Computer
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Computer

on

  • 292 views

คอมพิวเอตร์เบื้องต้น

คอมพิวเอตร์เบื้องต้น

Statistics

Views

Total Views
292
Views on SlideShare
292
Embed Views
0

Actions

Likes
2
Downloads
20
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Computer Document Transcript

  • 1. 1 ความหมาย บทบาทและความสําคัญของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรคืออะไร ปจจุบันจะพบวาคอมพิวเตอรมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งขนาดคอมพิวเตอรพกพา คอมพิวเตอรแบบตั้งโตะ คอมพิวเตอรแบบกกระเปาหิ้ว คอมพิวเตอรขนาดใหญ เชน คอมพิวเตอร เมนเฟรม หรือซุปเปอรคอมพิวเตอร แตไมวาจะเปนรูปแบบใดก็ตาม คอมพิวเตอรก็มีความหมายที่ ชัดเจนในตัวของมันเองคือเครื่องคํานวณ ในรูปของอุปกรณอิเล็กทรอนิกส ที่สามารถรับขอมูลและ คําสั่งนั้นไปประมวลดวยหนวยประมวลผลเพื่อใหไดผลลัพธที่ตองการ และแสดงผลผานอุปกรณ แสดงผลตลอดจนสามารถบันทึกรายการตาง ๆ ไวเพื่อใชงานไดดวยอุปกรณบันทึกขอมูลสํารอง คอมพิวเตอรจึงสามารถมีรูปรางอยางไรก็ได ไมจําเปนตองเปนรูปรางอยางที่เราคุนเคยหรือ พบเห็น ตัวอยางเชน เครื่องฝากถอดเงินอัตโนมัติ หรือ ATM ก็ถือวาเปนเครื่องคอมพิวเตอรรูปแบบ หนึ่ง เหตุผลที่นําคอมพิวเตอรมาใชงาน 1. สามารถบันทึกขอมูลตาง ๆ ไดรวดเร็ว เชน การใชเครื่องอานหัสแทง (Bar - Code) อานเวลา เขา-ออก ของพนักงานและคิดราคาสินคา ในหางสรรสินคา 2. สามารถเก็บขอมูลจํานวนมาก ๆ ไวฐานขอมูล (Database) เพื่อใชงานไดทันที 3. สามารถนําขอมูลที่เก็บไวมาคํานวณทางสถิติ แยกประเภท จัดกลุม ทํารายงานลักษณะ ตาง ๆ ไดโดยระบบประมวลผลขอมูล (Data Processing) 4. สามารถสงขอมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่งไดอยางรวดเร็ว 5. สามารถจัดทําเอกสารตาง ๆ ไดอยางรวดเร็ว ดวยระบบประมวลผลคํา(Word Processing) ซึ่งเปนสวนของระบบสํานักงานอัตโนมัติ(Office Automation) 6. การนํามาใชงานทั้งดานการศึกษา การวิจัย
  • 2. 2 7. การใชงานธุรกิจ งานการเงิน ธนาคาร และงานของภาครัฐตาง ๆ เชน การนําคอมพิวเตอร มาใช กับงานบัญชี งานบริหารสํานักงาน งานเอกสาร งานจองตั๋วเครื่องบิน รถไฟ 8. การควบคุมระบบอัตโนมัติตางๆ เชน ระบบจราจร ระบบเปด/ปดน้ําของเขื่อน 9. การใชงานเพื่อวิเคราะหตาง ๆ เชน การวิเคราะหสภาวะดินฟาอากาศ สภาพของดิน น้ํา เพื่อการเกษตร 10. การใชคอมพิวเตอรเพื่อจําลองรูปแบบ เชน การจําลองในงานวิทยาศาสตร จําลองโมเลกุล จําลองรูปแบบการฝกขับเครื่องบิน 11. การใชคอมพิวเตอรนันทนาการ เชน การเลนเกม การดูหนัง การฟงเพลง 12. การใชคอมพิวเตอรรวมกับเทคโนโลยีล้ําสมัยอื่นๆ เทคโนโลยีสื่อสารขอมูล เกิด เครือขายอินเทอรเน็ต เปนตน หลักการทํางานของคอมพิวเตอร การทํางานของคอมพิวเตอรประกอบดวยหนวยสําคัญ 4 หนวย คือ 1. หนวยรับขอมูลจะรับขอมูลโดยผูใชเปนผูปอนคําสั่งแลวสงไปยังหนวยประมวลผล 2. หนวยประมวลผลโดยทําตามโปรแกรมที่เก็บไวในหนวยความจําหลัก หนวยความจําหลัก ซึ่งเปนหนวยความจําที่ประมวลผลสามารถอานเขียนไดรวดเร็วมาก ขอมูลจะถูกเก็บไวที่ หนวยความจําหลักเพื่อประมวลผลตีความและกระทําตามไดอยางรวดเร็ว สวนหนวยความจําสํารอง มีไวสําหรับเก็บขอมูลหรือโปรแกรมที่มีจํานวนมากและหากจะใชงานก็มีการถายจากหนวยความจํา สํารองมายังหนวยความจําแลวนําขอมูลที่เก็บไวมาประมวลผล 3. หนวยสงออกหรือแสดงผล เปนหนวยที่นําขอมูลที่ไดรับการประมวลมาแสดงผล ลักษณะและประเภทของงานคอมพิวเตอร ประมาณป พ.ศ. 2500 คอมพิวเตอรที่อยูในโลกนี้ไมมากนัก สวนใหญจะเปนเครื่องในระบบ เมนเฟรมซึ่งมีขนาดใหญและราคาแพง ใชกับงานทางดานวิทยาศาสตรเทานั้น ซึ่งจะไมเกี่ยวของกับ ชีวิตประจํามากนักแต ในปจจุบันคอมพิวเตอรไดมีขนาดเล็กลง และ ราคาไมแพงนัก คนทั่วไป สามารถซื้อหามาใชไดเหมือนกับเรื่องใชไฟฟาโดยทั่วไป งานที่คอมพิวเตอรทํา ตัวอยางเชน 1. งานที่ตองจัดเก็บขอมูลเปนจํานวนมาก เชน เก็บขอมูลงานทะเบียนราษฎร เปนตน 2. งานที่ตองอาศัยการประมวลผลที่รวดเร็ว มีความถูกตองและแมนยํามากที่สุด เชน งาน ดานวิทยาศาสตร 3. งานที่ไมตองการหยุดพัก คือทํางานไดตลอดเวลา ในขณะที่ยังมีไฟฟาอยู 4. งานที่คนไมสามารถเขาไปทําได เชน ในสภาพแวดลอมที่เปนอันตรายตอสุขภาพรางกาย เชน ที่มีกาซพิษ กัมมันตภาพรังสี หรือในงานที่มีความเสี่ยงสูงในโรงงานอุตสาหกรรม
  • 3. 3 งานคอมพิวเตอรกับงานการศึกษา ปจจุบันตามสถานศึกษาตางๆ ไดมีการนําคอมพิวเตอรมาใชในการเรียนการสอนอยาง มากมายรวมทั้งใชคอมพิวเตอรในงานบริหารของโรงเรียน เชน การจัดทําประวัตินักเรียน ประวัติครูอาจารย การคัดคะแนนสอบ การทําตารางสอน ใชคอมพิวเตอร ในงานหองสมุด เปนตน คอมพิวเตอรยุคที่ 1 (พ.ศ. 2547 - 2501) คอมพิวเตอรในยุคนี้ใชหลอดสุญญากาศ (Vacuum tube) เปนวงจรอิเล็กทรอนิกส เครื่องยัง มีขนาดใหญมากกระแสไฟฟาจํานวนมาก ทําใหเครื่องมีความรอนสูงจึงมักเกิดขอผิดพลาดงาย คอมพิวเตอรในยุคนี้ ไดแก VACI, IBM600 เครื่องคอมพิวเตอร Mark1 เครื่องคอมพิวเตอรENIAC คอมพิวเตอรยุคที่ 2 (พ.ศ. 2502 - 2507) คอมพิวเตอรยุคนี้ใชทรานซิสเตอร(Transistor) เปนวงจรอิเล็กทรอนิกส และใชวงแหวน แมเหล็กเปนความจํา คอมพิวเตอรมีขนาดเล็กมากกวายุคแรก ตนทุนต่ํากวา ใชกระแสไฟฟานอยกวา และมีความแมนยํา คอมพิวเตอรยุคที่ 3 (พ.ศ. 2508 - 2513) คอมพิวเตอรยุคนี้ใชวงจรไอซี(Integrated Circuit) เปนสารกึ่งตัวนําที่สามารถบรรจุวงจรทาง ตรรกะไวแลว แผนซิลิกอน (Silicon) เรียกวา “ชิป” คอมพิวเตอรยุคที่ 4 (พ.ศ. 2514 - 2523) คอมพิวเตอรยุคนี้ใชวงจร LSI (Large-Scale Integrated Ciruit) เปนการรวบรวมวงจรไอซี จํานวนมากลงในกอนชิป 1 แผน สามารถบรรจุไดมากกวา 1 ลานวงจรดวยเทคโนโลยีใหมทําใหเกิด แนวคิดในการบรรจุสําคัญสําหรับการทํางานพื้นฐานของคอมพิวเตอรนั้นคือ CPU ลงชิปตัวเดียว เรียก “ไมโครโปรเชสเซอร” คอมพิวเตอรยุคที่ 5 (พ.ศ. 2524 - ปจจุบัน) คอมพิวเตอรยุคนี้ใชวงจร VLSI (Very Large-Scale Integrated Ciuit) การพัฒนา ไมโครโปรเชสเซอร สิทธิภาพมากขึ้น
  • 4. 4 ลักษณะและประเภทของคอมพิวเตอร การจัดแบงประเภทเครื่องคอมพิวเตอรอาจจะแบงไดหลายกรณีดวยกัน แตในที่นี้จะอาศัย หลักการโดยใชความเร็วและขนาดของหนวยความจําบันทึกขอมูลเปนหลักของการแบงลักษณะและ ประเภทเครื่องคอมพิวเตอร ซึ่งสามารถแบงได 4 ประเภทไดแก 1. Super Computer 2. Mainframc Computer 3. Mini Computer 4. Micro Computer Super Computer เปนคอมพิวเตอรที่มีประสิทธิภาพสูง มีความเร็วในการประมวลผลที่สูงประมาณ 100 คําสั่ง ตอวินาที และมีขนาดความจําปริมาณมาก ตองการหองที่สามารถปรับอุณหภูมิได และมักจะใช งานวิจัยตาง ๆ เชนการวิจัยเกี่ยวกับดินฟาอากาศ(อุตุนิยมวิทยา) การวิเคราะหภาพถาวดาวเทียม การ วิเคราะหดานโมเลกุลของสารตาง ๆ Mainframc Computer เปนคอมพิวเตอรที่มีประสิทธิภาพรองมาจาก Super Computer มีความตองการการ บํารุงรักษาคลาย ๆ กับ Super Computer แตมักจะพบในองคกรขนาดใหญ เชน ธนาคาร บริษัท ธุรกิจการบิน และมหาวิทยาลัยตาง ๆ เพราะเปนคอมพิวเตอรที่สามารถเชื่อมโยงกับเครื่องปลายทางได จํานวนมาก ทําใหสามารถตอบสนองการใชงานระหวางผูใชไดพรอมกันหลาย ๆ คน Mainframc Computer Mini Computer Mini Computer เปนคอมพิวเตอรขนาดกลางที่มักจะพบในหนวยงานบริษัทที่ใชงานดานเฉพาะ เชน ประมวลผลงานบัญชีสามารถนําไปเชื่อมตอกับเครื่องปลายทางไดหลายเครื่อง โดยมีลักษณะการ ทํางานแบบ การประมวลผลกระทําสวนกลางแลวนําไปประมวลผลที่ปลายทาง โดยที่เครื่อง ปลายทางไมตองประมวลผลเอง(Centralized)
  • 5. 5 Micro Computer คอมพิวเตอรใชงานที่พบไดอยางแพรหลายโดยอาจจะพบไดทั้งในรูปของเครื่องคอมพิวเตอร สวนบุคคล แบบตั้งโตะ(Personal Computer)หรือแบบพกพา(Portable Computer)ลักษณะตาง ๆ ลักษณะการใชงานของเครื่องคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรสวนบุคคล(PC) ไมโครคอมพิวเตอรเปนเครื่องคอมพิวเตอรที่มีขนาดเล็ก บาง คนเห็นวาเปนเครื่องคอมพิวเตอรที่ใชงานสวนบุคคล หรือเรียกวาพีซี (personal Computer : PC) สามารถใชเปนเครื่องตอเชื่อมในเครือขาย หรือใชเปนเครื่องปลายทาง (tcrminal) ซึ่งอาจจะทําหนาที่ เปนเพียงอุปกรณรับและแสดงผลสําหรับเขียนขอมูลและดูผลลัพธโดยการดําเนินการประมวลผลบน เครื่องอื่นในเครือขาย อาจจะกลาวไดวาไมโครคอมพิวเตอร คือเครื่องคอมพิวเตอรที่มีหนวย ประมวลผลกลางเปนไมโครคอมโพรเซสเซอร ใชงานงาย ทํางานในลักษณะสวนบุคคลได สามารถ แบงแยกไมโครคอมพิวเตอรตามขนาดของเครื่องไดดังนี้ Desktop Laptop Notebook Palmtop คอมพิวเตอรแบบตั้งโตะ (Desktop Computer) เปนไมโครคอมพิวเตอรที่มีขนาดเล็กถูก ออกแบบมาใหตั้งโตะ มีการแยกชิ้นสวนประกอบเปน ซีพียู จอภาพ และแผงแปนอักขระ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร (Labtop Computer) เปนไมโครคอมพิวเตอรขนาดเล็กที่วางใชงาน บนตักได ภาพที่ใชเปนแบบแบนราบชนิดจอภาพผนึกเหลว (liquid Crystal Display : LCD) น้ําหนักของเครื่องประมาณ 18 กิโลกรัม โนตบุคคอมพิวเตอร (Notebook Computer) เปน ไมโครคอมพิวเตอรที่มีขนาดและมีความหนามากกวาแล็บท็อป น้ําหนักประมาณ 1.5-3 กิโลกรัม จอภาพแสดงผลเปนแบบราบชนิดมีทั้งแบบแสดงผลสีเดียว หรือแบบสีโนตบุคที่มีขายทั่วไปมี ประสิทธิภาพและความสามารถเสมือนแล็ปท็อป ปาลมท็อปคอมพิวเตอร (Plamptop Computer) เปนไมโครคอมพิวเตอรสําหรับทํางาน เฉพาะอยางเชนเปนพจนานุกรม เปนสมุดจดบันทึกประจําวัน บันทึกการนัดหมายและการเก็บขอมูล เฉพาะบางอยางที่สามารถพกพาติดไปมาไดสะดวก
  • 6. 6 คอมพิวเตอรเครือขาย คอมพิวเตอรเครือขายกอใหเกิดความสมารถในการปฏิบัติรวมกัน ซึ่งหมายถึงการใหอุปกรณ ทุกชิ้นตออยูบนเครือขายทํางานรวมกันไดทั้งหมดในลักษณะที่ประสานรวมกัน โดยผูใชเห็นเสมือน ระบบเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่ อุปกรณเหลานั้นอาจจะมาตางยี่หอ ตางบริษัทก็ได
  • 7. 7 องคประกอบของคอมพิวเตอรสวนบุคคล สวนประกอบภายนอกและการการใชงาน • จอภาพ (Monitor) • เคส (Casc) • คียบอรด (Keyborad) • เมาส (Mouse) • ลําโพง (Speaker) • เครื่องสํารองไฟ (UPS) สวนประกอบภายในและการการใชงาน • หนวยประมวลผลกลาง (Contral Processing Unit : CPU) • หนวยความจําสําหรับเก็บขอมูลและคําสั่ง (Data & Programming Memory) • เมนบอรด (Mainborad) • ฮารดดิสกไดรฟ (Harddisk Drive) • ซีดีรอมไดรฟ (CD-ROM Drive) • ฟล็อปปดิสกไดรฟ (Floppy Disk Drive) • ชองขยาย (Slot) • แหลงจายไฟ (Power Supply) อุปกรณตอพวง • เครื่องพิมพชนิดตาง ๆ (Printer) • เครื่องสแกนภาพ (Scanner) • โมเด็ม (Modem)
  • 8. 8 สวนประกอบภายในและการทํางาน หนวยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) หนวยประมวลผลกลางเปรียบไดกับสมองของคอมพิวเตอร เปนสวนที่สําคัญที่สุด ทําหนาที่ เปนศูนยกลางในการประมวลผลและควบคุมระบบตาง ๆ ของคอมพิวเตอร ใหทุกหนวยทํางาน สอดคลองสัมพันธกัน หลายทานคงสงสัยวาไมโครโพรเซสเซอร(Microprocessor) , ชิป(Chip) , โพรเซสเซอร (Processor) เหมือนหรือตางจาก CPU หรือไม อยางไร ? คําตอบคือเหมือนกัน จะเรียกชื่ออะไรก็ได เนื่องจากสวนประกอบภายในวงจรอิเล็กทรอนิกสที่ซับซอนจํานวนมาก มีทรายซิสเตอรประกอบกัน เปนวงจรหลายลานตัว แตละชิ้นมีความกวาง 0.35 ไมครอน (ขณะที่เสนผมคนเรามีเสนผาศูนยกลาง 100 ไมครอน ผานกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดในโรงพยาบาลเสียอีก สําหรับยี่หอหรือแบรนด ของ ซีพียูที่ใชในปจจุบัน คือ Intel , AMD , Cyrix) หนวยประมวลผลกลาง ประกอบดวยหนวยยอย ดังนี้ • หนวยควบคุม (Control Unit) • หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic unit;ALU) • หนวยความจําหลัก (Main Memory Unit) สื่อสารระหวางหนวยงานตาง ๆ ใน CPU จะใชสายสัญญาณที่เรียกวา Bus Line หรือ Data Bus หนวยควบคุม (Control Unit) หนวยควบคุมทําหนาที่ควบคุมการทํางานของทุก ๆ หนวยใน CPU และอุปกรณอื่นที่ตอพวง เปรียบเสมือนสมองที่ควบคุมการทํางานสวนประกอบตาง ๆ ของรางกายมนุษย เชน แปลคําสั่งที่ ปอน ควบคุมใหหนวยรับขอมูลเขามาเปนตัวหารประมวลผล ตัดสินใจวาจะใหเก็บขอมูลไวที่ไหน ถูกตองหรือไม ควบคุม ALU ทําการคํานวณขอมูลเขามา ตลอดจนควบคุมการแสดงผลลัพธ เปนตน หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic unit;ALU) หนวยคํานวณแลตรรกะ ทําหนาที่คํานวณทางคณิตศาสตร (Arithmetic operations) และการ คํานวณและคณิตศาสตร (Logical operations) โดยปฏิบัติการเกี่ยวกับการคํานวณไดแก การบวก (Addition) ลบ (Subtraction)
  • 9. 9 คูณ (Multiplication ) หาร (Division) สําหรับการคํานวณทางตรรกศาสตร ประกอบดวย การ เปรียบเทียบคาจริงหรือคาเท็จ โดยอาศัยปฏิบัติการพื้นฐาน 3 คา คือ • เงื่อนไขเทากับ ( = , Equal to condition ) • เงื่อนไขนอยกวา ( < , Less than condition) • เงื่อนไขมากกวา ( >, Greater than condition ) สําหรับตัวปฏิบัติทางตรรกะ สามารถนํามาผสมกันไดทั้งหมด 6 รูปแบบ คือ • เงื่อนไขเทากับ (=, Equal to condition ) • เงื่อนไขนอยกวา (< , Less than condition ) • เงื่อนไขมากกวา ( >, Greater than condition ) • เงื่อนไขนอยกวาหรือเทากับ (< = , Less than or equal condition ) • เงื่อนไขมากกวาหรือเทากับ ( <>, Less than or grater than condition ) ซึ่งเปนเงื่อนไขที่มีคา คือ “ไมเทากับ ( not equal to) ” นั่นเอง หนวยความจําหลัก ( Main Memory Unit) หนวยความจําหลัก ซึ่งมีชื่อเรียกหลายชื่อ ไดแก Main Memory Unit ,Primary Starage Unit ,Internal Storage Unit เปนหนวยที่ใชเก็บขอมูล และคําสั่งที่ใชในการประมวนผล และเก็บขอมูลในการ ประมวลผล และเก็บขอมูลตลอดจนคําสั่งชั้วคราวเทานั่น ขอมูลและคําสั่งจะถูกสงมาจากหนวย ควบคุม สามารถแบงไดเปน 2ประเภท คือ • หนวยความจําสําหรับเก็บคําสั่ง (Program Memory) • หนวยความจําสําหรับเก็บขอมูลและคําสั่ง (Data & Programming Memory) หนวยความจําสําหรับเก็บขอมูลและคําสั่ง (Data & Programming Memory ) หรือที่เรียกวา (RAM ; Random Access Memory) เปนหนวยความจําที่ใชเก็บขอมูล และคําสั่งจากหนวยรับขอมูล แตขอมูล และคําสั่งเหลานั่น สามารถหายไปได เมื่อมีการรับขอมูลหรือคําสั่งใหม หรือปดเครื่อง หรือกระแสไฟฟาขัดของ หนวยความจํา แรม เปนหนวยความจําที่สําคัญที่สุดของคอมพิวเตอร จําเปนจะตองเลือกซื้อใหมีขนาดใหญพอสมควร มิ เชนนั้นจะทํางานไมสะดวกแรมในปจจุบันแบงไดเปน 1. SRAM ( Static RAM ) ทํางานไดโดยไมตองอาศัยนาฬิกา เปนหนวยความจําที่ สามารถอานและเขียนขอมูลไดเร็วกวา DRAM เนื่องจากไมตองมีการรีเฟรชอยูตลอดเวลา แต หนวยความจําชนิดนี้มีราคาแพงและจุขอมูลไดไมมาก จึงนิยมใชเปนหนวยความจําแครชซึ่งเปน อุปกรณชวยเพิ่มความเร็วในการทํางานของ DRAM 2. DRAM (Dynamic Ram ) ทํางานโยสัญญานาฬิกามากระตุน แตก็มีจุดเดนคือ มีขนาด เล็กกวา DRAM และสินเปลืองพลังงานนอยกวา ยังบงยอยไดเปน - PRM DRAM (Fast Page Mode Dynamic RAM)
  • 10. 10 - EDO RAM ( Extened - Data - Out RAM) - SDRAM (Synchronous Dynamic RAM) - DDR SDRAM ( Double data Rate Syncronous Dynamic RAM) - RDRAM ( Rambys Dynamic RAM ) - เมนบอรด ( Mainboard ) เมนบอรดเปนอุปกรณที่สําคัญรองมาจากซีพียู เมนบอรดทําหนาที่ควบคุม ดูแลและจัดการๆ ทํางาน ของอุปกรณตางๆ แทบทั้งหมด ในเครื่องคอมพิวเตอร ตั้งแตซีพียูไปจนถึงหนวยความจําแคช หนวยความจําหลัก ฮารดดิสก ระบบบัส บนเมนบอรดประกอบดวยชิ้นสวนตางๆ มากมายแตสวนสําคัญๆประกอบดวย ชุดชิพเซ็ต ชุดซิพเซ็ตเปนเหมือนหัวใจของเมนบอรดอีกทีหนึ่ง เนื่องจากอุปกรณตัวนี้จะมีหนาที่หลัก เปนเหมือนทั้งอุปกรณแปลภาษาใหอุปกรณตางๆ ที่อยูบนเมนบอรดสามารถทํางานรวมกันได และทํา หนาที่ควบคุม อุปกรณตางๆ ใหทํางานไดตามตองการโดยชิพเซ็ตนั้นจะประกอบดวยชิพ 2 ตัวคือ ชิพ System Controller และชิพ PCI to SA Bridge ชิพ SyStem Controller หรือ AGPSET หรือ NORTH bridge เปนชิพที่ทําหนาที่เปนอุปกรณ เชื่อมตอกันระหวางระบบบัสแบบ PCI กับอุปกรณอื่นๆ ที่มีความเร็วในการทํางานต่ํากวาเชนระบบ บัสแบบ ISA ระบบบัสอนุกรมแบบ
  • 11. 11 USB ชิพ คอนโทรลเลอร IDE ชิพ หนวยความจํารอมไบออส ฟล็อบปดิสก คียบอรด พอรตอนุกรม และพอรตขนาน ชุดชิพเซ็ตจะมีอยูดวยกันหลายรุนหลายยี่กอโดยลักษณะการใชงานจะขึ้นอยูกับซีพียู ที่ใช เปนหลัก เชน ชุดชิพเซ็ต ตระกูล 430 ของอินเทล เชน ชิพเซ็ต 430FX, 430HX,430VX, และ 430TX จะใชงานรวมกับซีพียู ตระกูลเพนเทียม เพนเทียม MMX, K5, K6, 6X86L, 6X86MX (M II) และ IDT Winchip C 6 ชุดชิพเซ็ตตระกูล 440 ของอินเทล เชน ชิพเต 440 FX ,440LX,440EXและ ชิพเซ็ต 440BXจะใชงานรวมกับ ซีพียูตระกลูเพนเที่ยมโปรเพนเทียมทู และเซลเลอรอน และชุดชิพ เช็ท450GXและ450NXก็จะใชงานรวมกับซีพียูตระกลูเพนเทียมทูซีนอนสําหรับเครื่องคอมพิวเตอร ระดับServer และ Workstation นอกจากนี้ยังมีชิพเซ็ตจากบริษัทอื่นๆอีกหลายรุนหลายยี่หอที่ถูกผลิต ออกมา แขงกับอินเทล เชน ชุดชิพเซ็ต Apollo VP2 , Apollo VP3และ Apollo mvp3 ของ VIA , ชุดชิพเซ็ต Aladin IV+และAladin V ของ Ali และชุดชิพเซ็ต 5597/98,5581/82 และ5591/92 ของ SiS สําหรับ ซีพียูตระกลูเพนเทียม เพนเทียม MMx, K5 , K 6 ,6X86L, 6X86MX (M II) และ IDT Winchip C 6 ชุดชิพเซ็ต Apollo BX และ Apollo Pro ของ VIA , ชุดชิพเซ็ต Aladin Pro II M162/M1543C ของ Ali ของ ชุดชิพเซ็ต 5601 ของ SiS สําหรับซีพียูตระกูลเพนเทียมทู และเซล เลอรอน ซึ่งชิพเซ็ตแตละรุน แตละยี่หอนั้นจะมีจุดดีจุดเดนแตกตางกันไป หนวยความจํารอมไบออส และแบตเตอรี่แบ็คอัพ ไบออส BIOS ( Basic Input Output Sytem ) หรือ อาจเรียกวา ซีมอส (CMOS) เปน ชิพ หนวยความจําชนิดหนึ่งที่ใชสําหรับเก็บขอมูล และโปรแกรมขนาดเล็กที่จําเปนตอการบูตของระบบ คอมพิวเตอร โดยในอดีตสวนของชิพรอมไบออสจะประกอบดวย 2 สวนคือ ชิพไบออส และชิพ ซีมอส ซึ่งชิพไบออสจะทําหนาที่ เก็บขอมูลพื้นฐานที่จําเปนตอการบูตของระบบคอมพิวเตอรสวน ชิพซีมอสจะทําหนาที่ เก็บโปรแกรมขนาดเล็กที่ใชในการบูตระบบและสามารถเปลี่ยนขอมูลบางสวน ภายในชิพได ชิพไบออสใชพื้นฐานเทคโนโลยีของรอม สวนชิพซีมอสจะใชเทคโนโลยีของแรม ดังนั้นชิพไบออสจึงไมจําเปนใชเทคโนโลยีพลังงานไฟฟา ในการเก็บรักษาขอมูลแตชิพซีมอสจะตอง การพลังงานไฟฟาในการเก็บรักษาขอมูลตลอดเวลาซึ่งพลังงานไฟฟา ก็จะมาจากแบตเตอรี่ แบ็คอัพที่ อยูบนเมนบอรด ( แบตเตอรี่แบ็คอัพจะมีลักษณะเปนกระปองสีฟา หรือเปนลักษณะแบนกลมสีน้ําเงิน ซึ่งภายในจะ บรรจุแบตเตอรี่แบบลิเธียมขนาด 3 โวลลไว ) แตตอมาในสมัย ซีพียูตระกูล 80386 จึงไดมีการรวม ชิพทั้งสองขางไวดวยกันและเรียกชื่อวา ชิพรอมไบออสเพียงอยางเดียว และที่การชิพรอมไบออสเปน การรวมกันของชิพไบออส และชิพซีมอสจึงทําใหขอมูลบางสวนที่อยูภายใน ชิพรอมไบออสตองการ พลังงานไฟฟาเพื่อรักษาขอมูลไวแบตเตอรี่แบ็คอัพ จึงยังคงเปนสิ่งจําเปนอยูจนถึงปจจุบัน จึงเห็นได วาเมื่อแบตเตอรี่แบ็คอัพเสื่อม หรือหมดอายุแลวขอมูลที่คุณเซ็ตไว เชน วันที่ จะหายไป เปนพื้นฐาน จากโรงงานและก็จะเซ็ตใหมทุกครั้งที่เปดเครื่องเทคโนโลยีรอมไบออสในอดีต หนวยความจํารอม ชนิดนี้จะเปนแบบ EPROM ( Electrocal Programmable Read Only Memory ) ซึ่งเปนชิพ
  • 12. 12 หนวยความแคชระดับสอง หนวยความจําแคชระดับสองนั้นเปนอุปกรณ ตัวหนึ่งที่ทําหนาที่เปนเสมือนหนวยความจํา บัฟเฟอรใหกับซีพียู โดยใชหลักการที่วา การทํางานรวมกับอุปกรณที่ความเร็วสูงกวา จะทําให เสียเวลาไปกับการรอคอย ใหอุปกรณที่มีความเร็วต่ํา ทํางานเสร็จสิ้นลง เพราะซีพียูมีความเร็วในการ ทํางานสูงมาก การที่ซีพียูตองการขอมูลซักชุดหนึ่งเพื่อนําไปประมวลผลถาไมมีหนวยความจําแคช ฮารดดิสกไดรฟ ( Harddisk Drive ) เปนที่สําหรับเก็บขอมูลขนาดใหญ มีความจุสูงถึงหนวยเมกะไบต จนถึงกิกะไบต และมีความเร็ว สูงในการทํางาน และการสงผานขอมูลมากกวา Secondary Storage ทั่วไปซึ่ง Harddisk จะประกอบ ไปดวยจาน Disk หรือที่เรียกวา Platters หลายๆแผนรวมกัน ซึ่งแตละดานของ Platters จะถูกปกคลุม ไปดวยสารประกอบ Oxide เพื่อใหสามารถบันทึกขอมูล Harddisk จะอยูภายในเครื่องคอมพิวเตอรซึ่ง ไมสะดวกในการเคลื่อนยาย บางทีถูกเรียกวา Fixed Disk การทํางานของ Harddisk ก็มีลักษณะคลายๆกับแผนดิสกโดยที่จะทําการบันทึกขอมูลจําเปนตอง Farmat เพื่อใหมีการกําหนด Track , Cylinder ตางๆขึ้นมากอนเพื่อใชในการอางตําแหนง นอกจากนี้แลวมันยังสามารถจัดแบง partition กลาวคือ Hard Disk ตัวหนึ่งสามารถแบงไดหลาย partition ขึ้นอยูกับการแบง partition กอนการ Format (การกําหนด partition สามารถทําไดโดยใช คําสั่ง FDISK ) นอกจากนี้ยังขึ้นอยูกับเครื่องคอมพิวเตอรวาใชระบบ PCI หรือไม ถาไมใชระบบ PCI ในเครื่องจะมองเห็นฮารดดิสกขนาดสูงสุดเพียง 540 MB แตถาเปน PCI จะตองมาตรวจสอบ OS (Operation System) ดูอีกทีวาใชอะไร เชน ถาเปน Window 95 จะสามารถมองเห็น Hard Disk สูงสุด 1.27 GB 9ตอ 1 partition ซึ่งถาเรามี Hard Disk 1 ตัว
  • 13. 13 แตเปน 2 GB ก็ตองจัดแบงมันเปน 2 partition ถาเปนระบบ Window 95 OSR2 จะสามารถมองเห็น ได 2 GB เปนตน ระบบควบคุมการทํางานของ Hard Disk ที่มีการใชงานอยูในคอมพิวเตอรสามารถจําแนกตาม จุดตอประสาน ( Interface ) ไดเปน 4 ระบบ คือ ระบบ ST – 506/412 ระบบ ESDI ระบบ SCSI และ ระบบ IDE ซึ่งในปจจุบัน 2 ชนิดแรกไมมีใชแลวซึ่งขอกลาวถึงสองชนิดหลักดังนี้ • SCSI ( Small System Interface) เปนระบบที่ใชกันมากในขนาดนี้ เพราะนอกจากจะสามารถ ควบคุมฮารดดิสกแลว ยังสามารถควบคุมเสนทางการสงถาย ขอมูลเกี่ยวกับอุปกรณอื่นๆที่มีโพรเซสเซอรอยูในตัวเอง ทําใหเปนสวนเพิ่มขยายสําหรับ แผงวงจรใหมและสามารถใชควบคุมอุปกรณเสริมอื่นๆไดดวย เชน โมเด็ม ซีดีรอม เปนตน • IDE ( Integrated Drive Electronics ) เปนระบบใหมที่มีความใกลเคียงกับ SCSI แตมีราคาต่ํา กวาปจจุบันนิยมบรรจุ IDE รวมอยูในแผงวงจรของซีพียู ทําใหมีชองวางใหใชงานอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซีดีรอมไดรฟ (CD- ROM Drive) CD-ROM เปนอุปกรณที่ทําหนาที่อานขอมูล จากแผนซีดีรอมและทําการแปลงสัญญาณขอมูล แลวสงไปยังหนวยประมวลผลของคอมพิวเตอร การทํางานของซีดีรอมภายในซีดีรอมจะแบงเปนแทร็กและเซ็คเตอรเหมือนกับแผนดิสก แตเซ็คเตอร ในซีดีรอมจะมีขนาดเทากัน ทุกเซ็คเตอรทําใหสามารถเก็บขอมูลไดมากขึ้น เมื่อไดรฟซีดีรอมเริ่ม ทํางานมอเตอรจะเริ่มหมุนดวยความเร็ว หลายคา ทั้งนี้เพื่อใหอัตราเร็วในการอานขอมูลจากซีดีรอม คงที่สม่ําเสมอทุกเซ็คเตอร ไมวาจะเปนเซ็คเตอร ที่อยูรอบนอกหรือวงในก็ตาม จากแสงเลเซอรจะฉาย ซีดีรอม โดยลําแสงจะถูกโฟกัสดวยเลนสที่เคลื่อนที่ดวยตําแหนงได โดยการทํางานของขดลวด ลําแสงเลเซอรจะทะลุไปที่ซีดีรอมแลวถูกสะทอนกลับที่ผิวหนาของซีดีรอมจะเปน หลุมเปนบอ สวน ที่เปนหลุม ลงไปเรียกวา “แลนด” สําหรับบริเวณที่ไมมีการเจาะลึกลงไปเรียกวา “พิต” ผิวสอง รูปแบบนี้เราใชแทนการเก็บขอมูลในรูปแบบของ 1 และ 0 แสงเมื่อถูกพิตจะกระจายไปไมสะทอน กลับ แตเมื่อแสงถูกเลนสจะสะทอยกลับผานแทงปริซึม จากนั้นผานแทงปริซึมไปยัง ตัวตรวจจับแสง อีกที ทุก ๆ ชวงของลําแสงที่กระทบตัวตรวจจับแสงจะกําเนิดแรงดันไฟฟา หรือเกิด 1 และ 0 ที่ทําให คอมพิวเตอรสามารถเขาใจได สวนการบันทึกขอมูลลงแผนซีดีรอมนั้นตองแสงเลเซอรเชนกัน โดยมี ลําแสงเลเซอรจากหัว
  • 14. 14 บันทึกของเครื่อง บันทึกขอมูลสองไปกระทบพื้นผิวหนาแผน ถาสองไปกระทบบริเวณใดจะทําให บริเวณนั้นเปนหลุมขนาดเล็ก บริเวณที่ไมถูกบันทึกจะมีลักษณะเปนพื้นเรียบสลับกันไปเรื่อยๆตลอด ทั้งแผน แผนซีดีรอมเปนสื่อในการเก็บขอมูลแบบออปติคอล(Optical Storage) ใชลําแสงเลเซอรอาน ขอมูลแผนซีดีรอม ทํามาจากพลาสติกเคลือบดวยอลูมิเนียม เพื่อสะทอนแสงเลเซอรที่ยิงมา เมื่อแสง เลเซอรที่ยิงมาสะทอนกลับไปที่ตัวอานขอมูลที่เรียกวา Photo Detector ก็อานขอมูลที่ไดรับกลับมาวา เปนอะไรและสงคา 0 และ 1 ไปใหกลับซีพียูเพื่อนําไปประมวลผลตอไป ฟล็อปปดิสกไดรฟ ( floppy Disk Drive) ในการเลือกใชแผนดิสกแตละชนิดนั้น จะตองมีตัวขับดิสก ( Floppy Disk Drive: FDD) ที่ สนับสนุนการทํางานเหลานี้ดวย โดยดิสกไดรฟตัวแรก พัฒนาโดย Alan Shugat บริษัท ไอบีเอ็มใน ป ค.ศ. 1967 เปนดิสกไดรฟ สําหรับแผนบันทึกขอมูลขนาด 8 นิ้ว ( แผนดิสก – Diskette 8”) จากนั้นมีการพัฒนาขนาดลงมาเพื่อ สนับสนุนแผนดิสกขนาด 5 ¼ นิ้ว และ 3 ½ นิ้ว ในปจจุบัน ดังนั้นดิสกไดรฟจึงมี 2 ขนาดตามแผนดิสกที่ใชในปจจุบัน คือ ดิสกไดรฟขนาด 3.5 นิ้ว และ 5.25 นิ้ว ( ปจจุบัน พบ ดิสก 5.25 นิ้วนอยมาก ) และแตละประเภท ยังแบงตามประเภทความจุของแผนดิสก ไดอีกเปน • ดิสกไดรฟ สําหรับแผนดิสก 3.5 นิ้ว ความจุ 740 KB • ดิสกไดรฟ สําหรับแผนดิสก 3.5 นิ้ว ความจุ 1.44 MB- HD: high density • ดิสกไดรฟ สําหรับแผนดิสก 5.25 นิ้ว ความจุ 640 KB • ดิสกไดรฟ สําหรับแผนดิสก 5.25 นิ้ว ความจุ 1.2 MB-HD: high density ชองขยาย (Slot) การมีชองเพิ่มขยาย หรือเรียกอีกอยางวาระบบบัสเพิ่มขยายนั้น จะชวยใหเราสามารถปรับแตง หรือเพิ่มขยายความสามารถของระบบ โดยผานทาง Plug – in Board หรือเรียกวาเปน Card เพิ่มขยาย Expransion Card เชน เมื่อตองการให Computer มีเสียง อยากให Computer เลนเพลงได ก็ตอง หาซื้อได Sound Card และลําโพง มา
  • 15. 15 ตอเพิ่ม โดยแคนํามา Piug ลงใน Expension slot บน Mainboard และทําการ Config ก็สามารถใช งานได โดยไมจําเปนตองมาเดินสายไฟ รื้อ Mainboard ใหมไหยุงยากประเภทของชองเพิ่มขยายจะมี ดังนี้ • แบบ PCI เปนชองเสียบอุปกรณเพิ่มเติมสวนใหญจะเปนสีขาวเรียงตอกัน 2-5 ชอง ใชเสียบ อุปกรณเพิ่มเติม เชน การดเสียบ การดแสดงผล โมเด็มแบบติดตั้งภายในและการดแลนเปน ตน • แบบ ISA เปนชองเสียบอุปกรณเพิ่มเติมเชนเดียวกับแบบ PCI แตเปนรุนเกากวามีสีดําขนาด ยาวกวาแบบ PCI เมนบอรดในปจจุบันสวนใหญไมมีชองเสียบแบบนี้แลว • แบบ AGP เปนชองเสียบอุปกรณแสดงผลความเร็วสูง • แบบ EISA • แบบ MCA แหลงจายไฟ ( Power Supply ) แหลงจายไฟ ( Power Supply ) เปนสวนสําคัญเชนกันเพราะถาไมมี แหลงจายไฟ ( Power Supply ) แลวนั้นคอมพิวเตอรจะทํางานอยางไร แหลงจายไฟจะมีรูปทรงและการทํางานที่เปนไปตาม ระบบปฏิบัติการของเมนบอรดเชนกัน แหลงจายไฟแบบ ATX นั้นมีการทํางานที่ดีกวาและเหนือกวาการทํางานดวยแหลงจายไฟ ( Power Supply ) แบบ AT เพราะการปดเปดเครื่องดวยระบบ ATX นั้นจะมีการทํางานดวยซอฟแวร เปนตัวกําหนดการทํางานสําหรับการปดเปดเครื่องและเคส ATX นั้นจะมีการใหแหลงจายไฟ ( Power Supply )มาใหที่มากกวาแหลงจายไฟ ( Power Supply ) แบบ AT สวนมากที่เคสแบบ ATX ใหมา นั้นมักจะอยูที่ 250 watt ถึง 400 watt ซึ่งเปนพลังงานที่มากกวาระบบ AT ทําใหมีความเสถียรภาพ มากขึ้นนั้นเอง
  • 16. 16 อุปกรณตอพวง เครื่องพิมพชนิดตางๆ (Printer) เครื่องพิมพ เปนอุปกรณที่เชื่อมตอเขากับคอมพิวเตอรเพื่อทําหนาที่ในการแปลผลลัพธที่ได จาก การประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร ใหอยูในรูปอักขระหรือรูปภาพที่จะไปปรากฏอยูบน กระดาษ นับเปนอุปกรณแสดงผลที่นิยมใช เครื่องพิมพแบงออกเปน 4 ประเภท 1. เครื่องพิมพดอตเมทริกซ (Dot Matrix Printer) เครื่องพิมพแบบนี้เปนที่นิยมและใชกันอยางกวางขวาง เนื่องจากสามารถพิมพไดทั้งตัว อักขระและรูปภาพ และมีราคาคอนขางถูกเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพแบบอื่น การพิมพจะใชหัวพิมพที่มี ลักษณะเปนเข็มซึ่งเรียกวา Pin เรียงกันเปนแถวในแนวตั้ง กระทบลงบนผาหมึกเพื่อใหเกิดจุดบน กระดาษทีละแถวตัวหนังสือจะถูกสรางจากชุดของรอยจุดที่เกิดจากหัวเข็มพิมพนี้ ดังนั้นตัวอักษรที่ได จะมีลักษณะเปนจุดๆที่ตอเนื่องกันความหยาบหรือความละเอียดจะขึ้นอยูกับหัวเข็มพิมพและโหมดที่ ใชในการพิมพ โดยทั่วไปแลวในการพิมพจะมีโหมดของการพิมพ 2 โหมดคือ โหมด Draft และโหมด NLQ (Near Quality Mode) การพิมพในโหมด draft ในแตละแถวของกระดาษจะถูกพิมพเพียงเทียวเดียว ทํา ใหไดตัวหนังสือไม คมชัดโดยเฉพระอยางยิ่งถาเปนเครื่องพิมพแบบ 9 หัวเข็ม เนื่องจากมีชองวาง ระหวางจุดอยู จึงไดมีการปรับปรุงโหมดการพิมพขึ้นเปนโหมดเรียกวา NLQ ในโหมดนี้จะมีการสั่ง ใหหัวพิมพทําการพิมพ 2 เที่ยวในแตละแถวโดยจุดที่พิมพในเที่ยวที่ 2 จะพิมพในระหวางที่พิมพไป แลวครั้งแรก ดังรูป 5.17 (ข) ซึ่งลักษณะการพิมพแบบนี้จะทําใหตัวอักษรมีความคมชัดขึ้นและมีความ สม่ําเสมอขึ้นอีกเทาตัวแตขอเสียคือจะใชเวลาในการพิมพมากขึ้น ดังนั้นจึงไดมีการปรับปรุงหัวพิมพ ใหมีจํานวนหัวเข็มพิมพมากขึ้น ซึ่งแตเดิมมีเพียง 9 หัวเข็ม ก็ไดพัฒนา 18 หรือ 24 หัวเข็ม ทําใหการ พิมพทั้งในโหมด Draft และโหมด NLQ สามารถพิมพเทียวเดียว ซึ่งจะเทียบเทากับกับแบบ 9 หัวเข็ม สั่งพิมพ 2 เที่ยว ตัวพิมพจึงสวยงามและมีความเร็วเพิ่มขึ้นกวาเดิมมาก
  • 17. 17 2. เครื่องพิมพแบบพนละอองหมึก(Ink Jet Spray Printer) เครื่องพิมพแบบนี้จะมีความเร็วในการทํางานมากเครื่องหนึ่ง โดยการพิมพจะใชหัวเข็มแบบ ปน ฉีดหมึกเปนจุดเล็กๆบนกระดาษเพื่อประกอบกันเปนตัวหนังสือ โดยไมตองกดหัวเข็มลงไปจริงๆ และเนื่องจากแตละจุดของน้ําหมึกบนกระดาษจะมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับจุดที่เกิดจากเครื่องพิมพ แบบดอตเมทริกซ ดังนั้นความคมชัดของการพิมพจึงมีมากกวาแบบดอตเมทริกซ และโดยทั่วไป เครื่องพิมพชนิดนี้ถูกออกแบบมาสําหรับการพิมพภาพสีโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงเหมาะสําหรับการพิมพ ภาพดานกราฟฟก นอกจากนี้ความเร็วในการพิมพก็คอนขางสูง ราคาก็ใกลเคียงกับเครื่องพิมพแบบ ดอตเมทริกซ ดังนั้นเครื่องพิมพประเภทนี้จึงไดรับความนิยมมากกวาแบบเครื่องพิมพแบบใชความ รอน – ไฟฟา 3. เครื่องพิมพแบบเลเซอร(Laser Printer) เปนเครื่องพิมพที่มีความเร็วสูงเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพชนิดอื่น เดิมทีถูกออกแบบมาใชกับ เครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญ เชน เมนเฟรม แตเนื่องจากความสามารถในการพิมพผลงานที่มี คุณภาพสูง และราคาที่ลดลง จึงทําใหเครื่องพิมพชนิดนี้ไดรับความนิยมจากคอมพิวเตอรเกือบทุก ประเภท และมีแนวโนมวาจะเปนเกรดมาตรฐานของเครื่องพิมพพีซีในอนาคตอีกดวย เครื่องพิมพเลเซอรนี้จะใชเทคโนโลยีของเครื่องถายเอกสาร คอมพิวเตอรสงสัญญาณบอก เครื่องพิมพวาจะใหพิมพผงหมึกลงบนกระดาษตําแหนงใดบาง ซึ่งจะเริ่มจากการใชเลเซอรวาดภาพที่ จะพิมพนี้ลงบนแทงทรงกระบอกที่เรียกวา ดรัม (Drum) กอน โดยตัวประมวลผลของคอมพิวเตอรจะ ควบคุมใหมีการยิงแสงเลเซอรไปยังกระจกสะทอนแสงที่หมุนไดไปตกทบดรัมตามรูปรางที่จะพิมพ แสงเลเซอรจะทําใหดรัมที่ถูกแสงประจุไฟฟาเปนบวกเหมือนกับแผนกระดาษ สวนบริเวณที่ไมถูก แสงจะยังคงมีประจุเปนลบอยู เมื่อดรัมหมุนถึงตัวปลอยผงหมึก ผงหมึกซึ่งมีประจุเปนลบก็จะเกาะ ดรัมเฉพาะบริเวณที่มีประจุไฟฟาเปนบากเทานั้น ทําใหเปนรูปภาพหรือตัวอักษรขึ้นบนดรัม หลังจาก นั้นกลไกจัดกระดาษจะปอนกระดาษเขามายังดรัมซึ่งยังคงหมุนอยู
  • 18. 18 ประจุไฟฟาบวกที่มีความแรงกวาประจุไฟฟาบวกบนดรัมจะเกิดการผลักกันและดึงผงหมึกที่มีประจุ ไฟฟาลบจากดรัมตกลงมายังกระดาษจนเปนรูปรางตัวอักษรหรือรูปภาพ หลังจากนั้นกระดาษก็จะ เคลื่อนที่ไปสูกลไกอบกระดาษซึ่งจะใชความรอนอบละลายใหผงหมึกที่มีสวนประกอบของไขละลาย ติดกระดาษ และกลไกการจัดกระดาษก็จะนํากระดาษออกมาจากเครื่องพิมพ ซึ่งจะสังเกตไดวา กระดาษมีความรอนหลังจากที่ออกจากเครื่องพิมพใหมๆ เครื่องพิมพเลเซอรจะเปนเครื่องพิมพที่ทํางานไดเร็วมาก ความเร็วในการพิมพอาจ สูงถึง 10 – 12 แผนตอนาที การทํางานจะคอนขางเงียบและตัวหนังสือก็สวยงามมาก ซึ่งลักษณะ ตัวหนังสือจะลักษณะที่เรียกวา NLQ (Near Quality Mode) เนื่องจากภาพหรือตัวอักษรที่ไดจะเกิดจาก จุดเล็กๆของลําแสงเลเซอร จึงมีความละเอียดสูงกวาแบบดอตเมทริกซมากมายนัก 4. พล็อตเตอร(Plotter) พล็อตเตอร เปนเครื่องพิมพที่ใชปากกาในการเขียนขอมูลตางๆลงบนกระดาษเหมาะสําหรับ งานเขียนแบบทางวิศวกรรม(เขียนลงบนกระดาษไข) และตกแตงภายใน สําหรับวิศวกรรมและ สถาปนิก พล็อตเตอร ทํางานโดยใชเลื่อนกระดาษ โดยสามารถใชปากกาได 6 – 8 สี ความเร็วในการ ทํางานของพล็อตเตอร มีหนวยวัดเปนนิ้วตอวินาที (Inches Per Secon: IPS) ซึ่งหมายถึงจํานวนนิ้วที่ พล็อตเตอร สามารถเลื่อนปากกาไปบนกระดาษ เครื่องสแกนภาพ (Scaner) สแกนเนอร คืออุปกรณซึ่งจับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของแอนาลอกเปนดิจิตอล ซึ่งคอมพิวเตอร สามารถแสดง เรียบเรียง เก็บรักษาและผลิตออกมาได ภาพนั้นอาจเปนรูปถาย ขอความ ภาพวาด หรือแมแตวัตถุสามมิติ สามารถใชสแกนเนอรทํางานตางๆไดดังนี้ ในงานเกี่ยวกับงานศิลปะหรือภาพถายในเอกสาร- บันทึกขอมูลลงในเวิรดโปรเซสเซอร-
  • 19. 19 แฟคเอกสาร ภายใตดาตาเบส และเวิรดโปรเซสเซอร- เพิ่มเติมภาพและจินตนาการตางๆลงไปในผลิตภัณฑโฆษณาตางๆ- โดยพื้นฐานการทํางานของสแกนเนอร ชนิดของสแกนเนอรและความสามารถของ สแกนเนอรแบงออกไดดังตอไปนี้ ชนิดของเครื่องสแกนเนอร สแกนเนอรสามารถจัดแบงตามลักษณะทั่วๆไปได 2 ชนิด คือ 1. Flatbed scanners ซึ่งใชสแกนภาพถายหรือภาพพิมพตาง ๆ สแกนเนอร ชนิดนี้มีพื้นผิว แกวบนโลหะที่ตัวสแกน เชน ScanMaker III 2. Transparency and slide scanners ซึ่งถูกใชสแกนโลหะโปรง เชน ฟลมและสไลด สิ่งที่จําเปนสําหรับการสแกนภาพมีดังนี้ สแกนเนอร- สาย SCSI สําหรับตอกับสแกนเนอรไปยังเครื่องคอมพิวเตอร- ซอฟตแวรสําหรับสแกนภาพ ซึ่งทําหนาที่ควบคุมการทํางานของสแกนเนอรใหสแกน- ภาพตามที่สั่ง สแกนเอกสารเก็บไวเปนไฟลที่นํากลับมาแกไขไดอาจตองมีซอฟตแวรที่สนับสนุนดาน- OCR จอภาพที่เหมาะสําหรับการแสดงภาพที่สแกนมาจากสแกนเนอร- เครื่องมือสําหรับแสดงพิมพภาพที่สแกน เชน เครื่องพิมพแบบเลเซอรหรือสไลด- โปรเจคเตอร ประเภทของภาพที่เกิดจากการสแกน แบงเปนประเภทดังนี้ 1. ภาพ Single Bit เปนภาพที่มีความหมายมากที่สุดใชพื้นที่ในการเก็บขอมูลนอยที่สุด และ นํามาใชประโยชนอะไรไมคอยได แตขอดีของภาพประเภทนี้ คือ ใชทรัพยากรของเครื่องนอยที่สุด ใชพื้นที่ในการเก็บขอมูลนอยสุด ใชเวลาในการสแกนภาพนอยที่สุด Single Bit แบงออกไดเปนสอง ประเภทคือ - Line Art ไดแกภาพที่มีสวนประกอบของภาพเปนขาวดํา ตัวอยางของภาพนี้ ไดแก ภาพที่ ไดจากการสแกน - Halftone ภาพเหลานี้จะเปนสีโทนสีเทามากกวา แตโดยทั่วไปยังถูกจัดวาเปนประเภท Single bit เนื่องจากเปนภาพแบบหยาบๆ
  • 20. 20 2. ภาพ Gray Scale ภาพพวกนี้จะมีสวนประกอบมากกวาภาพขาวดํา โดยจะประกอบดวย เฉดสีเทาเปนลําดับขั้น ทําใหเห็นรายละเอียดดานแสงเงา ความชัดลึกมากขึ้นกวาเดิมภาพพวกนี้แตละ พิกเซลหรือแตละจุดของภาพ อาจประกอบดวยจํานวนบิตมากกวา มีพื้นที่เก็บขอมูลมากขึ้น 3. ภาพสี หนึ่งพิกเซลของภาพสีจะประกอบดวยจํานวนบิตมหาศาล และใชพื้นที่เก็บขอมูล มาก ความสามารถในการสแกนภาพออกมาไดละเอียดขนาดไหนนั้นขึ้นอยูกับวาใชสแกนเนอรขนาด ความละเอียดเทาไร 4. ตัวหนังสือ ตัวหนังสือในที่นี้ไดแก เอกสารตางๆ เชน ตองเก็บเอกสารโดยไมตองพิมพลง บนแฟมเอกสารของเวิรดโปรเซลเซอร ก็สามารถใชสแกนเนอรสแกนเอกสารดังกลาว และเก็บไวใน เอกสารได นอกจากนี้เทคโนโลยีในปจจุบันสามารถใชโปรแกรมที่สนับสนุน OCR (Optical Characters Reconize) มาแปลงแฟม เอกสารดังกลาวออกมาเปนแฟมขอมูลที่สามารถแกได โมเด็ม (Modems) เปนอุปกรณสําหรับคอมพิวเตอรอยางหนึ่งที่ชวยใหคุณสัมผัสกับโลกภายนอกไดอยาง งายดาย โมเด็มเปนงานโทรศัพทสําหรับคอมพิวเตอร ที่จะชวยใหระบบของคอมพิวเตอรของคุณ สามารถสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอรอื่นๆทั่วโลก โมเด็ม จะสามารถทํางานของคุณใหสําเร็จไดก็ ดวยการเชื่อมตอระหวางคอมพิวเตอรของคุณเขา คูสายโทรศัพทธรรมดาคูหนึ่ง ซึ่งโมเด็มจะทําการ แปลงสัญญาณดิจิตอล (digital signals) จากเครื่องคอมพิวเตอรใหใชสัญญาณอนาล็อก (analog signals) เพื่อใหสามารถสงไปบนคูสายโทรศัพท คําวา โมเด็ม (Modems) มาจากคําวา (modulate/demodulate) ผสมกัน หมายถึง กระบวนการแปลงขอมูล ของดิจิตอล ใหอยูในรูปของอนาล็อก แลวจึงแปลงสัญญาณกลับเปน ดิจิตอลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อโมเด็มของคุณตอกับโมเด็มตัวอื่น ความแตกตางของโมเด็มแตละประเภทจะมี คุณสมบัติดังนี้ โมเด็มแตละประเภทจะมีลักษณะที่แตกตางกันดังนี้
  • 21. 21 โมเด็มสามารถทําการแลกเปลี่ยน ขอมูลกับโมเด็มอื่นๆมีหนวยเปนบิต /วินาที(bps) หรือ กิโลบิต/ วินาที(kbps) ในการบอกความเร็วของโมเด็ม เพื่อใหงายตอการพูดและจดจํา มักจะตัดเลขศูนยออก แลวใชตัวอักษรแทน เชน โมเด็ม56000 bps จะเรียกวา โมเด็มขนาด 56 k 2. ความสามารถในการบีบอัดขอมูล ขอมูลขาวสารที่สงออกไป บนโมเด็มนั้นสามารถทําใหมี ขนาดกะทัดรัด ดวยวิธีการบีบอัดขอมูล (Compression) ทําใหสามารถสงขอมูลไดครั้งละเปนจํานวน มากๆ เปนการเพิ่มความเร็ว ของโมเด็มในการรับ – สงสัญญาณ 3. ความสามารถในการใชเปนโทรสาร โมเด็มรุนใหมๆสามารถสงและรับโทรสาร (Fax capabilities) ไดดีเชนดีกับการรับ – สงขอมูล หากคุณมีซอฟทแวรที่เหมาะสมแลวคุณสามารถใช แฟคซโมเด็มเปนเครื่องพิมพ ไดเมื่อคุณพิมพเขาไปที่แฟคซโมเด็ม มันจะสงเอกสารของคุณไปยัง เครื่องโทรสารที่ปลายทางได 4. ความสามารถในการควบคุมความผิดพลาด โมเด็มจะใชวิธีการควบคุมความผิดพลาด (error control) ตางๆมากมายหลายวิธี ในการตรวจสอบเพื่อการยืนยันวาจะไมมีขอมูลใดๆสูญหายไป ระหวางการสงถายขอมูลของคอมพิวเตอรเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง 5. ออกแบบใหใชไดทั้งภายในภายนอก โมเด็มที่จําหนาย ในทองตลาดทั่วๆไป จะมี 2 รูปแบบ คือ โมเด็มแบบติดตั้งภายนอก (external modems) และแบบติดตั้งภายใน (internal modems) 6. ใชเปนโทรศัพทได โมเด็มบางรุนมีการใสวงจรโทรศัพทธรรมดาเขาไป พรอมกับ ความสามารถในการรับขอมูล และโทรสารดวย
  • 22. 22 การพัฒนางานคอมพิวเตอรภายในองคกร ภายในองคกรมีสิ่งที่จะตองพิจารณา และจัดเปนโครงสรางพื้นฐานที่สนับสนุนการใชไอที หลายอยางแตละอยางมีความสําคัญไมยิ่งหยอนไปกวากัน การพัฒนาตองพัฒนาไปทั้ง “หา องคประกอบ” นี้ ไดแกฮารดแวรซอฟตแวร ขอมูล ขาวสาร ,คน และระเบียบวิธีปฏิบัติ ฮารดแวร (Hard ware) ฮารดแวร เปนเครื่องมือที่จะเขามาชวยเพิ่มประสิทธิภาพ และอํานวยความสะดวกในการ ทํางาน การวางรากฐานการใชเครื่องมือสมัยใหม ใชระบบการประมวลผลที่ทําใหทํางานไดอยาง รวดเร็วแมนยํา มีระบบการเชื่อมโยงสื่อสาร เพื่อใหขอมูลขาวสารเดินทางไปถึง และประสานการ ทํางานอยางเปนระบบได ฮารดแวรจึงรวมไปถึงอุปกรณคอมพิวเตอรและระบบสื่อสารขอมูลตางๆ ซอฟตแวร(Software) ซอฟตแวร (Software) หมายถึงชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใชสั่งงานใหคอมพิวเตอร ทํางาน ซอฟตแวรจึงหมายถึง ลําดับขั้นตอนการทํางานที่เขียนขึ้นดวยคําสั่งคอมพิวเตอร คําสั่งเหลานี้ เรียงกันเปนโปรแกรมคอมพิวเตอร จากที่ทราบมาแลววาคอมพิวเตอรทํางานตามคําสั่ง การทํางาน พื้นฐานเปนการทํางานกับขอมูลที่เปนตัวเลขฐานสอง ซึ่งใชแทนขอมูลตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือแมแตเปนเสียงพูดก็ได โปรแกรมคอมพิวเตอรที่ใชสั่งงานคอมพิวเตอรจึงเปนซอฟตแวร เพราะ เปนลําดับขั้นตอนการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรเครื่องหนึ่งทํางานไดแตกตางกัน ไดมากมายดวยซอฟตแวรที่แตกตางกัน ซอฟตแวรจึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอรทุกประเภท ที่ทําใหคอมพิวเตอรทํางานได โปรแกรมประเภทตางๆ ขอมูลขาวสาร(Content) คือเนื้อหาสาระที่สําคัญ การดําเนินการขององคกรเกี่ยวของกับการผลิต การประมวลผล การสรุปผล การดําเนินการสื่อสารระหวางกัน การกระทําเหลานี้เกิดขึ้นกับเนื้อหาของขาวสาร ดังนั้นในองคกรตองใหความสําคัญในเรื่องขอมูลขาวสาร ทําอยางไรจึงจะใหขอมูลขาวสารเขาไป โลดแลนอยูในระบบและใชงานไดอยางเต็มที่
  • 23. 23 บุคลากร(People ware) บุคลากร คือ บุคลที่สําคัญ และเปนบุคลที่เกี่ยวของกับการใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอร และ หากใหงานมีประสิทธิผลมากที่สุด จําเปนตองพัฒนาบุคลากร มีการฝกอบรมหรือดําเนินการให บุคลากรหันมาใหความสําคัญ และการใชเทคโนโลยีสมัยใหมเพื่อประโยชนตอการพัฒนาองคกร ความสามารถของบุคลากรจึงเปนฐานสําคัญในการใชไอทีเพื่อประโยชนตอองคกรโดยรวม ประเภทของบุคลากรในงานคอมพิวเตอร ▪ ระดับผูบริหาร(Administration)ไดแก Electronic Data Processing manager : EDP ▪ ระดับวิชา(Technical)ไดแก System Analyst and Designer,Programme ▪ ระดับปฏิบัติการ (Operation) Computer Operator,Keypunch Operator,Data Entry ระเบียบวิธีปฏิบัติ (Procedure) บางอยางอาจเปลี่ยนแปลงไป จําเปนตองมีการปรับปรุงใหสอดคลองกับการใชเทคโนโลยี สอดคลองกับวิถีการทํางานแนวใหม กําหนดขั้นตอนการทํางานอยางเปนระบบ หรืออาจจําเปนตองมี การปรับเปลี่ยนวิถีการทํางานบางอยางขององคกร บางองคกรจึงมีการปรับเปลี่ยนองคกรอยางรุนแรง ถึงขั้นหรือปรับระบบ (Re-en-gineering) เพื่อใหสอดคลองกับการทํางานแนวใหมที่มีไอทีเขามา สนับสนุน พัฒนาการทั้ง “หาองคประกอบ” นี้ตองไปดวยกัน จะเลือกองคประกอบใดองคประหนึ่งไมได หากองคประกอบ หนึ่งองคประกอบใดไมไดรับการพัฒนา ยอมทําใหองคประกอบขององคกรมีปญหา เชน มีการซื้อ คอมพิวเตอร และอุปกรณสื่อสารขอมูลที่ทันสมัย มีซอฟตแวรที่ทํางานไดเปนเลิศ แตขาดการ ดําเนินการกับขอมูลขาวสารที่ดี หรือเกือบจะไมมีขอมูลขาวสารใด การลงทุนนั้นก็จะดูสูญเปลา
  • 24. 24 ปฏิบัติการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร การเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรสวนบุคคล การตอระบบไฟฟาและสายเมาส-คียบอรด การตอสาย Power ดานหลังควรจะเสียบใหแนน ๆ สวนสายเมาสกับคียบอรดอยาใหสลับกัน ถา ใสสลับกันกับคียบอรดอาจจะไมติดเลยก็ไดครับ จากนั้นก็ใสสายจอภาพกับสายลําโพงไดตามลําดับ เทานี้ก็เทากับเรียบรอยจากนั้นก็ลองเปดเครื่อง ทดสอบกันเลยและกันวาจะออกมาในลักษณะอยางไรแตคงไมมีปญหาอะไรหรอกครับถาไดปฏิบัติ ตามที่ผมไดพูดมาทั้งหมดก็เรียบรอยถาเกิดปญหาขึ้นมาตอนเปดเครื่องอยาตกใจครับ ลองเริ่มตน ตรวจเช็คดูใหดีๆวาเราผิดพลาดตรงไหน การตอสายสัญญาณ การตอสายสัญญาณใหพิจารณาพอรตหรือชองทางที่จะตอตามภาพ ดังนี้ • วีจีเอ พอรต (VGA Port) พอรตนี้สําหรับตอคอมพิวเตอรเขากับมอนิเตอร เปนพอรตขนาด 15 พิน ในคอมพิวเตอรบางเครื่องอาจจะติดตั้งการดสําหรับถอดรหัสสัญญาณ MPEG เพิ่มเขามาซึ่งลักษณะ ของพอรตนั้นจะคลาย ๆ กันแตการด MPEGจะมีพอรตอยูสองชุดดวยกันสําหรับเชื่อมไปยังการด แสดงผลหนึ่งพอรต และตอเขากับมอนิเตอรอีกหนึ่งพอรต ดังนั้นเครื่องใครที่มีพอรตแบบนี้ ก็ควร จะบันทึกไวดวย เพราะไมงั้นอาจจะใสสลับกันจะทําใหโปรแกรมบางตัวทํางานไมได • พอรตอนุกรม (Serial Port) เปนพอรตสําหรับตอกับอุปกรณอินพุตและเอาตพุต โดยสวนใหญเราจะใชตอกับเมาสใน กรณีที่คอมพิวเตอรเครื่องนั้นไมมีพอรต PS/2 หรือเปนเคสแบบ AT นอกจากนั้นเรายังใชสําหรับเปนชองทางการติดตอโมเด็มดวยในคอมพิวเตอรหนึ่งเครื่องจะมีพอรอนุ กรมใหอยูสองพอรต เรียกวาพอรตคอม 1 และพอรตคอม 2 นอกจากนั้นอาจจะมีฮาดแวรบางตัว เชน จอยสติ๊กรุนใหมๆ มาใชพอรตอนุกรมนี้เชนกัน • พอรตอนุกรมจะมีหัวเข็ม 9 เข็ม หรือ 25 เข็ม (พอรตนี้จะเปนตัวผู เพราะมีเข็มยื่นออกมา) • พอรตนี้จะตอกับอุปกรณตางๆ เชน เมาส โมเด็ม สแกนเนอร เปนตน • สามารถตอความยาวไดถึง 6 เมตร และราคาสวยก็ไมแพงนัก
  • 25. 25 • พอรตขนาน(Pararcll Port) หนาที่ของพอรตตัวนี้ก็คือ ใชสําหรับติดตอกับเครื่องพิมพเปนหลัก ปจจุบันมีการพัฒนาให สามารถใชงานรวมกับสแกนเนอร หรือวาไดรฟซีดีอารดับบลิวได พอรตนี้มีขนาดยาวกวาพอรต อนุกรมทั่วๆไปโดยมีจํานวนพินเทากับ 25 พิน สังเกตไดงาย • พอรตขนาดจะมีรุ 25 รู (พอรตนี้จะเปนตัวเมีย หมาถึงมีรูที่ตัวพอรต) • พอรตนี้จะตออุปกรณตางๆ เชน เครื่องพิมพ เทปไดรฟ สแกนเนอร เปนตน • สามารถตอความยาวไมมากนัก แถมมีราคาแพงกวาสายของพอรตอนุกรมดวย • การสงสัญญาณจะสงไดเร็วกวาพอรตอนุกรม • พอรตยุเอสบี (USB Port) พอรตยูเอสบี เปนพอรตแบบใหมลาสุด ที่ถูกออกแบบมาใหใชกับพีซีคอมพิวเตอร ให สามารถรับสงขอมูลใหรวดเร็วขึ้น สามารถตออุปกรณไดมากถึง 127 ชิ้นเพราะมีแบนดวิดธในการรับสงขอมูลสูงกวาพอรตแบบนี้ถูกออกแบบมาใหใชกับระบบปลั๊กแอนด เพลยบนวินโดวส 98 ปจจบัน มีฮารดแวรจํานวนมากที่สนับสนุนการเชื่อมตอแบบนี้ เชน กลองดิจิตอล เมาส คียบอรด จอยสติ๊ก สแกนเนอร ซีดีอารดับบลิว เปนตน สําหรับ คอมพิวเตอรรุนใหม ๆ จะมีพอรตแบบนี้อยูในเครื่องเรียบรอยแลว • คอมพิวเตอรปกติจะมี 2 USB Port ถาเปนเครื่องรุนเกาที่ไมมี USB สามารถหาซื้อการด USB มาติดตั้งได • เปนชองสี่เหลี่ยมเล็กๆ สูงประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 1-2 ซม. • พอรตชนิดใหมรับสงความเร็วไดสูงกวา Port ทั่วๆไป • สามารถเชื่อมตออุปกรณตอเนื่องได 127 ตัว • เปนมาตรฐานใหมที่มีมากับเครื่องคอมพิวเตอร • การติดตั้ง เพียงตออุปกรณเขากับ USB Port ก็สามารถใชงานอุปกรณนั้น ๆ ได โดยไม จําเปนตอง boot เครื่องใหม • พอรตมัลติมีเดีย (Multimedia Port) ปจจุบันนี้คอมพิวเตอรทุกเครื่องมักจะติดตั้งการดเสียงมาใหดวยซึ่งการดนี้จะมีชองสําหรับตอ กับลําโพงไมโครโฟนและพอรดสําหรับตอกับจอยสติ๊กอยูในตัวโดยพอรตตางๆนั้นจะใชสีแสดงหนา ที่การทํางาน เชน ชองสําหรับตอลําโพงจะใชแจกสีเขียว สวนไมโครโฟนจะแทนที่ดวยสีแดง และสีอื่นๆ สําหรับแทนที่ Line In และ Line Out นอกจากนั้นการดเสียงรุนราคาถูก อาจจะไมใชสีแสดงการทํางานของแจกแตละแจกแตจะมีสัญลักณแสดงการทํางานสลักติดอยูแทน อยางไรบาง สําหรับสวนประกอบตาง ที่อยู ทางดานหลังคอมพิวเตอรไมยากเกินที่จะเรียนรูวาพอรตเปนพอรตอะไรใชไหมอันที่จริงพอรตดานหลั งคอมพิวเตอรยังมีอีกหลายชนิดดวยกัน แตที่ไดกลาวมาอาจจะไมสําคัญมากนัก เลยขอละไว
  • 26. 26 การเชื่อมตออุปกรณตอพวง การตอเครื่องพิมพ ในปจจุบันผูใชคอมพิวเตอรเนื่องจากจะมีเครื่องพิมพตอพวงดวยแลวอาจมีอุปกรณตอพวงชนิ ดอื่นอยูอีก ไดแก สแกนเนอร ดังนั้นการตอพวงเครื่องพิมพมได 2 รูปแบบคือการติดตั้งเครื่องพิมพเขากับคอมพิวเตอรโดยตรงและตอผานสแกนเนอร • ติดตั้งเครื่องพิมพเขากับคอมพิวเตอรโดยตรง 1. สายพรินเตอร แบบตอกับพอรต Parallel 2. การตอสายพรินเตอรกับพอรต USB นําสายพรินเตอร ( Printer Cable ) เสียบเขาขั้วตอเครื่องพิมพและนําปลายอีกดานหนึ่งเสียบเขา ทายพอรต Parallel คอมพิวเตอร โดยเครื่องพิมพอิงคเจ็ตมักมีแหลงจายไฟเลี้ยงอยูตางหาก จึงตองขั้วตอไฟเลี้ยง เขาเครื่อง พิมพดวย • การตอเครื่องพิมพผานสแกนเนอร ในกรณีที่มีเครื่องสแกนเนอรเพิ่มขึ้นมา ทําใหเราสามารถตอเครื่องพิมพเขากับเครื่อง คอมพิวเตอรไดโดยตรง คอมพิวเตอรทั่วไปจะมีพอรต Parallel มาใหเพียง 1 พอรต เทานั้น การตอ ตองใชวิธีตอสายเคเบิ้ลของสแกนเนอรเขากับคอมพิวเตอรที่พอรต Parallel กอนหลังจากนั้นจึงใชสาย พรินเตอรเสียบเขากับคอนเน็คเตอรแบบ 25 Pin ที่ทายสแกนเนอรอีกตอหนึ่ง สวนอีกปลายหนึ่งซึ่งเปนหัว ตอแบบ D 36 Pin จึงนําไปตอเขากับขั้วคอนเน็คเตอรของเครื่องพิมพ ในกรณีที่เปนเครื่องพิมพแบบ USB ซึ่งมีความเร็วในการสงผานขอมูลสูงกวาพอรตParallel โดยจะมี ความเร็วในการโอนถายขอมูลสูงถึง 60 Mbps โดยมีการเชื่อมเปนแบบ Daisy Chain คือสามารถเชื่อมตอกันไปเปนทอดๆ ไดถึง 127 ชิ้น ซึ่งโดยปกติคอมพิวเตอรจะมีพอรต USB มาให 2 พอรต แตสามารถตอเพิ่มได สิ่งที่สําคัญอีกประการหนึ่ง เมื่อมีผูใชไดติดตั้งอุปกรณเรียบรอยแลว นั่นคือจะตองทําการติดตั้งโปรแกรมสําหรับการทํางานของพรินเตอรหรือเพื่อใหคอมพิวเตอรสามารถ ทํางานรวมกับพรินเตอรได ในขั้นตอนนี้ คือ ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรมไดรฟเวอรพรินเตอร
  • 27. 27 การติดตั้งใชงานโมเด็ม โมเด็มเปนอุปกรณที่เปนตัวการในการสื่อสารขอมูลขาวสารตางๆจากเครื่องของเราเขาสูอินเ ตอรเน็ตเขาสายโทรศัพทผานผูใหบริการทางอินเตอรเน็ต หรือ ISP ( Internet Service Provider ) โมเด็มมีอยู 2 แบบ 1. Internal Modem 2. External Modem • โมเด็มแบบภายใน (Internal Modem)เปนโมเด็มที่เปนการดติดตั้งภายในเครื่องคอมพิวเตอร ใชเสียบกับสล็อตบนเมนบอรดไดทันที ในปจจุบันโมเด็มที่มีจําหนายมักเปนแบบ PCI และสวนใหญ จะมีความเร็ว 56 Kbps ตามมาตรฐาน V.9 โมเด็มรุนใหมเปนแบบ Plug and Play ซึ่งเมื่อติดตั้งแลว ระบบปฏิบัติการจะรูจักและไดรเวอรจะติดตั้งใหเองโดยจะทํางานผานพอรตอนุกรม (Serial) ใน ตัวเอง ดังนั้น ถาโมเด็มรุมเกาจะตองปดการทํางานของพอรตอนุกรมเลขที่เดียวกันเสียกอนโดยการ กําหนดจากไบออสเครื่อง ขอดีของโมเด็มประเภทนี้ก็คือ มีราคาถูก ไมเปลืองเนื้อที่บนโตะทํางาน ไมตองตอสายไฟใหเกะกะ และไมตองมีอะแดปเตอรคอยตอไฟเลี้ยง ขั้วตอ หนาที่ 1. Line สําหรับใชเสียบสายสัญญาณโทรศัพทขั้วตอสัญญาณโทรศัพทบาน 2. Phone สําหรับใชเสียบสายสัญญาณโทรศัพทเขากับเครื่องรับโทรศัพท 3. MIC เสียบตอไมโครโฟนสําหรับการใชเสียงในอินเตอรเน็ต 4. SPK ใชเสียบตอลําโพงเพื่อฟงเสียง • โมเด็มแบบภายนอก (External Modem) เปนโมเด็มที่ใชติดตั้งภายนอก ซึ่งสามารถแบบไดอีกสองชนิดคือแบบ พอรต Serial และ แบบพอรต USB (Universal serial bus) ซึ่โมเด็มแบบนี้ จะประกอบไปดวยกลองพาสติดภายใน บรรจุแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส อะแดปเตอรจายไฟเลี้ยงโมเด็มและสายเคเบิ้ลสวนโมเด็มแบบพอรต USB จะไมมีอะแดปเตอรจายไฟเนื่องจากที่พอรต USB จะมีวงจรจายไฟเลี้ยงใหกับสายสัญญาณอยู แลวทําใหประหยัดพื้นที่ใชงานมากขึ้น รวมทั้งยังมีความเร็วในการสงผานขอมูลสูงกวา แบบพอรต Serial อีกดวยจึงเปนที่นิยมกันมากในปจจุบัน
  • 28. 28 การเลือกซื้อคอมพิวเตอร หนวยประมวลผลหลัก (CPU) สําหรับซีพียูนั้นนับวาเปนปจจัยแรกๆที่ผูซื้อควรจะมอง เพราะวามันจะ บงบอกถึงประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอรนั้นๆ ไดดีที่สุด วาซีพียูตัวนี้มี ความเร็วขนาดนี้นาจะใชงานในระดับใหนไดดี โดยมักจะแบงการใชงานเปนหลัก เชน ใชงานเอกสารทั่วไป ใชเลนเกมส 3D ,2D ที่มีความละเอียดสูงๆหรือใชงานทางดานมัลติมิเดียความ บันเทิงตางๆ สําหรับซีพียูที่ออกมาวางขายในปจจุบันนั้นก็จะมีอยู 2 คาย ไดแก คายอินเทล และ คาย เอเอ็มดี โดยอินเทลจะมาดวยซีพียู Intel Pentium4 กับ Intel Celeron กับช็อกเก็ต 478 ที่จะรองรับกับความเร็วบัส (FSB) ที่ 400,533 และ 800 MHz สวนซีพียูจากคาย เอเอ็มดี นั้นก็จะมาดวย AMD Athlon XP กับช็อกเก็ค 462 ที่รองรับความเร็วบัส (FSB) ตั้งแต 200,266 และ AMD Athlon 64 กับช็อกเก็ต 754 ที่รองรับความเร็วบัส (FSB) 1600 MHz เมนบอรด (Mainboard) เมื่อผูซื้อทําตกลงใจที่จะใชงาน ซีพียู ตัวไหนแลว ตอไปเรา ก็มาทําการเลือกซื้อเมนบอรดที่จะมาใชงานรวม กับซีพียู สําหรับเมนบอรดที่มีวางขายอยูใน บานเรา ก็จะมีรายชื่อดังตอไปนี้ ABIT,Albatron,ASROCK,ASUS,DFI,ECS,Gigabyte,Intel,Iwill,LEMEL,MSI,SHUTTLE,MATSON IC และ P&A ซึ่งบางยี่หอก็จะทําเมนบอรดออกมารองรับกับซีพียูจากทั้งคสยก็มี เมื่อเราไดซีพียูที่ตองการมาแลวตอไปก็มาดูวามีเมนบอรดตัวไหนบางที่รองรับกับซีพียูตัวนี้ ซึ่งถาเปนจากคายอินเทล ฏจะตองใชเมนบอรดที่รองรับกับ ซีพียูช็อกเก็ต 478 สวนที่เลือกใชซีพียูจากคายเอเอ็มดีก็จะเลือกใชเมนบอรดช็อกเก็ต 462 หรือ ซ็อกเกต 754 กับซีพียูแบบ 64 บิต ขั้นที่สองก็ตองมาดูวาซีพียูของทานสามารถรองรับกับความเร็วบัสขนาดเทาใดบาง ซึ่งผูซื้อจะตองเลือกเมนบอรดที่สามารถรองรับกับควาเร็วบัส ของซีพียูที่ไดอยางเชน ถาทานใช Intel Pentium4กับขนาดความเร็วที่ 800MHz ทานก็จะซื้อเมบอรดที่สนับสนุนความเร็วบัสที่ 800MHz หรือสนับสนุนเทคโนโลยีไฮเปอร-เธรดดิ้ง ดวย หนวยความจํา (RAM) แรมที่วางขายอยูในทองตลาดก็จะมีอยู 2 แบบ คือ SDRAM และ DDR-SDRAM แตสําหรับแรมที่นิยมใชกันมากในปจจุบันก็คงจะเปนในแบบ DDR-SDRAM สําหรับแรมก็มีใหเลือกใชมากมายหลายยี่หอดวยกัน ซึ่งแตละยี่หอก็แบงออกเปนดานขนาดความจุ และขนาดความเร็ว ในฝงของ SDRAM ที่ใชซ็อกเก็ตแบบ 168 pin นั้นจะมีความเร็วที่ PC133 ซึ่งก็ จะมีขนาดของหนวยความจํามาใหเลือกติดตั้งตั้งแต 128,256และ512 MB สวนทางฝง DDR นั้นก็ มาใหเลือกใชอยูหลายแบบ ไมวาจะเปน PC2100 –(266MHz) แตถาคุณตองการใชงาน ซีพียู ที่มี ความเร็วบัส 533 MHz นั้นควรจะซื้อ PC2700(333MHz) หรือถาใชซีพียู ที่มีความเร็วบัส 800MHz แรมที่ใชก็ควรจะเปนแบบ PC3200(400MHz) มากกวาเพราะจะสามารถใช งานไดเต็มประสิทธิภาพ ถาเมนบอรดที่ทานใชสนับสนุนแรมแบบคู หรือ Dual – channel ดวย แลว ทานติดตั้งแรมเปนคูดวยก็จะดีมาก เพราะจะทําใหการทํางานของแรมมีประสิทธิภาพที่สูงมากขึ้น
  • 29. 29 ฮารดดิสก(Hard disk) เปนตัวเก็บขอมูลตางๆ ที่ใชงานในระบบของเครื่องคอมพิวเตอร เปนแหลงเก็บขอมูลหลักของเครื่องคอมพิวเตอร ซึ่งถามีความจุสูงๆ ก็สามารถที่จะเก็บขอมูลไดใน ปริมาณไดมากๆ จะวาไปแลว ฮารดดิสกที่ออกมาวางขายนั้นก็มีมากมายหลายยี่หอซึ่งแตละยี่หอก็จะมีคุณภาพที่ไมคอยแตกตางกันม ากนักรสนิยมการเลือกใชฮารดดิสกของคนไทยอยางเราๆก็คงจะดูยี่หอกับการรัประกันหลังการขายกั นมากกวา โดยมักจะสอบถามจากผูที่เคยใชมากอนวาฮารดดิสกตัวนี้ ยี่หอนี้เปนอยางไร เวลาสงเคลมแลวรวดเร็วหรือไมเพราะฮารดดิสกนับวาเปนอุปกรณที่ทํางานหนักที่สุดในเครื่องคอมพิ วเตอร ดังนั้นการรับประกันจึงมักเปนอีกปจจัยหนึ่งที่ควรจะดูดวย ซึ่งมักจะมีการรับประกันตั้งแต 1ป,3ป และ5ป ตามยี่หอและชนิดของฮารดดิสก นอกจากฮารดดิสกแบบ Ultra 160 SCSI ที่นิยมใชกับ เครื่องคอมพิวเตอรระดับสูงๆ อยางเครื่อง Sarver แลว ฮารดดิสกสําหรับเครื่องคอมพิวเตอรทั่วไปก็ จะมีใหเลือกอยู 3 แบบ โดยจะแบงตามมาตรฐานการโอนถายขอมูล และอินเทอรเฟซที่ใชเชื่อมตอ ซึ่ง ก็จะมี ATA/100,ATA/133 และแบบ SATA 150 ที่มีขนาดของหนวยความจําบัฟเฟอร 8 MB ซึ่งมากกวาในแบบ ATA ที่มีเพียงแค 2 MB ดังนั้นฮารดดิสกแบบ Serial ATA จึงมีความร็วใน การโอนถายขอมูลที่รวดเร็วกวา ถาเมนบอรดของทานสนับสนุน SATA 150 ดวยก็นาจะติดตั้งใชงาน ฮารดดิสกแบบ Serial ATA ไปเลย เพราะราคาของฮารดดิสกแบบนี้ก็ไมคอยแตกตางกับแบบ IDE แลวดานความเร็วในสวนของจานหมุนก็เปนอีกสวนหนึ่งที่ไมควรมองขาม ความเร็วจะมีตั้งแต 5400, 7200, 10000 โดยจะมีหนวยเปน rpm หรือรอบ/นาที สวนความเร็ว 10000 และ 15000 ก็มักจะมีใชใน ฮารดดิสกแบบ SCSI ทางดานขนาดความจุอันนี้ก็แลว แตการนําไปใชงานครับ วาตองการขนาดพื้นที่เทาไร กราฟกการด (VGA Card) ปจจุบันนี้กราฟกการดที่มีขายอยูนั้นสวนใหญแลวจะเปน จําพวก 3D Card ซึ่งใชสําหรับการเลนเกมส และประมวลผลภาพ 3 มิติ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการ ทํางานที่สูง ซึ่งก็มีผูที่ผลิตชิปรายใหญอยู 2-3 ราย นั้นคือ nVIDIA,ATiและ SiS ซึ่งเปนผูผลิตชิป 3 มิติ ระดับคุณภาพสูง และมีขายอยูในตลาดบานเรามากมายหลายยี่หอ ซึ่งการเลือกซื้อการดจินั้น คสรจะดู ที่งบประมาณในการซื้อเปนสวนใหญ เพราะวาการดที่มีคุณภาพในการแสดงผลในระดับสูงราคาแพง มาก ซึ่งจะทําใหงบประมาณในการซื้อเครื่องคอมพิวเตอรสูงขึ้นตาม อีกไปดวย ทั้งนี้เมนบอรดของทานจะตองมีสล็อต AGP สนับสนุนอยูดวย ซึ้งเมนบอรดบางตัวที่ สนับสนุนการดแสดงผลแบบออนบอรดไวแลวมักจะไมติดตั้งสล็อต AGP มาให ความเร็วของระบบ กราฟกบัส ก็เปนอีกหนึ่งอยางที่ไมควรมองขาม ถาเมนบอรดสนับสนุน AGP 8X ก็ควรใชการด แสดงผลแบบ AGP 8X ดวยซึ่งก็จะทํางานดานภาพสามารถทําไดอยางเต็มประสิทธิภาพ ลักษณะการ
  • 30. 30 การดเสียง (Sound Card) ในสวนของการดแสดงผลทางดานเสียงนั้นก็เปนสวนสําคัญ ในการแสดงผลทางดานมัลติมีเดียซึ่งคนสวนใหญมักจะใชงานกันมาก ซึ่งตอนนี้ นั้นไดถูกปรับปรุง และทําการพัฒนาใหสามารถที่จะทําการสงสัญญาณเสียงไดหลายชองทาง ไมวาจะเปน 2.1, 4.1, 5.1, 6.1 และ 7.1 ซึ่งถาใชจํานวนชองมาก ก็จะทําใหระบบเสียงนั้นสมบรูณแบบเพิ่มขึ้น และปจจุบันก็จะมี ใหเลือกใชแบบที่ติดตั้งทั้งแบบที่ติดตั้งภายในหรือติดตั้งภายนอก หรือแมแตในเมนบอรดรุนใหมๆ ก็ จะมีซาวดการดแบบ ออนบอรด ติดตั้งใหเกือบทั้งหมดแลว ซึ่งบางทานที่ไมคอยใสใจมากนักก็อาจจะ ใชเพียงแค ออนบอรดเทานั้น ไดรฟ (Drive) ในสวนของการเลือกซื้อ ไดรฟ นั้น สามารถที่จะเลือกซื้อใหเหมาะสมกับการใชงานได เพราะวาในตอนนี้นั้นไดรฟตางๆ ไมวาจะเปน ตัว CD-ROM, DVD, CD-RW, DVD-CDRW หรือแมแต DVD-RWนั้น ไดมีราคาลดลงมาก ทําใหการ เลือกซื้อเปนไปไดงายขึ้น สําหรับการเลือกซื้อนั้นใหดูถึงลักษณของการใชงานเปนหลักดีกวา วา เนนหนักไปใชในงานดานไหนบาง จะใชเพียงแคอานแผน หรือจะใชแบบบันทึกขอมูลไดดวย ดานความเร็วในการเขียน หรือความเร็วในการอานก็มา ใหเลือกใชอยางมากมาย สําหรับวาควรจะ เลือกใชแบบที่ติดตั้งภายใน หรือภายนอกดี ถาจําเปนที่จะตองเคลื่อนยายบอยๆ และไมชอบที่จะถอด เขาถอดออกไดรฟบอยๆ ก็นาจะใชแบบติดตั้งภายนอกไปเลย แตแบบติดตั้งภายนอกจะมีราคาที่สูง กวาแบบติดตั้งภายในอยูคอนขางมาก ในสวนของ 1.44MB floppy drives นั้นก็ยังเปนมาตรฐานเดิมซึ่งไมมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปมาก จอมอนิเตอร (Monitor) มอนิเตอรที่ขายในปจจุบันจะแบงเออกเปน 2แบบใหญๆคือ แบบ CRT กับแบบLCD ซึ่งในแบบ CRT ก็จะแตกแยกยอยออกเปนอีกหลายแบบ เชน Flat, Digital, Flattron หรือ FD Triniton และยังมีอีกหลายแบบตามแตละ เทคโนโลยีการผลิตของแตละคาย ขนาด ของจอภาพก็เปนสิ่งที่ผูซื้อควรจะมองเปนอันดับแรก เพราะถาจอภาพมีขนาดใหญก็จะทําใหการ รับชมภาพของทานสบายตามากยิ่งขึ้น แตทั้งนี้ก็ตองขึ้นอยูกับความละเอียดสูงสุด และอัตราการปรับ Rrfresh Rate ของมอนิเตอรแตละตัวดวยวาสนับสนุนไดเพียงเทาใด สําหรับจอ CRT ขนาด 15นิ้ว จะ สามารถปรับความละเอียดสูงสุดไดที่ 1024 x 768 ที่อัตราการปรับ Rrfresh Rate 75MHz สวนขนาด 17 นิ้ว ก็จะมีตั้งแต 1280 x 1024, 1600 x 1200 กับRrfresh Rate ที่ 75 และ 85 MHz ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู กับยี่หอ และรุนของแตละคาย สวนแบบ 19 นิ้ว และ21 นิ้ว ก็ปรับความละเอียดไดสูงสุดที่ 1600 x 1200, 1792 x 1374,1920 x 1440, 2048 x 1536 และ Rrfresh Rate ที่85 MHz ครับทางดาน จอมอนิเตอรแบบ LCD ก็จะคลายๆ กับ CRT ในเรื่องของการปรับคาความละเอียดสูงสุด แตก็จะปรับ ไดไมเกิน 1280 x 1024 และสามารถปรับ Rrfresh Rate ไดแคเพียง75MHz เทานั้น ไมวาจะเปนจอ ขนาด 14,15,17,18 และ19 นิ้ว
  • 31. 31 เคส และเพาเวอรซัพพลาย (Case & Power Supply) ในการเลือกซื้อควรที่จะเลือกซื้อ เคสที่มีขนาดพื้นที่ติดตั้งอุปกรณกวางๆ เพื่อที่จะติดตั้งอุปกรณไดมากขึ้น หรือสามารถระบายความ รอนภายในเครื่องไดอยางรวดเร็ว หรือถาหาเคสที่พัดลมระบายความรอนเยอะๆ ก็จะดีมาก สําหรับตัว เพาเวอรซัพพลาย นั้นสวนใหญแลวก็จะใหมากับเคสเลย ในเวลาที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอรวึ่งตัว เพาเวอรซัพพลายนี้จะทําหนาที่ในการจายไฟฟาไปเลี้ยงสวนตางๆ ของอุปกรณคอมพิวเตอรให สามารถที่จะทํางานได ซึ่งถาเราเลือกซื้อตัว เพาเวอรซัพพลายที่มีกําลังจายมากอยาง 350 วัตต- 400 วัตต ก็จะสามารถพวงตออุปกรณอื่นๆ ไดมากขึ้น แลน และโมเด็ม (LAN & Modem) โดยสวนมากแลว การดแลน มักจะถูกติดตั้งแบบออ นบอรดมากับเมนบอรดรุนใหมๆ ซึ่งก็มีทั้งความเร็ว 10/100Mbps และ 10/100/1000 Mbps หรือ ถา ไมมีก็สามารถซื้อหามาติดตั้งเพิ่มเติมได ซึ่งก็จะมีใหเลือกใชทั้งแบบติดตั้งภายใน และติดตั้งภายนอก แตแนะนําใหใชแบบติดตั้งภายในกับสล็อต PCI มากกวา ทางโมเด็มนั้นก็จะกําหนดกอนวาจะใช อินเตอรเน็ต ในรูปแบบใดบาง ถาใชเชื่อมตอแบบธรรมดา ก็ใชโมเด็มแบบอนาล็อก 56K แตถาใช แบบความเร็วสูง อยางเชน ADSL ก็จะตองใชโมเด็มในแบบ ADSL ซึ่งก็จะมีใหเลือกใช ทั้งแบบที่ ติดตั้งภายใน หรือแบบที่ติดตั้งภายนอกเหมือนกันครับ เมาส คียบอรด และลําโพง ในการเลือกซื้อตองดูที่ความตองการของผูใชเปนหลัก วา ชอบคียบอรดหรือเมาสลักษณะไหนสีอะไร มีปุมฟงคชันพิเศษที่ชวยเพิ่มความเร็วในการเรียกใชงาน ตางๆอะไรบาง โดยปจจุบันอุปกรณ ทั้งสองแบบสามรถเชื่อมตอแบบ ไรสายเพื่อความอิสระในการ ใชงานมากขึ้น ระบบปฎิบัติการ สําหรับการเลือกใชงานระบบปฎิบัติการใหกับเครื่องใหมนั้น เรา สามารถที่จะเลือกใชตามประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอรใหมไดซึ่งคอมพิวเตอรใหมๆใน ปจจุบันสวนใหญนั้น สามารถใชงานกับระบบปฏิบัติการไดเกือบๆ ทุกรุนไมวาจะเปน windows 98se,ME,XP,2000 หรือแมแตพวก Linux เองก็ตาม โดยการเลือกใชนั้นควร ดูที่ความตองการ และ ความถนัดในการใชงานของผูใช เปนหลัก การรับประกัน มาถึงขั้นตอนสุดทายในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอรคูใจแลวครับ และ เปนขั้นตอนที่ผูซื้อจะมองขามไปไมไดเลย นั้นคือการรับประกันหลังการขาย เพราะถาบริการหลังการ ขายดีเวลาที่เครื่องคอมพิวเตอรมีปญหาผูใชสามารถยกไปใหทางรานไดทันที โดยวิธีการสังเกตวาราน ไหนดีหรือไมดีนั้นทานอาจจะลองสอบถาม ผูที่เคยซื้ออุปกรณหรือเครื่องคอมพิวเตอรรานนั้นๆ ดูวา บริการหลังการขายของรานนั้นๆดีหรือไม เปนรานที่เปดมานานหรือยัง ขนาดรานใหญหรือเล็ก เพื่อ ลดความเสี่ยงวาเมื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอรจากทางรานเขาแลว จะไมโดนปลอยเกาะ เพราะรานปด กิจการ หรือปดรานหนีไป การสังเกตสติกเกอรรับประกัน หรือ Void ที่ติดอยู บนตัวสินคากอนออก จากรานซักนิดก็จะดี วาทางรานเขาไดติดระยะการรับประกันถูกตองหรือเพื่อปกปองสิทธิของทานเอง
  • 32. 32 การเลือกซื้อตามลักษณะการใชงาน ใชในสํานักงาน (ใชโปรแกรม office, และเลนเน็ต) 1. หนวยประมวลผล – CPU : Intel Celeron 2. หนวยความจํา – RAM DDR SDRAM 128 หรือ 256 mb 3. ฮารดดิสก – Hard disk 40 gb 4. ซีดีรอม – CD-ROM 52x 5. การดเสียง – Sound Card on board 6. จอภาพ – Monitor 15” หรือ 17” 7. แลนการด – LAN Card งานดานกราฟก ตัดตอวิดีโอ 1. หนวยประมวลผล – CPU : Intel Pentium IV ขึ้นไป 2. หนวยความจํา – RAM DDR SDRAM 512 mb 3. ฮารดดิสก – Hard disk 40 gb 4. ซีดีรอม – CCMBO Drive(CD-RW,DVD) 5. จอภาพ – Monitor 17” 6. การดจอ – VGA Card – RAM 128 mb 7. โมเด็ม – Modem 56 kbps v.90 ใชตามบาน และเลนเกมส 1. หนวยประมวลผล – CPU : Intel Celeron (ถาเนนเกมส และดูหนังฟงเพลง แนะนําให ใช Intel Pentium IV) 2. หนวยความจํา – RAMDDR SDRAM 256 mb 3. ฮารดดิสก – Hard disk 40gb 4. ซีดีรอม – CD-ROM 52x 5. จอภาพ – Monitor 17” 6. การดจอ - VGA Cart (ถาเลนเกมส ขั้นต่ําควรใช Geforce4) 7. โมเด็ม – Modem 56 kbps v.90
  • 33. 33 สรุป สรุปแลวการเลือกซื้ออุปกรณคอมพิวเตอรนั้นควรจะมีการวางแผนในการเลือกซื้อไวกอน ลวงหนา ไมวาเครื่องที่จัดสเปคเอง หรือเครื่องคอมพิวเตอรแบรนดเนม และควรพิจารณาถึงความ ตองการนําไปใชในงานเปนหลัก เพื่อใหคอมพิวเตอรที่เราใชงานนั้นสามารถเอื้ออํานวยในการทํางาน ของผูใชไดอยางเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งการคัดเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอรนั้นผูใชงานเทานั้นที่จะ สามารถกําหนดขอบขาย และสเปคของเครื่องตัวเองไดเหมาะสมที่สุดครับ
  • 34. 34 การบํารุงรักษาอุปกรณคอมพิวเตอร การบํารุงรักษาเครื่องพีซี เพื่อใหการใชเครื่องพีซีเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและเพิ่มอายุการใชงานใหเปนระยะการ ใชงานยาวนานขึ้น ไดมีการแนะนําวิธีการดูแลบํารุงรักษาเครื่องพีซีดังนี้ 1. ถามีงบประมาณเพียงพอ ควรติดตั้งเครื่องจายไฟสํารอง(UPS) รวมกับเครื่องพีซีดวย เพราะ UPS จะชวยปองกันและแกไขปญหาทางไฟฟา ไมวาจะเปนไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก หรือ ไฟดับอันเปนเหตุใหเกิดความเสียหายตอขอมูลและสวนประกอบอื่นๆ 2. การติดตั้งตัวเครื่องคอมพิวเตอรควรติดตั้งอยูในหองที่มีเครื่องปรับอากาศหรือถาไมมี เครื่องปรับอากาศควรเลือกหองที่ปลอดฝุนใหมากที่สุด และติดตั้งตัวเครื่องควรหางจกผนัง พอสมควรเพื่อการระบายความรอนที่ดี 3. การตอสายเคเบิลระหวางเครื่องคอมพิวเตอรกับอุปกรณตางๆ เชน เครื่องพิมพ โทรสาร โมเด็ม หรือสวนอื่นๆ จะตองกระทําขณะเครื่องคอมพิวเตอรปดอยูเทานั้น 4. อยาปด-เปดเครื่องบอยเกินความจําเปน เพราะจะทําใหอายุการใชงานของอุปกรณตางๆ สั้นลง 5. ไมเคลื่อนยายเครื่องคอมพิวเตอรขณะที่ทํางานอยู เพราะอาจทําใหอุปกรณบางชิ้น เสียหายได 6. อยาเปดฝาเครื่องขณะใชงานอยู ถาตองการเปดตองปดเครื่องและถอดปลั๊กไฟกอน 7. ตัวถังภายนอกของเครื่องคอมพิวเตอร สวนใหญเปนสวนประกอบของเหล็กกับ พลาสติก เมื่อใชนานๆจะมีฝุนและคราบมือมาติดทําใหดูไมสวยงาม และถาปลอยไวนานๆจะทําความ สะอาดยากจึงควรทําความสะอาดบอยๆ อยางนอย 1-2 เดือนตอครั้ง โดยใชผาชุบน้ําหมาดๆเช็ดที่ ตัวเครื่องหรือใชนํายาทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร โดยเฉพาะที่สําคัญคือควรใชผาคลุมเครื่อง ใหเรียบรอยหลังเลิกใชงานทุกครั้งเพื่อปองกันฝุนผงตางๆ การบํารุงรักษาหนวยขับจานบันทึกแบบแข็ง (Hard disk) หนวยขับจานบันทึกแบบแข็งหรือฮารดดิสก (Hard disk) เปนอุปกรณที่สําคัญเพราะเปนที่ เก็บแฟมขอมูลและโปรแกรมตางๆ ผูใชคอมพิวเตอรตองระมัดระวังไมใหเกิดความเสียหายซึ่งควร ปฏิบัติดังนี้ 1. การติดตังเครื่องคอมพิวเตอรควรติดตั้งโดยใหดานหลังของตัวเครื่องคอมพิวเตอรหาง จากฝาผนังอยางนอย 3 นิ้ว เพื่อใหการระบายความรอนเปนไปอยางปกติไมทําใหเครื่องรอนเกินไป 2. ควรเลือกใชโตะทํางานที่แข็งแรงปองกันการโยกไปมา รวมทั้งไมควรตั้งคอมพิวเตอร รวมโตะกับเครื่องพิมพ เพราะอาจทําใหหัวอานฮารดดิสกไดรับความกระทบกระเทือนได 3. ควรมีการตรวจสอบความเรียบรอยของฮารดดิสกดวยโปรแกรมตรวจฮารดดิสกตางๆ เปนครั้งคราว
  • 35. 35 การบํารุงรักษาหนวยขับจานบันทึก (Floppy disk drive) หนวยขับจานบันทึก (Floppy disk drive) เมื่อทํางานไปนานๆ หัวอานอาจเสื่อมสภาพไป ไดเนื่องจากมีฝุนละอองเขาไปเกาะที่หัวอาน หรือเกิดจากความสกปรกของจานบันทึก (diskette) ที่มี ฝุนหรือคราบมันจากมือ ทําใหไมสามารถอานหรือเขียนขอมูลไดการดูแลรักษาทําไดดังนี้ 1. ใชน้ํายาลางหัวอานนานๆ ครั้งหรือเมื่อพบวาการอาน – เขียนของหนวยขับไมเปนปกติ 2. เลือกใชจานบันทึกที่สะอาด คือ ไมมีคราบฝุน ไขมัน หรือรอยขูดขีดใดๆ และมีคุณภาพดี 3. ควรเก็บรักษาจานบันทึกในกลองสําหรับเก็บที่ปองกันฝุนไดดี ทั้งนี้เพื่อไมใหฝุนจกจาน บันทึกทําความเสียหายของหัวอานของจานบันทึก การบํารุงรักษาจานบันทึก (Floppy disk) จานบันทึกมีความละเอียดออนมาก จึงควรมีการรักษาอยูเสมอ เพราะถาจานบันทึกชํารุด หรือมีความสกปรกจะสงผลกระทบตอขอมูลที่บันทึกไวหรือที่กําลังจะบันทึก และที่สําคัญคืออาจ สรางความเสียหายใหแกหัวอานของหนวยขับจานบันทึกดวยผูใชคอมพิวเตอรจึงควรระมัดระวังดูแล เอาใสโดยปฏิบัติดังตอนี้ 1. ควรเก็บจานบันทึกไวในอุณหภูมิที่เหมาะสม อยาทิ้งไวในอุณหภูมิที่สูง เชน ในรถที่ จอดกลางแดด ฯลฯ 2. ระมัดระวังอยาใหนิ้วมือไปถูกบริเวณที่เปนเนื้อจานของแผน เพราะไขมันบริเวณ ผิวหนังของเราจะทําใหเกิดความสกปรกตอบริเวณที่บันทึกขอมูล 3. อยาใหจานบันทึกอยูใกลบริเวณที่มีสนามแมเหล็ก เชน การวางจนบันทึกบนจอภาพ หรือวางใกลแมเหล็ก ฯลฯ 4. อยาใหจานบันทึกมีรอยขูดขีด หรือถูกของเหลว เชน น้ํา ดังนั้นเมื่อใชจานบันทึกเสร็จ แลวพยายามเก็บไวในซองบรรจุใหเรียบรอย การบํารุงรักษาจอภาพ (Monitor) ในสวนของจอภาพ (Monitor) นั้นอาจเสียหายได เชน ภาพมีอาการเลื่อนไหล ภาพลม ภาพเตน หรือไมมีภาพเลย ซึ่งความเสียหายดังกลาวจะตองใหชางซอมเปนผูแกไข สวนผูใช คอมพิวเตอรควรดูแลรักษาจอ ภาพโดยปฏิบัติดังนี้ 1. ระวังไมใหน้ําหกหรือกระเด็นเขาไปในจอภาพทางชองโปรงระบายความรอน 2. ควรเปดจอภาพกอนที่จะเปดใชเครื่องคอมพิวเตอร 3. อยาเปดฝาหลังเพื่อซอมจอภาพเองเพราะ อาจเปนอันตรายจากกระแสไฟฟาแรงสูงได 4. ไมควรปดๆเปดๆจอภาพติดๆกัน เมื่อปดจอภาพแลวควรทิ้งระยะเล็กนอยกอนเปดใหม 5. ควรปรับความสวางของจอภาพใหเหมาะสมกับสภาพของหองทํางาน เพราะถาสวาง เกินไปยอมทําใหจอภาพมีอายุการใชงานสั้นลง
  • 36. 36 6. เมื่อมีการเปดจอภาพทิ้งไวนานๆ ควรจะมีโปรแกรมถนอมจอภาพ (Screen saver) มาใช ทํางานเพื่อยืดอายุการใชงานของจอภาพ การบํารุงรักษาแปนพิมพ (Keyboard) แปนพิมพ (Keyboard) เปนสวนประกอบของคอมพิวเตอรที่เปนสื่อนําเขาของขอมูลหรือ โปรแกรมคําสั่งตางๆ ถาแปนพิมพคอมพิวเตอรมีปญหา เชน กดไมลงบางแปนจะทําใหไมสามารถ สั่งงานใหคอมพิวเตอรทํางานไดตามวัตถุประสงค ผูใชคอมพิวเตอรควรมั่นดูแลใหแปนพิมพทํางาน ไดอยางเปนปกติโดยการปฏิบัติดังนี้ 1.อยากดกระแทกแปนพิมพแรงๆ เชนการเลนเกมสตางๆ 2.อยาพยายามกดแปนพิมพเลนเมื่อไมไดใชงานเครื่องคอมพิวเตอร 3.เครื่องดื่มทุกชนิดควรใหอยูหางจากตัวเครื่องใหมากที่สุดเพื่อปองกันไมใหของเหลวหกรด แปนพิมพ 4.ไมควรสูบบุหรี่หรือกินขนมหวาน เชน ขนมปงกรอบ ขนมเชื่อมตางๆ ใกลเครื่อง คอมพิวเตอรเพราะควันบุหรี่เถาบุหรี่ หรือเศษขนมหวานอาจเขาไปอุดตันในรองของแปนพิมพ 5.การทําความสะอาดแปนพิมพควรใชผาชุบน้ําหมาดๆ หรือใชน้ํายาทําความสะอาดเครื่อง เช็ดไปที่ละแปนและจะตองระมัดระวังไมใหน้ําซึมลงไปในรองตางๆ หรืออาจใชสเปรยลมหรือ เครื่องดูดฝุนขนาดเล็กดูดฝุนที่คางตามรองออกได การบํารุงรักษาเครื่องพิมพ(Printer) เครื่องพิมพ (Printer) เปนอุปกรณที่ใชสําหรับแสดงผลของขอมูลตางๆ ทางกระดาษ การที่จะ ใหเครื่องพิมพทํางานไดเปนปกติ ผูใชคอมพิวเตอรควรหมั่นดูแลรักษาดังนี้ 1.เมื่อเลิกพิมพงานควรนํากระดาษออกจากถาดกระดาษและชองนํากระดาษ 2.กอนพิมพทุกครั้งควรปรับความแรงของหัวเข็มใหพอเหมาะสมกับความหนาของกระดาษ 3.อยาถอดหรือเสียบสายเคเบิลในขณะที่เครื่องพิมพหรือเครื่องคอมพิวเตอรกําลังทํางานอยู 4.ระหวางพิมพควรระมัดระวังหัวพิมพติดกระดาษ เชน ในการพิมพซองจดหมาย หรือ กระดาษที่มีความหนาหรือบางเกินไป ฯลฯ 5.รักษาความสะอาดโดยดูดฝุนและเศษกระดาษที่ติดอยูในเครื่องพิมพเปนประจํา หรือใช แปรงขนนุมปดฝุนเศษกระดาษออกจากเครื่องพิมพอยาใชแปรงชนิดแข็งเพราะอาจทําใหเครื่องพิมพ เปนรอยได 6.ถาเครื่องพิมพมีความสกปรกอาจใชผานุมหรือฟองน้ําซุบน้ํายาทําความสะอาดเครื่องใช สํานักงานเซ็ดถูสวนที่เปนพลาสติกแตตองระมัดระวังอยาใหน้ําเขาตัวเครื่องพิมพได และควร หลีกเลี่ยงการใชน้ํามันหลอลื่นทุกชนิดในตัวเครื่องเพราะอาจทําใหระบบกลไกลเสียหายได 7.ไมควรใชกระดาษไข (stencil paper) แบบธรรมดากับเครื่องพิมพประเภทเข็ม (dot-matrix printer) เนื่องจากเศษของกระดาษไขอาจไปอุดตันเข็มพิมพ ทําใหเข็มพิมพอาจหักได ควรใช กระดาษไขสําหรับเครื่องพิมพโดยเฉพาะ
  • 37. 37 8.เมื่อเปดสวิตชเครื่องพิมพแลวไมควรเลื่อนกระดาษโดยวิธีบิดลูกบิดดานขาง แตควรเลื่อน กระดาษโดยวิธีกดแปน LINE FEED หรือ FORM FEED บนหนาปดของเครื่องพิมพแทนเพื่อ ปองกันการชํารุดของเฟองใชหมุดกระดาษ การบํารุงรักษาเครื่องพิมพเลเซอร เครื่องพิมพเลเซอร (laser printer) เปนเครื่องพิมพที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถพิมพภาพได คมชัดมากมีความละเอียดสวยงาม แตราคาคอนขางสูง ผูใชคอมพิวเตอรควรระมัดระวังในการใชงาน แมววาโอกาสเสียหายนอยก็ตาม มีขอควรปฏิบัติดังนี้ 1.การเลือกใชกระดาษ ไมควรใชกระดาษที่หนาเกินไปเพราะจะทําใหกระดาษติดเครื่องพิมพ ได 2.ควรกรีดกระดาษใหดี อยาใหกระดาษติดกัน เพราะอาจเปนสาเหตุหนึ่งที่ทําใหกระดาษติด ในตัวเครื่องพิมพได การใชเครื่องพิมพแผนใสก็ตองเลือกใชแผนใสที่ใชถายเอกสารไดเทานั้นหากใชแผนใสแบบ ธรรมดาซึ่งไมสามารถทนความรอนไดอาจหลอมละลายติดเครื่องพิมพทําใหเกิดความเสียหายได วิธีแกปญหาอาการเสียของเครื่องคอมพิวเตอรเบื้องตน เครื่องคอมพิวเตอรเปดไมได 1.ตรวจสอบสายไฟที่ CPU วาเสียบไวแนนหรือไมตรวจสอบวาไฟดับหรือไม 2.ถาหากยังแกไขไมไดใหโทรติดตอฝายซอมคอมพิวเตอร(เบอรภายใน 238) จอภาพเปดไมได 1.ตรวจสอบสายไฟที่ CPU วาเสียบไวแนนหรือไมตรวจสอบวาไฟดับหรือไม ตรวจสอบวาเปดเครื่องคอมพิวเตอรและกดปุมเปดหนาจอคอมพิวเตอรแลวหรือไม2. 3.ตรวจสอบวาไฟดับหรือไม 4.ตรวจสอบสายสัญญาณระหวางตัวเครื่องกับจอภาพวาตอกันไวแลวหรือยัง และถาตอสาย ไวแลวควรตรวจดูวาเสียบแนนหรือไม 5.ถาหากยังแกไขไมไดใหโทรติดตอฝายซอมคอมพิวเตอร(เบอรภายใน 238) Drive A ใชงานไมได 1.ตรวจสอบวาใสแผนดิสกถูกตองหรือไม
  • 38. 38 2.ตรวจสอบวาแผนดิสกปองกันการเขียนไวหรือไม 3.ตรวจสอบวาแผนดิสกเสียหายหรือไม โดยการนําแผนดิสกแผนนั้นไปทดลองเปดกับเครื่อง คอมพิวเตอรเครื่องอื่น 4.ตรวจสอบเบื้องตนวาเครื่อง Floppy Disk เสียหรือไม โดยการนําแผนดิสกหลายๆแผนมา ทดลองเปดกับเครื่อง Floppy Disk ถาไมสามารถเปดได แสดงวาเครื่อง Floppy Disk อาจเสีย Drive CD ใชงานไมได 1.ตรวจสอบวาใสแผนซีดีถูกตองหรือไมการนําแผนซีดีรอมใสเขาไปในเครื่องตองกดปุมเปด ชองซีดีดังภาพ หลังหลังจากนั้นจึงนําแผนซีดีใสเขาไป
  • 39. 39 2.ตรวจสอบวาแผนซีดีเปนรอยหรือไม ถาเปนรอยคราบไขมันควรใชผาสะอาดเช็ดแตถา เปนรอยขุดขีดแสดงวาแผนเสียไมสามารถเปดอานได 3.ตรวจสอบวาแผนซีดีเสียหรือไม โดยการนําแผน ซีดี นั้นไปทดลองเปดกับเครื่อง คอมพิวเตอรเครื่องอื่น 4.ตรวจสอบเบื้องตนวา Drive CD เสียหรือไม โดยการนําแผนซีดีหลายๆแผนมาทดลองเปด กับDrive CD นั้น ถาไมสามารถเปดไดเลย แสดงวา Drive CD อาจเสีย การแกปญหาเครื่องพิมพ ประเภทของเครื่องพิมพ เครื่องพิมพ คือ อุปกรณแสดงผลลัพธที่ใชสําหรับพิมพขอมูลที่เปนเอกสาร ขอความ และ รูปภาพที่อยูบนจอภาพใหไปปรากฏบนกระดาษ เพื่อสามารถนําไปใชในงานอื่นๆได เครื่องพิมพที่นิยมใชกันโดยทั่วไปในปจจุบันแบงออกไดเปน 3 ประเภท คือ 1.เครื่องพิมพแบบจุด(Dot Matrix printer) คือเครื่องพิมพที่อาศัยการใชหัวเข็มไปกระแทกกระดาษ โดยผานผาหมึกทําใหเปนจุดขึ้น ซึ้งมีลักษณะการทํางานคลายเครื่องพิมพดีด คุณลักษณะเดนของ เครื่องพิมพแบบนี้ คือ 1.1สามารถพิมพลงกระดาษที่มีหลายสําเนาหลายชุดได ทําใหไมตองเสียเวลาพิมพหลายครั้ง ซึ่งเครื่องพิมพอื่นไมสามารถทําได 1.2มีความทนทานในการใชงานสูง 1.3สามารถพิมพกับกระดาษตอเนื่องได เครื่องพิมพแบบจุด (Dot Matrix Printer)
  • 40. 40 1.สามารถพิมพภาพสีได โดยมีตลับหมึกสีแยกอิสระสามารถถอดเปลี่ยนใหมได 2.คุณภาพการพิมพคมชัดกวาแบบใชหัวเข็ม ใหความละเอียดสูงเหมาะสําหรับงานดาน กราฟก และงานดานการนําเสนอ(Presentation) 3.สามารถพิมพบนวัสดุอื่นๆนอกจากบน กระดาษ ไดเชน แผนใส, สติกเกอร เปนตน เครื่องพิมพแบบหมึกพน (Inkjit Printer) 3.เครื่องพิมพแบบเลเซอร(Laser Printer) มีหลักการทํางานเหมือนกับเครื่องถายเอกสาร เปนเครื่องพิมพที่พัฒนามาจากเครื่องพิมพแบบ จุดและแบบฉีดหมึก สามารถพิมพไดเร็วกวาแบบอื่นและความคมชัดของงานดีมาก จึงไดรับความ นิยมนํามาใชงานในสํานักงานทั่วไป เครื่องพิมพแบบเลเซอร(Laser Printer)
  • 41. 41 การแกปญหาอาการเสียเครื่องพิมพเบื้องตน วิธีการแกปญหาเบื้องตน 1. ตรวจสอบวาเครื่องพิมพไดเปดแลวหรือยัง 2. ตรวจสอบสายระหวางเครื่องพิมพ 3. หากมีเครื่องพิมพหลายเครื่อง ควรตรวจสอบใหแนใจวาสั่งพิมพไปยังเครื่องพิมพที่ ถูกตอง การใสกระดาษเยอะเกินไป 1. แกไขโดยการใสกระดาษใหมีจํานวนนอยลง 2. เครื่องพิมพบางรุนอาจจะตองใสกระดาษทีละแผนเพราะถาใสเขาไปหลายๆแผน จะทําให กระดาษติด( เชน HP รุน 5L, 6L เปนตน) สาย LAN หลวมหรือหลุดจาก Card LAN หรือ HUB 1. ตรวจสอบสาย LAN จาก Card LAN ดานหลังเครื่องคอมพิวเตอร วามีการหลวมหรือหลุด บางหรือไม 2. ตรวจสอบสาย LAN จาก HUB ที่อยูภายในหอง วามีการหลวมหรือหลุดหรือไม 3. ตรวจสอบสาย HUB วาปลั๊กหลวมหรือหลุดหรือไม กระดาษติด 1. ถาเกิดการติดของกระดาษกับเครื่องพิมพ ไมควรดึงกระดาษอยางรุนแรง ควรจะตองใช ความระมัดระวังในการดึงที่ไมใหกระดาษขาดคาเครื่องพิมพ 2. ถาใชเครื่องพิมพที่จะตองใสกระดาษทีละแผนควรระมัดระวังในขั้นตอนการใสกระดาษ ไมควรใสเร็วจนเกินไป สั่งพิมพงานไมไดเนื่องจากไมได Logon เขาสูระบบ ในขั้นตอนการเปดเครื่อง จะมีคําสั่งให Logon เขาสูระบบดังรูป ใหผูใชกดปุม OK เพื่อ Logon เขาสูระบบทุกครั้ง
  • 42. 42 ไมมี Driver หากเครื่องยังไมมี Driver ใหติดตั้งเครื่องพิมพใหมตามขั้นตอน ดังนี้ 1. คลิกที่ปุม Start จากหนาจอแลวเลือก Scttings 2..เลือก Printers and Faxes 3..ดับเบิลคลิกที่ Add Printer 4.จากนั้นจะปรากฏหนาตางดังภาพ แลวจึงคลิกที่ปุม Next - เลือก Local printer attached to this computer เมื่อตองการติดตั้งเครื่องพิมพแบบธรรมดา คือ เครื่องพิมพตออยูกับเครื่องของทานเอง - เลือก A nctwork printer, or a printer attached to another computer เมื่อตองการติดตั้ง เครื่องพิมพผาน ระบบเครือขายคอมพิวเตอรหลังจากนั้นใหคลิกปุม Next 5. เมื่อหนาตาง Select a Printer Part ปรากฏ ใหตรวจสอบในชอง Use the following port เลือกรูปแบบการเชื่อมตอระหวางเครื่องคอมพิวเตอรกับเครื่องพิมพ หลังจากนั้นใหคลิกปุม Next 6. เลือกยี่หอและรุนในเครื่องพิมพใหตรงกับเครื่องของทาน 7. ตั้งชื่อใหกับเครื่องพิมพ โดยการพิมพยี่หอ และรุนของเครื่องพิมพลงในชอง Printer name และ กําหนดใหเครื่องพิมพนี้เปนเครื่องพิมพหลัก โดยคลิกที่ปุม Yes จากนั้นคลิกปุม Next 8. การกําหนดใหเครื่องพิมพสามารถที่จะใหผูอื่นมาใชโดยผานระบบครือขายคอมพิวเตอรทํา ไดดังนี้ - เลือก Do not share this printer เมื่อไมตองการใหผูอื่นเขามาใชเครื่องพิมพ - เลือก Share name เมื่อตองการใชเครื่องรวมกับผูอื่นและเปนการตั้งชื่อใหกับเครื่องพิมพ ระบบเครือขายคอมพิวเตอร หลังจากเลือกแบบใดแบบหนึ่งแลว กดปุม Next 9. เลือก Yes เมื่อตองการทดสอบการพิมพ จากนั้นคลิกเลือก Next 10. คลิก Finish จะสิ้นสุดขั้นตอนการติดตั้งเครื่องพิมพ