• Like
เรียงความเรื่องการพัฒนาแบบยั่งยืน.Pdfmm
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

เรียงความเรื่องการพัฒนาแบบยั่งยืน.Pdfmm

  • 3,960 views
Published

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
3,960
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
7
Comments
0
Likes
1

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. เรียงความเรือง “การพัฒนาแบบยังยืน” ประเทศไทยมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ งแวดล้อม รวมถึงชีวิตความเป็ นอยู่ คนและผลผลิตต่างๆมีความความด้อยคุณภาพ ซึ งก็มีแนวทางในการแก้ปัญหาและใช้มาเป็ นเวลานานแต่ก็ยงแก้ได้ไม่ทวถึง และปัจจุบนก็ยงแก้ไขปัญหานี ั ั ั ัอยู่ แต่ก็ยงคงไม่ถึง 100% จึงจําเป็ นจะต้องมีการพัฒนาแบบยังยืนอย่างแท้จริ ง ั การพัฒนาทียังยืน หมายความว่า การพัฒนาทีตอบสนองความต้องการของตนเองการพัฒนาทียังยืนไม่เพียงแต่พฒนาเพียงด้านใดด้านหนึงแต่เป็ นการพัฒนา 3 ัด้านคือด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ งแวดล้อมและยังต้องเชือมโยงกับหลักศาสนาคํานึงถึงองค์ประกอบทัง 3 ด้าน ในแง่ของศาสนา การพัฒนาจะหมายถึง การพัฒนาตน ทังในด้านร่ างกายคือการดูแลรักษาสุ ขภาพกายให้แข็งแรง และจิตใจ คือการมีสุขจิตใจทีผ่องใส โดยเน้นในด้านคุณภาพชีวิต และหลัก ของความถูกต้องพอดี ซึ งให้ผลประโยชน์สูงสุ ด และความเกือกูลแก่สรรพชีวต โดยไม่เบียดเบียน ทําลายธรรมชาติ ิและสิ งแวดล้อม การพัฒนา ต้องเอาวัฒนธรรม เป็ นตัวตัง ทางด้านเศรษฐกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงคิดค้น ่นําไปทางการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจของประชาชนในประเทศ พระองค์ทรงมีพระราชดํารัสแนวทางเศรษฐกิจพอพียง ให้แก่ ประชนได้นาไปพัฒนาปัญหาของตน แต่ ํผลสําเร็ จก็ยงประสบผลเพียงแค่เกษตรกรไทยเท่านัน ั ทางด้านสังคม มีการแบ่งแยกชนชัน ฐานะ อํานาจจากตําแหน่งสู งๆทําให้การเข้าร่ วมสังคมเป็ นไปได้ยาก เนืองจากความรู ้มีไม่เท่ากัน มีโอกาสในสังคมทีต่างกันแล้วยังไม่แสวงหาความรู ้เพิ มเติม ซึ งความจริ งแล้วเราจะรู ้วา“ความรู ้ ในโลก ล้วนมาจากนอก ่
  • 2. ตัว เกือบไม่มีเลยทีศึกษาให้รู้ตวเองด้วย การรู ้ตวเอง ทําให้สามารถวางความสัมพันธ์ ั ัระหว่างตัวเอง กับผูอืน และสิ งอืนให้ถูกต้อง ความสัมพันธ์ทีถูกต้องคือ จริ ยธรรม ้ฉะนันในปั ญญาจึงมีจริ ยธรรมอยูดวยเสมอ ในขณะทีความรู ้อาจไม่มีจริ ยธรรมอยูดวย ่้ ่ ้วิทยาศาสตร์เป็ นความรู ้ ยังไม่ใช่ ปัญญา การใช้วทยาศาสตร์ อย่างขาดจริ ยธรรมนําไปสู่ ิวิกฤตการณ์ของสังคม” เป็ นหลักความจริ งทีสามารถนําไปพัฒนาตนได้ ทางด้านสิ งแวดล้อม หากเรามองการเปลียนแปลงของโลกในปัจจุบน มนุษย์ ัเป็ นสิ งประดิษฐ์จากธรรมชาติทีพยายาม เอาชนะธรรมชาติ รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆโดยลืมไปว่า ตัวมนุษย์เองก็เป็ นสิ งทีเป็ นธรรมชาติเช่นกัน ทังยังเป็ นตัวการทีสร้างปัญหาทีเกิดขึนต่อสิ งแวดล้อมของ โลก ผลกระทบของสภาพแวดล้อมทีเปลียนแปลงไปด้วยนํามือของมนุษย์ เราทราบกันดีแล้วว่า มันมีผลเสี ยทังโดยตรงและโดยอ้อม ต่อเราอย่างมากมายมหาศาล แต่มนุษย์ก็ยงโชคดี ทียังมีผทีมองเห็ นปั ญหาและ พยายาม ั ู้หาแนวทางแก้ไข เพือให้เรามีทางออกของการใช้ชีวต ทีอยูภายใต้สภาวะแวดล้อมที ิ ่เปลียนแปลงไป การพัฒนาทีต้องคํานึงถึง ความเป็ นองค์รวมในทุกด้าน อย่างสมดุล บนพืนฐานของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทย โดยการมีส่วนร่ วมของประชาชนทุกๆคน เคารพซึ งกันและกัน และสามารถทีจะพึงตนเองได้ จนในทีสุ ด มีคุณภาพทีดี ขึนอย่างเท่าเทียม ปัจจุบนเป็ นทียอมรับในปั จจุบนอย่างก้างขว้างว่า แนวทางของการดําเนิ นชิวตที ั ั ิสอดคล้องกับธรรมชาติ เป็ นแนวทางทีดีทีสุด ทีทําให้มนุษย์เกิดความสมดุล ทังในด้านเศรษฐกิจ ทางสังคม สิ งแวดล้อม และสุ ขภาพของมนุษย์เอง แล้วยังต้องยึดหลักคุณธรรมทางศาสนาประกอบด้วยเช่นหลักอริ ยสัจ 4 อิทธิบาท 4 และพรหมวิหาร 4