Your SlideShare is downloading. ×
Training php
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

Training php

2,312
views

Published on

สรุปเนื้อหาการฝึกอบรม PHP

สรุปเนื้อหาการฝึกอบรม PHP

Published in: Education

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
2,312
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
25
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 1 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ หลักการและโครงสร้างของภาษา PHP ภาษา PHP PHP เป็นภาษา Script ที่ทางานในฝั่ง Server หรือเรียกว่า Server-side เมื่อถูกเรียกใช้โดย Web browser จะมีการประมวลผลบนเครื่อง Server แล้วส่งผลลัพธ์ในรูปแบบภาษา HTML ส่งไปยังเครื่อง Client โดยไฟล์ภาษา PHP จะต้องกาหนดส่วนขยาย (นามสกุล) เป็น php เสมอ การทางานของ PHP Version แรก – Version 3 ใช้หลักการแปลที่ละประโยค (Interpretation process) Version 4 เป็นต้นไป ใช้หลักการแปล (Compiled) เก็บไว้ในหน่วยความจาก่อนและจึงทางาน (Compilation process) จึงมีการทางานได้เร็วขึ้น รูปแบบของภาษา PHP การระบุว่า Script นี้เป็นภาษา PHP ทาได้โดยกาหนด Tag คร่อมดังนี้ <?php หรือ <? หรือ <script language = “php”> ……… ……… ……… ?> หรือ </script> รูปแบบที่ 1 ไฟล์ first.php <html> <head> <title> First PHP </title> </head> <body> <?php print "...First..."; ?> </body> </html> รูปแบบที่ 2 ไฟล์ second.php <?php print "<title>Second PHP</title>"; print "<body>";
  • 2. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 2 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ print "...Second PHP..."; print "</body>"; ?> ตัวแปรและชนิดของตัวแปร PHP ไม่จาเป็นต้องมีการระบุชนิด (Type) เนื่องจากสามารถกาหนดได้เองตามชนิดของข้อมูล แต่ หากต้องการก็สามารถกาหนดชนิดของตัวแปร หรือเปลี่ยนแปลงชนิดภายหลังก็ได้ ชื่อตัวแปรจะต้องนาหน้าด้วยเครื่องหมาย $ ตามด้วย ตัวอักษรหรือเครื่องหมาย _ แล้วตามด้วย ตัวอักษรหรือตัวเลขหรือ _ โดยไม่มีช่องว่าง ตัวอย่าง 1 $num = 12.345; print $num; ผลที่ได้ 12.345 ตัวอย่าง 2 $num = (integer) 12.345; print $num; ผลที่ได้ 12 ตัวอย่าง 3 $num = 12.345; settype($num, "integer"); print $num; ผลที่ได้ 12 ชนิดของตัวแปร boolean, bool จริง (True) หรือ เท็จ (False) integer, int ตัวเลขจานวนเต็ม float, double, real ตัวเลขมีทศนิยม string ข้อความใด ๆ array ตัวแปรชุด object วัตถุ ซึ่งเกิดจากการสร้าง Class (OOP)
  • 3. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 3 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ การเชื่อมตัวแปร การนาตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาเชื่อมต่อกันในลักษณะ Text หรือเชื่อมต่อกับ Text โดยตรง จะ ใช้เครื่องหมาย . เป็นตัวคั่นชื่อตัวแปร ตัวอย่าง 4 $s = "Salary"; $sal=25000; print $s . " = " . $sal; ผลที่ได้ Salary = 25000 ค่าตัวแปรที่เป็น NULL เป็นค่าพิเศษของตัวแปรใด ๆ ซึ่งมีความหมายว่าไม่มีค่าใด ๆ อยู่ ซึ่งจะเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้ 1) เป็นตัวแปรที่ไม่เคยถูกกาหนดค่ามาก่อน 2) ถูกกาหนดค่าเป็น NULL 3) ถูกถอนค่าด้วยฟังก์ชั่น unset() ตัวกระทาทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operators) การบวก + Addition ตัวอย่าง $a + $b การลบ - Addition ตัวอย่าง $a - $b การคูณ * Addition ตัวอย่าง $a * $b การหาร / Addition ตัวอย่าง $a / $b เศษจากการหาร % Addition ตัวอย่าง $a % $b ตัวกระทาสาหรับกาหนดค่า (Assignment Opertators) เครื่องหมาย = ตัวอย่าง $a = $b กาหนดให้ตัวแปรซ้ายมือมีค่าเท่ากับตัวแปรทางขวามือ เครื่องหมาย += ตัวอย่าง $a += $b กาหนดให้ตัวแปรซ้ายมือเพิ่มค่าเท่ากับตัวแปรทางขวามือ เครื่องหมาย -= ตัวอย่าง $a -= $b กาหนดให้ตัวแปรซ้ายมือลดค่าเท่ากับตัวแปรทางขวามือ เครื่องหมาย .= ตัวอย่าง $a .= $b กาหนดให้ตัวแปรซ้ายมือถูกต่อด้วยตัวแปรทางขวามือ ตัวกระทาสาหรับการเปรียบเทียบ (Comparison Opertators) = = Equal ตัวอย่าง $a = = $b เป็นจริงเมื่อ $a เท่ากับ $b = = = Identical ตัวอย่าง $a = = = $b เป็นจริงเมื่อ $a เท่ากับ $b และเป็น ข้อมูลชนิดเดียวกัน ! = Not Equal ตัวอย่าง $a ! = $b เป็นจริงเมื่อ $a ไม่เท่ากับ $b < > Not Equal ตัวอย่าง $a < > $b เป็นจริงเมื่อ $a ไม่เท่ากับ $b
  • 4. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 4 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ ! = = Not Identical ตัวอย่าง $a ! = = $b เป็นจริงเมื่อ $a ไม่เท่ากับ $b หรือ เท่ากันแต่ชนิดข้อมูลต่างกัน < Less than ตัวอย่าง $a < $b เป็นจริงเมื่อ $a น้อยกว่า $b > More than ตัวอย่าง $a > $b เป็นจริงเมื่อ $a มากกว่า $b < = Less than or Equal to ตัวอย่าง $a < = $b เป็นจริงเมื่อ $a น้อยกว่าหรือเท่ากับ $b > = More than or Equal to ตัวอย่าง $a > = $b เป็นจริงเมื่อ $a มากกว่าหรือเท่ากับ $b ตัวกระทาสาหรับการเพิ่ม/ลดค่า (Incrementing/Decrementing Opertators) ++$a Pre-increment เพิ่มค่าตัวแปร $a ขึ้น 1 แล้วจึงคืนค่าให้ตัวแปร $a $a++ Post-increment คืนค่าตัวแปร $a แล้วจึงเพิ่มค่าตัวแปร $a ขึ้นอีก 1 --$a Pre-decrement ลดค่าตัวแปร $a ลง 1 แล้วจึงคืนค่าให้ตัวแปร $a $a-- Post-decrement คืนค่าตัวแปร $a แล้วจึงลดค่าตัวแปร $a ลงอีก 1 ตัวกระทาทางตรรกะ (Logical Opertators) and หรือ && And ตัวอย่าง $a and $b จะให้ค่าเป็นจริงเมื่อเป็นจริงทั้งคู่ or หรือ || Or ตัวอย่าง $a or $b จะให้ค่าเป็นเท็จเมื่อเป็นเท็จทั้งคู่ xor Exclusive ตัวอย่าง $a xor $b จะให้ค่าเป็นเท็จเมื่อเป็นเท็จทั้งคู่ หรือ เป็นจริงทั้งคู่ ! Not ตัวอย่าง !$a จะให้ค่าเป็นจริงเมื่อ $a เป็นเท็จ
  • 5. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 5 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ การตรวจสอบเงื่อนไขและการทาซ้า ประโยคควบคุม (Control Statements) if…else, if…elseif ตัวอย่างที่ 1 if ($a == $b) { print "OK Equal"; } ผลที่ได้ OK Equal หากค่าของตัวแปรเท่ากัน ตัวอย่างที่ 2 if ($a == $b) { print "OK Equal"; } else { print "NoK Not Equal"; } ตัวอย่างที่ 3 if ($a > $b) { echo "A more than B"; } else if ($a < $b) { echo "A less than B"; } else { echo "A equal B";
  • 6. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 6 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ } switch, break ตัวอย่างที่ 4 switch ($choice) { case 1: echo "Choice = 1"; break; case 2: echo "Choice = 2"; break; case 3: echo "Choice = 3"; break; } while, do…while ตัวอย่างที่ 5 $i = 1; while ($i <= 10) { print $i; $i++; } ตัวอย่างที่ 6 $i = 1; do { print $i; $i++; } while ($i <= 10)
  • 7. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 7 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ for ตัวอย่างที่ 7 for ($i = 1; $i <= 10; $i++) { print $i; } foreach ตัวอย่างที่ 8 $arr_name = array ("A", "B", "C", "D", "E"); foreach (arr_name as $err_each) { print $arr_each; print "$nbsp"; } break ใช้ได้กับ loop: for, foreach, while, do…while, switch ตัวอย่างที่ 9 break 1 // ออกจากการทางานใน loop 1 ชั้น … ตัวอย่างที่ 10 break 2 // ออกจากการทางานใน loop 2 ชั้น ... continue เป็นการสั่งให้กลับไปทางานใน loop อีกครั้งหนึ่ง ตัวอย่างที่ 11 $a = 0; while (++$a <= 100) { if ($a % 10) continue; print $a . "<br>"; } print “End of program…”;
  • 8. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 8 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ การสร้างฟอร์มรับข้อมูล ตัวอย่างที่ 12 <form method="post" action="php12.php"> <input type="text" name="num"> <input type="submit" value="OK"> <input type="reset" value="Reset"> </form> <?php for ($i = 1; $i++; $i < $num) { print $i . "<br"; $i++; } ?>
  • 9. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 9 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ การผนวกไฟล์และฟังก์ชันของภาษา PHP รหัสควบคุม String n ขึ้นบรรทัดใหม่ r เลื่อน Cursor ไปอยู่ที่ต้นบรรทัด t เลื่อน Tab พิมพ์เครื่องหมาย (Backslash) $ พิมพ์เครื่องหมาย $ (Dollar Sign) " พิมพ์เครื่องหมาย " (Double-Quote) include เรียกใช้สคริปต์ PHP ที่อยู่ในไฟล์อื่นมาทางาน และสามารถเรียกทางานภายใต้การวนรอบ (loop) ได้ หากพบข้อผิดพลาด เช่น หาไฟล์ไม่เจอ จะแสดงเป็นคาเตือน (Warning) และทางานต่อไปได้ require เรียกใช้สคริปต์ PHP ที่อยู่ในไฟล์อื่นมาทางาน แต่ไม่สามารถเรียกใช้ภายใต้การวนรอบได้ แต่หาก พบข้อผิดพลาด จะแสดงข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง (Fatal Error) และหยุดการทางานของเว็บเพจ require_once, include_once เป็นการแทรกไฟล์สคริปต์หนึ่งเข้าไปยังอีกไฟล์สคริปต์หนึ่ง เช่นเดียวกันกับ include และ require แต่ต่างกันที่ require_once และ include_once จะป้ องกันไม่ให้มีการแทรกไฟล์ซ้า ในกรณีที่ไฟล์นั้นถูกเรียก มาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อป้ องกันการประกาศฟังก์ชั่นซ้า หรือกาหนดค่าตัวแปรซ้า โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดความ ผิดพลาด ตัวอย่างที่ 1 ไฟล์ intro.inc <?php $depart = "Electronic"; $college = "Chanthaburi Technical College"; function intro() { global $depart, $college; echo "My Depart is " . $depart . "<br>"; echo "My College is " . $college . "<br>"; } ?>
  • 10. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 10 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ ไฟล์ testfunc.php <?php include("intro.inc"); $depart = "Technocom"; intro(); ?> Function โดยทั่วไปเราจะเรียกใช้ฟังก์ชั่นจาก Library ของ PHP อย่างไรก็ตามเราสามารถสร้างฟังก์ชั่นขึ้นใช้ เองได้ดังนี้ 1. ฟังก์ชั่นที่ไม่มีการส่งค่าระหว่างฟังก์ชั่น ตัวอย่างที่ 1 <?php function sign() { print "http://www.technicchan.ac.th<br>"; print "Thank you"; } sign(); // เรียกใช้ฟังก์ชั่น sign() ?> 2. ฟังก์ชั่นที่มีการส่งค่าระหว่างฟังก์ชั่น ตัวอย่างที่ 2 <?php function square($x) { return $x * $x; } echo square(10); // เรียกใช้ฟังก์ชั่น square() โดยมีการส่งค่าใน วงเล็บ (เลข 10) ให้กับตัวแปร $x ในฟังก์ชั่นด้วย ?>
  • 11. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 11 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ ตัวอย่างที่ 3 ไฟล์ ohm.law <?php global $i, $r; function ohm($i, $r) { $v = $i * $r; print "Current I = " . $i . "&nbsp"; print "Resistance R = " . $r . "<br>"; print "The Result of Voltage V = " . $v; } ?> ไฟล์ testohm.php <?php require_once("ohm.law"); ohm(10,20); echo "<br><br>"; $i=12.34; $r=5.67; ohm($i, $r); ?> Text file PHP สามารถติดต่อกับ text file ได้ ดังตัวอย่างมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ dataForm.html สาหรับเป็นฟอร์มกรอกข้อมูล dataWrite.php สาหรับเขียน (Write) ข้อมูลลงใน text file dataRead.php สาหรับอ่าน (Read) ข้อมูลจาก text file มาแสดง data.txt เป็น text file สาหรับเก็บข้อมูล ไฟล์ dataForm.html <html> <head> <title> Test to Write/Read Text file </title> </head>
  • 12. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 12 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ <body bgcolor = "$EBEBEB"> <form method = "post" action = "dataWrite.php"> Name : <input type = "text" name = "datName"><br> Surname : <input type = "text" name = "datSurname"><br> Position : <input type = "text" name = "datPosition"><br> <p> <input type = "submit" name = "submit" value = "Write Data"> </form> </body> </html> ไฟล์ dataWrite.php <?php $data = "<br>Name :</b>" . $datName . "<b>Surname : </b>" . $datSurname . "<br>"; $data .= <b>Position :</b>" . $datPosition . "<br>"; $data .= <hr>n"; $fp = fopen("data.txt", "a"); fputs($fp, $data); fclose($fp); echo "Ready to Write file…<br>n"; echo "<a href = 'dataRead.php'>Read data from file…</a>"; ?> ไฟล์ dataRead.php <?php $fp = fopen("data.txt", "r"); while(!feof($fp)) { $listdata=fgets($fp, 4096); echo $listdata; } fclose($fp); echo "<a href = 'dataForm.html'>Back to Input data…</a>"; ?>
  • 13. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 13 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ การจัดการกับข้อความของภาษา PHP echo, print แสดงข้อความบนหน้าเว็บเพจ หรือส่ง Tag HTML ไปยัง Browser ทั้งสองคาสั่งนี้เป็นฟังก์ชั่นที่ แท้จริง จึงใส่วงเล็บหรือไม่ก็ได้ ตัวอย่างที่ 1 <?php echo ("Test ECHO…<br>"); echo "Test ECHO…<br>"; print ("Test PRINT…<br>"); print "Test PRINT…<br>"; ?> การรวมข้อความ ตัวอย่างที่ 2 <?php $str1 = "Computer"; $str2 = "Technology"; print $str1 . " " . $str2; ?> substr() ใช้สาหรับเลือกส่วนหนึ่งของข้อความ ออกจากข้อความเดิม รูปแบบ string substr(string string, int start [,int length]) ตัวอย่างที่ 3 เลือกข้อความเริ่มจากตาแหน่งที่ระบุ (ตาแหน่งแรกคือ 0) จานวนตัวอักษรที่ระบุ <?php $str1 = "Chanthaburi Province"; $str2 = substr($str1, 6, 4); echo $str2; ?> ตัวอย่างที่ 4 เลือกข้อความส่วนแรก หรือส่วนหลัง จานวนตัวอักษรเท่าที่ระบุ <?php $com = "Computer"; $front = substr($com, 3);
  • 14. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 14 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ $rear = substr($com, -5); print $font . $rear; ?> substr_replace() ใช้เพื่อตัดข้อความตามที่ระบุ แล้วแทนที่ด้วยข้อความใหม่ รูปแบบ string substr_replace ( string string, string replacement, int start [, int length]) ตัวอย่างที่ 5 <?php $str1 = "Electronic"; $str2 = "tricity"; $str3 = substr_replace($str1, str2, 4, 6); echo $str3; ?> str_replace() ใช้เพื่อนาคาใหม่มาแทนที่คาเดิม ซึ่งอยู่ในข้อความที่ระบุ ตัวอย่างที่ 6 <?php $s1 = "one two three"; $s2 = str_replace("two", "2", $s1); echo $s2; ?> strpos() ใช้เพื่อค้นหาคาที่ต้องการ ซึ่งอยู่ภายในข้อความใด ๆ โดยผลที่ได้จะเป็นตาแหน่งแรกข้อคานั้น ตัวอย่างที่ 7 <?php $str = "Chanthaburi Technical College"; $pos = strpos($str, "buri"); print $pos; ?>
  • 15. การพัฒนาเว็บเพ็จด้วยภาษา PHP 15 เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเว็บไซต์จัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นด้วยภาษา PHP+MySQL” เรียบเรียงโดย ครูสมพร ผลประพฤติ strlen() ใช้เพื่อหาความยาวของ String ตัวอย่างที่ 8 <?php $str = "Information System"; $len = strlen($str); print $len; ?> trim(), ltrim(), rtrim(), chop() ใช้เพื่อตัดช่องว่างที่อยู่ปะปนกับข้อความ trim() ตัดช่องว่างทั้งหน้าและหลังข้อความทิ้ง ltrim() ตัดช่องว่างเฉพาะที่อยู่ด้านหน้าข้อความทิ้ง rtrim(), chop() ตัดช่องว่าเฉพาะที่อยู่ด้านท้ายข้อความทิ้ง explode() ใช้เพื่อแบ่งแยกข้อความออกเป็นคาย่อย ๆ โดยระบุอักษรหรือเครื่องหมายที่ใช้เพื่อการแบ่งแยก รูปแบบ ตัวอย่างที่ 9 <?php $fullname = "Somchai Tamrongsook"; list ($name, $surname) = explode(" ", $fullname); echo $name . "<br>"; echo $lastname; ?> implode() ใช้เพื่อรวมค่าใน Array ให้เป็น String รูปแบบ string implode (string glue, array pieces) ตัวอย่างที่ 10 <?php $mail = array ("somporn9", "gmail.com"); $fullmail = implode("@", $mail); print $fullmail; ?>