รายงาน  เรื่อง  บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่มี่ต่อระบบการศึกษา เสนอ อาจารย์นิธิศ  วังโน จัดทำโดย 1.  นายคุณวุฒิ  เรืองสม  รหัส  ...
คอมพิวเตอร์เริ่มพัฒนามาเป็นยุคตั้งแต่ ค . ศ . 1952   และเมื่อทศวรรษ  1960   นักการศึกษาก็เริ่มทดลองในเทคโนโลยีเพื่อการศึกษ...
1.  งานบริหาร  ( Administrative Application)  ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการบริหารองค์การ เช่น งานการเงิน บัญชี พัสด...
5.  งานวิจัย  ( Research application)  ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บผลการวิเคราะห์  6.  งานแนะแนวและบริการพิเศษ  (...
ในยุคแรกนั้นคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องในระบบเมนเฟรม ทำ ให้คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่และราคาแพง จึงมีการใช้งานที่จำ กัดไม่...
1.  ใช้อุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์   (Transistor)  ซึ่งสร้างจากสารกึ่งตัวนำ  ( Semi-Conductor)  เป็นอุปกรณ์หลัก แทนหลอดสุญญากาศ เ...
เริ่มใช้วิธีการแบบ  Time-sharing  และการสื่อสารข้อมูล ความสามารถในการประมวลผลหลาย ๆ โปรแกรมพร้อม ๆ กันเรียกว่า  multi-prog...
ตั้งแต่ปี พ . ศ .  2513  จนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ วงจรรวมความจุสูงมาก  ( Very Large Scale Integration : V...
<ul><li>ระบบการโอนเงินทางธนาคาร  </li></ul><ul><li>ระบบชำระค่าสินค้า  </li></ul><ul><li>ระบบการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในด้านวิศ...
              1.  สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว เช่น การใช้เครื่องอ่านรหัสแท่ง  ( Bar-code)  อ่านเวลาเข้า - ออก ของพน...
<ul><li>ช่วยส่งเสริมงานค้นคว้าด้านเทคโนโลยี   </li></ul><ul><li>ช่วยส่งเสริมด้านความสะดวกสบายของมนุษย์  </li></ul><ul><li>...
<ul><li>ทำให้เกิดการวิตกกังวล </li></ul><ul><li>ทำให้เกิดการเสี่ยงทางด้านธุรกิจ  </li></ul><ul><li>ทำให้เกิดอาชญากรรมคอมพิ...
1.  คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก เช่น เก็บข้อมูลงานทะเบียนราษฏรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยซึ่งสามารถตร...
1.   กินไฟ ขึ้นกับขนาดจอและขนาดเครื่อง รวมถึงระยะเวลาที่เปิดใช้งาน นอกจากนี้ละแวกไหนไฟดับบ่อยอาจใช้คอมพิวเตอร์ลำบาก เพราะร...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่มี

4,506 views
4,337 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
4,506
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
7
Actions
Shares
0
Downloads
6
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่มี

  1. 1. รายงาน เรื่อง บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่มี่ต่อระบบการศึกษา เสนอ อาจารย์นิธิศ วังโน จัดทำโดย 1. นายคุณวุฒิ เรืองสม รหัส 52814401006 2. นางสาวเต็มศิริ คชวิน รหัส 52814401033 สาขา คอมพิวเตอร์ศึกษา ปี 2 ห้อง 1 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา อินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
  2. 2. คอมพิวเตอร์เริ่มพัฒนามาเป็นยุคตั้งแต่ ค . ศ . 1952 และเมื่อทศวรรษ 1960 นักการศึกษาก็เริ่มทดลองในเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการเรียนการสอน และทดลองต่อเนื่องจนเมื่อคอมพิวเตอร์พัฒนาเป็นมินิคอมพิวเตอร์ในทศวรรษที่ 1970 และในปลายทศวรรษที่ 1970 ไมโครคอมพิวเตอร์ก็ถือกำเนิดขึ้น และพัฒนาเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว พร้อม ๆ กับพัฒนาการของระบบเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และการสื่อสารได้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เศรษฐกิจ อันส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก ดังนั้นการเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ในยุค
  3. 3. 1. งานบริหาร ( Administrative Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการบริหารองค์การ เช่น งานการเงิน บัญชี พัสดุ ทะเบียน และสารบรรณ 2. งานหลักสูตร ( Curriculum Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงหลักสูตร เช่น ผลการเรียน อัตราส่วนระหว่างผู้เรียนต่อครู 3. งานห้องสมุด ( Library Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการห้องสมุด เช่น การค้นหนังสือแทนการใช้บัตรรายการ เป็นต้น 4. งานพัฒนาวิชาชีพ ( Professional development Application) คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แก่ครูเพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน
  4. 4. 5. งานวิจัย ( Research application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บผลการวิเคราะห์ 6. งานแนะแนวและบริการพิเศษ ( Guidance and Special Service Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วย ในการเก็บรายงาน ผลการเรียนและพฤติกรรมผู้เรียน เป็นต้น 7. งานทดสอบ ( Testing Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างข้อสอบ วิเคราะห์และประเมินผลการเรียน 8. สื่อการสอน ( Instructional Aids Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการเรียนการสอน 9. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( Computer-Assisted Instruction) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ในการสอน การฝึกหัด การแก้ปัญหาโจทย์วิชาต่าง ๆ
  5. 5. ในยุคแรกนั้นคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องในระบบเมนเฟรม ทำ ให้คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่และราคาแพง จึงมีการใช้งานที่จำ กัดไม่แพร่หลาย แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำ ให้คอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดเล็กและราคาไม่แพง ผู้คนสามารถซื้อหาคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้มากขึ้น และเหตุผลในการนำ คอมพิวเตอร์มาใช้งานกันมากขึ้นเพราะว่า 1. ราคาที่ไม่แพงจนเกินไป 2. มีขนาดที่เล็กลง 3. มีการใช้งานที่ง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยากเหมือนยุคแรก 4. ทำ งานที่มีความซับซ้อนมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีความแม่นยำ สูง 5. ทำ งานได้ไม่จำ กัดชั่วโมง
  6. 6. 1. ใช้อุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) ซึ่งสร้างจากสารกึ่งตัวนำ ( Semi-Conductor) เป็นอุปกรณ์หลัก แทนหลอดสุญญากาศ เนื่องจากทรานซิสเตอร์เพียงตัวเดียว มีประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่าหลอดสุญญากาศได้นับร้อยหลอด ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดเล็ก ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย ความร้อนต่ำ ทำงานเร็ว และได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 2. เก็บข้อมูลได้ โดยใช้ส่วนความจำวงแหวนแม่เหล็ก ( Magnetic Core) 3. มีความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันของวินาที ( Millisecond : mS) 4. สั่งงานได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากทำงานด้วยภาษาสัญลักษณ์ ( Assembly Language) เริ่มพัฒนาภาษาระดับสูง ( High Level Language) ขึ้นใช้งานในยุคนี้
  7. 7. เริ่มใช้วิธีการแบบ Time-sharing และการสื่อสารข้อมูล ความสามารถในการประมวลผลหลาย ๆ โปรแกรมพร้อม ๆ กันเรียกว่า multi-programming ระบบปฏิบัติการ ( Operating system) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อควบคุมการประมวลผลคอมพิวเตอร์ ภาษาระดับสูงสำหรับเขียนโปรแกรม เช่น FORTRAN, COBOL เป็นต้น โปรแกรมสำเร็จรูปแพร่หลายมากขึ้น เครื่องขนาด มินิคอมพิวเตอร์เครื่องแรก คือ PDP-8 ของ the Digital Equipment Corporation ในปี ค . ศ . 1969
  8. 8. ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2513 จนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ วงจรรวมความจุสูงมาก ( Very Large Scale Integration : VLSI) เช่น ไมโครโพรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนัแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงสามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่าง ๆ ได้ ขณะเดียวกันระบบซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมากทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง
  9. 9. <ul><li>ระบบการโอนเงินทางธนาคาร </li></ul><ul><li>ระบบชำระค่าสินค้า </li></ul><ul><li>ระบบการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในด้านวิศวกรรม </li></ul><ul><li>เครื่องมือในการพัฒนาระบบสารสนเทศอัตโนมัติ </li></ul><ul><li>ระบบการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนในการศึกษา Telecommuting เป็นระบบการสื่อสารเพื่อการทำงานภายในบ้าน </li></ul>
  10. 10.               1. สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว เช่น การใช้เครื่องอ่านรหัสแท่ง ( Bar-code) อ่านเวลาเข้า - ออก ของพนักงาน และคิดราคาสินค้า ในห้างสรรพสินค้า 2. สามารถเก็บข้อมูลจำนวนมากๆ ไว้ในฐานข้อมูล ( Database) เพื่อใช้งานได้ทันที 3. สามารถนำข้อมูลที่เก็บไว้มาคำนวณทางสถิติ แยกประเภท จัดกลุ่ม ทำรายงานลักษณะต่างๆ ได้ โดยระบบประมวลผลข้อมูล ( Data Processing)
  11. 11. <ul><li>ช่วยส่งเสริมงานค้นคว้าด้านเทคโนโลยี </li></ul><ul><li>ช่วยส่งเสริมด้านความสะดวกสบายของมนุษย์ </li></ul><ul><li>ช่วยส่งเสริมสติปัญญาของมนุษย์ </li></ul><ul><li>ช่วยส่งเสริมประชาธิปไตย </li></ul><ul><li>ช่วยส่งเสริมสุขภาพ </li></ul><ul><li>ช่วยให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง </li></ul>
  12. 12. <ul><li>ทำให้เกิดการวิตกกังวล </li></ul><ul><li>ทำให้เกิดการเสี่ยงทางด้านธุรกิจ </li></ul><ul><li>ทำให้เกิดอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>ทำให้มนุษยสัมพันธ์เสื่อมถอย </li></ul><ul><li>ทำให้เกิดอาวุธร้ายแรงชนิดใหม่ ๆ </li></ul><ul><li>ทำให้เสียสุขภาพ </li></ul>
  13. 13. 1. คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก เช่น เก็บข้อมูลงานทะเบียนราษฏรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยซึ่งสามารถตรวจสอบประ วัติของบุคคลต่างๆได้ เป็นต้น 2. คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้รวดเร็ว งานบางอย่างคอมพิวเตอร์จะทำได้ในพริบตาในขณะที่ถ้าให้คนทำอาจจะต้องใช้เวลานา น 3. คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องหยุดพัก คือทำงานได้ตลอดเวลา ในขณะที่ยังต้องมีไฟฟ้าอยู่
  14. 14. 1. กินไฟ ขึ้นกับขนาดจอและขนาดเครื่อง รวมถึงระยะเวลาที่เปิดใช้งาน นอกจากนี้ละแวกไหนไฟดับบ่อยอาจใช้คอมพิวเตอร์ลำบาก เพราะระหว่างใช้งานเกิดไฟดับจะเกิดการกระชากไฟในเครื่องทำให้เสียหายได้ 2. ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอทั้งอุปกรณ์และโปรแกรม เพราะอาจจะมีผลต่อการทำงานบางอย่างที่ต้องการความทัน สมัยและเข้ากันได้กับระบบอื่นๆ การปรับเปลี่ยนแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่าย 3. ใช้งานนานเกินไปก็เสียสุขภาพ ทั้งรังสีที่แผ่ออกมา การจ้องหน้าจอนานๆ เสียสายตา หรือ อดหลับอดนอนเล่นเกม หรือแช็ต บางรายเพลินจนลืมกินอาหาร ส่งผลกระทบต่อการเรียนการทำงาน ทำให้เด็กเก็บตัว ไม่เข้าสังคม มีแต่เพื่อนในโลกเสมือน ทำให้เกิดปัญหาบุคลิกภาพ ต้องจัดแบ่งเวลาให้ดี

×