• Like
โครงงานภาษาไทยเรื่องนิทาน
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

โครงงานภาษาไทยเรื่องนิทาน

  • 162,958 views
Uploaded on

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
No Downloads

Views

Total Views
162,958
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2

Actions

Shares
Downloads
2,032
Comments
7
Likes
44

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. บทที่ 1 บทนา ที่มาและความสาคัญของโครงงาน นิทานเป็นที่นิยมแพรํหลายทัวไปในทุกหนทุกแหํง ในหมูชนทุกชั้น นิทานซึ่งมีมากมาย ่ ํหลายเรื่องที่นําสนใจ อันกํอให๎เกิดความสนุกสนาน คติสอนใจ เข๎าใจประเพณีศิลปวัฒนธรรมไทยภูมิปัญญา และสํงเสริมการนาภาษาไทยไปใช๎อยํางถูกต๎องเพื่อเป็นการอนุรักษ์นิทานไทย ดังนั้นกลุํมผู๎ศึกษาจึงสนใจจัดทาโครงงาน “นิทานไทย” เพื่อให๎ผู๎ศึกษาได๎เพิ่มพูนความรู๎ความเข๎าใจในนิทานไทยที่มีความสนุกสนานมีคติสอนใจได๎ทราบประวัติความเป็นมาประเพณีไทยศิลปะและศีลธรรมอันดีงาม นอกจากนียังเป็นการสร๎างนิสัยรักการอําน พัฒนาทักษะการอํานอัน ้เป็นพื้นฐานทางการศึกษา และแสวงหาความรูในด๎านตํางๆซึ่งเป็นการวางพื้นฐานนิสัยรักการอําน ๎เพื่อการค๎นคว๎าในระดับตํอไปวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาความหมายของนิทาน ประวัติความเป็นมาของนิทาน ที่มาของนิทานประเภทของนิทาน จุดประสงค์ในการเลํานิทาน คุณคําของนิทานไทย อนุภาคของนิทานไทย และกฎเกี่ยวกับนิทานไทย 2. สามารถนาความรู๎เรื่องนิทานไปใช๎ให๎เหมาะสมกับแตํละโอกาสได๎ 3. ผู๎ศึกษามีแนวความคิดและวิธีการทางานทีรวดเร็วยิ่งขึน ่ ้ 4. สมาชิกกลุํมมีความกระตือรือร๎นในการเรียนมากยิ่งขึน้ 5. เกิดความสามัคคีภายในกลุํม 6. ชํวยเสริมทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการอํานสมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า ผู๎ทาการศึกษาในเรื่องนิทานไทย มีความรู๎ความเข๎าใจในเรืองความหมายของนิทาน ประวัติ ่ความเป็นมาของนิทาน ที่มาของนิทาน ประเภทของนิทาน จุดประสงค์ในการเลํานิทาน คุณคําของนิทานไทย อนุภาคของนิทานไทย และ กฎเกี่ยวกับนิทานไทย และสามารถนาไปใช๎ในชีวิตประจาวันได๎ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า ศึกษาเรื่องนิทานจากหนังสืออํานเพิ่มเติมเรื่องนิทานไทย ของจิตรา ศรีมงคลอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์http://www.panyathai.or.th และ http://thesis.swu.ac.th
  • 2. บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง2.1 ความหมายของนิทาน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542:588) ได๎อธิบายความหมายไว๎วํา นิทานคือเรื่องที่เลํากันมา เชํน นิทานชาดก นิทานอีสป กิ่งแก๎ว อัตถากร (2519: 11) ได๎อธิบายไว๎วํา นิทานเป็นคาศัพท์ภาษาบาลี มีความหมายวําคาเลําเรื่อง นักเขียนและบรรดานักเลําเรื่อง ได๎ใช๎คานี้สาหรับเรื่องประเภทตํางๆ ทั้งที่เป็น นวนิยายเรื่องสั้น บทความ เกร็ดความรู๎ และประสบการณ์ เชํน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัวทรงพระราชนิพนธ์นิทานทองอิน มีลักษณะเป็น นวนิยาย เรื่องสั้น หรือนิทานโบราณคดีของสมเด็จพระเจ๎าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ นั้นเป็นเรื่องทีเ่ กิดขึนจริงได๎มาจากประสบการณ์จะเห็น ้ได๎วําการที่นกเขียนใช๎คาวํานิทาน สาหรับเขียนเรื่องตํางๆ นั้น นักเขียนใช๎เพื่อบํงชี้ลักษณะของลีลา ัโวหารเป็นสํวนใหญํลีลาดังที่ปรากฏนันเป็นลีลาแบบกันเอง ทานองการเลําด๎วยวาจาผู๎เลําถือโอกาส ้สอดแทรกอารมณ์และความคิดเห็นลงไปอยํางไมํลาบากใจ สวัสดิ์ จันทนี (2509: หน๎าคานา) แสดงทัศนะเกี่ยวกับนิทานไว๎วําบางครั้งเกิดอารมณ์ขั้นขึน้มาก็แทรกอารมณ์ขันนั้นลงไป ผิดกับหนังสือเรียนซึ่งต๎องรักษามารยาทในการเขียน กิ่งแก๎ว อัตถากร (2517: 292) นักคติชนวิทยาให๎ความหมายของนิทานเฉพาะลงไปวํานิทานหมายถึงเรื่องที่เลําสืบตํอกันมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ใช๎วาจาเป็นสื่อในการถํายทอดหรือถํายทอดด๎วยวิธีมุขปาฐะก็ได๎ แตํบางสํวนก็ได๎รับการบันทึกไว๎บ๎างแล๎ว นิทาน เป็นเรื่องเลําที่เลําสืบตํอกันมาช๎านานคนโดยทัวไปเรียกวํา นิทานพื้นบ๎านบ๎าง นิทานชาวบ๎านบ๎าง หรือนิทานพื้นเมืองบ๎างซึ่งในแตํ ่ละท๎องถิ่นเรียกแตกตํางกัน และยังมีนักวิชาการอธิบายความหมายของนิทานพื้นบ๎านไว๎หลากหลายเชํนกัน ดังเชํน กิ่งแก๎ว อัตถาวร (2519:12) ได๎อธิบายความหมายของนิทานชาวบ๎านไว๎วํา เป็นเรื่องเลําสืบตํอกันมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม สํวนใหญํถํายทอดด๎วยวิธีมุขปาฐะ แตํก็มีนิทานอยูํเป็นจานวนมากที่ได๎รับการบันทึกไว๎แล๎วสาหรับนิทานภาษาเขียนซึ่งมีต๎นเรื่องจากคติชนแตํมาได๎รับกาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด๎วยกลวิธีทางวรรณศิลป์ และอาศัยเทคโนโลยีทางการพิมพ์ จึงมีการถํายทอดในหมูํผู๎สนใจมิใชํข๎อมูลปฐมภูมิของนักคติชนแตํอยูในความสนใจเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเปรียบเทียบ ํกับข๎อมูลมุขปาฐะ และเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิวัฒนาการกับลักษณะเฉพาะของลีลาโวหารของนิทานทั้งสองแบบ
  • 3. 3 ทัศนีย์ ทานตวณิช; และคณะ (2522: 55-62) ได๎กลําวถึงความหมายของนิทานชาวบ๎านคือเรื่องเลําที่อาศัยการถํายทอดทางวาจา และการจดจาเป็นสิ่งสาคัญ ในการสืบเนื่องนิทานจากคนรุน ํหนึ่งไปยังคนอีกรุํนหนึ่ง จากข๎อความข๎างต๎นจึงสรุปได๎วํานิทาน หมายถึง เรื่องที่เลําสืบตํอกันมาด๎วยปาก อาศัยการจดจาเป็นสิ่งสาคัญ และในปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยขึน จึงมีการบันทึกไว๎เป็นลายลักษณ์อักษร ้2.2 ประวัติความเป็นมาของนิทาน ประจักษ์ ประภาพิทยากร (2527: 2) ได๎กลําวไว๎วํานิทานเป็นที่นิยมแพรํหลายทั่วไปในทุกหนทุกแหํงในหมูํชนทุกชันนับตั้งแตํพระราชาจนถึงคนยากจนได๎กลําวไว๎วํามีเรื่องเลําวําแม๎แตํเทวดา ้ก็ชอบฟังนิทาน ถ๎ามนุษย์เลํานิทานในเวลากลางวันจะถูกเทวดาแชํงเพราะเวลากลางวันเทวดาต๎องไปเฝ้าพระอิศวร ไมํมีโอกาสไปชุมนุมกันฟังนิทานที่มนุษย์เลํากันนันด๎วย ้ กรมศิลปากร (2536: 2) กลําวไว๎วํา การเลํานิทานนั้นมีมาแตํดึกดาบรรพ์ แม๎ในคัมภีร์สารัตถสมุจจัย ซึ่งแตํงมากวํา 700 ปี ยังได๎กลําวในตอนอธิบายเหตุแหํงมลคลสูตรวําในครั้งพุทธกาลนั้นตามเมืองในมัชฌิมประเทศมักมีคนไปรับจ๎างเลํานิทานให๎ฟังในที่ประชุมชน เชํน ที่ศาลาพักคนเดินทางเป็นต๎น เกิดแตํคนทังหลายได๎ฟังนิทานจึงเกิดปัญหาขึ้นวํา อะไรเป็นมงคล เป็นปัญหา แพรํหลายไป ้จนถึงเทวดาและเทวดาได๎ไปทูลถามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงได๎ทรงแสดงมงคลสูตร ประเพณีการรับจ๎างเลํานิทานให๎คนฟังดังกลําวมานี้ แม๎ในสยามประเทศก็มีมาแตํโบราณจนนับเป็นมหรสพอยํางหนึ่งซึงมักมีในงาน เชํน งานโกนจุก ในตอนค่าหลังจากพระสวดมนต์แล๎ว ก็หาคนไปเลํานิทาน ่ให๎แขกฟัง และยังมีประเพณีนี้มาถึงในสมัยรัตนโกสินทร์2.3 ที่มาของนิทานไทย กิ่งแก๎ว อัตถากร (2514: 210) กลําวไว๎วํา เมื่อพิจารณาจากนิทานไทยที่มีผู๎เก็บรวบรวมขึ้นจากที่ตํางๆ แล๎ว อาจสรุปได๎วํานิทานที่เลําสูํกันฟังในประเทศไทยนั้น มีที่มาจากหลายแหลํง คือในประเทศ ตํางประเทศและวรรณกรรมลายลักษณ์ 1. นิทานทีเ่ กิดขึ้นในประเทศ นิทานพื้นบ๎านบางเรื่องเมื่อพิจารณาจากลักษณะตัวละครและลักษณะของเรื่องแล๎วอาจสันนิษฐานได๎วํา นําจะมีถิ่นกาเนิดในประเทศไทย นิทานดังกลําวนี้ เชํนมุขตลก เรื่องนายทองมุขตลกเกียวกับคนตํางชาติ เรื่องผี เชํน นางนาคพระโขนง และนิทานชีวิตเรื่อง ่ไกรทอง และขุนช๎างขุนแผน เป็นต๎น อยํางไรก็ดี ไมํอาจสืบสาวได๎วํา นิทานเหลํานี้เกิดขึ้นแตํเมื่อใดใครเป็นผูคิดค๎น และใครเลําเป็นคนแรก ๎
  • 4. 4 2. นิทานที่มีที่มาจากต่างประเทศ นิทานไทยมีที่มาจากนิทานประเทศตํางๆ คือ ประเทศอินเดีย ลังกา และประเทศทางตะวันตก ที่มาจากอินเดียและลังกา เชํน รามายณะมีแพรํกระจายในท๎องที่ตํางๆ ทั่วประเทศ นิทานไทยบางเรื่องเป็นนิทานจากอรรถกถาชาดก เชํน มหาเวสสันดรชาดกพระยาฉัททันต์ มโหสถ สุวรรณสาม เป็นต๎น บางเรื่องมาจากธัมมปทัฏฐกถา เชํน เรื่องพระเจ๎าอุเทนเป็นต๎น หรือมาจากนิทานอีสป เชํน นิทานเรื่องกระตํายกับเตํา ลูกแพะกับหมาป่า เด็กเลี้ยงแกะ เป็นต๎น นิทานที่เลําสูํกันฟังในหมูคนไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุํมผู๎มีการศึกษา อาจกลําวได๎วําเป็น ํนิทานฝรั่ง เชํน เรื่องสโนไวท์ หนูน๎อยหมวกแดง พีน็อคคีโอ เจ๎าหญิงนิทรา และเงือกน๎อย เป็นต๎น 3. นิทานที่มาจากวรรณกรรมลายลักษณ์ วรรณกรรมลายลักษณ์เหลํานี้ อาจเคยเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะมากํอน คือ เดิมอาจเป็นนิทานที่เลําสูํกนฟัง แล๎วภายหลังมีผู๎รวบรวมขึ้นและบันทึกไว๎ ัเป็นลายลักษณ์อกษร เมื่อมีคนอํานผู๎อํานก็อาจนาไปเลําตํออีก วรรณกรรมลายลักษณ์และวรรณกรรม ัมุขปาฐะของไทยจึงมีความสัมพันธ์กันอยํางแนํนแฟ้น ถํายทอดกันไปมา นิทานที่เลําสูํกันฟังหลายเรื่องมีเนื้อความตรงกับนิทานในปัญญาชาดกและชาดกนอกนิบาตอื่นๆ เชํน เรื่องสังข์ทอง พระสุธนหงส์ผาคา ก่ากาดา การะเกด ฯลฯ นําสังเกตวํานิทานเหลํานี้โดยมากมักมีลกษณะรูปแบบเป็นนิทาน ัมหัศจรรย์ ยิ่งภายหลังเมื่อมีการพิมพ์หนังสือจาหนํายแพรํหลาย ผู๎เลํานิทานบางคนก็นานิทานทีตน ่เคยอํานมาเลําตํอ เห็นได๎ชัดจากการเลํานิทานเรื่องดาวเรืองและลักษณวงศ์ในหนังสือวรรณกรรมจากบ๎านใน เมื่อ ดร.กิ่งแก๎ว อัตถากร ถามผู๎เลําวํา ได๎ฟังนิทานเรื่องดังกลําวจากไหน ผู๎เลําก็ตอบวําเคยอํานหนังสือที่มาจากโรงพิมพ์วัดเกาะ2.4 จุดประสงค์ในการเล่านิทาน กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518: 99) ได๎กลําวไว๎วํา จุดประสงค์ดั้งเดิมในการเลํานิทานของมนุษย์นั้น คือ มนุษย์เราทั่วไปต๎องการเครื่องบันเทิงใจในยามวํางงานประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาแตํศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลเหนือจิตใจมนุษย์ และเป็นต๎นเหตุให๎นิทานเกิดขึน ้มากมาย ศิราพร ฐิตะฐาน (2524: 35) กลําววํา สาหรับสาเหตุที่วําทาไมมนุษย์ทกชาติทกศาสนาชอบ ุ ุฟังนิทานนั้น ได๎สรุปไว๎วํา เพราะนิทานเป็นอาหารทางใจอยํางหนึ่งของมนุษย์ นิทานเป็นแหลํงรวบรวมจินตนาการและความฝัน นิทานเป็นทางออกทางใจของมนุษย์ ทาให๎มีความสุขและชํวยผํอนคลายความทุกข์ในใจได๎ กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518: 99–100) กลําวไว๎วํา มนุษย์ทั่วไปในโลกทุกหนทุกแหํงตํางมีนิทานเลําตํอๆกันมา ถึงแม๎วําเราจะตํางชาติตํางศาสนาแตํจะมีข๎อเหมือนกันอยูํเสมอ
  • 5. 5ในเรื่องธรรมชาติของสภาพความเป็นมนุษย์ คือมี โลภ โกรธ หลง มีทั้งตลก ขบขัน นําหัวเราะและที่สาคัญคือมีความคิดคานึงคล๎ายคลึงกัน และตํางก็มีลักษณะเหลํานี้สืบกันมาเป็นมรดกของมนุษยชาติเหมือนๆ กัน มรดกแหํงสภาพความเป็นมนุษย์นี้ จะเห็นได๎จากคติชาวบ๎านและนิทานพื้นบ๎าน2.6 การแบ่งประเภทของนิทานพืนบ้าน ้ โดยปกติผู๎เลํานิทานเองมักจะไมํสนใจเลยวํา นิทานพื้นบ๎านที่เขาเลํานั้นเป็นนิทานประเภทใด การจาแนกนิทานพื้นบ๎านออกเป็นประเภทตํางๆ นั้น เป็นการจาแนกของนักคติชนวิทยาเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ซึ่งในการแบํงนั้นอาจจะเหมาะเฉพาะนิทานในบางถิ่นบางชาติเทํานัน ไมํ ้สามารถครอบคลุมนิทานในท๎องถิ่นอื่นๆ ได๎ การแบํงนิทานพื้นบ๎านนันมีนกคติชนวิทยา แบํงไว๎ ้ ัหลายคนดังนี้ กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518: 105 – 114) แบํงประเภทนิทานพื้นบ๎านออกเป็น 4 แบบ ดังนี้1. แบ่งนิทานตามเขตพืนที่ (area) ้ เป็นการแบํงโดยอาศัยเขตแดนทางภูมิศาสตร์ เชํนเขตอินเดีย เขตประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม เขตชาวยิวในเอเชียไมเนอร์ เขตประเทศสลาวิกเขตรัฐตํางๆ ในแถบตะวันออกของทะเลบอลติก เขตแหลมสแกนดิเนเวีย เขตของชนชาติที่พูดภาษาเยอรมัน เขตประเทศฝรั่งเศส เขตประเทศสเปนและโปรตุเกส เขตประเทศอิตาลี เขตประเทศอังกฤษ เขตสกอตแลนด์ และไอซ์แลนด์ เป็นต๎นจะเห็นได๎วําการแบํงแบบนี้เป็นการแบํงในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 การแบํงนิทานไมํครอบคลุมอาณาเขตอื่นๆ ในโลก เชํน ในทวีปอเมริกาและแอฟริกา แม๎แตํในทวีปเอเชียเองก็กลําวไว๎ไมํละเอียด2. แบ่งตามรูปแบบของนิทาน (form) แบํงได๎เป็น 5 ประเภท ดังนี้ 2.1 นิทานปรัมปรา (fairy tale) มีลักษณะเป็นเรื่องคํอนข๎างยาวมีสารัตถะ (เนื้อหาหลักใจความสาคัญหรือความคิดสาคัญของเรื่อง) หลายสารัตถะ ประกอบอยูํในนิทานนั้น เป็นเรื่องสมมุติวําเกิดขึ้นในทีใดที่หนึ่ง แตํสถานที่เลื่อนลอย กาหนดชัดลงไปไมํได๎วําที่ไหน ตัวบุคคลไมํใชํมนุษย์ ่ธรรมดาที่มีความจริงตามสภาพปกติของมนุษย์ เนื้อเรื่องประกอบด๎วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ตลอดจนอานาจอันพ๎นวิสัยมนุษย์ ตัวเอกของเรื่องเป็นผู๎มีคุณสมบัตพิเศษ เชํน เป็นผู๎มีอานาจมีบุญ มีฤทธิ์เดช ิสามารถเอาชนะศัตรูหรืออุปสรรคใดๆ ทั้งหมดในบั้นปลาย 2.2 นิทานท๎องถิ่น (legend) นิทานชนิดนี้มีขนาดสั้นกวํานิทานปรัมปรามักเป็นเรื่องเหตุการณ์เดียวและเกี่ยวกับความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี โชคลางหรือคตินิยมอยํางใดอยํางหนึ่งอันเป็นพื้นฐานของคนในแตํละท๎องถิ่น แม๎วําจะเป็นเรื่องแปลกพิสดาร หรือพ๎นวิสัยความเป็นจริงไปบ๎างก็ตามแตํก็ยังเชื่อกันวําเรื่องเหลํานี้เกิดขึ้นจริง มีเค๎าความจริง มีตัวละครจริงๆ สถานที่เกิด
  • 6. 6จริงที่กาหนดแนํนอน นิทานท๎องถิ่นอาจจาแนกออกได๎ดังนี้ 2.2.1 นิทานอธิบาย (explanatory tale) เชํน อธิบายปรากฏการณ์ตํางๆ ของธรรมชาติ อธิบายสาเหตุของความเชื่อ โดยเฉพาะอยํางยิ่งที่เกี่ยวกับสถานที่ ตลอดจนโบราณสถานที่สาคัญ 2.2.2 นิทานเกี่ยวกับความเชื่อตํางๆ เชํน โชคลาง เรื่องผีตลอดจนเรื่องเกี่ยวกับไสยศาสตร์ 2.2.3 นิทานเกี่ยวกับสมบัติที่ฝังไว๎และลายแทง แนะให๎ไปหาสมบัตินั้นๆ 2.2.4 นิทานวีรบุรุษ คือ เรื่องที่กลําวถึงคุณธรรม ความฉลาด ความสามารถและความกล๎าหาญของบุคคล มักมีกาหนดสถานที่ที่แนํนอนวําเป็นที่ใดและมีกาหนดเวลาของเรื่องที่แนํชัด 2.2.5 นิทานคติสอนใจ เป็นเรื่องสั้นๆ ไมํสมจริง มีเจตนาจะสอนความประพฤติอยํางใดอยํางหนึ่ง 2.2.6 นิทานเกี่ยวกับนักบวชตํางๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอภินิหารของผู๎บวชที่เจริญภาวนาจนมีฌานแกํกล๎า มีฤทธิ์พิเศษ 2.3 นิทานเทพนิยาย (myth) หมายถึง นิทานที่มีเทวดา นางฟ้า เป็นตัวละครในเรื่องนั้น เชํนพระอินทร์ หรือเป็นแตํเพียงกึ่งเทวดา เชํน เจ๎าป่า เจ๎าเขา เจ๎าแมํตํางๆ และมักมีสํวนสัมพันธ์กับความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมทางศาสนา 2.4 นิทานเรื่องสัตว์ (animal tale) มีตัวละครในเรืองเป็นสัตว์ทั้งที่เป็นสัตว์ป่าสัตว์บ๎าน ่และบางเรื่องก็มีคนเกี่ยวข๎องอยูํดวย ไมํใชํมีแตํสัตว์ล๎วนๆ แตํทั้งคนและสัตว์นนจะพูดโต๎ตอบกัน ๎ ั้เสมือนหนึ่งวําเป็นมนุษย์ แบํงยํอยออกเป็น 2 ประเภท คือ 2.4.1 นิทานประเภทสอนคติธรรม (fable) ตํางกับนิทานคติสอนใจตรงที่วํานิทานประเภทนี้ตัวเอกของเรื่องจะต๎องเป็นสัตว์เสมอ 2.4.2 นิทานประเภทเลําซ้าหรือเลําไมํรู๎จบ (cumulative tale) นิทานชนิดนี้มีเรื่องและวิธีการเลําเป็นแบบเฉพาะ มีการเลําซ้าวนคือไมํมีจบ 2.5 นิทานตลกขบขัน (jest) มักเป็นเรื่องสั้นๆ จุดสาคัญของเรื่องอยูํที่มีเรื่องที่ไมํนําจะเป็นไปได๎ตํางๆ อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับความโงํ กลโกง การแก๎เผ็ด การแสดงปฏิภาณไหวพริบ การพนันขันตํอ การเดินทางและการผจญภัยทีกํอเรื่องผิดปกติ ในแงํขบขันตํางๆการแบํงนิทานตาม ่รูปแบบนี้มีผู๎นิยมนามาใช๎แบํงนิทานของไทยกันมากเนื่องจากครอบคลุมนิทานไทยได๎เกือบทั้งหมด 3. แบ่งตามชนิดของนิทาน (type index) เป็นการแบํงตามที่ แอนติ อาร์น (Antti Aarne)ชาวฟินแลนด์ได๎แบํงไว๎เมื่อ ค.ศ. 1910 (พ.ศ. 2453) และสติต ทอมป์สัน (Stith Thompson) ได๎ปรับปรุงให๎ดขึ้นใน ค.ศ. 1928 (พ.ศ. 2471) ตํอมาภายหลังได๎เรียกวิธีการแบบนีวํารูปแบบนิทาน ี ้ชาวบ๎านของอาร์นทอมป์สัน เป็นการแบํงแยกนิทานให๎ละเอียดมากขึน ้
  • 7. 7โดยแบํงออกเป็น 3 หมวดใหญํๆ คือ 3.1 นิทานเกี่ยวกับสัตว์ แยกออกได๎เป็นสัตว์ป่า สัตว์บ๎าน เชํน 1 - 99 เกี่ยวกับสัตว์ปก ี 100 – 149 เกี่ยวกับสัตว์ป่าและสัตว์บ๎าน 150 - 199 เกี่ยวกับสัตว์ป่า 200 – 219 เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ 3.2 นิทานชาวบ๎านทัวไป แยกออกได๎อีกหลายแบบ เชํน ่ 300 – 399 ก. นิทานเกี่ยวกับเวทมนตร์คาถา 500 – 559 เกี่ยวกับผู๎ชํวยที่มีอานาจพิเศษ 560 – 649 เกี่ยวกับอาวุธพิเศษหรือของพิเศษ 750 – 849 ข. นิทานทางศาสนา 850 – 999 ค. นิทานแบบโรแมนติก ฯลฯ 3.3 นิทานตลกขบขัน แยกละเอียดออกไปได๎หลายชนิด เชํน 1,200 - 1,349 ก. นิทานเกี่ยวกับคนโงํ 1,350 - 1,439 ข. นิทานเกี่ยวกับสามีภรรยา 1,875 - 1,999 ค. นิทานโกหก ฯลฯ 4. แบ่งนิทานตามสารัตถะ เป็นการแบํงเพื่อจัดหมวดหมูํ จัดระเบียบของนิทานให๎ชัดเจนเพื่อสะดวกแกํการสอบสวน ค๎นคว๎า และเปรียบเทียบนิทาน (คาวํา สารัตถะ หมายถึง แกํนแท๎หรือจุดสาคัญของนิทานเรื่องนั้น) สารัตถะประกอบด๎วยลักษณะสาคัญ 3 ประการ คือ 4.1 ตัวสาคัญในเรื่องนิทานจะต๎องแปลกพิสดารกวําตัวอื่นๆ ในเรื่องอาจเป็นเทวดาสัตว์ประหลาด หรือคนที่มีความแปลกพิเศษออกไปอยํางใดอยํางหนึ่ง 4.2 มีข๎อสาคัญหรือสิ่งสาคัญอยํางใดอยํางหนึ่ง ที่จะเป็นต๎นเหตุให๎เรื่องนิทานนั้นเกิดขึ้นและดาเนินไป อาจเป็นสิ่งของ เวทมนต์คาถา ความเชื่อถือ หรือขนบธรรมเนียม 4.3 สารัตถะหนึ่งมีเหตุการณ์เดียว ถ๎านิทานเรื่องหนึ่งๆ ประกอบด๎วยเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ เทํากับวําในนิทานเรื่องนั้นมีหลายสารัตถะการแบํงเป็นสารัตถะจะเพํงเล็งเฉพาะจุดของ
  • 8. 8เรื่องหรือธาตุแท๎ของเรื่องในนิทานเพื่อจะได๎นามาศึกษาได๎งําย โดยไมํต๎องไปสนใจชนิดหรือรูปแบบของนิทานวําเป็นอะไร ประคอง นิมมานเหมินท์ (2538: 133–196) กลําวถึง การแบํงประเภทของนิทานพืนบ๎านไว๎ ้วํา การแบํงประเภทนิทานที่เป็นปัจจุบนที่สุดนั้น ได๎แบํงประเภทนิทานพืนบ๎านไทยออกตามลักษณะ ั ้เนื้อหาและรูปแบบ โดยแบํงออกเป็น 11 ประเภท ดังนี้ 1. เทวปกรณ์ หรือเทพปกรณัม เป็นเรื่องอธิบายถึงกาเนิดของจักร วาล โครงสร๎างและระบบของจักรวาล มนุษย์ สัตว์ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เชํน ลม ฝน กลางวันกลางคืนตลอดจนพิธกรรมการ ีประพฤติปฏิบัติตํางๆสาหรับนิทานพื้นบ๎านของไทยทีกลําวถึงโลกจักรวาล เทวดา กาเนิดมนุษย์และ ่สัตว์ตลอดจนบทบาทหน๎าทีของเทวดาและของผู๎ครองแผํนดิน ที่มีอยูํบ๎าง เชํน เรื่องเมขลารามสูร ่เรื่องจันทคราสและสุริยคราส เรื่องพญาคันคาก (พญาแถน) เป็นต๎น 2. นิทานศาสนา มีจุดมุํงหมายในการสั่งสอนศีลธรรมแกํประชาชน แนะแนวทางประพฤติปฏิบัติ สร๎างคํานิยมและบรรทัดฐานทางอ๎อมให๎แกํสังคม ถ๎าเป็นนิทานไทย จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนรกสวรรค์ หรือเรื่องราวของบุคคลที่ศกดิ์สิทธิ์ในศาสนา โครงเรื่องจะยึดหลักพุทธศาสนาเป็นสาคัญเชํน ัทาดีได๎ดี ทาชั่วได๎ชั่ว 3. นิทานคติ คติ หมายถึง แนวทางหรือแบบอยําง นิทานคติเป็นเรื่องขนาดไมํยาวนักการดาเนินเรื่องไมํซับซ๎อน ตัวละครอาจเป็นคนหรือสัตว์ก็ได๎ เรื่องหนึ่งๆ อาจมีตัวละครประมาณ 2 –4ตัว แนวคิดที่ปรากฏในนิทานคือคุณคําของจริยธรรมและผลแหํงการประกอบกรรมดีหรือกรรมชัว ่กรรมดีทนาผลดีมาให๎มกได๎แกํ ความกตัญํูรู๎คณ ความเมตตากรุณา ความเคารพเชื่อฟังความซื่อสัตย์ ี่ ั ุสํวนกรรมชัวที่นาผลชั่วมาให๎กคือ การกระทาทีตรงกันข๎าม ได๎แกํ ความไมํกตัญํูรคุณความใจร๎าย ่ ็ ่ ู๎โหดเหี้ยม ความดื้อรัน ความทุจริตคดโกง ความทรยศ ฯลฯ ้ 4. นิทานมหัศจรรย์ ตามรูปศัพท์ทาให๎เข๎าใจวํา เป็นนิทานเกียวกับเทวดา นางฟ้า ตามที่จริง ่แล๎วอาจไมํมีเทวดานางฟ้าก็ได๎ แตํจะเป็นเรื่องราวของความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติ ซึ่งมีลักษณะที่สาคัญ 4 ประการ คือ 4.1 เป็นเรื่องคํอนข๎างยาว มีหลายอนุภาคหรือหลายตอน 4.2 ดาเนินเรื่องอยูํในโลกแหํงจินตนาการ ไมํบํงสถานที่หรือเวลาแนํนอน 4.3 ตัวละครเอกของเรื่องต๎องผจญภัยหรือประสบชะตากรรม ได๎รับความชํวยเหลืออาจแตํงงานแล๎วเปลี่ยนฐานะดีขึ้น 4.4 เกี่ยวข๎องกับอมนุษย์ อิทธิฤทธิ์หรือสิ่งมหัศจรรย์เหลือวิสัยมนุษย์ นิทานมหัศจรรย์ของไทยอาจจัดเข๎าเป็นนิทานประเภทอื่นได๎ เชํน นิทานศาสนา หรือ นิทานคติ และบางครั้งระบุสถานที่
  • 9. 9วําเกิดที่ไหนก็มี สํวนผู๎ชํวยพระเอกนางเอกนันสํวนมากเป็นพระอินทร์ พระฤาษี สาหรับความ ้มหัศจรรย์ที่พบในนิทานของไทยนัน ได๎แกํ การเหาะเหินเดินอากาศ การแปลงกาย การสาปการชุบ ้ชีวิต ของวิเศษ การเนรมิต เป็นต๎นตัวอยํางนิทานมหัศจรรย์ของไทย ได๎แกํ เรื่องปลาบูํทอง สังข์ทองพระสุธน ลักษณะวงศ์ จันทะโครบ นางสิบสอง โสนน๎อยเรือนงาม นางผมหอม การะเกิด หงส์เหินจาปาสี่ต๎น ฯลฯ 5. นิทานชีวิต มีลักษณะคล๎ายคลึงกับนิทานมหัศจรรย์ตรงที่มขนาดคํอนข๎างยาวมีหลาย ีอนุภาค หรือหลายตอน ที่ตํางกันก็คือ นิทานชีวิตดาเนินเรืองอยูํในโลกแหํงความจริง มีการบํงสถาน ่ที่และตัวละครชัดเจน อาจมีเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์หรือความมหัศจรรย์ แตํมีลักษณะที่ผู๎อํานผู๎ฟังเชื่อวําเป็นสิ่งที่เป็นไปได๎มากกวํานิทานชีวตของคนไทย จะเป็นเรื่องเลําลักษณะเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึนจริง ิ ้นอกเหนือจากจะบอกชื่อและฐานะตาแหนํงของตัวละครอยํางชัดเจนแล๎ว ยังระบุสถานที่เกิดเหตุดวย ๎สถานที่จะเป็นสถานที่ในท๎องถิ่นตํางๆ ในประเทศไทย ตัวละครสํวนใหญํเป็นคน อาจมีตัวละครเป็นสัตว์และอมนุษย์ เชํน ผีสางเทวดาบ๎างเรื่องที่อาจถือวําเป็นนิทานชีวิตของไทย ได๎แกํ เรื่อง พระลอไกรทอง ขุนช๎างขุนแผนเป็นต๎น 6. นิทานประจาถิ่น นิทานที่มีขนาดเรื่องไมํแนํนอน บางเรื่องก็สั้น บางเรื่องก็ยาว บางเรื่องก็อาจมีอนุภาคที่สาคัญเพียงอนุภาคเดียว มักเป็นเรื่องแปลกพิสดาร ซึ่งเชื่อวําเคยเกิดขึ้นแล๎วจริง ณสถานที่แหํงใดแหํงหนึ่ง ตัวละครและสถานที่บํงไว๎ชัดเจน อาจเป็นเรื่องของบุคคลในประวัติศาสตร์หรือคนสาคัญของเมือง ตัวละครอาจเป็นมนุษย์ เทวดา สัตว์หรือผีสางนางไม๎นิทานประจาถิ่นของไทย เป็นเรื่องที่เลําสืบกันมา มีเนื้อเรื่องเชื่อวําเคยเกิดขึนจริงและมักอธิบายความเป็นมาของสิ่งที่มีอยูํ ้ในท๎องถิ่น คือ สิ่งที่มีอยูํโดยธรรมชาติ เชํน ทะเล ภูเขา แมํน้าเกาะ ฯลฯ และสิ่งที่มนุษย์สร๎างขึ้นเนื่องในศาสนา เชํน เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ฯลฯนิทานท๎องถิ่นของไทย อาจแบํงแยกออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1) นิทานเกียวกับความเชื่อทางศาสนา เชํน นิทานอธิบายที่มาของแมํน้าปิง ่ 2) นิทานเกียวกับบุคคลในประวัติศาสตร์ เชํน ท๎าวแสนปม ่ 3) นิทานเกียวกับสมบัติหรือสิ่งลึกลับ เชํน เรื่องทรัพย์สมบัติที่ป่าลาเกียว ่ 4) นิทานชีวตที่เกิดขึ้นในท๎องถิ่น เชํน เรื่องตามํองลําย ิ 5) นิทานจากวรรณกรรมที่รจักกันดี เชํน เรื่องพระลอ ู๎ 7. นิทานอธิบายเหตุผล เป็นเรื่องที่อธิบายถึงกาเนิดหรือความเป็นมาของสิ่งที่เกิดขึนใน ้ธรรมชาติ อาจอธิบายถึงการกาเนิดสัตว์บางชนิด สาเหตุที่สัตว์บางชนิดมีรูปรํางลักษณะตํางๆกาเนิดของพืช ดวงดาว มนุษยชาติหรือสถาบัน เรื่องประเภทนี้มักจะสั้นและเลําอยํางตรงไปตรงมา
  • 10. 10เพื่อจะตอบคาถามวําทาไมสิ่งนั้นจึงเป็นอยํางนั้นนิทานอธิบายเหตุของไทยมีเลํากันทุกถิ่น สํวนมากเป็นนิทานขนาดสั้นแบํงตามเรื่องที่อธิบายได๎ 4 ลักษณะ คือ 1) อธิบายที่มาของชื่อ รูปลักษณะและสํวนประกอบของคน สัตว์และพืช เชํน เรื่องเหตุที่ควายไมํมีฟนบน เหตุที่งูเหลือมไมํมีพิษ เหตุที่กามีสีดา เหตุที่เสือตัวลาย เหตุที่นกตะกรุมหัวล๎าน ัและลิงตูดด๎าน เป็นต๎น 2) อธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ เชํน เรื่องดาวลูกไกํ เรื่องจันทรคราสเป็นต๎น 3) อธิบายเกี่ยวกับของพิธีกรรม ขนบประเพณี เชํน เหตุที่คนภาคเหนือใช๎ผกส๎มป่อยในพิธี ัดาหัว เป็นต๎น 4) อธิบายที่มาของสิ่งอื่นๆ เชํน อาหารการกิน หรือข๎าวของเครื่องใช๎ 8. นิทานเรืองสัตว์ เป็นเรื่องที่สัตว์เป็นตัวเอก นิทานเรื่องสัตว์โดยทัวไปมักแสดงให๎เห็น ่ ่ความฉลาดของสัตว์ชนิดหนึ่ง และความโงํเขลาของสัตว์อกชนิดหนึ่ง สัตว์ที่เป็นตัวเอกที่มีลักษณะ ีเป็นตัวโกง เที่ยวกลั่นแกล๎งเอาเปรียบคนอื่นหรือสัตว์อื่นซึ่งบางทีก็ได๎รับความเดือดร๎อนตอบแทนบ๎างเหมือนกัน ความนําสนใจของเรื่องอยูํที่ความขบขันจากการหลอกลวง หรือการตกอยูํในสถานการณ์ลาบากที่ไมํนําเป็นไปได๎ของสัตว์ อันเนื่องจากความโงํเขลานิทานเรื่องสัตว์ของไทย มักเป็นนิทานขนาดสั้น บางเรื่องมีลักษณะเป็นนิทานอธิบายหรือนิทานคติด๎วย อาจแบํงเนื้อหาออกเป็น3 ประเภท ดังนี้ 1) นิทานที่แสดงนิสัยสันดานแท๎จริงของสัตว์ มุํงแสดงให๎เห็นวําแม๎สัตว์จะเปลี่ยนรูปรํางลักษณะ แตํสัตว์ก็มกไมํทิ้งสันดานเดิมของมัน ั 2) นิทานเกียวกับสัตว์โงํ สัตว์ฉลาด และสัตว์เจ๎าเลํห์ ่ 3) นิทานเกียวกับสัตว์ที่ดี เชํน เป็นสัตว์กตัญํู เป็นสัตว์ที่มีใจโอบอ๎อมอารี เป็นต๎น ่ 9. นิทานเรืองผี มีผีเป็นตัวเอกของเรื่อง แทบทุกสังคมมีเรื่องเลําเกี่ยวกับผีตางๆ มากมาย ผี ่ ํบางเรื่องไมํปรากฏชัดวํามาจากไหน เกิดขึ้นได๎อยํางไร แตํมีผีบางประเภทเป็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล๎วกลับมาหลอกหลอนผู๎ที่มีชีวิตอยูํ ด๎วยรูปรํางและวิธีการตํางๆ เรื่องเลําเกี่ยวกับผีนี้สะท๎อนให๎เห็นความเชื่อในเรื่องวิญญาณและเรื่องเลําภูตผีของคนไทย ผีในเรื่องที่เลํามีทั้งผีที่ดี ซึ่งให๎ความชํวยเหลือ หรือคุ๎มครอง หรือบอกลาภให๎ และผีร๎ายที่คอยหลอกหลอนรังควานคน ผีในนิทานไทยอาจแบํงได๎เป็น 6 ประเภท คือ 1) ผีคนตาย 2) ผีบ๎านผีเรือน (ผีปู่ยําตายาย)
  • 11. 11 3) ผีประจาต๎นไม๎ (นางไม๎ รุกขเทวดา) 4) ผีป่า (ผีกองกอย) 5) ผีที่สิงอยูํในรํางคน (ผีปอบ ผีกะ ผีโพลง) 6) ผีเบ็ดเตล็ด หรือผีเรํรํอน (ผีกระสือ ผีกระหาง ผีโขมด ผีเปรต) 10. มุขตลก มักจะมีขนาดสั้น โครงเรื่องไมํซับซ๎อน มีเพียงอนุภาคเดียว ตัวละครอาจเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็ได๎ จุดสาคัญของเรื่องอยูํที่ความไมํนําเป็นไปได๎ตํางๆการแบํงประเภทมุขตลกของไทยตามลักษณะของเรื่อง อาจเป็นได๎ 2 ประเภทยํอยๆ คือ 1. เรื่องที่มีลักษณะหยาบโลน ได๎แกํ เรื่องเกี่ยวกับพรหมจรรย์กับราคะวิตถาร ผู๎ที่ตกเป็นเป้าหมายของการล๎อเลียนในเรื่องนี้ สํวนใหญํคือผู๎ประพฤติพรหมจรรย์ ได๎แกํ พระ และชี รวมทั้งผู๎ที่เคยบวชเรียนนานๆ แล๎วสึก และบรรดาเครือญาติซึ่งสังคมไมํยอมรับ ได๎แกํ ลูกเขยกับแมํยาย พี่เขยกับน๎องเมีย และแมํผัวกับลูกสะใภ๎ เป็นต๎น 2. เรื่องที่ไมํหยาบโลน ได๎แกํ เรื่องที่มีแนวคิดเกี่ยวกับความฉลาด ความโงํ ความเกียจคร๎านเรื่องเกี่ยวกับตํางชาติตํางถิ่นบางเรื่อง รวมทั้งเรื่องโม๎ ด๎วยแนวคิดสาคัญที่ปรากฏบํอยในมุขตลกของไทยมี 7 ประการ คือ ความฉลาด ความโงํ ความเกียจคร๎าน เรื่องเพศ คนพิการ ผู๎มีฐานะสูงในสังคมและคนตํางถิ่นหรือตํางชาติ อยํางไรก็ตาม โครงสร๎างของมุขตลกต๎องตั้งอยูํบนความกลับตาลปัตรของชะตาชีวิตความผิดกลายเป็นทางนาลาภ ความอปรกติและผิดประเพณีนิยมทาให๎เกิดความหรรษาทั้งนี้เพราะผู๎ฟังไมํถือสา 11. นิทานเข้าแบบ หมายถึง นิทานที่มีแบบสร๎างพิเศษ นิทานประเภทนี้โครงเรื่องมีความสาคัญเป็นรองของแบบสร๎าง การเลําก็เลําเพื่อสนุกสนานของผู๎เลําและผู๎ฟังโดยแท๎แบํงได๎เป็น2 ประเภท 11.1 นิทานไมํรู๎จบ นิทานประเภทนี้ไมํมีอะไรมากมักเกี่ยวกับการนับ ผู๎เลําสามารถที่จะเลําไปได๎นานเทําที่ผู๎ฟังต๎องการโดยเรื่องไมํมีวันจบ ปกติผู๎ฟังมักจะราคาญจนต๎องบอกให๎หยุดเลํานิทานไมํรู๎จบของไทยมักเริ่มเรื่องด๎วยการปูพนให๎นําสนใจ จนผูฟังตามฟังอยํางตั้งอกตั้งใจ แล๎วพอถึงตอน ื้ ๎หนึ่งก็จะหยุดเลํา ผู๎ฟังคาดวํานําจะมีอะไรนําสนใจตํอไป ก็จะคะยันคะยอให๎เลํา ผู๎เลําก็จะเลําออกมา ้ทีละประโยค โดยเปลี่ยนจานวนตัวเลขเทํานั้น จึงสามารถทาให๎เลําเรื่องไปได๎โดยไมํรจบ อยํางไรก็ู๎ตาม นิทานประเภทนี้นับวํามีประโยชน์ในด๎านการสอนการนับจานวนให๎แกํเด็กๆ 11.2 นิทานลูกโซํ มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นซ้าหลายๆ ครั้งหรือเกี่ยวกับสิ่งหลายๆ สิ่ง มีการแจกแจงเรียงลาดับจานวนเลขหรือวันเดือนปีนิทานลูกโซํของไทยที่รู๎จกกันดีก็คือ ั
  • 12. 12เรื่องยายกับตาปลูกถั่วปลูกงาให๎หลานเฝ้านิทานลูกโซํของไทยนําจะมีประโยชน์ในการฝึกความจาโดยการเลําให๎ฟัง หลายครั้งหลายคนอยํางไรก็ดในการเลือกรูปแบบของนิทานนั้น ต๎องอาศัยการ ีพิจารณาทัศนคติที่สอดแทรกอยูํด๎วย เพราะนิทานเรื่องหนึ่งอาจจัดอยูํได๎หลายรูปแบบ แล๎วแตํจุดมุํงหมายในการศึกษานอกจากนี้นิทานซึ่งมีเค๎าโครงเรื่องเดียวกัน อาจอยูํในรูปแบบที่ตํางกันได๎ ผู๎ศึกษานิทานไมํควรไปติดอยูํกับรูปแบบของนิทาน แตํควรจะได๎ศกษาในรูปแบบอื่นๆ เชํน ศึกษาวํา ึนิทานเป็นเรื่องนั้นสะท๎อนวัฒนธรรมความเป็นอยูของเจ๎าของอยํางไรสะท๎อนจิตใจของบุคคลใน ํฐานะที่เป็นเอกัตบุคคลอยํางไร สะท๎อนประวัติศาสตร์ สะท๎อนสภาพภูมิศาสตร์อยํางไรบ๎าง หรือจะศึกษาในแงํจตวิทยา สังคมวิทยา มนุษยวิทยา จะเห็นวําเราสามารถศึกษาได๎หลายแหํง ิ2.7 คุณค่าของนิทานไทยวิเชียร เกษประทุม (2550: 9–10) ได๎กลําววํานิทานไทยมีคณคําหลายประการดังนี้ ุ 1. นิทานให๎ความสนุกสนานเพลิดเพลิน 2. นิทานชํวยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว 3. นิทานให๎การศึกษาและเสริมสร๎างจินตนาการ 4. นิทานให๎ข๎อคิดและคติเตือนใจ 5. นิทานชํวยสะท๎อนให๎เห็นสภาพของสังคมในอดีตในหลายๆ ด๎านทัศนีย์ ทานตวณิช; และคณะ (2522: 55) ได๎อธิบายไว๎วํานิทานไทยมีคุณคํา ดังนี้ 1. เป็นเครื่องบันเทิงใจ 2. เป็นเครื่องมือถํายทอดความรู๎ ความคิด วิถีชีวิตของคนรุํนหนึ่งไปสูคนอีกรุนหนึ่ง ํ ํ 3. เป็นเครื่องมืออบรมสั่งสอน ที่ให๎ผลดีกวําการสั่งสอนโดยตรง 4. เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สาคัญยิ่ง 5. เป็นสิ่งสะท๎อนความรู๎ ความคิด วิถีชีวิต ตลอดจนสภาพสังคม การปกครอง และศาสนา
  • 13. 132.8 อนุภาคของนิทานไทย เอกเซล โอลริก (Axcel Olrik. 1965: 129–141) นักคติชนวิทยาชาวเดนมาร์ก ได๎อธิบายความหมายของคาวําอนุภาค หมายถึง องค์ประกอบที่เล็กทีสุด ซึ่งพบได๎เสมอในนิทานพื้นบ๎านมัก ่เป็นสิ่งที่เดํนหรือแปลกสะดุดตาไมํใชํเรื่องธรรมดาสามัญองค์ประกอบที่จดเป็นอนุภาคแบํงได๎เป็น 3 ประเภท คือ ั 1. ตัวละคร ได๎แกํ ตัวละครที่มีลกษณะแปลกหรือพิเศษในด๎านใดด๎านหนึ่ง เชํน ฐานะ ัรูปรําง นิสัย ตัวละครที่จัดเป็นอนุภาคจึงอาจเป็น เทวดา สัตว์ประหลาด แมํมด ยักษ์ นางฟ้า แมํเลี้ยงใจร๎าย ลูกคนสุดท๎อง แมวพูดได๎ เด็กอยูํในหอยสังข์ ฯลฯ 2. วัตถุหรือสิ่งของ ซึ่งมีลักษณะเดํนหรือแปลก เชํน ตะเกียงวิเศษ ดาบวิเศษ พรมวิเศษบ๎านทาด๎วยขนม ต๎นโพธิ์ทอง รวมทั้งประเพณีหรือความเชือที่แปลกๆ เชํน การเลือกคูํดวยการเสี่ยง ่ ๎พวงมาลัย การฆําลูกบวงสรวงเทพเจ๎า ฯลฯ 3. เหตุการณ์หรือพฤติกรรม ซึ่งมีลักษณะเดํนหรือพิเศษ เชํน การแปลงรําง การสาป น้าทํวมโลก นกประหลาดจับคนกินทั้งเมือง ฯลฯ นิทานบางเรื่องประกอบด๎วยอนุภาคเพียงอนุภาคเดียว บางเรื่องประกอบด๎วยหลายอนุภาค เชํน นิทานเรื่องกระตํายกับเตํา องค์ประกอบที่เป็นอนุภาคอยูํที่เหตุการณ์ คือ สัตว์เดินช๎าวิ่งแขํงขันชนะสัตว์เดินเร็ว นิทานเรื่องปลาบูํทอง ประกอบด๎วยอนุภาคตํางๆ ดังนี้ 1. ภรรยาหลวงถูกกลั่นแกล๎งจนเสียชีวิต 2. นางเอกถูกแมํเลี้ยงรังแก 3. แมํซึ่งตายแล๎วคอยติดตามชํวยเหลือ 4. คนตายไปแล๎วเกิดเป็นปลา 5. คนตายแล๎วเกิดเป็นต๎นไม๎ 6. ต๎นโพธิ์ทอง 7. การปลอมตัวเป็นนางเอก 8. การร๎อยกรองดอกไม๎ให๎เป็นเรื่องราวของพระเอกนางเอก2.9 กฎเกี่ยวกับนิทานไทย เอกเซล โอลริก (Axcel Olrik. 1965) เป็นผู๎เสนอข๎อสังเกตที่ได๎จากการศึกษานิทานพื้นบ๎าน เรียกวํา กฎเกี่ยวกับนิทานพื้นบ๎าน ซึ่งสรุปได๎ดังนี้
  • 14. 14 1. กฎของการเริ่มเรื่องและกฎของการจบเรื่อง นิทานพื้นบ๎านจะไมํนาเข๎าสูํเหตุการณ์สาคัญในทันทีและไมํจบอยํางกะทันหัน เรื่องจะเริ่มจากภาวะที่สงบ ไปสูํเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรค์ตํางๆ มีการตํอสูํและแก๎ปัญหาไปเป็นเปราะๆ และในตอนจบเรื่องนั้น เหตุการณ์จะคลี่คลายไปสูํสภาวะปกติกํอนจึงยุติ 2. กฎแหํงการซ้า การซ้าในเรื่อง มักจะยึดจานวน 3 เป็นสํวนมาก ไมํวําจะเป็นตัวละครหรือสิ่งของหรือการกระทา เชํน ชายหนุํมหลงเข๎าไปในที่อยูํของยักษ์ถึง 3 วัน และแตํละวันก็ฆํายักษ์3ตน แล๎วจึงได๎แตํงงานกับนางเอกหรือได๎ครองบ๎านเมือง จานวน 3 เป็น จานวนที่นิยมใช๎มากไมํเฉพาะแตํการซ้าเหตุการณ์ 3 ครั้งเทํานั้น ยังใช๎แสดงจานวนของสิ่งตํางๆ เชํน การเดินทาง 3 วัน3 คืน ตีฆ๎อง 3 ครั้ง ได๎พร 3 ประการ เป็นต๎น ในหลายเรื่องของนิทานไทย บางครั้งก็ซ้า 7 เชํนมีลูกสาว 7 คน เดือนทาง 7 คืน กินข๎าวันละ 7 ไห ธนูลั่นที่ละ 7 ดอก เป็นต๎น 3. กฎแหํงตัวละคร 2 ตัวใน 1 ฉาก ในฉากหนึ่งๆ ของนิทานพื้นบ๎านมักจะมีตัวละครที่มีบทบาทสาคัญอยูํเพียง 2 ตัว ตัวละครอื่นๆ อาจเป็นเพียงตัวประกอบเทํานั้น 4. กฎแหํงการแตกตํางแบบตรงกันข๎าม นิทานพื้นบ๎านมักสร๎างตัวละครที่มีลักษณะแตกตํางกันให๎มีลักษณะแตกตํางกันอยํางเห็นได๎ชดแบบตรงกันข๎าม เชํน มีคนใจดีกับคนใจร๎าย มีคนยากจน ักับคนร่ารวย หรือมีคนแข็งแรงกับคนอํอนแอ เป็นต๎น 5. กฎของฝาแฝด อาจหมายถึงพี่น๎องที่เป็นฝาแฝดหรือไมํก็ได๎ ถ๎าฝาแฝดหรือพี่น๎องสองคนประสบความทุกข์ยากอยูํก็มกจะปรองดองกันดี แตํถ๎าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได๎ดีขนก็จะเป็นศัตรูขึ้นบางที ั ึ้นอกจากจะเป็นฝาแฝดหรือพีน๎องสองคน กฎข๎อนี้ยังครอบคลุมไปถึงตัวละครที่มีบทบาทใกล๎ชิดกัน ่หรือเป็นเพื่อนกันก็ได๎ดวย๎ 6. กฎของความสาคัญของตาแหนํงต๎นและตาแหนํงท๎าย ถ๎าตัวละครเป็นพีน๎องหลายๆ คน ่นิทานพื้นบ๎านมักกลําวถึงผู๎อาวุโสมากที่สุดกํอน แตํจุดสนใจหรือความสาคัญมักเน๎นที่น๎องคนสุดท๎อง เชํน เรื่องสังข์ทอง เรื่องพระสุธนมโนราห์ และเรื่องนางสิบสอง ซึ่งจะเห็นวํานางเอกเป็นลูกคนสุดท๎อง 7. กฎของการสร๎างเรื่องเชิงเดี่ยว โดยมากโครงเรื่องของนิทานพื้นบ๎านไมํซับซ๎อนดาเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ไมํมีการละทิ้งตัวละครที่เป็นแกนเดินผู๎ที่ทาหน๎าที่ดาเนินเรื่อง 8. กฎของการสร๎างแบบสร๎าง ในนิทานพื้นบ๎านเรื่องหนึ่งๆ มักมีวิธีดาเนินบทบาทของตัวละครหรือคาพูดที่เป็นแบบเดียวกัน ซ้ากันอยูํในเรื่อง เชํน พระเอกเดินทางไปฆํายักษ์วันละตนโดยพูดกับยักษ์ด๎วยถ๎อยคาเหมือกัน แล๎วก็ฆําด๎วยธนูเหมือนกัน เป็นต๎น
  • 15. 15 9. ฉากประทับใจ ในนิทานพื้นบ๎านมักจะมีตอนหนึงหรือหลายตอนซึ่งเป็นการบรรยายภาพ ่ที่นําสนใจ อาจเป็นฉากการตํอสูํหรือฉากแสดงความรักอยํางดูดดื่มซาบซึ้ง ในฉากนี้จะบรรยายให๎เห็นภาพตัวละครเข๎ามาอยูํใกล๎ชิดกัน 10. เรื่องของความสมเหตุสมผล เหตุการณ์ในนิทานพื้นบ๎านมีความสมเหตุสมผลอยูํในตัวเองตามสภาพของเรื่องแตํละเรื่อง เชํน พระเอกถูกฆําตาย และพระอินทร์มาชุบชีวิตให๎ฟื้นขึ้นได๎ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะพระอินทร์ถือเป็นผู๎มีฤทธิ์มีอานาจพิเศษเหนือมนุษย์ 11. เรื่องเอกภาพ ในนิทานพื้นบ๎านอนุภาคหรือเหตุการณ์ทนามาเลํา มีสํวนสนับสนุนโครง ี่เรื่องใหญํและเน๎นให๎เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครอยํางชัดเจน 12. การเพํงจุดสนใจจะเน๎นทีตัวละครเอกเพียงตัวเดียว นิทานพื้นบ๎านจะมีการบรรยายถึงตัว ่ละครเอก และพฤติกรรมของตัวละครเอก โดยเน๎นมากกวําตัวอื่นๆ อยํางมากมาย เชํน เรื่องปลาบูํทอง จะเห็นได๎วํามีโครงเรื่องเกี่ยวกับนางเอกโดยตลอด ดังนี้ คือ แมํของนางเอกถูกฆํา นางเอกถูกแมํเลี้ยงรังแก แมํซึ่งตายไปตามมาคอยชํวยดูแลนางเอก นางเอกได๎แตํงงานกับเจ๎าชาย นางเอกถูกหลอกลวงและกลั่นแกล๎งจนเสียชีวิต มีผู๎ชํวยเหลือนางเอก นางเอกได๎กลับมาอยูํรํวมกับเจ๎าชายอีก
  • 16. บทที่ 3 วิธีการดาเนินงานขั้นตอนการดาเนินงาน 1. ผู๎ ศึก ษาน าเสนอหั ว ข๎อโครงงานตํ ออาจารย์ที่ป รึก ษาเพื่อ ขอค าแนะน าและก าหนดขอบเขตในการทาโครงงาน 2. ผู๎ศึกษาประชุมวางแผนวิเคราะห์คัดเลือกโครงงานตามหัวข๎อวัตถุประสงค์ของโครงงาน 3. ผู๎ศึกษาค๎นคว๎าข๎อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับนิทานจากหนังสือ และเว็ปไซต์ตํางๆ 4. เก็บรวบรวมข๎อมูลนิทานนามาจัดพิมพ์และสรุปผลการศึกษามาวิเคราะห์และสรุปเนื้อหาที่สาคัญเพื่อจัดทาโครงงาน 5. นาข๎อมูลที่รวบรวมได๎มาจัดพิมพ์เป็นรูปเลํม 6. ตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต๎องของโครงงาน แก๎ไขข๎อผิดพราด 7. สํงโครงงานตํอครูผู๎สอนตามวัน เวลาที่กาหนด 8. เตรียมข๎อมูลเอกสารและนาเสนอโครงงานอุปกรณ์และวัสดุทใช้ในการศึกษา ี่ 1. หนังสือนิทาน 2. หนังสือนิทานอีสป 3. หนังสือพื้นบ๎าน 4. ดินสอ 5. ยางลบ 6. กระดาษ A4 7. คอมพิวเตอร์ 8. กระดาษสีทาปก
  • 17. บทที่ 4 ผลการศึกษาความหมายของนิทาน นิทาน หมายถึง เรื่องที่เลําสืบตํอกันมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ใช๎วาจาเป็นสื่อในการถํายทอดหรือถํายทอดด๎วยวิธีมุขปาฐะก็ได๎ แตํบางสํวนก็ได๎รับการบันทึกไว๎บ๎างแล๎ว นิทานเป็นเรื่องเลําที่เลําสืบตํอกันมาช๎านาน โดยทั่วไปมักเรียกวํา นิทานพื้นบ๎าน นิทานชาวบ๎าน หรือนิทานพื้นเมืองบ๎างที่มาของนิทานไทย นิทานที่เลําสูํกันฟังในประเทศไทยนั้น มีที่มาจากหลายแหลํง คือในประเทศ ตํางประเทศและวรรณกรรมลายลักษณ์จุดประสงค์ในการเล่านิทาน จุดประสงค์ในการเลํานิทานคือต๎องการเป็นเครื่องบันเทิงใจในยามวํางงาน เป็นอาหารทางใจอยํางหนึ่งของมนุษย์ทาให๎มีความสุขและชํวยผํอนคลายความทุกข์ในใจได๎ จึงทาให๎เกิดนิทานขึ้นมามากมายประเภทของนิทาน กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518: 105 – 114) แบํงประเภทนิทานพืนบ๎านออกเป็น 4 แบบ คือ ้ 1. แบํงนิทานตามเขตพืนที่ (area) ้ 2. แบํงตามรูปแบบของนิทาน (form) 2.1 นิทานปรัมปรา (fairy tale) 2.2 นิทานท๎องถิ่น (legend) 2.2.1 นิทานอธิบาย (explanatory tale) 2.2.2 นิทานเกี่ยวกับความเชื่อตํางๆ 2.2.3 นิทานเกี่ยวกับสมบัติ 2.2.4 นิทานวีรบุรษุ 2.2.5 นิทานคติสอนใจ 2.2.6 นิทานเกี่ยวกับนักบวชตํางๆ
  • 18. 18 2.3 นิทานเทพนิยาย (myth) 2.4 นิทานเรื่องสัตว์ (animal tale) 2.4.1 นิทานประเภทสอนคติธรรม (fable) 2.4.2 นิทานประเภทเลําซ้าหรือเลําไมํรู๎จบ (cumulative tale) 2.5 นิทานตลกขบขัน (jest) 3. แบํงตามชนิดของนิทาน (type index) 3.1 นิทานเกี่ยวกับสัตว์ 3.2 นิทานชาวบ๎านทัวไป่ 3.3 นิทานตลกขบขัน 4. แบํงนิทานตามสารัตถะ ประคอง นิมมานเหมินท์ (2538: 133–196) แบํงประเภทของนิทานพื้นบ๎านไว๎วํา ตามลักษณะเนื้อหาและรูปแบบ โดยแบํงออกเป็น 11 ประเภท ดังนี้ 1. เทวปกรณ์ หรือเทพปกรณัม 2. นิทานศาสนา 3. นิทานคติ 4. นิทานมหัศจรรย์ 5. นิทานชีวิต 6. นิทานประจาถิ่น 7. นิทานอธิบายเหตุผล 8. นิทานเรื่องสัตว์ 9. นิทานเรื่องผี 10. มุขตลก 11. นิทานเข๎าแบบ
  • 19. 19คุณค่าของนิทานไทย 1. เป็นเครื่องบันเทิงใจ 2. เป็นเครื่องมือถํายทอดความรู๎ ความคิด วิถีชีวิตของคนรุํนหนึ่งไปสูคนอีกรุนหนึ่ง ํ ํ 3. เป็นเครื่องมืออบรมสั่งสอน ที่ให๎ผลดีกวําการสั่งสอนโดยตรง 4. เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สาคัญยิ่ง 5. เป็นสิ่งสะท๎อนความรู๎ ความคิด วิถีชีวิต ตลอดจนสภาพสังคม การปกครอง และศาสนาอนุภาคของนิทานไทย องค์ประกอบที่จัดเป็นอนุภาคแบํงได๎เป็น 3 ประเภท คือ ตัวละคร วัตถุสิ่งของ และเหตุการณ์หรือพฤติกรรมกฎเกี่ยวกับนิทานไทย 1. กฎของการเริ่มเรื่องและกฎของการจบเรื่อง 2. กฎแหํงการซ้า 3. กฎแหํงตัวละคร 2 ตัวใน 1 ฉาก 4. กฎแหํงการแตกตํางแบบตรงกันข๎าม 5. กฎของฝาแฝด 6. กฎของความสาคัญของตาแหนํงต๎นและตาแหนํงท๎าย 7. กฎของการสร๎างเรื่องเชิงเดี่ยว 8. กฎของการสร๎างแบบสร๎าง 9. ฉากประทับใจ 10. เรื่องของความสมเหตุสมผล 11. เรื่องเอกภาพ 12. การเพํงจุดสนใจจะเน๎นทีตัวละครเอกเพียงตัวเดียว ่
  • 20. บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาสรุปผลการศึกษา จากการทาโครงงานวิชาภาษาไทย นิทาน พบวํา นิทาน หมายถึง เรื่องที่เลําสืบตํอกันมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ใช๎วาจาเป็นสื่อในการถํายทอดหรือถํายทอดด๎วยวิธีมุขปาฐะก็ได๎ แตํบางสํวนก็ได๎รับการบันทึกไว๎บ๎างแล๎ว นิทานเป็นเรื่องเลําที่เลําสืบตํอกันมาช๎านาน โดยทั่วไปมักเรียกวํา นิทานพื้นบ๎าน นิทานชาวบ๎าน หรือนิทานพื้นเมืองบ๎าง นิทานแบํงเป็น 4 แบบ ได๎แกํ1. แบํงนิทานตามเขตพื้นที่ 2. แบํงตามรูปแบบของนิทาน 3. แบํงตามชนิดของนิทาน 4. แบํงนิทานตามสารัตถะนอกจากนี้ยังสามารถแบํงนิทานตามลักษณะเนื้อหาและรูปแบบ โดยแบํงออกเป็น 11ประเภท 1. เทวปกรณ์ หรือเทพปกรณัม 2. นิทานศาสนา 3. นิทานคติ 4. นิทานมหัศจรรย์5. นิทานชีวิต 6. นิทานประจาถิ่น 7. นิทานอธิบายเหตุผล 8. นิทานเรื่องสัตว์ 9. นิทานเรื่องผี10. มุขตลก 11. นิทานเข๎าแบบอภิปรายผล 1. รู๎และเข๎าใจความหมายของนิทาน ที่มาของนิทานไทย จุดประสงค์ในการเลํานิทานคุณคําของนิทานไทย ประเภทของนิทาน กฎเกี่ยวกับนิทานไทย และ อนุภาคของนิทานไทย 2. มีกระบวนการทางานเป็นกลุํม 3. มีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการอํานประโยชน์ทได้รบ ี่ ั 1. มีความรูความเข๎าใจในเรื่อง ความหมายของนิทาน ที่มาของนิทาน ประเภทของนิทาน ๎และตัวอยํางนิทานประเภทตํางๆ 2. นาความรู๎เรื่องนิทานไปใช๎ให๎เหมาะสมกับแตํละโอกาสได๎ 3. มีแนวความคิดและวิธการทางานทีรวดเร็วยิ่งขึน ี ่ ้ 4. มีความกระตือรือร๎นในการเรียนมากยิ่งขึ้น 5. เกิดความสามัคคีภายในกลุํม 6. ชํวยเสริมทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการอํานข้อเสนอแนะ 1. ควรศึกษานิทานหลายๆประเภทเพื่อให๎เข๎าใจอยํางทํองแท๎
  • 21. บรรณานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน. (2543). นิทาน (ออนไลน์). แหลํงที่มา: http://www.panyathai.or.th วันที่สืบค๎น 25 พฤศภาคม 2554. ไพรถ เลิศพิริยกมล. (2546). นิทาน (ออนไลน์). แหลํงที่มา:http://www.thaifolk.com/doc/literate/story/story1.htmวันที่สืบค๎น 25 พฤศภาคม 2554. คณาจารย์แม็ค. สรุปเข้มภาษาไทย ม.6. กรุงเทพฯ:แม็ค, 2550. พระมหาสุนทร สุนฺทรธฺมโม. นิทานชาดก. พิมพ์ครั้งที่ 3. ขอนแกํน : โรงพิมพ์ลังนานาวิทยา, 2544.
  • 22. 22 แบบเสนอขออนุมัติการจัดทาโครงงาน ชือโครงงาน นิทานไทย ่ ชือผู้จัดทา ่ 1. นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 18 2. นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22 3. นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34 4. นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 ้ เลขที่ 43 5. นางสาวนิศาชล กิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44 อาจารย์ที่ปรึกษา คนที่ 1 นายวิชาญ วงศ์วรทัญํู กลุํมสาระการเรียนรู๎ภาษาไทย เหตุผลที่เลือกทาโครงงานนี้ 1. นิทานเป็นเรื่องราวที่เราได๎ยินกันมาตั้งแตํเด็ก ดังนั้นเราควรรู๎ที่มา และประเภทของนิทานตํางๆ 2. เป็นเรื่องที่สมาชิกในกลุํมมีความสนใจรํวมกัน 3. เหมาะสมกับสามารถของสมาชิกในกลุํม 4. โครงงานนี้ยังไมํมีใครทามากํอน 5. เพื่อให๎เยาวชนเห็นคุณคําของนิทาน 6. เพื่อเป็นการฝึกการอํานและฝึกทักษะในการคิดวิเคราะห์ ความสาคัญของโครงงาน นิทานเป็นเรื่องราวที่เราคุ๎นเคยกันมาตั้งแตํเด็กๆ นิทานเป็นเรื่องเรื่องหนึ่งที่นอกจากจะมีความสนุกเพลิดเพลินแล๎วยังให๎ข๎อคิด คติสอนใจ และ ปลูกฝังให๎ผู๎อํานและผู๎ฟังสามารถนาไปปรับใช๎ในชีวิตประจาวันได๎ตามโอกาสที่สมควร จึงอยากให๎ทกๆคนมีความตระหนักและให๎ความสาคัญ ุกับนิทาน
  • 23. 23 จุดประสงค์ในการทาโครงงานนี้ 1. เพื่อศึกษาความหมายของนิทาน ประวัติความเป็นมาของนิทาน ที่มาของนิทานประเภทของนิทาน จุดประสงค์ในการเลํานิทาน คุณคําของนิทานไทย อนุภาคของนิทานไทย และกฎเกี่ยวกับนิทานไทย 2. สามารถนาความรู๎เรื่องนิทานไปใช๎ให๎เหมาะสมกับแตํละโอกาสได๎ 3. ผู๎ศึกษามีแนวความคิดและวิธีการทางานทีรวดเร็วยิ่งขึน ่ ้ 4. สมาชิกกลุํมมีความกระตือรือร๎นในการเรียนมากยิ่งขึน ้ 5. เกิดความสามัคคีภายในกลุํม 6. ชํวยเสริมทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการอําน ค่าใช้จ่าย 179 บาท แยกรายละเอียด ดังนี้ 1. คําปริ้นงาน เป็นเงิน 120 บาท 2. เข๎าเลํมโครงงาน เป็นเงิน 30 บาท รวมเป็นเงิน 150 บาท ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. มีความรูความเข๎าใจในเรื่อง ความหมายของนิทาน ที่มาของนิทาน ประเภทของนิทาน ๎และตัวอยํางนิทานประเภทตํางๆ 2. นาความรู๎เรื่องนิทานไปใช๎ให๎เหมาะสมกับแตํละโอกาสได๎ 3. มีแนวความคิดและวิธการทางานทีรวดเร็วยิ่งขึน ี ่ ้ 4. มีความกระตือรือร๎นในการเรียนมากยิ่งขึ้น 5. เกิดความสามัคคีภายในกลุํม 6. ชํวยเสริมทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการอําน ความเห็นของผู้ปกครอง (ถ้ามี)---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ลงชื่อ------------------------------------ผู๎จัดทาโครงงาน (หัวหน๎ากลุํม) (นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา ) 27 พฤษภาคม 2554
  • 24. 24 แผนปฏิบัติงานโครงงานลาดับ รายการปฏิบติ ั ระยะเวลา ผลการปฏิบัติ หมายเหตุ นาเสนอหัวข๎อโครงงานตํอ 23 มี.ค. 2554 ได๎หัวข๎อเรื่องโครงงาน ----------------- 1 อาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอ เรื่องนิทาน ----------------- คาแนะนาและกาหนดขอบเขต ----------------- ในการทาโครงงาน ประชุมวางแผนวิเคราะห์ 18 พ.ค. 2554 ตารางการทาโครงงาน ----------------- 2 คัดเลือกโครงงานตามหัวข๎อ ----------------- วัตถุประสงค์ของโครงงาน ----------------- ค๎นคว๎าข๎อมูลรายละเอียด 21-25 พ.ค. 2554 ได๎ข๎อมูลรายละเอียด ----------------- 3 เกี่ยวกับเรื่องนิทานจากหนังสือ เกี่ยวกับเรื่องนิทานจาก ----------------- และเว็บไซต์ หนังสือ และเว็บไซต์ ----------------- เก็บรวบรวมข๎อมูลเกี่ยวกับ 27-28 พ.ค. 2554 รวบรวมข๎อมูลเกี่ยวกับ ----------------- 4 นิทาน นามาจัดพิมพ์และ นิทาน นามาจัดพิมพ์ ----------------- สรุปผลการศึกษามาวิเคราะห์ และสรุปผลการศึกษา ----------------- และสรุปเนื้อหาที่สาคัญเพื่อ มาวิเคราะห์และสรุป จัดทาโครงงาน เนื้อหา น า ข๎ อ มู ล ที่ ร ว บร วม ได๎ ม า 31 พ.ค. 2554 นาข๎อมูลที่รวบรวม ----------------- 5 จัดพิมพ์เป็นรูปเลํม ได๎มาจัดพิมพ์เป็น ----------------- รูปเลํม จานวน 1 เลํม ----------------- ตรวจสอบความสมบูรณ์ 31 พ.ค. 2554 ตรวจสอบความถูก ----------------- 6 ถูกต๎องของโครงงาน แก๎ไข ต๎องของเนื้อหาและ ----------------- ข๎อผิดพลาด แก๎ไขข๎อผิดพลาด ----------------- สํงโครงงานตํอครูผู๎สอนตาม สํงโครงงานทันตาม ----------------- 7 วัน เวลาที่กาหนด เวลาที่กาหนด ----------------- เตรียมข๎อมูลเอกสารและ เตรียม power point ----------------- 8 นาเสนอโครงงาน -----------------
  • 25. 25 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจเลือกโครงงาน โครงงาน รายการ ที่1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 81. ความถนัด/ ความสนใจในการทางาน 2 2 2 3 4 3 3 3 ตามโครงงานนี้2. ความต๎องการ / ประโยชน์ที่คาดวําจะได๎รับ 4 4 4 4 4 4 4 4 จากโครงงานนี้3. ความรู๎ / ประสบการณ์เดิมที่สามารถนามาใช๎ 2 4 4 2 4 3 4 3 ในโครงงานนี้4. ความพร๎อมด๎านเงินทุน 4 4 4 4 4 4 4 45. ความพร๎อมด๎านเวลา 3 3 3 3 3 3 3 36. ความพร๎อมด๎านแหลํงวิทยาการทีรู๎จก ่ ั 2 3 3 2 3 3 3 27. ความพร๎อมของคณะผู๎รวมงาน ํ 4 4 4 4 4 4 4 48. การสนับสนุนจากเพื่อน ๆ 3 3 3 3 4 4 3 39. การสนับสนุนจากผู๎ปกครอง 4 2 3 3 4 3 4 310. การสนับสนุนจากอาจารย์ที่ปรึกษา 4 4 4 4 4 4 4 4 รวมคะแนน 32 33 34 32 38 35 36 34หมายเหตุ กํอนการตัดสินใจเลือกทาโครงงานใด นักเรียนควรทาตารางวิเคราะห์ตํอไปนี้ แล๎วให๎คะแนนตามรายการในชํองคะแนนของแตํละโครงงาน ดังนี้ มากที่สุด = 4 มาก =3 ปานกลาง = 2 น๎อย =1แล๎วรวมคะแนนของแตํละโครงงาน โครงงานที่ได๎คะแนนมากที่สุดเป็นโครงงานทีควรพิจารณาเลือก ่
  • 26. 26โครงงานที่ 1 เรื่อง วรรณกรรมโครงงานที่ 2 เรื่อง คําวโครงงานที่ 3 เรื่อง ซอโครงงานที่ 4 เรื่อง เจี้ยก๎อมโครงงานที่ 5 เรื่อง นิทานโครงงานที่ 6 เรื่อง ปริศนาคาทายโครงงานที่ 7 เรื่อง สุภาษิตล๎านนาโครงงานที่ 8 เรื่อง คาให๎พร
  • 27. 27 ใบความเห็น / คาแนะนาของอาจารย์ที่ปรึกษา หลังตรวจโครงงานที่เสนอชื่อโครงงาน นิทานชื่อผู้ทาโครงงาน 1. นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 18 2. นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22 3. นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34 4. นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 ้ เลขที่ 43 5. นางสาวนิศาชล กิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44ผลการตรวจ ดี พอใช๎ ต๎องปรับปรุงจุดประสงค์ของโครงงาน   การเขียนแผนปฏิบัติงาน   รูปแบบการเขียนเสนอโครงงาน   ความเห็น / คาแนะนา ดาเนินการตามโครงงานที่เสนอได๎ ควรแก๎ไข ปรับปรุงในสิ่งตํอไปนี้---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เมื่อแก๎ไขตามคาแนะนาแล๎ว ดาเนินการตามโครงงานได๎ เมื่อแก๎ไขตามคาแนะนาแล๎ว นามาให๎ตรวจสอบอีกครัง ภายในวันที่--------------------------------- ้ความเห็น/ คาแนะนาครั้งสุดท้าย (ถ๎ามี)----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ลงชื่อ อาจารย์ที่ปรึกษา (นายวิชาญ วงศ์วรทัญํู) ---/------/-------
  • 28. 28 บันทึกการพบอาจารย์ที่ปรึกษาของ 1. นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 18 2. นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22 3. นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34 4. นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 ้ เลขที่ 43 5. นางสาวนิศาชล กิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44 ครั้ง ลงชื่อ ลงชื่อ หมาย วัน เดือน ปี เรื่องทีปรึกษา ่ ที่ อ. ที่ปรึกษา นักเรียน เหตุ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา) ลงชื่อ ผู๎ปกครองนักเรียน (นางมาลา ทรงคา) ลงชื่อ อาจารย์ผู๎สอน (นายวิชาญ วงศ์วรทัญํู)
  • 29. 29 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 1)คนที่ 1 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 18ชื่อโครงงาน นิทานรายละเอียดการประเมิน 1. เหตุผลที่เลือกโครงงานนี้ (เลือกได๎หลายข๎อ)  เคยทางานเชํนนี้มากํอน  มีผู๎พอชํวยเหลือได๎  นําจะได๎ความรู๎  ตรงกับความสนใจ  เป็นงานที่เสียคําใช๎จํายน๎อย  ผู๎ปกครองแนะนา  มีวัสดุอุปกรณ์ครบอยูแล๎ว ทางานได๎ทันที ํ  อื่น ๆ (ระบุ)------------------------------------------------------------------ 2. เมื่อเริ่มทางาน พบวํางานนี้  งํายกวําที่คิด  ยากกวําทีคิด  ยากงํายใกล๎เคียงกับที่คด ่ ิ 3. ความรู๎สึกเมื่อทางานไประยะหนึ่ง  พอใจ  อยากเปลี่ยนงาน  ต๎องทนทาตํอไป 4. ความรํวมมือจากเพื่อน ๆ ระหวํางทาโครงงาน  ได๎รับความรํวมมือด๎วยดี ได๎รับความรํวมมือบ๎าง  ไมํมีผู๎ให๎ความรํวมมือ 5. การแก๎ไขอุปสรรคระหวํางทางาน  แก๎ปัญหาด๎วยตนเอง  ขอคาแนะนาจากครู / ผู๎ปกครอง  ไมํมีอุปสรรคเลย 6. ปัญหาที่พบระหวํางทางาน (ถ๎าไมํมีไมํต๎องตอบ)  มีเวลาทางานน๎อย  เสียคําใช๎จํายมาก  ผู๎ปกครองไมํสนใจเทําที่ควร 7. ความรู๎สึกระหวํางการทางาน  มีความสุข / สนุกสนาน  เป็นปกติ /เฉย ๆ  เบื่อ /อยากให๎งานเสร็จเร็ว ๆ 8. ความรู๎สึกเมื่องานสาเร็จ ภาคภูมิใจมาก  โลํงอก  ไมํพอใจเพราะไมํเป็นไปตามที่คาดหวังสรุปผลการทางาน  ดีมาก  ดี ปานกลาง  ยังไมํเป็นที่พอใจ ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวรวินท์นภา ทรงคา) ิ
  • 30. 30 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 1)คนที่ 2 ชื่อผู้ทาโครงงาน นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22ชื่อโครงงาน นิทานรายละเอียดการประเมิน 9. เหตุผลที่เลือกโครงงานนี้ (เลือกได๎หลายข๎อ)  เคยทางานเชํนนี้มากํอน  มีผู๎พอชํวยเหลือได๎  นําจะได๎ความรู๎  ตรงกับความสนใจ  เป็นงานที่เสียคําใช๎จํายน๎อย  ผู๎ปกครองแนะนา  มีวัสดุอุปกรณ์ครบอยูแล๎ว ทางานได๎ทันที ํ  อื่น ๆ (ระบุ)------------------------------------------------------------------ 10. เมื่อเริ่มทางาน พบวํางานนี้  งํายกวําที่คิด  ยากกวําทีคิด  ยากงํายใกล๎เคียงกับที่คด ่ ิ 11. ความรู๎สึกเมื่อทางานไประยะหนึ่ง  พอใจ  อยากเปลี่ยนงาน  ต๎องทนทาตํอไป 12. ความรํวมมือจากเพื่อน ๆ ระหวํางทาโครงงาน  ได๎รับความรํวมมือด๎วยดี ได๎รับความรํวมมือบ๎าง  ไมํมีผู๎ให๎ความรํวมมือ 13. การแก๎ไขอุปสรรคระหวํางทางาน  แก๎ปัญหาด๎วยตนเอง  ขอคาแนะนาจากครู / ผู๎ปกครอง  ไมํมีอุปสรรคเลย 14. ปัญหาที่พบระหวํางทางาน (ถ๎าไมํมีไมํต๎องตอบ)  มีเวลาทางานน๎อย  เสียคําใช๎จํายมาก  ผู๎ปกครองไมํสนใจเทําที่ควร 15. ความรู๎สึกระหวํางการทางาน  มีความสุข / สนุกสนาน  เป็นปกติ /เฉย ๆ  เบื่อ /อยากให๎งานเสร็จเร็ว ๆ 16. ความรู๎สึกเมื่องานสาเร็จ ภาคภูมิใจมาก  โลํงอก  ไมํพอใจเพราะไมํเป็นไปตามที่คาดหวังสรุปผลการทางาน  ดีมาก  ดี ปานกลาง  ยังไมํเป็นที่พอใจ ลงชื่อ นักเรียน (นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา)
  • 31. 31 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 1)คนที่ 3 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34ชื่อโครงงาน นิทานรายละเอียดการประเมิน 17. เหตุผลที่เลือกโครงงานนี้ (เลือกได๎หลายข๎อ)  เคยทางานเชํนนี้มากํอน  มีผู๎พอชํวยเหลือได๎  นําจะได๎ความรู๎  ตรงกับความสนใจ  เป็นงานที่เสียคําใช๎จํายน๎อย  ผู๎ปกครองแนะนา  มีวัสดุอุปกรณ์ครบอยูแล๎ว ทางานได๎ทันที ํ  อื่น ๆ (ระบุ)------------------------------------------------------------------ 18. เมื่อเริ่มทางาน พบวํางานนี้  งํายกวําที่คิด  ยากกวําทีคิด  ยากงํายใกล๎เคียงกับที่คด ่ ิ 19. ความรู๎สึกเมื่อทางานไประยะหนึ่ง  พอใจ  อยากเปลี่ยนงาน  ต๎องทนทาตํอไป 20. ความรํวมมือจากเพื่อน ๆ ระหวํางทาโครงงาน  ได๎รับความรํวมมือด๎วยดี ได๎รับความรํวมมือบ๎าง  ไมํมีผู๎ให๎ความรํวมมือ 21. การแก๎ไขอุปสรรคระหวํางทางาน  แก๎ปัญหาด๎วยตนเอง  ขอคาแนะนาจากครู / ผู๎ปกครอง  ไมํมีอุปสรรคเลย 22. ปัญหาที่พบระหวํางทางาน (ถ๎าไมํมีไมํต๎องตอบ)  มีเวลาทางานน๎อย  เสียคําใช๎จํายมาก  ผู๎ปกครองไมํสนใจเทําที่ควร 23. ความรู๎สึกระหวํางการทางาน  มีความสุข / สนุกสนาน  เป็นปกติ /เฉย ๆ  เบื่อ /อยากให๎งานเสร็จเร็ว ๆ 24. ความรู๎สึกเมื่องานสาเร็จ ภาคภูมิใจมาก  โลํงอก  ไมํพอใจเพราะไมํเป็นไปตามที่คาดหวังสรุปผลการทางาน  ดีมาก  ดี ปานกลาง  ยังไมํเป็นที่พอใจ ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ )
  • 32. 32 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 1)คนที่ 4 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 43ชื่อโครงงาน นิทานรายละเอียดการประเมิน 25. เหตุผลที่เลือกโครงงานนี้ (เลือกได๎หลายข๎อ)  เคยทางานเชํนนี้มากํอน  มีผู๎พอชํวยเหลือได๎  นําจะได๎ความรู๎  ตรงกับความสนใจ  เป็นงานที่เสียคําใช๎จํายน๎อย  ผู๎ปกครองแนะนา  มีวัสดุอุปกรณ์ครบอยูแล๎ว ทางานได๎ทันที ํ  อื่น ๆ (ระบุ)------------------------------------------------------------------ 26. เมื่อเริ่มทางาน พบวํางานนี้  งํายกวําที่คิด  ยากกวําทีคิด  ยากงํายใกล๎เคียงกับที่คด ่ ิ 27. ความรู๎สึกเมื่อทางานไประยะหนึ่ง  พอใจ  อยากเปลี่ยนงาน  ต๎องทนทาตํอไป 28. ความรํวมมือจากเพื่อน ๆ ระหวํางทาโครงงาน  ได๎รับความรํวมมือด๎วยดี ได๎รับความรํวมมือบ๎าง  ไมํมีผู๎ให๎ความรํวมมือ 29. การแก๎ไขอุปสรรคระหวํางทางาน  แก๎ปัญหาด๎วยตนเอง  ขอคาแนะนาจากครู / ผู๎ปกครอง  ไมํมีอุปสรรคเลย 30. ปัญหาที่พบระหวํางทางาน (ถ๎าไมํมีไมํต๎องตอบ)  มีเวลาทางานน๎อย  เสียคําใช๎จํายมาก  ผู๎ปกครองไมํสนใจเทําที่ควร 31. ความรู๎สึกระหวํางการทางาน  มีความสุข / สนุกสนาน  เป็นปกติ /เฉย ๆ  เบื่อ /อยากให๎งานเสร็จเร็ว ๆ 32. ความรู๎สึกเมื่องานสาเร็จ ภาคภูมิใจมาก  โลํงอก  ไมํพอใจเพราะไมํเป็นไปตามที่คาดหวังสรุปผลการทางาน  ดีมาก  ดี ปานกลาง  ยังไมํเป็นที่พอใจ ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ)
  • 33. 33 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 1)คนที่ 5 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนิศาชล กิติ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44 ้ชื่อโครงงาน นิทานรายละเอียดการประเมิน 33. เหตุผลที่เลือกโครงงานนี้ (เลือกได๎หลายข๎อ)  เคยทางานเชํนนี้มากํอน  มีผู๎พอชํวยเหลือได๎  นําจะได๎ความรู๎  ตรงกับความสนใจ  เป็นงานที่เสียคําใช๎จํายน๎อย  ผู๎ปกครองแนะนา  มีวัสดุอุปกรณ์ครบอยูแล๎ว ทางานได๎ทันที ํ  อื่น ๆ (ระบุ)------------------------------------------------------------------ 34. เมื่อเริ่มทางาน พบวํางานนี้  งํายกวําที่คิด  ยากกวําทีคิด  ยากงํายใกล๎เคียงกับที่คด ่ ิ 35. ความรู๎สึกเมื่อทางานไประยะหนึ่ง  พอใจ  อยากเปลี่ยนงาน  ต๎องทนทาตํอไป 36. ความรํวมมือจากเพื่อน ๆ ระหวํางทาโครงงาน  ได๎รับความรํวมมือด๎วยดี ได๎รับความรํวมมือบ๎าง  ไมํมีผู๎ให๎ความรํวมมือ 37. การแก๎ไขอุปสรรคระหวํางทางาน  แก๎ปัญหาด๎วยตนเอง  ขอคาแนะนาจากครู / ผู๎ปกครอง  ไมํมีอุปสรรคเลย 38. ปัญหาที่พบระหวํางทางาน (ถ๎าไมํมีไมํต๎องตอบ)  มีเวลาทางานน๎อย  เสียคําใช๎จํายมาก  ผู๎ปกครองไมํสนใจเทําที่ควร 39. ความรู๎สึกระหวํางการทางาน  มีความสุข / สนุกสนาน  เป็นปกติ /เฉย ๆ  เบื่อ /อยากให๎งานเสร็จเร็ว ๆ 40. ความรู๎สึกเมื่องานสาเร็จ ภาคภูมิใจมาก  โลํงอก  ไมํพอใจเพราะไมํเป็นไปตามที่คาดหวังสรุปผลการทางาน  ดีมาก  ดี ปานกลาง  ยังไมํเป็นที่พอใจ ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวนิศาชล กิต) ิ
  • 34. 34 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 2)ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรวินท์นภา ทรงคา ิชื่อโครงงาน นิทาน 1. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่นกเรียนกาหนดไว๎หรือไมํ ั  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 2. นักเรียนเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตนหรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 3. นักเรียนทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 4. ระหวํางทางาน นักเรียนพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 5. ระหวํางทางาน นักเรียนปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 6. ระหวํางทางาน นักเรียนทางานชิ้นนีด๎วยตนเองเพียงใด ้  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 7. ระหวํางทางาน นักเรียนมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 8. นักเรียนทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 9. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานของนักเรียนอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวรวินท์นภา ทรงคา) ิ
  • 35. 35 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 2)ชื่อผู้ทาโครงงาน นายอภิสิทธิ์ ใจกันทาชื่อโครงงาน นิทาน 10. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่นกเรียนกาหนดไว๎หรือไมํ ั  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 11. นักเรียนเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตนหรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 12. นักเรียนทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 13. ระหวํางทางาน นักเรียนพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 14. ระหวํางทางาน นักเรียนปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 15. ระหวํางทางาน นักเรียนทางานชิ้นนีด๎วยตนเองเพียงใด ้  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 16. ระหวํางทางาน นักเรียนมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 17. นักเรียนทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 18. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานของนักเรียนอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียน (นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา)
  • 36. 36 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 2)ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ชื่อโครงงาน นิทาน 19. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่นกเรียนกาหนดไว๎หรือไมํ ั  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 20. นักเรียนเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตนหรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 21. นักเรียนทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 22. ระหวํางทางาน นักเรียนพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 23. ระหวํางทางาน นักเรียนปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 24. ระหวํางทางาน นักเรียนทางานชิ้นนีด๎วยตนเองเพียงใด ้  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 25. ระหวํางทางาน นักเรียนมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 26. นักเรียนทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 27. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานของนักเรียนอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์)
  • 37. 37 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 2)ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญชื่อโครงงาน นิทาน 28. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่นกเรียนกาหนดไว๎หรือไมํ ั  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 29. นักเรียนเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตนหรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 30. นักเรียนทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 31. ระหวํางทางาน นักเรียนพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 32. ระหวํางทางาน นักเรียนปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 33. ระหวํางทางาน นักเรียนทางานชิ้นนีด๎วยตนเองเพียงใด ้  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 34. ระหวํางทางาน นักเรียนมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 35. นักเรียนทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 36. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานของนักเรียนอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ)
  • 38. 38 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 2)ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนิศาชล กิติชื่อโครงงาน นิทาน 37. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่นกเรียนกาหนดไว๎หรือไมํ ั  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 38. นักเรียนเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตนหรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 39. นักเรียนทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 40. ระหวํางทางาน นักเรียนพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 41. ระหวํางทางาน นักเรียนปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 42. ระหวํางทางาน นักเรียนทางานชิ้นนีด๎วยตนเองเพียงใด ้  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 43. ระหวํางทางาน นักเรียนมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 44. นักเรียนทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 45. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานของนักเรียนอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียน (นางสาวนิศาชล กิติ)
  • 39. 39 แบบประเมินภาระงานที่มอบหมายของผู้เรียนชื่อนักเรียน นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา วันที่ประเมิน 1 มิถุนายน 2554ประเภทของภาระงานที่มอบหมาย งานกลุ่ม โครงงานหัวข้อเรืองของงานที่มอบหมาย ่ นิทาน1. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอภาระงานที่มอบหมาย----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------2. นักเรียนปฏิบัติอะไรได๎ดีที่สุดจากงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------3. นักเรียนควรจะปรับปรุงแก๎ไขเกี่ยวกับอะไรบ๎างจากภาระงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------4. นักเรียนคิดวํางานที่มอบหมายนี้ประเด็นอะไรที่ยากที่สด ุ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------5. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอระดับคะแนนที่ได๎ และนักเรียนคาดหวังวําควรจะได๎ระดับคะแนนเทําไร----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------6. นักเรียนกาหนดเป้าหมายของการทางานตามที่มอบหมายในครั้งตํอไปไว๎อยํางไร---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • 40. 40 แบบประเมินภาระงานที่มอบหมายของผู้เรียนชื่อนักเรียน นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา วันที่ประเมิน 1 มิถุนายน 2554ประเภทของภาระงานที่มอบหมาย งานกลุ่ม โครงงานหัวข้อเรืองของงานที่มอบหมาย ่ นิทาน1. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอภาระงานที่มอบหมาย----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------2. นักเรียนปฏิบัติอะไรได๎ดีที่สุดจากงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------3. นักเรียนควรจะปรับปรุงแก๎ไขเกี่ยวกับอะไรบ๎างจากภาระงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------4. นักเรียนคิดวํางานที่มอบหมายนี้ประเด็นอะไรที่ยากที่สด ุ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------5. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอระดับคะแนนที่ได๎ และนักเรียนคาดหวังวําควรจะได๎ระดับคะแนนเทําไร----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------6. นักเรียนกาหนดเป้าหมายของการทางานตามที่มอบหมายในครั้งตํอไปไว๎อยํางไร---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • 41. 41 แบบประเมินภาระงานที่มอบหมายของผู้เรียนชื่อนักเรียน นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ วันที่ประเมิน 1 มิถุนายน 2554ประเภทของภาระงานที่มอบหมาย งานกลุ่ม โครงงานหัวข้อเรืองของงานที่มอบหมาย ่ นิทาน1. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอภาระงานที่มอบหมาย----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------2. นักเรียนปฏิบัติอะไรได๎ดีที่สุดจากงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------3. นักเรียนควรจะปรับปรุงแก๎ไขเกี่ยวกับอะไรบ๎างจากภาระงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------4. นักเรียนคิดวํางานที่มอบหมายนี้ประเด็นอะไรที่ยากที่สด ุ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------5. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอระดับคะแนนที่ได๎ และนักเรียนคาดหวังวําควรจะได๎ระดับคะแนนเทําไร----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------6. นักเรียนกาหนดเป้าหมายของการทางานตามที่มอบหมายในครั้งตํอไปไว๎อยํางไร---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • 42. 42 แบบประเมินภาระงานที่มอบหมายของผู้เรียนชื่อนักเรียน นางสาวรัตติกาล สว่างยิ่งเจริญ วันที่ประเมิน 1 มิถุนายน 2554ประเภทของภาระงานที่มอบหมาย งานกลุ่ม โครงงานหัวข้อเรืองของงานที่มอบหมาย ่ นิทาน1. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอภาระงานที่มอบหมาย----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------2. นักเรียนปฏิบัติอะไรได๎ดีที่สุดจากงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------3. นักเรียนควรจะปรับปรุงแก๎ไขเกี่ยวกับอะไรบ๎างจากภาระงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------4. นักเรียนคิดวํางานที่มอบหมายนี้ประเด็นอะไรที่ยากที่สด ุ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------5. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอระดับคะแนนที่ได๎ และนักเรียนคาดหวังวําควรจะได๎ระดับคะแนนเทําไร----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------6. นักเรียนกาหนดเป้าหมายของการทางานตามที่มอบหมายในครั้งตํอไปไว๎อยํางไร---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • 43. 43 แบบประเมินภาระงานที่มอบหมายของผู้เรียนชื่อนักเรียน นางสาวนิศาชล กิติ วันที่ประเมิน 1 มิถุนายน 2554ประเภทของภาระงานที่มอบหมาย งานกลุ่ม โครงงานหัวข้อเรืองของงานที่มอบหมาย ่ นิทาน1. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอภาระงานที่มอบหมาย----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------2. นักเรียนปฏิบัติอะไรได๎ดีที่สุดจากงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------3. นักเรียนควรจะปรับปรุงแก๎ไขเกี่ยวกับอะไรบ๎างจากภาระงานที่มอบหมาย---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------4. นักเรียนคิดวํางานที่มอบหมายนี้ประเด็นอะไรที่ยากที่สด ุ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------5. นักเรียนรู๎สึกอยํางไรตํอระดับคะแนนที่ได๎ และนักเรียนคาดหวังวําควรจะได๎ระดับคะแนนเทําไร----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------6. นักเรียนกาหนดเป้าหมายของการทางานตามที่มอบหมายในครั้งตํอไปไว๎อยํางไร---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • 44. 44 แบบประเมินของกลุ่มเพื่อนชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรวินท์นภา ทรงคา ิ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 18ชื่อโครงงาน นิทาน 1. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่กาหนดไว๎หรือไมํ  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 2. เจ๎าของงานเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตน หรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 3. เจ๎าของงานทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 4. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 5. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 6. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานทางานชิ้นนี้ดวยตนเองเพียงใด ๎  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 7. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 8. เจ๎าของงานนี้ ทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 9. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียนผู๎ประเมิน (นางสาวเปรมวดี พุทธรัตน์)
  • 45. 45 แบบประเมินของกลุ่มเพื่อนชื่อผู้ทาโครงงาน นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22ชื่อโครงงาน นิทาน 10. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่กาหนดไว๎หรือไมํ  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 11. เจ๎าของงานเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตน หรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 12. เจ๎าของงานทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 13. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 14. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 15. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานทางานชิ้นนี้ดวยตนเองเพียงใด ๎  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 16. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 17. เจ๎าของงานนี้ ทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 18. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียนผู๎ประเมิน (นายธราธร จรรยา)
  • 46. 46 แบบประเมินของกลุ่มเพื่อนชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34ชื่อโครงงาน นิทาน 19. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่กาหนดไว๎หรือไมํ  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 20. เจ๎าของงานเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตน หรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 21. เจ๎าของงานทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 22. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 23. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 24. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานทางานชิ้นนี้ดวยตนเองเพียงใด ๎  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 25. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 26. เจ๎าของงานนี้ ทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 27. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียนผู๎ประเมิน (นางสาวพรพิรุณ จันทร์ตําย)
  • 47. 47 แบบประเมินของกลุ่มเพื่อนชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 43 ้ชื่อโครงงาน นิทาน 28. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่กาหนดไว๎หรือไมํ  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 29. เจ๎าของงานเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตน หรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 30. เจ๎าของงานทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 31. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 32. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 33. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานทางานชิ้นนี้ดวยตนเองเพียงใด ๎  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 34. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 35. เจ๎าของงานนี้ ทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 36. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียนผู๎ประเมิน (นายวสิษฐ์พล มูลเมือง)
  • 48. 48 แบบประเมินของกลุ่มเพื่อนชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนิศาชล กิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44ชื่อโครงงาน นิทาน 37. งานนี้ตรงตามจุดประสงค์ที่กาหนดไว๎หรือไมํ  ตรง  ไมํตรง  ไมํมีความเห็น (บอกไมํได๎วําตรงหรือไมํ) 38. เจ๎าของงานเลือกงานได๎เหมาะสมกับความสามารถ ความถนัด หรือลักษณะนิสัยของตน หรือไมํ  เหมาะสม  ไมํเหมาะ  ไมํมีความเห็น 39. เจ๎าของงานทางานนี้อยํางตํอเนื่องสม่าเสมอหรือไมํ  สม่าเสมอ  ไมํสม่าเสมอ  ไมํมีความเห็น 40. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานพยายามแก๎ไขอุปสรรคหรือปรับปรุงวิธีการทางาน  พยายามมาก  พยายามพอสมควร  ไมํมีความเห็น 41. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานปรึกษาหารือขอคาแนะนาจากครูหรือผู๎ปกครองเพียงใด  ปรึกษาพอสมควร  ไมํปรึกษาเลย  ไมํมีความเห็น 42. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานทางานชิ้นนี้ดวยตนเองเพียงใด ๎  ทาเองโดยตลอด  ขอความชํวยเหลือผู๎อื่นบ๎าง  ไมํมีความเห็น 43. ระหวํางทางาน เจ๎าของงานมีความตั้งใจเพียงใด  ตั้งใจมาก  ตั้งใจพอสมควร  ไมํมีความเห็น 44. เจ๎าของงานนี้ ทางานโดยลอกเลียนงานของผู๎อื่นเพียงใด  ลอกเลียน  ไมํลอกเลียน  ไมํมีความเห็น 45. เพื่อน ๆ สํวนใหญํ มีความรู๎สึกตํองานอยํางไร  ชื่นชม  ไมํชื่นชม  ไมํมีความเห็นสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ นักเรียนผู๎ประเมิน (นายคุณากร มณีชัย)
  • 49. 49 แบบประเมินของผู้ปกครองคนที่ 1 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 18ชื่อโครงงาน นิทาน1. กํอนทางานนี้เด็กของทํานมาพูดคุยกับทํานวําอยํางไร ขอความเห็น บํนวําไมํอยากทา ไมํมาพูดคุยเลย2. ทํานมีสํวนรํวมในการเลือกทางานนี้อยํางไร สั่งให๎เลือกงานนี้ แนะนาวําควรเลือกงานนี้ ให๎เลือกเองตามใจชอบ3. ทํานมีความรู๎สกเกี่ยวกับการทางานนี้อยํางไร ึ สิ้นเปลือง เสียเวลาต๎องตอบคาถาม ไมํสนใจ ทาได๎เทําไรก็เอาเทํานั้น4. ทํานชํวยเหลือเด็กของทํานระหวํางการทางานนี้อยํางไร ชํวยเหลือตามที่ขอร๎อง ชํวยทางานด๎วยถ๎ามีโอกาส ปลํอยให๎ทาด๎วยตัวเอง5. ทํานแสดงความเอาใจใสํระหวํางที่เด็กของทํานทางานนีมากที่สุดตามข๎อใด (ถ๎ามี) ้ ดูแลสุขภาพ ให๎กาลังใจ ลดงานบ๎านเพื่อให๎มีเวลาทางาน6. ระหวํางทางาน เด็กของทํานมาปรึกษาหารือกับทํานอยํางไร ขอคาแนะนาบํอย ๆ ขอคาแนะนาบ๎าง ไมํมาปรึกษาเลย7. เมื่อทางานเสร็จ เด็กของทํานแสดงออกอยํางไร ดีใจที่ทาสาเร็จ แสดงความรู๎สกผิดหวัง ึ ไมํแสดงอะไรเป็นพิเศษ8. เด็กของทํานมีปฏิกิริยากับผลงานอยํางไร พอใจมาก เฉย ๆ ไมํพอใจ9. ทํานมีความรู๎สกตํอผลงานอยํางไร ึ ดี พอใช๎ ยังไมํนําพอใจสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผ่าน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู๎ปกครองนักเรียน (นางมาลา ทรงคา)
  • 50. 50 แบบประเมินของผู้ปกครองคนที่ 2 ชื่อผู้ทาโครงงาน นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22ชื่อโครงงาน นิทาน1. กํอนทางานนี้เด็กของทํานมาพูดคุยกับทํานวําอยํางไร ขอความเห็น บํนวําไมํอยากทา ไมํมาพูดคุยเลย2. ทํานมีสํวนรํวมในการเลือกทางานนี้อยํางไร สั่งให๎เลือกงานนี้ แนะนาวําควรเลือกงานนี้ ให๎เลือกเองตามใจชอบ3. ทํานมีความรู๎สกเกี่ยวกับการทางานนี้อยํางไร ึ สิ้นเปลือง เสียเวลาต๎องตอบคาถาม ไมํสนใจ ทาได๎เทําไรก็เอาเทํานั้น4. ทํานชํวยเหลือเด็กของทํานระหวํางการทางานนี้อยํางไร ชํวยเหลือตามที่ขอร๎อง ชํวยทางานด๎วยถ๎ามีโอกาส ปลํอยให๎ทาด๎วยตัวเอง5. ทํานแสดงความเอาใจใสํระหวํางที่เด็กของทํานทางานนีมากที่สุดตามข๎อใด (ถ๎ามี) ้ ดูแลสุขภาพ ให๎กาลังใจ ลดงานบ๎านเพื่อให๎มีเวลาทางาน6. ระหวํางทางาน เด็กของทํานมาปรึกษาหารือกับทํานอยํางไร ขอคาแนะนาบํอย ๆ ขอคาแนะนาบ๎าง ไมํมาปรึกษาเลย7. เมื่อทางานเสร็จ เด็กของทํานแสดงออกอยํางไร ดีใจที่ทาสาเร็จ แสดงความรู๎สกผิดหวัง ึ ไมํแสดงอะไรเป็นพิเศษ8. เด็กของทํานมีปฏิกิริยากับผลงานอยํางไร พอใจมาก เฉย ๆ ไมํพอใจ9. ทํานมีความรู๎สกตํอผลงานอยํางไร ึ ดี พอใช๎ ยังไมํนําพอใจสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผ่าน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู๎ปกครองนักเรียน (นายทองเนตร ใจกันทา)
  • 51. 51 แบบประเมินของผู้ปกครองคนที่ 3 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34ชื่อโครงงาน นิทาน1. กํอนทางานนี้เด็กของทํานมาพูดคุยกับทํานวําอยํางไร ขอความเห็น บํนวําไมํอยากทา ไมํมาพูดคุยเลย2. ทํานมีสํวนรํวมในการเลือกทางานนี้อยํางไร สั่งให๎เลือกงานนี้ แนะนาวําควรเลือกงานนี้ ให๎เลือกเองตามใจชอบ3. ทํานมีความรู๎สกเกี่ยวกับการทางานนี้อยํางไร ึ สิ้นเปลือง เสียเวลาต๎องตอบคาถาม ไมํสนใจ ทาได๎เทําไรก็เอาเทํานั้น4. ทํานชํวยเหลือเด็กของทํานระหวํางการทางานนี้อยํางไร ชํวยเหลือตามที่ขอร๎อง ชํวยทางานด๎วยถ๎ามีโอกาส ปลํอยให๎ทาด๎วยตัวเอง5. ทํานแสดงความเอาใจใสํระหวํางที่เด็กของทํานทางานนีมากที่สุดตามข๎อใด (ถ๎ามี) ้ ดูแลสุขภาพ ให๎กาลังใจ ลดงานบ๎านเพื่อให๎มีเวลาทางาน6. ระหวํางทางาน เด็กของทํานมาปรึกษาหารือกับทํานอยํางไร ขอคาแนะนาบํอย ๆ ขอคาแนะนาบ๎าง ไมํมาปรึกษาเลย7. เมื่อทางานเสร็จ เด็กของทํานแสดงออกอยํางไร ดีใจที่ทาสาเร็จ แสดงความรู๎สกผิดหวัง ึ ไมํแสดงอะไรเป็นพิเศษ8. เด็กของทํานมีปฏิกิริยากับผลงานอยํางไร พอใจมาก เฉย ๆ ไมํพอใจ9. ทํานมีความรู๎สกตํอผลงานอยํางไร ึ ดี พอใช๎ ยังไมํนําพอใจสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผ่าน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู๎ปกครองนักเรียน (นายณฐปพนต์ พาณิชยนันต์)
  • 52. 52 แบบประเมินของผู้ปกครองคนที่ 4 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 43ชื่อโครงงาน นิทาน1. กํอนทางานนี้เด็กของทํานมาพูดคุยกับทํานวําอยํางไร ขอความเห็น บํนวําไมํอยากทา ไมํมาพูดคุยเลย2. ทํานมีสํวนรํวมในการเลือกทางานนี้อยํางไร สั่งให๎เลือกงานนี้ แนะนาวําควรเลือกงานนี้ ให๎เลือกเองตามใจชอบ3. ทํานมีความรู๎สกเกี่ยวกับการทางานนี้อยํางไร ึ สิ้นเปลือง เสียเวลาต๎องตอบคาถาม ไมํสนใจ ทาได๎เทําไรก็เอาเทํานั้น4. ทํานชํวยเหลือเด็กของทํานระหวํางการทางานนี้อยํางไร ชํวยเหลือตามที่ขอร๎อง ชํวยทางานด๎วยถ๎ามีโอกาส ปลํอยให๎ทาด๎วยตัวเอง5. ทํานแสดงความเอาใจใสํระหวํางที่เด็กของทํานทางานนีมากที่สุดตามข๎อใด (ถ๎ามี) ้ ดูแลสุขภาพ ให๎กาลังใจ ลดงานบ๎านเพื่อให๎มีเวลาทางาน6. ระหวํางทางาน เด็กของทํานมาปรึกษาหารือกับทํานอยํางไร ขอคาแนะนาบํอย ๆ ขอคาแนะนาบ๎าง ไมํมาปรึกษาเลย7. เมื่อทางานเสร็จ เด็กของทํานแสดงออกอยํางไร ดีใจที่ทาสาเร็จ แสดงความรู๎สกผิดหวัง ึ ไมํแสดงอะไรเป็นพิเศษ8. เด็กของทํานมีปฏิกิริยากับผลงานอยํางไร พอใจมาก เฉย ๆ ไมํพอใจ9. ทํานมีความรู๎สกตํอผลงานอยํางไร ึ ดี พอใช๎ ยังไมํนําพอใจสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผ่าน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู๎ปกครองนักเรียน (นายถาวร สวํางยิ่งเจริญ)
  • 53. 53 แบบประเมินของผู้ปกครองคนที่ 5 ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวนิศาชล กิติ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44 ้ชื่อโครงงาน นิทาน1. กํอนทางานนี้เด็กของทํานมาพูดคุยกับทํานวําอยํางไร ขอความเห็น บํนวําไมํอยากทา ไมํมาพูดคุยเลย2. ทํานมีสํวนรํวมในการเลือกทางานนี้อยํางไร สั่งให๎เลือกงานนี้ แนะนาวําควรเลือกงานนี้ ให๎เลือกเองตามใจชอบ3. ทํานมีความรู๎สกเกี่ยวกับการทางานนี้อยํางไร ึ สิ้นเปลือง เสียเวลาต๎องตอบคาถาม ไมํสนใจ ทาได๎เทําไรก็เอาเทํานั้น4. ทํานชํวยเหลือเด็กของทํานระหวํางการทางานนี้อยํางไร ชํวยเหลือตามที่ขอร๎อง ชํวยทางานด๎วยถ๎ามีโอกาส ปลํอยให๎ทาด๎วยตัวเอง5. ทํานแสดงความเอาใจใสํระหวํางที่เด็กของทํานทางานนีมากที่สุดตามข๎อใด (ถ๎ามี) ้ ดูแลสุขภาพ ให๎กาลังใจ ลดงานบ๎านเพื่อให๎มีเวลาทางาน6. ระหวํางทางาน เด็กของทํานมาปรึกษาหารือกับทํานอยํางไร ขอคาแนะนาบํอย ๆ ขอคาแนะนาบ๎าง ไมํมาปรึกษาเลย7. เมื่อทางานเสร็จ เด็กของทํานแสดงออกอยํางไร ดีใจที่ทาสาเร็จ แสดงความรู๎สกผิดหวัง ึ ไมํแสดงอะไรเป็นพิเศษ8. เด็กของทํานมีปฏิกิริยากับผลงานอยํางไร พอใจมาก เฉย ๆ ไมํพอใจ9. ทํานมีความรู๎สกตํอผลงานอยํางไร ึ ดี พอใช๎ ยังไมํนําพอใจสรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผ่าน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู๎ปกครองนักเรียน (นางคารมณ์ กิติ)
  • 54. 54 แบบประเมินของอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานชื่อผู้ทาโครงงาน 1. นางสาวรวินท์นภา ิ ทรงคา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 18 2. นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22 3. นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34 4. นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 ้ เลขที่ 43 5. นางสาวนิศาชล กิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44ชื่อโครงงาน โวหารเปรียบเทียบในสามัคคีเภทคาฉันท์1. ระดับความรู๎ / ประสบการณ์เดิม ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง2. การเลือกงาน ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง3. ลักษณะทัวไปของแผนการปฏิบัติงาน ดีเยี่ยม ่ ผําน ควรปรับปรุง4. การเตรียมการกํอนลงมือทาโครงงาน ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง5. การทางานตามขั้นตอน ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง6. การแก๎ไปปัญหาระหวํางการทางาน (ถ๎ามี) ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง7. การเสริม / ปรับปรุงแผนระหวํางการทางาน (ถ๎ามี) ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง8. ความตั้งใจ / เอาใจใสํ / ขยันขันแข็ง ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง9. เมื่อทางานเสร็จมีการทบทวนปรับปรุงอยํางไร ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง10. เมื่องานเสร็จผลงานเป็นที่พอใจของเจ๎าของงานเพียงใด ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง11. ลักษณะของผลงานด๎านความคิด ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุง12. ลักษณะของผลงานด๎านประโยชน์ / ความสวยงาม ดีเยี่ยม ผําน ควรปรับปรุงบันทึกเพิ่มเติมความรูความเข๎าใจที่ได๎จากการทางาน-------------------------------------------------------------------------- ๎-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  • 55. 55ความสามารถพิเศษ/ ความถนัด / ทักษะ-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ความเห็นอื่น (ถ๎ามี)---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------สรุปผลการทางาน  ดีเยี่ยม  ผ่าน  ควรปรับปรุง ลงชื่อ อาจารย์ที่ปรึกษา (นายวิชาญ วงศ์วรทัญํู)
  • 56. 56 สรุปผลการทางานโครงงานชื่อผู้ทาโครงงาน 1. นางสาวรวินท์นภา ิ ทรงคา ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 ้ เลขที่ 18 2. นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 22 3. นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 34 4. นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ ชันมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 ้ เลขที่ 43 5. นางสาวนิศาชล กิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 เลขที่ 44ชื่อโครงงาน นิทาน1. ผลการประเมินตนเอง  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง2. ผลการประเมินจากกลุํมเพื่อน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง3. ผลการประเมินจากผู๎ปกครอง  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง4. ผลการประเมินจากอาจารย์ที่ปรึกษา  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง5. ผลการประเมินจากอาจารย์ผู๎สอน  ดีเยี่ยม  ผําน  ควรปรับปรุง รวมสรุปผลการประเมิน1. ผลการประเมินโครงงาน  ผําน  ไมํผําน2. ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน  ผําน  ไมํผําน ลงชื่อ อาจารย์ที่ปรึกษา (นายวิชาญ วงศ์วรทัญํู) ลงชื่อ อาจารย์ผู๎สอน (นายวิชาญ วงศ์วรทัญํู) ลงชื่อ หัวหน๎ากลุํมสาระภาษาไทย (นางสุจิตรา กังวาฬ)
  • 57. 57ตัวอย่างนิทานเทพนิยาย (myth) สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด กาลครั้งหนึ่งในดินแดนสุดมหัศจรรย์ ยังมีองค์หญิงน๎อยแสนงามผู๎มีผมดาดุจไม๎มะเกลือริมฝีปากแดงดั่งกุหลาบและมีผิวขาวผํองดังหิมะ เธอคือสโนไวท์ ผู๎ที่รู๎จักเธอล๎วนรักเธอเว๎นแตํราชินีแมํเลี้ยงใจร๎ายผู๎รษยาในความงาม ของเธอสโนไวท์อาศัยอยูํในดินแดนมหัศจรรย์ที่มน้าตกเจ็ดชั้นและ ิ ีภูเขาอัญมณี เจ็ดลูกที่ภายในมีอัญมณีเลอคํามากมาย ภูเขาทีอยูํหํางไกลที่สุดเป็นที่ตั้งของปราสาทที่ ่สโนไวท์เติบโตมาภายใต๎ อานาจของราชินี ถึงแม๎วําความปรารถนาทีจะมีรกแสนหวานของเธอจะดูเป็นไปไมํได๎แตํความรักก็ สามารถ ่ ัหาทางของมันได๎เสมอแม๎วําเสื้อผ๎าที่ขาดรุํงริ่งก็ยังไมํสามารถห๎าม ให๎เจ๎าชายหลงรักสโนไวท์ได๎ ราชินีเกรงวําสักวันสโนไวท์จะเติบโตและงดงามกวําพระนาง ด๎วยเหตุนี้พระนางจึงใช๎ให๎สโนไวท์ทางานหนักดั่งทาส และเมื่อกระจกวิเศษเผยแกํราชินีวําสโนไวท์งดงามกวําพระนาง ชีวิตของสโนไวท์ก็ตกอยูในอันตราย จนกระทั่งเธอได๎พบเพื่อนตัวเล็กๆทั้งเจ็ดคนที่ชํวยเหลือเธอไว๎ ํ สโนไวท์วิ่งหนีไปในป่ามืด ดูเหมือนวําต๎นไม๎เกิดมีชีวิตและพยายามจะฉุดรั้งสโนไวท์เอาไว๎เธอเหนื่อยลําและหวาดกลัวจนกระทั่งหมดแรงและล๎มลงกลางป่า แล๎วสิ่งที่ทาให๎เธอมีชีวิตชีวาอีกครั้งก็คือเสียงเพลงและรอยยิ้ม ระหวํางที่สโนไวท์กาลังทากูซเบอร์รี่พายของโปรดของเหลําคนแคระ แมํค๎าเรํก็เข๎ามาคะยั้นคะยอเธอให๎ทาแอปเปิ้ลพายด๎วยลูกแอปเปิ้ลสีแดงสดใน มือนาง และเมื่อสโนไวท์อธิษฐานตํอแอปเปิ้ลเธอกัดมันและสลบลงไปนอนกองกับพื้นทันที! สโนไวท์ลืมตาตื่นขึ้นพร๎อมกับเห็นเจ๎าชายรูปงามและเหลําคนแคระรายล๎อม เจ๎าชายพาเธอขี่ม๎าไปที่ปราสาทของเขาและทั้งคูํก็อยูด๎วยกันอยํางมีความสุข ตลอดกาล ํตัวอย่างนิทานเรื่องสัตว์ (animal tale)ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ๎าประทับอยูํวัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภอุบาสกผู๎ผกมิตรคนหนึ่ง ได๎ ูตรัสอดีตนิทานมาสาธ วํา... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล๎ว มีชาวบ๎านกลุํมหนี่งประกอบอาชีพลําสัตว์ พอทราบวําป่าใดมีสัตว์มากก็จะพากันตั้งแค๎มป์พกอยูใกล๎ป่านั้นลําสัตว์ อยูํตํอมาได๎พากันไปลําสัตว์ในป่าแหํงหนึ่งในป่านั้น ั ํลําสัตว์ อยูํตํอมาได๎พากันไปลําสัตว์ในป่าแหํงหนึ่ง ในป่านันมีสระเกิดเองโดยธรรมชาติสระหนึ่ง มี ้
  • 58. 58สัตว์ ๔ ชนิดอาศัยอยูํรอบสระ ด๎านขวามือของสระมีเหยี่ยว ๒ ผัวเมียอาศียอยูํ ด๎านเนือมีราชสีห์ ด๎านตะวันออกมีพญานกออก (นกเหยี่ยวขนาดใหญํชนิดหนี่ง ชอบหากินปลาในทะเล) และในสระมีเตําอาศัยอยูํ สมัยนั้นพระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชสีห์ วันหนึ่งเหยี่ยวสามีได๎ปรึกษาภรรยาวํา "นี่น๎อง..เราควรจะมีลูกน๎อยได๎แล๎วละ" ภรรยากลําววํา "พี.่ . เรายังไมํมีมิตรสักคนเลย ถ๎าเกิดภัยอันตรายขึ้นมา เราจะไปพึ่งใคร กํอนแตํจะมีลกน๎อย น๎อง ูวําเราควรจะเข๎าไปผูกมิตรกับสัตว์อก ๓ ตัวนั้นกํอน" สามีเห็นดีด๎วยเมื่อผูกมิตรกับสัตว์ทั้ง ๓ ตัวแล๎ว ีจึงไปทารังอยูํที่ต๎นกระทุํมต๎นหนึ่งข๎างสระน้านั้น ไมํนานก็มีลูกน๎อย ๒ ตัว อยูํมาวันหนึ่ง พวกชาวบ๎านกลุํมนันพากันตระเวนลําสัตว์ปาตลอดวันไมํได๎สัตว์อะไรสักตัว ้ ่เลย ปรึกษากันวํา "เมื่อไมํได๎อะไรพวกเราก็พกอยูํในป่านี่แหละ ได๎อะไรแล๎วคํอยกลับคืนบ๎าน" ตก ัลงพักค๎างคืนใต๎ต๎นกระทุํมต๎นนั้น เมื่อมียุงมารุมกัดพวกเขาจึงกํอกองไฟขึ้น ควันไฟได๎รมลูกนกเหยี่ยวมันจึงพากันร๎อง พวกเขาจึงพูดกันวํา "เสียงลูกนกนี่ หาอะไรไมํได๎ทั้งวันหิวจนตาลายอยูํแล๎วมัดคบเพลิงเร็ว จะขึ้นไปนามันลงมาปิ้งกัน" แมํเหยี่ยวพอลูกสํงเสียงร๎องก็ทราบวํามีภัยอันตรายแล๎วจึงรีบบินบอกสามีให๎ไปขอความชํวยเหลือจากพญานกออก พญานกออกยินดีชวยเหลือได๎บินไปจับอยูํที่ต๎นไม๎ต๎นหนึงที่อยูํข๎างเคียง พอชาวบ๎านคน ํ ่หนึ่งถือคบเพลิงปีนขึ้นต๎นไม๎ใกล๎จะถึงรังนกเหยี่ยว มันก็รบบินลงในสระน้านามาดับคบเพลิง คน ีนั้นก็จะลงมาจุดคบเพลิงและปีนขึ้นไปใหมํ ใกล๎จะถึงรังนกเหยี่ยวก็ถูกพญานกออกดับคบเพลิงอีกเป็นอยูํลักษณะเชํนนี้จนถึงเที่ยงคืน พญานกออกเหน็ดเหนือยจนตาแดงก่า เหยี่ยวเห็นพญานกออก ่เหน็ดเหนื่อมากแล๎วจึงขอบคุณและให๎กลับไปพักผํอนสํวนตน รีบขอความชํวยเหลือจากเตํา เตําใหญํขึ้นมาจากสระน้านาเปลือกตมและสาหรํายขึ้นไปดับกองไฟ แล๎วหมอบอยูํ พวกชาวบ๎านเห็นเตําใหญํขึ้นมาจากสระน้ามาดับไฟก็พากันหันมาจับเตําแทน ชํวยกันดึงเถาวัลย์ และแก๎ผ๎านุํงผูกเตําดึงไว๎กลับถูกเตําใหญํลากลงสระน้าไป ตํางคนก็สะบักสบอมได๎กนน้าจน ิพุงกาง ขึนจากสระน้าแล๎วพากนบํนพึมพาวํา "พวกเราเหวย ..นกออกคอยดับคบเพลิงเราตั้งครึ่งคืน ้คราวนีโดนเตําใหญํลากลงน้าได๎กนน้าจนพุงกาง กํอไฟขึนใหมํเถอะเรา เมื่ออรุณขึ้นแล๎วคํอยกินลูก ้ ิ ้เหยี่ยวก็ได๎
  • 59. 59 " วําแล๎วกากันเก็บฟืนมากํอไฟขึ้นใหมํ สํวนเหยี่ยว ๒ ผัวเมียหารือกันวํา "คงจะต๎องถึงเวลาไปขอความชํวยเหลือจากทํานราชสีห์แล๎วละทีนี้" เหยี่ยวสามีจึงไปขอความชํวยเหลือจากทํานราชสีห์ราชสีห์รับคาแล๎วเดินไปทีกองไฟของพวกชาวบ๎าน พวกเขาพอเห็นราชสีห์เดินมาตํางก็พากันกลัว ่ตายร๎องเสียงหลงวํา "ครั้งแรกนกออกคอยดับคบเพลิง เตําใหญํมาทาให๎พวกเราผ๎าเปียก คราวนี้ราชสีห์จักมาเอาชีวิตพวกเราแล๎วตํางพากันแตกตืนวิ่งหนีกระเจิงไป ราชสีห์เดินไปใต๎ต๎นกระทุํมไมํ ่เห็นมีใครหลงเหลืออยูํเลย ไมํนานเหยี่ยว พญานกออก และเตําก็เข๎ามาหา ราชสีห์จึงให๎โอวาทวํา "ตํอแตํนี้ไป สูเจ๎าทั้งหลายอยําทาลายมิตรธรรม อยูํอยํางไมํประมาทเถิด" แล๎วก็กลับที่อยูํของตน สัตว์ตําง ๆ ก็แยกย๎ายกลับที่อยูํของตนไป แมํเหยี่ยวมองดูลูกน๎อยของตนแล๎วพูดขึ้นวํา "เพราะอาศัยมิตรแท๎ ๆ เราจึงรักษาลูกๆ ไว๎ได๎" แล๎วจึงกลําวเป็นคาถาวํา "บุคคลพึงคบมิตรสหายและเจ๎านายไว๎ เพื่อได๎รับความสุข เรากาจัดศัตรูได๎ดวยกาลังแหํงมิตร เป็นผู๎พร๎อมเพรียงด๎วยบุตรทั้งหลาย บันเทิงอยูํ ๎เหมือนเกราะที่บุคคลสวมแล๎วป้องกันลูกศรทั้งหลายได๎ฉะนั้น"ตัวอย่างนิทานสอนคติธรรม ยักษ์ปีนต้นไม้ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล๎ว มีชายตัดฟืนอาศัยอยูํในป่า ทามาหากินด๎วยความซื่อสัตย์สุจริต จนกระทั่งวันหนึ่ง ปรากฏรํางเทวดาตรงหน๎าชายตัดฟืนคนนัน ้ "เราจะมอบของล้าคํา เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนที่เจ๎าเป็นคนดี มันคือยักษ์วิเศษ "เทวดากลําวและบรรยายสรรพคุณตํอ "เจ๎ายักษ์ตนนีมีความสามารถสูง มันเกิดมาเพื่อทางาน ้มันสามารถทางานให๎เจ๎าได๎ทกอยําง และทาได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ที่สาคัญมันทางานได๎เร็วมาก ุเลย" "แตํ.." เทวดาเว๎นวรรคเล็กน๎อยแล๎วกลําวตํอ "เจ๎าต๎องระวังหากไมํสามารถหางานให๎มันทาได๎ละก็…มันจะกลับมาเลํนงานเจ๎าเอง มันจะเลํนงานเจ๎าถึงตายเชียวนะ" ชายตัดฟืนตัดสินใจรับยักษ์วิเศษไว๎ แล๎วเขาก็พามันกลับบ๎านทันทีที่เข๎าบ๎าน ยักษ์ตนนั้นก็เริ่มกลําววํา "นาย ๆ มีอะไรให๎ข๎าฯ ทาบ๎าง" ชายตัดฟืนได๎มอบหมายงานให๎ยกษ์ไปทาความสะอาดบ๎านที่รกรุงรัง ตัวเองก็กระหยิ่มใจที่ได๎ ัพัก ขณะที่เขากาลังจะเอนตัวลงงีบ ก็ได๎ยนเสียงชัดเจนดังข๎างหูวํา "นาย ๆ ข๎าฯ ทาความสะอาดบ๎าน ิเสร็จแล๎ว มีอะไรให๎ข๎าฯ ทาอีก"
  • 60. 60 ชายตัดฟืนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ๎านอยํางไมํเชื่อสายตาตัวเอง บ๎านสะอาดหมดจดอยํางไมํมีที่ติ เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน๎าผาก เขาแก๎ปัญหาเฉพาะหน๎าสั่งให๎ยกษ์ไปตัดฟืนที่เขาทา ัค๎างไว๎เป็นงานชินใหญํ ที่ทาให๎เขาพอมีเวลา ้ จากนันชายตัดฟืนได๎ไปปรึกษาทํานผู๎รู๎ประจาหมูํบาน หลังจากฟังคาแนะนาชายตัดฟืนได๎ ้ ๎กลับถึงบ๎าน เจ๎ายักษ์เสร็จงานผําฟืนพอดี "นาย ๆ ผมผําฟืนเสร็จแล๎วมีอะไรให๎ผมทาอีก" น้าเสียงของเจ๎ายักษ์สํอเลศนัยวํามันจะได๎กน ิชายตัดฟืนเป็นอาหารแนํ ๆ ชายตัดฟืนเริ่มทาตามแผนทันที เขาสั่งให๎ยักษ์พาตนไปยังต๎นไม๎สูงกลางป่า ณ ต๎นไม๎นั้นเขาสั่งให๎เจ๎ายักษ์ให๎ลิดกิ่ง ลิดใบออกจนหมด ต๎นไม๎สูงต๎นนี้จึงดูเหมือนเสาโล๎น ๆ ต๎นหนึ่ง "นับจากนี้ไป" ชายตัดฟืนกลําว "เมื่อใดที่เจ๎ายืนอยูที่โคนต๎นงานของเจ๎าคือให๎ปีนขึ้นไปจน ํสุดปลายยอดไม๎" เขาเว๎นเล็กน๎อยกํอนที่จะกลําวตํอ "และเมื่อใดที่เจ๎าอยูํปลายยอดไม๎ งานของเจ๎าคือให๎ปีนลงมายังโคนต๎นไม๎" คาสั่งสองคานี้ทาให๎เจ๎ายักษ์ทางานเป็นวงจรอันไมํรจบ ผลก็คือเมื่อใดที่ชายตัดฟืนมีงานให๎ ู๎ทา เขาก็เรียกเจ๎ายักษ์มาใช๎ ครั้นเมื่องานเสร็จสิ้นลงเขาก็ใช๎ให๎เจ๎ายักษ์ไปปีนต๎นไม๎….. ยักษ์วิเศษตนนีก็คือความคิดของมนุษย์นนเอง ใชํหรือไมํทความคิดของมนุษย์เป็นสิ่งที่มี ้ ั่ ี่ความสามารถสูง เป็นสิ่งที่เร็วยิ่ง มนุษย์มีเทคโนโลยีอันทันสมัย เดินทางไปถึงดวงจันทร์ได๎ ก็เพราะความคิดนี่เอง แตํ..บํอยครั้งที่เราพบวําเพราะความคิดนี่แหละ กลับมาเลํนงานมนุษย์เสียเอง บางคนคิดมากจนบั่นทอนสุขภาพ บ๎างถึงกับจบชีวตตนเองลงด๎วยซ้า ก็เพราะเจ๎าความคิดนี่เอง ิ ต๎นไม๎ในนิทานก็คือลมหายใจในตัวเรานั่นเอง ซึ่งจะเดินทางขึ้นลง จากปอดขึ้นสูํจมูกจากจมูกลงสูํปอดเทํานั้น นิทานเรื่องนี้สอนให๎รวํา ผู๎มีปัญญายํอมรู๎จักที่จะใช๎ความคิดของตนเองให๎เกิด ู๎ประโยชน์ ครั้นเมื่อวํางจากการคิด ก็ควรหมั่นฝึกนาจิตของตนมารู๎อยูํกับลมหายใจเข๎าและลมหายใจออก ผู๎ที่ทาได๎เชํนนี้ ก็จะยังชีวิตที่เป็นประโยชน์และเป็นสุข
  • 61. 61ตัวอย่างนิทานเล่าไม่รู้จบ นิทานไม่รู้จบ ครั้งหนึ่งมีเศรษฐีผู๎หนึ่งชอบฟังนิทานเป็นชีวิตจิตใจและเนื่องจากมีลูกสาวงดงามเป็นที่หมายปองของบรรดาหนุํมๆจึงเป็นเหตุให๎ บรรดาหนุํมพากันมาเอาใจเศรษฐี ด๎วยการเลํานิทานคนละหลายร๎อยเรื่องไมํซ้ากัน เรื่องแล๎วเรื่องเลําจนหมดไส๎หมดพุง เพื่อหวังใน ตาแหนํงลูกเขยเศรษฐีแตํเศรษฐีก็ยังไมํพอใจ และอยากฟังนิทานจากคนอื่นๆ ตํอไปเรื่อยๆสํวนบรรดาหนุํมก็เข็ดขยาดไปตามๆ กันไมํมใครมาเลํานิทานให๎ฟังเศรษฐีจึงหงุดหงิดไมํสบอารมณ์ ดังนั้นเศรษฐีจึงคิดอุบายขึ้น ีและประกาศออกไปวําหากใครสามารถเลํานิทานไมํรู๎จบจะยก ลูกสาวให๎เป็นรางวัล บรรดาหนุํมๆตํางเริ่ม มีความหวังจึงพากันย๎อนมาหาเศรษฐี โดยนานิทานที่เสาะแสวงหามาจากแดนไกลมาเลําให๎เศรษฐี ดังนิทานสั้นบ๎างยาวบ๎าง แตํไมํวําจะยาวอยํางไรนิทานก็ต๎องจบลงในวันใดวันหนึ่ง จึงไมํมีหนุํมคนใดได๎แตํงงานกับลูกสาวเศรษฐีสักคน วันหนึ่งหนุํมพเนจรเดินทางผํานมาได๎ยนเรื่องเกียวกับนิทานไมํรู๎จบจึงอาสาไปเลํานิทาน ิ ่ให๎เศรษฐีฟัง "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล๎ว มียายกับตาคูํหนึ่งปลูกข๎าวไว๎หลายสิบไรํ ครั้นเก็บเกี่ยวเสร็จก็นาไปเก็บไว๎ในยุ๎งฉาง แตํก็ไมํพ๎นสายตา นกสองผัวเมียคูหนึ่ง ซึ่งแอบบินเข๎าไปตามชํองโหวํเพื่อ ํขโมยกินข๎าวเปลือกของยายกับตาทุกวัน เมื่อตัวหนึ่งบินเข๎าไปกินข๎าวเปลือก อีกตัวหนึ่งก็จะคอยเป็นยามเฝ้าผลัดกันอยูํเชํนนี้ เป็นเวลาหลายวันหลายเดือนข๎าวเปลือกก็ยังไมํหมดยุ๎งฉาง ดังนั้นเมื่อนกตัวผู๎บินออก ตัวเมียก็บินเข๎า ครั้งพอตัวผู๎บนเข๎า ตัวเมียก็บนออก เมื่อตัวผู๎บินออก ตัวเมียก็บนเข๎า ครั้ง ิ ิ ิพอตัวผู๎บินเข๎า ตัวเมียก็บนออก" ชายพเนจรเลําวนไปวนมาอยํางนี้หนึ่งวันเต็มๆ จนเศรษฐีโมโห ิราคาญ จึงเอํยถามอยํางไมํพอใจวํา "มันบินเข๎าบินออกกันอยํางนี้ทั้งวันทั้งคืน เมื่อไหรํนิทานของเอ็งจะเดินหน๎าตํอไปลํะวะ" "ใจเย็นๆ ซิครับ" ชายหนุํมตอบอยํางกระหยิ่มยิ้มยํอง "ก็ข๎าวมันเต็มยุ๎งฉางกวํานกจะคาบเอาไปกินหมด มันก็ต๎องบินเข๎าบินออกนับครั้งไมํถ๎วนซิ"เศรษฐีรู๎วําเป็นกลอุบายของชายหนุํมที่แกล๎งให๎ตนฟัง นิทานอยํางไมํรู๎จบ จึงแกล๎งไมํรู๎ไมํชี้ "เอ็งเลําได๎ข๎าก็ฟังได๎ มีปัญญาเลําก็เลําไปคนฟังสบายกวําคนเลําไมํเมื่อยปากแม๎จะหนวกหูราคาญใจก็ตาม
  • 62. 62 " ฝ่ายลูกสาวเศรษฐีเห็นความมานะอดทนและความเฉลียวฉลาดของชายหนุํม จึงยกขันน้ามาให๎ดื่มแก๎คอแห๎ง ชายหนุํมครั้งได๎พบลูกสาวเศรษฐีก็ประทับใจในความงาม และความมีน้าใจ จึงมีแรงใจเลํานิทานไมํรู๎จบอยํางไมํยํอท๎อ ชายหนุํมเลํานิทานจนยํางเข๎าสูํวันที่สาม เศรษฐีก็เอียนขยาดทีจะฟังแตํก็ ่ไมํกล๎ายอมแพ๎เพราะกลัวจะเสียลูกสาว จนกระทั้งเจ็ดวันเจ็ดคืนผํานไป เศรษฐีก็แทบคลั่งพอๆ กับเจ๎าหนุํมที่คอแหบแห๎ง ตํางฝ่ายตํางไมํยอมแพ๎ ผํานไปจนครบ 15 วัน ชายหนุํมก็ไมํมีเสียงจะเลํา ต๎องเข๎าไปกระซิบที่ข๎างหูเศรษฐี "เมื่อตัวผู๎บินออก ตัวเมียก็บนเข๎า ครั้งพอตัวผู๎บินเข๎า ตัวเมียก็บินออก เมื่อ ิตัวผู๎บินออก ตัวเมียก็บนเข๎า ครั้งพอตัวผู๎บินเข๎า ตัวเมียก็บนออก" "พอแล๎วโว๎ย… กูจะบ๎าตายอยูํแล๎ว" ิ ิ"แตํนิทานยังไมํจบนะครับ มาผมจะเลําตํอ" "กูบอกวําไมํตอง เรื่องนี้กูไมํอยากฟังแล๎ว" เศรษฐี ๎ตะโกนโหวกเหวกอยํางโมโหหงุดหงิดเต็มประดา "เป็นอันวําผมเป็นฝ่ายชนะ เพราะผมเลํายังไมํถึงครึ่งเรื่องทํานเศรษฐีก็เบื่อกํอนแล๎ว ความจริงผมมีนิทานขนาดพอดีๆ ที่สนุกสนานอยูํอีกนับไมํถ๎วนเมื่อแตํงงานกับลูกสาวทํานแล๎วผมจะเลําให๎ฟังทุกวัน" เศรษฐีได๎ฟังวําที่ลกเขยบอกวํายังมีนิทาน ูสนุกๆ อีกมากมายก็คํอยคายโมโห สํวนชายหนุํมก็ได๎แตํงงานกับลูกสาวเศรษฐีและอยูํกินกันอยํางมีความสุขตลอดไปตัวอย่างนิทานตลก เจ้าหญิงไอน้า กาลครั้งหนึ่งไมํนานเทําไหรํหรอกหญิงนางหนึ่งถูกสาปไว๎ ถ๎าจับสิ่งใดขอให๎หลอมละลายกลายเป็นไอน้า พระราชาเป็นหํวงบุตรี หาวิธีแก๎ไขอยํางไรก็มิหาย หมดหนทางที่จะชํวยบุตรี แตํจูํ ๆ ก็มีนางฟ้ามาปรากฏกายขึ้น และก็จะถอนคาสาปให๎หายโดยพลัน แตํนางมีข๎อแม๎อยํางหนึ่งวํา จะต๎องมีชายคนหนึ่งหาสิ่งใดก็ได๎มาให๎บตรีจบ แล๎วไมํละลาย คาสาปนั้นจึงจะหายไป ุ ัพระราชาไมํรอช๎ามุํงหน๎าป่าวประกาศโดยพลัน ; หากชายใดสามารถถอนคาสาปได๎ใน1 วัน ฉันจะยกลูกสาวให๎เจ๎าไป จนสามารถคัดเลือกเหลือ3 คน คนที่หนึ่งจึงเริ่มเอาของดีมาแก๎ไข หยิบโคตรเพชรเม็ดงามให๎ ทรามวัย เจ๎าหญิงจึงยืนมือไปแล๎วแตะในทันที ยังไมํทันจะแตะได๎เต็มมือ เพชรก็หาย ่ละลายไปสิ้น ฉันเสียใจด๎วยจริงๆ เพชรเม็ดนี้ต๎องละลายไป เจ๎าหญิงกลําว ชายคนที่สองรองถัดมา ก็เดินมาเบื้องหน๎าของเจ๎าหญิง ยื่นเหล็กแหลมแข็งแกรํงไมํอํอนนิ่ม ให๎เจ๎าหญิงลองจับสัมผัสดู แตํแล๎วมันก็ละลายหายไปหมด เธอก็อด ตกรอบไปเสียสิ้น คนสุดท๎ายเดินมาตัวเปลําไมํมีทรัพย์สิน บอกเจ๎าหญิงจงเอามือล๎วงลงไปในกางเกง เจ๎าหญิงจึงล๎วงลงไปในกางเกงของชายผูนั้น หน๎าเจ๎าหญิงก็เริ่ม ๎
  • 63. 63แดง ด๎วยความเขินอาย แล๎วจึงรีบดึงมือออกโดยพลัน หันมาบอกราชา เสด็จพํอเพคะ...มัน.... มันยังแข็งอยูํเลยคะ ในที่สุดชายคนที3 ก็ได๎เป็นผู๎ชนะไป พระราชาสงสัย มันคืออะไร อยูํในกางเกงของ ่ชายผู๎นั้น .....? ชายคนที3ไมํยอมตอบ ได๎แตํอมยิ้ม และก็ได๎ล๎วงเข๎าไปในกางเกงของเขา แล๎วหยิบมัน ่ออกมา มันคือ? M & M ละลายในปากแตํไมํละลายในมือ อะ อะ รู๎นะคิดอะไรอยูํๆๆๆๆตัวอย่างนิทานชาดก โลภมากลาภหาย ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ๎า ประทับอยูํวัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุณีชื่อถูลนันทาผู๎ไมํรู๎จักประมาณในการบริโภคกระเทียม สร๎างความเดือดร๎อนให๎แกํชาวบ๎าน ได๎ตรัสอดีตนิทานมาสาธกวํา กาลครั้งหนึ่งนานมาแล๎ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง มีภรรยาและได๎ลกสาว ู๓ คน ชื่อ นันทา นันทวดี และสุนันทา พอลูกสาวทั้ง ๓ ได๎สามีแล๎วทุกคน พราหมณ์ก็ได๎เสียชีวิตไปเกิดเป็นหงส์ทองคาระลึกชาติได๎ วันหนึ่ง ได๎เห็นความลาบากของนางพราหมณีและลูกสาวของตนที่ต๎องรับจ๎างคนอื่นเลี้ยงชีพจึงเกิดความสงสาร ได๎โผบินไปจับที่บ๎านนางพราหมณีแล๎วเลําเรื่องราวให๎แกํนางพราหมณีและลูกสาวฟัง และได๎สลัดขนให๎แกํพวกเขาเหลํานั้นคนละหนึ่งขนแล๎วก็บินหนีไป หงส์ทองได๎มาเป็นระยะๆ มาครั้งใดก็สลัดขนให๎ครั้งละหนึ่งขน โดยทานองนีนางพราหมณีและลูกสาวจึงร่ารวยและมี ้ความสุขไปตามๆ กัน ตํอมาวันหนึ่งนางพราหมณีเกิดความโลภจึงปรึกษากับลูกๆ วํา " ถ๎าหงส์มาครั้งนี้ พวกเราจะ จับถอนขนเสียให๎หมด เพื่อจะได๎มีทรัพย์สมบัติมาก " พวกลูกๆ ไมํเห็นดีด๎วย แตํนางพราหมณีไมํ
  • 64. 64สนใจ ครั้นวันหนึ่งพญาหงส์ทองมาอีก นางก็ได๎จับถอนขนเสียให๎หมด ขนเหลํานันกลายเป็นขนนก ้ธรรมดาเทํานั้น เพราะพญาหงส์ทองมิได๎ให๎ด๎วยความสมัครใจ นางพราหมณีได๎เลี้ยงหงส์นั้นจนขนงอกขึ้นใหมํเต็มตัว หงส์ก็ได๎บินหนีไปโดยไมํได๎กลับมาอีกเลยพระพุทธองค์ เมื่อนาอดีตนิทานมาสาธกแล๎ว ได๎ตรัสพระคาถาวํา บุคคลได๎สิ่งใด ควรยินดีสิ่งนั้น เพราะความโลภเกินประมาณ เป็นความชั่วแท๎นางพราหมณี จับเอาพญาหงส์ทองแล๎วจึงเสื่อมจากทองคา นิทานเรืองนี้สอนให้รู้ว่า โลภมาก มักลาภหาย ่ ตายเพราะปาก ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ๎า ประทับอยูํวัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุชื่อโกกาลิกะ ได๎ตรัสอดีตนิทานมาสาธกวํา... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล๎ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ในตระกูลอุทิจจพราหมณ์ เมื่อเรียนจบศิลปะทุกอยํางจากเมืองตักกสิลา แล๎วบวชเป็นฤาษี ได๎เป็นอาจารย์ผู๎ให๎โอวาทแกํฤาษี ๕๐๐ ตน ในที่นน มีฤาษีขโรคผอมเหลืองผู๎หนึ่ง วันหนึ่ง ทํานกาลังนั่งฝ่าฝืนอยูํ ได๎มีฤาษีปากมากผู๎หนึ่ง ั้ ี้เข๎ามานั่งใกล๎ๆ แล๎วพูดวํา " ทํานจงฟันอยํางนี้ จงฟันตรงนี้ " ทาให๎ฤาษีขี้โรคโกรธแล๎วกลําววํา " ทํานไมํใชํอาจารย์สอนศิลปะการฝ่าฟืนของผมนะ " จึงฟันดาบสนั้นเสียชีวิตด๎วยมีดฝ่าฟืนนันเอง ่ และในที่ไมํไกลจากที่อยูํของฤาษี มีนกกระทาตัวหนึ่งอาศัยอยูํที่จอมปลวก ทุกเช๎าเย็นมันจะขึ้นไปยืนขันเสียงดังลั่นอยูํบนจอมปลวกนันเป็นประจาทุกวัน เป็นเหตุให๎พรานผู๎หนึ่งมาจับมันไป ้เป็นอาหาร
  • 65. 65 ฤาษีพระโพธิสัตว์ไมํได๎ยินเสียงมันขันจึงถามหมูํฤาษี เมื่อทราบเหตุการณ์นั้นแล๎ว ได๎กลําวคาถานี้ทํามกลางหมูํฤาษีวํา คาพูดทีดังเกินไป รุนแรงเกินไป และพูดเกินเวลายอมฆําคนผู๎มีปัญญา ่ทรามเสียเหมือนเสียงฆํานกกระทา ที่ขนดังเกินไป ั นิทานเรืองนี้สอนให้รู้ว่า การพูดมากไมํดี ควรพูดตามกาลเทศะ และพูดแตํที่ดี ่ การไว้วางใจ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ๎า ประทับอยูํวัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการบริโภคปัจจัย ๔ ที่หมูํญาติถวาย ด๎วยความไว๎วางใจ โดยไมํพิจารณาของหมูํภกษุ ได๎ตรัสอดีตนิทานมาสาธกวํา... ิ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล๎ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง มีสมบัติมาก ในเมืองพาราณสีเขามีโคอยูํฝูงหนึ่ง ในฤดูทานาได๎มอบให๎คนเลี้ยงโคคนหนึง ต๎อนฝูงโคไปตั้งคอกเลี้ยงโคอยูในป่า ่ ํและให๎นาน้านมโคมามอบให๎ตนตามเวลา ก็แลในที่ไมํไกลจากคอกโคนัน มีราชสีห์ตัวหนึ่งอาศัยอยูํ ้ด๎วยความกลัวราชสีห์ ฝูงโคจึงซูบผอม น้านมก็ไมํเข๎มข๎นเหมือนเดิมวันหนึ่ง คนเลี้ยงโค นาน้านมโคมามอบให๎เศรษฐี ๆ เห็นแล๎วจึงถามวํา "ทาไม น้านมโค ถึงใส " เขาจึงเลําเรื่องนั้นให๎เศรษฐีฟังวํา " มีราชสีห์ตัวนั้น ติดพันแมํเนื้อตัวหนึ่งจึงไมํหนีไปไหน " เศรษฐีจึงแนะนาวํา " เจ๎า จงจับแมํเนื้อนั้นให๎จงได๎ ทายาพิษทีขนของมัน ตั้งแตํหน๎าขนผากมันขึนไปหลาย ๆ ครั้ง กักไว๎ สัก ๒-๓ วัน แล๎วคํอย ่ ้ปลํอยมันไป "เขาได๎ทาเชํนนัน ราชสีห์เห็นแมํเนื้อนั้น ก็เลียตามตัวด๎วยความสิเนหา ได๎ถึงความ ้สิ้นชีวิตไป
  • 66. 66 คนเลี้ยงโค ได๎นาหนังของราชสีห์ไปมอบให๎เศรษฐีๆ จึงกลําววําขึ้นชื่อวําความเสนํหาในพวกอื่นไมํควรกระทา ราชสีห์เพราะอาศัยความติดพันด๎วยอานาจกิเลส เสียสรีระของแมํเนื้อสิ้นชีวิตแล๎วกลําวคาถานีวําบุคคล ไมํควรไว๎วางใจ ในผู๎ที่ยังไมํคุ๎นเคยกันแม๎ผู๎ที่คุ๎นเคยกันแล๎ว ก็ไมํควร ไว๎วางใจ ้ภัย ยํอมมีมาจากผู๎ทคุ๎นเคยกัน เหมือนภัยของราชสีห์เกิดจากแมํเนื้อ ี่ นิทานเรืองนี้สอนให้รู้ว่า อยําไว๎ใจทาง อยําวางใจคน ่ตัวอย่างนิทานกาพย์กลอน บาตรดินกับบาตรเหล็ก มีบาตรดิน หนึ่งใบ จิตใฝ่สูง ความอยากจูง ลืมกายา นําสงสาร คบบาตรเหล็ก เป็นมิตรมาไมํช๎านาน สองสมาน สามัคคี สุดปรีดา ณ วันวาร กาลหนึ่ง จึงบาตรเหล็ก ชวนเพื่อนเล็ก ด๎วยมุํงมาดปรารถนา จะทํองเที่ยว ทุกแคว๎น แดนพารา เพื่อเปิดตา เปิดหู ดูธรรมเนียม ในตํางด๎าว แดนดิน ถิ่นประเทศ ได๎ยินเจตน์ บาตรดินฟัง ยังอายเหนียม จึงตอบความ ตามภาษา อุราเกรียม ข๎าจาเจียม กายาไมํกล๎าไป ด๎วยตัวเรา เป็นดิน ใชํหนเพชร ไมํแข็งเด็ด ยามมีกรรม ทาไฉน คงจะม๎วย ชีพพลัน หวั่น ิฤทัย ฉันกันภัย เองไมํได๎ ใชํอวดดี บาตรเหล็กยิน ผินตอบ ปลอบดวงจิต อยํางควรคิด นอกทาง หํางวิถี ข๎ารักเจ๎า เทําเทียบ เปรียบชีวี ตัวเรานี้ จะมิให๎ใครมาพาน จะป้องกัน อันตราย ทั้งหลายแหลํ จิตเผื่อแผํ รํวมรัก ใครสมาน มวลอมิตร จะทาลาย ให๎วายปราณ ขอเชิญทําน มาสนุก สุขฤทัย ทั้งสองเกลอ กอดคอ พนอรัก ทั้งสอง ภักดีจิต พิสมัย ทั้งสองกาย กระแทกกัน มิทนไกล ดินประลัย ด๎วย ัเหล็กฟาด จนบาตรแบน บาตรดินแหลก ยํอยยับ อัปยศ ชีพก็ปลด ลงดิ้น สิ้นขาแขน ใครเดินผําน มาพอรู๎ ก็ดูแคลน ชํางเสียแผน จิตใฝ่สูง จูงลงตาย เราเกิดมา ต่าศักดิ์ อยํามักใหญํ จะเป็นภัย แกํตัวเพราะมัวหมาย วําคบเพื่อน สูงได๎ ต๎องไว๎ลาย กลัวความอาย ต๎องควักทรัพย์ นับกวําพัน กระเป๋าเบาจะให๎เทํา กระเป๋าหนัก เกรงเสื่อมศักดิ์ รักสงํา จนนําขัน เห็นเขาขึ้น คานหาม ตามประชัน เอามือดันก๎นให๎สูง จรุงเอย
  • 67. 67 ประวัติผู้จัดทาโครงงานชือ-สกุล ่ นางสาวรวินท์นิภา ทรงคาวัน เดือน ปีเกิด 7 กันยายน 2536ภูมิลาเนาเดิม 220 หมูํที่ 7 ตาบลเวียงกาหลง อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260ที่อยู่ปัจจุบน ั 220 หมูํที่ 7 ตาบลเวียงกาหลง อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260ประวัติการศึกษาพ.ศ. 2542 ประถมศึกษา โรงเรียนบ๎านป่าจั่น จังหวัดเชียงรายพ.ศ. 2548 มัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2551 มัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2553 มัธยมศึกษาปีที่ 6/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํ
  • 68. 68 ประวัติผู้จัดทาโครงงานชือ-สกุล ่ นายอภิสิทธิ์ ใจกันทาวัน เดือน ปีเกิด 23 พฤศจิกายน 2536ภูมิลาเนาเดิม 336/1 หมูํที่ 6 ตาบลวังผาง อาเภอเวียงหนองลํอง จังหวัดลาพูน 51120ที่อยู่ปัจจุบน ั 336/1 หมูํที่ 6 ตาบลวังผาง อาเภอเวียงหนองลํอง จังหวัดลาพูน 51120ประวัติการศึกษาพ.ศ. 2542 ประถมศึกษา โรงเรียนบ๎านป่าวัดบ๎านเวียงหนองลํอง จังหวัดลาพูนพ.ศ. 2548 มัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2551 มัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2553 มัธยมศึกษาปีที่ 6/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํ
  • 69. 69 ประวัติผู้จัดทาโครงงานชือ-สกุล ่ นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์วัน เดือน ปีเกิด 1 พฤศจิกายน 2536ภูมิลาเนาเดิม 117/294 หมูํที่ 12 ตาบลป่าแดด อาเภอเมือง จังหวัดเชียงใหมํ 50100ที่อยู่ปัจจุบน ั 117/294 หมูํที่ 12 ตาบลป่าแดด อาเภอเมือง จังหวัดเชียงใหมํ 50100ประวัติการศึกษาพ.ศ. 2542 ประถมศึกษา โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2548 มัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2551 มัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2553 มัธยมศึกษาปีที่ 6/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํ
  • 70. 70 ประวัติผู้จัดทาโครงงานชือ-สกุล ่ นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญวัน เดือน ปีเกิด 14 ตุลาคม 2536ภูมิลาเนาเดิม 184 หมูํ 9 ตาบลบ๎านปง อาเภอหางดง จังหวัดเชียงใหมํ 50230ที่อยู่ปัจจุบน ั 184 หมูํ 9 ตาบลบ๎านปง อาเภอหางดง จังหวัดเชียงใหมํ 50230ประวัติการศึกษาพ.ศ. 2542 ประถมศึกษา โรงเรียนบ๎านเปียง (รัฐบารุง) จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2548 มัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนโรงเรียนศีลรวี จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2551 มัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2553 มัธยมศึกษาปีที่ 6/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํ
  • 71. 71 ประวัติผู้จัดทาโครงงานชือ-สกุล ่ นางสาวนิศาชล กิติวัน เดือน ปีเกิด 14 ตุลาคม 2536ภูมิลาเนาเดิม 81 หมูํที่ 7 ตาบลหนองแก๋ว อาเภอหางดง จังหวัดเชียงใหมํ 50230ที่อยู่ปัจจุบน ั 81 หมูที่ 7 ตาบลหนองแก๋ว อาเภอหางดง จังหวัดเชียงใหมํ 50230 ํประวัติการศึกษาพ.ศ. 2542 ประถมศึกษา โรงเรียนบ๎านสันทราย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2548 มัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนหางดงหางดงรัฐราษฎร์อุปถัมภ์พ.ศ. 2551 มัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํพ.ศ. 2553 มัธยมศึกษาปีที่ 6/5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหมํ
  • 72. โครงงานภาษาไทย เรื่อง นิทาน นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา เลขที่ 18 นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา เลขที่ 22 นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ เลขที่ 34 นางสาวรัตติกาล สว่างยิ่งเจริญ เลขที่ 43 นางสาวนิศาชล กิติ เลขที่ 44 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5โครงงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิชา ท 33101 ภาษาไทย โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554
  • 73. โครงงานภาษาไทย เรื่อง นิทาน นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา เลขที่ 18 นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา เลขที่ 22 นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ เลขที่ 34 นางสาวรัตติกาล สว่างยิ่งเจริญ เลขที่ 43 นางสาวนิศาชล กิติ เลขที่ 44 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5โครงงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิชา ท 33101 ภาษาไทย โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554
  • 74. กหัวข้ อโครงงาน นิทานผู้จดทา ั นางสาวรวินท์นิภา ทรงคา นายอภิสิทธิ์ ใจกันทา นางสาวนภัสนันท์ พาณิชยนันต์ นางสาวรัตติกาล สวํางยิ่งเจริญ นางสาวนิศาชล กิติระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6/5ชื่อครูที่ปรึกษา นายวิชาญ วงศ์วรทัญญูโรงเรียน ยุพราชวิทยาลัยปี พ.ศ. 2554 บทคัดย่อ นิทาน หมายถึง เรื่องที่เลําสืบตํอกันมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ใช๎วาจาเป็นสื่อในการถํายทอดหรือถํายทอดด๎วยวิธีมุขปาฐะก็ได๎ แตํบางสํวนก็ได๎รับการบันทึกไว๎บ๎างแล๎ว นิทานเป็นเรื่องเลําที่เลําสืบตํอกันมาช๎านาน โดยทั่วไปมักเรียกวํา นิทานพืนบ๎าน นิทานชาวบ๎าน หรือนิทาน ้พื้นเมืองบ๎าง จากการทาโครงงานวิชาภาษาไทย นิทาน พบวํา นิทานแบํงเป็น 4 แบบ ได๎แกํ1. แบํงนิทานตามเขตพื้นที่ 2. แบํงตามรูปแบบของนิทาน 3. แบํงตามชนิดของนิทาน 3. แบํงตามตามสารัตถะ นอกจากนี้ยังสามารถแบํงนิทานตามลักษณะเนื้อหาและรูปแบบ โดยแบํงออกเป็น 11ประเภท 1. เทวปกรณ์ หรือเทพปกรณัม 2. นิทานศาสนา 3. นิทานคติ 4. นิทานมหัศจรรย์5. นิทานชีวิต 6. นิทานประจาถิ่น 7. นิทานอธิบายเหตุผล 8. นิทานเรื่องสัตว์ 9. นิทานเรื่องผี10. มุขตลก 11. นิทานเข๎าแบบ
  • 75. ข กิตติกรรมประกาศ ผู๎จัดทาโครงงานขอขอบพระคุณคุณพํอ และคุณแมํของสมาชิกในกลุํมทุกๆคนเป็นอยํางสูงที่ให๎กาลังใจ และคอยสนับสนุนงบประมาณในการจัดทาโครงงาน ขอขอบคุณเพื่อนรํวมชั้นเรียนที่ชํวยเหลือในการพิสูจน์อักษรและชํวยประเมินผลการจัดทาโครงงาน ทาให๎โครงงานฉบับนี้มีความสมบูรณ์ ขอบพระคุณครูวิชาญ วงศ์วรทัญํู ทีกรุณาให๎คาแนะนาในการจัดทาโครงงาน อานวย ่ความสะดวกจัดหาอุปกรณ์ อุทิศเวลา และเป็นที่ปรึกษาโครงงานตลอดการทางาน สุดท๎ายนี้ขอขอบใจเพื่อนนักเรียน ชั้น ม.6/5 ทุกคนที่ให๎ความรํวมมือ รํวมแรง รํวมใจ ให๎ข๎อแนะนาเสนอแนะเพื่อนาโครงงานเลํมนี้ไปปรับปรุงแก๎ไข ทาให๎ผลงานออกมาครบถ๎วนตามวัตถุประสงค์ คณะผู้จัดทา
  • 76. ค สารบัญ หน้าบทคัดย่อ ………………………………………………………………………………………..… กกิตติกรรมประกาศ ……………………………………………………………………………..… ขสารบัญ ............................................................................................................................................ คบทที่ 1 บทนา ……………………………………………………..……………….……..……… 1 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ………………………..……………………....…….. 1 วัตถุประสงค์ ………………………………………………..………………….………… 1 สมมุติฐานของการศึกษาค๎นคว๎า ………………………………..……………….……….. 1 ขอบเขตของการศึกษาค๎นคว๎า ……………………………………..…………………….. 1บทที่ 2 เอกสาร ……………………………………………………………..………………….… 2 ความหมายของนิทาน.......................................................................................................... 2 ประวัตความเป็นมาของนิทาน............................................................................................. 3 ิ ที่มาของนิทานไทย .............................................................................................................. 3 จุดประสงค์ในการเลํานิทาน ................................................................................................4 การแบํงประเภทของนิทานพืนบ๎าน......................................................................................5 ้ คุณคําของนิทานไทย……………………………………………………...........................12 อนุภาคของนิทานไทย…………………………………………………….........................13 กฎเกี่ยวกับนิทานไทย……………………………………………………..........................13บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน ...........……………………………………………...…………..…….. 16 ขั้นตอนการดาเนินงาน อุปกรณ์และวัสดุทใช๎ในการศึกษา ………………...….……. … 16 ี่บทที่ 4 ผลการศึกษา.........................................………………………………..………………… 17 นิทาน................................................................................................................................ 17บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา ……………………………………………….…….………….. ....… 20 สรุปผลการศึกษา ………………………………………………...………….……….…. 20 ประโยชน์ที่ได๎รับ ………………………………………………..…..……………….… 20 ข๎อเสนอแนะ ……………………………………………………..…..………………….20บรรณานุกรม .....…………………………………………………………………………………..21
  • 77. ง สารบัญ (ต่อ) หน้าภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบเสนอขออนุมัติการจัดทาโครงงาน …………………………………...……22 แผนปฏิบัติงานโครงงาน .....................................................................................24 ตารางวิเคราะห์ข๎อมูลเพื่อตัดสินใจเลือกโครงงาน ...............................................25 ใบความเห็น / คาแนะนาของอาจารย์ที่ปรึกษา หลังตรวจโครงงานที่เสนอ ……. 27 บันทึกการพบอาจารย์ที่ปรึกษา .......................................................................... 28 ภาคผนวก ข แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 1) .......................................................................... 29 แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 2) .......................................................................... 34 แบบประเมินภาระงานที่มอบหมายของผู๎เรียน ................................................... 39 แบบประเมินของกลุํมเพื่อน ............................................................................... 44 แบบประเมินของผู๎ปกครอง ……………………………….………………….. 49 แบบประเมินของอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ...................................................... 54 สรุปผลการทางานโครงงาน ............................................................................... 56 ภาคผนวก ค ตัวอยํางนิทานแตํละประเภท ............................................................................... 57 ภาคผนวก ง ประวัติผู๎จดทาโครงงาน .......................................................................................67 ั
  • 78. ภาคผนวก
  • 79. ภาคผนวก ก แบบเสนอขออนุมัตการจัดทาโครงงาน ิ แผนปฏิบัตงานโครงงาน ิ ตารางวิเคราะห์ข้อมูลเพือตัดสินใจเลือกโครงงาน ่ใบความเห็น / คาแนะนาของอาจารย์ที่ปรึกษา หลังตรวจโครงงานทีเ่ สนอ บันทึกการพบอาจารย์ที่ปรึกษา
  • 80. ภาคผนวก ข แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 1) แบบประเมินตนเอง (แบบที่ 2)แบบประเมินภาระงานที่มอบหมายของผู้เรียน แบบประเมินของกลุ่มเพื่อน แบบประเมินของผูปกครอง ้ แบบประเมินของอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน แบบประเมินของอาจารย์ผู้สอน สรุปผลการทางานโครงงาน
  • 81. ภาคผนวก คตัวอย่างนิทานแต่ละประเภท
  • 82. ภาคผนวก งประวัติผู้จัดทาโครงงาน