• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
ความสำคัญของคอมพิวเตอร์
 

ความสำคัญของคอมพิวเตอร์

on

  • 2,006 views

 

Statistics

Views

Total Views
2,006
Views on SlideShare
1,955
Embed Views
51

Actions

Likes
0
Downloads
88
Comments
0

2 Embeds 51

http://comkrutae.wordpress.com 46
https://comkrutae.wordpress.com 5

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ความสำคัญของคอมพิวเตอร์ ความสำคัญของคอมพิวเตอร์ Document Transcript

    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244 ใบความรู้ที่ 2.1 เรื่อง ความสาคัญของคอมพิวเตอร์ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง - อธิบายความสาคัญของคอมพิวเตอร์ได้ คอมพิวเตอร์คืออะไร ปัจจุบันจะพบว่าคอมพิวเตอร์มีหลากหลายลักษณะ หลากหลายรูปแบบ ทั้งคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น คอมพิวเตอร์เมนเฟรม หรือซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม คอมพิวเตอร์ก็มีความหมายที่ชัดเจนในตัวของมันเอง คือเครื่องคานวณ ในรูปของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถรับข้อมูล และคาสั่ง ผ่านอุปกรณ์รับข้อมูล แล้วนาข้อมูลและคาสั่งนั้น ไปประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ และแสดงผลผ่านอุปกรณ์แสดงผลตลอดจนสามารถบันทึกรายการต่างๆ ไว้เพื่อใช้งานได้ด้วยอุปกรณ์บันทึกข้อมูลสารอง คอมพิวเตอร์จึงสามารถ มีรูปร่างอย่างไรก็ได้ ไม่จาเป็นต้องเป็นรูปร่างอย่างที่เราคุ้นเคย หรือพบเห็น ตัวอย่างเช่น เครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือ ATM ก็ถือว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง เหตุผลที่นาคอมพิวเตอร์มาใช้งาน สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว เช่น การใช้เครื่องอ่านรหัสแท่ง (Bar-code) อ่านเวลาเข้า-ออก ของพนักงานและคิดราคาสินค้า ในห้างสรรพสินค้า 2. สามารถเก็บข้อมูลจานวนมากๆ ไว้ในฐานข้อมูล (Database) เพื่อใช้งานได้ทันที 3. สามารถนาข้อมูลที่เก็บไว้มาคานวณทางสถิติ แยกประเภท จัดกลุ่ม ทารายงานลักษณะต่างๆ ได้ โดยระบบประมวลผลข้อมูล (Data Processing) 4. สามารถส่งข้อมูลจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล (DataCommunication) 5. สามารถจัดทาเอกสารต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยระบบประมวลผลคา (Word Processing) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบสานักงานอัตโนมัติ (Office Automation) 6. การนามาใช้งานทั้งด้านการศึกษา การวิจัย 7. การใช้งานธุรกิจ งานการเงิน ธนาคาร และงานของภาครัฐต่างๆ เช่น การนาคอมพิวเตอร์มาใช้กับงานบัญชี งานบริหารสานักงาน งานเอกสาร งานการเงิน การจองตั๋วเครื่องบิน รถไฟ 8. การควบคุมระบบอัตโนมัติต่างๆ เช่น ระบบจราจร, ระบบเปิด/ปิดน้าของเขื่อน 9. การใช้เพื่องานวิเคราะห์ต่างๆ เช่น การวิเคราะห์สภาวะดินฟ้าอากาศ สภาพของดิน น้า เพื่อการเกษตร 10. การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อจาลองรูปแบบ เช่น การจาลองในงานวิทยาศาสตร์ จาลองโมเลกุล จาลองรูปแบบการฝึกขับเครื่องบิน 11. การใช้คอมพิวเตอร์นันทนาการ เช่นการเล่นเกม การดูหนัง ฟังเพลง 12. การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับเทคโนโลยีล้าสมัยอื่นๆ เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล เกิดเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นต้น รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com
    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244 หลักการทางานของคอมพิวเตอร์ การทางานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยสาคัญ 4 หน่วย คือ หน่วยรับข้อมูล1 จะรับข้อมูลโดยผู้ใช้เป็นผู้ป้อนคาสั่ง แล้วส่งไปยัง หน่วยประมวลผล2 ซึ่งทาหน้าที่ในการคิดคานวณ หรือประมวลผลข้อมูล โดยทาตามโปรแกรมที่เก็บไว้ในหน่วยความจาหลัก 3 หน่วยความจาหลักซึ่งเป็นหน่วยความจาที่หน่วยประมวลผลสามารถอ่านเขียนได้รวดเร็วมาก ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่หน่วยความจาหลัก นี้เพื่อให้หน่วยประมวลผลนามาตีความและกระทาตามได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหน่วยความจาสารองมีไว้สาหรับเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมที่มีจานวนมาก และหากจะใช้งานก็มี การถ่ายจากหน่วยความจาสารองมายังหน่วยความจา แล้วนาข้อมูลที่เก็บไว้มาประมวลผล หน่วยส่งออกหน่วยแสดงผล 4 เป็นหน่วยที่นาข้อมูลที่ได้รับการประมวลมาแสดงผล ลักษณะและประเภทของงานคอมพิวเตอร์ ประมาณปี พ.ศ. 2500 คอมพิวเตอร์มีอยู่ในโลกนี้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องในระบบเมนเฟรม ซึ่งมีขนาดใหญ่และราคาแพง ใช้กับงานทางด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจาวันมากนัก แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้มีขนาดเล็กลง และราคาก็ไม่แพงนัก คนทั่วไปสามารถซื้อหามาใช้ได้เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไป งานที่คอมพิวเตอร์ทาตัวอย่างเช่น งานที่ต้องจัดเก็บข้อมูลเป็นจานวนมาก เช่น เก็บข้อมูลงานทะเบียนราษฎร์ เป็นต้น งานที่ต้องอาศัยการประมวลผลที่รวดเร็ว มีความแม่นยาและถูกต้องที่สุด เช่นงานด้านวิทยาศาสตร์ งานที่ไม่ต้องการหยุดพัก คือทางานได้ตลอดเวลา ในขณะที่ยังต้องมีไฟฟ้าอยู่ งานที่คนไม่สามารถเข้าไปทาได้ เช่นในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ที่มีก๊าซพิษ กัมมันตภาพรังสี หรือในงานที่มีความเสี่ยงสูงในโรงงานอุตสาหกรรม งานคอมพิวเตอร์กับงานการศึกษา ปัจจุบันตามสถานศึกษาต่างๆ ได้มีการนาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอนอย่างมากมาย รวมทั้งใช้คอมพิวเตอร์ในงานบริหารของโรงเรียน เช่น การจัดทาประวัตินักเรียน ประวัติครูอาจารย์ การคัดคะแนนสอบ การจัดทาตารางสอน ใช้คอมพิวเตอร์ ในงานห้องสมุด การจัดทาตารางสอน เป็นต้น ตัวอย่าง ในการประยุกต์ ด้านการศึกษา เช่น โปรแกรมฝ่ายทะเบียนวัดผลโปรแกรมตรวจข้อสอบเป็น รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com
    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244 ใบความรู้ที่ 2.2 เรื่อง ชนิดของซอฟต์แวร์ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง – แบ่งซอฟต์แวร์ชนิดต่างๆ ได้ ชนิดของซอฟต์แวร์ ในบรรดาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์มีมากมายซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รับ การพัฒนาโดยผู้ใช้งานเอง หรือผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิตจาหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทางานพอแบ่งแยก ซอฟต์แวร์ได้เป็นสองประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (systemsoftware) และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) ซอฟต์แวร์ระบบ คือซอฟต์แวร์ที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบ หน้าที่การทางานของซอฟต์แวร์ระบบคือดาเนินงาน พื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นาข้อมูลไปแสดงผล บนจอภาพหรือนาออกไปยังเครื่องพิมพ์จัดการข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจารองเมื่อเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ทันที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ จะทางานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สั่งคอมพิวเตอร์ทางานนี้ เป็นซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรือในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบคอมพิวเตอร์จะทางานไม่ได้ ซอฟต์แวร์ระบบยังใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาต่าง ๆ ซอฟต์แวร์ระบบที่นิยมแพร่หลาย ได้แก่ DOS, UNIX, WINDOWS, SUN,OS/2, NET WARE เป็นต้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจาหน่ายมาก การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์ จึงกว้างขวางและแพร่หลาย เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกเป็นสองกลุ่มคือซอฟต์แวร์สาเร็จ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์สาเร็จในปัจจุบัน มีมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคา ซอฟต์แวร์ตารางทางาน ฯลฯ ซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยส่งออก หน่วยความจา และหน่วยประมวลผล ในการทางานของคอมพิวเตอร์จาเป็นต้องมีการดาเนินงานกับอุปกรณ์พื้นฐานที่จาเป็น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ระบบเพื่อใช้ในการจัดระบบ เพื่อใช้ในการจัดระบบ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบประกอบด้วย ใช้ในการจัดหน่วยรับเข้าและหน่วยส่งออก เช่น รับการกดแป้นต่าง ๆ บนแผงแป้นอักขระ ส่ง รหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรือ เครื่องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า ละส่งออกอื่น ๆ เช่น เมาส์ อุปกรณ์สังเคราะห์เสียง ใช้ในการจัดการหน่วยความจา เพื่อนาข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยังหน่วยความจาหลัก หรือในทานอง กลับกัน คือนาข้อมูล จากหน่วยความจาหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com
    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244 ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การขอดู รายการสาระบบในแผ่นบันทึก การทาสาเนาแฟ้มข้อมูล ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทั่วไป แบ่งออกเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการ ตัวแปลภาษา และโปรแกรมยูทิลิตี้ ซอฟต์แวร์ทั้งสามประเภทนี้ทาให้เกิดพัฒนาการประยุกต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น 1. ระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียนย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็นซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมาก และเป็นที่รู้จักกันดีเช่น ดอส (Disk Operating System : DOS) วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู(OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX) 1.1 ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบที่พัฒนามานานแล้วการใช้งานจึงใช้คาสั่งเป็นตัวอักษรดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ 1.2 วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้นสามารถทางานหลายงานพร้อมกันได้โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผล บนจอภาพการใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถ ใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพื่อเลือกตาแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพทาใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน 1.3 โอเอสทู เป็นระบบปฏิบัติการแบบเดียวกับวินโดว์ แต่บริษัทผู้พัฒนาคือ บริษัทไอบีเอ็ม เป็นระบบปฏิบัติการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้ทางานได้หลายงานพร้อมกันและการใช้งานก็เป็นแบบกราฟิกเช่นเดียวกับวินโดวส์ 1.4 ยูนิกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถ ใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทางานได้ หลาย ๆ งาน ในเวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กับเครื่องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่องปลายทางได้ หลายเครื่องพร้อมกัน ระบบปฏิบัติการยังมีอีกมาก โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทางานร่ ว มกัน เป็ น ระบบ เช่น ระบบปฏิบั ติการเน็ตแวร์วินโดว์เอ็นที การเลือกใช้ระบบปฏิบัติการกับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เช่น งานพิมพ์เอกสาร งานคานวณ งานออกแบบ หรืองานทางด้านบัญชี และมีจานวนผู้ใช้กี่คนจาเป็นต้องใช้ข้อมูลและโปรแกรมต่าง ๆ ร่วมกันหรือไม่ ผู้ใช้แต่ละคนอยู่ที่เดียวกันหรืออยู่คนละแห่ง ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะตัวประมวลผล ขนาดความจุข องหน่วยความจา โปรแกรมประยุกต์ที่มีใช้อยู่เดิมใช้กับระบบปฏิบัติการชนิดไหน ต้นทุนในการจัดหาระบบปฏิบัติว่ามีมากน้อยเท่าไร และความสามารถในการให้ บ ริ การหลั งการขายของผู้ จั ด จ าหน่ าย ซึ่ งแต่ ล ะปัจ จัยก็มี ผ ลต่ อการตัดสิ น ใจจั ดหาระบบปฏิบัติ การเพื่อให้เหมาะสมกับองค์การและงบประมาณที่มี 2. ตัวแปลภาษา ในการพัฒนาซอฟต์แวร์จาเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาระดับสูง เพื่อแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีหลายภาษา ภาษาระดับสูงเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เขียนโปรแกรมเขียนชุดคาสั่งได้ง่าย เข้าใจได้ง่าย ตลอดจนถึงสามารถปรับปรุงแก้ไขซอฟต์แวร์ในภายหลังได้ภาษา รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com
    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244ระดับสูงที่พัฒนาขึ้นมาทุกภาษาจะต้องมีตัวแปลภาษาสาหรับแปลภาษา ภาษาระดับสูงซึ่งเป็นที่รู้จักและนิยมกันมากในปัจจุบันเช่น ภาษาปาสคาล ภาษาเบสิก ภาษซี และภาษาโลโก้ 1.1 ภาษาปาสคาล เป็นภาษาสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่มีรูปแบบเป็นโครงสร้างเขียนสั่งงานคอมพิวเตอร์เป็นกระบวนความ ผู้เขียนสามารถแบ่งแยกงานออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วมารวมกันเป็นโปรแกรมขนาดใหญ่ได้ 1.2 ภาษาเบสิก เป็นภาษาที่มีรูปแบบคาสั่งไม่ยุ่งยาก สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย มีรูปแบบคาสั่งพื้นฐานที่สามารถนามาเขียนเรียงต่อกันเป็นโปรแกรมได้ 1.3 ภาษาซี เป็นภาษาที่เหมาะสมใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ ภาษาซีเป็นภาษาที่มีโครงสร้างคล่องตัวสาหรับการเขียนโปรแกรมหรือให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ 1.4 ภาษาโลโก้ เป็นภาษาที่เหมาะสาหรับการเรียนรู้และเข้าใจหลักการโปรแกรมภาษาโลโก้ได้รับการพัฒนาสาหรับเด็ก นอกจากภาษาที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอีกมากมายหลายภาษา เช่นภาษาฟอร์แทรน ภาษาโคบอล ภาษาอาร์พีจี 3. โปรแกรมยูทิลิตี้ ( Utility Software) เป็นโปรแกรมที่ให้บริการต่าง ๆ เช่น การจัดเรียงข้อมูลตามหลักใดหลักหนึ่ง รวมแฟ้มข้อมูลที่เรียงลาดับแล้วเข้าด้วยกัน หรือย้ายข้อมูลจากอุปกรณ์รับส่งอย่างหนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่ง ประกอบด้วยโปรแกรมต่าง ๆ ได้แก่ Editor, Debugging, Copy ซอฟต์แวร์ประยุกต์ การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทาให้มีการใช้งาน คล่องตัวขึ้น จนในปัจจุบันสามารถนาคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้สะดวกการใช้งานคอมพิวเตอร์ ์ต้องมีซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็นซอฟต์แวร์สาเร็จที่มีผู้พัฒนาเพื่อใช้งานทั่วไปทาให้ทางานได้สะดวกขึ้น หรืออาจเป็นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะซึ่งผู้ใช้เป็นผู้พัฒนาขึ้นเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทางานของตน 1. ซอฟต์แวร์สาเร็จ ในบรรดาซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่มีใช้กันทั่วไป ซอฟต์แวร์สาเร็จ ( Package ) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความนิยมใช้กันสูงมาก ซอฟต์แวร์สาเร็จเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นแล้วนาออกมาจาหน่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรงไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์สาเร็จที่มีจาหน่ายในท้องตลาดทั่วไป และเป็นที่นิยมของผู้ใช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ประมวลคา ( word processing software ) ซอฟต์แวร์ตารางทางาน ( spread sheet software ) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล ( data base management software )ซอฟต์แวร์นาเสนอ ( presentation software ) และซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล ( data communicationsoftware ) รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com
    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244 1.1 ซอฟต์แวร์ประมวลคา เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สาหรับการพิมพ์เอกสารสามารถแก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พิมพ์ไว้จัดเป็นแฟ้มข้อมูล เรียกมาพิมพ์หรือแก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบ เอกสารจึงดูเรียบร้อยสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลคาอีกมากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลคาที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน เช่น เวิร์ด จุฬาจารึก โลตัสเอมิโปร 1.2 ซอฟต์แวร์ตารางทางาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคานวณ การทางานของซอฟต์แวร์ตารางทางาน ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทางานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่องคานวณเตรียมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความ หรือสูตร สามารถสั่งให้คานวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กาหนดผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตารางทางานสามารถประยุกต์ ใช้งานประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวางซอฟต์แวร์ตารางทางานที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส 1.3 ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์ จึงจาเป็นต้องมีซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็เรียกว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลจึงหมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการเก็บ การเรียกค้นมาใช้งาน การทารายงาน การสรุปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลทีนิยมใช้ เช่น เอกเซล ดีเบส พาราด็อก ฟ๊อกเบส 1.4 ซอฟต์แวร์นาเสนอ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สาหรับนาเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูดความสนใจ ซอฟต์แวร์เหล่านี้จึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อความหมายได้ง่ายแล้วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรูปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นาเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์โลตัสฟรีแลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิก 1.5 ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ไมโครคอมพิวเตอร์ ติดต่อสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในที่ห่างไกลโดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ทาให้สามารถใช้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สามารถใช้รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้ายแฟ้มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรม เพื่อเรียกใช้งานจากเครื่องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์คเทลิก 2. ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สาเร็จมักจะเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะนามาประยุกต์โดยตรงกับงานทางธุรกิจบางอย่างไม่ได้ เช่น ในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้านบัญชีหรือในห้างสรรพสินค้าก็มีงานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงิน การควบคุมสินค้าคงคลัง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสาหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละราย ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทางานหรือความต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทาขึ้น โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีหลายส่วนรวมกันเพื่อร่วมกันทางาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทาง รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com
    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244ธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจาหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรมบริหารการเงิน และการเช่าซื้อ ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงยังมีความต้องการผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย สรุปได้ว่า ซอฟต์แวร์ เป็นองค์ประกอบที่สาคัญและจาเป็นมากในการควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ มีหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ระบบสามารถแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ คือ 1. โปรแกรมระบบปฏิบัติการ ใช้ควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พ่วงต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างโปรแกรมที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน เช่น UNIX, DOS, Microsoft Windows 2. โปรแกรมอรรถประโยชน์หรือยูทิลิตี้ ใช้ช่วยอานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในระหว่างการประมวลผลข้อมูล หรือในระหว่างที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างโปรแกรมที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน เช่นโปรแกรมเอดิเตอร์ ( Editor) 3. โปรแกรมแปลภาษา ใช้ในการแปลความหมายของคาสั่งที่เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจและทางานตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อทางานเฉพาะด้านตามความต้องการ ซึ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์นี้สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 1. ซอฟต์แวร์ประยุกต์เพื่องานทั่วไปและประยุกต์ใช้งานอื่น เป็นซอฟต์แวร์สาเร็จรูปสร้างขึ้นเพื่อใช้งานทั่วไปไม่เจาะจงประเภทของธุรกิจ ตัวอย่าง เช่น Word Processing , Spreadsheet, Database ManagementHypertext, Personal Information Management และซอฟต์แวร์เกมต่าง ๆ เป็นต้น 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน เป็นซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในธุรกิจเฉพาะ ตามแต่วัตถุประสงค์ของการนาไปใช้ รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com
    • เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น ง 30244 ใบความรู้ที่ 2.3 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง - เขียนรายละเอียดของภาษาคอมพิวเตอร์ได้ ภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่งที่โปรแกรมเมอร์เขียนเพื่อใช้สั่งงานตามรูปแบบและโครงสร้างของภาษาซึ่งแบ่งได้ 3 ระดับดังนี้คือ 1. ภาษาระดับต่า (Low Level Language) เป็นภาษาที่มนุษย์ทาความเข้าใจได้ยากส่วนใหญ่ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ และฮาร์ดแวร์เป็นอย่างดีจึงจะสามารถเขียนโปรแกรมสั่งงานได้มีข้อดีในส่วนที่เขียนโปรแกรมควบคุมฮาร์ดแวร์แต่ละส่วนได้โดยตรงจึงทางานได้เร็ว แต่ไม่เหมาะที่จะใช้ในการพัฒนาโปรแกรม ตัวอย่างของภาษาระดับต่าได้แก่ ภาษาเครื่อง (Machine Language) และภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language) เป็นต้น 2. ภาษาระดับกลาง (Medium Level Language) เป็นภาษาที่ทาความเข้าใจได้ไม่ยากนักเพราะมีลักษณะ เป็นภาษาแบบโครงสร้าง ทาความเข้าใจได้เหมือนกับภาษาระดับสูงแต่ทางานได้รวดเร็วเหมือนกับภาษาระดับต่า สามารถใช้บนเครื่องที่มีความเร็วต่างกันโดยไม่ต้องดัดแปลง ภาษาระดับกลางจึงเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ตัวอย่างของภาษาระดับกลาง ได้แก่ ภาษาซี เป็นต้น 3. ภาษาระดับสูง (High Level Language) เป็นภาษาที่ทาความเข้าใจได้ง่าย มีลักษณะของการใช้คาสั่งเป็นภาษาอังกฤษซึ่งใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากการสั่งให้คอมพิวเตอร์ทางานจะต้องมีการแปลความหมายของคาสั่งโดยใช้ตัวแปลภาษาทีละชุดคาสั่งที่เรียกว่า Interpreter หรือแปลครั้งเดียวทั้งโปรแกรมที่เรียกว่า Compiler รวบรวมโดย ครู เทวัญ ภูพานทอง ครู คศ. 1 โรงเรี ยนนามนพิทยาคม สพม. 24 (กาฬสิ นธุ์) http://comkrutae.wordpress.com