• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content

Loading…

Flash Player 9 (or above) is needed to view presentations.
We have detected that you do not have it on your computer. To install it, go here.

Like this document? Why not share!

09 ค่ายสร้างอาสารัฐศาสตร์ มช 2556

on

  • 982 views

โครงการค่ายอาสาพัฒนาที่ส่งมาขอทุนสนับสนุนจาก "สายลมแห่งอาสา" ...

โครงการค่ายอาสาพัฒนาที่ส่งมาขอทุนสนับสนุนจาก "สายลมแห่งอาสา" http://fund4volunteer.blogspot.com

Statistics

Views

Total Views
982
Views on SlideShare
321
Embed Views
661

Actions

Likes
0
Downloads
2
Comments
0

4 Embeds 661

http://fund4volunteer.blogspot.com 647
http://mahaoath.wordpress.com 9
http://fund4volunteer.blogspot.co.uk 3
https://mahaoath.wordpress.com 2

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    09 ค่ายสร้างอาสารัฐศาสตร์ มช 2556 09 ค่ายสร้างอาสารัฐศาสตร์ มช 2556 Document Transcript

    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑ โครงการ “ค่าย ๒๒ ปีอาสารัฐศาสตร์ทาดีเพื่อพัฒนาท้องถิ่นไทย”(ค่ายสร้างครั้งที่๗) ชื่อโครงการ “ค่าย ๒๒ ปีอาสารัฐศาสตร์ทาดีเพื่อท้องถิ่นไทย”(ค่ายสร้างครั้งที่๗) ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ประธานชมรมอาสาฯ นายบุลากร ศรีนวน รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๐๓๑ ผู้รับผิดชอบโครงการ นายวิทูร อินทอง รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๑๓๑ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๒-๘๙๗-๕๔๔๐ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน สารวจค่าย ๑๗-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เตรียมค่าย ๖-๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ เตรียมค่าย ๑๓-๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ ประเมินผล ๖ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ จานวนผู้เข้าร่วมโครงการ จานวน ๑๓๕ คน ประกอบด้วย ๑.นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จานวน ๗๐ คน ๒.อาจารย์จากทางมหาวิทยาลัย จานวน ๑ คน ๓.เจ้าหน้าที่คณะ จานวน ๒ คน ๔.คนในชุมชน จานวน ๖๐ คน ๕.บุคลากรองค์การบริหารส่วนตาบล จานวน ๑ คน ๖.สานักงานจังหวัดเชียงใหม่ จานวน ๑ คน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒ ๑.หลักการและเหตุผล บ้านห้วยบะบ้า หมู่ที่๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านชนบทที่ อยู่ห่างไกล ทุรกันดารและขาดการพัฒนาในหลายๆด้าน หมู่บ้านมีลักษณะเป็นภูเขาที่สลับซับซ้อนกันตั้งอยู่ ความสูงในระดับน้าทะเลปานกลาง ๑๐๐๐-๑๒๐๐ เมตรโดยประมาณ เป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้และ พันธุ์พืชนานาชนิด เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตามคาบอกเล่าของคนในพื้นที่เล่าว่า เดิมทีชาวบ้านที่ อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้อพยพมาจาก ต่าเนอชีเดาะปู แล้วเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งในบริเวณลาห้วยในพื้นที่นี้มีพืชชนิด หนึ่งชื่อว่า”มะบ้า”เป็นจานวนมาก ต่อมา “ห้วยมะบ้า”จึงกลายเป็นชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ ในปัจจุบันมี นายหม่อกา เป็นผู้นาหมู่บ้านที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในการปกครองหมู่บ้าน บ้าน ห้วยบะบ้ามีจานวนครัวเรือนทั้งหมด ๓๖ ครัวเรือน มีประชากรทั้งหมด ๒๗๗ คนเพศชาย ๑๐๗ คน เพศ หญิง ๑๒๐ คน เนื่องด้วยหมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ทาให้ผู้คนในหมู่บ้านดารงชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ ความเชื่อ สภาพวิถีชีวิต ดังนั้นหมู่บ้านแห่งนี้จึงปราศจากการเข้าถึงของ ไฟฟ้า น้าประปา มีเพียงพลังไฟฟ้าโซล่าเซลล์ มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้แรงงาน เช่น ช้าง กระบือ นอกจากนี้ หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีโรงเรียน ทาให้เด็กๆในหมู่บ้านจาเป็นต้องเดินทางไปเรียนยังอีกหมู่บ้านหนึ่งเป็นระยะทาง เกือบสิบกิโลเมตร อีกประการหนึ่งที่สาคัญ คือ หมู่บ้านแห่งนี้ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ขาด แคลนปัจจัยในการพัฒนาต่างๆ ทางชมรมอาสาพัฒนาฯของเราจึงได้เล็งเห็นถึงความสาคัญในการหยิบยื่น โอกาสในการเข้าถึงปัจจัยในการช่วยส่งเสริมการพัฒนาให้แก่หมู่บ้านแห่งนี้ และที่สาคัญเพื่อส่งเสริมการมี ส่วนร่วมในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยพิจารณาตามความสามารถของนักศึกษาแล้วพบว่า นักศึกษาจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมในด้านต่างๆทั้งการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่จาเป็นต่อการต่อยอดการพัฒนาหมู่บ้านต่อไปในอนาคต โดยจากการพูดคุยกับทาง ชาวบ้านในพื้นที่แล้วพบว่า ชาวบ้านมีความยินดีและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง โดยชาวบ้าน คาดหวังว่าอาคารศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่ใช้ในการเรียนรู้อย่างยั่งยืนในเรื่องต่างๆ การให้ ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันวิกฤตหมอกควันรวมถึงการแก้ไขปัญหา การให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา เกษตรอย่างยั่งยืน การให้ความรู้เรื่องผลกระทบของประชาคมอาเซียนต่อชุมชน กิจกรรมเวทีประชาคม หมู่บ้านเพื่อก่อให้เกิดพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปกครองในชุมชน ทั้งนี้กิจกรรมต่างๆ เป็นไปเพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้อานาจตามระบบการกระจายอานาจจากส่วนกลาง และการมีส่วนร่วม
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓ ตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในชุมชน การส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นการ พัฒนาที่สาคัญมากกว่าปัจจัยทางด้านวัตถุ โดยความหมายของการพัฒนาใน ณ ที่นี้ คือ การพัฒนาให้ดี จากเดิมแต่ไม่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิม ให้สอดคล้องต่อความเป็นไปของหมู่บ้าน ซึ่งถือเป็นสิ่งสาคัญของ การ “อาสาพัฒนาชนบท” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางชมรมอาสาพัฒนาชนบทคณะรัฐศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยึดถือมาโดยตลอด โครงการ “ค่าย ๒๒ ปีอาสารัฐศาสตร์ทาดีเพื่อท้องถิ่นไทย”(ค่ายสร้างครั้งที่ ๗) นั้นจึงถือเป็นอีก ความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านห้วยบะบ้า บุคลากรขององค์การบริหารส่วนตาบลแจ่มหลวง อาเภอ กัลยาณิวัฒนา และ คณะรัฐศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีนักศึกษาชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญ ประโยชน์คณะรัฐศาสตร์ฯ เป็นแกนนาได้ร่วมกันดาเนินการทากิจกรรมต่างๆขึ้น ทั้งนี้การจัดทาโครงการนี้ ยังเป็นพื้นที่สาคัญที่เปิดโอกาสให้ให้นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร ชาวบ้านรวมถึงผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน ได้ ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยและพัฒนาพื้นที่ถิ่นทุรกันดารในท้องถิ่นไทย ช่วยปลูกฝังจิตสานึกให้กับ นักศึกษา กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เปิดโลกทัศน์ มองเห็นสังคมในอีกด้านหนึ่ง รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักการเสียสละ หยิบยื่นโอกาสแก่กลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า “คนชายขอบ” รวมถึงนักศึกษาจะได้เรียนรู้และรับประสบการณ์จาก การร่วมมือกันทากิจกรรม จนสามารถนาความรู้และประสบการณ์ต่างเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวันเพื่อพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต ๒.ประเภทของโครงการ ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ดังต่อไปนี้ - หมู่บ้านห้วยบะบ้า - องค์การบริหารส่วนตาบลแจ่มหลวง - อาเภอกัลยาณิวัฒนา - คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ - ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔ ๓.รูปแบบการดาเนินงาน แบ่งลักษณะการดาเนินโครงการ เป็นโครงการย่อยในส่วนต่างๆดังต่อไปนี้ ๑. โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน ๒. โครงการส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ในระบอบประชาธิปไตย ๓. โครงการหมู่บ้านสู่อาเซียน ๔. โครงการส่งเสริมสุขภาพอนามัย ๕. โครงการการเกษตรพัฒนาหมู่บ้านตามรอยพระราชดาริ ๖. โครงการเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม สานสัมพันธ์ จัดทาประชาคมชุมชน ๗. โครงการส่งเสริมและป้องกันวิกฤตหมอกควันและภัยจากธรรมชาติ ๘. โครงการสวัสดิการและโภชนาการ ๙. โครงการสันทนาการหรรษา พาเพลิน ๑๐.โครงการประเมินผลกิจกรรม ๔.เป้าหมายเชิงปริมาณ/ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จานวนผู้เข้าร่วมโครงการ จานวน ๑๓๕ คน ประกอบด้วย ๑.นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จานวน ๗๐ คน ๒.อาจารย์จากทางมหาวิทยาลัย จานวน ๑ คน ๓.เจ้าหน้าที่คณะ จานวน ๒ คน ๔.คนในชุมชน จานวน ๖๐ คน ๕.บุคลากรองค์การบริหารส่วนตาบล จานวน ๑ คน ๖.สานักงานจังหวัดเชียงใหม่ จานวน ๑ คน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕ ๕.เป้าหมายเชิงคุณภาพ ๑.นักศึกษามีความพึงพอใจในกิจกรรมการบาเพ็ญประโยชน์ ระดับมาก – มากที่สุด อย่างน้อย ๘๐ % ๒.นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจในระดับมาก – มากที่สุด อย่างน้อย ๘๐ % ๓.ได้ร่วมกันทาประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านโดยชาวบ้านมีความพึงพอใจระดับมาก – มากที่สุด ๘๐ % ๖.วัตถุประสงค์ ๑.เพื่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้กับชุมชนบ้านห้วยบะบ้า ๒.เพื่อให้ชุมชนได้เรียนรู้การจัดสรรอานาจและระบบการกระจายอานาจที่มีประสิทธิภาพผ่านการจัด กิจกรรมของนักศึกษา ๓.เพื่อให้ชาวบ้านและนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ หมู่บ้าน และเป็นการส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนเองและระหว่างคนในชุมชนกับ นักศึกษา ๔.เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม เสริมสร้างให้ นักศึกษามีปฏิสัมพันธ์กันมากยิ่งขึ้น สนิทสนมและรักใคร่กลมเกลียวกัน ๕.เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสพร้อมกับเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบท ถิ่นทุรกันดาร ๖.เพื่อเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ในการทางานร่วมกันของนักศึกษา ๗.เพื่อปลูกฝังความมีจิตอาสาให้แก่นักศึกษาและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการทากิจกรรม ๗.ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑.วางแผนการจัดทาโครงการ กาหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงาน ๒.ติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓.จัดหาสถานที่ในการจัดทาโครงการโดยการออกสารวจพื้นที่ก่อนการออกค่ายจริง -ลงพื้นที่ติดต่อประสานงานกับผู้นาชุมชนเพื่อที่ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของชุมชนว่าต้องการให้เกิดการ ทากิจกรรมรูปแบบใดและมีปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้าง ๔.ประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนนักศึกษาให้เข้าร่วมกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ๕.ดาเนินการตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ๖.จัดทาการสรุปและประเมินผลโครงการ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖ ๘.ดัชนีชี้วัดความสาเร็จ ๑.มีนักศึกษามีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๐ วัดจากการทาแบบ ประเมินผลกิจกรรม ๒.ชาวบ้านในชุมชนมีความพึงพอใจจากการจัดกิจกรรมของนักศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ วัด จากการทาแบบสอบถาม ๙.ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๑.ชุมชนมีบ้านห้วยบะบ้าได้รับอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์ในชุมชน ๒.ชุมชนได้รับมอบอาคารอเนกประสงค์ไว้ใช้สาหรับการจัดทากิจกรรมภายในชุมชน ๓.ชุมชนได้รับความรู้และประโยชน์จากการให้ความรู้ทางด้านการป้องกันวิกฤตทางด้านหมอกควัน และการแก้ไขปัญหา การให้ความรู้ทางด้านสุขอนามัย การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ความรู้ ทางด้านอาเซียน และความรู้ทางด้านการจัดสรร การกระจายอานาจ ตามระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตย ๔.นักศึกษาได้ทากิจกรรมช่วยเหลือชุมชนที่ขาดการสนับสนุนและการพัฒนาจากภาครัฐ ๕.นักศึกษามีทักษะในการทางานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น ๖.นักศึกษาได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยนาความรู้ที่ได้จากการศึกษามาช่วยพัฒนาชุมชนที่ ขาดการพัฒนา มีจิตอาสาและสานึกที่ดีต่อสังคม ๗.นักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ๑๐.ระยะเวลาดาเนินงาน ( ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - ๔ มกราคม ๒๕๕๗ ) ๑๐.๑ สารวจและวางแผนดาเนินงาน เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ๒๕๕๖ ๑๐.๒ จัดทาโครงการและเสนอขออนุมัติโครงการ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๐.๓ ประชุมเตรียมการดาเนินงานกิจกรรม เดือน กันยายน –พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ๑๐.๔ ดาเนินการจัดกิจกรรม วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๖ ๑๐.๕ ประเมินผลและสรุปรายงานผลการดาเนินงาน เดือนมกราคม ๒๕๕๗
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗ ๑๑.สถานที่ดาเนินการ บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ๑๒.ผู้รับผิดชอบโครงการ ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีนักศึกษาร่วมโครงการ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบในโครงการดังนี้ ๑๒.๑ คณะกรรมการดาเนินงาน ๑.นายบุลากร ศรีนวน ประธานชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ ๒.นายวิทูร อินทอง ประธานค่ายสร้าง (ผู้รับผิดชอบโครงการ) ๓.นายราชิต เสริมสุวรรณ ฝ่ายก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ ๔.นางสาวกุลปนัดดา วรรณูปถัมภ์ ฝ่ายส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ในระบอบ ประชาธิปไตย ๕.นางสาวนิภาธร ว่องเกษกิจ ผู้รับผิดชอบโครงงานหมู่บ้านสู่อาเซียน ๖.นางสาวกุลปนัดดา วรรณูปถัมภ์ ผู้รับผิดชอบโครงงานส่งเสริมอนามัย ๗.นายณัฐพงษ์ ปัญญาทา ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร ๘.นายอัมเรศ ภูผา ฝ่ายสวัสดิการ ๙.นางสาวจริยา ใจบุญ ฝ่ายโภชนาการ ๑๐.นายกฤษภาณุ เครือเนตร ฝ่ายสันทนาการ ๑๑.นายชัยชาญ ศรีอารยชาติ ฝ่ายสัมพันธ์ชุมชนและจัดทาประชาคมหมู่บ้าน ๑๒.นางสาวประณิสรา เมฆพัฑน์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ๑๓.นางสาวเบญจาวัลย์ ศรีโยธี ฝ่ายประสานงานวัดประเมินผล ๑๔.นางสาวนายิกา เมืองแก้ว เลขานุการ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๘ ๑๒.๒ ที่ปรึกษาโครงการ ๑๒.๒.๑ ที่ปรึกษาโครงการฝ่ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๑) อาจารย์ ดร. รวีวรรณ แพทย์สมาน อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๙-๖๓๕๗๒๒๖ ๒) นางสาวนภาภรณ์ ปัญญาราษฎร์ ที่ปรึกษาโครงการ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๑-๑๑๑๒๓๙๖ ๑๒.๒.๒ ที่ปรึกษาด้านโครงสร้างอาคาร ๑) นายชโยดม ทายะ นายช่างโยธาที่ปรึกษาโครงการ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๙-๕๕๓๔๗๐๑ ๑๒.๒.๓ ที่ปรึกษาโครงการฝ่ายหมู่บ้าน บ้านห้วยบะบ้า ๑) นายอดุลย์ ฮวกนิล นายอาเภอกัลยาณิวัฒนา ๒) นายสุขชัย สนวิเศษณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตาบลแจ่มหลวง ๓) นายธนาชัย ดิลกอมรคีรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตาบลแจ่มหลวง ๔) นายสุดจา ลิขิตเบญจกุล ผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยบะบ้า
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๙ ประธานโครงการ ฝ่ายจัดกิจกรรม หัวหน้าโครงงานอาคาร อเนกประสงค์ ผู้รับผิดชอบโครงงาน ประเมินผล สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ฯ หัวหน้าโครงงานส่งเสริม การศึกษา หัวหน้าโครงงานสวัสดิการ และโภชนาการฯ หัวหน้าโครงงานส่งเสริม สุขภาพและอนามัย หัวหน้าโครงงานสันทนา การและประชาสัมพันธ์ หัวหน้าโครงงานส่งเสริม การเกษตร ชมรมอาสาคณะ รัฐศาสตร์ฯ หัวหน้าโครงงานหมู่บ้าน อาเซียน แผนการทางานภายในของชมรมอาสา รัฐศาสตร์
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐ ชื่อโครงงาน ก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๙-๖๓๕๗๒๒๖ ผู้รับผิดชอบโครงงาน นายราชิต เสริมสุวรรณ รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๑๒๔ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๒-๑๙๓๓๐๕๘ ที่ปรึกษาด้านโครงสร้างอาคาร นายชโยดม ทายะ (นายช่างโยธา) เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๙-๕๕๓๔๗๐๑ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล เนื่องจากทางหมู่บ้านบ้านห้วยบะบ้าเป็นหมู่บ้านที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร มี ลักษณะของการดารงชีพอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาธรรมชาติ แต่มีลักษณะการปกครองแบบ ประชาธิปไตย เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการร่วมกันแสดงออกทางความ คิดเห็น และแลกเปลี่ยนทัศคติต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนตามหลักการสาคัญของระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตย หมู่บ้านห้วยบะบ้านั้น จึงมีความต้องการอาคารศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้าน เพื่อที่จะได้ใช้ เป็นสถานที่ประชุมในกิจกรรมต่างๆ การวางแผน ประชุม ปรึกษาหารือต่างๆ เป็นพื้นที่ในการแสดงความ คิดเห็นต่างๆของคนในชุมชน เพื่อการพัฒนาหมู่บ้าน ร่วมทั้งใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆของหมู่บ้านอีก ด้วย ดังนั้นทางชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ตระหนักถึงความสาคัญดังกล่าวจึงได้จัดทาโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การ เรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืนขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๑ ไว้ใช้สาหรับการประชุม วางแผนกิจกรรมต่างๆ ซึ่งหากทาการก่อสร้างเสร็จแล้วจะส่งมอบให้ยังองค์การ บริหารส่วนตาบลเป็นผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้นี้ต่อไป วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ขนาด ๖*๑๐เมตร ให้แก่ชุมชน ๒. เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักศึกษาและคนในชุมชน ๓. เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทางานร่วมกันจากประสบการณ์จริง รูปแบบการดาเนินกิจกรรม ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ขนาด กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐ เมตร ลักษณะอาคารชั้นเดียวสูง ๕ เมตร ก่ออิฐบล็อกขึ้นมา ผนังทั้งสี่ด้าน มีประตูเลื่อนใหญ่ ๑ บาน หน้าต่าง ๔ บาน เป็นอาคารถาวร ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑.ขุดหลุมสาหรับวางเสา ๑๒ หลุม ปรับสภาพหน้าดิน พื้นที่ ๒.วางเสาทั้ง ๑๒ เสา ๓.เทแบบคานอาคารด้านล่าง ๔. มุงกระเบื้องหลังคา และ ก่ออิฐบล็อกอาคารทั้งสี่ด้าน ๕.เทพื้นซีเมนต์ภายในอาคารและบริเวณรอบอาคาร ๖.เก็บรายละเอียดของงาน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๒ งบประมาณ ลาดับที่ รายการ จานวน ราคาต่อหน่วย จานวนเงิน หมายเหตุ บาท บาท ๑ ปูนซีเมนต์ ๗๐ ถุง ๑๓๐ ๙,๑๐๐ ๒ ทรายหยาบ ๑๕ ลบ.ม. ๓๓๐ ๔,๙๕๐ ๓ หิน ๑๗ ลบ.ม. ๕๑๐ ๘,๖๗๐ ๔ เสา ๑๒ เสา ๕๐๐ ๖,๐๐๐ ๕ บล็อก ๔๐๐ ก้อน ๓ ๑,๒๐๐ ๖ สีน้ามันขาว ๕ ลิตร ๒ ถัง ๓๘๐ ๗๖๐ ๗ แปรงทาสี ๕ อัน ๒๐ ๑๐๐ ๘ ไม้แปรรูป ๑๐๐ เล่ม ๑๒๐ ๑๒,๐๐๐ ๙ ประตู ๒ ประตู ๔๐๐ ๘๐๐ ๑๐ กระเบื้อง ๒๘๐ ลอน ๕๐ ๑๔,๐๐๐ ๑๑ ลูกบิด ๒ ลูก ๘๐ ๑๖๐ ๑๒ น้ามันสน ๒ ขวด ๓๐ ๖๐ ๑๓ ป้ายผ้าดิบ ๒ ผืน ๘๐ ๑๖๐ รวม ๕๗,๙๖๐
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๓ ชื่อโครงงาน โครงงานส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ในระบอบประชาธิปไตย ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นางสาวกุลปนัดดา วรรณูปถัมภ์ รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๐๗๕ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๔-๐๔๒-๑๗๐๑ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล เนื่องจากหมู่บ้านห้วยบะบ้าเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทาให้โอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ของเด็กๆในหมู่บ้านมีน้อยกว่าเด็กๆในพื้นที่อื่นๆ เด็กๆในหมู่บ้านห้วยบะบ้านี้ต้องเดินทางไปเรียนยังโรงเรียน ในต่างหมู่บ้านเป็นระยะทางกว่าสิบกิโลเมตรทุกวัน ซึ่งการเรียนการสอนของเด็กๆบนพื้นที่ราบสูงนี้แน่นอน ว่า ไม่อาจเทียบได้กับมาตรฐานการเรียนการสอนของเด็กบนพื้นที่ราบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความ ห่างไกล ความยากลาบากต่อการเข้าถึง หรือการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาก็ตามที ทาให้เด็กๆใน พื้นที่แห่งนี้ควรที่จะได้รับความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตัวของเด็กๆเอง ดังนั้นทางชมรมอาสา พัฒนาฯ จึงได้เล็งเห็นถึงความสาคัญในการให้ความรู้เพิ่มเติมให้แก่เด็กๆและคนในชุมชน เช่น เรื่องของ สุขภาพ อนามัย การสอนการอ่านเขียนภาษาไทย เป็นต้น นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีและมี ความเข้าใจที่ถูกต้องในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย จึงจะได้จัดให้มีการให้ความรู้ในระบอบการ ปกครองแบบประชาธิปไตยให้กับชาวบ้านในชุมชนอีกด้วย ทั้งนี้ในฝ่ายของการส่งเสริมการศึกษายังมองเห็น ถึงความขาดแคลนของอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสื่อการเรียนการสอนทางชมรมอาสาพัฒนาฯ จึงจะได้จัด
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๔ ให้มีการมอบของบริจาคทางด้านการเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็น สมุด หนังสือ ดินสอ อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ ให้แก่ชุมชนเพื่อให้ชุมชนส่งมอบต่อให้เด็กๆ เพื่อเด็กๆมีอุปกรณ์การเรียนที่พร้อม สามารถตอบสนองต่อ ความต้องการ และมีกาลังใจที่ดีที่จะศึกษาต่อไปในอนาคต วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อเป็นการให้ความรู้ที่จาเป็นที่ต่อการดารงชีวิตที่ถูกต้องให้แก่เด็กๆและคนในชุมชน ๒. เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆและคนในชุมชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องและมีทัศนคติที่ดีต่อการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย ๓. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาทากิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม รู้จักการแบ่งปัน รูปแบบการดาเนินกิจกรรม เป็นการดาเนินกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ที่เกี่ยวกับการดารงชีวิต ทางด้านสุขภาพ อนามัย แก่เด็กๆ และคนในชุมชน ได้แก่ ให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรงฟัน การรักษาสุขภาพ การรักษาตนเองเมื่อเจ็บป่วย การ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น การสอนการอ่านเขียนภาษาไทย การเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ขั้นตอนการดาเนินงาน แผนการจัดการให้ความรู้จะแบ่งเป็นการให้ความรู้ในแต่ละวันดังต่อไปนี้ วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ให้ความรู้เกี่ยวกับร่างกายของเรา วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ ให้ความรู้เกี่ยวกับยารักษาโรคขั้นพื้นฐานต่างๆ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาตนเองเมื่อเจ็บป่วยเบื้องต้น วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗ ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในช่องปาก และสอนการแปรงฟันที่ถูกต้องให้แก่เด็กๆ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๗ กิจกรรมการเรียนรู้การจัดสรรและกระจายอานาจตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนการเรียนการสอนภาษาไทยนั้นได้จัดให้มีการเรียนการสอนในทุกวัน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๕ งบประมาณ ลาดับที่ รายการ จานวน ราคาต่อหน่วย จานวนเงิน หมายเหตุ บาท บาท ๑ ฟิวเจอร์บอร์ด ๑๐ แผ่น ๒๐ ๒๐๐ ๒ โปสเตอร์ให้ความรู้ ๑๐ แผ่น ๒๐ ๒๐๐ ๓ กระดาษสา ๕ แผ่น ๑๐ ๕๐ ๔ พลาสติกห่อของ ๕ แผ่น ๒๐ ๑๐๐ ๕ กระดาษแข็ง ๕ แผ่น ๑๕ ๗๕ ๗ สีเมจิก ๑๐ ชุด ๓๐ ๓๐๐ ๘ สีไม้ ๑๐ กล่อง ๒๐ ๒๐๐ ๙ กระดาษ A๔ ๕ รีม ๑๑๐ ๕๕๐ ๑๐ สีน้า ๒ กล่อง ๑๕๙ ๓๑๘ ๑๑ พู่กัน ๑๐ อัน ๑๒ ๑๒๐ ๑๒ ดินสอ ๒ กล่อง ๑๔๙ ๒๙๘
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๖ ๑๓ ยางลบ ๒ กล่อง ๘๙ ๑๗๘ ๑๔ สมุด ๕ โหล ๑๐๐ ๕๐๐ ๑๕ ไม้บรรทัด ๕ โหล ๓๖ ๑๘๐ ๑๖ ลูกฟุตบอล ๒ ลูก ๓๕๐ ๗๐๐ ๑๗ ลูกวอลเล่ย์บอล ๒ ลูก ๙๗๕ ๑,๙๕๐ ๑๘ ตะกร้อ ๒ ลูก ๒๘๘ ๕๗๖ รวม ๖,๔๙๕
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๗ ชื่อโครงงาน หมู่บ้านสู่อาเซียน ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อาจารย์ ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นางสาวนิภาธร ว่องเกษกิจ รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๑๐๓ เบอร์โทรศัพท์ ๐๙๐-๕๖๘๒๒๔๔ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล จากสภาพสังคมในปัจจุบันทุกสถาบันในประเทศไทยต่างก็ให้ความสาคัญกับการเตรียมความ พร้อมสู่อาเซียนในปี ๒๕๕๘ซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ ประเทศ สถาบันการศึกษาก็เป็นอีกสถาบันหนึ่งที่ต้องเตรียม ความพร้อมให้กับนักเรียนหรือนักศึกษาในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของอาเซียนให้กับ บุคลากรและนักศึกษาเพื่อที่จะได้มีการเตรียมตัวและมีความรู้เกี่ยวกับประเทศอื่นๆที่เป็นสมาชิกในอาเซียน เช่น การศึกษาถึงวัฒนธรรม การใช้ภาษาที่แตกต่างกัน เป็นต้น ทั้งนี้ทางอาเภอกัลยาณิวัฒนา เป็นอาเภอ ใหม่มีผู้คนอพยพเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจานวนมาก และพื้นที่ในหมู่บ้านห้วยบะบ้านี้เป็นพื้นที่ที่มีความห่างไกล จากตัวอาเภอ ดังนั้นการเรียนรู้ ศึกษาถึงความเป็นไปของประชาคมอาเซียน ร่วมถึงผลกระทบที่จะทาให้ ชาวบ้านในหมู่บ้านก้าวทันความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปของสังคม ทางชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญ ประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นถึงความสาคัญ ดังกล่าวจึงได้จัดทาโครงงานหมู่บ้านสู่อาเซียนเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนอย่างถูกต้อง และสามารถนาความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับชีวิตประจาวันอย่างเหมาะสม
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๘ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อเผยแพร่และสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอาเซียน ๒. เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเปิดประชาคมอาเซียน ๓. เพื่อให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนได้ทราบถึงข่าวเหตุการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับอาเซียน รูปแบบการดาเนินกิจกรรม เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้แก่คนในชุมชน ผ่านทางการเล่นเกมส์ สันทนาการควบคู่ไปกับการบรรยายเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้อง เผยแพร่ความรู้เรื่องอาเซียนผ่านการแจก เอกสาร ป้ายประชาสัมพันธ์ และการประกวดวาดรูป ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑. วางแผนขั้นตอนการทางานรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ๒. รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ๓. จัดทาเอกสารเผยแพร่ ในรูปแบบของป้ายประชาสัมพันธ์และโปสเตอร์แก่ประชาชนในพื้นที่ ที่ จัดฝึกอบรมโครงการให้ ๔. จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่นักเรียนในโรงเรียนในเรื่องของอาเซียน โดยการจัดกิจกรรม การ แบ่งกลุ่มเล่นเกมส์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เข้าร่วม ๕. จัดกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้แก่คนในชุมชน ในเรื่องของความเป็นมา ความสาคัญ ประโยชน์ของการเปิดประชาคม ผลกระทบร่วมทั้งเหตุการณ์ในปัจจุบัน ๖. สรุปกิจกรรม
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๑๙ งบประมาณ ลาดับที่ รายการ จานวน ราคาต่อหน่วย จานวนเงิน หมายเหตุ บาท บาท ๑ เอกสารแผ่นพับ ใบปลิว ๒๐๐ ชุด ๕ ๑๐๐๐ ๒ ขนมสาหรับใช้ทากิจกรรม ๒๐ แพ็ค ๕๐ ๑๐๐๐ ๓ กระดาษชาร์ต ๓ โหล ๑๒๐ ๓๖๐ ๔ ของรางวัลสาหรับใช้ทา กิจกรรม ๑๐ ชุด ๗๐ ๗๐๐ ๕ ป้ายผ้า ๑ ผืน ๓๐๐ ๓๐๐ ๖ ค่าปากกาเมจิก ๑๐ด้าม ๑๒ ๑๒๐ ๗ สีไม้ ๕ กล่อง ๔๕ ๒๒๕ ๘ อุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่นๆ ๑ หน่วย ๑๐๐๐ ๑๐๐๐ รวม ๔,๗๐๕
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๐ ชื่อโครงงาน โครงงานส่งเสริมสุขภาพอนามัย ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อาจารย์ ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นางสาวกาญจนา ใจมาก รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๐๗๒ เบอร์โทรศัพท์ ๐๙๒-๑๘๖๓๕๙๔ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ - ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล ปัญหาด้านสุขลักษณะและสุขภาพอนามัยนับว่าเป็นปัญหาสาคัญอันหนึ่งของหมู่บ้านห้วยบะบ้า เนื่องจากสภาพชุมชนที่อยู่ไกลจากส่วนราชการ ทาให้การได้รับความช่วยเหลือในด้านสุขอนามัยค่อนข้างมี น้อย หรือได้รับการช่วยเหลือค่อนข้างล่าช้า ทาให้ชาวบ้านรวมทั้งเด็กนักเรียนขาดสุขลักษณะที่ดีและมี สุขภาพอนามัยที่ไม่แข็งแรงมากนัก นอกจากนี้ยังมีความรู้ความเข้าใจที่ผิดๆเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพอีก ด้วย ดังนั้นชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ จึงได้เล็งเห็นถึงความสาคัญดังกล่าวจึงได้จัดทา โครงการส่งเสริมสุขภาพอนามัย เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ร่วม ทั้งจัดซื้อวัสดุยารักษาโรคและยาสามัญประจาโรงเรียน เพื่อจัดทากองทุนยาประจาหมู่บ้านให้กับชุมชนด้วย
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๑ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยที่ดีแก่เด็กนักเรียนและชาวบ้าน 2. เพื่อจัดซื้อวัสดุยารักษาโรคและยาสามัญประจาบ้าน เพื่อให้ชุมชนจะได้มีกองทุนยาไว้ประจา หมู่บ้าน 3. เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดประสบการณ์ในการปฏิบัติงานและนาความรู้ที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ให้ เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม รูปแบบการดาเนินกิจกรรม เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่คนในชุมชน ผ่านการบรรยายให้ความรู้ทางด้านสาธารณสุข ต่างๆ ผ่านทางโปสเตอร์ และการบรรยายพูดคุยกับคนในชุมชน และจัดตั้งกองทุนยาให้ชุมชน มอบ เวชภัณฑ์เบื้องต้นให้แก่กองทุนที่จัดขึ้น การสอนวิธีการกรองน้า เพื่อทาน้าให้สะอาด เพื่อการอุปโภค บริโภค ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑. วางแผนในการดาเนินงาน ปรึกษาหารือเกี่ยวกับขอบเขตของกิจกรรมที่จะจัดทาขึ้น ๒. ติดต่อประสานงานกับคนในชุมชน ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงโครงงานที่จะจัดขึ้นให้แก่คนใน ชุมชน ๓. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ โปสเตอร์ต่างๆ เพื่อเตรียมการให้ความรู้แก่คนในชุมชน ๔. ปฏิบัติการให้ความรู้แก่คนในชุมชนเกี่ยวกับยารักษาโรค โรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจาวัน เช่น ไข้หวัด โรคผิวหนัง ฯ และโรคระบาดที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล เช่น โรคไข้เลือดออก และการ รักษาตนเองเมื่อเจ็บป่วยเบื้องต้น สอนวิธีการกรองน้าที่สะอาดถูกสุขอนามัย ๕. จัดทากองทุนยาให้แก่ชุมชนเพื่อเป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องยาและการรักษาโรคเบื้องต้น ให้แก่ชุมชน รวมทั้งมอบยารักษาโรคเบื้องต้นบางส่วนไว้ให้แก่กองทุน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๒ งบประมาณ ลาดับที่ รายการ จานวน ราคาต่อหน่วย จานวนเงิน หมายเหตุ บาท บาท ๑ ยาสามัญประจาบ้าน ๒๐ชุด ๑๕๐ ๓,๐๐๐ ๒ ยาสีฟัน ๒ โหล ๑๓๐ ๒๖๐ ๓ แปรงสีฟัน ๔๐ อัน ๗ ๒๘๐ ๔ ผ้าขนหนู ๔๐ ผืน ๒๐ ๘๐๐ ๕ แก้วน้าพลาสติก ๔๐ ใบ ๑๐ ๔๐๐ ๖ สบู่ ๕โหล ๖๐ ๓๐๐ ๗ แชมพู ๑๐ขวด ๒๕ ๒๕๐ ๘ แป้งเด็ก ๑๐กระป๋อง ๕๐ ๕๐๐ ๙ ยาฆ่าหิด-เหา ๕ขวด ๕๐ ๒๕๐ ๑๐ โปสเตอร์ ๕ แผ่น ๒๐ ๑๐๐ รวม ๖,๑๔๐
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๓ ชื่อโครงงาน การเกษตรพัฒนาหมู่บ้าน ตามรอยพระราชดาริ ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นาย ณัฐพงษ์ วงค์ปัญญา รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๑๐๑ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๗-๕๗๙-๖๐๕๕ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล เกษตรกรรมนั้นถือเป็นพื้นฐานของการดารงชีวิตที่สาคัญของชาวบ้าน หมู่บ้านห้วยบะบ้า ซึ่งแต่เดิม มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และปัจจุบันชาวบ้านหมู่บ้านห้วยบะบ้านี้ก็ยังคงยังชีพโดยพึ่งพาเกษตรกรรม เป็นหลักอยู่ โดยชาวบ้านมักจะทานากันเป็นหลัก ปลูกพืชสวนบ้าง และเลี้ยงสัตว์ไว้กินกันเอง เช่น หมูป่า เป็ด เป็นต้น ซึ่งในสังคมเกษตรกรรมนั้นจาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ที่ถูกต้องในการทาเกษตรกรรม เพื่อให้การเกษตรกรรมนั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ดังนั้นจึงจาเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อ นาไปปรับใช้กับตนเองและครอบครัวของตนเองตามแนวทางพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ซึ่งหมู่บ้านห้วยบะบ้านี้เป็นหมู่บ้านในเขตพื้นที่อยู่ในการดูแลของอาเภอกัลยาณิวัฒนาซึ่งเป็น อาเภอที่กระทรวงมหาดไทย ได้กาหนดให้เป็น "โครงการอาเภอกัลยาณิวัฒนา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔" โดยมีวัตถุประสงค์ให้อาเภอกัลยาณิวัฒนาเป็น "อาเภอต้นแบบ" ในการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมที่สนับสนุนและสอดคล้องกับปรัชญาการเป็นหมู่บ้านต้นแบบตามแนวคิดของ อาเภอแห่งนี้แล้ว ทางชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๔ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงจัดให้มีโครงงาน “การเกษตรพัฒนาหมู่บ้าน ตามรอยพระราชดาริ” ขึ้น เพื่อให้ ความรู้และสนับสนุนการทาการเกษตรแบบยั่งยืนตามแนววิถีเศรษฐกิจพอเพียง และอีกประการคือหมู่บ้าน ห้วยบะบ้านั้นมีความหลากหลายทางธรรมชาติ ซึ่งในพื้นที่มีป่าไม้ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สาคัญใน การสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ และการลดลงของทรัพยากรป่าไม้ในปัจจุบันก็ได้ส่งผลกระทบอย่าง มากต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งหมู่บ้านห้วยบะบ้าได้ถือเป็นชุมชนหนึ่งที่ประสบ ปัญหาการลดลงของป่าไม้ เนื่องจากการตัดไม้ทาลายป่าเช่นกัน ดังนั้นจึงจัดให้มีกิจกรรมการปลูกป่าร่วม ด้วย เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังจิตสานึกนักศึกษาและชาวบ้านให้มี จิตสานึกรักษ์ป่าอีกด้วย วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้ชาวบ้านได้รับความรู้เกี่ยวกับการทาการเกษตรแบบยั่งยืน ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ๒. เพื่อให้นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสาคัญของอาชีพเกษตรกรรมและป่าไม้ ๓. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตรและแลกเปลี่ยนความรู้ เกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรรมกับคนในชุมชน รูปแบบการดาเนินกิจกรรม ให้ความรู้กับชาวบ้านเกี่ยวกับรูปแบบการทาการเกษตรแบบยั่งยืน ผ่านทางการจัดทาแปลงเกษตร ให้กับชุมชน โดยปลูกพืชจาพวกผักสวนครัว การทาบ่อเลี้ยงปลาให้แก่ชุมชน การสอนการทาปุ๋ยชีวภาพ ผ่านเครื่องโม่ใบไม้ ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑. ติดต่อกับทางผู้นาชุมชน และเชิญชวนคนในชุมชนให้มาร่วมทากิจกรรมในครั้งนี้ ๒. สารวจพื้นที่ที่จะทาการเกษตรโดยจัดให้เป็นพื้นที่ของส่วนกลาง ๓. ปรับสภาพหน้าดิน พื้นผิว บริเวณโดยรอบทาแปลงเกษตรขนาด ๑*๓ เมตร จานวน ๑๐-๑๒ (ขนาดอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพพื้นที่)พรวนดิน ลงเมล็ดพืช รดน้า ๔. จัดทาบ่อเลี้ยงปลาในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับแปลงเกษตร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๕ ๕. ให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการทาเกษตรแบบยั่งยืน คือ แบบพึ่งพาธรรมชาติ แต่ไม่เบียดเบียน ธรรมชาติ ๖. การสอนการทาปุ๋ยชีวภาพโดยเครื่องโม่ใบไม้ งบประมาณ ลาดับที่ รายการ จานวน ราคาต่อหน่วย จานวนเงิน หมายเหตุ บาท บาท ๑ กล้าไม้ ๑๐๐ ต้น ๑๐ ๑,๐๐๐ ๒ ปุ๋ยคอก ๑๐ กระสอบ ๓๕ ๓๕๐ ๓ บัวรดน้า ๑๐ อัน ๗๒ ๗๒๐ รวม ๒,๐๗๐
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๖ ชื่อโครงงาน เรียนรู้ วิถีชีวิต วัฒนธรรม สานสัมพันธ์ชุมชน จัดทาประชาคมหมู่บ้าน ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นายชัยชาญ ศรีอารยชาติ รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๐๘๖ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๒-๗๗๘-๐๗๗๖ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล ในการทากิจกรรมค่ายอาสานั้น นอกจากสมาชิกค่ายจะต้องทางานร่วมกันแล้ว การทางาน ร่วมกันระหว่างสมาชิกค่ายกับคนในชุมชนก็เป็นสิ่งสาคัญเช่นกัน กิจกรรมสัมพันธ์ชุมชนเป็นกิจกรรมที่เป็น พื้นฐานและสาคัญที่สุดของค่าย เพราะตลอดการทางานตั้งแต่การวางแผนโครงการ ไปจนถึงการทาค่ายให้ สาเร็จ จาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนในชุมชน คนในชุมชนจะเป็นผู้ที่คอยแนะนาและให้ ความช่วยเหลือในการทากิจกรรมของสมาชิกค่ายให้สาเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความรู้ความเข้าใจในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยระหว่างคนใน ชุมชนกับนักศึกษา จึงได้จัดให้มีกิจกรรมเวทีประชาคมชุมชนขึ้นด้วย ดังนั้นทางชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้เล็งเห็นถึงความสาคัญดังกล่าว จึงได้จัดทาโครงงานเรียนรู้ วิถีชีวิต วัฒนธรรม สานสัมพันธ์จัดทาประชาคมชุมชน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชน และเพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสในการ แสดงความคิดเห็น จุดยืนทางการเมือง มุมมองทางการเมือง และเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการกระจายอานาจ การทาประชาคม การวิพากษ์ และการร่วมคิดร่วมทาโครงการอย่าง
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๗ สร้างสรรค์ เพื่อท้องถิ่นและการจัดสรรอานาจอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นแก่คนในชุมชน ตลอดจน วิธีการทาประชาคมอย่างถูกต้องและการรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆในชุมชน วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษากับชาวบ้านในชุมชน ๒. เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ความกล้าแสดงออกในการแสดงความคิดเห็น จุดยืน และมุมองทางการเมือง ๓. เพื่อเป็นเสริมสร้างทักษะในการเข้าสังคมให้แก่นักศึกษา รู้จักการเปิดใจยอมรับทัศนคติของ ผู้อื่น และส่งเสริมให้นักศึกษามีบทบาททางการเมือง รูปแบบของการดาเนินกิจกรรรม จัดกิจกรรมเพื่อทาการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านในชุมชน เช่น การเชิญชวนชาวบ้านให้ มาร่วมกันก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ การเข้าร่วมกิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน การส่งเสริม สุขภาพอนามัย การป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควัน การจัดทาประชาคมหมู่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรม การสันทนาการต่างๆ เช่น ชมการแสดงรอบกองไฟ การเฉลิมฉลองร่วมกันในงานต้อนรับปีใหม่ เป็นต้น ขั้นตอนการดาเนินงาน ติดต่อประสานงานกับผู้นาชุมชน สอบถามถึงลักษณะวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ เพื่อให้สามารถจัดวาง รูปแบบของกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม โดยการดาเนินงานสามารถแบ่งกิจกรรมหลักๆได้ดังต่อไปนี้ -จัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ แล้วเชิญชวนคนในชุมชน มาร่วมงาน -เชิญชวนให้คนในชุมชนมาร่วมกันแสดงจุดยืน มุมมองและความคิดเห็นทางการเมือง ผ่านการ จัดทาเวทีประชาคมในช่วงบ่ายของวันที่ ๑-๒ มกราคม ๒๕๕๗ -เชิญชวนคนในชุมชนให้มาร่วมการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ ทาแปลงเกษตร ขุดบ่อเลี้ยงปลา -เชิญชวนคนในชุมชนให้เข้าร่วมกิจกรรมการให้ความรู้ต่างๆ เช่น กิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การให้ความรู้เกี่ยวกับการทาปุ๋ยชีวภาพ การป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤต หมอกควัน เป็นต้น
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๘ -เชิญชวนคนในชุมชนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันในวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ -เชิญชวนคนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมรอบกองไฟในคืนวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ รับชมการแสดง จากนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ และ เชิญชวนให้เด็กๆเข้าร่วมกิจกรรมรับมอบของขวัญปีใหม่จากพี่ๆให้แก่เด็กๆใน ชุมชน งบประมาณ ไม่มีงบประมาณในการดาเนินการ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๒๙ ชื่อโครงงาน ส่งเสริมและป้องกันวิกฤตหมอกควันและภัยจากธรรมชาติ ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นางสาวนายิกา เมืองแก้ว รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๒๐๒ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๓-๔๘๑-๑๗๓๘ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล เนื่องจากในปัจจุบันในช่วงเดือนภุมภาพันธ์เป็นต้นไปของทุกปี ภาคเหนือมักจะประสบกับปัญหา วิกฤตหมอกควันอันเนื่องมาจากการที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ได้เผาป่าหรือนาข้าว เพื่อเตรียมทาการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องที่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อหลายๆภาคส่วน ไม่ว่าจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของ ประชาชน ปัญหามลพิษทางอากาศ และปัญหานี้ยังเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็น การให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤตหมอกควัน และการป้องกันการเกิดปัญหาวิกฤตหมอกควันนี้ และเพื่อให้ชาวบ้านได้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทาการเกษตรในช่วงปลายฤดูหนาว ต้น ฤดูร้อนนั้น ทางชมรมอาสาพัฒนาฯจึงได้จัดโครงงานส่งเสริมและป้องกันวิกฤตหมอกควันและภัยจาก ธรรมชาติขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากทางคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เป็นผู้นาร่องใน การดาเนินงานในโครงการ “สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนในการแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควัน” ซึ่งเป็น กิจกรรมการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้การแก้ไขมลภาวะหมอกควันและกิจกรรมศึกษาวิจัยทางเลือก ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและการพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังเป็นโครงการที่ได้รับความไว้วางใจจาก ดร.อมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มอบหมายให้ทางคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ อดีตเป็นผู้ริเริ่มและดาเนินโครงการ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก รองศาสตราจารย์
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๐ นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อดีต-อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็นที่ปรึกษาโครงการ ร่วมทั้งหลายๆภาคส่วน เช่น นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ ซึ่งจากความ ร่วมมือในหลายๆภาคส่วนนี้ได้ผลักดันและทาให้โครงการ“สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนในการแก้ไขปัญหา วิกฤติหมอกควัน” เกิดขึ้นเป็นจริงและสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และเพื่อเป็นการต่อยอดจากโครงการ“สร้าง ความเข้มแข็งแก่ชุมชนในการแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควัน” นี้ทางชมรมอาสาพัฒนาฯจึงจะได้จัดให้มีการ เผยแพร่และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ชาวบ้านในชุมชน ซึ่งจะทาให้การดาเนินงานในโครงการนี้ที่หมู่บ้านบ้าน ห้วยบะบ้าสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและจะได้ทาให้นักศึกษาได้นาข้อมูลที่ถูกต้องในการให้ความรู้เรื่องการ ปัญหาและป้องกันวิกฤตหมอกควันเผยแพร่ให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขและการป้องกันปัญหาวิกฤติหมอกควันแล้ว ทางชมรมยังจะจัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการรับมือจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอีกด้วย เนื่องจากพื้นที่ บริเวณหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณเนินเขา มีลาห้วยไหล ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ เช่น น้าป่าไหลหลาก ดังนั้นทางชมรมจึงจะได้จัดให้ทั้งสองกิจกรรมนี้ควบคู่ไปด้วยกันเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่ชาวบ้านในพื้นที่และเพื่อตอบสนองต่อการดาเนินโครงการ“สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควัน” ของทางคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ให้เกิดผลมากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบ การป้องกันและการ แก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควันให้เกิดขึ้นกับคนในชุมชน ๒. เพื่อผลักดันให้ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืนโดยเบียดเบียนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ๓. เพื่อก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันภัยและรับมือจากภัยพิบัติทาง ธรรมชาติต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๑ รูปแบบในการดาเนินกิจกรรม เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้คนในชุมชนเกิดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง และปลูกฝังจิตสานึกให้แก่ คนในชุมชนผ่านการใช้โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ รูปภาพ ภาพถ่ายต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจในเนื้อหาของ การอบรมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการดึงดูดและสร้างความน่าสนใจให้แก่การอบรมให้ความรู้ เสนอการ จัดตั้งกองทุนสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนในการแก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควันให้แก่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนมี เงินทุนในการนาไปใช้ในการป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควัน ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑. วางแผนในการดาเนินงาน ปรึกษาหารือเกี่ยวกับขอบเขตของกิจกรรมที่จะจัดทาขึ้น ๒. ติดต่อประสานงานกับทางคณะรัฐศาสตร์เพื่อศึกษาถึงรายละเอียดของโครงการ“สร้างความ เข้มแข็งแก่ชุมชนในการแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควัน” เพื่อให้การนาความรู้ไปเผยแพร่แก่คน ในชุมชนเป็นไปอย่างถูกต้อง ๓. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ โปสเตอร์ต่างๆ เพื่อเตรียมการให้ความรู้แก่คนในชุมชน ๔. ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงโครงงานที่จะจัดขึ้นให้แก่คนในชุมชน ๕. ปฏิบัติการอบรมให้ความรู้แก่คนในชุมชน วันที่๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓:๐๐-๑๕:๐๐ อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควัน วันที่๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓:๐๐-๑๕:๐๐ อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการให้ รับมือและการป้องกันภัยพิบัติจากธรรมชาติ ๖.ประเมินผลกิจกรรมโดยวัดจากความรู้ความเข้าใจของคนในชุมชนเกี่ยวกับเนื้อหา รายละเอียดที่ ได้รับจากการอบรม ผ่านการพูดคุย สนทนา สอบถาม งบประมาณ ไม่มีงบประมาณในการดาเนินการ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๒ ชื่อโครงงาน โครงงานสวัสดิการและโภชนาการ ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นายอัมเรศ ภูผา รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๑๕๑ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๘-๑๔๒-๑๙๙๘ นางสาว จริยา ใจบุญ รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๐๗๖ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๐-๔๙๙-๐๑๕๘ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล เนื่องจากการจัดทาค่ายอาสาในครั้งนี้ อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลความเจริญ ดังนั้นการดูแลในเรื่อง ของสวัสดิการขั้นพื้นฐาน อาหารการกิน ยารักษาโรคขั้นพื้นฐานต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่จาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ความพร้อมในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นการอานวยความสะดวกต่อฝ่ายงานก่อสร้างอาคาร อเนกประสงค์ ฝ่ายงานเกษตรก็เป็นสิ่งสาคัญที่จะทาให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์และสามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างราบรื่น ไม่ให้เกิดอุปสรรคในการทางาน จึงต้องมีการจัดบริการด้านสวัสดิการและโภชนาการต่างๆ ไว้คอยดูแลนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การดูแลเรื่องมื้ออาหารในแต่ละวัน การจัดหาน้าดื่มไว้คอย บริการ การบริการด้านยารักษาโรค การกาจัดขยะมูลฝอย การจัดหาแสงสว่างเพื่อดาเนินกิจกรรมยามค่า คืน เพื่อเป็นการอานวยความสะดวกแก่สมาชิกค่ายและให้การดาเนินงานลุล่วงไปด้วยดี วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้การบริการด้านสุขภาพอนามัยและการรักษาพยาบาล ๒. เพื่อดูแลและจัดการงานด้านสวัสดิการและโภชนาการให้แก่ชาวค่าย
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๓ ๓. เพื่อให้นักศึกษารู้จักการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีทักษะในการเข้าสังคมที่ดี รูปแบบในการดาเนินกิจกรรม เป็นฝ่ายงานที่จัดบริการทางด้านสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้แก่ชาวค่าย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอาหาร ยารักษาโรค ทางด้านสุขอนามัยต่างๆ ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑. วางแผนในการดาเนินงาน จัดรายการสวัสดิการที่ต้องใช้ในการทาค่าย และจัดทารายการ อาหารแต่ละมื้อในแต่ละวัน ๒. จัดหาซื้อวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ๓. เตรียมรายการที่จัดหาซื้อต่างๆให้เรียบร้อยก่อนปฏิบัติงาน ๔. เมื่อปฏิบัติงาน ต้องอานวยความสะดวกให้แก่ฝ่ายงานต่างๆตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม โดยแบ่งหน้าที่หลักของสวัสดิการได้ดังต่อไปนี้ -เตรียมรายการวัสดุ อุปกรณ์ ต่างๆทั้งหมดที่จะต้องใช้ในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งจัดหา ซื้อ และจัดหายืมอุปกรณ์ต่างๆให้เรียบร้อยก่อนออกปฏิบัติงาน -จัดเตรียมภาชนะต่างๆ อุปกรณ์เครื่องครัวให้แก่ฝ่ายโภชนาการ -จัดเตรียมน้าดื่ม อาหารว่างไว้คอยบริการผู้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลาการ ปฏิบัติงาน -จัดเตรียมยารักษาโรค ถุงดา อุปกรณ์สาหรับฝ่ายงานต่างๆในแต่ละวันให้เรียบร้อย -ดูแลในเรื่องของความสะอาดเรียบร้อยบริเวณที่ทากิจกรรม -จัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆเมื่อปฏิบัติงานเสร็จสิ้นภายในแต่ละวัน -ตรวจตราจานวนและสภาพวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆทั้งหมดเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานเมื่อ โครงการสาเร็จลุล่วง และจัดส่งคืนวัสดุ อุปกรณ์ที่จัดยืมมา ๕. สาหรับฝ่ายงานโภชนาการ จัดเตรียมมื้ออาหารในแต่ละวันให้เรียบร้อย เพื่อบริการให้แก่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๔ งบประมาณ ลาดับที่ รายการ จานวน ราคาต่อ หน่วย จานวน เงิน หมายเหตุ บาท บาท ๑ ขนมปี๊บ ๖ ปี๊บ ๑๗๐ ๑,๐๒๐ ๒ น้ายาล้างจาน ๑๐ ถุง ๑๕ ๑๕๐ ๓ น้ายาล้างห้องน้า ๑๕ ขวด ๒๕ ๓๗๕ ๔ ไม้กวาดดอกหญ้า ๔ ด้าม ๕๐ ๒๐๐ ๕ ถุงดา ๒๘*๓๖ ๓ แพ็ค ๔๐ ๑๒๐ ๖ เชือกฟาง ๒ ม้วน ๒๐ ๔๐ ๗ เทียน ๒ ห่อ ๘๐ ๑๖๐ ๘ แปรงล้างห้องน้า ๔ อัน ๔๕ ๑๘๐ ๙ ไม้ถูพื้น ๒ อัน ๑๗๙ ๓๕๘ ๑๐ น้า ๔๐ ถัง ๒๐ ๘๐๐ ๑๑ สก็อตไบร์ ๑๐ อัน ๕ ๕๐
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๕  หมายเหตุ ค่าอาหาร อัตรา ๒๕ บาท/คน/มื้อ - เตรียมค่าย จานวน ๑๕ คน ๙ มื้อ เป็นเงิน ๓,๓๗๕ บาท - เตรียมค่าย จานวน ๑๕ คน ๙ มื้อ เป็นเงิน ๓,๓๗๕ บาท - ปฏิบัติงานค่าย จานวน ๗๒ คน ๒๔ มื้อ เป็นเงิน ๔๓,๒๐๐ บาท รวมค่าอาหารทั้งหมด ๔๙,๙๕๐ บาท (สี่หมื่นเก้าพันเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ๑๒ น้ามันดีเซล ๓ ลิตร ๓๒ ๙๖ ๑๓ สายสิญจน์ ๑๐๐ เมตร ๑ ม้วน ๔๐ ๔๐ ๑๔ น้าแดงเฮลบลูบอย ๑ แพ็ค ๔๔๐ ๔๔๐ ๑๕ น้าแข็ง ๒ กระสอบ ๓๐ ๖๐ ๑๖ กระดาษทิชชู ๔ แพ็ค ๗๐ ๒๘๐ ๑๗ แก้วน้าพลาสติก ๒ แพ็ค ๒๕ ๕๐ รวม ๔,๔๖๙
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๖ ชื่อโครงงาน สันทนาการหรรษา พาเพลิน ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นาย กฤษภาณุ เครือเนตร รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๒๐๐๓ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๗-๗๙๘-๙๘๒๖ นาย อนุชา ญาณกาย รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๒๐๕ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๖-๙๒๓-๘๗๑๒ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาวค่าย การส่งเสริมการมีจิตสานึกที่ดีต่อส่วนรวม การส่งเสริมการมีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งเพื่อพักผ่อนคลายเครียดจากการปฏิบัติงาน ตลอดจน เป็นการส่งเสริมการดาเนินงานค่ายให้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี ดั้งนั้นทางชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นความสาคัญดังกล่าวจึงได้จัดทาโครงงานสันทนาการ หรรษาพาเพลินขึ้น เพื่อการสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกภายในค่ายและเพื่อความสาเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกค่ายและสมาชิกค่ายกับชุมชน ๒. เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการปฏิบัติงาน ทาให้นักศึกษารู้จักกันมากยิ่งขึ้น ๓. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาฝึกคิดในเชิงสร้างสรรค์
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๗ รูปแบบการดาเนินกิจกรรม สันทนาการ เล่นเกมส์ต่างๆ เป็นประจาทุกคืนตลอดระยะเวลาในการปฏิบัติงานเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา ๑๘.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. เป็นต้นไป แบ่งออกเป็นกิจกรรมในแต่ละวันดังนี้ -วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ กิจกรรมแนะนาตัวสมาชิกค่าย จับบัดดี้บัดด๊อก -วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ กิจกรรมละลายพฤติกรรม ได้แก่ เกมใบ้คา เกมทายคาศัพท์ -วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ กิจกรรมสานสัมพันธ์สมาชิกค่าย ได้แก่ เกมยิงเรือ เกมปะ เป้ง โป้ง -วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และแลกของขวัญกับชาวบ้าน -วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ กิจกรรมฝึกสมองประลองปัญญา -วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗ กิจกรรมการแสดงจากนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ และกิจกรรมการแสดงจาก เด็กๆ ในชุมชน -วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๗ กิจกรรมรอบกองไฟ และมอบของขวัญ ของบริจาคให้แก่เด็กๆ และคน ในชุมชน ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑. วางแผนเตรียมรูปแบบกิจกรรมในแต่ละกิจกรรม แบ่งกิจกรรมแต่ละกิจกรรมในแต่ละวัน ๒. เชิญชวนชาวบ้านให้มาเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละวัน ๓. ดาเนินกิจกรรรมตามที่วางแผนไว้ ๔. สรุปงานและประเมินผลการดาเนินงาน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๘ งบประมาณ ลาดับที่ รายการ จานวน ราคาต่อ หน่วย จานวนเงิน หมายเหตุ บาท บาท ๑ กระดาษบรู๊ฟ ๑๐ แผ่น ๑๐ ๑๐๐ ๒ เทปกาวสองหน้า ๒ ม้วน ๒๐ ๔๐ ๓ ปากกาเคมีสองหัว ๕ ด้าม ๒๐ ๑๐๐ ๔ เชือกขาวฟอก ๕ ม้วน ๒๐ ๑๐๐ ๕ สีเมจิก ๓ ชุด ๓๐ ๙๐ ๖ ปากกาลูกลื่น ๑๐ ด้าม ๕ ๕๐ ๗ สีไม้ ๕ กล่อง ๒๐ ๑๐๐ รวม ๕๘๐
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๓๙ ชื่อโครงงาน ประเมินผลกิจกรรม ฝ่าย ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน อ.ดร.รวีวรรณ แพทย์สมาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน นางสาวเบญจาวัลย์ ศรีโยธี รหัสประจาตัวนักศึกษา ๕๔๑๙๑๐๑๘๑ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๐-๖๔๑-๘๔๕๔ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่ปฏิบัติงาน บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลักการและเหตุผล การดาเนินงานทุกงานเมื่อปฏิบัติงานเสร็จสิ้นตามวัตถุประสงค์ของโครงการแล้ว การประชุม สรุปผลและการประเมินผลของการทางานทั้งหมดนั้น มีความจาเป็นอย่างยิ่งสาหรับการปฏิบัติงานเพราะ การประเมินผลจะเป็นการทาให้ทราบถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการทางาน อีกทั้งเพื่อเป็นการติดตาม ความคืบหน้าและผลของโครงงานต่างๆที่ได้ปฏิบัติ ดังนั้นทางชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นความสาคัญดังกล่าวจึงได้จัดทาโครงงานประเมินผลกิจกรรมขึ้นเพื่อเป็น การสรุปการดาเนินงานทั้งหมด วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงงานพร้อมทั้งชี้แจงปัญหา ข้อดี ข้อเสีย ๒. แนะวิธีการแก้ไขข้อบกพร่องของโครงการ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๐ ๓. เพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานหลังการเสร็จสิ้นกิจกรรม แล้วนาไปรับใช้กับโครงการอื่นๆต่อไปใน อนาคต รูปแบบการดาเนินกิจกรรม จัดทาแบบประเมินโครงการ เพื่อให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการได้ประเมินกิจกรรมที่จัดทาขึ้นมา ทั้งหมด ขั้นตอนการดาเนินงาน ๑. จัดทาแบบประเมินผลการปฏิบัติงานให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินผล ๒. วิเคราะห์ผลการประเมิน ๓. สรุปผลการประเมิน จัดทาแบบสรุปผลการประเมิน ๔. วิเคราะห์ผลจากการประเมิน ในด้านต่างๆ เช่น ความพึงพอใจ ความสัมฤทธิผลของงาน การ บรรลุวัตถุประสงค์ ความพร้อมของงานในด้านต่างๆ อุปสรรค ปัญหาฯลฯ ๕. นาผลจากการประเมินมาปรับใช้กับการจัดค่ายอื่นๆในครั้งต่อไปในอนาคต งบประมาณ ไม่มีงบประมาณในการดาเนินการ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๑ สรุปงบประมาณทั้งหมดทุกโครงการรวม ๑๐ โครงการ รวมค่าใช้จ่ายตลอดทั้งโครงการเป็นจานวนทั้งสิ้น ๑๕๐,๓๖๙ บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นสี่สามร้อย หกสิบเก้าบาทถ้วน) ดังรายการต่อไปนี้ ๑. ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงานขับรถ ๒,๐๐๐ บาท ๒. ค่าน้ามันเชื้อเพลิงของยานพาหนะเดินทาง ๑๖,๐๐๐ บาท ๓. ค่าวัสดุ โดยแยกย่อยตามโครงงานต่างๆ ดังนี้ ๓.๑ โครงงานก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ ๕๗,๙๖๐บาท ๓.๒ โครงงานส่งเสริมการศึกษาฯ ๖,๔๙๕ บาท ๓.๓ โครงงานหมู่บ้านสู่อาเซียน ๔,๗๐๕ บาท ๓.๔ โครงงานส่งเสริมสุขภาพอนามัย ๖,๑๔๐ บาท ๓.๕ โครงงานการเกษตรพัฒนาหมู่บ้านตามรอยพระราชดาริ ๒,๐๗๐ บาท ๓.๖ โครงงานเรียนรู้ วิถีชีวิต วัฒนธรรม สานสัมพันธ์ชุมชนฯ ไม่ใช้งบประมาณ ๓.๗ โครงงานส่งเสริมและป้องกันวิกฤติหมอกควันและภัยพิบัติฯ ไม่ใช้งบประมาณ ๓.๘ โครงงานสวัสดิการและโภชนาการ ๕๔,๔๑๙ บาท ๓.๙ โครงงานสันทนาการหรรษา พาเพลิน ๕๘๐ บาท ๓.๑๐โครงงานประเมินผลกิจกรรม ไม่ใช้งบประมาณ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๒ ตารางปฏิบัติงานค่าย ๒๑ ปีอาสารัฐศาสตร์ทาดีเพื่อพัฒนาท้องถิ่นไทย (ค่ายสร้างครั้งที่๗) ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน เตรียมค่าย วันที่ ๖-๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ เตรียมค่าย วันที่ ๑๓-๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ปฏิบัติงาน วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ (เตรียมค่ายครั้งที่ ๑ จานวน ๑๕ คน) ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ออกเดินทาง พักรับประทานอาหารเช้า และกลางวันตาม รายทาง ๑๗.๐๐ -๑๘.๓๐ น. ถึงที่หมาย รับประทานอาหารเย็น เข้าที่พัก ๑๘.๓๐-๒๑.๐๐ น. ประชุมวางแผนสาหรับการทางานในวันรุ่งขึ้น วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. เริ่มปรับสภาพหน้าดินบริเวณที่จะทาอาคาร และบริเวณที่ จะทาแปลงเกษตรและบ่อเลี้ยงปลา ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปรับสภาพพื้นที่ต่อจากช่วงเช้า ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น รับประทานอาหารเย็น ๑๘.๐๐-๑๙.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ๑๙.๐๐-๒๑.๓๐ น. ประชุมสรุปงานในวันนี้ และวางแผนสาหรับการทางานใน วันรุ่งขึ้น
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๓ วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๗:๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๘.๐๐ น. เดินทางออกจากบ้านห้วยบะบ้า แวะรับประทานอาหาร ๑๘.๐๐ น. เดินทางถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖(เตรียมค่ายครั้งที่ ๒ จานวน ๑๕ คน) ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ออกเดินทาง พักรับประทานอาหารเช้า และกลางวัน ๑๗.๐๐ -๑๘.๓๐ น. ถึงที่หมาย รับประทานอาหารเย็น เข้าที่พัก ๑๘.๓๐-๒๑.๐๐ น. ประชุมวางแผนสาหรับการทางานในวันรุ่งขึ้น วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. ขุดหลุม ๑๒หลุม เตรียมลงเสาอาคาร และลงเสาอาคาร ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ขึ้นโครงสร้างของอาคารศูนย์การเรียนรู้ ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น รับประทานอาหารเย็น ๑๘.๐๐-๑๙.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ๑๙.๐๐-๒๑.๓๐ น. ประชุมสรุปงานในวันนี้ และวางแผนสาหรับการทางาน ในวันรุ่งขึ้น
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๔ วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๗:๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๘.๐๐ น. เดินทางออกจากบ้านห้วยบะบ้า แวะรับประทานอาหาร ๑๘.๐๐ น. เดินทางถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ จานวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ๑๓๒ คน วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ออกเดินทาง พักรับประทานอาหารเช้า และกลางวัน ๑๗.๐๐ -๑๘.๓๐ น. ถึงที่หมาย รับประทานอาหารเย็น เข้าที่พัก ๑๘.๓๐-๒๑.๐๐ น. กิจกรรมสันทนาการ แนะนาตัว ชาวค่าย ประชุมวางแผน สาหรับการทางานในวันรุ่งขึ้น ๒๑.๐๐ น. เข้าที่พัก วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. แต่ละฝ่ายแบ่งไปทาตามหน้าที่ของตนเอง -ฝ่ายงานโยธาก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ -ฝ่ายเกษตร จัดทาแปลงเกษตรและขุดบ่อเลี้ยงปลา -ฝ่ายศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับร่างกายของเรา ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจต่อจากช่วงเช้า
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๕ -อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องวิกฤติหมอกควัน ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น รับประทานอาหารเย็น ๑๘.๐๐-๑๙.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ๑๙.๐๐-๒๑.๓๐ น. กิจกรรมสันทนาการ และประชุมสรุปงานเพื่อวาง แผนการทางานในวันรุ่งขึ้น วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. แต่ละฝ่ายแบ่งไปทาตามหน้าที่ของตนเอง -ฝ่ายงานโยธาก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ -ฝ่ายเกษตร จัดทาแปลงเกษตรและขุดบ่อเลี้ยงปลา -ฝ่ายศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับยารักษาโรคขั้นพื้นฐาน ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจต่อจากช่วงเช้า -อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการรับมือและป้องกันภัยพิบัติ ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว และรับประทานอาหารเย็น ๑๙.๐๐-๒๑.๓๐ น. กิจกรรมสันทนาการ ประชุมสรุปงานเพื่อวางแผนการ ทางานในวันรุ่งขึ้น
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๖ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. แต่ละฝ่ายแบ่งไปทาตามหน้าที่ของตนเอง -ฝ่ายงานโยธาก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ -ฝ่ายเกษตร จัดทาแปลงเกษตรและขุดบ่อเลี้ยงปลา -ฝ่ายศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาตนเองเมื่อ เจ็บป่วยเบื้องต้น ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจต่อจากช่วงเช้า ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเย็น ๑๙.๐๐-๒๔.๐๐ น. กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กิจกรรมแลก ของขวัญ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. แต่ละฝ่ายแบ่งไปทาตามหน้าที่ของตนเอง -ฝ่ายงานโยธาก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ -ฝ่ายเกษตร จัดทาแปลงเกษตรและขุดบ่อเลี้ยงปลา -ฝ่ายศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๗ ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจต่อจากช่วงเช้า -จัดทาเวทีประชาคมหมู่บ้าน ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเย็น ๑๙.๐๐-๒๒.๐๐ น. กิจกรรมสันทนาการ ประชุมสรุปงานเพื่อวางแผนการ ทางานในวันรุ่งขึ้น วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. แต่ละฝ่ายแบ่งไปทาตามหน้าที่ของตนเอง -ฝ่ายงานโยธาก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ -ฝ่ายเกษตรอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเกษตรแบบ ยั่งยืน -ฝ่ายศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในช่องปาก ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจต่อจากช่วงเช้า -จัดทาเวทีประชาคมชุมชน ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเย็น ๑๙.๐๐-๒๒.๐๐ น. กิจกรรมสันทนาการ ประชุมสรุปงานเพื่อวางแผนการ ทางานในวันรุ่งขึ้น
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๘ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. แต่ละฝ่ายแบ่งไปทาตามหน้าที่ของตนเอง -ฝ่ายงานโยธาก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ -ฝ่ายเกษตรให้ความรู้เกี่ยวกับการทาปุ๋ยชีวภาพ -อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปฏิบัติภารกิจต่อจากช่วงเช้า -อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสรรและกระจายอานาจ ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเย็น ๑๙.๐๐-๒๒.๐๐ น. กิจกรรมรอบกองไฟ วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๖ ๐๗:๐๐-๐๙.๐๐ น. ตื่นนอน ทาภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. พิธีส่งมอบอาคารให้แก่หมู่บ้านและองค์การบริหารส่วน ตาบล ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น. เดินทางออกจากบ้านห้วยบะบ้า แวะรับประทานอาหาร ๑๙.๐๐ น. เดินทางถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๔๙ แบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม “ค่าย ๒๒ ปีอาสารัฐศาสตร์ทาดีเพื่อพัฒนาท้องถิ่นไทย” (ค่ายสร้างครั้งที่๗) ชมรมอาสาพัฒนาและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ หมู่บ้านห้วยบะบ้า หมู่ ๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติงาน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ – ๔ มกราคม ๒๕๕๗ กิจกรรม ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรับปรุง ๑. ความเหมาะสมของสถานที่ ๒. ระยะเวลาในการจัดค่าย ๓. การประชาสัมพันธ์ ๔. กิจกรรมสันทนาการ ๕. อาหารและสวัสดิการ ๖. การเดินทาง ๗. กิจกรรมสัมพันธ์ชุมชน ๘. ความประทับใจในการเข้าร่วมกิจกรรม ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๐ ข้อมูลพื้นฐานของหมู่บ้านบ้านห้วยบะบ้า ๑.ลักษณะและขนาดของชุมชน ลักษณะการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบ้านห้วยบะบ้า หมู่ที่๔ ตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะการตั้งแบบไม่มีการวางแผนโดยมีการตั้งไปตามเส้นทางหมู่บ้าน ๒.ขนาดของประชากร หมู่บ้านห้วยบะบ้า มีจานวนหลังคาเรือนโดยจาแนกตามสภาพได้ดังต่อไปนี้ -บ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ๓๖ หลัง -บ้านไม้ชั้นเดียว ๐ หลัง -มีประชากรทั้งหมด ๒๒๗ คน เพศชาย ๑๐๗ คน เพศหญิง ๑๒๐ คน *แหล่งข้อมูลมาจากที่ทาการ อบต.และกานัน ผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยบะบ้า ๓.ด้านสาธารณูปโภค ๓.๑ด้านไฟฟ้า -ไม่มีไฟฟ้าสาธารณะในหมู่บ้าน แต่มีการติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับทุกหลังคาเรือน ๓.๒ด้านน้าประปา -น้าประปาของหมู่บ้านเป็นน้าจากต้นน้าในธรรมชาติ มีถังเก็บน้า ๑ แห่ง จานวน ๔ ถัง ทุกหลังคา เรือนใช้น้าประปาจากต้นน้านี้ และน้าเปิดให้บริการตลอดเวลาแต่ไม่การติดตั้งมอเตอร์วัดน้าใช้ในหมู่บ้าน -เสียงตามสายภายในหมู่บ้านมีแห่งเดียว ติดตั้งที่อาศรมพระธรรมจาริกของหมู่บ้าน -ไม่มีร้านค้าในชุมชน ไม่มีบริการโทรศัพท์สาธารณะ
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๑ แผนที่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถึงตาบลแจ่มหลวง อาเภอกัลยาณิวัฒนา แผนที่จากตาบลแจ่มหลวงถึงหมู่บ้าบบ้านห้วยบะบ้า
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๒ ระยะทาง  ระยะทางจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถึงอาเภอกัลยาณิวัฒนา ใช้เส้นทาง ๑๒๖๙ ระยะทาง ๑๕๗ กิโลเมตร ใช้เวลา ในการเดินทาง ๕ ชั่วโมง ๑๔ นาที  ระยะทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนาถึงตาบลแจ่มหลวง ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ใช้เวลาในการ เดินทาง ๓๐ นาที  ระยะทางจากตาบลแจ่มหลวงถึงหมู่บ้านบ้านห้วยบะบ้า ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร ใช้เวลาในการ เดินทาง ๕๕ นาที รวมระยะทางทั้งหมด ๑๘๒ กิโลเมตร รวมระยะเวลาในการเดินทาง ๗ ชั่วโมง
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๓ เส้นทางจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๔ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๕ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๖ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๗ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๘ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๕๙ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๐ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๑ เส้นทางจากอาเภอกัลยาณิวัฒนา – บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๒ ภาพถ่ายบริเวณหมู่บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๓ ภาพถ่ายบริเวณหมู่บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๔ ภาพถ่ายบริเวณหมู่บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๕ ภาพถ่ายบริเวณหมู่บ้านห้วยบะบ้า ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๖ ภาพถ่ายบริเวณที่จะก่อสร้างอาคาร “ศูนย์การเรียนรู้” (จากรูปอยู่บริเวณด้านซ้ายของอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังคาสีแดง)
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๗ ภาพถ่ายบริเวณที่จะก่อสร้างอาคาร “ศูนย์การเรียนรู้” (จากรูปอยู่บริเวณด้านซ้ายของอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังคาสีแดง)
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๘ ภาพถ่ายบริเวณที่จะก่อสร้างอาคาร “ศูนย์การเรียนรู้” (จากรูปอยู่บริเวณด้านซ้ายของอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังคาสีแดง)
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๖๙ ประวัติของชมรมอาสาพัฒนาชนบท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชมรมอาสารัฐศาสตร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ เดิมสังกัดสโมสรนักศึกษาคณะ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ รัฐศาสตร์ได้แยกตัวออกมาเป็นคณะ รัฐศาสตร์ ชมรมอาสารัฐศาสตร์ก็ได้สังกัดสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ซึ่งจากต้นจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า ๒๐ ปีแล้ว ตลอดระยะเวลา ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา ชมรมอาสาคณะรัฐศาสตร์ได้ทากิจกรรมสร้างสรรค์ให้แก่ สังคมและชุมชนอยู่เรื่อยมา โดยในทุกๆ ๑ ปีการศึกษาชมรมอาสารัฐศาสตร์จะจัดค่ายให้แก่สมาชิกใน ชมรมและผู้ที่สนใจ อย่างน้อย ๔ ค่าย คือค่ายแรกค่ายน้องใหม่รัฐศาสตร์ จะจัดขึ้นในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ของทุกปี มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีให้กับนักศึกษาที่ เข้ามาศึกษาใหม่ เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสพร้อมกับเรียนวิถีชีวิตชาวบ้านในชนบทถิ่นทุรกันดาร เพื่อสร้าง เสริมประสบการณ์ในการทางานร่วมกันของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการ ทากิจกรรมเพื่อสังคม ค่ายที่สองคือค่ายสร้างอาสารัฐศาสตร์ จะจัดในช่วงเดือน ธันวาคมถึงมกราคมของ ทุกปี เป็นค่ายที่มีระยะเวลาในการจัดยาวนานที่สุด คาบเกี่ยวกับช่วงการเฉลิมฉลองปีใหม่ โดยมี วัตถุประสงค์ของการจัดค่ายนี้คือเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาชั้นปี ที่๑และรุ่นพี่ เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสพร้อมกับเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบทถิ่นทุรกันดาร ฝึกความ เสียสละ เนื่องจากค่ายสร้างนี้จัดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวของเทศกาลสาคัญคือ วันขึ้นปีใหม่ วันสาคัญสากล ดังนั้นนักศึกษาที่เข้ากิจกรรมจักต้องเสียสละทั้งเวลาของตนเองและแรงกาย แรงใจ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้ง นี้ และอีกค่ายคือค่ายสานฝันวันเด็ก จัดในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ วัตถุประสงค์ของ กิจกรรมนี้คือเพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงโอกาสเช่นเดียวกับเยาวชนใน เมือง เพื่อให้เยาวชนได้รับความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนความสนุกสนานเพลิดเพลินในกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการกล้าแสดงออกของเยาวชน และความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของสังคม เพื่อให้ชุมชนได้เห็นถึงความสาคัญของเยาวชนอันเป็นอนาคตที่สาคัญของชาติ เพื่อให้นักศึกษาที่เข้าร่วม กิจกรรมในโครงการมีประสบการณ์ในการทางานร่วมกัน และส่งเสริมให้มีการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และค่ายที่สี่เป็นค่ายบัณฑิตอาสา จัดในช่วงเดือนมีนาคมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พี่ๆที่สาเร็จการศึกษา
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๐ และน้องๆที่เรียนอยู่ได้ออกไปทาค่ายร่วมกันเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่น้องรัฐศาสตร์ และเพื่อ ช่วยเหลือสังคมที่อยู่ห่างไกล นอกจากนี้แล้วสมาชิกของชมรมอาสารัฐศาสตร์ยังได้เข้าร่วมทาค่ายอาสาของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกๆปี คือค่ายอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และค่ายร่วมอาสาพัฒนา ชนบท มช. - มข. และยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่ช่วยเหลือสังคม เช่น การไปช่วยสถาบันพัฒนาเมือง เชียงใหม่ การพัฒนาคณะและมหาวิทยาลัย และการขายกระทงในวันลอยกระทงเพื่อนารายได้ที่ได้สมทบ ทุนชมรมฯเพื่อไปพัฒนาชนบทที่อยู่พื้นที่ห่างไกล นอกจากค่ายหลักๆทั้งสี่ค่ายแล้วยังไม่นับร่วมการเดินทาง ไปยังพื้นที่ห่างไกลกันเอง เพื่อการบริจาคสิ่งของก็ดี หรือเพื่อสร้างปัจจัยทางด้านวัตถุเล็กๆน้อยๆ เป็นต้น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชมรมอาสารัฐศาสตร์ได้ทากิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชนบทมาโดยตลอดจวบ จนทุกวันนี้ เพราะชมรมอาสารัฐศาสตร์เล็งเห็นถึงความสาคัญของการพัฒนาชนบท และพัฒนาสังคม ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง กิจกรรมของชมรมอาสาที่ได้ดาเนินการมาแล้ว ตลอดระยะเวลา กว่า ๒๐ ปีที่ผ่านมาชมรมอาสารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สร้างสรรค์ผลงาน มากมาย และได้จัดกิจกรรมต่างๆมากมาย ซึ่งต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการทากิจกรรมในแต่ละครั้ง ค่ายน้องใหม่รัฐศาสตร์ ๒๕๕๔ ณ โรงเรียนบ้านเมืองคอง ตาบลเมืองคอง อาเภอเชียงดาว จังหวัด เชียงใหม่ กิจกรรมที่ของค่าย ปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียน และทาความสะอาดโรงเรียน เทพื้นอาคารทากิจกกรรม ของโรงเรียน วาดรูปและระบายสีผนังที่เก่า ทาแปลงเกษตร ปลูกต้นไม้ ลงนาปลูกข้าวร่วมกับชาวบ้าน ฯลฯ ลงนาปลูกข้าวร่วมกับชาวบ้าน เทพื้นอาคารทากิจกรรม
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๑ ค่ายสร้างรัฐศาสตร์ “ ค่าย ดิน น้า ภูเขา ป่าไม้ และเราหลายๆคน ” ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ ณ บ้านแม่ป๊อกบน ตาบลมืดกา อาเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมของค่าย สร้างอาคารเรียนเอนกประสงค์ ขนาด ๙*๑๒ เมตร สอนหนังสือเด็กๆ พาเด็กๆออกกาลังกาย สร้างเล้าไก่ ขุดบ่อปลา และทาแปลงผัก ฯลฯ แจกของขวัญปีใหม่ให้กับเด็กๆ และ กิจกรรมสันทนาการวันปีใหม่ ฯลฯ กาลังเทพื้นอาคารที่สร้าง ถ่ายภาพร่วมกันหลังจากเสร็จ ภาพรวมของอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๒ ค่ายสานฝันวันเด็ก ๒๕๕๕ ณ โรงเรียนบ้านสบโป่ง ( สาขาผาแตก ) หมู่บ้านผาแตก ตาบลสบโขง อาเภอ แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมหลักของค่าย การจัดกิจกรรมสันทนาการ เล่นเกมตามฐาน ให้กับน้องๆ แจกของขวัญให้กับ น้องและสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียน ทาความสะอาดวัด บ้านผาแตก ทาความสะอาดโรงเรียนและ ปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียน ฯลฯ ถ่ายรูปร่วมกับป้ายค่ายก่อนกลับ กิจกรรมเล่นเกมกับน้องๆในชุมชน
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๓ ค่ายบัณฑิตอาสา ประจาปี๒๕๕๒ จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างของค่ายแต่ละค่ายที่ชมรมอาสารัฐศาสตร์ได้จัดขึ้นในแต่ละ ปี ซึ่งทุกค่ายมีความต่อเนื่องกันโดยจัดให้มีในทุกปีการศึกษา นอกจากนี้ชมรมอาสารัฐศาสตร์ยังได้ร่วมมือ กับทางมหาวิทยาลัยและองค์การอื่นๆ จัดค่ายอาสาพัฒนาชนบทขึ้นหลายๆค่าย และเป็นแกนหลักในการ ทาค่าย เช่น ค่ายร่วมอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ครั้งที่ ๑๙ ณ โรงเรียนบ้านขุนอดแฮด นอก-ใน ตาบลสบโขง อาเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ สร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนขุนอม แฮดนอก
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๔ ค่ายร่วมอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ครั้งที่ ๒๐ณ โรงเรียนบ้านนาฮี ตาบลโพนเพ็ก อาเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ค่ายกลางชมรมอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กาลังช่วยกันเทพื้นของอาคารที่สร้าง ถ่ายรูปร่วมกับป้ายค่ายก่อนกลับ สมาชิกชมรมอาสารัฐศาสตร์ถ่ายภาพร่วมกับ ท่านผู้ว่าจังหวัดขอนแก่น รวมจัดค่ายกับชมรมอาสาพัฒนาชนบทกลางของทาง มหาวิทยาลัย
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๕ ภาคผนวก ๑
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๖ ๑.๑ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๗ ๑.๒ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๘ ๑.๓ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๗๙ ๑.๔ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๘๐ ๑.๕ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๘๑ ๑.๖ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๘๒ ๑.๗ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๘๓ ๑.๘ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๘๔ ๑.๙ แบบแปลนอาคาร
    • ชมรมอาสาพัฒนาชนบทและบาเพ็ญประโยชน์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ __________________________________________________________________________________________________________________ ๘๕ ๑.๑๐ แบบแปลนอาคาร