หลักสูตร Is ม.ต้น.56doc
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Like this? Share it with your network

Share
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
3,136
On Slideshare
3,023
From Embeds
113
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
989
Comments
0
Likes
2

Embeds 113

http://krupornpana2555.wordpress.com 113

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. 1  หลักสูตรมาตรฐานสากลสาระการเรียนรู้ IS1-IS3ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์พุทธศักราช 2556ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ 
  • 2. 2  ประกาศโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรมาตรฐานสากล โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ พุทธศักราช 2556ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ เป็นการสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคล สังคมไทย ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลก ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสํานึกในความเป็นไทยมีระเบียบวินัย คํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นไปตามเจตนารมณ์มาตรา 80 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตร 12 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ได้มีมติเห็นชอบให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ปรากฏรายละเอียดตามคําสั่งดังแนบทั้งนี้ หลักสูตรมาตรฐานสากลโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2556 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 29 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2556……………………………(นายสมพล เก้าเอี้ยน)ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน……………………………(นายภิญโญ จินตนปัญญา)ผู้อํานวยการโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์
  • 3. 3  คํานําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทางกระทรวงศึกษาธิการให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาและประกอบอาชีพมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ รวมทั้งมีจิตสํานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยพัฒนาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียน เห็นว่าเป็นหลักสูตรแกนกลางที่มีประโยชน์ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ต่อเยาวชนของท้องถิ่นและของชาติ มีความสามารถในการสื่อสาร , ความสามารถในการคิด , ความสามารถในการแก้ปัญหา , ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ,ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ให้ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม จึงเห็นสมควรและสนับสนุนส่งเสริมให้ทางโรงเรียนได้นําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมาใช้และจัดการเรียน การสอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในลําดับต่อไป(นายสมพล เก้าเอี้ยน)ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์
  • 4. 4  2. โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา2.1 โครงสร้างเวลาเรียนโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2556กลุ่มสาระการเรียนรู้/กิจกรรมเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6กลุ่มสาระการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐาน รวม 880 (22 นก) 880 (22 นก) 880 (22 นก) 1,640(41 นก)ภาษาไทย 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)คณิตศาสตร์ 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)วิทยาศาสตร์ 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)ประวัติศาสตร์ 40 (1 นก) 40 (1 นก) 40 (1 นก) 80(2 นก)สุขศึกษาและพลศึกษา 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 120(3 นก)ศิลปะ 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 120(3 นก)การงานอาชีพและเทคโนโลยี 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 120(3 นก)ภาษาต่างประเทศ 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)รายวิชาเพิ่มเติม รวม 400(10 นก) 520(13 นก) 400(10 นก) 1,800(45 นก)พลศึกษา-เพศศึกษา 40 (1 นก) 40 (1 นก) - 60 (1.5 นก)ภาษาจีน 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก)ภาษาอังกฤษ 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก)อาเซียนศึกษา 40 (1 นก) - - 40 (1 นก)IS1-IS2 - 120 (3 นก) - 120 (3 นก)เลือกตามความสนใจ 8 กลุ่มสาระ 160 (4 นก) 160 (4 นก) 160 (4 นก) -รายวิชาและกิจกรรมไม่คิดหน่วยกิตกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมแนะแนว 40 40 40 120กิจกรรมนักเรียน60 60 60 180* กิจกรรมชุมนุม* กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี กิจกรรม 5สกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณาประโยชน์ 20 20 20 20รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 120 120 360รวมเวลาเรียน 1,600 ชั่วโมง/ปี 1,600 ชั่วโมง/ปี 1,600 ชั่วโมง/ปี รวม 3 ปี 4,800 ชั่วโมง
  • 5. 5  โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2556ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2ที่ รหัสวิชา รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน ที่ รหัสวิชา รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน 11(440) รายวิชาพื้นฐาน 11(440)1 ท 22101 ภาษาไทย 3 1.5(60) 1 ค 21102 ภาษาไทย 4 1.5(60)2 ค 22101 คณิตศาสตร์ 3 1.5(60) 2 ค 21102 คณิตศาสตร์ 4 1.5(60)3 ว 22101 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 1.5(60) 3 ว 21102 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน 4 1.5(60)4 ส 22101 สังคมศึกษา 3 1.5(60) 4 ส 21103 สังคมศึกษา 4 1.5(60)5 ส 22102 ประวัติศาสตร์ 3 0.5(20) 5 ส 21104 ประวัติศาสตร์ 4 0.5(20)6 พ 22101 สุขศึกษา 3 0.5(20) 6 พ 21103 สุขศึกษา 4 0.5(20)7 พ 22102 พลศึกษา 3 0.5(20) 7 พ 21104 พลศึกษา 4 0.5(20)8 ศ 22101 ดนตรี 1 1.0(40) 8 ศ 21102 ดนตรี 2 1(40)9 ง 22101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 4(งานเกษตร)0.5(20) 9 ง 21102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 6(งานช่าง)0.5(20)10 ง 22102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 5(คอมพิวเตอร์)0.5(20) 10 ง 21103 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 7(คอมพิวเตอร์)0.5(20)11 อ 22101 ภาษาอังกฤษ 3 1.5(60) 11 อ 21102 ภาษาอังกฤษ 4 1.5(60)รายวิชาเพิ่มเติมเรียนทุกคน 2.5(100) รายวิชาเพิ่มเติมเรียนทุกคน 1.0(40)12 จ 22201 ภาษาจีน 5 1.0(40) 12 จ 22202 ภาษาจีน 6 1.0(40)13 พ 22201 เพศศึกษา 2 0.5(20) 13 พ 22202 พลศึกษาเพิ่มเติม 1 0.5(20)14 อ 22201 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน 1 1.0(40) 14 อ 22202 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน 2 1.0(40)รายวิชาเพิ่มเติมเลือกเรียนตามความสนใจ 3.5 (140) รายวิชาเพิ่มเติมเลือกเรียนตามความสนใจ 1.5(60)14 I 22201 การศึกษาค้นคว้า(IS1) 1.5(60) 14 I 22201 การสื่อสาร(IS2) 1.5(60)15 ค 22201 คณิตศาสตร์ 3 1.0(40) 15 ค 22202 คณิตศาสตร์ 4 1.0(40)16 ว 22201 โครงงานวิทยาศาสตร์ 1.0(40) 16 ว 22202 วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 1.0(40)17 ศ 22201 จิตกรรม 1 2.0(80) 17 ศ 22203 จิตกรรม 2 2.0(80)18 ง 22201 งานมาลัย 1 2.0(80) 18 ง 22202 งานมาลัย 2 2.0(80)19 ง 22202 งานเกษตร 1 2.0(80) 19 ง 22202 งานเกษตร 2 2.0(80)20 ง 22203 คอมพิวเตอร์ 3 2.0(80) 20 ง 22204 คอมพิวเตอร์ 4 2.0(80)รายวิชาเพิ่มเติมไม่คิดหน่วยกิต (3 คาบ) รายวิชาเพิ่มเติมไม่คิดหน่วยกิต (3 คาบ)21 ท 20201 หลักการใช้ห้องสมุด 1 คาบ 21 ท 20201 หลักการใช้ห้องสมุด 1 คาบโฮมรูมและอบรม 2 คาบ โฮมรูมและอบรม 2 คาบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน22 แนะแนว 1 คาบ 22 แนะแนว 1 คาบ23 ลูกเสือ-เนตรนารี 1 คาบ 23 ลูกเสือ-เนตรนารี 1 คาบ24 กิจกรรมชุมนุม 1 คาบ 24 กิจกรรมชุมนุม 1 คาบ25 กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ทํานอกเวลา 25 กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ทํานอกเวลารวมเวลาเรียน 40 คาบ รวมเวลาเรียน 40 คาบ
  • 6. 6  การจัดการเรียนรู้โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่กําหนด สถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากลจัดทําหน่วยการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามกระบวนการ 5 ขั้นตอน หรือบันได 5 ขั้น ของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ทั้งในรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาเพิ่มเติม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งกระบวนการ 5 ขั้นตอน หรือบันได 5 ขั้น ของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากล เป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่อง ได้แก่1. การตั้งประเด็นคําถาม / สมมุติฐาน2. การสืบค้นความรู้จากแหล่งการเรียนรู้และสารสนเทศ3. การสรุปองค์ความรู้4. การสื่อสารและการนําเสนออย่างมีประสิทธิภาพ5. การบริการสังคมและจิตสาธารณะ1. การตั้งประเด็นคําถาม/ Formulationกระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ และได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ บรรลุตามเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากลการจัดการเรียนรู้ IS (Independent Study) ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับมัธยมศึกษาสามารถจัดได้ 2 ลักษณะ คือ จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม 2 รายวิชา ได้แก่ 1) รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation: IS1) เป็นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้และทักษะตาม IS1 ผู้เรียนเลือกประเด็นที่สนใจในการเรียนรู้ เพื่อกําหนดประเด็นปัญหา ตั้งสมมุติฐาน ค้นคว้า แสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ และฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ และ 2)รายวิชาการสื่อสารและการนําเสนอ (Communication and Presentation: IS2) เป็นการเรียนรู้ต่อเนื่องจากรายวิชา IS1 ผู้เรียนนําสิ่งที่ได้ศึกษาค้นคว้าจากรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้มาเขียนรายงานหรือเอกสารทางวิชาการ และนําเสนอเพื่อสื่อสารถ่ายทอดข้อมูลความรู้นั้นให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยจัดทําเป็นผลงานการเขียนทางวิชาการ 1 ชิ้น และการสื่อสารนําเสนอสิ่งที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นภาษาไทย 2,500 คํา มัธยมศึกษาตอนปลายเป็นภาษาไทย 4,000 คําหรือภาษาอังกฤษ 2,000 คํา และจัดเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โดยจัดกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity: IS3) ซึ่งเป็นการนําสิ่งที่เรียนรู้จากรายวิชาเพิ่มเติมทั้ง 2 รายวิชาข้างต้น ไปประยุกต์ใช้ในการทําประโยชน์ต่อสังคม ดังตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ ต่อไปนี้
  • 7. 7  รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation: IS1)รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation: IS1)ประกอบด้วยสาระการค้นคว้าและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ผู้เรียนได้พิสูจน์ประเด็นความรู้ข้อค้นพบหรือสมมติฐานของความรู้ที่ได้รับรู้ และส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของความรู้ รวมทั้งจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเรียนรู้กระบวนการรับรู้ในลักษณะที่เป็นวัฒนธรรมของการรับรู้และการรับรู้ที่ใช้ความรู้สึก และปลูกฝังการสร้างความเข้าใจที่เป็นสากลให้แก่ผู้เรียนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์ ตั้งสมมติฐานและหาคําตอบเกี่ยวกับสิ่งที่รู้ ตั้งคําถามให้คําอธิบายแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ รู้จักหาทางออกในการแก้ปัญหาได้อย่างกระจ่างชัด เชื่อมโยงความรู้เปรียบเทียบวิธีการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาต่าง ๆ และวิธีการรับความรู้ (Ways of Knowing) 4 วิธีได้แก่ 1) วิธีการสร้างความรู้จากการสัมผัสรับรู้ 2) วิธีการสร้างความรู้จากการใช้ภาษา 3) วิธีการสร้างความรู้จากการให้เหตุผล และ 4) วิธีการการสร้างความรู้จากสิ่งที่เป็นอารมณ์แนวการจัดการเรียนรู้1. ครูผู้สอนร่วมกับผู้เรียนในการกําหนด หรือตั้งประเด็นความรู้ หรือหัวข้อเกี่ยวกับ PublicIssues หรือ Global Issues สําหรับการศึกษาค้นคว้า เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะรับรู้ถึงจุดหมายและมีแรงจูงใจในการเรียนรู้บทเรียน ผู้สอนสามารถเลือกใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในการจัดการเรียนรู้ เช่น1.1 การเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้เรียนซักถาม หรือตั้งคําถาม1.2 การฉายภาพนิ่งให้ผู้เรียนชมและติดตาม1.3 การชวนสนทนา เพื่อให้ผู้เรียนตั้งประเด็นที่ต้องการรู้1.4 การกระตุ้นความสนใจด้วยเกม เพลง ภาพ ฯลฯ1.5 การอ่าน / ฟังข่าวจากหนังสือพิมพ์1.6 การตั้งประเด็นอภิปราย / คําถามสร้างพลังความคิด1.7 การยกตัวอย่างประโยค คําพังเพย บทกวี1.8 การกําหนด หรือการตั้งประเด็นความรู้ หรือหัวข้อเกี่ยวกับ Public Issues หรือ GlobalIssues2. ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการสร้างองค์ความรู้ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 “Ways ofKnowing” วิถีการรับรู้ ความรู้ ส่วนที่ 2 “Areas of Knowledge” ศาสตร์ / สาขา แขนงความรู้ ส่วนที่ 3การเรียบเรียงข้อมูล ข้อค้นพบ ความคิด ความคิดเห็น การให้เหตุผลโต้แย้ง และสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการกระบวนการสร้างองค์ความรู้ ครูผู้สอนควรมีเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่2.1 การอภิปรายกลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น2.2 การระดมพลังความคิด2.3 การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จําลอง
  • 8. 8  3. ปรับเปลี่ยนความคิด เป็นขั้นตอนสําคัญซึ่งเป็นหัวใจของขั้นตอนการเรียนรู้ ผู้เรียนจะศึกษาค้นคว้าตามประเด็นความรู้ หรือหัวข้อที่ครอบคลุม Public Issues และ Global Issues ครูผู้สอนควรมีเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่3.1 ทําความกระจ่างและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ครูผู้สอนจะกระตุ้นให้ผู้เรียนดําเนินกิจกรรมเพื่อสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ โดยใช้วิธีการ ดังนี้- ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ- สัมภาษณ์ผู้รู้- ปฏิบัติการค้นหา (ทดลอง สืบเสาะ สังเกต สํารวจ)- ร่วมมือเพื่อเขียนคําอธิบาย- แบ่งงานความรับผิดชอบภายในกลุ่ม3.2 สร้างความคิดใหม่ ผู้เรียนนําผลการอภิปรายและสาธิตที่เป็นผลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันมากําหนดเป็นความคิดใหม่ หรือความรู้ใหม่ โดยใช้วิธีการ ดังนี้- เขียนด้วยแผนผังความคิด- เขียนโครงงาน / โครงการ- เขียนบรรยาย / เขียนรายงาน- นําเสนอแนวคิดใหม่- นําเสนอรูปแบบนวัตกรรมใหม่3.3 ประเมินความคิดใหม่ ผู้เรียนออกแบบดําเนินการตรวจสอบความรู้ ความคิดใหม่ที่ผู้เรียนสร้างขึ้น โดยใช้วิธีการ ดังนี้- อภิปราย- ทดสอบผลงาน- ทดสอบความคิดของกลุ่ม- ทดสอบความรู้3.4 นําความคิดไปใช้ เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนใช้แนวคิด หรือความรู้ความเข้าใจที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่ในสถานการณ์ต่าง ๆ จนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เป็นกิจกรรมที่ต้องการให้ผู้เรียนได้ประมวลองค์ความรู้เพื่อการนําไปใช้ประโยชน์ โดยใช้วิธีการ ดังนี้- สรุปแผนผังความคิดเกี่ยวกับความรู้ใหม่- นําเสนอโครงงาน / โครงการที่ผู้เรียนคิดค้น / ประดิษฐ์ขึ้น- บรรยายสรุปแนวคิดใหม่ / การสร้างสถานการณ์ใหม่- จัดนิทรรศการ / สาธิตผลงานของกลุ่ม- แสดงบทบาทสมมติ / โต้วาทีเพื่อสรุปการแก้ปัญหา4. สะท้อนความคิด /ทบทวน เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนได้ประเมินและพัฒนาความคิดอย่างรอบคอบและต่อเนื่องจนสามารถประเมินผลได้ ประกอบด้วย
  • 9. 9  4.1 ประเมินผลงาน4.2 เสนอแนะความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงและพัฒนา4.3 วางแผนเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่องบทบาทของผู้สอน1. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสังเกต เพื่อให้สามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจน2. มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน แนะนํา ถามให้คิด เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบ หรือสร้างความรู้ความเข้าใจได้ด้วยตนเอง3. สร้างแรงจูงใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน ช่วยให้ผู้เรียนคิดค้นต่อไป ฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะการทํางานเป็นกลุ่ม4. เป็นผู้ชี้แนะไม่ใช่ผู้ชี้นํา กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดมากกว่าบอกความรู้5. ประเมินความคิดรวบยอดของผู้เรียน ตรวจสอบความคิดและทักษะการคิดบทบาทของผู้เรียน1. ค้นคว้า แสวงหาความรู้ ฝึกฝนวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นเจ้าของบทเรียน ลงมือปฏิบัติจริง2. กระตือรือร้นในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก กล้านําเสนอความคิดอย่างสร้างสรรค์3. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนด้วยกันและกับครูผู้สอน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นผู้นําและผู้ตามที่ดี4. ทํางานร่วมกันเป็นกลุ่ม5. เชื่อมโยงความรู้เดิมเข้ากับความรู้ใหม่ มีผลงานที่สร้างสรรค์6. เคารพกติกาทางสังคม รับผิดชอบต่อส่วนรวม7. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ รักการอ่าน กล้าซักถาม8. บันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ นําความรู้สู่การปฏิบัติได้จริง
  • 10. 10  คําอธิบายรายวิชารายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้(Research and Knowledge Formation: IS1)รายวิชาเพิ่มเติม บูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามศักยภาพ I 33201ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จํานวน 1.5 หน่วยกิต-------------------------------------------------ศึกษา วิเคราะห์การตั้งประเด็น / คําถามในเรื่องที่สนใจ การตั้งสมมติฐาน การค้นคว้าการแสวงหาความรู้ข้อมูล การออกแบบ การวางแผนรวบรวมข้อมูล การใช้กระบวนการกลุ่มการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ การสังเคราะห์ การสรุปองค์ความรู้และการเสนอวิธีคิดแก้ปัญหาที่เป็นระบบฝึกทักษะตั้งประเด็นปัญหา / ตั้งคําถามในเรื่องที่สนใจโดยเริ่มจากตนเอง เชื่อมโยงกับชุมชน ท้องถิ่นและประเทศ ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลโดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐานที่ตั้งไว้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ออกแบบ วางแผน รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม สังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้และร่วมกันเสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการกลุ่มในการวิพากษ์เพื่อให้เกิดทักษะในการค้นคว้า แสวงหาความรู้ สังเคราะห์ สรุป อภิปราย เปรียบเทียบเชื่อมโยงองค์ความรู้และมีทักษะการนําเสนอการศึกษาค้นคว้าและนําองค์ความรู้ไปแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองผลการเรียนรู้1. ตั้งประเด็นปัญหา โดยเลือกประเด็นที่สนใจ เริ่มจากตนเอง ชุมชนท้องถิ่น ประเทศ2. ตั้งสมมติฐานประเด็นปัญหาที่ตนเองสนใจ3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ4. ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลได้6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยวิธีการที่เหมาะสม7. สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ9. เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
  • 11. 11  โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1)ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสําคัญ เวลา น้ําหนักคะแนน1 ไขข้อสงสัย 1. ตั้งประเด็นปัญหา โดยเลือกประเด็นที่สนใจ เริ่มจากตนเอง ชุมชน ท้องถิ่นประเทศ2. ตั้งสมมติฐานประเด็นปัญหาที่ตนเองสนใจ3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ- การตั้งคําถามในเรื่องที่สนใจเริ่มจากตัวเอง เชื่อมโยงกับชุมชน ท้องถิ่นและประเทศ-การตั้งสมมติฐานและให้เหตุผล โดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ5 - 9 152 ห ล า ก ห ล า ย จ า กแหล่งเรียนรู้4. ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย- การค้นคว้าแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐานที่ตั้งไว้10 - 15 203 เปิดประตูสู่ความจริง 5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลได้6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาะสม- วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูล10 - 15 254 ประมวลทุกสิ่งที่ค้นพบ 6. วิเครา ะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาะสม7. สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ9. เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง- การเปรียบเทียบ /เชื่อมโยงองค์ความรู้สังเคราะห์ สรุปอภิปรายเพื่อให้เห็นประโยชน์และคุณค่าข อ ง ก า ร ศึ ก ษ าค้นคว้าด้วยตัวเอง15 - 21 40รวม 40 - 60 100
  • 12. 12  การออกแบบหน่วยการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 1ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ไขข้อสงสัย รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 5 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)1. ตั้งประเด็นปัญหา โดยเลือกประเด็นที่สนใจ เริ่มจากตนเอง ชุมชน ท้องถิ่น ประเทศ2. ตั้งสมมติฐานประเด็นปัญหาที่ตนเองสนใจ3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)- การตั้งคําถามในเรื่องที่สนใจเริ่มจากตัวเอง เชื่อมโยงกับชุมชน ท้องถิ่นและประเทศ- การตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลโดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ- การออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลคําถามสําคัญ- จะตั้งคําถามในเรื่องที่สนใจให้เชื่อมโยงกับชุมชน ท้องถิ่นและประเทศได้อย่างไร- จะตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลโดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ ได้อย่างไร- จะออกแบบ วางแผน โดยใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลได้อย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- การกําหนดประเด็นความรู้- ธรรมชาติของความรู้- ลักษณะของความรู้- แหล่งเรียนรู้- วิธีการสร้างความรู้1) การสร้างความรู้จากความรู้สึก2) การสร้างความรู้จากภาษา3) การสร้างความรู้จากเหตุผล4) การสร้างความรู้จากอารมณ์- ทฤษฎีของกลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐาน 8 กลุ่มสาระ- ศาสตร์ / สาขาวิชาของความรู้- นักคิด / บิดาศาสตร์ของแต่ละสาระการเรียนรู้- หลักการตั้งวัตถุประสงค์และสมมุติฐาน- วิธีการนําเสนอผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- การคิดวิเคราะห์- การคิดเปรียบเทียบ- การคิดเชื่อมโยง- การคิดสร้างสรรค์- การคิดอย่างมีวิจารณญาณ- กระบวนการปฏิบัติ- กระบวนการกลุ่มคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. ใฝ่เรียนรู้2. มุ่งมั่นในการทํางานการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงาน1. การออกแบบโครงร่างการศึกษาค้นคว้า 2. ผลงานที่ปรากฏจริงเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)
  • 13. 13  1. มีองค์ประกอบครบ (ขอบเขตของข้อมูล แผนการจัดเก็บข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล)2. มีความสัมพันธ์กันอย่างสมเหตุสมผลระหว่างขอบเขตของข้อมูล แผนการจัดเก็บข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล3. สามารถนําไปใช้ได้จริงร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ดูตัวอย่างประเด็นความรู้จากสาระวิชาพื้นฐาน2. ร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นความรู้ ตั้งสมมติฐาน และข้อสันนิษฐานของประเด็นความรู้3. ตั้งคําถามกระตุ้นให้เหตุผล ความคิดต่างมุม เพื่อแก้ไขปัญหาโดยใช้สาขาวิชาต่าง ๆ โดยใช้วิธีการโต้แย้งสนับสนุนและโต้แย้งคัดค้าน4. แบ่งกลุ่มนักเรียนค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้ตามสาขาวิชาต่าง ๆ5. นําเสนอข้อมูลจากการค้นคว้า ระบุแหล่งเรียนรู้ ความคิด เหตุผล วิธีการแก้ปัญหาในแต่ละสาขาวิชา6. ร่วมกันสรุปเชื่อมโยงและเปรียบเทียบ วิธีการค้นคว้าหาความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างประเด็นความรู้2. ตัวอย่างแหล่งการเรียนรู้
  • 14. 14  หน่วยการเรียนรู้ที่ 2ชื่อหน่วยการเรียนรู้ หลากหลายจากแหล่งเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 10 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)4. ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือกจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่ศึกษานํามาสู่การตั้งสมมติฐานได้คําถามสําคัญ- จะค้นคว้า แสวงหาความรู้ได้อย่างไร- จะนําความรู้มาตั้งสมมติฐานได้อย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- วิธีการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย- การกําหนดประเด็นความรู้จากเรื่องที่ศึกษาค้นคว้า- การตั้งสมมติฐานผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- ค้นคว้าความรู้ในประเด็นที่ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย- กําหนดประเด็นความรู้จากเรื่องที่สนใจศึกษาค้นคว้า- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้า- ทํ า ง า น ร่ ว ม กั บ ผู้ อื่ น ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร ก ลุ่ ม- วิพากษ์ความน่าเชื่อถือของข้อมูล- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานงานของตน- นําประเด็นความรู้จากเรื่องที่ศึกษามาตั้งสมมติฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. มีวินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางานการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงาน- แฟ้มผลงานที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้า- สมมติฐานเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ความหลากหลายของแหล่งข้อมูล- กระบวนการรวบรวมมีระบบชัดเจน สะดวกต่อการใช้ ตรวจสอบได้ร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล- แบบบันทึกการตรวจสอบคุณภาพของข้อมูล- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางานการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ศึกษาวิธีการค้นคว้า / แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย2. ตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล / สารสนเทศในประเด็นที่ศึกษาจากแหล่งสืบค้นข้อมูลที่หลากหลาย3. แบ่งกลุ่มนักเรียนฝึกทักษะการตรวจสอบข้อมูล / สารสนเทศ ด้วยตนเอง4. วางแผนจัดเก็บข้อมูลในประเด็นที่ศึกษา5. จัดหมวดหมู่ข้อมูล / สารสนเทศ เรียงลําดับตามที่วางแผนให้เป็นระบบ6. ตรวจทาน / วิพากษ์นําผลไปปรับปรุงข้อมูล / สารสนเทศรายบุคคล7. นําความรู้จากประเด็นที่ศึกษามาตั้งสมมติฐานสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นระบบ2. ตัวอย่างการตั้งสมมติฐาน
  • 15. 15  หน่วยการเรียนรู้ที่ 3ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เปิดประตูสู่ความจริง รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 10 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลได้6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาะสมความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลจะช่วยให้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์มีคุณภาพคําถามสําคัญ- จะมีวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้อย่างไร- จะนําสถิติพื้นฐานมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- การตรวจความน่าเชื่อถือของข้อมูล- สถิติพื้นฐานผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล- นําสถิติพื้นฐานมาวิเคราะห์ข้อมูลคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. มีวินัย2. ซื่อสัตย์3. ใฝ่เรียนรู้4. มุ่งมั่นในการทํางาน5. จิตสาธารณะการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน(ระบุประเด็นประเมิน)- ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลที่สืบค้น- ความถูกต้อง / ครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล- กระบวนการรวบรวมมีระบบชัดเจน สะดวกต่อการใช้ ตรวจสอบได้ร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล- แบบบันทึกการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางาน- แบบบันทึกการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ศึกษาการตรวจสอบความน่าเชื่อของข้อมูล2. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล3. รวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ เตรียมข้อมูลวิเคราะห์4. เลือกสถิติพื้นฐานที่เหมาะสมกับข้อมูลที่วิเคราะห์5. วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์6. ร่วมกันตรวจสอบผลการวิเคราะห์ข้อมูล7. วิพากษ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการตรวจสอบ8. นําผลการวิพากษ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูลมาปรับ / พัฒนา9. รวบรวมผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนําไปสังเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้สื่อ / แหล่งเรียนรู้1. แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ2. เครื่องคอมพิวเตอร์
  • 16. 16  หน่วยการเรียนรู้ที่ 4ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ประมวลทุกสิ่งที่ค้นพบ รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 15 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยวิธีการรที่เหมาะสม7. สังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ9. เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การวิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยวิธีการที่เหมาะสมการสังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ และเสนอแนวคิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองคําถามสําคัญ- จะใช้วิธีการที่เหมาะสมในการวิเคราะห์ข้อค้นพบได้อย่างไร- จะสังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนกลุ่มได้อย่างไร- จะเสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบได้อย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- การใช้วิธีการในการวิเคราะห์ข้อค้นพบ- การเปรียบเทียบ / เชื่อมโยงองค์ความรู้ สังเคราะห์สรุป อภิปรายเพื่อให้เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง- การเสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- ใช้วิธีการในการวิเคราะห์ข้อค้นพบ- เปรียบเทียบ / เชื่อมโยงองค์ความรู้ สังเคราะห์ สรุป อภิปรายเพื่อให้เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง- เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. วินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางาน4. รักความเป็นไทย5. จิตสาธารณะการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานเขียนรายงานนําเสนอแนวคิด การแก้ปัญหาจากการศึกษาค้นคว้าเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ความถูกต้อง / ครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล / สารสนเทศ- ความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อค้นพบที่นําเสนอ- กระบวนการรวบรวมมีระบบชัดเจนร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์สรุปองค์ความรู้
  • 17. 17  - แบบบันทึกการตรวจสอบคุณภาพงานเขียน- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางานการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. รวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ เตรียมข้อมูลวิเคราะห์2. เลือกสถิติที่เหมาะสมกับข้อมูลที่วิเคราะห์3. วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม4. ร่วมกันตรวจสอบและวิพากษ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูล5. นําผลการวิพากษ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูลมาปรับ / พัฒนา6. รวบรวมผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนําไปสังเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้สื่อ / แหล่งเรียนรู้- แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ- เครื่องคอมพิวเตอร์
  • 18. 18  รายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอ (Communication and Presentation: IS2)รายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอ (Communication and Presentation: IS2) เป็นสาระการเรียนรู้ที่จัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนนําข้อสรุป ข้อค้นพบใหม่ ความคิดใหม่ หรือองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการศึกษาศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ในสิ่งที่สนใจแล้วเรียบเรียงนําเสนอความคิดข้อคิดเห็น และข้อเสนอเชิงวิชาการ โดยใช้ภาษาอย่างถูกต้อง และนําเสนอองค์ความรู้ด้วยด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารและนําเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุป หรือองค์ความรู้ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมแนวการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนจะต้องให้ความสําคัญกับ “การจัดโครงร่างของผลงาน” เนื่องจากจะช่วยให้ผู้เรียนจัดลําดับเนื้อหาของการเขียนรายงานการค้นคว้าและการนําเสนอได้ดี โดยดําเนินการ ดังนี้1. การรายงานการค้นคว้าของผู้เรียน ให้ผู้เรียนนําหัวข้อเรื่องจากข้อค้นพบ ข้อสรุป ความคิดใหม่องค์ความรู้ใหม่ที่ตนเองสนใจเรียนรู้ เป็นข้อมูลในการนําเสนอ จากนั้นครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ- การเรียบเรียงหัวข้อการศึกษาค้นคว้า (Research Question)- แหล่งค้นคว้า / แหล่งการเรียนรู้- การกําหนด / เขียนโครงร่าง (Outline)2. การกําหนดโครงร่างของผลงาน การเขียนรายงานการค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องที่ผู้เรียนได้เลือกอย่างอิสระ จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ คํานํา (Introduction) เนื้อเรื่อง (Body /Development) และบทสรุป (Conclusion)3. การนําเสนอการนําเสนองาน เป็นทักษะที่มีความสําคัญอย่างยิ่งสําหรับการนําเสนอผลการศึกษาค้นคว้า ตามองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่3.1 การกําหนดวัตถุประสงค์และวิเคราะห์ผู้ฟัง3.2 การวางโครงสร้างเนื้อหาการนําเสนอ3.3 วิธีการนําเสนอการวิเคราะห์ผู้ฟัง เป็นการวิเคราะห์ความต้องการ ความสนใจ หรือความกังวลใจของผู้ฟังรวมถึงความเข้าใจในสไตล์ ความชอบของผู้ฟัง เพื่อให้สามารถออกแบบโครงสร้างและเนื้อหาการนําเสนอรวมทั้งการใช้สื่อประกอบที่มีความเหมาะสม สอดคล้องและถูกใจผู้ฟังบทบาทของผู้สอน1. ส่งเสริม กระตุ้น สนับสนุน ชี้แนะให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการคิด ค้นคว้าเกี่ยวกับหัวข้อ / เรื่องที่ผู้เรียนเลือกค้นคว้า
  • 19. 19  2. ช่วยเหลือ แนะนําผู้เรียนในการค้นคว้าความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ3. ช่วยเหลือแนะนําผู้เรียนสามารถเขียนรายงานการค้นคว้าได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์กําหนด4. การนําเสนอ ครูควรดําเนินการ ดังนี้4.1 นําเสนอด้วยสื่อรูปธรรม เช่น รูปภาพ ของจริง กราฟ ตาราง แผนภูมิ ภาพสัญลักษณ์ สื่อวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วให้ผู้เรียนได้พรรณนาถึงสิ่งที่พบ4.2 ควรใช้คําถามที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิดอย่างหลากหลายและคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถอธิบายความคิดของตนออกมา ด้วยการพูด การเขียน และให้ผู้เรียนได้ตั้งคําถามและหาคําตอบด้วยตนเองตามความสนใจ4.3 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงแนวคิดของตนเอง4.4 จัดกลุ่มให้ผู้เรียนได้ร่วมมือและช่วยเหลือกันในการเรียนรู้ เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกิดการสื่อสารในรูปแบบของการอธิบายแนวคิดและการอภิปรายในกลุ่ม4.5 ใช้การชี้แนะทางตรงและชี้แนะทางอ้อม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจ และเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นบทบาทของผู้เรียน1. กําหนดแผนการทํางาน วันส่งงาน และการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งค้นคว้า รวมทั้งการวางแผนการเขียนเรียบเรียงผลงาน2. ศึกษาและฝึกการเขียนรายงานเชิงวิชาการแต่ละองค์ประกอบให้ถูกต้องสมบูรณ์3. เรียบเรียง รวบรวมโครงร่าง (Rough draft) ของรายงานให้ครบองค์ประกอบ และฝึกการตรวจสอบ (Edit) รายงานโดยใช้สัญลักษณ์ในการตรวจสอบ4. จัดทําสื่อประกอบการนําเสนอ และเลือกวิธีการนําเสนอที่เหมาะสมกับผู้อ่าน/ผู้ฟัง
  • 20. 20  คําอธิบายรายวิชาการสื่อสารและการนําเสนอ(Communication and Presentation: IS2)รายวิชาเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จํานวน 1.5 หน่วยกิตเงื่อนไขการเรียน: ผู้เรียนต้องผ่านการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้มาก่อน----------------------------------ศึกษา เรียบเรียง และถ่ายทอดความคิดอย่างชัดเจน เป็นระบบจากข้อมูลองค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้าในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation: IS1) โดยเขียนโครงร่าง บทนํา เนื้อเรื่อง สรุป ในรูปของรายงานเชิงวิชาการ โดยใช้คําจํานวน 2,500 คํา มีการอ้างอิงแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างหลากหลาย เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดอย่างชัดเจน เป็นระบบ มีการนําเสนอในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual) หรือกลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใช้สื่อประกอบที่หลากหลาย และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดทักษะ ในการเขียนรายงานเชิงวิชาการ และทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้ให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะผลการเรียนรู้1. วางโครงร่างการเขียนตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่าง2. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการภาษาไทย ความยาว 2,500 คํา3. นําเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุปจากประเด็นที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว (Oral individualpresentation) หรือกลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใช้สื่ออุปกรณ์ในการนําเสนอได้อย่างเหมาะสม4. เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ5. เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้แก่สาธารณะ
  • 21. 21  โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสําคัญ ชั่วโมง น้ําหนักคะแนน1 เตรียมความพร้อม 1. วางโครงร่างการเขียนต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่าง5. เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้แก่สาธารณะการเชื่อมโยงทบทวนความรู้จากการศึกษาค้นคว้า การวิเคราะห์สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้มาสู่การสื่อสาร และการนําเสนอมาเขียนสรุปความให้เป็นความเรียงเชิงวิชาการพร้อมอ้างอิงตามหลักวิชาการเป็นพื้นฐานสําคัญของการสื่อสารและการนําเสนอให้เหมาะสมกับผู้อ่าน / ผู้ฟัง4 102 ฝึ ก ซ้ อ ม เ ขี ย นโครงร่าง1. วางโครงร่างการเขียนต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่างการฝึกเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ ซึ่งมีองค์ประกอบด้วยชื่อเรื่อง ความนํา วัตถุประสงค์สมมุติฐาน ขอบเขตการศึกษาเนื้อหา วิธีการศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการวางแผนการเขียนรายงานเชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ และการตรวจสอบทั้งด้วยตนเอง และเพื่อนช่วยตรวจสอบโดยใช้สัญลักษณ์ในการตรวจสอบช่วยให้รายงานเชิงวิชาการนั้นถูกต้องแม่นยําและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น8 203 สร้างผลงานเขียน 2. เขียนรายงานการศึกษาค้ น ค ว้ า เ ชิ ง วิ ช า ก า รภาษาไทย ความยาว2,500 คําการถ่ายโอนองค์ความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า และข้อค้นพบโดยการรายงานที่ใช้รูปแบบการเขียนรายงานเชิงวิชาการได้ครบองค์ประกอบและถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ28 40
  • 22. 22  หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสําคัญ ชั่วโมง น้ําหนักคะแนน4 เพียรนําเสนอ 3. นําเสนอข้อค้นพบข้อสรุปจากประเด็นที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว(Oral individualpresentation) หรือกลุ่ม(Oral panelpresentation)โดยใช้สื่อ อุปกรณ์ในการนําเสนอได้อย่างเหมาะสม4. เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะการนําเสนอผลงานจากการศึกษาค้นคว้า ข้อค้นพบโดยมีการเตรียมความพร้อมของผู้นําเสนอการเลือกรูปแบบประเภทสื่อประกอบการนําเสนอให้เหมาะสมและสอดคล้องกับตามความต้องการ ความสนใจ ความชื่นชอบของผู้ฟัง ช่วยให้การเผยแพร่ผลงานได้อย่างมีประสิทธิผล20 30รวม 60 100
  • 23. 23  การออกแบบหน่วยการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 1ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เตรียมความพร้อม รายวิชาเพิ่มเติม การสื่อสารและการนําเสนอชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 4 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)1. วางโครงร่างการเขียนตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่าง5. เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้แก่สาธารณะความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การเชื่อมโยงทบทวนความรู้จากการศึกษาค้นคว้าการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้มาสู่การสื่อสารและการนําเสนอ มาเขียนสรุปความให้เป็นความเรียงเชิงวิชาการพร้อมอ้างอิงตามหลักวิชาการเป็นพื้นฐานสําคัญของการสื่อสารและการนําเสนอให้เหมาะสมกับผู้อ่าน / ผู้ฟังคําถามสําคัญ- จะนําทักษะและองค์ความรู้ที่สังเคราะห์ได้จากรายวิชา IS1ม า ใ ช้ ใ น ก า ร นํ า เ ส น อ แ ล ะ ก า ร สื่ อ ส า ร อ ย่ า ง ไ ร- การเขียนสรุปความมีวิธีการอย่างไร- การเขียนความเรียงวิธีการอย่างไร- การเขียนอ้างอิงวิธีการอย่างไรผู้เรียนรู้อะไร(สาระการเรียนรู้)- การเชื่อมโยงข้อมูลและองค์ความรู้จากรายวิชา IS1สู่การเรียนรายวิชา IS2- การเขียนสรุปความ- การเขียนความเรียง- การเขียนอ้างอิงผู้เรียนทําอะไรได้(ทักษะ/ทักษะกระบวนการ)- รวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้จากรายวิชา IS1มาเชื่อมโยงสู่การนําเสนอและการสื่อสาร- เขียนสรุปความและนํามาเชื่อมเป็นความเรียง- เ ขี ย น อ้ า ง อิ ง ไ ด้ ถู ก ห ลั ก ก า ร- ทํ า ง า น ร่ ว ม กั บ ผู้ อื่ น ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร ก ลุ่ ม- ตรวจสอบงานเขียนความเรียง- วิ พ า ก ษ์ ง า น เ ขี ย น ค ว า ม เ รี ย ง ข อ ง ผู้ อื่ น- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานเขียนของตน- นําข้อมูลจาก IS1มาวางแผนปฏิบัติใน IS2 - IS3คุณลักษณะอันพึงประสงค์1. มีวินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางานการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานนําเสนอการวางแผนนําข้อมูลจากรายวิชา IS1 สู่การจัดทํารายงานเชิงวิชาการในรายวิชา IS2 และเชื่อมโยงนําความรู้สู่การปฏิบัติบริการสังคมในรายวิชา IS3เกณฑ์การประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน(ระบุประเด็นประเมิน)- ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล- การเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การเขียน- ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลของการศึกษา IS1 - IS3
  • 24. 24  ร่องรอยการเรียนรู้อื่นๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ / สังเคราะห์ข้อมูล- แบบบันทึกการเชื่อมข้อมูลจาก IS1 - IS3- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางานการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. รวบรวมข้อมูลพื้นฐานจากการเรียน IS1 มาทบทวนความรู้จากการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์และสร้างองค์ความรู้มาสู่การสื่อสารและการนําเสนอ2. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลที่จะนํามาออกแบบ วางแผนเชื่อมโยงข้อมูลสู่การเรียน IS23. ฝึกทักษะการเขียนสรุปความ4. ฝึกทักษะการเขียนความเรียง5. ฝึกทักษะการเขียนอ้างอิง6. ศึกษาตัวอย่างการวางแผนการนําข้อมูลสู่การปฏิบัติโดยใช้แผนผังความคิด7. ใช้กระบวนการกลุ่มร่วมกันวางแผนนําข้อมูลจากการสรุปความและเขียนความเรียงใน IS1 สู่การจัดทํารายงานเชิงวิชาการใน IS2 และเชื่อมโยงนําความรู้สู่การปฏิบัติบริการสังคมใน IS38. ใช้ความรู้ หลักการและจินตนาการเพื่อคาดคะเนคําตอบที่เป็นไปได้ของการวางแผนจาก IS1 - IS39. ร่วมกันอภิปรายการวางแผนจาก IS1 - IS3 แล้วนําข้อมูลมานําเสนอ10.ร่วมกันวิพากษ์การวางแผนของแต่และกลุ่ม11.ปรับปรุงแผนที่วางไว้ก่อนนําไปจัดทําแผนการปฏิบัติระยะยาวสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างการเขียนสรุปความ, การเขียนความเรียง,การเขียนอ้างอิง2. แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ3. ตัวอย่างการวางแผนระยะยาว4. แผนผังการคิด
  • 25. 25  หน่วยการเรียนรู้ที่ 2ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ฝึกซ้อมเขียนโครงร่าง รายวิชาเพิ่มเติม การสื่อสารและการนําเสนอชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 6 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)1. วางโครงร่างการเขียนตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่างความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ มีองค์ประกอบคือ ชื่อเรื่องความนํา วัตถุประสงค์ สมมติฐาน ขอบเขตการศึกษา เนื้อหา วิธีการศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการวางแผนการเขียนรายงานเชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ และการตรวจสอบด้วยตนเองและเพื่อนช่วยตรวจสอบ โดยใช้สัญลักษณ์ในการตรวจสอบช่วยให้รายงานเชิงวิชาการนั้นถูกต้องแม่นยําและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นคําถามสําคัญ- องค์ประกอบของการเขียนโครงร่างมีอะไรบ้าง- แต่ละองค์ประกอบของการเขียนโครงร่างมีวิธีการเขียนอย่างไร- การเขียนโครงร่างที่สมบูรณ์มีลักษณะอย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)การวางโครงร่างการเขียนรายงานเชิงวิชาการ- องค์ประกอบของโครงร่าง- ชื่อเรื่อง- ความนํา- วัตถุประสงค์- สมมุติฐาน- ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า- เนื้อเรื่อง- วิธีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / ทักษะกระบวนการ)- เขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ- ทํางานร่วมกับผู้อื่นตามกระบวนการกลุ่ม- ตรวจสอบงานเขียนโครงร่างเชิงวิชาการ- วิพากษ์งานเขียนโครงร่างของผู้อื่น- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานเขียนโครงร่างของตนได้คุณลักษณะที่พึงประสงค์1. มีวินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางานการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานโครงร่างรายงานเชิงวิชาการเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ความครบถ้วนขององค์ประกอบโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ- ความถูกต้องสมบูรณ์ของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ / วิพากษ์- แบบบันทึกการประเมินการเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางาน
  • 26. 26  การวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ศึกษาและวิธีเขียนองค์ประกอบของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการฉบับสมบูรณ์2. ร่วมกันฝึกเขียนองค์ประกอบของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ3. กลุ่มอภิปรายการเขียนองค์ประกอบของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ4. สรุปผลการอภิปรายการเขียนองค์ประกอบของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการของกลุ่มเตรียมนําเสนอ5. กลุ่มนําเสนอโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ6. ร่วมกันตรวจสอบและวิพากษ์ความสมบูรณ์ของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ7. กลุ่มปรับโครงร่างรายงานเชิงวิชาการตามข้อเสนอแนะ8. นักเรียนแต่ละคนนําแนวทางการจัดทําโครงร่างรายงานเชิงวิชาการที่ถูกต้อง ไปจัดทําโครงร่างรายงานเชิงวิชาการของตนเองสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างการเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ2. แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ
  • 27. 27  หน่วยการเรียนรู้ที่ 3ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สร้างผลการเขียน รายวิชาเพิ่มเติม การสื่อสารและการนําเสนอชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 18 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้(ผลการเรียนรู้)2. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการภาษาไทย ความยาว 2,500 คําความเข้าใจที่คงทน(สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด)การถ่ายโอนองค์ความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า และข้อค้นพบ โดยการรายงานที่ใช้รูปแบบการเขียนรายงานเชิงวิชาการได้ครบองค์ประกอบและถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคําถามสําคัญ- จะนําทักษะการวางโครงร่างการเขียนตามหลักเกณฑ์องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่างมาใช้อย่างไร- องค์ประกอบของรายงานเชิงวิชาการมีอะไรบ้างและแต่ละองค์ประกอบมีวิธีการเขียนอย่างไร- การตรวจสอบงานเขียนมีวิธีการตรวจสอบอย่างไรและใช้สัญลักษณ์อย่างไร- มารยาทในการวิพากษ์งานผู้อื่นมีอย่างไรบ้างผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)การเขียนรายงานเชิงวิชาการ โดยมีองค์ประกอบ3 ส่วน1) องค์ประกอบส่วนหน้า- ปกนอก ปกใน- บทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ- สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ2) องค์ประกอบส่วนเนื้อเรื่อง- ความนํา วัตถุประสงค์ สมมุติฐาน ขอบเขต- เนื้อเรื่อง- วิธีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล- ผลการศึกษา- บทสรุป และอภิปรายผล3) องค์ประกอบส่วนท้าย- บรรณานุกรม ภาคผนวก- ประวัติผู้จัดทําผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / ทักษะกระบวนการ)- เขียนรายงานเชิงวิชาการฉบับสมบูรณ์- ทํางานร่วมกับผู้อื่นตามกระบวนการกลุ่ม- ตรวจสอบงานเขียนเชิงวิชาการโดยใช้สัญลักษณ์- วิพากษ์งานเขียนของผู้อื่น- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานเขียนของตนคุณลักษณะที่พึงประสงค์1. มีวินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางานการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานรายงานเชิงวิชาการฉบับสมบูรณ์เกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน(ระบุประเด็นประเมิน)- ความครบถ้วนขององค์ประกอบรายงาน- ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลขององค์ประกอบ- ความถูกต้องตามหลักวิชาการและความสมบูรณ์ของรายงานร่องรอยการเรียนรู้อื่นๆ- แบบประเมินองค์ประกอบ และความสมบูรณ์รายงานเชิงวิชาการ
  • 28. 28  การวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ดูตัวอย่างรายงานฉบับสมบูรณ์แล้วระดมสมองวิเคราะห์องค์ประกอบของรายงานนั้นแล้วร่วมกันวิเคราะห์อภิปรายองค์ประกอบของรายงาน2. ร่วมกันวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลขององค์ประกอบของตัวอย่างรายงานฉบับสมบูรณ์3. ร่วมกันประเมินตัวอย่างรายงานฉบับสมบูรณ์ แล้วนําเสนอจุดเด่นจุดด้อย4. ศึกษาวิธีการเขียนแต่ละองค์ประกอบ5. ฝึกปฏิบัติการเขียนแต่ละองค์ประกอบของรายงาน6. นําองค์ประกอบของรายงานมาเรียบเรียงตามลําดับ7. ทบทวนการแก้ไขรายงานฉบับร่าง (Edit rough draft) และสัญลักษณ์การแก้ที่เรียนมาจากหน่วยการเรียนรู้ที่ 28. ศึกษามารยาทในการวิพากษ์งานของผู้อื่น9. ปฏิบัติการแก้ไข และวิพากษ์รายงาน10. เขียนรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ครบองค์ประกอบสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างรายงานฉบับสมบูรณ์2. สัญลักษณ์การตรวจสอบงานเขียน3. ตัวอย่างโครงร่างการศึกษาค้นคว้า4. ผังองค์ประกอบของรายงานเชิงวิชาการ
  • 29. 29  หน่วยการเรียนรู้ที่ 4ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เพียรนําเสนอ รายวิชาเพิ่มเติม การสื่อสารและการนําเสนอชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 12 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)3. นําเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุปจากประเด็นที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual presentation) หรือกลุ่ม (Oralpanel presentation) โดยใช้สื่ออุปกรณ์ในการนําเสนอได้เหมาะสม4. เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การนําเสนอผลงานจากการศึกษาค้นคว้า ข้อค้นพบโดยการเตรียมความพร้อมของผู้นําเสนอ การเลือกรูปแบบ สื่อประกอบการนําเสนอที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการ ความสนใจ ความชื่นชอบของผู้ฟังช่วยให้การนําเสนอผลงานประสบผลสําเร็จคําถามสําคัญ- การนําเสนอผลงานมีขั้นตอนอย่างไร- การนําเสนอแบบปากเปล่ารูปแบบเดี่ยวและกลุ่ม เหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร- การวิเคราะห์ผู้ฟัง / ผู้อ่านมีวิธีการและให้ผลดีอย่างไร- จะใช้สื่ออุปกรณ์ประกอบการนําเสนอได้อย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- วิธีวิเคราะห์ผู้ฟัง / ผู้อ่าน- ประเภทของการนําเสนอแบบปากเปล่า- วิธีการจัดทําสื่อประกอบการนําเสนอ- ขั้นตอนและเทคนิคการนําเสนอแบบปากเปล่าผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / ทักษะกระบวนการ)- วิเคราะห์ผู้ฟัง / ผู้อ่าน- ทํางานร่วมกับผู้อื่นตามกระบวนการกลุ่ม- จัดทําสื่อ / สื่อเทคโนโลยีประกอบการนําเสนอ- นําเสนอผลงานทางวิชาการแบบปากเปล่าคุณลักษณะที่พึงประสงค์1. มีวินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางาน4. ซื่อสัตย์สุจริตการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานการนําเสนอผลงานศึกษาค้นคว้าเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ขั้นตอนของการนําเสนอแบบปากเปล่า- ความชัดเจนของการนําเสนอ- เทคนิควิธีการนําเสนอ- การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆแผนการนําเสนอและร่างการนําเสนอผลงานการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ดูวีดิทัศน์ตัวอย่างการนําเสนอผลงานแบบปากเปล่าทั้งแบบ Oral individual presentation และ Oral panelpresentation และร่วมกันวิเคราะห์รูปแบบวิธีการของการนําเสนอ2. ศึกษารูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการนําเสนอผลงานแบบปากเปล่า และอภิปรายแสดงความคิดเห็น3. ฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนการนําเสนอผลงาน4. สะท้อนผลการฝึกปฏิบัติการนําเสนอผลงานสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. วีดิทัศน์ตัวอย่างการนําเสนอผลงาน2. รูปแบบและขั้นตอนวิธีการนําเสนอผลงาน3. ตัวอย่างคําพูดที่จะนําเสนอในแต่ละขั้นตอน4. ผังองค์ประกอบของรายงานเชิงวิชาการ
  • 30. 30  การจัดกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม(Social Service Activity: IS3)การจัดกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity: IS3) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงลึกทั้งด้านพื้นฐานความคิด ความรู้สึกและการกระทําที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเชื่อมโยงประสานสัมพันธ์ ความเสมอภาค ความยุติธรรมในสังคมความเข้าใจกันในระหว่างมนุษย์ มุ่งเน้นกระบวนการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้ผู้เรียนมีความตระหนักรู้ในตนเอง ร่วมกันศึกษาสภาพและการเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่นที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมโลก โดยการวิเคราะห์ข้อค้นพบ ข้อสรุป ความคิดใหม่ องค์ความรู้ใหม่ ที่เป็นความจริงใกล้ตัวของผู้เรียนเลือกนําประเด็น / เรื่องราวที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระตุ้นให้เชื่อมโยงเหตุการณ์ในระดับท้องถิ่นกับระดับโลกในภาพกว้าง และอภิปราย สนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ดังกล่าวโดยจัดเป็นกิจกรรม โครงการ หรือโครงงานเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนคุณภาพผู้เรียน มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายการนําความรู้ไปใช้บริการสังคม- นําความรู้ไปประยุกต์สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน- เผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน- นําความรู้ไปประยุกต์สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมและโลก- เผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและโลกการจัดกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคมมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองและพัฒนาซึ่งกันและกันผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential learning) ค้นพบตนเอง โดยการริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรม (Creativity) ปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (Action) อาสาช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความสมัครใจ (Service) พัฒนาค่านิยมที่อยู่บนพื้นฐานความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ของโลก ได้แก่1. ความนับถือและเชื่อมั่นในตนเอง2. ความเคารพในตนเองและผู้อื่น3. ความรับผิดชอบต่อสังคม4. ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม5. การเปิดใจกว้าง6. เจตคติในการพัฒนา วิสัยทัศน์
  • 31. 31  7. เป็นสมาชิกชุมชนที่แข็งขัน มีส่วนร่วมรับผิดชอบ พัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง และสร้างเสริมเจตคติในการเป็นพลโลกทั้งในระดับบุคคลและส่วนรวมแนวทางการจัดกิจกรรม / โครงการ / โครงงานการจัดกิจกรรม / โครงการ / โครงงานการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม มีหลักการและแนวทางการดําเนินการ ดังนี้1. การจัดกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม มีหลักการ ดังนี้1.1 เป็นการเรียนรู้ที่อาศัยประสบการณ์ของผู้เรียน1.2 ทําให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่ท้าทายอย่างต่อเนื่องและเป็นการเรียนรู้ที่เรียกว่า "ActiveLearning"1.3 มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้อง1.4 เป็นการสร้างเครือข่ายความรู้และประสบการณ์อย่างกว้างขวาง1.5 ใช้การพูด หรือการเขียนเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน วิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้ พฤติกรรม และผลงาน2. การจัดกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม สามารถจัดเป็นกิจกรรม / โครงงาน /โครงการ โดยจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน 5 ขั้นตอน ดังนี้2.1 วางแผน (Plan) เป็นขั้นเริ่มต้นการปฏิบัติกิจกรรม ประกอบด้วย การกําหนดเป้าหมายความสําเร็จ การทําความกระจ่างในเป้าหมาย และการตัดสินใจว่าจะนําองค์ความรู้และประสบการณ์เดิมของแต่ละคนมาใช้ได้อย่างไร2.2 ลงมือปฏิบัติ (Act) เป็นขั้นลงมือปฏิบัติกิจกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกิจกรรมนั้น ๆ โดยใช้ประสบการณ์และองค์ความรู้ที่มีอยู่เป็นฐานในการเรียนรู้ใหม่2.3 สังเกต (Observe/Analyze) เป็นขั้นการวิเคราะห์การรับรู้ของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้สังเกตและพิจารณาถึงความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับสมาชิกในกลุ่มและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ประสบการณ์จะเปลี่ยนเป็นการเรียนรู้เมื่อเจ้าของประสบการณ์ได้พิจารณาถึงอารมณ์ ความคิดและการกระทําของตนเองในเหตุการณ์ นั้น ๆ โดยไม่ปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านพ้นและจบไป2.4 สะท้อน (Reflect) เป็นขั้นสะท้อนให้เห็นถึงสัมฤทธิ์ผลของผู้เรียน ประเด็นสําคัญที่ได้เรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน จุดแข็งและความท้าทายของแต่ละคน รวมทั้งเป็นขั้นการประเมินการปฏิบัติของผู้เรียน สังเคราะห์ความรู้ความเข้าใจใหม่ ๆ นับเป็นขั้นตอนที่สําคัญอย่างยิ่งของการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ความสามารถในการสะท้อนการจัดกิจกรรมไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่จําเป็นต้องได้รับการพัฒนาและสั่งสมประสบการณ์จากการฝึกฝน และชี้แนะ2.5 ประยุกต์ (Apply) เป็นขั้นการนําผลการจัดกิจกรรมประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นไปใช้ ในสถานการณ์ใหม่ ๆ และชีวิตประจําวัน
  • 32. 32  บทบาทของครูผู้สอน / ครูที่ปรึกษา1. ศึกษาและทําความเข้าใจเกี่ยวกับความตระหนักถึงความสําคัญของทัศนะและบทบาทของเยาวชนในการแสดงออกถึงความรับผิดชอบที่มีผลต่อประเด็นต่าง ๆ ในระดับโลก เข้าใจบทบาทของภาษาขนบธรรมเนียม ถิ่นฐาน ศิลปะ ศาสนา ที่เป็นอัตลักษณ์ของตนเองและผู้อื่นในโลก2. สนทนา ชี้แนะ ชี้แจง ผู้เรียนเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติกิจกรรม3. แลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจกรรม4. สนับสนุนและเป็นกําลังใจในการคิดและการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง5. ประเมินผลการดําเนินกิจกรรมและผลที่เกิดกับผู้เรียนบทบาทของผู้เรียน1. สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดและความจําเป็นของการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีความรับผิดชอบ2. สนทนา รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะปฏิบัติ3. วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลข่าวสารและความเห็นจากสื่อการเรียนรู้และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ4. ตัดสินใจเลือกกิจกรรมและวางแผนการปฏิบัติกิจกรรม5. ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนที่กําหนดด้วยความกระตือรือร้นและมีความรับผิดชอบ6. ประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม7. สรุปและรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรม
  • 33. 33  การปฏิบัติกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคมระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ลําดับ กิจกรรม ชั่วโมง หมายเหตุ1 วิเคราะห์องค์ความรู้เพื่อกําหนดแนวทางการนําไปประยุกต์ ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน เช่น- แนวทางในเรื่องภัยธรรมชาติ- แนวทางการป้องกันแก้ไข2 วางแผนการทํากิจกรรมเพื่อนําความรู้ไปสร้างประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน เช่น- โครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ3 ปฏิบัติกิจกรรมตามปฏิทินที่กําหนด เช่น- การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ- แนวทางการป้องกันแก้ไข4 สรุปผลการดําเนินกิจกรรม- บันทึก- สะท้อนความคิดเห็นของตน / ชุมชนต่อการทํากิจกรรม5 เผยแพร่ผลงาน- จัดทําแผ่นพับ- จัดทําเว็บไซต์- จัดทํา Facebookรวม
  • 34. 34  กิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 15 ชั่วโมง / มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 20 ชั่วโมงลําดับที่ชื่อกิจกรรม วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรม ภาระงานเวลา(ชั่วโมง)1 น้ําใจสู่ชุมชน เป็นสมาชิกชุมชนที่แข็งขัน มีส่วนร่วมรับผิดชอบ พัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง และสร้างเสริมเจตคติในการเป็นพลโลกทั้งในระดับบุคคลและส่วนรวมกิจกรรมบน Facebookสร้างความตระหนักและขอความช่วยเหลือสร้างเครือข่ายจิตสาธารณะผ่านfacebook.com2 เล่มนี้เพื่อน้อง ความรับผิดชอบต่อสังคม ชมรม ร่ ว ม กิ จ ก ร ร มบริจาคหนังสือโรงเรียน ขาดแคลน3 การดูแลและบํารุงรักษาป่าต้นน้ําความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมค่ายอนุรักษ์ รายงาน /นิทรรศการ4 ก า ร เ ยี่ ย มผู้ป่วยไร้ญาติการเปิดใจกว้าง โครงการอุ่นไอรัก รายงาน /นิทรรศการ5 ต้นทางเศรษฐี ความนับถือและเชื่อมั่นในตนเองธนาคารขยะ รายงาน / ชิ้นงาน6 ดนตรีบําบัด ความเคารพในตนเองและผู้อื่นการแสดงความสามารถทางดนตรี หรือสร้างผลงานทางศิลปะ เพื่อหารายได้สําหรับการกุศลรายงาน /นิทรรศการ7 รักษ์ศิลปกรรม เจตคติในการพัฒนาวิสัยทัศน์การดูแลรักษาโบสถ์วิหารการเฝ้าระวังโบราณสถานและโบราณวัตถุไม่ให้ถูกทําลายรายงาน /นิทรรศการรวม 15
  • 35. 35  ตารางปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 15 ชั่วโมง / มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 20 ชั่วโมงชื่อกิจกรรม ......................................... ภาคเรียนที่...................ปีการศึกษา............................สัปดาห์ที่ วัน เดือน ปี กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ หมายเหตุ- รับสมัครสมาชิก- ชี้แจงวัตถุประสงค์และร่วมวางแผนการดําเนินกิจกรรม- เขียนโครงการ- กําหนดขอบข่ายและวางแผนพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นและประเทศ- นําเสนอแผนพัฒนาต่อครูที่ปรึกษา- ประชุมปรับปรุงแผนและเตรียมแบ่งงานในความรับผิดชอบ- กิจกรรมที่ 1…………….…..- กิจกรรมที่ 2…………………- สรุปผลการดําเนินงานระยะที่ 1- จัดบอร์ดแสดงผลงาน- กิจกรรมที่ 3………………..- กิจกรรมที่ 4………………..- สรุปผลการดําเนินงานระยะที่ 2- จัดบอร์ดแสดงผลงาน- ประชุมสรุปผลการดําเนินงาน- เสนอ (ร่าง) รายงานต่อครูที่ปรึกษาโครงการ- ครูที่ปรึกษาตรวจแก้ไขงาน- จัดทํารายงานฉบับสมบูรณ์ (ชิ้นงาน)- นําเสนอบทสรุปต่อโรงเรียนและประเมินผลโครงการ
  • 36. 36  การวัดและประเมินผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS )ตามหลักสูตรสถานศึกษา อาศัยหลักการดําเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยพิจารณาจากคุณภาพของชิ้นงานหรือการปฏิบัติที่เป็นผลผลิต/ร่องรอยหลักฐานการเรียนรู้ของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองของผู้เรียนว่าเป็นไปตามเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนมาตรฐานสากลหรือไม่ โดยใช้วิธีการและเครื่องมือที่หลากหลายและเกณฑ์การประเมิน (Rubrics)แนวทางการวัดและประเมิน1. กรณีที่จัดบูรณาการสาระการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS )ในรายวิชาพื้นฐาน ที่โรงเรียนพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมให้แยกจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้เฉพาะและประเมินผลการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้นี้ให้ชัดเจน2. กรณีที่จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ต้องประเมินและตัดสินผลการเรียนโดยให้ระดับผลการเรียนรายวิชาของสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study: IS) ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด3. กรณีที่จัดบูรณาการสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study: IS) เฉพาะเป้าหมายคุณภาพผู้เรียน การนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (IS3 : Social Service Activity) ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์) ซึ่งเป็นการนําความรู้ที่ได้จาก IS1 และ IS2 มาใช้ให้วัดและประเมินผลการวางแผนการปฏิบัติกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมตามแผนที่กําหนด และการสรุปรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยให้ผลการประเมินเป็นผ่านและไม่ผ่าน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด
  • 37. 37  -ตัวอย่าง-โครงสร้างการจัดการเรียนรู้และวัดผลประเมินผลระดับมัธยมศึกษาสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS)คะแนนคะแนน คะแนน+ += 100หน่วยที่ 1 คําถาม/สมมติฐาน หน่วยที่ 2 สืบค้น/ทดลอง หน่วยที่ 3 สรุปองค์ความรู้IS1: รายวิชาการศึกษาคนควาเพื่อการเรียนรูร่องรอย/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑ์ร่องรอย/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑ์ร่องรอย/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑ์
  • 38. 38  -ตัวอย่าง-โครงสร้างการจัดการเรียนรู้และวัดผลประเมินผลระดับมัธยมศึกษาสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS)ความรู/ทักษะ/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑความรู/ทักษะ/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑงานเขียนเชิงวิชาการ/การนําเสนอองคความรูวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑ+ คะแนนคะแนนคะแนน + = 100IS2: รายวิชาการสื่อสารและการนําเสนอหนวยที่ 2ICT กับการนําเสนอหนวยที่ 3การเขียนและการนําเสนอหนวยที่ 1หลักการเขียนงานเชิงวิชาการ
  • 39. 39  -ตัวอย่าง-โครงสร้างการจัดการเรียนรู้และวัดผลประเมินผลระดับมัธยมศึกษาสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS)ร่องรอย/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑ์ร่องรอย/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑ์ร่องรอย/ชิ้นงานวิธีการ/เครื่องมือ/เกณฑ์+ผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่านผ่าน/ไม่ผ่าน + = ผ่าน/ไม่ผ่านIS3 : การนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคมจุดประสงคสําคัญ 2การปฏิบัติกิจกรรมตามแผนจุดประสงคสําคัญ 3สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรมและการเผยแพรจุดประสงคสําคัญ 1แผนการปฏิบัติกิจกรรม
  • 40. 40  แนวทางการวัดและประเมินผลในระดับมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ 2เป้าหมายคุณภาพผู้เรียนตัวอย่างชิ้นงาน/ผลการเรียนรู้ตัวชี้วัดคุณภาพผู้เรียนแนวทางการวัดและประเมินผลวิธีการ เครื่องมือการตั้งประเด็นคําถาม/สมมติฐานอย่างมีเหตุผล(Hypothesis Formulation)1.แบบบันทึกประเด็นคําถาม2 . แ บ บ บั น ทึ กสมมติฐาน/คําตอบที่คาดคะเน1.ตั้งประเด็นคําถามในเรื่องที่ตนสนใจโดยเริ่มจากตัวเอง เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น ประเทศ2.ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลโดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆตรวจสอบการตั้งคําถามและการตั้งสมมติฐานของนักเรียนแบบบันทึกการตรวจสอบการตั้งคําถามและการตั้งสมมติฐานของนักเรียนเกณฑ์การประเมินการสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศหรือจากการปฏิบัติทดลอง(Searching for Information)1 . แ ผ น ก า ร เ ก็ บรวบรวม/การสืบค้นข้อมูล2.แบบบันทึกการสืบค้นข้อมูล3.ออกแบบ วางแผนรวบรวมข้อมูลโดยใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ4.ศึกษาแสวงหาข้อมูล ประเด็นความรู้เกี่ยวข้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเช่น ห้องสมุด หนังสือ วารสารแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ วารสารฯลฯ)ประเมินการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนแบบประเมินการสืบค้นข้อมูลเกณฑ์การประเมิน
  • 41. 41  เป้าหมายคุณภาพผู้เรียนตัวอย่างชิ้นงาน/ผลการเรียนรู้ตัวชี้วัดคุณภาพผู้เรียนแนวทางการวัดและประเมินผลวิธีการ เครื่องมือ5.ใช้กระบวนการกลุ่มในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์6.ทํางานบรรลุเป้าหมายภายใต้กรอบการดําเนินงานที่กําหนดโดยการกํากับดูแลของครูอย่างต่อเนื่องก า ร ส รุ ป อ ง ค์ ค ว า ม รู้(Knowledge Formation)1.แบบบันทึกการวิ เ ค ร า ะ ห์ ก า รสังเคราะห์ข้อมูล2.แบบบันทึกการสรุปองค์ความรู้7.วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม8.สังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้อภิปรายผลและ เปรียบเทียบเชื่อมโยงความรู้จากแหล่งค้นคว้าต่าง ๆ9.เสนอแนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตรวจผลงานการวิเคราะห์สังเคราะห์ และการสรุปองค์ความรู้และอภิปรายผลของนักเรียนแบบบันทึกการตรวจผลงานการวิเคราะห์สังเคราะห์ สรุปองค์และอภิปรายผลของนักเรียนเกณฑ์การประเมิน
  • 42. 42  เป้าหมายคุณภาพผู้เรียนตัวอย่างชิ้นงาน/ผลการเรียนรู้ตัวชี้วัดคุณภาพผู้เรียนแนวทางการวัดและประเมินผลวิธีการ เครื่องมือการสื่อสารและการนําเสนออย่างมีประสิทธิภาพ(Effective Communication)1.ผลงานการเขียนเชิงวิชาการ2.การนําเสนอองค์ความรู้10.เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดอย่างชัดเจนเป็นระบบ11.นําเสนอในรูปแบบเดี่ยว (Oralindividual presentation)หรือกลุ่ม(Oral panel presentation) โดยใช้สื่อประกอบหลากหลาย12.เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการความยาว 2,500 คํา โดยมีการอ้างอิงแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างหลากหลาย13.เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ1.ตรวจผลงานการเขียนรายงานเชิงวิชาการของนักเรียน2.สังเกตการพูดนําเสนองานของนักเรียน1.แบบบันทึกการตรวจผลงานการเขียนรายงานเชิงวิชาการของนักเรียน2.แบบบันทึกการสังเกตการนําเสนองานของนักเรียนเกณฑ์การประเมินการนําความรู้ไปใช้บริการสังคม(Public Service)1.การปฏิบัติกิจกรรมเพื่อบริการชุมชน2.การเผยแพร่ผลการปฏิบัติกิจกรรมบริการชุมชน14.นําความรู้ไปประยุกต์สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน15.เผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชนประเมินการนําความรู้ไปใช้ในการทํากิจกรรมบริการโรงเรียน ชุมชนและการเ ผ ย แ พ ร่ ค ว า ม รู้ แ ล ะประสบการณ์การบริการโรงเรียนและชุมชนแบบประเมินการทํากิจกรรมบริการโรงเรียนและชุมชน
  • 43. 43  ระดับคุณภาพการประเมินผลระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ประเด็นการประเมินระดับคุณภาพดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)1.1 การตั้งประเด็นคําถาม 1.ตั้งประเด็นคําถามในเรื่องที่ตนเองสนใจได้ด้วยตนเอง2.ขอบข่ายประเด็นคําถามชัดเจน ครอบคลุมข้อมูล/ปัจจัยหรือตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับตนเองเชื่อมโยงกับชุมชนท้ อ ง ถิ่ น ป ร ะ เ ท ศ3.คําถามมีความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ มีความเป็นไปได้ในการแสวงหาคําตอบ1.ตั้งประเด็นคําถามในเรื่องที่ตนเองสนใจได้โดยมีครูคอยชี้แนะ2.ขอบข่ายประเด็นคําถามชัดเจน ครอบคลุมข้อมูล/ปัจจัยหรือตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับตนเองเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น ประเทศ3.คําถามมีความเป็นไปได้ในการแสวงหาคําตอบ1.ตั้งประเด็นคําถามในเรื่องที่ตนเองสนใจได้โดยมีครูคอยชี้แนะ2.ขอบข่ายประเด็นคําถามชัดเจนแต่ยังไม่ครอบคลุมข้อมูล/ปัจจัยหรือตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับตนเองเชื่อมโยงกับชุมชน ท้องถิ่นประเทศ3.คําถามมีความเป็นไปได้ในการแสวงหาคําตอบใช้คําถามที่ครูชี้แนะมากําหนดประเด็นคําถาม1.2 การตั้งสมมติฐาน 1.พูดหรือเขียนคาดคะเนคําตอบล่วงหน้าโดยอาศัยความรู้สาขาวิชาต่าง ๆ2.คําตอบที่คาดคะเนหรือสมมุติฐานแสดงการเชื่อมโยง1.พูดหรือเขียนคาดคะเนคําตอบล่วงหน้าโดยอาศัยความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ2.คําตอบที่คาดคะเนหรือสมมุติแสดงการเชื่อมโยง1.พูดหรือเขียนคาดคะเนคําตอบล่วงหน้าโดยอาศัยความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ2. คําตอบที่คาดคะเนหรือสมมุติฐานมีความสัมพันธ์ของ1.พูดหรือเขียนคาดคะเนคําตอบล่วงหน้าได้ โดยอาศัยความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ2.คําตอบหรือสมมุติฐานไม่มีความสัมพันธ์ของข้อมูล/ตัว
  • 44. 44  ประเด็นการประเมินระดับคุณภาพดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)ความสัมพันธ์ของข้อมูล/ตัวแปรที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจนครอบคลุมสอดคล้องกับประเด็นคําถาม สมเหตุสมผล มีความเป็นไปได้ในการตรวจสอบความสัมพันธ์ของข้อมูล/ตัวแปรที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ไ ด้ ชั ด เ จ นสอดคล้องกับประเด็นคําถามสมเหตุสมผล มีความเป็นไปได้ในการตรวจสอบข้อมูล/ตัวแปรที่เกี่ยวข้องบ้างสอดคล้องกับประเด็นคําถาม แต่มีความเป็นไปได้น้อย ในการตรวจสอบแปรที่เกี่ยวข้อง ไม่สอดคล้องกับประเด็นคําถาม มีความเป็นไปได้น้อย ในการตรวจสอบ2.การสืบค้นความรู้ 1.วางแผนเก็บรวบรวม/สืบค้นข้อมูลชัดเจนและปฏิบัติได้วิธีการรวบรวม/สืบค้นข้อมูลเหมาะสม2.ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้หลากหลายครอบคลุมทุกประเด็นคําตอบที่คาดคะเน/สมมติฐานที่ตั้งไว้3.มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์1.วางแผนเก็บรวบรวม/สืบค้นข้อมูลชัดเจนและปฏิบัติได้วิธีการรวบรวม/สืบค้นข้อมูลเหมาะสม2.ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้หลากหลายครอบคลุมทุกประเด็นคําตอบที่คาดคะเน/สมมติฐานที่ตั้งไว้3.มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ1.วางแผนเก็บรวบรวม/สืบค้นข้อมูลชัดเจนและปฏิบัติได้วิธีการรวบรวม/สืบค้นข้อมูลเหมาะสมไว้2.ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ไม่หลากหลาย แต่ครอบคลุมทุกประเด็นคําตอบที่คาดคะเน/สมมติฐานที่ตั้งไว้3.มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ1.ไม่มีการวางแผนหรือมีการวางแผนแต่ไม่สามารถนําไปปฏิบัติจริงได้2. ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ไม่หลากหลาย และไม่ครอบคลุมประเด็นคําตอบที่คาดคะเน/สมมติฐานที่ตั้งไว้3.ไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม
  • 45. 45  ประเด็นการประเมินระดับคุณภาพดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)4.มีการบันทึกข้อมูลเหมาะสมและได้ข้อมูลครบทุกประเด็นตามเป้าหมาย โดยมีการปรึกษาครูอย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่อง4.มีการบันทึกข้อมูลเหมาะสมและได้ข้อมูลเฉพาะประเด็นสําคัญ โดยการปรึกษาครูเป็นครั้งคราว4.มีการบันทึกข้อมูล ได้ข้อมูลในประเด็นสําคัญ มีการปรึกษาครูบ้าง4.บันทึกข้อมูล ไม่ตรงประเด็นสําคัญ3.การสรุปองค์ความรู้ 1.วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม2.สังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ได้อย่างชัดเจน มีการอภิปรายผล เปรียบเทียบเ ชื่ อ ม โ ย ง ค ว า ม รู้ อ ย่ า งสมเหตุสมผล3.นําองค์ความรู้ที่ได้ไปเสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ1.วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม2.สังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ได้อย่างชัดเจน มีการอภิปรายผล เปรียบเทียบเชื่อมโยงความรู้3.นําองค์ความรู้ที่ได้ไปเสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาได้แต่ยังไม่เป็นระบบ1.วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม2.สังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ได้อย่างชัดเจน มีการอภิปรายผลเปรียบเทียบแต่ยังไม่ชัดเจน3.นําองค์ความรู้ที่ได้ไปเสนอวิธีการแก้ปัญหาได้แต่ยังไม่เป็นระบบ1.ไม่มีการวิเคราะห์ข้อมูลหรือวิเคราะห์ข้อมูลไม่ถูกต้อง2.สังเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ได้ไม่ชัดเจน3.ไม่มีการนําองค์ความรู้ไปเสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหา
  • 46. 46  ประเด็นการประเมินระดับคุณภาพดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)4.การสื่อสารและการนําเสนอ 1.เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดจากการศึกษาค้นคว้าได้อย่างชัดเจนและเป็นระบบ2.เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการเป็นภาษาไทยความยาวประมาณ2,500 คํา เนื้อหาสาระถูกต้องสมบูรณ์ เข้าใจง่ายโดยอ้างอิงแหล่งความรู้ที่เชื่อถืออย่างหลากหลาย1.เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดจากการศึกษาค้นคว้าได้อย่างชัดเจนและเป็นระบบ2.เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการเป็นภาษาไทยความยาวประมาณ2,500 คําเนื้อหาสาระถูกต้องสมบูรณ์ โดยอ้างอิงแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างหลากหลาย1.เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดจากการศึกษาค้นคว้าได้อย่างชัดเจน2.เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการเป็นภาษาไทยความยาว ประมาณ 2,500 คําเนื้อหาสาระถูกต้อง โดยอ้างอิงแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้1.เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดจากการศึกษาค้นคว้าได้2.เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าได้โดยอ้างอิงแหล่งความรู้
  • 47. 47  ประเด็นการประเมินระดับคุณภาพดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)3.นําเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบเดี่ยวและกลุ่มโดยใช้สื่อที่หลากหลายอย่างเหมาะสม4.เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากกว่า2 ช่องทาง3.นําเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบเดี่ยวหรือกลุ่มโดยใช้สื่อที่หลากหลาย4.เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 2ช่องทาง3.นําเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบเดี่ยวหรือกลุ่มโดยใช้สื่อประกอบ4.เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 1 ช่องทาง3.นําเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบกลุ่ม4.ไม่มีการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ5.การนําความรู้ไปใช้บริการสังคม1.นําความรู้จากการศึกษาค้นคว้าไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน2 . เ ผ ย แ พ ร่ ค ว า ม รู้ แ ล ะประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ1.นําความรู้จากการศึกษาค้นคว้าไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน2 . เ ผ ย แ พ ร่ ค ว า ม รู้ แ ล ะประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน ผ่านสื่อรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง1.นําความรู้จากการศึกษาค้นคว้าไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน2 . เ ผ ย แ พ ร่ ค ว า ม รู้ แ ล ะประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อโรงเรียน ผ่านสื่อรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง1.ไม่ได้นําความรู้จากการศึกษาค้นคว้าไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนหรือชุมชน2.ไม่มีการเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ
  • 48. 48  การรายงานผลการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองชั้นมัธยมศึกษาที่จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมจํานวน 2 รายวิชา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งต้องตัดสินผลการเรียนเป็นระดับผลการเรียน หรือผ่าน/ไม่ผ่านตามที่สถานศึกษากําหนดแล้ว สถานศึกษาสามารถจัดทําใบรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนเฉพาะสาระการศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง (Independent Study :IS) เพื่อแสดงระดับคุณภาพของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ประกอบ ปพ. 6 ได้ ดังนี้แบบรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study :IS)ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..............ปีการศึกษา...................โรงเรียน.................................................. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต..............ชื่อ เด็กชาย/เด็กหญิง/นาย/นางสาว......................................................ชั้นมัธยมศึกษาปีที่.........................วิชา/กิจกรรม สาระการเรียนรู้ เป้าหมายคุณภาพผู้เรียน ระดับคุณภาพ1.วิชาการศึกษาค้นคว้าแ ล ะ ส ร้ า ง อ ง ค์ความรู้IS1:การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้1.การตั้งประเด็นคําถาม/สมมติฐาน2.การสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศ3.การสรุปองค์ความรู้2.วิชาการสื่อสารและการนําเสนอIS2:การสื่อสารและการนําเสนอ4.การสื่อสารและการนําเสนออย่างมีประสิทธิภาพ3.กิจกรรมเพื่อสั ง ค ม แ ล ะสาธารณประโยชน์IS3:การนําความรู้ไปใช้บริการสังคม5.การบริการสังคมและจิตสาธารณะกิจกรรม..........................................................................................................................สรุปภาพรวมข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูผู้สอน....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ลงชื่อ..................................................ครูผู้สอน ลงชื่อ..................................................ฝ่ายวิชาการ(...............................................) (...............................................)ลงชื่อ.....................................................ผู้อํานวยการโรงเรียน(....................................................)
  • 49. 49  การรายงานภาพรวมระดับห้องเรียนโรงเรียน...................................................สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา........................................................รายวิชา.............................................ชั้น.........................................................ปีการศึกษา.............................เลขที่ เลขประจําตัว ชื่อ – สกุล ระดับคุณภาพเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนสรุปภาพรวมการตั้งคําถามการสืบค้นความรู้การสรุปองค์ความรู้การสื่อสารและการนําเสนอการบริการสังคม/จิตสาธารณะ123456789101112131415