดของบานเราขณะนี้ยังเปนงานวิจัยเปนสัมปทานที่ ผูกขาดโดยมหาวิทยาลัย ซึ่งเราไดระบายความคิดนี้ออกไปแลว วิจัยในแนวทางนี้มิใชวิจัยเพื่อผลเลิศในเรื่องขององคความรู แตเปนการวิจัย เพื่อแนวคิดในการ เปลี่ยนกระบวนการคิดของคน ใหหันมาเชื่อในเหตุและผลและเพิ่งตนเองมากขึ้น ความคิดที่เปนเหตุและ ผลทําใหคนรูจักวาอะไรมันเกิดจากอะไร แลวการเพิ่งพาตนเองจะมากขึ้น การพึ่งพาคนอื่นจะนอยลง สังคมนี้จะไมมีภาระมาก เพราะฉะนั้นถาเรานํากระบวนการวิจัยมาสูการพัฒนา ยอมรับวาวิจัยเปนสิทธิ์ ของทุกคน ทุกคนมีสิทธิ์ทําได ไมใชเปนเครื่องหมายการคาจดทะเบียนอยูที่ผูใดผูหนึ่ง ประเทศของเราจะ พัฒนาไดอีกเยอะมาก
  • 14. - 7 - 4. การศึกษาผลการรวมโครงการครุวิจัย ป 2553 4.1. ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม การศึกษาครั้งนี้ ไดสงแบบสอบถาม ไปถามผูอํานวยการโรงเรียน ที่สงครูเขารวมโครงการวิจัย ใน ป 2553 จํานวนทั้งหมด 170 โรงเรียน ไดรับคําตอบเพียงรอยละ 33.5 แสดงวา โรงเรียนสวนใหญ ยังไมใหความสําคัญกับโครงการครุวิจัย ตารางที่ 1 ขอมูลของผูอํานวยการโรงเรียนที่ตอบแบบสอบถาม ขอมูลทั่วไป จํานวน(คน) รอยละ 1 จํานวนโรงเรียนที่ตอบแบบสอบถาม 57 33.5 2 เพศ ชาย 45 78.9 หญิง 12 21.1 3 ภูมิภาค เหนือ 7 12.1 ตะวันออกเฉียงเหนือ 24 42.1 กลาง 3 5.3 ตะวันออก 6 10.5 ตะวันตก 1 1.8 ใต 16 28.1 4.2. ผลการสงครูรวมโครงการครุวิจัย สกว. จากการสอบถามประโยชน 2 ประเด็น คือ ประโยชนที่โรงเรียนไดรับ และ ความรูที่ครูได นําไปใชสอน ที่ทําใหเกิดผล 2 ประการ คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงทัศนคติและความคิดสรางสรรค และมี ความเขาใจในวิธีการวิจัย ดังแสดงในตารางที่ 2 ปรากฏผลการศึกษาชี้ใหเห็นวา ทุกหัวขอมีคะแนนอยู ในระดับดี (4.1-4.4) แสดงวา โครงการครุวิจัยสกว. คอนขางมีประโยชนตอโรงเรียน ตารางที่ 2 โรงเรียนไดประโยชนจากการสงครูเขารวมโครงการครุวิจัย สิ่งที่ไดรับ ผูตอบ รอยละ คะแนน เฉลี่ย ครูเขารวมโครงการครุวิจัยครั้งนี้ โรงเรียนไดประโยชนในระดับใด 84.9 4.2 ครูมีความรู นําไปเลา/ถายทอดใหครูทานอื่น 81.4 4.1 ครูมีความรู นําไปใชสอน (บรรยาย) 84.2 4.2 ครูมีความรู นําไปใชจัดกิจกรรมโครงงาน หรือสอนแบบทดลอง 87.7 4.4 ครูเปลี่ยนแปลงดานการเสนอแนะ / คิดสรางสรรค / ทัศนคติ 88.1 4.4 ครูเปลี่ยนแปลงดานความกระตือรือรน 88.1 4.4 ครูเขาใจวิธีการวิจัย 86.3 4.3
  • 15. - 8 - 4.3. ความตองการสงครูเขารวมโครงการในป 2554 จากการสอบถามโรงเรียนที่สงครูเขารวมโครงการครุวิจัยป 2553 พบวา มีความสนใจสงครู เขารวมโครงการครุวิจัยในป 2554 จํานวนทั้งหมด 112 คน โดยครูสวนใหญรอยละ 29.7 สนใจจะไป ศูนยสิ่งแวดลอม ครูที่แหลือก็สนใจไปศูนยตาง ๆ ในระดับใกลเคียงกัน ดังในรูปที่ 1 และจากการถามวา โรงเรียนตองการความรูอะไร พบวาโรงเรียนจํานวนรอยละ 75- 80 ตองการความรูดาน สิ่งแวดลอม พลังงาน เทคโนโลยีอาหาร และ อุตสาหกรรมอาหาร และมีรอยละ 70-75 ตองการความรูดาน วิทยาศาสตรทางทะเล และธรณีวิทยา แสดงวา ความรูของพี่เลี้ยงศูนยตาง ยังเปนที่สนใจของโรงเรียน นอกจากนี้ ยังไดสอบถามถึงความรูอื่น ๆ พบวา โรงเรียนตองการความรูดานปญหาและแนวทาง พัฒนาดานสิ่งแวดลอม ทั้งเรื่องอากาศ เสียง ดิน/เกษตร และน้ํา, มลพิษทางอากาศและเสียง, ดานดารา ศาสตร โลก, ดานพลังงานทดแทน/พลังงานสะอาด, ดานสังคม/จิตวิทยา/ภาษาศาสตร, ดานการผลิตสื่อ การสอนดานธรณีวิทยา, ดานการผลิตสื่อการสอน/นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ, ดานการวิจัยในชั้นเรียน, ดาน ภูมิปญญาทองถิ่น/ภาษาและวัฒนธรรม, และความตอเนื่องของการพัฒนาครูภายใตโครงการครุวิจัยที่ ยั่งยืน รูปที่ 1 ความสนใจในการสงครูไปฝกทําวิจัย 4.4. แนวทางการพัฒนาครูดวยโครงการครุวิจัย - โรงเรียนจํานวนรอยละ 84.2 เห็นดวยกับแนวทางการพัฒนาครูดวยการใหครูฝกทําวิจัย ซึ่ง จะทําใหไดทั้งความรูจากพี่เลี้ยง และไดวิธีการวิจัย ครูสามารถนําไปสอนและจัดกิจกรรมเรื่องโครงงาน (วิทยาศาสตร) ไดถูกตอง สามารถสอนใหนักเรียนทําวิจัยอยางงาย แนวทางนี้ใหผลอยางเปนรูปธรรม นอกจากนี้ ครูที่เขารวมโครงการสามารถปรับใชในการทําวิทยฐานะได, สามารถสรางองค ความรูที่อยูรอบกายมาสูหองเรียนไดดีมาก, สามารถถายทอดความรูที่ไดสูลูกศิษยและเพื่อนๆ ใน 0 5 10 15 20 25 30 35 อื่น ๆ ศูนยอุตสาหกรรมเกษตร ศูนยไดโนเสาร ศูนยเทคโนโลยีอาหาร ศูนยวิทยาศาสตรทางทะเล ศูนยพลังงาน ศูนยสิ่งแวดลอม ความสนใจ (%)
  • 16. - 9 - โรงเรียน, เปนกระบวนการพัฒนาครูที่ถูกตอง, เปนระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร สามารถใชในการ แกปญหาไดหลากหลายสาขา, เปนการพัฒนาโดยเนนประสบการณตรง เรียนรูจากการปฏิบัติจริง, ครูได ประสบการณในเชิงลึก, สามารถไปถายทอดไดอยางถูกตอง - ควรเพิ่มการผลิตสื่อนวัตกรรมในการเรียนการสอน, ควรมีการติดตามผลงานของครูที่เขา รวมโครงการ หรือใหทุนครูที่เขารวมโครงการกลับมาสรางผลงานที่โรงเรียนอยางตอเนื่อง, ครูที่โรงเรียน หลายครูกลัวมากเมื่อพูดถึงการวิจัย 4.5. ขอเสนอแนะ - โรงเรียนรอยละ 66.7 มีความเห็นคลายๆ กัน คือ การมีโอกาสไดรับทุนในการฝกวิจัย ถือวา ตัวครูและโรงเรียนไดประโยชนอยางมากมาย และสามารถนําผลการวิจัยมาใชประโยชนในโรงเรียนได ตรงกับความตองการของโรงเรียน ทําใหครูมีคุณภาพครู เพื่อความกาวหนาของครู, การไปอบรมในชวง ปดเทอมจึงไมมีผลกระทบตอโรงเรียน - โรงเรียนรอยละ 19.3 มีความเห็นวา ควรสนับสนุนทุนใหครูที่เขาฝกทําวิจัย สําหรับเปนคาทํา วิจัยของนักเรียน เปนตนทุนใหครูสานตอโครงการ จัดซื้อสื่อและวัสดุการเรียนการสอนเพิ่มในวิชา วิทยาศาสตร, เผยแพรและสงเสริมการพัฒนาโครงงานนักเรียนตอ เพราะงบประมาณจากโรงเรียนมี จํากัด - โรงเรียนรอยละ 1.8 มีความเห็นวา ครูไมมีการเปลี่ยนแปรงการสอน หรือสอนนักเรียนใหทํา โครงงานวิจัยตอ, จึงเสนอแนวทาง วาควรทําเปนเอกสารสรุปกิจกรรม บทเรียนการเรียนรูทุกครั้ง ทุก กิจกรรม - แนะนําใหชวยวิจัย “ปญหาในการเรียนการสอน” ตามเนื้อหาหลักสูตรและที่พบในสภาพ ปจจุบัน - ครูระดับประถมศึกษาใชวิจัยในการสอนนอย สวนใหญเนนการใหความรู เพื่อใหนักเรียนทํา ขอสอบ NT, O-Net ใหไดคะแนนสูงๆ ดังนั้นจึงเนนใหนักเรียนฝกทําแบบทดสอบมากๆ - ชวยสงเสริมใหครูคิดเรื่องที่จะทําวิจัยเอง ลงมือปฏิบัติ แกปญหา ตามกระบวนการวิจัย โดย ศูนยพี่เลี้ยงใหคําแนะนํา จนไดผลการวิจัยที่ดี, เปดโอกาสใหครูที่ผานการอบรม นําประสบการณที่เคยใช ในโรงเรียนเสนอผลงานวิจัยในการประชุมทางวิชาการ - ควรพัฒนาครูเปนระยะ เชน ฝกอบรมกระบวนการวิจัย กิจกรรมพัฒนาความรู และการจัดการ เรียนการสอน, ติดตามผลงานการวิจัยมาใชในการสอน และมีเวทีใหแสดงผลงาน - สงเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห หรือทักษะการคิดของนักเรียน ดวยงานวิจัยที่สงเสริมการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนใหนักเรียนสามารถทําวิจัยเล็กๆ ได, ปรับปรุงหลักสูตรกอน กําหนดเปน นโยบายของหนวยงาน “ครูทําวิจัย เด็กทําโครงงาน”, ใหครูตระหนักเห็นวาผลการวิจัย ที่เปนเครื่องมือ ที่แกปญหาไดจริง และใหความรู พรอมกับทําจริง (ใหทุน) และนําเอาผลวิจัยไปใชประโยชนไดจริง
  • 17. - 10 - - สรางกลุมเครือขาย และนิเทศติดตามใกลชิด, ใหคุณครูไดนําเสนอผลงาน และจัดนิทรรศการ ผลงานทางวิชาการ สัมมนา ไดแลกเปลี่ยนเรียนรูเรื่องการวิจัย เพื่อพัฒนาความคิดใหสูงขึ้น และครูจะ ไดทําวิจัยเชิงลึกตามลักษณะงานและความสามารถของครู - การฝกทําวิจัยทําใหมุมมองครูเปลี่ยนไป ครูสามารถจินตนาการ โดยใชรูปแบบการวิจัย สอน เด็กเปนนักวิจัยได และจะเปนการดีถาครู 1 คน สามารถสรางยุววิจัยได 5 คน, ปรับทัศนคติในการทํา วิจัย ครูตองเขาใจวา “วิจัยไมใชเรื่องยาก” และปรับพฤติกรรมใหครูในโรงเรียนเรียนรูวาวิจัย ใหเปนสวน หนึ่งของกระบวนการสอน - เพิ่มเวทีเพื่อใหครูไดแสดงผลงาน จะทําใหครูมีแรงจูงใจ ที่จะทําผลงานมากขึ้น สนับสนุน ประสานงานกับหนวยงานตนสังกัดของครู ที่จะสรรหาผลตอบแทนเพื่อเลื่อนวิทยาฐานะ จะทําใหครูมี ความสนใจและมีขวัญกําลังใจในการสรางสรรคผลงานมากขึ้น, ใหครูทําวิจัยในเรื่องที่สนใจ ภาคเรียนละ 1 เรื่อง โดยสอดคลองกับบทเรียน อาจใหเพื่อนครูหรือนักเรียนมีสวนรวมดวย - สรางสื่อสําหรับใหครูเรียนรูได แมวาจะไมไดเดินทางไปรวมโครงการ - ควรเนนและมีการติดตามทุกๆ ระยะ 3 เดือน/ครั้ง จะดีมาก - ครูจะตองมีความสนใจ และตองการที่จะศึกษา และประยุกตใชกระบวนการวิจัยในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนใหสอดคลองกับเนื้อหา และมีการติดตามผลการวิจัยตลอดเวลา สามารถแกไข ปญหาไดเมื่อพบขอมูลที่ไดจากการศึกษา - ฝกอบรมการทําวิจัยใหกับครู เหมือนกับโครงการครุวิจัย เพราะครูไดฝกการลงมือปฏิบัติการ ทําวิจัยจริงๆ ไดเกิดทักษะจริงๆ ไมควรจัดอบรมแบบเขม 2-3 วัน เพราะครูจะไมไดลงมือปฏิบัติจริงๆ - ใหอาจารยมหาวิทยาลัยเปนพี่เลี้ยงตอ หลังจากกลับไปที่โรงเรียน เพื่อใหครูฝกทําวิจัยในชั้น เรียน, จัดอบรมพัฒนาตอยอดงานวิจัยหลังจากที่ครูกลับไปทําวิจัยที่โรงเรียน
  • 18. เรื่องเลาประสบการณ การจัดการเรียนรู
  • 19. เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว กรมทรัพยากรธรณี
  • 20. - 11 - ไดประสบการณไปตั้งชุมนุม อนุรักษ จัดคายแกนนํา และ เครือขายครู จักรายุทธ พลทะสอน โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม จ.หนองคาย E-mail: jakrayut@gmail.com ครุวิจัยศูนยไดโนเสาร ภูกุมขาว ป 2553 ครุวิจัยใหอะไรกับพื้นที่ชุมน้ําบึงโขงหลง จากการที่ไดมีโอกาสฝกทําวิจัยในโครงการครุ วิจัย กับศูนยวิจัยไดโนเสาร พิพิธภัณฑสิรินธรภูกุมขาว จังหวัดกาฬสินธุ ทําใหไดเรียนรู “กระบวนการจัดการ เรียนรู“ ตามสภาพจริง โดยยึดผูเรียนเปนสําคัญ ระหวางฝกทําวิจัยกับวิทยากรพี่เลี้ยง ไดรับความรู และความสุข กับการเรียน จึงอยากใหนักเรียนไดมี ความรูสึกแบบนั้นบาง เพราะความพยายามแสวงหาเทคนิค วิธีการ สอน ที่ทําใหนักเรียนรูสึกวา วิชาฟสิกสเปนวิชาที่นา เรียน สนุก และไดความรู ทั้งที่ความจริงแลวฟสิกสเปน วิชาที่ทาทาย ชวนใหคนหาความลับของธรรมชาติ ถา เรารูเชนนั้นจะสนุกสนานกับวิชานี้มาก ในทองถิ่นของขาพเจา เปนที่ตั้งของพื้นที่ชุม น้ําบึงโขงหลง จ.หนองคาย (อีกหนอยก็จะกลายเปน จังหวัดบึงกาฬ) ที่มีความสําคัญระดับนานาชาติ ลําดับ ที่ 1098 และลําดับที่ 2 ของประเทศไทย และยังมีพื้นที่ ใกลเคียงกับ อุทยานแหงชาติภูลังกา อุทยานแหงชาติ ภูวัว ภูสิงห ภูทอก รวมทั้งเชื่อมโยงกับแมน้ําโขง และ แมน้ําสงคราม ขาพเจาไดนําแนวคิด ประสบการณ จากการ ที่ไดไปรวมโครงการครุวิจัย มาพัฒนาตอยอดจากสิ่งที่ มีอยูเดิม ดังนี้ จัดตั้งชุมนุมรูรักษภูลังกา เพื่อใหนักเรียนได เรียนรูเกี่ยวกับความเปนมาของภูลังกา กอนจะมาเปน อุทยานแหงชาติในปจจุบัน เพื่อสรางจิตสํานึกของ เยาวชน ในการรวมกันอนุรักษ ใหอุทยานแหงชาติภู ลังกาเปนแหลงตนน้ํา แหลงอาหาร ยาสมุนไพรตอไป พานักเรียนในรายวิชาโลก ดาราศาสตรและ อวกาศ ออกไปเรียนรูภายนอก เรื่องหิน ดิน การ เปลี่ยนแปลงทางลักษณะธรณีวิทยา ในพื้นที่อุทยาน แหงชาติภูลังกา คายแกนนํา จัดกิจกรรมการตรวจวัด คุณภาพน้ําในพื้นที่ชุมน้ําบึงโขงหลง รวมกับโรงเรียน เครือขายที่อยูรอบพื้นที่ชุมน้ําบึงโขงหลง เพื่อเฝาระวัง คุณภาพน้ําใหมีคุณภาพดีตลอดไป สรางเครือขายครูวิทยรักษบึง ขึ้นมาเพื่อเปน เวทีแลกเปลี่ยน รวมกันเฝาระวัง และสรางกิจกรรม สรางจิตสํานึกใหกับนักเรียนในโรงเรียนเครือขาย กิจกรรมที่กําลังดําเนินการอยู จะชวยให ผูเรียนไดพัฒนาศักยภาพของตนเอง รวม ทั้งมี คุณธรรมจริยธรรม มีจิตสํานึกในการอนุรักษพื้นที่ชุม น้ําบึงโขงหลงใหคงอยูตลอดไป 桹¹íÒ¡ÒõÃǨÇa´¤u³ÀÒ¾¹éíÒ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ¡ÒÃe»ÅÕè¹æ»Å§·Ò§¸Ã³ÕÇi·ÂÒ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/11/jakkrayut/
  • 21. - 12 - จัดตั้งชุมนุมนักวิทยาศาสตร รุนเยาว จิตรา สอนพงษ โรงเรียนกุดสะเทียนวิทยาคาร จ.หนองบัวลําภู E-mail: kruphysics.2@gmail.com ครุวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว ป 2553 จากประสบการณการฝกทําวิจัยในโครงการ ครุวิจัย ศูนยวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว อ.สหัสขันธ จ. กาฬสินธุ ขอบอกวาไดรับประโยชนจากตรงนี้มาก ทั้ง ในเรื่องความรู ทักษะกระบวนการวิจัย ประสบการณ การเรียนรูทั้งในหองปฏิบัติการและการศึกษานอก สถานที่ รวมทั้งมวลประสบการณที่ไดจากการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเพื่อนครูดวยกัน เมื่อกลับมาสูโรงเรียนไดนําความรูที่ไดมา บูรณาการเขากับการจัดการเรียนการสอน โดยจัดตั้ง ชุมนุมนักวิทยาศาสตรรุนเยาวกุดสะเทียนวิทย ขึ้น สําหรับแนวทางในการจัดการเรียนการสอนนั้นไดใช วิธีการเรียนรูที่เนนการสงเสริมใหเด็กทําโครงงานเพื่อ ไดใชทักษะทางวิทยาศาสตร และจัดใหเด็กไดทดลอง ในสนาม คือ สอนทั้งทฤษฎี ใหลงมือปฏิบัติ และ พยายามใหเด็กนักเรียนสังเกตแลวแสดงความคิดเห็น เปนการสรุปบทเรียนจากที่ไดลงมือปฏิบัติ ซึ่งใน ชุมนุมนักวิทยาศาสตรรุนเยาวกุดสะเทียนวิทยนี้ จะมี ทั้งนักเรียนม.ตน คือ ม.1-ม.3 และนักเรียนชั้นม.ปลาย คือ ม.5 โดยใหเด็กม.ตนรวมกลุมกันทําโครงงาน ม.1 เนนเรียนพื้นฐานวิธีการ ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร และการคํานวณ สวนม.2 เรียนเรื่องการ เขียนเคาโครงงานทางวิทยาศาสตร และการทดลอง ยอยตาง ๆ เชน การทดลองสังเกตดิน หิน และแรธาตุ ในหิน ที่พบในบริเวณรอบๆหมูบานของแตละคน เพื่อศึกษาวาเปนหินอะไร และเกิดในยุคไหน เปนตน และนักเรียนชั้นม.3 เปนการทําโครงงาน ซึ่งเราจะเนน การใชภูมิปญญาทองถิ่นมาประยุกตใช เชน สียอมผา จากเปลือกไมในธรรมชาติ ซึ่งโครงงานที่ใหเด็กทําจะ เปนเหมือนกันทําวิจัยยอย เพราะตองเขียนบทที่ 1 ที่มาและเหตุผล บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ บทที่ 3 วิธีการทดลอง บทที่ 4 วิเคราะหขอมูล และบทที่ 5 สรุปผล ซึ่งวิธีการนี้เปนการฝกกระบวนการทาง วิทยาศาสตรใหเด็กนําไปใชในชีวิตประจําวันได เพราะ มีการพิสูจนโดยมีหลักการ และเหตุผลดวยการทดลอง วิเคราะหขอมูลวาเกิดอะไรขึ้นหรือเกิดขึ้นเพราะอะไร แลวนําสิ่งที่คนพบเหลานั้นมาสรุปเปนผลการวิจัย ซึ่ง การไดเรียนโดยใชวิธีการนี้จะทําใหเด็กเปนคนมีเหตุผล มากขึ้น และสําหรับนักเรียนชั้น ม.5 นอกจากจะเด็กจะ ทําโครงงานวิทยาศาสตรแลว ยังไดพานักเรียนทํา โครงการหุนยนตขึ้น โดยสวนมากจะเปนเด็กที่สนใจ ดานการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร และแมคคาทอ นิกสหรือการเคลื่อนไหวดานวิทยาศาสตร ซึ่งเด็กจะได ฝกการคนควาขอมูลการเขียนโปรแกรมจากแหลงตาง ๆ และลงมือประกอบหุนยนต โดยใชพื้นฐานความรู ดานวิทยาศาสตรที่เรียนมาประสานกับโปรแกรมที่ เขียนขึ้นดวยตัวเอง อยางไรก็ตามสิ่งที่ภาคภูมิใจคือ เด็กรูจักวิธี คิด มีวิธีแกปญหาที่เหมาะสม มีความมั่นใจและมี ความเชื่อมั่นในตัวเองสูงขึ้น เพราะในการทําโครงงาน เด็กจะตองคิดและตัดสินใจเลือกใชเทคโนโลยีใหเปน ประโยชนกับโครงงานอยางเหมาะสม ในระหวางที่ทํา โครงงานเด็กก็ตองสื่อสารกับครูที่ปรึกษาใหเขาใจ และ เมื่อโครงงานสําเร็จจะตองมีการนําเสนอโครงงาน คือ เด็กตองสามารถทําใหบุคคลอื่น ๆ เขาใจในสิ่งที่ทําดวย ซึ่งสิ่งเหลานี้เปนคุณลักษณะที่พึงประสงคของคนไทย ในอนาคต และของการเปนนักวิทยาศาสตรที่ดีของ ชาติตอไป ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/13/jittra/
  • 22. - 13 - จัดแสดงซากดึกดําบรรพ วุฒิศักดิ์ บุญแนน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม E-mail: wutthisakcomplete@gmail.com ศูนยครุวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว ป 2553 สวัสดีครับ ผมวุฒิศักดิ์ บุญแนน โรงเรียน สาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไดเขารวมโครงการครุ วิจัย ป 2553 ที่ศูนยวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว จังหวัด กาฬสินธุ ความรูและประสบการณที่ไดรับจากการรวม โครงการ สิ่งแรกที่ไดนํามาใชคือ การจัดแสดง ตัวอยาง หิน ตัวอยางไมกลายเปนหิน และตัวอยาง fossil ที่เก็บ ตัวอยางมาจากการเขารวมโครงการ นํามาจัดแสดงที่ หองปฏิบัติการวิทยาศาสตรของโรงเรียน และใชเปนสื่อ การสอน ในเรื่องของวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และสื่อ การสอนเรื่องหิน แร ซึ่งเปนสิ่งสําคัญมาก เพราะ นักเรียนสวนใหญไมรูจักวิธีการดูลักษณะของหิน ไม รูจักการดูลักษณะ fossil ไมรูจักไมกลายเปนหิน ประการที่สองการตอยอดความรู โดยการนํา นักเรียนเขียนขอสนอโครงการยุววิจัยยางพารา เพื่อจะ ไดนําเอาความรูระเบียบวิธีวิจัย มาใชฝกประสบการณ การเรียนรูใหกับนักเรียนและประการที่สาม การตอยอด กระบวนการ เรียนรู โดยนําเสนอโครงการ การสราง นวัตกรรมการเรียนรู กับสํานักงานสงเสริมสังคมแหง การเรียนรูและพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) เพื่อจัด โครงการนักสืบเสาะธรณีวิทยาและซากดึกดําบรรพ (Inquiry Geology and Fossil Project ) เพื่อนํา นักเรียนฝกประสบการณการเรียนรู จากแหลงเรียนรู และแหลงทรัพยากร ที่มีจํานวนมากในภูมิภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ และฝกประสบการณการสืบ เสาะหาความรู โดยใชทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร โดยมีครูและผูเชี่ยวชาญของศูนยวิจัยและ การศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และผูเชี่ยวชาญของกรมทรัพยากรธรณี คือ ดร.วราวุธ สุธีธร เปนที่ปรึกษาและเปนวิทยากรใหความรู และ สรางสื่อสารคดีถายทอดไปยังกลุมเพื่อนๆ โรงเรียนอื่น หรือจัดกิจกรรมถายทอดความรู ใหกับกลุมเพื่อนๆ โรงเรียนอื่นตอไป จากประสบการณที่ไดรับ มิไดเปนแคความรู และประสบการณเทานั้น แตรวมถึงความสัมพันธอันดี ระหวางครูกับหนวยงานศูนยพี่เลี้ยง รวมทั่งเพื่อนๆ ครู โรงเรียนอื่น ที่จะประสานสัมพันธความรวมมือทางดาน วิชาการ เพื่อจะพัฒนาเด็กและเยาวชนของชาติ พัฒนา ผลงานทางวิชาการของครู สิ่งเหลานี้คือ ประโยชน มากมาย ที่เกิดขึ้นจากโครงการครุวิจัย ของ สกว. ดังนั้นถาจะพัฒนาการเรียนการสอนของ ประเทศ พัฒนาความรูทางดานวิชาการของเยาวชน ที่ มีคาแนวโนมต่ําลงที่ผูใหญหลายๆ คนก็ทราบ ก็จะตอง พัฒนากระบวนการ เรียนรูของครูและกระบวนการ เรียนรูของเยาวชน ที่ไมยึดติดกรอบเฉพาะในโรงเรียน หรือในหลักสูตรอยางเดียว ในความคิดของกระผม รัฐบาลใชงบประมาณมหาศาล ในการทําหลายๆ สิ่ง แตถาใชงบประมาณกับการพัฒนาการศึกษา คงทํา ใหคนในชาติและเยาวชนของชาติไดประโยชน ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/08/17/wuttisak/
  • 23. - 14 - พบกระบวนการเรียนรูสําหรับ นักเรียน ครูอมฤทธิ์ พิณพาทย โรงเรียนรัตนราษฎรบํารุง จ.ราชบุรี E-mail: amarit.pinpat@gmail.com ครุวิจัยไดโนเสาร กรมทรัพยากรธรณี ป 2553 กอนที่จะเขารวมโครงการครุวิจัย สกว. ป 2553 นั้น ไดมีแนวคิดที่จะเปดสอนรายวิชานักวิจัยรุน เยาว ของกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 5 เมื่อเห็นประกาศรับสมัครครูเขารวม โครงการครุวิจัย สกว. เกิดความสนใจ เพราะจะไดนํา สิ่งที่จะไดเรียนรู ไปใชในการจัดการเรียนการสอนใน รายวิชาดังกลาว จึงสมัครฝกทําวิจัย ณ ศูนยวิจัย ไดโนเสารภูกุมขาว จังหวัดกาฬสินธุ เปนระยะเวลา 1 เดือน พบวา ตนเองนั้นไดรับความรูเพิ่ม เติมอีก มากมาย ไมวาจะเปนกระบวน การในการทําวิจัย ความรู และกิจกรรม ที่สามารถนําไปใชในการจัด กิจกรรมการเรียนรูในรายวิชาโลกและการเปลี่ยนแปลง และสอนรายวิชานักวิจัยรุนเยาวได กอนที่จะเริ่มตนกิจกรรมการเรียนการสอน ใหแกนักเรียน ไดเตรียมความพรอมโดยการจัดทํา หนวยการเรียนรู วานักเรียนตองเรียนรูอะไรบาง สิ่งที่ เรียนจะตองทํานั้นมีอะไรบาง วิเคราะหเชื่อมโยงผลการ เรียนรูที่คาดหวัง จัดทําแผนจัดการเรียนรู เปนตน โดย กิจกรรมการเรียนการสอนจะเนน กระบวนการกลุมโดย ใหนักเรียนจัดกลุมรวมกันกลุมละ 3 คน ชวยกันคิดหา หัวขอที่นักเรียนสนใจ หลังจากนั้นใหนักเรียนตั้งคําถาม เกี่ยวกับหัวขอที่สนใจ มาใหไดมากที่สุด แลวชวยกัน พิจารณาวา ถาจะหาคําตอบในคําถามเหลานั้น นักเรียนจะมีแนวทางหรือวิธีการในการหาคําตอบ เหลานั้นไดอยางไร หลังจากนั้นก็ฝกใหนักเรียนเขียนขอเสนอ โครงการ เขียนรายงายวิจัย พรอมกับการทําวิจัยไป ดวย ซึ่งขณะนี้อยูในชวงเก็บรวบรวมขอมูลในการ ทํางานวิจัยเพื่อเขียนรายงานวิจัย ซึ่งหัวขอในการวิจัยก็ มีหลากหลายเรื่อง ตัวอยางเชน การศึกษาความหลาย ของแมลงในเขตตําบลหนองออ อําเภอบานโปง จังหวัด ราชบุรี การศึกษาประสิทธิภาพของอิฐตัวหนอนจาก เปลือกหอยเชอรี่ การลําดับชั้นหินปูนของแหลงศึกษา เขาทะลุ ต.หนองไกขัน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เปนตน กระบวนการที่ใชในการจัดการเรียนการสอน นั้น ไดมาจากการเขารวมโครงการครุวิจัย สกว. เพราะ ไดใหนักเรียนไดฝกคนควาหาความรูจากแหลงเรียนรู ตาง ๆ ฝกใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติดวยตนเอง โดยมี ครูผูสอนเปนที่ปรึกษา ใหขอเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให นักเรียนไดบรรลุตามเปาหมายที่วางไว จัดกิจกรรมวิชาการ ในวันที่ 18 สิงหาคม 2553 ที่ผานมา โรงเรียนไดจัดกิจกรรมวันวิชาการประจําป 2553 โดย ในงานไดมีกิจกรรมตาง ๆ ของกลุมสาระการเรียนรูตาง ๆ ซึ่งจะมีนักเรียนเปนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ดําเนินกิจกรรมทั้งหมด ในสวนของกลุมสาระการ เรียนรูวิทยาศาสตรไดมีกิจกรรมทางดานวิชาการทั้ง สิ้น 4 รายการ คือ 1. กิจกรรมศึกษาเซลลของพืช 2. กิจกรรมการศึกษาอวัยวะภายในของกบ 3. กิจกรรม ศึกษาการผาหัวใจ และ 4. นิทรรศการซากดึกดําบรรพ และหินใน ประเทศไทย ในการดําเนินกิจกรรมครั้งนี้ ไดคนพบ กระบวนการเรียนรูและกระบวนการถายทอดความรู ของนักเรียน ซึ่งกระบวนการเรียนรูจะมีความสัมพันธ กันกับกระบวนการถายทอดความรู เพราะครูผูสอนนั้น ชวยใหนักเรียนเกิดการเรียนรูได (I can’t teach you anything. But I can only help you to learn.) ดวย กระบวนการเรียนรูตาง ๆ ที่หลากหลาย ในการจัด นิทรรศการซากดึกดําบรรพและหินในประเทศไทยครั้ง นี้ ขาพเจาไดใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติจริงดวยตนเอง จะทําใหนักเรียนเกิด ความเขาใจ (Involve me and I understand.) ยิ่งถาไดปฏิบัติซ้ํา ๆ จะเกิดความ ชํานาญและความเขาใจมากยิ่งขึ้น สอดคลองกับคํา กลาวที่วา “สิบ ปากวาไมเทาตาเห็น สิบตาเห็นไมเทา มือทํา” ซึ่งสังเกตได จากการที่นักเรียนสามารถ บรรยายใหความรูแกรุนนองและบุคคลอื่น ที่เขาชม นิทรรศการฯ ไดดวยตนเอง โดยมีครูผูสอนคอยให คําแนะนําเพิ่มเติมเทานั้น ซึ่งสามารถสรุปกระบวนการ เรียนรูและกระบวนการถายทอดความรูไดดังนี้ 1. กระบวน การเรียนรู นักเรียนศึกษาหา ความรูจาก ผูรู Internet และหนังสือ การหาความรู ของนักเรียนแตละคนจะขึ้นกับกระบวนการเรียนที่ ตางกัน ไดความรูความเขาใจที่ตางกัน ครูจึงมีหนาที่
  • 24. - 15 - รวบรวมความรูนั้นเขาดวยกัน เพื่อใหนักเรียนเกิด ความรูเดียวกัน 2. กระบวน การถายทอดความรู นักเรียน สามารถถายทอดความรูใหแกบุคคลตาง ๆ ได เชน นักเรียนรุนนอง เพื่อน ๆ ครูในกลุมสาระตางการเรียนรู ตาง ๆ ครูชาวตางชาติ และบุคลภายนอกที่สนใจ แต เมื่อนักเรียนมีขอสงสัยเพิ่มเติม จะมีครูผูสอนคอยให คําปรึกษา จากขางตนที่กลาวมา กระบวนการการจัด กิจกรรมดังกลาว ไมวาจะเปนความรู กระบวนการจัด นิทรรศการ ลวนแตไดรับมาจากการเขารวมโครงการ ครุวิจัย สกว. ศูนยไดโนเสาร โครงการครุวิจัย สกว. เปนโครงการที่สงเสริม ใหครูไดทําวิจัย และยังสงเสริมใหครูไดเกิดแนวคิด แนวทางในการนําความรู ที่ไดรับจากการเขารวม โครงการมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอน นอกเหนือจากหองเรียนไดดวย ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/01/aummarit/ เปนวิทยากรธรณีวิทยา กาญจนา โปะประนม โรงเรียนสิรินธรวิทยานุสรณ จ.อุบลราชธานี E-mail: kanpopranom@gmail.com ครุวิจัยไดโนเสาร กรมทรัพยากรธรณี ป 2553 หลังจากผานฝกทําวิจัยในโครงการครุวิจัย ที่ ศูนยไดโนเสารแลว นายนันทวัฒน บุญกระ สินธ หัวหนากลุมอาสาสมัครพิทักษโคกผาสวม ได ติดตอทาง Facebook เรื่องฟอลซิลที่โคกสวมและ สิ่งแวดลอมบริเวณดังกลาว เนื่องมาจากทราบถึงแหลง บรรพชินที่โคกผาสวม จึงสมัครเขารวมกลุมเพื่อ ชวยกันดูแลแหลงเรียนรูแหงนี้ กลับมาจัดพิพิธภัณฑหิน (เฉพาะเรื่อง) ที่ได จากแหลงเรียนรูที่เรียนจากศูนยไดโนเสารโดย ใชงบที่ ไดจาก สกว. ซื้อกลองพลาสติกใส ทั้งนี้ไดรับอนุญาต จากผูอํานวยการโรงเรียน ที่กลองมีการเขียนระบุวา เปนหินจากที่ใด ซึ่งเปนฟอลซิลที่เหลือๆ จากการเก็บ เขาพิพิธภัณฑ แตมีรูปรางที่พอใชการได และเปนวิทยากรธรณีวิทยาของ แหลงเรียนรู จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อโรงเรียนนารีนุกูลจัดนักเรียน มาทัศนศึกษาจํานวน 110 คน (วันเสารที่ 7 สิงหาคม 2553) และคาดวา จะทําผลงานวิชาการวิชา โลกดารา ศาสตร และอวกาศ สวนที่เปนธรณีวิทยา ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/01/kanjanap/
  • 25. - 16 - สอนนักเรียนสรางสรรค จิตนาการ ครูนรินทร ผิวทอง โรงเรียนลืออํานาจวิทยาคม จ.อํานาจเจริญ E-mail: narince4@gmail.com ศูนยครุวิจัยไดโนเสาร ป 2553 เริ่มแรกไดรับคําถามจากผูบริหารวา ไดอะไร มาบาง จึงรายงานผลการเดินทางไปราชการครั้งนี้ให ฟง เสร็จภารกิจจากผูบริหารแลว เพื่อนครูก็ถามอีกวา มีโครงการครุวิจัยอีก ไหมในปตอไป (ไมไดรับคําตอบ) เนื่องจากไมทราบ จริงๆ วาจะมีโครงการตอหรือไม ตัวเองก็เริ่มทําผลงานทางวิชาการเพื่อ ประเมินวิทยฐานะที่สูงขึ้น โดยนําความรูบางสวนที่ สําคัญ จากการเขารวมโครงการมาใชวิเคราะห หา เหตุผลมาอธิบายมากขึ้นเปนเรื่องของการขยาย วิสัยทัศนของตัวเอง สุ ด ท า ย สิ่ ง สํ า คั ญ ข อ ง อ า ชี พ ค รู คื อ นักเรียน กลับมาก็ไดรับตารางสอนเกี่ยวกับวิชา โครงงานวิทยาศาสตรระดับ ม.3 จึงนําประสบการณที่ ได มาปรับใชกับตัวนักเรียน และรายวิชาที่ตนเอง สอน สอนใหนักเรียนทําโครงงานจากภูมิปญญาทอง ถิ่น และการสรางสรรคจินตนาการในการทําโครงงาน แปลกใหม นักเรียนจึงกระตือรือรนใหความสนใจกับ วิธีคิดใหมๆ คงจะชวยพัฒนาการเรียนรูของนักเรียน ใหสมบูรณยิ่งยิ่งขึ้น ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/15/narin/ จัดทัศนศึกษาแหลงเรียนรู ณรงคฤทธิ์ ประเสริฐสุข โรงเรียนบานทรัพยสมบูรณ E-mail: milin_nakasane@hotmail.com ครุวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว ป 2553 ผลการฝกทําวิจัย ไดกลับไปจัดทําโครงการ “ทัศนศึกษาแหลงเรียนรู” ณ สวนหินผางาม (คุณหมิง เมืองไทย), น้ําตกเพียงดิน, อุทยาแหงชาติภูกระดึง จังหวัดเลย และ ผานกเคา จังหวัดขอนแกน โครงการนี้ เปนกิจกรรมที่ทําใหนักเรียนเห็น ความสําคัญและตระหนักตอความรูดานวิทยา ศาสตร และเทคโนโลยี การไปทัศนศึกษาทําใหนักเรียนได ความรูเกี่ยวกับโลกและกระบวนการเปลี่ยนแปลง ของ โลกในดานตางๆ ความรูเรื่องหิน ดิน และแร นักเรียนมีความสุข จากการไดเรียนรูดวย ประสบการณตรง ซึ่งเปนประสบการณที่แปลก ใหม สังเกตไดจากนักเรียนมีความกระตือรือรน สนใจ ใฝหาความรูในแตละสถานที่ ที่พาไปทัศนศึกษา ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/22/narongrit/
  • 26. - 17 - สอนซากดึกดําบรรพในชีววิทยา เรื่องวิวัฒนาการ ครูเจษฎา นาจันทอง โรงเรียนทาคันโทวิทยา อ.ทาคันโท จ.กาฬสินธุ E-mail : jesda33@gmail.com ในอดีต ครุ หรือ ครู หมายถึง ผูสั่งสอนศิษย, ผู ถายทอดความรูใหแกศิษย ผูที่มีงานหนักตองละทิ้ง ความสุข ในชวงปดภาคเรียน ทิ้งภาระครอบครัวไว เบื้องหลัง เพื่อหาความรูจากการฝกทําวิจัย “ซากดึกดํา บรรพ” วิจัย หมายถึง การคนควาหาขอมูลอยางถี่ ถวน ตามหลักวิชา ซึ่งถือวาเปนงานที่หนัก และเปนยา ขมหมอใหญสําหรับครู ซากดึกดําบรรพ หมายถึง ซาก ของพืชและสัตวดึกดําบรรพ ที่ฝงตัวอยูเปนเวลานาน จนกระทั่งกลายเปนหิน หินทั่วๆ ไปพบไดไมยากนัก แตการคนหาซากดึกดําบรรพใหพบไมใชเรื่องงายๆ เลย เมื่อพบแลวก็ตองขนยายหินซากดําดําบรรพเพื่อ นําไปศึกษา การวิจัยซากดึกดําบรรพ ไดผนวกเอา ความยากทั้ง 3 อยาง เขาดวยกันอยางลงตัว ที่ให ผลลัพธ มีคาเทากับ ประสบการณ + ความรู + ความ ตั้งใจ (ความตั้งใจในการ นําความรูสูหองเรียนดวย กระบวนการวิจัย) โดยเอาซากดึกดําบรรพเปนตัวตั้ง + (ความตั้งใจของครู x ความใสใจ) ความใสใจของพี่ เลี้ยงที่ศูนยวิจัยไดโนเสารภูกุมขาวซึ่งทุกทานก็คอยๆ ปอนโจทย ใหเราไดเผชิญและแกปญหาการวิจัยจนเปน ผลสําเร็จ ไดเรียนรูวิชาการทางดานธรณีวิทยาและ บรรพชีวิน ควบคูไปกับระเบียบวิธีวิจัย ไดเขา หองปฏิบัติการ และออกภาคสนามหลายที่ หลาย จังหวัด ได ฝกความอดทน การอยูรวมกัน และ มิตรภาพของครุวิจัยทุกคน ขอขอบคุณโครงการครุวิจัย และ ศูนยวิจัย ไดโนเสารภูกุมขาว ที่สามารถหลอหลอม 3 หนัก เขา ดวยกัน จนเปนผลสําเร็จในวันนี้ ในปจจุบัน ความรูที่ไดรับจากโครงการครุวิจัย ไดนําสู หองเรียน ในการสอนวิชาชีววิทยา เรื่องวิวัฒนาการ ได อยางมั่นใจยิ่งขึ้น รวมทั้งมีสื่อที่เปนภาพถายและ ตัวอยางซากดึกดําบรรพขนาดเล็กสําหรับใช ประกอบการสอน นักเรียนไดสัมผัสของจริง สรางความ ตื่นเตนและดึงความสนใจของนักเรียนไดมากทีเดียว ถึงแมจะเปนนักเรียนหองทาย ๆ ซึ่งมีปญหาหลาย อยางในเรื่องการเรียน แตก็เปลี่ยนแปลงอยางเห็นได ชัดเจน วาเขาเริ่มสนใจเรียนมากขึ้น ยิ่งไดเลา ประสบการณงานวิจัยของครู ซึ่งนักเรียนไมเคยรูมา กอน วาในทองถิ่นมีการคนพบกระดูกไดโนเสาร ยิ่งทํา ใหสนใจใครรู เกิดการบรรยากาศแหงการซักถาม ครู อยางนาเรียน นอกจากนี้ยังไดนําความรูทางการวิจัย ไป ถายทอดใหนักเรียน เพื่อเขียนขอเสนอโครงการขอทุน จากโครงการยุววิจัยยางพารา สกว. และไดทุนวิจัย 3 เรื่อง คือ “แนว โนมของการขยายพื้นที่ปลุกยางใน อําเภอทาคันโท จ.กาฬสินธุ” “การจัดการสวนยางตาม หลักเศรษฐกิจพอเพียง” “ศักยภาพในการเปนแหลง อาหารของสวน ยางพารา” อนาคต จะสอดแทรกความรูกระบวนการวิจัย ในการ เรียนการสอน เชน การตั้งปญหา การคนควาขอมูล การวิเคราะหขอมูล การสรุป เปนตน จะพัฒนาการทํา โครงงานของนักเรียน นอกจากนี้จะขยายผลสูครู ใน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ในขั้นแรกที่ไดปฏิบัติไปแลว คือ บอกเลาถึง โครงการครุวิจัย ทําใหครูกลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรที่สนใจรวมเปนอาจารยที่ปรึกษาใน โครงการยุววิจัยยางพารา ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/17/jesda/
  • 27. - 18 - ดอกไมไรคา…แตสรางการ เรียนรูอยางมหันต อรนุช เสียงดัง โรงเรียนผังปาลม ๑ จังหวัดสตูล E-mail: Oranuchnok@hotmail.com ครุวิจัยศูนยพลังงาน ป 2552 ศูนยไดโนเสารภูกุมขาว ป 2553 นักเรียนกับดอกไม… ครูกับไดโนเสาร ความรูที่ไดรับจากโครงการครุวิจัยภูกุมขาว ไดนํามาสูหองเรียน ในการสอนโครงงานภาษาอังกฤษ เรื่อง “สีของดอกไม“ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 2 สอนอยางมั่นใจยิ่งขึ้น เพราะมีสื่อที่มีชีวิตเปน ๆ ใน ปจจุบัน สําหรับใชประกอบกิจกรรมการสอน นักเรียน ไดสัมผัสของจริง มีความสุข ตื่นเตน และสนใจ เริ่มจากนักเรียนสนใจเรื่องดอกไม (เหมือนกับครูที่ สนใจศึกษาซากดึกดําบรรพ) จากนั้นนักเรียนก็ชวยกัน สํารวจชื่อดอกไม สีของดอกไม แลวนํามาเสนอหนา ชั้นเรียน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นักเรียน บันทึกผล สรุปผลการสํารวจ วาดภาพประกอบ และ ระบายสีสันสวยงาม ผลปรากฏวา นักเรียนสามารถ บอกชื่อดอกไมเปนภาษไทย บอกสีดอกไมเปน ภาษาอังกฤษ ไดอยาง มหัศจรรย ครูผูสอนพลอยมี ความสุข และความภาคภูมิใจ เปนอยางมาก ถึงแมวา เปนเพียงหยดน้ําเล็ก ๆ ที่หลอเลี้ยงหัวใจที่กําลังเหือด แหง ดวยกฎ ระเบียบ ตาง ๆ นา ๆ ที่ครูรุนเกา กําหนดและติดยึดถือกันมา จนกลายเปนวัฒนธรรมที่ เหนี่ยวแนน จนยากที่จะพังทลายกําแพงเขวางกั้นการ เรียนรูหลานั้นได แตกลับรังจะสรางสรรคกําแพงให แนนหนามากขึ้น แลวอยางนี้การศึกษาของไทยจะ กาวหนาไปไดอยางไร… ฉันไดเรียนรูแลววา ดอกไมที่รวงหลนกับ ดอกไม ที่นักเรียนเก็บมาเรียนรู ชางมีคุณคาและ แตกตางกันอยางมหันต แลวเราละจะเลือกแบบไหน นักเรียนกับดอกไม หรือ ครูกับไดโนเสาร ดอกไมที่ รวงหลนและดับไปธรรมชาติ หรือดอกไมที่นักเรียน เก็บมาเรียนรู ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/28/oranuch/ ทําโครงงานวิทยาศาสตร นางอรัญญา หมอกไชย โรงเรียนพุทไธสง E-mail: siritanara@gmail.com ครุวิจัยไดโนเสาร ป 2553 งานวิจัยสูการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หลังจากกลับมาจากการเขารวมโครงการครุ วิจัยที่ศูนยไดโนเสารแลว ก็มีเรื่องดี ๆ เขามาในชีวิต การทํางานคือ ไดยายโรงเรียน ซึ่งเปนโรงเรียนที่อยู ใกลบาน และมีขนาดใหญกวาเดิม เปนโรงเรียนที่ สงเสริมเรื่องการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร อยางชัดเจนมาก ๆ ดังนั้นจึงทําใหมีโอกาสไดใช ความรูที่ไปอบรมมาจากโครงการครุวิจัย อยางเต็มที่ โดยไดนํางานวิจัยสูการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนี้ 1. ในรายวิชาที่สอนไดใหความรูกับนักเรียน เกี่ยวกับการทําโครงงานวิทยาศาสตร ซึ่งนักเรียนชั้น ม. 6 ไดนําความรูไปใชในการทําโครงงาน วิทยาศาสตรในรายวิชาวิทยาศาสตรกายภาพ (โลก แหงแสงสี และกินดีอยูดี) พบวานักเรียนมีความ กระตือรือรน มีความรูในเรื่องที่จัดการเรียนการสอน มากขึ้น (บรรยากาศดังภาพ) 2. การแนะแนวการศึกษาตอ ไดเลา ประสบการณ นําภาพ และนําโปสเตอรงานวิจัยที่ทํา กับโครงการครุวิจัยมาติดใหนักเรียนดู ซึ่งนักเรียนมี ความสนใจ ซักถาม อยากรูอยากทราบเกี่ยวกับ เรื่องราวที่ไปรวมอบรมเปนอยางดียิ่ง 3. เสนอโครงการคายนักธรณี ประจําป งบประมาณ 2554 ซึ่งไดเสนอและอนุมัติแลวและจะ ดําเนินการในระหวางเดือน มกราคม 2554 ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/10/arunya/
  • 28. - 19 - ซึมซับการวิจัยปรับเปลี่ยน วิธีสอน สมจิต ผอมเซง โรงเรียนมหาวชิรวุธ จังหวัดสงขลา E-mail: somjitpomsang@gmail.com ครุวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว ป 2553 สืบเนื่องจากเรียงความ ” วิจัยกับครูไทย ” ที่ โครงการครุวิจัยไดจัดประกวดไปเมื่อป 2551 ของครู สมจิต อยากจะเอามาใหอานกัน แตคนเทาไหรก็ไมเจอ เสียแลว…. นี่แหละหนา…ก็ยังไมบรรลุ KM จัดเก็บก็ ไมเปน เอาเปนวาในเรียงความนั้นมีสาระวา…ถาครู ไทยไมคิดมากกับคําวา “วิจัย” และ เอางานวิจัยฉบับ นักเรียนไปเปรียบกับงานวิจัยของทานๆทั้งหลาย ที่ ทานทําตอนสมัยทําวิทยานิพนธ และอยามองวา คําวา “วิจัย” เปนของสูง ที่แตะตองไมได ก็ใหคิดแควา นักเรียนพบอะไรบาง หลังจากที่เขาทํารายงานวิจัย ฉบับสมบูรณ (ก็ประสาเด็กนะ)เสร็จ และพอใจสุดๆ เมื่อไดนําเสนอใหคนอื่นไดทราบบาง….ภาพทั้งหมด ของนักเรียน ครูสมจิตเก็บสงมาใหดูบางสวนแตในทุก สวนจะเก็บไวเปนความภาคภูมิใจลึกๆ ในหนาที่ครูของ ตนเอง (ไมใชจะเหนียวแต write ไมทัน) วันนี้ ( 2 ก.ย.) รศ.สมวงษ แปลงประสบโชค ปรมาจารยดานการสอนแบบโครงงาน ของเมืองไทยได กรุณามาสองสวางใหบุคคลากรในโรงเรียน และเมื่อ วานนี้ ดร.เสาวนิตย ไชยมุสิก ไดมาบอกพวกเรา(ครู ทั้งหมด) ในโรงเรียนวาเปนภาวะอันตรายแลว ถาเรา ยังไมปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน ครูสมจิต ขอบคุณเงินทุกบาทของสกว.และ ภาษีราษฏ ที่ครูสมจิตไดใชไป สามารถนํามาเดินหนา รายวิชาทฤษฏีความรู (ความรูที่เธอมี เธอหามาได อยางไร แลวเธอรูอะไรบางจากแหลงขอมูลนั้น แลวเธอ คิดอยางไรกับความรูนั้นละ) ที่โรงเรียนไดมอบหมายให ครูจํานวนหนึ่งเปนหนาดาน รวมทั้งครูสมจิตดวย ครู สมจิตเมาสอนรายวิชาใหมอยู 3 เดือนครึ่งสอนไม ถูก….เอาละ…วาระสุดทายแลวจะทําอยางไร…. ประสบการณที่ไดรับจาก สกว. ทําใหครูสมจิต มั่นใจ ขึ้นมาเล็กนอย จะถูกหรือผิดก็ยังไมทราบเลย ….นั่น คือสิ่งที่โรงเรียนมอบหมายของใหมถอดดามจริงๆ ใหกับครูสมจิต (ครูในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล คงเขาใจดี) สวนงานเดิมๆ ที่ไดรับมาเปนเวลา 2 ปคือ การสอนรายวิชาระเบียบวิธีวิจัยเบื้องตน ชั้น ม. 5 ( มี ตัวอยางงานวิจัยใหดูเล็กนอย) ผลผลิตของรายวิชานี้ สามารถขยายผล ใหนักเรียนสามารถทําโครงงานในชั้น ม. 6 ไดอยางสบาย…สนุก… (มีตัวอยางและภาพใหดู เล็กนอย) ปฏิสัมพันธครูและนักเรียนมีมากขึ้น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอยางทันตา กระนั้นเด็กๆ ยังไดรับโอกาสไดแสดงภูมิรูอยางภาคภูมิในการเปน วิทยากร “ คายปาชายเลนสําหรับเด็กประถมศึกษาของ เทศบาลตําบลชะแล อ. สิงหนคร จ.สงขลา” ( มีภาพให ดูดวยนะ) แต…เหนื้อย…เหนื่อย…ไมรูจะบรรยาย อยางไรกวาจะเห็นรอยยิ้มของเด็กๆ….ตามสัญญาที่ได เขียนไวในใบสมัครและปณิธานที่ใหไวในความเรียงป 2551 …ในสวนของตัวเองจะนําความรูทักษะและ ประสบการณ ที่ไดรับจากการลงทุนดวยเม็ดเงินภาษี ของรัฐ จากการทุมเทของผูประสานงานที่กวาจะไดเม็ด ทุนมา จากนักวิจัยพี่เลี้ยงที่สอนครูที่ไมรูอะไรเลย…แต ครูสมจิต คนหนึ่งละที่ไดปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน แลว….แมครูสมจิตจะเปนสวนกะจิริดของสังคม…อาจ ถูกโจมตี…คอนแคะ…แอบนินทาที่พอสรุปไดวา “คุณ นาจะไปเปนนักวิจัย เพราะสิ่งที่คุณทํามันไมใชหนาที่ ครู ….” มึนทึบเลย (ทานสมาชิกรวมพลครุวิจัย มึนมั๊ย)…พูดอะไรไมออก…แตครูสมจิตจะมุงมั่นนํา ความรู ทักษะและประสบการณตามแนวทางที่ครุวิจัย ไดปลุกและสรางใหครูคนหนึ่งในวัยที่ใกลเกษียณ ได เปนคุณครูที่แตกตางไปจากคุณครูที่เคยรับเงินภาษี ของราษฎในชวงตนๆของการทําหนาที่ครู…. ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/05/somjit
  • 29. - 20 - ไดวิธีสืบเสาะความรู ถายทอดให ลูกศิษย นิกร สีกวนชา โรงเรียนหนองโพธิ์ประชานุกูล อ.พระยืน จ.ขอนแกน E-mail: nikorn_sci@hotmail.com ครุวิจัยไดโนเสารภูกุมขาว ป 2553 “กระบวนการสืบเสาะหาความรูจากครูสูนักเรียน” การเรียนการสอน เปนกระบวนการเพื่อหวัง ผลเชิงคุณภาพ การพัฒนาการเรียนการสอนจึงเปนสิ่ง สําคัญ ที่ ผูสอนตองกระทําอยางตอเนื่อง ตอบสนอง การปฏิรูปการศึกษาที่มุงพัฒนาผูเรียน ผูที่มีบทบาท สําคัญในการจัดการเรียนการสอน คือ ครู อาจารย ทั้งนี้ใน พรบ. การศึกษาแหงชาติ 2542 มี จุดเนน คือ ครูและอาจารย จะตองมีความรอบรูในดาน ตางๆ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ไดแก หลักการ จัดการศึกษา การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่เนน ผูเรียนเปนสําคัญ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การประกันคุณภาพ หลักการจัดการเรียนรูในมโนทัศนใหมเพื่อมุง สูคุณภาพการศึกษา ครูและอาจารยตองมีบทบาทเปน ทั้งนักวิจัยและนักพัฒนาหลักสูตร เพื่อ จะนําผลที่ได ไปสูการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งจะตองมีการ ดําเนินการอยางเปนระบบ มีกระบวนการ ตั้งแตการหา ปญหา การกําหนดแนวทางในการแกปญหา การ ทดลองปฏิบัติการ การแกปญหาหรือการ พัฒนา รวมทั้งการสรุปและรายงานผลเพื่อเปนการ ยืนยันผลการกระทํา ซึ่งกระบวนการดังกลาวก็คือ การ วิจัย นั่นเอง จากประสบการณการฝกทําวิจัย ที่ครุวิจัย ไดโนเสาร ผมไดรับประโยชนจากตรงนี้มาก ทั้งใน เรื่องความรู ทักษะและประสบการณ ที่ไมสามารถหา ซื้อที่ไหนได ถาจะเก็บไวคนเดียวมันก็จะอยูแคนี้ และ อาจจะเลือนลางหายไป แตถาเผยแผไปสูคนอื่น โดยเฉพาะคนที่จะเปนกําลังของชาติตอไป ยอมเกิด ประโยชน ที่ไมอาจจะคาดถึงได ความคิดหรือ ประสบการณที่ไดจากตรงนี้อาจถูกขยายผล ตอยอด หรือนําไปใชประโยชนในอนาคตขางหนา ทั้งในเรื่อง การเรียนหรือการใชชีวิตประจําวัน จากการทําวิจัยเรื่อง “การเกิดซากดึกดํา บรรพ ” สอนใหรูจักการสืบเสาะเสาะหาความรู เพื่อจะ หาความรูหรือขอคนพบ โดยใชกระบวนการทาง วิทยาศาสตร กระบวนการนี้ไดถูกถายทอดไปยัง นักเรียนแลว ผลปรากฏวา นักเรียนเกิดความสนใจ มาก เพราะไดสํารวจและคนหา จากคําถามหรือ ประเด็นที่ตนเองสนใจ โดยการทดลอง การสืบคน จากแหลงเรียนรูตางๆ การสอบถามผูรู เพื่อหาคําตอบ แลวนําความรูที่ไดมานั้นมาอธิบาย และสรุป แลกเปลี่ยนเรียนรูกันภายในกลุมและหองเรียน สามารถขยายความรูเขาสูการใชชีวิตประจําวันได ในฐานะเปนครูวิทย ไดเห็นนักเรียนมีความสนใจ อยากจะแสวงหาความรู มีความตั้งใจเรียนรู โดยเฉพาะ ในวิชาที่สอนดวยแลว ยอมทําใหเกิดแรงผลักดันใหครู เองพยายามแสวงความหาความรูจากแหลงตางๆ มุงมั่นที่จะหาแนวทาง หรือวิธีการตางๆ เพื่อสงเสริม เด็กใหเปนอนาคตที่ดีของชาติตอไป ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/04/nikorn/
  • 30. - 21 - ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒeËç´¾iÉ ÊÌҧËu‹¹Â¹µ e¼Âæ¾Ã‹¤ÇÒÁÃÙŒ´ŒÒ¹Ëu‹¹Â¹µ ÈÖ¡ÉÒ»ÅÒ¹iÅ¡aº»ÅÒoºÃÒ³ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/06/saroj/ กอตั้งชมรมอัจฉริยะภาพทาง วิทยาศาสตร สาโรจน ทองนาค โรงเรียนารองคํา จังหวัดกาฬสินธุ E-mail: ear85manu@gmail.com ศูนยครุวิจัยซากดึกดําบรรพ ภูกุมขาว จ.กาฬสินธุ ป 2553 “อัจฉริยะใครวา….สรางไมได” หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณมากมาย จาก ศูนยพี่เลี้ยงครุวิจัย กลับมาโรงเรียนงานแรกนําเงิน สนับสนุน มากอตั้งชมรมใหมโดยมีชื่อวา ชมรม อัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร แคชื่อก็ไมมีใคร อยากจะมาแลว ตองยากแนๆ แตก็มีนักเรียนมาสมัคร ไมนอยเหมือนกัน มีประสงคเพื่อใหนักเรียนเขาใจถึง ธรรมชาติของวิทยาศาสตร สังคม และเทคโนโลยี วา มีความสัมพันธกันอยางไร ทั้งนี้ใชการทําโครงงานของนักเรียนเปนตัว สะทอนความคิดของพวกเขา ไมนาเชื่อเลยนะครับ ความหวังเล็กๆ ของผม จะคอยๆ ขับเคลื่อนมาถึงวันนี้ จากการประเมินของผม นักเรียนสามารถทําโครงงาน ไดดวยตนเอง เพียงแตมีครูที่ปรึกษาคอยแนะนํา จากการที่ไดสัมผัส จึงรูวาความคิดของ เด็กไทยนี้ดีมาก เราอยาไปปดกั้นความคิดของเด็ก แม เพียงขีดเสนไวก็ตาม เพราะเสนที่เราขีดจะไปครอบงํา แนวความคิดของเขา จนทําใหเขารูสึกวาสิ่งที่คิดไดนั้น ผิด ยังมีเรื่องสนุกๆ มากมายในการสรางกิจกรรมการ เรียนผานการทําโครงงาน สิ่งที่ไมนาเชื่อก็คือ เด็กที่ไม คอยสนใจเรียนจะมีทักษะทางวิทยาศาสตรมากกวาเด็ก ที่ผลการเรียนดี เด็กมีจินตนาการมากกวาใน แบบเรียนอีกดวย นี้คือ สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด ที่ทําให นักเรียนคนพบตัวเองได ที่สําคัญผลงานของชมรมเรา รวมกับอีกชมรม คือ ชมรมหุนยนตของครูครุวิจัยอีก ทาน ไดทําผลงานจนเปนที่ยอมรับในทองถิ่น ถูกเชิญ ออกไปใหความรู และมีศูนยการศึกษาตางๆ มาเยี่ยม ชมศึกษาดูงานกิจกรรม ที่เราจัดขึ้น ÈÖ¡ÉÒ¤u³ÊÁºaµi¢o§´i¹
  • 31. - 22 - วิจัยในชั้นเรียน ฐิติสิทธิ นิลโสม (ครูตน) โรงเรียนคํายางพิทยา จังหวัดอุดรธานี E-mail: ThitisidN@gmail.com ครุวิจัยศูนยไดโนเสารภูกกุมขาว ป 2553 จากงานวิจัยสูการสอน… การวิจัย (Research) หมายถึง กระบวนการ คนควาหาขอมูล หาคําตอบ และแกปญหา มีวิธีการที่ เปนระบบ หรือวิธีทางวิทยาศาสตร หรือวิธีที่นาเชื่อถือ ได สามารถนําไปปฏิบัติใหเห็นผลไดอยางชัดเจน การสอนในชั้นเรียน คือ การจัด ประสบการณการเรียนรูตามหลักสูตรใหกับนักเรียนทั้ง ชั้น การสอนในชั้นเรียนไมใชการบอกหนังสือ หรือการ บอกใหจดอยางเดียว แตครูตองจัดประสบการณการ เรียนรู ใหกับนักเรียนทั้งชั้น ซึ่งนักเรียนมีพื้นฐาน แตกตางกัน ทําใหบางครั้งเกิดปญหากับผูสอน ที่ตอง จัดกิจกรรมหลากหลาย สนองตอบตอผูเรียนแตละคน การสอนควบคูกับการสังเกต เก็บรวบรวมขอมูล นักเรียนในชั้นมาวิเคราะห ศึกษาสภาพ จึงเปนสิ่ง จําเปนตองดําเนินการ ตลอดเวลา ของการวิจัยในชั้น เรียน ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจาก ครูจะสรุปไดวาปญหาคือ อะไร เกิดที่ไหน และมีแนวทางจะแกปญหานั้นได อยางไร กลาวคือ ครูคิดหาวิธีการแกปญหา แลวได นําไปทดลองใชจนไดผล แลวพัฒนาเปนนวัตกรรม สามารถนําไปเผยแพรไดตอไป การวิจัยควบคูกับการเรียนการสอน คือ สอน ไปวิจัยไป แลวนําผลการวิจัยไปใชแกปญหาในชั้นเรียน และทําการเผยแพรใหเกิดประโยชนตอผูอื่น การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนแบบงายคืออะไร ? เหมาะกับครูอยางไร ? “การวิจัยแบบงาย” คือ การศึกษาเพื่อพัฒนา นักเรียนอยางมีระบบ เชื่อถือได สอดคลองกับการ ปฏิบัติงานตามปกติของครู และเขียนรายงานสั้น ๆ มี ความสมบูรณในตัวเอง “การวิจัยแบบงาย” เปนแนวทางหนึ่งของการ วิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research: CAR) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรูที่ สอดคลองกับการจัดการเรียนการสอนของครู โดยการ ทําวิจัยแบบงาย ซึ่งครอบคลุมประเด็นสําคัญ ดังนี้ 1. เปนการพัฒนานักเรียนอยางเปนระบบ เชื่อถือได 2. ดําเนินการในสภาพการทํางานตามปกติของ ครู โดยครูเปนผูวิจัย ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/07/thitisit/
  • 32. - 23 - ตั้งพิพิธภัณฑ ดิน หิน แร ในหองเรียน ยุพิน ขันธวิชัย โรงเรียนสองดาววิทยาคม อําเภอสองดาว จังหวัดสกลนคร E-mail: yuphin2514@gmail.com ศูนยครุวิจัยไดโนเสาร ภูกุมขาว จังหวัดกาฬสินธุ ป 2553 จากการเขารวมฝกทําวิจัย ตามโครงการของ สกว. ป 2553 ณ ศูนยครุวิจัยไดโนเสาร ภูกมขาว จ. กาฬสินธุ ทําใหไดรับความรู ประสบการณตรงจาก สถานการณจริง สถานที่จริง เกี่ยวกับหินที่กอกําเนิด มาเปนโลก วิวัฒนาการการกําเนิดโลก การกําเนิด สิ่งมีชีวิตในโลก และการสูญพันธุของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ที่กลายเปนฟอสซิลที่ล้ําคาใหแกมนุษยในยุคปจจุบัน ที่ ตองตามหาอดีตและคอยคาดกาลเวลา ที่จะเกิดการ เปลี่ยนแปลงในอนาคต การเขารวมฝกทําวิจัยในครั้งนี้ ทําใหกลับมานึกถึงการดําเนินชีวิตปจจุบัน ที่เปนอยู ณ เวลานี้ และยังไดทราบขอมูลของทองที่ตัวเอง ซึ่ง เปนแหลงหนึ่งที่เปนตัวบอกคําตอบที่มีคามากจากอดีต มาถึงปจจุบัน นั้นคือ บริเวณภูนอยในเขตอําเภอสอง ด า ว อั น เ ป น แ ห ล ง ที่ ค น พ บ ฟ อ ส ซิ ล ข อ ง ไดโนเสาร กอใหเกิดแรงบันดาลใจใหตองนําความรู เหลานี้เขาไปสูการเรียนการสอนในโรงเรียน ในกลุม สาระการเรียนวิทยาศาสตร และบูรณาการกับกลุม สาระอื่น ๆ ตอไป โดยการนําไปในกิจกรรมดังตอไปนี้ - จัดกิจกรรมการเรียนรูในกลุมสาระ วิทยาศาสตรแบบโครงงานวิทยาศาสตรใหนักเรียนได เรียนรูหลักกาทํางานเปนกลุม รูจักคิด มีการทํางาน เปนระบบ ตามหลักการทางวิทยาศาสตร สงผลใหมี การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการใหสูงขึ้น และเชื่อมโยง ตอไปถึงการนําโครงงาน ที่จะสงเขาแขงขันทาง วิชาการในระดับศูนยเครือขายและระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตอไป - จัดการเรียนรูทางธรณีวิทยาดวยสื่อการ เรียนรู ที่หลากหลายแบบผสมระหวาง ICT เอกสาร ทางวิชาการ และการทัศนศึกษาในสถานที่จริง สงผล ใหนักเรียนเกิดความตื่นเตน อยากรูอยากเห็น และ สํานึกรักษในทองถิ่นของตัวเอง - จัดการเรียนรูแบบบูรณาการกับกลุมสาระ อื่น ในดานการเกษตร งานอาชีพ สังคม ภาษาไทย และประสานกับชุมชนใหสนใจสิ่งแวดลอม - จัดตั้งพิพิธภัณฑหิน ดิน และแร ใน หองเรียน เปนแหลงเรียนรูในสถานศึกษาเพิ่มเติม ใหกับนักเรียนที่สนใจ ผลจากการเขารวมฝกทําวิจัย ในโครงการ สกว. ที่ศูนยวิจัยไดโนเสาร ภูกุมขาว จังหวัดกาฬสินธุ ในครั้งนี้ สงผลใหผูบริหารเห็นความสําคัญของการทํา วิจัยทางการศึกษามากขึ้น และนําการวิจัยเขาสู หองเรียน จึงแตงตั้งใหเปนทีมแกนนําการทําวิจัยใน สถานศึกษาทําวิจัย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนในปการศึกษา 2553 ให สูงขึ้น ขอขอบคุณศูนยไดโนเสาร ภูกุมขาว จังหวัด กาฬสินธุ กรมทรัพยากรธรณี มหาวิทยาลัย มหาสารคาม อาจารยทุกทาน คณะพี่เลี้ยง และทุก ทาน ที่ใหความชวยเหลือ ใหโอกาสเขารวมโครงการที่ ดี ๆ แบบนี้ ตลอดจนขอขอบคุณ สกว. ที่ใหทุน สนับสนุนใหครูไดฝกทําวิจัย เปนโครงการที่ประโยชน ตอการศึกษาของประเทศไทย และเปนแรงบันดาลใจ ใหครูเห็นความสําคัญของการวิจัย เพื่อพัฒนาการ เรียนการสอนในโรงเรียนเปนอยางดี ซึ่งเปนรูปแบบ การพัฒนาการศึกษาที่ยังยืน ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/11/yupin/
  • 33. - 24 - นํานักเรียนออกนอกหองเรียน มินตรา มีสงา โรงเรียนบานหนองนมนาง จังหวัด E-mail: meesnaghmintra@gmail.com ครุวิจัยศูนยไดโนเสาร ป 2553 เรื่องเลาจากโรงเรียน จากการไดปฏิบัติงานวิจัยจากโครงการครุ วิจัยเสร็จแลวนั้น คุณครูก็ไดนํามาสารตอที่โรงเรียน โดยใชชื่อวา หินและชนิดของหินบริเวณบานหนอง นมนาง หมูที่ 8 ตําบลตะคุ อําเภอปกธงชัย จังหวัด นครราชสีมา เด็กๆ มีความสุขมากกับการไดเรียนรู จากของจริงจากสถานที่เก็บตัวอยาง เขาสนุกกับการ เรียนแบบนี้มาก และไดใชทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรไดอยางถูกตอง ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/10/mintra/ คุณครูพา นักเรียนไป ศึกษาดูไม กลายเปนหิน ที่วัดโกรก เดือนหา äÁŒ¹ÕéÊÇÂÁÒ¡æ¤u³¤ÃÙ äÁŒ¡ÅÒÂe»š¹Ëi¹µŒ¹¹Õé¡çÂiè§ÊÇ ¢o§¨Ãi§·ÕèoÂÙ‹ã¹µÙŒ oo¡Ê¹ÒÁe¡çºµaÇo‹ҧËi¹ Ëi¹oaäáçäÁ‹ÃÙŒ ËÇÁ¡a¹¨íÒ湡ª¹i´¢o§Ëi¹ ÃaËÇ‹Ò§¤ÃæÅa¹a¡eÃÕ¹
  • 34. - 25 - ชุมนุมนักสืบ และนักวิจัยนอย ครูรุงทิพย สุกใส โรงเรียนบานคําแกว จ.อํานาจเจริญ E-mail: roongtip695@gmail.com ครุวิจัย รุนที่ 5 จากศูนยไดโนเสาร กิจกรรม “ชุมนุม นักสืบยอนเวลา” และ กิจกรรม “นักวิจัยนอยยอดนักบูรณาการสื่อ (E – book) ” จากที่ไดเขารวมอบรมเรียนรูเกี่ยวกับการ ทํางานวิจัยของศูนยไดโนเสารในชวงเดือนเมษายน 2553 ที่ผานมาไดรับความรูและประสบการณตางๆ มากมาย ทั้งความประทับใจในกิจกรรมรวมพล นําเสนองานในวันสุดทายที่กรุงเทพฯ ก็ยังคงฝงใน ความทรงจํา เลยกลับมานั่งคิดวา เราจะนําความรูที่ ไดรับมาถายทอดตอไปยังเด็กๆ ของตัวเองยังไงดี จึง จ ะ เ ห ม า ะ กั บ ส ภ า พ โ ร ง เ รี ย น แ ล ะ ส ภ า พ นักเรียน เนื่องจากเปนโรงเรียนตางจังหวัดเล็กๆ ติด ชายแดนที่อับจนสื่อ และ อับจนงบประมาณจึงคิด กิจกรรมที่เหมาะกับโครงสรางของตารางเรียนและ หลักสูตรของโรงเรียนโดยจัดใหนักเรียน ม.ตน เรียน ชุมนุม ก็ตัดสินวา เอาละ! ถางั้นลองใหนักเรียนได เรียนรูเกี่ยวขั้นตอนในการวิจัยที่งายๆ เปนหลักการ เบื้องตน อยางการวิจัยเชิงสํารวจก็แลวกัน แรกๆ ก็ ชักชวนนักเรียนกลุมที่สนใจมาเขารวมชุมนุม นักสืบ ยอนเวลา(ปล. พยายามหาชื่อที่ดึงดูดใหนักเรียนสนใจ ไวกอน) โดยวิธีใหดูซากดึกดําบรรพที่เก็บมาจากตอนที่ ออกภาคสนามกับศูนยไดโนเสาร นอกจากนี้ก็ใหดู ภาพกิจกรรมตางที่ครูไดเขารวมกิจกรรมกับทาง ศูนยฯ เรียกไดวาตองกระตุนใหเด็กๆ ตื่นตาตื่นใจ กอน ผลปรากฏวาก็ไดสมาชิกมา 15 คน จากนั้น ก็ใหนักเรียนดําเนินการสํารวจซากสิ่งมีชีวิตทั้งที่เกาแก มากๆ หรือ ไมเกาแกมากๆ ก็ไดตามแตนักเรียนจะพบ ในแหลงใกลหมูบานจึงไดดําเนินการที่วัดปาภูมะโรง เขาคีรีวงกต อ.ชานุมาน จ.อํานาจเจริญ เพื่อใหเปน เรื่องงายๆ สําหรับเด็กๆ ผลที่ไดนักเรียนก็ยังคงไมพบ สิ่งมีชีวิตที่เปนซากดึกดําบรรพ พบเพียงซากไม กลายเปนหิน ซากสัตวในปจจุบันเทานั้น แตนั้นก็ไม สําคัญเทาความรูในเรื่องกระบวนการวิจัย ที่นักเรียน ไดรับจากการสังเกตและสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมและ เมื่อประเมินแลว ครูคอนขางพอใจมาก เพราะไดเห็น ลูกศิษยมีความสุข สนุกสนานในการเรียนรู เทานี้ครูก็ ถือวาประสบผลสําเร็จในการจัดกิจกรรมการเรียนรู แลว ชวงตอมาครูคอมพิวเตอรที่โรงเรียนยาย จึงทํา ใหที่โรงเรียนไมมีครูสอนคอมฯเด็กๆ ครูจึงตองรับ หนาที่สอนแทนก็เลยมีความคิดวาจะแกปญหายังไงดี นะ จึงกอเกิดกิจกรรมที่ 2 ขึ้น ครูไดนําโปรแกรม Flip Album มาใหนักเรียนทดลองใช พบวางายตอการ เขาใจ จึงใหบูรณาการทั้ง 2 กิจกรรมเขาดวยกันให นักเรียนนําความรูที่ไดจาก งานวิจัยเล็กๆของ ชุมนุม นักสืบยอนเวลา มานําเสนอรูปเลมรายงานทั้งที่เปน เอกสารกระดาษ และทั้งที่เปนรูปเลมหนังสือ อิเล็กทรอนิกส แตทั้งนี้ในตลอดกิจกรรมที่ดําเนินไปไดดวยดี ครูตองคอยใหคําปรึกษาดูแลอยางใกลชิด ตองคอย กระตุนและเสริมแรง ทั้งชี้แนะแนวทาง อยูตลอด ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/14/rungtip/
  • 35. - 26 - สื่อการสอน: ฟอสซิลและหิน นางสาวทวีทรัพย โพธิสมภาร โรงเรียนบานหนองบัว จังหวัดเพชรบูรณ E-mail: tpotisompan@gmail.com ครุวิจัยไดโนเสาร ป 2553 การไดเขารวมโครงการครุวิจัย สกว. นอกจาก ความรูและทักษะการวิจัย ยังทําใหมีเครือขายเพื่อนครูครุ วิจัยทั่วประเทศไทย ที่พรอมแลกเปลี่ยนประสบการณ แบงปนความรู เพื่อนําไปใชในการจัดการเรียนการสอน สิ่งตางๆที่ไดเรียนรูตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ทําใหมี ความมั่นใจในเนื้อหามีเรื่องเลาประสบการณการทําวิจัย ความรูใหมๆมาถายทอดใหนักเรียนฟง ตอบคําถามของ นักเรียนไดกวางและลึกยิ่งขึ้น ขยายผลสูการเรียนรู รวมกันกับนักเรียนทั้งในและนอกหองเรียน มีแนวคิดในการ จัดทําสื่อการเรียนการสอนไดหลากหลายและแนวทางใน การจัดการเรียนการสอนที่ใช กระบวนการวิจัยเปนพื้นฐาน ดังภาพตัวอยางบรรยากาศการจัดการเรียนการสอน บางสวนดังนี้ 1. สื่อการเรียนการสอน นักเรียนใหความสนใจในสื่อการเรียนการสอน ที่ครูจัดทํา รวมถึงสื่อที่นักเรียนมีสวนรวมในการจัดทํา ดวย ตัวอยางฟอสซิลและหิน หนังสือรูปภาพสวยๆที่ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/11/taveesub/ ไดรับจากศูนยพี่เลี้ยงที่จัดแสดงในวันวิทยาศาสตร เปน สิ่งแปลกใหมที่สามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียน ทั้งเด็กเล็กและเด็กโตไดเปนอยางดี 2. กระบวนการเรียนรูนอกหองเรียน ตอเนื่องจากสื่อการเรียนการสอนที่ครูใชใน หองเรียนสามารถขยายผล กระตุนใหนักเรียนเกิด ความกระตือรือรน สนใจเรียนมากยิ่งขึ้น เปนนัก สํารวจที่คอยสังเกตหา ฟอสซิลและกอนหินลักษณะ ตางๆภายในชุมชน และเก็บตัวอยางมาใหครูและ เพื่อนชวยดูวาเปนหินชนิดไหน ใชฟอสซิลหรือไม ปรากฏวานักเรียนสํารวจพบฟอลซิลของซิวฟูลินิดใน กอนหินที่เก็บมาจากถ้ํา และนํามาจัดแสดงในวัน วิทยาศาสตร ทําใหนักเรียนมีความภาคภูมิใจในตัวเอง เปนอยางมาก 3. การจัดการเรียนการสอนโดยใช กระบวนการวิจัยเปนพื้นฐาน ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น โ ด ย ใ ช กระบวนการวิจัยเปนพื้นฐาน ใหนักเรียนเริ่มตนดวย การใชทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรซึ่งเปน พื้นฐานที่สําคัญของการวิจัยในอนาคต บันทึกผลลงใน สมุดเลมเล็กที่ทําดวยตนเอง รวมจัดแสดงผลงานในวัน วิทยาศาสตร
  • 36. เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน
  • 37. - 27 - ชมรมวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม โรงเรียนโคกลามพิทยาคม จ.รอยเอ็ด กมลรัตน วงศรักษา (ครูสาว) โรงเรียนโคกลามพิทยาคม อ.จตุรพักตรพิมาน จ.รอยเอ็ด E-mail: saokikii@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 จากการไดรวมฝกทําวิจัยในโครงการครุวิจัย สกว. ณ ศูนยวิทยาศาสตรอนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน รูสึกประทับใจเปนอยางยิ่ง ได นําความรูและประสบการณที่ไดรับ มาจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนวิทยาศาสตร ดังตอไปนี้ 1. ตั้งชมรมวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม เพื่อ สรางความตระหนักในการใชและการอนุรักษ สิ่งแวดลอม 2. สรางโครงงานหนึ่งคนหนึ่งสมุนไพร เพื่อ สงเสริมใหนักเรียนไดรูจักพืชสมุนไพรในทองถิ่น และ ชวยกันนําสมุนไพร มาจัดเปนแหลงเรียนรูสมุนไพรที่มี คุณภาพ โดยการจัดทําสวนสมุนไพรในโรงเรียน เพื่อ เปนแหลงเรียนรูและนําไปใชประโยชน รวมทั้งมีการ เผยแพรความรูและแหลงเรียนรูสมุนไพรสู ชุมชน เชน แผนพับ โปสเตอร การรวมมือกับคนใน ชุมชน โดยการรณรงคใหคนในชุมชนรวมมือกันจัด แหลงเรียนรูสมุนไพร และเพิ่มพื้นที่สีเขียวใหแกชุมชน 3. จัดการเรียนการสอนโดยโครงงาน ซึ่ง เนนกระบวนการคิดและแกปญหา โดยเปดโอกาสให นักเรียนไดคิดคนเรื่องที่ตัวเองสนใจศึกษา ซึ่งครูคอย เปนผูแนะนําและใหคําปรึกษา 4. จัดกิจกรรมวันสิ่งแวดลอมและสัปดาห วิทยาศาสตร กิจกรรมจะเนนเกี่ยวกับการอนุรักษ สิ่งแวดลอม เชน การสํารวจพรรณไมบริเวณ โรงเรียน การสํารวจและศึกษาประโยชนของสมุนไพร ในทองถิ่น เปนตน และสงเสริมใหนักเรียนทุก หองเรียน และสงโครงงานวิทยาศาสตรเขาประกวดใน สัปดาหวิทยาศาสตร 5. สงประกวดโครงงานวิทยาศาสตร เนื่อง ในวันวิทยาศาสตร และสงเสริมการเรียนรู เกี่ยวกับ ความหลากหลายของเมล็ดพันธุในทองถิ่น โดยสงผล งานเขาประกวดในโครงการเมล็ดพันธุบานเรา ของ ศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษา ซึ่งไดรับรางวัลรอง ชนะเลิศ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลจากการฝกทําวิจัย ณ ศูนยวิทยาศาสตร อนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ทําใหไดรับ ทั้งความรูและประสบการณ ที่สามารถนําไปเปน แนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปน สําคัญ นอกจากนี้ยังไดแนวทางในการจัดทําสื่อ นวัตกรรมเพื่อ พัฒนาการเรียนการสอนอีก ดวย ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยขอนแกน อาจารยใน มหาวิทยาลัยทุกทาน และคณะพี่เลี้ยง ที่ใหโอกาสได เขารวมโครงการดีๆ แบบนี้ ตลอดจน ขอขอบคุณ สกว. ที่ใหการสนับสนุนโครงการครุ วิจัย การจัดโครงการครั้งนี้เปนประโยชนตอการศึกษา อยางยิ่ง และเปนการจุดประกายใหครูไทยเห็น ความสําคัญของการทําวิจัย และสามารถนําไปเปน แนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใน โรงเรียนไดเปนอยางดี ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/28/kamonrat/
  • 38. - 28 - เรื่องเลาของครูเปยก... กิตติชัย บุษราคัม โรงเรียนน้ําคําวิทยาคม อําเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร E-mail: croo_peak@hotmail.com ครุวิจัยสิ่งแวดลอม ป 2553, ป 2552 ผมเขารวมโครงการครุวิจัย ครั้งแรกในป 2552 จากคําแนะนําของเพื่อนครูที่โรงเรียนที่เคยเขา รวมโครงการกอนหนานี้ ผมเลือกศูนยวิทยาศาสตร สิ่งแวดลอม ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามเปนศูนยพี่ เลี้ยง โดยมีทานอาจารย ผศ.ดร.ยรรยงค อินทรมวง เปนหัวหนาศูนย เหตุที่เลือกศูนยนี้มีเหตุผลดวยกัน 3 ประการเหตุผลแรกที่สําคัญคือ ศูนยวิทยาศาสตร สิ่งแวดลอม มีเนื้อหาตรงกับความตองการที่ผมตองการ ศึกษา คือเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย (เกษตรเพื่อ สิ่งแวดลอม) เพราะที่โรงเรียนผมมีหนาที่สอนวิชา เกษตรเปนหลัก เหตุผลที่สองคือเพื่อนครูที่แนะนํา บอกวาที่นี่ดีมากทั้งคณาจารยที่ใหคํา ปรึกษาและคณะ พี่เลี้ยงประจําศูนย และเหตุผลสุดทายคือที่นี่อยูใกล บานครับ (ผมอยูที่ จ.ยโสธร) ผมเลือกหัวขอวิจัยเรื่องเทคนิคการทําแปลง ผักอินทรีย แบบถาวร เมื่อกลับถึงโรงเรียนก็นําความรู ที่ไดนํามาสอน และพานักเรียนทําแปลงผักตามที่ได ศึกษาวิจัยมาซึ่งก็ไดรับผลดีทีเดียวครับ ผักงามมาก แตมีขอเสียอยูอยางไมมีเครื่องมือตรวจหาปริมาณแร ธาตุในดิน เหมือนตอนทําวิจัย เลยไมไดพานักเรียนทํา ในสวนนี้ สวนกระบวนการวิจัยที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ผม ชักชวนเพื่อนครูอีก 7 ทาน ลองสงโครงการขอทุนวิจัย ตามโครงการยุววิจัยประวัติศาสตรทองถิ่น ในหัวขอ เรื่อง "จากเมล็ดสูดิน รอยชีวินบูชาขาว" จากการเขา รวมโครงการครั้งนี้ ผมและเพื่อนครูไดเรียนรูเกี่ยวกับ การทําวิจัยเชิงประวัติศาสตร ที่สําคัญลูกๆ นักเรียนอีก 24 คน ไดฝกทําเรียนรูการทําวิจัยไปดวยกัน เมื่อถึงวัน นําเสนอโครงการวิจัยงานวิจัยของเราไดรับคัดเลือก เปนงานวิจัยดี เดนของจังหวัด มีโอกาสไดนําลูกๆ นักเรียนไปนําเสนองานวิจัยในระดับภาคตอที่จังหวัด อุบลราชธานี ในป 2553 ผมสมัครเขารวมโครงการครุวิจัย อีกครั้ง และเลือกศูนยวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม เหมือนเดิม ซึ่งปนี้ศูนยวิทยาศาสตรยายมาอยูที่ มหาวิทยาลัยขอนแกน ภายใตการดูแลของทาน อาจารย ผศ.ดรยรรยงค อินทรมวงเชนเดิม เหตุที่ เลือกศูนยเดิม เพราะขอบขายเนื้อหาหลักของศูนย สิ่งแวดลอมมี 3 สวนคือ เกษตรอินทรีย น้ํา และปาไม ปนี้ผมเลือกหัวขอเรื่องเกี่ยวกับปาไม ศึกษาความ หลากชนิดของพืชพื้นเมืองที่กินได ในปาของ มหาวิทยาลัยขอนแกน การเรียนรูไมมีวันหมดสิ้น เปน เรื่องจริงครับ ปที่แลวทําวิจัยไมเปน จบโครงการทํา วิจัยเปน และสามารถพาลูกๆ นักเรียนทําวิจัยได แต พอมารวมโครงการครุวิจัยเปนครั้งที่สอง ความตื่นเตน ที่ไดเรียนรูก็ไมแตกตางจากครั้งแรก คําวาครั้งแรกใน ชีวิตเราคงใชไดกับประสบการณตางๆ ไดเพียงครั้ง เดียว แตกับการทําวิจัยแลวผมรูสึกวามันเปนครั้งแรก ทุกครั้งที่ไดเริ่มเรียน รู เริ่มตนที่ไดคนหา อธิบายยาก เหมือนกันครับ ตองมาสัมผัสดวยตัวเองครับ เมื่อกลับ มาถึงโรงเรียนผมนําความรูที่ไดมาสอนลูกๆ นักเรียน ผานชุมนุมยุวชนรักษปา ตอนนี้ก็ไดพาลูกๆ นักเรียน ทําแปลงสาธิต ปลูกปา 3 อยาง ไดประโยชนสี่อยาง ขึ้นในโรงเรียน นอกจากนี้ยังพาลูกๆ นักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลาย อีก 3 คน สมัครขอทุนตาม โครงการยุววิจัยยางพารา ในหัวขอเกี่ยวกับการศึกษา คุณสมบัติของพืชคลุมดินในสวนยางพารา ซึ่งตอนนี้ก็ กําลังอยูในขั้นดําเนินการ ที่สําคัญนาจะเปนโรงเรียน แรกของจังหวัดยโสธรที่ไดรับทุนนี้ครับ การทําวิจัยครั้ง นี้ไมไดทําคนเดียวครับ ผมไดรับความรวมมือกับทาง สํานักงานกองทุนสงเคราะหการทําสวนยางจังหวัด ยโสธร มาเปนพี่เลี้ยง และที่ปรึกษาในการทําวิจัยครั้งนี้ ดวย ซึ่งถาปนี้ประสบความสําเร็จนาจะขยายผลใน โรงเรียนไดพอสมควร เพราะมีลูกๆ นักเรียนหลายคน ที่พลาดโอกาสไมไดรวมโครงการ และเพื่อนครูอีก หลายคนในโรงเรียนที่ใหความสนใจ นอกจากนี้ผมยัง ไดนําเอากระบวนการวิจัยมาใชสอนในรายวิชาเกษตร ดวย คือนอกจากลูกๆ ที่โรงเรียนจะทํานา ทําสวน ยางพารา ปลูกผัก ในโรงเรียนแลว นักเรียนจะตองทํา โครงงานเกี่ยวกับเกษตรอินทรียดวยหนึ่งโครงการ แลว ก็ใหทําแปลงทดลองในโรงเรียน เชนมีกลุมหนึ่งที่
  • 39. - 29 - ทดลองเปรียบเทียบทํานาแบบโยนกลากับการปกดํานา ตามปกติ เรื่องนี้ก็ตลกดีครับ เพราะชาวบานที่ผานไป ผานมาใหนาแปลงนี้ก็จะถามวานักเรียนทําอะไร ลูกๆ ก็จะตอบวากําลังทําวิจัยการทํานาผูปกครองก็ไดแต มองแลวยิ้มๆ จะไมใหยิ้มไดอยางไรครับ ก็ในนาแปลง นั้นสวนหนึ่งก็ปกดําแบบปกติ แตอีกสวนหนึ่งตนขาวที่ ถูกโยนลงไปดูระเกะระกะมองแลวไมสบายตาสําหรับ ชาวนามืออาชีพ หรืออีกกลุมหนึ่งๆ เปนลูกชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 ทําโครงงานเกี่ยวกับเตาเผาถาน แบบอบความรอน ซึ่งเมื่อเผาแลวถานที่ไดสามารถนํา ไฟฟาได พิสูจนโดยการเอาเครื่องวัดการนําไฟฟามา ตรวจ ตอนพาเขาไปศึกษาดูงานเขาตื่นเตนมากครับ เพราะปกติถานไมสามารถนําไฟฟาได นอกจากนี้ยัง สามารถนําผลไม ดอกไมมาเผาใหเปนถานไดอีกดวย ซึ่งขณะที่ผมกําลังเขียนบทความนี้อยู ลูกๆ นักเรียน กลุมนี้ก็ยังทําเตาเผาถานอยูอยางสนุกสนาน สิ่งที่ผม อยากใหเกิดขึ้นตอไปคือ อยากใชงานวิจัยควบคูกับการ เรียนรูของ ลูกๆ นักเรียน และที่สําคัญอยากใหลูกๆ นักเรียนรูสึกวางานวิจัยเปนเรื่องสนุก และสามารถนํา ความรูที่ไดไปใชในชีวิตของเขาไดจริงๆ (งานวิจัยเพื่อ พัฒนาการเรียนรู งานวิจัยเพื่อพัฒนาชีวิต และชีวิต พัฒนาดวยงานวิจัย) นี่คงเปนสวนหนึ่งที่นําเสนอได ดวยการเขียน ณ ขณะนี้ สุดทายนี้ทุกสิ่งที่เกิดมี ณ วันนี้ ขอขอบคุณ ทาน อาจารย ผศ.ดรยรรยงค อินทรมวง ผูที่ทําใหตอมวิจัย ของผมแตก และเติบโต ทานอาจารย ดร.อัจฉรา บุปผา พรรณ และคณะพี่เลี้ยงศูนยวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม ทั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ มหาวิทยาลัยขอนแกน ที่เคี่ยวเข็ญครูที่ไมรูจักการวิจัย เลย จนสามารถเปนครูที่สรางงานวิจัยไดเอง..สุดทาย ทุกอยางคงไมสามารถเกิด ขึ้นไดหากขาดซึ่ง โครงการ ที่ดีงามอยาง ครุวิจัย โครงการที่ปลดปลอยครูผูเสพ สู เกียรติแหงการเปนครูผูสราง ขอบพระคุณอยางสูงยิ่ง ครับ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/13/kittichai/ สอนวิทยาศาสตรแบบเชื่อมโยง ความสัมพันธของธรรมชาติรอบตัว นวลจันทร มัครินทร โรงเรียนอางทองวิทยาคม จังหวัดขอนแกน E-mail: nuan1978@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม ม.ขอนแกน ป 2553 จากประสบการณที่ไดรวมฝกทําวิจัยใน โครงการครุวิจัย สกว. ณ ศูนยวิทยาศาสตรอนามัย สิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ทําใหไดรับความรู และประสบการณเกี่ยวกับการทําวิจัย ประทับใจเปน อยางยิ่ง ไดนําความรูและประสบการณที่ไดรับ มาจัด กิจกรรมการเรียนการสอนตามกระบวนการทาง วิ ท ย า ศ า ส ต ร โ ด ย วิ ธี ก า ร ดั ง ต อ ไ ป นี้ 1. การนํารูปแบบการสอนโดยเนนกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรผานกิจกรรมการสอนแบบโครงงานมา ทดลองกับนักเรียนกลุมยอยเกี่ยวกับการทําโครงงาน ค ณิ ต ศ า ส ต ร โ ค ร ง ง า น วิ ท ย า ศ า ส ต ร 2. มีความมั่นใจในการพัฒนาการเรียนการ สอนโดยการสอนแบบโครงงานใหนักเรียนสนใจและ สามารถทําโครงงานคณิตศาสตรวิทยาศาสตรจากเรื่องที่ ผูเรียนสนใจตลอดจนไดสงโครงงานคณิตศาสตรระดับ ประถมศึกษาไปแขงขันในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนใน ระดับเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งชวยกระตุนใหนักเรียนสนใจ กิจกรรมการทําโครงงาน มีแรงจูงใจและกลาที่จะคิด ดวย ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร ยิ่ ง ขึ้ น 3. การพัฒนาดานจัดการเรียนการสอนแบบ บูรณาการ ในรายวิชาวิทยาศาสตร เปนวิชาวิทยาศาสตร แบบบูรณาการเชื่อมโยงความสัมพันธของธรรมชาติรอบตัว ดิน น้ํา อากาศ และสิ่งมีชีวิต เนนใหผูเรียนไดเรียนรูผาน กระบวนการวิจัย ซึ่งตรงกับศูนยวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอมที่ ม.ขอนแกน ทําใหการจัดการเรียนการสอน การใชเครื่องมือ การสรางสื่อการเรียน ทําไดมากกวาปที่ผานมา ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยขอนแกน อาจารย ในมหาวิทยาลัยทุกทาน และคณะพี่เลี้ยง ที่ใหโอกาส ไดเขารวมโครงการดีๆ แบบนี้ ตลอดจน ขอขอบคุณ สกว. ที่ใหการสนับสนุนโครงการครุ วิจัย การจัดโครงการครั้งนี้เปนประโยชนตอการศึกษา อยางยิ่ง และสามารถนําไปเปนแนวทางในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนไดเปนอยางดี ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/14/nuanchan/
  • 40. - 30 - ไดขุมพลังแหงรู สรางสรรค ความงามผานกิจกรรมโรงเรียน คนึงนิจ ณ นาน โรงเรียนบานหวยมอญ อ.เมืองนาน จ.นาน E-mail: nanan.k09999@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 หนึ่งเดือนเต็มๆ กับประสบการณฝกทําวิจัย กับศูนยสิ่งแวดลอม ม.ขอนแกน ไดเก็บเกี่ยวมวล ประสบการณจากทานอาจารย คณะพี่เลี้ยง และเพื่อน ครู ที่มีความตั้งใจพัฒนาตนเอง นักเรียน และ สังคม มุงมั่นจะถายทอดมวลประสบการณสูลูกศิษย นานาชาติพันธุและชุมชนตนน้ํา ที่มีปญหาสิ่งแวดลอม โครงการครุวิจัย เปนโครงการที่ดี พัฒนาครู ใหเรียนรูจาการปฏิบัติจริง เรียนรู ฝกทํางานเปน ทีม สรางประสบการณในการใชชีวิตรวมกัน ทําให เกิดเรียนรูอยางหลากหลาย อาทิ 1. เติมเต็มความรูเดิม การเรียนรู ประสบการณจากการวางแผนการทํางาน การสืบคน การลงมือปฏิบัติ การเขียนรายงานวิจัย ฯลฯ 2. เสริมสรางความรูใหม ในเรื่องตางๆ เชน ความรู เทคโนโลยีเกี่ยวกับสิ่งแวดลอม การจัดการ น้ํา ปาไม การบริหารจัดการทรัพยากร และการนํา กระบวนการวิจัยสูการเรียนการสอนนักเรียน ฯลฯ 3. ใสใจผูคนและสิ่งแวดลอม จากเรียนรู การทํางานเปนทีม การเรียนรูจากภูมิปญญา ทองถิ่น การแลกเปลี่ยนเรียนรูจากเพื่อนครู การ เรียนรูจากแหลงเรียนรูใกลตัว การเปนผูนํา ผูตาม และสมาชิกที่ดีของกลุม ทําใหมีความรูเพิ่มขึ้น มีวิสัยทัศนและมุมมอง ที่กวางไกลขึ้น จุดประกายความคิดในแงมุมตางๆ ที่ สามารถนําไปปรับใชในการดําเนินชีวิตได เสมือนมีขุม พลังในการสรางสรรคสิ่งที่ดีงาม เพื่อตนเอง ลูกศิษย และชุมชนตอไป ไดนําประสบการณจากโครงการครุวิจัย ไปใช จัดการเรียนการสอน คือ การถายทอดความรู ประสบการณในแบบบูรณาการ ผานกิจกรรมหรือ โครงการตางๆดังนี้ 1. เผยแพรความรูและประสบการณ โดยการ จัดนิทรรศการเรื่อง “ครุวิจัยกับการพัฒนาครู” โดย การนําผลงานจากเขาฝกอบรม มาใชประโยชนเปนการ เริ่มตน ที่จะจุดประกาย มีนักเรียน เพื่อนครู และ ชาวบาน ใหความสนใจ และเห็นวา การวิจัยเปนสิ่งใกล ตัวและไมยากจนเกินไป ในการเรียนรู และไดเปน วิทยากรในการถายทอดประสบการณดานสิ่งแวดลอม แกคณะครูนักเรียนโรงเรียนเครือขายคุณธรรมชั้นนํา อีกจํานวน 6 โรงเรียนของกลุมโรงเรียนเมือง 4 สพท. นาน เขต 1 2. ผสมผสานดวยกิจกรรม จัดการเรียนรู ผานกิจกรรมสํานึกดี “กิจกรรมปลูกปาเฉลิมพระ เกียรติในหลวง 84 พรรษา” อันเปนความรวมมือของ นักเรียนคณะครู ประชาชน โรงเรียนบานหวยมอญ และโรงเรียนเครือขายโรงเรียนคุณธรรมชั้นนําอีก จํานวน 6 โรงเรียน 3. รวมคิดรวมทําดวยกิจกรรมคาย เปนการ จัดการเรียนรูผานกิจกรรม”คายวิชาการประสาน คุณธรรม นําเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเปนคายบูรณา การ ที่ถายทอดความรูพัฒนาความคิดและการนําไปใช ในชีวิตประจําวันได เชน ฐานเรียนรูรูปราง ฐานสรรค สรางรูปทรง ฐานสื่อความหมายจากธรรมชาติ ฐาน สัมผัสนํารู ฐานน้ําหมักชีวภาพ ฐานสะทอนความรูและ ความคิด ฯลฯ
  • 41. - 31 - 4. จุดประกายดวยโครงงาน เปนการจัดการ เรียนรูผานการทําโครงงาน ตามความสนใจ เนน โครงงานที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และใชทรัพยากรใน ทองถิ่นใหเกิดประโยชนอยางคุมคา เชนโครงงานเรื่อง “โลกสวยดวยกระถางรีไซเคิล” โครงงานเรื่อง”ถานจาก เศษวัสดุ” ฯลฯ 5. เชื่อมประสานดวยภูมิปญญา เปนการ จัดการเรียนรูโดยใชกระบวนการวิจัยจากภูมิปญญา ทองถิ่นในดานตาง ๆ เชน การศึกษาการเปลี่ยนแปลง ของสารจากกระบวนการทําเครื่องเงิน การศึกษา กระบวนการหมักจากการทําอุ การศึกษารูปราง รูปทรงจากผาปกชาวเขาลายเมี่ยน ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมที่ 4-5 กําลังดําเนินการ เนนการ เรียนการสอนใหเด็กรูจักคิด ในดานตาง ๆเชน คิด วิเคราะห คิดสังเคราะหและคิดเปรียบเทียบ คิด แกปญหา ฯลฯ โดยเริ่มจากการคิดวางพื้นฐานที่ไม ซับซอน ใหแกนักเรียนเปนจุดเริ่มตน จุดประกายทาง ความคิดแกนักเรียน ขอขอบคุณทาน อาจารยยรรยงค อินทร มวง อาจารยในมหาวิทยาลัยขอนแกนทุกทาน คณะพี่ เลี้ยง และเพื่อนครูคุรุวิจัยทุกทาน ที่ไดมาแลกเปลี่ยน เรียนรูรวมกัน รวมทั้งใหโอกาสไดเขารวมโครงการดีๆ แบบนี้ และ ขอขอบคุณ สกว. ที่ใหการสนับสนุน โครงการครุวิจัย ตลอดจน รศ. สุชาตา ชินะจิตร ที่ไดริ ริ่เริมโครงการดีดี ที่เปนประโยชนตอแนวทางในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน ครูไทยและ การศึกษาของชาติเปนอยางยิ่ง ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/04/kanuengnij/ ใชการทําโยเกิรตเปนโครงงาน ศิรประภา สุรชน โรงเรียนบานบงคํา จังหวัดนครพนม E-mail: aring2290@hotmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 การเรียนรูการทําวิจัย ที่ศูนยครุวิจัยอนามัย สิ่งแวดลอม ม.ขอนแกน ไดรับความรูเกี่ยวกับการทํา เกษตร ตามแนวพระราชดําริ หลักเศรษฐกิจพอเพียง ความรูเกี่ยวกับการบําบัดน้ําเสีย และทรัพยากรปา ไม ซึ่งเปนความรูที่หลากหลายดีคะ การนําความรูมาใชในชีวิตประจําวัน เริ่มตน จากที่บานนําสูโรงเรียน ตอนนี้กําลังพาเด็กๆ สนุกกับการทําโครงงาน วิทยาศาสตร ทดลองการทําโยเกิรตกัน คะ โดยนํานม โรงเรียนมาลองแปรรูปดู เปนการเพิ่มคุณคาของ สารอาหารในนม ชวยใหเด็กที่ไมชอบดื่มนมหันมาทาน โยเกิรต เด็กๆ เลยสนุกกับการทดลองและมีความสุข กับไดกินโยเกิรตอรอย ๆ ที่เขาทําเอง ซึ่งอุปกรณที่ใช ทําการ ทดลองก็ไดจากเงินทุนสนับสนุนจากการเขา รวมโครงการครุวิจัย แมจะไมมากแตก็พอชวยเติมเต็ม ในสวนที่ขาดไดบาง ขอบคุณที่มีโครงการครุวิจัย สกว. โครงการที่ ดี สนับสนุนการสรางการเรียนรูอยางไมมีวันสิ้นสุด เพื่อการพัฒนาตนเอง และสังคมใหมีความสุข ความ เจริญสืบๆ ไป ที่มา : http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/26/siraprapa/
  • 42. - 32 - ไดใชเทคนิครวมทํากับลูกศิษย จตุรงค กมลเลิศ (ครูเจ) ครู คศ 1 โรงเรียนรองคํา จังหวัดกาฬสินธุ E-mail: jaturong9999@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 ตองขอออกตัวกอนนะครับ วาไดรับความรูดี มากจากอาจารยที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงของศูนย สิ่งแวดลอม ศึกษา ทุกคนใหการดูแลชวยเหลือเปน อยางดี ขอขอบคุณเปนอยางสูงที่ใหไดรับความรูที่ แปลกใหม และตางจากสาขาที่ได เรียนมา ป ร ะ ส บ ก า ร ณ ที่ ไ ด นํ า เ อ า ม า ข ย า ย ผ ล ใ น โรงเรียน อาจจะไมตรงกับ “การบําบัดน้ํา” ดังที่ไดไป ฝกทําวิจัย แตไดนําเอาเทคนิคและหลักการ กระบวนการวิจัย มาขยายผล สูการทําโครงงาน วิทยาศาสตรและหุนยนต โดย นักเรียนเองไดรับ รางวัลในระดับจังหวัด ระดับประเทศ และระดับ นานาชาติ ที่มีผมเปนที่ปรึกษาหลัก และเปนที่ปรึกษา พิเศษ เหตุผลที่ไมนําเอาเทคนิคกระบวนการในการ วิจัยเรื่องน้ํา จากศูนยไปขยายผล เนื่องจากใน มหาวิทยาลัยมีเครื่องมืออุปกรณที่ครบถวน สามารถ วัดผลไดเที่ยงตรง เปนที่ยอมรับไดดี แตเมื่ออยูใน โรงเรียนเราไมมีเครื่องมือเหลานั้นอยูเลย หากจะคิด ประดิษฐดัดแปลงจากอุปกรณในทองถิ่น ในการทําสื่อ การสอน “บําบัดน้ํา” เกรงวาจะไมไดรับประโยชนสัก เทาไหร เนื่องจากผมสอนในรายวิชาฟสิกส ซึ่งจะเนน ในเรื่องของการศึกษาเกี่ยวกับสสารและพลังงาน จึง ไมไดเนนในเรื่องการบําบัดน้ําเสียในการสอน ผ ม ไ ด พ า นักเรียนทําโครงงาน หุนยนตเกษตรกรรม ที่ อนุรักษสิ่งแวดลอม ผาน จากระดับจังหวัด 5 ทีม (ชนะเลิศระดับจังหวัด 5 ทีม) เขาสูรอบสุดทายใน ระดับประเทศไทย ณ เซียรรังสิต ในวันที่ 30 ก.ค. – 2 ส.ค. 53 ที่ผาน มา ผลปรากฏวา ไดรับรางวัลระดับประเทศ 3 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 หุนยนตทํามือ ม.ตน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงงานหุนยนตอัตโนมัติ ม.ปลาย และ รางวัลเหรียญทองแดง หุนยนตอัตโนมัติ ม. ตน จากการที่ไดนําเอกลักษณของการอนุรักษ สิ่งแวดลอม ประกอบกับการใชงานกับทางดาน เกษตรกรรม ตามหัวขอที่ทาง สพฐ ไดกําหนด ผมได ใชเทคนิคของกระบวนการวิจัยที่ ไดจากศูนยวิจัย สิ่งแวดลอมศึกษา มาขยายผลตอคณะครูที่ปรึกษาและ คณะนักเรียนที่เปนตัวแทน โดยนักเรียนไดใชเทคนิค การวิจัยที่ไดเรียนรูจากการทําโครงงานทุกครั้ง เมื่อทํา ชิ้นงานเสร็จสิ้นลง ตองมาศึกษาหาประสิทธิภาพของ หุนยนต เพื่อใหไดสิ่งที่ดีที่สุด บันทึกผล แลว สรุปผล ดวยสาเหตุนี้จึงทําใหโรงเรียนรองคํา สามารถ ควาแชมปในระดับนานาชาติในการแขงขันหุนยนตที่ ประเทศฮองกง ในชวงปลายเดือน กันยายน 2553 ที่ ผานมา และสงผลใหนักเรียนอีกหลายคนมีสิทธิได โควตาคณะวิศวกรรมศาสตร และสาขาคอมพิวเตอร คณะวิทยาศาสตรมหาวิทยาลัยขอนแกน เนื่องจากได ผานการแขงขันในรายการนี้ สุดทายนี้ผมขอขอบคุณ สกว. ที่ไดสราง โครงการที่ดีๆ ใหผมไดมีโอกาสไดศึกษาเรียนรู และ ขอขอบคุณศูนยอนามัยสิ่งแวดลอม ที่มีทาน ผศ.ดร. ยรรยงค อินทรมวง ผูอํานวยการศูนยอนามัย สิ่งแวดลอม คณะพี่เลี้ยงที่ใหการดูแลที่ดีอยางเสมอมา ปล. อยากใหทาง สกว. มีทุนใหครูทําวิจัย กิจกรรมพัฒนาผูเรียนดานสิ่งประดิษฐ เพื่อสงเสริมให เด็กไดมีโอกาสสรางชิ้นงาน โดยมี สกว. เปน Ëu‹¹Â¹µ¤a´æ¡¢Âaoaµo¹Áaµi æªÁ»Šo¤Ã§§Ò¹ÀÒ¤oiÊÒ¹
  • 43. - 33 - ผูสนับสนุนครับ เพราะยังมีนักเรียนอีกหลายคน ที่มี ความคิดที่จะสรางชิ้นงานที่ดีๆ ออกมา แตขาดแคลน ทุนทรัพย ที่จะสรางชิ้นงานนั้น ๆ ขึ้นมา ที่ไดศึกษามา จากศูนยผมไมไดใชในการบําบัดน้ําโดยตรง แตผม นําเอามาประยุกตใชในสาขาของผม โดยเอาเทคนิค การวิจัยมารวมทํากับนักเรียน จนไดรับประโยชนที่สูง ที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก ÃÒ§ÇaŪ¹aeÅiÈoa¹´aº 1 Ëu‹¹Â¹µ·íÒÁ×o Á.µŒ¹ ÃÒ§ÇaÅÃo§ª¹aeÅiÈoa¹´aº 2 o¤Ã§§Ò¹Ëu‹¹Â¹µ oaµo¹Áaµi Á.»ÅÒ æÅa ÃÒ§ÇaÅeËÃÕ­·o§æ´§ Ëu‹¹Â¹µoaµo¹Áaµi Á. µŒ¹ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/05/chaturong/
  • 44. - 34 - การจัดการเรียนรูแบบโครงงาน โรงเรียนบานชุมโลง นครศรีธรรมราช ผอ.ชูศรี กาญจนวงศ (พี่ชู) ผูอํานวยการโรงเรียนบานชุมโลง จ.นครศรีธรรมราช E-mail: sri_47@hotmail.com ครุวิจัยศูนยพลังงานป 52, สิ่งแวดลอม ม.ขอนแกน ป 53 โชคดีที่ดิฉันเปนผูอํานวยการโรงเรียน จึงมี โอกาสนําประสบการณที่ไดจากครุวิจัยไป ขยาย ผล ในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไมครบชั้น มีนักเรียน อนุบาลถึงประถมศึกษาปที่ 6 จํานวน 64 คน ครู 6 คน ใชยุทธศาสตรเปลี่ยนวิกฤติให เปนโอกาส เมื่อกระทรวงศึกษาธิการประกาศใช หลักสูตรใหมปการศึกษา 2553 และสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายให โรงเรียนจัดการเรียนรูแบบโครงงาน เพื่อ พัฒนาผูเรียน ใหมีสมรรถนะครอบคลุมตามที่หลักสูตรแกนกลาง กําหนด มีคุณภาพตามมาตรฐานการประกันคุณภาพ ภายในโรงเรียน และมาตรฐานการประเมินคุณภาพ ภายนอก ของสํานักงานรับรองคุณภาพและประเมินผล การศึกษา (สมศ.) ในขณะครูกําลังตกใจกับการเปลี่ยนแปลงทาง การศึกษา แตก็มีขวัญกําลังใจเมื่อโรงเรียนกําหนดทิศ ทางการเปลี่ยนแปลงอยางชัดเจน ในการใชรูปแบบการ จัดการเรียนรูแบบโครงงาน มีแผนปฏิบัติ มีขั้นตอน และมีกระบวนการ ที่ออกแบบใกลเคียงกับ กระบวนการเรียนรูของครุวิจัย ดวยโครงสรางที่คลายกัน คือ ผูอํานวยการ โรงเรียนเปนเสมือนผูอํานวยการศูนย ครูเปนเสมือน ครูพี่เลี้ยง นักเรียนเปนเสมือนครุวิจัย มีชุมชนและภูมิ ปญญาทองถิ่นเปนแหลงความรู เพื่อตอภาพใหเห็น ชัดเจน ขออธิบายดวยกระบวนการซึ่งประกอบดวย หลายขั้นตอน ดังตอไปนี้ 1. ขั้นเตรียมการ จัดประชุมครู เพื่อทํา ความเขาใจ “การบริหารจัดการหลักสูตร” แนวทางการ พัฒนางานวิชาการ และจัดการเรียนการสอน ที่ สอดคลองวิสัยทัศนและจุดมุงหมายของหลักสูตร ได ขอสรุปวา จะใชกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ โครงงาน เมื่อเห็นพองตรงกัน ก็เริ่มทํางานขั้น เตรียมการ - จัดสื่อคูมือ “การจัดการเรียนรูแบบ โครงงาน” เชน หนังสือสอนคิดดวยโครงงาน : การ เรียนการสอนแบบบูรณาการ (พิมพพันธ เดชะคุปต, 2551) การสอนแบบโครงงาน (วัฒนา มัคสมัน, 2551) และตัวอยางงานวิจัยตางๆ ที่เกี่ยวกับการใช โครงงาน - จัดเวทีกรรมการสถานศึกษาและภูมิปญญา ทองถิ่น เพื่อใหเขาใจตรงกัน ถึงวัตถุประสงคและ บทบาท ในการมีสวนรวมจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับ นักเรียน
  • 45. - 35 - - พัฒนาครู โดยการอบรมปฏิบัติการ เพื่อสราง ความรู ความเขาใจในแนวคิด หลักการและ ความสําคัญของการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน 2. ขั้นดําเนินการ - ใหครูศึกษาและกําหนดหนวยการเรียนรูที่เหมาะสม สําหรับการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน - ใหครูจัดทําเคาโครงการวิจัยเรื่อง “การจัดการเรียนรู แบบโครงงาน” เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะการทําโครงงานของนักเรียน ซึ่งไดทุน สนับสนุนการวิจัยป 2553 จากโครงการผูบริหาร โรงเรียนทําวิจัย สกว. - ใหเพื่อนครูและผูบริหารประเมิน “แผนการจัดการ เรียนรูแบบโครงงาน“ - ครูจัดการเรียนรูและเก็บขอมูล สําหรับใชอธิบายผล ของการจัดการเรียนรู - นักเรียนเลือกหัวขอ จัดกระบวนการเรียนรูตาม เนื้อหาสาระ ตามแผนการจัดการเรียนรู แผนการเรียนรู ที่ 1 และแผนการเรียนรูที่ 2 ซึ่งผูเรียนชวยกันสรุป เนื้อหาสาระจากแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 จัดทํา Mind mapping ผูสอนสังเกต และสรางความสนใจให เกิดขึ้นกับผูเรียน เมื่อผูเรียนเกิดความสนใจ ก็ใหเลือก หัวขอ ที่กลุมและตนเองสนใจ จาก Mind mapping กลุมละ 1 หัวขอ โดยใหผูเรียนนําหัวขอที่สนใจมา อภิปรายรวมกัน แลวกําหนดเรื่องนั้นเปนหัวขอ โครงงานของแตละกลุม - พัฒนาโครงงาน เปนระยะการเขียนเคาโครง โครงงาน (ขอเสนอโครงงาน) เพื่อวางแผน มีการ กําหนดแผนการดําเนินงานอยางเปนขั้นตอน วาจะทํา อะไรบาง และจะทําอยางไร มีวิธีการหาคําตอบ อยางไร จัดเรียงกอน-หลังตามลําดับเวลา กําหนด ระยะเวลาในการทํางาน แบงหนาที่ความรับผิดชอบ แบงงานกันทําเปนสัดสวนใหชัดเจน แลวเตรียมทํางาน ตามแผนที่กําหนด นําขอมูลที่ได มาวิเคราะหพรอม แปรผล - สรุปผล เปนขั้นสุดทายของโครงงาน ที่ผูเรียน คนพบคําตอบแลว และไดแสดงใหผูสอนเห็นวา ได สิ้นสุดความสนใจในหัวขอโครงงานเดิม และเริ่มหันมา สนใจงานเรื่องใหม ชวงนี้ผูสอนและผูเรียนจะได แบงปนประสบการณ การทํางานและมองเห็น ความสําเร็จของการทําโครงงาน มีกิจกรรมที่ผูสอนให ผู เรียนดําเนินการในขั้นตอนนี้ดังนี้ (1) ผูเรียนเขียน รายงานเปนรูปแบบ “รายงานวิจัยเลมเล็ก” (2) ผูเรียน นําเสนอผลงาน ดวยวาจาและจัดนิทรรศการโปสเตอร โครงงาน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู ซึ่งจะมีขอสรุปและ การนําไปใชในชีวิตประจําวัน (คุณคาเกิดจากการ เชื่อมโยงกับความจริงในวิถีชีวิต) 3. ผูเรียน ประเมินผลงานโครงงาน ของตนเองและของ เพื่อน (ระดับสูงสุดของการเรียนรู คือ ขั้นประเมินได) 3. ขั้นสรุป (อยูในระหวางการดําเนินงาน) - ครูนํากระบวนการดําเนินงานและขอมูลที่ได มา เขียนเปนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน - ผูอํานวยการ โรงเรียน นํากระบวนการดําเนินงานและขอมูลที่ ได เขียนเปนรายงานการวิจัยของโรงเรียน (รวม งานวิจัยของครู) - ครู ผูบริหาร นักเรียน และชุมชน ประชุมสรุปผล การ จัดการเรียนรูแบบโครงงาน ในประเด็นตาง ๆ เชน สิ่งที่เกิดขึ้นกับนักเรียนและครู การเปลี่ยนแปลง ของนักเรียน ครูและโรงเรียน อุปสรรคและ ปญหา และแนวทางพัฒนาใหดียิ่งขึ้น ดิฉันจึงคิดวา ถาครูครุวิจัยไดนํากระบวนการ ที่ไดจากศูนยไปทดลองปรับใชในชั้นเรียน ใหเห็น ก ร ะ บ ว น ก า ร แ ล ะ ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง นักเรียน ผูบริหารโรงเรียนนาจะสงเสริมใหเกิด กระบวนการพัฒนางานวิชาการ ในโรงเรียนแบบมีสวน รวมทั้งโรงเรียนตอไป ขอขอบคุณโครงการครุวิจัย สกว. ที่สรางโอกาสดีดีใหกับครู และหวังวา ครูมี โอกาสไดนําไปใชกับนักเรียนตอไป ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/28/chusri/
  • 46. - 36 - ตั้งชุมนุมพฤกษศาสตร นางสาวนภาภรณ สมสะอาด โรงเรียนบานไทยวิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี 34320 E-mail: Napaporn0509@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 เดือนเมษายน 2553 ไดมีโอกาสเขารวมฝก ทํ า วิ จั ย ที่ ศู น ย วิ จั ย อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล อ ม มหาวิทยาลัยขอนแกน ซึ่งมีความตั้งกอนที่จะมาฝกวา จะตองเรียนรูเกี่ยวกับพืช เพื่อใชในการจัดกิจกรรมการ เรียนรูชุมนุมพฤกษศาสตร ความหลากหลายของ สิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศ เพื่อใชในการจัดกิจกรรมการ เรียนรูใหกับนักเรียน หลังจากเขาฝกทําวิจัยแลวไดนํา ความรูและประสบการณที่ไดรับไปปรับใชในระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 3 วิชาวิทยาศาสตร และชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 วิชาชีววิทย า 1. ตั้งชุมนุมพฤกษศาสตรในโรงเรียน โดยให นักเรียนไดศึกษาพรรณไมใน โรงเรียนและที่บาน จัดทํา ท ะ เ บี ย น พ ร ร ณ ไมในโรงเรียน คนหาชื่อ วิทยาศาสตร ชื่อวงศ ลักษณะ วิสัย การนําไปใช ประโยชน เก็บตัวอยาง เมล็ดพันธุ จัดทําปายชื่อ พรรณไม 2. จัดกิจกรรมการสอนโดยโครงงาน ใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เปนโครงงานแบบสํารวจ ความหลากหลายของผีเสื้อในบริเวณโรงเรียน ความ หลากชนิดของตั๊กแตน พรรณไมพื้นลางปาหลัง โรงเรียน ระบบนิเวศหนองสามงา และลําหวยนอย นักเรียนมีความสุขในการทํากิจกรรมมาก สวนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 ศึกษาระบบนิเวศภายในโรงเรียน ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยูในระบบนิเวศ ศึกษาพรรณไมยืนตน การนําไปใชประโยชน การศึกษาและใหนักเรียนเขียนรายงานในรูปหนังสือ การตูน 3. นักเรียนมีการสํารวจการใชสารเคมีทาง การเกษตรและผลกระทบตอสภาพแวดลอมในชุมชน และใหนักเรียนรวมกันหาแนวทางในการแกไขปญหา ตอไป จากการนํากระบวนการวิจัยมาใชในการจัด กิจกรรมการเรียนรูใหกับนักเรียน ทําใหนักเรียนมี ความกระตือรือรนการเรียนรูมากขึ้น มีทักษะในการ ทํางาน การนําเสนอขอมูล รวมทั้งการสืบคนขอมูล ดวย ครูเองก็ไดรับความรูดวยเพราะบางอยางที่ไป สํารวจพบครูก็ยังไมรูเหมือนกันจึงตองคนหาคําตอบกับ เด็กๆดวยซึ่งความรูที่ไดสามารถมาทําเปนเอกสาร ประกอบการสอนไดในการสอนในครั้งตอไปไดอีกดวย ขอบคุณ สกว.ที่ใหโอกาส ทําใหไดพัฒนา ตนเองและสามารถนําไปพัฒนาการเรียนการสอนได เปนอยางดี ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/10/napaporn/
  • 47. - 37 - เปลี่ยนทรรศนะของครูและ นักเรียน บังออน จุลพล โรงเรียนบกวิทยาคม อําเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ E-mail: neutronja@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม ม.ขอนแกน ป 53, พลังงาน มอ. ป 52, ไดโนเสาร ป 51 การเขารวมโครงการ “ครุวิจัย สกว.” ณ ศูนยวิจัยวิทยาศาสตรอนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ใหไดรับความรูเกี่ยวกับการทํา การเกษตรแบบผสมผสาน การกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี การทําน้ําหมักชีวภาพ และการทํา EM Ball ผ ล จ า ก ก า ร เ ข า ร ว ม ศึกษาวิจัยในครั้งนี้ นํามาถายทอดสู เ พื่ อ น ค รู ทั้ ง ใ น โรงเรียนและนอก โรงเรียน รวมถึง การนําความรูและ ประสบการณวิจัย ไปใชในการเรียนการสอนในชั้นเรียน ใหนักเรียนฝก ปฏิบัติจริง เก็บรวบรวมขอมูล ทดลอง และหาคําตอบ ของปญหาตาง ๆ ไดดวยตนเอง ประสบการณดานการ วิจัยในครั้งนี้ ผูศึกษาวิจัยไดนําไปสูการปฏิบัติจริงใน โรงเรียน ดังนี้ ๑. การเผยแพรความรูและประสบการณ ครู ในโรงเรียนหลายทานใหความสนใจและเริ่มเปลี่ยน แนวความคิดใหม จากเมื่อกอนมองวางานวิจัยเปนเรื่อง ที่ยุงยาก ซับซอน และนาเบื่อ เปนการทําวิจัยเปนเรื่อง งาย ๆ ที่สามารถทําควบคูไปกับการเรียนการสอน ๒. เปดสอนกิจกรรมชุมนุม “ การทําน้ําหมัก ชีวภาพ และ การทํา EM Ball ” โดยครูใหความรูและ ใหนักเรียนลงมือปฏิบัติจริง เพื่อ คนหาองคความรูตาง ๆ ดวยตนเอง โดยใชกระบวนการวิจัยในการหาคําตอบ ที่นักเรียนอยากรู ซึ่งผลจากการสอน พบวา นักเรียน ใหความสนใจในการทํากิจกรรมดีมาก และนักเรียน สามารถนําไปใชในครอบครัวไดจริง.. ๓. เผยแพรความรูสูชุมชน โดยใชนักเรียนใน ชุมนุมเปนคนถายทอดความรูและประสบการณดาน การทํา น้ําหมักชีวภาพ และ การทํา EM Ball ใหกับ คนในครอบครัวและในชุมชนที่สนใจ รวมถึงการแนะนํา และชักชวนใหคนในชุมชน หันมาใหน้ําหมักชีวภาพ แทนการใชปุยเคมีที่ขายตามทองตลาด e¼Âæ¾Ã‹¼Å§Ò¹Çi¨aÂÊÙ‹e¾×èo¹¤ÃÙ·aé§ã¹æÅa¹o¡ oçeÃÕ¹ ½ƒ¡¹a¡eÃÕ¹·íÒ EM Ball ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/15/bung-on/
  • 48. - 38 - ฝกทําวิจัยชวยสรางการ เปลี่ยนแปลงในวิธีการสอน ปยรัตน พิมพสวัสดิ์ (ครูนุย) โรงเรียนคอวังวิทยาคม อ.คอวัง จ.ยโสธร E-mail: kainooybio@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 จากการไดรวมฝกทําวิจัยในโครงการครุวิจัย สกว. ณ ศูนยวิทยาศาสตรอนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ทําใหไดรับความรูและ ประสบการณเกี่ยวกับการทําวิจัย รูสึกประทับใจเปน อยางยิ่ง ไดนําความรูและประสบการณที่ไดรับ มาจัด กิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร ดังตอไปนี้ 1. จัดอบรมนักเรียนเกี่ยวกับการทําโครงงาน วิทยาศาสตร ตาม โครงการพัฒนาครูและนักเรียนเพื่อ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร และ คณิตศาสตร แผนปฏิบัติการไทยเขมแข็ง SP2 โรงเรียนคอวังวิทยาคม 2. ปรับปรุงการสอนโครงงาน ใหนักเรียน สนใจและสามารถทําโครงงานวิทยาศาสตรได จากนั้น สงโครงงานวิทยาศาสตรไปแขงขันในงานสัปดาหวัน วิทยาศาสตร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี นักเรียนไดรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภท สิ่งประดิษฐ ซึ่งชวยกระตุนใหนักเรียนสนใจกิจกรรม การทําโครงงาน มีแรงจูงใจและกลาที่จะคิด ประดิษฐ หรือสรางสรรคผลงาน ดวยกระบวนการทาง วิทยาศาสตร 3. จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ใน รายวิชาวิทยาศาสตรโลกทั้งระบบ เปนวิชา วิทยาศาสตรแบบบูรณาการเชื่อมโยงความสัมพันธของ ดิน น้ํา อากาศ และสิ่งมีชีวิต เนนใหนักเรียนไดเรียนรู ผานกระบวนการวิจัย นักเรียนแตละกลุมตองสามารถ ทําวิจัยทางวิทยาศาสตรได ซึ่งตรงกับศูนยวิทยาศาสตร สิ่งแวดลอมที่มหาวิทยาลัยขอนแกน ทําใหการจัดการ เรียนการสอน การใชเครื่องมือ การสรางสื่อการเรียน ทําไดมากกวาปที่ผานมา ผลจากการฝกทําวิจัย ณ ศูนยวิทยาศาสตร อนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ไดรับทั้ง ความรูและประสบการณ ที่สามารถนําไปเปนแนวทาง ในการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ นอกจากนี้ยังไดแนวทางในการจัดทําสื่อนวัตกรรมเพื่อ พัฒนาการเรียนการสอนอีกดวย ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยขอนแกน อาจารย ในมหาวิทยาลัยทุกทาน และคณะพี่เลี้ยง ที่ใหโอกาส ไดเขารวมโครงการดีๆ แบบนี้ ตลอดจน ขอขอบคุณ สกว. ที่ใหการสนับสนุนโครงการครุ วิจัย การจัดโครงการครั้งนี้เปนประโยชนตอการศึกษา อยางยิ่ง และสามารถนําไปเปนแนวทางในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนไดเปน อยางดี ที่มา : http://kruvijai.wordpress.com/2010/09/29/piyarat/
  • 49. - 39 - สอนโครงงานและอนุรักษ สิ่งแวดลอม นางสาวพรทิพย รินไธสง (ครูปอร) โรงเรียนบานวังหิน อ.หนองสองหอง จ.ขอนแกน E-mail: por2637@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 หลังได รับการฝกทําวิจัยในโครงการครุวิจัย สกว. ณ ศูนยวิทยาศาสตรอนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน รูสึกประทับใจและซาบซึ้งเปน อยางยิ่งที่ไดมีโอกาสรับทุนครั้งนี้ และไดนําความรูที่ ไดรับ มาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร ดังตอไปนี้ 1. สอน เรื่องระบบนิเวศ สิ่งแวดลอม น้ํา ปาไม และ เกษตรอินทรีย นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 2. ปลูกฝงแนวความคิดการอนุรักษสิ่งแวดลอมและ สรางความตระหนัก ในการทําลายสิ่งแวดลอมที่สงผล กระทบตอการเปลี่ยนแปลงของโลก ในชมรม วิทยาศาสตร 3. สอนนักเรียนที่สอน (ม.3-ม.5) ทํา โครงงาน เกี่ยวกับการสํารวจและการใชประโยชนของ พรรณไมและสัตวในทองถิ่น เพื่อปลูกฝงใหนักเรียนได เห็นความสําคัญของความหลากหลายทางชีวภาพที่พบ ใน ทองถิ่นของตน ที่นับวันจะมีจํานวนลดนอยลงไป เรื่อยๆ พรอมทั้งชี้แนะแนวทางที่จะรวมกันอนุรักษ ทรัพยากรที่มีในทองถิ่นเหลา นั้นใหคงอยูตอไป 4. สํารวจพรรณไมและการใชประโยชน ในโรงเรียน และทําเปนหนังสือเลมเล็กเพื่อ เปนประโยชนตอ การศึกษาใหกับผูที่สนใจ ตลอดจนใหหนวยงานทุกฝาย ในชุมชนหันมาเห็นความสําคัญของทรัพยากรใน ทองถิ่น และรวมกันถายทอดภูมิปญญาของการใช ประโยชนจากพันธุไมใหลูกหลานไดทราบ ตอไป 5. จัดนิทรรศการใหความรูกับนักเรียนในเรื่อง ทรัพยากรและสิ่งแวดลอมในหองสมุด เพื่อใหความรู ตลอดทั้งภาคการศึกษา นอกจากจะนําความรูที่ไดมาใชโดยตรงกับนักเรียนแลว ขาพเจายังเปนผูที่คอยแนะนํา ชวยเหลือใหกับคุณครู ทานอื่นๆ ที่มีความสนใจในการทําวิจัยอีกดวย และใน อนาคตขาพเจาจะมีโครงการสํารวจทรัพยากรในชุมชน เชน พรรณไม สัตว เห็ด ที่เปนทรัพยากรที่มี ความสําคัญในดานการบริโภคเปนยาสมุนไพร และ เพิ่มรายได เพื่อเปนแนวทางในการอนุรักษใหคงอยู ตอไป สุดทาย นี้ ขาพเจาใครขอขอบพระคุณโครงการครุวิจัย สกว. และมหาวิทยาลัยขอนแกนเปนอยางสูง ที่ไดให โอกาสทางการเรียนรูอีกครั้ง โดยเฉพาะขอคิดในแง ของการศึกษาที่ขาพเจาไดรับ จากทานรอง ศาสตราจารย ดร.ยรรยงค อินทรมวง สามารถ เปลี่ยนแปลงแนวคิดเดิมๆ และจุดประกายใหมีใจที่ มุงมั่นอยากที่จะทุมเททํางานเพื่อการศึกษา...ขอให โครงการดีๆ ที่เปนสวนสําคัญในการพัฒนาประเทศ ไทยอยางนี้ ยังคงมีตอไปเรื่อยๆ นะคะ ขอขอบพระคุณ เปนอยางสูงยิ่งคะ... ที่มา : http://kruvijai.wordpress.com/2010/08/11/env-1/
  • 50. - 40 - จุดประกายความคิด ในการทําโครงงาน พัชนุช แสนกัน (ครูตู) โรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม อ.สบเมย จ.แมฮองสอน E-mail: puchanooch@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 ระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ กับประสบการณ ที่ ไ ด ฝ ก ทํ า วิ จั ย กั บ ศู น ย สิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ทําใหไดเก็บเกี่ยว มวลประสบการณและองคความรู จากทาน อาจารย คณะพี่เลี้ยง และเพื่อนครู เพื่อมุงมั่นจะ ถายทอดมวลประสบการณสูลูกศิษย ที่อยูในโรงเรียน และชุมชนตนน้ํา ที่มีปญหาสิ่งแวดลอมและคุณภาพ ของน้ํา โครงการครุวิจัยสกว. เปนโครงการที่ดีและ สงเสริม ใหครูไดเรียนรูจากการปฏิบัติจริง ฝกการ ทํางานเปนทีม สรางประสบการณในการใชชีวิต รวมกัน ทําใหเกิดเรียนรูอยางหลากหลาย กระบวนการ อาทิ การเรียนรูประสบการณจากการ วางแผนการทํางาน การสืบคนขอมูล การลงมือ ปฏิบัติ การจัดทํารายงานวิจัย ฯลฯ การแสวงหา ความรูใหมในเรื่องตางๆ เชน การจัดการทรัพยากร น้ํา คุณภาพน้ํา ปาไม และการนํากระบวนการวิจัย สูการเรียนการสอนนักเรียนใหหองเรียน ฝกการ ทํางานเปนทีม การเรียนรูจากภูมิปญญาทองถิ่น การ แลกเปลี่ยนเรียนรูจากเพื่อนครู การเรียนรูจากแหลง เรียนรูใกลตัว การเปนผูนํา ผูตาม และสมาชิกที่ดีของ กลุม ทําใหมีความรูเพิ่มพูน มีวิสัยทัศนกวางไกล ขึ้น จุดประกายความคิดในแงมุมตางๆ สรางให ผูเรียนปนบุคคลแหงการเรียนรูคูสังคม อนึ่ง ความรูจากการเขารวมโครงการครุวิจัย ไดจุดประกายความคิดในการจัดทําโครงงานวิทยา ศาสตรในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เรื่อง การสํารวจ คุณภาพของน้ําและนาฬิกาสัตวหนาดิน ซึ่งความรูที่ ไดถายทอดนั้น ผูเรียนไดนําองคความรูดังกลาว มา จัดทําในรูปแบบการเรียนรูรวมกันแบบบูรณาการ ผสานดวยภูมิปญญาและเทคโนโลยี ในการนําเสนอ ผลงานโครงงานวิทยาศาสตร อีกทั้งยังรวมคิดรวม ทํากิจกรรมดวยคายวิทยาศาสตรบูรณาการสิ่งแวดลอม ที่เนนการพิทักษรักษา คุณภาพน้ํา โครงการ นักสืบสายน้ําในโรงเรียน โครงงานคุณธรรม รักษ น้ํา รักษปา รักษแผนดิน ที่เสริมสรางคุณธรรมและ จริยธรรมใหกับผูเรียนในโอกาสตอไป ขอบคุณทานอาจารยยรรยงค อินทร มวง คณะพี่เลี้ยง และเพื่อนครูคุรุวิจัยทุกทาน ที่มี โอกาสไดแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกัน และไดเขารวม โ ค ร ง ก า ร ที่ ดี แ บ บ นี้ แ ล ะ ข อ ข อ บ คุ ณ หนวยงาน สกว. ที่ใหการสนับสนุนโครงการครุ วิจัย และรศ. สุชาตา ชินะจิตร ที่ไดริเริ่มโครงการที่ดี เปนประโยชนตอแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนในโรงเรียนเพื่อสราง การศึกษาไทยให กาวหนาตอไป ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/07/putchnuch/
  • 51. - 41 - มุมมองที่เปลี่ยนไปกับการนํา วิจัยมาใชในการเรียน เมธาวี สายสิน โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ E-mail: mea.mung@gmail.com ครุวิจัยศูนยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 การเขารวมโครงการครุวิจัยกับศูนย วิ ท ย า ศ า ส ต ร อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล อ ม มหาวิทยาลัยขอนแกน ทําใหเปลี่ยนความคิดวาการ วิจัยเปนเรื่องยุงยาก ก็เหมือนกับการทําการทดลอง วิทยาศาสตรในหองเรียนซึ่งมีกระบวนการเหมือนกัน ทุกอยาง จากประสบการณที่ไดทําทราบวาการวิจัยเปน เรื่องจําเปนสําหรับการดํารงชีวิต และพัฒนาความรู ทุกๆ ดาน การวิจัยตองใชกระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่เรียกวาการสืบเสาะ จนพบคําตอบ นั่นเอง หลังจากที่กลับมาไดนําความรูมาพัฒนาการ เรียนการสอนวิทยาศาสตรดังนี้ 1. ใชในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร ได เตรียมความพรอมนักเรียนสําหรับการวิจัยเล็กๆ กับ นักเรียนกอนที่จะลงนําการวิจัยเขาสูหองเรียน โดยการ จัดตั้งชุมนุมวิทยาศาสตรใหนักเรียนไดเรียนรูและฝก การใชทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ตั้งแต ทักษะพื้นฐานจนถึงทักษะขั้นบูรณาการ และใช เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตรที่จําเปน แมการปูพื้นฐาน จะใชเวลานานแตคาดวาในภาคเรียนตอไปคงไดลงมือ ทําตามเปาหมายที่วางไวตอไป 2. บูรณาการกับการเรียนรูในทุกกิจกรรม ตามที่ไดฝกการทําวิจัยและไดรับถายทอดประสบการณ จากนายสวาสดิ์ พุทธรรมา เกษตรกรบานหวยชัน การทําเกษตรอินทรีย และใหใชสถานที่แปลงเกษตร อินทรียทําการวิจัยครั้งนั้นมีความเหมือนและตรงกับ บริบทของโรงเรียนอยางมาก เนื่องจากโรงเรียนไดรับ คัดเลือกใหเปนโรงเรียนตนแบบการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงของ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 และ ไดรับการคัดเลือกใหสถานศึกษาพอเพียง จาก กระทรวงศึกษาธิการเมื่อ 7 มีนาคม 2553 โรงเรียนจึง ไดมีการกิจกรรมเพื่อใหมีความพรอมที่จะไดการศึกษา ดูงานโรงเรียนตางๆ อยูเสมอ เพื่อเปนตนแบบใหกับ โรงเรียนตาง ๆ เริ่มจากโรงเรียนไดจัดการเรียนการ สอนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ใหนักเรียนไดเรียนรูตาม ฐานซึ่งมี12 ฐานการเรียนรู เชน ฐานการทําน้ําหมัก ชีวภาพ ฐานเตาถานชีวมวล ฐานการปลูกแกวมังกร ฐานการปลูกฝรั่งไรเมล็ด ฐานการปลูกมะนาวในทอซี เมนส ฐานการเลี้ยงปลา และฐานอื่นๆ สวนสมุนไพร กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร เพื่อใหนักเรียนไดนํา ความรูไปใชในการดํารงชีวิต แมกระทั่งครูที่อยูบานพัก ครูในโรงเรียนก็นําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช ดํารงชีวิตไมวาการทําเกษตรอินทรีย เพื่อเปน แบบอยางใหแกนักเรียน และแหลงเรียนรูเหลานี้จะใช เปนศูนยฝกการทําวิจัยเล็ก ๆ ของนักเรียนไดเปนอยาง ดี เมื่อครูมีความรูเกี่ยวกับวิจัยและมีสถานที่ สําหรับเปนแหลงเรียนรูอยูในโรงเรียน การนํานักเรียน สูการทําวิจัยก็เรื่องใกลตัวและไมเกินความสามารถ แม จะกาวชาแตก็มั่นใจวาทําไดแนนอน ขอขอบคุณสกว. ที่มีโครงการดีๆ ใหครูไดมีโอกาสพัฒนาความรูเพื่อจะ ไดนําไปใชในการพัฒนาเรียนการสอนตอไป ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/15/matavee/
  • 52. - 42 - ไดประยุกตใชการเรียน การสอน และประเมินเด็กได วราพร โยธาภักดี (ครูเอม) โรงเรียนกูสวนแตงพิทยาคม จ.บุรีรัมย E-mail: Pungjung_kyo@hotmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 จาก การไดเรียนรูหาประสบการณการทําวิจัย เปนระยะเวลา 1 เดือน ขาพเจาก็ไดนําความรูมา ประยุกตใชในกระบวนการเรียนการสอน ทั้งใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตนและตอนปลาย กิจกรรม ชุมชุม กิจกรรมสัปดาหวันวิทยาศาสตร การแขงขัน ทักษะตางๆ และศึกษาปญหาความไมเขาใจเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร(วิจัยในชั้นเรียน) กิจกรรมที่ขาพเจาไดมา ปรับใชในการเรียนรูนั้นทําใหนักเรียนเกิด ความสุข สนุกสนานกับสิ่งที่เขาไดเรียน ไดลงมือ ปฏิบัติดวยตัวของเขาเองและตัวขาพเจาก็ไดรูวา กิจกรรมเหลานี้สามารถประเมินเด็กได เพราะไดเห็น ทักษะที่เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ ซึ่งทําใหขาพเจาไดเห็น ปญหาของนักเรียนดานความไมเขาใจในการเรียน ถา ขาดกิจกรรมที่เราความสนใจ ทําใหนาคนควา ผล จากการนําความรูที่ไดจากการทําวิจัยมาปรับใช สูการ เรียนการสอนมีทั้งอยูในระดับความพึงพอใจจนถึงดี มากคะ ทั้งนี้ตองขอขอบคุณทางครุวิจัยนะคะ ที่เอาใจ ใสและติดตาม ตลอดจนไดใหถายทอดเปนบทความ จนทําใหโรงเรียนที่ยังไมมีใครรูจัก ยังรูสึกวามีคาตอ ทางโครงการ และยังไดใหรับการอบรมสงเสริม เกี่ยวกับการเรียนการสอนเพิ่มเติม……….ขอบคุณคะ ãËŒ¹a¡eÃÕ¹ÁÕ Ê‹Ç¹Ã‹ÇÁ ¡i¨¡ÃÃÁã¹oçeÃÕ¹ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/06/waraporn/
  • 53. - 43 - สอนนักเรียนทําโครงงาน สุคนธ จารุสาร (ครูแดง) โรงเรียนเลิงนกทา จังหวัดยโสธร E-mail: sukonJ@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 ตามที่สํานักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัย (สกว.) ใหโอกาสเขารวมโครงการ “ครุวิจัย สกว.” เปนการพัฒนาศักยภาพดานกระบวนการวิจัย แบบประสบการณตรงเพิ่มพูนความรูความเขาใจใน หลักการทางวิทยาศาสตรที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต พัฒนา กระบวนการเรียนการสอนครูใหสามารถสรางแรง บันดาลใจในการเรียนรูของนักเรียน ขาพเจาฝกทําวิจัย ณ ศู น ย วิ ท ย า ศ า ส ต ร อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล อ ม มหาวิทยาลัยขอนแกน จ.ขอนแกน เมื่อกลับมาถึง โรงเรียนไดดําเนินการ ดังรายละเอียดนี้ 1. ถายทอดประสบการณ นําความรูที่ได เผยแพรใหแก คณะครูและนักเรียน รูปที่ 1 เผยแพรความรูเกี่ยวกับวิจัยใหเพื่อนครูในโรงเรียน รูปที่ 2 เปนที่ปรึกษาใหนักเรียนในการทําโครงงาน 2. สอนชุมชุมตนลานักวิจัย ชั้น ม.ตอน ปลาย ไดสอนกระบวนการวิจัย (โครงงาน) เชน ให นักเรียนหาเมล็ดพันธุไมที่สนใจ รวบรวมเมล็ดพันธุไม และสํารวจพืชพันธุไมที่มีในเขตอําเภอเลิงนกทา สงเสริมและกระตุนนักเรียน ใหมีความสนใจในการ คนควาหาความรูเพิ่มเติมฝกการบันทึกและการจัดเก็บ ขอมูล รูปที่ 3 นํานักเรียนเดินปา ศึกษาระบบนิเวศและเก็บเมล็ด พันธุพืช รูปที่ 4 นักเรียนนําเสนอผลงานการเก็บเมล็ดพันธุพืช รูปที่ 5 นํานักเรียนไปเก็บเมล็ดพันธุพืชที่ปาวัดภูถ้ําพระ 3. สอนรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตรชั้น มัธยมศึกษา ตอนตน สอนโดยใชชุดกิจกรรมการเรียนรู เรื่อง การทําโครงงานวิทยาศาสตรแบบงานวิจัยใชใน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและเปนครูที่ปรึกษา ในการจัดทําโครงงานใหแกนักเรียน นําขั้นตอนการทํา วิจัยและตัวอยางงานวิจัยตางๆ เปนตัวอยาง ประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกทําวิจัยของนักเรียน และสามารถนําไปใชในการแขงขันทักษะกิจกรรมทาง วิชาการเวทีตางๆ เพื่อสูความเปนเลิศทางวิชาการ ดังนี้ 3.1 เรื่อง เปรียบเทียบปุยหมักมูล ไสเดือนที่มีผลตอการเจริญเติบโตของผักกาดเขียว กวางตุงและไดเปนตัวแทนของจังหวัดยโสธร ใหรวม
  • 54. - 44 - ประกวดทุนมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท ณ จังหวัด นครราชสีมา ระหวางวันที่ 17 – 18 สิงหาคม 2553 รูปที่ 6 นักเรียนแยกไสเดือนออกเพื่อนํามูลไปทําปุย รูปที่ 7 ผักกาดเขียวกวางตุง ที่ปลูกและศึกษาการ เจริญเติบโต รูปที่ 8 เขารวมการประกวดโครงงานระดับภาค รูปที่ 9 ประกวดโครงงาน ณ ม.เทคโนโลยีสุรนารี รูปที่ 10 นักเรียนและครูใหรายละเอียดการทําโครงงาน 3.2 เรื่อง การศึกษาการเจริญเติบโตและการ ทําเครื่องดื่มน้ําปนตนออนขาว เขา ณ มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี เนื่องในสัปดาหวันวิทยาศาสตร 17 – 20 สิงหาคม 2553 รูปที่ 11 การเพาะตนออนขาวและการรดน้ํา รูปที่ 12 ประกวด ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 3.3 เรื่อง ยาฆาหญาไรสารพิษ ทําน้ําหมัก ชีวภาพสูตรเขมขนเพื่อนําไปกําจัดหญาในสวน ยางพารา 4. การสอนวิชาวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 นักเรียนไดออกสํารวจ ระบบนิเวศในโรงเรียน ระบบนิเวศแหลงน้ํา พรอมทั้ง จัดทําโครงการรณรงคเพื่อสิ่งแวดลอมที่ยั่งยืน รวมทั้ง นําผลงานไปจัดแสดงเนื่องในงานสัมมนาเครือขาย อนุรักษสิ่งแวดลอมธรรมชาติและศิลปกรรมทองถิ่น หนวยอนุรักษสิ่งแวดลอมธรรมชาติและศิลปกรรม ทองถิ่นจังหวัดยโสธร 10 - 11 กันยายน 2553 ณ โรงเรียนยโสธรพิทยาคม และไปทัศนศึกษา ณ โบราณสถานที่สําคัญของจังหวัด เชน วัดพระธาตุ อานนทและพระธาตุกองขาวนอย อ.เมือง จ.ยโสธร รูปที่ 13 นักอนุรักษศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดลอม ณ วัด พระธาตุกลองขาวนอย อ.เมือง จ.ยโสธร
  • 55. - 45 - 5. จัดทําโครงการทัศนศึกษา ณ มูลนิธิชัย พัฒนา บานดาน ต.สามแยก แหลงเรียนรูเกษตร ผสมผสาน บานหินโหงน วัดภูถ้ําพระ บานหินโหงน ต. กุดแห อางเก็บน้ําและปา Climax community วัดปาบานนาโพธิ์อางสรางหิน บานนาโพธิ์ ต.กุดแห อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ปลูกกลวยไม เฟรนและตน จันทนผา ใหปาวัดภูถ้ําพระ การทําวิจัยและการออกแบบการวิจัยเพื่อการ อนุรักษและพัฒนาสิ่งแวดลอม ดังนี้ 5.1 การศึกษาพันธุไมในมูลนิธิชัยพัฒนา อ. เลิงนกทา จ.ยโสธร รูปที่ 14 ถายทอดประสบการณการขยายพันธุกลวยไม 5.2 การศึกษาประโยชนของพรรณไมยืนใน มูลนิธิชัยพัฒนา วัดภูถ้ําพระ และวัดปาวังน้ําทิพย อ. เลิงนกทา จ.ยโสธร 5.3 ศึกษาวิธีการปลูกบวบแบบดั้งเดิมกับการ ปลูกแบบใหมในมูลนิธิชัยพัฒนา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร รูปที่ 15 แปลงปลูกบวบ ในมูลนิธิชัยพัฒนา 5.4 การทําเกษตรอินทรียแบบผสมผสานใน มูลนิธิชัยพัฒนา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร รูปที่ 16 การปลูกพืช และเลี้ยงสัตวแบบผสมผสาน 5.5 การศึกษาการเลี้ยงปลาดุกในบอปูนและ บอดินตามธรรมชาติ ในมูลนิธิชัยพัฒนา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร รูปที่ 17 การเลี้ยงปลาดุกบอดินธรรมชาติ ในมูลนิธิชัยพัฒนา รูปที่ 18 หนังสือเลมเล็ก การเลี้ยงปลาดุก 5.6 การศึกษาจัดการศัตรูพืชในแปลงผัก เกษตรอินทรีย ในมูลนิธิชัยพัฒนาและบานหินโหงน อ. เลิงนกทา จ.ยโสธร 5.7 การศึกษาแพลงกตอนในมูลนิธิชัยพัฒนา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร รูปที่ 19 บอเลี้ยงลูกกบ และแพลงกตอนพืชในบอน้ํา
  • 56. - 46 - 5.8 การเลี้ยงกบในบอซีเมนต ในมูลนิธิชัย พัฒนา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร รูปที่ 20 การทํา Mapping การเลี้ยงกบในบอปูนซีเมนต กอนสืบคนขอมูลเพื่อทําวิจัย 5.9 การศึกษาการปลูกฝรั่งสาลี่สีทองใน มูลนิธิชัยพัฒนา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร รูปที่ 21 การทํา Mapping กอนสืบคนเพื่อทํางานวิจัย 6. ใหนักเรียนในที่ปรึกษาและนักเรียนที่เรียน ในรายวิชารวมกิจกรรมปลูกตนไมเพื่อถวายแม เนื่อง ในวันแมแหงชาติ ป 2553 7. สอนวิธีการสืบคนขอมูลในอินเตอรเน็ต การนําความรูเกี่ยวกับอินเทอรเน็ต มาประยุกตใชใน การหาความรู เชน การสืบคนขอมูลและการนําขอมูล จากอินเทอรเน็ตมาใชงานการเรียนการสอนและการทํา โครงงานและงานวิจัย ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/08/17/anvi- sukon/
  • 57. - 47 - พัฒนาการสอนสิ่งแวดลอม คุณครูจรูญลักษณ แสนพิสาน (ครูเปาะ) ครู คศ.1 โรงเรียนบานทาไรไทยเจริญ จังหวัดหนองคาย E-mail: Jaroonlak.tarai@gmail.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 ตามไดรับการฝกทําวิจัย ณ ศูนยวิทยาศาสตร อนามัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน รูสึก ประทับใจเปนอยางมาก ในการไดมีโอกาสรับทุนครั้ง นี้ และไดนําความรูที่ไดมาจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนวิทยาศาสตร ในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 และมัธยมศึกษาปที่ 1-3 ในระดับประถมศึกษานั้น ไดบูรณาการเขากับ การเรียนวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอมรอบๆ ตัวเรา พืช สัตว ระบบนิเวศ และเกษตรอินทรีย โดยไดพานักเรียน ไปเรียนรู จากการทําโครงงานวิทยาศาสตร เรื่องดิน ศึกษาเกี่ยวกับสีของดิน ลักษณะรูปทรงของดิน ประเภทของดิน การศึกษาพื้นที่หนาตัดของดินชั้นบน และดินชั้นลาง นักเรียนสามารถนําความรูไปสู ผูปกครอง ในการเพาะ ปลูกพืชใหมีความอุดมสมบูรณ และสรางแนวคิดแกไขปญหาของดินบริเวณชุมชนที่ตน อาศัยอยู นักเรียนไดเรียนรูอยางสนุกสนาน และมี ความสุข มีความกระตือรือรน ตั้งใจเรียนรูเปนอยางดี เพราะเปนเรื่องใกลตัว ในระดับชั้นมัธยมศึกษา พาไปเรียนรู เรื่อง ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ สามารถ อธิบายตามหลักเหตุผลที่ทําใหเกิดสิ่งนั้นจริงและไดพา นักเรียนเรียน รูผานโครงงานวิทยาศาสตร เกี่ยวกับ การเฝาระวังคุณภาพแหลงน้ําจืดโดยวิธีทางชีวภาพ โดยใชสัตวหนาดินเปนดัชนีตัวชี้วัดคุณภาพแหลงน้ําจืด ในชุมชน นักเรียนสามารถนําความรูไปเผยแพรแก ชุมชน ใหมีจิตสํานึกรักและหวงแหน ที่จะอนุรักษแหลง น้ําจืดใหมีคุณภาพ เพื่อประโยชนแกชุมชนที่ตนอาศัย อยู นอกจากนี้ไดนําความรูไปประยุกต ทําสื่อ นวัตกรรมนาฬิกาสัตวหนาดิน โดยใหผูเรียนมีสวนรวม ในการผลิตสื่อการเรียนรู ทําใหผูเรียนไดเรียนรูเพิ่มเติม สามารถพัฒนาความรูความสามารถของตนเองไดเต็ม ตามศักยภาพ เพื่อการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต สุดทายไมมีอะไรจะตอบแทนโครงการครุวิจัย สกว. นอกจากคําขอบคุณ และการนําความรูที่ไดรับ ไปใชจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อประโยชนสูงสุด แกผูเรียนที่จะเปนพลเมืองที่ดีของประเทศชาติใน อนาคต ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/08/31/jaroonluk/
  • 58. - 48 - นํานักเรียนไปศึกษานอก หองเรียน อรทัย นิติพงษอนุพร โรงเรียนวัดศรัทธาเรืองศรี อ.แกงคอย จ.สระบุรี E-mail: orathai666@windowslive.com ศูนยครุวิจัยสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยขอนแกน ป 2553 ความรูสึก ความตั้งใจที่อยากมีความรูเรื่องการวิจัยนั้นมี มาก อยากรูวาการทําวิจัยในภาคสนามที่แทจริงนั้น เปนอยางไร เคยอานเคยคนควาแตตํารา ซึ่งดูแลวคิด วามันยากแสนยากเราคงทําไมได แตพอไดเขาไป เรียนรูในศูนยสิ่งแวดลอมแลวไดเรียนรูหลายสิ่งหลาย อยางนับวาเปนประสบการณที่มีคายิ่งเริ่มตั้งแตความ ตั้งใจถายทอดความรู ความหวงใยและความเอาใจใส ของคณาจารย และนองๆคณะพี่เลี้ยง ที่ดูแลแนะนํา ขั้นตอนการวิจัยและคอยชวยเหลืออยางใกลชิด ขอบพระคุณจากใจจริง ขอบคุณสําหรับกําลังใจและ ค ว า ม สุ ข ที่ ไ ด จ า ก น อ ง ๆ ที่ เ ข า ร ว ม อ บ ร ม ขอขอบพระคุณอาจารยไพโรจน และคณะดําเนินงาน ของ สกว. ทุกทานที่มอบโอกาสให การพัฒนาตน จากที่เคยคิดวาวิจัยคืออะไรและวิจัยเปนเรื่อง ที่ยากแสนยากเราคงทําไมได พอไดเขาอบรมแลวทํา ใหมีความรูและเขาใจในกระบวนการทําวิจัยมากยิ่งขึ้น สามารถนํามาประยุกตใชทําวิจัยในหัวขอที่ตนเองสนใจ ได การพัฒนาการสอน ไดนําเอาการวิจัยเขาไปปรับใชในการจัดการ เรียนการสอนโดยใชทดลองสอนสาระวิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ในเนื้อหาสิ่งแวดลอม ดวยการ เกริ่นนําเรื่องการวิจัยและกระตุนใหเด็กอยากทําวิจัย งายๆในรูปแบบการทําโครงงานตามแบบฉบับเด็กๆ พรอมทั้งซักถามถึงเรื่องที่นักเรียนสนใจและอยากรูซึ่งก็ สรุปไดวาในภาคเรียนนี้นักเรียนสนใจศึกษาเรื่องระบบ นิเวศนในนาขาวขางโรงเรียน ดังนั้นจึงแบงกลุม นักเรียนออกไปศึกษานาขาวขางโรงเรียนและคนควา หาความรูเพิ่มจากการสัมภาษณเจาของนาขาวและ หนังสือในหองสมุดแลวอภิปรายผล ผลที่เกิดกับนักเรียน นักเรียนไดเรียนรูอยางมีความสุข ไดลงมือ ปฏิบัติจริง ไดเรียนรูดวยการสังเกต คิดวิเคราะห สังเคราะห คนควาหาความรูเพิ่มเติมดวยตนเอง มี อิสระในการคิดและวางแผนงาน ตลอดจนไดฝกทักษะ การคิดและแกปญหา ¹a¡eÃÕ¹ÈÖ¡ÉÒ¹Ò¢ŒÒÇ¢ŒÒ§oçeÃÕ¹ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/10/or-ratai/
  • 59. เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
  • 60.   - 49 - จากครุวิจัยสีชังมาสู รร.ประโคนชัยพิทยาคม จ.บุรีรัมย วาที่ ร.ต.นิพนธ ประทุมวงค โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จ. บุรีรัมย E-mail: niphon2526@gmail.com ครุวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล ป 2553 การเรียนรูครั้งยิ่งใหญ ครั้งหนึ่งของขาพเจา ในโครงการครุวิจัยป 53 ของศูนยวิจัยพี่เลี้ยงสถานี วิจัยทางน้ํา เกาะสีชัง ชลบุรี ของจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย ไดนําองคความรูและวิธีการศึกษาไป ประยุกตใชในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใน โรงเรียนและชุมชนพรอมทั้งไดแลกเปลี่ยนเรียนรูเลา ประสบการณกับเพื่อนครูในโรงเรียน เริ่มตนจากการสรุปงานจากการเขารวม โครงการครูวิจัย เสนอรายงานตอผูอํานวยการโรงเรียน ในสิ่งที่ไดจากโครงการและแนวทางการขยายผลสู นักเรียนดังนี้ - ประชาสัมพันธผานเวบไซตโรงเรียนและ เฟสบุคสวนตัว - จัดทําเอกสารบทความวิจัย แจกคณะครู ใน โรงเรียน - นําเสนอรายงานผลการเขารวมโครงการใน ที่ประชุมประจําเดือนของโรงเรียน ซึ่งขาพเจาไดจัดทําโครงการขยายผลการ เรียนรูสูนักเรียน ในชื่อโครงการ “ชุดศึกษาความหลาก ชนิดของสิ่งมีชีวิตแหลงน้ํา ระบบนิเวศอุทยานน้ําหนอง ระแซซัน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย” และในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2553 ที่จะ ถึงนี้ ขาพเจาไดกําหนดพื้นที่ดังกลาว มาเปนโจทย การศึกษาวิชา โครงงานวิทยาศาสตร ของหองเรียน พิเศษวิทยาศาสตร เปนตัวอยางในการเก็บขอมูล ภาคสนามการศึกษา ในการสอนโครงงานแบบงานวิจัย นี่ก็คือสวนหนึ่งของการเริ่มตนการขยายผล การเรียนจากเขารวมโครงการครุวิจัย 53 ของ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได ประสบการณทําวิจัย และแลกเปลี่ยนเรียนรู และถอด ประสบการณการจัดการการเรียนรู มีทั้งแบบการ เสวนาและการจัดโปสเตอร นับวาเปนความโชคดีของ ขาพเจา ที่ไดองคความรูที่ไดจากการครุวิจัยครั้งนี้ นํามาไปเชื่อมโยงขยายผลสูการเรียนการสอนที่ โรงเรียน ในรูปของสื่อการสอนหรือชุดการเรียนการ สอน หรือรูปแบบอื่นๆ ตอไปในวันขางหนา และถามี โอกาสจะขอเขารวมโครงการนี้ที่ศูนยอื่นๆอีกแนนอน รอพบกันในงานการประชุม ครุวิจัย สกว.ประจําป 2553 ในหัวขอ"รวมพลครุวิจัย: ถอดบทเรียนแลก ความรู” นะครับ สวัสดีครับ......                         ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/08/18/nipon/      
  • 61.   - 50 - สอนกลุมสาระภาษาตางประเทศ ดวยกระบวนการวิจัย ณาตยา อุทยารัตน โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ํา จ.ระยอง E-mail: Nattaya_chris@hotmail.com ครุวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ป 2553 การเขารวมโครงการครุวิจัยของ สํานักงาน กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศูนยวิทยาศาสตร ทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เปน ประสบการณที่ดีที่สุดอีกประสบการณหนึ่งของชีวิต เนื่องจากกอนไปไมมีความรูเกี่ยวกับวิทยาศาสตรทาง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรเหลานั้น มาบูรณา การสูการปฏิบัติจริงในการจัดกระบวนการเรียนการ สอน กลุมสาระภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ใน ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โดยเนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ซึ่งใน การเรียนการสอนไดใหนักเรียนรูจักทะเล เพราะตนเอง ไมใชวิชาเอกทางดานวิทยาศาสตรแขนงใดเลย ทําใหมี ความวิตกกังวลในการเขารวมการฝกทําวิจัยเปนอยาง มาก แตเมื่อไดรับความรูในแบบที่ไดลงมือปฏิบัติจริง ตามทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ทําใหเกิดการ เรียนรูอยางมีความสุข และเกิดประสิทธิผลเปนอยาง มาก หลังจากนั้นไดนําความรู การสังเกต กอใหเกิด ความสงสัย เพื่อนําไปสูการฝกตั้งคําถาม ใหไดมาซึ่ง คําตอบตามขอสงสัยนั้น ๆ ในกระบวนการจัดการเรียน การสอน เนนใหนักเรียนรูจักการคิดวิเคราะห สังเคราะห นักเรียนรูจักการทํางานอยางเปนระบบมาก ขึ้น และนักเรียนสามารถนําความรูและทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตรไปใชไดจริงใน ชีวิตประจําวัน ที่สําคัญอีกประการหนึ่งคือ ตนเองมีการ จัดระบบในกระบวนการทํางาน รูจักการวางแผนงานได ดีขึ้น มีมุมมองในการทํางานที่เปดกวางขึ้น สุดทายนี้ ขอขอบคุณ สํานักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ไดมอบโอกาสดี ๆ และเปน ประโยชนในการพัฒนาตนเอง นําไปสูการพัฒนาการ จัดกระบวนการเรียนการสอนตอไป ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/07/nattaya-sea/ โครงงานวิจัยเชิงบูรณาการ  เบญจนา กลอมแกว โรงเรียนเทศบาลวัดลุม จ.ระยอง E-mail: bengana29@gmail.com ครุวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาฯ ป 2553 หลังจากการเขารับการอบรมจากคาย วิทยาศาสตรทางทะเล ไดแรงบันดาลใจที่คิดอยากนํา ทักษะกระบวนการมาใชในการเรียนการสอนกับ นักเรียนในชั้นเรียน พรอมกับเผยแพรและเชิญชวน เพื่อนรวมงาน ใหไดรับความรูแนวทางการนํานักเรียน ทําวิจัยได จึงนําแผนซีดีที่รับการอบรมใหเพื่อนครู ได ศึกษาขอมูลขั้นตอนในการดําเนินการ จากนั้นปรึกษา กัน โดยวางแผนนํานักเรียนเขารวมดวย โดยให นักเรียนดูแผนซีดี พรอมกับอธิบายชี้แจงขั้นตอนการ ดําเนินอีกครั้งเพื่อเตรียมความพรอมใหเด็กๆ ไดรับความรวมมือจากคณะครูและนักเรียน อยางดียิ่ง และการดําเนินงานครั้งนี้ตรงตาม วัตถุประสงคของโรงเรียนจึงไดรับความสนใจจากเพื่อน ครูอยางดียิ่ง เด็กๆ ใหความสนใจมากในการเดินทาง สํารวจครั้งนี้ พวกเราเดินทางออกจากโรงเรียนเวลา 8.30 น ของวันที่ 12 ต.ค.53 ไปที่โรงแรมหินสวยน้ําใส อนุสาวรียสุนทรภู หมูบานจํารุงและแหลมแมพิมพ เด็ก สนุกสนานมาก เราสอนโดยการสอดแทรกเนื้อหาการ เรียนรูใหกับนักเรียน โดยฝกใหนักเรียน เปนคนชาง สังเกต จดบันทึกสิ่งที่เห็น แลวนํามาปรึกษากันใน หองเรียน เพื่อเลือกหัวขอที่นักเรียนใหความสนใจมาก ที่สุด และแลวพวกเราก็ไดหัวขอที่นักเรียนสนใจอยู 4 เรื่อง เชน ขนมพื้นบาน สินคาโอทอป สิ่งประดิษฐ ตางๆ จากเศษวัสดุ สิ่งแวดลอม พวกเราก็ลงมือปฏิบัติ โครงงานวิจัยเชิงบูรณาการกันขึ้น ทั้งนี้ดิฉันตอง ขอบคุณมากยังศูนยการวิจัยอยางมากที่ใหโอกาสเขา รวมกิจกรรมดิฉันสามารถนําไปใชประโยชนไดจริงใน ระบบชั้นเรียน ถึงแมนจะเปนนักเรียนชั้นประถมศึกษา ก็ตาม พวกเขาสนุกสนานมากกับกิจกรรมในครั้งนี้ ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/15/benjana/
  • 62.   - 51 - เรื่องเลาประสบการณสูการ ปฏิบัติจากโครงการ ครุวิจัย’ 53 นายวัชรินทร จันทิมา โรงเรียนเวียงเจดีวิทยา จ.ลําพูน E-mail: watcharin5jan@gmail.com ครุวิจัยศูนยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ป 2553 จากที่ขาพเจานายวัชรินทร จันทิมา ไดเขา รวมโครงการครุวิจัย’ 53 ศูนยวิจัยวิทยาศาสตรทาง ทะเลเกาะสีชัง และไดกลับมาทํางานที่โรงเรียน ขาพเจาพยายามหางาน หาสิ่งที่ขาพเจาจะตองนํามา ตอยอดใหได แตเนื่องดวยบริบทเนื้อหารายวิชาที่สอน และประกอบกับภาระงานพิเศษ เปนปญหาอยางนักใน การทํางานตอยอดครั้งนี้ ขาพเจาใชเวลาในการคิดอยู หลายสัปดาหดวยกัน สุดทายก็กลับมาดูรูปที่ทํางาน ตอนเขารวมโครงการ คําพูดของวิทยากรเล็ก ๆ นอยๆ ใน Diary แลวประกอบกับมีโครงการตาง ๆ มากมาย เขามาในโรงเรียนตามโครงการ SP2 ขาพเจาก็เกิด Idea ขึ้นมาวา ในเมื่อบริบทรายวิชาไมคอยเอื้อ งานก็ เยาะ ก็ขอทําโครงการแขงขัน VDO CLIP เพื่อการ เรียนการสอนของสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการ สอน สพฐ. แลวใชหลักการที่ทางครูพี่เลี้ยงศูนยครุวิจัย สอนแลวกัน โดยที่ขาพเจาขอแสดงบทบาทเปนครูพี่เลี้ยง เด็กนักเรียนเปนครุวิจัยนอย โดยที่หัวขอ VDO CLIP คือ “สิ่งดี ๆ ที่บานเกิด” โดยที่อาจจะไมตรงตาม ทฤษฏีของการวิจัย ขาดๆ เกินๆ ไปบาง แตคิดวา นาจะอยูในกรอบได โดยเริ่มตั้งแต ใหเด็กนักเรียนคิด วาจะทําอะไรดีที่แสดงถึง “สิ่งดี ๆ ที่บานเกิด” ขาพเจา ก็ใหครุวิจัยนอย หาขอมูลเกี่ยวกับบานเกิดของตัวเอง สืบคนขอมูล และแลวก็ไดหัวขอ VDO ครุวิจัยนอยบอก วา เนื่องจากเมืองลี้เปนเมืองนักบุญ ขอนําเสนอ เกี่ยวกับวัดแลวกัน (เปนเหตุเปนผล ครูพี่เลี้ยง อนุมัติ) และจะทําวัดไหน เมื่อไร อยางไร งานเขาอีกแลว ขาพเจาก็ไดแนะไปวา เอาวัดที่อยูใกล ๆ บานนักเรียนและเปนที่รูจัก และแลวครุวิจัยนอยก็ได ศึกษาขอมูลวัดและไดชื่อวัด นัดสัมภาษณเจาอาวาส แลวจะถาย VDO แนวเลาถึงประวัติวัด แลวจะแนะนํา เปนสถานที่ทองเที่ยวใน VDO เลย ครุวิจัยนอยเกงมาก วันที่เริ่มถายทําก็มาถึง ครุวิจัยนอยก็ตั้งหนาตั้งตาใน การถายทํา VDO โดยที่มีครูพี่เลี้ยงดูแลอยูใกล ๆ ใช เวลาทําอยูหลายวัน ถึงเสร็จจากนั้นก็มาทําการตัดตอ เพิ่มเทคนิควิธีการลงไปใน VDO โดยที่กอนทําการตัด ตอครูพี่เลี้ยงไดสอนเทคนิคและวิธีการตัดตออยูหลาย ขั้นตอน และในที่สุดงานตัดตอก็ไดเสร็จสมบูรณพรอม ทําการสงโดยที่ระยะเวลาก็ใกลเขามา โดยที่กอนจะทําการสงครูพี่เลี้ยงก็ไดนําเอา VDO นั้นไปใหผูเชี่ยวชาญชวยใหความเห็น และแลว งานก็เขาอีกรอบโดยที่ผูเชี่ยวชาญไดใหความคิดเห็น อยูหลายขอดวยกัน พาเอาครุวิจัยนอยใจหายไปตามๆ กัน ทางครูพี่เลี่ยงก็ตองมานั่งเรียกขวัญและกําลังใจกัน ใหม หลังจากที่ไดกลับมาแกกันอีกรอบ ก็ไดสงให ผูเชี่ยวชาญชวยตรวจ ผลปรากฏวาพอรับได ก็นาจะสง ไดและ จากนั้นพอผานแลวก็นําเอาไปเผยแพรแลวครู พี่เลี่ยงก็ใหทําแบบประเมินจากที่ไปเผยแพรงานผล ปรากฏวาผลการประเมินอยูในระดับที่พอใจ สามารถ ใชเปน VDO แนะนําสถานที่ทองเที่ยวได และแลววัน กําหนดสงงานก็มาถึงเด็กนักเรียนไดทําการสง VDO เขาไปแขงขันแลวก็มานั่งลุนวาจะเปนอยางไร เมื่อวัน ประกาศผลมาถึง ทุกคนตื่นเตนมาก และผลปรากฏวา VDO ที่สงเขาประกวดนั้นผานเขารอบดวยกันทั้งหมด 3 ทีมจาก 211 ทีมทั่วประเทศ ซึ่งเปนที่นาพอใจมาก และครุวิจัยนอยก็ไดเขาอบรมการทํา VDO ขั้นสูงตอ ที่กรุงเทพมาหานคร ซึ่งตัวขาพเจาเองก็รูสึกดีใจเชนกัน ที่มา:http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/07/watcharin/
  • 63.   - 52 - เรื่องเลาจากโครงการ ครุวิจัย’53 สู..การปฏิบัติ นางสาวจันทนา สุปณะ (ครูกอย) โรงเรียนหองสอนศึกษา อ.เมือง จ.แมฮองสอน E-mail: jsupina@gmail.com ครุวิจัยศูนยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ป 2553 ดิฉันนางสาวจันทนา สุปณะ ครุวิจัย’53 ศูนยวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จากการที่ ดิฉันไดเขารวมโครงการครุวิจัย’ 53 นําความรูไปสูการ ปฏิบัติ ตัวดิฉันก็มานั่งคิดอยูหลายสัปดาหวาจะทําอะไร อยางไร จึงจะเปนการวิจัยไดและแลวก็มีปญหาเกิดขึ้น ในทุกเชาเมื่อดิฉันกําลังนั่งรับประทานอาหาร ในโรงอาหารของโรงเรียนอยู ก็มีเด็กนักเรียนหลาย กลุมนั่งบนกันวาทําไมโรงเรียนเราถึงมีกลิ่นน้ําเนาเสีย และในขณะนั้นเองดิฉันก็เกิดความคิดเกี่ยวกับน้ําเสีย ตามแหลงน้ําในโรงเรียน และคิดวาตองสามารถนํามา ทําวิจัยไดแนนอน ซึ่งดิฉันมีเพื่อนที่สอนรายวิชา ชีววิทยาอยูแลวดิฉันจึงไดชวนมาชวยกันทําโครงงาน เกี่ยวกับการสํารวจแหลงน้ําในโรงเรียนวาทําไมถึงสง กลิ่นเหม็นโดยที่ขอนักเรียนชุมนุนของครูชีววิทยาและ คาบชุมนุมในการทําโครงงานนี้ ซึ่งดิฉันคิดวานาจะเปน สิ่งที่ทําใหนักเรียนนั้นสามารถคลายขอสงสัยลงได และ นักเรียนก็นาจะมีความสุขที่ไดลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) และแลวก็เริ่มปฏิบัติการพรอมดวยนักเรียน ชุมนุม คุณครูชีววิทยา โดยที่แบงกลุมออกเปน 2 กลุม แลวเริ่มเตรียมอุปกรณโดยที่อุปกรณที่ใชก็จะอาศัยยืม จากโรงเรียนโดยที่มีครูชีววิทยาเปนคนเตรียมใหและ พอถึงวันที่ลงมือปฏิบัติจริงเด็กนักเรียนเตรียมตัวพรอม และดิฉันสังเกตเห็นวาเด็กนักเรียนตื่นเตนที่ไดลงมือทํา ซึ่งดิฉันคิดวาการที่ใหเด็กนักเรียนลงมือปฏิบัติจริงนั้น เด็กนักเรียนมีความสุข เกิดองคความรูและเกิดความ สามัคคีกันในกลุม หลังจากที่มีการเก็บตัวอยางแลว ก็ พานักเรียนมาเขาหองปฏิบัติการเพื่อทําการตรวจหา สิ่งมีชีวิต และสิ่งปนเปอนที่ทําใหน้ําเสียโดยในขั้นตอน นี้ดิฉันไดใหครูชีววิทยานั้นเปนคนชวยสอนและคอย กํากับดูแลในขณะเดียวกันก็ไดใหนักเรียนภายในกลุม นั้นไปหาขอมูลวาสาเหตุขอการน้ําเนาเสียจาก Internet และหองสมุด เพื่อไดมีขอมูลมาอางอิงไดถูกตอง แ ล ะ พ อ ขั้ น ต อ น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห ใ น หองปฏิบัติการจบลง ก็มาเขาสูขั้นตอนของการ วิเคราะหขอมูลและสรุปผลการสํารวจครั้งนี้ ซึ่งนักเรียน ทั้ง 2 กลุมไดตั้งใจทําเปนอยางมาก และพอถึงขั้นตอน ของการวิเคราะหขอมูลนั้น ดิฉันก็ไดใหความรูที่ไดไป ศึกษามาตอนทําครุวิจัยนั้นมาสอนนักเรียนและขั้นตอน ตอไปเมื่อวิเคราะหแลวก็มาทําการสรุปผล ซึ่งผลที่ได นั้นทําใหนักเรียน 2 กลุมนี้รูถึงสาเหตุของน้ําเนาเสีย และดิฉันก็ใหโจทยปญหาสําหรับเด็กนักเรียนไปวาแลว เราจะแกปญหาและแนวทางปองกันไดอยางไร เด็กนักเรียนไดก็ทําการสืบคนหาขอมูลและ ปรึกษาผูเชี่ยวชาญและคนควาตามแหลงเรียนรูทั่วไป เชน หองสมุดประชาชน เทศบาลเมือง และแลว นักเรียนก็ไดแนวทางแกปญหามาและการปองกันมา ซึ่งเปนวิธีที่สามารถหางายในทองถิ่นและนักเรียนก็ได ปฏิบัติตามขั้นตอนที่คนความา และรอดูผลปฏิบัติการ แกไขน้ําเนาเสีย 1 สัปดาห ผลปรากฏวากลิ่นเริ่มจาง หายไปทําใหนักเรียนทั้ง 2 กลุมดีใจเปนอยางมาก ที่ได ชวยโรงเรียนและไดทําในสิ่งที่ตนเองยังไมเคยทํามา กอน และนักเรียนก็ไดทําการเผยแพรและ ประชาสัมพันธโครงการสํารวจครั้งนี้รวมถึงวิธีการ ปองกัน ซึ่งตัวดิฉันและครูชีววิทยาก็รูสึกภาคภูมิใจใน ตัวนักเรียนถึงแมวาขั้นตอนการสํารวจครั้งนี้อาจจะไม เปนไปตามขั้นตอนของการทําวิจัยก็ตาม ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/08/juntana/
  • 64.   - 53 - เลาประสบการณการนําทักษะ กระบวนการวิจัยไปใชในหองเรียน นายธีระรัตน อุบลรัตน (ครูธีร) โรงเรียนจอมสุรางคอุปถัมภ จ.พระนครศรีอยุธยา E-mail: muramasa.dxd@gmail.com ครุวิจัยศูนยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาฯ ป 2553 แนะนําตัวสักนิดนึง ผมครูธีระรัตน ครุวิจัยรุน 5 ออกจากคายมาสดๆ และก็บรรจุใหมซิงๆ ไมทราบ วามีครูทานใดที่สอนวิชาชีววิทยาในระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เหมือนกันหรือไม เพราะอยากทราบวาทานมีวิธีการสอนอยางไรใหครบ ผลการเรียนรูตามหนังสือชีววิทยาเพิ่มเติมของ สสวท. และมอบหมายงานที่แสดงถึงทักษะกระบวนการวิจัย ตามที่โครงการครุวิจัยตองการ เพราะเนื้อหาเรื่อง พันธุศาสตร สารพันธุกรรม เทคโนโลยีดีเอ็นเอ วิวัฒนาการ และความหลากหลายทางชีวภาพ นั้น เนื้อหาเยอะมากๆ สอนจบตามเนื้อหา และมอบหมาย งานที่ชวยพัฒนาศักยภาพนักเรียนตามความเหมาะสม แลว ก็ถือวางานเยอะมากพอแลว และถาจะมานั่ง เตรียมทักษะการวิจัย ในชวงชั้น ม.6 ดวยการทํางาน วิจัย เทียบกับการทบทวนความรูใหนักเรียนเตรียมตัว ทําขอสอบ “ชี้ชะตา” ของนักเรียนที่จะเขามหาวิทยาลัย ที่เหมาะสมแลว ผมเลือกอนาคตนักเรียนที่ตองฝาฟน จากขอสอบกอน อยางไรก็ตามไมไดละเลยคําวาทักษะ กระบวนการวิจัย เพราะอยางไรเสีย ในกระบวนการ ศึกษาทดลองทั่วไป หากทําอยางเปนระบบนักเรียน ยอมจะไดคิด เริ่มตั้งแตตั้งปญหา และไมตองกลัววา นักเรียนจะตั้งปญหาเกินขอบเขตหรือจุดมุงหมายของ เราเพราะนั่นเปนสิ่งดี แตเราอาจจะตองดึงกลับสู ประเด็นในเรื่องที่เราสอน จากนั้นจึงเริ่มขั้นอื่นๆตอไป จนสุดทายเมื่อสรุปผลการศึกษาทดลอง นักเรียน สามารถเกิดความรูจากการคิดและการศึกษาของ ตนเองได ไมแตกตางอะไรจากกระบวนการวิจัย และจะ เปนสวนยอยที่ตองการพัฒนาเพิ่มขึ้นไปสูโครงงานและ งานวิจัย ดังนั้นบอกตามตรงวา 1 ภาคเรียนที่ผานมา ไมไดสั่งใหนักเรียนทําโครงงานหรืองานวิจัยอะไรกับ นักเรียน เลย อยางไรก็ตามใชวาเราจะโยนความรู ความคิด ความตั้งใจ และเจตคติที่ดีตองานวิจัยทิ้งไป เมื่อกลับสู ออมกอดของโรงเรียนสิ่งแรกที่ไดทําก็คือการเผยแพร ความรูเกี่ยวกับการทํา miniproject และการทํางานวิจัย ที่ไดฝกอบรม ผานการพูดนําเสนอหลังเคารพธงชาติ และเขียนบทความลงวารสารของโรงเรียน เปนการชัก จูงใหนักเรียนเห็นวางานวิจัยหรือโครงงาน นั้นไมใช เรื่องยาก ซึ่งก็ไดผลระดับหนึ่ง ประการที่สอง ไดรวมเปนครูที่ปรึกษาใหกับ นักเรียนที่ทําโครงงานของโรงเรียนเพื่อเขาประกวดใน ระดับตางๆ รวมทั้งนักเรียนที่จะทําโครงงานเพื่อใชใน การสมัครเรียนตอ โดยใหคําปรึกษาและแนะนํา เกี่ยวกับการใชอุปกรณที่ถูกตอง กระบวนการวิจัย การ ทดลอง และการเขียนสรุปผล นักเรียนสามารถเรียนรู และสามารถนําไปใชไดอยางดี ทั้งนี้อาจมาจากความ ตองการ และความสนใจของนักเรียนที่มีอยูในตัว เชนเดียวกับที่โครงการครุวิจัยคัดเลือกครูที่สนใจไป สรางประสบการณทางดานงานวิจัย ประการที่สาม เปนการแทรกเนื้อหาการ ทดลองเขาไปในการจัดการเรียนรู เพื่อใหนักเรียนได คิดแบบกระบวนการวิจัย อันมีกระบวนการทาง วิทยาศาสตรเปนพื้นฐาน เชน ในการสกัดดีเอ็นเอ อยางงายตามวิธีการของ สสวท. ซึ่งผลการทดลอง บางสวนจะแตกตางกัน ก็จะใหนักเรียนไปศึกษาขอมูล เพิ่มเติม แลวนํามาอางอิงในการเขียนสรุปและอภิปราย ผลการทดลอง แตการทําแบบนี้ก็ใชไดผลดีกับ หองเรียนตนๆ เทานั้น ตรงนี้แสดงใหเห็นวา เจตคติ และจิตวิทยาศาสตรของนักเรียนมีผลตอการศึกษาดวย การทําโครงงาน หรืองานวิจัย ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/08/teerarat/
  • 65.   - 54 - จากการเรียนรูวิทยาศาสตร ทางทะเลสูหองเรียน ครูปยา รพีธรรม โรงเรียนบางละมุง จ.ชลบุรี E-mail: piya.environment@gmail.com ครุวิจัยศูนยวิทยาศาสตรทางทะเล เกาะสีชัง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ป 2553 จากการที่ขาพเจาไดรับความรูจากโครงการ ครุวิจัยจากศูนยวิทยาศาสตรทางทะเล อําเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 1 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2553 นั้นถือวาไดประโยชนมากมายจากสิ่งที่ไมเคยรูก็ รูสิ่งที่ไมเคยเห็นก็เห็นและที่สําคัญที่สุดเห็นทีจะเปน เทคนิคการทํางานวิจัย ขั้นตอนการทํางานวิจัย การ สืบคนขอมูล การนําเสนองานวิจัย การทํางานอยาง นักวิจัย การทํางานรวมกับเพื่อนครูตางโรงเรียน การ แลกเปลี่ยนเรียนรูในทุกๆดานและยังงานรวมกับเพื่อน ครูตางโรงเรียนสามารถนําความรูตางๆที่ไดรับมาใช พัฒนาการจัดกิจกรรมเรียนการสอนไดอยางดียิ่ง โดยเฉพาะการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตรไดรับ ประโยชนมาก แตเมื่อนํามาขยายผลใหกับเพื่อนครูฟง ทุกคนจะรอง โฮ ! ก็เลยถามวาที่รองโฮนี่เพราะอะไร คุณครูตอบวา อยากไปมากแตเวลานานเกินไปเพราะมี ครอบครัวตองดูแล(เพราะที่โรงเรียนจะมีครูที่อยูในวัย สรางครอบครัวเปนสวนมาก) เปนไปไดไหมที่จะลด เวลาใหนอยกวานี้ ขาพเจาตอบ อืม!!!!! ในอนาคต สําหรับตัวขาพเจานั้นไดนําความรูมาใชเปนแนวทางใน การจัดกิจกรรมการเรียนการเรียนการสอนในภาคเรียน ที่ 1 ปการศึกษา 2553 จํานวน 3 รายวิชาดังนี้ 1. โครงงานวิทยาศาสตร ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 2 โดยมุงเนนการทําโครงงานแบบ งานวิจัย โดยการเปดโอกาสใหนักเรียนไดคนหาความรู และคําตอบดวยตนเองและในภาคเรียนที่ 2 ไดวางแผน ใหนักเรียนออกศึกษาสภาพปญหาสิ่งแวดลอมบริเวณ ชายฝงทะเล 2. รายวิชาชีววิทยา เพิ่มเติม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 เนนการทดลองและนําการเรียนรู จากเนื้อหาวิชามาทําโครงงานวิทยาศาสตร 3. รายวิชาชีววิทยา เพิ่มเติม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6 ไดนํารูปแบบการทํางานวิจัยมาใชใน การศึกษาคนควาขอมูลตาง ๆ ฝกใหนักเรียนมีการคิด อยางเปนระบบและคิดแกปญหาโดยอาศัยกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร ประสบการณครั้งนี้ถือวามีคายิ่งสําหรับอาชีพ ครูและจะไมเกิดขึ้นถาไมมีโครงการครุวิจัย ขาพเจาจึงใครขอขอบคุณโครงการครุวิจัยที่ ใหโอกาส ขอขอบคุณทานผูอํานวยการศูนยวิจัย จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย อําเภอเกาะสีชัง จังหวัด ชลบุรี ที่เอาใจใสดูแลพวกเราเปนอยางดี ขอขอบคุณ คณะวิทยากรที่ใหความรูอยางดียิ่ง ขอขอบคุณนักวิจัย พี่เลี้ยงที่ใหความเอาใจใสอยางใกลชิดและใหความ ชวยเหลือตลอดเวลา ขอขอบคุณเพื่อนครูที่ใหความ ชวยเหลือและเอื้ออาทรซึ่งกันและกันเสมอ และ ขอขอบคุณทุกๆทานที่มีสวนเกี่ยวของ สุดทาย ขอใหโครงการครุวิจัยอยูคูครูไทย ตลอดไป ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/15/piya/
  • 66.   - 55 - สื่อและนวัตกรรม สุภาพร หินนอย โรงเรียนเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต E-mail: jangvijai@gmail.com ครุวิจัยวิทยาศาสตรทางทะเล ป 2553 เมื่อเดือนเมษา ที่ผานมาไดฝกประสบการณ ในการทําวิจัยเรื่องการศึกษารูปแบบและพื้นที่ครอบ คลุมของปะการังบริเวณหาดทาวัง เกาะสีชัง จังหวัด ชลบุรี ซึ่งประสบการณดังกลาวสามารถแบงออกเปน 2 สวนดวยกันคือ สวนที่ 1 การเก็บขอมูลภาคสนาม และ สวนที่ 2 การทําบทความวิจัย โดยประสบการณในสวนที่ 2 ไดนํามาใชเปน สื่อและพัฒนานวัตกรรมเกี่ยว กับการเขียนรายงาน โครงงานวิทยาศาสตร โดยใชในการจัดการเรียนการ สอน รายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร ในหัวขอการเขียน เคาโครงโครงงานวิทยาศาสตร ดวยการนําบทความที่ ไดจากการทําวิจัยมาใหนักเรียนวิเคราะหถึงหลักการใน การ เขียนเคาโครงโครงงานวิทยาศาสตรในแตละหัวขอ และเปนตัวอยางในการเขียนเคาโครงโครงงาน วิทยาศาสตรของนักเรียน รวมทั้งใชเปนแบบทดสอบ ความรูในการเขียนเคาโครงโครงงานวิทยาศาสตร แต ในสวนของการเก็บขอมูลภาคสนามในภาคเรียนที่ผาน มายังไมไดมีการถายทอด สูนักเรียนเนื่องจากเปนชวง มรสุมของจังหวัดภูเก็ต จึงไมสามารถที่จะทําการเก็บ ขอมูลภาคสนามเกี่ยวกับปะการังได นอกจากนี้ยังมี การนําความรูทีไดจากงานวิจัยเรื่องอื่นๆ มาถายทอด ใหแกเพื่อนรวมงานเพื่อจัดทําเปนขอมูลเพื่อใชในการ จัดการเรียน การสอนในรายวิชาสนุกกับวิทยาศาสตร โลกทั้งระบบ เชน โครงงานการตรวจสอบคุณภาพน้ํา โดยใชแมลงน้ําเปนตัวชี้วัด การสํารวจความหลากชนิด ของหอยและหญาทะเล รวมถึงยังนําตัวอยางที่ไดจาก การนําเสนอของเพื่อนรวมโครงการมาใชกับรายวิชา วิทยาศาสตรชั้นอื่น ๆ ดวย ที่มา: http://kruvijai.wordpress.com/2010/10/15/supaporn/
  • 67.   - 56 -
  • 68. เรื่องเลา ศูนยครุวิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 69. - 57 - ทําตูอบแหงไดเอง ไดประสบการณเชิงปฏิบัติ รูกวางขึ้น แต ยังไมไดประยุกตใช กฤตินันท สอวิหค โรงเรียนบานโคกสนวน จ.บุรีรัมย E-mail : vihock17@gmail.com ศูนยครุวิจัยพลังงาน มอ. ป 2553 ตั้งแตผานกระบวนการอบรมที่นี่ แลวคิดถึง มากๆ ทุกคนเลย ที่นี่ใหประสบการณและความทรงจํา ที่ดี เพราะมาที่นี่เปนครั้งแรกตั้งแตแรกเริ่มมาถึงทุกคน ดี มีน้ําใจ ไดอยูกลุมอบแหง ของอาจารยพีระพงษ มี นองนัฏและนองอรรถเปนผูดูแล เรามีสมาชิก ดวยกัน 3 คน มาจากตางถิ่นตางภาค แตเรามีความ มุงมั่นเดียวกัน คือ ความรูที่จะนํากลับไปพัฒนา นักเรียนของตน ความรูที่ไดจากการปฏิบัติการวิจัยใน ครั้งนี้คือ ตูอบพลังงานแสงอาทิตย การหาคา ประสิทธิภาพตางๆ ของตูอบและผลิตภัณฑ ประโยชน ที่ไดรับ ตลอดจนกระบวนการการทําวิจัย ที่ สํ า คั ญ ที่ นี่ รั บ เ ฉ พ า ะ ผู ที่ ส อ น วิ ช า วิทยาศาสตร แตเราไมไดสอนวิทยาศาสตร แตก็ ไดรับการคัดเลือกใหเขารวมโครงการ ขอขอบคุณ โครงการ สกว. ที่ใหโอกาส เราสอนวิชา กอท.นะ ก็ สามารถนําไปประยุกตใชได คือ สามารถผลิตเตาอบ พลังงานแสงอาทิตยไดเอง (งานชาง) และสามารถ ถนอมอาหารได (อาหารและโภชนาการ) ไดรับ ประโยชนมากที่สุด โอกาสตอไป อยากใหโครงการนี้ยังคงอยู ตอไป เพราะเปนโครงการที่มีประโยชน นําไปใชได จริงขอใหโครงการนี้ยังอยูจะสมัครมาอีกในปหนา เพราะที่นี่มีความรูมากมาย ที่จะใหเราศึกษาอีกเยอะ ที่มา:http://kruvijai.wordpress.com/2010/08/31/พลังงาน-11/ ไดกระบวนการคิด กิตติชัย ปญญารมย โรงเรียนน้ําคําวิทยาคม จังหวัดยโสธร E-mail: croo_peak@hotmail.com ศูนยครุวิจัยพลังงาน มอ. ป 2553 หลังจากรวมกิจกรรมการแสดงผลงานของ ชาวครุวิจัย ป 53 ที่กรุงเทพฯ ที่ผานมารูสึกตื่นเตนกับ ความรูและประสบการณของเพื่อนครู ของศูนยครุวิจัย ทั้งหมดทุกๆ ศูนย ยิ่งชวงเวลาที่มีการแลกเปลี่ยน เรียนรูกิจกรรมในแตละศูนยแลว ยิ่งยากเขาไปเรียนรู ใหครบทุกๆ ศูนย ถายอนกลับไปในชวงระยะเวลา 1 เดือนที่ผานมาประสบการณที่ไดจากศูนยพลังงานนั้น ไดอะไรมากมาย ถือวาเปนการจัดการเรียนรูดัวย กระบวนการวิจัยใหกับครูเพื่อใหครูนําไปถายทอด ใหกับเด็กนักเรียน โดยใหครูไดคิด แกปญหา ลงมือ ปฏิบัติ โดยใชกระบวนการวิจัย หลังจากที่ไดรับความรูจากศูนยพลังงาน ได นําไปใชในการจัดการเรียนการสอนเพื่อใหสอดคลอง กับเนื้อหาวิชา(Subject matter) หรือ สาระการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเกิดองคความรูทางวิทยาศาสตร (Body of scientific knowledge) โดยจัดเปนนิทรรศการให ความรูกับนักเรียน นักเรียนไดศึกษาจากภาพโปสเตอร ที่ไดจากศูนยพลังงาน และใหนักเรียนคิดเพื่อแกปญหา เรื่องของพลังงาน โดยอิงและอาศัยบริบทของเราเอง เปนผังความคิดโดยการแกปญหานั้นจะตองสดและใหม เสมอ (รศ.ไพโรจน) ผานกระบวนการวิจัย(โครงงาน) แลวประกวดและแขงขัน ไดใหครูในกลุมสาระการ เรียนรูวิทยาศาสตรเปนอาจารยที่ปรึกษาให ดวย กระบวนการและวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ คง พัฒนาใหผูเรียนไดแกปญหาโดยผานกระบวนการวิจัย สิ่งที่สําคัญ คือ ควรพัฒนาการเรียนรู มิใชอยู ที่ความคิดอยางเดียว เปลี่ยนเปนอยูกับการลงมือทํา ที่ ตอเนื่องและดําเนินการอยางเปนรูปธรรม โดยใช แนวคิดทางวิทยาศาสตร ซึ่งการวิจัยถือเปนเครื่องมือ สําคัญ ที่ทําใหเกิดการพัฒนาความคิดทั้งของครูและ นักเรียน ในการศึกษาในยุคแหงการเปลี่ยนแปลง ที่มา:http://kruvijai.wordpress.com/2010/08/31/พลังงาน-10/
  • 70. - 58 - กระบวนการฝกคิดที่เปนระบบ ธีรวัฒน บุรวิศิษฐ (ครูโก) โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชองเม็ก จ.อุบลราชธานี E-mail: kaiboman1@gmail.com ศูนยครุวิจัยพลังงาน มอ. ป 2553 การไดรวมฝกทําวิจัยในโครงการครุวิจัย สกว. ณ ศูนยครุวิจัยพลังงาน มอ. ป 2553 ทําใหไดรับ ความรูและประสบการณ ที่ไมสามารถหาไดในที่ ใด มิตรภาพ และความทรงจําที่ไมมีวันลืม การฝก กระบวนการวิจัย เกิดการคิดแบบเปนเหตุเปน ผล หลังจากการกลับมาดวยพลังแหงการวิจัย เลยได เปนครูสอนโครงงานวิทยาศาสตรของโรงเรียน ใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 หลังจากการสอนโครงงาน วิทยาศาสตรนี้ก็ฝกนักเรียนใหรูจักใชตอมเอะ นัก เรียนเกิดความสนุกในการสงสัย เกิดเปนองคความรู ใหมๆ จากการที่ไปที่ศูนยวิจัยพลังงานที่ มอ. นั้น เกิด ประทับใจตูอบแหง ซึ่งเปนหนึ่งในโครงงาน วิทยาศาสตรที่นักเรียนทํา ครั้งแรกที่นักเรียนทําการ ทดลองอบเนื้อหมูเทียบกับตากแดด ผลปรากฏวา ไดผลตามทฤษฎี แตนักเรียนรูสึกเอะคือ มีกลิ่นจาก เนื้อ นักเรียนเลยคิดตอไปวาเกิดจากสาเหตุ อะไร นักเรียนนําเนื้อที่ตากออกมาก็พบไอน้ําเกาะอยู กับกระจก นักเรียนเลยออ แบบวาไมไดเจาะรูให อากาศนั้นออก จากนั้นเมื่อนักเรียนทําการเจาะรู ระบายอากาศแลว พบวากลิ่นนอยลงมาก ก็เปนผล จากการฝกนักเรียนเอะ และออ ผลงานอันเกิดจากการไปวิจัยที่ ศูนยครุวิจัย พลังงาน มอ. ไดเปนตัวแทนโรงเรียนสังกัดองคการ บริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานี รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ระดับคุณภาพเหรียญทอง การแขงขันจรวด ขวดน้ําประเภทยิงแมนระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีษะเกษ และไดรางวัลชนะเลิศ ในการแขงขันจรวดขวดน้ําประเภทยิงแมน ในระดับ มัธยมศ