Your SlideShare is downloading. ×
เนื้อหาความรู้เรื่องโครงงานวิทย์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

เนื้อหาความรู้เรื่องโครงงานวิทย์

9,749

Published on

อธิบายเกี่ยวกับโครงงานวิทย์

อธิบายเกี่ยวกับโครงงานวิทย์

Published in: Education, Technology
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
9,749
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1,537
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. หนาที่ 1 สวัสดีเด็กๆ ทุกคน วันนี้ผมไดรบเชิญพิเศษ มาบรรยายให ั ทุกคนเขาใจถึงการทําโครงงานวิทยาศาสตร ตอนนี้เปน อยางไรกันบาง ไดขาววากําลังทําโครงกันอยางขยันขันแข็ง  ผมจะสรุปเกียวกับโครงงานวิทยาศาสตรใหทุกคนฟง เผือจะ ่ ่ มีประโยชนในการทําโครงงานของทุกคน รูหรือเปลาวาโครงงานวิทยาศาสตรความหมายวา อยางไร และคุณคาของโครงงานวิทยาศาสตรอยู ตรงไหน?ความหมายและคุณคาของโครงงานวิทยาศาสตร โครงงานวิทยาศาสตร หมายถึงการศึกษาเรื่องราวดานวิทยาศาสตรรวมทั้งดานคณิตศาสตร ในหัวขอใดหัวขอหนึ่งที่นักเรียนสนใจ โดยมีการวางแผน ที่จะศึกษาภายในขอบเขตของระดับความรู ระยะเวลา และอุปกรณที่มีอยู ในโครงงานวิทยาศาสตร จะตองใชวธีการทางวิทยาศาสตร เปนแนวทางในการแกปญหา ิเพื่อใหไดผลงานที่มีความสมบูรณในตัวเอง จุดมุงหมายสําคัญของการทําโครงงานไมไดอยูที่การสงประกวดเพื่อรางวัล แตเปนการฝกใหนกเรียนไดมประสบการตรงในการใชวธีการทางวิทยาศาสตร ในการแกปญหาประดิษฐ ั ี ิคิดคนหรือคนควาความรูตางๆ อยางไรก็ตามหารทําโครงงานวิทยาศาสตร จะสมบูรณไดก็ตอเมื่อนักเรียนไดแสดงผลงานของตนเอง ยังจําวิธีการทางวิทยาศาสตรหลักๆ 5 ขั้นตอนไดหรือเปลา? ขั้นที่ 1 ตั้งปญหาหรือตั้งขอสังเกต ขั้นที่ 2 ตั้งสมมติฐานหลังจากศึกษาขอมูล ขั้นที่ 3 วางแผนเพื่อศึกษาหรือทดลองเพื่อพิสูจนสมมติฐาน ขั้นที่ 4 ทําการรวบรวมขอมูลจากผลการศึกษา หรือผลการทดลอง ขั้นที่ 5 สรุปผลการศึกษาหรือสรุปผลการทดลอง นําผลสรุป มาอภิปรายผลในแงมุม ประเด็นตางๆ ที่นาสนใจ 
  • 2. หนาที่ 2 เมื่อพิจารณาลักษณะที่รวมกันบางประการ อาจแบง โครงงานไดเปน 4 ประเภท คือ โครงงานประเภทการทดลอง โครงงานประเภทสํารวจราบรวมขอมูล โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ โครงงานประเภททฤษฎีประเภทของโครงงานวิทยาศาสตรโครงงานประเภทการทดลอง เปนโครงงานที่มีการออกแบบการทดลอง เพื่อศึกษาผลของตัวแปรหนึ่งที่มีตออีกตัวแปรหนึง โดย ่ควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่อาจมีผลตอตัวแปรที่ตองการศึกษา โครงงานประเภทนี้ตองเปนโครงงานที่มีการจัดกระทํากับตัวแปรตน (ตัวแปรอิสระ) มีการวัดตัวแปรตาม และควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่ไมตองการศึกษาตัวอยางเชน โครงงานเรื่อง “การศึกษาผลของความเขนขนของฮอรโมน NAA ที่มีผลตอการงอกของรากกิ่งชํากุหลาบ” ซึ่งในโครงงานนี้ตัวแปรตน (ตัวแปรอิสระ) คือ ความเขนขนของฮอรโมน NAA ตัวแปรตาม คือปริมาณของรากกิ่งชํา ตัวแปรที่ตองความคุม คือ ลักษณะการตัดกิงชํา ขนาดและความสมบูรณของกิ่ง พันธุ ่กุหลาบ ปริมาณน้ํา ปริมาณปุย วัสดุที่ใชในการปกชํา และสิ่งแวดลอมอื่น เชน อุณหภูมิ แสงสวาง ฯลฯโครงงานประเภทสํารวจราบรวมขอมูล โครงงานประเภทนี้แตกตางจากโครงงานประเภทแรกตรงที่ไมมีการจัด หรือกําหนดตัวแปรอิสระที่ตองการศึกษาเหมือนโครงงานประเภทการทดลอง โครงงานประเภทสํารวจราบรวมขอมูล ผูทําโครงงานเพียงตองการสําราจและรวบรวมขอมูลแลวนําขอมูลเหลานันมาจําแนกเปนหมวดหมูใหเปนระบบระเบียบและสื่อ ้ความหมาย และนําเสนอขอมูลในรูปแบบตางๆ เชน ตาราง กราฟ แผนภูมิ และคําอธิบายประกอบ เพื่อใหเห็นลักษณะหรือความสําพันธในเรื่องที่ตองการศึกษาไดชดเจนยิ่งขึ้น ั การสํารวจรวบรวมขอมูลอาจทําไดหลายรูปแบบ เชน การออกไปเก็บรวบรวมขอมูลในภาคสนาม ตัวอยางโครงงานประเภทนี้ เชน การสํารวจประชากรและชนิดของสิ่งตางๆ เชน พืช สัตว หิน แร ฯลฯ ในทองถิ่นหรือบริเวณทีตองการศึกษา การ ่สํารวจพฤติกรรมตางๆ ของสัตวในธรรมชาติ การสํารวจปริมาณความเขนขนของแสงอาทิตยเฉลี่ยตอเดือนในแตละทองถิ่น การศึกษาสเปกตัมของกาซชนิดหนึ่ง การศึกษาสภาพนําความรอนของวัตถุชนิดหนึ่ง การสํารวจมลพิษของอากาศในแหลงตางๆ การศึกษาวงจรชีวตของไหมที่เลี้ยงในหองปฏิบัติการ ิ การศึกษาพฤติกรรมของสัตวบางชนิดที่เลี้ยงในหองปฏิบัติการ ฯลฯ
  • 3. หนาที่ 3โครงงานประเภทสิงประดิษฐ ่ โครงงานประเภทนี้เปนโครงงานที่เกี่ยวกับการประยุกตทฤษฎีหรือหลักการทางวิทยาศาสตรมาประดิษฐเครื่องมือ เครื่องใช หรืออุปกรณเพื่อประโยชนใชสอยตางๆ ซึ่งอาจเปนการคิดประดิษฐของใหมๆหรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยูแลวใหมีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได โครงงานปประเภทนี้รวมไปถึงการสรางแบบจําลอง เพื่ออธิบายความคิดตางๆ ตัวอยาง เชน โครงงานเรื่องกระสวยอัดอากาศ ลิฟทพลังงานโนมถวง เครื่องจักรกลพลังงานแมเหล็ก เครื่องอบมันสําปะหลัง แบบจะลองบานพลังงานแสงอาทิตยหุนยนตใชงานในบาน ฯลฯโครงงานประเภททฤษฎี เปนโครงงานที่ผูทําโครงงานไดเสนอทฤษฎี หลักการ หรือแนวความคิดใหมๆ ซึ่งอาจอยูในรูปของสูตร สมการ หรือคําอธิบายก็ได โดยผูเสนอไดตั้งกติกาหรือขอตกลงขึ้นมาเองแลวเสนอทฤษฎี หลัการแนวคิด หรือจินตนาการของตนเองตามกติกาหรือขอตกลงนั้น หรืออาจใชกติกาหรือของตกลงเดิมมาอธิบายสิ่งหรือปรากฎการณตางๆ ในแนวใหม ทฤษฎี หลักการ แนวความคิด หรือจินตนาการที่เสนอขึ้นอาจจะใหมยังไมมีใครคิอมากอน หรืออาจขัดแยงกับทฤษฎีเดิม หรือเปนการขยายทฤษฎี หรือแนวความคิดเดิมก็ไดตัวอยางโครงงาน เชน โครงงานเรื่องการอธิบายอวการศแนวใหม โครงงานเรื่องทฤษฎีของจํานวนเฉพาะ ไมวานักเรียนจะเลือกทํา โครงงานประเภทไหน จะมีลาดับ ํ ขั้นตอนที่คลายกัน ซึ่งพอจะ แบงเปนขั้นตอนที่สําคัญ ดังนี้ลําดับขั้นตอนของการทําโครงงานการทําโครงงานวิทยาศาสตรมีขั้นตอนทีสําคัญดังตอไปนี้ ่ขั้นที่ 1 การคิดและเลือกชื่อเรื่องหรือปญหาที่จะศึกษา ขั้นตอนนี้เปนขั้นที่สําคัญทีสุดและยากทีสุด ตามหลักการแลวนักเรียนควรจะเปนผูคิดและเลือกหัวขอ ่ ่เรื่องที่จะศึกษาดวยตนเอง แตครูอาจมีบทบาทหรือมีสวนชวยเหลือใหนักเรียนสามารถคิดหัวขอเรื่องไดดวยตนเอง ดังจะไดกลาวตอไป
  • 4. หนาที่ 4ขั้นที่ 2 การวางแผนในการทําโครงงาน ไดแก การวางแผนวิธีดําเนินงานในการศึกษาคนควาทังหมด เชน วัสดุอุปกรณ ที่จําเปนตองใชในการ ้ออกแบบการทดลอง และควบคุมตัวแปร วิธีดําเนินการรวบรวมขอมูล การวางแผนปฏิบัติงานอยางคราว ๆ วาจะดําเนินการอยางไรบางเปนขั้นตอน แลวนําเสนออาจารยที่ปรึกษา เพื่อขอคําแนะนําเพิ่มเติม และขอความเห็นชอบขั้นที่ 3 การลงมือทําโครงงาน ไดแก การลงมือปฏิบัติตามแผนงานที่ไดวางไวลวงหนาแลวในขั้นที่สองนั่นเอง ประกอบดวยการเก็บ รวบรวมขอมูล การสรางหรือการประดิษฐ การปฏิบตการทดลอง ซึ่งสุดแลวแตจะเปนโครงงานประเภทใดและ ั ิการคนควาจากเอกสารตาง ๆ แลวดําเนินการวิเคราะหขอมูล แบงความหมายของขอมูล และสรุปผลของการศึกษาคนควาขั้นที่ 4 การเขียนรายงาน เปนการเสนอผลของการศึกษาคนควาเปนลายลักษณอักษรหรือเปนเอกสาร เพื่ออธิบายใหผูอื่นทราบรายละเอียดทังหมดของการทําโครงงาน ซึ่งจะประกอบดวยปญหาที่ทําการศึกษาวัตถุประสงคของการศึกษา ้วิธีดําเนินการศึกษาคนควา อุปกรณหรือเครื่องมือที่ใช ขอมูลตาง ๆ ที่รวบรวมได ผลที่ไดจากการศึกษาคนควาตลอดจนประโยชนและขอเสนอแนะตางๆ ที่ไดจากการทําโครงงานนั้นๆ วิธีเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตรก็มีลักษณะและแนวทางในการเขียน เชนเดียวกับการเขียนรายงานผลการวิจัยทางวิทยาศาสตรของนักวิทยาศาสตรนั่นเองขั้นที่ 5 การแสดงผลงาน เปนการเสนอผลงานที่ไดศกษาคนควาสําเร็จลงแลวใหผูอื่นไดรับรูและเขาใจ ึ ซึ่งอาจกระทําไดหลายรูปแบบ เชน การจัดนิทรรศการ การสาธิตแสดงประกอบการรายงานปากเปลา ฯลฯ มาถึงตอนนี้ นักเรียนคงเขาใจความหมายของ โครงงาน และขั้นตอนการทํามากขึ้น คุณครู เลาใหผมฟงวา พวกเธอไดหวขอเรื่องที่จะทํา  โครงงานแลว รวมทั้งไดวางแผนในการทํา โครงงานและสงเคาโครงใหอาจารยที่ปรึกษา เรียบรอยแลว และในระหวางนี้ พวกเธอก็ กําลังทําการทดลองตามแผนที่วางไว ถาเปน ไปตามแผน งานก็จะเหลือแคการเขียนรายงาน และการแสดงผลงานในการเขาคายครั้งตอไป ผมก็จะเนน 2 เรื่องที่เหลือละกัน
  • 5. หนาที่ 5การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร เปนการเสนอผลงานการดําเนินการเปนเอกสารจัดวาเปนขั้นตอนสําคัญอีกประการหนึ่งของโครงงาน เมื่อนักเรียนดําเนินการทําโครงงานจนครบขั้นตอนไดขอมูล ทําการวิเคราะหขอมูล พรอมทั้งแปรผล และสรุปผลแลว งานขั้นตอไปที่ตองทําคือการเขียนรายงาน การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร เปนวิธีสื่อความหมายที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งเพื่อใหคนอื่นๆไดเขาใจแนวความคิด วิธีดําเนินงานศึกษาคนควาขอมูล ผลที่ไดตลอดจนขอสรุปและขอเสนอแนะตางๆเกี่ยวกับโครงงานนั้น การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร ประกอบดวยหัวขอตาง ๆ ดังนี้ 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผูจัดทําโครงงาน 3. ชื่ออาจารยที่ปรึกษาโครงงาน 4. บทคัดยอ 5. กิตติกรรมประกาศ (คําขอบคุณ) 6. ทีมาและความสําคัญของโครงงาน ่ 7. วัตถุประสงคของการทําโครงงาน 8. สมมติฐานของการศึกษาคนควา (ถามี) 9. ขอบเขตของการทําโครงงาน 10. วิธีดําเนินการ 11. ผลการศึกษาคนควา 12. สรุปผลและขอเสนอแนะ 13. เอกสารอางอิง1. ชื่อโครงงาน ชื่อโครงงานเปนสิ่งสําคัญประการแรก เพราะชื่อโครงการจะชวยโยงความคิดไปถึงวัตถุประสงคของการทําโครงงานวิทยาศาสตร และควรกําหนดชื่อโครงการใหสอดคลองกับวัตถุประสงคหลักดวย การตั้งชื่อโครงงานของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นิยมตังชื่อใหมีความกะทัดรัด ้และดึงดูดความสนใจจากผูอาน ผูฟง แตสิ่งที่ควรคํานึงถึง คือ ผูทําโครงงานวิทยาศาสตร ตองเขาใจปญหาที่สนใจศึกษาอยางแทจริง อันจะนําไปสูการเขาใจวัตถุประสงคของการศึกษาอยางแทจริงดวย เชน โครงงานวิทยาศาสตร ชื่อ “ถุงพลาสติกพิชิตแมลงวันตัวนอย” ซึ่งปญหาเรื่องที่สนใจศึกษาคือถุงน้ําพลาสติกสามารถไลแมลงวันที่มาตอมอาหารไดจริงหรือ จากเรื่องดังกลาวผูทําโครงงานวิทยาศาสตร บางคนหรือบางคณะอาจสนใจตั้งชื่อโครงงานวิทยาศาสตร วา “การศึกษาการไลแมลงวันดวยถุงน้ําพลาสติก” หรือ “ผลการใชถุงน้ําพลาสติกตอการไลแมลงวัน” ก็เปนได อยางไรก็ตามจะตั้งชื่อโครงการในแบบใด ๆ นั้น ตองคํานึงถึงความสามารถที่จะสื่อความหมายถึงวัตถุประสงคที่ตองการศึกษาไดชัดเจน
  • 6. หนาที่ 62. ชื่อผูจัดทําโครงงาน การเขียนชื่อผูรับผิดชอบโครงงานวิทยาศาสตร  เปนสิ่งดีเพื่อจะไดทราบวาโครงงานนั้นอยูในความรับผิดชอบของใครและสามารถติดตามไดที่ใด3. ชื่ออาจารยที่ปรึกษาโครงงาน การเขียนชื่อผูใหคําปรึกษาควรใหเกียรติยกยองและเผยแพร รวมทั้งขอบคุณที่ไดใหคําแนะนําการทํา โครงงานวิทยาศาสตรจนบรรลุเปาหมาย4. บทคัดยอ อธิบายถึงที่มาและความสําคัญของโครงงาน วัตถุประสงค วิธีดําเนินการ และผลทีได ตลอดจนขอสรุป ่ตาง ๆ อยางยอประมาณ 300-350 คํา5. กิตติกรรมประกาศ (คําขอบคุณ) สวนใหญโครงงานวิทยาศาสตรมักจะเปนกิจกรรมที่ไดรับความรวมมือจากหลายฝายดังนั้นเพื่อเปนการเสริมสรางบรรยากาศของความรวมมือ จึงควรไดกลาวขอบคุณบุคลากรหรือหนวยงานตาง ๆ ที่มีสวนชวยใหโครงงานนี้สําเร็จดวย6. ที่มาและความสําคัญของโครงงาน ในการเขียนทีมาและความสําคัญของโครงงานวิทยาศาสตร ผูทําโครงงานจําเปนตองศึกษา หลักการ ่ทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจะศึกษา หรือพูดเขาใจงาย ๆ วาเรื่องที่สนใจจะศึกษานั้นตองมีทฤษฎีแนวคิดสนับสนุน เพราะความรูเหลานี้จะเปนแนวทางสําคัญในเรื่องตอไปนี้ - แนวทางตั้งสมมติฐานของเรื่องที่ศึกษา - แนวทางในการออกแบบการทดลองหรือการรวบรวมขอมูล - ใชประกอบการอภิปรายผลการศึกษา ตลอดจนเสนอแนะเพื่อนําความรูและ สิ่งประดิษฐใหมที่คนพบไปใชประโยชนตอไป การเขียนที่มาและความสําคัญของโครงงาน คือ การอธิบายใหกระจางชัดวาทําไม ตองทํา ทําแลวไดอะไร หากไมทําจะเกิดผลเสียอยางไร ซึ่งมีหลักการเขียนคลายการเขียนเรียงความ ทั่ว ๆ ไป คือ มีคํานํา เนื้อเรื่อง และสรุป สวนที่ 1 คํานํา : เปนการบรรยายถึงนโยบาย เกณฑ สภาพทั่ว ๆ ไป หรือปญหาที่มีสวนสนับสนุนใหริเริ่มทําโครงงานวิทยาศาสตร สวนที่ 2 เนื้อเรื่อง : อธิบายถึงรายละเอียดเชื่อมโยงใหเห็นประโยชนของการทําโครงงานวิทยาศาสตร โดยมี หลักการทฤษฎีสนับสนุนเรื่องที่ศึกษา หรือการบรรยายผลกระทบ ถาไมทําโครงงานเรื่องนี้
  • 7. หนาที่ 7 สวนที่ 3 สรุป : สรุปถึงความจําเปนที่ตองดําเนินการตามสวนที่ 2 เพือแกไขปญหา คนขอความรูใหม คนสิ่งประดิษฐ ่ ใหมใหเปนไปตามเหตุผลสวนที่ 17. วัตถุประสงคของการทําโครงงาน วัตถุประสงค คือ กําหนดจุดมุงหมายปลายทางทีตองการใหเกิดจากการทําโครงงานวิทยาศาสตร ใน ่ การเขียนวัตถุประสงค ตองเขียนใหชัดเจน อานเขาใจงายสอดคลองกับชื่อโครงงาน หากมีวัตถุประสงคหลายประเด็น ใหระบุเปนขอ ๆ การเขียนวัตถุประสงคมีความสําคัญตอแนวทาง การศึกษา ตลอดจนขอความรูที่คนพบหรือสิ่งประดิษฐที่คนพบนั้นจะมีความสมบูรณครบถวน คือ ตองสอดคลองกับวัตถุประสงคทุก ๆ ขอ8. สมมติฐานของการศึกษา สมมติฐานของการศึกษา เปนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรทผูทําโครงงาน ตองใหความสําคัญ ี่เพราะจะทําใหเปนการกําหนดแนวทางในการออกแบบการทดลองไดชัดเจนและรอบคอบ ซึ่งสมมติฐานก็คอ ืการคาดคะเนคําตอบของปญหาอยางมีหลักและเหตุผล ตามหลักการ ทฤษฎี รวมทั้งผลการศึกษาของโครงงานที่ไดทํามาแลว9. ขอบเขตของการทําโครงงาน ผูทําโครงงานวิทยาศาสตร ตองใหความสําคัญตอการกําหนดขอบเขตการทําโครงงาน เพื่อใหไดผลการศึกษาที่นาเชื่อถือ ซึ่งไดแก การกําหนดประชากร กลุมตัวอยาง ตลอดจนตัวแปรที่ศึกษา  1. การกําหนดประชากร และกลุมตัวอยางที่ศึกษา คือ การกําหนดประชากรที่ศึกษาอาจเปนคนหรือสัตวหรือพืช ชื่อใด กลุมใด ประเภทใด อยูที่ไหน เมื่อเวลาใด รวมทั้งกําหนด กลุมตัวอยางที่มีขนาดเหมาะสมเปนตัวแทนของประชากรที่สนใจศึกษา 2. ตัวแปรทีศกษา การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร สวนมากมักเปนการศึกษาความสัมพันธเชิงเหตุ ่ ึและผล หรือความสัมพันธระหวางตัวแปรตั้งแต 2 ตัวแปรขึ้นไป การบอกชนิดของ ตัวแปรอยางถูกตองและชัดเจน รวมทั้งการควบคุมตัวแปรทีไมสนใจศึกษา เปนทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรที่ผูทําโครงงาน ่ตองเขาใจ ตัวแปรใดที่ศึกษาเปนตัวแปรตน ตัวแปรใดที่ศึกษาเปน ตัวแปรตาม และตัวแปรใดบางเปนตัวแปรที่ตองควบคุมเพื่อเปนแนวทางการออกแบบการทดลอง ตลอดจนมีผลตอการเขียนรายงานการทําโครงงานวิทยาศาสตรที่ถูกตอง สื่อความหมายใหผูฟงและ ผูอานใหเขาใจตรงกัน10. วิธีดําเนินการ วิธีดําเนินการ หมายถึง วิธการที่ชวยใหงานบรรลุตามวัตถุประสงคของการทํา ี โครงงาน ตั้งแตเริ่มเสนอโครงการกระทั่งสิ้นสุดโครงการ ซึ่งประกอบดวย 1. การกําหนดประชากร กลุมตัวอยางทีศึกษา ่ 2. การสรางเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูล 3. การเก็บรวบรวมขอมูล 4. การวิเคราะหขอมูล
  • 8. หนาที่ 8 ในการเขียนวิธีดําเนินการใหระบุกิจกรรมที่ตองทําใหชัดเจนวาจะทําอะไรบาง เรียงลําดับกิจกรรมกอนและหลังใหชัดเจน เพื่อสามารถนําโครงการไปปฏิบติอยางตอเนื่องและถูกตอง ั11. ผลการศึกษาคนควา นําเสนอขอมูลหรือผลการทดลองตาง ๆ ที่สังเกตรวบรวมได รวมทั้งเสนอผลการวิเคราะหขอมูลที่วิเคราะหไดดวย 12. สรุปผลและขอเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ไดจากการทําโครงงาน ถามีการตั้งสมมติฐาน ควรระบุดวยวาขอมูล ที่ไดสนับสนุนหรือคัดคานสมติฐานที่ตั้งไว หรือยังสรุปไมได อกจากนี้ยังควรกลาวถึงการนําผลการทดลองไปใชประโยชนอุปสรรคของการทําโครงงานหรือขอสังเกตที่สําคัญหรือขอผิดพลาดบางประการทีเกิดขึ้นจากการทําโครงงานนี้ ่รวมทั้งขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแกไข หากมีผูศึกษาคนควาในเรื่องที่ทํานองนี้ตอไปในอนาคตดวย13. เอกสารอางอิง เอกสารอางอิง คือ รายชื่อเอกสารที่นํามาอางอิงเพื่อประกอบการทําโครงงานวิทยาศาสตร ตลอดจนการเขียนรายงานการทําโครงงานวิทยาศาสตร ควรเขียนตามหลักการที่นิยมกัน เมื่อทําโครงงานเสร็จแลว ก็ตองนําเสนอ จะมี กระบวนการและขั้นตอนอยางไรในการนําเสนอ พวกเธอ อยาลืมประเด็นตางๆ ที่ตองนะเสนอนะ ผมจะรอดู และรอฟงการนําเสนอ เปนกําลังใจใหทุกๆ คนการนําเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร การนําเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร อาจทําไดในแบบตางๆ กัน เชน การแสดงในรูปนิทรรศการซึ่งมีทั้งการจัดแสดงและการอธิบายดวยคําพูด หรือในรูปแบบของการรายงานปากเปลาไมวาการนําเสนอผลงานจะอยูในรูปแบบใด ควรครอบคลุประเด็นสําคัญคือ มีความชัดเจน เขาใจงายและมีความถูกตองในเนือหา ้ การแสดงผลงานจัดไดวาเปนขั้นตอนสําคัญอีกประการหนึ่งของการทําโครงงาน เรียกไดวาเปนงานขั้นสุดทายของการทําโครงงานวิทยาศาสตร เปนการแสดงผลิตผลของงาน ความคิด และความพยายามทั้งหมดที่ผูทําโครงงานไดทุมเทลงไป และเปนวิธการที่จะทําใหผูอื่นไดรับรูและเขาใจถึงผลงานนั้น ๆ มีผูกลาววาการ ีวางแผนออกแบบเพื่อจัดแสดงผลงานนั้นมีความสําคัญเทา ๆ กับการทําโครงงานนั่นเอง ผลงานที่ทําขึนจะดี ้ยอดเยี่ยมเพียงใด แตถาการจัดแสดงผลงานทําไดไมดีก็เทากับไมไดแสดงความดียอดเยี่ยมของผลงานนั่นเอง
  • 9. หนาที่ 9ประเด็นสําคัญที่ควรจัดใหครอบคลุม การแสดงผลงานนั้นอาจทําไดหลายรูปแบบ เชน การแสดงในรูปนิทรรศการ ซึ่งมีทั้งการจัดแสดงและการอธิบายดวยคําพูด หรือในรูปแบบของการจัดแสดงโดยไมมีการอธิบายประกอบหรือในรูปแบบของการรายงานปากเปลา ไมวาการแสดงผลงานจะอยูในรูปแบบใด ควรจัดทําใหครอบคลุมประเด็นสําคัญดังตอไปนี้ 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผูทําโครงงาน 3. ชื่ออาจารยที่ปรึกษาโครงงาน 4. ความเปนมาและความสําคัญของโครงงาน 5. วิธีดําเนินการ 6. การสาธิตหรือแสดงผลที่ไดจากการทดลอง 7. ผลการสังเกตและขอมูลเดน ๆ ที่ไดจากการทําโครงงาน ขอคํานึงถึงในการจัดนิทรรศการโครงงานวิทยาศาสตร ควรคํานึงถึงสิ่งตาง ๆ ตอไปนี้ 1. ความปลอดภัยของการจัดแสดง 2. ความเหมาะสมกับเนื้อที่ที่จัดแสดง 3. คําอธิบายที่เขียนแสดง ควรเนนเฉพาะประเด็นสําคัญและสิ่งที่นาสนใจเทานั้น โดยใชขอความกะทัดรัด ชัดเจน และเขาใจงาย 4. ดึงดูดความสนใจของผูเขาชม โดยใชรูปแบบการแสดงที่นาสนใจ ใชสีทสดใสเนนจุดสําคัญหรือใช ี่วัสดุตาง ๆ ในการจัดแสดง 5. ใชตาราง และรูปภาพประกอบ โดยจัดวางอยางเหมาะสม 6. สิ่งที่แสดงทุกอยางและการเขียนขอความตองถูกตอง ไมมีการสะกดผิด หรืออธิบายหลักการที่ผิด 7. ในกรณีที่เปนสิ่งประดิษฐ สิ่งนั้นควรอยูในสภาพที่ทํางานไดอยางสมบูรณ ขอคํานึงถึงในการอธิบายหรือรายงานปากเปลา ควรคํานึงถึงสิงตาง ๆ ตอไปนี้ ่ 1. ตองทําความเขาใจกับเรืองที่จะอธิบายเปนอยางดี ่ 2. คํานึงถึงความเหมาะสมของภาษาที่ใชกับระดับผูฟง ควรใหชัดเจนและเขาใจงาย  3. ควรรายงานอยางตรงไปตรงมา ไมออมคอม 4. พยายามหลีกเลี่ยงการอานรายงาน แตอาจจดหัวขอสําคัญ ๆ ไวเพื่อชวยใหการรายงานเปนไปตามขั้นตอน 5. อยาทองจํารายงาน เพราะทําใหดูไมเปนธรรมชาติ 6. ขณะที่รายงาน ควรมองตรงไปยังผูฟง  7. เตรียมตัวตอบคําถามทีเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ่ 8. ตอบคําถามอยางตรงไปตรงมา ไมจําเปนตองกลาวถึงสิ่งที่ไมไดถาม 9. หากติดขัดในการอธิบาย ควรยอมรับโดยดี อยากลบเกลื่อนหรือหาทางเลี่ยงเปนอยางอื่น 10. ควรรายงานใหเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด 11. ควรใชสอประเภทโสตทัศนูปกรณประกอบการรายงานดวย เชน แผนโปรงใส หรือสไลด เปนตน ื่
  • 10. หนาที่ 10 มาถึงตอนนี้ ทุกคนคงพอจะเขาใจการเขียน รายงาน และการนําเสนอผลงานกันมา พอสมควรแลว ตอนนี้ผมอยากใหทกคน ุ ลองเขียนรายงานโครงานของตัวเองออกมา เปนรูปแบบที่ถกตองตามหัวขอนี้นะครับ ูงานที่จะตองเตรียมมาในคายตอไป 1. ทําการทดลองตามที่ออกแบบการทดลองไว 2. เขียนรายงาน ผลการทดลอง ของโครงงานของเพื่อนๆเอง โดยแบงออกมาเปน 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผูจัดทําโครงงาน 3. ชื่ออาจารยที่ปรึกษาโครงงาน 4. บทคัดยอ 5. กิตติกรรมประกาศ (คําขอบคุณ) 6. ทีมาและความสําคัญของโครงงาน ่ 7. วัตถุประสงคของการทําโครงงาน 8. สมมติฐานของการศึกษาคนควา (ถามี) 9. ขอบเขตของการทําโครงงาน 10. วิธีดําเนินการ 11. ผลการศึกษาคนควา 12. สรุปผลและขอเสนอแนะ 13. เอกสารอางอิง 3. ออกแบบสไลด นําเสนองานปากเปลา และแบบนิทรรศการหรือโปสเตอร 4. เตรียมตัวกันมาใหเต็มที่เลยนะครับ เรามีรางวัลสําหรับคนที่นําเสนอไดดีที่สุดดวยนะ

×