หลักสูตร Is ม.ปลาย56

16,456 views
16,163 views

Published on

หลักสูตร Is ม.ปลาย56

  1. 1. 1  หลักสูตรมาตรฐานสากลสาระการเรียนรู้ IS1-IS3ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์พุทธศักราช 2556ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ 
  2. 2. 2  ประกาศโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรมาตรฐานสากล โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ พุทธศักราช 2556ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ เป็นการสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคล สังคมไทย ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลก ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสํานึกในความเป็นไทยมีระเบียบวินัย คํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นไปตามเจตนารมณ์มาตรา 80 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตร 12 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ได้มีมติเห็นชอบให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ปรากฏรายละเอียดตามคําสั่งดังแนบทั้งนี้ หลักสูตรมาตรฐานสากลโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2556 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 29 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2556……………………………(นายสมพล เก้าเอี้ยน)ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน……………………………(นายภิญโญ จินตนปัญญา)ผู้อํานวยการโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์
  3. 3. 3  คํานําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทางกระทรวงศึกษาธิการให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาและประกอบอาชีพมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ รวมทั้งมีจิตสํานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยพัฒนาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียน เห็นว่าเป็นหลักสูตรแกนกลางที่มีประโยชน์ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ต่อเยาวชนของท้องถิ่นและของชาติ มีความสามารถในการสื่อสาร , ความสามารถในการคิด , ความสามารถในการแก้ปัญหา , ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ,ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ให้ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม จึงเห็นสมควรและสนับสนุนส่งเสริมให้ทางโรงเรียนได้นําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมาใช้และจัดการเรียน การสอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในลําดับต่อไป(นายสมพล เก้าเอี้ยน)ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์
  4. 4. 4  2. โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา2.1 โครงสร้างเวลาเรียนโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2556กลุ่มสาระการเรียนรู้/กิจกรรมเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6กลุ่มสาระการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐาน รวม 880 (22 นก) 880 (22 นก) 880 (22 นก) 1,640(41 นก)ภาษาไทย 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)คณิตศาสตร์ 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)วิทยาศาสตร์ 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)ประวัติศาสตร์ 40 (1 นก) 40 (1 นก) 40 (1 นก) 80(2 นก)สุขศึกษาและพลศึกษา 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 120(3 นก)ศิลปะ 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 120(3 นก)การงานอาชีพและเทคโนโลยี 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 120(3 นก)ภาษาต่างประเทศ 120 (3 นก) 120 (3 นก) 120 (3 นก) 240(6 นก)รายวิชาเพิ่มเติม รวม 400(10 นก) 520(13 นก) 400(10 นก) 1,800(45 นก)พลศึกษา-เพศศึกษา 40 (1 นก) 40 (1 นก) - 60 (1.5 นก)ภาษาจีน 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก)ภาษาอังกฤษ 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก) 80 (2 นก)อาเซียนศึกษา 40 (1 นก) - - 40 (1 นก)IS1-IS2 - 120 (3 นก) - 120 (3 นก)เลือกตามความสนใจ 8 กลุ่มสาระ 160 (4 นก) 160 (4 นก) 160 (4 นก) -รายวิชาและกิจกรรมไม่คิดหน่วยกิตกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมแนะแนว 40 40 40 120กิจกรรมนักเรียน60 60 60 180* กิจกรรมชุมนุม* กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี กิจกรรม 5สกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณาประโยชน์ 20 20 20 20รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 120 120 360รวมเวลาเรียน 1,600 ชั่วโมง/ปี 1,600 ชั่วโมง/ปี 1,600 ชั่วโมง/ปี รวม 3 ปี 4,800 ชั่วโมง
  5. 5. 5  โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2556 (วิทย์-คณิต)ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2ที่ รหัสวิชา รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน ที่ รหัสวิชา รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน 5.5(220) รายวิชาพื้นฐาน 11(440)1 ท 31101 ภาษาไทย 1 1.0(40) 1 ท 31102 ภาษาไทย 2 1.0(40)2 ค 31101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 1.0(40) 2 ค 31102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2 1.0(40)3 ส 31101 สังคมศึกษา 1 1.0(40) 3 ส 31102 สังคมศึกษา 2 1.0(40)15 ส 31103 ประวัติศาสตร์ 1 0.5(20)4 พ 31101 พลศึกษา 1 0.5(20) 4 พ 31102 สุขศึกษา 1 0.5(20)5 ศ 31101 ทัศนศิลป์ 1 0.5(20) 5 ศ 31102 ทัศนศิลป์ 2 0.5(20)6 ง 31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1(งานธุรกิจ)0.5(20) 6 ง 31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2(งานคอมพิวเตอร์)0.5(20)7 อ 31101 ภาษาอังกฤษ 1 1.0(40) 7 อ 31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0(40)รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม8 ค 31201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 1.5(60) 8 ค 31201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2 1.5(60)9 ว 31201 ฟิสิกส์ 1 2.0(80) 9 ว 31201 ฟิสิกส์ 2 2.0(80)10 ว 31221 เคมี 1 1.5(60) 10 ว 31221 เคมี 2 1.5(60)11 ว 31241 ชีววิทยา 1 1.5(60) 11 ว 31241 ชีววิทยา 2 1.5(60)12 ว 31261 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 1 1.0(40) 12 ว 31261 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 2 1.0(40)13 ส 31201 อาเซียนศึกษา 1 0.5(20) 13 ส 31201 อาเซียนศึกษา 2 0.5(20)14 I 32201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้(IS1)1.5 (60) 14 I 32201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้(IS1)1.5 (60)15 ง 31201 คอมพิวเตอร์ 1 1.0(40) - - - -16 อ 31201 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 1 1.0(40) 16 อ 31201 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 2 1.0(40)17 จ 31201 ภาษาจีน 1 1.0 (40) 17 จ 31201 ภาษาจีน 2 1.0 (40)รายวิชาเพิ่มเติมไม่คิดหน่วยการเรียน (2 คาบ)18 โฮมรูม และอบรมคุณธรรม 2 18 โฮมรูม และอบรมคุณธรรม 2กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (60) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (60)19 กิจกรรมแนะแนว 20 19 กิจกรรมแนะแนว 20กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมนักเรียน20 - ชุมนุมตามกลุ่มสาระ 20 20 - ชุมนุมตามกลุ่มสาระ 2021 นอกเวลา - โรงเรียนสวยด้วยมือเรา(5 ส) 10 21 นอกเวลา - โรงเรียนสวยด้วยมือเรา(5 ส) 1022 นอกเวลา กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์10 22 นอกเวลา กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์10รวมเวลาเรียนทั้งสิ้น 40 คาบ รวมเวลาเรียนทั้งสิ้น 39 คาบ
  6. 6. 6  โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา2556(อังกฤษ-คณิต)ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2ที่ รหัสวิชา รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน ที่ รหัสวิชา รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน 5.5(220) รายวิชาพื้นฐาน 11(440)1 ท 31101 ภาษาไทย 1 1.0(40) 1 ท 31102 ภาษาไทย 2 1.0(40)2 ค 31101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 1.0(40) 2 ค 31102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2 1.0(40)3 ว 31101 ดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต 1.0(40) 3 ว 31101 สารและสมบัติของสาร 1.0(40)3 ส 31101 สังคมศึกษา 1 1.0(40) 3 ส 31102 สังคมศึกษา 2 1.0(40)15 ส 31103 ประวัติศาสตร์ 1 0.5(20)4 พ 31101 พลศึกษา 1 0.5(20) 4 พ 31102 สุขศึกษา 1 0.5(20)5 ศ 31101 ทัศนศิลป์ 1 0.5(20) 5 ศ 31102 ทัศนศิลป์ 2 0.5(20)6 ง 31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1(งานธุรกิจ)0.5(20) 6 ง 31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2(งานคอมพิวเตอร์)0.5(20)7 อ 31101 ภาษาอังกฤษ 1 1.0(40) 7 อ 31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0(40)รายวิชาเพิ่มเติม 10.0(400) รายวิชาเพิ่มเติม 10.0(400)9 ค 31201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 1.5(60) 9 ค 31201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2 1.5(60)11 อ 31201 ภาษาอังกฤษ ฟัง-พูด 1 1.0(40) 11 อ 31201 ภาษาอังกฤษ ฟัง-พูด 2 1.0(40)10 อ 31202 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 1.0(40) 10 อ 31202 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 2 1.0(40)12 จ 31201 ภาษาจีน 1 1.0(40) 12 จ 31201 ภาษาจีน 2 1.0(40)13 ม 31201 ภาษามาลายู 1 1.0(40) 13 ม 31201 ภาษามาลายู 2 1.0(40)14 ศ 31201 ศิลปะประดิษฐ์วันไหว้พระจันทร์ 1.0(40) 14 ศ 31201 จิตกรรม 1.0(40)15 ส 31201 อาเซียนศึกษา 1 0.5(20) 15 ส 31201 อาเซียนศึกษา 2 0.5(20)16 I 32201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างฯ(IS1) 1.5 (60) 16 I 32201 การสื่อสารและการนําเสนอ(IS2) 1.5 (60)17 ง 31201 คอมพิวเตอร์ 1 1.0(40)18 พ 31201 เพศศึกษา 1 0.5(20) 18 พ 31201 พลศึกษาเพิ่มเติม 1 0.5(20)รายวิชาเพิ่มเติม ไม่คิดหน่วยกิต (3 คาบ) รายวิชาเพิ่มเติม ไม่คิดหน่วยกิต (3 คาบ)โฮมรูม และอบรมคุณธรรม 2 คาบ โฮมรูม และอบรมคุณธรรม 2 คาบ19 ท 20201 หลักการใช้ห้องสมุด 1 คาบ 19 ท 20201 หลักการใช้ห้องสมุด 1 คาบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (60) (2) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (60) (2)20 กิจกรรมแนะแนว 20 20 กิจกรรมแนะแนว 20กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมนักเรียน21 - ชุมนุมตามกลุ่มสาระ 20 21 - ชุมนุมตามกลุ่มสาระ 2022 นอกเวลา - โรงเรียนสวยด้วยมือเรา 10 22 นอกเวลา - โรงเรียนสวยด้วยมือเรา 1023 นอกเวลา กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์10 23 นอกเวลา กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์10รวมเวลาเรียนทั้งสิ้น 38 คาบ รวมเวลาเรียนทั้งสิ้น 38 คาบ
  7. 7. 7  การจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่กําหนด สถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากลจัดทําหน่วยการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามกระบวนการ 5 ขั้นตอน หรือบันได 5 ขั้น ของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ทั้งในรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาเพิ่มเติม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งกระบวนการ 5 ขั้นตอน หรือบันได 5 ขั้น ของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากล เป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่อง ได้แก่1. การตั้งประเด็นคําถาม / สมมุติฐาน2. การสืบค้นความรู้จากแหล่งการเรียนรู้และสารสนเทศ3. การสรุปองค์ความรู้4. การสื่อสารและการนําเสนออย่างมีประสิทธิภาพ5. การบริการสังคมและจิตสาธารณะ1. การตั้งประเด็นคําถาม/ Formulationกระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ และได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ บรรลุตามเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากลการจัดการเรียนรู้ IS (Independent Study) ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับมัธยมศึกษาสามารถจัดได้ 2 ลักษณะ คือ จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม 2 รายวิชา ได้แก่ 1) รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation: IS1) เป็นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้และทักษะตาม IS1 ผู้เรียนเลือกประเด็นที่สนใจในการเรียนรู้ เพื่อกําหนดประเด็นปัญหา ตั้งสมมุติฐาน ค้นคว้าแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ และฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ และ 2)1. การตั้งประเด็นคําถาม/สมมุติฐาน (Hypothesis Formulation)2. การสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศ (Searching for Information)3. การสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Formation)4. การสื่อสารและการนําเสนอ(Effective Communication)5. การบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Public Service)
  8. 8. 8  รายวิชาการสื่อสารและการนําเสนอ (Communication and Presentation: IS2) เป็นการเรียนรู้ต่อเนื่องจากรายวิชา IS1 ผู้เรียนนําสิ่งที่ได้ศึกษาค้นคว้าจากรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้มาเขียนรายงาน หรือเอกสารทางวิชาการ และนําเสนอเพื่อสื่อสารถ่ายทอดข้อมูลความรู้นั้นให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยจัดทําเป็นผลงานการเขียนทางวิชาการ 1 ชิ้น และการสื่อสารนําเสนอสิ่งที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นภาษาไทย 2,500 คํา มัธยมศึกษาตอนปลายเป็นภาษาไทย 4,000 คําหรือภาษาอังกฤษ 2,000 คํา และจัดเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โดยจัดกิจกรรมการนําองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity: IS3) ซึ่งเป็นการนําสิ่งที่เรียนรู้จากรายวิชาเพิ่มเติมทั้ง 2 รายวิชาข้างต้น ไปประยุกต์ใช้ในการทําประโยชน์ต่อสังคม ดังตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ ต่อไปนี้1. รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation:IS1)รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation:IS1) ประกอบด้วยสาระการค้นคว้าและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ผู้เรียนได้พิสูจน์ประเด็นความรู้ ข้อค้นพบหรือสมมติฐานของความรู้ที่ได้รับรู้ และส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของความรู้ รวมทั้งจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเรียนรู้กระบวนการรับรู้ในลักษณะที่เป็นวัฒนธรรมของการรับรู้และการรับรู้ที่ใช้ความรู้สึก และปลูกฝังการสร้างความเข้าใจที่เป็นสากลให้แก่ผู้เรียนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์ ตั้งสมมติฐานและหาคําตอบเกี่ยวกับสิ่งที่รู้ ตั้งคําถามให้คําอธิบายแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ รู้จักหาทางออกในการแก้ปัญหาได้อย่างกระจ่างชัด เชื่อมโยงความรู้เปรียบเทียบวิธีการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาต่าง ๆ และวิธีการรับความรู้ (Ways of Knowing) 4 วิธีได้แก่ 1) วิธีการสร้างความรู้จากการสัมผัสรับรู้ 2) วิธีการสร้างความรู้จากการใช้ภาษา 3) วิธีการสร้างความรู้จากการให้เหตุผล และ 4) วิธีการการสร้างความรู้จากสิ่งที่เป็นอารมณ์แนวการจัดการเรียนรู้1. ครูผู้สอนร่วมกับผู้เรียนในการกําหนด หรือตั้งประเด็นความรู้ หรือหัวข้อเกี่ยวกับ Public Issuesหรือ Global Issues สําหรับการศึกษาค้นคว้า เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะรับรู้ถึงจุดหมายและมีแรงจูงใจในการเรียนรู้บทเรียน ผู้สอนสามารถเลือกใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในการจัดการเรียนรู้ เช่น1.1 การเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้เรียนซักถาม หรือตั้งคําถาม1.2 การฉายภาพนิ่งให้ผู้เรียนชมและติดตาม1.3 การชวนสนทนา เพื่อให้ผู้เรียนตั้งประเด็นที่ต้องการรู้1.4 การกระตุ้นความสนใจด้วยเกม เพลง ภาพ ฯลฯ1.5 การอ่าน / ฟังข่าวจากหนังสือพิมพ์1.6 การตั้งประเด็นอภิปราย / คําถามสร้างพลังความคิด
  9. 9. 9  1.7 การยกตัวอย่างประโยค คําพังเพย บทกวี1.8 การกําหนด หรือการตั้งประเด็นความรู้ หรือหัวข้อเกี่ยวกับ Public Issues หรือ GlobalIssues2. ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการสร้างองค์ความรู้ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 “Ways of Knowing” วิถีการรับรู้ ความรู้ ส่วนที่ 2 “Areas of Knowledge” ศาสตร์ / สาขา แขนงความรู้ ส่วนที่ 3 การเรียบเรียงข้อมูล ข้อค้นพบ ความคิด ความคิดเห็น การให้เหตุผลโต้แย้ง และสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการกระบวนการสร้างองค์ความรู้ ครูผู้สอนควรมีเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่2.1 การอภิปรายกลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น2.2 การระดมพลังความคิด2.3 การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จําลอง3. ปรับเปลี่ยนความคิด เป็นขั้นตอนสําคัญซึ่งเป็นหัวใจของขั้นตอนการเรียนรู้ ผู้เรียนจะศึกษาค้นคว้าตามประเด็นความรู้ หรือหัวข้อที่ครอบคลุม Public Issues และ Global Issues ครูผู้สอนควรมีเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่3.1 ทําความกระจ่างและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ครูผู้สอนจะกระตุ้นให้ผู้เรียนดําเนินกิจกรรมเพื่อสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ โดยใช้วิธีการ ดังนี้- ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ- สัมภาษณ์ผู้รู้- ปฏิบัติการค้นหา (ทดลอง สืบเสาะ สังเกต สํารวจ)- ร่วมมือเพื่อเขียนคําอธิบาย- แบ่งงานความรับผิดชอบภายในกลุ่ม3.2 สร้างความคิดใหม่ ผู้เรียนนําผลการอภิปรายและสาธิตที่เป็นผลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันมากําหนดเป็นความคิดใหม่ หรือความรู้ใหม่ โดยใช้วิธีการ ดังนี้- เขียนด้วยแผนผังความคิด- เขียนโครงงาน / โครงการ- เขียนบรรยาย / เขียนรายงาน- นําเสนอแนวคิดใหม่- นําเสนอรูปแบบนวัตกรรมใหม่3.3 ประเมินความคิดใหม่ ผู้เรียนออกแบบดําเนินการตรวจสอบความรู้ ความคิดใหม่ที่ผู้เรียนสร้างขึ้น โดยใช้วิธีการ ดังนี้- อภิปราย- ทดสอบผลงาน- ทดสอบความคิดของกลุ่ม- ทดสอบความรู้
  10. 10. 10  3.4 นําความคิดไปใช้ เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนใช้แนวคิด หรือความรู้ความเข้าใจที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่ในสถานการณ์ต่าง ๆ จนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เป็นกิจกรรมที่ต้องการให้ผู้เรียนได้ประมวลองค์ความรู้เพื่อการนําไปใช้ประโยชน์ โดยใช้วิธีการ ดังนี้- สรุปแผนผังความคิดเกี่ยวกับความรู้ใหม่- นําเสนอโครงงาน / โครงการที่ผู้เรียนคิดค้น / ประดิษฐ์ขึ้น- บรรยายสรุปแนวคิดใหม่ / การสร้างสถานการณ์ใหม่- จัดนิทรรศการ / สาธิตผลงานของกลุ่ม- แสดงบทบาทสมมติ / โต้วาทีเพื่อสรุปการแก้ปัญหา4. สะท้อนความคิด /ทบทวน เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนได้ประเมินและพัฒนาความคิดอย่างรอบคอบและต่อเนื่องจนสามารถประเมินผลได้ ประกอบด้วย4.1 ประเมินผลงาน4.2 เสนอแนะความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงและพัฒนา4.3 วางแผนเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่องบทบาทของผู้สอน1. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสังเกต เพื่อให้สามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจน2. มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน แนะนํา ถามให้คิด เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบ หรือสร้างความรู้ความเข้าใจได้ด้วยตนเอง3. สร้างแรงจูงใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน ช่วยให้ผู้เรียนคิดค้นต่อไป ฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะการทํางานเป็นกลุ่ม4. เป็นผู้ชี้แนะไม่ใช่ผู้ชี้นํา กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดมากกว่าบอกความรู้5. ประเมินความคิดรวบยอดของผู้เรียน ตรวจสอบความคิดและทักษะการคิดบทบาทของผู้เรียน1. ค้นคว้า แสวงหาความรู้ ฝึกฝนวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นเจ้าของบทเรียน ลงมือปฏิบัติจริง2. กระตือรือร้นในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก กล้านําเสนอความคิดอย่างสร้างสรรค์3. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนด้วยกันและกับครูผู้สอน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นผู้นําและผู้ตามที่ดี4. ทํางานร่วมกันเป็นกลุ่ม5. เชื่อมโยงความรู้เดิมเข้ากับความรู้ใหม่ มีผลงานที่สร้างสรรค์6. เคารพกติกาทางสังคม รับผิดชอบต่อส่วนรวม7. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ รักการอ่าน กล้าซักถาม8. บันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ นําความรู้สู่การปฏิบัติได้จริง
  11. 11. 11  คําอธิบายรายวิชารายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้(Research and Knowledge Formation: IS1)รายวิชาเพิ่มเติม บูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรูตามศักยภาพ I 31201ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เวลา 60 ชั่วโมง จํานวน 1.5 หน่วยกิต-------------------------------------------------ศึกษา วิเคราะห์ ตั้งประเด็น / คําถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลกการตั้งสมมติฐาน การค้นคว้า การแสวงหาความรู้ข้อมูล การออกแบบ การวางแผนรวบรวมข้อมูล การใช้กระบวนการกลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ การสังเคราะห์ การสรุปองค์ความและการเสนอวิธีคิดแก้ปัญหาที่เป็นระบบฝึกทักษะตั้งประเด็นปัญหา / ตั้งคําถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้ โดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ และมีทฤษฎีรองรับค้นคว้าแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐานที่ตั้งไว้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ ออกแบบวางแผนรวบรวมข้อมูลและสารสนเทศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้และร่วมกันเสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการปฏิบัติและกระบวนการกลุ่มในการวิพากษ์เพื่อให้เกิดทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ สังเคราะห์สรุป อภิปรายผลเปรียบเทียบเชื่อมโยงความรู้ ความเป็นมาของศาสตร์ หลักการและวิธีคิดในสิ่งที่ศึกษา และมีทักษะในการนําเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบการเขียนรายงานและอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ นําองค์ความรู้ไปแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองผลการเรียนรู้1. ตั้งประเด็นปัญหา จากสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก2. ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆและมีทฤษฎีรองรับ3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ4. ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูล6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยวิธีการที่เหมาะสม7. สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบแผนการทํางานของนักเรียน
  12. 12. 12  โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสําคัญ เวลา น้ําหนักคะแนน1 จุดประกายความจริง 1. ตั้งประเด็นปัญหา จากสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก2. ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุน หรือโต้แย้งประเด็นความรู้โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆและมีทฤษฎีรองรับ3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ- การตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก- การตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลโดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่างๆ- การออกแบบการเรียนรู้โดยมีทฤษฎีรองรับ5 - 9 152 ทุกสิ่งที่ค้นคว้า 4. ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูล-การค้นคว้าแสวงหาความรู้เกี่ยวกั บสมมติฐานจากแหล่งปฐมภูมิ ทุติยภูมิและสารสนเทศ10 - 15 203 ปรารถนาคําตอบ 5.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลได้6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาะสม- ตรวจสอบความน่ า เ ชื่ อ ถื อ ข อ งแหล่งที่มาของข้อมูล- วิ เ ค ร า ะ ห์ความน่าเชื่อถือของแหล่งเรียนรู้10 - 15 254 สรุปองค์ประกอบที่สมบูรณ์7. สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบแผนการทํางานของนักเรียน- เปรียบเทียบ /เชื่อมโยง / สรุปองค์ความรู้ด้วยก ร ะ บ ว น ก า รอย่างเป็นระบบ15 - 21 40รวม 40 - 60 100
  13. 13. 13  การออกแบบหน่วยการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 1ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จุดประกายความจริง รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 5 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)1. ตั้งประเด็นปัญหา จากสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก2. ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ และมีทฤษฎีรองรับ3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)- การตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก- การตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลโดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ- การออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมข้อมูลคําถามสําคัญ- จะตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลกได้อย่างไร- จะตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลโดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ ได้อย่างไร- จะออกแบบวางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลได้อย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- การตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับสถานการณ์และสังคมโลก- การตั้งสมมติฐาน- การออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมข้อมูลผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- ตั้งประเด็นคําถามที่เกี่ยวกับสถานการณ์และสังคมโลก- ตั้งสมมติฐาน- ออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมข้อมูล- ทํ า ง า น ร่ ว ม กั บ ผู้ อื่ น ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร ก ลุ่ ม- ตรวจสอบการตั้งประเด็นคําถาม การตั้งสมมติฐานการออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมข้อมูล- วิพากษ์การตั้งประเด็นคําถาม การตั้งสมมติฐานการออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมข้อมูลของผู้อื่น- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานงานของตน- นําข้อมูลมาออกแบบวางแผน รวบรวมข้อมูลตามกระบวนการคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. ใฝ่เรียนรู้2. มุ่งมั่นในการทํางาน3. จิตสาธารณะการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมข้อมูลรายบุคคล
  14. 14. 14  เกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล- กระบวนการรวบรวมมีระบบชัดเจน สะดวกต่อการใช้ ตรวจสอบได้ร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการตั้งประเด็นคําถาม / การตั้งสมมติฐาน- แบบบันทึกการออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมข้อมูล- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางานการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ครูนําเสนอตัวอย่างประเด็นความรู้จากสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก2. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นความรู้ที่มีความเชื่อมโยงในศาสตร์หลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลกที่มีความท้าทาย3. ตั้งสมมติฐาน และข้อสันนิษฐานของประเด็นความรู้ที่สนใจ4. ครูตั้งคําถามกระตุ้นให้นักเรียน แสดงความคิดที่หลากหลายต่างมุม โดยใช้สาขาวิชาต่าง ๆ ใช้วิธีการสนับสนุนหรือโต้แย้งคัดค้าน และให้เหตุผลตามความรู้ของศาสตร์ที่มี5. แบ่งกลุ่มนักเรียนค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ วิธีการออกแบบ วางแผนเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ6. ร่วมกันอภิปรายวิธีการออกแบบ วางแผนเก็บรวบรวมข้อมูลที่หลากหาย7. ร่วมกันสรุปวิธีการออกแบบ วางแผนเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มและนําเสนอ8. ร่วมตรวจสอบการออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมข้อมูลของแต่ละกลุ่ม9. วิพากษ์การออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมข้อมูล10. นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานงานของตน11. นําแนวทางการออกแบบวางแผน รวบรวมข้อมูลตามกระบวนการมาจัดทํารายบุคคลสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างการเขียนประเด็นความรู้จากสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก การเขียนสมมติฐาน2. แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ3. ตัวอย่างการออกแบบวางแผนรวบรวมข้อมูล
  15. 15. 15  หน่วยการเรียนรู้ที่ 2ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ทุกสิ่งที่ค้นคว้า รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 10 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)4. ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือกจากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การค้นคว้าแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐานจากแหล่งปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และสารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพคําถามสําคัญ- จะแสวงหาวิธีการค้นคว้า หาความรู้และสารสนเทศจากแหล่งปฐมภูมิได้อย่างไร- จะแสวงหาวิธีการค้นคว้า หาความรู้และสารสนเทศจากแหล่งทุติภูมิได้อย่างไร- จะแสวงหาวิธีการค้นคว้า หาความรู้และสารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพได้อย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- วิธีการค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐาน- การหาความรู้และสารสนเทศจากแหล่งปฐมภูมิและทุติยภูมิ- วิธีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล- ลักษณะของข้อมูล สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐาน- แสวงหาความรู้และสารสนเทศจากแหล่งปฐมภูมิและทุติยภูมิ- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล- ทํ า ง า น ร่ ว ม กั บ ผู้ อื่ น ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร ก ลุ่ ม- วิพากษ์ความน่าเชื่อถือของข้อมูล- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานงานของตน- นําแนวทางการแสวงหาข้อมูลสารสนเทศ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสมมติฐานไปรวบรวมข้อมูลคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. มีวินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางานการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานแฟ้มงานรวบรวมความรู้ / สารสนเทศเกี่ยวกับสมมติฐานรายบุคคลเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน(ระบุประเด็นประเมิน)- ความน่าเชื่อถือข้อมูล- กระบวนการรวบรวมมีระบบชัดเจน สะดวกต่อการใช้ ตรวจสอบได้ร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล- แบบบันทึกการตรวจสอบคุณภาพของข้อมูล- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางาน
  16. 16. 16  การวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ศึกษาวิธีการค้นคว้า / แสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐานจากแหล่งปฐมภูมิและทุติยภูมิตามแผนที่วางไว้2. ตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล / สารสนเทศ3. ค้นคว้าข้อมูล / สารสนเทศในเรื่องเดียวกันจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย4. ฝึกทักษะการตรวจสอบข้อมูล / สารสนเทศ ด้วยตนเอง5. จัดหมวดหมู่ข้อมูล / สารสนเทศ เรียงลําดับตามที่วางแผนให้เป็นระบบ6. ตรวจทาน / วิพากษ์นําผลไปปรับปรุงข้อมูล / สารสนเทศรายบุคคล7. เผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้สื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างแฟ้มงานการจัดเก็บข้อมูล / สารสนเทศ2. แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ3. แผนการเก็บรวมรวมข้อมูล / สารสนเทศรายบุคคล
  17. 17. 17  หน่วยการเรียนรู้ที่ 3ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ปรารถนาคําตอบ รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 10 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้(ผลการเรียนรู้)5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลได้6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยวิธีการที่เหมาะสมความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลนํามาวิเคราะห์ด้วยวิธีการที่เหมาะสมจะช่วยให้ค้นพบข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือคําถามสําคัญ- จะตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลได้อย่างไร- จะใช้วิธีการใดวิเคราะห์ข้อมูลจึงจะเหมาะสม- วิเคราะห์ข้อมูลอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- แหล่งข้อมูลที่ดีและน่าเชื่อถือ- วิธีการที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล- เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูล- รวบรวมข้อมูลที่จะนํามาวิเคราะห์- เลือกวิธีการที่เหมาะสมนํามาวิเคราะห์ข้อมูล- วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมที่เหมาะสม- ทํ า ง า น ร่ ว ม กั บ ผู้ อื่ น ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร ก ลุ่ ม- ตรวจสอบ / วิพากษ์ความน่าเชื่อถือของการวิเคราะห์ข้อมูล- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานของตน- นําผลการวิเคราะห์ข้อมูล / สารสนเทศ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสมมติฐาน ไปสังเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้คุณลักษณะอันพึงประสงค์1. มีวินัย2. ซื่อสัตย์3. ใฝ่เรียนรู้4. มุ่งมั่นในการทํางาน5. จิตสาธารณะการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล- ความถูกต้อง / ครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล / สารสนเทศ- กระบวนการรวบรวมมีระบบชัดเจน สะดวกต่อการใช้ ตรวจสอบได้
  18. 18. 18  ร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล- แบบบันทึกการตรวจสอบคุณภาพแหล่งที่มาของข้อมูล- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางาน- แบบบันทึกการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ศึกษาเทคนิคการตรวจสอบความน่าเชื่อของข้อมูล2. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล3. รวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ เตรียมข้อมูลวิเคราะห์4. เลือกวิธีการที่เหมาะสมกับข้อมูลที่วิเคราะห์5. วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม6. ร่วมกันตรวจสอบผลการวิเคราะห์ข้อมูล7. วิพากษ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการตรวจสอบ8. นําผลการวิพากษ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูลมาปรับ / พัฒนา9. รวบรวมผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนําไปสังเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้สื่อ / แหล่งเรียนรู้1. แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ2. เครื่องคอมพิวเตอร์
  19. 19. 19  หน่วยการเรียนรู้ที่ 4ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สรุปองค์ประกอบที่สมบูรณ์ รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 10 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)7. สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบแผนการทํางานของนักเรียนความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การสังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่มการเสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบแผนการทํางานของนักเรียนคําถามสําคัญ- จะสรุปองค์ความรู้ได้อย่างไร- จะนําเสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบได้อย่างไร- จะนําองค์ความรู้ไปถ่ายทอดเป็นงานเขียนได้อย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)- การอ่านจับใจความสําคัญ- การเขียนสรุปความ- การเขียนความเรียง- การเสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / กระบวนการ)- การอ่านจับใจความสําคัญ- การเขียนสรุปความ- การเขียนความเรียง- การเสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. วินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางาน4. รักความเป็นไทย5. จิตสาธารณะการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานการสังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่มเกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ความถูกต้อง / ครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล / สารสนเทศ- ความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อค้นพบที่นําเสนอ- กระบวนการรวบรวมมีระบบชัดเจนร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ- แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์สรุปองค์ความรู้- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางานการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ฝึกทักษะการอ่านจับใจความสําคัญ2. ฝึกทักษะการเขียนสรุปความ3. ฝึกทักษะการเขียนความเรียง4. สังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม5. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบแผนการทํางานของนักเรียน6. อภิปรายและสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าสื่อ / แหล่งเรียนรู้แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต ฯลฯ2. รายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอ (Communication and Presentation: IS2)
  20. 20. 20  รายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอ (Communication and Presentation: IS2) เป็นสาระการเรียนรู้ที่จัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนนําข้อสรุป ข้อค้นพบใหม่ ความคิดใหม่ หรือองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการศึกษาศึกษาค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ในสิ่งที่สนใจแล้วเรียบเรียงนําเสนอความคิดข้อคิดเห็น และข้อเสนอเชิงวิชาการ โดยใช้ภาษาอย่างถูกต้อง และนําเสนอองค์ความรู้ด้วยด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารและนําเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุป หรือองค์ความรู้ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมแนวการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนจะต้องให้ความสําคัญกับ “การจัดโครงร่างของผลงาน” เนื่องจากจะช่วยให้ผู้เรียนจัดลําดับเนื้อหาของการเขียนรายงานการค้นคว้าและการนําเสนอได้ดี โดยดําเนินการ ดังนี้1. การรายงานการค้นคว้าของผู้เรียน ให้ผู้เรียนนําหัวข้อเรื่องจากข้อค้นพบ ข้อสรุป ความคิดใหม่องค์ความรู้ใหม่ที่ตนเองสนใจเรียนรู้ เป็นข้อมูลในการนําเสนอ จากนั้นครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ- การเรียบเรียงหัวข้อการศึกษาค้นคว้า (Research Question)- แหล่งค้นคว้า / แหล่งการเรียนรู้- การกําหนด / เขียนโครงร่าง (Outline)2. การกําหนดโครงร่างของผลงาน การเขียนรายงานการค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องที่ผู้เรียนได้เลือกอย่างอิสระ จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ คํานํา (Introduction) เนื้อเรื่อง (Body /Development) และบทสรุป (Conclusion)3. การนําเสนอการนําเสนองาน เป็นทักษะที่มีความสําคัญอย่างยิ่งสําหรับการนําเสนอผลการศึกษาค้นคว้า ตามองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่3.1 การกําหนดวัตถุประสงค์และวิเคราะห์ผู้ฟัง3.2 การวางโครงสร้างเนื้อหาการนําเสนอ3.3 วิธีการนําเสนอการวิเคราะห์ผู้ฟัง เป็นการวิเคราะห์ความต้องการ ความสนใจ หรือความกังวลใจของผู้ฟังรวมถึงความเข้าใจในสไตล์ ความชอบของผู้ฟัง เพื่อให้สามารถออกแบบโครงสร้างและเนื้อหาการนําเสนอรวมทั้งการใช้สื่อประกอบที่มีความเหมาะสม สอดคล้องและถูกใจผู้ฟัง
  21. 21. 21  บทบาทของผู้สอน1. ส่งเสริม กระตุ้น สนับสนุน ชี้แนะให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการคิด ค้นคว้าเกี่ยวกับหัวข้อ / เรื่องที่ผู้เรียนเลือกค้นคว้า2. ช่วยเหลือ แนะนําผู้เรียนในการค้นคว้าความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ3. ช่วยเหลือแนะนําผู้เรียนสามารถเขียนรายงานการค้นคว้าได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์กําหนด4. การนําเสนอ ครูควรดําเนินการ ดังนี้4.1 นําเสนอด้วยสื่อรูปธรรม เช่น รูปภาพ ของจริง กราฟ ตาราง แผนภูมิ ภาพสัญลักษณ์ สื่อวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วให้ผู้เรียนได้พรรณนาถึงสิ่งที่พบ4.2 ควรใช้คําถามที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิดอย่างหลากหลายและคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถอธิบายความคิดของตนออกมา ด้วยการพูด การเขียน และให้ผู้เรียนได้ตั้งคําถามและหาคําตอบด้วยตนเองตามความสนใจ4.3 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงแนวคิดของตนเอง4.4 จัดกลุ่มให้ผู้เรียนได้ร่วมมือและช่วยเหลือกันในการเรียนรู้ เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกิดการสื่อสารในรูปแบบของการอธิบายแนวคิดและการอภิปรายในกลุ่ม4.5 ใช้การชี้แนะทางตรงและชี้แนะทางอ้อม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจ และเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นบทบาทของผู้เรียน1. กําหนดแผนการทํางาน วันส่งงาน และการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งค้นคว้า รวมทั้งการวางแผนการเขียนเรียบเรียงผลงาน2. ศึกษาและฝึกการเขียนรายงานเชิงวิชาการแต่ละองค์ประกอบให้ถูกต้องสมบูรณ์3. เรียบเรียง รวบรวมโครงร่าง (Rough draft) ของรายงานให้ครบองค์ประกอบ และฝึกการตรวจสอบ (Edit) รายงานโดยใช้สัญลักษณ์ในการตรวจสอบ4. จัดทําสื่อประกอบการนําเสนอ และเลือกวิธีการนําเสนอที่เหมาะสมกับผู้อ่าน/ผู้ฟัง
  22. 22. 22  คําอธิบายรายวิชาการสื่อสารและการนําเสนอ(Communication and Presentation: IS2)รายวิชาเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จํานวน 1.5 หน่วยกิต-------------------------------------------------ศึกษา เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดอย่างสร้างสรรค์จากรายวิชา IS1 (Research andKnowledge Formation) เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก โดยเขียนโครงร่าง บทนําเนื้อเรื่อง สรุป ในรูปของรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการเป็นภาษาไทยความยาว จํานวน 4,000 คํา หรือเป็นภาษาอังกฤษ ความยาว 2,000 คํา มีการอ้างอิงแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างหลากหลายเชื่อถือได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรียบเรียงและถ่ายทอดสื่อสาร นําเสนอความคิดอย่างชัดเจน เป็นระบบ มีการนําเสนอในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual) หรือกลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย และมีการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดทักษะ ในการเขียนรายงานเชิงวิชาการ และทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้ให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะผลการเรียนรู้1. วางโครงร่างการเขียนตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่าง2. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการเป็นภาษาไทยความยาว 4,000 คํา หรือภาษาอังกฤษ ความยาว 2,500 คํา3. นําเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุปจากประเด็นที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual presentation)หรือกลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย4. เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ โดยใช้การสนทนา / วิพากษ์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่นe-conference, social media online5. เห็นประโยชน์และคุณค่าการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้ให้เป็นประโยชน์
  23. 23. 23  โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมการสื่อสารและการนําเสนอระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสําคัญ ชั่วโมง น้ําหนักคะแนน1 ฝึ ก ซ้ อ ม เ ขี ย นโครงร่าง1.วางโครงร่างการเขียนต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่างการฝึกเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการซึ่งมีองค์ประกอบด้วยชื่อเรื่อง ความนํา วัตถุประสงค์สมมุติฐาน ขอบเขตการศึกษาเนื้อหา วิธีการศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการวางแผนการเขียนรายงานเชิงวิชาการอย่ า ง เ ป็ น ร ะ บ บ แ ล ะ ก า รตรวจสอบทั้งด้วยตนเอง และเพื่อนช่วยตรวจสอบโดยใช้สัญลักษณ์ในการตรวจสอบช่วยให้รายงานเชิงวิชาการนั้นถูกต้องแม่นยําและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น6 / 8 202 สร้างผลงานเขียน 2. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการภาษาไทย ความยาว 4,000 คําห รื อ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษความยาว 2,500 คําการถ่ายโอนองค์ความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า และข้อค้นพบโดยการรายงานที่ใช้รูปแบบการเขียนรายงานเชิงวิชาการได้ครบองค์ประกอบและถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ18 / 28 403 เพียรนําเสนอ 3. นําเสนอข้อค้นพบข้อสรุปจากประเด็นที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว(Oral individualpresentation) หรือกลุ่ม(Oral panelpresentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลายการนําเสนอผลงานจากการศึกษาค้นคว้า ข้อค้นพบโดยมีการเตรียมความพร้อมของผู้นําเสนอการเลือกรูปแบบประเภทสื่อประกอบการนําเสนอให้เหมาะสมและสอดคล้องกับตามความต้องการ ความสนใจ ความชื่นชอบของผู้ฟัง ช่วยให้การเผยแพร่ผลงานได้อย่างมีประสิทธิผล12 / 20 304 Show andShare5. เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้แก่สาธารณะการเผยแพร่ผลงานการเขียนรายงานการค้นคว้าด้วยการจัดนิทรรศการ / เผยแพร่ด้วยวิธีการที่หลากหลาย4 / 4 10รวม 40 / 60 100
  24. 24. 24  การออกแบบหน่วยการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 1ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เขียนโครงร่าง รายวิชาเพิ่มเติม การสื่อสารและการนําเสนอชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 6 ชั่วโมงเป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้)1. วางโครงร่างการเขียนตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบและวิธีการเขียนโครงร่างความเข้าใจที่คงทน (สาระสําคัญ / ความคิดรวบยอด)การเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ มีองค์ประกอบคือชื่อเรื่อง ความนํา วัตถุประสงค์ สมมุติฐาน ขอบเขตการศึกษาเนื้อหา วิธีการศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการวางแผนการเขียนรายงานเชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ และการตรวจสอบทั้งด้วยตนเอง และเพื่อนช่วยตรวจสอบโดยใช้สัญลักษณ์ในการตรวจสอบช่วยให้รายงานเชิงวิชาการนั้นถูกต้องแม่นยําและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นคําถามสําคัญ- การเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการมีองค์ประกอบอย่างไร- การเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการที่สมบูรณ์มีลักษณะอย่างไรผู้เรียนรู้อะไร (สาระการเรียนรู้)การวางโครงร่างการเขียนรายงานเชิงวิชาการ- องค์ประกอบของโครงร่าง- ชื่อเรื่อง- ความนํา- วัตถุประสงค์- สมมุติฐาน- ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า- เนื้อเรื่อง- วิธีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลผู้เรียนทําอะไรได้ (ทักษะ / ทักษะกระบวนการ)- เขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ- ทํางานร่วมกับผู้อื่นตามกระบวนการกลุ่ม- ตรวจสอบงานเขียนโครงร่างเชิงวิชาการ- วิพากษ์งานเขียนโครงร่างของผู้อื่น- นําข้อวิพากษ์มาปรับปรุงงานเขียนโครงร่างของตนคุณลักษณะที่พึงประสงค์1. มีวินัย2. ใฝ่เรียนรู้3. มุ่งมั่นในการทํางานการออกแบบการวัดผลประเมินผลภาระงานรวบยอด / ชิ้นงานโครงร่างรายงานเชิงวิชาการฉบับสมบูรณ์เกณฑ์การประเมินภาระงาน / ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมิน)- ความครบถ้วนขององค์ประกอบโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ- ความถูกต้องสมบูรณ์ของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการร่องรอยการเรียนรู้อื่น ๆ
  25. 25. 25  - แบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ / วิพากษ์- แบบบันทึกการประเมินการเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ- แบบบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางานการวางแผนการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนจะ1. ศึกษาวิธีเขียนองค์ประกอบโครงร่างรายงานเชิงวิชาการฉบับสมบูรณ์2. ร่วมกันฝึกเขียนองค์ประกอบโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ3. กลุ่มอภิปรายการเขียนองค์ประกอบโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ4. สรุปผลการอภิปรายการเขียนองค์ประกอบโครงร่างรายงานเชิงวิชาการของกลุ่มเตรียมนําเสนอ5. กลุ่มนําเสนอโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ6. ร่วมกันตรวจสอบและวิพากษ์ความสมบูรณ์ของโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ7. กลุ่มปรับโครงร่างรายงานเชิงวิชาการตามข้อเสนอแนะ8. นักเรียนแต่ละคนนําแนวทางการจัดทําโครงร่างรายงานเชิงวิชาการที่ถูกต้อง ไปจัดทําโครงร่างรายงานเชิงวิชาการของตนเองสื่อ / แหล่งเรียนรู้1. ตัวอย่างการเขียนโครงร่างรายงานเชิงวิชาการ2. แหล่งค้นคว้าอ้างอิง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ บุคคล ฯลฯ

×